The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คำโปรยก่อนอ่าน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ทองหยอย ทองหยอด, 2023-02-03 05:56:52

คำโปรยก่อนอ่าน

คำโปรยก่อนอ่าน

ตอนท ี่19 และแล้วรถเปอโยต์สีขาวนวลก็มาถึงภายในงานวันรัฐธรรมนูญ รถเปอโยต์นั้นวนรอบๆถนนตามที่จอดรถ ซึ่งวิสัยทัศน์นั้นเกินกว่าที่จะมองเห็นเพราะมันมืดและไกลมาก บังเอิญว่ารถเปอโยต์นั้นได้มีคนชะเง้อชะแง้มองหาลานจอดรถอยู่ บังเอิญจริงๆ ที่มีชายชราสูงผอมคนหนึ่งแต่งตัวมอซอใส่หมวกใบเก่าๆขี่จักรยานผ่านมาย่านนี้พอดี คนในรถเปอโยต์นั้นจึงถามชายชราคนนั้นว่า “ขอโทษนะครับ ลานจอดรถในงานวันรัฐธรรมนูญอยู่ที่ไหนครับ?” ชายชราชี้ทางไปด้านทิศตะวันออก “ทางนั้นครับ ตรงไปอีกนิดก็ถึงแล้ว” “ขอบคุณครับ” จากนั้นก็ต่างคนต่างแยกกัน งานวันรัฐธรรมนูญนั้นถูกจัดมาอย่างเร่งรีบและฉับพลัน ประกวดนางสาวสยามนั้นก็ได้มีการยกเลิกไปด้วยสภาวะสงคราม แต่ประกวดนางงามนั้นยังคงอยู่ เพียงแต่เป็นนางงามประจ าหาดใหญ่ ซึ่งเป็นต าแหน่งที่ไม่ได้ส าคัญอะไรมากนัก งานรื่นเริงก็ไม่ค่อยมีมากเท่าใด บางบูธเองก็ปิดตัวเร็วตั้งแต่ 19:00 น. ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อกันระเบิดที่ฝ่ายสัมพันธมิตรได้ถล่มใส่ ภายในงานก็มีเพียงจ าพวกของกิน ขนมไทยสมัยโบราณ แต่กระนั้นก็มีร้านไม่มาก และต่างก็เก็บกันก่อน 20:00 น.


เสียด้วยซ ้า บุคคลกลุ่มหนึ่งที่เดินเข้ามาในงานนี้ ก็พบว่าผู้คนเริ่มบางตาลงมาก บูธต่างๆก็พากันปิดลง บูธภายในงานที่ยังเปิดอยู่ก็มี เช่น บูธร้านขายภาพวาดน ้า บูธขายก๋วยเตี๋ยวผัดไทย บูธจากกระทรวงต่างๆ เช่นกระทรวงกลาโหม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น ระหว่างที่งานด าเนินการอยู่นั้น ก็มีกลุ่มเพื่อนกลุ่มหนึ่ง ก าลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ชายในกลุ่มเพื่อนบ่นไปว่า “ว้า! แย่ที่สุด! เรามาสายกันหรือนี่?” กลุ่มเพื่อนก็หัวเราะกัน ชายคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้นมาว่า “ก็ใช่น่ะซี เรามาสาย!” ทั้งหมดก็หัวเราะอีกครั้ง และหญิงสาวคนหนึ่งแตะชายหนุ่มคนหนึ่งเบาๆ “ว่าแต่คุณชายดังฟ้าคะ คุณชายดังฟ้าจะมาที่นี่ท าไมมิทราบล่ะคะ?” ดังฟ้าได้ยินดังนั้นก็หัวเราะ พลางเกาหัวแกรกๆ “เออก็นั่นสิ จะมากันท าไมล่ะนี่?” และชายหนุ่มคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้นมาด้วยความสุขปนผิดหวังว่า “แย่มากเลยนะ อุตส่าห์มาเมืองไทยทั้งที อดดูเลยว่าวันรัฐธรรมนูญสนุกขนาดไหน?” หญิงสาวคนหนึ่งก็พูดออกมาว่า “มาซาฮิโระซัง ถ้าคุณจะดูงานวันรัฐธรรมนูญ ฉันขอแนะน าให้คุณไปบางกอกนะ ที่นั่นเขาจัดงานใหญ่โต 3 วัน 2 คืน หน าซ ้ายังมีการประกวดนางสาวสยามอีก” มาซาฮิโระได้ยินแล้วก็ตาลุกวาวขึ้นมาในบัดดล “น่ะ นางสาวสยาม จริงหรือ?” เธอคนนั้นพยักหน้า มาซาฮิโระก็พูดภาษาญี่ปุ่ นกับเธอคนนั้นด้วยค าถามที่ว่า “แล้วดาด้าจังเคยประกวดนางสยามไหม?” ดาริกาส่ายหน้า “ไม่เคยเลย” มาซาฮิโระเอ่ยขึ้นมาเบาๆว่า “ชักอยากเห็นดาด้าจังประกวดนางสาวสยามแล้วสิ” ดาริกาหัวเราะ “อย่าเลยนะ ฉันขอร้องล่ะ จ้างให้ฉันตั้งหนึ่งล้าน ฉันก็ไม่ไปดอก อายเขา” ทั้งก๊วนนั้นหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน และมาซาฮิโระก็ถามสาวคนข้างๆดาริกาเป็นภาษาไทยว่า “ภัสสรซัง ภัสสรซังอยากประกวดนางสาวสยามกับเขาหรือเปล่า?” ภัสสรส่ายหน้า “ไม่เอาดีกว่าฉันก็อายเหมือนกัน” แน่นอนมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่หน้าตาบูดบึ้ง นั่นคือนิรันดร์ ภัสสรสะกิดนิรันดร์ “นี่นายหมอ ถ้าไม่อยากมาก็ไปนอนเล่นที่เรือนอัญชันนู่นไป ท าหน้าท าตาบูดบึ้งอยู่ได้น่าร าคาญ!!!” “แล้วเธอมายุ่งอะไรกับฉันด้วย?” ดังฟ้าปรามนิรันดร์ “เฮ้! เดี๋ยวสิ! จะโกรธเคืองกันไปใย? มาเถิด คนเยอะอย่างนี้น่าจะมีบูธที่ไหนสักแห่งที่เราทั้งหลายนั้นจะประลองฝีมือกันนะ” และก็เจอจนได้ บูธผ้าไหมลายสวย ซึ่งเป็นที่จับตาของภัสสรกับดาริกามาก ภัสสรยืนกอดอกหน้าเชิดเอ่ยขึ้นมาว่า “ฉันก็ไม่ค่อยอยากจะผูกมิตรกับเธอด้วยความจ าเป็นนะดาด้า ฉันขอเรียกเธอว่าชื่อนี้แล้วกัน” “ตามสะดวก ฉันขอเรียกเธอว่าต๊ะเช่นกัน” ดาริกาตอบกลับ ภัสสรพยักหน้าและเอ่ยต่อไปอีก “ตามสะดวกเช่นกัน ฉันคิดว่า...ฉันกับเธอควรจะหาเสื้อผ้าใหม่ตุนไว้หลังสงครามจบนะ”


“ฉันเห็นด้วยกับเธอ” จากนั้น ทั้งคู่จึงปรี่ไปยังร้านนั้น ฝ่ายหนุ่มๆก็ส่ายหน้าถอนหายใจ แต่ไม่วายก็ไปหาฝ่ายหญิงสาวจนได้ ภัสสรกับดาริกาช่วยกันเลือกผ้าไหมสวยงามเหล่านั้น ทั้งคู่มีความสุขกับการช่วยกันเลือกซื้อผ้าไหมลายสวยงามกันมาก จนกระทั่งมีผ้าไหมสีทองผืนยาวลายสวย ซึ่งทั้งคู่ตั้งใจจะตัดชุดออกมาหลังสงครามจบ ดาริกาพบเห็นผ้าผืนงามนี้ก่อนภัสสร เมื่อภัสสรเห็นดาริกาก าลังจดจ้องมองแต่ผ้าผืนนั้น จึงเดินเข้ามาหาดาริกา และถามดาริกาว่า “ดาด้า เธอสนใจผ้านี้ไหม? สีสวยมากเลยนะ” “สนใจสิ เอาอย่างนี้ ฉันวัดก่อนแล้วกัน ถ้ายาวพอจะตัดอีกชุดได้ ฉันจะแบ่งให้เธอ แต่ถ้ามันได้แค่ชุดเดียว ฉันจะให้เธอหมดเลย” ภัสสรส่ายหน้า “พูดบ้าๆ ฉันตางหากที่ควรยกให้เธอ เอาอย่างนี้แล้วกัน ลองถามแม่ค้าดูว่ายาวและราคาเท่าไหร่ ถ้าได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจ ก็ตกลงตามนั้น” ภัสสรกับดาริกาเอ่ยถามข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับผ้าไหมสีทองผืนงามกับทางแม่ค้า เมื่อตกลงกันได้ จึงจะซื้อ แต่ไม่ทันได้ซื้อ สาวคนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยท่าทีที่ปาดหน้าเค้กทั้งสองสาว ท าให้ภัสสรหน้าตึงขึ้นมาในบัดดลเมื่อรู้ว่าเธอผู้นี้คือผู้ใด “หล่อน! นางอุ่นเรือน ฉันกับดาด้าจองผ้าผืนนี้แล้ว และอีกอย่างผ้าในร้านนี้มีมากมาย หล่อนควรจะไปหาผ้าผืนอื่นเสีย” อุ่นเรือนแสยะยิ้ม และเดินมาทางภัสสรกับดาริกา “หล่อนคิดว่าหล่อนก าลังพูดกับใครอยู่หรือ? นางโคมเขียว!” ภัสสรแสยะยิ้มกลับไป “ค าก็โคมเขียว สองค าก็โคมเขียว หล่อนไม่มีค าด่าอะไรที่เพราะพริ้งกว่านี้หรือ?” ดาริกาห้ามปรามภัสสร “จะ ใจเย็นก่อนสิต๊ะ” “ดาด้า เธอปล่อยฉัน กับแม่นี่ฉันต้องสั่งสอนทางจริยธรรมกันเสียบ้าง จะได้ไม่ไร้ซึ่งมารยาท” อุ่นเรือนหัวเราะ ปรบมือประชด “แม่คนดี เก่งเสียจริงนะหล่อน! เที่ยวสั่งสอนคนอื่นเรื่องจริยธรรม แล้วหล่อนเล่า เคยมีบ้างไหม?” และแล้วใครคนใดคนหนึ่งก็เดินตรงเข้ามาทางภัสสร เขาจ้องอุ่นเรือนเขม็ง และเอ่ยปากออกมาว่า “ขอความกรุณา หยุดด่าพี่สาวของผมได้แล้ว! พี่สาวของผม มีเกียรติมากกว่านั้น แน่นอน เขาไม่ใช่นางโคมเขียวอย่างที่คุณกล่าวอ้างดอก” ภัสสรพยายามปรามภาคิน “เต๋า! ไม่ใช่เรื่องของเรา!” ภัสสรพยายามดุน้อง แต่ก็ไม่เป็นผล ดูท่าทางน้องชายของเธอจ้องจะเอาเรื่องอุ่นเรือนอย่างไม่ลดละ อุ่นเรือนแค่นหัวเราะ “ต๊ายยยยย!!! นี่ไม่รู้หรือ? ว่าพี่สาวของแกท าเรื่องระย าต าบอนอะไรไว้บ้าง? แต่ฉันจะบอกให้เอาบุญนะ พี่สาวของหล่อนน่ะเป็น....” ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกมา เสียงปืนก็ดังสนั่นลั่นงาน ท าให้ทุกอย่างดูวุ่นวาย ผู้คนต่างพากันหลบหนีจนล้มกันไปหลายราย ต ารวจหลายๆนายต้องมาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้น? จังหวะนั้นเองอุ่นเรือนก็เห็นท่านชายอิทธิกับคุณชายราชิดอยู่ไกลๆระยะตรงหน้าตนเองพอดี จึงรีบปรี่ไปทางพวกเขา


“ตายแล้ว! น้องกลัวจังเลยค่ะ ท่านพี่อิทขา” เมื่ออุ่นเรือนไปไกลลับตา ด้านภัสสรกับดาริกาก็ถูกมาซาฮิโระ นิรันดร์ ดังฟ้า และภาคินพาตัวไปยังที่ปลอดภัย นั่นก็คือในตึกข้างลานจอดรถนี่เอง ภาคินกับมาซาฮิโระก็ก าลังจะไปยังจุดเกิดเหตุกันมาซาฮิโระก าชับทุกคนว่า “ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นอีก อย่าออกไปจากบริเวณนี้นะครับ เว้นแต่หลบระเบิดของสัมพันธมิตรเท่านั้น ส่วนผมกับภาคินซังจะรีบไปจุดเกิดเหตุและจะรีบกลับมา” ทุกคนพยักหน้า จากนั้นมาซาฮิโระกับภาคินก็ตามไปดูเหตุการณ์นั้น ภัสสรเป็นห่วงภาคินมาก ดาริการับรู้ได้ และพาลนึกถึงเดชาวดีที่อยู่ลอนดอน ป่ านนี้พี่ชายและพี่สาวจากมาอยู่เมืองไทย เดชาวดีจะเป็นอย่างไรบ้าง? ดังฟ้ามองตาดาริกาก็รู้ใจ ส่วนนิรันดร์เองถึงแม้ว่าหน้าตาจะบูดบึ้ง ก็ยังเป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ดี ไม่กี่อึดใจ มาซาฮิโระกับภาคินก็มา มาซาฮิโระรายงานถึงเรื่องนี้ว่า “อาโน แค่อาแปะเมาฝิ่นท าปืนลั่นใส่น่ะ ทางต ารวจเลยจับอาแปะเข้าคุก รอญาติมารับและปรับสินไหมเพียงนิดหน่อย จากนั้นก็กลับบ้านน่ะ” ทุกคนโล่งใจ แต่กระนั้นก็คิดว่าไม่ใช่เหตุการณ์ที่ดีอยู่ดี ดังฟ้าสบถออกมาแรงๆ “แล้วลูกหลานเห็นอาแปะเมาฝิ่นแทนที่จะดูแล กลับปล่อยให้คลาดสายตาไปได้ ไม่ต้องเที่ยวกันแล้วอย่างนี้!” ทั้งหมดถอนหายใจเบาๆในสิ่งที่เกิดขึ้น จริงอยู่ที่ดังฟ้าเพิ่งเข้ามาในเมืองไทย อาศัยอยู่กับเรวัตร เขาตั้งใจว่าวันนี้เขาจะเที่ยวให้เต็มอิ่ม แต่ทว่ากลับมีเหตุร้ายเกิดขึ้น เขาจึงพาลหมดอารมณ์ไปง่ายๆ ดาริกาปลอบใจพี่ชายของตน “เอาน่า ไว้สงครามจบแล้วจะไปเที่ยวตอนนี้ก็ยังไม่สาย” ดังฟ้าพยักหน้า นิรันดร์หงุดหงิด “โอ๊ย! จะเที่ยวท าไมให้เสียเวลา? รู้ทั้งรู้ว่าสงครามยังไม่จบ ห่วงแต่เที่ยวอยู่ได้!” ดังฟ้าหันมาถามนิรันดร์ด้วยน ้าเสียงไม่พอใจ “นี่นายว่าฉันหรือ?” นิรันดร์ปฏิเสธ “ฉันไม่ได้ว่าใครทั้งนั้น อยากรับก็รับไปสิ” ดังฟ้ากระทืบเท้าเบาๆ “ฉันไม่อยากเสียเวลาทะเลาะกับนายนะหมอรัน ถ้าไม่ติดว่านายเป็นน้องของเรย์ ฉันชกหน้านายไปแล้ว ที่รัก!” ดาริการู้สึกไม่ดีเลยที่ดังฟ้ากับนิรันดร์ทะเลาะกัน และดังฟ้ากับนิรันดร์นิสัยเหมือนกันบางอย่างก็คือ ไม่ยอมใคร ข้อนี้ล่ะ ที่ดาริกาหนักใจมาก มาซาฮิโระเอ่ยปากว่า “ไม่มีที่เที่ยวแล้วกลับกันเถิด อย่าเสียเวลากันอีกเลย” ทั้งหมดเชื่อมาซาฮิโระโดยดุษณี รถเปอโยต์สีขาวนวลแล่นออกไปด้วยความผิดหวัง อีกทั้งคืนนี้ก็ก าลังมีข่าวว่า ฝ่ายสัมพันธมิตรก าลังจะปล่อยระเบิดอีกระลอก! ดาริกาพาดังฟ้ามายังเรือนหินอ่อน ตามที่จดหมายที่ดาริกาส่งไปให้เขาอ่านอยู่หลายๆฉบับด้วยกัน ส่วนใหญ่เขียนถึงเรื่องราวที่พบเจอในเรือนหินอ่อนทั้งสิ้น ดังฟ้าเองก็อยากรู้เช่นกันว่า เกิดอะไรขึ้นที่เรือนหินอ่อน และในระหว่างที่รถเปอโยต์ก าลังแล่นไปตามถนนนั้น


ดาริกาเห็นว่าทุกคนในที่นี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวังภิรมย์แม้แต่คนเดียว ดาริกาจึงตัดสินใจเล่าเรื่องเรือนหินอ่อนให้ฟัง ทั้งๆที่นิรันดร์ห้ามปรามนี่แหละ ท าให้ดังฟ้าอยากจะมาขอเห็นเรือนหินอ่อนอย่างเต็มๆตาเสียที ส่วนภัสสรนั้นก็เกิดความอยากไป ภาคินแน่นอน เขาเป็นห่วงพี่สาว จึงขอตามติดไปด้วย เว้นแต่มาซาฮิโระเท่านั้นที่เขาเอ่ยปากว่าเขากลัวผี จึงไม่ขอไปเรือนหินอ่อนกับทุกคน เมื่อรถของมาซาฮิโระมาจอดเทียบท่าถึงเรือนอัญชัน มาซาฮิโระถามดังฟ้า “ดังแคนคุง นายจะไม่กลับไปกับเราหรือ?” ดังฟ้าส่ายหน้า “บังเอิญว่าอยากอยู่กับน้องสาวสักพักหนึ่งก่อนล่ะ” มาซาฮิโระพยักหน้าเชิงเข้าใจ จากนั้นรถของมาซาฮิโระก็แล่นออกไปทันที ระหว่างทางที่ดาริกา ภัสสร ภาคิน ดังฟ้า และนิรันดร์ก าลังจะไปเรือนหินอ่อนนั้น ก็มีหญิงวัยกลางคนๆหนึ่งมีสภาพเนื้อตัวมอมแมมราวกับว่าไม่ได้อาบน ้าหลายปีแล้ว ผมเผ้ายาวรุงรัง แต่งตัวมอซอ แต่เสื้อผ้าก็ไม่ได้ขาดวิ่นเสียจนใช้ไม่ได้ ก าลังนอนสิ้นสติอยู่ที่หน้าห้องของดาริกาในเรือนอัญชัน ดาริกาเห็นเข้าก็มาปลุกหญิงคนนั้น “คุณ คุณคะ คุณ” หญิงคนนั้นค่อยๆลืมตา และมีอันต้องตกใจ เพราะหน้าตาของดาริกาคล้ายคลึงกับคนๆหนึ่งมาก “ราตรี ราตรีลูกแม่” เท่านั้นล่ะ หญิงคนนั้นก็คว้าตัวเธอมากอด ท่ามกลางความตกใจของทุกคน ดังฟ้าพยายามอธิบาย “ขอโทษนะครับป้า คนๆนี้คือดาริกา หรือดาด้าเขาเป็นน้องสาวของผม ไม่ใช่ราตรีลูกสาวของป้านะครับ” หญิงคนนั้นหันมาตวาดใส่ดังฟ้า “ก็ยายคนนีม้นัลกูขา้เอง็มีสิทธิ์อะไรมาย่งุกบัลกูของขา้?” ดงฟ้าหัวเราะนิดๆ ั และปล่อยให้หญิงคนนั้นกอดดาริกาตามอ าเภอใจ นิรันดร์เองก็พยายามที่จะแยกดาริกากับหญิงคนนั้นออก แต่ทว่าดังฟ้าห้ามไว้ “ปล่อยเขาไปเถิด ฉันไม่อยากให้มันวุ่นวายไปน่ะ” นิรันดร์เชื่อพี่ชายของดาริกา ดาริกาคลายกอดจากหญิงคนนั้น และเอ่ยขึ้นมาว่า “หนูไม่ใช่คุณราตรีดอกจ่ะ คุณราตรีเขาเสียไปนานแล้ว” หญิงคนนั้นอุทาน “ไฮ้! จะไม่ใช่ได้อย่างไร? ก็เอ็งเหมือนลูกข้านี่! เอ็งก็ต้องเป็นลูกข้า!” ดาริกาหัวเราะ “มันไม่จริงดอกค่ะ พอดีว่าหนูจะไปเรือนหินอ่อนพอดี ไปเรือนหินอ่อนกันกับหนูนะคะ” พอได้ยินค าว่าเรือนหินอ่อนเท่านั้นแหละ หญิงคนนั้นมีอันต้องตะลึง และส่ายหน้าอย่างรุนแรง “ไม่! ข้าไม่ไป! ข้าไม่ไปเรือนหินอ่อน! ข้าเกลียดมัน! เกลียดดดดด!!!!” ดาริกาและทุกคนเริ่มเอะใจว่าแล้วว่า มันที่พูดถึงนั้นคือใคร ดาริกาตั้งสติและถามหญิงคนนั้นว่า “มันที่ว่าคือใครคะ?”


“ก็อีอนงค์อย่างไรเล่า?” และคนที่ก าลังพูดถึงนั้นก็เดินมายังเรือนอัญชันพอดี และกอดอกถามหญิงคนนั้นด้วยสีหน้าถมึงทึง “ก าลังว่าใครรึอีเรียม?” เรียม ชมพินิจ แม่แท้ๆของราตรีหันขวับมาทางอนงค์ อนงค์เหยียดยิ้มอาบยาพิษใส่เรียม เรียมชี้หน้าด่าทอ “เพราะเอ็งนี่ล่ะ! ราตรีลูกข้าถึงได้ตาย!” อนงค์แสยะยิ้ม กอดอกเอ่ยปาก “ลูกเอ็งมันรนหาที่ตายเองตางหาก! มาแส่เรื่องข้าก็สมควรแล้ว!” ทุกคนในที่นั้นได้ยินก็ตกใจ และอนงค์ก็หันมาทางดาริกา “หล่อนเอาอีแก่นี่ออกไปให้พ้นจากวังนี้ ถ้าไม่เช่นนั้นแล้ว พวกหล่อนนั่นแหละที่จะถูกฉันคนนี้เฉดหัว!!!” นิรันดร์ไม่ยอมอยู่แล้วจึงเอาคุณชายราชิดเข้าอ้าง “ป้าไม่มีสิทธิ์มาไล่ใครงา่ยๆนะ! เวน้แต่คณุบอรโ์ดไมจ่า้งพวกเราตอ่แลว้เราถงึจะยอมไป!!!”อนงคแ์ค่นหวัเราะ “เฮอะ!แอบอา้งคณุชายบอรโ์ด ช่างกลา้นะแก!!! ฉนัมีสิทธิ์เทยีบเท่าคนในวงันี้ แม้กระทั่งหม่อมเลอสรวงไม่กล้าหือ” หม่อมเลอสรวงที่ก าลังเดินผ่านตรงนี้พอดี ได้ยินดังนั้น จึงเอ่ยขึ้นมาเสียงเบาแต่แรงมาก “จริงหรืออนงค์? ฉันมันหัวหลักหัวตอของหล่อนสินะ!” ทุกคนสะดุ้งไปอีกขั้น หม่อมเลอสรวงค่อยๆเดินเข้ามา โดยมีชะมดช่วยพยุงอยู่ข้างกายไม่ห่าง อนงค์ได้ยินเสียงนั้นก็หันขวับกลับมา ถึงแม้จะเข่าอ่อนแต่ยังคงไว้มาด “น้องเปล่ากล่าวเช่นนั้น...” หม่อมเลอสรวงมองอนงค์ด้วยสายตาแข็งกร้าว ท าให้อนงค์รู้สึกเข่าอ่อนอีกครั้ง และรีบเปลี่ยนสถานะกลางคัน “ดิฉันเปล่ากล่าวเช่นนั้นค่ะ หม่อม” หม่อมเลอสรวงหัวเราะนิดหนึ่ง และเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี “ก็นึกว่าจะลืมฉันผู้นี้ไปเสียแล้ว ขอบใจนะที่ไม่ลืมกัน” อนงค์รู้สึกเจื่อนลงกว่าเดิม และหม่อมเลอสรวงเอ่ยอีกว่า “ได้ข่าวว่าเรียมมาที่นี่รึ? ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ สบายดีหรือเปล่าเรียม?” เรียมตอบตามตรงด้วยความดีใจ “สบายดีเจ้าค่ะหม่อม หม่อมยังกรุณาฉันเหมือนเคย” หม่อมเลอสรวงยิ้ม และเอ่ยว่า “เสียดายมากเลยนะ ที่ฉันมีเรือนต้อนรับให้ไม่พอ ไม่อย่างนั้นฉันจะชวนเธอมานอนที่ห้องฉันด้วย” เรียมปฏิเสธ “ไม่ดอกค่ะหม่อม ฉันขอนอนที่นี่ดีกว่า เกรงใจหม่อมจะแย่” หม่อมเลอสรวงยิ้มอ่อนโยนอีกครั้ง “ไม่เป็นไรดอกเราคนกันเอง อย่าถือสาอะไรทั้งนั้นนะ” เรียมไหว้หม่อมเลอสรวง “ขอบพระคุณค่ะหม่อม น ้าใจของหม่อมช่างยิ่งใหญ่นัก แต่ฉันคงขอปักหลักอยู่ที่นี่” หม่อมเลอสรวงเข้าใจ “ตามใจเธอแล้วกันนะ แต่ถ้าเธอเดือดร้อนอะไรก็บอกฉันแล้วกันนะ เอ้อ! นี่ก็ดึกมากแล้ว และข่าวว่าจะมีระเบิดจากสัมพันธมิตรอีก อย่างไรเสียก็อย่าออกเดินทางไปในยามวิกาลเลยนะ” “ค่ะ/ครับ” จากนั้นก็หม่อมเลอสรวงบอกชะมด “ชะมด พาฉันกลับที” “ค่ะหม่อม” จากนั้นหม่อมเลอสรวงกับชะมดก็เดินกลับไป ด้านอนงค์ก็ทิ้งท้ายไว้แสบๆว่า


“ฉันเห็นแก่หม่อมเลอสรวงนะ แต่ถ้ายังไม่พามันออกไป อย่าหาว่าฉันใจร้ายแล้วกัน!” จากนั้นอนงค์ก็กลับไป ทั้งหมดก็มีแผนว่าจะไปยังเรือนหินอ่อนต่อ


Click to View FlipBook Version