The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Sunny Strong, 2022-07-25 22:16:31

พื้นฐานชีวิต 2

พื้นฐานชีวิต 2

1.2 ลกั ษณะคทู่ ่ีพง่ึ พาอาศยั กนั และแยกกนั ไมไ่ ด้
(阴阳互相 อนิ หยางฮเู่ ซียง)

คือ ไมว่ า่ อินหรอื หยาง ไมส่ ามารถแยกกนั อยเู่ ด่ียว ๆ ได้

เม่ือดา้ นบนเป็นหยาง ดา้ นลา่ งตอ้ งเป็นอนิ จะมีดา้ นบนโดยไมม่ ีดา้ นลา่ ง

หรอื มีดา้ นลา่ งโดยไมม่ ีดา้ นบนไมไ่ ด้ ตอ้ งมีคกู่ นั เสมอ

อีกตวั อยา่ งหน่งึ คือ ฝนเกิดจากชขี่ องดนิ ซง่ึ เป็น หยาง
พานา้ ระเหยขนึ้ เป็นกอ้ นเมฆแลว้ ตกลงมา
ฝนซง่ึ เป็นมวลคืออิน
จะเหน็ ไดว้ า่ วฏั จกั รของการเกิดฝน ตอ้ งมีอิน-หยางคกู่ นั แยกจากกนั ไมไ่ ด้

• ในสมยั ราชวงศห์ มงิ
ไดก้ ลา่ วถงึ อิน-หยาง
เก่ียวกบั การพง่ึ พาและแยกจากกนั ไมไ่ ด้

คมั ภีร์อ้ีจิง กล่าววา่

《易·系辭》「易有太極,是生兩儀。
兩儀生四象,四象生八卦。」”

เต๋า มี ไท่จ๋ี ก่อใหเ้ กิด ทวลิ กั ษณ์ (หยนิ หยาง-อมิ เอีย๊ ง)
ทวิภาวะ กอ่ ใหเ้ กิด จตลุ ักษณ์ (จตรุ เทพ)
จตลุ กั ษณ์ ก่อใหเ้ กิด อัฐฏลักษณ์ (โป๊ ยขว่ ย)”

(***คาวา่ 易 ในท่ีนีห้ มายถงึ 道)

• https://bit.ly/3hB34S7

• คาวา่ 易有太極 (เอก็ อยู่ ไท่เก๊ก)

คือแนวคดิ และมมุ มองจกั รวาล ของคนสมยั โบราณ

ไท่จี๋ กค็ ือจุดเร่ิมต้นของการเปลีย่ นแปลง
และการก่อกาเนิดของฟ้าดิน(โลกและจักรวาล)

ซง่ึ แตแ่ รกเดมิ ทียงั ไมไ่ ดถ้ กู แบง่ เป็นหยนิ -หยาง
ทกุ สรรพสิ่งลว้ นวา่ งเปลา่ ไรซ้ ง่ึ รูปลกั ษณใ์ ดใด (無極)



• คาวา่ 是生兩儀 (สีแซเหล่ยี งอี)๊
คือแนวคิด”ทวิภาวะ” ท่ีแบง่ เป็น หยิน-หยาง
กลา่ วคือ ไทจ่ ๋ี หรอื บรมภาวะไดก้ ่อใหเ้ กิด หยนิ -หยาง
เขม็ ทิศในหลอ่ แก อยใู่ นตาแหนง่ จดุ ศนู ยก์ ลางคือ ไทจ่ ๋ี
และชีไ้ ปยงั ทศิ ใตแ้ ละทศิ เหนือ
ซง่ึ ก็คือการแบง่ สภาวะหยิน-และหยางน่นั เอง

• คนโบราณ
มกั ใชว้ ธิ ีวดั เงาพระอาทติ ย์
เพ่ือกาหนดฤดกู าล อากาศรอ้ นหนาวเยน็
ซ่ึงมี หยนิ หยาง เป็นตวั ขบั เคลอื่ น
แมแ้ ตก่ ารเลอื กท่ีอยอู่ าศยั
กม็ ีการเลอื กทศิ ทาง
ขนุ เขาทางทิศใตเ้ รยี กวา่ ”ทศิ หยาง”
ขนุ เขาทางทิศเหนือเรยี กวา่ ”ทิศหยนิ ”
ซงึ่ น่ีกค็ อื ความหมายทแี่ ทจ้ ริงบนเขม็ ทศิ ในหล่อแก



ในทางศาสตร์การดูฮวงจย้

กไ็ ดม้ ีการพฒั นาเป็นคคู่ ณุ ลกั ษณะ
คือ มีวฏั จกั รการกอ่ เกิดและการทาลายซง่ึ กนั และกนั
ซง่ึ เป็ นการรวมหลักการการหาทศิ ทางของเขม็ ทศิ
และหลักการการหาทศิ ทางองศาของหล่อแก
อยา่ งชาญฉลาด
ใหก้ ลายเป็นหน่งึ เดยี วกนั

กฎของหยนิ และหยางของหล่อแก

กไ็ ดถ้ กู กาหนดจากชนั้ ท่ี 1 นี้
และไดส้ รา้ งทรรศนสมั พนั ธ์ ออกเป็น
ปา-กวา้ (โป๊ ยขว่ ย) หยนิ หยาง และทิศทางใหผ้ สานกนั อยา่ งเป็นระบบ
ปลายดา้ นหน่งึ ของเขม็ ทศิ ถกู ยอ้ มดว้ ย สแี ดง จาก จซู า (朱雀 ผงชาด)
เพราะตามธาตทุ งั้ หา้ ของหยินและหยาง
ทิศใตค้ ือธาตไุ ฟ
ตวั แทนคือ"จซู า" ซง่ึ เป็นสีแดง

มีเสน้ สดี า(แดง)ท่ีดา้ นลา่ งของ เทียนฉือ
เรยี กว่า เสน้ ใตท้ ะเล

เม่ือใชเ้ ขม็ แมเ่ หลก็ ทิศทางเหนือ-ใต้ ควรตรงกบั เสน้ ดา้ นลา่ ง
เพ่ือใหเ้ ขม็ ทิศกาหนดทศิ เหนือและทิศใต้ ไดถ้ กู ตอ้ ง
ซง่ึ จะตรงกบั ตาแหน่งเสน้ ของจือ้ 子 กบั โงว่ 午

และระดบั เขม็ ทิศ
กจ็ ะเรม่ิ แบง่ แยกหยนิ และหยาง ออกจากกนั



四象 จตลกั ษณ์(4 จตรเทพ)

สาหรบั การดฮู วงจยุ้ และจากการเฝา้ สงั เกตและศกึ ษา
เทหะวตั ถบุ นฟากฟา้ ของคนโบราณ
กพ็ บวา่ ในบรรดาดาวนกั ษัตรฤกษ์ต่างๆทงั้ 28 ดาวฤกษ์ นนั้
ถกู จดั แบง่ ออกเป็น 4กลมุ่
แตล่ ะกลมุ่ มีดาวอยู่ 7 นกั ษัตร
และ 4กลมุ่ ดาวนีป้ ระจาอยใู่ นทิศทงั้ 4 และมีประจาอยู่ 4 สี
ซง่ึ เรยี กวา่ 4 จตรุ เทพ
ซง่ึ ใชส้ ตั วใ์ นตานานโบราณ
มาแสดงความหมายแทนกลมุ่ ดาวฤกษท์ งั้ 4 มีดงั นี้

(1)มงั กรเขียว青龍 (ชิงหลง-แชเลง้ ) 蒼龍เทพแหง่ ทิศตะวนั ออก สปี ระจาคอื สีเขยี ว
(2)หงสแ์ ดง 朱雀 (จเู ชว่ยี -จเู ฉียก) เทพแหง่ ทศิ ใต้ สปี ระจาคอื สีแดง
(3)เสือขาว 白虎 (ไป๋ หู่ -แปะโฮว่ ) เทพแหง่ ทิศตะวนั ตก สีประจาคือสขี าว
(4)เตา่ ดา 玄武 (เสวยี นอ่-ู เฮ่ยี งบ)ู๊ เทพแห่งทศิ เหนือ สปี ระจาคอื สีดา

4 สัตว์จตุรเทพในตาราฮวงจุ้ยบ้านทด่ี ขี องจนี
มีอะไรบ้าง

1.มงั กรเขียว
ภาษาจีนเรยี กวา่ “ชิงหลง”
เป็นสตั วเ์ ทพประจาทศิ ตะวนั ออก ธาตไุ ม้

มงั กรเขียว เป็นสญั ลกั ษณข์ องความดี สงบสขุ ความม่นั คงของบา้ น

ตาแหนง่ ของมงั กรเขยี วอยูซ่ า้ ยมอื ของตวั บา้ น
ควรมีลกั ษณะเป็นเนิน
หรอื หากบา้ นทา่ นไมม่ ีเนิน
กค็ วรเสรมิ ดว้ ยการปลกู ตน้ ไมเ้ นน้ เป็นพมุ่ เตีย้ ๆ
หรอื ตน้ ไมข้ นาดกลางไมส่ งู มาก

ในทศิ นีจ้ าเป็ นทจี่ ะตอ้ งมกี ารเคลอ่ื นไหวอยตู่ ลอด
ทาใหน้ ิยมสรา้ งเป็นทางเดนิ เขา้ สตู่ วั บา้ น หรอื ประตเู ขา้ บา้ นหลกั
หรอื หอ้ งรบั แขกท่ีมีคนอยตู่ ลอด
สามารถวางตปู้ ลา ขดุ บอ่ ปลาในทิศนีไ้ ด้
เพ่ือกระตนุ้ ใหเ้ กิดพลงั งานมงั กรไหลเวียน มงั กรเล่อื ยไดเ้ ตม็ ท่ี
สง่ ผลใหเ้ กิดความเจรญิ รุง่ เรอื งแก่เจา้ ของบา้ นและผอู้ ยอู่ าศยั

2.เสอื ขาว
ภาษาจีนเรยี กวา่ “ไป่ห”ู
เป็นสตั วเ์ ทพประจาทศิ ตะวนั ตก ธาตทุ อง

เสอื ขาว เป็นสญั ลกั ษณช์ ่ือเสียงท่ีเกรยี งไกร
ไดร้ บั การคมุ้ ครองจากภยั ตา่ งๆ
มีแตค่ นเคารพยาเกรงและบรวิ ารคอ่ ยโอบอมุ้ ชว่ ยเหลอื

ตาแหนง่ ของเสอื ขาวจะอยูข่ วามอื ของบา้ น
สามารถตงั้ โรงจอดรถได้
ตาแหน่งนีค้ วรมีเนินสงู หรอื ตน้ ไมใ้ หญ่ท่ีใหร้ ม่ เงา
หากไมม่ ีพืน้ ท่ีๆ สามารถปลกู ตน้ ไมไ้ ด้
กค็ วรสรา้ งแผงกนั แดดเพ่ือบงั แดดแทน
ส่ิงท่ีควรระวงั คือ ไมค่ วรตงั้ ตปู้ ลา หรอื อา่ งนา้ ไหลบรเิ วณนี้
เน่ืองจากตาแหน่งของเสือขาวจะเป็ นพลังงานแหง่ ความสงบน่ิง
จงึ ไมค่ วรมีพลงั งานเคล่อื นไหวในบรเิ วณนี้

3.หงสแ์ ดง
ภาษาจีนเรยี กวา่ “จเู ชว”่ เป็นสตั วเ์ ทพประจาทิศใต้ ธาตไุ ฟ

หงสแ์ ดงเป็นสญั ลกั ษณแ์ หง่ ความรู้
ความฉลาดรอบรู้ มีสตปิ ัญญาท่ีดีและโชคลาภเงินทอง

ตาแหนง่ ของหงสแ์ ดง จะอยูด่ า้ นหนา้ บา้ น
ควรเป็นท่ีราบ เช่น สนามหนา้ บา้ น
แตค่ วรจะมีความสมดลุ กบั ขนาดของบา้ น
คือ หากเป็นบา้ นท่ีใหญ่
ตาแหนง่ หงสแ์ ดงก็ตอ้ งมีขนาดใหญ่ตามไปดว้ ย
หน้าบ้านทดี่ ี
ควรจะมที างผ่านเป็ นนา้ หรือถนน

4.เตา่ ดา
ภาษาจีนเรยี กวา่ “เสวียนอ”ู่
เป็นสตั วเ์ ทพประจาทศิ เหนือ ธาตนุ า้

เตา่ ดา เป็นสตั วเ์ ทพท่ีมีความพิเศษคอื จะมีงพู นั อยรู่ อบตวั ดว้ ย
เป็นสญั ลกั ษณข์ องความม่นั คง อายยุ ืนยาว และชีวิตท่ีมีความสขุ ตลอดไป

ตาแหนง่ ของเตา่ ดาจะอยูด่ า้ นหลงั ของบา้ น
ซง่ึ เจา้ ของบา้ นสว่ นใหญ่มกั จะปลอ่ ยปละละเลยไมค่ ่อยสนใจ
แตค่ วามจริงแล้วตาแหน่งนีเ้ ป็ นจุดทตี่ ้องให้ความสนใจอยา่ งมาก
เพราะหากดูแลจัดการไม่ดี
พลงั งานของตาแหน่งนี้
สามารถสง่ ผลใหเ้ จา้ ของบา้ นหรอื ผอู้ ยอู่ าศยั ขาดบารมี
เจ็บป่วยงา่ ย และไมม่ ีคนรกั มิตรเมตตา

• ตาแหน่งนี้
ไม่ควรปล่อยทงิ้ ขว้างให้รกร้าง
หรือวางของสุมๆ กันอยา่ งไมม่ รี ะเบยี บ
แตค่ วรถมทใี่ หม้ เี นินขนึ้ มาเลก็ น้อย
หรือ ปลูกตน้ ไม้ใหเ้ ขยี วชอุ่ม
จะช่วยเสริมพลังงานด้านนีไ้ ดค้ รับ

• https://www.romsaifurniture.com/auspicious-animal-feng-shui/

N

สตั วเ์ ทพประจาทิศท้งั ส่ีในคติจีน

• นบั แตโ่ บราณกาล
ชาวจีนไดม้ อบน่านฟา้ ทงั้ ส่ที ศิ ไว้ ภายใตก้ ารคมุ้ ครองของสตั วเ์ ทพทงั้ ส่ี
อนั ไดแ้ ก่ มงั กรเขียว เสือขาว หงสแ์ ดง และเตา่ ดา
ดงั คากลา่ วท่ีวา่
“ซา้ ยมงั กรเขียว ขวาเสอื ขาวครอง หงสแ์ ดงนาหนา้ เตา่ ดาสถติ ยงั เบอื้ งหลงั ”
พฒั นาการของแนวคิดความเช่ือดงั กลา่ ว
มีความสมั พนั ธอ์ ยา่ งใกลช้ ิดกบั ศาสตรพ์ ยากรณ์
และคติความเช่ือในลทั ธิเต๋าของชาวจีนท่ีสืบทอดมานานนบั พนั ปี

• https://www.facebook.com/363415133996355/posts/618829651788234/

ชาวจีนโบราณ
แบง่ ทอ้ งฟา้ ออกเป็น 4 สว่ น คือ ตะวนั ออก ตก เหนือ และใต้
จากการสงั เกตหมดู่ าวบนทอ้ งฟา้
จบั กลมุ่ ทศิ ทาง การเรียงตวั ของหมดู่ าว
เทียบเขา้ กบั ลกั ษณะของคน สตั ว์
หรอื รูปลกั ษณใ์ นตานานตามความเช่ือของตน

โดยใหท้ ศิ ตะวนั ออก แทนกลมุ่ ดาวมงั กรเขียว
(จากตานานการปรากฏขนึ้ ของจกั รพรรดิเหลอื งทางทศิ ตะวนั ออก)
ตะวนั ตก แทนกลมุ่ ดาวเสือขาว
ทศิ ใต้ แทนกลมุ่ ดาวหงสแ์ ดง
และทิศเหนือ แทนกลมุ่ ดาวเตา่ ดา
แตล่ ะทิศครองดาว 7 ดวง (รวม 28 ดวง)



ภายในสสุ านยคุ จนั้ ก๋วั (ราว 433 ปีกอ่ นครสิ ตศกั ราช) แหง่ หน่งึ
ในมณฑลหเู ป่ย ไดม้ ีการขดุ พบภาพวาดของหมดู่ าว 28 ดวง
กบั มงั กรเขียวและเสือขาวบนฝาของภาชนะเคลือบใบหนง่ึ
ซง่ึ บอกเราวา่ การกาหนดเรียกหมดู่ าวบนทอ้ งฟา้
ไดเ้ กิดขนึ้ กอ่ นหนา้ เวลานีอ้ ีกนานนกั

สัตว์เทพทัง้ สี่ ต่างยดึ ครองน่านฟ้าทัง้ สีท่ ิศ กลายเป็ นตัวแทนของทิศทัง้ สี่
จนกระท่ัง การศึกษาว่าด้วยศาสตร์แห่งธาตุทัง้ ห้า
และภมู ิพยากรณ์ (ฮวงจุ้ย อินหยาง เป็ นต้น) เป็ นทแี่ พร่หลาย
สตั วเ์ ทพทงั้ ส่แี ละดวงดาวทงั้ 28
เป็นท่ีรูจ้ กั ในฐานะของ “เทพเจา้ ผพู้ ิทกั ษ์”
ตาหนกั และสง่ิ ปลกู สรา้ งในวงั หลวง
ไดร้ บั การประดบั ตกแตง่ เป็นลวดลายของสตั วเ์ ทพทงั้ ส่ี

• สว่ นประตทู างทศิ เหนือของวงั หลวง
มกั ไดช้ ่ือวา่ ประตเู สวียนอู่ (เต่าดา)

• เน่ืองจากหงสแ์ ดง แทนสญั ลกั ษณข์ องไฟ
ขณะท่ีสถาปัตยกรรมโบราณของจีน ลว้ นแตส่ รา้ งดว้ ยไม้
จงึ มกั ไมป่ รากฏรูป
แตจ่ ะปรากฏในเชิงสญั ลกั ษณอ์ ยบู่ นกาแพง (ทาสีแดง) แทน

• เมอ่ื ถงึ สมัยฉินและฮ่ัน สัตวเ์ ทพทัง้ ส่ี กเ็ ป็ นทย่ี อมรับกันท่ัวไป
ในฐานะตวั แทนของฤดูกาลและสสี ันทงั้ สี่



• ในช่วงเวลาดงั กลา่ ว สตั วเ์ ทพทงั้ ส่ี
ไดป้ รากฏในศาสตรว์ ิทยาการของจีนหลากหลายสาขา
อาทิ ดาราศาสตร์ ภมู ิศาสตร์ และการทหาร
ดงั เชน่ ในตาราพชิ ัยสงครามบทหน่ึง
ไดก้ ลา่ วถงึ การกาหนดทิศทางเดนิ ทพั ไวว้ า่
“การเคล่อื นทพั นนั้ ซา้ ยเป็นมงั กรเขียว ขวาเสือขาว
ทพั หนา้ คือ หงสแ์ ดง
และเต่าดาคมุ หลงั
บญั ชาการจากเบือ้ งบน นาปฏิบตั ิสเู่ บือ้ งลา่ ง”

• เน่ืองจากผคู้ นในสมยั นนั้
ตา่ งคนุ้ เคยกบั ตาแหนง่ ของสตั วเ์ ทพทงั้ ส่เี ป็นอยา่ งดี
ภายหลงั จงึ ไดร้ บั การประยกุ ตใ์ หก้ ลายเป็นสญั ลกั ษณข์ องธงนาทพั ไป

ตอ่ มา เม่ือศาสนาเตา๋ รุง่ เรอื งขนึ้
มงั กรเขียว เสือขาว หงสแ์ ดงและเตา่ ดา
ในฐานะเทพเจา้ ผคู้ มุ้ ครองมนษุ ย์ ตา่ งมีความสาคญั ขนึ้
ถกู ยกใหม้ ีความเป็นมนษุ ยย์ ่งิ ขนึ้ ตา่ งมีช่ือเรยี กเป็นมนษุ ย์
และตอ่ มาอีกไมน่ าน
เทพเสวยี นอู่ หรอื เตา่ ดา กโ็ ดดเดน่ ขนึ้ ในฐานะของ “เจินอ”ู่
ปรมาจารยเ์ ตา๋ ผสู้ าเรจ็ มรรคผล
สว่ น หงสแ์ ดง เป็นเทพท่ีมีบทบาทแยกออกมาเป็นเอกเทศ
ขณะท่ีมงั กรเขียวและเสือขาว
กลายเป็นเทพทวารบาลผรู้ กั ษาประตทู างเขา้ สมู่ รรคาแหง่ เตา๋

มงั กรเขียวประจาทิศตะวนั ออก
สีเขียว ธาตไม้ ฤดูใบไมผ้ ลิ

• ชาวจีนโบราณถือวา่ มงั กรเป็นสญั ลกั ษณข์ องอานาจกษัตรยิ ์
และเป็นสตั วม์ งคลชนิดหน่งึ
นบั ตงั้ แตย่ คุ ของจักรพรรดเิ หลือง เป็นตน้ มา
มงั กรก็กลายเป็นตวั แทนของผมู้ ีเชือ้ สายจีนทงั้ มวล
โดยเฉพาะ เม่ือถงึ สมยั ราชวงศฮ์ ่นั
ปรากฏภาพวาดและตานานเก่ียวกบั หวงตี้
หรอื จกั รพรรดเิ หลืองท่ีทรงมงั กรเป็นพาหนะเหินบินสฟู่ า้
มงั กรจงึ กลายเป็นสญั ลกั ษณข์ องจกั รพรรดิผยู้ ่งิ ยงอีกดว้ ย

ตานานกลา่ ววา่ มงั กรเขียว
มีลาตวั เป็นงู หวั เป็นกิเลน หางเป็นปลา มีเครายาว มีเขา เทา้ คลา้ ยกรงเลบ็
รูปลกั ษณเ์ ป็นมงั กรเหิน เป่ียมดว้ ยพลงั อานาจ
เน่ืองจากประจาทิศตะวนั ออก ธาตไุ มม้ ีสเี ขียว จงึ เป็นมงั กรเขียว

เสือขาว ประจาทิศตะวนั ตก
สีขาว ธาตทอง ฤดูใบไมร้ ่วง

เสอื เป็นเจา้ แหง่ สตั วป์ ่าทงั้ มวล
เน่ืองจากประจาทศิ ตะวนั ตก ธาตทุ อง มีสีขาว
จงึ กลายเป็น เสอื ขาว
เป็นตวั แทนของอานาจ บารมี ความเคารพ ยาเกรง และการทหาร

• เน่ืองจากเสอื เป็นนกั ลา่ กินเนือ้
ดงั นนั้ จงึ มีภาพลกั ษณเ์ ป็นเทพเจา้ แหง่ ศกึ สงครามและการลา่ สงั หารอีกดว้ ย
สถานท่ี หรอื ชยั ภมู ใิ นสมยั โบราณ
หากมีช่ือของเสือขาว จงึ มกั มีนยั สาคญั ทางทหาร

• นอกจากนี้ ยงั ใชใ้ นการตงั้ ช่ือหนว่ ยกาลงั รบ
และใชเ้ ป็นตราสญั ลกั ษณใ์ นการบญั ชาการเคล่อื นทพั
หรอื สลกั เป็นลวดลายคกู่ บั มงั กรเขียว
บนบานประตทู งั้ สองขา้ ง
เพ่ือปอ้ งกนั ส่งิ ช่วั รา้ ย

หงส์แดง
ทิศใต้ สีแดง ธาตไฟ ฤดูร้อน

หงส์ เป็นเจา้ แหง่ ปักษา
และเป็นสตั วม์ งคลชนิดหนึ่งของจีนมาแตโ่ บราณ

มีรูปลกั ษณเ์ ดมิ มาจากนกหลากหลายชนิด
อาทิ ไก่ฟา้ หา่ นฟา้ นกกระจอก เหย่ียว นกกระจอก นกนางแอน่ ฯลฯ

• ในตานานกลา่ ววา่
หงส์ มีรูปคลา้ ยไกฟ่ า้
มีสีขนสลบั ลายเป็นประกาย
มีนิสยั รกั สะอาด ช่างเลอื ก (มีความละเอียดออ่ นประณีต)

• เน่ืองจากรูปลกั ษณเ์ ป็นนก ประจาทศิ ใต้ ธาตไุ ฟ สแี ดง
จงึ ไดช้ ่ือวา่ หงสแ์ ดง

• ภายหลงั ไดร้ บั อทิ ธิพลจากความเช่ือลทั ธิเตา๋
จากสตั วเ์ ทพ คอ่ ยววิ ฒั นาการเป็นรูปลกั ษณข์ องครง่ึ คนครง่ึ สตั ว์
จากนนั้ กลายเป็นเทพท่ีมีรูปเป็นหญิง

เต่าดา ประจาทิศเหนือ
สีดา ธาตน้า ฤดูหนาว

เตา่ ดา หรอื เสวียนอู่
มีรูปลกั ษณเ์ ป็น เตา่ แตม่ ีเกลด็ คลา้ ยงู
มีลกั ษณะรว่ มกนั ของเตา่ และงู
บา้ งใชส้ ญั ลกั ษณเ์ ป็นรูปเตา่ ท่ีมีงพู นั รดั กลางลาตวั

• แตเ่ ดมิ มา จากการใชก้ ระดองเตา่ ในการทานายทายทกั
ซง่ึ หมายถงึ การใหเ้ ต่านาคาถามลงไปสโู่ ลกแหง่ วญิ ญาณ
เพ่ือนาคาตอบกลบั มายงั โลกมนษุ ย์

• อีกทงั้ กระดองเตา่ มีสีดา จงึ ปรากฏในรูปเตา่ ดา
ภายหลงั ไดม้ ีการขยายความออกไป

• โดยเหน็ วา่ เตา่ อาศยั อยกู่ บั นา้ ทงั้ แมน่ า้ ลาคลองนอ้ ยใหญ่
จนถงึ ทอ้ งทะเลกวา้ ง จงึ ไดร้ บั การขนานนามใหเ้ ป็นเทพเจา้ แหง่ นา้
อีกทงั้ เต่ามีอายยุ ืนนาน จงึ เป็นสญั ลกั ษณแ์ ทนการมีอายวุ ฒั นะ



• ภายหลงั เทพเสวียนอู่
ไดร้ บั การ “ยกฐานะ” จากลทั ธิเต๋า ใหเ้ ป็น ปรมาจารยเ์ จินอู่

โดยกลา่ วกนั วา่
เจินอู่ เป็นภาคหน่งึ ของเง็กเซียนฮ่องเต้ มาจตุ ยิ งั โลกมนษุ ย์

แตด่ ว้ ยความเบ่ือหนา่ ยในโลกีย์
จงึ เก็บตวั บาเพญ็ ภาวนาบนเขา บ๊ตู งึ๊
จนสาเรจ็ มรรคผลเป็นเซียน
ขนึ้ สถิตบนฟา้ ครองตาแหนง่ ทิศเหนือ

• https://www.facebook.com/363415133996355/posts/618829651788234/

ผงั ภาพจาลองทอ้ งฟ้าอยา่ งยอ่

ทงั้ นีไ้ ดม้ ีปรากฎในเอกสารโบราณและในหลอ่ แกบางชนดิ
จาพวก วงในสดุ เขียนวา่ จง แปลวา่ ตรงกลาง
• วงรอบถดั มามีสองสว่ น

สว่ นในเขียนทศิ ทงั้ ส่ี ตง-ทศิ ตะวนั ออก
หนาน-ทศิ ใต้ ซี-ทิศตะวนั ตก เป่ย-ทศิ เหนือ


Click to View FlipBook Version