งานวิจัยช้ันเรียน
เร่ือง การพัฒนาความแมน่ ยำในการยิงประตูฟตุ ซอลโดยใชแ้ บบฝึก
ความแม่นยำ ของนักเรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
โดย
นายสุรยิ า วงษ์ดี
ตำแหนง่ ครูคศ.1
กลุ่มสาระการเรียนรูส้ ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา โรงเรียนวดั ดอนดำรงธรรม
สำนักงานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 1
ช่อื งานวิจยั การพัฒนาความแม่นยำในการยิงประตฟู ตุ ซอโดยใชแ้ บบฝกึ ความแม่นยำ ของนักเรียน
ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 6
ชอ่ื ผ้วู ิจยั นายสรุ ิยา วงษ์ดี
ปีทวี่ ิจยั ปีการศกึ ษา 2563
บทคัดย่อ
การวิจัยคร้ังนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างแบบฝึกทักษะความแม่นยำในการยิงประตูฟุตซอลของนักเรียน
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 และเพ่ือเปรียบเทียบทกั ษะการเล่นลกู สองมอื ลา่ งของนักเรยี นก่อนการฝึกและหลงั การ
ฝึก กลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดดอนดำรงธรรม
ปีการศึกษา 2562 จำนวน 20 คน ใช้แบบแผนการทดลองแบบ One Group Pretest – Posttest วเิ คราะห์
ข้อมูลใชว้ ธิ กี ารทางสถติ ิ t-test for Dependent Group
ผลการศึกษาพบว่า นักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนวัดดอนดำรงธรรม ปีการศึกษา
2563 จำนวน 20 คน ที่ได้รบั การฝกึ ความแม่นยำในการยงิ ประตฟู ตุ ซอลทีผ่ ู้วิจยั สร้างข้นึ มที ักษะความแมน่ ยำ
ในการยิงประตูหลงั การฝึกสูงกวา่ ก่อนการฝึก
ประกาศคุณปู การ
งานวิจัยคร้ังนี้สำเร็จสมบูรณ์ได้เป็นอย่างดีด้วยความกรุณาและให้คำปรึกษาแนะแนวทางในการทำ
วิจยั จากนายอิทธิพล กล่นั ดอกไม้ ผูว้ จิ ยั รู้สกึ ซาบซง้ึ และขอกราบขอบพระคณุ เปน็ อยา่ งสงู
ขอขอบใจนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนวัดดอนดำรงธรรม ปีการศึกษา 2563 ที่ให้ความ
ร่วมมอื ในการวิจัยคร้ังนเ้ี ปน็ อย่างดี
ขอกราบขอบพระคุณบิดา มารดา และญาติพีน่ ้องทุกท่าน ตลอดจนรุ่นพ่ี และเพ่ือน ๆ ท่ีเป็นกำลังใจ
และใหค้ วามช่วยเหลอื ผูว้ ิจยั ด้วยดตี ลอดมา
คุณค่าและประโยชน์ใด ๆ ที่พึงมีจากวิจัยฉบับนี้ ขอมอบเป็นเคร่ืองบูชาพระคุณของบิดามารดา ครู
อาจารย์ และผู้มพี ระคุณทกุ ท่าน
สุริยา วงษ์ดี
บทท่ี 1
บทนำ
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
ฟุตซอลเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมในหมู่ของประชาชนคนไทยท่ัวไปเป็นอย่างมาก และเป็นกีฬาที่
ได้รบั ความนิยมทวั่ โลก เน่อื งจากฟตุ ซอลเป็นกีฬาที่สนกุ สนาน ตน่ื เต้น เร้าใจใน ทกุ ๆ นาทขี องการแขง่ ขนั และ
สามารถจัดการแข่งขันได้ตลองทั้งปี แข่งขันไดก้ ับทกุ สภาพอากาศ ในปจั จุบันฟตุ ซอลได้มีการพฒั นาไปมากไม่
ว่าจะเป็นในด้านระบบการเล่น ทักษะต่าง ๆ ที่ได้นำมาผสมผสานกันเป็นกีฬาประเภททีมท่ีดูแล้วสนุกสนาน
เพลดิ เพลิน โดยมีกตกิ าเปน็ ตัวควบคมุ การแข่งขนั
ฟุตซอลมีการแข่งขนั มาตัง้ แต่ปี ค.ศ. 1930 ณ กรงุ มอนเตวิโอ ประเทศอุรุกวัย เป็นเกมที่ชาวอเมริกา
ใต้นยิ มเล่นกันมาก โดยเฉพาะอย่างยิง่ ในประเทศบราซิล ซึ่งเป็น ชาติที่มีทักษะความสามารถเฉพาะตัวในการ
เลน่ ฟุตซอลสงู สุดในโลก ส่วนในประเทศไทยนน้ั ไดม้ ีการจดั การแข่งขันฟุตซอลข้ึนเป็นคร้ังแรกในปี พ.ศ.2540
ดว้ ยความรว่ มมือของหลายๆฝ่าย ท่ีช่วยกันผลักดันกฬี าชนิดนี้ให้ได้รับความนิยมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสมาคม
ฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กรุงเทพมหานครการกีฬาแห่งประเทศไทยและเดอะมอลล์
กรุ๊ป จำกัด ร่วมกันจัดการแข่งขันรายการ “สตาร์ อินดอร์ซอคเกอร์ 1997” ระหว่างวันที่ 12-21 กรกฎาคม
พ.ศ. 2540 ณ ห้องคอนเวนช่ันฮอลล์เดอะมอลล์บางกะปิ กรุงเทพมหานคร โดยมี 12 สโมสรช้ันนำจากไทย
แลนด์ลีกเข้าร่วมการแขง่ ขัน ทีมชนะเลิศได้แก่ สโมสรการท่าเรือแห่งประเทศไทย หลังจากนั้นกฬี าฟตุ ซอลใน
ประเทศไทยก็ได้รับความนิยมอย่างมากมีการจัดการแข่งขันขึ้นอีกหลายรายการ และในปี พ.ศ. 2543 ก็ได้
จดั การแข่งขันฟุตซอลระดับมัธยมศึกษาชิงชนะเลศิ แห่งประเทศไทยข้ึน ในรายการ ควิก จูเนียร์ ฟุตซอล ไทย
แลนด์แชมป์เปียนชิพ 2000 คร้ังท่ี 1 โดยมีการแข่งขันรอบคัดเลือกในแต่ละภาคทั่วประเทศ เพื่อนำทีม
ชนะเลิศและทีมรองชนะเลิศมาทำการแข่งขันกับทีมโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร ซึง่ ได้ทีมที่ชนะเลิศก็คือ ทีม
โรงเรียนกรุงเทพคริสเตยี นวิทยาลัย (ประพันธ์ เปรมศรี และ ไมตรี กลุ บตุ ร. 2548)
จากการสังเกตการเรียนการสอนวิชาพลศึกษา หน่วยการเรียนรู้เรื่องฟุตซอล ของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนวัดดอนดำรงธรรม ปีการศึกษา 2563 พบว่านักเรียนส่วนใหญ่ยังขาดความ
แม่นยำในการยิงประตู และการที่นักเรียนจะมีความแม่นยำในการยิงประตูได้อย่างดีนั้น นอกจากจะต้องมี
ความรู้ท่ีถูกต้องเกี่ยวกับทักษะการยิงประตูแล้ว ต้องอาศัยเวลาในการฝึกฝน ความอดทน และความพยายาม
เป็นอย่างมาก จงึ จะเกดิ ทักษะและความแม่นยำในการยิงประตู ดงั นั้นผู้สอนจงึ พยายามเสาะแสวงหาวธิ กี ารฝึก
ในรูปแบบต่าง ๆ มาใช้พัฒนาความสามารถในการกีฬา เพื่อให้นักเรียนมีความสามารถสูงสุดเท่าท่ีจะทำได้
เพือ่ ใหม้ ีโอกาสได้รับชยั ชนะมากยิง่ ขน้ึ ดังน้ันผูว้ ิจัยจึงคดิ หาวิธกี ารแกไ้ ขปญั หาเพื่อพัฒนาความแม่นยำในการ
ยิงประตู โดยนำแบบฝึกการยิงประตูฟุตซอลเข้าไปพัฒนาเด็กนักเรียนในการยิงประตูฟุตซอล เพื่อเพ่ิมความ
แม่นยำให้นักเรียนมีสามารถได้ดีข้ึนและมีความสนใจในการเรียนพลศึกษามากข้ึนด้วย เพ่ือส่งเสริมการเรยี น
การสอนวชิ าพลศึกษาใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุดต่อผเู้ รยี น และบรรลตุ ามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรตอ่ ไป
ความม่งุ หมายของการวิจัย
1. เพ่อื เปรยี บเทยี บความแม่นยำในการยิงประตูฟตุ ซอลของนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6
โรงเรียนวัดดอนดำรงธรรม ปีการศึกษา 2563 ก่อนและหลังการใช้แบบฝึกความแมน่ ยำในการยิงประตู
2. เพอื่ ศึกษาประสิทธิภาพแบบฝกึ ความแมน่ ยำในการยงิ ประตฟู ตุ ซอลของนกั เรยี นชั้น
ประถมศกึ ษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดดอนดำรงธรรม ปกี ารศกึ ษา 2563
3. เพ่อื สรา้ งแบบฝกึ ความแม่นยำในยงิ ประตฟู ตุ ซอล
ความสำคัญของการวิจยั
ทำให้ทราบผลของการเปรียบเทียบความแม่นยำการยิงประตูโดยใช้แบบฝึกการยิงประตูของ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และเพื่อนำผลการวิจัยครั้งน้ีไปใช้ในการพัฒนาและส่งเสริมให้ผู้เรียนมี
ความสามารถในการยิงประตมู ากย่งิ ขน้ึ และเปน็ แนวทางในการศึกษาค้นคว้าในวิชาอ่นื ๆตอ่ ไป
สมมตุ ฐิ านในการวิจยั
นักเรยี นมีความแมน่ ยำในการยิงประตูฟุตซอล หลังการฝึกมากกว่าก่อนการฝึก
ขอบเขตของการวจิ ยั
กล่มุ เปา้ หมายทใี่ ชใ้ นการวจิ ัย
กลมุ่ เป้าหมายท่ีใชใ้ นการวิจยั ครั้งน้ีเปน็ นักเรียนช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 6 โรงเรียนวดั ดอนดำรงธรรม ปี
การศึกษา 2563 จำนวน 20 คน
ตวั แปรทศี่ ึกษา
1. ตัวแปรอิสระ คอื แบบฝกึ ความแม่นยำในการยงิ ประตฟู ุตซอล
2. ตัวแปรตาม คอื ความแมน่ ยำในการยงิ ประตฟู ุตซอล
ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจยั
กิจกรรม ระยะเวลาในการดำเนินกจิ กรรม
กรกฎาคม สงิ หาคม กนั ยายน ตลุ าคม
ศึกษาปญั หา
ศกึ ษาเอกสารและงานวิจยั ท่ีเกยี่ วข้อง
พฒั นาแบบฝึก
ทดลองใชก้ ับกล่มุ ตัวอย่าง
สรปุ ผลและรายงานผลการวิจยั
นิยามศพั ท์เฉพาะ
1. ความแมน่ ยำ หมายถงึ การยงิ ประตูเขา้ เปา้ ท่ีกำหนดใหไ้ ด้คะแนนมากทส่ี ุด
2. การเปรียบเทยี บ หมายถงึ การวดั ความแม่นยำในการยงิ ประตกู อ่ นและหลังการฝึก
บทท่ี 2
เอกสารและงานวจิ ัยท่เี ก่ียวข้อง
การวิจยั คร้งั นผี้ ้วู ิจัยได้คน้ ควา้ และงานวิจัยท่ีเกย่ี วขอ้ งดงั นี้
1. องค์ประกอบสำคญั ทจ่ี ะทำให้นักกฬี ามีความสามารถทางการกฬี าสงู สุด
1.ทกั ษะ ( Skill ) เป็นความสามารถของนักกีฬาซึ่งเปน็ ผลมาจากการเรียนรู้และการฝึกหัด นักกฬี าที่
มที ักษะสูงก็จะแสดงความสามารถได้ในระดับสูง นกั กีฬาทีม่ ีทักษะตำ่ ก็จะแสดงความสามารถได้ในระดับต่ำ
2.สมรรถภาพทางกาย ( Physical fitness ) เป็นดชั นีท่จี ะชใี้ หเ้ หน็ วา่ นักกีฬาจะนำเอาความสามารถ
ทางด้านร่างกายที่มอี ยูม่ าใช้ได้ดีมากน้อยเพียงใด นกั กีฬาท่มี ีสมรรถภาพทางกายดี
กจ็ ะนำเอาความสามารถที่มอี ยมู่ าใชไ้ ด้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
3.สมรรถภาพทางจิต ( Mental fitness ) เป็นดชั นที ี่ช้ีให้เหน็ ถงึ ความสามารถทางจิตซง่ึ จะมีส่วน
เก่ียวขอ้ งกับความสามารถทางกาย ที่จะแสดงพฤตกิ รรมการเคล่ือนไหวทมี่ ปี ระสิทธิภาพ สมรรถภาพทางจิต
เกิดขึ้นไดจ้ าการนำเอาหลกั จติ วทิ ยาการกีฬามาฝึกฝนหลกั การดังกลา่ วไดแ้ ก่
การฝกึ จินตภาพ
องค์ประกอบของการฝกึ
การฝึกซ้อมต้องคำนงึ ถึงองคป์ ระกอบพน้ื ฐานดงั ต่อไปน้ี
1. กจิ กรรมหรือชนดิ ของการฝึก
2. ระยะเวลาในการฝึกแต่ละวนั
3. ความหนกั เบาของกจิ กรรม
4. ระยะเวลาการฝึกทัง้ โปรแกรม
5. ระดับสมรรถภาพของรา่ งกายก่อนการฝกึ
ปัจจัยทม่ี ีผลตอ่ การฝึก
ผลของการฝึกน้นั ได้รบั อทิ ธิพลจากปัจจัยหลาย ๆ อยา่ งดงั ตอ่ ไปน้ี
1. ความหนกั ของการฝึก
2. ความบ่อยของการฝึกและระยะเวลาของการฝกึ
3. ขอ้ จำกัดด้านพนั ธกุ รรม
4. วธิ กี ารออกกำลงั กายในโปรแกรมการฝกึ
องคป์ ระกอบพ้นื ฐานในการในการฝกึ ฟตุ ซอล
1. องคป์ ระกอบภายในตัวนกั กีฬา( Individual Factors )
1.1 เทคนิคการเลน่
1.2 ยุทธวธิ กี ารเล่น
1.3 สมรรถภาพทางกาย
1.4 สว่ นประกอบของรา่ งกาย
2. องค์ประกอบภายนอก
2.1 อปุ กรณต์ า่ ง ๆ ในการฝึกซ้อมและแขง่ ขนั ฟตุ ซอล อปุ กรณ์ต่าง ๆ เปน็ สิง่ จำเปน็
สำหรบั นักฟุตซอล ซึ่งตอ้ งได้มาตรฐานและมคี ุณภาพ
2.2 ส่ิงอำนวยความสะดวกตา่ ง ๆ สโมสรหรอื ทมี ใดท่ีมคี วามพรอ้ มในเร่อื งของสถานที่
หรอื สิง่ อำนวยความสะดวกจะเป็นองคป์ ระกอบเสริมให้นกั ฟตุ ซอลเกดิ ความสามารถเพ่ิมขนึ้ ได้
2.3 สภาพอากาศ สภาพอากาศนับวา่ มผี ลกระทบต่อการเล่นฟุตซอลประการหน่ึง การ
ฝึกซอ้ มในอุณภูมทิ ่ีใกล้เคยี งหรอื เหมือนการแข่งขันจรงิ จะชว่ ยให้นกั กีฬาสามารถปรบั ตวั ในการเล่นจึงเปน็ ข้อ
ได้เปรียบทางการเล่นอย่างหน่ึง
2.4 องคป์ ระกอบภายนอกอน่ื ๆ เชน่ ผปู้ กครอง ครอบครวั ผู้ฝึกสอน และสภาพของ
สโมสรทเี่ ล่น เป็นตน้ ( ชลัช ภริ มย์. 2539 : 1 – 10 )
3. เอกสารที่เกีย่ วข้องกบั การหาประสิทธภิ าพ
3.1 ความหมายของการหาประสทิ ธภิ าพ
ในการหาประสิทธภิ าพมีผใู้ หค้ วามหมายไว้หลายประการดงั น้ี
อธพิ ร ศรยมก (2529 : 211) กลา่ วถงึ การประเมินผลการสือ่ การสอนว่า หมายถงึ การ
ตรวจสอบคุณภาพของส่ือการสอนนั้น ๆ ว่ามีคุณภาพเพียงใดช่วยใหก้ ารเรยี นการสอนบรรลวุ ตั ถุประสงค์
หรือไม่ ถา้ ไม่เป็นเพราะเหตุใดขอ้ มูลท่ไี ดจ้ ากการประเมินผลส่ือการเรยี นการสอนจะสามารถนำมาปรับปรงุ สอ่ื
การสอนให้มีคุณภาพต่อไป
ไชยยศ เรอื งสวุ รรณ (2526 : 127) กลา่ วถึงการหาประสทิ ธภิ าพสอื่ การสอนว่าเปน็ การ
ประเมินหรือพิจารณาคุณค่าต่าง ๆ ของส่ือนน้ั ๆ เพ่ือจะได้แก้ไขปรบั ปรงุ ใหไ้ ดผ้ ลตามจุดมุ่งหมายกอ่ นทจ่ี ะนำ
สอื่ นนั้ ไปใช้ในระบบกระบวนการเรียนการสอนและเผยแพรต่ อ่ ไป
บุญชม ศรีสะอาด (2533 : 23) กล่าวถงึ การหาประสทิ ธิภาพสื่อการสอนวา่ เปน็ การ
ประเมนิ ผลส่ือการสอนวา่ ส่ือการสอนคณุ ภาพละมีคุณค่าหรอื ไม่ ในระดบั ใด
สรุปได้ว่าสื่อการสอนนั้นคุณภาพของสื่อการสอน เปน็ ขน้ั ตอนทีส่ ำคัญของกระบวนการผลิต
สอ่ื การสอนวา่ สื่อการสอนน้นั มีคุณภาพเพยี งใด มีจดุ เด่นจดุ ดว้ ยอยา่ งไร ตรวจสอบและพจิ ารณาคุณคา่ ของสอ่ื
อยา่ งมรี ะบบ และนำส่อื ท่ไี ดก้ ารตรวจสอบแลว้ มาปรบั ปรุงและพัฒนาก่อนนำสือ่ ไปใช้ในการจดั กิจกรรมการ
เรยี นการสอนให้มีประสทิ ธิภาพต่อไป
3.2 ข้นั ตอนการหาประสิทธภิ าพ
การทดสอบประสิทธิภาพเป็นกระบวนการสำคญั ที่จะทำให้ทราบวา่ เม่อื ใช้ส่อื กบั นักเรียนแลว้ เกิด
ประสทิ ธิผลในการเรยี นการสอนมากน้อยเพยี งใด
ฉลองชัย สุรวฒั นบูรณ์ (2528 : 214-215) ได้กล่าววา่ ถงึ ขน้ั ตอนการทดสอบหาประสทิ ธิภาพของสือ
ว่าจะต้องนำไปทดลองใช้ (Tryout) เพื่อปรบั ปรงุ แก้ไขแล้วนำไปทดลองสอนจิรง เพือ่ นำผลทไี่ ดม้ าปรบั ปรุง
แก้ไขเสรจ็ แล้ว จึงดำเนนิ การผลิตเปน็ จำนวนมากหรือใชส้ อนในชนั้ เรยี นตามปกติได้การทดลองมีขนั้ ตอนดังน้ี
1. ทดลองกับผ้เู รยี นแบบเดยี่ ว โดยทดลองใช้กบั ผเู้ รียน 1 คน ซงึ่ มรี ะดับความรคู้ วามสามารถอ่อน
ปานกลางและเก่ง คำนวณหาประสทิ ธภิ าพของสอ่ื แล้วปรบั ปรงุ ให้ดขี ้นึ
2. ทดลองกบั ผู้เรยี นเปน็ กลุ่มต้ังแต่ 6-10 คน ทง้ั ผู้เรยี นเก่ง และออ่ น คำนวณหาประสทิ ธภิ าพของสอ่ื
แล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ดีข้ึน
3. ทดลองภาคสนาม เป็นการทดลองกบั นักเรยี นท้งั ชัน้ 400-100 คน คำนวณหาประสทิ ธิภาพแล้ว
ปรบั ปรงุ แกไ้ ขใหด้ ีขน้ึ ผลลพั ธท์ ีไ่ ด้ควรใกล้เคียงกับเกณฑ์ที่ตงั้ ไวต้ ่ำกวา่ เกณฑ์ได้ไมเ่ กนิ 2.5%
3.3 เกณฑ์การหาประสิทธภิ าพ
การกำหนดเกณฑป์ ระสิทธิภาพเปน็ การคาดหมายวา่ ผเู้ รยี นจะบรรลจุ ุดประสงคห์ รอื เปล่ียน
พฤตกิ รรมเปน็ ทพ่ี ึงพอใจของผปู้ ระเมิน โดยกำหนดใหเ้ ปน็ เปอร์เซ็นต์ผลเฉล่ียของคะแนนการทำงานและการ
ประกอบกิจกรรมของผูเ้ รียนทง้ั หมดต่อเปอรเ์ ซน็ ต์ของผลการสอบหลงั เรียนของผูเ้ รียนท้ังหมด นน่ั คอื E1/E2
หรือประสิทธภิ าพของกระบวนการ/ประสทิ ธภิ าพของผลลพั ธ์
ประสิทธิภาพของกระบวนการ คือการประเมินพฤตกิ รรมตอ่ เนอื่ ง (Terminal Behavior) ของผู้เรยี น
ได้แก่ การประเมินกจิ กรรมกลมุ่ งานที่มอบหมาย และกิจกรรมอ่นื ๆ ที่ผูส้ อนกำหนดไว้
ประสทิ ธิภาพของผลลพั ธ์ คือ การประเมนิ พฤตกิ รรมขั้นสดุ ท้าย (Terminal Behavior) โดยพจิ ารณา
จากการสอบหลังการเรยี นและการสอบไล่
เสาวนีย์ สกิ ขาบณั ฑติ (2525 : 294-295) เสนอแนวทางในการหาประสทิ ธภิ าพของชดุ การสอนโดย
ถือหลกั แบบสมรรถฐานคือถอื เกณฑ์ 90/90 โดยใช้สตู รคำนวณหาประสิทธภิ าพดงั น้ี
x
E1 = N 100
A
F
E2 = N 100
B
โดย E 1 หมายถึง ประสิทธิภาพของกระบวนการทจ่ี ดั ไวใ้ นชดุ การสอบ คอื เป็นร้อยละจาก
การทำแบบฝึกหัดและ/หรือประกอบกิจกรรมการเรยี น
E 2 หมายถงึ ประสทิ ธภิ าพของผลลัพธ์ พฤติกรรมท่เี ปลย่ี นในตัวผเู้ รยี นเป็นร้อยละจาก
การทำแบบทดสอบหลังเรียนและ/หรือประกอบกิจกรรมหลังเรยี น
∑x หมายถงึ คะแนนรวมของผทู้ ำแบบฝกึ หัดและ/หรอื ประกอบกจิ กรรมการเรยี น
∑F หมายถึง คะแนนรวมของผู้เรยี นจากทดสอบหลังเรียนประกอบกิจกรรหลังเรยี น
N หมายถงึ จำนวนผูเ้ รียน
A หมายถึง คะแนนเตม็ ของแบบฝึกหัด/หรอื กจิ กรรมการเรยี น
B หมายถงึ คะแนนเตม็ ของแบบทดสอบหลังเรียนและ/หรอื กจิ กรรมหลังเรยี น
หากผ้เู รียนไดค้ ะแนนไมถ่ งึ เกณฑท์ ตี่ ั้งไว้จะต้องแกไ้ ขปรบั ปรุงชดุ การสอนนั้น แล้วหาประสิทธิภาพใหม่
อีกคร้ัง ถ้ายงั ไดผ้ ลตำ่ กว่าเกณฑ์ทตี่ ้ังไว้ก็ตอ้ งปรับปรงุ แก้ไขอีกจนกว่าจะไดผ้ ลตามเกณฑท์ ต่ี ั้งไว้
นอกจากน้ี อรพรรณ พรสีมา (2530 : 129-130) เสนอแนวทางการกำหนดเกณฑ์ความสัมพันธ์
ระหว่างผลลัพธ์รวมและผลลัพธ์เฉพาะมุ่งหมายเป็นการประเมินผลพฤติกรรมขั้นสุดท้ายโดยพิจารณาจาก
คะแนนสอบหลังเรียน เกณฑ์ท่ีใช้คือ E1/E2 อาจเท่ากับ 80/80 หรือ 90/90 หรืออื่น ๆ อีกก็ได้ แต่ถ้ากำหนด
เกณฑ์ไวต้ ่ำเกนิ ไป อาจทำให้ผู้เรียนไมเ่ ชื่อคุณภาพของบทเรียน การหาคา่ E1/E2 อาจใช้วิธีการคำนวณหาค่า
รอ้ ยละโดยใชส้ ตู รตอ่ ไปนี้
E1 = X 100
A
โดย E 1 หมายถึง คา่ ประสิทธิภาพของผลลพั ธร์ วม
X
A หมายถงึ คะแนนสอบกอ่ นเรยี นโดยเฉล่ยี ของผ้เู รยี นทง้ั หมด
หมายถงึ คะแนนเตม็ ของการสอบก่อนเรียน
E2 = F 100
B
โดย E 2 หมายถงึ คา่ ประสิทธิภาพของผลลพั ธ์รวม
F
หมายถงึ คะแนนสอบกอ่ นเรยี นโดยเฉลย่ี ของผเู้ รียนทัง้ หมด
B หมายถงึ คะแนนเต็มของการสอบก่อนเรียน
นอกจากนี้ยังสามารถทดสอบประสิทธภิ าพ โดยอาศัยเกณฑ์พัฒนาของผู้เรียนกล่าวคือ การทดสอบ
ความก้าวหน้าของผู้เรียนที่เกิดจากการศึกษาบทเรียนหรือชุดการเรียนโดยพิจารณาความแตกต่างระหว่าง
คะแนนสอบก่อนเรียนและคะแนนสอบหลังเรียน และพิจารณาทั้งสองชุดน้ันมีนัยสำคัญที่ระดับไดระดับ
นัยสำคัญที่จดั ว่าใช้ได้ต้องไมต่ ำ่ กว่า 0.5 โดยใช้สูตร ดงั ต่อไปน้ี
t = D
N D2 − ( D)2
N (N −1)
โดย ∑D หมายถงึ ผลรวมของความแตกต่างระหว่างคะแนนสอบกอ่ นเรยี น และหลังเรยี นของ
ผู้เรยี นแตล่ ะคน
N หมายถงึ จำนวนผู้เรียน
∑D2 หมายถงึ ผลรวมของกำลังสองของแต่ละความแตกตา่ ง ระหว่าง คะแนนสอบกอ่ น
เรียนและหลงั เรยี นของผเู้ รยี นแต่ละคน
df หมายถงึ N-1
นำคา่ ที่ไดจ้ ากการคำนวณไปตรวจสอบไปตารางทดสอบ (t-test) ถ้าค่าที่ได้จากการคำนวณมากว่า
คา่ ที่ได้จากตาราง (ไมต่ ดิ เคร่อื งหมายติดลบ) ย่อมแสดงวา่ การสอนหรือสือ่ น้นั มีคณุ ภาพและชว่ ยให้ผูเ้ รยี นเกดิ
การเรยี นรไู้ ดจ้ รงิ (อรพรรณ พรสมี า, 2530: 129-130)
ดงั น้ัน จึงสรุปได้ว่าในการหาประสิทธิภาพของชุดการสอนจึงตอ้ งมเี กณฑ์ในพัฒนาการของผู้เรียนแต่
ละคนเปน็ หลักบางแนวคิดอาจใช้เกณฑค์ วามสมั พันธ์ระหว่างกระบวนการและผลลพั ธโ์ ดยเฉลีย่ บางแนวคดิ อาจ
หาความสัมพนั ธ์ระหวา่ งคะแนนการทดสอบหลังเรยี นโดยเฉลย่ี ของผู้เรยี นทง้ั กลมุ่ กับคะแนนทดสอบหลงั เรยี น
โดยเฉลยี่ ของผู้เรยี นทั้งกลุม่ ในแต่ละกลมุ่ ในแต่ละจดุ มุ่งหมายส่วนการทีจ่ ะตดั สินใจเลอื กแนวคิดใดในการ
กำหนดเกณฑ์การปาประสิทธภิ าพน้ันข้ึนอยูก่ บั ความเหมาะสมความสอดคลอ้ ง และกระบวนการใช้ชุดการสอน
แต่ละประเภทที่สร้างขึ้น
3.4 การยอมรบั ประสทิ ธิภาพ
อธิพร ศรยมก (2529 : 252) กล่าวว่าชุดการสอบที่ผ่านกระบวนการทดสอบประสิทธิภาพตามช้ัน
ตอนน้ันต้ังแต่การทดลองแบบเด่ียว (1 : 1) แบบกลุ่มย่อย (1 : 10) และกลุ่มใหญ่ (1 : 100) แล้วจำนำผลของ
คะแนนมาเทียบค่าระหว่างผลของประสิทธิภาพกับเกณฑ์ที่ตั้งไวเ้ พื่อดูว่าจะยอมรับประสิทธิภาพหรือไม่ การ
ยอมรับประสิทธิภาพให้ถอื คา่ แปรปรวน 2.5-5% น้ันคอื ประสิทธภิ าพของชดุ การสอน ไมค่ วรต่ำกว่าเกณฑ์ 5%
แต่โดยปกติ จะกำหนดไว้ 2.5% ตัวอย่างเช่น เราตง้ั เกณฑ์ประสิทธิภาพไว้ 90/90 เมื่อทดลองแบบกลุ่มใหญ่
(1 : 100) แล้วปรากฏว่าชุดการสอนนั้นมีประสิทธิภาพ 87.5/87.5 กล่าวคือต่ำกว่าเกณฑ์ที่ต้ังไว้ แต่เราก็
ยอมรับได้ว่า ชดุ การสอนท่เี ราสร้างขน้ึ น้นั มปี ระสิทธิภาพยอมรับได้
ฉลองชัย สุรวัฒนบูรณ์ (2525 : 215) ได้เสนอเกณฑ์ประสิทธิภาพของชุดการสอบ ท่ีผลิตได้น้ัน
กำหนดไว้ 3 ระดบั คอื
1. สูงกว่าเกณฑ์ เมือ่ ประสทิ ธิภาพของชดุ การสอนเทา่ กับหรอื สงู กว่าเกณฑ์ทีต่ ง้ั ไว้ ไมเ่ กนิ 2.5% ขึ้นไป
2. เทา่ เกณฑ์ เป็นประสทิ ธิภาพของชุดการสอนเทา่ กับหรอื สูงกวา่ เกณฑท์ ต่ี ั้งไว้ ไมเ่ กนิ 2.5%
3. ต่ำกว่าเกณฑ์ เม่ือประสิทธิภาพของชุดการสอนต่ำกว่าเกณฑ์แต่ไม่ต่ำกว่า 2.5% ถือว่ายังมี
ประสิทธิภาพยอมรบั ได้
งานวจิ ัยท่เี ก่ยี วขอ้ ง
งานวิจัยต่างประเทศ
วิลคอกซ์ ( Wilcox. 1971 : 1908 - A ) ได้ศกึ ษาวจิ ัยเรื่องการเปรยี บเทยี บวิธีการยก
น้ำหนักท่ีมีต่อผลการพัฒนาความแข็งแรงของขา กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาชายระดับมหาวิทยาลัย ท่ี
ลงทะเบียนเรียนวิชายกน้ำหนัก ก่อนการฝึกทุกคนผ่านการทดสอบความแข็งแรงของขาท้ังหมดได้แก่ การ
กระโดดขีดฝาผนัง การงองุ้มฝ่าเท้า การเหยียดของเข่า การเหยียดของสะโพก การงอของสะโพก แบ่งกลุ่ม
ตวั อย่างออกเป็นสองกลุ่มฝึกติดต่อกนั เป็นเวลา 8 สปั ดาห์ สัปดาห์ละ 2 วนั โดยกลุม่ ท่ี 1 ใช้ เลคเพรส
แมชชีน ( Leg-press Machine ) กลุ่มที่ 2 ใช้ เบนช์ สคว๊อทส์ (Bench Squats ) ทั้งสองกลุม่ ฝึกยกนำ้ หนัก
รวม 5 เท่า ฝึกวันละ 3 ชุด ๆ ละไม่เกิน 10 ครั้ง หลังจากฝึกครบ 8 สัปดาห์ ทดสอบเหมือนก่อนการฝึก ผล
วิจยั พบวา่
1. การฝึกโดยใช้ เลคเพรส แมชชนี มีการพัฒนาความแขง็ แรงของขาและการกระโดดขีดฝาผนงั
อยา่ งมนี ัยสำคญั
2. การฝกึ ท้ังสองแบบมผี ลต่อการงุม้ ของฝา่ เท้า การเหยียดของเขา่ การงอของสะโพกอยา่ งมี
นยั สำคญั
งานวจิ ัยในประเทศ
สุชาติ จนั ทร์มณี ( 2544 : บทคัดยอ่ ) ได้ทำการศกึ ษาเก่ียวกับ ความแม่นยำในการยิง
ประตฟู ุตบอล ดว้ ยการเตะลกู โทษแบบสปนิ ณ จุดโทษนอกเขตโทษระยะ 25 หลา ของมุมทแ่ี ตกต่างกนั โดยมี
นักกีฬาท่เี ข้าร่วมแข่งขนั ฟุตบอล ภายในกองทพั บกคร้งั ท่ี 51 ประจำปี 2544 จำนวน 8 ทมี แต่ละทีมมนี กั
ฟตุ บอล 18 คน เลอื กนักฟตุ บอลที่ทำหนา้ ทีย่ ิงประตมู ามาทีมละ 4 คน นกั ฟุตบอลทถี่ นัดเท้าขวา 2 คน และ
นกั ฟตุ บอลทถ่ี นดั เท้าซ้ายมา 2 คน รวม 32 คน เลอื กกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ( Purposive Sampling )
ผู้ที่ถนัดเท้าขวาเขา้ ทดสอบในมมุ 15 องศา, 30 องศา, 45 องศา, 60 องศา,75 องศา,90 องศา
ด้านซ้ายของสนาม สว่ นผทู้ ดสอบท่ีถนัดเท้าว้ายทดสอบมมุ 15 องศา, 30 องศา, 45 องศา, 60 องศา,75 องศา
,90 องศา ด้านขวาของสนาม จากนนั้ นำขอ้ มลู มาหาค่าเฉลี่ย สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน และค่ารอ้ ยละ รวมทงั้
ทดสอบคา่ แตกต่างของแต่ละมมุ โดยวเิ คราะหค์ ่าแปรปรวนแบบทางเดียว (F–test) ถา้ พบว่ามีความแตกต่าง
กนั จะทำการวิเคราะห์เปน็ รายคู่ โดยวธิ ขี องนวิ แมนคลู ส์ ( Newman Keuls )
ผลการวจิ ยั พบวา่ ความแมน่ ยำในการยิงประตูฟุตบอล ด้วยการเตะลูกโทษแบบสปนิ ณ จุดโทษ
นอกเขตโทษระยะ 25 หลา ของมมุ ท่แี ตกต่างกัน มคี วามแตกต่างกันอยา่ งมนี ัยสำคัญทางสถิติทีร่ ะดบั . 05
บทที่ 3
วิธีการดำเนินการวิจัย
ในการวิจยั คร้งั น้ผี ู้วจิ ัยได้ดำเนนิ การตามขัน้ ตอนดังนี้
แหล่งขอ้ มลู และกล่มุ เป้าหมาย
กลมุ่ เป้าหมายในการวิจยั คร้งั นี้ เปน็ นกั เรยี นช้ันประถมศึกษาปที ่ี 6 โรงเรียนวัดดอนดำรงธรรม
ปีการศกึ ษา 2563 จำนวน 20 คน แบง่ เป็นนักเรียนชาย 18 คน จำนวนนักเรียนหญิง 2 คน
เครอ่ื งมอื ท่ีใช้ในการวจิ ัย
1. โปรแกรมการฝกึ ความแมน่ ยำในการยงิ ประตูฟุตซอลทผ่ี วู้ ิจยั สรา้ งข้ึน
2. แบบทดสอบความแมน่ ยำในการยงิ ประตฟู ตุ ซอลท่ผี ้วู จิ ัยสรา้ งขึ้น
3. ใบบนั ทึกคะแนนความความสามารถในการยงิ ประตูและทักษะการทรงตวั การวางเท้ากอ่ นการ
ฝกึ และหลงั สัปดาห์ท่ี 4
ขั้นตอนการดำเนนิ การทดลอง
1. ศึกษาตำรา เอกสาร และงานวจิ ยั ทีเ่ กย่ี วขอ้ ง
2. นำขอ้ มูลตา่ ง ๆที่ไดร้ วบรวมมาออกแบบโปรแกรมการฝกึ ความแมน่ ยำในการยงิ ประตูฟตุ ซอล
โดยใช้แบบฝึกความแม่นยำในการยิงประตฟู ุตซอล วธิ ีการทดสอบ อุปกรณ์ตา่ ง ๆท่ีใช้ในการทดสอบ และการ
ให้คะแนนแบบทดสอบ
3. นำเสนอแบบโปรแกรมการฝึก การทดสอบ ให้ผู้เช่ียวชาญตรวจสอบ เพื่อขอความเห็นชอบ
ตลอดจนปรับปรุงแกไ้ ขขอ้ บกพร่องต่าง ๆ ท่เี กย่ี วขอ้ ง
4. นำแบบฝึก การทดสอบ ท่ีผู้วิจัยสร้างข้ึนมาปรับปรุงแก้ไข และวางแผนการรวบรวมข้อมูลใน
ขั้นตอนต่าง ๆกับกลมุ่ เปา้ หมาย
5. ดำเนินการทดลองกับกลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนช้ันมัธยมศึกษา ปีที่ 3/4 โรงเรียนทุ่งขนาน
วทิ ยา ปีการศึกษา 2558 จำนวน 20 คน ทุกวันจนั ทร์เวลา เป็นเวลา 50 นาที จำนวน 4 สปั ดาห์
6. วิเคราะห์ข้อมูลและอภิปรายผล
7. สรปุ ผลการทดลอง
วธิ ีการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
1. จดั เตรยี มสถานท่แี ละอุปกรณ์ โปรแกรมฝึกเพ่ือใช้ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
1.1 สถานที่ได้แก่ สนามฟตุ ซอลโรงเรยี นวดั ดอนดำรงธรรม
1.2 อปุ กรณ์ประตูฟตุ ซอล
1.3 ลกู ฟตุ ซอลจำนวน 15 ลกู
1.4 กรวย 2 อัน
1.5 เทปวัดระยะ
1.6 นกหวีด
1.7 นาฬิกาจบั เวลา
2.8 แบบบันทกึ ผลการยิงประตู
2. เตรียมอุปกรณ์และสถานท่ีในการเก็บรวบรวมข้อมูล พร้อมกับนัดหมายวัน เวลา ในการ
ทดสอบ และอธบิ ายถงึ ขน้ั ตอนและวธิ ีการต่าง ๆ กับกลุม่ เปา้ หมาย
3. ทำการเก็บรวบรวมข้อมูล 2 ครั้ง โดยการทดสอบวัดความแม่นยำในการยิงประตูฟตุ ซอล ก่อน
การฝกึ และหลังจากการใชโ้ ปรแกรมการฝกึ ไปแล้ว 4 สัปดาห์
4. นำผลการทดสอบมาวเิ คราะห์ทางสถิติ
5. สรปุ ผลการวจิ ยั และขอ้ เสนอแนะความคิดเห็นทไ่ี ด้จากการศกึ ษาวจิ ยั ครง้ั น้ี
แบบแผนการทดลอง
การศกึ ษาค้นควา้ คร้งั นเ้ี ปน็ การวจิ ยั เชงิ ทดลองซึ่งทำการทดลองตามแบบแผนการวิจยั แบบ
One Group Pretest – Posttest (ล้วน สายยศ และ องั คณา สายยศ. 2538 : 58) ซงึ่ มีแบบแผนการทดลอง
ดังตาราง 1
ตาราง 1
กลุ่ม สอบก่อน ทดลอง สอบหลงั
E T1 X T2
สญั ลกั ษณท์ ่ีใชใ้ นแบบแผนการทดลอง
E แทน กล่มุ ทดลอง
X แทน การใชแ้ บบฝกึ ทักษะการเล่นลูกสองมือล่าง
T1 แทน การทดสอบก่อนฝกึ
T2 แทน การทดสอบหลงั ฝกึ
สตู รการหาประสิทธิภาพของแบบฝกึ
ใชส้ ูตร E1/ E2 เพ่อื ตรวจสอบคุณภาพเคร่อื งมือ ว่าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นหลังจาก
ไดร้ บั การจดั การเรยี นรแู้ บบมีส่วนรว่ ม มีประสิทธภิ าพตามเกณฑ์ 80/ 80 ดงั น้ี
X
สูตรที่ 1 E1 = N 100
A
เม่อื E1 แทน ประสิทธิภาพของแผนจดั การเรียนรแู้ บบมสี ่วนร่วมคดิ เป็นรอ้ ยละของคะแนน
เฉล่ยี ทีไ่ ดจ้ ากการทำแบบฝกึ หัดระหวา่ งเรียน
X แทน คะแนนรวมจากการทำแบบฝกึ หัดหรือกิจกรรมระหว่างเรยี นของนักเรียน
N แทน จำนวนนักเรยี นทง้ั หมด
A แทน คะแนนเต็มของแบบฝกึ หดั ระหวา่ งเรียนหรอื กจิ กรรมระหว่างเรยี น
X
สตู รท่ี 2 E2 = N 100
B
เม่ือ E2 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ ( พฤตกิ รรมที่เปล่ยี นในตวั ผ้เู รยี นหลงั จากไดร้ ับการ
จัดการเรียนรู้แบบมสี ่วนร่วม ) คดิ เป็นร้อยละของคะแนนเฉลยี่ ท่ไี ดจ้ ากการทำแบบทดสอบหลังเรียนหรอื
กจิ กรรมหลงั เรยี น
F แทน คะแนนรวมจากการทำแบบทดสอบหลังเรียนหรือกจิ กรรมหลงั เรยี น
N แทน จำนวนนกั เรยี นทงั้ หมด
B แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลงั เรยี นหรือกิจกรรมหลังเรียน
สถิตทิ ีใ่ ชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มลู
1. หาค่าคะแนนเฉล่ีย (Mean) ของคะแนนจากการทดสอบทักษะการยิงประตู
2. หาคา่ ความเบ่ียงเบนมาตรฐาน (SD.) ของคะแนนจากการทดสอบทกั ษะการยงิ ประตู
3. หาคา่ ความเช่ือมนั่ ของแบบทดสอบ โดยวธิ สี อบซ้ำ (Test – retest)
4. หาประสทิ ธิภาพของแบบฝกึ โดยถอื เกณฑ์ 80/8
การตรวจสอบคุณภาพเครือ่ งมอื
วธิ กี ารทดสอบความสามารถในการยงิ ประตฟู ตุ ซอลอปุ กรณแ์ ละสถานที่
1. สนามฟตุ ซอล
2. ประตฟู ุตซอล กว้าง 3 เมตร สงู 2 เมตร
3. ลูกฟตุ ซอล 15 ลูก ขนาดเบอร์ 3.7
4. เทปวดั ระยะ
5. นาฬิกาจบั เวลา
6. เชอื ก
7. นกหวีด
8. กรวย 2 อัน
บทที่ 4
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
ในการวิจยั ครั้งน้เี ปน็ การพฒั นาทักษะความแม่นยำในการยงิ ประตู ของนกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6
โรงเรยี นวัดดอนดำรงธรรม ปีการศกึ ษา 2563 จำนวน 20 คน โดยใชแ้ บบฝกึ ความแมน่ ยำในการยงิ ประตู
ผูว้ จิ ัยได้เสนอผลการวจิ ยั ดังนี้
สัญลักษณท์ ใี่ ชใ้ นการวเิ คราะห์ข้อมูล
ในการเสนอผลการวเิ คราะห์ข้อมลู เพื่อความเข้าใจตรงกนั กับผ้วู จิ ัยจงึ กำหนดสญั ลักษณท์ ่ีใช้ในการ
วิเคราะหข์ อ้ มลู
N แทน จำนวนนกั เรยี น
X แทน ค่าเฉลย่ี คะแนนจากการทดสอบ
S.D. แทน คา่ ความเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
∑ แทน ผลรวมของคะแนนจากการทดสอบ
∑D แทน ผลรวมของความแตกต่างจากการเปรียบเทยี บกนั เปน็ รายบคุ คลระหว่าง
คะแนนที่ได้รับจากการทดสอบกอ่ นการใช้แบบฝึกกบั หลังใช้แบบฝกึ
ทักษะความแมน่ ยำในการยิงประตู
∑D2 แทน ผลรวมกำลังสองของความแตกต่างจากการเปรียบเทยี บกนั เปน็ รายบคุ คล
ระหว่างคะแนนทไี่ ดร้ ับจากการทดสอบก่อนการใช้แบบฝกึ กบั หลงั ใช้แบบฝกึ ความ
แมน่ ยำในการยิงประตู
t แทน คา่ สถิตทิ ีใ่ ช้เปรยี บเทยี บกับค่าวกิ ฤตในตารางแจกแจง
T1 แทน การทดสอบทักษะความแมน่ ยำในการยงิ ประตู
T2 แทน การทดสอบทักษะความแม่นยำในการยิงประตู
การวเิ คราะหข์ ้อมลู
ในการวิจัยครัง้ น้ี ผูว้ จิ ยั ได้นำเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล คอื
การวิเคราะห์เปรยี บเทียบผลการพฒั นาการยงิ ประตกู อ่ นการฝึกและหลังได้รบั การใชแ้ บบฝึกทักษะ
การยงิ ประตู ของนักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 6 โรงเรยี นวดั ดอนดำรงธรรม ปกี ารศึกษา 2563 จำนวน 20 คน
ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู
ผลการเปรียบเทยี บความแม่นยำในการยงิ ประตกู ่อนการฝกึ และหลังได้รบั การฝึกแบบฝึกทักษะความ
แม่นยำในการยงิ ประตูของนกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปี3/4 โรงเรยี นทงุ่ ขนานวทิ ยา ปีการศกึ ษา 2557 จำนวน 20
คน เม่อื ผลการวิจัยสน้ิ สุดลง ผวู้ จิ ัยไดน้ ำข้อมูลมาวิเคราะห์ ไดผ้ ลดงั แสดงในตาราง
ตาราง 2 แสดงการเปรยี บเทียบความแมน่ ยำในการยิงประตกู ารฝกึ และหลงั ได้รบั การฝกึ แบบฝึก
ทักษะความแม่นยำในการยิงประตู ของนักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรยี นวดั ดอนดำรงธรรม ปี
การศึกษา 2563
ผลการทดสอบ N X S.D. t
T1 20 10.61 3.04 1.6786
T2 20 15.02 4.49
จากตาราง 1 พบว่า การใช้แบบทักษะความแม่นยำในการยิงประตูฟุตซอล ทำให้นักเรียนมีผลการ
พฒั นาทักษะความแมน่ ยำในการยิงประตทู ่ีสูงขึน้ โดยทางสถิติที่ .05 อย่างมนี ยั สำคัญ
บทที่ 5
สรปุ ผล อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ
ความมุ่งหมายของการวิจัย
1. เพ่อื เปรียบเทยี บทกั ษะความแม่นยำในการยิงประตูฟุตซอลของนกั เรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
โรงเรยี นวัดดอนดำรงธรรม ปีการศึกษา 2563 ก่อนการฝึกและหลังการฝกึ
2. เพอื่ สร้างแบบฝกึ ทกั ษะคาวมแม่นยำในการยิงประตูฟตุ ซอล
3. เพอื่ ศกึ ษาประสทิ ธิภาพของแบบฝึกทกั ษะความแมน่ ยำในการยิงประตูฟตุ ซอลโดยถอื เกณฑ์ 80/80
ความสำคญั ของการวิจยั
1. เพอื่ เปรียบเทยี บความแม่นยำในการยงิ ประตฟู ตุ ซอลของนักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 โรงเรียน
วดั ดอนดำรงธรรม ปกี ารศึกษา 2563 จำนวน 20 คน
2. เพ่ือศึกษาประสทิ ธภิ าพแบบฝึกความแมน่ ยำในการยิงประตูฟตุ ซอลของนกั เรียนชั้นประถมศกึ ษา
ปีท่ี 6 โรงเรยี นวัดดอนดำรงธรรม ปีการศึกษา 2563 จำนวน 20 คน
3. เพ่ือสร้างแบบฝกึ ความแม่นยำในยงิ ประตูฟุตซอล
ขอบเขตของการวิจัย
กลุ่มเป้าหมายท่ใี ช้ในการวจิ ัย
กลุ่มเป้าหมายท่ีใช้ในการวิจัยคร้ังน้ีเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนวัดดอนดำรงธรรม
ปีการศึกษา 2563 จำนวน 20 คน
ตวั แปรทศ่ี ึกษา
1. ตวั แปรอิสระ คือ แบบฝึกความแม่นยำในการยงิ ประตฟู ุตซอล
2. ตัวแปรตาม คือ ความแมน่ ยำในการยงิ ประตูฟุตซอล
เครอ่ื งมือท่ีใช้ในการศึกษาค้นควา้
เครื่องมอื ทใ่ี ชใ้ นการศกึ ษาคน้ คว้า ประกอบด้วย
1. โปรแกรมการฝึกความแมน่ ยำในการยงิ ประตูฟตุ ซอลทผี่ ู้วิจยั สรา้ งข้นึ
2. แบบทดสอบความแมน่ ยำในการยงิ ประตูฟตุ ซอลทผี่ วู้ ิจัยสร้างขึน้
3. ใบบันทกึ คะแนนความความสามารถในการยงิ ประตแู ละทกั ษะการทรงตวั การวางเท้ากอ่ นการฝกึ
และหลังการฝกึ
การวิเคราะหข์ ้อมูล
ในการวจิ ัยครง้ั นี้ ผ้วู ิจัยได้นำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมลู คือ การวิเคราะห์เปรยี บเทยี บผลการพฒั นา
ความแมน่ ยำในการยิงประตฟู ตุ ซอลก่อนการฝึกและหลังไดร้ ับการใช้แบบฝกึ ทักษะความแมน่ ยำในการยงิ ประตู
ฟตุ ซอล ของนักเรยี นช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรยี นวดั ดอนดำรงธรรม ปีการศกึ ษา 2563 จำนวน 20 คน
สรุปผลการวิจยั
1. ผลค่าเฉลีย่ และส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน ของการทดสอบทกั ษะความแมน่ ยำในการยงิ ประตูกอ่ น
การฝึกและหลงั ไดร้ ับการใชแ้ บบฝึกทกั ษะความแม่นยำในการยิงประตู พบวา่ กอ่ นการฝึก มคี า่ เฉล่ีย 10.61
และสว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน 3.04 หลงั การฝกึ มีค่าเฉลย่ี 15.02 และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน 4.49 สรปุ ได้วา่
นักเรียนมที กั ษะความแม่นยำในการยงิ ประตฟู ตุ ซอลทด่ี ีขึ้นอย่างไรกต็ ามยังมปี จั จัยอกี หลายด้านที่อาจ เปน็ ผล
ให้แบบฝึกทักษะความแมน่ ยำในการยิงประตฟู ตุ ซอลมีความสมบูรณ์ เพ่ิมมากข้ึน เช่น ความถี่ ระยะเวลาใน
การฝึก ความหนกั ในการฝึกและระยะเวลาพกั ทั้งนีย้ งั สามารถนำการฝกึ น้ีไปพัฒนาโปรแกรมการฝกึ ทกั ษะ
กฬี าฟตุ ซอลต่อไป
2. แบบฝกึ ทกั ษะความแมน่ ยำในการยิงประตฟู ตุ ซอลมปี ระสิทธภิ าพ เท่ากบั 83.33/85.88
อภิปรายผล
1. ศกึ ษาประสิทธภิ าพแบบฝึกทกั ษะความแม่นยำในการยงิ ประตูท่ีผวู้ ิจัยสร้างข้ึน มปี ระสิทธิภาพ
เทา่ กับ 80.28/87.19 ซ่งึ สงู กว่า เกณฑ์ 80/80 ท่ีตง้ั ไว้
สรปุ
จากผลการศกึ ษาค้นคว้าแสดงใหเ้ หน็ ว่า แบบฝึกทักษะความแม่นยำในการยิงประตทู ่ผี ู้วจิ ยั สร้างข้ึนน้ัน
สามารถสง่ เสริมให้นักเรียนมีการพัฒนาทีด่ ีขึ้น ซึง่ เป็นไปตามสมมติฐานท่ีตัง้ ไว้นับว่าแบบฝกึ ทกั ษะความแม่นยำ
ในการยิงประตูที่ผวู้ ิจยั สร้างขึ้นมปี ระสทิ ธิภาพ ซึ่งเหมาะสำหรับนำไปใช้ในการฝกึ ทักษะการกฬี าของนกั เรยี น
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 6 โรงเรียนวดั ดอนดำรงธรรม ตอ่ ไป
ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะท่วั ไป
1. การทผ่ี ู้สอนจะพฒั นาผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของนักเรียนใหส้ ูงขึน้ นนั้ ผสู้ อนควรพิจารณาปัญหาท่ี
เกดิ ขน้ึ จากหลายๆ ด้านขณะจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เช่น ปัญหาจากตวั นักเรยี น จากการทน่ี ักเรยี นขาด
ความอดทนและวนิ ยั ในการฝกึ ฝนคุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์และปญั หาด้านอืน่ ๆ แล้วจึงหาทางเลอื กทจ่ี ะ
แก้ปัญหานนั้ ต่อไป
2. ครูผสู้ อนควรปรบั ปรุงและแกไ้ ขแผนการจดั การเรยี นรูใ้ ห้เหมาะสมกับความพร้อมของผู้เรยี น และ
สงิ่ แวดลอ้ มทเี่ ปลย่ี นแปลงไป ควรมกี ารบันทึกข้อเสนอแนะและข้อบกพรอ่ งต่างๆ เพ่อื เป็นขอ้ มูลในการ
ปรับปรุงและแก้ไขตอ่ ไป
3. ผบู้ รหิ ารและคณะครูในโรงเรียนควรสง่ เสรมิ ใหน้ กั เรยี นหมัน่ ออกกำลังกายและเลน่ กฬี า รวมทง้ั
จัดหาเครอ่ื งอำนวยความสะดวกและสถานท่ีออกกำลังกายและเลน่ กฬี าเพ่มิ มากขน้ึ
4. การเรียนการสอนวชิ าพลศึกษาในโรงเรียน ควรเพิ่มเน้อื หาสาระในหลกั สูตรสถานศกึ ษาให้มาก
ขนึ้ เช่น การเสรมิ สร้างสมรรถภาพทางกาย หลักการออกกำลังกายและการเลน่ กฬี า การเล่นเกมหรอื
การละเลน่ ในท้องถน่ิ เพื่อส่งเสริมใหน้ กั เรียนมพี ฤติกรรมเก่ียวกับการออกกำลงั กายและเล่นกฬี า และสามารถ
นำไปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจำวันต่อไป
ขอ้ เสนอแนะในการวจิ ัยคร้ังต่อไป
ควรนำแบบฝึกทกั ษะความแมน่ ยำในการยิงประตฟู ตุ ซอลทผ่ี ูว้ จิ ยั สร้างขน้ึ ไปฝึกกบั นักเรยี นใน
ระดับชั้นอ่นื ๆ เพ่อื ศึกษาระดับความสามารถของนักเรียนในระดบั ช้ันต่าง ๆ และเพ่อื พัฒนาทกั ษะทางดา้ น
กฬี าตอ่ ไป
แบบทดสอบความสามารถในการยงิ ประตู
5 คะแนน 2 คะแนน 5 คะแนน
3 คะแนน 1 คะแนน 3 คะแนน
4 คะแนน 4 คะแนน
10 เมตร
จุดต้ังลูกฟุตบอล
ลูกฟุตบอล
ขั้นตอนการทดสอบความแม่นยำในการเตะลกู ฟตุ บอลยิงประตู
1. กลุ่มตัวอย่างทำการเตะลูกฟุตซอลท้งั หมด 5 ลูก เวลาไม่เกนิ 30 วนิ าที
2. ใช้ลกู ฟุตซอลเบอร์ 3.7
3. ใบบนั ทกึ คะแนน
4. ใชเ้ ทา้ ท่ีตนเองถนดั ตลอดการทดลอง
การให้คะแนน
เม่ือผู้รับการทดสอบยิงประตูครบ 5 ลูก ให้รวมคะแนนที่สามารถยิงเข้าเป้าได้หากผู้ทดสอบยิงออก
นอกกรอบประตูหรือยิงถูกเสาและคานประตูให้นับว่าลูกนั้นไม่ได้คะแนนหากยิงไปถูกระหว่างเส้นให้คิดเป็น
คะแนนสว่ นท่ีมากกว่าเสมอ
รวมไปถึงทกั ษะการทรงตวั ประกอบกับการวางเทา้ ในการยิงประตดู ว้ ยโดยมีเกณฑ์ดังนี้
1. สว่ นทไ่ี ด้ 5 คะแนนห่างจากมุมเสาประตูดา้ นบนเปน็ รปู สเี่ หลี่ยมยาว . 05 เมตรและกว้าง . 25
เมตรท้ังสองดา้ น
2. ส่วนที่ได้ 4 คะแนนห่างจากมุมเสาประตูด้านล่างเป็นรูปสี่เหล่ียมยาว . 05 เมตร และกว้าง . 25
เมตร ท้ังสองด้าน
3. ส่วนทไี่ ด้ 3 คะแนน อยู่ท่ีเสาประตทู ั้งสองดา้ นด้านบนติดกบั ส่วนที่ได้ 5 คะแนน ด้านลา่ งอยตู่ ดิ กับ
สว่ นที่ได้ 4 คะแนน มคี วามยาว 1.50 เมตร กวา้ ง .05 เมตร ทง้ั สองด้าน
4. ส่วนที่ได้ 2 คะแนน อยู่ติดที่คานประตูติดกับส่วนที่ 5 คะแนน ด้านบนทั้งสองด้านมีความยาว 2
เมตร กว้าง .25 เมตร
5. สว่ นทไ่ี ด้ 1 คะแนน คอื สว่ นทีเ่ หลือตรงกลางประตู
6. วางลูกฟุตซอลหา่ งจากประตู 10 เมตร จำนวน 5 ลูก ใหผ้ ูร้ ับการทดสอบวางลูกฟตุ ซอลไวท้ ่ีจุดเตะ
ที่กำหนดให้ พรอ้ มกบั เตะลกู ฟุตซอลทำประตโู ดยใหเ้ ขา้ เป้าใด ๆ กไ็ ด้จำนวน 5 ลูก ภายในเวลา 30 วนิ าที
ตารางบันทึกผล
สปั ดาห์ที่………………….…… ทดสอบวันที่……………………...เดือน………………………….………พ.ศ……………………….
ผู้ทำการทดสอบช่อื คะแนนทกั ษะความแมน่ ยำในการยิงประตู
1. กอ่ นการฝกึ หลงั การฝกึ
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.
10.
11.
12.
13.
14.
15.
16.
17.
18.
19.
20.
ภาคผนวก
โปรแกรมการฝึกความแมน่ ยำในการยิงประตูฟตุ ซอล
โปรแกรมฝึกที่ 1
อุปกรณ์
1. สนามฟตุ ซอลพรอ้ มประตูขนาดมาตรฐาน โดยต้งั กรวยพาสติกหา่ งจากเสาประตูด้านในบน
เส้นประตูท้งั สองข้าง 1 เมตร (ดงั ภาพประกอบ )
2. ลกู ฟตุ ซอล 5 ลูก ใชล้ กู ฟุตซอลเบอร์ 3.7
3.เทปวดั ระยะ
4.กรวยพลาสติก 5 อัน
5.ใบบนั ทกึ คะแนน
วธิ กี ารฝึก
1. ผรู้ ับการฝกึ ยืนพร้อมดว้ ยลูกฟตุ ซอลอยู่หลงั กรวยท่ีเรยี งกระดานติดกนั 3 อัน ประมาณ 3
เมตร และกรวยอยู่ห่างจากประตู 10 เมตร เส้นยิงประตูอยู่ห่างกรวย 2 เมตร ( ดู
ภาพประกอบ )
2. ผู้รับการฝึกแตะบอล 1 ครั้งให้ลูกฟุตซอลผ่านกรวยไปข้างหน้าด้านซ้ายหรือขวามือก็ได้
โดยไมใ่ หล้ กู ไมใ่ หล้ กู ฟุตซอลเลยเสน้ ยิงประตู
3. ให้วิง่ เขา้ หาลูกฟุตซอลแล้วยิงให้ลกู เขา้ หาระหวา่ งกรวยพลาสตกิ กบั เสาประตทู ั้งสองด้าน
4. ทำการฝกึ คนละ 20 ลูก
1 เมตร 1 เมตร
8 เมตร
เสน้ ยงิ ประตู
2 เมตร
3 เมตร
หมายเหตุ : = ทศิ ทางการวิง่ = กรวยพลาสตกิ = ผู้รับการฝึก
= ทศิ ทางของลกู ฟุตซอล
โปรแกรมฝกึ ที่ 2
อุปกรณ์
1. สนามฟุตซอลพรอ้ มประตขู นาดมาตรฐาน โดยตั้งกรวยพาสติกหา่ งจากเสาประตูดา้ นในบน
เส้นประตทู งั้ สองข้าง 1 เมตร (ดังภาพประกอบ )
2. ลกู ฟุตซอล 5 ลกู ใช้ลูกฟุตซอลเบอร์ 3.7
3.เทปวดั ระยะ
4.กรวยพลาสตกิ 5 อัน
5.ใบบันทกึ คะแนน
วิธกี ารฝึก
1. ผู้รับการฝึกยืนท่ีเส้นเริ่มห่างจากจุดกึ่งกลางประตู 10 เมตร ส่วนผู้ฝึกสอนยืนห่างจากเสา
ประตู 2 เมตร พร้อมด้วยลกู ฟุตซอล (ดงั รูป )
2. ผูร้ บั การฝกึ วิ่งไปข้างหน้าเขา้ หาประตุฟตุ ซอล ผฝู้ ึกสอนทำการส่งลกู ไปยงั เส้นยงิ ประตุ
3. ผูร้ บั การฝกึ ทำการยิงลูกฟุตซอลใหเ้ ข้าระหวา่ งกรวยพลาสติกกับเสาประตูใดด้านหนึ่ง โดยไม่
ต้องจับหรือพักบอลก่อน
4. ผูฝ้ กึ สอนสง่ บอลทง้ั สองดา้ นของประตู ขา้ งละ 10 คร้ัง
1 เมตร 1 เมตร 2 เมตร
8 เมตร เส้นยิงประตู
3 เมตร
หมายเหตุ :
= ทศิ ทางของลูกฟุตซอล = ทิศทางการว่งิ
= กรวยพลาสตกิ = ผู้รบั การฝึก