The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เสน่ห์การตกแต่ง ด้วยผ้ามัดย้อมครราม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

Natural Indigo ผ้าครามธรรมชาติ

เสน่ห์การตกแต่ง ด้วยผ้ามัดย้อมครราม

สารบัญ 4
5
ประวัติความเป็นมาของผ้าคราม 6
เอกลักษณ์ความโดดเด่นของผ้าคราม 9
ลักษณะและลวดลายการทอหรือการผลิต 15
กว่าจะมาเป็นผ้าคราม 19
วิธีการย้อมผ้าในสีครามและข้อดี 21
ยลวิถีผ้าครามเสน่ห์การย้อมผ้าจากธรรมชาติ 22
รู้เท่าทันผ้าครามในตลาด 25
ครามสังเคราะห์ ครามเกล็ดครามผง 27
ข้อดีของครามธรรมชาติ
แบรนด์คราฟไทยสตส์ครามที่น่าจับตามอง

ประวัติความเป็นมา
ผ้าคราม

ประเทศไทยไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่ามีการ
ใช้ผ้าย้อมครามตั้งแต่เมื่อใด ต้นครามแต่มีการ
ผลิตและใช้กันในชนเผ่าภูไทสกลนครเป็นจังหวัด
แรกของประเทศไทยที่ฟื้ นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่นด้าน
การทอผ้าย้อมครามและพัฒนาผ้าย้อมครามให้มี
มาตรฐานสามารถนำผลิตภัณฑ์ผ้าครามจาก
ภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้าแทรกตลาดที่กำลังกลับมาบ
ริโภคผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสารเคมีและไม่มีผลกระทบ
ต่อสิ่งแวดล้อมการย้อมสีคราม เป็นการย้อมที่มี
ความพิเศษ และความแตกต่างจากการย้อมสีธรรม
ชาติอื่นๆ แน่นอนว่าต้องเป็นสีธรรมชาติจาก ต้น
คราม ซึ่งต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือ
เกื้อกูลกันระหว่างคนในครอบครัวและในชุมชน
เป็นการเชื่อมโยงขนบธรรมเนียมประเพณีและ
วัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้นๆเข้าด้วยกัน และส่งต่อ
สืบทอดภูมิปัญญาที่แฝงจิตวิญญาณจากรุ่นสู่รุ่น
ครามจังหวัดสกลนครสืบทอดมาจากบรรพบุรุษที่
อพยพย้ายถิ่นฐานเพื่อเสาะแสวงหาพื้นที่เหมาะสม
สำหรับการเพาะปลูกตั้งรกรากปักฐานจังหวัด
สกลนคร ประกอบด้วยชนเผ่าต่าง ๆ ได้แก่ ไทญ้อ
ไทโย้ย ภูไท ไทกะเลิง ไทโซ่ ไทข่า และไทลาว ชาว
อีสานตอนบนมีวัฒนธรรมด้านเครื่องนุ่งห่มใช้สีดำ
หรือสีน้ำเงินเป็นหลักทุกเผ่าจะมีเสื้อผ้าสีดำหรือ
น้ำเงินเป็นพื้นแตกต่างกันในรายละเอียดอื่นๆ
เท่านั้นนิยมนำไปย้อมผ้าและมัดเป็นลายเรียกว่าผ้า
ย้อมคราม

เอกลักษณ์ความ
โดดเด่นของผ้า

“อาจจะรู้สึกว่าแพงไปหน่อย แต่ถ้าได้มาเห็นว่ากว่าจะได้
ผ้าครามแต่ละผืนนั้นมันยากลำบากขนาดไหน และยิ่งได้
ลองซื้อไปใช้แล้ว ก็จะรู้ว่าไม่แพงเลยนะคะ”

“หากไม่ฟื้ นฟูและถ่ายทอดแก่คนรุ่นหลังอีกไม่กี่ปีการย้อม
ผ้าครามคงสูญหายไปอย่างแน่นอน”

ประวัติความเป็นมาผ้าฝ้ายย้อมครามเป็น
ภูมิปัญญาที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ที่ได้รับการ
ถ่ายทอดกันมาแต่ครั้งปู่ ย่า ตา ยาย โดยการทอผ้า
ด้วยมือไว้ใช้เอง และเป็นเอกลักษณ์ของชาวภูไท
บ้านนายางซึ่งเรียกว่า“ผ้าฝ้ายย้อมคราม”ซึ่งแต่เดิม
จะเย็บด้วยมือเป็นเสื้อผ้าสวมใส่สำหรับผู้หญิง ส่วน
ผู้ชายจะทอเป็นผ้าขาวม้าใส่นุ่งแบบโจงกระเบนหรือ
ผ้าเตี่ยว ต่อมาในปัจจุบันเกิดการรวมกลุ่มทอผ้าย้อม
สีธรรมชาติขึ้นเพื่อทอผ้าจำหน่ายเป็นรายได้เสริม
จุนเจือครอบครัวอีกทางหนึ่ง

ลักษณะและลวดลาย
การทอหรือการผลิต

ขั้นตอนการผลิต วัตถุดิบการทอผ้าย้อม เท่านั้นได้น้ำครามใสสีฟ้าจางจึงแยกกากใบ
คราม ฝ้ายได้จากนวลของดอกฝ้ายที่บานเต็ม ครามออกในขั้นตอนของการย้อมครามจะมีส่วน
ที่ นำมากรอหรือเข็นเป็นเส้นฝ้าย ก่อนนำไป ผสมอื่นๆขั้นตอนการย้อมที่สืบทอดกันมาแต่
ย้อมด้วยน้ำครามและนำมาทอเป็นผ้า อดีตเพื่อให้ได้ผ้าครามที่สีสวยและสีไม่ตก หลัง
สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน จากนั้นก็นำเส้นฝ้ายลงย้อมจะได้เส้ฝ้ายสีฟ้า
ครามสวยงามสีไม่ตก หรือหากต้องการผ้าฝ้าย
การเตรียมสีครามและย้อมสีครามมี ที่มีลวดลายต่าง ๆ จะต้องผ่านขั้นตอนของการ
เทคนิคพิเศษกว่าการย้อมสีธรรมชาติอื่นๆ มัดเพื่อให้ได้ลายที่ต้องการ จะมีทั้งลายที่คิดขึ้น
เริ่มตั้งแต่การเลือกใบครามอายุพอดีและอยู่ ใหม่ ลายที่สืบทอดกันมา หรือลายที่ประยุคผสม
ในสภาพใบสดดังนั้นจะต้องเก็บใบครามอายุ ผสานกัน เรียกขั้นตอนนี้ว่าการมัดหมี ซึ่งจะ
ประมาณ 3-4 เดือน ในตอนเช้ามืดก่อน ต้องใช้ความชำนาญอย่างมากจึงจะได้ผ้าย้อม
น้ำค้างแห้ง และนำมาแช่น้ำให้ท่วมใบคราม ครามที่สีสวยธรรมชาติ
พอดีทันทีแช่ไว้ประมาณ 10-12 ชั่วโมง จึง เมื่อได้เส้นผ้าฝ้ายแล้วจึงจะนำมาเข้าขั้นตอนการ
กลับใบครามข้างล่างขึ้นทับส่วนบน แช่ต่อไป ทอซึ่งผ้าย้อมครามของบ้านก้างปลาใช้วิธีการ
อีก 10-12 ชั่วโมง ใบครามจะถูกสลายให้สี ทอมือที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นถือได้ว่าเป็นมรดก
คราม ออกมาอยู่ในน้ำครามได้มากที่สุดใน ทางภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมายาวนาน
เวลาที่เหมาะสม

19

สีครามเป็นสีย้อม
ธรรมชาติ

ต้นคราม หรือสีคราม ที่เก่าแก่มาก ซึ่งมนุษย์
รู้จักกันมามากว่า 6000 ปี ประชากรที่อาศัยใน
เขตร้อนของโลกล้วนเคยทำสีครามจากต้นไม้
ชนิดต่างๆตามภูมิภาคนั้นๆ แต่สีครามคุณภาพ
ดีผลิตจากเอเชีย ดังเช่น สีครามจากอินเดียเป็น
ที่นิยมของคนอังกฤษมากกว่าสีครามจาก
เยอรมันและฝรั่งเศส แต่การใช้สีครามลดลง
เหลือเพียง 4% ของทั่วโลกในปี 2457
ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2535 ประเทศของเรา
พบกับปัญหา มลพิษจากสิ่งแวดล้อม สาเหตุ
หนึ่ง เกิดจากสารเคมีสังเคราะห์ซึ่งรวมถึงสีย้อม
ด้วย สีย้อมผ้าส่วนใหญ่เป็นออกไซด์ของโลหะ
หนัก ซึ่งโลหะหนักหลายชนิดเป็นสารก่อมะเร็ง
ใส่แล้วรู้สึกร้อน ดังนั้น จึงหันมานิยมสีย้อม
ธรรมชาติ ซึ่งในขณะ เดียวกันก็ได้นำภูมิปัญญา
เก่า ๆ ที่ได้สืบทอดกันมาแต่สมัยโบราณจากเดิม
เกือบลือหายไปแล้วนั้นกลับมาพัฒนาเป็นอาชีพ
หลักของลูกหลานในทุกวันนี้

ผ้าคราม

การผสมผสานสีสันจากธรรมชาติ
ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านลวดลาผืนผ้า
แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ที่มีความโดด
เด่นของชุมชนและภูมิปัญญาที่สืบทอด
กันมา ที่คงไว้ซึ่งอัตลักษณ์แห่งผ้า
ครามหากพูดถึงผ้าย้อมครามของดีขอ
จังหวัดสกลนครความมหัศจรรย์ของ
เส้นใยสีน้ำเงินสดที่แปรรูปเป็นได้ทั้ง
เสื้อสวยซิ่นงามผ้าคลุนอกจากจะสร้าง
ความสวยงามให้หลากหลายรูปแบบ
แล้วยังส่งมอคุณค่าแห่งภูมิปัญญา
ท้องถิ่นสืบทอจากรุ่นสู่รุ่นผ้าย้อมคราม
คือผ้าที่ทด้วยมือที่ย้อมสีด้วยคราม
ธรรมชาติ มีเฉดสีฟ้าถึงสีน้ำเงินเข้ม ผ้า
ย้อมครามนิยมใช้กันแพร่หลายในหลาย
เขตพื้นที่ของโลกโดยเฉพาะเอเชีย เช่น
ญี่ปุ่น จีน เกาหลีอินเดียลาวแล
ประเทศไทยเนื่องจากมีองค์ความรู้ใน
การปลูกต้นครามและการย้อมครามผ้า
ย้อมครามในประเทศไทยมีมากในภาค
อีสานโดยเฉพาะจังหวัดสกลนครซึ่งมัก
จะย้อมครามที่เส้นฝ้าย เส้นฝ้ายก่อนนำ
ไปทอด้วยมือให้เป็นผืนบ้างมัดหมี่ให้
เป็นลวดลายก่อนแล้วจึงนำไปย้อมและ
ทอมือด้วยกี่พื้นบ้านเกิดเป็นผ้ามัดหมี่
ทอมือ

กว่าจะมาเป็น “กว่าจะมาเป็นผ้าครามที่

”ผ้าคราม” สวยงาม รู้ไหมต้องผ่าน
กระบวนการอะไรบ้าง”
กว่าจะมาเป็น ผ้าคราม ที่ลายสวยงาม
การผลิตผ้าย้อมครามธรรมชาติ ต้อง ผ่าน
ขั้นตอนและใช้กรรมวิธีการผลิตบวกกับ
รายละเอียดต่างๆมากมาย ซึ่งวันนี้เราจะมา
เข้าใจกันง่ายกัน

“สีคราม” เป็นสีย้อมธรรมชาติที่เก่าแก่
ที่สุดในโลก มานานกว่า 6000 ปี ใน การ
ย้อมสีคราม เป็นการย้อมที่มีความพิเศษ
และความแตกต่างจากการย้อมสีธรรมชาติ
อื่น ๆซึ่งต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจ ช่วย
เหลือเกื้อกูลกันระหว่างคนในครอบครัว
และในชุมชนเป็นการเชื่อมโยง
ขนบธรรมเนียม ประเพณี  และวัฒนธรรม
ของท้องถิ่นนั้นๆเข้าด้วยกัน และส่งต่อ
สืบทอดภูมิปัญญา ที่แฝงจิตวิญญาณจาก
รุ่นสู่รุ่น

ป ลู ก ค ร า ม ส กั ด

ปลูกต้น :
เริ่มจากปลูก “ต้นคราม” ให้มีอายุที่เหมาะสม อายุได้ 3-4 เดือน ก็ทำการเก็บเกี่ยวได้

แล้วนำต้นครามมาแช่เพื่อทำน้ำครามสำหรับย้อม ผ้าย้อมคราม

นํ้าย้อมคราม

น้ำคราม :

เริ่มด้วยการเก็บใบครามสดที่สำคัญ
คือต้องเก็บตอนเช้าก่อนพระอาทิตย์
ขึ้น เพื่อให้ได้ปริมาณน้ำครามมาก
หากเก็บในเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว
จะทำให้ครามที่เก็บเหี่ยวส่งผลให้ได้
ปริมาณน้ำครามน้อย แช่ใบครามสด
ในภาชนะ กดใบครามให้แน่น เติมน้ำ
ให้ท่วมหลังมือแช่ไว้ 10-12 ชั่วโมง
จึงกลับใบครามข้างล่างขึ้นทับส่วน
บน แช่ต่อไปอีก 10-12 ชั่วโมง ใบ
ครามจะถูกสลาย (hydrolyse)ให้
สีคราม (indoxyl) ออกมาอยู่ในน้ำ
ครามได้มากที่สุดในเวลาที่เหมาะสม
เท่านั้น ได้น้ำครามใส สีฟ้าจาง จึง
แยกกากใบครามออก

ก า ร ย้ อ ม ค ร า ม

ผ้าย้อมคราม :
ในขั้นตอนของการย้อมครามจะมีส่วนผสม

อื่นๆขั้นตอนการย้อมที่สืบทอดกันมาแต่
อดีตเพื่อให้ได้ผ้าครามที่สีสวยและสีไม่ตก
หลังจากนั้นก็นำเส้นฝ้ายลงย้อม จะได้เส้น
ฝ้ายสีฟ้าครามสวยงามสีไม่ตก หรือหาก
ต้องการผ้าฝ้ายที่มีลวดลายต่างๆ จะต้อง
ผ่านขั้นตอนของการมัดเพื่อให้ได้ลายที่
ต้องการจะมีทั้งลายที่คิดขึ้นใหม่ ลายที่
สืบทอดกันมา หรือลายที่ประยุคผสมผสาน
กัน เรียกขั้นตอนนี้ว่าการมัดหมี ซึ่งจะต้อง
ใช้ความชำนาญอย่างมาก จึงจะได้ ผ้าย้อม
คราม ที่สีสวยธรรมชาติ

ทอมือคราม

การทอมือ:
เมื่อได้เส้นผ้าฝ้ายแล้วจึงจะนำมาเข้า
ขั้นตอนการทอซึ่งผ้าของเราใช้วิธีการ
ทอมือที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น ถือได้
ว่าเป็นมรดกทางภูมิปัญาที่สืบทอด
กันมายาวนาน

คราม

คราม คือสีย้อมผ้าที่ผลิตจาก
ธรรมชาติและเป็นสิ่งที่มีมูลค่าทาง
จิตใจเพราะครามทำให้ทุกคนมีอาชีพ
ในครัวเรือนจากการทำครามย้อมผ้า
ทำให้ครอบครัวกลับมาอยู่พร้อม
หน้าพร้อมตากัน เพราะในการทำ
ครามต้องอาศัยความร่วมมือซึ่งกัน
และกัน ได้กระชับความสัมพันธ์กัน
มากขึ้น แถมครามยังสามารถสร้าง
ธุรกิจให้กับใครหลายคนประสบ
ความสำเร็จได้อีกด้วยในปัจจุบัน
‘คราม’ ก็ได้เริ่มกลับมามีบทบาทอีก
ครั้ง เพราะวัยรุ่นอย่างเราได้นำ
ครามเข้ามาประยุกต์ใช้ในการ
สร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ มากขึ้น
เช่น การผลิตลวดลายกระเป๋าหนัง
ด้วยสีคราม การเพ้นท์ลายรองเท้า
ด้วยสีคราม เป็นต้น

วิ ธี ก า ร ย้ อ ม ผ้ า ใ น สี
ค ร า ม แ ล ะ ข้ อ ดี

กระบวนการย้อมครามเป็นกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ เพราะมีการใส่ส่วนผสม อาทิ ต้น
คราม ปูนขาว มะขามเปียก กล้วย และอีกมากมาย
โดยมีการวัดค่า PH อยู่ตลอด ในการย้อมผ้าจะเริ่ม
จากการก่อหม้อคราม คนโบราณเค้ามีกฏว่า คนที่
เป็นประจำเดือนห้ามเข้าโรงคราม คนที่แต่งหน้าทา
แป้งก็ห้ามเข้าโรงคราม แต่จริงๆ ผู้ชายหรือผู้หญิง
ก็สามารถเข้าโรงย้อมครามได้หมด ซึ่งการย้อมผ้า
ครามก็คือการเอาผ้าลงไปย้อมในครามแล้วค่อยๆ
บีบน้ำย้อมออกให้หมาดๆ และกระตุกให้เส้นฝ้ายจัด
เรียงเข้าที่ หลังจากนั้นก็ล้างสีครามออกด้วยน้ำฝน
ธรรมชาติ แล้วนำมาตากนั่นเองแต่เคล็ดลับในการ
ย้อมครามให้ได้สีตามที่ต้องการคือ ถ้าเรายิ่งจุ่มผ้า
ลงไปในน้ำครามลึกมากเท่าไหร่ น้ำหนักความเข้ม
ของสีครามก็จะเข้มมากขึ้นเท่านั้น ส่วนข้อดีของ
การสวมใส่เสื้อผ้าที่ถูกย้อมด้วยครามก็คือ ไม่ว่าจะ
ซักผ้ากี่ครั้งสีก็ไม่ซีด ไม่ตก และสามารถป้องกัน
แสงยูวีได้เป็นอย่างดี

ค ว า ม แ ต ก ต่ า ง
ร ะ ห ว่ า ง ก า ร ใ ช้ สี
เ ค มี กั บ ผ ง สี ค ร า ม
ใ น ก า ร ย้ อ ม ผ้ า

ผ้ า ที่ ใ ช้ สี เ ค มี ย้ อ ม จ ะ มี ค ว า ม ร ว ด เ ร็ว
และสะดวกกว่าก็จริงแต่สีเสื้ อจะซีดเร็ว
ม า ก แ ถ ม ไ ม่ มี คุ ณ ภ า พ อี ก ด้ ว ย ใ น ท า ง
กลับกันถ้าใช้สีครามในการย้อมผ้า ต่อ
ให้วันเวลาผ่านไป 20 ปี สีก็จะไม่ซีด
แ ถ ม ถ้ า รัก ษ า ใ ห้ ดี ก็ จ ะ ดู ใ ห ม่ อ ยู่ ต ล อ ด
เวลา ราคาอาจจะสูงหน่อย แต่รับรอง
ว่ า คุ้ ม ค่ า แ น่ น อ น

" แ ต่ อ ะ ไ ร ที่ ทำ ใ ห้ ค น
รุ่ น ใ ห ม่ อ ย่ า ง เ ร า หั น
ก ลั บ ม า ส น ใ จ ค ร า ม
อีกครั้ง"

ค ร า ม เ ป็ น
ม า ก ก ว่ า สี ย้ อ ม ผ้ า

อย่างที่ได้บอกไปในช่วงตอนต้นสำหรับ
ชาวบ้านที่ทำธุรกิจย้อมคราม ครามให้ชีวิต
ครามให้ครอบครัว ครามทำให้พวกเขามี
รายได้และมีอนาคตที่เติบโตอย่างยั่งยืน
เพราะการย้อมครามมันให้อะไรได้มากกว่า
แค่การย้อม มันถือเป็นความสุขที่ยั่งยืน
และมีมูลค่าทางจิตใจในการอยู่ร่วมกับคน
รอบข้างอย่างมีความสุขชวนมาอินกันต่อ
ให้มากขึ้นกับ ‘ห้องเรียนครามสนุกกับครู
ปอ’ คลาสเรียนที่จะทำให้เพื่อนๆ ได้เรียนรู้
และเข้าใจในขั้นตอนของการย้อมคราม
มากกว่าเดิม ติดตามรายละเอียดด้านล่าง
เลย!

ยลวิถีผ้าคราม
เสน่ห์การย้อม
ผ้าจากธรรมชาติ

เยี่ยมชมชุมชนหมู่บ้านทอผ้าคราม ผ้า
ฝ้ายเข็นมือ ย้อมคราม ผ้าย้อมเปลือกไม้
เเละย้อมสีจากธรรมชาติ จากความร่วม
แรงร่วมใจกันของคนในหมู่บ้านที่ยัง
อนุรักษ์การทอผ้าแบบดั้งเดิมเอาไว้ให้ลูก
หลานได้ชื่นชมกันขั้นตอนการทอผ้าฝ้าย
ของกลุ่มบ้านรุณณี เริ่มตั้งแต่การปลูก
ฝ้าย แล้วเก็บดอกฝ้ายมาผ่านขั้นตอน
ต่างๆ อย่างพิถีพิถัดจากนั้นค่อยๆ ถักทอ
ออกมาเป็นผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าห่ม
กระโปรง เสื้อผ้าบุรุษ-สตรี ทำให้เราเห็น
คุณค่าของผ้าแต่ละผืนทีต้องใช้เวลา ใช้
ความอดทน ความประณีต และความตั้ง
อกตั้งใจเป็นอย่างมากจากนั้นเราเดินทาง
ต่อไปยัง ครามสกล เพื่อร่วมกิจกรรม
DIY ออกแบบลายผ้าครามและลงมือทำ
ผ้าครามในสไตล์ของเราเองความน่าสนใจ
ของที่นี่ คือ กิจกรรมเวิร์คช็อปที่ให้เรามี
ส่วนร่วมในทุกๆ ขั้นตอน เริ่มจากการ

เลือกประเภทว่าอยากทำผ้าครามรูปแบบไหน มีให้เลือกระหว่าง ผ้าเช็ดหน้า, ผ้าพันคอ,
ผ้าคลุมไหล่, เสื้อยืดเลือกลายที่เราชอบ แล้วก็ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เริ่มจากพับใน
แบบที่เราต้องการมัดตามจุดต่างๆ แล้วก็ถึงเวลาการย้อม ณ จุดนี้ ไม่ต้องกลัวเปื้ อน
เพราะที่นี่ เตรียมผ้ากันเปื้ อนและถุงมือยางไว้ให้เราเรียบร้อย นำผ้าลงไปจุ่มๆ บีบๆ แล้ว
นำมาพักไว้ แล้วก็นำลงไปจุ่มอีก 3-4 รอบแกะยางแกะเชือกที่ใช้มัดไว้ก่อนหน้านี้ นำไปซัก
ในน้ำเปล่าหลายๆ น้ำ แล้วนำไปตากแดดผึ่งลมแค่นี้ก็ได้ผลงาน DIY ชิ้นเดียวในโลกที่เรา
ทำเองกับมือ มันคือความปลื้มใจอย่างบอกไม่ถูกเลยจริงๆถ้าใครสนใจซื้อกลับไปย้อมเอง
ที่บ้าน ทางร้านก็มีจำหน่าย พร้อม Boxet ที่สวยงามน่าเป็นเจ้าของมากๆแต่ถ้ายังไม่จุใจ
ก็เลือกซื้อสินค้าสำเร็จรูปจากในโชว์รูมได้เลย ดูๆ ไปแล้ว มีทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อ
กระโปรง ผ้าพันคอ หมวก กระเป๋า รองเท้า ไปจนถึงชุดเครื่องนอนกิจกรรมเวิร์คช็อปวัน
นี้สนุกสนานกันมากๆ จนเราเอง ชักจะหลงรักผ้าครามแล้วล่ะสิที่สกลนคร มีสถานที่ทำ
ย้อมครามอยู่หลายที่ รวมถึงร้านเสื้อผ้าที่นำผ้าครามไปวางขายในตลาดใจกลางเมือง นัก
ท่องเที่ยวที่สนใจ จะมีเวลามากหรือน้อยก็สามารถซื้อผ้าย้อมครามติดไม้ติดมือกลับบ้าน
ได้อย่างสะดวกสบาย

รู้เท่าทันผ้าครามในตลาด

หากเราได้เดินตลาดจะพบผ้าย้อมคราม รวมไปถึงเสื้อมัด
ย้อม ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลัก 100 บาทขึ้นไป ซึ่งมีการเคลม
ว่า “ย้อมจากครามธรรมชาติ” จนทำให้เกิดความสงสัยว่า
แล้วผ้าย้อมครามที่ราคาหลัก 1,000 ขึ้น แตกต่างกัน
อย่างไร? ในเมื่อซื้อในหลักร้อยได้ ทำไมต้องยอมจ่ายหลัก
พันด้วย? 

ครามสังเคราะห์ ครามเกล็ดครามผง

เนื่องจาก “สีคราม”​เป็นสีที่นิยม แต่หาก ทำให้ ใช้จำนวนน้อยก็สามารถผลิตได้ครั้งละ
ผลิตตามกระบวนการตามธรรมชาติ ก็ผลิตได้ มาก ๆ ไม่ต้องเปลืองแรง แค่จุ่ม ๆ สีก็เข้ม
น้อย ยุ่งยาก ไม่ทันใช้ในอุตสาหกรรมใหญ่ สวย ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาหมักบ่มคราม แค่
ประเทศเยอรมันนีจึงได้คิดค้น Synthetic แกะซอง ทำละลาย รอสักพัก ก็ย้อมได้เลยค่ะ
Indigo ขึ้นมา ซึ่งเป็นครามสังเคราะห์ หรือที่ (ดูรูปประกอบ) จึงทำให้ต้นทุนต่ำกว่าคราม
บ้านเราชอบเรียกกันว่า “ครามเกร็ด” หรือ ธรรมชาติมาก ต้นทุนก็ถูกกว่าหลายเท่าตัว
“ครามผง” นั่นเอง“ครามสังเคราะห์” ที่ผลิต เลยทีเดียวแต่ข้อเสียคือ การย้อมลักษณะนี้
ขึ้นมาจะมีโครงสร้างโมเลกุล ที่เหมือนกับคราม จะต้องใช้ “โซดาไฟ” ในการทำละลายคราม
ธรรมชาติ จึงได้รับการเคลมอยู่ตลอดว่าจากผู้ เกร็ด ครามผง ซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่างมาก
ผลิต และแม่ค้าว่า “เป็นครามธรรมชาติ” แต่ สามารถกัดผิวหนังได้ จนไหม้เป็นแผลลึกได้
ข้อแตกต่างก็คือ ครามสังเคราะห์จะไม่มีกลิ่น จึงต้องระมัดระวังในการย้อมมาก ๆ ค่ะ ซึ่ง
หอมคราม และมีครามเข้มข้นมากกว่าแบบ ถือว่าค่อนข้างอันตรายหากตกค้างในผ้าที่เรา
ธรรมชาติ ใช้แค่ 1 ใน 3-4 เมื่อเทียบกับ มาใช้สวมใส่อีกด้วย
ปริมาณครามธรรมชาติเท่านั้น

ครามสังเคราะห์ 1.ครามเคมี:  ใช้เวลาเพียง 1 วันในการทำปฎิ
แบ่งเป็น กริยา ผลลัพธ์ก็จะได้ครามที่มีฟองฟอดขึ้นมาด้าน
บน คล้ายกับครามธรรมชาติค่ะ หลังจากนั้นก็
สามารถนำผ้ามาย้อมได้
2.ครามสังเคราะห์: ใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง ในการ
ทำปฎิกริยา แบบนี้จะไม่มีฟองก็สามารถนำผ้ามา
ย้อมได้แล้วค่ะ
ครามแบบนี้มีความเข้มข้นกว่าครามธรรมชาติ 3-
4 เท่า ทำให้ประหยัดมากกว่าครามธรรมชาติ และ
ย้อมง่ายกว่า
  ข้อเสียคือไม่มีกลิ่นหอมคราม และใช้สารเคมี
อย่าง “โซดาไฟ” เป็นตัวทำละลาย

เ นื้ อ ค ร า ม
ธรรมชาติ หรือ
เ นื้ อ ค ร า ม เ ปี ย ก

เนื้อครามเป็นส่วนผสมที่สำคัญในหม้อ
คราม เนื้อครามผลิตมาจาก“ต้นคราม”
(Indigofera) จากส่วนของใบ และกิ่ง ส่วน
วิธีการนำนั้นกินเวลาตั้งแต่ 2-3 วัน ตั้งแต่การ
แช่ครามประาณ 20 ชั่วโมง การแยกกากใบ
คราม การกวนเติมปูนขาว จากนั้นก็นำไปพักไว้
อีก 1 คืน เพื่อรอตกตะกอน และสุดท้ายก็จะได้
เนื้อครามเปียกมาใช้เติมในหม้อครามนั่นเองค่ะ

แต่นี่เป็นเพียงแค่วัตถุดิบเริ่มต้นในการก่อ
หม้อเท่านั้น เมื่อได้เนื้อครามมาแล้ว ก็ต้องไป
รวบรวมวัตถุดิบต่าง ๆ เช่น น้ำด่าง (บางที่ใช้โซ
ดาแอช แต่ Mantra Fabrics เราใช้น้ำด่างที่
ทำมาจากขี้เท่าแท้ ๆ ค่ะ), น้ำสมุนไพร และอื่น ๆ
อีกมาก

ระยะเวลาการก่อหม้อประมาณ2 อาทิตย์ –
1 เดือนเป็นอย่างน้อย ส่วนการย้อม ยิ่งผ้าหนา
อย่างเช่นผ้าฝ้ายทอมือเข็นมืออย่างร้านของเรา
ก็จะย้อมมากกว่า 3 วัน ซ้ำกว่า 20 รอบ เพื่อให้
ได้สีครามที่เข้มสวยค่ะ จึงทำให้ต้นทุนสูงมาก
ต่างจากครามสังเคราะห์ที่ใช้เวลาย้อมไม่กี่
ชั่วโมง

PAGE 1 • GALLIVANT

ข้ อ ดี ข อ ง

คราม

ธ ร ร ม ช า ติ

1.มีกลิ่นหอมคราม (ครามเคมี
จะไม่มีกลินหอมครามค่ะ)

2.ปลอดภัยไร้สารเคมีอันตราย:
ครามไวต่อสารเคมีอย่างมาก หากมี
สารเคมีปนเปื้ อนในผ้า หรือในหม้อ
ครามเพียงเล็กน้อย หม้อครามก็จะเสีย
ได้ ดังนั้น ทุกการย้อมเราจึงต้อง
ควบคุมไม่ให้มีสารเคมีใด ๆ ตกค้างลง
ในผ้า ที่อาจส่งผลให้หม้อครามเสียหาย
ได้

ส่วนทางฝั่ งอินเดีย ก็จะผลิตคราม
ออกมาเป็น Indigo Cake ซึ่งคือ
เนื้อครามที่ผ่านการระเหยของน้ำออก
จนเหลือก้อนแข็ง ๆ ราคารุนแรงมาก
ๆ ค่ะ ก้อนนึงตก (ดูรูปภาพประกอบ)
ซึ่งหลาย ๆ ท่านอาจจะสับสนกับคราม
เกร็ด ก็เป็นไปได้ค่ะ

แต่อย่างไรก็ตามทางร้าน Mantra
Fabrics เราใช้ครามธรรมชาติ ที่ผลิต
จากใบครามแท้ ๆ 100% (เพราะเรา
ย้อมเองค่ะ กลัวสารเคมีอันตราย)
ทำให้ทุกท่านมั่นใจได้เลยว่า ผ้าคราม
ทุกผืนจากทางร้าน ของแท้ แน่นอน

มันคงเป็น "คราม" รัก

ต า ม ห า ‘ ค ร า ม ’ รั ก
กั บ แ บ ร น ด์ ค ร า ฟ ท์ ไ ท ย
ส ไ ต ล์ ค ร า ม ที่ น่ า จั บ ต า ม อ ง

‘ผา้ ย้อมคราม’ ภูมิปัญญาท้องถิ่นของการใช้สีย้อมจากพืชพรรณธรรมชาติที่ถูก
ถ่ายทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เปลี่ยนรูปแบบจากการใช้เพียงในครัวเรือน พัฒนามาเป็นรูป
แบบต่าง ๆ ตามยุคสมัย สามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีสไตล์ไม่แพ้คราฟท์
แบรนด์ดังจากต่างประเทศเลยทีเดียว และสำหรับใครที่หลงใหลในโทนสีของคราม ชื่น
ชอบผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับครามแล้วล่ะก็ได้รวบรวมแบรนด์ครามฝีมือคนไทยมาให้ตามไป
ช้อปด้วย ส่วนจะเป็นแบรนด์ไหน มีดีไซน์สวย แปลกใหม่ ชวนให้ตกหลุมรักอย่างไรบ้าง
ไปติดตามพร้อม ๆ กันเลย

1 . ภู ค ร า ม
(BHUKRAM)

ร้านผ้าครามที่ปักด้วยดอกไม้และความ
ตั้งใจของผู้หญิงภูพาน จังหวัดสกลนคร โดย
เริ่มต้นจากการเป็นแบรนด์ผ้าพันคอและ
เสื้อผ้าลายดอกไม้ของ คุณมะเหมี่ยว-ปิลันธน์
ไทยสรวง ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากดอกไม้ใน
ป่าภูพาน เป็นแบรนด์เล็ก ๆ ที่เลือกใช้กรรมวิธี
ตามแบบอย่างที่ชาวภูพานทำเองทุก
กระบวนการ ตั้งแต่ปลูกและทอฝ้าย ย้อมสี
ธรรมชาติ ไปจนถึงปักลวดลายและตัดเย็บเป็น
เสื้อผ้า จุดเด่นของแบรนด์คือลายดอกไม้เล็ก
ๆ ที่ถูกถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากอุทยานแห่ง
ชาติภูพาน ภูเขาบ้านเกิดมาปักเป็นลวดลาย
สวยงาม ตัดกับสีฟ้าคราม น้ำเงินคราม ในรูป
แบบที่ไม่เหมือนใคร




Click to View FlipBook Version