จังหวัดสุราษฎธ์ านี
คาํ ขวัญประจาํ จังหวัด สุราษฎธ์ านี
เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไขแ่ ดง แหลง่ ธรรมะ
1.แมน่ ํา้ ตาปี
ประวัติความเป็นมา แมน่ ํา้ ตาปี
ช่ือแมน่ ํา้ ตาปี พ ระบาทสมเดจ็ พระมงกุฏเกลา้ เจา้ อยูห่ ัว ทรงพระกรุณาโปรด
เกลา้ ฯ พระราชทาน เม่ือวันท่ี 29 กรกฎาคม 2458 โดยมี มหาอาํ มาตยโ์ ท
พระยามหาอาํ มาตยาธิบดี เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ลงนามสนองฯ ณ วันท่ี 29
สงิ หาคม 2458
เดิมมีช่ือวา่ "แมน่ ํา้ หลวง" เพราะมีตน้ กาํ เนิดอยูท่ ่ีภูเขาหลวงซ่ึงเป็นยอดเขาท่ี
สูงท่ีสุดของเทือกเขานครศรีธรรมราช อยูใ่ นเขตพ้ืนท่ี อาํ เภอพิปูน จังหวัด
นครศรีธรรมราช ไหลผา่ นอาํ เภอฉวาง อาํ เภอทุง่ ใหญ่ จ ังหวัดนครศรีธรรมราช
ผา่ น อ าํ เภอพระแสง อาํ เภอเวียงสระ อาํ เภอบา้ นนาสาร อาํ เภอเคียนซา อ าํ เภอ
พุนพิน แ ละไหลออกสูอ่ า่ วไทยท่ีอาํ เภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เป็นแมน่ ํา้ สายยาวท่ีสุดของภาคใต้
ดว้ ยแมน่ ํา้ สายน้ี มีความยาวครอบคลุมพ้ืนท่ีมาก ชาวพ้ืนเมือง จึงเรียกช่ือ
แตกตา่ งกันไปตามสถานท่ี เชน่ เม่ือผา่ นอาํ เภอพุนพิน เรียกแมน่ ํา้ ทา่ ขา้ ม ดว้ ย
ความท่ีเป็นแมน่ ํา้ สายใหญท่ ่ีสุดในมณฑลปั กษ์ใต้ ตลอดสายแหง่ ลุม่ แมน่ ํา้ สายน้ี
จึงอุดมสมบูรณ์ เหมาะแกก่ ารเพาะปลูก การคา้ ขาย จัดเป็นแมน่ ํา้ สายสาํ คัญอีกสาย
หน่ึงของราชอาณาจักรสยามในเวลานั น้
เม่ือรั ชกาลท่ี 6 เ สดจ็ ไปประทับ ณ พระตาํ หนั กสวนสราญรมย์ ตาํ บลทา่ ขา้ ม
ไดพ้ ระราชทานช่ือเมืองไชยาเป็นเมืองสุราษฎร์ธานี เม่ือวันท่ี 29 ก รกฎาคม พ.ศ.
2458 และมีพระราชดาํ รั สวา่ สมควรท่ีเปล่ียนช่ือแมน่ ํา้ ในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี
ตลอดทัง้ ลาํ นํา้ ตัง้ ปากนํา้ ท่ีออกสูท่ ะเล ถึงเกาะปราบ ปากแมน่ ํา้ พุมดวง คลองสนิ
ปุน คลองกะเบียด จนถึงสันเขาหลวง วา่ แ มน่ ํา้ ตาปี
การตัง้ ช่ือแมน่ ํา้ น้ี คลา้ ยกับช่ือแมน่ ํา้ ตาปติ และ เมืองสุรั ฎฐ (ส ุราษฎร์) ใน
ประเทศอินเดีย ซ่ึงแมน่ ํา้ ตาปติมีตน้ กาํ เนิดจากภูเขาสัตตปุระ ไหลลงสูม่ หาสมุทร
อินเดียท่ีอา่ วแคมเบย์ ปากแมน่ ํา้ น้ีมีเมืองช่ือวา่ สุรั ฎฐ์ ตัง้ อยู่ ซ่ึงสภาพของเมืองทัง้
สองอาจคลา้ ยคลึงกัน ประกอบกับทรงทราบวา่ ชาวเมืองไชยาเป็นผูม้ ีคุณธรรม ตัง้
มั่นในพระธรรมศาสนาสอดคลอ้ งกับ ความหมายของคาํ วา่ สุราษฎร์ธานี และได้
พระราชทานนามพระตาํ หนั กท่ีชาวเมืองสร้างถวายเป็นท่ีประทับบนเนินทา่ ขา้ มวา่
สวนสราญรมย์ ซ่ึงปั จจุบัน เป็นท่ีตัง้ ของโรงพยาบาลสวนสราญรมย์
2.เ ข่ือนเช่ียวหลาน
ประวัติความเป็นมา เข่ือนเช่ียวหลาน
เข่ือนรั ชชประภา ม ีช่ือเรียกดัง้ เดิมวา่ เ ข่ือนเช่ียวหลาน[1] เป็นเข่ือน
อเนกประสงคแ์ หง่ ท่ีสองของภาคใต้ อยูใ่ นจังหวัดสุราษฎร์ธานี เม่ือกอ่ นสร้างแลว้
เสร็จไดร้ ั บพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหา
ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานนามให้ใหมว่ า่ “เ ข่ือนรั ชช
ประภา” ม ีความหมายวา่ “แสงสวา่ งแหง่ ราชอาณาจักร”
เข่ือนรั ชชประภา สร้างปิดกัน้ ลาํ นํา้ คลองแสง ท่ีบา้ นเช่ียวหลาน ตาํ บลเขาพัง
อาํ เภอบา้ นตาขุน จ ังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยพ้ืนท่ีสว่ นใหญต่ ิดอุทยานแหง่ ชาติเขา
สกเกือบทัง้ หมด เป็นเข่ือนหินถมแกนดินเหนียว สูง 94 เ มตร ความยาวสันเข่ือน
761 เมตร และมีเข่ือนปิดกัน้ ชอ่ งเขาขาดอีก 5 แ หง่ มีความจุ 5,638.8 ล า้ น
ลูกบาศกเ์ มตร พ้ืนท่ีอา่ งเกบ็ นํา้ 185 ตารางกิโลเมตร ปริมาณนํา้ ไหลเขา้ อา่ งเฉล่ีย
ปี ละ 3,057 ลา้ นลูกบาศกเ์ มตร ติดตัง้ เคร่ืองผลิตไฟฟ้ า เคร่ืองละ 80,000 กิโล
วัตต์ จาํ นวน 3 เคร่ือง รวมกาํ ลัง การผลิต 240,000 กิโลวัตต์ ให้พลังงานไฟฟ้ า
เฉล่ียปี ละประมาณ 554 ล า้ นกิโลวัตตช์ ั่วโมง
เข่ือนรั ชชประภา เริ่มดาํ เนินการกอ่ สร้าง เม่ือวันท่ี 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525
แลว้ เสร็จในเดือนกันยายน พ.ศ. 2530 พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิพล
อดุลยเดชพร้อมดว้ ย ส มเดจ็ พระเทพรั ตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไ ดเ้ สดจ็
พระราชดาํ เนินเปิดเข่ือนรั ชชประภา และโรงไฟฟ้ าพลังนํา้ เม่ือวันพุธท่ี 30
กันยายน พ.ศ. 2530 แ ตเ่ ดิมนั น้ สามารถเดินทางไดโ้ ดยจาก อ าํ เภอพนม แต่
เน่ืองจากเสน้ ทางดังกลา่ วมีความสลับซับซอ้ นประกอบดว้ ยเหวจาํ นวนมากเสน้
ทางดังกลา่ วจึงตอ้ งปิดตัวลงโดยปั จจุบันสามรถเดินทางโดยผา่ นอาํ เภอบา้ นตาขุน
เข่ือนรั ชชประภา เป็นโครงการพัฒนาแหลง่ นํา้ ท่ีสาํ คัญแหง่ หน่ึงในภาคใต้ ท่ีสร้าง
ความมั่นคงให้แกร่ ะบบไฟฟ้ า และความเจริญกา้ วหน้าทางเศรษฐกิจ และสังคม
ของประเทศชาติ นอกจากน้ียังเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ เน่ืองในวโรกาส
มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ร อบ ในปี พ.ศ. 2530 และพระราชพิธีรั ชมัง
คลาภิเษก ใ นปี พ.ศ. 2531
3.ป่ าตน้ นํา้ บา้ นราด
ป่ าตน้ นํา้ บา้ นนํา้ ราด ตัง้ อยูท่ ่ีหมู่ 4 บา้ นนํา้ ราด ตาํ บลบา้ นทาํ เนียบ อาํ เภอ
คีรีรั ฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นพ้ืนท่ีป่ าตน้ นํา้ ท่ีมีความอุดมสมบูรณ์และ
สวยงามมาก โดยมี "ตานํา้ " เป็นหัวใจหลักของป่ าตน้ นํา้ แหง่ น้ี นํา้ ท่ีผุดข้ึนมาจาก
พ้ืนดินนั น้ ไหลลอดใตภ้ ูเขาผา่ นออกมายังจุดท่ีเรียกวา่ ตานํา้ ซ่ึงเป็นนํา้ ท่ีใสบริสุทธิ์
และชาวบา้ นกเ็ ช่ือวา่ เป็นบอ่ นํา้ ศักดิส์ ทิ ธิ์ป่ าตน้ นํา้ บา้ นนํา้ ราด บอ่ นํา้ ท่ีผุดข้ึนมาท่ี
เชิงเขาในป่ าชาวบา้ นจึงชว่ ยกันพัฒนาให้บอ่ นํา้ แหง่ น้ีกลายเป็นสถานท่ีทอ่ งเท่ียว
ซ่ึงถือวา่ ยังเป็นสถานท่ีทอ่ งเท่ียวแหง่ ใหมท่ ่ีมีธรรมชาติสมบูรณ์อยา่ งมาก
4.คลองนํา้ ใส
ประวัติความป็นมา อ.คีรีรั ฐนิคม
จากหลักฐานดา้ นโบราณคดีช้ีให้เหน็ วา่ ในทอ้ งท่ีอาํ เภอคีรีรั ฐนิคมปั จจุบัน
เคยเป็นแหลง่ ท่ีอยูอ่ าศัยของมนุษยม์ าตัง้ แตย่ ุคกอ่ นประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะ
ตัง้ แตย่ ุคหินใหมเ่ ป็นตน้ มา ดังท่ีมีการคน้ พบเคร่ืองมือเคร่ืองใชข้ องมนุษยย์ ุคดัง
กลา่ วท่ีคีรีรั ฐนิคมดว้ ย เน่ืองจากคีรีรั ฐนิคมตัง้ อยูห่ า่ งจากชายฝั่ งทะเลประมาณ
60-70 ก ิโลเมตร อยูใ่ นเสน้ ทางคาบสมุทรจากเมืองไชยาไปเมืองตะกั่วป่ า แ ละมี
ทรั พยากรธรรมชาติท่ีสาํ คัญคือ ดีบุก ไ ม้ และของป่ า ทาํ ให้คีรีรั ฐนิคมมีโอกาสท่ีจะ
พัฒนาข้ึนมาเป็นชุมชนขนาดใหญไ่ ดด้ ว้ ยปั จจัยสองประการ คือ ประการแรก เกิด
จากการตัง้ ดา่ นสาํ หรั บขนถา่ ยสนิ คา้ และคนโดยสารขา้ มคาบสมุทรจากฝั่ งตะวันตก
ประการท่ีสอง เกิดจากการเป็นแหลง่ ผลิตดีบุก ไม้ และของป่ า จึงมีราษฎรอพยพ
โยกยา้ ยเขา้ ไปอาศัยอยูเ่ ป็นจาํ นวนมาก เกิดเป็นชุมชนขนาดใหญข่ ้ึนมา ในพุทธ
ศตวรรษท่ี 13 อาํ เภอคีรีรั ฐนิคมรวมอยูใ่ นอาณาจักรศรีวชิ ัย เ ม่ืออาณาจักรศรีวชิ ัย
เส่อื มลง ดินแดนแหง่ ศรีวชิ ัยไดแ้ ยกออกเป็น 3 เ มือง คือ
● เมืองไชยา ตัง้ อยูใ่ นอาํ เภอไชยาปั จจุบัน
● เมืองทา่ ทอง ตัง้ อยูใ่ นลุม่ แมน่ ํา้ ทา่ ทองอุแท อ าํ เภอกาญจนดิษฐ์ในปั จจุบัน
● เมืองคีรีรั ฐนิคม ต ัง้ อยูร่ ิมฝั่ งซา้ ยคลองพุมดวง อันเป็นท่ีตัง้ อาํ เภอคีรีรั ฐนิคม
ในปั จจุบัน
เมืองไชยานั น้ ข้ึนตรงตอ่ กรุงศรีอยุธยา ส ว่ นเมืองทา่ ทองกับเมืองคีรีรั ฐนิคม
ข้ึนตรงตอ่ เมืองนครศรีธรรมราช ค รั น้ ถึงรั ชสมัยพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจา้
อยูห่ ัว ไดย้ กฐานะเมืองทา่ ทองเป็นเมืองจัตวาข้ึนตรงตอ่ กรุงเทพมหานครเชน่
เดียวกั น
ร.ศ.107 พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยูห่ ัวทรงพระกรุณาโปรด
เกลา้ ฯ ให้แบง่ เขตการปกครองทั่วราชอาณาจักรออกเป็นมณฑล โปรดให้รวม
เมืองไชยา เมืองกาญจนดิษฐ์ และเมืองคีรีรั ฐนิคมเขา้ เป็นเมืองเดียวกันเรียกวา่ "
เมืองไชยา" ตัง้ ศาลากลางท่ีบา้ นดอน รวมเมืองไชยา เมืองชุมพร และเมือง
หลังสวนข้ึนเป็นมณฑลหน่ึงเรียกวา่ "มณฑลชุมพร" ต ัง้ ศาลามณฑลอยูท่ ่ีเมือง
ชุมพร ตอ่ มาไดย้ า้ ยศาลามณฑลมาตัง้ ท่ีบา้ นดอน บริเวณเดียวกับศาลากลางเมือง
ไชยา ยกฐานะเมืองทา่ ทองเป็นอาํ เภอ เอาช่ือเมืองกาญจนดิษฐ์ให้เป็นช่ืออาํ เภอ
เรียกวา่ "อาํ เภอกาญจนดิษฐ์" ลดฐานะเมืองไชยาเดิมเป็นอาํ เภอเรียกวา่ "อาํ เภอ
ไชยา" และลดฐานะเมืองคีรีรั ฐนิคมเป็น อาํ เภอคีรีรั ฐนิคม
จนถึง พ.ศ. 2458 พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยูห่ ัวไดเ้ สดจ็
พระราชดาํ เนินมณฑลปั กษ์ใต้ ประทับแรมท่ีตาํ หนั กสวนสราญรมยค์ วนทา่ ขา้ ม
อาํ เภอพุนพิน ทอดพระเนตรเหน็ ประชาชนพลเมืองมีกิริยามารยาทเรียบร้อย
ประกอบกับไดท้ รงทราบจากผูป้ กครองบา้ นเมืองวา่ ประชาชนตัง้ มั่นอยูใ่ นศลี ธรรม
เคารพหนั กแน่นในพระพุทธศาสนา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ให้เปล่ียนช่ือ
เมืองไชยาเป็น "เมืองสุราษฎร์ธานี" อันแปลวา่ "เมืองคนดี" เปล่ียนช่ือมณฑล
ชุมพรเป็น "มณฑลสุราษฎร์" และเปล่ียนช่ืออาํ เภอคีรีรั ฐนิคมเป็น อาํ เภอทา่ ขนอน
เ พ่ือให้ตรงกับตาํ บลท่ีตัง้ อาํ เภอซ่ึงเป็นดา่ นเกบ็ ภาษี ดา่ นน้ีเกบ็ ภาษีจากสนิ คา้ ซ่ึง
เขา้ มาทางจังหวัดพังงา ตะกั่วป่ า และภูเกต็ ผา่ นมาทางภูเขาแลว้ ลอ่ งมาตามลาํ นํา้
คลองพุมดวงเขา้ ไปยังอาํ เภอตา่ ง ๆ ตามชายฝั่ งทะเลหรือริมทางรถไฟ ช่ือของ
อาํ เภอจึงใช้ "ทา่ ขนอน" ตัง้ แตน่ ั น้ มา
5.หินพั ด
หินพัด ตัง้ อยูใ่ นพ้ืนท่ี ม.13 ต .ทา่ ขนอน อ.คีรีรั ฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี กอ้ น
หินมหัศจรรยว์ ขนาดใหญท่ ่ีวางทับกัน โดยฐานไมแ่ นบสนิทสามารถมองทะลุผา่ น
ไดซ้ ่ึงเป็นความแปลกประหลาดอยา่ งมากความสูงประมาณ 5 - 6 เ มตร มีฐาน
กวา้ งประมาณ 30 เซนติเมตร เช่ือกันวา่ เกิดข้ึนมานั บพันปี การคน้ พบหินพัดคน้
พบโดยพรานป่ าหรือคนหา ของป่ าเม่ือกลับมาถึงบา้ นไดพ้ ูดคุยให้เพ่ือนบา้ นทราบ
วา่ พบหินมหัศจรรยต์ ัง้ ตระหงา่ น อยูบ่ นบริเวณหน้าผาสูงในกลางป่ า ลักษณะ
คลา้ ยพัดบา้ งกว็ า่ คลา้ ยรูปหัวใจหลังจากนั น้ ไดม้ ีคนในพ้ืนท่ีไดข้ ้ึนไปชมทัศนียภาพ
โดยรอบของหินพัด พบวา่ หินพัดเป็นรูปหินตัง้ ไมย่ ึดติดเป็นเน้ือเดียวกันกับฐานมี
ลักษณะคลา้ ยกับ “พระธาตุอินแขวน”ในประเทศพมา่ จากการบอกเลา่ ของนั กทอ่ ง
เท่ียว และราษฎรในพ้ืนท่ีเก่ียวกับความเช่ือวา่ เม่ือไดไ้ ปถึงหินพัดให้เอามือสัมผัส
ลูบไลพ้ ร้อมโยนเหรียญไปท่ีฐานท่ีมีชอ่ งโหวอ่ ีกดา้ นหน่ึง พร้อมอธิฐานขอ ให้
ความรั กสมหวังหน้าท่ีการงานประสบความสาํ เร็จชีวติ คูค่ รองราบร่ืน เป็นตน้ และ
หลายคนบอกวา่ คาํ อธิฐาน นั น้ ประสบผลสาํ เร็จ
6.สะพานแขวน วัดเขาพัง
หินพัด ตัง้ อยูใ่ นพ้ืนท่ี ม.13 ต .ทา่ ขนอน อ.คีรีรั ฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี กอ้ นหิน
มหัศจรรยว์ ขนาดใหญท่ ่ีวางทับกัน โดยฐานไมแ่ นบสนิทสามารถมองทะลุผา่ นได้
ซ่ึงเป็นความแปลกประหลาดอยา่ งมากความสูงประมาณ 5 - 6 เ มตร มีฐานกวา้ ง
ประมาณ 30 เ ซนติเมตร เช่ือกันวา่ เกิดข้ึนมานั บพันปี การคน้ พบหินพัดคน้ พบโดย
พรานป่ าหรือคนหา ของป่ าเม่ือกลับมาถึงบา้ นไดพ้ ูดคุยให้เพ่ือนบา้ นทราบวา่ พบ
หินมหัศจรรยต์ ัง้ ตระหงา่ น อยูบ่ นบริเวณหน้าผาสูงในกลางป่ า ลักษณะคลา้ ยพัด
บา้ งกว็ า่ คลา้ ยรูปหัวใจหลังจากนั น้ ไดม้ ีคนในพ้ืนท่ีไดข้ ้ึนไปชมทัศนียภาพโดยรอบ
ของหินพัด พบวา่ หินพัดเป็นรูปหินตัง้ ไมย่ ึดติดเป็นเน้ือเดียวกันกับฐานมีลักษณะ
คลา้ ยกับ “พ ระธาตุอินแขวน”ในประเทศพมา่ จากการบอกเลา่ ของนั กทอ่ งเท่ียว
และราษฎรในพ้ืนท่ีเก่ียวกับความเช่ือวา่ เม่ือไดไ้ ปถึงหินพัดให้เอามือสัมผัสลูบไล้
พร้อมโยนเหรียญไปท่ีฐานท่ีมีชอ่ งโหวอ่ ีกดา้ นหน่ึง พร้อมอธิฐานขอ ให้ความรั ก
สมหวังหน้าท่ีการงานประสบความสาํ เร็จชีวติ คูค่ รองราบร่ืน เป็นตน้ และหลายคน
บอกวา่ คาํ อธิฐาน นั น้ ประสบผลสาํ เร็จ
7.อุทยานธรรมเขานาหลวง
ตัง้ อยูท่ ่ีตาํ บลตน้ ยวน อาํ เภอพนม เป็นสถานท่ีตัง้ เจดียล์ อยฟ้ า พระพุทธศลิ าวดี
และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ บนยอดเขาหินปูนสูงจากพ้ืนดินเกือบ 300 เมตร
ถา้ อยากชมววิ ชิลลๆ์ ตอ้ งเล่ียงชว่ งเทศกาลท่ีเก่ียวกับพุทธศาสนา และวันหยุดยาว
ชว่ งปี ใหม่ เวน้ แตช่ อบคนมากๆ เพราะชว่ งดังกลา่ วจะเป็นชว่ งท่ีมีคนเดินข้ึนเขา
เพ่ือมากราบไหวข้ อพรเป็นสริ ิมงคลแกช่ ีวติ ท่ีน้ีมีบรรยากาศคลา้ ยอันซีนท่ีวัดเฉลิม
พระเกียรติจังหวัดลาํ ปาง ท่ีมีฉายาภูฏานเมืองไทย ตา่ งกันตรงท่ีมีสเี ขียวร่มร่ืนกวา่
เพราะอยูใ่ นเขตชุม่ ช้ืนทางใตข้ องไทยอุทยานแหง่ ชาติเขาหลวง เป็นอุทยานแหง่
ชาติท่ีตัง้ อยูใ่ นทอ้ งท่ี จังหวัดนครศรีธรรมราช ไ ดถ้ ูกจัดตัง้ ข้ึนตามมติคณะรั ฐมนตรี
กาํ หนดให้ป่ าเขาหลวงและป่ าอ่ืนๆ ในทอ้ งท่ีจังหวัดนครศรีธรรมราช รวม 14 ป ่ า
เป็นอุทยานแหง่ ชาติ กรมป่ าไมไ้ ดท้ าํ การสาํ รวจเบ้ืองตน้ เก่ียวกับสภาพพ้ืนท่ี
บริเวณป่ าเขาหลวงจะถูกวาตภั ย ในปี พ.ศ. 2505 ทาํ ให้ไมข้ นาดใหญล่ ม้ โคน่
เป็นจาํ นวนมาก นอกจากนั น้ ป่ าแหง่ น้ียังมีคุณคา่ ควรแกก่ ารเกบ็ รั กษาไว้ เพ่ือ
ประโยชน์ในการพักผอ่ นหยอ่ นใจ การศกึ ษา คน้ ควา้ วจิ ัยและคุม้ ครองรั กษาพันธุ์
สัตวป์ ่ า นั บวา่ ควรคา่ แกก่ ารจัดเป็นอุทยานแหง่ ชาติ ซ่ึงตอ่ มาไดม้ ีมติคณะ
กรรมการอุทยานแหง่ ชาติ จากการประชุมครั ง้ ท่ี 1/2517 เม่ือวันท่ี 22 มกราคม
2517 เหน็ ชอบในหลักการให้จัดตัง้ เป็นอุทยาน โดยไดม้ ีพระราชกฤษฎีกา
กาํ หนดบริเวณท่ีดินป่ าเขาหลวงในทอ้ งท่ีตาํ บลดอนตะโก ตาํ บลกะทูน ตาํ บลเขา
พระ ตาํ บลพิปูน ตาํ บลยางคอ้ ม อ าํ เภอพิปูน ต าํ บลละอาย อ าํ เภอฉวาง ตาํ บลสวน
ขัน ตาํ บลชา้ งกลาง อาํ เภอชา้ งกลาง ต าํ บลทา่ ง้วิ อ าํ เภอเมืองนครศรีธรรมราช
ตาํ บลพรหมโลก ตาํ บลบา้ นเกาะ ตาํ บลอินทคีรี ตาํ บลทอนหงส์ อ าํ เภอพรหมคีรี
และตาํ บลเขาแกว้ ตาํ บลทา่ ดี ตาํ บลกาํ โลน อ าํ เภอลานสกา ตาํ บลกรุงชิง ตาํ บลนบ
พิตาํ ตาํ บลนาเหรง อาํ เภอนบพิตาํ จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้เป็นอุทยานแหง่
ชาติ ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลม่ ท่ี 91 ตอนท่ี 216 ลงวันท่ี 18
ธั นวาคม 2517 นั บเป็นอุทยานแหง่ ชาติแหง่ ท่ี 9 ข องประเทศ
8.ฟ าร์มเมลอ่ น
เหมือนมีญ่ีป่ ุนอยูท่ ่ีสุราษฎร์ บางคนอาจจะแอบนึกถึงเมืองกาญจน์ และปราจีนบุรี
ท่ีมีเมลอ่ นรสชาติดีไมแ่ พก้ ัน ท่ีน่ีเป็นฟาร์มเมลอนแหง่ แรกของจังหวัด
สุราษฎร์ธานี และมีท่ีพักในตัว ใครเป็นพวกเมลอนเลิฟเวอร์อยากอินกับ
บรรยากาศให้สุดๆ ใชช้ ีวติ ติดโรงเรือนเมลอน แนะนําให้โทรจองลว่ งหน้า
9.พ ระบรมธาตุไชยาราชวรวหิ าร
อยูห่ า่ งจากตัวเมืองประมาณ 55 ก ิโลเมตร เป็นสถานท่ีไมค่ วรพลาดอยา่ งยงิ่
สาํ หรั บคนท่ีไปเยือนสุราษฎร์ครั ง้ แรก เพราะพระบรมธาตุไชยาฯ ถือเป็นสงิ่
ศักดิส์ ทิ ธิ์คูบ่ า้ นคูเ่ มืองสุราษฎร์ เ ป็นสถานท่ีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และเป็น
พุทธสถานแหง่ เดียวท่ีมีเอกลักษณ์ของศลิ ปะสมัยศรีวชิ ัยท่ียังอยูใ่ นสภาพดีท่ีสุด
และถูกนําไปใชเ้ ป็นสัญลักษณ์ประจาํ จังหวัด อ ีกทัง้ เป็นหน่ึงในสถานท่ีศักดิส์ ทิ ธิ์
ของภาคใต้
10.ศ าลหลักเมือง
กลับเขา้ เมือง บริเวณสนามศรีสุราษฎร์ ใกลแ้ มน่ ํา้ ตาปี ตาํ บลตลาด แวะนมัสการ
หรือแวะชมศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี ซ่ึงเปิดให้เขา้ ชมทุกวันตัง้ แตห่ กโมงเชา้ ถึง
หกโมงเยน็ ถา้ ฟ้ าสวยใสเป็นใจท่ีน่ีถา่ ยรูปสวยมาก
11.ช ุมชนบา้ นพุมเรียง
เป็นแหลง่ ทอผา้ ท่ีมีช่ือเสยี งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซ่ึงยังหาซ้ือไดใ้ นพ้ืนท่ี แตส่ งิ่
ท่ีนั กทอ่ งเท่ียวสว่ นใหญส่ นใจคือ การเป็นชุมชนประมงท่ีตัง้ อยูบ่ ริเวณอา่ วพุมเรียง
ท่ีมีกิจกรรมทอ่ งเท่ียวมากมายทัง้ บา้ นปลา ธนาคารปู ลอ่ งเรือชมวถิ ีชีวติ ชาวเล
บริเวณอา่ นพุมเรียงและเกาะเสร็จ เกาะเลก็ ๆ ท่ีอยูห่ างจากฝั่ งประมาณ 30 น าที
แตม่ ีหาดทรายขาวให้เดินกินลมชมววิ ฟั งเสยี งนกไดแ้ บบสบายใจไทยแลนด์
12.แหลมโพธ์
ใกลก้ ับชุมชนพุมเรียง มีแหลมโพธิ์ ซ่ึงเป็นแหลง่ อาหารทะเลข้ึนช่ืออีกแหง่ ของ
จังหวัดสุราษฎร์ มีของเดด็ ท่ีหาท่ีไหนไมไ่ ดอ้ ยา่ ง ห อยขาว ใ ครอยากชิมตอ้ งไปท่ีน่ี
เทา่ นั น้ เหมือนอยากกินหอยชักตีนตอ้ งไปกระบ่ี
13.อุทยานแหง่ ชาติคลองพนม
เป็นอุทยานแหง่ ชาติ ท่ีตัง้ อยูใ่ นตาํ บลคลองสก ตาํ บลพนม และตาํ บลพลูเถ่ือน
อาํ เภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีเน้ือท่ีทัง้ หมดประมาณ 460 ตารางกิโลเมตร
หรือประมาณ 290,000 ไร่ ไดจ้ ัดตัง้ เป็นอุทยานแหง่ ชาติเม่ือวันท่ี 18 พ ฤศจิกายน
2543 โดดเดน่ ดว้ ยเขาหินปูนสลับซับซอ้ น บางฤดูถา้ นั กทอ่ งเท่ียวมีเวลาสักคร่ึง
วันสามารถลอ่ งแกง่ ชมความงามสองฝั่ งคลองไดด้ ว้ ย
14.สวนโมกขพลาราม
นั กเดินทางสายธรรมหลายคนรู้จักท่ีน่ีดีกวา่ ม ากกวา่ แหลง่ ทอ่ งเท่ียวหลายท่ีของ
จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถา้ เดินทางโดยรถยนต์ สวนโมกขฯ์ ช ่ือเรียกสัน้ ๆ ข องท่ีน่ีซ่ึง
ตัง้ อยูใ่ นอาํ เภอไชยา และเป็นสถานท่ีทา่ นพุทธทาสซ่ึงมรณภาพไปแลว้ สร้างข้ึนจน
เป็นแหลง่ ศกึ ษาธรรมข้ึนช่ือของประเทศ บรรยากาศภายในจึงเน้นความเป็น
ธรรมชาติ สงบ พร้อมกับสถานท่ีสาํ คัญให้ชมมากมายภายใน เ ชน่ กุฏิทา่ นพุทธทาส
ลานหินโคง้ สระนาฬิ เกร์ ธรรมนาวา โรงมหรสพทางวญิ ญาณ และโบสถบ์ นเขา
พุทธทอง ใ ครท่ีสนใจแวะไปเยือนควรเท่ียวอยา่ งมีสติและสงบ
15.นํา้ ตกดาดฟ้ า
ถา้ ใครรู้จักเงาะโรงเรียน คงจะคุน้ ๆ บ า้ งกับช่ือเดิมวา่ เงาะนาสาร ซ ่ึงอาํ เภอนาสาร
เป็นตน้ กาํ เนิดของเงาะโรงเรียนท่ีมีขนสเี ขียว นอกจากเงาะ ท ่ีน่ีกม็ ีท่ีเท่ียวท่ีคน
รู้จักอีกแหง่ คือนํา้ ตกดาดฟ้ า อ ดีตเคยเป็นฐานท่ีมั่นของพรรคคอมมิวนิสตท์ ่ีถูก
พัฒนาเป็นแหลง่ ทอ่ งเท่ียว ลักษณะนํา้ ตกเป็นหน้าผาสูงชันสูงประมาณ 80 เ มตร
รายลอ้ มดว้ ยสเี ขียวของพันธุไ์ มน้ านาชาติชนิดร่มร่ืนแบบป่ าเขาทางใตโ้ ดยแท้
16.เขาโกเตง บา้ นบนเขา
ววิ ทะเลหมอกสวยๆ บนยอดเขาแบบน้ี อยา่ เพิง่ เขา้ ใจผิดคดิ วา่ ผมมาแอว่ ภาค
เหนือหรือเปลา่ ? ไมใ่ ชเ่ ลย น่ีผมกาํ ลังอยูท่ ่ีสุราษฎร์ปั กษ์ใตบ้ า้ นเราจริงๆ แถมยัง
เป็นในตัวอาํ เภอเมืองอีกดว้ ย! เรียกวา่ เป็นสถานท่ีท่ีผมไมอ่ ยากให้พลาดเลยถา้ ได้
มาเยือนเมืองสุราษฎร์ กับบรรยากาศในยามเชา้ ณ ร้านท่ีตัง้ อยูร่ ิมเขา ท่ีเปิดให้เรา
มานั่งทานอาหารเชา้ และจิบกาแฟร้อนๆ ไปพร้อมกับการชมหมอกสวย
17. Cher (เฌอ) คาเฟ่
คาเฟ่ ใตต้ น้ ไม้ ช ิลๆ ร้านอยูใ่ นตัวเมือง สุราษฎร์ธานี ด ีไซน์ร้านเป็นสไตลล์ อฟทม์ ินิ
มอล ร่มร่ืน ม ีมุมถา่ ยรูปน่ารั ก หลายๆมุม ร ้านให้บริการทัง้ เคร่ืองด่ืมขนมคะ่ ร้านตัง้
อยู่ ถนนสุราษฎร์- ป ากนํา้ สุราษฎร์ธานี กอ่ นถึง ปากนํา้ ซอย 3 เปิดทุกวัน
08:30-18:00
18.สะพานศรีสุราษฎ์
สะพานดังกลา่ วทางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไดร้ ่วมกันตัง้ ช่ือสะพานแหง่ ใหมน่ ้ีวา่ '
สะพานศรีสุราษฎร์' ลักษณะของสะพานชว่ งขา้ มแมน่ ํา้ เ ป็นสะพาน
คอนกรีตอัดแรงรูปกลอ่ ง ก อ่ สร้างเป็นสะพานคู่ 2 สะพานสะพานมีความยาว 2.56
กม. และถนนยาว 3.24 ก ม.
สาํ หรั บรถท่ีเดินทางมาจากกรุงเทพฯ ม ุง่ หน้า ไป อ .กาญจนดิษฐ์ น ครศรีธรรมราช
สงขลา สามารถใชเ้ สน้ ทางเล่ียงเมืองสุราษฎร์ ขา้ มสะพานศรีสุราษฎร์ โดยไมต่ อ้ ง
วงิ่ ผา่ นตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ชว่ ยร่นระยะเวลาเดินทาง อีกทัง้ เป็นการแกไ้ ขปั ญหา
จราจรภายในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ท ่ีเดินทางมาจาก อ .พ ุนพิน สนามบนิ อ.ดอนสัก
และ อ.เ กาะสมุย
19.ตลาดศาลเจา้
ตลาดศาลเจา้ เ ป็นท่ีรู้จักของคนทั่วไปเป็นอยา่ งดี เป็นตลาดของกินตอนกลางคืนท่ี
ข้ึนช่ือของเมืองสุราษฎร์ เ ม่ือนั กทอ่ งเท่ียวมีโอกาสมาเยือนจังหวัดสุราษฎร์ธานีไม่
ควรพลาดมาท่ีจะมาหาของอร่อยๆ ร ั บประทานท่ีน่ี แ มจ้ ะไมม่ ีแสงสแี ละคึกคักอยา่ ง
เมืองตามเกาะ แ ตเ่ มืองสุราษฎร์ยังมีตลาดของกินท่ีคึกคัก ละลานตา และราคาเป็น
มิตร ท ่ีมาของช่ือตลาดแหง่ น้ีสบื เน่ืองจากทาํ เลท่ีตัง้ ซ่ึงอยูใ่ กลๆ้ ก ับศาลเจา้ ภ ายใน
ตลาดจะเป็นซอยเลก็ ๆ ท่ีมีรถเขน็ ร้านรวงตัง้ อยูเ่ ตม็ สองขา้ งทาง ป ระดับประดา
ดว้ ยของกินของอร่อยแบบพ้ืนเมืองนั บเป็นตลาดของกินท่ีมีความหลากหลายมาก
แหง่ หน่ึง
20.ตลาดสะพานโคง้
ตลาดสะพานโคง้ 100 ปี เ ป็นแลนดม์ าร์คอีกแหง่ หน่ึงของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
เอกลักษณ์คือเป็นบา้ นเรือนโบราณ แ ละมีสะพานเช่ือมระหวา่ งอาคาร อายุนั บ
100 ปี ใ นสไตลช์ ิโน - โปรตุกีส บนถนนเศรษฐภั กดี ในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี
ใกลๆ้ กับถนนคนเดินริมแมน่ ํา้ ตาปี
ผูท้ ่ีช่ืนชอบถา่ ยภาพบรรยากาศแนววนิ เทจ และการเดิน ช ิม ช อ็ ป แ ละเช็
กอินจึงไมค่ วรพลาดท่ีจะมาเยือน เ พราะมีมุมสวยๆ ม ากมาย ให้ไดถ้ า่ ยรูปเป็นท่ี
ระลึก รวมถึงสสี ันอันสวยงามโดดเดน่ ของบานประตูหน้าบา้ นแตล่ ะหลังท่ียังคง
เอกลักษณ์ของประตูบานพับของคนจีนสมัยกอ่ นไวอ้ ยา่ งสมบูรณ์
ดัง้ เดิมชุมชนบริเวณน้ีเป็นคนเช้ือสายจีน ส มัยกอ่ นชาวจีนเดินทางโดยเรือ
สาํ เภามาเทียบทา่ บริเวณน้ีเพราะเลง็ เหน็ วา่ มีความสะดวกในการคมนาคม จึงได้
ปั กหลักทาํ มาคา้ ขาย สร้างบา้ นเรือนท่ีน่ี ปั จจุบันทา่ นํา้ ไดก้ ลายเป็นทา่ เรือเกาะบา้ น
ดอนท่ีเป็นท่ีรั กจักของคนสุราษฎร์ น อกจากพ้ืนท่ีบริเวณน้ีจะอนุรั กษ์อาคารเกา่
และสะพานโคง้ เช่ือมอาคารในเขตเทศบาลสุราษฎร์ธานีแลว้ ย ังมีการปรั บปรุงภูมิ
ทัศน์สร้างความสวยงามของอาคารเกา่ เพ่ือเป็นจุดแวะชมของนั กทอ่ งเท่ียวอีกดว้ ย
ประวัติความเป็นมา จังหวัด สุราษฎธ์ านี
สุราษฎร์ธานี ม ักจะเรียกกันดว้ ยช่ือสัน้ ๆ ว า่ ส ุราษฎร์ฯ ใ ชอ้ ักษรยอ่ สฎ เ ป็น
จังหวัดในภาคใตต้ อนบน มีพ้ืนท่ีขนาดใหญท่ ่ีสุดในภาคใต้ และเป็นอันดับ 6 ของ
ประเทศไทย แ ละมีประชากรหนาแน่นอันดับ 59 ข องประเทศ น ั บเป็นจังหวัดหน่ึง
ท่ีมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ม ีหลักฐานทัง้ ประวัติศาสตร์และโบราณคดีเกา่ แก[่ 2]
และยังมีแหลง่ ทอ่ งเท่ียวและอุทยานแหง่ ชาติหลายแหง่ มีจังหวัดท่ีอยูต่ ิดกันไดแ้ ก่
ชุมพร น ครศรีธรรมราช กระบ่ี พังงา และระนอง
จังหวัดสุราษฎร์ธานีตัง้ อยูใ่ นฝั่ งตะวันออกของภาคใต้ โดยมีสภาพ
ภูมิประเทศท่ีหลากหลายทัง้ ท่ีราบสูง ภ ูมิประเทศแบบภูเขา รวมทัง้ ท่ีราบชายฝั่ ง มี
พ้ืนท่ีครอบคลุมถึงในบริเวณอา่ วไทย ท ัง้ บริเวณท่ีเป็นทะเลและเป็นเกาะ เ กาะใน
พ้ืนท่ีจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีทัง้ ขนาดใหญแ่ ละขนาดเลก็ มากถึง 98 เกาะ น ั บวา่ มาก
ท่ีสุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองมาจากจังหวัดพังงาท่ีมี 155 เ กาะ และจังหวัด
ภูเกต็ ท่ีมี 154 เกาะ[3] เ กาะขนาดใหญเ่ ป็นท่ีรู้จักเชน่ เ กาะสมุย เ กาะพะงัน เกาะเตา่
และหมูเ่ กาะอา่ งทอง เน่ืองจากทาํ เลท่ีตัง้ จึงไดร้ ั บอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียง
ใต้ ซ ่ึงเกิดบริเวณทะเลอันดามันบา้ งเป็นครั ง้ คราวเน่ืองจากจะมีแนวเทือกเขา
ตะนาวศรี เ ทือกเขาภูเกต็ และเทือกเขานครศรีธรรมราช [ 4] แถบบริเวณจังหวัด
ระนอง จ ังหวัดชุมพร จังหวัดพังงา จังหวัดภูเกต็ แ ละจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็น
แนวชว่ ยลดอิทธิพลของลมมรสุมดังกลา่ ว ในทางกลับกันพ้ืนท่ีจังหวัดสุราษฎร์ธานี
จะไดร้ ั บอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นสว่ นใหญ่ มรสุมตะวันออก
เฉียงเหนือปกติจะมีแหลง่ กาํ เนิดบริเวณทะเลจีนใตแ้ ละอา่ วไทย ทาํ ให้จังหวัด
สุราษฎร์ธานีมีชว่ งฤดูฝนกินระยะเวลาตัง้ แตเ่ ดือนตุลาคมจนถึงเดือนมกราคม
ประชากรสว่ นใหญน่ ั บถือศาสนาพุทธ โ ดยประกอบอาชีพทางดา้ นการเกษตร
เป็นหลัก โ ดยใชพ้ ้ินท่ีในการทาํ การเกษตรประมาณร้อยละ 45 ของพ้ืนท่ีทัง้ หมด
นอกจากน้ี ยังประกอบอาชีพทางดา้ นปศุสัตว์ ประมง อ ุตสาหกรรม ร วมทัง้ มีการทาํ
เหมืองแร่ดว้ ย
ท่ีตัง้ และอาณาเขต
จังหวัดสุราษฎร์ธานีตัง้ อยูฝ่ ั่ งตะวันออกของภาคใต้ โ ดยมีพ้ืนท่ีใหญเ่ ป็น
อันดับ 6 ข องประเทศ และอันดับ 1 ของภาคใต[้ 8] โ ดยมีจังหวัดท่ีมีอาณาเขตติดกั น
ดั งน้ี
● ดา้ นเหนือ ต ิดกั บจังหวัดระนอง จ ังหวัดชุมพร แ ละอา่ วไทย
● ดา้ นใต้ ติดกั บจังหวัดกระบ่ีและจังหวัดนครศรีธรรมราช
● ดา้ นตะวันออก ต ิดกั บจังหวัดนครศรีธรรมราชและอา่ วไทย
● ดา้ นตะวันตก ต ิดกั บจังหวัดพังงา
โดยทะเลฝั่ งอา่ วไทยนั น้ มีชายฝั่ งยาวประมาณ 156 กิโลเมตร โดยมีเกาะท่ีอยู่
ภายใตเ้ ขตการปกครองของจังหวัด ไ ดแ้ ก่ เ กาะสมุย เ กาะพะงัน เ กาะเตา่ แ ละหมู่
เกาะอา่ งทอง ซ่ึงมีเกาะน้อยใหญอ่ ีกมากมาย จ ึงไดช้ ่ือวา่ เมืองร้อยเกาะ เ ชน่ เกาะ
นางยวน เ กาะวัวตาหลับ เ กาะแมเ่ กาะ
ภูมิประเทศ
จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีพ้ืนท่ีกวา้ งใหญ่ และมีสภาพภูมิประเทศท่ีหลากหลาย
ไดแ้ ก่ ภูมิประเทศแบบท่ีราบชายฝั่ งทะเล ท่ีราบสูง รวมทัง้ ภูมิประเทศแบบภูเขาซ่ึง
กินพ้ืนท่ีของจังหวัดถึงร้อยละ 40 ข องพ้ืนท่ีทัง้ หมด ] โดยมีทวิ เขาภูเกต็ ทอดตัวใน
แนวเหนือ-ใตข้ องจังหวัด และมีลุม่ นํา้ ท่ีสาํ คัญ คือ ลุม่ นํา้ ตาปี ไ ชยา ทา่ ทอง
เป็นตน้ ดา้ นตะวันออกเป็นฝั่ งทะเลอา่ วไทย และมีเกาะน้อยใหญท่ ่ีมีประชากร
อาศัย สว่ นดา้ นตะวันตกมีลักษณะเป็นภูเขาสูง มีแมน่ ํา้ สายสาํ คัญ คือ แมน่ ํา้ ตาปี
แมน่ ํา้ คีรีรั ฐหรือแมน่ ํา้ พุมดวง เน่ืองจากทาํ เลท่ีตัง้ รวมถึงภูมิประเทศ จังหวัด
สุราษฎร์ธานีจึงไดร้ ั บอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใตท้ ่ีพัดมาจากมหาสมุทร
อินเดีย รวมทัง้ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือท่ีพัดผา่ นอา่ วไทย ด ังนั น้ จึงทาํ ให้
จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีชว่ งฤดูฝนยาวนานมาก โดยกินระยะเวลาตัง้ แตเ่ ดือน
พฤษภาคมจนถึงเดือนมกราคม โดยจังหวัดสุราษฏร์ธานีมีอุณหภูมิตา่ํ สุดเฉล่ีย
21.16 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดเฉล่ีย 34.51 องศาเซลเซียส [10] แ ละ
ปริมาณนํา้ ฝนเฉล่ีย 129.59 ม ิลลิเมตร
การปกครองสว่ นภูมิภาค
จังหวัดสุราษฎร์ธานีแบง่ การปกครองสว่ นภูมิภาคออกเป็น 19 อาํ เภอ 131
ตาํ บล 1,074 ห มูบ่ า้ น ม ีรายช่ืออาํ เภอดังน้ี
1. อาํ เภอเมือง 11. อาํ เภอ
สุราษฎร์ธานี ทา่ ฉาง
2. อาํ เภอกาญจนดิษฐ์ 12. อาํ เภอ
3. อาํ เภอดอนสัก บา้ นนาสาร
4. อาํ เภอเกาะสมุย
5. อาํ เภอเกาะพะงัน 13. อาํ เภอ
6. อาํ เภอไชยา บา้ นนาเดิม
7. อาํ เภอทา่ ชนะ
8. อาํ เภอคีรีรั ฐนิคม 14. อาํ เภอเคียน
9. อาํ เภอบา้ นตาขุน ซา
10. อาํ เภอพนม
15. อาํ เภอ
เวียงสระ
16. อาํ เภอ
พระแสง
17. อาํ เภอ
พุนพิน
18. อาํ เภอชัยบุรี
19. อาํ เภอ
วภิ าวดี
เกษตรกรรม
ประชากรในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีรายไดต้ อ่ หัวเฉล่ีย 162,329 บ าท ต อ่ ปี โดย
สว่ นมากจะประกอบอาชีพทางการเกษตร เชน่ ทาํ นา ท าํ สวน ท าํ ไร่ โ ดยใชท้ ่ีดิน
เพ่ือทาํ การเพาะปลูกประมาณ 4 5% ข องพ้ืนท่ีทัง้ หมด ซ่ึงพืชเศรษฐกิจท่ีสาํ คัญ
ไดแ้ ก่ ยางพารา ปาลม์ นํา้ มัน มะพร้าว เงาะ ท ุเรียน แ ละกาแฟ นอกจากนั น้ ยังมี
การเล้ียงปศุสัตวแ์ ละการทาํ ประมง โ ดยปศุสัตวท์ ่ีนิยมเล้ียงกันมาก เ ชน่ โค กระบือ
สุกร ไ ก่ แ พะ โ ดยปศุสัตวท์ ่ีมีมูลคา่ ผลผลิตมากท่ีสุด ค ือ โค ส ุกร ไ ก่ ก ระบือ แ ละ
เป็ดตามลาํ ดับ จังหวัดสุราษฎร์ธานี รายงานแสดงจาํ นวนครั วเรือนท่ีประกอบ
อาชีพทางการเกษตร แยกตามอาชีพทางการเกษตร
อุตสาหกรรม
อุตสาหกรรมสว่ นใหญข่ องจังหวัดสุราษฎร์ธานีจะเป็นอุตสาหกรรมท่ีตอ่ เน่ืองจาก
ผลผลิตทางเกษตรกรรม เ ชน่ อุตสาหกรรมปลาป่ น อ าหารทะเลแชแ่ ขง็ อาหาร
ทะเลกระป๋ อง นํา้ มันปาลม์ ดิบ อุตสาหกรรมท่ีเก่ียวขอ้ งกับยางพารา ซ ่ึงในจังหวัดมี
จาํ นวนโรงงานอุตสาหกรรมประมาณ 730 โ รงงาน ซ่ึงสว่ นใหญต่ ัง้ อยูใ่ นเขต
อาํ เภอเมืองสุราษฎร์ธานีมากท่ีสุด น อกจากน้ี ยังมีการให้สัมปทานเหมืองแร่ โดย
แร่ท่ีสาํ คัญในจังหวัด ไ ดแ้ ก่ ย ปิ ซัม โ ดโลไมต์ แ อนไฮโครต์ ห ินปูน ดินขาว และ
บอลเคลย์ สาํ นั กงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานีไมไ่ ดร้ วมอยูใ่ นบริเวณ
ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี แ ตจ่ ะตัง้ อยูบ่ ริเวณถนนตลาดใหม่ ร ะหวา่ งซอย 7
และซอย 9 ในตาํ บลตลาดถัดไปจากท่ีวา่ การอาํ เภอเมืองฯ เพียงเลก็ น้อย
อุทยานแหง่ ชาติ
1.หมูเ่ กาะอา่ งทอง
ทตี งั และแผนที
สถานทตี ดิ ตอ่ : อ ทุ ยานแหง่ ชาตหิ มเู่ กาะอา่ งทอง 145/1 ถ.ตลาดลา่ ง
ต.ตลาด อ.เมอื งสรุ าษฎรธ์ านี จ.สรุ าษฏรธ์ านี 84000
โทรศพั ท์ : 0 64 642 5186, 0 7728 6025, 0 7728 0222
โทรสาร : 0 7728 6588
E-mail : n [email protected]
หวั หนา้ อทุ ยานแหง่ ชาต:ิ น ายปิยะ หนูนลิ
ตาํ แหนง่ : นักวชิ าการป่ าไมช้ าํ นาญการพเิ ศษ
อตั ราคา่ บรกิ ารเขา้ อทุ ยานแหง่ ชาติ
ชาวไทย : ผใู ้ หญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
ชาวตา่ งชาติ : ผใู ้ หญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท
อตั ราคา่ บรกิ ารสาํ หรบั ยานพาหนะ : คลกิ
**หมายเหตุ เมอื ชาํ ระคา่ บรกิ ารเขา้ อทุ ยานแหง่ ชาตแิ ลว้ กรณุ าพกบตั ร
คา่ บรกิ ารตดิ ตวั ขณะทอ่ งเทยี วในอทุ ยานแหง่ ชาตเิ พอื การตรวจสอบ
รา้ นคา้ สวสั ดกิ าร
รา้ นคา้ สวสั ดกิ าร ชว่ งกลางวนั เปิดใหบ้ รกิ ารเวลา 07.30 น. - 15.00 น.
ชวงกลางคนื เปิดใหบ้ รกิ ารเวลา 18.00 น . - 21.00 น.
สญั ญาณโทรศพั ทใ์ นพนื ที
1. บรเิ วณทที ําการฯอา่ วคา : AIS, TRUE
2. บรเิ วณทะเลใน หาดหนา้ ทบั หาดถํารา้ ง (เกาะแมเ่ กาะ) : TRUE
3. บรเิ วณหน่วยพทิ กั ษ์ที 1 เกาะสามเสา้ : TRUE
4. บรเิ วณหน่วยพทิ กั ษ์ที 3 อา่ วสน : GSM, DTAC
ทะเลใน หนงึ เดยี วในอา่ วไทย
อทุ ยานแหง่ ชาตหิ มเู่ กาะอา่ งทอง เป็ นหมเู่ กาะในอา่ วไทยทอ้ งทตี ําบล
อา่ งทอง อําเภอเกาะสมยุ จังหวดั สรุ าษฎรธ์ านี อยหู่ า่ งจากเกาะสมยุ และ
เกาะพะงันไปทางทศิ ตะวนั ตกประมาณ 20 ก โิ ลเมตร ประกอบดว้ ยเกาะ
ตา่ งๆ ประมาณ 40 เกาะ ตามเกาะตา่ งๆ จะมหี าดทรายอยเู่ กอื บทกุ เกาะ
บางเกาะหาดทรายมสี ขี าวสะอาดบรสิ ทุ ธิ บางเกาะมปี ะการังตาม
ชายทะเลหลายชนดิ สสี วยงามหลากสี อยทู่ า่ มกลางความเงยี บสงบ
อทุ ยานแหง่ ชาตหิ มเู่ กาะอา่ งทองมเี นอื ทปี ระมาณ 63,750 ไร่ หรอื 102
ตารางกโิ ลเมตร
บรเิ วณหมเู่ กาะอา่ งทองแตเ่ ดมิ เป็ นพนื ทหี วงหา้ มของกองทพั เรอื ซงึ มี
โครงการจะสรา้ งฐานทพั เรอื เพอื ควบคมุ ความปลอดภยั ของประเทศทาง
ดา้ นอา่ วไทย แตด่ ว้ ยมที วิ ทศั นส์ วยงาม ทะเลสาบ หนา้ ผา ถําทะลุ เกาะ
รังนกนางแอน่ นกนานาชนดิ และแนวปะการัง เป็ นแหลง่ อาศยั และเพาะ
พันธปุ์ ลานานาชนดิ ในเดอื นมถิ นุ ายน พ.ศ. 2518 น ายสมบรู ณ์ วงศ์
ภกั ดี นักวชิ าการป่ าไมต้ รี กองอทุ ยานแหง่ ชาติ ไดเ้ ขยี นบทความสารคดี
เรอื ง “หมเู่ กาะอา่ งทอง อทุ ยานแหง่ ชาตทิ างทะเล” ซ งึ ตพี มิ พใ์ น
หนังสอื พมิ พ์ ไทยรัฐ ฉบบั วนั ที 29 มถิ นุ ายน 2518 สรปุ สาระสําคญั วา่
ควรจัดหมเู่ กาะอา่ งทอง อําเภอเกาะสมยุ จังหวดั สรุ าษฎรธ์ านี ใหเ้ ป็ น
อทุ ยานแหง่ ชาตทิ างทะเล ประกอบกบั กองอทุ ยานแหง่ ชาตไิ ดม้ ี
โครงการอยแู่ ลว้ เชน่ กนั และคณะกรรมการอทุ ยานแหง่ ชาตไิ ดม้ มี ตใิ น
คราวประชมุ ครังที 2/2518 เมอื วนั ที 22 ตลุ าคม 2518 ใหก้ รมป่ าไม ้
พจิ ารณาจัดหมเู่ กาะอา่ งทองเป็ นอทุ ยานแหง่ ชาตทิ างทะเลอกี แหง่ หนงึ
2.อทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาสก
อุทยานแหง่ ชาติเขาสก ม ีพ้ืนท่ีอยูใ่ นทอ้ งท่ีอาํ เภอพนมและอาํ เภอบา้ นตาขุน
จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสภาพพ้ืนท่ีเป็นธรรมชาติอันกวา้ งใหญป่ กคลุมไปดว้ ยป่ าดิบ
ช้ืน ค รอบคลุมพ้ืนท่ีเกือบทัง้ หมดของเขตอุทยานแหง่ ชาติ สว่ นใหญเ่ ป็นภูเขาสูงตา่ํ
สลับซับซอ้ น พ้ืนท่ีราบมีน้อย พ้ืนท่ีสว่ นหน่ึงดา้ นทศิ เหนือบริเวณคลองพระแสง
เป็นแหลง่ นํา้ ขนาดใหญ่ เ กิดข้ึนเน่ืองจากการกอ่ สร้างเข่ือนรั ชชประภา (เช่ียวหลาน
) ประกอบไปดว้ ยพรรณไมแ้ ละสัตวป์ ่ านานาชนิด อุทยานแหง่ ชาติเขาสกมีเน้ือท่ี
ประมาณ 741.01 ตารางกิโลเมตร หรือ 463,131.43 ไ ร่ ไดม้ ีการจัดตัง้ เป็น
อุทยานแหง่ ชาติเม่ือวันท่ี 23 ธ ั นวาคม 2523
อุทยานแหง่ ชาติเขาสก ด ินแดนศูนยก์ ลางของ “ขุนเขาแหง่ ป่ าฝน” เป็นผืน
ป่ าดิบช้ืนผืนใหญท่ ่ีสุดและมีความสาํ คัญของภาคใตอ้ ันประกอบไปดว้ ยอุทยานแหง่
ชาติเขาสก เ ขตรั กษาพันธุส์ ัตวป์ ่ าคลองแสง เขตรั กษาพันธุส์ ัตวป์ ่ าคลองยัน เขต
รั กษาพันธุส์ ัตวป์ ่ าคลองนาคา อุทยานแหง่ ชาติศรีพังงา และอุทยานแหง่ ชาติแกง่
กรุง มีพ้ืนท่ีทัง้ สน้ิ 2,296,879.5 ไร่ มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง อุดมไปดว้ ย
พืชพรรณมากมายหลายชนิด ท ัง้ พืชพรรณท่ีหายากและเป็นพืชเฉพาะถิน่ อันไดแ้ ก่
บัวผุด ปาลม์ เจา้ เมืองถลางหรือปาลม์ หลังขาวและปาลม์ พระราหู นอกจากน้ียังเป็น
แหลง่ ท่ีอยูอ่ าศัยของสัตวป์ ่ านานาชนิด โ ดยเฉพาะพบสัตวป์ ่ าสงวนถึง 4 ช นิด ค ือ
เกง้ หมอ้ เ ลียงผา ส มเสร็จ และแมวลายหินออ่ น และประกอบกับสภาพพ้ืนท่ีมี
ทวิ ทัศน์ ท ่ีสวยงาม ม ีความมหัศจรรยท์ างธรรมชาติทัง้ นํา้ ตก หน้าผา ถาํ้ แ ละ
ทวิ ทัศน์เทือกเขาหินปูนท่ีตัง้ ตระหงา่ นเหนือผืนนํา้ อา่ งเกบ็ นํา้ เข่ือนรั ชชประภา จน
ไดร้ ั บฉายาวา่ กุย้ หลินเมืองไทย
สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาดินและภูเขาหินปูนสูงสลับซับซอ้ น โดย
เฉพาะชอ่ งแคบเขากาเลาะ มีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนท่ีมียอดแหลมระเกะระกะ ม ี
แนวหน้าผาสูงชันบางแหง่ เป็นแทง่ สูงข้ึนไปในอากาศคลา้ ยหอคอยสูง ท ่ีราบมีไม่
มาก ม ีสภาพป่ าเป็นป่ าดงดิบท่ีสมบูรณ์มากเป็นป่ าตน้ นํา้ ลาํ ธารของแมน่ ํา้ ตาปี จ ุด
สูงสุดมีความสูงจากระดับนํา้ ทะเลประมาณ 960 เ มตร โดยเฉล่ียสูงจากระดับนํา้
ทะเลประมาณ 200 เมตร และลักษณะดินโดยทั่วไปเป็นดินเหนียวปนทรายมีสี
แดง บางแหง่ เป็นดินลูกรั งแตม่ ีสว่ นน้อย
3.อทุ ยานแหง่ ชาตนิ ําตการเสด็จ
อุทยานแหง่ ชาตินํา้ ตกธารเสดจ็ ตัง้ อยูใ่ นทอ้ งท่ีตาํ บลเกาะพะงัน ตาํ บลบา้ นใต้
อาํ เภอเกาะพะงัน และตาํ บลอา่ งทอง อาํ เภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี หา่ ง
จากฝั่ งจังหวัดสุราษฎร์ธานีประมาณ 100 กิโลเมตร ลักษณะทั่วไปเป็นภูเขาสูง
โดยมียอดเขาสูงสุดคือ ยอดเขาหรา มีความสูงจากระดับนํา้ ทะเลปานกลาง
ประมาณ 627 เมตร มีป่ าเขาท่ีอุดมสมบูรณ์ ครอบคลุม
ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ
อทุ ยานแหง่ ชาตธิ ารเสด็จ-เกาะพะงัน ตงั อยใู่ นทอ้ งทตี ําบลเกาะพะงัน
ตําบลบา้ นใต ้ อําเภอเกาะพะงัน จังหวดั สรุ าษฎรธ์ านี หา่ งจากฝังจังหวดั
สรุ าษฎรธ์ านปี ระมาณ 80 ก โิ ลเมตร ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศทวั ไปเป็ นภเู ขา
สงู สลบั ซบั ซอ้ นทอดยาวตามแนวทศิ เหนอื -ใต ้ มที รี าบตามหบุ เขาและ
บรเิ วณอา่ วตา่ งๆ รอบเกาะ โดยมยี อดเขาสงู สดุ คอื ยอดเขาหรา มคี วามสงู จาก
ระดบั นําทะเลปานกลาง 635 เ มตร มปี ่ าเขาทอี ดุ มสมบรู ณ์ เป็ นแหลง่
ตน้ นําลําธารทสี ําคญั ของเกาะพะงัน
ลกั ษณะภมู อิ ากาศ
สภาพภมู อิ ากาศโดยทวั ไปของเกาะพะงัน มฝี นตกเกอื บตลอดปี
ลกั ษณะอากาศโดยทวั ไปจัดอยใู่ นเกณฑอ์ บอนุ่ โดยมอี ณุ หภมู เิ ฉลยี
ตลอดปี ประมาณ 28 C อณุ หภมู เิ ฉลยี สงู สดุ ในเดอื น พฤษภาคม
ประมาณ 33 C ซ งึ เป็ นชว่ งทมี อี ากาศรอ้ น อณุ หภมู เิ ฉลยี ตําสดุ ในชว่ ง
เดอื นธนั วาคมและเดอื นมกราคม ประมาณ 24 C เป็ นชว่ งทอี ากาศเรมิ
เย็นตวั ลง ปรมิ าณนําฝนตลอดปี ประมาณ 2,390 ม ลิ ลเิ มตร เดอื น
กมุ ภาพันธ์ มปี รมิ าณนําฝนนอ้ ยทสี ดุ ประมาณ 0 ม ลิ ลเิ มตร เดอื น
พฤศจกิ ายนมปี รมิ าณนําฝนมาก ประมาณ 1,160 มลิ ลเิ มตร
พชื พรรณและสตั วป์ ่ า
ในเขตอทุ ยานแหง่ ชาตธิ ารเสด็จ-เกาะพะงันสามารถจําแนกชนดิ ของ
พันธไุ์ มอ้ อกไดต้ ามประเภทของป่ าเป็ น ป่ าดงดบิ ชนื มพี ันธไุ์ มท้ สี ําคญั
ไดแ้ ก่ ยาง ยงู ตะเคยี น กระทอ้ น ขนุนปาน จกิ เขา ตําสา นาคบตุ ร พกิ ลุ
ป่ า หวา้ เหรยี ง หลาวชะโอน เป็ นตน้ สําหรับพชื ชนั ลา่ งประกอบดว้ ย ไผ่
ชนดิ ตา่ งๆ ระกํา หวาย เตา่ รา้ ง ตลอดจนพชื ชนั ตําทอี าศยั ลําตน้ หรอื
เรอื นยอดของตน้ ไมข้ นาดใหญ่ หรอื เกดิ ขนึ รว่ มกบั ไมอ้ นื ๆ เชน่ กลว้ ยไม ้
มอส เฟิน และเถาวลั ยช์ นดิ ตา่ งๆ ป่ าดงดบิ แลง้ พบขนึ ปกคลมุ ตามไหล่
เขา ตามรอ่ งนําทเี ป็ นเขาหนิ เป็ นสว่ นใหญ่ มเี นอื ดนิ เป็ นชนั บางๆ จงึ
ประกอบดว้ ยไมท้ มี ขี นาดเล็ก ลําตน้ ไมส่ งู มากนัก พันธไุ์ มท้ สี ําคญั ไดแ้ ก่
พลองใบใหญ่ รังเขา หวั คา่ ง เกด พลองตาเป็ ด พลองกนิ ลกู เจยี ด ชมงั
หลงใหล ขอ่ ยหนาม ตงั หน มงั ตาล ยมหนิ ยอป่ า ฯลฯ
อทุ ยานแหง่ ชาตธิ ารเสด็จ-เกาะพะงัน เป็ นแหลง่ ทอี ยอู่ าศยั ของสตั วป์ ่ า
หลายชนดิ สามารถจําแนกออกไดเ้ ป็ น สตั วเ์ ลยี งลกู ดว้ ยนม ประกอบ
ดว้ ย กวางป่ า หมปู ่ า ลงิ คา่ ง พญากระรอก กระแต อเี ห็น ชะมด และหนู
ชนดิ ตา่ งๆ นก ประกอบดว้ ย เหยยี วรงุ ้ นกออก นกเอยี ง นกขนุ ทอง อกี า
นกดเุ หวา่ นกกวกั นกกระปดู ใหญ่ นกกะเต็น นกกางเขนดง นกกางเขน
บา้ น นกเขา นกเขาเขยี ว นกปรอดคอลาย เป็ นตน้ สตั วเ์ ลอื ยคลาน
ประกอบดว้ ย เตา่ ตะพาบนํา กงิ กา่ ตกุ๊ แก แย ้ จงิ เหลน ตะกวด งเู หา่ งู
จงอาง งเู ขยี ว งเู หลอื ม เป็ นตน้ สตั วส์ ะเทนิ นําสะเทนิ บก ประกอบดว้ ย
กบ และเขยี ดชนดิ ตา่ งๆ และ ปลาและสตั วน์ ําอนื ๆ ประกอบดว้ ย ปลาดกุ
ปลาชอ่ น ปลาหมอ กงุ ้ และปนู ําตก ในทอ้ งทะเลของอทุ ยานแหง่ ชาติ
นําตกธารเสด็จอดุ มสมบรู ณด์ ว้ ยปะการัง ปู ปลา และหอยชนดิ ตา่ งๆ เชน่
ปลากระเบนจดุ ขาว ปลากระเบนราหู ฉลามวาฬ ปลาการต์ นู
อนิ เดยี นแดง หอยนางรม หอยมอื เสอื หอยรอ้ ยรู หมกึ กลว้ ย หมกึ
กระดอง หมกึ สาย เตา่ ตะนุ และเตา่ กระ เป็ นตน้
การเดนิ ทาง
รถยนต์
อทุ ยานแหง่ ชาตธิ ารเสด็จ-เกาะพะงัน อยหู่ า่ งจากตวั จังหวดั สรุ าษฎรธ์ านี
ประมาณ 80 ก โิ ลเมตร สามารถนํารถยนตล์ งเรอื เฟอรที อี ําเภอดอนสกั
จังหวดั สรุ าษฎรธ์ านี ใชเ้ วลาเดนิ ทางประมาณ 3 ชวั โมง ถงึ ทา่ เรอื ทอ้ ง
ศาลา อําเภอพะงัน เลยี วซา้ ยไปตามถนนทอ้ งศาลา-โฉลกหลําประมาณ
3 ก โิ ลเมตร ถงึ สามบา้ นมะเดอื หวาน เลยี วขวาไปตามถนนสภุ ทั รธรรมาภิ
รม ไปประมาณ 1 ก โิ ลเมตร ถงึ ทที ําการอทุ ยานแหง่ ชาติ บรเิ วณนําตก
แพง
เรอื
เรอื นอน เป็ นเรอื โดยสารธรรมดาและขนสง่ สนิ คา้ เป็ นแบบ 2 ช นั จผุ ู ้
โดยสารประมาณ 160 ค น เดนิ ทางในชว่ งกลางคนื จัดทนี อนสําหรับผู ้
โดยสารทกุ คน มบี รกิ ารวนั ละ 1 เ ทยี ว ระยะเวลาเดนิ ทางจาก
สรุ าษฎรธ์ าน-ี เกาะพะงัน ประมาณ 8 ชวั โมง เรอื ออกจากทา่ เรอื เกาะ
เมอื งสรุ าษฎรธ์ านี เวลา 5 ทมุ่ ตรง
เรอื เฟอรร์ ี เป็ นเรอื โดยสารและขนสง่ สนิ คา้ ขนาดใหญ่ จผุ โู ้ ดยสาร
ประมาณ 500 คน รวมทงั รถยนต์ รถบรรทกุ ประมาณ 50 ค นั มบี รกิ าร
วนั ละ 4 เทยี ว (ไป-กลบั ) เรมิ ตงั แต่ 07.00 น . ระยะเวลาเดนิ ทางจาก
อําเภอดอนสกั ถงึ ทา่ เทยี บเรอื เกาะพะงัน ใชเ้ วลาประมาณ 3 ชวั โมง
การเดนิ ทางจากกรงุ เทพฯ ไปเกาะพะงันโดย รถยนตโ์ ดยสารปรับ
อากาศ คา่ โดยสาร1,557 บ าท รถธรรมดา 758 บ าท
iรถออกจากสถานขี นสง่ สายใตเ้ วลา 19.50 น
ถงึ เกาะพะงัน 10.30 น .
4.อ ทุ ยานแหง่ ชาตปิ ากการัง
มพี นื ทที งั หมด 461,712 ไร่ มอี าณาเขตทศิ เหนอื จรดเขตรักษาพันธุ์
สตั วป์ ่ าคลองแสงและเขตรักษาพันธสุ์ ตั วป์ ่ าคลองนาคา ทศิ ตะวนั ออก
จรดเขตรักษาพันธสุ์ ตั วป์ ่ าคลองแสงและเขอื นรัชชประภา ทศิ ตะวนั ตก
จรดอทุ ยานฯ ศรพี ังงา สภาพทวั ไปเป็ นภเู ขาดนิ กบั ภเู ขาหนิ ปนู สงู สลบั
ซบั ซอ้ น ดแู ปลกตาดว้ ยแนวผาทสี งู ชนั ด า้ นทศิ เหนอื คอื ทตี งั ของเขอื น
รัชชประภา (เขอื นเชยี วหลาน) มบี รรยากาศของทะเลสาบเหนอื เขอื นที
งดงาม จนไดร้ ับฉายาวา่ กยุ ้ หลนิ เมอื งไทย ซงึ แหลง่ ทอ่ งเทยี วในเขอื น
รัชชประภามหี ลายที และแตล่ ะทตี า่ งกม็ ชี อื เสยี งทงั ในกลมุ่ ของนักทอ่ ง
เทยี วตา่ งชาตกิ บั นักทอ่ งเทยี วชาวไทย อยา่ งเชน่ ถําปะการัง
ถาํ ปะการงั ตงั อยใู่ นเขอื นรัชชประภา เป็ นถําทอี ยทู่ างดา้ นในเขาสก มี
ลกั ษณะแบบเดยี วกนั กบั ถํานําลอดหรอื ถําทะลุ เป็ นถําทมี นี ําไหลผา่ น
ตลอดทงั ปี ภายในถํามดื สนทิ มหี นิ งอก หนิ ยอ้ ย ซงึ สาเหตทุ เี รยี กวา่ ถํา
ปะการัง กเ็ พราะวา่ ภายในถําจะมหี นิ งอกหนิ ยอ้ ยแตกหน่อเล็ก ๆ คลา้ ย
กบั ปะการังในทะเล ดงู ดงามแปลกตา ราวกบั อยใู่ นทอ้ งทะเล จากการ
สํารวจในเบอื งตน้ หนิ ยอ้ ยรปู ประหลาด ไมใ่ ชป่ ะการังเหมอื นในทะเล
แตอ่ าจเกดิ มาจากการตกตะกอนของนําหนิ ปนู ทเี ขม้ ขน้ ผสมกบั ความ
พเิ ศษของอากาศ จงึ ทําใหเ้ กดิ หนิ ยอ้ ยทมี คี วามเหมอื นกบั ปะการัง ซงึ
จากคําบอกเลา่ ของชาวบา้ น กไ็ ดค้ วามวา่ ถําแหง่ นเี คยอยใู่ ตท้ อ้ งทะลมา
กอ่ น หนิ งอกหนิ ยอ้ ยตา่ ง ๆ ภายในถํา จงึ กลายเป็ นเหมอื นกบั ปะการัง
และยงั ไดพ้ บฟอสซลิ สตั วท์ ะเลเซลลเ์ ดยี วอายปุ ระมาณ 250 – 400
ลา้ นปี ในหนิ ปนู ซงึ คาดวา่ เคยเป็ นทะเลดกึ ดําบรรพข์ องโลก สภาพ
ภายในถําสมบรู ณแ์ ละสะอาดมาก ๆ ไมค่ อ่ ยมกี ลนิ มลู คา้ งคาวหรอื กลนิ
อบั เหมอื นกบั ถําทวั ๆ ไป
การเดนิ ทางไปยงั ถาํ ปะการงั
ถําปะการังอยใู่ นบรเิ วณทะเลใน 500 ไร่ ของเขอื นรัชชประภา ซงึ เป็ นที
ตงั ของเขตพนื ทเี ขตรักษาพันธสุ์ ตั วป์ ่ าคลองแสน ถําปะการังเป็ นถําทไี ด ้
รับความนยิ มอยา่ งมากในการมาเทยี วแบบเชา้ ไปเย็นกลบั เพราะสงิ ที
ธรรมชาตสิ รา้ งขนึ มาอยา่ งหนิ งอกหนิ ยอ้ ยทอี ยภู่ ายในถํามสี ภาพสมบรู ณ์
มคี วามสวยงามประดจุ ปะการังทอี ยใู่ ตท้ อ้ งทะเล ทําใหร้ สู ้ กึ ตนื เตน้
อศั จรรยใ์ จเป็ นอยา่ งมาก และภายในถํายงั สะอาดสะอา้ น ไมม่ กี ลนิ สาบ
ของขคี า้ งคาว อากาศภายในถําจะชนื ๆ หน่อยตามปกตขิ องถํา แต่
ปลอดโปรง่ ไมม่ กี ลนิ อบั
ในการเดนิ ทางไปถําปะการัง นักทอ่ งเทยี วจะตอ้ งเดนิ ป่ าตามเสน้ ทาง
ศกึ ษาธรรมชาติ เป็ นระยะทาง 1.5 กโิ ลเมตร โดยเสน้ ทางในการเดนิ จะ
เป็ นทางทชี า้ งใชล้ ากซงุ สมยั กอ่ น มคี วามกวา้ งประมาณ 3 เมตรตลอด
ทาง ซงึ เป็ นทางเดนิ ป่ าทไี มไ่ กลนัก และไมล่ ําบากผสู ้ งู อายกุ ส็ ามารถ
เดนิ ไดอ้ ยา่ งสบาย ๆ แตห่ ลงั จากทฝี นตก ทางเดนิ กจ็ ะแฉะ ๆ ลนื ๆ
ทําใหค้ อ่ นขา้ งเดนิ ยากสกั หน่อย นักทอ่ งเทยี วจงึ ควรใสร่ องเทา้ ทเี หมาะ
สําหรับการเดนิ ป่ า ซงึ รองเทา้ ควรเลอื กเป็ นรองเทา้ ทสี วมใสส่ บาย ไม่
กดั เทา้ พนื ควรเป็ นยางนมิ มดี อกหรอื ลวดลายทเี กาะพนื ดนิ หรอื หนิ ได ้
เป็ นอยา่ งดี เพอื ลดโอกาสในการลนื ลม้
อาหารพนื เมอื ง
1.ผัดไททา่ ฉาง
2.ยําปลาเม็ง
เกดิ ขนึ ทรี า้ น"ซนิ ฮวั ลง้ " เป็ นรา้ นอาหารไทยจนี เกา่ แกอ่ ายกุ วา่ 40 ปี ตงั
อยใู่ กลส้ ถานรี ถไฟนาสาร เลขที 62 ถ.นาสารนอก ต.นาสาร
อ.บา้ นนาสาร จ.สรุ าษฎรธ์ านี เป็ นปลานําจดื ทหี ายากและใกลส้ ญู พันธุ์
มลี กั ษณะคลา้ ยกบั ปลาดกุ แตต่ วั เล็กกวา่ อาศยั อยตู่ ามแมน่ ําลําคลอง
หนองบงึ มเี ฉพาะภาคใตพ้ บมากทอี ําเภอบา้ นนาสาร
3.โลง้ โตง้
เอกลกั ษณข์ องโลง่ โตง้ จะแตกตา่ งกบั กว๋ ยเตยี ว ตรงทโี ลง่ โตง้ จะใชแ้ ต่
เสน้ หมขี าว มาแชน่ ําใหน้ ุ่มทงิ ไว ้ สว่ นวธิ ที ํานําซปุ จะใชก้ ระดกู หมสู ด
ใหมว่ นั ละ 13 กโิ ลกรัม มาตม้ จนนําซปุ มคี วามหวาน และกระดกู หมจู ะ
เปือยพอดไี มเ่ ละ จากนันจะใสล่ กู ชนิ หมสู ด และเตา้ หหู ้ นั เป็ นชนิ พอ
คํานําไปทอดใหเ้ หลอื งสกุ แลว้ คอ่ ยนํามาใสล่ งในหมอ้ นําซปุ
สําหรับวธิ กี ารทําใหล้ กู คา้ ทานกต็ อ้ งเรมิ จากนําเสน้ หมขี าวมาใสใ่ นถว้ ย
ใสถ่ วั งอกลวก ใสก่ ากหมกู ระเทยี มเจยี ว หนังหมตู ม้ หนั เป็ นชนิ เลอื ดหมู
หมสู บั ทอดกรอบ กระดกู หมู เตา้ หทู ้ อดทใี สใ่ นหมอ้ ใสพ่ รอ้ มนําซปุ
4.พระรามรงสรง
พระรามลงสรงหรอื ซาแตป๊ ึงทําขนึ ครังแรกโดยชาวจนี เมอื งหนาน
จงิ ม ณฑลเจยี งซู บา้ งกว็ า่ เป็ นของชาวแตจ้ วิ สําหรับรับประทานใน
ครอบครัว ตอ่ มาไดแ้ พรห่ ลายเขา้ สปู่ ระเทศไทย สนั นษิ ฐานวา่ อาจเขา้
มาในรัชกาลสมเด็จพระเจา้ กรงุ ธนบรุ ี บา้ งกว็ า่ เขา้ มาในรัชกาลพระบาท
สมเด็จพระนังเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
พระรามลงสรงมพี นื ฐานมาจากอาหารมสุ ลมิ โดยไดด้ ดั แปลงการ
ใชเ้ นอื ววั เป็ นเนอื หมู ดดั แปลงและตดั ทอนเครอื งเทศบางชนดิ ใหก้ ลนิ รส
ออ่ นลง] ดงั สงั เกตไดจ้ ากนําราดทหี อมมนั และหวานเล็กนอ้ ย ตา่ งจาก
นําราดสะเตะ๊ ทกี ลนิ และรสชาตเิ ขม้ ขน้ กวา่
ชว่ งเวลาทพี ระรามลงสรงไดร้ ับความนยิ มสงู สดุ น่าจะอยรู่ าวชว่ ง
ปลาย พ.ศ. 2400 จนกระทงั ถงึ ตอนตน้ พ.ศ. 2500 ในเวลานันพระราม
ลงสรงถอื เป็ นอาหารทเี สมอื นกบั ขา้ วแกง สามารถหารับประทานไดง้ า่ ย
ในยา่ นชมุ ชนจนี เชน่ เยาวราช, ส ะพานเหล็ก, วรจักร เป็ นตน้
5.แ กงควั กบั ปลายา่ ง
หลายคนไมร่ จู ้ ัก เป็ นแกงโบราณอกี อยา่ งจะแนะนํา
ใชเ้ ครอื งแกงสมนุ ไพรไทย ตะไคร/้ ขา่ /ขมนิ ชมุ พร/หอมแดง/กระเทยี ม
ไทย/ผวิ มะกรดู /พรกิ แหง้ /พรกิ สด ซงึ มสี รรพคณุ ตอ่ รา่ งกาย ทานแลว้
อารมณด์ ี แกงกบั ปลายา่ งหอมๆ และกะทสิ ดเผ็ดไมม่ าก
6.สาหรา่ ยขอ้
หรอื สาหรา่ ยเขากวาง
มลี กั ษณะเป็ นขอ้ ๆ ตอ่ กนั จงึ เรยี กกนั วา่ สาหรา่ ยขอ้ เป็ นสาหรา่ ยทขี นึ อยู่
รมิ โขดหนิ นําตนื นยิ มนํามายาํ กบั กะปิ เล็กนอ้ ยใสห่ อยแครงลวกสกุ ยํา
รวมกนั มกี นิ ทสี มยุ และพะงันสาหรา่ ยไมม่ กี ลนิ คาว
7.นําพรกิ ตะลงิ ปลงิ
วธิ กี ารทํา
เตรยี มตะลงิ ปลงิ ซอยสบั ใหช้ นิ เล็กๆ ตามดว้ ยพรกิ ขหี นู หอม กระเทยี ม
ปอกกงุ ้ เอาแตเ่ นอื หนั เป็ นชนิ เล็กๆ และกรองนําตม้ กงุ ้ เอาไว ้ เอาสว่ น
ผสมทกุ อยา่ งมาขยําหรอื ใชช้ อ้ นขยใี หเ้ ขา้ กนั ละลายกะปิกบั นําทตี ม้ กงุ ้
ไว ้ ตามดว้ ยนําตาลมะพรา้ ว พรกิ หอม กระเทยี ม เนอื กงุ ้ ตะลงิ ปลงิ
นําปลา และมะนาว ตําผสมกนั เขา้ ไปและปรงุ รสชาตติ ามชอบ
การแสดง
1.โนรา
เป็ นนาฏศลิ ป์ ทไี ดร้ ับความนยิ มมากทสี ดุ ในบรรดาศลิ ปะการแสดงของ
ภาคใต ้ มคี วามยงั ยนื มานับเป็ นเวลาหลายรอ้ ยปี การแสดงโนราเนน้ ทา่
รําเป็ นสําคญั ตอ่ มาไดน้ ําเรอื งราวจากวรรณคดหี รอื นทิ านทอ้ งถนิ มาใช ้
ในการแสดงเรอื ง พระสธุ นมโนหร์ า เป็ นเรอื งทมี อี ทิ ธพิ ลตอ่ การแสดง
มากทสี ดุ จนเป็ นเหตใุ หเ้ รยี กการแสดงนวี า่ มโนหร์ า
ตามตํานานของชาวใตเ้ กยี วกบั กําเนดิ ของโนรา มคี วามเป็ นมา
หลายตํานานในแตล่ ะจังหวดั ทงั ชอื ทปี รากฏในเรอื งและเนอื เรอื งบาง
ตอน ทงั นอี าจสบื เนอื งมาจากความคดิ ความเชอื ตลอดจนวธิ สี บื ทอดที
ตา่ งกนั จงึ ทําใหร้ ายละเอยี ดปลกี ยอ่ ยของแตล่ ะตํานานแตกตา่ งกนั
จากการศกึ ษาทา่ รําอยา่ งละเอยี ดจะเห็นวา่ ทา่ รําทสี บื ทอดกนั มา
นัน ไดม้ าจากความประทบั ใจทมี ตี อ่ ธรรมชาติ อาทิ ทา่ ลลี าของสตั วบ์ าง
ชนดิ เชน่ ทา่ มจั ฉา ทา่ กวางเดนิ ดง ทา่ นกแขกเตา้ เขา้ รัง ทา่ หงสบ์ นิ ทา่
ยงู ฟ้อนหาง ฯลฯ ทา่ เกยี วกบั ปรากฏการณท์ างธรรมชาติ เชน่ ทา่ พระ
จันทรท์ รงกลด ทา่ กระตา่ ยชมจันทร์
ตอ่ มาเมอื ไดร้ ับวฒั นธรรมจากอนิ เดยี เขา้ มากม็ ที า่ พระลกั ษณ์
แผลงศร พระรามนา้ วศลิ ป์ และทา่ พระพทุ ธเจา้ หา้ มมาร ทา่ รําและศลิ ปะ
การรําตา่ ง ๆ ของโนรา ทา่ นผรู ้ หู ้ ลายทา่ นเชอื วา่ เป็ นตน้ แบบของละคร
ชาตรแี ละการรําแมบ่ ทของรําไทยดว้ ย
ทา่ รําโนรามเี อกลกั ษณเ์ ฉพาะตวั ผทู ้ ฝี ึกหดั นาฏศลิ ป์ ของภาค
กลางแลว้ จะรําทา่ ของโนราไมส่ วย เพราะการทรงตวั การทอดแขน ตงั
วงหรอื ลลี าตา่ ง ๆ ไมเ่ หมอื นกนั ผทู ้ จี ะรําโนราไดส้ วยงามจะตอ้ งมพี นื
ฐานการทรงตวั ดงั นี
- ชว่ งลําตวั จะตอ้ งแอน่ อกอยเู่ สมอ หลงั จะตอ้ งแอน่ และลําตวั
ยนื ไปขา้ งหนา้ ไมว่ า่ จะรําทา่ ไหน หลงั จะตอ้ งมพี นื ฐานการวางตวั เชน่ นี
เสมอ
- ชว่ งวงหนา้ วงหนา้ หมายถงึ สว่ นลําคอกระทงั ศรี ษะ จะตอ้ ง
เชดิ หนา้ หรอื แหงนขนึ เล็กนอ้ ยในขณะรํา
- ชว่ งหลงั สว่ นกน้ จะตอ้ งงอนเล็กนอ้ ย
การยอ่ ตวั เป็ นสงิ สําคญั ยงิ การรําโนรานันลําตวั หรอื ทกุ สว่ นจะ
ตอ้ งยอ่ ลงเล็กนอ้ ย นอกจากยอ่ ลําตวั แลว้ เขา่ จะตอ้ งยอ่ ลงดว้ ย
2.ระบําตารกี ปี ัส
ตารกี ปี ัสเป็ นระบําทตี อ้ งอาศยั พัดเป็ นองคป์ ระกอบสําคญั เป็ นการแสดง
ทแี พรห่ ลายในหมชู่ าวไทยมสุ ลมิ โดยเฉพาะในจังหวดั ปัตตานี สําหรับ
ลลี าของการแสดงอาจจะมพี ลกิ แพลงแตกตา่ งกนั ไป สําหรับการแสดง
ชดุ นี ไดป้ รับปรงุ ทา่ รํา เพอื ใหเ้ หมาะสมกบั การแสดงทเี ป็ นหญงิ ลว้ น
สว่ นเครอื งดนตรปี ระกอบการแสดง ไดแ้ ก่ ไวโอลนิ แมนตาลนิ
ขลยุ่ รํามะนา ฆอ้ ง มาลากสั บทเพลงทใี ชป้ ระกอบการแสดง เพลงตารี
กปี ัส เป็ นเพลงทไี มม่ เี นอื รอ้ ง บรรเลงดนตรลี ว้ น ๆ มที ว่ งทํานองไพเราะ
ออ่ นหวาน สนุกสนานเรา้ ใจ ความไพเราะของเพลงตารกี ปี ัส อยทู่ กี าร
โซโลเสยี งดนตรที ลี ะชนิ