การพฒั นาระบบแอปพลเิ คชนั ธนาคารโรงเรยี น
กรณีศึกษา โรงเรยี นปากบึงสิงโต
นางสาวนาดา และไหม 6361300027
นางสาวอารยี า มังคลัง 6361300028
นางสาวมกุ ดา ตะแปลกาเซ็ม 6361300029
นายจริ ายุส ชัยมูล 6361300056
นายณัชปุณย์ เรอื งเวชติวงษ์ 6361300058
โครงงานน้ีเปน็ ส่วนหน่งึ ของการศกึ ษาตามหลกั สูตรบรหิ ารธรุ กจิ บณั ฑติ
สาขาวชิ าคอมพิวเตอร์ธรุ กิจ คณะบริหารธุรกจิ
ปีการศึกษา 2564
ลขิ สิทธ์เิ ปน็ ของมหาวิทยาลยั กรงุ เทพธนบุรี
หัวขอ้ โครงงาน การพัฒนาระบบแอปพลิเคช่นั ธนาคารโรงเรียน
กรณศี กึ ษา โรงเรียนปากบึงสงิ โต
โดย นางสาวนาดา และไหม รหัสนกั ศกึ ษา 6361300027
นางสาวอารยี า มงั คลงั รหัสนักศึกษา 6361300028
นางสาวมกุ ดา ตะแปลกาเซม็ รหัสนักศึกษา 6361300029
นายจิรายุส ชยั มูล รหสั นกั ศึกษา 6361300056
นายณัชปุณย์ เรืองเวชตวิ งษ์ รหัสนักศึกษา 6361300058
อาจารยท์ ป่ี รึกษา อาจารย์สนุ ิ ประจิตร
สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี อนุมัติ
ให้โครงงานทางคอมพิวเตอร์ธุรกิจของสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตาม
หลักสตู รปรญิ ญาบริหารธรุ กิจบณั ฑิต สาขาวิชาคอมพวิ เตอร์ธุรกิจ
……………………………………………………ที่ปรกึ ษาโครงงาน
(อาจารย์สนุ ิ ประจิตร)
วนั ท่.ี ..........เดือน........................พ.ศ............
(ก)
กติ ตกิ รรมประกาศ
โครงงานทางคอมพิวเตอร์ธุรกจิ ของสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ เรื่อง การพัฒนาระบบแอป
พลเิ คชนั ธนาคารโรงเรยี น ฉบับนส้ี ําเรจ็ ลลุ ่วงเป็นไปตามวตั ถุประสงค์ของการศึกษา ได้รับความกรุณา
จากอาจารย์ผู้สอนทุกท่าน ที่ได้กรุณาเสียสละเวลาในการช่วยเหลือและให้คําปรึกษา แก้ไข
ข้อบกพร่องต่าง ๆ ตลอดจนขอ้ เสนอแนะทม่ี ปี ระโยชน์ เพอื่ นํามาปรบั ปรุงการจัดทําโครงงานคร้ังน้ีให้
มีความสมบูรณ์ ซ่ึงเป็นส่วนสําคัญย่ิงที่ทําให้การจัดทําโครงงานครั้งนี้มีความสําเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขอ
กราบขอบพระคุณอาจารย์ทุกท่าน ท่ีได้อบรมสั่งสอนความรู้อันมีค่ายิ่งและสามารถนําความรู้ต่าง ๆ
มาประยกุ ตใ์ ชใ้ หเ้ กิดประโยชนต์ อ่ ไป
ขอขอบพระคุณผู้บริหารและบุคลากรในมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และเจ้าหน้าที่คณะครู
โรงเรียนปากบึงสิงโต ตําบลสิงโตทอง อําเภอบางนํ้าเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ท่ีกรุณาให้ความ
อนุเคราะห์สละเวลาในการใหข้ ้อมลู ในการทําโครงงานครั้งนี้ จนทําให้มีข้อมูลเพ่ือนํามาวิเคราะห์และ
หาความสําคัญของข้อมูลเป็นไปด้วยดี ส่ิงสําคัญท่ีสุด ผู้ทําการศึกษาขอกราบขอบพระคุณ บิดา
มารดา ผ้มู พี ระคุณสูงสุด สมาชิกทกุ คนในครอบครัว รวมถึงเพ่ือนทุกคนท่ีคอยเป็นกําลังใจ ที่ให้ความ
สนับสนุนใหค้ าํ แนะนําและใหค้ วามช่วยเหลอื อยา่ งเต็มท่ตี ลอดมา
สุดท้ายน้ี ผ้ทู าํ การศึกษาหวงั เปน็ อยา่ งยง่ิ ว่าโครงงานฉบับน้ีจะเป็นประโยชน์สําหรับผู้ที่สนใจ
หากมขี อ้ บกพร่องประการใด ผู้ทาํ การศกึ ษาขอกราบขออภัยไว้ ณ โอกาสน้ดี ว้ ย
คณะผู้จดั ทํา
(ข)
ชื่อเรอื่ ง : การพฒั นาระบบแอปพลเิ คชนั ธนาคารโรงเรียน
ผู้จดั ทา
: นางสาวนาดา และไหม
นางสาวอารียา มังคลัง
นางสาวมกุ ดา ตะแปลกาเซม็
นายจริ ายสุ ชัยมลู
นายณชั ปุณย์ เรอื งเวชติวงษ์
อาจารยท์ ีป่ รึกษา : อาจารย์สุนิ ประจิตร
บทคดั ย่อ
โครงงานเร่ืองน้ีเป็นการพัฒนาระบบแอปพลิเคชัน ธนาคารโรงเรียน ซ่ึงวัตถุประสงค์ของการ
พัฒนาแอปพลิเคชันน้ี ผู้ใช้สามารถนําเทคโนโลยีท่ีมีในปัจจุบันไปประยุกต์ใช้ในการทํางาน ในการ
พัฒนาแอปพลิเคชันนี้จะใช้โปรแกรม Glide Apps Program โดยการใช้ภาษา HTML ในการเขียน
โปรแกรม และใช้ Emulator ของ Apps Script ในการรนั แอปพลเิ คชัน
ขั้นตอนการใช้งานแอปพลิเคชันสําหรับเจ้าที่ธนาคาร เม่ือเข้าไปในแอปพลิเคชันธนาคาร
โรงเรยี นแลว้ จะเชือ่ มไปยงั หนา้ เร่มิ ต้นสาํ หรับการทํารายการและเลือกทํารายการนักเรียนรายบุคคล
ซง่ึ มีเมนใู หเ้ จ้าหน้าทเ่ี ลือก 3 เมนู ไดแ้ ก่ 1) ฝากเงนิ 2) ถอนเงิน 3) ตรวจสอบยอดเงินปัจจุบนั
ส่วนการใชง้ านแอปพลเิ คชันสาํ หรบั นักเรียน เม่อื เขา้ ไปในแอปพลิเคชนั ธนาคารโรงเรียน แล้ว
จะเชอ่ื มไปยังหนา้ เรม่ิ ต้นสําหรบั การตรวจสอบยอดเงินรายบุคคลหรือติดต่อเจ้าหน้าท่ีเพ่ือทํารายการ
ตา่ ง ๆ นักเรียนสามารถเลอื กได้ 2 เมนูหลกั ไดแ้ ก่ 1) ตรวจสอบยอดเงิน 2) ติดต่อเจ้าหน้าท่ี ผู้ใช้งาน
สามารถเลือกความต้องการในการใชแ้ อปพลเิ คชันดงั กล่าวได้
ในการทคลองใช้แอปพลิเคชัน พบว่าแอปพลิเคชัน ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถ
ฝากเงนิ ถอนเงิน และตรวจสอบยอดเงนิ ได้
คาสาคัญ แอปพลิเคชัน ธนาคารโรงเรียน ผรู้ บั บริการ
สารบญั (ค)
กติ ติกรรมประกาศ หนา้
บทคดั ยอ่ (ก)
สารบญั (ข)
สารบัญตาราง (ค)
สารบัญแผนภาพ (จ)
(ฉ)
บทที่ 1 บทนา
1.1 ความเปน็ มาและความสําคัญของปัญหา 1
1.2 วตั ถุประสงค์ 1
1.3 ขอบเขตการดาํ เนินงาน 2
1.4 ประโยชนท์ ่ีคาดวา่ จะได้รบั 2
1.5 เคร่อื งมือทีใ่ ช้ในการพัฒนาระบบ 3
1.6 ข้นั ตอนการดําเนินงาน 3
4
บทที่ 2 แนวคดิ ทฤษฎีและเทคโนโลยที ี่เกย่ี วขอ้ ง
2.1 ข้อมลู พ้ืนฐานธนาคารโรงเรียน 5
2.2 ทฤษฎกี ารวิเคราะหแ์ ละออกแบบระบบ 5
2.3 ทฤษฎีการบรกิ าร 7
2.4 ทฤษฎีพาณิชย์อิเลก็ ทรอนกิ ส์ 9
2.5 ทฤษฎเี กย่ี วกับระบบฐานข้อมูล (Database) 15
2.6 เทคโนโลยีท่เี ก่ียวขอ้ ง 27
31
สารบญั (ตอ่ ) (ง)
บทท่ี 3 ขัน้ ตอนการดาเนินงาน หน้า
3.1 การศึกษารวบรวมข้อมูล (Data Collection Study) 35
3.2 การวิเคราะหป์ ัญหา (Analysis) 35
3.3 การออกแบบกระบวนการของระบบ 36
3.4 การพฒั นาระบบงาน (Development) 37
3.5 การทดสอบ (Testing) 52
3.6 การนาํ ไปใช้และบาํ รงุ รกั ษา (Implementation and Maintenance) 52
52
บทท่ี 4 ผลการดาเนนิ งาน
4.1 ส่วนของแอปพลิเคชัน (ผู้ดแู ลระบบ) (Admin App) 53
4.2 ส่วนของแอปพลิเคชัน (ผใู้ ช้งานระบบ) (Client App) 54
4.3 แอปพลิเคชันในส่วนของหน้าตดิ ต่อเจ้าหน้าที่ 58
61
บทที่ 5 สรุปและขอ้ เสนอแนะ
5.1 สรปุ 64
5.2 ขอ้ เสนอแนะ 64
65
บรรณานุกรม
ภาคผนวก 67
ข้ันตอนการใชง้ านแอปพลเิ คชนั 68
ประวตั ิผ้จู ัดทาโครงงาน 69
88
สารบญั ตาราง (จ)
ตารางที่ หน้า
3.1 แสดงขอ้ มลู นกั เรยี น 50
3.2 แสดงขอ้ มลู เจา้ หนา้ ที่ 50
3.3 แสดงข้อมลู การฝากเงิน 51
3.4 แสดงขอ้ มูลการถอนเงิน 51
(ฉ)
สารบญั แผนภาพ
ภาพที่ หน้า
3.1 แสดงแผนภาพบรบิ ท (Context Diagram) 37
3.2 แผนภาพ Data Flow Diagram Level 1 : Process 1 ปรบั ปรงุ ข้อมลู หลกั 38
3.3 แผนภาพ Data Flow Diagram Level 1 : Process 2 ฝากเงิน 39
3.4 แผนภาพ Data Flow Diagram Level 1 : Process 3 ถอนเงิน 40
3.5 แผนภาพ Data Flow Diagram Level 1 : Process 4 ยอดคงเหลือ 41
3.6 แผนภาพ Data Flow Diagram Level 1 : Process 5 พมิ พร์ ายงาน 42
3.7 แผนภาพกระแสขอ้ มลู ระดับท่ี 1 Data Flow Diagram Level 1 43
3.8 แผนภาพ Data Flow Diagram Level 2 : กระบวนการที่ 1.0
จัดการขอ้ มูลหลัก 44
3.9 แผนภาพ Data Flow Diagram Level 2 : กระบวนการที่ 2.0
จดั การขอ้ มูลฝากเงิน 45
3.10 แผนภาพ Data Flow Diagram Level 2 : กระบวนการท่ี 3.0
จัดการขอ้ มูลถอนเงนิ 46
3.11 แผนภาพ Data Flow Diagram Level 2 : กระบวนการท่ี 4.0
จัดการข้อมูลยอดเงินคงเหลอื 47
3.12 แผนภาพ Data Flow Diagram Level 2 : กระบวนการท่ี 5.0
จัดการพมิ พ์รายงาน 48
3.13 แผนภาพ ER-Diagram ระบบธนาคารโรงเรยี น 49
4.1 แสดงหน้ากอ่ นเข้าแอปพลิเคชัน 54
4.2 แสดงหน้าตา่ งการทํารายการ 54
4.3 แสดงหน้าต่างรายช่ือนกั เรียน 55
4.4 แสดงหน้าตา่ งการทาํ รายการ 56
4.5 แสดงหน้าตา่ งการฝากเงิน 56
4.6 แสดงหน้าตา่ งการถอนเงิน 57
4.7 แสดงหน้าตา่ งยอดเงินปจั จุบัน 58
สารบญั แผนภาพ (ตอ่ ) (ช)
ภาพที่ หน้า
4.8 แสดงหน้ากอ่ นเข้าแอปพลิเคชัน 58
4.9 แสดงหนา้ สว่ นของหน้าเมนู 59
4.10 แสดงหน้าสว่ นของหน้าตรวจสอบยอดเงิน 60
4.11 แสดงหนา้ สว่ นของหน้าค้นหาขอ้ มลู 60
4.12 แสดงหนา้ สว่ นของหนา้ ติดต่อเจา้ หน้าที่ 61
4.13 แสดงหนา้ สว่ นของหนา้ ขอ้ มลู เจา้ หนา้ ท่ีผู้ดแู ลระบบการฝากเงิน 62
4.14 แสดงหน้าสว่ นของหน้าข้อมูลเจ้าหนา้ ท่ีผดู้ ูแลระบบการถอนเงนิ 62
4.15 แสดงหน้าส่วนของหนา้ ข้อมูลเจ้าหน้าท่ีผูด้ ูแลระบบตรวจสอบยอดเงนิ 63
4.16 แสดงหน้าสว่ นของหน้าข้อมลู เจา้ หน้าที่ผู้ดูแลระบบแก้ไขข้อมูล 63
บทที่ 1
บทนา
1.1 ความเปน็ มาและความสาคัญของปญั หา
เนอ่ื งจากกิจการธนาคารออมสินเริ่มข้ึนในประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2456 ตามพระ
ราชประสงค์ ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 6 ท่ีทรงเห็นคุณประโยชน์ ของ
การออมทรัพย์ เพื่อให้ประชาชนรู้จักการประหยัดและมีสถานท่ีเก็บรักษาทรัพย์สินเงินทองให้
ปลอดภยั จากโจรผรู้ ้าย จงึ ทรงจัดตัง้ คลังออมสนิ ในสังกดั กรมพระคลังมหาสมบัติ ดําเนินธุรกิจภายใต้
พระราชบญั ญัติคลังออมสิน พ.ศ.2456 เม่ือวันท่ี 1 เมษายน 2490 ได้เปลี่ยนช่ือเป็นธนาคารออมสิน
ตั้งแตน่ ัน้ มา ธนาคารออมสินคํานงึ ถึงความสําคัญของการออมเงนิ เปน็ อยา่ งมาก จึงได้จัดต้ังโครงการที่
มีคุณค่าต่อการตระเตรียมเยาวชน ให้เป็นผู้ที่มีนิสัยรักการออมเข้าใจสภาพแวดล้อมและได้รับ
การศึกษาอย่างพอเพยี งสําหรับอนาคต เพอ่ื ปลูกฝงั การออมทรพั ย์ใหก้ ับเด็กนกั เรยี น โครงการธนาคาร
โรงเรียนเป็นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการออมในรูปแบบต่าง ๆ โดยนักเรียนในโรงเรียนและอาจารย์
รวมท้ังพนักงานของธนาคารออมสินเป็นท่ีปรึกษา เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการปฏิบัติงานและ
ระบบงานของธนาคารส่งเสริมให้นักเรียนมีการออมทรัพย์อย่างต่อเน่ืองและเน่ืองจาก เทคโนโลยีใน
ปจั จุบันเข้ามามีบทบาทและมีความสาํ คัญในชีวติ เปน็ อยา่ งยิง่ ต่อทุกภาคสว่ นและไดม้ กี ารนําเทคโนโลยี
เข้ามาในชีวิตประจําวันในทุก ๆ ด้าน โดยหน่ึงในเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นมา นั้นคือสมาร์ทโฟนและด้วย
ความสามารถต่าง ๆ ที่มีมากมายและรอบด้านของสมาร์ทโฟนน้ีเอง จึงมีผู้ใช้ทุกเพศทุกวัยอย่าง
รวดเร็ว ซ่งึ เรยี กไดว้ ่าแทบจะทุกคนท่ตี ้องมีสมาร์ทโฟนติดตัวนาํ มาใช้ท้ังในด้านการบริการ การจัดการ
และการเก็บออมท่ีทันสมัย ทําให้ผู้พัฒนามีความสนใจนําเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในด้านการเก็บ
ออมท่ีทันสมัยมีความน่าสนใจ สะดวกสบายต่อการใช้งาน ในรูปแบบการสร้างแอปพลิเคชันและส่ือ
ความรูต้ ่าง ๆ
จากเหตุผลดังกล่าว ผู้จัดทําได้มองเหตุว่าในปัจจุบันระบบธนาคารโรงเรียน ได้มีการบันทึก
การออมทรพั ย์ด้วยการจดลงบนกระดาษหรอื การออมทรพั ย์ ทผี่ ู้ดูแลระบบจะเห็นความเคลื่อนไหวได้
เพียงผ้เู ดยี ว จงึ ทาํ ใหน้ กั เรยี นหรือผปู้ กครองไม่สามารถเห็นความเคลื่อนไหวของการออมในแต่ละคร้ัง
นั้นได้และในบางคร้ังอาจเกิดข้อผิดพลาดต่าง ๆ เกิดขึ้นได้ เช่น สมุดบันทึกหาย หรือลืมจดบันทึก
2
รายการออมทรพั ยใ์ นวันน้นั ๆ ทาํ ให้ข้อมูลอาจจะสญู หายไม่สามารถเรยี กกลับได้ ผู้จัดทาํ จึงไดค้ ิดริเร่ิม
ทจี่ ะพัฒนาดว้ ยการนาํ เอาแอปพลเิ คชันที่ใช้งานบนสมาร์ทโฟนมาช่วยในการบันทึกการออมและช่วย
ในการทําให้นักเรียนและผู้ปกครองสามารถเห็นความเคลื่อนไหวของบัญชีได้ตลอดเวลา เพ่ือความ
สะดวกในการใชช้ วี ิตประจาํ วันและเพื่อเปน็ การใชเ้ ทคโนโลยีให้เกดิ ประโยชน์สูงสดุ
ดังนั้น ผู้จัดทําจึงได้คิดริเริ่มการสร้างแอปพลิเคชันธนาคารโรงเรียนบนสมาร์ทโฟน ด้วย
โปรแกรม Glide Apps เพ่ือความสะดวกสบายให้กบั นักเรียนทต่ี อ้ งการออมทรพั ยไ์ ด้
1.2 วตั ถุประสงค์
1.2.1 เพ่ือพัฒนาแอปพลิเคชนั ธนาคารโรงเรียน
1.3 ขอบเขตการดาเนินงาน
1.3.1 การลงทะเบียน
1) การลงทะเบยี นผูด้ แู ลระบบ
2) การลงทะเบียนผ้ใู ชง้ านระบบ
1.3.2 การทารายการฝาก - ถอน
1) การฝากเงิน
2) การถอนเงนิ
1.3.3 การรบั รู้ความเคล่อื นไหวของบญั ชี
1) การโหลดแอปพลเิ คชันบนสมาร์ทโฟนสาํ หรับนักเรียน/ผูป้ กครอง
1.3.4 การออกรายงาน
1) รายงานยอดเงนิ คงเหลือ
2) รายงานสถานการฝากประจาํ สัปดาห์
3) รายงานสถานการถอนประจําสปั ดาห์
3
1.4 ประโยชนท์ ี่คาดว่าจะได้รบั
1.4.1 ได้แอปพลเิ คชนั สาํ หรบั การออมเพือ่ ให้ผใู้ ช้มีความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น
1.4.2 นักเรียนและผูป้ กครอง สามารถรบั ร้คู วามเคลอ่ื นไหวของบัญชีได้ตลอดเวลา
1.4.3 ฝกึ นสิ ัยการออมใหก้ ับนักเรียน
1.5 เคร่อื งมือที่ใช้ในการพฒั นาระบบ
1.5.1 ฮาร์ดแวร์
1) Computer PC Windows 10 Enterprise / Computer Notebook
2) Smartphone Android
3) Digital Camera
1.5.2 ซอฟต์แวร์
1) Microsoft Word Program
2) Google Sheet Program
3) Power Point Program
4) Canva Program
5) Glide Apps Program
6) HTML Language
4
1.6 ขั้นตอนการดาเนินงาน
ข้นั ตอนการดาเนนิ งาน ระยะเวลา (2564-2565)
ศึกษารวบรวมขอ้ มลู มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ.
วเิ คราะห์
ออกแบบ
พัฒนา
ทดสอบ
การนําไปใชแ้ ละบํารงุ รกั ษา
บทที่ 2
แนวคดิ ทฤษฎแี ละเทคโนโลยที เ่ี กย่ี วขอ้ ง
ในการดําเนินโครงงาน เรื่องแอปพลิเคชัน ธนาคารโรงเรียน ผู้จัดทําได้ทําการศึกษาค้นคว้า
เอกสาร ตํารา คู่มือต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องกับการดําเนินโครงงาน โดยกําหนดขอบเขตของการศึกษาไว้
ดังน้ี
2.1 ขอ้ มลู พ้นื ฐานธนาคารโรงเรยี น
2.2 ทฤษฎกี ารวเิ คราะห์และออกแบบระบบ
2.3 ทฤษฎีการบริการ
2.4 ทฤษฎีพาณิชย์อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
2.5 ทฤษฎีเกย่ี วกบั ระบบฐานข้อมูล (Database)
2.6 เทคโนโลยีท่ีเก่ยี วข้อง
2.1 ข้อมูลพ้ืนฐานธนาคารโรงเรียน
กิจการธนาคารออมสินเริ่มขึ้นในประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 เมษายน พุทธศักราช 2456 ตาม
พระราชประสงค์ ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 6 ที่ทรงเห็นคุณประโยชน์
ของการออมทรัพย์เพ่ือให้ประชาชนรู้จักการประหยัดและมีสถานที่เก็บรักษาทรัพย์สินเงินทอง ให้
ปลอดภยั จากโจรผู้ร้าย จงึ ทรงจดั ต้งั คลังออมสินในสังกัดกรมพระคลังมหาสมบัติ ดําเนินธุรกิจภายใต้
พระราชบญั ญัติคลังออมสนิ พ.ศ.2456 ต่อมาในปี 2472 คลังออมสินไดไ้ ปสงั กัดกรมไปรษณีย์โทรเลข
กระทรวงพาณิชย์และคมนาคม ซ่ึงมีที่ทําการอยู่ท่ัวประเทศ โดยกิจการได้เริ่มแพร่หลายและเป็นที่
นิยมของประชาชนอย่างกว้างขวาง ซึ่งถือเป็นยุคท่ีมีความก้าวหน้าของคลังออมสินแห่งประเทศไทย
ตอ่ มารฐั บาลได้ยกฐานะคลังออมสินเป็นองค์การของรัฐบาล มีฐานะเป็นนิติบุคคลดําเนินธุรกิจในรูป
ธนาคารภายใต้พระราชบัญญัตธิ นาคารออมสิน พ.ศ.2489 มีการบริหารงานโดยอิสระ และอยู่ภายใต้
การควบคุมของคณะกรรมการท่ีได้รับการแต่งต้ังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันท่ี 1
เมษายน พทุ ธศกั ราช 2490 และได้เปลย่ี นช่อื เป็นธนาคารออมสนิ ตง้ั แตน่ ้นั มา
6
ธนาคารออมสิน คาํ นงึ ถงึ ความสําคัญของการออมเงินเป็นอย่างมาก จึงได้จัดต้ังโครงการที่มี
คุณคา่ ต่อการตระเตรยี มเยาวชน ใหเ้ ปน็ ผู้ท่ีมีนิสยั รักการออมเขา้ ใจสภาพแวดลอ้ มและได้รับการศึกษา
อย่างพอเพยี ง สาํ หรบั อนาคต เพอ่ื ปลูกฝังการออมทรัพย์ใหก้ บั เด็กนกั เรียน โครงการธนาคารโรงเรียน
เป็นการจดั กจิ กรรมสง่ เสริมการออมในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการ ส่งพนักงานออกไปรับฝากเงินตาม
โรงเรียน เพื่อบริการรับฝากเงินแก่เด็ก ซึ่งไม่สามารถไปใช้ บริการในวันธรรมดา หรือเวลาทําการได้
ธนาคารโรงเรยี นเป็นธนาคารจาํ ลองท่ีดาํ เนินการ โดยนกั เรียนในโรงเรียนและครูรวมทั้งพนักงานของ
ธนาคารออมสินเป็นท่ีปรึกษา เพ่ือให้นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการปฏิบัติงานและระบบงานของธนาคาร
สง่ เสริมใหน้ ักเรยี นมีการออมทรพั ยอ์ ยา่ งตอ่ เนอ่ื งและลดงานของหน่วยงานสาขาในการออกไปรับฝาก
เงนิ นอกสถานท่ี ตามโรงเรียนต่าง ๆ โดยธนาคารออมสนิ เปน็ ผู้สนับสนนุ เครื่องใช้สํานักงาน โปรแกรม
คอมพวิ เตอร์ในการปฏิบตั งิ าน เงินทุนแรกเร่ิมดําเนินการความรู้ในระบบการปฏิบัติงานธนาคารและ
เอกสารแบบพิมพต์ า่ ง ๆ รวมไปถึงสมดุ คบู่ ญั ชีนักเรียนท่ปี ฏบิ ตั ิงานในธนาคารโรงเรียน จะต้องเป็นผู้ท่ี
มีความประพฤติดมี ีความรับผิดชอบ มีความละเอียดถี่ถ้วน มีมนุษย์สัมพันธ์ดีได้รับการสนับสนุนจาก
ผปู้ กครองนักเรยี นและคัดเลอื กโดยครูที่ปรึกษา ซึ่งคณะท่ีปฏิบัติงาน 1 ชุด ประกอบไปด้วยตําแหน่ง
ผจู้ ดั การ พนักงานบญั ชี พนกั งานการเงิน พนักงานลงรายการและพนกั งานติดต่อลูกค้า จํานวน 2 คน
ธนาคารโรงเรียน 1 แห่งอาจมีผ้ปู ฏบิ ตั ิงานมากกว่า 1 ชุด เพื่อสับเปล่ียนหมุนเวียนกันมาปฏิบัติงานก็
ไดธ้ รุ กจิ ทธ่ี นาคารโรงเรยี นดําเนินการก็คอื การรับฝาก - ถอนเงิน ต้ังแต่ 1 บาทข้ึนไป มีบัญชีประเภท
เดียว คือ ประเภทเผื่อเรียกจะฝาก - ถอนวันละกี่คร้ังก็ได้ ระยะเวลาในการเปิดให้บริการรับฝาก -
ถอนเงิน จะเป็นช่วงเช้าก่อนเข้าเรียนหรือช่วงพักเที่ยงของทุก ๆ วันหรือเฉพาะบางวันตามความ
เหมาะสม ธนาคารโรงเรียนจะเปิดดาํ เนนิ งานในชว่ งเวลาท่ีโรงเรียนเปิดเทอมและหยุดดําเนินงานเมื่อ
ปิดเทอม ธนาคารโรงเรียนจะอยู่ภายใตก้ ารดแู ลของธนาคารออมสนิ สาขา ซ่ึงเรียกว่าสาขาพี่เลี้ยงและ
แต่ละสาขาพเ่ี ลี้ยงจะดูแลธนาคารโรงเรียนเพยี ง 1 แห่ง ธนาคารโรงเรียนจะเปิดบัญชีเงินฝากประเภท
เผ่อื เรียกกบั ธนาคารออมสินสาขาพี่เลีย้ งเพียงบัญชเี ดยี ว ซึง่ ธนาคารออมสินคดิ อตั ราดอกเบยี้ ให้สูงกว่า
ผู้ฝากทั่วไปโดยบวกเพิ่มให้ร้อยละ 0.25 ส่วนบัญชีย่อยของนักเรียนแต่ละรายธนาคารโรงเรียนเป็น
ผู้รับผิดชอบโดยคิดอัตราดอกเบ้ียเงินฝากให้เท่ากับประเภทเผื่อเรียกที่ธนาคารออมสินคิดให้ผู้ฝาก
ทั่วไป ทั้งน้ีพนักงานของธนาคารออมสินจะเป็นผู้กําหนดอัตราดอกเบ้ียในเคร่ืองคอมพิวเตอร์ของ
ธนาคารโรงเรยี นให้เม่อื เรม่ิ ดาํ เนนิ การและเมื่อธนาคารออมสินมีการปรับเปล่ียนอัตราดอกเบี้ยในคร้ัง
ตอ่ ไป ดงั น้นั เม่ือธนาคารโรงเรยี นปดิ บญั ชีประจาํ วันแล้วจะตอ้ งนําเงนิ ท่ไี ดร้ บั ฝากจากนักเรียนทั้งหมด
ฝากท่ีธนาคารออมสินสาขาพ่ีเลี้ยง เพื่อมิต้องรับภาระในเร่ืองของดอกเบี้ยท่ีจะต้องจ่ายให้บัญชีย่อย
7
เมอื่ นักเรียนจบการศกึ ษาไปแล้วนักเรียนจะต้องปดิ บัญชที ่เี ปิดไว้ทธ่ี นาคารโรงเรยี นและถ้าหากมีความ
ประสงค์ท่ีจะเปดิ บญั ชีใหม่ กบั ธนาคารออมสิน ทางสาขาพ่ีเลี้ยงก็จะดําเนินการให้ตามความประสงค์
โดยเป็นการเปิดบัญชีท่ีธนาคารออมสินสาขาพ่ีเลี้ยงดังกล่าว ธนาคารโรงเรียนจะจัดต้ังขึ้นได้นั้น
นอกจากธนาคารออมสนิ จะเปน็ ผ้สู นบั สนนุ ระบบงานและเครอ่ื งใช้สํานักงานที่จําเป็นแล้วคุณลักษณะ
ของ โรงเรยี นท่ีจะจดั ต้ังธนาคารโรงเรยี นไดจ้ ะตอ้ งประกอบไปดว้ ยความคิดเหน็ และความร่วมมือ ของ
คณะผบู้ ริหารฯ คอื คณะผู้บรหิ ารโรงเรยี นยังต้องเห็นความสาํ คญั และให้การสนับสนุน โครงการฯ โดย
จัดครูผู้รับผิดชอบโดยตรง โรงเรียนปากบึงสิงโต ตําบลสิงโตทอง อําเภอบางน้ําเปรี้ยว จังหวัด
ฉะเชิงเทรา สงั กดั สํานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1 ปัจจุบันเปิดการสอน
ระดับชนั้ อนบุ าล 2 ถงึ ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 6 มขี า้ ราชการครแู ละบุคลากรทางหารศึกษาประกอบด้วย
ผู้อํานวยการสถานศึกษา 1 คน ข้าราชการครู 8 คน ครูอัตราจ้าง 1 คน วิทยากรอิสลามศึกษา 1 คน
เจา้ หนา้ ที่ธุรการ 1 คน นักศึกษาฝกึ ประสบการณ์สอน 1 คน และมนี ักเรยี นจาํ นวน 136 คน โรงเรียน
มุ่งฝึกอบรมและให้การศึกษาแก่เยาวชนให้เป็นผู้ท่ีมีความประพฤติดี มีคุณธรรม มีระเบียบวินัย มี
ความรับผิดชอบ มีจิตใจที่ดี มีสุขภาพอนามัยท่ีสมบูรณ์ ร่าเริงแจ่มใส รวมทั้งเป็นพลเมืองดีมี
ประสิทธิภาพในการทํางาน การประกอบอาชีพและการดําเนินชีวิตในสังคมอย่างมีความสุขเป็น
โรงเรียนหน่ึงท่ีตระหนักถึงคุณค่าของการออมของนักเรียน มีนโยบายปลูกฝังให้นักเรียนรู้จักออม
ทรัพย์อย่างสม่ําเสมอ จึงได้ประสานความร่วมมือกับธนาคารออมสินจัดต้ังธนาคารโรงเรียนปากบึง
สิงโตขนึ้ เพื่อใหน้ กั เรียนสามารถออมทรัพย์ได้ในแตล่ ะวนั และทกุ ๆ เดือน อีกทั้งยังสง่ เสรมิ ให้นักเรียน
ได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน สามารถทํางานร่วมกับผู้อื่นได้ ทั้งยังเป็น
ธนาคารจําลอง ทด่ี าํ เนินการโดยนกั เรียนในโรงเรยี นและมคี รรู วมทง้ั เจา้ หน้าท่ขี องธนาคารออมสินเป็น
ท่ปี รึกษา มกี ารรับฝากเงินได้อย่างสมํ่าเสมอเม่ือมีเงินเหลือจากการใช้จ่าย โดยฝากประเภทเผื่อเรียก
ของธนาคารออมสิน โดยจัดตงั้ โครงการธนาคารโรงเรยี นขึ้นมา โดยมีช่อื โครงการธนาคารโรงเรยี นปาก
บึงสิงโต ตําบลสิงโตทอง อําเภอบางนํา้ เปร้ียว จังหวัดฉะเชิงเทรา สังกัดสํานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ประถมศึกษาฉะเชงิ เทรา เขต 1
2.2 ทฤษฎกี ารวเิ คราะหแ์ ละออกแบบระบบ
ทฤษฎกี ารวิเคราะหแ์ ละออกแบบระบบ (วิทวัฒน์ พัฒนา, 2553) การวเิ คราะห์และออกแบบ
ระบบ คือวธิ ีการท่ีใช้ในการสร้างระบบสารสนเทศขึ้นมาใหม่ในธุรกิจใดธุรกิจหน่ึงหรือระบบย่อยของ
ธุรกิจนอกจากการสร้างระบบสารสนเทศใหม่แล้ว การวิเคราะห์ระบบช่วยในการแก้ไขระบบ
8
สารสนเทศเดิมที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นด้วยการวิเคราะห์ระบบและออกแบบระบบ (Systems Analysis)
เป็นการศึกษาถึงปัญหาท่ีเกิดขึ้นในระบบงานปัจจุบัน (Current System) เพ่ือออกแบบระบบการ
ทํางานใหม่ (New System) นอกจากการออกแบบสร้างระบบงานใหม่แล้วเปูาหมายในการวิเคราะห์
ระบบยังมีความตอ้ งการที่จะปรับปรุงและแก้ไขระบบงานเดิมให้มีทิศทางที่ดีขึ้นโดยก่อนที่ระบบงาน
ใหม่ยังไม่นํามาใช้งานระบบงานท่ีดําเนินการอยู่ในปัจจุบันเรียกว่าระบบปัจจุบันแต่ถ้าต่อมามีการ
พฒั นาระบบใหม่และนาํ มาใชง้ านจะเรยี กระบบปจั จุบันท่ีเคยใช้น้ันว่าระบบเก่า (Old System) วงจร
การพัฒนาระบบ (System Development Life Cycle : SDLC) คือ แนวกระบวนการทางความคิด
(Logical Process) พัฒนาระบบสารสนเทศเพอื่ แก้ปญั หาทางธุรกิจและตอบสนองความต้องการของ
ผูใ้ ช้วงจรพัฒนาระบบมที งั้ หมด 7 ขน้ั ตอน คือ
1. เข้าใจปัญหา (Problem Recognition) การที่จะแก้ไขระบบเดิมท่ีมีอยู่แล้วให้เป็นระบบ
ใหมท่ ี่มศี ักยภาพยิ่งข้นึ ไมใ่ ช่เรื่องท่งี า่ ยนักหรือแมแ้ ต่การสรา้ งระบบใหมด่ ังน้ันควรจะมีการศึกษาระบบ
เดมิ เสยี ก่อนวา่ มรี ะบบการทาํ งานอย่างไรตรงตามความต้องการครบถ้วนเพียงพอท่ีจะทําให้โปรแกรม
เป็นไปได้หรือไม่
2. ศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) จุดประสงค์ของการศึกษาความเป็นไปได้ก็คือ
การกําหนดว่าปัญหาคืออะไรและตัดสินใจว่าการพัฒนาสร้างระบบสาร สนเทศหรือการแก้ไขระบบ
สารสนเทศเดมิ มีความเปน็ ไปได้หรือไมโ่ ดยเสยี คา่ ใช้จ่ายและเวลาน้อยทสี่ ุด
3. วิเคราะห์ (Analysis) เรม่ิ เข้าสู่การวเิ คราะห์ระบบ การวเิ คราะห์ระบบเร่ิมตั้งแต่การศึกษา
ระบบการทํางานของธรุ กิจน้ัน ในกรณีที่ระบบได้ศึกษาน้ันเป็นระบบสารสนเทศอยู่แล้วจะต้องศึกษา
วา่ ทํางานอย่างไรเพราะเป็นการยากท่จี ะออกแบบระบบใหมโ่ ดยทไ่ี มท่ ราบว่าระบบเดมิ ทํางานอย่างไร
4. ออกแบบ (Design) ในระยะแรกของการออกแบบ นักวิเคราะห์ระบบจะนําการตัดสินใจ
ของฝุายบริหารท่ีได้จากขั้นตอนการวิเคราะห์การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ด้วย
(ถ้ามีหรือเป็นไปได้) หลังจากน้ันก็วิเคราะห์ระบบจะนําแผนภาพต่าง ๆ ท่ีเขียนขึ้นในขั้นตอนการ
วเิ คราะหม์ าแปลงเปน็ แผนภาพขึ้น
5. สร้างหรือการพัฒนาระบบ (Construction) ในข้ันตอนนี้โปรแกรมเมอร์จะเริ่มเขียนและ
ทดสอบโปรแกร มว่าทํางานถูก ต้อง หรือไ ม่ต้องมีการทดสอบกั บข้อมูล จริงท่ีเลือก แล้วถ้าทุก อย่าง
เรยี บร้อยแล้วจะไดโ้ ปรแกรมทพี่ รอ้ มทีจ่ ะนําไปใชง้ านจริงต่อไป
9
6. การปรับเปล่ียน (Conversion) ขน้ั ตอนนบี้ ริษทั นําระบบใหม่มาใช้แทนของเก่าภายใต้การ
ดูแลของนักวิเคราะห์ระบบการปูอนข้อมูลต้องทําให้เรียบร้อยและในที่สุดบริษัทเริ่มต้นใช้งานระบบ
ใหม่นี้ได้
7. การบํารงุ รักษา (Maintenance) การบาํ รงุ รักษาได้แก่ การแก้ไขโปรแกรมหลังจากการใช้
งานแลว้ สาเหตทุ ่ีตอ้ งแก้ไขโปรแกรมจากการใช้งานแลว้ สาเหตุทีต่ อ้ งแกไ้ ขระบบสว่ นใหญ่มี 2 ข้อ คอื
1) มปี ัญหาในโปรแกรม (Bug)
2) การดาํ เนินงานในองคก์ รหรือธุรกิจเปลยี่ นไป
2.3 ทฤษฎกี ารบริการ
ธุรกิจธนาคารในปัจจบุ ันจะประสบความสําเร็จได้ จะต้องเป็นผู้ที่รู้จักและเข้าใจลูกค้าได้เป็น
อย่างดีและสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากกว่าลูกค้าคาดหวัง ดังปณิธานสู่ความ
เป็นเลศิ ของผู้บรหิ ารของธนาคาร “ความพงึ พอใจสูงสุดของลกู ค้าคือจุดมุง่ หมายในการดําเนนิ งานของ
เรา” ดว้ ยบรกิ ารทีค่ รอบคลมุ ทัว่ ไปและองค์กรธุรกจิ บุคลากรมืออาชีพทเี่ ชย่ี วชาญมีประสิทธิภาพและ
นวตั กรรมใหม่ทางเทคโนโลยีเน้นการปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาวะการเปล่ียนแปลงของโลกยุคใหม่
บริการต่าง ๆ จากธนาคารจึงเป็นทั้งความสะดวกสบายคล่องตัวและมอบผลประโยชน์สูงสุดให้กับ
ลกู ค้า ส่ิงท่ลี ูกคา้ ตอ้ งการคืองานหรือบริการท่ีมีคุณภาพ (ไม่ผิดพลาด) เช่ือถือได้การส่งมอบท่ีรวดเร็ว
และการเอาใจใส่อยา่ ง “คนสําคัญ” การให้บรกิ ารที่ดีมีคุณภาพ มีหลักตามคําวา่ Service ดงั นี้
S = Smart & Smile บคุ ลิกดีมีความม่ันใจในการทํางานและยม้ิ แย้มแจ่มใส
E = Emotion มอี ารมณ์ดี
R = Relation สร้างความสัมพนั ธ์ชื่นชม ยกยอ่ ง ให้เกยี รตลิ ูกค้าและเพ่ือนรว่ มงาน
V = Voice ใช้เสยี งและคําพดู ทสี่ ุภาพและให้เกยี รติ
I = Image สร้างภาพพจนท์ ีด่ ใี ห้ตนเองและธนาคาร เพอ่ื ใหต้ ดิ ตรึงใจลูกคา้
C = Courtesy สุภาพอ่อนน้อม มีมารยาททด่ี ีในการใหบ้ รกิ าร
สุดาดวง เรอื งรจุ ิระ (2541, หน้า 316-319) ไดใ้ ห้คําจํากัดความเก่ียวกับความหมายของการ
บริการ คือ งานที่ไม่มีตวั ตนสัมผัสไมไ่ ดแ้ ตส่ ามารถสรา้ งความพึงพอใจในการตอบสนองความต้องการ
ของผู้บริโภค หรือผู้ใช้ในตลาดธุรกิจได้บริการไม่ได้แตกต่างจากสินค้าจุดมุ่งหมายหลักคือการ
ตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อ ทําให้เกิดความพึงพอใจจากการซื้อบริการเหล่านั้นข้อแตกต่างคือ
10
บรกิ ารไม่สามารถจบั ตอ้ งสมั ผัสได้เหมือนสินค้า ดังน้ัน การจําหน่ายบริการจึงมีความจําเป็นท่ีจะต้อง
คํานงึ ถึงการบริหารการตลาดเช่นเดยี วกบั การจาํ หน่ายสินค้าท่ีมีตัวตนการบริการจําแนก ออกเป็น 2
ลกั ษณะ ดังน้ี
1. การบริการท่ีเป็นวัตถุประสงค์หลักของการซ้ือขาย (Services are the main purpose
of a transaction) เช่น การไปธนาคาร การไปร้านเสริมสวย การไปพบแพทย์ การซื้อประกันชีวิต
ประกนั อบุ ตั ิเหตุ การเชา่ รถ การเช่าบา้ น การซื้อบรกิ ารท่องเทีย่ ว ฯลฯ
2. การบริการที่เป็นส่วนเพิ่มที่สนับสนุนการให้บริการ (Service are the supplementary
to support of facilitate the sales of goods or other service) เช่น การซื้อเคร่ืองคอมพิวเตอร์
ต้องการได้รับบริการแนะนําการใช้งาน หรือสามารถชําระเงินด้วยเครดิตการ์ดได้มีการบริการส่งถึง
บ้านให้ซือ้ บริการทอ่ งเที่ยวท่ีรวมท้ังการจดั หาเรื่องพาหนะเดินทางและท่ีพักต่าง ๆ ด้วย ลักษณะของ
การบรกิ ารแบง่ ออกได้ ดังนี้
1) จับต้องไม่ได้ (Intangible) คือ บริการที่ผู้ซื้อไม่สามารถจะจับต้องทดลองตัวอย่างก่อน
ได้ไม่ว่าจะโดยการชิม รู้สึก มองเห็น ได้ยิน หรือได้กล่ิน ดังนั้นการเสนอขายบริการจึงต้องแสดงถึง
คณุ ประโยชน์ทจี่ ะได้รับจากบรกิ าร
2) ไม่สามารถแยกระหว่างผู้ให้บริการและบริการ (Insuperability) คือ การท่ีผู้ซื้อคิดถึง
ผู้ผลติ บรกิ ารและบริการซ้อื เปน็ หนึ่งเดยี วกนั ไมส่ ามารถแยกบริการจากผู้ผลิตไปจําหน่ายต่างสถานที่
ต่างเวลาได้การผลิตและจําหน่ายบริการเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน เช่น ทันตแพทย์ไม่สามารถทําการ
รกั ษาฟันใหค้ นไข้พรอ้ มกนั หลายคนต้องทาํ ฟันให้ทีละคน
3) มคี วามแตกตา่ งในการใหบ้ ริการ (Heterogeneity) คือ บริการที่เสนอขายแต่ละครั้งจะ
มี ความแตกตา่ งกันได้ถึงแมจ้ ะผลิตจากผู้ใหบ้ ริการคนเดียวกนั เช่น การไปพบแพทย์คนเดียวกันแต่ละ
ครั้งมีความแตกต่างในการตรวจรกั ษาแตกต่างกนั
4) อุปสงค์ของการบรกิ ารจะมอี ายุสั้นและยงั เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล (Perishability and
Fluctuation Demand) คือบริการจะผลิตทันทีและส่งมอบในขณะให้บริการแก่ลูกค้า บริการจึงไม่
สามารถจะผลิตล่วงหน้า ไม่สามารถเก็บรักษาไว้ก่อนขณะเดียวกันด้านผู้ซ้ือบริการจะเกิดความ
ต้องการได้รับบริการทันทีเมื่อเกิดความต้องการ หากต้องรอไว้นาน ๆ จะเปล่ียนใจได้นอกจากนั้น
ความตอ้ งการซอื้ บรกิ ารจะข้ึนลงเปลยี่ นแปลงได้มากตามฤดูกาล ตามช่วงเวลาในแต่ละเดือน เวลาใน
แต่ละวัน เช่น ช่วงปิดภาคเรียนจะมีความต้องการซ้ือบริการท่องเท่ียวมากกว่าปกติร้านอาหารจะมี
ลูกค้ามามากในช่วงกลางวนั และช่วงเย็น
11
จอห์น ดี. มิลเล็ต (John D. Millet อ้างถึงใน วสันต์กระโจมทอง, 2538 หน้า 33) กล่าวว่า
เปูาหมายสําคัญของการบริการ คือ การสร้างความพึงพอใจในการให้บริการแก่ประชาชนโดยมี
หลักเกณฑ์คอื
1. การให้บรกิ ารอยา่ งเสมอภาค หมายถึง ความยุติธรรมในการบริหารงานท่ีมีฐานคติท่ีว่าคน
ทุกคนเท่าเทียมกัน ดังนั้น ประชาชนทุกคนจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ในแง่มุมมองของ
กฎหมายไม่มีการแบ่งแยกกีดกันในการให้บริการประชาชนจะได้รับการปฏิบัติในฐานะท่ีเป็นปัจเจก
บุคคลที่ได้มาตรฐานการใหบ้ รกิ ารเดยี วกัน
2. การให้บรกิ ารที่ตรงต่อเวลา หมายถึง การให้บริการจะต้องมองว่าการให้บริการสาธารณะ
จะตอ้ งตรงเวลา ผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ จะถือว่าไม่มีประสิทธิผลเลยถ้าไม่มีการตรง
เวลาซึ่งจะสร้างความไม่พึงพอใจใหแ้ ก่สงั คมได้
3. การให้บริการอย่างตอ่ เนือ่ ง หมายถงึ การให้บรกิ ารสาธารณะที่เป็นอย่างสม่ําเสมอโดยยึด
ประโยชนส์ าธารณะ เป็นหลักไม่ใช่ยดึ ความพอใจของหน่วยงานท่ีให้บริการว่าจะรอหยุดบริการเม่ือใด
กไ็ ด้
4. การใหบ้ ริการอย่างเพยี งพอ หมายถงึ การใหบ้ ริการสาธารณะทม่ี ีลักษณะในการจํานวนใน
การให้บริการและสถานทใ่ี หบ้ ริการอยา่ งเหมาะสม
5. การใหบ้ รกิ ารอยา่ งก้าวหน้า หมายถึง การให้บริการสาธารณะหรือมีการปรับปรุงคุณภาพ
และผลการปฏิบัติงาน กล่าวอีกนัยหน่ึงคือ การเพ่ิมประสิทธิภาพ หรือความสามารถท่ีจะทําหน้าท่ี
ได้มากขึ้นโดยใช้ทรัพยากรเทา่ เดิม เว็บเบอร์ (Weber อ้างถึงใน วสันต์กระโจมทอง, 2538, หน้า 34)
ได้ให้ทัศนะเก่ียวกับการให้บริการว่าการจะให้การบริการมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อ
ประชาชนมากที่สดุ คอื การใหบ้ ริการทีไ่ มค่ ํานึงถงึ ตวั บคุ คล หรือเป็นการให้บริการที่ปราศจากอารมณ์
ไม่มีความชอบพอสนใจเปน็ พเิ ศษทุกคนได้รบั การปฏบิ ัติเท่าเทียมกันตามหลักเกณฑ์เม่ืออยู่ในสภาพที่
เหมือนกนั
สุรศักด์ิ นานานกุ ลู (2539, หน้า 20) กลา่ วว่าธรุ กิจบรกิ ารท่ดี จี ะตอ้ ง มปี ัจจัย ดงั น้ี
1. ธุรกิจบรกิ ารตอ้ งมีนโยบายการบรกิ ารที่ดีรวมถงึ ปรชั ญาการให้บรกิ ารและความมุ่งม่ันท่ีจะ
สร้างความพอใจและความสขุ ให้แก่ลกู ค้าและแฝงไวดว้ ยการให้เกียรติแก่ลูกค้าและการให้ความสําคัญ
แกส่ ถานท่ีหอ้ งน้าํ และบรรยากาศในการต้อนรับลกู คา้ ใหส้ มเกยี รตแิ ละสําหรับพนักงานให้มีสถานที่ทํา
ธุระส่วนตัวไดโ้ ดยไม่รบกวนลูกคา้ ซึง่ ต้องจัดงบประมาณให้เหมาะสม
12
2. ธุรกิจบรกิ ารตอ้ งมรี ะบบการใหบ้ ริการทีด่ ี หมายถงึ ระบบที่ดเี ก่ยี วกับการวางตัวและกริยา
ทา่ ทาง ตลอดจนทัศนคตทิ ีพ่ นกั งานพงึ มตี อ่ ลูกคา้ ซึ่งประกอบไปด้วย
1) ระบบทเ่ี ก่ียวกบั วิธกี ารทํางานทกุ ๆ อยา่ ง ไม่วา่ จะเป็นในหน้าทก่ี ารงานดา้ นการต้อนรับ
การรกั ษาความสะอาด การอธบิ ายการให้ข้อมลู หรอื การตอบคาํ ถามของลูกคา้ การตกแต่งสถานท่ีและ
การจัดสิง่ อํานวยความสะดวกใหแ้ ก่ลกู คา้ ซึง่ จะตอ้ งกาํ หนดมาตรฐานให้ชดั เจน
2) ระบบท่ีเกย่ี วกับการใหอ้ าํ นาจพนกั งานหรอื ผู้บริหาร น้ันได้พิจารณาและการตัดสินใจใน
การทาํ งาน ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากวิธีการทํางานตามปกติ เพ่ือแก้ไขปัญหาในสถานการณ์พิเศษซึ่ง
อาจจะต้องให้บริการเหนือความคาดหมายของลกู ค้า
3) ระบบท่ีเกย่ี วกบั การจําชื่อของลกู ค้าและการทกั ทายลูกคา้ ดว้ ยชอื่ ของเขาตลอดจนกิริยา
ท่าทางทีน่ อบน้อมและไหว้ลกู ค้าเพ่อื ให้เกยี รติ
4) ระบบทเ่ี กี่ยวกับการรบั ฟังและสังเกตความต้องการของลูกค้าและที่พยายามตอบสนอง
และจดจาํ หรือบันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์เพื่อให้บริการในครัง้ ต่อ ๆ ไป
5) ระบบการวิจัยความเห็นของลกู ค้าที่กระทําสม่ําเสมอเพอื่ จะไดป้ รับตวั ตาม
3. ธุรกิจบรกิ ารต้องมีคนใหบ้ รกิ ารทีด่ ีหมายถึง
1) การคดั เลอื กบุคคลทมี่ ีคุณลกั ษณะทเี่ หมาะสมกบั งานบรกิ าร
2) ระบบการอบรมที่ดี
3) การฝึกอบรมในห้องเรยี นและฝึกปฏิบตั ิ
ศิรวิ รรณ เสรรี ัตน์ (2539, หนา้ 291-296) คุณภาพการให้บริการ (Service Quality) เป็นสิ่ง
สําคัญในการสร้างความแตกต่างของธุรกิจการให้บริการ คือ การรักษาระดับ การให้บริการท่ี
เหนือกว่าคู่แข่ง โดยเสนอคุณภาพการให้บริการตามลูกค้าคาดหวังไว้ข้อมูลต่าง ๆ เก่ียวกับคุณภาพ
การให้บริการท่ีลูกคา้ ต้องการจะไดจ้ ากประสบการณใ์ นอดีต จากการพูดปากต่อปาก จากการโฆษณา
ธรุ กจิ การใหบ้ ริการลูกค้าจะพอใจถ้าเขาได้รับในสิ่งเขาต้องการ (What) และเม่ือเขามีความต้องการ
(When) ณ สถานทีท่ ีเ่ ขาต้องการ (Where) ในรปู แบบทตี่ ้องการ (How) นักการตลาดต้องทําการวิจัย
เพื่อให้ทราบถงึ เกณฑ์การตัดสนิ ใจซ้อื บริการของลกู คา้ วธิ ีการสรา้ งความแตกต่างของธุรกิจบริการ คือ
การส่งมอบบรกิ ารที่มคี ณุ ภาพอย่างสม่ําเสมอไดเ้ หนือกวา่ คแู่ ขง่ ขันโดยการตอบสนองความคาดหวังใน
คุณภาพ การให้บริการของผู้บริโภค ความคาดหวังเกิดจากลูกค้าเลือกธุรกิจให้บริการ โดยถือเกณฑ์
ภายหลังจากการรับการให้บรกิ ารเขาจะเปรยี บเทียบบรกิ ารท่รี ับรกู้ บั บริการท่ีคาดหวังถ้าบริการท่ีรับรู้
13
ต่ํากว่าบริการที่คาดหวังไว้ลูกค้าจะไม่สนใจ ถ้าบริการที่รับรู้สูงกว่าความคาดหวังลูกค้าจะกลับมา
ใหบ้ ริการอกี โดยทั่วไปไม่ว่าธุรกิจแบบใดก็ตาม ลกู ค้าจะใช้เกณฑ์ต่อไปนี้พิจารณาถึงคุณภาพของการ
ใหบ้ รกิ ารคณุ ภาพการใหบ้ ริการจะมีลักษณะดังนี้
1. การเขา้ ถงึ ลูกค้า (Access) การบริการท่ีให้กับลูกค้าต้องอํานวยความสะดวก ในด้านเวลา
สถานท่ีแก่ลูกค้าคือไม่ทําให้ลูกค้าคอยนาน ทําเลที่ตั้งเหมาะสม อันแสดงถึงความสามารถของการ
เข้าถงึ ลกู ค้า
2. การติดต่อสื่อสาร (Communication) มีการอธิบายอย่างถูกต้องใชภ้ าษาท่ลี กู คา้ เข้าใจงา่ ย
3. ความร้สู ามารถของบคุ ลากร (Competence) บคุ ลากรทใี่ ห้บริการตอ้ งมคี วามชํานาญและ
มคี วามรู้ความสามารถในงาน
4. ความมีนาํ้ ใจ (Courtesy) บุคลากรที่ต้องมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี เป็นที่น่าเช่ือถือ มีความเป็น
กันเอง มีวิจารณญาณท่ดี ี
5. ความน่าเช่ือถือ (Creditability) บริษทั และบุคลากรทุกคนต้องสามารถสร้างความเชื่อม่ัน
และความไว้วางใจในบรกิ าร โดยเสนอบรกิ ารทด่ี ีท่ีสดุ แกล่ กู คา้
6. ความไว้วางใจ (Reliability) บริการท่ีให้กับลูกค้าต้องมคี วามสม่ําเสมอและถูกตอ้ ง
7. การตอบสนองลูกค้า (Responsiveness) พนักงานจะต้องให้บริการและแก้ปัญหาใหกับ
ลูกค้าอยา่ งรวดเร็วตามท่ีลกู คา้ ตอ้ งการ
8. ความปลอดภยั (Security) บริการที่ใหต้ อ้ งปราศจากอันตราย ความเสี่ยงและปญั หาต่างๆ
9. การสรา้ งบรกิ ารให้เปน็ ทรี่ ู้จกั (Tangible) การบริการที่ลูกค้าได้รับ จะทําให้ลูกค้าสามารถ
คาดคะเนถึงคุณภาพบรกิ ารดังกล่าวได้
10. การเข้าใจ/รูจ้ กั ลกู คา้ (Understanding/Knowing Customer) พนักงานที่ต้องพยายาม
เข้าใจถงึ ความตอ้ งการของลูกค้าและให้ความสนใจตอบสนองความตอ้ งการดงั กล่าว
สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย - ญี่ปุน (2542, หน้า 14) ได้บัญญัติศัพท์คําว่า ส่วนประกอบ
ทางการบริการ (Service Mix) คือ บรรดาปจั จัยทเี่ ป็นองคป์ ระกอบการบรกิ ารใด ๆ ท่ีมีผลของบริการ
นั้น และอาจช่วยสร้างความพึงพอใจ หรือก่อให้เกิดความไม่พอในสายตาได้ (ตามแน วคิดเร่ือง
สว่ นประกอบทางการตลาด Marketing Mix) สามารถแบ่งปัจจัยเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังน้ี
1. กลมุ่ ปัจจัยทมี่ ีผลก่อนรบั บรกิ าร (Pre-service Factor) ไดแ้ ก่
1) ภาพพจน์กติ ติศพั ท์ชื่อเสยี งของบรษิ ทั
14
2) ความเชอื่ ถือไว้วางใจไดข้ องบรษิ ัท
3) คา่ บรกิ ารค่าใช้จ่ายเพือ่ ขอรับบรกิ าร
4) ความแปลกใหมข่ องในบรกิ าร กลุ่มที่มีผลกอ่ นรับบริการนี้จะทําให้ผู้ซ้ือหรือผู้รับบริการ
เกิดความคาดหวงั ถึงสง่ิ ต่าง ๆ จากการซื้อสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ซ่ึงความคาดหวังของผู้รับบริการนี้
อาจมาจากพฤติกรรมการเปดิ ขา่ วสารท้งั จากส่อื บุคคล สื่อมวลชนและสือ่ เฉพาะกจิ
2. กลุ่มปจั จัยทม่ี ผี ลขณะรบั บรกิ าร (During-service Factors) ไดแ้ ก่
1) ความสะดวกสบายขณะใชบ้ ริการ
2) ความถกู ต้องแม่นยาํ ในรายละเอียดข้นั ตอนบรกิ าร
3) กริ ยิ ามารยาทที่ดีงามของผู้ให้บรกิ าร
4) ความซบั ซอ้ นยุ่งยากในข้ันตอนรบั บรกิ าร
5) ความประณตี บรรจงและพิถีพถิ นั ขณะบรกิ าร
6) ความเลินเลอ่ ของผใู้ หบ้ รกิ าร
7) ฝีมือ ภูมิปัญญาและความสามารถของผู้บริการ กลุ่มท่ีมีผลขณะรับบริการนี้เรียกอีกช่ือ
หนงึ่ วา่ จดุ สมั ผสั บริการ ซ่ึงจะเปน็ จุดทผี่ ู้ซื้อหรอื ผู้ใชบ้ ริการสามารถตัดสินใจว่าส่ิงที่คาดหวังไว้จากการ
เปิดรับขา่ วสารนน้ั ๆ ไดต้ ่าํ กวา่ สงู กว่ากับความคาดหวัง ซึ่งจะเห็นว่ากลุ่มท่ีมีผลขณะรับบริการนี้ส่วน
ใหญ่ไดม้ าจากการเปิดรับขา่ วสารจากพนกั งานขายพนักงานบรกิ าร
3. กลุม่ ปัจจัยทมี่ ีผลหลังจากการรบั บรกิ ารแลว้ (Post-service Factors) ไดแ้ ก่
1) ความสอดคลอ้ งกับความคาดหวงั ของลกู คา้ กอ่ นมารับบริการ
2) ความสมบรู ณค์ รบถว้ นของบรกิ าร
3) ความคงเสน้ คงวาดา้ นคุณภาพของบรกิ าร
4) การปฏิบตั ิต่อคาํ ร้องเรียนของลูกคา้
5) ความคุม้ ค่าเงนิ หรอื ไมช่ อบบริการน้ันกล่มุ ปัจจยั ที่มีผลหลังการรับบริการแล้วจะเป็นจุด
ท่ีจะเกิดการตัดสินใจของผู้รับบริการ รวมแล้วสิ่งที่ได้รับความคาดหวังท่ีมีนี้จะทําให้ผู้รับบริการเกิด
ความพงึ พอใจสงู หรือต่ํา
ศริ วิ รรณ เสรรี ัตน์, ปริญ ลกั ษติ านนท์, ศภุ ร เสรรี ตั นแ์ ละองอาจ ปทะวานิช (2546, หน้า 18)
ไดก้ ลา่ วถึงองค์ประกอบของความสําเรจ็ ในการใหบ้ รกิ าร มี 7 ประการดงั น้ี
15
1. ความพึงพอใจของผรู้ บั บรกิ าร ซึ่งการให้บริการที่ดีน้ัน ต้องมีเปูาหมายที่ผู้รับบริการ หรือ
ลูกค้าเป็นหลกั โดยผู้ให้บรกิ ารจะต้องถือเป็นหน้าท่โี ดยตรงทจ่ี ะต้องพยายามกระทําอย่างใดอย่างหนึ่ง
ให้ผู้รับบรกิ ารเกดิ ความพงึ พอใจมากท่สี ดุ เท่าท่ีจะทาํ ไดเ้ พราะผู้ใช้บริการจะมีจุดมุ่งหมายในการมารับ
บริการและคาดหวังใหม้ กี ารตอบสนองความต้องการนนั้
2. ความคาดหวังของผู้รับบรกิ าร ผใู้ หบ้ ริการนั้นจาํ เปน็ ท่ีจะต้องรบั รแู้ ละเรียนรู้เก่ียวกับความ
คาดหวงั พื้นฐาน ตลอดจนสํารวจความคาดหวังเฉพาะของผู้รับบริการเพื่อสนองบริการท่ีตรงกับความ
คาดหวัง ซึ่งจะทาํ ให้ผูร้ ับบรกิ ารเกิดความพงึ พอใจ
3. ความพรอ้ มในการให้บรกิ ารและประสทิ ธิภาพของการให้บริการ ขึ้นอยกู่ ับความพรอ้ มท่ีจะ
ให้บรกิ ารในสง่ิ ท่ีผูร้ ับบรกิ ารต้องการภายในเวลาและรปู แบบท่ตี อ้ งการ
4. ความมคี ุณคา่ ของการบริการ คณุ ภาพของการให้บริการที่ตรงไปตรงมาไม่เอาเปรียบลูกค้า
รวมท้ังพยายามทจี่ ะทําใหล้ ูกคา้ ชอบและพอใจกับบรกิ ารที่ได้รับย่อมแสดงถึงคุณค่าของการ บริการท่ี
คมุ้ คา่ สําหรับผูร้ ับบรกิ าร การใหบ้ รกิ ารมลี ักษณะวธิ ีการท่แี ตกตา่ งกนั ดังน้ันคุณคา่ ของการให้บริการจึง
ข้นึ อยู่กับสงิ่ ที่ผู้รบั บริการไดร้ ับและเกิดความรู้สกึ พงึ พอใจ
5. ความในใจตอ่ การให้บริการ การให้ความสนใจอย่างจริงใจต่อลูกค้าทุกระดับชั้นและทุกคน
อยา่ งยตุ ธิ รรม หรอื เท่าเทียมกนั นบั เปน็ สิง่ ท่ีสําคญั ทีส่ ดุ เพราะลูกค้าทุกคนต่างก็ต้องการได้รับบริการ
ทดี่ ีดว้ ยกนั ท้งั ส้นิ
6. ความสุภาพในการใหบ้ รกิ าร การต้อนรับและให้บริการลูกค้าด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม แจ่มใส
และทา่ ทที ี่สุภาพออ่ นโยนของผ้ใู ห้บรกิ าร แสดงถงึ ความมอี ธั ยาศัยและบรรยากาศของการให้บริการที่
เปน็ มติ รอบอนุ่ และเป็นกนั เอง ซ่ึงจะสง่ ผลใหผ้ รู้ บั บริการเกดิ ความพงึ พอใจต่อบรกิ ารที่ไดร้ บั
7. ความมปี ระสทิ ธภิ าพในการใหบ้ รกิ ารและความสําเร็จของการให้บริการขึ้นอยกู่ ับความเป็น
ระบบท่ีมขี ้นั ตอนในการให้บริการท่ีชัดเจน เน่ืองจากการให้บริการเป็นงานท่ีเกี่ยวข้องระหว่างบุคคล
กับบคุ คล ซ่งึ การกาํ หนดปรัชญาหรือแผนและการพัฒนากลยุทธใ์ นการให้บริการเพ่ือให้การบริการที่มี
คณุ ภาพสมํา่ เสมอย่อมแสดงให้เปน็ ถงึ ประสทิ ธิภาพของการให้บรกิ าร
2.4 ทฤษฎีพาณชิ ยอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์
2.4.1 ความเปน็ มาพาณิชยอ์ ิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce) หรือ E-Commerce
เรมิ่ เกิดข้ึนมาเมือ่ ประมาณตน้ ทศวรรษท่ี 1970 โดยเร่มิ มาจากการโอนเงนิ ทางอิเลก็ ทรอนิกส์ ระหว่าง
หน่วยงานและในช่วงเริ่มต้นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทใหญ่ ๆ เท่าน้ัน ส่วน
16
บริษัทเล็ก ๆ มีจํานวนที่ไม่มากนัก ต่อมาเม่ือเกิดการแลกเปล่ียนข้อมูลกันทางอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Data Interchange-EDI) ได้แพร่หลายข้นึ ประกอบกับคอมพิวเตอรพ์ ีซีได้มีการขยายเพิ่ม
อย่างรวดเร็วพร้อมกับการพัฒนาด้านอินเทอร์เน็ตและเว็บทําให้หน่วยงานและบุคคลต่าง ๆ ได้ใช้
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นในปัจจุบันพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ได้ครอบคลุมธุรกรรมหลายประเภท
เชน่ การโฆษณา การซือ้ ขายสินคา้ การซื้อหุ้น การทาํ งาน การประมูลและการให้บริการลูกคา้
2.4.2 ความหมายของอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ พาณชิ ยอ์ ิเล็กทรอนกิ ส์ หมายถงึ การทําธรุ กรรมในทุก
รูปแบบโดยครอบคลุมถึง การซื้อ การขายสินค้า การบรกิ าร การชาํ ระเงนิ และการโฆษณา โดยผ่านสื่อ
อิเล็กทรอนิกสป์ ระเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะเครือข่ายทางอนิ เทอรเ์ นต็ กรมสง่ เสรมิ การส่งออก กระทรวง
พาณิชยร์ ะบวุ ่าพาณชิ ย์อเิ ล็กทรอนกิ ส์ หมายถึง การดาํ เนนิ ธุรกิจทุกรูปแบบท่ีเกี่ยวข้องกับการซ้ือขาย
สินค้าและบริการผ่านและระบบสื่อสารโทรคมนาคมหรือส่ืออิเล็กทรอนิกส์ องค์กรการค้าโลกให้คํา
จํากดั ความไวว้ า่ พาณิชยอ์ ิเล็กทรอนกิ ส์ หมายถงึ การผลติ การกระจาย การตลาด การขายหรือการจํา
หน่วยรวมไปถงึ การขนส่งผลิตภัณฑ์และการบริการโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ E-Commerce คืออะไร
Electronic Commerce หรือ E-Commerce คือ การซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยส่งข้อมูลด้วยส่ือ
อิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางเครือข่าย เช่น Internet ถ้าผู้ใช้มีเคร่ืองคอมพิวเตอร์คู่สาย โทรศัพท์ โมเด็ม
และเป็นสมาชกิ ของบริการ Internet ก็สามารถทําการค้าผ่านระบบเครือข่ายได้ E-Commerce เป็น
การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี Internet กับการจําหน่ายสินค้าและบริการ โดยสามารถนําเสนอ
ขอ้ มูลทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับตัวสินค้าหรือบริการผ่านทาง Internet สู่คนทั่วโลกภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว
ทําใหก้ ารดาํ เนินการซอื้ ขายอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและก่อให้เกดิ รายไดใ้ นระยะเวลาอนั สน้ั
2.4.3 ความสาคัญของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เนื่องมาจากอัตราการเติบโตของการใช้
อินเทอร์เน็ตและการเพ่ิมข้ึนของเว็บไซต์ทางธุรกิจท่ีมีอย่างต่อเนื่อง ทําให้การประกอบธุรกิจ
โดยเฉพาะธุรกิจบนอินเทอร์เน็ต เป็นช่องทางการตลาดขนาดใหญ่ของโลกไร้พรมแดน ที่สามารถ
เขา้ ถึงกลมุ่ ผ้บู ริโภคเปาู หมายได้โดยตรงอย่างรวดเร็วไร้ขีดจํากัดของเร่ืองเวลาและสถานที่การแข่งขัน
ทางการค้าเสรีและระหว่างประเทศที่ต้องแข่งขันและชิงความได้เปรียบกันที่ “ความเร็ว” ทั้งการ
นําเสนอสินค้าผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มีความสําคัญอย่างยิ่งในสังคมเศรษฐกิจฐานความรู้พาณิชย์
อิเล็กทรอนิกส์จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการประกอบธุรกิจในปัจจุบันและยังได้รับความนิยมเพิ่ม
มากขน้ึ เปน็ ลําดับ กรอบแนวคิดของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรอบแนวคิดของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ประกอบด้วย 4 สว่ นใหญ่ ๆ คือ
17
1) แอปพลเิ คชันของพาณิชย์อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
2) ปัจจยั ทางการบริหาร
3) โครงสร้างพนื้ ฐาน
4) ประเภทสินค้าของพาณชิ ยอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์
สําหรบั สนิ ค้าทซี่ ื้อขายในพาณชิ ยอ์ เิ ล็กทรอนิกสจ์ าํ แนกได้ ดังนี้
1) สนิ คา้ ทีม่ ีลกั ษณะเปน็ ขอ้ มลู ดิจิทัล (Digital Products)
2) สนิ คา้ ท่ีไม่ใช่ข้อมลู ดิจทิ ัล (Non-Digital Products)
2.4.4 ประเภทของ E-Commerce มีการแบง่ ประเภท E-Commerce กนั หลายแบบ เช่น
แบ่ง E-Commerce ออกเป็น 5 ประเภท แบ่ง E-Commerce เปน็ 3 ประเภท แบ่ง E-Commerce
เป็น 6 ส่วน และแบง่ E-Commerce ตามประเภทสินค้าเปน็ 2 ประเภท เป็นตน้
E-Commerce 5 ประเภท ถา้ จะแบ่ง E-Commerce ออกเปน็ 5 ประเภท ก็จะได้ดังต่อไปนี้
(สํานักงานพฒั นาธรุ กรรมทาง อิเลก็ ทรอนกิ ส์, 2559)
1) ธรุ กจิ กบั ผซู้ ้ือปลีก หรือ B-to-C = Business-to-Consumer คอื ประเภทท่ผี ู้ซ้ือปลกี
ใช้อินเทอร์เนต็ ในการซือ้ สินคา้ จากธุรกิจทีโ่ ฆษณาอยใู่ นอนิ เตอร์เน็ต
2) ธุรกิจกับธุรกิจ หรือ B-to-B = Business-to-Business คือ ประเภทที่ธุรกิจกับธุรกิจ
ตดิ ตอ่ ซอื้ ขายสนิ คา้ กันผา่ นอนิ เทอร์เนต็
3) ธุรกิจกับรัฐบาล หรือ B-to-G = Business-to-Government คือ ประเภทท่ีธุรกิจ
ตดิ ต่อกบั หน่วยราชการ
4) รัฐบาลกับรัฐบาล หรือ G-to-G = Government to Government คือ ประเภทที่
หนว่ ยงานรัฐบาลหน่วยงานใดหน่วยงานหนงึ่ ตดิ ต่อกบั หนว่ ยงานรัฐบาลอีกหนว่ ยงานหนง่ึ
5) ผู้บริโภคกับผู้บริโภค หรือ C-to-C = Consumer-to-Consumer คือ ประเภทท่ี
ผ้บู ริโภคประกาศขายสินค้าแล้วผู้บริโภคอีกรายหน่ึงก็ซื้อไป เช่น ที่อีเบย์ดอทคอม (Ebay.com) เป็น
ตน้ ซงึ่ ผ้บู ริโภคสามารถจ่ายเงินให้กนั ทางบตั รเครดติ ได้
E-Commerce 3 ประเภท ถ้าจะแบ่ง E-Commerce ออกเป็น 3 ประเภท ก็อาจจะแบ่งได้
ดังต่อไปน้ี (สาํ นักงานพัฒนา ธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์ ,2559) ดังตอ่ ไปนี้
18
1) E-Commerce ระหว่างผู้บริโภคกับธุรกิจ หรือ B-to-C = Business-to-Consumer
ซง่ึ อาจจะมีตวั อย่างดัง ต่อไปนี้
- การติดตอ่ สื่อสารระหวา่ งผูบ้ ริโภคกบั ธรุ กิจ โดยใช้ไปรษณีย์อิเลก็ ทรอนิกส์ เช่น วิดีโอ
คอนเฟอเร็นซ์ กล่มุ สนทนา กระดานข่าว เป็นต้น
- การจดั การดา้ นการเงิน ช่วยใหผ้ ู้บริโภคสามารถจดั การเรื่องการเงินส่วนตัว เช่น การ
ฝาก - ถอน เงินกับธนาคาร ซือ้ ขายหุ้นกับผ้คู า้ หุ้น เช่น อเี ทรด (www.etrade.com) เปน็ ตน้
- การซอื้ ขายสินค้าและการดูข้อมูล ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถซ้ือขายสินค้าและดูข้อมูล
ผ่านอินเทอร์เนต็ ไดโ้ ดยสะดวก
2) E-Commerce ภายในองค์กรหรือแบบอินทราออร์ก (Intra-Org E-commerce) คือ
การใช้ E-Commerce ในการช่วยให้บรษิ ทั หรือองคใ์ ดองค์กรหนงึ่ สามารถปรับปรุงการทํางานภายใน
และให้บรกิ ารลกู ค้าได้ดขี น้ึ ดังตวั อย่างตอ่ ไปนี้
- การติดต่อสื่อสารภายในองค์กรจะสะดวกรวดเร็วจะได้ผลดีข้ึน โดยใช้ไปรษณีย์
อเิ ล็กทรอนิกส์วดี ีโอคอนเฟอเรนซ์และปาู ยประกาศ เป็นต้น
- การจัดพิมพ์เอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีพับลิซซิง (Electronic Publishing)
ชว่ ยให้บรษิ ทั สามารถออกแบบเอกสาร จัดพมิ พเ์ อกสารและแจกจ่ายเอกสารได้สะดวกรวดเร็วและใช้
คา่ ใชจ้ า่ ยนอ้ ยไม่วา่ จะเปน็ คมู่ ือข้อกาํ หนดสนิ คา้ (Product Specifications) รายงานการประชุม เป็น
ตน้ ทัง้ นี้โดยผา่ นเวบ็
- การปรับปรุงประสิทธิภาพพนักงานขาย การใช้ E-Commerce แบบน้ีช่วยปรับปรุง
การสือ่ สารระหวา่ ง ฝุายผลิตกับฝาุ ยขายและระหวา่ งฝาุ ยขายกับลกู คา้ ทาํ ใหไ้ ดป้ ระสทิ ธภิ าพดขี ึน้
3) E-Commerce ระหว่างองค์กรหรือแบบอินเตอร์ออร์ก (Inter-Org E-commerce)
ซึ่งก็คือแบบเดียวกับแบบทเี่ รยี กว่า B to B (Business to Business) ทง้ั นโ้ี ดยมตี ัวอยา่ งตอ่ ไปน้ี
- การจัดซ้อื ชว่ ยให้จัดซือ้ ไดด้ ีขน้ึ ท้ังดา้ นราคาและระยะเวลาการสง่ ของ
- การจัดการสนิ คา้ คงคลงั
- การจัดส่งสนิ คา้
- การจดั การชอ่ งทางขายสนิ ค้า
- การจัดการดา้ นการเงนิ
19
E-Commerce 6 สว่ น ถ้าจะแบ่ง E-Commerce เปน็ 6 สว่ น (สาํ นักงานพัฒนาธุรกรรมทาง
อิเล็กทรอนกิ ส์, 2559) แบ่งได้ดงั ต่อไปนี้
1) การขายปลีกทางอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเทลลิ่ง (E-tailing = Electronic Retailing)
หรอื รา้ นคา้ เสมอื นจรงิ (Virtual Storefront) ยอดขายปลีกอิเล็กทรอนิกส์ในอเมริกาใน ค.ศ. 1999 มี
มูลคา่ เป็นหม่ืนล้านบาท
2) การวิจยั ตลาดทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ หรือมาร์เก็ตอีรเี ซริ ช์ (Market E-research) คือ การ
ใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ ในการวจิ ยั ตลาดแบบเดยี วกับท่ีสาํ นักวจิ ยั เอแบค - เคเอสซีอินเทอร์เน็ตทําอยู่กับบริษัท
หา้ งร้านยงั สามารถเก็บขอ้ มูลเกย่ี วกับลูกค้าปัจจบุ ันและผ้ทู ี่อาจจะเปน็ ลูกค้าในอนาคตด้วยทั้งจากการ
ลงทะเบียนเขา้ ใช้สู่เว็บไซต์ ทั้งจากแบบสอบถามและจากการส่ังซือ้ สินค้าของลูกค้าดว้ ย การวิจัยตลาด
อนิ เทอร์เนต็ กถ็ ือว่าเป็นสว่ นหนง่ึ ของ E-Commerce
3) อินเทอร์เนต็ อีดีไอ หรอื การสง่ เอกสารตามมาตรฐานอีดไี อโดยใชอ้ ินเทอร์เน็ต ซึ่งทําให้
คา่ ใช้จ่าย ตา่ํ ลงกถ็ อื วา่ เป็น E-Commerce ประเภทหน่งึ
4) การใชโ้ ทรสารและใชโ้ ทรศพั ทอ์ นิ เทอร์เน็ต การใช้โทรสารและใชโ้ ทรศพั ท์ทางไกลผ่าน
อินเทอร์เน็ตหรือวีโอไอพี (VoIP = Voice over IP) นั้นมีราคาตํ่ากว่าการใช้โทรสารและโทรศัพท์
ธรรมดาและอาจจะใช้เป็นสว่ นหนงึ่ ของ E-Commerce
5) การซื้อขายระหว่างบริษัทกับบริษทั บรษิ ัทตา่ ง ๆ จาํ นวนมากในปัจจุบันติดต่อซ้ือขาย
สนิ คา้ กัน โดยผ่านเวบ็ ในอนิ เตอรเ์ น็ต ซ่งึ ก็ถือว่าเป็นสว่ นหน่งึ ของ E-Commerce
6) ระบบความปลอดภัยใน E-Commerce ถือได้ว่าเป็นส่วนสําคัญของ E-Commerce
ทั้งนี้ในปัจจุบันมีการใช้วิธีต่าง ๆ เช่น เอสเอสแอล (SSL = Secure Socket Layer) เซ็ต (SET =
Secure Electronic Transaction) อาร์เอสเอ (RSA = Rivets, Shamir and Adelman) ดีอีเอส
(DES = Data Encryption Standard) และ ดี อี เอส สามชั้น (Triple DES) เป็นต้น E-Commerce
ประเภทสินค้าถา้ จะแบ่ง E-Commerce ตามประเภทสินคา้ ก็ แบง่ ได้เปน็ 2 ประเภท คอื
(1) สินค้าดิจิตอล เช่น ซอฟท์แวร์เพลง วิดีโอ หนังสือดิจิตอล เป็นต้น ซึ่งสามารถส่ง
สนิ คา้ ได้โดยผ่านอินเตอร์เน็ต
(2) สนิ คา้ ท่ไี ม่ใช่สนิ คา้ ดิจิตอล อย่างเช่น เป็นสินค้าหัตถกรรม สินค้าศิลปะชีพ เส้ือผ้า
เครอ่ื งนุง่ ห่ม เครือ่ งหนงั เครอ่ื งประดับ เครอ่ื งจกั รอุปกรณ์ เป็นต้น ซ่งึ ต้องส่งสนิ คา้ ทางพัสดุภัณฑ์ผ่าน
ไปรษณยี ห์ รอื บริษัทรบั สง่ พสั ดภุ ัณฑ์
20
2.4.5 กระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ มีข้นั ตอนท่สี ําคญั 5 ขั้นตอน ดังน้ี
1) การค้นหาขอ้ มลู ขนั้ ตอนแรกของการซอื้ สนิ คา้ นั้นเป็นการคน้ หาข้อมูลสนิ ค้าทตี่ ้องการ
แล้วนําข้อมูลแต่ละร้านมาวิเคราะห์เปรียบเทียบกันโดยใช้เว็บไซต์ท่ีนิยมหรือ Search Engines เช่น
Google
2) การสง่ั ซอื้ สินค้า เม่อื ลูกค้าเลอื กสินค้าทต่ี อ้ งการเสร็จแล้วก็จะนํารายการที่ต้องการเข้า
สู่ระบบตะกร้าและจะมีการคํานวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดโดยลูกค้าสามารถปรับเปล่ียนรายการและ
ปริมาณทส่ี ง่ั ได้
3) การชําระเงิน เมอื่ ลูกค้าตัดสินใจซอื้ สนิ ค้าที่ต้องการแลว้ ในขน้ั ถดั มาจะเป็นการกําหนด
วิธกี ารชาํ ระเงิน ขึ้นอยู่กบั ความสะดวกของลกู คา้ วา่ จะเลือกวธิ ไี หน
4) การสง่ มอบสนิ คา้ เมอ่ื ลูกค้ากาํ หนดวิธีการชําระเงินเรียบร้อยแล้ว จะเข้าสู่วิธีเลือกส่ง
สินคา้ ซ่งึ การส่งมอบสนิ ค้าอาจจัดส่งให้ลูกค้าโดยตรง การใช้บริการบริษัทขนส่งสินค้า หรือส่งผ่านสื่อ
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ เชน่ การดาวน์โหลดเพลง เปน็ ต้น
5) การให้บริการหลังการขายหลังจากเสร็จสิ้นการสั่งซ้ือแต่ละคร้ัง ร้านค้าต้องมีบริการ
หลงั การขาย ให้กับลกู คา้ ซ่งึ อาจจะเปน็ ติดตอ่ กับลูกค้าผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น อีเมล์และ
เว็บบอรด์
2.4.6 บทบาทของรัฐบาลในการส่งเสริม E-Commerce (สํานักงานพัฒนาธุรกรรมทาง
อิเล็กทรอนกิ ส์, 2559) กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์กระทรวงพาณิชย์ ได้ดําเนินจัดทําโครงการพาณิชย์
อิเล็กทรอนิกส์เพื่อสนับสนุนการส่งออก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการส่งออกต่าง ๆ ผ่านสื่อ
อิเล็กทรอนิกส์โดยจะจัดทํา Homepage ในลักษณะของ Cyber Mall ผู้ส่งออกจะได้ประโยชน์จาก
การโฆษณาสนิ ค้าและการบริการต่าง ๆ ผ่าน Internet โดยการใช้ Web Site ของกระทรวงพาณิชย์
(http://www.thaiecommerce.net/) นํามาเป็นประตูท่ีจะเชื่อมโยง Homepage ของบริษัทธุรกิจ
สง่ ออกทจี่ ะเผยแพรข่ อ้ มลู ต่าง ๆ ไปส่ผู ้ซู ือ้ ทว่ั โลก สําหรบั ธุรกจิ สง่ ออกท่ปี ระสงคจ์ ะเข้าร่วมโครงการ มี
หลกั เกณฑ์เบอื้ งต้นคือ เป็นบริษัทนติ บิ ุคคล ประกอบการค้าสินคา้ หรือบริการโดยถกู ต้องตามกฎหมาย
ไม่ประกอบธุรกิจผิดศีลธรรม สินค้าหรือบริการมีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับได้ เช่น มี Brand
Name , ISO , Barcode รับรองหรืออยู่ในบัญชีรายช่ือ ผู้ส่งออกของกรมส่งเสริมการส่งออก ตลาด
เปูาหมายในระยะเร่ิมต้นจะเน้นใน 6 แห่ง คือ USA , Japan , Europe , Asia , Australia , Hong
Kong โดยสินค้าเปูาหมาย คือ อัญมณีและเคร่ืองประดับ อาหาร ส่ิงทอ เส้ือผ้าสําเร็จรูป เคร่ืองหนัง
21
ของเลน่ เฟอร์นเิ จอร์ สว่ นบรกิ ารเปูาหมาย คอื การท่องเทีย่ ว โรงแรม ร้านอาหาร บริการรถเช่า การ
จองตั๋วเคร่ืองบนิ
2.4.7 ขอ้ ดขี องการใช้ E-Commerce
1) การซ้อื ขายสนิ คา้ แบบ On-line สามารถตัดปญั หายงุ่ ยากในเร่ืองของการต่อรองราคา
และยงั ชว่ ยตดั ปญั หาทเ่ี กยี่ วกับนายหนา้ เพราะมเี พยี งแคร่ หัสบัตรเครดิตท่ีเปดิ บัญชกี ับธนาคาร ท่านก็
สามารถซ้อื สินคา้ ผ่านได้
2) ข้อมลู ของลูกค้าจะถูกเก็บไว้ใน E-Mail บุคคลอ่ืนไม่สามารถเปิดอ่านได้นอกจากผู้จัด
จาํ หน่ายเทา่ น้นั
3) เพิม่ มูลคา่ และปรมิ าณทางการคา้ เพือ่ เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพทางธรุ กิจ ลดตน้ ทนุ และเปดิ
โอกาสให้ผู้ขาย ขนาดกลางและขนาดเล็ก กย็ ังมีโอกาสเข้าสตู่ ลาดได้มากขนึ้ ขณะเดยี วกันผ้บู รโิ ภคก็มี
ทางเลือกมากขึน้ ด้วย
4) ผซู้ ้ือสามารถค้นหาขอ้ มลู หรอื ข่าวสารท่ีเกี่ยวกับสินค้าและบริการต่าง ๆ ทั่วโลกอย่าง
รวดเรว็ ประหยัดเวลาและคา่ ใชจ้ า่ ยโดยไมจ่ าํ เปน็ ตอ้ งเดนิ ทางไปถงึ รา้ นค้าหรอื ผ่านพอ่ ค้าคนกลาง
5) ได้แลกเปลย่ี นความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวสินค้าหรือบริการกับผู้ซื้อรายอ่ืน หรือมีโอกาส
สัมผัสกบั สนิ ค้าหรือบริการก่อนการตัดสินใจซ้ือ เช่น ฟังตัวอย่างเพลง อ่านเร่ืองย่อของหนังสือ หรือ
ชมบางส่วนของ VDO ก่อนท่ีจะตัดสินใจซ้ือ ทําให้ผู้ซ้ือมีข้อมูลในการตัดสินใจเพ่ิมมากขึ้น ในกรณีท่ี
เป็นการส่งั ซ้ือแบบ Digital Form จะสามารถสง่ ขอ้ มูลผา่ นอินเทอร์เน็ตไดท้ นั ที
6) ผู้ขายสามารถโฆษณาขายสินค้าหรือบริการไปยังลูกค้าทั่วโลกได้ตลอด 24 ช่ัวโมง ทํา
ให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการโฆษณา การจัดต้ังร้านค้า การจัดตกแต่งสถานท่ี ค่าใช้จ่ายการจัดเก็บ
สนิ ค้า การกระจายสินค้าและยงั สามารถลดค่าใช้จ่ายในการดาํ เนินงานอ่ืน ๆ ได้อกี ดว้ ย
7) ข้อจาํ กดั ในการใช้ E-Commerce
(1) ความไม่ปลอดภัยของข้อมูลขาดการตรวจสอบการใช้บัตรเครดิตบนอินเทอร์เน็ต
ขอ้ มูลบนบัตรเครดิต ท่ีอาจถูกดักฟังหรืออ่านเพ่ือเอาชื่อและหมายเลขบัตรเครดิตไปใช้โดยท่ีเจ้าของ
บตั รเครดติ ไม่รไู้ ดก้ ารส่งข้อมูลจงึ ตอ้ งมีการพัฒนาวธิ ีการเข้ารหัสท่ีซับซ้อนหลายขั้นตอน เพื่อให้ข้อมูล
ของลูกค้าได้รบั ความปลอดภยั สงู สดุ
(2) ประเทศไทยยงั ไมม่ ีธนาคารพาณชิ ยท์ ี่จะทาํ หน้าทรี่ ับประกันความเสี่ยงสําหรับการ
ชําระเงนิ ทางอเิ ล็กทรอนิกสใ์ นปัจจุบนั การชําระเงินยังต้องผา่ นธนาคารทเ่ี ปน็ ของต่างประเทศ
22
(3) ปัญหาความยากจน ความดอ้ ยโอกาสและยังขาดความรู้ทางเทคโนโลยีรวมทั้งขาด
เครอื ข่ายการส่ือสาร เชน่ ระบบเคเบิล ระบบโทรศัพท์ท่ีมีประสิทธิภาพ ทําให้ไม่สามารถให้บริการได้
อย่างทั่วถึงจึงทาํ ใหพ้ น้ื ชนบทท่ีหา่ งไกลไม่สามารถเขา้ ถงึ และใช้บรกิ าร Internet ได้
(4) E-Commerce ยงั มีประเดน็ เชงิ นโยบายทีท่ ําใหร้ ัฐบาลตอ้ งเขา้ มากาํ หนดมาตรการ
เพ่ือให้ความคุ้มครองกับผู้ซ้ือและผู้ขาย ขณะเดียวกันมาตรการเร่ืองระเบียบท่ีจะกําหนดขึ้นต้องไม่
ขดั ขวางการพัฒนาเทคโนโลยี
(5) ผซู้ อื้ ไม่มั่นใจเร่ืองการเก็บรักษาความลับทางธุรกิจ ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ไม่ม่ันใจ
วา่ จะมีผู้นําหมายเลขบัตรเครดิตไปใช้ประโยชน์ในทางทม่ี ิชอบหรอื ไม่
(6) ผู้ขายไม่ม่ันใจว่าลูกค้ามีตัวตนอยู่จริงหรือจะเป็นบุคคลเดียวกับท่ีแจ้งส่ังซื้อสินค้า
หรอื ไม่ มีความสามารถในการท่ีจะจ่ายสินค้าและบริการหรือไม่และไม่ม่ันใจว่าการทําสัญญาซื้อขาย
ผ่านระบบ Internet จะมผี ลถกู ต้องตามกฎหมายหรือไม่
(7) ด้านรัฐบาลในกรณีที่ผู้ซื้อสินค้าและผู้ขายอยู่คนละประเทศกันจะใช้กฎหมายของ
ประเทศใดเป็นหลกั หากมีการกระทาํ ผดิ กฎหมายในการกระทําการซื้อขายลกั ษณะนค้ี วามยากลําบาก
ในการติดตามการซื้อขายทาง Internet อาจทําให้รัฐบาลประสบปัญหาในการเรียกเก็บภาษีเงินได้
และภาษศี ุลกากร การท่ี E-Commerce ก่อใหเ้ กดิ การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในการดําเนินธุรกิจ
พฤติกรรมของผู้บริโภคและการปฏิบัติงานของภาครัฐบาล ทําให้รัฐบาลอาจเข้ามากําหนดมาตรการ
เพ่ือคุ้มครองผู้บริโภคและผู้ขายสินค้าท่ีใช้บริการ E-Commerce รวมท้ังให้ความสนใจในการพัฒนา
บคุ ลากร การพฒั นาปัจจยั ทีจ่ ะเพ่ิมความสะดวกทางด้านโทรคมนาคมส่ือสาร
(8) ข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ สามารถทําสําเนาหรือดัดแปลงหรือสร้างขึ้นใหม่ได้ง่าย
กวา่ เอกสารทเ่ี ปน็ กระดาษจงึ ต้องจัดการระบบการรกั ษาความปลอดภัยในการอา้ งสทิ ธิให้ดพี อ
(9) E-Commerce ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยีเท่าน้ันแต่ข้ึนอยู่กับการจัดการ
ทางธุรกิจที่ดีด้วย ซึ่งการนําระบบน้ีมาใช้จึงไม่สมควรทําตามกระแสนิยมเพราะถ้าลงทุนไปแล้วไม่
สามารถใหบ้ ริการทด่ี กี ับลูกคา้ ได้ยอ่ มเกดิ ผลเสยี ต่อบริษัท
(10) ปัญหาที่เกิดกับงานด้านกฎหมายและลายเซ็น ประเทศไทยนั้นยังไม่มีกฎหมาย
เฉพาะทีจ่ ะกาํ กบั ดูแลการทาํ นติ กิ รรม การทําการซื้อขายผา่ นทางการพาณชิ ยอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์
23
8) แนวทางแก้ไข
(1) รฐั บาลต้องเรง่ พฒั นาโครงสร้างพืน้ ฐานการพฒั นาคุณภาพและบริการอย่างเร่งด่วน
พร้อมท้ังกําหนดราคาท่ีเหมาะสม และเพื่อให้ทุกคนเข้าถึง E-Commerce ได้อย่างเท่าเทียมและใช้
ประโยชนไ์ ด้อย่างแท้จรงิ อีกทั้งควรมีการประชาสัมพันธ์ควบคไู่ ปดว้ ย
(2) รัฐและเอกชนจะต้องร่วมมอื กันอยา่ งใกล้ชิดและเร่งด่วนเพื่อพัฒนาและเสริมสร้าง
ความแข็งแกร่งรวมถึงสมรรถนะด้านการแข่งขันให้แก่สถาบันหรือองค์กรที่เก่ียวข้องกับพาณิชย์
อิเล็กทรอนกิ ส์ เช่น การนําระบบ EDI เข้ามาใช้
(3) เปิดเสรบี ริการโทรคมนาคม ด้วยการยกเลิกการผูกขาดทางโทรคมนาคมอย่างเร็ว
ทสี่ ุด การเปิดการแข่งขนั อย่างเสรีจะทําใหผ้ ใู้ ช้บริการไมต่ อ้ งรบั ภาระค่าใชจ้ า่ ยที่สงู เกนิ ไป
(4) รัฐต้องมีการวางแผนระยะยาวเกี่ยวกบั การใช้ระบบ E-Commerce ท้งั ในเร่ืองของ
การออกกฎหมายตามหลกั สากลและกฎหมายข้างเคียง เช่น เร่ืองภาษีสนับสนุนหรือเป็นตัวแทนดูแล
การใช้มาตรฐานต่าง ๆ หน่วยงานที่เป็น Certification Authority (CA) ท่ีทําการรับรอง Digital
Signature
(5) รัฐบาลจะต้องหาแนวร่วมและพันธมิตร ทางด้านยุทธศาสตร์ในการเจรจาระหว่าง
ประเทศเพ่ือให้พาณชิ ย์อิเลก็ ทรอนกิ ส์มีกตกิ าสากลทีเ่ ป็นธรรมแกท่ ุกประเทศ
9) กฎหมาย E-Commerce (สํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์, 2559) ด้วย
เทคโนโลยีการส่อื สารและสารสนเทศทําให้การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เติบโตข้ึนอย่างรวดเร็วส่งผลให้
การเสนอขายสนิ ค้าการตกลงทาํ สัญญาซื้อขายสนิ ค้าและการชําระเงินสามารถทาํ ได้อยา่ งงา่ ยดาย ทาง
อิเล็กทรอนิกส์แต่ในเมืองไทยก็มีปัจจัยสําคัญหลายอย่างเป็นอุปสรรคในการทํา E-commerce
โดยเฉพาะอย่างยิง่ เรือ่ งของกฎหมายพาณิชยอ์ เิ ล็กทรอนกิ สจ์ ะมาศึกษาถงึ เนื้อหาของกฎหมายพาณิชย์
อิเลก็ ทรอนิกส์ว่ามีความสําคัญอย่างไรในหลายประเทศท่ัวโลกได้มีการตื่นตัวต่อการพัฒนากฎหมาย
เทคโนโลยีสารสนเทศและได้เล็งเหน็ ถงึ ความสําคัญของกฎหมายดังกล่าวในการพัฒนาประเทศ จึงได้
จัดทําและมีกฎหมายดงั กล่าวใช้บังคับข้ึน เพ่ือให้เป็นโครงสร้างพ้ืนฐานท่ีม่ันคงต่อไป อย่างไรก็ดีหาก
พิจารณาถึงสภาพของสังคมไทยในปัจจุบันจะเหน็ ไดว้ า่ ประเทศไทยมีปัญหาโดยพืน้ ฐานดงั ตอ่ ไปนี้
(1) ปญั หาในทางการคา้ ระหว่างประเทศ เนอื่ งจากไม่มโี ครงสร้างพนื้ ฐานทางกฎหมาย
ทจ่ี ะเอือ้ อํานวยใหก้ ารทาํ ธุรกรรมทางการค้าสามารถดาํ เนนิ ไปอย่างสะดวกรวดเร็ว
(2) ปัญหาในการสร้างแรงจงู ใจการท่ปี ระเทศมกี ฎหมายทไี่ ด้มาตรฐานในการประกอบ
พาณิชยอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์ เช่น
24
- กฎหมายแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange
Law)
- กฎหมายลายเซ็นอิเลก็ ทรอนกิ ส์ (Digital Signature Law)
- กฎหมายการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Funds Transfer Law)
ย่อมจะสามารถสร้างแรงจูงใจให้นักลงทนุ ชาวต่างชาติเขา้ มาลงทนุ ในประเทศไทยได้เป็นอยา่ งดี
(3) ปญั หาในการสรา้ งความเชื่อมัน่ และกฎหมายที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลข่าวสาร
(Data Protection Law) และกฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ (Computer Related Crime)
ย่อมที่จะช่วยใหน้ ักลงทุนชาวตา่ งชาติม่ันใจในการคุ้มครองสิทธิขั้นพ้ืนฐานรวมท้ังข้อมูลข่าวสารท่ีมีค่า
ยิ่งในสังคมสารสนเทศจะได้รับการค้มุ ครอง
(4) ปญั หาในการพฒั นาเทคโนโลยแี ละการถา่ ยทอดเทคโนโลยมี คี วามจําเป็นอย่างย่ิงที่
ประเทศจะตอ้ งมีกลไกทางกฎหมายท่ีจะเอื้ออํานวยและสนับสนุนให้มีการพัฒนาเทคโนโลยีของชาติ
รวมทั้งการสง่ เสรมิ ให้มกี ารถา่ ยทอดเทคโนโลยีจากต่างชาติ
(5) ปัญหาการเออื้ ให้เกดิ การแข่งขันท่ีเสรีและเป็นธรรม (Fair Competition) การเปิด
ให้มกี ารแข่งขันท่ีเสรแี ละเปน็ ธรรมโดยเฉพาะในกิจการโทรคมนาคมจะส่งผลให้มีการดึงดูดการลงทุน
การเพ่ิมการจา้ งงานและนาํ เงนิ ตราเขา้ ประเทศ หากทาํ อย่างมีระบบและมีหลักการ
(6) ปญั หาในการสร้างศักยภาพในการแข่งขัน (Competitiveness) ซ่ึงท่ามกลางการ
แข่งขันทางการค้าอย่างรุนแรงในปัจจุบันรัฐจําเป็นท่ีจะต้องสร้างกลไกทางกฎหมายที่ส่งเสริมให้
ภาคเอกชนไทยมศี ักยภาพในเชิงการแข่งขัน
(7) ปัญหาในเรือ่ งของช่องว่างระหว่างผู้มีข่าวสารและผู้ไร้ข่าวสารในยุคท่ีเทคโนโลยีมี
ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว รัฐมีความจําเป็นท่ีจะต้องจัดหากลไกทางกฎหมายเพื่อเอ้ือให้มีการลด
ชอ่ งวา่ งดังกล่าว จากสภาพการณ์ดังกล่าว กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศก็ได้มีพัฒนาการอย่างสอด
รับกับความก้าวหน้าและความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศจึงเกิดขึ้น
เน่ืองจากความจําเป็นของสังคม (Social Necessity) และเพ่ือจรรโลงให้สังคมมีความเป็นปึกแผ่น
(Solidarity) ศนู ย์เทคโนโลยอี ิเล็กทรอนกิ สแ์ ละคอมพิวเตอรแ์ หง่ ชาติ
25
กฎหมายที่เก่ียวข้องกับ E-commerce (สํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์,
2559)
1. กฎหมายธรุ กรรมพาณิชยอ์ ิเลก็ ทรอนกิ ส์ กฎหมายนจ้ี ะต้องสอดคล้องกับกฎหมายระหว่าง
ประเทศและความเหมาะสมกับสภาพของประเทศไทย ทง้ั น้ีกฎหมายดงั กล่าวรวมถึงกฎหมายธุรกรรม
ทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Transaction Law) กฎหมายลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic
Signature Law) กฎหมายการเงินระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Financial Transaction Law)
กฎหมายอาญาที่อันเน่ืองมาจากอาชญากรรมทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce
Criminal Code)
2. กฎหมายคมุ้ ครองข้อมูลเพื่อคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวจากการนําข้อมูลของบุคคล
ไปใช้ในทางท่มี ิชอบ
3. กฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ (Computer Related Crime) อันมีวัตถุประสงค์
ในการคุ้มครองสังคมจากความผิดท่ีเก่ียวกับข้อมูลข่าวสารอันถือเป็นทรัพย์ท่ีไม่มีรูปร่าง (Intangible
Object) แตท่ วา่ มคี ่าย่งิ
4. กฎหมายการแลกเปล่ียนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Data Interchange: EDI)
ท่จี ะเอือ้ อํานวยให้มีการทํานติ ิกรรมสัญญากนั ทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์ได้
5. กฎหมายลายมือช่ือทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Signature Law) ท่ีมีวัตถุประสงค์ใน
การสรา้ งความมัน่ คงให้กับคกู่ รณใี นอนั ทีจ่ ะต้องพง่ึ พาเทคโนโลยีเพือ่ การลงลายมอื ชอ่ื
6. กฎหมายการโอนเงนิ ทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ (Electronic Funds Transfer) มีวัตถุประสงค์ใน
การค้มุ ครองผ้บู รโิ ภคและสร้างหลักประกันทม่ี ั่นคง ในการทาํ ธุรกรรมทางการเงนิ ดังกลา่ ว
7. กฎหมายโทรคมนาคม (Telecommunication Law) มุ่งวางกลไกในการเปิดเสรีให้มีการ
แขง่ ขันทเี่ ปน็ ธรรมและจดั ใหอ้ งคก์ รกํากับดูแลทีเ่ ป็นกลางและมปี ระสทิ ธภิ าพ รวมทัง้ สร้างหลักประกัน
ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการโทรคมนาคมได้อย่างทั่วถึง (Universal Service) ซึ่งหน่วยงานที่
เก่ียวขอ้ งโดยตรง เชน่ กระทรวงคมนาคม มีการดําเนินการอยู่แล้วกฎหมายระหว่างประเทศ องค์การ
ระหว่างประเทศและการคา้ ระหวา่ งประเทศท่ีเกีย่ วเนือ่ งกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
8. กฎหมายทรัพย์สนิ ทางปัญญา (Intellectual Property Law) ดาํ เนินมาตรการท่ีจะเร่งรัด
ให้มกี ารค้มุ ครองทรพั ยส์ นิ ทางปัญญาอย่างเปน็ รูปธรรมท้งั ในระยะส้นั เชน่ การกํากบั ดแู ลให้เกิดความ
ถกู ตอ้ งตามกฎหมายลิขสิทธิ์และในระยะยาว เชน่ การให้การศึกษากับเยาวชนในคุณค่าของทรัพย์สิน
ทางปัญญา เป็นต้น
26
9. ประโยชน์ของพาณชิ ยอ์ เิ ลก็ ทรอนิกส์ (E-Commerce) ปจั จบุ ันน้นั เราจะเห็นได้ว่าพาณิชย์
อิเล็กทรอนิกส์เป็นช่องทางการค้าที่น่าสนใจมากเพราะนับวันก็ยิ่งมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น
เร่ือย ๆ ซ่ึงส่งผลให้การค้าทางอินเทอร์เน็ตขยายตัวได้อย่างรวดเร็วและการทําธุรกิจบนเว็บไซต์นั้น
สามารถใชป้ ระโยชน์ ไดแ้ ก่
1) ทาํ การค้าได้ตลอด 24 ชั่งโมง และขายสินค้าได้ท่ัวโลก นักท่องอินเทอร์เน็ตจากทั่วทุก
มุมโลกสามารถเข้ามาในเว็บไซต์ของบริษัทได้ตลอดเวลาผู้ขายสามารถนําเสนอสินค้าผลิตภัณฑ์และ
บรกิ ารต่าง ๆ ไดอ้ ย่างรวดเร็วโดยคาํ สงั่ ซ้ืออาจเกดิ ข้ึนตลอด 24 ชัว่ โมงและมาจากทตี่ ่างกัน
2) ข้อมลู ท่ีทนั สมยั อยเู่ สมอและประหยัดค่าใช้จา่ ยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์น้ัน มีประโยชน์ท่ี
สําคัญมากอีกประการหนึ่ง คือสามารถเสนอข้อมูลท่ีใหม่ล่าสุดให้กับลูกค้าได้ทันทีซึ่งช่วยประหยัด
คา่ ใชจ้ า่ ยในการจัดพมิ พ์เอกสารและประหยัดเวลาในการประชาสัมพนั ธ์
3) ทํางานแทนพนักงานขายและการเพิ่มประสิทธิภาพการขาย พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นั้น
สามารถทาํ งานแทนพนักงานขายได้โดยสามารถทําการค้าในรูปแบบอัตโนมัติและดําเนินการได้อย่าง
รวดเร็วซง่ึ เปน็ การเพมิ่ ประสทิ ธิภาพในการดาํ เนนิ การทางธรุ กิจภายในองค์กรนนั้ ๆ
4) แทนหน้าร้าน หรือบูทแสดงสินค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ยังสามารถแสดงสินค้าท่ีมีอยู่
ให้กับลูกค้าท่ัวโลกได้มองเห็นสินค้าโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายตกแต่งหน้าร้าน หรือในการเดินทาง
ออกไปในบทู แสดงสนิ คา้ ในทีต่ ่าง ๆ
5) เทคโนโลยชี ว่ ยสง่ เสรมิ ผลติ ภณั ฑใ์ หน้ ่าสนใจย่งิ ขึ้น ปจั จุบันมเี ทคโนโลยีใหม่ ๆ มาช่วยใน
การทําใหผ้ ลิตภณั ฑ์มคี วามน่าสนใจยงิ่ ขน้ึ เชน่ การแสดงสินค้าโดยผู้ชมสามารถดูสินค้าได้ 180 องศา
หรอื ลกู ค้าสามารถอา่ นหัวขอ้ ของหนงั สือทต่ี อ้ งการซอ้ื กอ่ นได้
6) งา่ ยต่อการชําระเงนิ พาณิชย์อเิ ล็กทรอนิกส์สามารถชําระเงินได้อย่างสะดวกสบาย โดย
วธิ กี ารตัดผา่ นบัตรเครดิตหรอื การโอนเงนิ เข้าบญั ชีซึ่งจะเป็นระบบอตั โนมตั ิ
7) เพิม่ โอกาสทางธรุ กจิ ในโลกพาณิชยอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ สบ์ ริษทั ขนาดเลก็ สามารถมีโอกาสทาง
ธุรกิจเทียบได้กับบริษัทขนาดใหญ่ ซ่ึงข้ึนอยู่กับองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างเป็นต้นว่า ชื่อ URL ของ
บรษิ ทั ควรจะจําง่ายการออกแบบเว็บไซต์ให้สวยงามและปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ การส่ังซ้ือและ
การชาํ ระเงินมีระบบรกั ษาความปลอดภยั ทด่ี ีเป็นต้น
8) สร้างความประทับใจและความพงึ พอใจได้มากกวา่ น้นั จนปัจจบุ ันการสัง่ ซื้อสินค้าท่ีผ่าน
ทางอนิ เทอร์เน็ตทําได้อย่างง่ายดาย สินค้าและบริการมีให้เลือกมากมายทําให้ไม่ต้องเสียเวลาในการ
เดินทางและเสียเวลาไปกับการคน้ หาสินคา้ และบรกิ ารทีต่ อ้ งการ ลกู ค้าสามารถค้นหาสินค้าท่ีต้องการ
27
ได้อย่างรวดเร็วท่ีสุด เช่น ถ้าลูกค้าต้องการซ้ือของตกแต่งบ้านจากเว็บไซต์ Bangpa-in.com ลูกค้า
สามารถจะค้นหาสนิ ค้าจากประเภทของสินค้า หรือค้นหาตามรูปแบบที่ต้องการได้ในกรณีที่ลูกค้าส่ัง
สนิ คา้ และได้ใหร้ ายละเอยี ดสว่ นตวั ไวร้ า้ นคา้ สามารถบันทึกรายละเอียดของลูกค้าไว้ในฐานข้อมูลของ
เราเพือ่ ความสะดวกของลูกค้าในการส่ังซ้ือสนิ ค้าคร้ังตอ่ ไป
9) รู้และแกป้ ัญหาตา่ ง ๆ ได้ทันท่วงทีพาณิชย์อิเลก็ ทรอนกิ ส์สามารถให้บริการหลังการขาย
ได้เช่นกัน โดยใช้ประโยชน์จากอีเมล์ในการติดต่อลูกค้า การสร้างแบบสอบถามลูกค้าเพ่ือสอบถาม
ความพึงพอใจต่อสินค้าและบริการทําให้ร้านค้าสามารถนําข้อมูลเหล่านี้มาแก้ปัญหาและตอบสนอง
ความตอ้ งการของลูกค้าไดด้ ียิ่งขึน้ และทันท่วงที
2.5 ทฤษฎเี กีย่ วกบั ระบบฐานขอ้ มูล (Database)
2.5.1 ระบบฐานขอ้ มูล (Database)
1) ความหมายของระบบฐานข้อมูลฐานข้อมูล (Database) หมายถึง กลุ่มของข้อมูลที่มี
ความสัมพันธ์กันแล้วนํามาเก็บรวบรวมมาเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีระบบและข้อมูลท่ีประกอบกันเป็น
ฐานข้อมูลนั้นต้องตรงตามวัตถุประสงค์ของการใช้งานขององค์กรด้วยเช่นกัน เช่น ในสํานักงานก็
รวบรวมข้อมูลต้งั แต่หมายเลขโทรศัพท์ของผู้ทีมาติดต่อจนถึงการเก็บเอกสารทุกอย่างของสํานักงาน
ซ่ึงข้อมูลส่วนน้ีจะมีส่วนที่ สัมพันธ์กันและเป็นที่ต้องการนําออกมาใช้ประโยชน์ต่อไปภายหลังข้อมูล
น้ันอาจจะเก่ยี วกบั บุคคล ส่ิงของ สถานท่ี หรอื เหตุการณ์ใด ๆ ก็ได้ที่เราสนใจศึกษาหรืออาจได้มาจาก
การสังเกตการนับ หรือการวัด ก็เป็นได้ รวมทั้งข้อมูลที่เป็นตัวเลข ข้อความและรูปภาพต่าง ๆ ก็
สามารถนํามาจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลได้และท่ีสําคัญข้อมูลทุกอย่างต้องมีความ สัมพันธ์กันเพราะเรา
ต้องการนาํ มาใชป้ ระโยชนต์ ่อไปในอนาคต
- ระบบฐานข้อมูล (Database System) หมายถึง การรวมตัวกันของฐานข้อมูล
ต้งั แต่ 2 ฐานขอ้ มลู เป็นตน้ ไปท่ีมคี วามสัมพนั ธก์ นั โดยมีวตั ถปุ ระสงค์เพื่อเป็นการลดความซ้ําซ้อนของ
ข้อมูลและทําให้การบํารุงรักษาตัวโปรแกรมง่ายมากข้ึน โดยผ่านระบบการจัดการฐานข้อมูล หรือ
เรียกย่อ ๆ วา่ DBMS
2) องคป์ ระกอบของระบบฐานขอ้ มูล ระบบฐานข้อมูลเป็นเพียงวิธีคิดในการประมวลผล
รปู แบบหนึ่งเท่านั้น แตก่ ารใช้ฐานข้อมูลจะตอ้ งประกอบไปดว้ ยองคป์ ระกอบหลักดังต่อไปนี้
- แอปพลิเคชนั ฐานข้อมลู (Database Application)
- ระบบจดั การฐานข้อมูล (Database Management System หรอื DBMS)
28
- ดาตา้ เบสเซริ ฟ์ เวอร์ (Database Server)
- ขอ้ มลู (Data)
- ผ้บู ริหารฐานข้อมูล (Database Administrator หรอื DBA)
3) แอปพลิเคชันฐานขอ้ มลู เป็นแอปพลเิ คชนั ทส่ี รา้ งขึ้นมาไว้ให้ผู้ใช้งานสามารถติดต่อกับ
ฐานข้อมูลได้อย่างสะดวก ซึ่งมีรูปแบบการติดต่อกับฐานข้อมูลแบบเมนูหรือกราฟฟิกส์ โดยผู้ใช้ไม่
จําเป็นตอ้ งมคี วามร้เู กยี่ วกบั ฐานขอ้ มลู เลยกส็ ามารถเรยี กใชง้ านฐานข้อมูลได้
4) ระบบจัดการฐานข้อมูล ระบบจัดการฐานข้อมูลนั้น หมายถึง กลุ่มโปรแกรมหรือ
ซอฟต์แวร์ชนิดหน่ึงท่ีสร้างขึ้นมาเพ่ือทําหน้าที่บริหารฐานข้อมูลโดยตรง ให้มีประสิทธิภาพมากท่ีสุด
เป็นเครื่องมือท่ีช่วยอํานวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยท่ีผู้ใช้ไม่จําเป็นต้องรับรู้
เกี่ยวกับรายละเอียดภายในโครงสร้างฐานขอ้ มลู พูดงา่ ย ๆ ก็คือ DBMS นี้เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยง
ระหว่างผู้ใช้และโปรแกรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบฐานข้อมูล ตัวอย่างของ DBMS ท่ีนิยมใช้ใน
ปัจจุบัน ได้แก่ Microsoft Access, FoxPro, SQL Server, Oracle, Informix, DB2 เป็นต้น หน้าที่
ของระบบจดั การ ฐานข้อมูลมีดงั น้ี
- กําหนดมาตรฐานข้อมูล
- ควบคุมการเข้าถึงข้อมูลแบบต่าง ๆ
- ดูแลจัดเก็บขอ้ มูลให้มีความถกู ต้องแมน่ ยา
- จัดเรอ่ื งการสาํ รองและฟน้ื สภาพแฟูมข้อมูล
- จัดระเบยี บแฟมู ทางกายภาพ (Physical Organization)
- รักษาความปลอดภัยของข้อมลู ภายในฐานข้อมูลและปอู งกันไม่ใหข้ อ้ มลู สญู หาย
- บํารงุ รักษาฐานขอ้ มลู ให้เป็นอสิ ระจากโปรแกรมแอปพลิเคชนั อ่นื ๆ
- เชือ่ มโยงข้อมูลทีม่ ีความสัมพันธเ์ ขา้ ดว้ ยกนั เพอ่ื รองรับความตอ้ งการใช้ข้อมูลใน
ระดบั ตา่ ง
5) Database Server เป็นคอมพิวเตอร์ท่ีคอยให้บริการการจัดการฐานข้อมูลซึ่งก็คือ
เครือ่ งคอมพิวเตอร์ท่ีระบบจัดการฐานข้อมูลทํางานอยู่นั่นเอง เพราะฉะน้ันควรเป็นคอมพิวเตอร์ท่ีมี
ความรวดเร็วในการทํางานสงู กวา่ คอมพวิ เตอร์ท่ีใช้งานโดยทว่ั ไป
6) ส่วนขอ้ มลู คอื เนอื้ หาของขอ้ มลู ท่ีเรานาํ ไปใช้งาน ซ่ึงจะถูกเก็บในหน่วยความจําของ
Database Server โดยจะถูกเรยี กมาใช้งานจากระบบจัดการฐานขอ้ มลู
29
7) ผบู้ รหิ ารฐานข้อมูล คือ กล่มุ บุคคลท่ีทําหน้าที่ดูแลข้อมูลผ่านระบบจัดการฐานข้อมูล
ซ่ึงจะควบคุมให้การทํางานเป็นไปอย่างราบร่ืน นอกจากนี้ยังทําหน้าที่กําหนดสิทธิการใช้งานข้อมูล
กําหนดในเร่ืองความปลอดภัยของการใช้งาน พร้อมทั้งดูแล Database Server ให้ทํางานอย่างปกติ
ดว้ ย
8) รูปแบบฐานข้อมูล ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database) ฐานข้อมูลเชิง
สมั พันธ์เปน็ ฐานขอ้ มูลทนี่ ิยมนํามาใชง้ านในปจั จุบันมากท่ีสดุ ฐานข้อมูลหน่ึง โดยผู้ริเริ่มพัฒนาก็ คือ อี
เอฟคอดด์ (E.F.Codd) และระบบจัดการฐานข้อมูลท่ีใช้ฐานข้อมูลแบบนี้ได้แก่ Microsoft Access,
DB2 และ Oracle เป็นต้น ลักษณะโครงสร้างข้อมูลของฐานข้อมูลชนิดนี้ข้อมูลถูกจัดเก็บในรูปแบบ
ของตาราง (Table) ซึ่งภายในตารางก็จะแบ่งออกเป็นแถว (Row) และคอลัมน์ (Column) แต่ละ
ตารางจะมีจาํ นวนแถวไดห้ ลายแถวและจํานวนคอลมั น์ได้หลายคอลัมนแ์ ถวแตล่ ะแถวสามารถเรียกช่ือ
ได้อีกอย่างว่าระเบียนหรือเรคคอร์ด (Record) และคอลัมน์แต่ละคอลัมน์เรียกได้อีกช่ือหนึ่งว่าเขต
ข้อมลู หรอื ฟิลด์ (Field) จุดเด่นของข้อมลู เชงิ สมั พนั ธ์
- งา่ ยต่อการเรียนรูแ้ ละการนําไปใช้งานทําใหเ้ ห็นภาพข้อมลู ชัดเจน
- ภาษาที่ใช้จัดการข้อมูลเป็นแบบซีเควนซ์ (Sequence) ซ่ึงมีประสิทธิภาพสูงเข้าใจ
ง่ายมากยิ่งข้นึ
- การออกแบบระบบมีทฤษฎีรองรับ สามารถลดความซาํ้ ซ้อนของขอ้ มลู ได้
2.5.2 โครงสร้างข้อมูล
1) ขอ้ มูล (Data) คือ ความจริงทเ่ี กีย่ วข้องกับสิ่งต่าง ๆ เช่น คน สถานท่ีและส่ิงต่าง ๆ ที่
นาํ มารวบรวมเข้าไวด้ ว้ ยกนั เมือ่ ข้อมูลต่าง ๆ ได้นํามารวบรวมสะสมกนั ไว้จะสามารถเรียกใช้ประโยชน์
ไดใ้ นภายหลัง
2) สารสนเทศ (Information) คือ สงิ่ ทีไ่ ดม้ าจากการนําข้อมูลต่าง ๆ ท่ีเก็บรวบรวมไว้มา
ประมวลผลและควบคุมข้อมูลได้ง่ายข้ึน การควบคุมดูแลจะมีการกําหนดให้ผู้ใดบ้างเป็นผู้ใช้ข้อมูลได้
ขอ้ มูลทเ่ี ป็นความลับตอ้ งเปน็ การเก็บรกั ษาท่ดี ี การแก้ไขหรอื เก่ียวข้องกับข้อมูลทําได้โดยใครบ้างซ่ึงก็
เป็นเร่ืองที่ต้องควบคุมเช่นกัน นอกจากนี้ที่จะต้องไม่มีส่วนการเก็บข้อมูลซํ้าซ้อนกันเพราะจะทําให้
ส้ินเปลืองเนื้อท่ีในการเก็บข้อมูลที่มีลักษณะท่ีง่ายต่อการเก็บมีรูปแบบเดียวกันข้อมูลแต่ละชนิดมี
ความหมายของตวั เองหรือมีอิสระ ในตัวเองเก็บข้อมูลน้ัน ผู้ทําการเก็บข้อมูลต้องมีการแยกแยะและ
พยายามหาทางลดขนาดของข้อมูลให้สั้นที่สุด แต่ให้ได้ความหมายในตัวเองให้มากท่ีสุดและโดยปกติ
30
ขอ้ มลู ทตี่ อ้ งการเก็บจะมีจํานวนมาก เช่น บริษัทแห่งหนึ่งต้องการเก็บข้อมูลได้เป็นจํานวนหลายไฟล์
การเก็บข้อมูลจึงจําเป็นต้องแยกกรุ๊ปหรือแยกออกจากกัน แต่ข้อมูลในระหว่ างกลุ่มก็อาจมีส่วน
ประสารสัมพันธ์กันหรือที่เก่ียวข้องกันได้ ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มนี้เองเป็นส่วนทําให้เกิดระบบ
ฐานข้อมูล ซ่ึงเป็นศาสตร์ที่ต้องทําความเข้าใจหลักการและวิธีการเพื่อให้เกิดการเก็บเรียก หาค้นหา
ขอ้ มูลทไ่ี ด้ประสิทธิภาพ เมื่อเป็นเชน่ น้คี อมพวิ เตอร์จึงกําหนดการแยกข้อมูลโดยยึดหลักการพื้นฐานท่ี
ข้อมูลแต่ละกล่มุ เรียกว่า Entity จะสามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือเน้ือหาและข้อมูลสําหรับเน้ือหา
ของ Entity ชนดิ เดยี วกนั จะลกั ษณะเหมือนกัน แต่ส่วนของเนื้อหาที่เปน็ สว่ นทีจ่ ะเบิกรายละเอียดเพื่อ
ขยายข้อมูลใหไ้ ด้ใจความมากยิ่งข้ึน
3) ฟลิ ด์ (Filed) คือกลมุ่ ข้อมลู ตวั หนังสือ ตัวเลข หรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์
กันและแสดง ลักษณะและความหมายลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งโดยทั่วไปแล้วฟิลด์แบ่งออกเป็น 3
ประเภท คือ
- ฟิลด์ตัวเลข (Number Filed) คือ ฟิลด์ที่เป็นกลุ่มของตัวเลขจํานวนเต็มทศนิยม
จํานวนเต็มบวก จาํ นวนเต็มลบ
- ฟิลดต์ ัวอักษร (Alphabetic Filed) คือ กลุ่มของตัวอักขระท่ีเป็นตัวอักษร ช่องว่าง
ระหว่างอกั ษร
- ฟลิ ด์ (Alphanumeric Filed) เปน็ กลมุ่ อกั ขระทีเ่ ป็นทงั้ ตวั เลขและตัวอักษร
4) เรคคอรด์ (Record) คือ ชนิดขอ้ มูลทสี่ ามารถเก็บขอ้ มลู ชนิดอื่น ๆ ไว้ภายในได้โดยเรา
เรียกขอ้ มลู แตล่ ะตัวที่อยภู่ ายในว่าฟิลด์ (Filed) และก่อนจะใช้งานเรคคอร์ดได้ เราต้องประกาศชนิด
ของเรคคอรด์ กอ่ น จากนนั้ เราจงึ ค่อยประกาศตวั แปรของเรคคอร์ด หรอื ระเบียน คอื กลมุ่ ของฟิลด์ท่ีมี
ความสมั พนั ธก์ นั ในรปู แบบใดรูปแบบหนึ่งเรคคอร์ดประกอบด้วยฟิลด์ต่าง ๆ ประเภทรวมกันเป็นชุด
โดยพน้ื ฐานของเรคคอรด์ นน้ั จะมีฟลิ ด์ที่ใช้อ้างอิงอย่างน้อย 1 ตวั ซึง่ เรยี กวา่ คีย์ฟลิ ด์ (Key Filed) และ
ฟลิ ด์ทใ่ี ช้เป็นคยี ์ฟลิ ด์ในแต่ละเรคคอร์ดจะไมซ่ ้ํากัน
5) ไฟล์ (File) หรือแฟมู ที่เป็นกลุ่มของเรคคอร์ดท่ีมีความสัมพันธ์กัน ในด้านใดด้านหน่ึง
ดงั นั้นไฟล์จงึ ประกอบดว้ ยเรคคอรด์ หลาย ๆ เรคคอร์ดมารวมกัน
6) ฐานขอ้ มลู (Database) ฐานข้อมูลประกอบด้วยไฟล์หรือแฟูมข้อมูลท่ีมีความสัมพันธ์
กันโดยใช้หลักการไม่ให้ขอ้ มูลมคี วามซํ้ากันสามารถเรียกใช้งานได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วซึ่งเรียกว่า
ระบบฐานขอ้ มูล
31
2.6 เทคโนโลยที ีเ่ ก่ียวข้อง
2.6.1 Microsoft Word Program
Microsoft Word เป็นส่วนหน่ึงของ Microsoft Office ซอฟตแ์ วร์สําหรับธุรกิจและผลิต
ภาพนี้ มีความสามารถในการสร้างเอกสารทีส่ วยงามและนา่ ดึงดูดใจ มันมาพรอ้ มกบั เคร่ืองมือที่จําเป็น
สําหรับการประมวลผลเอกสารอย่างมืออาชีพด้วยแอปพลิเคชันน้ี ผู้ใช้สามารถเขียนเอกสารสําหรับ
อาชีพการงานหรืออาชีพการเขียนทํางานกับเอกสารอย่างมืออาชีพ Microsoft Word มาพร้อมกับ
เคร่ืองมือทรงพลังที่สมบูรณ์แบบ สําหรับงานเขียนทุกประเภทการใช้โปรแกรมประมวลผลคําน้ีคุณ
สามารถเปลยี่ นความคิดของคุณให้เป็นเอกสารทน่ี ่าประทับใจมันมีเทคโนโลยีอัจฉริยะ เพื่อให้แน่ใจว่า
คุณสามารถนําคําพูดที่ดีท่ีสุดของคุณไปข้างหน้า ต้ังแต่การแก้ไขการสะกดและไวยากรณ์ไปจนถึง
คําแนะนาํ การเขยี นโวหาร ซอฟต์แวรน์ ้ีมจี ุดหยุดทัง้ หมดเพอ่ื ชว่ ยให้คุณเขียนได้อย่างม่ันใจ นอกจากน้ี
ยังเหมาะสําหรับการเขียนเรซูเม่และรายงาน ซอฟต์แวร์น้ียังช่วยให้ผู้ใช้สามารถทํางานกับแอป ชุด
สาํ นกั งานอ่นื ๆ โดยไม่ตอ้ งออกจากหน้าต่าง ผู้ใช้สามารถรับข้อความและรายการจาก Power Point
อ้างถึงเอกสารการวิจัยและแม้แต่ข้อมูลจากเว็บไซต์ พวกเขาจะติดตามอย่างต่อเนื่องในขณะท่ี
ทําการค้นคว้าออนไลน์ Microsoft Word รองรับการทํางานร่วมกันระหว่างผู้ใช้แบบเรียลไทม์ ใช้
เวลาเพยี งคลกิ เดียวเพื่อแบง่ ปนั เอกสารรวมถงึ เชิญผ้อู ่นื เพ่ือแก้ไขหรือแสดงความคิดเห็น ผู้ใช้สามารถ
กําหนดการตั้งค่าภาษาและตัวเลือกการช่วยสําหรับการเข้าถึงเพื่อช่วยผู้อื่นในการทํางานกับเอกสาร
เพื่อเพ่ิมความสะดวกผู้ใช้ที่สมัครใช้งาน Office 365 สามารถดูและแก้ไขเอกสาร Microsoft Word
บนอุปกรณ์ใด ๆ (มอื ถอื แทบ็ เล็ต พซี ี หรือ Mac) ดว้ ยการสมัครใชง้ าน Office 365 คุณจะได้รับพ้ืนท่ี
เก็บข้อมูลบนคลาวด์ 1TB ใน One Drive ท่ีอนุญาตให้ผู้ใช้ แชร์และแก้ไขไฟล์ นอกจากนี้ยังมี
คุณสมบัตคิ วามปลอดภัยขนั้ สงู เพอื่ ปอู งกันการรว่ั ไหลของขอ้ มูล
2.6.2 Google Sheet Program
คือเป็นแอปพลิเคชันในกลุ่มของ Google Drive (กูเกิล ไดรฟ์) ซ่ึงยังเป็นนวัตกรรมของ
Google (กเู กลิ ) และมีลกั ษณะการทํางานคล้ายกนั กบั Microsoft Excel (ไมโครซอฟท์ เอ็กเซล) ด้วย
คอื สามารถสรา้ ง Column, Row สามารถใส่ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ลงไปใน Cell (เซลล)์ ได้และยังคํานวณสูตร
ตา่ ง ๆ ได้ ขอ้ ดขี องการใช้ Google Sheets
1) เปน็ บรกิ ารให้ใชฟ้ รจี าก Google (กูเกลิ )
32
2) สามารถทํางานเป็นทีมได้ สามารถทํางานร่วมกันในสเปรดชีท (Spreadsheet) ได้
ในเวลาเดียวกัน นอกจากน้ียังสามารถแชร์งาน แก้ไขแบบเรียลไทม์ หรือแม้กระท่ังแชทและแสดง
ความคิดเหน็ กบั บคุ คลใดกไ็ ด้
3) ไม่ต้องกด “บันทึก” อีกเลย เมื่อมีการทํางานเกิดขึ้นในสเปรดชีท ทุกการพิมพ์จะ
ถกู บันทกึ ไวท้ ั้งหมดโดยอัตโนมตั แิ ละยังสามารถใชป้ ระวตั กิ ารแก้ไขเพอ่ื ดเู วอร์ชันเก่า ๆ ของสเปรดชีท
เดียวกนั โดยจัดเรียงตามวันทแ่ี ละคนที่แก้ไข
4) สามารถทาํ งานได้กับ Microsoft Excel (ไมโครซอฟท์ เอ็กเซล) สามารถเปิดแก้ไข
และบันทึกเปน็ Microsoft Excel
2.6.3 Power Point Program
โปรแกรม Microsoft Power Point 2007 ซึ่งก็ยังเป็นอีกโปรแกรมหน่ึงในตระกูลของ
Microsoft Office ซึ่งเหมาะสําหรับการจัดสร้างงานท่ีนําเสนอข้อมูล (Presentation) และสําหรับ
นําไปประยุกต์ใช้ในงานได้หลายประเภท เช่น การนําเสนอข้อมูลสินค้าและบริการ การจัดทํา Slide
Show และการออกแบบแผ่นพับ เป็นตน้ หลกั การทาํ งานของ Power Point สําหรับหลักการทํางาน
ของ Presentation ท่ีสร้างจาก Power Point จะสร้างออกเป็น slide ย่อย ๆ แต่ละ slide นั้นยัง
สามารถใส่ข้อมูลรูปภาพ ภาพเคลื่อนไหวหรือเสียง เพ่ือสร้างความน่าสนใจเพิ่มขึ้น นอกจากนี้เรายัง
สามารถกําหนดให้ Presentation ของเรานั้นนําเสนอออกมาแบบในรูปแบบอัตโนมัติได้ โดยไม่
จาํ เป็นต้องมีการกดเลือกให้แสดงทลี ะ slide ก่อนเร่ิมต้นสร้าง Presentation ควรกําหนดรปู แบบของ
Presentation ของเรากอ่ นวา่ ต้องการให้แสดงออกในรูปแบบใด เช่น ต้องการให้ส่วนด้านบน แสดง
เป็นช่ือหัวข้อ ด้านล่างเป็นช่ือบริษัทและฉากหลังให้แสดงเป็นสีน้ําเงิน เป็นต้น แต่ถ้ายังคิดไม่ออก
สามารถเลือกรูปแบบจากตัวอย่าง Themes (เวอร์ชันเก่าเรียกว่า Template) ที่โปรแกรมมีไว้ให้ได้
เชน่ เดียวกนั
สรปุ ความสามารถพืน้ ฐานของ Power Point 2007 ทสี่ ําหรับนําเสนอข้อมูลในรูปแบบ
ของขอ้ ความ รปู ภาพ เสยี งและภาพเคลื่อนไหวน้ัน สามารถตกแต่งตัวอักษรให้สวย ๆ ด้วย WordArt
ท่ีพิเศษกว่า Power Point 2003 การทํางานจะแบ่งออกเป็นหน้า ๆ แต่ละหน้าเรียกว่า Slide (คลิก
แทป็ เมนู Home เลอื ก New Slide) การสร้างจะมี Slide Layout ช่วยในการออกแบบและใส่ข้อมูล
(คลิกแท็ปเมนู Home เลือก Layout) รูปแบบหรือ Themes จะมี Design สําหรับรูป ช่วยให้สร้าง
Presentation ต่าง ๆ ไดส้ ะดวกมากขน้ึ (คลกิ แท็ปเมนู Design) รองรบั ไฟลข์ ้อมูลประเภทตา่ ง ๆ เช่น
ตารางจาก Microsoft Excel เป็นต้น รองรับภาพเคล่ือนไหว เช่น Flash, Gif Animation, Video
เป็นต้น สามารถส่ังรันแบบอัตโนมัติได้ สามารถส่ังพิมพ์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น พิมพ์แบบ Slide,
33
Handout เปน็ ตน้ ไฟลท์ จ่ี ะสร้างจาก Powerpoint 2007 มีนามสกุล PPTX ถ้าเป็นเวอร์ชันเก่า จะมี
นามสกลุ PPT ถ้าไฟล์ท่สี รา้ งเปน็ ไฟล์ PPSX จะสามารถรับ Presentation แบบอัตโนมัตไิ ด้
2.6.4 Canva Program
Canva คือ เป็นแอปพลิเคชันท่ีเหมาะสาํ หรบั การสรา้ งสือ่ การนําเสนองานที่หลากหลาย
รูปแบบ เช่น Presentation, Poster, Card, Resume, Certificate, Infographic เป็นต้น ซ่ึง
Canva น้ันจะมีขนาดมาตรฐานให้เลือกหรือผู้ใช้สามารถกําหนดขนาดเองได้ Canva ใช้งานง่าย
สวยงาม สามารถแบง่ ปันใหแ้ กผ่ ู้อื่นได้ ผู้ใชส้ ามารถเข้าใช้งานได้ 2 รูปแบบ ผ่านแอปพลิเคชัน Canva
ผา่ นเว็บไซต์ www.canva.com การใช้งานของเว็บ Canva จะคล้าย ๆ กับ PowerPoint เลย เลือก
template ท่ถี กู ใจแลว้ ทําการแก้ไข แตข่ ้อดีของตัวน้คี อื มีใหเ้ ลือกหลากหลายแบบ แล้วแต่ละแบบน้ัน
มี template ย่อยลงไปอีก สรุปง่าย ๆ ก็คือ ในหน่ึง template จะมีหน้าที่ถูกออกแบบเสร็จแล้ว
อย่างน้อย 4 – 5 หน้าให้พร้อมทํางานได้เลย แบบตัวอย่างนี้จะเป็นการเลือก template ที่เราถูกใจ
แลว้ เลอื กตวั ย่อยที่จะใชเ้ ป็นหนา้ อื่น ๆ อีกที
2.6.5 Glide Apps Program
Glide จะมาชว่ ยจัดการในด้านการแสดงผลข้อมูลต่าง ๆ จาก Google Sheet ท่ีเรามีให้
มาอย่บู น Smart Phone สามารถเลือกรูปแบบการแสดงผลได้หลากหลายแบบตามต้องการ โดยแค่
เรามขี ้อมูลใน Google Sheet ก็เปลีย่ นเปน็ Mobile App ไดง้ ่าย ๆ สงิ่ ท่ีน่าสนใจคือ Glide Apps ได้
เตรียมตัวอย่างให้เราได้ดูและทดลองสร้างหรือจะดัดแปลงมาเป็นข้อมูลของเราได้หลากหลาย App
มาก Glide Apps เหมาะกบั การทํา Mobile App ท่มี ฐี านข้อมูลไม่ได้ซับซ้อนมากมาย ใช้งานได้ง่าย
เหมาะกับการทําเป็น prototype เพื่อนําเสนอ idea และให้ผู้ใช้ได้ทดลองใช้งานก่อนที่จะพัฒนาให้
เต็มรปู แบบ หรอื ในองคก์ ร รา้ นค้าขนาดเลก็ ทอ่ี ยากมี Mobile App ไว้ใช้งานโดยไม่ตอ้ ง Coding
2.6.6 HTML Language
HTML คือ ภาษาหลักท่ีใช้ในการเขียนเว็บเพจ โดยใช้ Tag ในการกําหนดการแสดงผล
HTML ย่อมาจากคําว่า Hypertext Markup Language โดย Hypertext หมายถึง ข้อความท่ี
เชื่อมต่อกันผ่านลิงค์ (Hyperlink) Markup language หมายถึง ภาษาที่ใช้ Tag ในการกําหนดการ
แสดงผลสงิ่ ต่าง ๆ ท่แี สดงอยบู่ นเว็บเพจ ดังนน้ั HTML จึงหมายถึง ภาษาที่ใช้ Tag ในการกําหนดการ
แสดงผลเวบ็ เพจทตี่ า่ งกเ็ ชือ่ มถึงกันใน Hyperspace ผ่าน Hyperlink น่ันเองปัจจุบันมีการพัฒนาและ
กําหนดมาตรฐานโดยองค์กร World Wide Web Consortium (W3C) ภาษา HTML ได้ถูก
พฒั นาขนึ้ อย่างต่อเน่ืองต้ังแต่ HTML Level 1, HTML 2.0, HTML 3.0, HTML 3.2 และ HTML 4.0
34
ในปัจจุบันทาง W3C ได้ผลักดันรูปแบบของ HTML แบบใหม่ท่ีเรียกว่า XHTML ซ่ึงเป็นลักษณะของ
โครงสรา้ ง XML แบบหนึ่งท่มี หี ลักเกณฑ์ในการกาํ หนดโครงสรา้ งของโปรแกรมที่มีรูปแบบที่มาตรฐาน
กว่ามาทดแทนใช้ HTML รุ่น 4.01 ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันและการสร้างเว็บเพจ โดยใช้ภาษา HTML
สามารถทาํ โดยใชโ้ ปรแกรม Text Editor ต่าง ๆ เช่น Notepad, Edit Plus หรือจะอาศัยโปรแกรมที่
เป็นเคร่ืองมือช่วยสร้างเว็บเพจ เช่น Microsoft FrontPage, Dream Weaver ซ่ึงอํานวยความ
สะดวกในการสร้างหน้า HTML ในลักษณะ WYSIWYG (What You See Is What You Get) แต่มี
ข้อเสีย คือโปรแกรมเหล่าน้ีมัก generate code ท่ีเกินความจําเป็นมากเกินไป ทําให้ไฟล์ HTML มี
ขนาดใหญ่และแสดงผลช้า ดังน้ันหากเรามีความเข้าใจภาษา HTML จะเป็นประโยชน์ให้เราสามารถ
แก้ไข Code ของเวบ็ เพจได้ตามความต้องการและยังสามารถนํา script มาแทรกตัดต่อ สร้างลูกเล่น
สีสันให้กับเว็บเพจของเราได้ ในการเรียกใช้งานหรือทดสอบการทํางานของเอกสาร HTML น้ันจะใช้
โปรแกรม Internet Web Browser เช่น Internet Explorer (IE), Mozilla Firefox, Safari, Opera,
และ Google Chrome เปน็ ต้น
บทท่ี 3
ข้นั ตอนการดาเนนิ งาน
ในการพัฒนาโครงงาน เรอ่ื งแอปพลเิ คชันธนาคารโรงเรยี น ผู้พัฒนาไดด้ าํ เนินงานตามขั้นตอน
ดังต่อไปนี้
3.1 การศึกษารวบรวมข้อมูล (Data Collection Study)
3.2 การวเิ คราะห์ปัญหา (Analysis)
3.3 การออกแบบกระบวนการของระบบ (Design)
3.3.1 แผนภาพบรบิ ท (Context Diagram)
3.3.2 แผนภาพกระแสข้อมลู ระดบั ที่ 1 (DFD Fragment)
3.3.3 แผนภาพกระแสขอ้ มลู ระดับท่ี 1 (Data Flow Diagram Level 1)
3.3.4 แผนภาพกระแสขอ้ มลู ระดบั ที่ 2 (Data Flow Diagram Level 2)
3.3.5 แผนภาพจําลองฐานขอ้ มลู เชิงสมั พันธ์ (Entity Relation Model)
3.3.6 ตารางข้อมลู (Data Dictionary)
3.4 การพฒั นาระบบงาน (Development)
3.5 การทดสอบ (Testing)
3.6 การนาไปใช้และบารงุ รักษา (Implementation And Maintenance)
3.1 การศึกษารวบรวมข้อมูล (Data Collection Study)
ระบบธนาคารโรงเรียนแบบเดิมเป็นการให้พนักงานหรือเจ้าหน้าท่ีจดบันทึกรายการฝาก -
ถอนเงินของนักเรียนใส่ลงบนกระดาษ หรือพิมพ์ข้อมูลลงในเคร่ืองคอมพิวเตอร์ทําให้นักเรียนไม่
สามารถรับรคู้ วามเคลือ่ นไหวของบญั ชีได้
36
3.2 การวเิ คราะหป์ ญั หา (Analysis)
ปัญหาท่ผี ู้พัฒนาพบในการใช้บริการธนาคารโรงเรียน มีดงั น้ี
1.1 นักเรียนหรือผู้ปกครองนักเรียนสามารถตรวจสอบยอดเงินในบัญชีได้ ผ่านสมุดฝากเงิน
หรือกับธนาคารโรงเรยี นเทา่ น้นั
1.2 หากนกั เรยี นลืมสมดุ นาํ เงนิ ฝากมาโรงเรียนจะไม่มาสามารถฝากเงินหรอื ถอนเงนิ ได้
1.3 นกั เรียนมกั จะทาํ สมุดบญั ชชี ํารุดหรอื เสยี หายและเมอื่ ต้องการทําสมุดบัญชีใหม่ทําให้การ
ตรวจสอบยอดเงินเปน็ ไปดว้ ยความลาํ บากและใชเ้ วลานาน
ดังนั้น ทางผู้พัฒนาระบบจึงได้คิดหาแนวทางท่ีทําให้นักเรียนสามารถรับรู้ความเคลื่อนไหว
ยอดเงินในบัญชีของตนได้ตลอดเวลาด้วยการฝากเงินผ่านเจ้าหน้าที่หรือแอดมินของทางธนาคาร
เพ่ือท่ีจะบันทึกข้อมูลลงในแอปพลิเคชัน ธนาคารโรงเรียน เพ่ือความสะดวกและรวดเร็วนักเรียน
สามารถสแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชันในส่วนของตรวจสอบยอดเงินลงบนสมาร์ท
โฟนทําให้นักเรียนสามารถเข้าดูรายการยอดคงเหลือในบัญชีของตนได้ตลอดเวลาและทําให้มีความ
สะดวกและเกิดขอ้ ผิดพลาดน้อยลง จากปัญหาท่ีกล่าวมาเบ้ืองต้นทางผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน ธนาคาร
โรงเรียน จงึ ได้วิเคราะห์ปญั หาดังกลา่ วแล้วเห็นควรแก้ไขปญั หา ดังน้ี
1.1 ผู้พัฒนาผลิตแอพพลิเคชัน ธนาคารโรงเรียน เพ่ือรองรับการใช้งานต่อการตรวจสอบ
ยอดเงนิ โดยจะตรวจสอบผ่านสมาร์ทโพนได้ทันที
1.2 หากนักเรยี นลมื สมุดนาํ เงินฝากมาทีโ่ รงเรยี นกย็ งั สามารถฝากเงินหรือถอนเงินได้โดยการ
ยืนยันตวั ตนจากแอปพลิเคชั่นธนาคารโรงเรยี น
1.3 เมือ่ นกั เรยี นทําสมุดบัญชีชํารุดหรือมีความเสียหายเกิดข้ึนและเมื่อต้องการทําสมุดบัญชี
ฉบับใหม่ทําให้การตรวจสอบยอดเงินและจัดทําสมุดฝาก - ถอนเงินฉบับใหม่สามารถทําได้อย่าง
รวดเรว็
37
3.3 การออกแบบกระบวนการของระบบ
3.3.1 แผนภาพบรบิ ท (Context Diagram)
แ ผ น ภ า พ ก ร ะ แ ส ข้ อ มู ล ร ะ ดั บ บ น สุ ด ท่ี แ ส ด ง ภ า พ ร ว ม ก า ร ทํ า ง า น ข อ ง ร ะ บ บ ท่ี มี
ความสัมพนั ธ์กบั เอนทติ ี้ ทเ่ี ก่ียวข้องโดยตรงกบั ระบบและขอบเขตการวิเคราะห์ระบบน้ัน ๆ ดังภาพที่
3.1
ภาพที่ 3.1 แสดงแผนภาพบริบท (Context Diagram)
จากภาพที่ 3.1 แผนภาพบริบท (Context Diagram) แสดงให้เห็นกลุ่มบุคคลท่ีเกี่ยวข้องกับ
ระบบประกอบไปด้วย เจา้ หน้าที่ดแู ลระบบและนักเรยี นผใู้ ชบ้ รกิ าร
เจา้ หนา้ ทด่ี ูแลระบบ เป็นผู้มีหน้าที่ในการจัดการข้อมูลต่าง ๆ ของระบบสามารถเข้าสู่ระบบ
โดยระบุชื่อผใู้ ชง้ านและรหัสผา่ น เพอื่ กําหนดสิทธิก์ ารใช้งานระบบได้ สามารถปรับปรุงสถานะ การรับ
ฝาก-ถอนเงินและยอดคงเหลอื
ส่วนของนักเรียนผู้ใช้บริการ เป็นผู้ท่ีใช้บริการฝาก-ถอนเงินผ่านเจ้าหน้าที่ดูแลระบบ แต่จะ
สามารถเข้าสูร่ ะบบได้บนสมาร์ทโฟนของตนเพ่ือที่จะดูความเคลื่อนไหว ยอดคงเหลือในบัญชีของตน
ไดต้ ลอดเวลา
38
3.3.2 แผนภาพกระแสขอ้ มูล ระดบั ที่ 1 (DFD Fragment)
1) DFD Fragment : Process 1 ขอ้ มูลหลัก
ภาพท่ี 3.2 แผนภาพ Data Flow Diagram Level 1 : Process 1 ปรบั ปรุงขอ้ มูลหลกั
จากภาพที่ 3.2 Process 1 ปรับปรงุ ข้อมลู หลัก แสดงให้เห็นถึงขัน้ ตอนการทํางานหลกั ของ
ระบบท้ังหมด
39
2) DFD Fragment : Process 2 การฝากเงนิ
ภาพท่ี 3.3 แผนภาพ Data Flow Diagram Level 1 : Process 2 ฝากเงิน
จากภาพท่ี 3.3 Process 2 ฝากเงิน เป็นกระบวนการเข้าใช้งานฝากเงินของนักเรียน
ผ้ใู ชบ้ รกิ ารผ่านเจ้าหน้าท่ผี ดู้ แู ลระบบ
40
3) DFD Fragment : Process 3 การถอนเงิน
ภาพท่ี 3.4 แผนภาพ Data Flow Diagram Level 1 : Process 3 ถอนเงิน
จากภาพที่ 3.4 Process 3 ถอนเงิน เป็นกระบวนการเข้าใช้งานถอนเงินของนักเรียน
ผู้ใช้บริการผ่านเจา้ หน้าที่
41
4) DFD Fragment : Process 4 ตรวจสอบยอดคงเหลอื
ภาพที่ 3.5 แผนภาพ Data Flow Diagram Level 1 : Process 4 ยอดคงเหลอื
จากภาพท่ี 3.5 Process 4 ยอดคงเหลือ เป็นกระบวนการเข้าใช้งานตรวจสอบยอดคงเหลือ
ของนกั เรยี นผู้ใชบ้ ริการผา่ นเจา้ หน้าทผี่ ้ดู ูแลระบบ