โครงงานเรื่อง อุตสาหกรรมแฟชั่น
จัดทำโดย
นายณัฏฐกิตติ์ อินทรสวาท เลขที่1 ม.5/8
นายชนันธร สังข์แก้ว เลขที่2 ม.5/8
นางสาวชินานาง เพ็ชรรักษ์ เลขที่14 ม.5/8
นางสาวสุรภา ขาวคง เลขทีี่21 ม.5/8
นางสาวมุทิตา วิปุระ เลขที่24 ม.5/8
นางสาวจิดาภา พลาวุฒิวดี เลขที่33 ม.5/8
เสนอ
ครูรตนชยธรลภณ วงศ์แก้วมูล
วิชา การสื่อสารและ
การนำเสนอ(IS2)
ปีการศึกษาที่2564 ภาคเรียนที่ 2
โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ภูเก็ต
ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม
บรมราชกุมารี
คำนำ
รายงานเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชา การ
สื่อสารและการนำเสนอ(IS2) ชั้น มัธยมศึกษาปีที่5 เพื่
ให้ได้ศึกษาหาความรู้ในเรื่อง อุตสาหกรรมแฟชั่น และได้
ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่ อเป็ นประโยชน์กับการเรียน
ผู้จัดทำหวังว่ารายงานเล่มนี้จะเป็ นประโยชน์กับผู้
อ่าน หรือนักเรียน นักศึกษา ที่กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่
หากมีข้อแนะนำหรือข้อผิดพลาดประการใดคณะผู้จัดทำ
ขอน้ อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
วันที่จัดทำ
วันที่19 กุมภาพันธ์ 2565
สารบัญ
วัตถุประสงค์
เพื่อค้นคว้าหาข้อมูลที่จะนำเอาความสวยงามในสมัย
ยุควิคตอเรียมาปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยปั จจุบัน
เกิดเป็ นสไตล์การแต่งตัวที่ดูดีและมีความหลากหลาย
มากขึ้นเพื่อตอบโจทย์คนสมัยใหม่และยังคง
เอกลักษณ์ความสวยงามนั้นไว้
แฟชั่นที่สนใจ
Poem
ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์โพเอม (POEM) คือ
คุณ ฌอน ชวนล ไคสิริ ก่อตั้งในปี ค.ศ.2006 หรือ
พ.ศ.2549 คุณฌอน ได้เคยกล่าวไว้ว่า "ผู้หญิงทุกคนมี
ความสวยของตัวเอง ความสวยเป็นนามธรรมที่จับ
ต้องไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่พิสูจน์ได้ว่าความงามนั้นมีอยู่
จริงคือ ความมั่นใจ” ซึ่งตัวคุณณอนได้นำความรู้ที่
เรียนด้านสถาปั ตยกรรมจากจุฬาลงกรณ์มาผสมผสาน
กับการออกแบบแฟชั่น ด้วยแพชชั่นที่มีทำให้สร้างสรร
ชุดสวยๆ มีเอกลักษณ์มาแล้วมากมาย ทั้งยังได้แรง
บันดาลใจจาก Christian Dior และ Chanel
ลักษณะของชุด
ชุดของ POEM จะมีเอกลักษณ์ที่นับเป็น DNA ของ
แบรนด์ เรียกว่า Second Line ลากจากวงแขนมายัง
สะโพกเป็นทรงนาฬิกาทราย รวมถึงการฝังคอร์เซ็ต
แบบ Boning เพื่อกระชับรูปร่างให้เอวคอด สะโพก
ผายออก แต่จะมีเพียง 5% เท่านั้นที่ใช้คอร์เซ็ทเต็ม
รูปแบบ โดยส่วนใหญ่เป็นชุดราตรีสำหรับเดินพรมแดง
แฟชั่นวิคตอเรีย
ประกอบด้วยแฟชั่นต่างๆ และกระแสนิยมใน
วัฒนธรรมอังกฤษที่เกิดขึ้นและพัฒนาขึ้นในสหราช
อาณาจักรและจักรวรรดิอังกฤษตลอดยุควิกตอเรีย
ประมาณช่วงทศวรรษที่ 1830 ถึง 1890 ในยุคนั้น
แฟชั่นมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งรูปแบบ
เทคโนโลยีแฟชั่น และวิธีการจัดจำหน่าย การ
เคลื่ อนไหวที่หลากหลายในด้านสถาปั ตยกรรม
วรรณคดี และมัณฑนศิลป์และทัศนศิลป์ตลอดจนการ
รับรู้ที่เปลี่ยนแปลงไปของบทบาททางเพศแบบดั้งเดิม
ก็มีอิทธิพลต่อแฟชั่นเช่นกัน
ลักษณะของชุด
ในสมัยยุควิกตอเรียลักษณะการแต่งตัวของผู้หญิง
เริ่มเปลี่ยนไปจากชุดเรียบร้อยสวยงามของรีเจนซี่หรือ
กระโปรงสุ่มโครงกว้างแบบเก่าไม่ใช่ความสวยงามใน
อุดมคติอีกต่อไป กลายเป็นเซตคอร์เซตรัดเอว
ประกอบกับรูปร่างอวบแน่นในช่วงหน้ าอกและบั้นท้าย
นำมาสู่ชุดที่เราคุ้นตากันดีกับความเอวคอดของเสื้อแต่
แฝงไปด้วยสัดส่วนที่เผื่อสำหรับปรับหน้ าอก
แนวการแต่งตัวของวัยรุ่นในยุคปั จจุบัน
สตรีทแฟชั่น
คือ การแต่งตัวแบบจับต้องได้หาใส่ได้ง่ายไม่ต้อง
คิดมาก สามารถนำเสื้อผ้าไม่ว่าจะถูกหรือแพงมา Mix
and Match ได้ เช่น นำกางเกงยีนส์มาใส่กับเสื้อเชิ๊ตสี
พื้น เพิ่มพร็อบเป็นรองเท้าผ้าใบอีกคู่ก็ได้ลุคเท่ๆออก
ไปเดินเล่นช็อปปิ้งได้แล้ว เป็นสไตล์การแต่งตัวที่
เหมาะกับเมืองไทยเอามากๆ
แฟชั่นโลลิต้า
ได้รับอิทธิพลจากเสื้อผ้าของเด็กในยุควิคตอเรีย
หรือที่รู้จักกันดีกับเสื้อผ้าในยุค Rococo แฟชั่นโลลิต้า
ถูกเติมแต่งให้เป็ นแฟชั่นที่มีเอกสักษณ์โดยการเพิ่มลุค
แบบโกธิคและส่วนประกอบตามแบบต้นตำรับเข้าไป
ด้วยเหตุนี้ แฟชั่นโลลิต้าจึงจัดเป็นสไตล์แฟชั่นย่อยๆ
และนำไปสู่การก่อตัวเป็นสังคมย่อยๆ ในญี่ปุ่น ความ
เป็ น
ระบบเศรษฐกิจโลก
ระบบเศรษฐกิจในโลกแบ่งกว้าง ๆ ได้เป็น 2 ขั้ว
คือ ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม และระบบเศรษฐกิจ
แบบสังคมนิยม
ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย
นั้นก็เป็นแบบผสมเช่นเดียวกัน กล่าวคือ เอกชน มี
เสรีภาพในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจมาก และ
สามารถเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตได้ ยกเว้นแค่
เฉพาะบางกิจกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับความจำเป็ น
ขั้นพื้นฐานหรือที่มีผลกระทบ ต่อส่วนรวมมาก เช่น
ระบบสาธารณูปโภค (การประปาและการไฟฟ้ า) การ
ขนส่งสาธารณะ หรือการ ปิโตรเลียม ดังนั้น ระบบ
เศรษฐกิจของไทยนอกจากจะมีทั้ง
ลักษณะเด่นของระบบเศรษฐกิจแบบผสม
คือ ภาคเอกชนมีเสรีภาพเต็มที่ในการทากิจกรรม
ทางเศรษฐกิจและสามารถถือครองปั จจัยทางการผลิต
ได้อย่างเสรี แต่รัฐก็สามารถเข้าแทรกแซง การแข่งขัน
หรือการทางานของกลไกตลาดได้เมื่ อมีเหตุจำเป็ น
ทั้งนี้ “เหตุจำเป็น” ที่รัฐจะสามารถเข้าแทรกแซงได้
คืออะไรจะแตกต่างกันไปตามแต่มุมมอง วัฒนธรรม
และค่านิยมของแต่ละประเทศ
ตลาด-กลไกตลาด
ตลาด (Market) หมายถึง การตกลงซื้อขายสินค้า
หรือบริการ ไม่ใช่เฉพาะสถานที่ ที่มีกิจกรรมการซื้อ
ขายเกิดขึ้น แต่หมายถึงตัวกิจกรรมการแลกเปลี่ยน
ซื้อขายที่อาจเกิดขึ้นที่ใดก็ได้ ไม่จำเป็นว่าผู้ซื้อและผู้
ขายจะต้องเจอหน้ ากัน ตลาดมีส่วนประกอบสำคัญอยู่
3 ส่วน คือ
(1) สินค้า/ บริการที่ซื้อขาย
(2) อุปสงค์
(3) อุปทาน
หากต้องการทราบว่าตลาดทางานอย่างไร สิ่งที่จะต้อง
ระบุให้ได้เป็นลำดับแรก คือ ตลาดนี้ซื้อขายอะไร2
อย่างไรก็ตาม วิธีการนิยามตลาดและสินค้า/บริการ มี
หลายวิธีและมีรายละเอียดที่เกี่ยวข้องค่อนข้างมาก
และซับซ้อน ถ้านำมากล่าวในที่นี้อาจทาให้เป้ าหมาย
การอธิบาย ความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายและ
เศรษฐศาสตร์ไขว้เขวได้ ในที่นี้จึงขอสรุปสั้นๆเพียงว่า
ก่อนที่จะเข้าใจว่าตลาดหนึ่ งมีกลไกการทางานอย่างไร
จะต้องมีการนิยามสินค้า/บริการที่ซื้อขายในตลาด ที่
ถูกต้องชัดเจนเสียก่อน เพราะหากเราไม่ทราบว่า
สินค้า/บริการที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนนั้น คืออะไร
เราจะตอบไม่ได้ว่าผู้ขายและผู้ซื้อคือใครบ้าง
อุปสงค์ (Demand) หากใช้ภาษาง่าย ๆ ก็คือ ความ
อยากซื้อสินค้าและมีกำลัง พอที่จะซื้อสินค้านั้นได้จริง
ๆ แต่ถ้าให้อธิบายตรงตามวิชาเศรษฐศาสตร์ อุปสงค์
จะหมายถึง จำนวน ของสินค้าที่ผู้บริโภคอยากจะซื้อ
และมีกำลังซื้อได้ในราคาใดราคาหนึ่ง ณ เวลาใดเวลา
หนึ่ ง
(at a given price at a given time)
อุปทาน (Supply) คือ ความอยากจะขายสินค้านั้น
และสามารถขายสินค้านั้นได้จริง ๆ (ผลิตได้จริง/มีของ
ในสต็อก)
ถ้าอธิบายตามวิชาเศรษฐศาสตร์ อุปทาน จะหมายถึง
จำนวนของสินค้า ที่ผู้ขายอยากจะขายและสามารถ
ขายได้ในราคาใดราคาหนึ่ง ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง
อุปสงค์และอุปทานจะมีการทำงานที่เกี่ยวพันกันเสมอ
เพียงเพราะอุปสงค์มีปริมาณมาก มิได้แปลว่าราคา
สินค้าจะเพิ่มขึ้นเสมอไป หรือเมื่อสินค้าราคาแพงขึ้น ก็
อาจไม่ได้มีสาเหตุมาจากการคลัง การผลิตที่ลดลง ดัง
นั้นการวิเคราะห์การทำงานของตลาด จึงจำเป็นต้อง
ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากทั้งฝั่งผู้ซื้อและฝั่งผู้ขาย
ไปพร้อม ๆ กัน ไม่สามารถพิจารณา 2 ส่วนนี้แยกออก
จากกันได้ เนื่องจากการปรับขึ้นลงของราคาสินค้า/
บริการในตลาด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของฝั่งผู้
ซื้อหรือฝั่งผู้ขาย แค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น เมื่อมีคน
อยากซื้อก็จะมีคนอยากขาย และเมื่อสองฝ่ายมาพบ
กันก็จะเกิด การเจรจาต่อรองเพื่อให้ได้สินค้า/บริการ
ในราคาที่รับได้กันทั้งสองฝ่ าย
การปรับตัวของตลาดเพื่อไปยังจุดดุลยภาพจุดใหม่
ก็คือกระบวนการ “เจรจาต่อรอง ราคา” ระหว่าง
อุปสงค์และอุปทานดังที่กล่าวถึงในตัวอย่างข้างต้น
ทว่าการเจรจาต่อรองราคานี้ ไม่ได้หมายถึงการประชุม
พูดคุยหรือการต่อราคาแบบที่เราพบเห็นในตลาดนัด
แต่หมายถึงการทางาน ของอุปสงค์และอุปทานใน
ตลาดที่มีลักษณะเป็นการถ่วงดุล push-pull ระหว่าง
ความอยากซื้อ และความอยากขาย
การตั้งราคาเสื้อผ้า
กลยุทธ์ตั้งราคาที่ดีที่สุด มาจากส่วนผสมของ ‘การ
คำนวณงบกำไรขาดทุน’ และ ‘ดูราคาในตลาดที่ลูกค้า
พร้อมที่จะจ่าย’ ซึ่งก็มีหลายวิธีที่เรานำมาใช้ตั้งราคา
เสื้อผ้าแฟชั่นได้ ยกตัวอย่างเช่นการตั้งราคาบวกกำไร
หรือ ‘มาร์ค อัพ’
(Mark Up)
การตั้งราคาบวกกำไร
เป็ นกลยุทธ์ที่มีมานานแล้วในตลาดเสื้ อผ้าแฟชั่น
ส่วนมากจะใช้วิธี ‘บวกกำไร 100%’ เท่ากับว่าราคา
สินค้าจะมากกว่าราคาที่คุณรับมาสองเท่า วิธีมันเรียบ
ง่าย แต่เห็นผล เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีสินค้าหลาย
ชนิด เพราะจะให้เรามาตั้งราคาเฉพาะแต่ละชุดมันก็
ปวดหัวน่าดู ‘บวกกำไร 100%’ ทำได้ง่ายจริง
การขายของออนไลน์
1.ต้องรู้ก่อนว่าอยากขายอะไร
สิ่งแรกเลยก่อนที่คุณจะเริ่มต้นการขายของออนไลน์
คือต้องรู้ก่อนว่าคุณอยากขายอะไร ซึ่งอาจจากการดูว่า
ตัวคุณนั้นชอบอะไร หรือสามารถทำอะไรได้ดี
2.แหล่งหาสินค้าจากไหน
เมื่อคุณรู้แล้วว่าคุณอยากขายอะไร อย่าลืมคิดด้วยนะ
ครับว่าจะหาสินค้าเหล่านี้มาขายได้จากไหน
3.วิเคราะห์ตลาด
เมื่อรู้แล้วว่าอยากจะขายอะไรและสามารถหาของนั้น
ได้ที่ไหนแล้ว ต่อมาให้ลองกลับมามองที่กลุ่มเป้ า
หมายหรือตลาดที่เรากำลังเข้าไป ว่าเหมาะกับสินค้า
ของเราหรือเปล่าหรือสินค้านั้น ๆ มีคนขายอยู่มากแล้ว
ในตลาดก็อาจจะยากต้องทำการตลาดแข่งขันกับร้านที่
ขายของแบบเดียวกัน แต่เป็นเจ้าเก่าที่อยู่มานานหรือ
อาจจะต้องสร้างความแปลกใหม่ หรือจุดขายให้ลูกค้า
จดจำร้านเราได้เพื่อเรียกลูกค้า
4.เลือกช่องทางที่เหมาะกับสินค้า
วิเคราะหฺ์ตลาดเสร็จแล้ว อย่าลืมเลือกช่องทางที่เหมาะ
สมในการโปรโมทร้านของคุณ และเป็นช่องทางที่กลุ่ม
เป้ าหมายของคุณใช้เป็นประจำ เช่น คุณขายสินค้า
เกี่ยวกับศิลปิ นเกาหลีช่องทางที่คุณควรใช้ก็คงไม่ใช่
เฟสบุ๊คอย่างร้านอื่น ๆ แต่อาจจะต้องเป็นทวิตเตอร์
เพราะอย่างที่เราทราบกันว่ากลุ่มแฟนคลับนั้นมักจะ
ตามข่าวและเล่นทวิตเตอร์กันเป็ นส่วนใหญ่
การออกแบบโลโก้
ตัวอย่างชุด
Tropical Dress
Fondant Step
Workie Woman
Snow Fairy
Sweet Dream
Mi Lady
อ้างอิง
https://th.wikihow.com
http://www.wecosplay.com/lolita-fashion-
https://netsepia.com
Lawrefrom.go.th
Dress-th
Shein
Dress-th.thichinfus.com
https://thaiwinner.com/clothing-price/
https://sites.google.com/view/onlinestep