หงส์แดง คือ ไฟ
• ทิศขา้ งหนา้ เป็นโชคลาภ
เป็นสิ่งดีๆท่ีเขา้ มา
เขา้ มาจากการรูจ้ กั อะไรครบั
รูจ้ กั การแสวงหา
เพราะไฟมีลกั ษณะลกุ โชน พงุ่ ขนึ้
อนั นีต้ าราจีนโบราณเขียนไว้ ไมไ่ ดพ้ ดู เองนะ
สุดทา้ ยคือความมง่ั คงั่ คือ น้า
เพราะเม่ือก่อนสงั คมเกษตร
ใครจดั การบรหิ ารนา้ ได้ ถือวา่ ย่งิ ใหญ่หละ
• สมัยนี้ ตามหลักฮวงจุ้ย
นา้ คอื คลนื่ และการสอ่ื สาร
กเ็ หน็ ไหม พวกบรษิ ัทการส่อื สารตดิ ตอ่ รา่ รวยกนั
ท่ีเขาวา่ นา้ คือม่งั ค่งั
เพราะหลักการหา้ ธาตุจนี บอก นา้ หนนุ ไมค้ รบั
อปุ มาคนเราเป็นด่งั ธาตไุ ม้
นา้ เลยยอ่ มตอ้ งหนนุ นา
เป็นความม่งั ค่งั อยเู่ บือ้ งหลงั เรา หนนุ เรา
• พดู ซะยืดยาว
ผมไมไ่ ดบ้ อกใหเ้ ช่ือสานกั ท่ีแบง่ บา้ นแบบงา่ ยๆแบบนีน้ ะ
เพียงแตเ่ ราหาความรูไ้ วก้ ไ็ มเ่ สียหาย
เอาไวเ้ พ่ือประดบั สมอง
เลือกส่งิ ท่ีดีท่ีสดุ ใหช้ ีวิต
• https://bit.ly/3OC2Kjo
ฤดูกาลท้งั 5 ของจนี
• หลกั อภิปรชั ญา 5 ธาตนุ ี้
มีการอธิบายปรากฏการณข์ องปฏิกิรยิ าผา่ นฤดกู าลตา่ งๆของจีน
ซง่ึ ตามท่ีเราเขา้ ใจวา่ มีเพียง 4ฤดกู าล
แตค่ วามเป็นจรงิ มี 5 ฤดกู าล
ซง่ึ ทฤษฎีนีถ้ กู นามาใชม้ ากท่ีสดุ
โดยเฉพาะการแพทยแ์ ผนจีน และโหราศาสตรจ์ ีนแขนงตา่ งๆ
เพ่ืออธิบายความสมั พนั ธข์ องพลงั ธาตทุ งั้ 5
• https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-21-50/2016-09-26-02-33-02/73-2010-01-16-14-52-47/1609-5-4-5-5.html
โดยฤดูกาลท้งั 5 มีดงั น้ี
1. 木为春
ธาตไุ ม้ / ฤดใู บไมผ้ ลิ = (72 วนั )
เป็นระยะเวลาของการเจรญิ เติบโตและความมีชีวิตชีวา
พืชพนั ธุแ์ ละสตั วต์ า่ งๆก็จะเรม่ิ เตบิ โตในชว่ งนี้
ซง่ึ เรยี กว่า ฤดใู บไมผ้ ลิ
เป็นผคู้ วบคมุ การกอ่ กาเนิด(春主生)
2. 火为夏
ธาตไุ ฟ / ฤดรู อ้ น = (72 วนั )
เป็นระยะเวลาของการผลดิ อกออกผลท่ีเตม็ ไปดว้ ยพลงั งาน (ไฟ )
ซง่ึ เรยี กวา่ ฤดรู อ้ น
เป็นผคู้ วบคมุ การเจรญิ เติบโต (夏主长)
3. 土为季夏
ธาตดุ นิ /ฤดรู อ้ นยาว = (72 วนั = 4 x 18
(4 ฤดนู บั เฉพาะช่วงเปล่ยี นผ่าน x แตล่ ะฤดู 18วนั )
ในระหวา่ งระยะเวลาการเปล่ยี นผา่ นฤดกู าล
หรอื เรยี กวา่ ”ฉางเซ่ีย长夏” หรอื 季夏
(Late Summer ปลายฤดรู อ้ นหรอื ฤดรู อ้ นช่วงยาว)
- เป็นระยะเวลาของท่ีเก่ียวขอ้ งกบั
การปรบั ระดบั และการรองรบั (การดแู ลรกั ษา) ผลผลติ
ซง่ึ เรยี กวา่ ฤดรู อ้ นยาว เป็นผคู้ วบคมุ การดแู ลรกั ษา(季夏主养)
แตใ่ นบางทรรศนะ
ถือเอาเฉพาะเดือน 6 ตามจนั ทรคติจีน
นบั เป็นฤดู ”ฉางเซ่ีย长夏”
ในคมั ภีร《์ 素问·藏气法时论》
อธิบายวา่ “长夏,谓六月也。夏为土母,土长干中,
以长而治,故云长夏。”
ฤดฉู างเซ่ีย เป็นเดือน 6 (ซง่ึ )ฤดรู อ้ นถือเป็นมารดาแหง่ ธาตดุ ิน
ดนิ เติบโต(จะ)แหง้ ผาก (จาเป็น)ตอ้ งใช(้ เวลา)รกั ษาเลยี้ งดู
(ช่วงนี)้ นบั เป็นฤดฉู างเซ่ีย
4. 金为秋
ธาตทุ อง / ฤดใู บไมร้ ว่ ง = (72 วนั )
เป็นระยะเวลาของการเกบ็ เก่ียวพืชพรรณ
ตน้ ไมก้ ็จะผลติ เมลด็ พนั ธุอ์ อกมาจากฤดกู อ่ นหนา้
และตน้ ไมต้ า่ งๆกจ็ ะสลดั ใบทงิ้ ไป เพ่ือกกั เกบ็ ความชืน้ เอาไว้
ซง่ึ เรยี กวา่ ฤดใู บไมร้ ว่ ง
เป็นผคู้ วบคมุ การเกบ็ เก่ียว/กกั เกบ็ (秋主收)
5. 水为冬
ธาตนุ า้ / ฤดหู นาว = (72 วนั )
เป็นระยะเวลาของการพกั ผ่อนและการเกบ็ รกั ษา
ตน้ ไมต้ า่ งๆกจ็ ะหยดุ น่ิงไมเ่ จรญิ เติบโต
ซง่ึ เรยี กวา่ ฤดหู นาว
เป็นผคู้ วบคมุ การเกบ็ ซอ่ น/เก็บรกั ษา(冬主藏)
ปฏิกริ ิยาธาตุ 5 กบั วงจรการก่อเกดิ ฤดูกาลท้งั 4
ในการก่อเกดิ และขับเคลอ่ื นของวงจรปฏกิ ริ ิยา 5 ธาตุนี้
ถูกนามาอธบิ ายปรากฏการณข์ องการก่อเกดิ
ผลัดเปลย่ี นและหมุนเวยี นของฤดกู าลทงั้ 4
ซงึ่ ก่อให้เกดิ ความร้อน-เยน็ , ความแหง้ -ความชนื้ ,
กลางคนื -กลางวนั ,
เวลาสัน้ -ยาว ในฤดกู าลตา่ งๆทแ่ี ตกตา่ งกัน
• โดยมีปรากฏการณข์ องปฏิกิรยิ า 5 ธาตุ
แสดงถงึ พลงั งานจากจดุ สงู สดุ ลงไปหาจดุ ต่าสดุ
และจากจดุ ต่าสดุ ไปหาจดุ สงู สดุ
เกิดการผนั แปรไมส่ นิ้ สดุ
• และก็จะเกิดปฏิกิรยิ า 5 ธาตุ
ซง่ึ มีทงั้ ในดา้ นจดุ สงู สดุ และต่าสดุ ในขณะเดียวกนั
ซง่ึ เป็นหลกั การท่ีก่อใหเ้ กิดพลงั ย่งิ ใหญ่ท่ีไมม่ ีท่ีสนิ้ สดุ (生杀大权)
โดยมี 6 ปฏิกิรยิ ายอ่ ย
คือ 1.เขม้ แข็ง 2.ออ่ นแอ 3.รว่ มกนั
4.หยดุ พกั 5.กกั เก็บ 6.สญู สลาย
(旺,衰,相,休,囚,死 )
春ฤดูใบไมผ้ ลิ ( เริ่มจากสารท ล่ีชุน 立春 )
• ธาตไุ มม้ ีพลงั สงู สดุ และเป็นฤดแู หง่ ธาตไุ ม้
ธาตดุ นิ มีพลงั ต่าสดุ เพราะถกู พฆิ าตโดยธาตไุ ม้
夏ฤดูร้อน (เร่ิมจากสารท ล่ีเซี่ย 立夏)
• ธาตไุ ฟมีพลงั สงู สดุ และเป็นฤดแู หง่ ธาตไุ ฟ
ธาตทุ องมีพลงั ต่าสดุ เพราะถกู พฆิ าตโดยธาตไุ ฟ
秋ฤดูใบไมร้ ่วง (เร่ิมจากสารท ล่ีชิว 立秋)
• ธาตทุ องมีพลงั สงู สดุ และเป็นฤดแู หง่ ธาตทุ อง
ธาตไุ มม้ ีพลงั ต่าสดุ เพราะถกู พิฆาตโดยธาตทุ อง
冬ฤดูหนาว (เร่ิมจากสารท ลี่ตง立冬)
• ธาตนุ า้ มีพลงั สงู สดุ และเป็นฤดแู หง่ ธาตนุ า้
ธาตไุ ฟมีพลงั ต่าสดุ เพราะถกู พฆิ าตโดยธาตนุ า้
• https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-21-50/2016-09-26-02-33-02/73-2010-01-16-14-52-47/1609-5-4-5-5.html
อกั ษรภาพจีน
• อกั ษรจีนเป็นอกั ษรท่ีมีความแปลกท่ีสดุ ในโลก
เพราะอกั ษรจีนจะเป็นอกั ษรภาพ
เป็นตวั อกั ษรท่ีเกิดจากการสงั เกตรูปรา่ งลกั ษณะของธรรมชาติ
แลว้ นารูปรา่ งนนั้ มาเขียนเป็นตวั หนงั สือ
• ดงั นนั้ อกั ษรจีนจงึ มีลกั ษณะเป็นคา
หน่งึ คาตวั อกั ษรกค็ ือหนง่ึ ความหมาย
ไมเ่ หมือนอยา่ งภาษาไทยหรอื ภาษาองั กฤษท่ีเป็นแบบสะกด
หนง่ึ คาจะตอ้ งเกิดจากการใชต้ วั อกั ษรหลายตวั รวมเขา้ ไวด้ ว้ ยกนั
ถงึ แมเ้ ราจะไมร่ ูค้ วามหมายของคานนั้
แตเ่ รากย็ งั สามารถอา่ นออกเสียงจากการสะกดได้
• แตภ่ าษาจีนจะไมเ่ ป็นเช่นนนั้
เน่ืองจากเป็นอกั ษรภาพ
ตอ่ ใหเ้ ราไดเ้ หน็ ตวั หนงั สือกย็ งั ไมส่ ามารถอ่านออกเสยี งได้
• ดงั นนั้ ในระบบภาษาของภาษาจีน
จงึ ตอ้ งมีวธิ ีการอา่ นออกเสียงกากบั อีกระบบหน่งึ
และระบบการอา่ นออกเสียงท่ีมีการใชก้ นั อยา่ งแพรห่ ลายในปัจจบุ นั
จะมีอยสู่ องระบบ
• ระบบแรกคือ “ระบบจอู้ นิ (注音)”
ซง่ึ เป็นระบบท่ีมีการใชก้ นั อยา่ งแพรห่ ลายท่ีไตห้ วนั
อีกระบบหน่งึ คือ “ระบบพินอนิ (拼音)”
เป็นระบบท่ีมีการใชก้ นั อยา่ งแพรห่ ลายท่ีประเทศจีน
ระบบพนิ อิน
• เป็นระบบการออกเสียงท่ีประยกุ ตจ์ ากระบบการออกเสียงของภาษาองั กฤษ
ดงั นนั้ จงึ ทาใหผ้ เู้ รยี นสามารถเรยี นรูร้ ะบบการออกเสียงไดใ้ นเวลาอนั รวดเรว็
ขอยกตวั อยา่ งการออกเสยี งคาวา่ อนิ หยาง คือ “อิน” ภาษาจีนคือ “陰”
การเขียนออกเสียงโดยระบบพนิ อินคือ “Yin” อา่ นวา่ “อิน”
สว่ นหยางนนั้ ภาษาจีนคือ “陽”
การออกเสียงโดยระบบพนิ อินคือ “Yang” อา่ นวา่ “หยาง”
• ดงั นนั้ อินหยาง
หรอื ท่ีภาษาจีนเขียนวา่ “陰陽” นนั้
ในทางระบบพินอิน
จะกากบั การออกเสยี งว่า “Yin Yang”
เม่ือคนจีนเหน็ พนิ อนิ วา่ “Yin Yang”
กจ็ ะสามารถอา่ นออกเสยี งไดใ้ นทนั ทีวา่ “อนิ หยาง”
• แตค่ าดวา่ คนไทยท่ีไมเ่ ขา้ ใจระบบการออกเสียงพนิ อินนี้
เม่ือเหน็ คาวา่ Yin Yang
กจ็ ะออกเสยี งตามวธิ ีการออกเสียงของเราวา่ หยนิ หยาง
ซง่ึ เป็นการออกเสยี งท่ีผดิ
และทาใหเ้ ราใชผ้ ิดตราบจนทกุ วนั นี้
ปรัชญาอินหยาง
• เป็นปรชั ญาท่ีเกิดขนึ้ จากการสงั เกตธรรมชาติของเหลา่ นกั ปราชญ์
ดว้ ยเพราะนกั ปราชญแ์ ตโ่ บราณครนั้ ไดเ้ หน็ ความหลากหลายของธรรมชาติแลว้
กม็ ีความพยายามท่ีจะคน้ หาตน้ กาเนิดของธรรมชาตทิ ่ีมีความหลากหลาย
เหลา่ นี้ ครนั้ เม่ือสงั เกตดคู วามหลากหลายของธรรมชาติแลว้ ก็พบว่า
ทกุ สิง่ ทกุ อย่างลว้ นมีความเป็นลกั ษณะสองขวั้ ทงั้ สนิ้
ยกตวั อยา่ งเชน่ ชาย-หญิง รอ้ น-หนาว สรุ ยิ นั -จนั ทรา สงู -ต่า รวย-จน เป็นตน้
ในเม่ือทกุ สิ่งทกุ อยา่ งบนโลกลว้ นมีลกั ษณะเป็นสองขวั้
ดงั นนั้ นกั ปราชญแ์ ตโ่ บราณจงึ ไดก้ าหนดนามใหก้ บั ปรากฏการณน์ ีว้ า่ อนิ หยาง
• ทกุ สิ่งทกุ อยา่ งในโลกนีล้ ว้ นหนีไมพ่ น้ วฏั จกั รแหง่ อินหยาง
• ดงั นนั้ คาอธิบายปรากฏการณธ์ รรมชาตทิ งั้ หมดของจีน
ไมว่ า่ จะเป็นเรือ่ งของโหราศาสตร์
ท่ีดเู รอ่ื งตน้ ไม้ ภเู ขา ลาธาร ท่ีเรารูจ้ กั กนั ในนามวา่ ฮวงจยุ้
หรอื ปรชั ญาดาราศาสตรท์ ่ีขงเบง้ ใชใ้ นการดดู าวแลว้ รูค้ วามเป็นไปของอดีต
ปัจจบุ นั และอนาคต หรอื กระท่งั ปรชั ญาทางการแพทยท์ ่ีศกึ ษาระบบการทางาน
ของรา่ งกายมนษุ ย์ หรืออีกหลาย ๆ แขนงปรชั ญา
ก็ ลว้ นหนีไมพ่ น้ ปรชั ญาอินหยางนีท้ งั้ สนิ้
ดว้ ยเพราะจกั รวาลท้งั หมดลว้ นถูกขบั เคลื่อนดว้ ย
ระบบของอินหยางนนั่ เอง
• ปรชั ญาอนิ หยาง สามารถอธิบายใหจ้ บไดด้ ว้ ยรูปภาพ 2.2
ในรูปนนั้ มีลกั ษณะวงกลม วงกลมเป็นตวั แทนของเตา๋
ซง่ึ หมายถงึ สภาวะท่ีอยเู่ หนืออินและหยาง คอื ไมม่ ีการผนั แปรเกิดดบั
และภายในเตา๋ หรอื วงกลมนนั้ จะเหน็ รูปท่ีมีลกั ษณะคลา้ ยปลาสองตวั
โดยสีขาวเป็นตวั แทนของหยาง สีดาเป็นตวั แทนของอิน
ส่วนทม่ี พี นื้ ทสี่ ขี าวมากสุด หมายถงึ มคี วามเป็ นหยางมากทสี่ ุด
ในทางตรงกันข้าม ส่วนทเ่ี บยี ดกับส่วนทม่ี พี นื้ ทส่ี ขี าวมากทสี่ ุดนั้น
คอื ส่วนทม่ี พี นื้ ทส่ี ดี าน้อยทส่ี ุด
หมายความว่า เมอ่ื หยางมากสุด อนิ กจ็ ะน้อยทส่ี ุดน่ันเอง
• เม่ือเขา้ ใจความหมายของภาพดงั นีแ้ ลว้ ก็จะรูไ้ ดว้ า่
เมอ่ื หยางมากสุด อนิ ยอ่ มต้องน้อยทสี่ ุด
เมอ่ื อนิ น้อยสุด หยางยอ่ มตอ้ งมากทส่ี ุด
และในระหว่างทห่ี ยางค่อย ๆ ลดน้อยถอยลงนั้น
อนิ กจ็ ะค่อย ๆ เพม่ิ ขนึ้ เป็ นเงาตามตวั
ตราบกระท่ังหยางเหลอื น้อยทส่ี ุดนั้น
กเ็ ป็ นเวลาทอี่ นิ มพี ลานุภาพมากทสี่ ุดน่ันเอง
นอกจากน้ี ในพ้นื ท่ีสีขาวยงั มีจุดเลก็ ๆ ท่ีเป็นสีดา
ส่วนในพ้ืนท่ีสีดากย็ งั มีจุดเลก็ ๆ ที่เป็นสีขาว
• ตรงนีห้ มายความวา่ ในหยาง มอี นิ ดารงอยู่
ขณะเดยี วกัน ในอนิ กย็ อ่ มมหี ยางดารงอยู่
สองสง่ิ ไม่สามารถแยกขาดออกจากกัน
ไม่สามารถดารงอยอู่ ย่างโดดเดย่ี วในธรรมชาติ
เพราะสองสงิ่ คอื สง่ิ ทเี่ กอื้ หนุน
ให้เกดิ การขับเคลอ่ื นเป็ นพลวัตไม่รู้จักจบสนิ้ น่ันเอง
• https://www.astroneemo.net/index.php/2016-08-07-05-21-50/2016-09-26-02-33-02/73-2010-01-16-14-52-47/1609-5-4-5-5.html
ทฤษฏีปัญจธาตุ
• ยนิ -หยาง
จะควบคมุ และเป็นสว่ นประกอบ ของสรรพส่งิ ในจกั รวาล
สรรพสง่ิ ยงั ประกอบดว้ ยธาตทุ งั้ หา้ คือ ไม้ ไฟ ดิน ทอง และนา้
มนษุ ยเ์ ราเป็นสว่ นหนง่ึ ของจกั รวาล
จงึ มีลกั ษณะของธาตทุ งั้ หา้ อย่ใู นรา่ งกาย
อยา่ งมีกฏเกณฑแ์ น่นอน
• https://bit.ly/3ba5wi4
• ธาตไุ ม(้ 木) มีลกั ษณะพเิ ศษ คือ เกิดใหมไ่ ด้ เจรญิ เติบโตได้ และอ่อนนมุ่
ไดแ้ ก่ ตบั ถงุ นา้ ดี
ธาตไุ ฟ(火) มีลกั ษณะพเิ ศษ คือ รอ้ น ไดแ้ ก่ หวั ใจ ลาไสเ้ ลก็
ธาตดุ นิ (土) มีลกั ษณะพเิ ศษ คือ ใหก้ าเนิดแกส่ รรพสง่ิ
ไดแ้ ก่ มา้ ม กระเพาะอาหาร
ธาตโุ ลหะ(金) มีลกั ษณะพเิ ศษ คือ สะอาด บรสิ ทุ ธ์ แข็ง
และมีความสามารถในการดดู ซบั ไดแ้ ก่ ปอด ลาไสใ้ หญ่
ธาตนุ า้ (水) มีลกั ษณะพิเศษ คือ ทาใหเ้ กิดความชืน้ ชืน้ ไหลลงส่ทู ่ีต่า
ไดแ้ ก่ ไต กระเพาะปัสสาวะ
• นอกจากธาตทุ งั้ หา้ จะมอี ยูใ่ นอวยั วะของรา่ งกายแลว้
ยงั มอี ยูใ่ นทวาร ตา่ งๆ เนอื้ เยอื่ เสยี ง อารมณ์ สี กล่นิ รส
และส่งิ แวดลอ้ ม ไดแ้ ก่ ฤดกู าล อากาศและทศิ ทางเป็นตน้
• ธาตทุ งั้ หา้ จะมีความสมั พนั ธต์ อ่ กนั ใน 2 ลกั ษณะ
คือ การสรา้ ง (生) และการขม่ (克)
• การสรา้ ง (生) หมาย ถงึ การหนนุ เน่ืองใหม้ ีการเกิดและการพฒั นา
ธาตทุ ่ีเป็นตวั สรา้ ง ถือเป็น ธาตุ “แม่ (母)”
สว่ นธาตทุ ่ีถกู สรา้ ง ถือวา่ เป็นธาตุ “ลกู (子)”
ลกั ษณะการผนั แปร
https://medium.com/@QiMenAlchemy/tian-ren-di-aba89d25e551
• ตวั อยา่ งเชน่ นา้ สรา้ งไม้ นา้ จงึ เป็นแมข่ องไม้ และไมเ้ ป็นลกู ของนา้
ไมส้ รา้ งไฟ ไม้ จึงเป็นแมข่ องไฟและไฟเป็นลกู ของไม้ ดงั นี้
ไม้ สรา้ ง ไฟ 木生火—— ( ตบั เป็นท่ีเกบ็ สะสมเลอื ด สง่ ไปเลยี้ งท่ี หวั ใจ )
ไฟ สรา้ ง ดิน 火生土—— ( หวั ใจ ชว่ ยสบู ฉีดเลือดไปเลยี้ งท่ี มา้ ม )
ดนิ สรา้ ง ทอง 土生金—— ( มา้ ม ทาหนา้ ท่ีสรา้ งเลอื ดและลมปราณไป
หลอ่ เลยี้ ง ปอด )
ทอง สรา้ ง นา้ 金生水—— ( ปอด มีลมปราณจากปอดกระจายลงไปชว่ ย
การทางานของ ไต )
นา้ สรา้ ง ไม้ 水生木—— ( ไต มีสารจาเป็นท่ีสะสมอยใู่ นไต
สามารถเปล่ียนเป็นเลือดและไปสะสมอยทู่ ่ี ตบั )
การข่ม (克) หมายถึงการคุม หรือกดกนั ไว้
ซ่ึงมีลกั ษณะดงั น้ี
• ไม้ ขม่ ดิน 木克土—— ( ลมปราณ ตบั มกั แผซ่ า่ น สามารถกระจาย
ลมปราณ มา้ ม ท่ีติดขดั ได)้
ดนิ ข่ม นา้ 土克水—— ( มา้ ม ดดู ซมึ อาหารและนา้ ปอ้ งกนั นา้ ของ ไต
ไมใ่ หส้ ะสมมากเกินไป)
นา้ ขม่ ไฟ 水克火—— ( นา้ จาก ไต ขนึ้ ไปควบคมุ หวั ใจ ไมใ่ หร้ อ้ นแรง
เกินไป )
ไฟ ขม่ ทอง 火克金—— ( ไฟหยางของ หวั ใจ สามารถควบคมุ ไมใ่ ห้
ลมปราณจาก ปอด กระจายลงมากเกินไป )
ทอง ข่ม ไม้ 金克木—— ( ลมปราณจาก ปอด กระจายลง ปอ้ งกนั หยาง
ของ ตบั ไมใ่ หเ้ พ่มิ มากเกินไป )
• การสรา้ งและการข่ม
จะดาเนินควบคสู่ มั พนั ธก์ นั ในลกั ษณะสมดลุ
เพ่ือทาใหส้ ่งิ ทงั้ หลายเกิดขนึ้ เจรญิ เตบิ โต ทรงตวั อยไู่ ด้ และตายไป
หาก สมดลุ ถกู ทาลาย ความผดิ ปกตจิ ะเกิดขนึ้
ทฤษฎี ปัญจธาตุน้ีนามาประยกุ ตอ์ ธิบายในการจาแนกโรค
และใชเ้ ป็นแนวทางการรักษา
• เชน่ โรคตบั (ธาตไุ ม)้ อาจถ่ายทอดไปยงั หวั ใจได้ (ธาตไุ ฟ)
เพราะธาตไุ ม้ สรา้ งธาตไุ ฟ
หรอื แมป่ ่วยแลว้ ลกู ป่วยตาม
โดยอาจจะยอ้ นกลบั ไปหาธาตนุ า้ ได้ คือป่วยเป็น โรคไตไดอ้ ีก
เพราะธาตนุ า้ สรา้ งธาตไุ ม้
ดงั นนั้ การรกั ษาตอ้ งติดตามไปถงึ อวยั วะท่ีเป็นแม่ และอวยั วะท่ีเป็นลกู ของ
อวยั วะท่ีเป็นโรคดว้ ยเสมอ
นอกจากการสร้างและการข่มแลว้ ยงั มีปรากฏการณ์
อีก 2 ลกั ษณะคือ การข่มเกิน (乘) และการข่มกลบั (侮)
• การข่มเกิน(乘)
หมายถงึ การฉวยโอกาสท่ีตนแข็งแกรง่ ขนึ้ หรอื อีกฝ่ายออ่ นแอลง
ข่มอกี ฝ่ายมากเกินกวา่ เคยขม่ ในภาวะปกติ
การข่มกลบั (侮)
• หมาย ถงึ ปรากฏการณท์ ่ีธาตหุ น่งึ เคยเป็นฝ่ายถกู ขม่
แตก่ ลบั มีความแกรง่ มากขนึ้ มากจนสามารถข่มกลบั ธาตเุ ดมิ ได้
เชน่ ปกติธาตทุ องข่มธาตไุ ม้ และธาตไุ ม้ ข่มธาตดุ นิ
หากมภี าวะใดทธี่ าตุไม้แกร่งขนึ้ มาก
จะมกี ารข่มเกนิ ตอ่ ธาตุ ดนิ และสามารถทจี่ ะข่มกลับธาตุทองได้
การขม่ เกนิ และข่มกลบั มกี ฏเกณฑแ์ นน่ อน
ธาตทุ สี่ ามารถข่มเกนิ ธาตอุ นื่ ไดต้ อ้ งแกรง่ กวา่
สว่ นธาตทุ ถี่ ูกข่มกลบั ตอ้ งเป็นธาตทุ พี่ รอ่ ง
12ราศีล่าง (地支)
• ราศีลา่ ง เป็นการเปล่ยี นแปลง เคล่อื นไหวของดนิ ฟา้ อากาศ
เกิดจากการจดบนั ทกึ สถิติ
จดั ทาเป็นปฏทิ นิ กาหนดวนั สารท และฤดกู าลตา่ ง ๆ
เพ่ือใหค้ นจีนสมยั ก่อนทาการเกษตร
24 สารทจีน