The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผ้าไหมไทยของชุมชนบ้านครัวเหนือ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Bumble Aim, 2020-04-07 04:56:27

ผ้าไหมไทยของชุมชนบ้านครัวเหนือ

ผ้าไหมไทยของชุมชนบ้านครัวเหนือ

ผ้าไหมไทยของ
ชุมชนบ้านครวั เหนือ

คาํ นํา

หนังสอื อเิ ลก็ ทรอนิกสนีจ้ ดั ทาํ ขนึ้ เพ่ือประกอบการเรยี น
รายวิชา การจัดการความรแู ละภูมิปญญาทองถน่ิ รหสั
1634418 โดยมวี ัตถปุ ระสงคเพ่ือเผยแพรแ ละอนรุ กั ษ
ภูมิปญ ญาทองถ่ิน เรื่อง ผาไหมไทยของชุมชนบา นครัวเหนือ
ใหค นรนุ ใหมต ระหนกั ถงึ ความสําคญั ของภมู ปิ ญ ญาทอ งถ่นิ
และชวยกันอนรุ ักษใ หภ มู ิปญญาทอ งถน่ิ ของชมุ ชนบานครัว
เหนือใหค งอยู คณะผูจัดทําหวงั วา หนงั สอื เลม นีจ้ ะเปน
ประโยชนแกผูอา นหรือผทู ่สี นใจการอนรุ ักษภ มู ิปญญา
ทอ งถิ่นเรือ่ งผา ไหมไทยและหากมีขอ ผดิ พลาดประการใด
คณะผูจ ัดทําขออภัยมา ณ ท่นี ด้ี วย

คณะผูจัดทาํ



สารบัญ

เรื่อง หนา
คํานาํ ก
สารบัญ ข
บทท่ี 1 ประวตั ิชมุ ชนบา นครวั เหนอื และผาไหมบานครัว 1
ประวตั ขิ องชมุ ชนบา นครัวเหนือผา ไหมบานครวั 1-3
บทที่ 2 ขัน้ ตอนการทาํ ผา ไหม 4
การปลูกหมอนเลยี้ งไหม 4
ตน หมอน 4
หมอ นนอ ย 5
หมอนไผ 5
การทาํ เสนไหม 6
ขัน้ ตอนเตรยี มเสนไหม 6
การกรอไหม 7
การสาวไหม 8
การเขาฟน หวหี รอื ฟม 9
การเขาหวั มว น 10
ขั้นตอนในการทอผา 11
เทคนิคพเิ ศษทีใ่ ชใ นการทอผา 12
การขดิ 12
การจก 12
หลกั ของการทอผา 13



สารบัญ

เรื่อง หนา
บทที่ 3 การอนรุ ักษภ มู ปิ ญญาทอ งถน่ิ และการเผยแพร 14
ภมู ิปญญาทองถนิ่
การอนรุ ักษ 15
ภมู ิปญ ญาทองถิ่น 16
แนวทางการอนุรักษภ มู ิปญญาทอ งถนิ่ 16
อินโฟกราฟก 16
คลปิ วิดีโอ 18
หนงั สอื่ อิเล็กทรอนกิ ส (e-book) 19
บรรณานุกรม 20-21



บทที่ 1
ประวตั ชิ มุ ชนบานครัวเหนอื และผา ไหมบา นครวั

ประวตั ขิ องชุมชนบา นครวั เหนอื และผา ไหมบา นครัว
ชาวบา นในชมุ ชนบานครัวเหนอื เปน ชาวจาม โดยมาต้งั

ถ่นิ ฐานอยูทร่ี ิมคลองแสนแสบซ่งึ เปนท่ีดนิ ท่พี ระองคพ ระราช
ทานให และไดอาสา เขารว มรบขับไลขาศึกท่ียกทพั มารุกราน
กรงุ รัตนโกสนิ ทร อาชพี ด้งั เดมิ ของชาวจาม ก็คือ การทํา
ประมงและการทอผาไหมพ้ืนเมอื ง ซึ่งการทอผา ไหมของชุมชน
เราไดมคี วามโดดเดนและไดส บื ทอดมาหลายชั่วคนนับตงั้ แต
กอ นสงครามโลกครั้งท่ี 2 การทอผาไหมของชุมชนแหงนใี้ นยุค
แรกจะทอเปน ผา ขาวมา ผา โสรง

1

ตอ มาเมื่อจมิ ทอมปสนั ไดเขามาประกอบธุรกิจผาไหมสง

ออกไปตางประเทศ ก็ไดช ว ยพัฒนาปรับปรุงออกแบบ

ลวดลายสสี นั และใชฝ ม ือการทอจากชาวชุมชนเปน หลกั ซง่ึ

จุดเดน ของผา ไหมคือ เน้ือผาจะมีคุณภาพสงู เสน ไหมเน้ือแนน

ละเอยี ด สีจะสดสวย ใชง านคงทน จงึ ทําใหเ ปนท่นี ยิ มของชาว

ตา งประเทศ จนไดรบั การคดั เลือกใหใชเ ปน เคร่อื งแตงกายของ

นักแสดงในภาพยนตย ่ิงใหญอยาง "เบนเฮอร" รวมทัง้ บคุ คลที่

มชี อ่ื เสยี งอยา ง โรเบิรต เคเนด้จี งึ ทาํ ใหอ าชีพทอผาไหมในสมยั

น้ันเจรญิ รุง เรอื งมาก

ปจจบุ ันชุมชนบา นครวั เหนือยงั คงรักษาคณุ ภาพและยังคง

สบื สานอนรุ กั ษง านทอผาไหมยาวนานขา มผานกาลเวลา ท้ังยงั

มกี ารปรบั ปรงุ และพฒั นาอยา งตอ เนอื่ ง ทั้งความงดงามและ

การคดิ ลายผา ท่ีสวยงามและเนนการใชส สี นั มากกวา ท่ีอ่ืนๆ

จนกลายมาเปน เสนหเ อกลกั ษณเ ฉพาะตวั ของชน้ิ งานผา ไหม

ทอจากรุนเกาสูร ุนใหมและไดม กี ารพฒั นาผา ไหมใหมีลวดลาย

สีสัน แตกตา งจาก ผาไหมทีอ่ ื่น อาทเิ ชน ผาลายสายฝน

ผาลายสายรงุ ผาลายฟูก และผาลายเกลด็ เตา สาํ หรับชมุ ชน

บานครัวเหนือแหง น้ี

2

ชุมชนบานครวั เหนอื ต้ังอยูทรี่ ิมคลองแสนแสบ
ซ.เกษมสันต 3 เขตราชเทวี นักทอ งเท่ียวทส่ี นใจตํานาน
การผลิตผาไหมของชมุ ชนบา นครวั เหนือไดท กุ วันตั้งแตเวลา
09.00-21.00 น. โดยตดิ ตอทค่ี ุณวรรณี มนทู ศั น (โทรศพั ท
0-81246-9089) ซึ่งชมุ ชนแหงนยี้ ังอนุรกั ษการทอผา ไหมไวคง
เดมิ ไมเ ปลี่ยนแปลง โดยยงั ใชแ รงงานฝม ือทกุ ขน้ั ตอน ไมวาจะ
เปนการฟอกสี การยอ มสจี นไปถงึ การทอ ซง่ึ ทน่ี ี่ยังใชร ะบบ
การทอดว ยกแ่ี บบดงั เดิม และหากถกู ใจผา ไหมผนื ใดกส็ ามารถ
เลือกซื้อไดดว ย

3

บทที่ 2
ขั้นตอนการทําผา ไหม

การปลกู หมอนเลีย้ งไหม
กอ นท่จี ะกลาวถงึ การทอผา ไหมไทย ควรทีจ่ ะรูท่ีมาเสีย

กอนวากอ นทจ่ี ะเปน เสนไหมน้ันเนือ่ งจากการผลติ เสนไหมมี
ขนั้ ตอนในการดําเนินงานที่ยาวตง้ั แตก ารปลกู หมอ นเพอ่ื เปน
อาหารของตวั ไหมจนถงึ ไหมจนถึงการสาวไหมดงั นัน้ การปลูก
หมอ นเลี้ยงไหมจงึ เปน สาระสาํ คญั อันดับแรกท่ีจะตอ ง
พจิ ารณา
ตน หมอ น

ตนหมอ นที่รูจ ักในขณะน้ีมอี ยู 2 ชนิดคือตนหมอ นท่ีปลกู
ไวกินผลเปน ชอ เวลาสุกจะมีสดี ํารสอมเปร้ียวอมหวานใช
รับประทานทําแยมไดอ ีกชนดิ หนงึ่ เปน หมอนท่ีปลูกไวเ ลีย้ ง
ไหมหมอนชนิดนม้ี ีผลเปนชอ เล็กไมนยิ มรับประทานแตมใี บโต
และดกใชเ ปนอาหารของตวั ไหมไดดสี ําหรับพันธุหมอ นท่ีปลูก
ไวเ ลีย้ งไหมในประเทศมอี ยหู ลายพนั ธเุ ชน หมอ นนอ ย หมอ น
หมอนใบโพธ์ิ หมอ นแกว อุบล ฯลฯ ซ่งึ บางชอื่ อาจจะเปน พันธุ
เดยี วกันแตเ รยี ก ชื่อตางกันตามทองถน่ิ แตหมอ นทนี่ ิยมปลกู
เพ่อื เลยี้ งไหมกันมากตามทองทตี่ างๆ

4

หมอ นนอย
เปน หมอ นท่ใี หด อกตวั ผมู ีทรงตน ผอมสูงก่งิ มีขนาดใหญลาํ

ตน มีสีนวลๆ ตามีมากลักษณะขอบใบหนาเปนมันสีเขียวแก
เปนรปู ใบโพธิ์ปลายใบแหลมขอบใบไมม ีเวา หรือมีกจ็ ะเปน
แบบเวาตนื้ ๆ ประมาณ 2 - 3 เวา เทานั้นมขี นบนใบนอยมาก
เม่อื ลบู ไมร สู ึกสากมอื เปนทีน่ ยิ มปลูกมากทีส่ ดุ แตเปน โรคราก
เนางา ย
หมอ นไผ

เปนหมอนใหด อกตวั เมยี กิ่งมีขนาดปานกลางลาํ ก่งิ ออ น
โคงมสี นี ํ้าตาลอมเขียว ตาคอ นขา งมากขอบใบเวาหมดทุกใบ มี
ปรมิ าณเน้ือใบนอยใบบางสากมอื ใหผลผลิตตํา่ เช่ือวา เปนพันธุ
ท่ตี า นโรครากเนาจงึ เหมาะสาํ หรับนําไปเปนตนตอในแปลงทม่ี ี
โรครากเนา ระบาด

5

การทําเสนไหม
เสนไหมไดม าจากการนาํ รังของตัวไหมมาปนเปนเสน ใย

เสนไหมนม้ี คี ุณสมบตั ิพิเศษทเี่ ดนกวาเสน ฝา ยคอื มีความ
เหนียวทนทานและมีประกายเงางาม เสน ไหมที่ไดจ ากการปน
ข้ันตอนเตรียมเสนไหม

การเตรยี มเสนไหม จะแบงออกเปน 2 สวน คอื
1. การเตรียมเสนไหมพุง จะเปน การเตรยี มเสน ไหมเพื่อ
เตรียมพรอมสาํ หรับการนาํ ไปมัดหมี่ โดยใชเ คร่ืองมือในการ
การคน ลําหมี่ โดยการนําเสนไหมทก่ี วกั เรียบรอยแลว มาทาํ
การคนปอยหมี่ เพ่ือใหไดล าํ หมี่พรอ มสาํ หรับการไปมดั หม่ีใน
กระบวนการตอ ไป
2. การเตรยี มไหมเครอื (ไหมเสน ยืน) โดยการคนหูกหรอื
คนเครือ คอื กรรมวิธีนาํ เอาเสน ไหมที่เตรยี มไวสาํ หรบั เปน
ไหมเครือ ไปคน (กรอ) ใหไ ดค วามยาวตามจาํ นวนผืนของผูทอ
ผา ไหมตามทตี่ อ งการ ไหมหนึง่ เครือจะทาํ ใหเปน ผา ไหมได
ประมาณ 20-30 ผืน ( 1 ผืนยาวประมาณ 180-200
เซนตเิ มตร)

6

การกรอไหม
การกรอเสนไหม เปน การนาํ เสน ไหมทย่ี อ ม

แหง ดแี ลวมาปน เก็บไว อปุ กรณประกอบดว ย เคร่อื งกรอไหม
ในกรอขนาดตา งๆหรอื จกั กวดั ไหมและระวงิ ส่ิงท่ีใชเก็บเสน
ไหมท่กี รอแลว มักจะใชวสั ดุที่หางา ยในทองถ่นิ กระปองหรอื
หลอดพลาสตกิ เปน ตน การกรอเสนไหมมวี ัตถปุ ระสงคท จี่ ะ
แยกเสน ไหมใหอ อกเปน เสนๆ ไมใหตดิ หรอื พนั กนั และ
เปน การสํารวจเสนไหมใหม ีความเรียบรอย ไมข าด ซง่ึ จะชวย
ใหสะดวกในการสาวไหม อันเปน กรรมวธิ ีในข้นั ตอนตอ ไป

7

การสาวไหม
การสาวไหม ในภาษาพื้นเมอื งเรียกวา “การ

โวนไหม” หรือ “โวนหกู ” คือการนาํ เสนไหมยืนทกี่ รอแลว ไป
สางในรางสาวไหมหรือมา เดินไดท ลี ะเสน โดยใหมจี ํานวนเสน
ไหมครบตามจาํ นวนชองฟน หวที ต่ี องการจะใช อปุ กรณทใ่ี ชใ น
การสาวไหมประกอบดว ย มา เดินได ไมไ ขวหลงั และหลกั ตงั้
ตลอด ในการสาวไหมลงชองของฟน หวี กาํ หนดให 1 ชอ งฟน
หวีจะตอ งใชเสน ไหมยนื 2 เสน ดงั นนั้ ถาหากใชฟ นหวีซึง่ มชี อง
2000 ชอง จะตองนับไหมเสนยนื ใหครบ 4000 เสน เปน ตน
สาํ หรับไมไขวห ลงั เปน อปุ กรณทีจ่ ําเปน ตอ งใชในการสาวไหม
โดยจะมีไวทรี่ างสาวไหมรางที่ 1 เพือ่ ใหเสนไหมเรยี งลําดบั กนั
ไปตลอด เปนการปอ งกันเสนไหมพนั กนั

8

8

การเขา ฟน หวหี รือฟม
ฟนหวี หรอื ฟม เปน เครอ่ื งมือใชส าํ หรับลาง

เสนไหมใหเปน ระเบียบ และมปี ระโยชนในการทอโดยใช
กระทบไหมเสนพงุ ใหขยับเขา ขดั กบั ไหมเสนยืนหรือสานให
เปน ผืนผา ออกมาอยางสวยงาม อปุ กรณท่ใี ชประกอบดว ย
แทน อัดกอปป มา หมุน ไมเ ขีย่ เสนไหม ไมข นดั สําหรบั แยกไขว
และฟนหวี ฟน หวแี ตเดิมทําดวยไมเปนซๆ่ี โดยมีขอบ ยดึ ไวท ้ัง
ขางบนและขา งลา ง หวั และทา ย เพ่ือยดึ ฟนหวใี หส มา่ํ เสมอ
และคงทน แตก ารทําฟน หวดี ว ยไมนน้ั ชวงหา งของฟนหวีไม
สมํา่ เสมอและโยกไดจึงทาํ ใหผ าไหมทอออกมาไมสม่าํ เสมอ
ขาดความสวยงามและคุณภาพ ตอ มาไดม ีการทําฟน หวดี ว ย
ทองเหลอื งจึงทําใหคุณภาพของผา ทที่ อดขี นึ้ แตก ป็ ระสบ
ปญ หาคอื เกดิ สนมิ ทองเหลืองตดิ ตามเน้อื ผาทที่ อออกมาอยาง
เห็นไดชัด โดยเฉพาะผาไหมสอี อ นๆเชน สขี าว สคี รมี เปนตน
การใชฟ นหวดี ว ยทองเหลอื งจงึ เลิกไป

9

การเขาหัวมว น
การเขาหัวมวน คอื การนําเสน ไหมยืนทีส่ าง

ดวยฟนหวีเปนระเบยี บดีแลว ไปเขา หัวมว น เม่อื มว นเสน ไหม
ไดทุกๆ 5 เมตร จะใชท างมะพรา วสอดกนั ไว 2 – 3 กา น ทาํ
อยางนี้เร่อื ยไปจนกวา จะหมดการใสทางมะพราวไปดวยนม้ี ี
ประโยชนห ลายประการ คือ ปองกันเสนใยไหมบาดกนั เอง
เม่ือไหมขาดจะหารอยตอไดง า ย ขณะทอจะทาํ ใหท ราบวา ทอ
ไปเปน ความยาวเทา ไรแลว โดยการนบั ทางมะพราว

10

10

ข้ันตอนในการทอผา

1.สบื เสนดา ยยืนเขา กบั แกนมว นดา ยยืน และรอ ยปลายดาย
แตล ะเสน เขา ในตะ กอแตละชุดและฟน หวี ดงึ ปลายเสนดา ยยนื
ทง้ั หมดมว นเขา กับแกนมว นผา อกี ดา นหน่ึง ปรบั ความตึงหยอ นให
พอเหมาะ กรอดายเขา กระสวยเพอ่ื ใชเ ปนดายพุง

2.เรม่ิ การทอโดยกดเคร่ืองแยกหมูตะกอ เสนดายยนื ชุดท่ี 1 จะ
ถูกแยก ออกและเกิดชอ งวาง สอดกระสวยดายพงุ ผาน สลับตะกอชุด
ท่ี 1 ยกตะกอชุดที่ 2 สอดกระสวยดายพุงกลบั ทําสลบั กันไปเรอื่ ย ๆ

3.การกระทบฟน หวี (ฟม) เมอื่ สอดกระสวยดายพุงกลบั กจ็ ะ
กระทบ ฟนหวี เพือ่ ใหด า ยพุงแนบติดกัน ไดเ น้ือผา ท่ีแนน หนา

4.การเกบ็ หรือมวนผา เมอ่ื ทอผาไดพอประมาณแลวก็จะมว น
เกบ็ ใน แกนมว นผา โดยผอ นแกนดา ยยืนใหคลายออกและปรบั ความ
ตงึ หยอนใหม ใ หพ อเหมาะ

11

11

เทคนคิ พิเศษทีใ่ ชใ นการทอผา
การขิด
ขดิ หมายถึง กรรมวธิ ใี นการทอผาเพอื่ ใหเ กิดลวดลาย

ตางๆ ขนึ้ มา โดยวิธีการเพิม่ เสนดายพุงพเิ ศษในระหวา งการ
ทอ 4เพื่อใหเ กิดลวดลายทโี่ ดดเดนกวาสีพ้นื วิธีการทาํ คอื ใช
ไมเ ข่ียหรือสะกิด เพ่อื ชอนเสนดา ยยืนขึน้ แลวสอดเสน ดายพงุ
ไปตามแนวทถ่ี กู จัดชอ น จงั หวะการสอดเสน ดายพงุ นเ่ี อง ที่
ทําใหเ กดิ เปน ลวดลายตาง ๆ

การจก

เปนเทคนคิ การทอผา เพ่ือใหเกดิ ลวดลายตา งๆ โดยเพ่มิ
เสน ดายพุงพเิ ศษสอดข้ึนลง วิธีการคือ ใชข นเมน ไม หรือนิ้ว
สอดเสน ดา ยยืนข้นึ แลว สอดเสน ดา ยพุงพเิ ศษเขาไป ซ่งึ จะ
ทําใหเกิดเปนลวดลายเปนชวง ๆ สามารถทําสลับสีลวดลายได
หลากสี ซงึ่ จะแตกตา งจากการขิดตรงทีข่ ดิ ท่เี ปนการใช
เสนดา ยพุงพิเศษเพยี งสเี ดยี ว การทอผา วิธีจกใชเ วลานานมาก
มักทํา เปนผนื ผา หนา แคบใชตอกบั ตัวซน่ิ เรียกวา “ซิ่น
ตนี จก”

12

หลกั ของการทอผา
คอื การทาํ ใหเสนดา ยสองกลมุ ขดั กัน โดยทงั้ สอง พวกต้ัง

ฉากกัน เสน ดา ยกลมุ หน่งึ เรียกวา ดา ยยืนและอีกกลุมหนึง่
เรียกวา ดายพงุ ลักษณะของการขัดกนั ของดา ยพุง และดายยนื
จะขัดกนั แบบธรรมดาท่ีเรยี กวา ลายขดั หรอื อาจจะเพ่ิมเทคนิค
พเิ ศษเพ่อื ใหผ า มีลวดลาย สสี ันทสี่ วยงามแปลกตา

ปจ จุบัน ถงึ แมวายังไมมีหลักฐานท่แี นช ดั บงบอกถึงตน
กําเนดิ ของการ ทอผา แตก ส็ ามารถเทียบเคยี งกบั หลกั ฐานอืน่
ๆ ซง่ึ มีความคลายคลึงกนั โดย มเี หตผุ ลหลายอยา งสนับสนนุ
แนวคดิ ที่วา การทอผามีวิวัฒนาการมาจากการ ทําเชือก ทอ
เสื่อ และการจักสาน โดยเฉพาะอยา งยิ่งลายเชือกทาบที่
ปรากฏ รองรอยใหเห็นบนภาชนะดินเผา ซ่งึ พบเปน จาํ นวน
มากตามแหลง โบราณคดี กอ นประวัตศิ าสตรส มยั หนิ ใหม
เรือ่ ยมาจนถึงแหลงโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร ดวยเหตนุ ้ี
เอง จงึ กลา วไดว า การทอผาเปน งานหัตถกรรมที่เกาแกทสี่ ดุ ใน
โลกงานหนึ่ง

13

บทที่ 3
การอนุรกั ษภูมปิ ญ ญาทองถิ่นและ
การเผยแพรภูมิปญญาทองถนิ่

การอนุรักษ
การอนุรักษ หมายถงึ การใชอยา งสมเหตสุ มผล เพอ่ื การมี

ใช ตลอดไปเปนคาํ นยิ ามงา ย ๆ แตเ ปนการเนน “การใช”
ทรัพยากรเปน พืน้ ฐาน อีกท้งั ยังมี แนวทางใชต ลอดไปซง่ึ ก็
หมายถงึ วา จะใชท รัพยากรอยา งไร จงึ จะทําใหมที รัพยากร
เปน ตนทนุ (Stock) ท่ีสามารถมใี หตลอดไปได

14

ภมู ิปญ ญาทอ งถน่ิ
ภมู ิปญ ญาทอ งถิ่น หมายถึง ความรู ความสามารถและ

ประสบการณของชาวบานทสี่ ง่ั สมสบื ทอดกันมา เพือ่ แก
ปญหาและปรับตวั ใหส อดคลอ งกบั ความจาเปนและความ
เปล่ียนแปลงในระบบนิเวศหรอื สภาพแวดลอ มทางธรรมชาติ
และสบื ทอดไปสคู นรุนใหมเพ่ือการดํารงอยขู องเผาพนั ธุจ ึง
เปนมรดกทางวัฒนธรรมของชาติพนั ธุ ภูมิปญญานัน้ มไิ ด
หมายความถึงการศึกษาอดีต ความคดิ ของคนในอดตี เทา น้นั
แตยังหมายถึงศักยภาพในการประสานความรแู ละ
ประสบการณใ หมๆ น่ันคือภูมปิ ญ ญายคุ หนง่ึ สมยั หนงึ่ ยอมมี
การเปล่ียนแปรไปตามการพฒั นาความรอบรขู องสังคม

15

แนวทางการอนรุ ักษภูมปิ ญ ญาทองถ่ิน
การสรา งส่ือสารสนเทศขน้ึ มาเพอื่ เผยแพร ใหความรู

ทวั่ ไปเก่ียวกบั ผา ไหมในชมุ ชนบานครวั เหนือในดานตา งๆ เชน
ความงดงาม ประโยชนใชสอย ความทนทาน และการเปนสิ่งที่
แสดงของเอกลักษณข องผาไหมบานครัว สือ่ สารสนเทศของ
คณะผูจดั ไดท าํ ขึน้ มา 3 ส่ือ มีดงั น้ี

1. อนิ โฟกราฟก ใหค วามหมายของอินโฟกราฟก
(Infographic) คอื การนาํ ขอมูลหรอื ความรสู รุปเปน
สารสนเทศในลักษณะของขอ ความภาพ โดยอธิบายใหเกดิ
ความเขา ใจบนภาพอนิ โฟกราฟก ที่ออกแบบเปน ภาพน่งิ หรอื
ภาพเคล่ือนไหว สญั ลักษณ เสน กลอง ลกู ศร ในการอธบิ าย
ขอ มลู ที่ซับซอ นใหเ ขา ใจงายใชเวลารวดเร็วและชดั เจนในภาพ
เดียว โดยไมจาํ เปนตอ งขยายความเพม่ิ เตมิ

16

17

2. คลปิ วดิ ีโอ สื่อชนดิ หนึง่ ของมลั ติมีเดยี ที่มที ้ังรปู ภาพ
นิง่ หรอื ภาพเคลอ่ื นไหวและเสียงเพ่ือใหค วามรทู ั่วไปเก่ยี วกบั
ชมุ ชนบานครวั เหนอื และผา ไหมของชุมชนบานครัวเหนือใน
ดานตางๆ

18

3. หนังส่ืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส (e-book) คอื หนงั สอื ทีส่ รา งขน้ึ
ดว ยโปรแกรมคอมพิวเตอรม ลี ักษณะเปน เอกสาร
อิเลก็ ทรอนกิ ส โดยปกตมิ ักจะเปน แฟมขอมูลคอมพวิ เตอรท่ี
สามารถอา นเอกสารผานทางหนาจอคอมพวิ เตอรท ัง้ ในระบบ
ออฟไลนและออนไลน คุณลักษณะของหนงั สอื อิเลก็ ทรอนกิ ส
สามารถเชือ่ มโยงจดุ ไปยังสว นตา งๆ ของหนงั สอื เวบ็ ไซตต า งๆ
ไดเปนเครอื่ งมอื ในการเผยแพรค วามรใู หค นรุนใหมไดรบั ความ
รเู กีย่ วกบั การทาํ ผา ไหมเพิม่ มากขนึ้ เพ่อื เปนการอนรุ ักษ
ภมู ปิ ญ ญาทอ งถ่ิน

19

บรรณานกุ รม

จติ รลดา แกวมงคล. (1 กรกฎาคม 2559). แนวทางการ
พฒั นาการทอผา ไหมของกลมุ ผทู อผาไหมในจงั หวัด
ขอนแกน . สบื คนเมอ่ื 21 ตลุ าคม 2562 จาก
https://www.tci-thaijo.org/index.php/
dhammathas/article/view/78799.

ณฐั ญากร วิโรจนพ นั ธ. (22 กมุ ภาพันธ 2553). ความหมาย
ของหนงั สืออิเล็กทรอนกิ ส. สืบคน เมอ่ื 17 พฤศจกิ ายน
2562 จาก https://www.moe.go.th/moe/th/
news/detail.php?NewsID=16352&Key=news15.

ผา ไหมบา นครัว. (ม.ป.ป). ประวตั ิ. สืบคน เมื่อ 4 พฤศจกิ ายน
2562 จาก http://www.phamaibaankrua.com/.

พนิดา สงวนเสรวี านิช. (28 มกราคม 2561). ผาไหมเหลือง
สริ ินธร ความปต ิของนพิ นธ มนทู ศั น ตระกูลชา งทอ
สดุ ทายบานครวั . สืบคน เมอ่ื 5 พฤศจิกายน 2562
จาก https://www.matichon.co.th/prachachuen
/news_819429.

วิภาวี อนุพันธพศิ ษิ ฐและคณะ. (2555). โครงการอนุรักษ
มรดกดานสถาปตยกรรมและปรบั ปรุงภูมทิ ศั นของ
ชุมชนในพื่นทีร่ มิ ฝง คลองแสนแสบ: กรณีศึกษา ชมุ ชน
บา นครัว. สืบคน เมอื่ 21 ตลุ าคม 2562 จาก
https://www.tci-thaijo.org/index.php/jica/
article/view/5757.

20

สาํ นักงานราชเทวี. (ม.ป.ป). ชมุ ชนบานครัวเหนอื . สืบคน เมือ่
20 ตุลาคม 2562 จาก http://www.bangkok.go.th
/ratchathewi/page/sub/3291/

สํานักงานหนอมไหมเฉลมิ พระเกยี รตสิ มเดจ็ พระนางเจาสริ กิ ิติ์
พระบรมราชนิ ีนาถ. (2556). การทอผาไหม. สบื คน เม่อื
5 พฤศจิกายน 2562 จากhttp://qsds.go.th/qssc_
mdh/inside_page.php?pageid=32.

21

ผจู ดั ทํา

นาย นพรจุ อรยิ บคุ ลากร รหสั 6011011491005
นางสาว ธญั รัตม คงวิจิตร รหัส 6011011491008
นางสาวพชิ ามนช แสนดี รหสั 6011011491009
นางสาวภทั ราวรรณ หตั ธรรมโม รหัส 6011011491010
นางสาวศศิธร ระดมกจิ รหัส 6011011491014

สาขาบรรณารักษศาสตรแ ละสารสนเทศศสตร
คณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร
มหาวิทยาลยั สวนดุสิต

22


Click to View FlipBook Version