ยินดีตอนรบั เขา้ สู่บทเรียน เคร่ือยนต์แก๊ส
โซลีน 4 จังหวะ
จุดประสงค์รายวิชา
เพ่ือให้
1. เขา้ ใจเก่ยี วกบั โครงสรา้ งและหลกั การทาํ งานของเคร่อื งยนต์แก๊สโซลนี
2. สามารถใช้เคร่อื งมืออุปกรณ์ช่างยนต์ได้ถูกต้องตามข้นั ตอน
3. สามารถถอด ประกอบ ตรวจสภาพช้ินส่วน ปรบั แต่งและบาํ รุงรกั ษาเคร่อื งยนต์
แกส๊ โซลนี
4. มีกจิ นิสัยท่ดี ีในการทาํ งานรบั ผิดชอบ ประณีตรอบคอบ ตรงต่อเวลา สะอาด
ปลอดภยั และรกั ษา สภาพแวดลอ้ ม
คําอธิบายรายวิชา
ศึกษาและปฏิบตั ิเก่ยี วกบความปลอดภยั ในการทาํ งาน การใช้เคร่อื งมืออุปกรณ์ช่าง
ยนต์หลกั การทาํ งาน การถอด ประกอบ ตรวจสภาพช้ินส่วนระบบนามันเช้ือเพลงิ
ระบบจุดระเบดิ ระบบหล่อล่นื ระบบระบายความรอ้ น ระบบไอดี ระบบไอเสียการส
ตารท์ เคร่อื งยนต์การปรบั แต่งและการบาํ รุงรกั ษาเคร่อื งยนต์แก๊สโซลนี
ประวัติความเป็นมาของเคร่ืองยนต์เบนซินหรือแกส๊ โซลีน
● ปี ค.ศ. 1769 นายนิโคลสั คองนอง(Nicholas Cugnot) วิศวกรกองทัพบกฝร่ังเศส ได้พัฒนาเอา
เคร่ืองจักรไอนา นําไปติดต้ังบนรถไอนาว่ิงบนท้องถนนเป็นคร้งั แรก
Mr.Nicholas Cugnot
● ปี ค.ศ. 1860 นายเลอนัวส์(Lenoir) ชาวฝร่งั เศส ได้พัฒนาเคร่ืองยนต์สันดาปภายในด้วยการใช้แกส๊
ถา่ นหินเป็นเช้ือเพลงิ ซ่ึงทําให้เคร่ืองยนต์มีสมรรถนะเพียง 3 % เท่าน้ัน
Mr.Lenoir
● ปี ค.ศ. 1867 นายออตโต(Otto) และนายลาร์เกน็ (Largen) ได้ปรบั ปรุงเคร่ืองยนต์สันดาปภายในให้มี
สมรรถนะสูงข้นึ ถงึ 9 %
● ปี ค.ศ. 1878 นายออตโต (Otto) ชาวเยอรมัน ได้ประดิษฐ์เคร่ืองยนต์ 4 จงั หวะโดยวิธีอัดไอดีให้มีแรงดัน
สูง
Mr.Otto
● ปี ค.ศ. 1878 นายดูกลั ด์ เคลรก์ (Dugald Clerk) ชาวสกอตแลนด์ ได้ประดิษฐ์เคร่ืองยนต์ 2 จังหวะ
ด้วยวิธี การใช้ลูกสูบขบั ไลไ่ อเสียออกทางช่องทางท่ีเจาะไว้ท่ีกระบอกสูบ
Mr.Dugald Clerk
● ปี ค.ศ. 1883 นายกอตเท็บ เดมเลอร์ (Gottieb Daimler) และนายวิลเลียม เมบชั (William
Maybach) ได้ทําการพัฒนาเคร่ืองยนต์ท่ีมีประสิทธิภาพท่ีดีกว่าเคร่ืองยนต์ของนายออตโต
Mr.Gottieb Daimler Mr.William Maybach
● ปี ค.ศ. 1885 นายกอตเท็บ เดมเลอร์ และนายคาร์ล เบนซ์ (Carl Benz) ได้รว่ มกันผลิตรถยนต์ออกขาย
ในประเทศเยอรมนี ย่ีเดมเลอร์เบนซ์
● ปี ค.ศ. 1987 นายบอช (Bosch) ได้คิดประดิษฐ์ระบบจุดระเบิดด้วยแม็กนีโตข้นึ ใช้กับเคร่ืองยนต์เป็นคร้ัง
แรก
● ปี ค.ศ. 1889 นายดันลอป ชาวองั กฤษ เป็นผู้ริเร่ิมคิดผลิตยางรถยนต์ท่ีมียางในเป็นคร้งั แรก
● ปี ค.ศ. 1897 ดร. รูดอล์ฟ ดีเซล (Dr. Rudolf Diesel) เป็นวิศวกรชาวเยอรมัน ได้ประดิษฐ์เคร่ืองยนต์ท่ี
จุดระเบิดด้วยการอัดอากาศให้เกิดอุณหภูมิสูง
● ปี ค.ศ. 1906 นายเฮนร่ี รอยช์ (Henry Royce) ชาวอังกฤษ ได้ผลติ เคร่ืองยนต์โรลล์รอยช์ใช้กบั
รถยนต์โรลล์รอยช์ (Roll Royce)
● ปี ค.ศ. 1911 นายคาดิแลค ได้ผลติ มอเตอร์สตาร์ตเพ่ือใช้ขับเคล่ือนเคร่ืองยนต์เป็นคร้งั แรก
● ปี ค.ศ. 1912 นายเปอโยต์ ชาวฝร่ังเศล เป็นผู้ท่ีผลิตเคร่ืองยนต์ DOHC เป็นคร้ังแรก
● ปี ค.ศ. 1916 บริษัท BMW กอ่ กาํ เนิดข้นึ
Mr.Karl Rapp
● ปี ค.ศ. 1957 ดร. เฟลิกช์ แวงเกลิ (Dr. Felix Wangle) วิศวกรชาวเยอรมัน เป็นผู้ผลิตเคร่ืองยนต์
ลูกสูบหมุนเป็นคนแรก
● ปี ค.ศ. 1958 บรษิ ัท NSU ประเทศเยอรมนี ผลิตรถยนต์ท่ีใช้เคร่ืองยนต์ลูกสูบหมุนหรือแวงเกลิ เป็น
บริษัทแรก
และในปัจจุบนั น้ีเคร่ืองยนต์กไ็ ด้พัฒนาไปอย่างต่อเน่ือง โดยอาศั ยหลกั การทางอเิ ล็กทรอนิกส์
เข้าควบช่วยในการควบคุมและตรวจสอบเคร่ืองยนต์ในขณะใช้งานและไม่ใช้งาน
โครงสร้างและการทํางานของเคร่ืองยนต์แก๊สโซลีน
ในเคร่อื งยนต์สันดาปภายใน พลงั งานกลท่ไี ด้เกดิ จากการเปล่ยี นแปลงการเผาไหม้ของเช้ือเพลงิ เคร่อื งยนต์จะดูดไอ
ดี(ส่วนผสมนามันกบั อากาศ)เขา้ กระบอกสูบและจะอดั ไอดีโดยการเคล่อื นตัวของลกู สบู หวั เทยี นจะจุดประกายเผา
ไหม้ไอดีในกระบอกสบู เกดิ แก๊สท่มี ีแรงดันสงู ดันใหล้ กู สบู เคล่อื นตัว การเคล่อื นท่ขี ้นึ – ลงของลกู สูบภายใน
กระบอกสบู จะเปล่ยี นเปน็ การหมุนท่เี พลาขอ้ เหว่ยี งโดยส่งผ่านกา้ นสบู แกส๊ ท่เี กดิ จากการเผาไหม้จะทาํ ใหเ้ กดิ กาํ ลงั
งานและจะถกู ระบายออกไปจากกระบอกสูบทางล้นิ ไอเสีย สําหรบั ไอดีท่ถี กู ดดู เขา้ ภายในกระบอกสบู ได้โดยผ่านทาง
ล้นิ ไอดีหากกระบวนการทาํ งานของเคร่อื งยนต์ดังกลา่ วมาแลว้ ขา้ งต้นเรยี กวา่ กลวตั รหรอื ไซเกลิ (Cycle)
หลกั การทํางานของเคร่ืองยนต์แก๊สโซลีน 4 จงั หวะ
(เคร่ืองยนต์เบนซิน)
1. จังหวะดูด 2. จังหวะอัด 3. จงั หวะระเบิด 4.จังหวะคาย
จงั หวะท่ี 1 จังหวะดูด (Intake Stroke) จงั หวะน้ีลกู สูบจะเคล่อื นท่จี ากศนู ย์ตาย
บนลงสู่ศูนย์ตายลา่ ง ขณะเดียวกนั ล้นิ ไอดีจะเปดิ รบั ส่วนผสมของอากาศกบั นามัน
เช้ือเพลงิ สําหรบั เคร่อื งยนต์แกส๊ โซลนี หรอื เปดิ รบั ส่วนผสมของแกส๊ เหลวกบั อากาศ
สําหรบั เคร่อื งยนต์แกส๊ เหลวและถกู ดดู เขา้ มาบรรจุอยู่ภายในกระบอกสบู โดยผ่านทางล้นิ
ไอดี จงั หวะน้ีจะติดต่อกนั ไปเร่อื ยๆ จนกระท่งั ลกู สบู เคล่อื นท่ลี งถงึ ศนู ย์ตายลา่ งจงึ จะหมด
จงั หวะดดู โดยท่สี ่วนผสมของนามันเช้ือเพลงิ กบั อากาศ หรอื ส่วนผสมของแก๊สเหลวกบั
อากาศจะถูกดดู มาบรรจุไว้จนเต็มภายในกระบอกสูบ
จงั หวะท่ี 2จังหวะอดั (Compression Stroke)จงั หวะน้ีจะเกดิ ข้นึ ต่อเน่ืองจาก
จงั หวะแรกคือ เม่ือลกู สูบเคล่อื นท่ลี งถงึ ศนู ย์ตายลา่ งจากน้ันลกู สบู จะเคล่อื นท่ขี ้นึ สู่ศูนย์
ตายบน ในขณะเดียวกนั ล้นิ ไอดีและล้นิ ไอเสียจะปดิ สนิท ส่วนผสมของอากาศกบั นามัน
เช้ือเพลงิ หรอื แกส๊ เหลวกบั อากาศภายในกระบอกสบู จะถูกอดั ตัวข้นึ ไปเร่อื ยๆ ตามสภาพ
การเคล่อื นตัวของลกู สบู จงั หวะน้ีจะส้ินสดุ ลงกอ่ นท่ลี กู สบู จะเคล่อื นท่ถี งึ ศูนย์ตายบน
เล็กน้อย
จงั หวะท่ี 3จงั หวะระเบดิ (Expansion Stroke) บางทีเรียก จงั หวะงาน (power
Stroke) จะเกดิ ข้นึ ในตอนปลายจงั หวะอดั โดยส่วนผสมของนามันเช้ือเพลงิ กบั อากาศหรอื แกส๊
เหลวกบั อากาศจะถกู จุดระเบดิ ด้วยประกายไฟจากหวั เทยี นจงึ ทาํ ใหเ้ กดิ การเผาไหม้และการระเบดิ ซ่ึง
ผลกั ดันใหล้ กู สบู เคล่อื นท่ลี ง และทาํ ใหไ้ ด้งานจากจงั หวะน้ี
จังหวะท่ี 4จงั หวะคาย (Exhaust Stroke)หลงั จากท่ลี กู สูบเคล่อื นท่ลี งแลว้ เน่ืองจาก
แรงระเบดิ จนเกอื บถงึ ศูนย์ตายลา่ ง เปน็ ขณะเดียวกนั กบั ล้นิ ไอเสียจะเปดิ และปลอ่ ยใหไ้ อเสียซ่ึง
เกดิ จากการเผาไหม้ออกไปจากกระบอกสบู และยังคงเปดิ อยู่จนกระท่งั ลกู สูบเคล่อื นท่ขี ้นึ จาก
การเคล่อื นตัวข้นึ ของลกู สูบในจงั หวะน้ี จะช่วยในการขบั ไลไ่ อเสียออกอกี คร้งั หน่ึง แลว้ จงึ เวียน
เขา้ มาจงั หวะดดู อกี และจะเปน็ เช่นน้ี ตลอดเวลาท่เี คร่อื งยนต์ทาํ งานอยู่จะเหน็ ได้ชัดเจนว่า
เคร่อื งยนต์จะทาํ งานด้วยจงั หวะดดู -อดั -ระเบดิ -คาย หมุนเวยี นกนั อยู่เช่นน้ี
ช้ินส่วนสําคัญเคร่ืองยนต์แกส๊ โซลีน4
จงั หวะ
ส่วนประกอบหลักของเคร่ืองยนต์แก๊สโซลีน 4 จงั หวะ
หลักการทํางานของเคร่ืองยนต์
โดยท่ัวไปแล้วเคร่ืองยนต์สามารถจําแนกออกได้ 3 ลักษณะคือ
1. จาํ แนกโดยจังหวะการทาํ งานของเคร่อื งยนต์
2. จําแนกโดยชนิดของเช้ือเพลิงท่ใี ช้
3. จาํ แนกตามลกั ษณะลูกสบู ท่ใี ช้
ในท่นี ้ีจะได้กล่าวถงึ การจําแนกเคร่อื งยนต์ตามจงั หวะการทาํ งานของเคร่อื งยนต์
ซ่ึงสามารถแบ่งได้เปน็ 2 แบบคือเคร่อื งยนต์ 4 จังหวะและเคร่อื งยนต์ 2 จงั หวะ
แต่โดยพ้ืนฐานการทํางานของเคร่อื งยนต์ทกุ ชนิดจะต้องมีรอบ (cycle) การทาํ
งานท่เี หมือนกนั คือมีรอบการดดู อดั ระเบิดและคายแต่ละรอบการทํางานของ
เคร่อื งยนต์แต่ละแบบอาจมีความแตกต่างกันตามลักษณะของเคร่อื งยนต์เช่น
จังหวะดูดเคร่อื งยนต์แก๊สโซลนี 4 จงั หวะจะดดู อากาศท่ผี สมกับนามันเช้ือเพลงิ
ผ่านมาทางวาล์วไอดีเคร่อื งยนต์ดีเซล 4 จังหวะจะดดู เอาเฉพาะอากาศเท่าน้ัน
ผ่านวาล์วไอดีเคร่อื งยนต์แก๊สโซลนี 2 จังหวะจะดูดอากาศท่ผี สมนามันเช้ือเพลงิ
และนามันหล่อล่นื ผ่านลดี วาลว์ (Lead Valve) เขา้ ไปทางท่อไอดีสังเกตว่า
เฉพาะจงั หวะดดู ของเคร่อื งยนต์ 4 จงั หวะจะมีการไหลผ่านวาลว์ ในขณะท่ี
เคร่อื งยนต์ 2 จังหวะจะไหลผ่านท่อทาง
เพ่ือความเขา้ ใจในรอบการทาํ งานของเคร่อื งยนต์แต่ละแบบจะได้อธบิ ายการทาํ งานโดย
ใหเ้ ขา้ ใจว่าส่วนประกอบข้นั พ้ืนฐานของเคร่อื งยนต์จะมีส่วนประกอบหลกั คือลกู สูบกา้ น
สูบหอ้ งเผาไหม้กระบอกสูบเพลาขอ้ เหว่ยี งแต่ลกั ษณะการจดั วางหรอื รูปแบบอาจแตก
ต่างกนั ไปตามลกั ษณะของเคร่อื งยนต์
การทํางานของเคร่ืองยนต์ 4 จงั หวะ (4 Stroke Engine) เคร่อื งยนต์ 4 จงั หวะท่จี ะได้อธบิ ายน้ีจะจาํ แนกออก
ตามชนิดของเช้ือเพลงิ ท่ใี ช้ด้วยคือ เคร่อื งยนต์แก๊สโซลนี 4 จงั หวะและเคร่อื งยนต์ดีเซล 4 จงั หวะสําหรบั เคร่อื งยนต์
แกส๊ โซลนี 4 จงั หวะมีส่วนประกอบท่สี ําคัญดังน้ี
1. ลกู สูบ
2. กระบอกสูบ
3. วาลว์ ไอดีและวาลว์ ไอเสีย
4. หวั เทยี น
5. ฝาสูบ
ลูกสูบ
ความรู้เร่ืองลูกสูบ และ แหวน
ความรู้เร่ืองลูกสูบ และ แหวน
ลูกสูบ (PISTON)
ลกู สูบเคล่อื นท่ขี ้นึ และลงภายในกระบอกสบู เพ่ือดําเนินกลวตั รในจงั หวะประจุ ไอดี อดั ส่วนผสม จุด
ระเบดิ และคายไอเสียหน้าท่ที ่สี ําคัญท่สี ดุ ของลกู สบู ก็คือ รบั แรงกดดันจากการเผาไหม้และส่งกาํ ลงั น้ีไป
ส่เู พลาขอ้ เหว่ยี งโดยผ่านกา้ นสบู ลกู สูบน้ันยังได้รบั ความรอ้ น และอุณหภูมิท่สี ูงท่สี ดุ ท่กี ระทาํ อยู่ตลอด
เวลาและ จะต้องสามารถคงทนต่อการทาํ งานท่รี อบสงู เปน็ เวลานานๆได้ ลกู สบู โดยปกติ ทาํ มาจากโลหะ
ผสมอลมู ิเนียม ซ่ึงมีนาหนักเบาและมีประสิทธภิ าพในการ ระบายความรอ้ นได้ดีกว่าวัสดชุ นิดอ่นื ช่ือของ
ช้ินส่วนต่างๆ ของลกู สูบมีแสดง อยู่ในภาพประกอบด้านลา่ งน้ี
ระยะช่องว่างของลูกสูบ (ระยะหา่ งระหวา่ งลูกสูบกับกระบอกสูบ)
เม่ือลกู สูบถกู ทาํ ใหร้ อ้ นช้ืน มันจะขยายตัวข้นึ เลก็ น้อย เปน็ ผลใหเ้ ส้นผ่าศูนย์
กลางขยายเพ่ิมข้นึ ด้วยเหตุน้ีในเคร่อื งยนต์ทกุ เคร่อื งจงึ มีระยะช่องว่างระหว่าง ลูกสูบกบั กระบอกสบู ท่เี หมาะสมในท่ี
อุณหภมู ิหอ้ ง (25 ํ ช,77 ํ ฟ) ระยะน้ี เรยี กวา่ ระยะช่องว่างลูกสบู ระยะช่องวา่ งลกู สูบน้ีจะผกผันไปข้นึ อยู่กบั ประเภท
ของเคร่อื งยนต์ แต่ระยะตามปรกติจะเร่มิ จาก 0.02 ถงึ 0.12 มม. (0.0008 ถงึ 0.0047 น้ิว) ลกู สบู จะมีลกั ษณะ
เรยี วเปน็ เทเปอรเ์ ล็กน้อย คือระยะเส้ยผ่าศนู ย์ กลางมีหวั ลกู สูบจะเลก็ กวา่ ส่วนลา่ งของลกู สูบเลก็ น้อย ดังน้ันระยะช่อง
วา่ ง ของลกู สบู จงึ กว้างมากท่สี ดุ ท่หี วั ลกู สูบ และแคบท่สี ดุ ท่สี ่วนลา่ งของลกู สบู สําคัญ ระยะช่องว่างของลกู สบู มีจุดท่วี ัด
แตกต่างกนั ซ่ึงข้นึ อยู่กบั ประเภทของ เคร่อื งยนต์ดคู ู่มือการซ่อมประกอบเพ่ือหาจุดท่วี ัดระยะช่องว่างลกู สูบ
ระยะช่องวา่ งลกู สบู น้ีมีความสําคัญมาก เพ่ือใหเ้ คร่อื งยนต์ทาํ งานได้อย่างถูก ต้องและมีสมรรถนะท่ดี ีข้นึ
ถา้ หากวา่ ระยะช่องวา่ งมีน้อย จะทาํ ใหไ้ ม่มีระยะ
ช่องว่างระหว่างลกู สูบกบั กระบอกสูบ เม่ือลกู สบู รอ้ นข้นึ จะเปน็ เหตุใหล้ กู สูบติด กบั กระบอกสูบได้ ซ่ึงจากผลน้ี
สามารถทาํ ใหเ้ คร่อื งยนต์ชํารุดเสียหายได้
ถา้ หากวา่ ระยะช่องวา่ งมากเกนิ ไป ในทางตรงกนั ขา้ มกาํ ลงั ดันท่เี กดิ จากการ
เผาไหม้ และแรงดันของแกส๊ ท่เี ผาไหม้จะตกลง ทาํ ใหส้ มรรถนะของเคร่อื ง
ยนต์ลดลง
แหวนลูกสูบ (PISTON RING)
แหวนลกู สบุ จะถูกประกอบไว้ในรอ่ งแหวนลกู สบู ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางภาย นอกของแหวนลกู สบู จะ
ใหญ่กว่าลกู สบู เองเลก็ น้อยเม่ือประกอบเขา้ กบั ลกู สบู คณุ สมบตั ิในการยืดและหดตัวของแหวน ฯ ทาํ ให้
มันขยายตัวเพ่ือท่จี ะแนบให้ สนิทกบั ผนังกระบอกสูบ แหวนลกู สบู ต้องทาํ ด้วยโลหะท่ที นต่อการสึกหรอ
สูง จาํ พวกเหล็กหลอ่ พิเศษชุบโครเม่ียม เพ่ือวา่ แหวนลกู สูบจะไม่ขูดใหก้ ระบอก สบู เปน็ รอย จาํ นวน
แหวนลกู สูบแปรผันไปตามชนิดของเคร่อื งยนต์ โดยปรกติ จะมีจาํ นวนสามถงึ ส่ีแหวนต่อลกู สบู หน่ึงลกู
แหวนลกู สูบมีหน้าท่ที ่สี ําคัญสามประการคือ ทาํ หน้าท่ปี อ้ งกนั ส่วนผสมอากาศ และ
เช้ือเพลงิ ร่วั ออกจากช่องว่างระหวา่ งลกู สบู กบั กระบอกสูบ กบั หอ้ งเพลาขอ้ เหว่ยี ง ใน
ระหวา่ งจงั หวะอดั และจุดระเบดิ หน้าท่ที ่สี องคือปอ้ งกนั นามันเคร่อื งท่ี หลอ่ ล่นื ด้านขา้ งของ
ลกู สบู กบั กระบอกสบู มิใหเ้ ลด็ รอดเขา้ ไปในหอ้ งเผาไหม้ หน้าท่สี ดุ ทา้ ยคือ ถา่ ยเทความ
รอ้ นจากลกู สูบไปสู่ผนังกระบอกสูบ เพ่ือช่วย ใหล้ กู สบู เย็นลง
แหวนอัด
แหวนอดั น้ีปอ้ งกนั การร่วั ของส่วนผสมอากาศและเช้ือเพลงิ และแกส๊ ท่เี กดิ จากหอ้ งเผาไหม้ระหว่างจงั หวะอดั และจุดระเบดิ มิใหล้ งส่หู อ้ ง
เพลาขอ้ เหว่ยี งจาํ นวนของแหวนอดั น้ีข้นึ อยู่กบั ชนิดของเคร่อื งยนต์ โดยท่วั ไปลกู สบู หน่ึงลกู จะมีแหวนอดั สองตัว ซ่ึงเรยี กวา่ "แหวนอดั ตัว
บน" และ "แหวนอดั ตัวท่สี อง" แหวนอดั จะมีลกั ษณะเปน็ เทเปอร์ ดังน้ันขอบลา่ งของมันจงึ สัมผัสกบั ผนังกระบอกสบู การออกแบบเช่นน้ี
เพ่ือใหเ้ กดิ การสัมผัสท่แี นบสนิทกนั เปน็ อย่างดี ระหวา่ งแหวนและกระบอกสูบ นอกจากน้ันยังทาํ หน้าท่กี วาดนามันเคร่อื งออกจากผนัง
กระบอกสบู ได้อย่างมีประสิทธภิ าพสําคัญแหวนลกู สูบจะมีหมายเลข "1" หรอื "2" อยู่บนตัวมัน หมายเลข "1"มีความหมายว่า แหวนตัว
บน และหมายเลข "2" คือแหวนตัวท่สี องดังน้ันการประกอบจงึ ต้องใหห้ มายเลขน้ีหงายข้นึ ด้านบน
แหวนกวาดนามัน
แหวนกวาดนามันกวาด ทาํ ใหเ้ กดิ ฟลิ ม์ ของนามันท่จี าํ เปน็ ต่อการหลอ่ ล่นื ผิว
ระหว่างลกู สูบ และผนังกระบอกสูบ และกวาดนามันส่วนท่เี กนิ ออก เพ่ือ
ปอ้ งกนั มิใหน้ ามันหลดุ เขา้ ไปในหอ้ งเผาไหม้ แหวนกวาดนามันบางคร้งั
เรยี กว่า แหวนท่สี าม มีอยู่ด้วยกนั สองชนิดคือ แหวนกวาดนามันแบบรวม
กบั แบบสามช้ิน ซ่ึงแบบสามช้ินน้ันเปน็ ท่นี ิยมใช้มากกว่า
แบบรวม
แหวนกวาดนามันแบบรวมน้ีจดั ใหม้ ีรูนามันไหลกลบั ท่มี ีขนาดเทา่ กนั อยู่
โดยรอบมากมาย รวมท้งั รูนามันกถ็ ูกจดั ใหอ้ ยู่ตามรอ่ งแหวนกวาดน้ีด้วย
นามันส่วนท่เี กนิ จะถกู กวาดออก โดยแหวนกวาด โดยไหลเขา้ ไปในรู
เหลา่ น้ี และไหลกลบั เขา้ ส่ดู ้านในของลกู สูบ
แบบสามช้ิน
แหวนกวาดนามันแบบสามช้ินน้ีประกอบด้วย แผ่นกวาดด้านขา้ ง เพ่ือกวาด
นามันส่วนเกนิ ออก และตัวทางซ่ึงดันใหแ้ ผ่นกวาดด้านขา้ งแนบสนิทกบั
กระบอกสูบ และรอ่ งแหวน แหวนกวาด นามันแบบสามช้ินน้ี ทาํ หน้าท่เี ช่น
เดียวกบั แบบรวม
ช่องว่างปากแหวน
แหวนลกู สบู จะขยายตัวเม่ือรอ้ นในลกั ษณะเดียวกบั ลกู สูบ ด้วยเหตนุ ้ีแหวนลกู สูบจงึ มีปากตัดท่เี ดียว และเม่ือ
ประกอบเขา้ ภายในกระบอกสบู จะเหลอื ช่องว่างท่เี หมาะสม ซ่ึงเรยี กว่า ช่องวา่ งปากแหวน ระยะช่องวา่ งน้ีจะ
แปรผันไปข้นึ อยู่กบั ชนิดของเคร่อื ง แต่ปกติจะอยู่ในช่วง 0.2 ถงึ 0.5มม.(0.008 ถงึ 0.020 น้ิว) ท่ี
อุณหภูมิปกติ
สําคัญ
ถา้ ระยะช่องว่างปากแหวนมากเกนิ ไป จะทาํ ใหก้ าํ ลงั อดั ของเคร่อื งยนต์ตกถา้ ระยะปากแหวนแคบเกนิ ไป
สามารถทาํ ใหเ้ คร่อื งยนต์ติดได้ เพราะว่าปลายของแหวนจะติดกนั เน่ืองจากการขยายตัวจากความรอ้ น
ทาํ ใหแ้ หวนโกง่ ข้นึ ทาํ ใหผ้ นังของกระบอกสูบชํารุด
ฝาสูบ
2.ฝาสูบ
ฝาสูบ (cylinder head) จะใช้ปิดส่วนบนของกระบอกสูบและเป็นส่วนบนของห้องเผาไหม้ หัว
ลูกสูบและแหวนลูกสูบเป็นส่วนลา่ งของห้องเผาไหม้ ดังแสดงในรูปท่ี 4.14 และรูปท่ี 4.15
ฝาสูบมักหลอ่ เป็นช้ินเดียวกันด้วยเหล็กหลอ่ เหล็กหลอ่ ผสม หรืออะลูมิเนียมผสม แต่ส่วนใหญจ่ ะ
เป็นเหล็กหลอ่ ฝาสูบประกอบด้วยโพรงนา ช่องไอดี และช่องไอเสีย การหลอ่ ฝาสูบ มักใช้แมพ่ ิมพ์
ทรายคล้ายกับการหลอ่ เส้ือสูบ หลังจากได้ฝาสูบจากการหลอ่ เรียบร้อยแล้ว จะต้องนําฝาสูบมา
แต่งซ่ ึ งได้แก่
1. เจาะรูและทําเกลียวสําหรับหัวเทียน (หรือสําหรบั หวั ฉีดของเคร่ืองยนต์ดีเซล) และสําหรบั
ยึดท่อรว่ มไอดีและไอเสีย และสําหรับการยึดช้ินส่วนอ่ืน ๆ
2. เจาะรูนาหลอ่ เย็นและรูนามันหลอ่ ล่ืน
3. ปรบั ผิวหน้าสัมผัสให้เรียบ
4. เจาะรูสําหรับปลอกนําวาล์ว
5. ปรับแต่งบา่ วาล์ว
6. คว้านรูสําหรบั แบร่ิงเพลาลูกเบ้ียว (สําหรบั เคร่ืองยนต์โอเวอร์เฮดแคมชาฟต์)
1. หอ้ งเผาไหม้แบบหมุนวน ฝาสบู เปน็ ส่วนบนของหอ้ งเผาไหม้ ดังน้ันจงึ ต้องออกแบบใหม้ ีรูปทรงต่าง ๆ
เหมาะสม เพ่ือช่วยใหอ้ ากาศและไอนามันเช้ือเพลงิ ผสมเขา้ กนั ได้ดี การเผาไหม้จงึ จะสมบูรณ์มากข้นึ รูป
ท่ี 4.16 แสดงหอ้ งเผาไหม้รูปทรงต่าง ๆ ซ่ึงเกดิ จากรูปทรงของฝาสบู และหวั ลกู สูบ
ฝาสูบของเคร่อื งยนต์บางชนิดมีส่วนเสรมิ บางแหง่ เพ่ือช่วยใหก้ ารเผาไหม้ดีข้นึ เช่น ในรูปท่ี 4.17 ฝาสบู มี
ช่องป่ นั ปว่ น (turbulence-generating pot, TGP) จุดประสงค์ของช่องน้ีเพ่ือสรา้ งความป่ นั ปว่ น
หรอื การหมุนวนของไอดีในระหว่างการเผาไหม้ ในช่วงจงั หวะอดั ไอดีบางส่วนจะถูกอดั เขา้ ไปในช่องป่ นั ปว่ น
ไอดีในช่องป่ นั ปว่ นจะเร่มิ เผาไหม้กอ่ นส่วนอ่นื เพราะอยู่ใกลห้ วั เทยี น เปลวไฟจากหอ้ งป่ นั ปว่ นจะแพร่
กระจายออกมาด้วยความเรว็ สูง ซ่ึงจะช่วยกระจายเปลวไฟอย่าง รวดเรว็ และมีผลทาํ ใหก้ ารเผาไหม้
สมบรู ณ์มากข้นึ ดังแสดงในรูปท่ี 4.17
เคร่อื งยนต์บางชนิดได้รบั การออกแบบใหท้ อ่ ไอดีมีลกั ษณะคลา้ ยตัวเอส (S) และใช้บา่
วาลว์ เสรมิ ซ่ึงจะช่วยใหไ้ อดีหมุนวนได้ดีเม่ือไหลเขา้ หอ้ งเผาไหม้ บา่ วาลว์ จะติดต้ังเย้ือง
ศนู ย์ เน่ืองจากส่วนเสรมิ ของบา่ วาลว์ และรูปทรงของวาลว์ จะแตกต่างไปจากปกติ ดัง
แสดงในรูปท่ี 4.18
การออกแบบในลกั ษณะอ่นื ใช้วาลว์ ควบคุมการหมุนวน (swirl-control valve) ซ่ึงติดต้ังอยู่ในทอ่ ไอ
ดี วาลว์ สามารถหมุนได้รอบแกนด่ิงและควบคุมด้วยสัญญาณจากชุดควบคุมอเิ ล็กทรอนิกส์ (ECU) ซ่ึง
ส่งมาจากสวติ ช์สญุ ญากาศ ในขณะท่วี าลว์ ปกี ฝเี ส้ือเปดิ บางส่วน วาลว์ ดังกลา่ วจะบงั คับใหไ้ อดีไหลหมุน
วนอย่างสงู เขา้ กระบอกสบู แต่เม่ือวาลว์ ปกี ผีเส้ือเปดิ กว้างมากข้นึ วาลว์ ควบคุมการหมุนวนจะเปดิ กวา้ ง
เพ่ือใหไ้ อดีไหลได้โดยตรงเขา้ กระบอกสูบ ดังแสดงในรูปท่ี 4.19
รูปท่ี 4.20 เคร่อื งยนต์บางแบบใช้วาลว์ ไอดีเสรมิ เพ่ือทาํ ใหเ้ กดิ การหมุนวนสงู วาลว์ ไอดีเสรมิ น้ีบางคร้งั
เรยี กว่า วาลว์ เจ็ต และมีขนาดเล็กกว่าวาลว์ ไอดีหลกั ท้งั วาลว์ ไอดีเสรมิ และวาลว์ ไอดีหลกั จะเปดิ ออก
พรอ้ มกนั วาลว์ ไอดีเสรมิ จะมีเฉพาะอากาศเทา่ น้ันท่ไี หลผ่าน โดยอากาศไหลมาจากส่วนบนของ
คารบ์ เู รเตอรด์ ังแสดงในรูปท่ี 4.21 ส่วนวาลว์ ไอดีหลกั น้ันก็จะยอมใหไ้ อดีไหลผ่านตามปกติ อากาศท่ี
ไหลผ่านวาลว์ ไอดีเสรมิ น้ันไม่มีวาลว์ ควบคมุ ดังน้ันจงึ ไหลเขา้ มาได้เต็มท่ี และความเรว็ สงู ซ่ึงมีผลทาํ ให้
ไอดีในกระบอกสูบไหลวนด้วยความเรว็ สูงและเสรมิ ใหก้ ารเผาไหม้สมบรู ณ์ข้นึ
กระบอกสูบ
กระบอกสูบ
ความจุของกระบอกสูบ
หอ้ งเผาไหม้ภายในกระบอกสบู เปน็ บรเิ วณท่ถี กู แรงกดและอดั อยู่ตลอดเวลา ขนาดบรรจุ
ของแกส๊ ภายในกระบอกเปล่ยี นแปลงตามตําแหน่งข้นึ และลงของกระบอกสูบ ความแตกต่าง
ระหวา่ งปรมิ าตรน้อยสดุ และมากสดุ เรยี กวา่ ความจุของกระบอกสบู (Displacement) มี
หน่วยเปน็ ลติ ร หรอื ซีซี (cc) ซีซี ย่อมาจาก ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร โดยท่ี 1000 ซีซี มี
ค่าเทา่ กบั 1 ลติ ร
ยกตัวอย่างเช่น
■ เล่อื ยวงเดือนใช้เคร่อื งยนต์ความจุ 40 CC
■ มอเตอรไ์ ซด์ใช้เคร่อื งยนต์ขนาดความจุ 500 CC หรอื 750 CC
■ รถสปอรต์ ใช้เคร่อื งยนต์ขนาดความจุ 5 ลติ ร ( 5,000 CC )
รถยนต์เกง๋ ท่วั ไปมีความจุอยู่ระหว่าง 1.5 ลติ ร ( 1,500 ซีซี) ถงึ 4 ลติ ร (4,000 CC)
ถา้ คุณใช้เคร่อื งยนต์ 4 สูบ แต่ละสบู มีความจุคร่งึ ลติ ร แสดงว่าเคร่อื งยนต์ของคณุ มีความจุ
ท้งั หมด 2 ลติ ร ( 2,000 ซีซี ) หรอื ถา้ เปน็ รถยนต์แบบวี 6 คือมี 6 กระบอกสบู เรยี งกนั เปน็
แบบตัววี แต่ละกระบอกมีความจุคร่งึ ลติ ร แสดงวา่ เคร่อื งยนต์น้ีมีความจุ 3 ลติ รแบบ วี 6
เคร่ืองยนต์ 4 สูบ
โดยปกติความจุของกระบอกสบู มีความสัมพันธก์ บั กาํ ลงั ของเคร่อื งยนต์ ลกู สูบท่ี
มีความจุคร่งึ ลติ รมีปรมิ าตรเปน็ สองเทา่ ของลกู สูบท่มี ีความจุ 1/4 ลติ ร คณุ
สามารถประมาณได้วา่ มีกาํ ลงั มากกวา่ 2 เทา่ ด้วย ดังน้ันเคร่อื งยนต์ขนาด 2 ลติ ร
มีกาํ ลงั เพียงคร่งึ หน่ึงเม่ือเทยี บกบั เคร่อื งยนต์ขนาด 4 ลติ ร
ดังน้ันกาํ ลงั ของเคร่อื งยนต์ข้นึ อยู่กบั จาํ นวน และขนาดของลกู สบู ย่ิงมีขนาดใหญ่
ข้นึ แรงและกาํ ลงั ก็ย่ิงมากข้นึ
หัวเทียน
หัวเทียน (หัวเทียนแบบธรรมดาท่ัวไป)
หวั เทยี น ทาํ หน้าท่รี บั ไฟแรงเคล่อื นสงู จากคอยล์ แลว้ ทาํ ใหเ้ กดิ ประกายไฟกระโดดขา้ มเข้ยี วหวั เทยี นจากข้วั กลางไปยัง
ข้วั กราวด์
หวั เทยี นมี 2 ชนิด คือหวั เทยี นรอ้ น และหวั เทยี นเย็น การเลอื กใช้หวั เทยี นต้องเลอื กใหเ้ หมาะสมกบั รถรุน่ ท่ใี ช้งานอยู่
ขณะน้ัน
หวั เทียนร้อน เปน็ หวั เทยี นท่รี ะบายความรอ้ นช้า คือมีเกลยี วยาวและข้วั ท่ที าํ ใหเ้ กดิ ประกายไฟกระโดดหรอื ท่เี รยี กว่า
ข้วั กลางมีความยาวตามแนวเกลยี วยาว ทาํ ใหร้ ะบายความรอ้ นออกจากข้วั กลางได้ช้าจงึ มีความรอ้ นสะสมมากท่ขี ้วั
แกนกลาง เหมาะกบั เคร่อื งยนต์ท่ที าํ งานเบาใช้ความเรว็ ตา หรอื ทาํ งานในช่วงระยะเวลาส้ันแต่ถา้ หากหวั เทยี น รอ้ น
มากเกนิ ไป จะทาํ ใหห้ วั เทยี นรอ้ นจดั เปน็ สาเหตขุ องการจุดระเบดิ กอ่ น หรอื อาจทาํ ใหเ้ ข้ยี วหวั เทยี นท่ขี ้วั กลางละลาย
หวั เทียนเย็น เปน็ หวั เทยี นท่รี ะบายความรอ้ นได้เรว็ คือมีเกลยี วส้ัน และข้วั ท่ที าํ ใหเ้ กดิ ประกายไฟกระโดดหรอื ท่เี รยี กว่า
ข้วั กลางมีความยาวตามแนวเกลยี วส้ัน ทาํ ใหร้ ะบายความรอ้ นออกจากข้วั กลางได้เรว็ จงึ มีความรอ้ นสะสมท่ขี ้วั แกน
กลางน้อย เหมาะกบั เคร่อื งยนต์ท่ที าํ งานหนักใช้ความเรว็ สูง หรอื ทาํ งานติดต่อกนั เปน็ เวลานาน ถา้ หวั เทยี นเย็นมาก
ไป คืออุณหภูมิไม่พอเหมาะสําหรบั การกระโดดของไฟท่ขี ้วั กลาง หรอื การกระโดดของไฟขา้ มเข้ยี วหวั เทยี นยาก เปน็
สาเหตุของอาการหวั เทยี นบอด
เบอรข์ องหวั เทยี น เปน็ ตัวอกั ษรหรอื ตัวเลขท่บี อกคุณลกั ษณะของหวั เทยี นน้ันๆ เพ่ือการเลอื กใช้อย่างเหมาะสม เช่น
NGK BP 6 H S
NGK คือย่ีหอ้ ของหวั เทยี น
B คือสัญลกั ษณ์ แสดงความโตของเกลยี วหวั เทยี น เช่น A, B, C, D
P คือสัญลกั ษณ์ แสดงแบบหรอื ชนิดของหวั เทยี น เช่น P, R, U
6 คือสัญลกั ษณ์ แสดงตัวเลขแสดงค่าความรอ้ น เช่น 5, 6, 7, 8
H คือสัญลกั ษณ์ แสดงความยาวของเกลยี วหวั เทยี น เช่น E, H, L
ความโตของเกลยี วหวั เทยี น A = 18 มม., B = 14 มม., C = 10 มม., D = 12 มม.
แบบหรอื ชนิดของหวั เทยี น P หมายถงึ หวั เทยี นท่มี ีฉนวนกระเบ้อื งมองเหน็ จากด้านขา้ ง
ตัวเลขแสดงค่าความรอ้ น R หมายถงึ หวั เทยี นท่มี ีความต้านทานภายในโครงสรา้ ง
ตัวเลขมาก เปน็ หวั เทยี นท่เี ย็นมาก
ตัวเลขน้อย เปน็ หวั เทยี นท่รี อ้ น
การเรยี งลาํ ดับตัวเลขของหวั เทยี น ถา้ นับจากน้อยไปหามาก
กจ็ ะเปน็ หวั เทยี น รอ้ นจากรอ้ นมาก เปน็ รอ้ นน้อย และเปน็ หวั เทยี นเย็น
ตัวเลขค่าความรอ้ นหวั เทยี นมี (รอ้ น) 4, 5, 6, 7, 8, 9,, 10, 11 (เย็น)
ความยาวเกลยี วหวั เทยี น E = หวั เทยี นมีความยาวเกลยี ว 19 มม.
H = หวั เทยี นมีความยาวเกลยี ว 12.70 มม.
L = หวั เทยี นมีความยาวของเกลยี ว 11.20 มม.
หัวเทียนชนิดพิเศษ (มีคุณสมบัติพิเศษ กวา่ หัวเทียนธรรมดาท่ัวไป) มี 3 ชนิด
1. ชนิด A หมายถงึ หวั เทยี นท่มี ีข้ัวกราวด์แบบ 2 เข้ยี ว
2. ชนิด N หมายถึง ท่มี ีข้ัวเปน็ นิเกิล
3. ชนิด S หมายถงึ หวั เทยี นท่มี ีข้แั กนกลางเปน็ ทองแดง เช่น ND X 24 E PU-9
ND คือย่ีหอ้ ของหวั เทยี น Nippon Denso
X หมายโตของเกลยี ว
24 ตัวเลขแสดงค่าความรอ้ น
E ความยาวเกลยี ว
P แบบหรอื ชนิดของหวั เทยี น
U หวั เทยี นท่ขี ้ัวกราวด์เปน็ รูปตัว U
9 หมายถงึ ระยะหา่ งของเข้วี หวั เทยี น = 0.9 มม
ความโตของเกลยี วหวั เทยี น ชนิดพิเศษ มี 4 ชนิด M = 18 มม., W = 14 มม., X = 12 มม., U = 10 มม.
ตัวเลขแสดงค่าความรอ้ นของหวั เทยี น ตัวเลขค่าความรอ้ นจะแสดงจากน้อยไปหามาก ค่าตัวเลขท่นี ้อยเปน็ หวั ท่รี อ้ น ค่าตัวเลขท่มี ากข้นึ เปน็ หวั เทยี นเย็นกว่า แสดงค่าตัวเลข
(รอ้ น) 16 - 24 (เย็น)
ความยาวเกลยี วหวั เทยี น E = หวั เทยี นมีความยาวเกลยี ว 19 มม.
F = หวั เทยี นมีความยาวเกลยี ว 11.70 มม.
วาล์วไอดีวาล์วไอเสี ย
วาวล์ บา่ วาวล์
เคร่อื งยนต์ ถา้ มองรูปรา่ งของเคร่อื งยนต์ เปน็ บลอ็ คส่ีเหล่ยี ม สามารถมองได้เปน็ 4
ช้ัน จากบน ลงลา่ ง
เร่มิ จากช้ันบน เปน็ ฝาครอบวาล์
ช้ันท่ี 2 เปน็ ฝาสูบ
ช้ันท่ี 3 เปน็ เส้ือสบู
ช้ันลา่ งสุด เปน็ อา่ งนามันเคร่อื ง
เม่ือเปดิ ฝากระโปรงรถ จะพบกบั ฝาครอบวาวล์ คอยลจ์ ุดระเบดิ และอ่นื ๆท่เี หน็ จากภายนอก ดังน้ัน
ด้านบนสดุ ของเคร่อื งยนต์มองเหน็ ฝาครอบวาวล์ เม่ือเปดิ ฝาครอบวาวลอ์ อก จะเหน็
CAMSHAFT หรอื เรยี ก เพลาราวล้นิ ซ่ึง CAMSHAFT มีหลายแบบตามเคร่อื งยนต์เฉพาะ
แต่ละรุน่ แต่ละย่ีหอ้ ซ่ึงจะเหน็ ชุดท่ใี ช้กด เปดิ -ปดิ วาวล์ จากด้านบน คือจะเหน็ เหน็ ตีน กา้ นวาวล์
กระเด่ือง หรอื ถว้ ย หรอื แผ่นชิม ท่ใี ช้ในการตรวจเช็คปรบั ต้ังระยะวาวลใ์ หไ้ ด้ค่าความหา่ งของตีนวาว
ลใ์ นช่วงขนาดตามท่สี เปค็ รถแต่ละย่ีหอ้ กาํ หนด จงึ เหน็ ได้วา่ เม่ือเปดิ ฝาครอบวาวลอ์ อกมาแลว้ ช้ันท่ี
เหน็ คือฝาสบู ซ่ึงเปน็ ท่อี ยู่ของ CAMSHAFT คอยล์ หวั เทยี นหวั ฉีดนามัน รางหวั ฉีดนามัน และเปน็
ท่ตี ิดต้ังทอ่ ไอดี ทอ่ ไอเสีย และยังเปน็ หอ้ งจุดระเบดิ อกี ด้วย
ขณะท่ชี ้ันท่ลี กึ ลงมา คือชุดของเส้ือสบู ประกอบด้วยกระบอกสบู ลกู สบู แหวนลกู สบู ชุดกา้ นชักลกู สูบ
เพลาขอ้ เหว่ยี ง ซีลหน้าเคร่อื ง ต่อกบั พัดลม ป๊ มั นา ป๊ มั นามัน ซีลทา้ ยเคร่อื ง เปน็ ท่ตี ่อเขา้ กบั ชุดเก่ยี ร์
แรค็ เพลาขบั พวกมาลยั
ส่วนช้ันลา่ งสดุ คืออา่ งนามันเคร่อื ง เปน็ ท่รี องรบั นามันเคร่อื งท่บี รรจุเขา้ มา และเม่ือเคร่อื งยนต์ทาํ งานและฉีดนามันเคร่อื งข้นึ ไป
หลอ่ ล่นื แต่ละส่วนท่มี ีโลหะเสียดสีกนั ข้นึ ไปถงึ ช้ันบนจนไหลกลบั มาลงท่อี า่ งนามันเคร่อื งอกี คร้งั ในอา่ งนามันเคร่อื งจะมีป๊ มั ดูด-
จา่ ย นามันเคร่อื ง ไปหลอ่ ล่นื ส่วนต่างๆ ภายในเคร่อื งยนต์ โดยส่งผ่านนามันเคร่อื งผ่านรูท่เี จาะข้นึ ไปแต่ละส่วนภายในเคร่อื งยนต์
และกา้ นวดั นามันเคร่อื งจากด้านบนเจาะผ่านมาลงในอา่ งนามันเคร่อื งเพ่ือใช้ตรวจวดั ระดับนามันเคร่อื ง
เม่ือเคร่อื งยนต์แบง่ เปน็ ช้ันๆ จ่งึ จาํ เปน็ ต้องมีซีล ประเก็น กาว เพ่ือท่เี ปน็ ตัวเช่ือมต่อแต่ละช้ัน ไม่ใหน้ ามันเคร่อื งร่วั ออกมา หรอื
ประกอบเขา้ กนั แต่ละช้ันไม่ใหโ้ ลหะของแต่ละช้ันชนกนั ประเก็นหรอื ซีล แต่ละช้ัน จะมีลกั ษณะต่างกนั เพ่ือใหท้ นได้กบั นามันเคร่อื ง
ทนได้กบั นารอ้ น ทนได้กบั แรงดันนามันเคร่อื ง การส่ันสะเทอื นของเคร่อื งยนต์ และประกอบท้งั หมดเปน็ กอ้ นเดียวกนั ด้วยสกรู
น๊อต
วาวล์ หรอื ล้นิ เปดิ - ปดิ ไอดี ไอเสีย เปน็ อุปกรณ์ท่ตี ิดต้ังอยู่ในช้ันของฝาสบู เคร่อื งยนต์ โดยแบง่ ล้นิ ไอดี - ไอเสียเปน็ 2 ฝ่ งั
คือฝ่ งั ด้านไอดี และฝ่ งั ด้านไอเสีย ซ่ึงแต่ละฝ่ งั จะอยู่ทางด้านหน้าของหอ้ งเคร่อื งยนต์ คืออยู่หน้ารถหรอื จะอยู่ด้านใกลก้ บั ผนัง
หอ้ งเคร่อื ง ข้นึ อยู่กบั การออกแบบเคร่อื งยนต์แต่ละย่ีหอ้
เคร่อื งแต่ละขนาดจะมีจาํ นวนลกู สูบแตกต่างกนั ไป เช่น 4สูบ 6สูบ 8สูบ หรอื 12สบู ส่วนวาลท์ ่ใี ช้ในการเปดิ ปดิ ไอดี ไอเสีย กอ็ าจ
มีจาํ นวนท่แี ตกต่างกนั ไปตามแบบของแต่ละย่ีหอ้ เช่น 4 สบู 16 วาวล์ 4 สบู 8 วาวล์ หรอื 4 สบู 4 วาวล์ โดยท่วี าวล์ ไอเสีย
อาจมีสบู ละ 1 วาวล์ หรอื สูบละ 2 วาวล์ แลว้ แต่การออกแบบ ส่วนวาวลไ์ อดีอาจมีสบู ละ 1 วาวล์ 2 วาวล์ กไ็ ด้เช่นกนั