จัดทำ โดย ๑. พระมหาอำ นาจ คำ หล้า ๒. นายชญณัฐ อินยัญญะ ๓. นายกฤษฏิภัณฑ์ ไกรนรา ๔. ณัฐกฤตย์ วังปรีชา คุณธรรม จริยธรรม สำ หรับผู้บริห ริ าร
การกล่าวถึงคุณธรรม เมื่อกล่าวเป็นคำ ที่ แยกส่วนออกมาจากค าว่าจริย ริ ธรรมนั้น นั้ จะมีลักษณะ เด่นที่ สำ คัญซึ่งผู้เขียนจะได้ชี้ให้เห็นถึงความหมาย ประเภทและความสำ คัญของคุณธรรมไว้ ดังนี้ ความหมาย
พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต) (2540 : 14) ได้กล่าวว่า คุณธรรมเป็นคุณภาพของจิตใจ กล่าวคือ คุณสมบัติที่เสริมริ สร้า ร้ งจิตใจให้ดีงาม ให้เป็นจิตใจที่สูงส่ง ประณีต และประเสริฐริ พระเมธีธรรมาภรณ์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) (2538 : 15) กล่าวว่า คุณธรรม คือ คุณสมบัติที่ดีในจิตใจ ถ้าปลูกฝังใน เรื่อ รื่ งคุณธรรมได้จะกลายเป็นพื้นฐานของจรรยาบรรณ
ปรีชา เศรษฐีธร (2523 : 66-67) ได้กล่าวไว้ว่า คุณธรรม หมายถึง คุณงามความดีอาจแบ่ง ออกได้เป็น 2 ด้าน คือ 1. คุณธรรมทางสติปัญญา ได้แก่ ความรู้ท รู้ างด้านทฤษฎี และปฏิบัติ ที่ส่งผลต่อความมีเหตุผลการ ท าหน้าที่ต่าง ๆ 2. คุณธรรมทางศีลธรรม คือ ความมีจิตสำ นึกในสิ่งที่ดีงามและมีเหตุผล คุณธรรมทางศีลธรรมนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และไม่ได้ติดตัว มาแต่ก าเนิดด้วย ตามหลักแห่งศีลธรรมแล้วคนควรจะแสวงหา คุณธรรมเพื่อคุณธรรม คือ แสวงหาความดีเพื่อความดี ไม่ควรแสวงหา คุณธรรมเพื่อความสุข คุณธรรมหรือ รื ความดีนั้น นั้ อยู่ที่การฝึกฝนและ ปลูกฝัง อารมณ์จะต้องถูกก าจัดออกไปได้หมดโดยสิ้นเชิง
ขยัน ยั มีความตั้งใจเพียรพยายาม ทำ หน้าที่การงานอย่างจริงริจัง และต่อเนื่องในเรื่อ รื่ งที่ถูกที่ ควรสู้งาน มีความพยายาม ไม่ ท้อถอย กล้าเผชิญอุปสรรค รัก รั งานที่ทำ ตั้งใจทำ หน้าที่ อย่างจริงริจัง ดำ เนินชีวิตความเป็นอยู่อย่าง เรีย รี บง่ายรู้จั รู้ จั กฐานะการเงินของ ตน คิดก่อนใช้ คิดก่อนซื้อเก็บ ออม ถนอมใช้ทรัพ รั ย์สิน สิ่งของ อย่างคุ้มค่าไม่ฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ รู้จั รู้ จั กทำ บัญชีรายรับ รั -รายจ่าย ของตนเองอยู่เสมอ ประหยัด ยั องค์ประกอบของ คุณธรรมพื้นฐาน มีความประพฤติตรงทั้งต่อเวลา ต่อ หน้าที่ และต่อวิชาชีพ มีความจริงริ ใน ปลอดจากความรู้สึ รู้ สึ กลำ เอียง หรือ รื อคติ ไม่ใช้เล่ห์กลคดโกงทั้งทางตรงและ ทางอ้อมรับ รั รู้ห รู้ น้าที่ของตนเอง ปฏิบัติ อย่างเต็มที่และถูกต้อง ประหยัด ยั
องค์ประกอบของ คุณธรรมพื้นฐาน มีวิ มีนั วิย ปฏิบัติตนในขอบเขต กฎ ระเบียบของสถานศึกษา สถาบัน องค์กร สังคมและ ประเทศโดยที่ตนเองยินดี ปฏิบัติตามอย่างเต็มใจและ ตั้งใจ ยึดมั่นในระเบียบ แบบแผน ข้อบังคับและข้อ ปฏิบัติ รวมถึงการมีวินัยทั้ง ต่อตนเองและสังคม มีความอ่อนน้อมถ่อมตนตาม สถานภาพและกาลเทศะ มี สัมมาคารวะ เรียบร้อย ไม่ ก้าวร้าวรุนแรง หรืวางอำ นาจ ข่มผู้อื่นทั้งโดยวาจาและ ท่าทาง มีมารยาทดีงาม วางตน เหมาะสมตามวัฒนธรรมไทย สุภ สุ าพ รักษาร่างกาย ที่อยู่อาศัย และสิ่ง แวดล้อมได้อย่างถูกต้องตาม สุขลักษณะฝึกฝนจิตใจมิให้ขุ่น มัว มีความแจ่มใสอยู่เสมอ ปราศจากความมัวหมองทั้ง กาย ใจ และสภาพแวดล้อม มีความ ผ่องใสเป็นที่เจริญตา ทำ ให้เกิด ความสบายใจแก่ผู้พบเห็น สะอาด
องค์ประกอบของ คุณธรรมพื้นฐาน สามัค มั คี เปิดใจกว้าง รับฟังความคิด เห็นของผู้อื่น รู้บทบาทของ ตนทั้งในฐานะผู้นำ และผู้ตาม ที่ดีมีความมุ่งมั่นต่อการรวม พลัง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อให้การงานสำ เร็จลุล่วง สามารถแก้ปัญหาและขจัด ความขัดแย้งได้ เป็นผู้มี เหตุผล ยอมรับความแตก ต่าง ความหลากหลายทาง วัฒนธรรม ความคิด ความ เชื่อ พร้อมที่จะปรับตัวเพื่อ อยู่ร่วมกันอย่างสันติและ อย่างสมานฉันท์ เป็นผู้ให้และผู้อาสาช่วยเหลือ สังคมรู้จักแบ่งปันเสียสละ ความสุขส่วนตน เพื่อทำ ประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นเห็นอก เห็นใจและเห็นคุณค่าในเพื่อน มนุษย์ มีความเอื้ออาทรเอาใจ ใส่ อาสาช่วยเหลือสังคมด้วย แรงกายและสติปัญญา ลงมือ ปฏิบัติการเพื่อบรรเทาปัญหา หรือร่วมสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงาม ให้เกิดขึ้นในชุมชน มีน้ำ มี น้ำ ใจ ปฏิบัติตนเห็นคุณค่าแห่งการก ระทำ ดี หรืออุปการคุณของผู้มี พระคุณ เช่น พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ครูอาจารย์ หรือผู้อื่น พร้อมที่จะ แสดงออกเพื่อบูชา และ ตอบแทนคุณความดีนั้นด้วย การกระทำ การพูดและการระลึก ถึงด้วยความบริสุทธิ์ใจ กตัญญู
จากคุณ คุ ธรรมพื้น พื้ ฐาน ๙ ประการ สามารถนำ ไปกำ กับการ แสดงพฤติกรรมอย่า ย่ งเหมาะสมกับการเป็น ป็ ทรัพ รั ยากร มนุษ นุ ย์ที่ ย์ ที่ มีคุ มี ณ คุ ค่าต่อสัง สั คม ภูมิ ภู ใมิ จในความเป็น ป็ ไทย มีสำ มี สำนึก นึ นำ ในการดูแ ดู ละรับ รั ผิด ผิ ชอบต่อสัง สั คมและประเทศชาติ การ สำ รวจตนเองทางด้านบุคลิกภาพ คุณ คุ ธรรม ความฉลาด ทางอารมณ์ การทำ งานร่ว ร่ มกับผู้อื่ผู้ อื่ น การวางแผนชีวิ ชี ต วิ และ งาน และแนวทางในการบริห ริ ารจัด จั การชีวิ ชี ต วิ ครอบครัว รั สัง สั คม การมองโลกในแง่ดี โดยการนำ คุณ คุ ธรรม ความรู้ และทักษะไปประยุกต์ใช้อ ช้ ย่า ย่ งถูก ถู ต้องและยั่ง ยั่ ยืน ยื
ประเภทของคุณธรรม ประเภทของคุณธรรม การแบ่งประเภทของ คุณธรรมนั้นมีแนวการแบ่งหลายทัศนะ เช่น บาง ทัศนะก็เน้นเอาระบบชนชั้น ชั้ ทางสังคมเป็นตัวก าหนด บางทัศนะก็เน้นการรวมกลุ่มในสังคม บาง ทัศนะเน้นเอาความเชื่อตามค าสอนของ ศาสนาที่ ตนเองเคารพนับถือ บางทัศนะถือเอาแนวคิดทาง ปรัชญา แต่ในที่นี้จะขอสรุปความเห็นของบาง ทัศนะ มากล่าวโดยสังเขปเท่านั้น ดังนี้
1. การแบ่งโดยอาศัยกลุ่ม ทางสังคมเป็นตัวก าหนด แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทย่อย ๆ ด้วยกัน คุณธรรมของปัจเจก ชน เป็นคุณธรรมที่คน เราน ามาใช้กับตัวเอง การรู้จักควบคุม ตนเองใน เรื่องต่าง ๆทั้งที่ดีและไม่ดี การเคารพตนเองไม่ดูถูกตัว เอง ความกล้าหาญที่จะกระ ท าในสิ่งที่ดีและ ถูกต้อง ความรู้จักประมาณและการ มีวัฒนธรรมที่ดีงาม เป็นต้น ปรีชา เศรษฐีธร (2523 : 25) ได้แบ่ง คุณธรรม ออกเป็น 2 ลักษณะ คุณธรรมที่คนเราน าไปใช้ ในชีวิตที่เกี่ยวข้องกับระบบ สังคม ความรักใคร่สามัคคี ปรองดอง ความเอื้อเฟื่อ เผื่อแผ่ ความเคารพบูชา ความยุติธรรม ความ ซื่อสัตย์ การพูดจาแต่ความ จริงและ ถูกต้อง ตลอดจน ความเชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ เหล่านี้เป็นต้น ความรู้เบื้อง ต้นเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม
2. การแบ่งโดยอาศัยจิต และปัญญาเป็นหลัก แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ 2. คุณธรรมทางสติปัญญา อัน ได้แก่ ความรู้ความสามารถ ทั้งทางปฏิบัติและทาง ทฤษฎีอัน เกิดจากการ ศึกษาอบรม เป็นคนมี เหตุผลและมีวิจารณญาณที่ รอบคอบในการด าเนินการ ต่าง ๆ ปรีชา เศรษฐีธร (2523 : 25) ได้แบ่ง คุณธรรม ออกเป็น 2 ลักษณะ 1. ความรักใคร่สามัคคี ปรองดอง ความเอื้อเฟื่อ เผื่อแผ่ ความเคารพบูชา ความยุติธรรม ความ ซื่อสัตย์ การพูดจาแต่ความ จริงและ ถูกต้อง ตลอดจน ความเชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ เหล่านี้เป็นต้น ความรู้เบื้อง ต้นเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม
พรนพ พุกกะพันพัธ์ (2544 : 5) ได้อธิบธิายถึงประเภทของ คุณ คุ ธรรม ว่า ว่ มนุษย์นั้ย์ นั้นั้ โดยธรรมชาติแล้ว มีคมีวามรู้สึ รู้ ก สึ พื้นพื้ฐานคือ คิดถึงประโยชน์ของตนเอง มีคมีวามเห็น ห็ อกเห็น ห็ ใจ คิดถึงประเพณีและเป็นผู้มีผู้ คุมีณ คุ ธรรม โดยคุณ คุ ธรรมนั้น นั้ แบ่ง บ่ ได้เป็น 2 ประเภท 1. คุณธรรมตามธรรมชาติ คือ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความรู้จักประมาณ ความอดทน ความเข้าใจ ฯลฯ ซึ่งเป็น ลักษณะคุณธรรมเชิงสามัญสำ นึก 2. คุณธรรมที่มนุษย์สร้างขึ้น คือความยุติธรรม เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่สมาชิกในสังคม หรือ ขนบธรรมเนียม ประเพณีที่ดีงามที่มนุษย์ในสังคมนั้น ๆ สร้างขึ้น พุทธทาสภิกขุ (2529 : 37-38) ได้อธิบธิายถึงประเด็นที่ว่า ว่ คุณ คุ ธรรม คือ หน้าที่ที่บุคคลต้องท าให้ดี ห้ ดีที่สุด สุ ถูก ถู ต้องที่สุด สุ โดย หน้า น้ ที่มี 2 ลักษณะคือ 1. หน้าที่ของมนุษย์ในทางศาสนา ประการแรก คือ หน้าที่ที่เกิดจากความสัมพันธ์ทางสังคมของ บุคคลแต่ละ บุคคลและมีหลายสถานภาพ เช่น เป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นลูก เป็นครู เป็นศิษย์ เป็นต้น ซึ่งแต่ละคน เมื่อเป็นหน้าที่ใด แล้ว จะต้องปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด ประการต่อมา หน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตนเพื่อให้เกิด ความหลุดพ้นจาก กิเลส 2. หน้าที่ทางศีลธรรมของมนุษย์ ได้แก่ หน้าที่ที่มีพันธกิริยาต่อบุคคลในสังคม เช่น การเคารพสิทธิ เสรีภาพและศักดิ์ศรีของเพื่อนมนุษย์ การเคารพกฎระเบียบกติกาของสังคมอันจะเป็นทางป้องกันไม่ให้มนุษย์ เบียดเบียนซึ่งกันและกัน
จึงอาจสรุปได้ว่า คุณธรรม แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ คุณธรรมที่ปรากฏหรือ พฤติกรรมที่แสดงออกในตัวบุคคลหรือ กลุ่มคนที่ถูกก าหนดขึ้นโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ก าหนดกติ กาแห่ง คุณงามความดีร่วมกันและคุณธรรมในจิตปัญญาซึ่งอยู่ ภายในของคนหรือกลุ่มคน ความสำ คัญของคุณธรรม คุณธรรม เป็นปัจจัยสำ คัญที่จะสร้างความเป็นระเบียบ ความสงบสุข ความ เจริญให้แก่ ปัจเจก บุคคล สังคม และประเทศชาติโดยส่วนรวม ดังที่ พิมพ์พรรณ เทพสุเมธานนท์และนุชนารถ สุนทรพันธ์ (2537 : 69-97) และ ประวัติ พื้นผาสุก (2549 : 8-9) ได้ อธิบายความสำ คัญของ คุณธรรม ซึ่งเป็นปัจจัย สำ คัญ ที่จะ เสริมสร้างความสงบสุขและความเจริญให้แก่บุคคลและเป็นฐาน แห่งความสุขแก่ส่วนรวม
คุณธรรม เป็นเครื่องธำ รงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เราไม่ตีค่าความเป็นมนุษย์ ที่ตัวเงิน แต่จะตีค่ากันที่คุณธรรม ผู้มีคุณธรรมจะได้รับการยกย่องว่าเป็นคนดี เป็นคนมีค่าของสังคม ส่วนผู้ไร้คุณธรรมจะเป็นคน มีค่าน้อยและอาจจะถูก ประณามจากสังคมว่า “เป็นคนแต่ก็เหมือนมิใช่คน” คือ เป็นคนแต่เพียง ร่างกายแต่ใจ นั้นไม่มีความเป็นคน ความเป็นคนในที่นี้ก็คือความเป็นผู้มี คุณธรรมและเป็นคนดีของสังคม 1. สรุป 2. คุณธรรม เป็นเครื่องส่งเสริมบุคลิกภาพ เช่น “ความซื่อตรง” ทำ ให้คนมีความ สมบูรณ์ใน ความคิดและกระทำ เพราะไม่มีความขัดแย้งกันระหว่างความคิด การ พูดและการกระท าของบุคคลนั้น หรือ หากจะกล่าวเป็นสำ นวนก็จะได้ว่า เป็น บุคคลที่ปากกับใจตรงกันอยู่เสมอ 3. คุณธรรม เป็นเครื่องเสริมมิตรภาพ เช่น “ความจริงใจ” ท าให้ความสัมพันธ์ กับบุคคลอื่นเป็นไป อย่างราบรื่น คนไม่จริงใจย่อมไม่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ อื่น ไม่แต่เฉพาะในเรื่องใหญ่ ๆ หรือสำ คัญ ๆ แม้แต่เรื่องเพียงเล็กน้อยก็จะไม่มี ใครให้ความไว้วางใจ จึงท าให้เสียประโยชน์ที่ควรจะได้
4. คุณธรรม เป็นการสร้างความสบายใจ ซึ่งนอกจากจะสบายใจเพราะการกระทำ แต่สิ่งที่เหมาะที่ ควรแล้ว ยังสบายใจที่ไม่ต้องระมัดระวังภัยอันตรายที่จะมีมาอีก ด้วย เพราะผู้ที่มีคุณธรรมจะเป็นผู้ที่ประพฤติ ปฏิบัติแต่ในทางที่ถูกต้องและไม่ท า ผิดใด ๆ ทั้งจะเป็นผู้ที่น่ารักน่าคบค้าสมาคม สรุป 5. คุณธรรม เป็นเครื่องส่งเสริมความสำ เร็จ ความมั่นคงในการประกอบอาชีพ การงาน และการ ดำ รงชีวิต 6. คุณธรรม เป็นปัจจัยสำ คัญที่จะช่วยเสริมสร้างความสงบสุข และความเจริญ ให้แก่ประเทศชาติ โดยส่วนรวม นั้นก็เพราะว่า ความสงบสุขของประเทศชาติจะมี ได้ก็ต่อเมื่อคนในชาติมีคุณธรรมบางประการที่ ท าให้ไม่เบียดเบียนกัน ไม่กลั่น แกล้งกัน ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน ไม่ใช้เสรีภาพจนเกินเลยล่วงล้ำ สิทธิของกัน และกัน ไม่ละเลยต่อการที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย วินัย และจรรยาวิชาชีพที่ใช้ บังคับกัน
คนที่ไม่มี คุณธรรมจะไม่สามารถช่วยสร้างสรรค์จรรโลงและป้องกันรักษาประเทศชาติได้เลย เพราะการสร้างสรรค์ จรรโลงและป้องกันประเทศชาติเป็นงานใหญ่ที่สำ คัญการท างานใหญ่ที่ สำ คัญเช่นนี้ต้องอาศัยคุณธรรมหลาย ประการ เช่น ความสุจริต ความมุ่งมั่น ความอดทน เป็นต้น โดยที่คุณธรรมเป็นเครื่องส่งเสริมความสงบสุขและความเจริญ ฉะนั้นผู้ที่ต้องการความสงบสุข และ ความเจริญจึงต้องฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้มีคุณธรรม ทั้งนี้ มิใช่เพียงเพื่อให้ตนเองสงบสุข และมีความเจริญเป็น การส่วนตัวเพียงผู้เดียวเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ประเทศชาติบ้านเมืองโดย ส่วนรวมมีความสงบสุขและ เจริญรุ่งเรืองด้วย ด้วยเหตุที่บุคคลและส่วนรวมต้องพึ่งพาอาศัยซึ่ง กันและกัน สรุป อำ ไพ สุจริตกุล (2534 : 186) ได้กล่าวถึงคำ กลอนเกี่ยวกับความรู้คู่คุณธรรม ไว้ว่า เมื่อความรู้ ยอดเยี่ยมสูงเทียมเมฆ แต่คุณธรรมต่ำ เฉกยอดหญ้านั่น อาจเสกสร้างมิจฉาสารพัน ด้วยจิตอัน ไร้อายในโลกา แม้คุณธรรมสูงเยี่ยมถึงเทียมเมฆ แต่ความรู้ต่ำ เฉกเพียงยอดหญ้า ย่อมเป็น เหยื่อทรชนจนระอา ด้วยปัญญาอ่อนด้อยน่าน้อยใจ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรม หน้า 5 หากความรู้สูงล้ำ คุณธรรมเลิศ แสนประเสริฐกอปรกิจวินิจฉัย จะพัฒนาประชาราษฎร์ทั้ง ชาติไทย ต้องฝึกให้ความรู้คู่คุณธรรม จากบทกลอนดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า ความรู้ต้องเป็นสิ่ง ที่ถูกต้องดีงามมีคุณค่าซึ่งนับได้ว่าความรู้ ต้องคู่กับคุณธรรม จึงจะสามารถพัฒนาประเทศชาติ ให้เจริญก้าวหน้า และมีแต่ความสงบสุขโดยทั่วกัน
เป็น ป็ พื้นฐานที่สำ คัญของมนุษย์ทุกคน ถ้าคนใดขาด จริยธรรมอาจมี ผลร้ายต่อตนเองและสังคม สังคมที่มีคนขาดจริยธรรมมาก ย่อมเป็น ป็ สังคม ที่วุ่นวาย ไร้ความสุข ดังจะพบได้จากการเกิดวิกฤติศรัทธาในวิชาชีพหลาย แขนงในปัจ ปั จุบัน ทั้งใน วงการ วิชาชีพครู แพทย์ ตำ รวจ ทหาร หรือ นักการเมือง เป็น ป็ ต้น จึงมีคำ กล่าวว่า เราไม่ สามารถสร้างครู บนพื้นฐาน ของคนไม่ดี และไม่สามารถผลิตแพทย์ ตำ รวจ ทหาร นักธุรกิจที่ดีได้ ถ้า หากบุคคล เหล่านั้นมีพื้นฐานทางนิสัยและความประพฤติที่ไม่ดีจริยธรรมจึง เป็น ป็ สิ่งที่สำ คัญต่อชีวิตและสังคม จริย ริ ธรรม
ประเภทของจริย ริ ธรรม ความรู้เชิงจริยธรรม หมายถึง ลักษณะของความรู้ที่บุคคลต่าง ๆ สามารถบอก ได้ว่า ควรทำ หรือบอกได้ว่า พฤติกรรมใดเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ทัศนคติเชิงจริยธรรม หมายถึง ความรู้สึกของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับความชอบ หรือไม่ ชอบ ทำ ดีเป็นลักษณะทำ ถูกต้อง ทำ ชอบเป็นลักษณะทำ ถูกใจ เหตุผลเชิงจริยธรรม หมายถึง การตัดสินใจที่จะกระทำ พฤติกรรมใดพฤติกรรม หนึ่งของ บุคคลลงไป จะต้องประกอบด้วยเหตุผลอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเกิด ขึ้นเฉพาะหน้านั้น พฤติกรรมเชิงจริยธรรม หมายถึง การที่คนแสดงถึงพฤติกรรมที่สังคมชื่นชอบ หรืองด การกระท าที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบและค่านิยมในสังคมนั้น
ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ หมายถึง ความมุ่งมั่น มั่ ตั้งใจที่จะทำ การปฏิบัติ หน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายด้วยความมานะพยายาม ไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ความซื่อสัตย์ หมายถึง การประพฤติปฏิบัติอย่างเหมาะสม และตรงต่อ ความ เป็นจริง ประพฤติอย่างตรงไปตรงมาทั้งกาย วาจา ใจ ต่อตนเองและผู้อื่น ความมีเหตุผล หมายถึง ความสามารถในการใช้ปัญญาในการ ประพฤติปฏิบัติ รู้จักไตร่ตรอง ไม่หลงงมงาย ความกตัญญูกตเวที ความกตัญญู หมายถึง ความรู้สึกส านึกในการอุปการคุณ ที่ผู้อื่นมีต่อเรา กตเวที หมายถึง การแสดงออกและการตอบแทนบุญคุณ องค์ประกอบของจริย ริ ธรรม
การรักษาระเบียบวินัย หมายถึง การควบคุมการประพฤติปฏิบัติให้ ถูกต้อง และเหมาะสมกับจรรยามารยาท ข้อบังคับ กฎหมาย และศีลธรรม ความเสียสละ หมายถึง การละความเห็นแก่ตัว การให้ปันกับคนที่ควร ให้ด้วย กำ ลังกาย กำ ลังทรัพย์ กำ ลังปัญญา ความสามัคคี หมายถึง การที่ทุกคนมีความพร้อมเพรียงกันทั้งกายใจ ความคิด เป็นน้ำ หนึ่งใจเดียวกัน ร่วมมือกันกระท ากิจการให้สำ เร็จลุล่วงอย่างดี การประหยัด หมายถึง การใช้สิ่งทั้งหลายพอเหมาะพอควรให้ได้ ประโยชน์ มากที่สุด ไม่ยอมให้มีส่วนเกินมากนัก องค์ประกอบของจริย ริ ธรรม(ต่อ)
ความยุติธรรม หมายถึง การปฏิบัติด้วยความเที่ยงตรงสอดคล้องกับ ความ เป็นจริงและเหตุผล ไม่มีความลำ เอียง ความอุตสาหะ หมายถึง ความพยายามอย่างเข้มแข็งเพื่อให้เกิด ความสำ เร็จ ในการงาน ความเมตตากรุณา หมายถึง ความรักใคร่ปรารถนาจะให้ผู้อื่นเป็นสุข ความ สงสารคือ จะช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ องค์ประกอบของจริย ริ ธรรม(ต่อ)
ประโยชน์ข น์ องจริย ริ ธรรม ต่อตนเอง คนที่มีจริยธรรมย่อมมีเครื่องมือที่ช่วยให้คิดให้กระทำ ในสิ่งที่ดีสร้าง ประโยชน์แก่ตนเองและส่วนรวม มีสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและจูงใจให้ทำ แต่สิ่งดี ๆมีความเจริญต่อ ตนเอง ต่อสังคม คนที่มีจริยธรรม ย่อมทำ สิ่งที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและแก่ผู้อื่น อย่างน้อยการไม่ทำ ชั่ว ชั่ ก็เป็นการช่วยให้สังคมไม่ต้องแก้ไขปัญหา ด้านการรักษาจริยธรรม จริยธรรมเป็นสิ่งที่ดีมีคุณค่าทั้งทางกาย ใจ และสังคม ดังกล่าวมาแล้ว จะรักษาไว้ได้ก็ด้วยการปฏิบัติ ถ้าไม่ปฏิบัติแล้วก็เป็นเพียงตัว หนังสือหรือคำ พูด เปล่า ๆ จะช่วยใครไม่ได้ทั้งสิ้น การพัฒนาบ้านเมือง ต้องพัฒนาจิตใจคนก่อน หรืออาจพัฒนาควบคู่กันไปกับ การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม
ความสำ คัญของคุณธรรมและจริยธรรมที่กล่าวมา นี้ ประเด็นที่สำ คัญก็คือ สามารถลด ปัญหาและขจัด ปัญหาที่จะเกิดขึ้นแก่บุคคล สังคม และประเทศชาติได้ เมื่อทุกคนประพฤติปฏิบัติ ตนดีแล้ว อุปสรรค ศัตรู ภัย อันตราย ก็จะหมดสิ้นไป ผู้คนมีแต่ความรักต่อกัน สังคมมีแต่ความสงบ และประเทศชาติก็จะเจริญรุ่งเรือง สรุป จริย ริ ธรรม
สรุป คุณธรรม-จริย ริ ธรรม คุณธรรม หมายถึง สภาพคุณงามความดีและความถูกต้องซึ่งบุคคลควรยึดมั่นไว้เป็น หลักการในการปฏิบัติตนจนเป็นนิสัยความประพฤติดีงาม เพื่อประโยชน์แก่ตนและ สังคม ซึ่งมีพื้นฐานมาจากหลักศีลธรรมทางศาสนา ค่านิยมทางวัฒนธรรม ประเพณี หลักกฎหมาย จรรยาบรรณวิชาชีพ การรู้จักไตร่ตรองว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำ และอาจ กล่าวได้ว่าคุณธรรม คือ จริยธรรมที่นำ มาปฏิบัติจนเป็นนิสัย เช่น การเป็นคนซื่อสัตย์ เสียสละ และ มีความรับผิดชอบ จริยธรรม หมายถึง ความประพฤติที่เกิดจากคุณธรรม กฎเกณฑ์ที่เป็นแนวทางในการ ประพฤติปฏิบัติตนในสิ่งที่ดีงามสิ่งที่ทำ ได้ในทางวินัยจนเกิดความเคยชินมีพลังใจ มี ความตั้งใจแน่วแน่จึงต้องอาศัยปัญญา และปัญญาอาจเกิดจากความศรัทธาเชื่อถือผู้ อื่น ในทางพุทธศาสนาสอนว่า จริยธรรมคือการนำ ความรู้ ความจริงหรือกฎธรรมชาติ มาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการดำ เนินชีวิตที่ดีงาม
คุณธรรม-จริย ริ ธรรม สำ หรับผู้บริห ริ าร ผู้บริหารการศึกษาทุกคนจึงควรนำ หลักคุณธรรม จริยธรรม ทั้งสัปปุริสธรรม อิทธิบาท พรหมวิหาร สังคหวัตถุ และทศพิธราช ธรรม มาเป็นหลักในการบริหารการศึกษา อันเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าเป็นผู้ บริหารที่สมบูรณ์ ทำ ให้บุคลากรผู้ร่วมงานเกิดแรงจูงใจ ร่วมมือกัน เกิดขึ้น เป็๋นการยอมรับ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา สามารถบริหารนำ พาองค์กรได้พัฒนาก้าวไกลไปข้างหน้าด้วยความ สถาพร มั่น มั่ คง อย่างมีประสิทธิผล และมีประสิทธิภาพ
ขอบคุณครับ