The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือหลักสูตรฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nickey Imagine, 2020-06-29 04:55:02

คู่มือหลักสูตรฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ

คู่มือหลักสูตรฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ

เอกสารประกอบ

การฝึกซอ้ มดับเพลงิ และฝกึ ซอ้ มอพยพหนไี ฟ

เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสตู ร “ฝึกซ้อมดบั เพลิงและฝกึ ซอ้ มอพยพหนีไฟ” เลม่ นี้
เนื้อหาสอดคลอ้ งตามกฎกระทรวงการเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดบั เพลงิ ข้ันตน้
และการเป็นหน่วยงานฝกึ ซ้อมดบั เพลิงและฝกึ ซ้อมอพยพหนไี ฟ พ.ศ. 2556
ซึง่ กากบั ดแู ลโดย กรมสวสั ดกิ ารและคมุ้ ครองแรงงาน

ดาเนนิ การโดย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
กระทรวงมหาดไทย

คำนำ

การเกิดเหตุเพลิงไหม้ในสถานประกอบกิจการแต่ละครั้ง ย่อมนาความสูญเสียต่อชีวิต ตลอดจน
ทรัพย์สินของนายจ้าง และลูกจ้าง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของนายจ้างและภาพรวม ของประเทศ
มีสาเหตุมาจากการขาดการเตรียมความพร้อมในการจัดการกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งการดาเนินการ ที่ดีที่สุด
เพื่อให้การจัดการต่อเหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึน สถานประกอบกิจการต้องดาเนินการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงกาหนด
มาตรฐานในการบริหาร จัดการและดาเนินด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทางาน
เก่ียวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 กล่าวคือ นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละส่ีสิบ
ของจานวนลูกจ้างในแต่ละหน่วยงานของสถานประกอบกิจการเข้ารับการฝึกอบรมการฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อม
อพยพหนไี ฟ

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักด้านการบริหารจัดการสาธารณภัย
ของประเทศไทย มีหน้าที่แนะนา ให้คาปรึกษา และอบรมเกี่ยวกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแก่หน่วยงานของรัฐ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานภาคเอกชน ประกอบกับได้รับใบอนุญาตจากกรมสวัสดิการและคุ้มครอง
แรงงานเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงข้ันต้นและการเป็นหน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ
จึงได้จัดทาเอกสารประกอบการฝึกอบรม“การฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ”ข้ึน โดยมีเนื้อหา
ตามที่กฎกระทรวงการเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นและการเป็นหน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิง
และฝกึ ซ้อมอพยพหนีไฟ พ.ศ.2556 กาหนด เพอื่ ประกอบการฝกึ ซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟดังกล่าว

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารประกอบการฝึกอบรม“การฝึกซ้อม
ดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ”ฉบับน้ี จะเป็นประโยชน์อย่างย่ิงต่อสถานประกอบกิจการในการนาไปประยุกต์ใช้
เพอ่ื ให้สามารถจัดการป้องกนั และลดความสญู เสียเม่ือเกิดอัคคีภัยได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่อไป

เอกสารประกอบการฝึกซอ้ มดบั เพลิงและอพยพหนีไฟ

จัดทาโดย สถาบันพัฒนาบุคลากรดา้ นการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
กระทรวงมหาดไทย

สำรบัญ

การเตรยี มความพร้อมในการปอ้ งกันและระงบั อัคคภี ยั หนำ้
แผนการดบั เพลิงและวิธกี ารดับเพลิงของสถานประกอบกจิ การ
แผนการอพยพหนีไฟและวิธีการอพยพหนไี ฟของสถานประกอบกจิ การ 1
แผนตรวจตรา 2
การคน้ หา ช่วยเหลอื และเคล่อื นย้ายผ้ปู ระสบภยั 10
การปฐมพยาบาลเบอ้ื งตน้ 12
การกู้ชพี (CPR) 13
19
24

เอกสารประกอบการฝึกซ้อมดับเพลงิ และอพยพหนีไฟ

จดั ทาโดย สถาบันพฒั นาบคุ ลากรดา้ นการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๑
กระทรวงมหาดไทย

การฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซอ้ มอพยพหนไี ฟ

1 การเตรียมความพรอ้ มในการปอู งกนั และระงับอัคคีภยั

กฎกระทรวงกาหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดาเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ
สภาพแวดล้อมในการทางานเก่ียวกับการปูองกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 ข้อ 4 กาหนดให้
สถานประกอบกิจการท่ีมีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนข้ึนไป นายจ้างต้องจัดให้มีแผนปูองกันและระงับอัคคีภัย ประกอบด้วย
การตรวจตรา การอบรม การรณรงค์ปูองกันอัคคีภัย การดับเพลิง การอพยพหนีไฟ การบรรเทาทุกข์ และการปฏิรูปฟ้ืนฟู
องคป์ ระกอบของแผนดังกล่าวจะดาเนินในภาวะตา่ งกนั คอื ก่อนเกดิ เหตุเพลิงไหม้ ขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ และหลังจาก
เพลิงสงบแลว้ รายละเอียดแยกได้ ดังน้ี

1.1 ก่อนเกดิ เหตเุ พลิงไหม้ ซึง่ จะประกอบด้วย แผนปูองกันอัคคีภยั ต่างๆ 3 แผน คือ
 แผนการอบรม เปน็ การอบรมให้ความร้กู ับพนกั งานทั้งในเชิงปูองกันและการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุ ซ่ึงการ

เกิดอัคคีภัยภายในสถานประกอบการ ย่อมนามาซึ่งความสูญเสียต่อธุรกิจการค้าท้ังทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็น
ทรัพย์สินเสียหาย การผลิต การบริการหยุดชะงัก เสียโอกาสการขาย หรืออาจถึงขั้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ดังนั้น ในการปูองกันและลดความเส่ียงด้านการเกิดอัคคีภัย จึงจาเป็นต้องจัดให้มีแผนการอบรม โดยกาหนด
ผู้รับผดิ ชอบ ระยะเวลาดาเนนิ การ และงบประมาณให้ชัดเจน

 แผนการรณรงค์ปูองกันอัคคีภัย เป็นแผนเพ่ือปูองกันการเกิดอัคคีภัยในสถานประกอบการ โดยเป็น
การสร้างคว ามสนใจ และส่งเสริมในเรื่องการปูองกันอัคคีภัย ให้เกิดขึ้นในทุกระดับของพนักงาน
ในแผนการรณรงคป์ ูองกนั อัคคภี ยั ควรกาหนดผ้รู บั ผดิ ชอบ ระยะเวลาดาเนนิ การ และงบประมาณให้ชัดเจน

 แผนการตรวจตรา เป็นแผนการสารวจความเส่ียงและตรวจตรา เพื่อเฝูาระวังปูองกันและขจัด
ต้นเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ ก่อนจัดทาแผนควรมีข้อมูลต่างๆ ดังน้ี เชื้อเพลิง สารเคมี สารไวไฟ ระบบไฟฟูา จุดท่ีมี
โอกาสเส่ียงต่อการเกิดเพลิงไหม้ และต้องมีการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับ คุณสมบัติลักษณะการลุกไหม้ ปริมาณของสาร
อนั ตรายที่มอี ยสู่ ูงสุด ชนดิ ของสารดับเพลงิ และปริมาณทตี่ อ้ งใช้เพอื่ ประกอบการวางแผน

การตรวจตรา ควรมีการกาหนดบุคคล พื้นที่ท่ีรับผิดชอบ หัวข้อและจุดท่ีต้องตรวจ ระยะเวลา
ความถ่ี ผู้ตรวจสอบรายงาน การสง่ รายงานผล การแจ้งข้อบกพร่องในการตรวจตราทช่ี ัดเจน

1.2 ขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ ซ่ึงจะประกอบด้วย แผนเกี่ยวกับการดับเพลิง และลดความสูญเสีย
โดยประกอบดว้ ยแผนตา่ งๆ 3 แผน คือ

 แผนการดับเพลิง เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดการเม่ือเกิดเพลิงไหม้ เช่น ลาดับ ขั้นตอนการ
ปฏิบัติการ วิธีการดับเพลิงเบื้องต้น กาหนดบุคคลในแผนดับเพลิงขั้นต้นและหน้าที่ โครงการสร้างองค์กรรองรับ
เหตกุ ารณ์ และการแจง้ ขอรบั การสนบั สนนุ จากหนว่ ยกบั เพลิงภายนอก

 แผนการอพยพหนีไฟ เป็นแผนท่ีกาหนดข้ึนเพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของพนักงาน
และของสถานประกอบการในขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ ช่วยให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและไม่เกิดความสับสนใน
กรณีท่ีต้องมกี ารอพยพหนีไฟ

แผนการอพยพหนีไฟท่ีกาหนดขึ้นน้ัน ควรมีองค์ประกอบต่างๆ เช่น หน่วยตรวจสอบจานวน
พนักงาน ผนู้ าทางหนีไฟ จุดนัดพบ หนว่ ยช่วยชีวติ ยานพาหนะ

 แผนบรรเทาทุกข์ ซึ่งจะเป็นแผนท่ีมีการปฏิบัติต่อเน่ืองไปจนถึงหลังเหตุเพลิงไหม้สงบลงแล้วด้วย
เป็นแผนที่จัดขึ้นเพื่อให้การช่วยเหลือบุคลากรและการเตรียมการฟื้นฟูเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การช่วยชีวิต

เอกสารประกอบการฝึกซ้อมดับเพลงิ และอพยพหนีไฟ

จัดทาโดย สถาบนั พัฒนาบุคลากรด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั

กระทรวงมหาดไทย ๒

การเคล่ือนย้ายผู้ประสบภัย การประเมินความเสียหาย การช่วยเหลือลูกจ้าง การเข้าสู่กระบวนการทางานปกติ และ
การประสานหนว่ ยงานต่างๆ

แผน คือ 1.3. หลังเหตุเพลิงไหม้สงบลงแล้ว จะประกอบด้วยแผนที่จะดาเนินการเมื่อเหตุเพลิงไหม้สงบแล้ว 2

 แผนการบรรเทาทุกขซ์ ึง่ ดาเนินการตอ่ เนอื่ งจากภาวะเกิดเหตุเพลิงไหม้
 แผนปฏริ ปู ฟนื้ ฟู เพือ่ ให้เข้าสภู่ าวะปกตโิ ดยเรว็

2. แผนการดับเพลงิ และวิธกี ารดบั เพลงิ สถานประกอบกจิ การ

2.1 แผนการดับเพลิง
อัคคีภัยอาจเกิดขึ้นได้ โดยมีส่วนสัมพันธ์กับเวลา สิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมของมนุษย์ ท้ังยังอาจ

เกิดข้ึนได้โดยไม่เลือกเวลา ดังนั้น การปฏิบัติเม่ือเกิดเพลิงไหม้ จึงต้องมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า ในการ
ฝึกซ้อมการดับเพลิง แผนการดับเพลิง จึงมีความจาเป็น ในการเตรียมตัว เพ่ือรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินท่ี
อาจจะเกิดข้ึน เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน พนักงานทุกคนที่มีการปฏิบัติงานใน
ช่วงเวลาดังกล่าว จึงควรทราบถึง หน้าที่ ท่ีจะต้องปฏิบัติตน เม่ืออยู่ในสถานการณ์นั้น ดังตัวอย่างแผนการ
ดับเพลงิ ตอ่ ไปนี้

เอกสารประกอบการฝึกซอ้ มดบั เพลิงและอพยพหนีไฟ

จัดทาโดย สถาบันพฒั นาบุคลากรดา้ นการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๓
กระทรวงมหาดไทย

เอกสารประกอบการฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ

จดั ทาโดย สถาบนั พัฒนาบุคลากรดา้ นการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๔
กระทรวงมหาดไทย

เอกสารประกอบการฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ

จดั ทาโดย สถาบนั พัฒนาบุคลากรดา้ นการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๕
กระทรวงมหาดไทย

เอกสารประกอบการฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ

จดั ทาโดย สถาบนั พัฒนาบุคลากรดา้ นการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๖
กระทรวงมหาดไทย

เอกสารประกอบการฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ

จดั ทาโดย สถาบนั พัฒนาบุคลากรดา้ นการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๗
กระทรวงมหาดไทย

เอกสารประกอบการฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ

จดั ทาโดย สถาบนั พัฒนาบุคลากรดา้ นการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๘
กระทรวงมหาดไทย

เอกสารประกอบการฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ

จดั ทาโดย สถาบนั พัฒนาบุคลากรดา้ นการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๙
กระทรวงมหาดไทย

2.2 วิธีการดบั เพลิงประเภทต่าง ๆ

หลกั การดบั เพลิง สามารถทาได้ 4 วธิ ี คอื
1) การกาจัดเชอื้ เพลงิ ทาได้โดยการ นาเชอื้ เพลงิ ออกไปจาก
บริเวณเกิดอัคคีภัย และสาหรับกรณขี นถา่ ยเอาเชือ้ เพลงิ ออกไป
ไม่ได้ ควรใชว้ ธิ นี าเอกสารอ่นื ๆ มาเคลอื บของเช้ือเพลงิ เอาไว้
เช่น การใช้ผงเคมีโฟม (Foam) น้าละลายดว้ ยผงซักฟอก ซ่งึ
เมอื่ ฉดี ลงบนผิววัสดุแลว้ จะปกคลมุ อยู่นานตราบเท่าทน่ี ้าหรอื
สารเคมีอ่นื ๆ ท่ีผสมในน้ายงั ไม่สลายตัว

2) การกาจดั ออกซเิ จนโดยการปิดกั้นออกซเิ จนไม่ให้
ไปรวมตวั กบั ไอของเชื้อเพลงิ เนือ่ งจากออกซิเจนเปน็
องค์ประกอบหนึ่งของไฟ วธิ กี ารกาจดั ออกซเิ จนมี
หลายวธิ ี เชน่ ฉดี น้าหรือสารปกคลุมอื่น ๆ ไปคลมุ
ผสมเช้อื เพลิงหรือฉีดแกส๊ เฉอ่ื ย เช่น ไนโตรเจน หรอื
คารบ์ อนไดออกไซด์ไปปกคลุมบรเิ วณเพลงิ ไหม้ทาให้
จานวนออกซเิ จนในอากาศมีปริมาณตา่ ลง จนไมม่ ีการ
สันดาปอีกต่อไปโดยทว่ั ไปแล้วเชื้อเพลิงจะถูกล้อมดว้ ย
ออกซิเจนประมาณ 21% ซงึ่ เกนิ พอสาหรบั การเผา
ไหมเ้ พราะต้องการเพียง 16 % แต่ถ้าหากเราสามารถทาใหอ้ อกซิเจนลดลงไปได้ก็ไม่ได้หมายความว่าเรา
สามารถดบั ไฟไดเ้ ลยทเี ดียวหากออกซิเจนนอ้ ยลง ไฟกอ็ าจยังคงไหม้แบบคุได้ (ไมม่ ีเปลว) เชน่ ไฟไหม้ในตู้เก็บ
ของในลักษณะคุ เม่อื เปิดฝาตู้ออกกจ็ ะลกุ ทนั ที ท้ังนเี้ พราะออกซิเจนภายนอกเขา้ ไปชว่ ยในการเผาไหมอ้ ย่าง
เพียงพอ
3) การลดอุณหภูมิ (ลดความรอ้ น) เมอ่ื ทาใหอ้ ุณหภมู ิของเชื้อเพลงิ ตา่ ลงไปกวา่ จุดวาบไฟแมจ้ ะมีเชื้อเพลงิ
และออกซิเจนผสมกนั อยู่ก็ไมเ่ กดิ การสันดาปเพลงิ กจ็ ะสงบลง วธิ ีการลดอุณหภูมหิ รือการลดความร้อนเป็นวิธีท่ี
ใชก้ ันแพร่หลายซ่ึงจะใชน้ า้ ทาการดับไฟ การดบั
โดยวธิ ีน้จี ะทาให้เชือ้ เพลิงเย็นตัวลง เพอ่ื ลดอัตรา
การกลายเป็นไอเพ่ือปูองกันการระเบิด เนื่องจาก
OVER PRESSURE หรือทาให้ความร้อนต่าลง

เอกสารประกอบการฝึกซ้อมดับเพลงิ และอพยพหนีไฟ

จัดทาโดย สถาบนั พัฒนาบคุ ลากรดา้ นการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั

กระทรวงมหาดไทย ๑๐

4).การขัดขวางปฏกิ ิรยิ าลูกโซ่
การเผาไหม้ทีเ่ ป็นไปอยา่ งตอ่ เนอื่ ง รวดเรว็ และแรงขึน้ เร่ือย ๆ
เกิดข้ึนเน่ืองจากอนมุ ูลอสิ ระท่ีถูกเหวี่ยงออกไปแล้วกลับเข้าไปที่
ฐานของไฟอย่างรวดเร็ว ดงั น้ันจึงมีการทดลองหาสารเคมที ี่สามารถ
ขัดขวางการเกดิ ปฏิกิรยิ าลูกโซข่ องไฟ ซ่ึงพบวา่ ฮาลอน (HALON)
เมือ่ ฉีดใสไ่ ฟมนั จะเขา้ ไปแทนที่อนุมูลอิสระอยา่ งรวดเรว็ แต่ต้อง
ระวังในการใชเ้ พราะอาจจะทาใหข้ าดอากาศหายใจได้ เนอื่ งจาก
ฮาลอน (HALON) หนกั กวา่ อากาศ จึงสามารถไล่อากาศออกไป
สารดงั กล่าว ไดแ้ ก่ไฮโดรคาร์บอนประกอบกบั ฮาโลเจน
(Halogented – Hydrocarbon) ซึ่งสารฮาโลเจนได้แก่ ไอโอดนี โบรมีน คลอรีน และฟลูออรีน
(เรียงตามลาดบั ความสามารถในการใชง้ าน) สารดบั เพลงิ ประเภทน้มี ชี ื่อเรยี กวา่ ฮาลอน (HALON) เช่น HALON
1211 HALON 1301 แตป่ ัจจุบันไดถ้ ูกเลกิ ผลิตแล้วโดยมสี ารชนิดอ่ืน มาทดแทน เช่น FM – 200

3.แผนการอพยพหนีไฟและวธิ ีการอพยพหนีไฟของสถานประกอบกจิ การ

3.1 แผนการอพยพหนไี ฟและวิธกี ารอพยพหนไี ฟ
แผนอพยพหนีไฟน้นั กาหนดขึน้ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของพนักงานและสถานประกอบการ

ในขณะเกิดเหตเุ พลิงไหม้
แผนอพยพหนีไฟที่กาหนดขึ้นน้ัน มีองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น หน่วยตรวจสอบจานวนพนักงาน ผู้นาทางหนีไฟ

จุดนัดพบ หน่วยช่วงชีวิต และยานพาหนะ ฯลฯ ควรได้กาหนดผู้รับผิดชอบในแต่ละหน่วยงาน โดยข้ึนตรงต่อ
ผอู้ านวยการอพยพหนไี ฟหรอื ผอู้ านวยการดบั เพลิงดนั นี้

- ผู้อานวยการอพยพหนไี ฟหรือผูอ้ านวยการดับเพลงิ ชอ่ื ............................................
- ผู้ช่วยผ้อู านวยการอพยพหนไี ฟหรอื ผู้ชว่ ยอานวยการดบั เพลงิ ช่อื ............................

ในแผนดงั กล่าวควรกาหนดใหม้ ีการปฏบิ ัติ ดงั น้ี

1) ผนู้ าทางหนไี ฟ จะเป็นผู้นาทางพนกั งานอพยพหนีไฟไปตามทางออกทจี่ ัดไว้
2) จัดนดั พบ หรอื เรียกอีกอยา่ งว่า “จดุ รวมพล” จะเป็นสถานท่ีท่ีปลอดภัยซึ่งพนักงานสามารถท่ีจะมารายงานตัว

และทาการตรวจสอบนบั จานวนได้
3) หน่วยตรวจสอบจานวนพนักงาน มีหน้าท่ีตรวจนับจานวนพนักงานว่ามีการอพยพหนีไฟออกมาภายนอก

บริเวณท่ีปลอดภัยครบทุกคนหรือไม่ หากพบว่าพนักงานอพยพหนีไฟออกมาไม่ครบจามจานวนจริง ซ่ึง
หมายถงึ ยังมพี นักงานติดอย่ใู นพ้ืนที่ทเี่ กิดอัคคีภยั
4) หนว่ ยชว่ ยชวี ิตและยานพาหนะ จะเข้าค้นหาและทาการช่วยชีวิตพนักงานที่ยังติดค้างอยู่ในอาคารหรือในพ้ืนท่ี
ที่เกิดอัคคีภัย รวมถงึ กรณีของพนกั งานทอี่ อกมาอยทู่ ่ีจดุ รวมพล แลว้ มีอาการเป็นลมหมดสติ หรือบาดเจ็บ เป็น
ต้น หน่วยช่วยชีวิต จะทาการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และติดต่อหน่วยยานพาหนะให้ในกรณีท่ีพยาบาลหรือ
แพทยพ์ จิ ารณาแล้ว ตอ้ งนาส่งโรงพยาบาล

เอกสารประกอบการฝึกซอ้ มดับเพลิงและอพยพหนีไฟ

จัดทาโดย สถาบันพฒั นาบุคลากรด้านการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั

กระทรวงมหาดไทย ๑๑

3.2 วธิ กี ารอพยพหนีไฟ
1) กาหนดเสน้ ทางหนไี ฟ และเสน้ ทางหนไี ฟสารอง

2) ลกั ษณะสัญญาณเตอื นภัย หนีไฟ ควรแจ้งให้พนักงานทราบ รวบท้ังสัญญาณที่แจ้งเหตุเพลิงไหม้ เพ่ือพนักงาน

จะไดก้ ลบั เข้าทางาน

เพลงิ ไหม้ สญั ญาณดัง หนไี ฟ

เพลิงสงบ สญั ญาณ (ตา่ งจากเพลงิ ไหม้) กลบั เขา้ ทางาน

3) การมอบหมายเจ้าหน้าที่

- ผตู้ รวจพ้นื ที่ จะทาหนา้ ท่ีตรวจพนื้ ท่ใี นการหนีไฟ พน้ื ทีป่ ฏบิ ตั งิ านตา่ ง ๆ

- ผนู้ าทางหนไี ฟ จะทาหน้าท่นี าพนักงาคนอืน่ ๆ ออกไปตามทางออกที่จดั ไว้และนับจานวนพนักงาน

- ผนู้ าทางสารอง

เอกสารประกอบการฝึกซ้อมดบั เพลงิ และอพยพหนีไฟ

จดั ทาโดย สถาบนั พัฒนาบคุ ลากรด้านการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั

กระทรวงมหาดไทย ๑๒

4.แผนตรวจตรา

เปน็ แผนการสารวจความเสี่ยงและตรวจตรา เพื่อเฝูาระวงั ปูองกันและขจดั ต้นเหตุของการเกิดเพลิง

ไหม้ กอ่ นจัดทาแผนควรมีข้อมลู ต่าง ๆ ดงั น้ี เชอ้ื เพลิง สารเคมี สารไวไฟ ระบบไฟฟาู จะท่ีมโี อกาสเสีย่ งต่อการเกดิ เพลิง

ไหม้ และต้องมีการบนั ทกึ ข้อมลู เกี่ยวกับ คณุ สมบตั ลิ ักษณะการลุกไหม้ ปริมาณของสารอันตรายทมี่ ีอยู่สงู สดุ ชนดิ ของ

สารดบั เพลงิ และปริมาณทีต่ ้องใช้ เพ่อื ประกอบการวางแผนการตรวจตราควรมกี ารกาหนดบุคคล พน้ื ที่ทร่ี บั ผดิ ชอบ

หวั ขอ้ และจะทตี่ ้องตรวจระยะเวลา

ความถผ่ี ตู้ รวจสอบรายงาน การสง่ รายงาน การแจ้งขอ้ บกพรอ่ งในการตรวจตราท่ีชดั เจน

ตวั อยา่ งของหัวข้อทค่ี วรตรวจตรา เชน่

- จดุ ทีเ่ ส่ยี งต่อการเกดิ เหตุเพลิงไหม้

- การใช้ และการเก็บวัตถุไวไฟ

- ของเสยี ตดิ ไฟงา่ ย

- เชอื้ เพลิง

- แหลง่ ความร้อนต่าง ๆ

- อปุ กรณ์ดบั เพลงิ

- ทางหนีไฟ ตัวอย่างแผนผงั การตรวจตรา

กอ่ นเขา้ ทางาน 10 นาที

ตรวจสถานทต่ี ามทก่ี าหนด

สง่ แบบรายงานทฝ่ี ่าย............

ฝ่ าย...................ตรวจสอบแบบรายงานและสรุปผล

มขี อ้ บกพร่อง ผอ. แผนฯ ไมม่ ขี อ้ บกพร่อง
สงั่ แกไ้ ข

หวั หนา้ ฝ่ายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เกบ็ รวบรวมเอกสาร
สงั่ การ โดยฝ่ าย................

รายงานผล

พนกั งานท่รี บั ผดิ ชอบ
ปรบั ปรุงแกไ้ ข

เอกสารประกอบการฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ

จดั ทาโดย สถาบนั พฒั นาบุคลากรด้านการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๑๓
กระทรวงมหาดไทย

5. การค้นหาและช่วยเหลอื ผู้ประสบภยั และเคลือ่ นย้าย

ในการปฏิบัติงานดับเพลิง ถือว่าการช่วยเหลือผู้ประสบภัยมีความสาคัญเป็นอันดับแรก ภารกิจของการ
ดบั เพลงิ คอื การช่วยเหลอื ผู้ท่ีประสบกับสภาวะวิกฤตในสถานท่ีเกดิ เหตุเพลิงไหมใ้ ห้ออกมา

5.1 ประเภทของการช่วยเหลอื ผู้ประสบภัย
1). การค้นหาผู้ประสบภัย เป็นการค้นหาว่ามีผู้ประสบภัยท่ีต้องการความช่วยเหลืออยู่หรือไม่ ภายใน

บริเวณทม่ี คี วันไฟปกคลมุ อยู่ เป็นการปฏบิ ตั งิ านช่วยเหลือทีม่ ีความสาคญั เปน็ อันดบั แรก
2). การชว่ ยเหลือ เปน็ การปฏบิ ัตงิ านช่วยเหลือผูป้ ระสบภยั ออกมาโดยตรง
3). การนาทางหลบภัยออกมา เป็นการปฏิบัติงานนาทางผู้ประสบภัยท่ียังสามารถเดินได้ด้วยตนเอง

ออกมายังบรเิ วณที่ปลอดภัยบนพื้นดนิ
5.2 หลักการคน้ หาเพอื่ ชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบภยั
การค้นหาและช่วยชีวิตผู้ประสบภัยเป็นการเข้าไปเพื่อช่วยชีวิตบุคคลท่ีติดอยู่ในอาคารบ้านเรือน ส่ิง

ปลกั หกั พงั อนั เป็นผลเนือ่ งจากอัคคภี ยั
การท่ีจะดาเนินการค้นหาผู้ประสบภัยให้ได้อย่างรวดเร็วและสามารถช่วยเหลือชีวิตผู้ประสบภัยได้

อยา่ งปลอดภัยมากท่สี ุดเท่าทีจ่ ะทาได้น้นั ปจั จยั แรกท่ีตอ้ งทา คือ ต้องควบคุมสถานการณท์ ่ผี ่ใู นภาวะชลุ มนุ วนุ่ วาย
1). การคน้ หาเพื่อชว่ ยชีวิตผปู้ ระสบภยั จากภายนอกอาคาร ควรดาเนนิ การดังน้ี
- คน้ หาในระยะแรก เมือ่ ไปถงึ สถานทเ่ี กดิ เหตใุ หป้ ฏิบตั กิ ารช่วยเหลอื ผู้บาดเจบ็ ร้ายแรงก่อน
- สารวจโดยรอบบริเวณท่ีได้รับความเสียหายโดยสอบถามบุคคลที่อยู่ในที่เกิดเหตุจดรายละเอียด

จากบุคคลทม่ี หี นา้ ทดี่ ูแลอาคาร หรือเจ้าหน้าท่รี ักษาความปลอดภยั ของสถานทีแ่ ห่งน้ันว่าสาเหตุมาจากอะไร อันตรายท่ี
ยังมีอยู่และมีบุคคลท้ังหมดในอาคารจานวนเท่าใด มีผู้ติดค้างเท่าใด อยู่ส่วนไหนของอาคารรวมทั้งจุดใดเป็นจุดที่ได้รับ
อนั ตรายมากทีส่ ุด

- ตรวจค้นโดยรอบภายนอก ถ้าพบส่ิงท่ีอาจจะทาให้เกิดการเสียหายต้องแก้ไขให้เรียบร้อยและ
ประกาศให้ผทู้ ี่จะเข้าไปภายหลังทราบถงึ จดุ อนั ตรายน้นั ๆ

2). การค้นหาเพือ่ ช่วยชวี ติ ผ้ปู ระสบภัยภายในอาคาร ควรดาเนนิ การดังนี้
- พิจารณาสภาพของอาคารท่ีได้รับความเสียหาย ถ้าได้รับการกระเทือนจากการเข้าไป แล้วจะทา

ใหท้ รุดพังลงมาได้หรือไม่
- เตรียมอุปกรณใ์ นการชว่ ยชีวติ ในบรเิ วณทยี่ งั มีสารพษิ ควันไฟหรือก๊าชพิษ
- วิธีเจาะ งัด พัง เพ่ือเข้าไปในอาคาร ถ้าเข้าไปโดยทางปกติไม่ได้ ก็ต้องใช้กาลังงัดเจาะเข้าไป จึง

จาเป็นต้องศึกษาถงึ รปู ร่างลักษณะของประตู หน้าต่างว่ามีรูปร่างแบบไหน หรือการทรุดพังของอาคารว่ามีส่วนใดที่ว่าง
ทจี่ ะทาใหค้ นหลบหนรี อดอยู่สว่ นไหน จะได้งดั เจาะตรงท่นี ้นั ๆ ไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว

3). วิธกี ารค้นหาภายในอาคารทเ่ี กดิ เหตุ ควรปฏิบัตดิ ังนี้
- เมื่อเดนิ อย่บู นบันไดหรือพน้ื ทช่ี ารุดแต่ยังมีเคร่ืองรองรับอยู่ใหเ้ ดินเลียบผนงั ให้มากท่ีสุดเท่าท่ีจะทาได้
- พยายามเข้าไปตรวจจดุ ทีไ่ ดร้ ับขอ้ มลู จากปากคาของผ้หู นรี อดมาได้หรือผูท้ ่ีได้รับบาดเจ็บเลก็ น้อย

- เม่อื แนใ่ จวา่ มผี ้ตู ดิ อยใู่ นอาคารใหช้ ว่ ยตะโกนเรยี กหรือเคาะตามผนังตามทอ่ น้า เมื่อตะโกนหรอื

เคาะแล้วทกุ คนตอ้ งเงยี บเพือ่ ฟงั เสียงตอบ

เอกสารประกอบการฝึกซอ้ มดบั เพลงิ และอพยพหนีไฟ

จดั ทาโดย สถาบนั พัฒนาบคุ ลากรด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๑๔
กระทรวงมหาดไทย

- เมอื่ ทราบวา่ มผี ูป้ ระสบภัยตดิ อยู่ควรมกี ารติดต่อตลอดเวลาทีค่ ้นหา การตดิ ตอ่ จะเป็นผลใหผ้ ้ทู ี่

ตดิ คา้ งอยู่มีกาลงั ใจท่ีจะตอ่ สกู้ บั อาการเจบ็ ปวุ ยและเปน็ การทราบทศิ ทางของผู้ที่ตดิ คา้ งอยดู่ ว้ ย
- ถ้าผู้ประสบภัยหมดสติหรือจะเสียชีวิตแล้วก็ตาม เม่ือไม่ได้ยินเสียงตอบหรือเสียงเคาะตอบ ถ้าสงสัยจาก

ข่าวที่ได้รับมาว่ามีบุคคลติดอยู่แน่ ก็ต้องขุดค้นจนทั้งบริเวณถ้าพบผู้ประสบภัยท่ีบาดเจ็บหรือชิ้นส่วนของ

ผู้บาดเจ็บหรือผู้ตายต้องเอาออกมาให้หมดเพราะชิ้นส่วนของร่างกายจะทาให้ผู้ค้นหาเกิดการเข้าใจผิดว่า

ยงั มีศพติดคา้ อยู่ภายในซากปรกั หกั พังน้ัน ทาใหเ้ สยี เวลาในการคน้ หาอกี

- ทาเคร่อื งหมายอาคารท่ตี รวจคน้

แลว้ เม่อื ผชู้ ว่ ยเหลอื ไดเ้ ขา้ ไปตรวจค้นจนท่ัวและนา้ ผู้ประสบภัยออกมาหมดแล้ว ต้องทา

เครือ่ งหมายหรอื เขียนข้อความว่า “ตรวจแล้ว”หรือทาเครื่องหมายกากบาท ( X ) เพราะผู้มาภายหลังจะได้ทราบ
ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาซ้าอีก และในกรณีท่ีบริเวณนั้นเป็นท่ีท่ีอันตรายก็ต้องเขียนบอกด้วยว่า “ตรวจแล้วมี
อนั ตราย” ไวด้ ว้ ยในสถานทีท่ ี่มีอนั ตรายมีเครื่องหมายก้ันหรือห้ามมิให้เข้าไปบริเวณท่ีเกิดเหตุ เช่น ใช้เชือกไม้หรือ
สิ่งที่พอหาไดป้ ดิ ก้ันไว้
- การประสานงานกับหนว่ ยงานอนื่ ๆ

ผู้มาร่วมช่วยเหลือที่มาจากหน่วยงานต่าง ๆ ชุดที่ช่วยเหลือเดิมควรแบ่งกาลังออกมาเพียงคร่ึงหน่ึงก่อน

อย่าถอนกาลงั หมดเพราะการปฏิบัติการได้ปฏบิ ัติไปแล้ว ผู้มาใหม่จะได้มีโอกาสศึกษาหาลู่ทางปฏิบัติ และงานท่ีทา

ไปแล้วจะได้คาแนะนาจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเพราะเจ้าหน้าท่ีดับเพลิงมีหลักฐานและข้อความท่ีควรทราบ ท่ีได้รับ

จากผู้ท่ีสารวจมาแล้วและการสารวจเพิ่มเติมจะทาให้ค้นหารวดเร็วและถูกต้องตรงจุดท่ีต้องกระทาอย่างรีบด่วน

หรือตามลาดับก่อนหลงั

- สงิ่ ที่ควรคานงึ ถงึ อกี ประการ คือ ตอ้ งจดั การกบั สาธารณูปการ

ที่อาจจะกอ่ ให้เกิดอนั ตรายหรอื ความเสียหายในบริเวณนนั้ เชน่ อาจจะมีสายไฟฟาู หรอื ทอ่ นประปา

ถกู ทาลายควรปฏิบัตดิ ังนี้

- ถ้าสายไฟฟาู ขาดและตกลงควรรีบยกสวติ ซต์ ัดตอนใกลบ้ รเิ วณนน้ั ถา้ ไมส่ ามารถเขา้ ไปตัดตอน

สวิตซไ์ ด้กค็ วรใช้ไม้แห้งเขี่ยสายไฟอกไปให้พ้นทางอันตราย หรือใช้ขวานที่ด้ามเป็นฉนวนฟันสายไฟให้ขาดออกถ้า
สายใหญ่ใหต้ ดั ทลี่ ะเสน้ โดยแยกออกใหห้ า่ งกันอยา่ งให้คมขวานเปน็ ส่ือให้เกิดการอาร์คหรือสปาร์คขึน้ ได้

- ท่อประปาแตกให้ปดิ ก๊อกจ่ายกระแสนา้ ตรงใกลม้ าตรวดั น้า ถา้ ไมส่ ามารถเขา้ ไปไดก้ ใ็ หใ้ ช้ไมห้ ุ้ม

กับเศษผ้าแล้วตอกเข้าไปในเส้นท่อประปาที่สามารถเข้าไปได้ก็ให้ใช้ไหม้หุ้มกับเศษผ้าแล้วตอกเข้าไปในเส้นท่อ
ประปาทแ่ี ตก ปรอื ถา้ ท่อประปาเป็นตะก่ัวหรอื เหล็กอ๊อกให้ทบุ ท่อใหแ้ บนแลว้ พบั ให้น้าหยุดไหล

การค้นหาเพ่ือช่วยชีวิตผู้ประสบภัยน้ันจะเป็นผลสาเร็จได้ก็ต่อเมื่อมีการปฏิบัติตามข้ันตอนที่ถูกต้อง
ถ้ามกี ารเปล่ียนแปลงแผนการดาเนินการอย่างไรตอ้ งแจ้งให้ทุคนได้ทราบ โดยมกี ารประสานงานกับกองอานวยการ
และฟังข่างจากกองอานวยการตลอดเวลาหรือการประสานงานกับกองอานวยการและฟังข่าวจากกองอานวยการ
ตลอดเวลาหรอื การมีคาส่งั ยกเลิกในการค้นหาตอ้ งมาจากกองอานวยการค้นหา การฟังความจากบุคคลอ่ืนหรือผู้ที่
ไม่เกีย่ วข้องกระทาให้เกิดการสบั สน ดังน้นั ผ้ทู ่ไี มม่ หี น้าทเ่ี ก่ยี วข้องตอ้ งหา้ มมิใหเ้ ขา้ ไปในบริเวณค้นหาเดด็ ขาด

เอกสารประกอบการฝึกซ้อมดบั เพลิงและอพยพหนีไฟ

จดั ทาโดย สถาบันพฒั นาบคุ ลากรดา้ นการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๑๕
กระทรวงมหาดไทย

5.3 วธิ ีการคน้ หาผปู้ ระสบภยั ในอาคาร
วธิ ีการคน้ หาผปู้ ระสบภัยในอาคาร คือ ไปทางขวาหรอื อยูท่ างขวาตลอด
- หลังจากเข้าไปในอาคารให้เล้ียวขวา มองด้านขวาและเดินเลียบไปตามผนังด้านขวา จนกระทั่งทั่วทั้ง

บรเิ วณท่สี ามารถเดนิ เขา้ ไปไดแ้ ละออกไปยังจุดเริ่มตน้
- ถ้าทีมค้นหามีเหตุสุดวิสัยที่จะต้องกลับออกไป และไม่สามารถจาทางได้ให้หันหลังกลับและเดินชิดผนัง

ด้านซา้ ย (ขวาเดมิ ) และเดนิ ชดิ ซ้ายกลบั ออกมา

การค้นหาผ้ปู ระสบภัยในอาคาร

5.4 การเคลื่อนย้ายผปู้ ระสบภยั

หลกั การยกและเคล่ือนย้ายผู้ประสบภัยออกจากทเี่ กดิ เหตุ

เมื่อมาถึงสถานที่เกิดอุบัติเหตุ ผู้ประสบภัยอาจต้องได้รับการดูแล และการเคลื่อนย้าย สิ่งสาคัญคือต้องทา

อย่างรวดเร็ว และระมัดระวังโดยเฉพาะในสถานที่ท่ีอยู่ในสถานการณ์อันตรายเพราะหากให้การดูแลผู้ประสบภัยไม่

เหมาะสม อาจทาให้ผู้ประสบภัยบาดเจ็บหรือถึงกับเสียชีวิตได้ ซ่ึงโดยทั่วๆ ไป หน่วยกู้ชีพจะทาการเคลื่อนย้าย

ผปู้ ระสบภยั เมอ่ื ผู้ประสบภัยตกอยใู่ นอันตรายเท่านนั้

ข้อควรระวัง การยกผู้ประสบภัยควรมีท่าทางอย่างเหมาะสม เพื่อการเคลื่อนไหวอย่างง่ายขึ้น และ

ไมเ่ กดิ การบาดเจบ็ จากการยกผ้ปู ระสบภยั

กอ่ นการยกเคลือ่ นยา้ ยผ้ปู ระสบภัยอย่างถูกวิธี ให้ปฏิบตั ติ ามกฎพน้ื ฐาน ต่อไปนี้

1). วางแผนการเคลื่อนย้ายท่ีก่อนจะยก เช่น ประมาณน้าหนักของผู้ประสบภัยและดูว่าต้องขอ

ความชว่ ยเหลอื จากผอู้ ื่นหรอื ไม่

2). ใช้ขา แขน ไม่ใช้หลงั เวลายกใหย้ ่อขาและทาหลงั ใหต้ รง

3). ใหน้ ้าหนักผ้ปู ระสบภยั อยใู่ กลต้ วั ท่านมากทีส่ ดุ โดยยกข้ึนตรงๆไม่ปดั หรือหมุน

4). การเคลื่อนรา่ งกายของคณุ ตอ้ งเป็นขนั้ ตอน หรือจงั หวะจากเท้าสเู่ ขา่ แลว้ จงึ ยนื แลว้ เดนิ

5). การยกขน้ึ แนวดิ่งเท่าน้ัน และเป็นท่าทางอย่างธรรมชาติ

การยก การลาก การดึง การแบกหรือการเคลอื่ นย้ายสง่ิ ของหลักสาคญั ทีไ่ มท่ าให้ตนเองบาดเจ็บ คือการอยู่ใน

ท่าท่ีถูกต้องในแนวต้ังตรงของกระดูกสันหลัง การทางานเป็นทีม เป็นสิ่งจาเป็น การสื่อสารหรือส่ังการให้กับผู้ร่วมทีม

อย่างชัดเจนสม่าเสมอ ต้ังแต่ต้นจนจบโดยใช้คาพูด อี ก ป ร ะ ก า ร ห น่ึ ง ค ว ร มี ก า ร เ ต รี ย ม ร่ า ง ก า ย

ใหพ้ ร้อมเสมอเพื่อทาการเคล่ือนย้ายผู้ประสบภัย

เอกสารประกอบการฝึกซ้อมดับเพลงิ และอพยพหนีไฟ

จดั ทาโดย สถาบันพฒั นาบุคลากรดา้ นการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๑๖
กระทรวงมหาดไทย

5.5. เทคนคิ การเคลอื่ นยา้ ยผู้ประสบภยั สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ ไดแ้ ก่
5.5.1 การเคลอื่ นยา้ ยแบบฉกุ เฉิน
ทาการเคลื่อนย้ายกรณีที่มีอันตรายเกิดข้ึนทันทีต่อผู้ประสบภัย ตัวอย่างต่อไปนี้ จาเป็นต้อง

เคลื่อนย้ายฉกุ เฉนิ
- ไฟไหม้ หรอื ภัยท่ีเกดิ จากไฟ
- เกดิ การระเบิด
- ไม่สามารถปกปูองผู้ประสบภัยจากอันตรายต่างๆ ได้แก่ อาคารที่ไม่แข็ง แรง รถคว่า

เกิดการจลาจล วัตถอุ ันตราย นา้ มนั เชือ้ เพลงิ รั่วไหล แก๊สร่ัว อาการหนาวหรือร้อนจัด หรือต้องทาการฟ้ืนกู้ชีพแต่พ้ืนไม่
ราบเรยี บหรอื มีความออ่ นนุ่มเกนิ ไป

การเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย เพื่อปูองกันกระดูกสันหลัง ควรจัดท่าทางของผู้ประสบภัยให้อยู่ในแนวตรง
ตามลาตวั ศรี ษะ และลาคอ

การเคล่ือนย้ายแบบฉกุ เฉินแบบตา่ งๆ
 การดงึ เส้อื ดังรปู ท่ี 1

 การลากด้วยผา้ หม่ การเคล่ือนย้ายแบบน้ีใช้ 1 คน เคลื่อนยา้ ยด้วยวธิ ีการลากโดยใช้ผา้ หม่ ดังรปู ที่ 2

 การดึงไหล่หรอื ปลายแขน เป็นวธิ เี คลอ่ื นยา้ ยระยะสัน้ ๆ โดยบุคคลเดยี วเช่นกนั ดงั รูปที่ 3

เอกสารประกอบการฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ

จัดทาโดย สถาบันพฒั นาบคุ ลากรดา้ นการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๑๗
กระทรวงมหาดไทย

 การอุ้มกอดด้านหลงั วิธกี ารนี้ใชใ้ นกรณผี ู้ประสบภยั หมดสติ นาผู้ประสบภัยอยู่ในท่านั่งเหยียดขาอยู่บนพืน้ ดงั รูปที่ 4

 การพยุงเดนิ โดยผ้เู คลอื่ นย้ายคนเดยี ว และผปู้ ระสบภยั มสี ตพิ อเดนิ ได้ ดงั รูปท่ี 5

 การเคล่ือนย้ายแบบคลานลาก วิธีการให้ผู้ประสบภัยนอนหงาย ผูกมือทั้ง 2 ของผู้ประสบภัยติดกับ
ดา้ นหนา้ ผเู้ คลอ่ื นย้ายกม้ คร่อมโดยใหม้ ือผ้ปู ระสบภยั คลอ้ งไหล่ไว้แลว้ คลานไป

 การเคลื่อนย้ายแบบแบกบนบ่า

เอกสารประกอบการฝึกซอ้ มดับเพลงิ และอพยพหนีไฟ

จัดทาโดย สถาบันพฒั นาบคุ ลากรดา้ นการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๑๘
กระทรวงมหาดไทย

5.5.2 การเคลอ่ื นย้ายแบบไม่ฉกุ เฉิน
หากผู้ประสบภัยอยู่ในท่ีเกิดเหตุ แต่ไม่มีเหตุอันตรายแก่ชีวิตให้ทาการประเมินผู้ประสบภัย

เบื้องต้น และรักษาตามอาการก่อนปูองกันการบาดเจ็บเพ่ิมเติม พยายามให้ผู้ประสบภัยรู้สึกสบายหรือเจ็บปวดน้อย
ท่สี ุด

การเคลื่อนย้ายแบบนี้ ต้องอาศัยเครื่องมือมาก อาจจะเกิดอันตรายแก่กระดูกสันหลัง ต้องทาให้
กระดูกสนั หลงั อยกู่ บั ทเ่ี สียก่อน โดยใชเ้ คร่อื งมือเพม่ิ เตมิ

ตัวอย่างของการเคลื่อนยา้ ยแบบไม่ฉกุ เฉนิ
- การยกผู้ประสบภัยข้ึนจากเตียงหรือจากพื้นจะเป็นการยากถ้าผู้ประสบภัยมีน้าหนักมากกว่า 80
กโิ ลกรัม ซง่ึ ควรใชผ้ ้ยู กอย่างนอ้ ย 3 คน
- การยกผู้ประสบภัยโดยยกที่ส่วนแขน หรือส่วนขา เป็นลักษณะการยกผู้ประสบภัยจากเปล หรือ
เตยี งไปทีเ่ ปลหาม หรอื พื้นแตไ่ ม่ควรใช้วิธีนกี้ บั ผปู้ ระสบภัยท่ีบาดเจบ็ ที่แขนหรือขา
5.5.3 การจัดตาแหน่งให้ผู้ประสบภัย
การจัดใหผ้ ้ปู ระสบภยั อย่ใู นท่าใดนนั้ ขนึ้ อยู่กับสภาพผปู้ ระสบภัยแตล่ ะราย เช่น
- ผู้ประสบภัยท่ีแสดงอาการช็อก มีหลัก 3 ประการที่ต้องพึงระวัง คือ ยกเท้าให้สูง รักษาความอบอุ่น
ใหร้ ่างกาย และให้ออกซิเจน
- ผู้ประสบภยั ท่มี ปี ัญหาในการหายใจ มักจะให้นอนตะแคงเน่ืองจากผู้ประสบภัยจะไมน่ อนทบั ปอด
- ผปู้ ระสบภยั ท่ไี ด้รับบาดเจ็บบริเวณกระดูกสันหลัง จะต้องจัดท่านอนราบตามตัว และใช้อุปกรณ์ล็อค
ตัวห้ามเคล่อื นไหว
5.5.4. อุปกรณ์การขนยา้ ยผปู้ ระสบภัย
เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพ่ือขนย้ายผู้ประสบภัยไปที่จุดหมายอย่างปลอดภัย ควรทาความคุ้นเคยใน
การใช้และทราบวิธีการใช้และความเหมาะสมกับลักษณะการขนย้าย รวมท้ังหมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ให้ดี
อยเู่ สมอ
อุปกรณเ์ คล่ือนยา้ ย ท่ีใช้กันอยู่ทัว่ ไปไดแ้ ก่
- เปลแบบมลี ้อ สว่ นมากใช้กบั รถพยาบาล สามารถจะพบั ขาได้
- เปลหามนา้ หนักเบา สว่ นใหญป่ ระกอบด้วยผ้าและโครงไม้ หรอื อลูมเิ นยี ม
- เปลตัก (Scope stretcher) เหมาะสาหรับการเคล่ือนย้ายผู้ประสบภัยท่ีคาดว่าจะมีปัญหา
ทางกระดูกสนั หลงั
- Vest type Extrication Device เปน็ อุปกรณ์การยา้ ยเพอ่ื ปอู งกันกระดกู สนั หลงั
- เกา้ อ้ีขนาดเล็กมลี ้อ
- เปลสนามมีสายรัด
- กระดาน Backboards เป็นเปลสนามชนิดหนึ่งทาด้วยกระดานมี 2 แบบ คือ แบบยาว และแบบส้ัน
มีความยาว 6–7 ฟุต และ 3–4 ฟุต ตามลาดับ การใช้งานแบบสั้นส่วนมากใช้กับการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยจาก
ยานพาหนะ

เอกสารประกอบการฝึกซ้อมดบั เพลิงและอพยพหนีไฟ

จัดทาโดย สถาบันพฒั นาบุคลากรด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๑๙
กระทรวงมหาดไทย

5.5.5 กฎในการยกและเคลอื่ นย้ายผ้ปู ระสบภยั
การยกและเคลอ่ื นย้ายผู้ประสบภัยมหี ลายวธิ ี แต่หลักการเหมือนกันทุกวธิ ี คอื
- บอกเล่าแผนการเคลื่อนย้ายกับผู้ที่มาช่วยว่าจะทาอะไร ท่ีสาคัญคือต้องบอกผู้ประสบภัยด้วยว่าจะ

ช่วยเหลอื อะไรใหก้ บั เขาบ้าง
- ประมาณกาลังที่จะยกผู้ประสบภัย ถ้าไม่แน่ใจว่าจะยกไหวต้องหาคนช่วยให้มากพอ ห้าม ลอง

ยกเดด็ ขาด เพราะผู้ประสบภยั อาจจะไดร้ ับอันตราย
- ห้ามทาหลงั งอเวลายกผปู้ ระสบภยั เพราะอาจจะทาให้หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนทาให้ปวดหลัง

หรอื เสยี วแปลบตามเสน้ ประสาทต้องใหห้ ลงั ตรงอยเู่ สมอ
- เวลายกผู้ประสบภัยให้ย่อขา และหนีบแขน กามือท่ีจับผู้ประสบภัยให้แน่นให้มือและแขน

อยแู่ นบกบั ตัวมากที่สดุ จะทาให้ไดแ้ รงยกมากข้ึน
- ต้องยกผู้ประสบภัยโดยให้ตัวเราอยู่ในสมดุล น้าหนักจะได้ลงที่ศูนย์กลางลาตัว ทาให้ออกแรง

ไดเ้ ต็มท่ี และตวั ผ้ยู กเองปลอดภยั จะไมเ่ กิดการบาดเจ็บต่อกล้ามเนอ้ื และเสน้ ประสาท
- ต้องทาด้วยความนุ่มนวลที่สุด เราต้องการให้คนอื่นปฏิบัติต่อเราอย่างไร ก็ควรปฏิบัติเช่นนั้น

ต่อผอู้ ่นื ดว้ ย
การเคล่ือนย้ายผู้ประสบภัยมีหลายท่า หลายวิธี ข้ึนอยู่กับสถานการณ์และความเหมาะสม ซ่ึงต้องพิจารณา

เปน็ กรณๆี ไป ผทู้ ที่ าการเคลอ่ื นย้ายผ้ปู ระสบภยั ควรจะฝกึ ฝนจนมคี วามชานาญ เพื่อปอู งกันมใิ หผ้ ้ปู ระสบภัยและตนเอง
ได้รับอันตรายจากการเคล่อื นยา้ ยผู้ประสบภัยอย่างไม่ถูกต้อง

6. การปฐมพยาบาลเบ้อื งต้น

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นจาเป็นอย่างย่ิงท่ีผู้ให้การช่วยเหลือจะต้องมีความรู้ มีหลักการปฏิบัติ
ที่ถูกต้อง และมีการฝกึ ฝนจนชานาญ ถงึ จะทาใหก้ ารช่วยเหลือน้ันเปน็ ไปอย่างมีประสิทธิภาพ

6.1 การปฐมพยาบาล

6.1.1. วัตถุประสงค์ของการปฐมพยาบาล เพ่ือช่วยลดความรุนแรงของการบาดเจ็บหรือการเจ็บปุวย
และช่วยให้กลับสู่สภาพเดิมได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น เม่ือเราเป็นบุคคลแรกท่ีอยู่ในที่เกิดเหตุและเป็นผู้มีทักษะด้านการ
ปฐมพยาบาล รวมท้ังได้รับการฝึกอบรมการบริการด้านแพทย์ฉุกเฉินข้ันพ้ืนฐานแล้วนั้น จาเป็นจะต้องคานึงถึงการ
ปูองกันความปลอดภัยของตัวเอง ทีมงาน บุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์และผู้บาดเจ็บ ส่ิงสาคัญที่ต้องคานึงถึงคือ การ
ประเมนิ เบอ้ื งตน้ เป็นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู เพื่อเปน็ แนวทางในการวางแผนให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยสามารถแบง่ การประเมินออกเปน็ 2 ประเภท

6.1.2 การประเมินสถานการณ์ ต้องประเมินว่าสถานการณ์หรือสภาพแวดล้อมนั้นปลอดภัยพอที่จะเข้า
ไปชว่ ยผูบ้ าดเจ็บหรอื ไม่ สภาพความรนุ แรงของเหตุการณ์เป็นอย่างไร หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้วัตถุหรือสถานที่ที่ก่อให้เกิด
อนั ตรายเพิม่ ขึน้ ปูองกันการติดเชอื้ โดยการไม่สมั ผัสกับเลือดผู้บาดเจ็บโดยตรง

เอกสารประกอบการฝึกซ้อมดบั เพลิงและอพยพหนีไฟ

จัดทาโดย สถาบนั พฒั นาบคุ ลากรดา้ นการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๒๐
กระทรวงมหาดไทย

6.1.3 การประเมินสภาพผู้บาดเจ็บหรือผู้ปุวย เพ่ือให้ทราบสภาวะผู้บาดเจ็บ โดยมีขั้นตอน
การปฏบิ ัติดงั นี้

 แนะนาตวั เอง คอื บอกช่อื หน่วยงานต้นสังกัดให้ผู้บาดเจ็บหรือญาติของผู้บาดเจ็บทราบ และขอ
อนญุ าตทาการชว่ ยเหลอื

 ตรวจดูความรูส้ กึ ตวั ของผ้บู าดเจ็บ โดยการเรยี กหรือการตไี หลเ่ บาๆ เช่น “คุณ...คุณ” และสังเกต
การรสู้ ึกตัวและการตอบสนอง

 ตรวจดูทางเดินหายใจ โดยวิธีกดหน้าผากและเชยคางของผู้บาดเจ็บขึ้น หรือใช้วิธีเปิดขากรรไกร
ของผูบ้ าดเจ็บ มองเข้าไปในบริเวณช่องปากว่ามีส่ิงแปลกปลอมติดอยู่หรือเปล่า กรณีบาดเจ็บด้วยอุบัติเหตุให้ใช้วิธีการ
ยกขากรรไกรลา่ ง

 ตรวจดูการหายใจโดยวิธี ตาดู (ทหี่ น้าอก) หูฟงั (เสยี งลมหายใจ) แกม้ สัมผสั (ลมหายใจ)
 ตรวจดูชพี จร โดยวิธจี บั ท่ขี ้อมือหรือข้อพับแขน หรือที่คอของผู้บาดเจ็บ (ในกรณีท่ีผู้บาดเจ็บหมดสติ)
ส่วนในทารก/เดก็ ใช้การคลาชีพจรทีข่ ้อพบั ดา้ นในแขนและข้อมือของทารก/เดก็
 ตรวจดูลักษณะภายนอก ต้ังแต่ศีรษะจนถึงปลายเท้า โดยการสัมผัสดูความผิดปกติของอวัยวะ
และบาดแผล เช่น เลอื ด การแตกหกั ของกระดกู
 ตรวจดบู ริเวณท่มี บี าดแผลถ้ามเี ลือดออกให้ทาการหา้ มเลอื ด
การขอความช่วยเหลือ เช่น จากหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน (EMS) ในขณะร้องขอความช่วยเหลือ ต้ังสติให้ดี พูด
ให้ชัดเจน อย่าตื่นเต้นตกใจ พร้อมท้ังให้รายละเอียดข้อมูลต่างๆ ได้แก่ สถานที่เกิดเหตุ ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ผู้แจ้งขอความ
ช่วยเหลือ แจ้งว่าเกิดเหตุอะไรข้ึน มีผู้บาดเจ็บก่ีคนและอาการเป็นอย่างไรบ้าง หรือถามถึงเวลาโดยประมาณที่หน่วย
แพทยฉ์ ุกเฉนิ จะมาถงึ สถานทเี่ กิดเหตุ ฯลฯ

6.2. การปฐมพยาบาลบาดแผลและการห้ามเลือด

6.2.1 ต้องคานึงถึงความปลอดภัยของตนเอง คือ โดยการสวมถุงมือยางหรือหาวัสดุใกล้ตัว เช่น
ถุงพลาสตกิ สะอาด

6.2.2 ใชม้ ือกดโดยตรงลงบนบาดแผล หรือใช้ผ้าสะอาดพันหนาๆ กดลงบนบาดแผล ถ้าเลือดยังไม่หยุด
ไหล ใหใ้ ชผ้ ้าชน้ิ ใหมป่ ิดทับลงบนชนิ้ เดมิ และใชเ้ ทปติดยดึ หรือใช้ผ้ากอ๊ ตพันทับผา้ ทีป่ ดิ บาดแผลไวอ้ ีกคร้ัง

6.2.3 ยกส่วนบาดแผลของผ้บู าดเจ็บให้สงู ข้ึนเหนือระดบั หวั ใจ (ในกรณีทีส่ ามารถทาได้)
6.2.4 ถา้ เลอื ดยังไม่หยุดไหล ให้ใชน้ ว้ิ มอื กดตรงจดุ เส้นเลอื ดแดงเหนือบริเวณบาดแผล
6.2.5 วิธีสุดทา้ ยทีจ่ ะเลือกใช้ คือ การขันชะเนาะ

การขันชะเนาะจะใช้เฉพาะกรณีท่ีมีบาดแผลท่ีต้องการห้ามเลือดโดยด่วนและวิธีอ่ืนๆ ไม่สามารถห้าม
เลอื ดไดอ้ กี เพราะวิธีการขันชะเนาะอาจสรา้ งความเสยี หายให้เกิดกับเส้นประสาทและเส้นเลือดบริเวณน้ันได้ ดังน้ัน
จึงอาจทาให้ผปู้ วุ ยต้องเสยี อวัยวะที่ได้รับบาดเจบ็ บริเวณนนั้ ไป

6.3. วธิ ีการขนั ชะเนาะ

6.3.1 ใชผ้ ้าปดิ เหนอื บาดแผล
6.3.2 ใชผ้ า้ พันแผลพนั ทับแล้วมดั ปมทผ่ี ้าพนั แผล
6.3.3 ใช้แท่งไมห้ รือวสั ดุอืน่ ที่เหมาะสม สอดเข้าไปในปมแลว้ ขนั ชะเนาะ
6.3.4 เมอื่ เลอื ดหยดุ ไหลให้มัดแทง่ ขนั ชะเนาะไวก้ ่อน

เอกสารประกอบการฝึกซอ้ มดับเพลงิ และอพยพหนีไฟ

จดั ทาโดย สถาบันพฒั นาบุคลากรดา้ นการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๒๑
กระทรวงมหาดไทย

6.3.5 ระบเุ วลาทที่ าการขนั ชะเนาะตดิ ไว้บนหน้าผากผปู้ วุ ยจากน้ันรีบนาผู้ปวุ ยส่งโรงพยาบาล

6.4. บาดแผลถูกวัสดุทม่ิ แทง

ข้ึนอยู่กับบริเวณท่ีถูกแทง ถ้าถูกแทงอาจถูกเส้นเลือด เส้นประสาท และเอ็น แผลถูกแทงที่ท้องอาจไป
ทาลายอวัยวะภายในได้ เชน่ ถูกกระเพาะอาหาร สาไส้ และเสน้ เลือด ทาใหเ้ ลือดตกใน เป็นอันตรายรุนแรงถงึ แก่ชีวติ ได้

วิธีการให้การช่วยเหลือให้ผู้บาดเจ็บบาดแผลถูกแทง โดยให้นอนหงาย งอเข่าเพื่อให้หน้าท้องหย่อน ปิด
บาดแผลเพื่อหา้ มเลอื ดแล้วรีบนาผบู้ าดเจ็บสง่ โรงพยาบาล

ถ้ามีวัสดุหักคาติดอยู่ ห้ามดึงวัสดุนั้นออกอย่างเด็ดขาด ให้ทาการยึดตรึงวัสดุนั้นไว้ให้นิ่งท่ีสุด โดยใช้ผ้า
ปดิ แผลแบบหนาๆ ปิดรอบๆ บรเิ วณบาดแผล และยึดวสั ดใุ หอ้ ยกู่ บั ท่ีไมใ่ ห้เคล่ือนไหวไปมา

ถ้ามีลาไส้หรืออวัยวะภายในโผล่ออกมาจากบาดแผลท่ีถูกแทง ห้ามจับอวัยวะดันกลับเข้าไปข้างในอย่าง
เดด็ ขาด ควรใชผ้ ้าสะอาดชุบนา้ หมาดๆ ปดิ ทบั บาดแผล แล้วรีบนาผูบ้ าดเจ็บส่งโรงพยาบาล

สาหรับบาดแผลที่ถูกแทงที่หน้าอก วิธีการให้การช่วยเหลือก็ทาโดยการห้ามเลือด ปิดบาดแผล
ใหส้ นิท ถ้ามวี ัสดปุ กั คา หา้ มดงึ ออก ควรยดึ วสั ดนุ ัน้ ให้อยู่นิ่ง

กรณีที่วัสดุท่ีปักนั้นยาวเกะกะไม่สะดวกต่อการเคลื่อนย้ายให้ทาการตัดให้สั้นลงได้ แต่ต้องทา
ดว้ ยความระมดั ระวงั ใหม้ ีการกระทบกระเทือนน้อยที่สุด

6.5. บาดแผลที่มอี วัยวะสว่ นปลายถกู ตดั ขาด ให้ทาการห้ามเลือดตามขั้นตอนและหลักการ จากเก็บ

ชิ้นส่วนอวัยวะท่ีถูกตัดขาด ใส่ถุงพลาสติกท่ีแห้งสะอาด ปิดปากถุงให้แน่น นาไปแช่ลงในน้าแข็งหรือน้าเย็น ห้ามแช่ใน
น้าแข็งโดยตรงหรอื หา้ มแช่ลงในนา้ แขง็ แห้ง แลว้ รบี ส่งตัวผูบ้ าดเจ็บ พรอ้ มอวัยวะทถ่ี กู ตัดขาดไปโรงพยาบาล

6.6. บาดแผลเลือดออกภายใน จะมีท้ังระดับไม่รุนแรงจนกระทั่งระดับรุนแรงมากถึงชีวิต เลือดออก

ในลกั ษณะนีเ้ ราไม่สามารถมองเหน็ ได้ ควรรบี นาผบู้ าดเจ็บสง่ โรงพยาบาลให้เรว็ ทส่ี ดุ

6.7. บาดแผลไหม้ เมื่อผิวหนงั ทปี่ กคลุมรา่ งกายถูกทาลายด้วยความร้อน จะทาให้เกิดอันตรายแก่ร่างกาย

ตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงเสียชีวิตได้ สาเหตุการเสียชีวิตจากแผลไหม้เน่ืองจากทางเดินหายใจได้รับอันตราย เสียน้าใน
ร่างกายจานวนมาก เกิดอาการช็อกจากการเสียน้าและของเหลว และส่งผลต่อการตดิ เชือ้ ได้

6.7.1 การปฐมพยาบาลแผลไหม้
1). การไหม้เฉพาะชัน้ ผิวหนงั
 ระบายความร้อนออกจากบาดแผล โดยเปิดใหน้ ้าไหลผา่ นบริเวณบาดแผล นานประมาณ 10 นาที

ซง่ึ จะชว่ ยบรรเทาความเจ็บปวดลงได้
 ทาดว้ ยยาทาแผลไหม้
 ปดิ ด้วยผา้ สะอาดปิดทับ เพอื่ ปูองกนั การติดเชื้อ
 รบี นาผบู้ าดเจ็บส่งโรงพยาบาล

2). การไหม้ลกึ ถึงเนอื้ เยื่อใต้ผิวหนัง
 ไม่ต้องระบายความร้อนออกจากบาดแผล เพราะจะทาให้มีการติดเชือ้ มากข้ึน
 ห้ามใสย่ าใดๆ ทง้ั ส้ิน
 รบี นาผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

เอกสารประกอบการฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ

จดั ทาโดย สถาบันพฒั นาบุคลากรดา้ นการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๒๒
กระทรวงมหาดไทย

6.7.2 การไหม้จากสารเคมี
เมอ่ื ถกู สารเคมีสัมผสั ผิวหนงั หรอื ลาตัว ให้ระมัดระวังในการปฏิบัติการช่วยเหลือ เพราะสารบางอย่าง

อาจทาปฏิกิรยิ ากบั นา้ แตโ่ ดยพื้นฐานทั่วไปใหเ้ ปิดน้าล้างบรเิ วณทส่ี มั ผัส โดยให้น้าไหลผ่านบริเวณน้ันนานประมาณ 10
น า ที ห รื อ น า น จ น ก ว่ า จ ะ แ น่ ใ จ ว่ า ล้ า ง ส า ร เ ค มี อ อ ก ห ม ด จ า ก น้ั น ถ อ ด เ สื้ อ ผ้ า แ ล ะ เ ค รื่ อ ง ป ร ะ ดั บ
ที่ปนเปื้อนสารเคมีออก แล้วจึงตรวจร่างกายทั่วๆ ไป ถ้ามีการผิดปกติให้รีบทาการช่วยเหลือ และรีบนาผู้บาดเจ็บ ส่ง
โรงพยาบาล

ในกรณีถ้าสารเคมเี ปน็ ฝุนผง ใหป้ ดั สารเคมอี อกจากเสื้อผ้าก่อน แล้วจึงล้างออกด้วยน้าสะอาด เพราะ
ถ้าใชน้ ้าลา้ งทันที สารเคมีจะละลายน้า ทาใหอ้ อกฤทธม์ิ ากขึ้น

ข้อควรระวัง ผู้ท่ีให้การช่วยเหลือต้องระมัดระวัง ไม่ให้ตนเองสัมผัสกับสารเคมีในขณะทาการ
ชว่ ยเหลอื ผบู้ าดเจ็บ

6.8. การบาดเจบ็ ตอ่ กลา้ มเนือ้ และกระดูก

ในมนุษย์เรานั้น โดยปกติจะมีกระดูกจานวน 206 ช้ิน และกล้ามเน้ือ จานวน 620 ช้ิน การ
เคลือ่ นไหวของรา่ งกายตอ้ งอาศัยการทางานของกล้ามเน้ือ ถ้าปราศจากกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อต่อต่างๆ มนุษย์จะไม่
สามารถเคลื่อนไหวได้เอง

ดังนั้น การบาดเจ็บต่อกล้ามเน้ือและกระดูก ซ่ึงจะทาให้เกิดการฉีกขาดของกล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อ
เคลอ่ื นและกระดูกหัก ทาให้อวัยวะตา่ งๆ ไมส่ ามารถทางานไดอ้ ยา่ งเป็นปกติ เชน่

6.8.1 กระดูกหลุด เป็นอาการที่เกิดจากการเคลื่อนท่ี หรือหลุดออกจากกัน จะเกิดบริเวณข้อต่อเท่านั้น
เช่น กระดูกหวั ไหล่ หวั เขา่ เป็นต้น

อาการของผู้บาดเจ็บกระดูกหลุด คือ จะเกิดอาการเจ็บปวด ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ เช่น
กระดกู หัวไหล่ หวั เข่า เปน็ ตน้

6.8.2 การเคล็ดหรือข้อเคล็ด คือ การที่บริเวณข้อต่อต่างๆ เคล่ือนไหวมากเกินไป ทาให้เน้ือเยื่ออ่อน
รอบๆ บรเิ วณข้อตอ่ หรอื กล้ามเนอื้ มีการชา้ ฉีกขาด หรอื ยืด

อาการของผูบ้ าดเจบ็ จากการเคลด็ หรอื ข้อเคล็ด คือ จะมอี าการเจ็บปวดมาก บวมและร้อน อาจมี
เลอื ดบรเิ วณข้อ เคล่อื นไหวไม่ถนดั รู้สกึ เจ็บและอาจมอี าการชาบริเวณทขี่ อ้ เคลด็

- การปฐมพยาบาลการเคล็ดหรือข้อเคล็ด
1). ให้บริเวณข้อที่บาดเจ็บพกั นิง่ ๆ
2). ควรยกมือหรอื เท้าที่เคลด็ ให้สูงขนึ้ ถา้ เป็นข้อมือควรใชผ้ า้ คล้องแขนไว้
3). ภายใน 24 ชั่วโมงแรกให้ประกอบด้วยความเย็น เพ่ือให้เลือดใต้ผิวหนังหยุดไหล หลังจากนั้นให้
ประคบด้วยความร้อน
4). พนั ด้วยผา้ ยดื
5). ภายใน 7 วนั หากอาการไม่ดีขึ้น ให้ไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจให้แน่นอนว่าไม่มีกระดูกหักรว่ มด้วย
6.8.3 ข้อเคล่ือน คือ ส่วนข้อต่อบริเวณปลายกระดูกเคลื่อนหรือหลุดออกจากที่เกิดจากการถูกกระชาก
กระแทกอย่างแรง หรอื มโี รคท่ขี อ้ อยู่กอ่ นแลว้
อาการข้อเคลื่อน คือ จะมีอาการปวด บวม เคล่ือนไหวบริเวณข้อไม่ได้ หรืออาจจับบริเวณปลาย
กระดูกที่หลดุ ได้

เอกสารประกอบการฝึกซ้อมดับเพลงิ และอพยพหนีไฟ

จัดทาโดย สถาบันพฒั นาบุคลากรด้านการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๒๓
กระทรวงมหาดไทย

- การปฐมพยาบาลผู้บาดเจบ็ ขอ้ เคลื่อน
1). ใหข้ ้อพักนิง่ อยา่ พยายามดึงกลับเขา้ ท่ี
2). ประคบดว้ ยความเยน็
3). เข้าเฝอื กชวั่ คราวหรอื ใช้ผา้ พนั
4). รีบนาผูบ้ าดเจบ็ ส่งโรงพยาบาล
6.8.4 กระดูกหัก คือ การที่กระดูกมีการแตกหัก หรือแยกออกจากกัน ซ่ึงอาจจะทาให้เน้ือเย่ือและ
กล้ามเน้ือบริเวณนั้นฉีกขาดด้วย โดยจะมีอาการปวด บวม ร้อนบริเวณที่หัก ถ้าจับกระดูกน้ันโยกหรือบิดเล็กน้อยจะมี
เสียงดังเกิดข้ึน เน่ืองจากปลายกระดูกที่หักนั้นเสียดสีกันการเคลื่อนไหวผิดปกติ รูปร่างของกระดูกผิดปกติ อาจมี
บาดแผลพบปลายกระดกู โผลอ่ อกมาใหเ้ ห็นได้เน่ืองจากการแทงทะลขุ องกระดูก
- กระดูกท่ีหักโผล่ออกมานอกเน้ือ ห้ามดันกระดูกที่โผล่ออกมากลับเข้าท่ีเป็นอันขาด ถ้ามีแผล
เลอื ดออกใหท้ าการหา้ มเลอื ดและปิดแผลก่อนทาการเขา้ เฝือก การตรวจบริเวณทหี่ กั ตอ้ งทาดว้ ยความระมัดระวัง
- การหักของกระดูกชิ้นสาคัญ เช่น กระดูกเชิงกราน กะโหลกศีรษะ ขากรรไกร คอ และกระดูกสัน
หลัง ต้องทาการดูแลรักษาทีถ่ กู ตอ้ งเพราะการหกั ของกระดูกเหลา่ นี้จะทาอันตรายอยา่ งรุนแรงต่อเน้ือใกล้เคียง กะโหลก
ศรี ษะแตก และสนั หลงั หกั เป็นอนั ตรายมากทีส่ ุดเพราะวา่ เน้อื สมองและไขสนั หลังจะถกู ทาลายซง่ึ จะทาใหเ้ สยี ชีวิตได้
- ข้อควรระวัง การถอดเสื้อผ้าผู้บาดเจ็บ ควรใช้วิธีตัดตามตะเข็บของเส้ือหรือกางเกง อย่าพยายาม
ใหผ้ บู้ าดเจ็บถอดเส้ือผ้าเองเป็นอนั ขาด เพราะจะทาใหม้ ีอาการเจบ็ ปวดมากขนึ้
- การปฐมพยาบาลผ้บู าดเจบ็ กระดกู หกั โดยทั่วไปมีข้นั ตอน คอื
1). ให้ส่วนทีห่ กั ได้พักนง่ิ ๆ ไมใ่ ห้เคลือ่ นไหวเพื่อปูองกันไมใ่ ห้ปลายกระดูกส่วนทหี่ ักไปเสียดสกี ัน
2). ถ้ามบี าดแผลทาการห้ามเลือด
3). พยายามตรึงกระดูกส่วนที่หักให้อยู่กับท่ี โดยใช้วัสดุที่หาได้ง่าย เช่น ไม้ หรือกระดาษ
หนังสือพมิ พ์พบั ใหห้ นาทาการดามกระดูกบรเิ วณท่หี ักไว้
4). นาผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล
6.8.5 กระดกู หักเฉพาะท่ี มีหลกั ในการปฐมพยาบาลดังตอ่ ไปน้ี
- กระดูกปลายแขนหัก ใช้ไม้แผ่นแบนๆ หรือหนังสือพิมพ์หนาๆ ให้มีความยาว ตั้งแต่ปลายนิ้วมือ
ขอ้ ศอกใชเ้ ป็นเฝอื ก แลว้ พันดว้ ยเชอื กหรือผ้ายืดให้กระชบั ใช้ผา้ คลอ้ งคอห้อยแขนที่หกั ไว้
- กระดูกแขนและไหปลาร้าหัก ใช้ผ้าคล้องแขนแล้วผูกกับคอและใช้ผ้าอีกผืนพันรัดแขน
ข้างที่หักให้ติดกับลาตัว (อย่าพยายามฝืนงอแขนถ้าทาไม่ได้) กระดูกแขนหักบริเวณข้อศอกอาจจะหักตอนปลายของ
กระดูก ต้นแขนหรือส่วนบนของกระดูกปลายแขน อย่าพยายามงอแขนเพื่อคล้องแขนให้ตามแขน
ในลกั ษณะตรง
- ข้อศอกเคล่ือนหรือหัก กรณีข้อศอกเคล่ือนหรือหัก ไม่สามารถเหยียดตรงได้ให้ใช้เฝือก
ดามระหว่างต้นแขนกับข้อมือ ข้างที่ข้อศอกเคลื่อนหรือหักเข้าด้วยกันแล้ว ใช้ผ้าพันเฝือกให้แน่นปูองกัน
การเคลื่อนของสว่ นท่หี ัก และใช้ผา้ สามเหลีย่ มคล้องแขนแลว้ ผกู กบั คอของผบู้ าดเจ็บ
- กระดูกปลายขาหัก การดามควรใช้เฝือก 2 อัน ยาวตั้งแต่ส้นเท้าถึงเหนือเข่า และใช้ผ้าผูกติดกัน
เป็นช่วงๆ หรือถ้าหาเฝือกไม่ได้ให้ใช้ผ้าหนาๆ สอดระหว่างขาทั้งสองข้าง แล้วผูกให้ติดกันเป็นช่วงๆ

เอกสารประกอบการฝึกซ้อมดบั เพลิงและอพยพหนีไฟ

จดั ทาโดย สถาบนั พฒั นาบคุ ลากรดา้ นการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๒๔
กระทรวงมหาดไทย

ข้อควรระวังควรให้ปลายเท้าต้ังฉากเสมอ และคอยตรวจดูว่าผ้าท่ีพันไว้แน่นเกินไป จนเลือดไหลไม่สะดวก
หรือไม่ และพยายามอย่าเคลอ่ื นไหวสว่ นที่หกั

- กระดูกต้นขาหัก การดามกระดูกต้นขาหักโดยใช้เฝือก 2 ชิ้น โดยช้ินหน่ึงยาวตั้งแต่ส้นเท้า
ถึงใต้รักแร้ อีกช้ินยาวตั้งแต่ส้นเท้าถึงโคนขาแล้วใช้ผ้าผูกเฝือกทั้ง 2 ให้ติดกับขาข้างที่หัก ถ้าไม่มีเฝือกให้ ผูกขาทั้ง 2
ข้างติดกัน ถ้ามีบาดแผลหรือกระดูกโผล่อย่าพยายามล้างทาความสะอาดถ้ามีเลือดออกใช้ผ้าปิดแผล
หา้ มเลอื ดกอ่ นแลว้ จึงเข้าเฝอื ก

- กระดูกเชิงกรานหัก ควรให้การปฐมพยาบาลโดยปูองกันไม่ให้กระดูกเชิงกรานเคลื่อนไหว ใช้วิธี
ผูกขาทงั้ 2 ขา้ งตดิ กนั โดยสอดผ้าสามเหล่ียมพันกว้างๆ 2 ข้างไว้ใต้สะโพกและเชิงกราน ผูกปมตรงกลางลาตัว วางผ้า
นุ่มๆ ระหวา่ งขาทง้ั 2 ข้าง บรเิ วณเขา่ และขอ้ เทา้ แลว้ ผกู ตดิ กันดว้ ยผา้ สามเหลี่ยมพันผูกเป็นเลข 8 และผูกผ้ารอบเข่า
ท้งั 2 ขา้ ง

- กระดูกสันหลังหัก ถ้ากระดูกช้ินใดช้ินหนึ่งหักหรือเคล่ือนท่ี มักจะไปกดไขสันหลัง โดยเฉพาะอย่าง
ย่ิงกระดูกสันหลังส่วนบน ถ้าหักจะมีอันตรายร้ายแรงกว่ากระดูกสันหลังส่วนล่างหัก ดังน้ัน การเคลื่อนย้ายต้องทาด้วย
ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะส่วนที่หักอาจจะไปกดหรือบาดไขสันหลังให้ขาดได้ ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต
หรือไม่ก็เป็นอัมพาตไม่แนะนาให้ทาการเคล่ือนย้ายผู้ปุวยเอง ควรแจ้งขอความช่วยเหลือจากหน่วยแพทย์หรือผู้ที่มี
ความร้ใู นเรอ่ื งน้ี เว้นแต่วา่ สถานการณต์ รงนน้ั ไม่ปลอดภัยจาเป็นตอ้ งเคลอ่ื นย้ายผ้บู าดเจบ็ ออกมาโดยเร็ว ควรหาวัสดุมา
ดามคอและหลังกอ่ นทาการเคลอื่ นยา้ ย

6.9. การเขา้ เฝือก

การเข้าเฝือก หมายถึง การใช้วัสดุต่างๆ พยุงหรือห่อหุ้มอวัยวะที่หักให้อยู่นิ่ง ซึ่งมีประโยชน์ช่วยให้
บริเวณท่ีบาดเจบ็ ไม่เคลอื่ นไหว เป็นการบรรเทาความเจ็บปวดและปูองกันอันตรายเพมิ่ มากขึน้

เฝอื กมี 3 ชนิด คอื
- เฝือกจริงหรอื ถาวร
- เฝือกชั่วคราว
- เฝอื กธรรมชาติ
หลกั การใช้เฝือกช่ัวคราว
- วสั ดุทีใ่ ชด้ ามต้องยาวกวา่ อวัยวะส่วนทีห่ กั
- ไม่วางเฝือกลงบนบริเวณที่กระดูกหักโดยตรง ควรมีสิ่งที่มีความนุ่มรองบริเวณหน้าสัมผัสของเฝือกกับ
บริเวณท่ีจะทาการดาม เช่น ผ้าวางก่อนตลอดแนวเฝือก เพ่ือไม่ให้เฝือกกดลงบริเวณผิวหนังโดยตรง ซ่ึงทาให้เจ็บปวด
และเกดิ เป็นแผลจากเฝือกกดได้
- รัดเฝือกกับอวัยวะท่ีหักให้แน่นพอควร ไม่รัดแน่นจนเกินไปเพราะจะให้การไหลเวียนของเลือดไม่
สะดวกเป็นอนั ตรายได้
- ในการรัดห้ามรัดบรเิ วณกระดูกที่หกั และบริเวณขอ้ ตอ่ ตา่ ง ๆ

เอกสารประกอบการฝึกซ้อมดับเพลงิ และอพยพหนีไฟ

จดั ทาโดย สถาบนั พฒั นาบุคลากรดา้ นการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๒๕
กระทรวงมหาดไทย

7 การกู้ชพี (CPR)
การกู้ชพี หลงั ใหก้ ารปฐมพยาบาลเบอื้ งต้น

การกชู้ พี (CPR) หมายถึง การทาใหฟ้ ้นื คนื ชีวิตจากความตายโดยการชว่ ยแกไ้ ขระบบการไหลเวียนของโลหิต
และระบบการนาออกซเิ จนเข้าออกรา่ งกาย

การกชู้ ีพ (CPR) มปี ระโยชน์อยา่ งไร
ประโยชนข์ องการกชู้ ีพ (CPR) คอื การช่วยในผู้ที่เสียชีวิตอย่างกะทันหันให้มีโอกาสกลับมามีชีวิตอีกไม่ว่าการ
เสียชีวิตน้ันจะเกิดจากหัวใจวายเฉียบพลัน ไฟฟูาดูด จมน้า ได้รับยาเกินขนาดหรือสารพิษมากเกินไปหรือการประสบ
อุบตั ิเหตุ รวมท้งั ยงั เปน็ การตอ่ เวลาของผูป้ ระสบภัย เพ่อื รอใหผ้ ู้ประสบภยั ไดร้ ับการชว่ ยเหลอื อย่างเตม็ ที่ต่อไป
โดยปกติอากาศทเ่ี ราหายใจจะมอี อกซิเจนเปน็ ส่วนประกอบรอ้ ยละ 21 เราใชอ้ อกซิเจนในการหายใจเข้าร้อย
ละ 5 เท่าน้ัน ที่เหลืออีกร้อยละ 16 จะออกมากับลมหายใจออกซ่ึงเพียงพอที่เราจะใช้ช่วยการหายใจของผู้ประสบภัย
ได้ เมื่อหัวใจหยุดเต้นการกดหน้าอกของผู้ประสบภัยอย่างถูกวิธี จะทาให้หัวใจสูบฉีดโลหิตได้ประมาณ 1 ใน 4 ถึง 1
ใน 3 ของการบีบตัวปกติ ซึ่งเพียงพอท่ีเลือดจะไปเลี้ยงอวัยวะท่ีสาคัญของร่ายกาย เช่น สมอง หัวใจ และปอด แต่ไม่
มากพอท่จี ะเลย้ี งทกุ สว่ นของรา่ งกายได้เปน็ เวลานาน
เม่ือใดเราตอ้ งทาการกู้ชพี (CPR)
เราจะทาการกู้ชีพ (CPR) เมื่อผู้ประสบภัยหยุดหายใจและหัวใจหยุดเต้น เราควรรีบทาทันทีภายใน
4 นาที หลังจากผู้ประสบภัยหยุดหายใจเพราะสมองของคนเราไม่สามารถทนต่อการขาดออกซิเจนเป็นเวลานานได้
เซลล์สมองบางส่วนจะค่อยๆ ตายไปอย่างถาวร ทาให้สมองไม่สามารถทางานได้
อาการทีแ่ สดงให้รวู้ ่าการกู้ชีพ (CPR) ไดผ้ ล

- จบั ชีพจรได้
- หนา้ อกของผปู้ ระสบภยั มีการเคลอ่ื นไหว
- ม่านตาของผปู้ ระสบภัยมปี ฏกิ ิรยิ ากับแสง
- สผี วิ หนงั ของผปู้ ระสบภัยเรม่ิ ปกติ
- ผปู้ ระสบภยั มีอาการคลา้ ยจะกลืนอะไรลงคอ
- หวั ใจของผู้ประสบภยั เต้นข้ึนมาอีก
ปญั หาในการกชู้ ีพ (CPR)
- กระดูกซโ่ี ครงหัก
- เม่อื ก้ชู พี (CPR) แลว้ เกดิ ภาวะแทรกซ้อน เชน่ ลมเขา้ ไปอยู่ในทีๆ่ ไม่เหมาะสม
- อาจทาใหต้ กเลอื ดทางบาดแผล
- เกิดการช้าในสว่ นทที่ าการกู้ชีพ (CPR)
- ทาให้ตบั เป็นแผลแลว้ เสียเลอื ดมาก
ผปู้ ระสบภัยแบบไหนทีไ่ มต่ ้องกู้ชีพ (CPR)
- ผู้ประสบภัยที่ตายแน่นอนแล้ว
- ผู้ประสบภัยร่างกายแขง็ แล้ว
- ผู้ประสบภยั ทม่ี เี ลอื ดลงด้านลา่ งของรา่ งกาย (ใกล้พ้นื ดิน)
- ทารกคลอดแลว้ ตาย

เอกสารประกอบการฝึกซ้อมดบั เพลิงและอพยพหนีไฟ

จดั ทาโดย สถาบนั พฒั นาบคุ ลากรดา้ นการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๒๖
กระทรวงมหาดไทย

- ผู้ประสบภัยที่สภาพร่างกายไมพ่ ร้อมทจ่ี ะทาการกชู้ ีพ (CPR)
เราจะหยดุ ทาการกูช้ ีพเมอ่ื ใด

- ขณะเคล่ือนย้ายผู้ประสบภัย ขึ้น – ลงบันได
- ขณะยกผู้ประสบภัย ขนึ้ รถ – ลงรถ
- มคี นทาการกูช้ พี (CPR) แทน
- เราเหนอื่ ยมาก
ก่อนทาการกู้ชพี (CPR) ต้องตรวจ CBA ก่อน
C = ชีพจร (Circulation)
B = การหายใจ (Breathing)
A = ทางเดนิ หายใจ (Air way)
ขน้ั ตอนการกชู้ ีพ (CPR)
1. ดกู ารตอบสนองของผู้ประสบภยั ว่าร้สู ึกตวั หรือไม่โดยการเรยี กและเขย่าเบา ๆ

2. เรียกใหค้ นชว่ ยหรอื แจ้ง 1669 หรอื 191 เพื่อขอความชว่ ยเหลอื

3. จัดท่าของผู้ประสบภัยให้ถูกต้องในท่าพักรอเพื่อทาการกู้ชีพ (CPR) และเปิดปากดูว่ามีอะไรอยู่
ในช่องปากหรอื ไม่ ถา้ มใี ห้ใช้น้วิ ล้วงออกให้หมด

เอกสารประกอบการฝึกซอ้ มดับเพลงิ และอพยพหนีไฟ

จัดทาโดย สถาบนั พัฒนาบคุ ลากรด้านการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๒๗
กระทรวงมหาดไทย

4. เปิดทางเดินหายใจตามวิธีกดหน้าผากและยกคางของผู้ประสบภัยจะช่วยไม่ให้ล้ินตกลงไปปิดก้ันทางเดิน
หายใจ

5. ทาการตรวจดวู า่ ผู้ประสบภัยหายใจหรือไม่
- ผู้ชว่ ยเหลอื นั่งคกุ เข่าใกล้กบั ไหล่ของผปู้ ระสบภัยด้านใดด้านหน่ึง ใช้วธิ กี ดหน้าผากและยกคาง
- ผู้ช่วยเหลือก้มตัวลง เอียงหน้าใช้หูฟังลมหายใจใกล้ ๆ กับปากและจมูกของผู้ประสบภัย ส่วนตาของ

ผู้ช่วยเหลือมองไปทหี่ น้าอกของผ้ปู ระสบภัยวา่ มกี ารเคลอ่ื นไหวหรือไม่
- หูฟังว่ามีลมหายใจหรือไม่ แก้มเราสัมผัสกับลมหายใจหรือไม่ และลักษณะการหายใจเป็นปกติหรือไม่

(ถา้ มลี มหายใจ)

6. ถ้าผู้ประสบภยั หายใจปกติ และไม่มกี ารบาดเจบ็ ของกระดกู สันหลังให้จบั ผูป้ ระสบภัยนอนตะแคงกึง่ ควา่

12
1

34
เอกสารประกอบการฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ

จัดทาโดย สถาบนั พัฒนาบคุ ลากรด้านการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๒๘
กระทรวงมหาดไทย

7. ถ้าผปู้ ระสบภยั ไมห่ ายใจ ให้ช่วยในการหายใจโดยวิธีเปุาปาก และไม่ควรเปุาปากผู้ประสบภัยโดยตรงควร
มเี ครอื่ งปูองกนั กนั้ ระหว่างผ้ปู ระสบภยั กบั ผชู้ ่วยเหลอื

การช่วยหายใจ (Breathing)
เร่ิมจากเปิดทางเดินหายใจโดยกดหน้าผากและเชยคาง (Head tilt–chin lift) ผู้ประสบภัย ผู้ช่วยเหลือสูด
อากาศเตม็ ทีแ่ ลว้ ประกบปากของผู้ประสบภยั ให้สนิท เปุาลมเข้าปากผู้ประสบภัยช้าๆ ใช้เวลาเปุานาน 1 ½ - 2 วินาที
เพ่ือให้ปอดของผู้ประสบภัยขยายเต็มที่ ให้เปุาลมเข้าปากผู้ประสบภัย 2 ครั้ง การเปุาครั้งที่ 2 ต้องรอให้ผู้ประสบภัย
หายใจออกกอ่ นแลว้ ค่อยเปาุ อยา่ เปาุ ติดกนั โดยไม่รอให้ผูป้ ระสบภัยหายใจออก
กรณเี ปาุ อากาศไม่เข้าให้ทาดงั นี้
- ดูในปากของผู้ประสบภัยอีกครั้งว่ามีสิ่งใดอยู่ในปาก ซึ่งอาจปิดกั้นทางเดินหายใจถ้ามีให้เอาออก
ใหห้ มด
- ดันหนา้ ผากและยกคางของผู้ประสบภัยใหม่ เพ่ือเปดิ ทางเดินหายใจให้เพยี งพอ
- เปุาอากาศเขา้ ปากผปู้ ระสบภัยอกี 2 ครัง้

8. หลังจากการเปุาปาก 2 คร้ังแล้ว ให้ตรวจดูชีพจรโดยหาตาแหน่งของชีพจรท่ีคอ โดยใช้น้ิวชี้และน้ิวกลาง
แตะลงบนลูกกระเดือกของผู้ประสบภัย แล้วเล่ือนนิ้วลงมาด้านซ้าย ระหว่างช่องกระเดือกกับกล้ามเนื้อ แตะนาน
ประมาณ 5 วินาที โดยนับในใจ 1 และ 2 และ 3 และ 4 และ 5

9. ถ้าคลาชีพจรไม่ได้ ให้ทาการกดหน้าอกของผู้ประสบภัยทันที โดยผู้ช่วยเหลือนั่งคุกเข่าลงด้านข้างลาตัว
ของผู้ประสบภยั ดา้ นใดด้านหน่ึง ใช้นิ้วคลาที่กระดูกซ่ีโครงซ่ีล่างสุด เลื่อนข้ึนมาตรงกลางลาตัวตรงกระดูกลิ้นปี่ แล้ววัด
จา ก ก ร ะ ดู ก ลิ้ น ปี่ ข อ ง ผู้ ป ร ะ ส บ ภั ย ขึ้ น ม า บ น ห น้ า อก ป ร ะ ม า ณ 2 นิ้ ว แ ล้ ว ว า ง ส้ น มื อ ล ง บ น ห น้ า อ ก
นามอื อีกขา้ งหนง่ึ วางทับลงไปบนหลังมอื แรก ให้นิว้ มอื บนท้งั 5 น้ิว สอดเข้าไประหว่างร่องน้ิวมือล่างท่ีกดลงบนหน้าอก
ของผ้ปู ระสบภัย

เอกสารประกอบการฝึกซอ้ มดับเพลิงและอพยพหนีไฟ

จดั ทาโดย สถาบนั พัฒนาบุคลากรดา้ นการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๒๙
กระทรวงมหาดไทย

10. โน้มตัวไปข้างหน้าให้แขนเหยียดตรงต้ังฉากกับหน้าอกของผู้ประสบภัย กดหน้าอกของผู้ประสบภัยลงไป
ตรงๆ ลึกประมาณ 1–2 นิ้ว กดลงไปนับ 1 ถอนแขนกลับนับ “และ” กดลงไปนับ 2 ถอนแขนกลับนับ “และ” กดลง
ไปนับ 3 ทาแบบนี้จนถึง 30 แล้วเปุาอากาศเข้าปากผู้ประสบภัย 2 ครั้ง ถือเป็น 1 รอบ ทาให้ครบ 5 รอบ แล้วตรวจ
ชีพจรทีค่ อกับตรวจการหายใจของผปู้ ระสบภัยอีกครั้ง ถ้าผู้ประสบภัยมีชีพจรแต่ไม่หายใจให้ช่วยในการหายใจ โดยการ
เปุาอากาศเขา้ ปาก 2 คร้งั แตถ่ ้าไมห่ ายใจและไม่มีชีพจรก็ใหก้ ดหนา้ อกและเปุาปากต่อไป

11. ถ้ามีผู้ช่วย 2 คน ก็เริ่มจาการเปุาปาก 2 ครั้ง แล้วคลาชีพจรท่ีคอ ถ้าไม่มีชีพจรและลมหายใจ
ก็ให้แบ่งหน้าท่ีกันทาคือกดหน้าอก 30 ครั้ง โดยนับ 1 และ 2 และ 3 จนถึง 30 แล้วให้ผู้ช่วยเหลืออีกคน
เปาุ ปาก 2 ครงั้ จนครบ 5 รอบ หรือจนกวา่ จะมชี ีพจร

ความผดิ พลาดท่พี บบอ่ ยๆ ในการชว่ ยหายใจ
1. ดันหนา้ ผากให้แหงนไม่มากพอ
2. ไม่บบี จมูกหรือบบี จมกู ไม่แนน่
3. เปาุ อากาศเข้าไม่เตม็ ท่ี
4. ไม่ดแู ละไม่ฟังผปู้ ระสบภยั หายใจออก
5. ประกบปากผู้ประสบภยั ไม่แนน่ ทาใหอ้ ากาศรั่วได้ กรณผี ้ปู ระสบภัยเป็นทารกควรประกบท้ังปากและจมูก
ให้แน่น
การปอู งกนั
1. เปิดทางเดนิ หายใจใหเ้ พยี งพอ
2. เปาุ อากาศเข้าปากผปู้ ระสบภัยแรงเทา่ ท่จี ะทาใหป้ อดขยายตวั
3. เวน้ ช่องจงั หวะ การหายใจใหพ้ อดอี ย่าเรว็ เกินไป
4. ในเด็ก ให้ใชว้ ธิ ีประกบปากครอบท้ังปาก – จมูกของเด็ก
ความผิดพลาดท่ีพบบ่อย ๆ ในการกดหน้าอก
1. ทา่ ทางในการทาการกชู้ ีพ (CPR) ไม่ถกู ต้อง

เอกสารประกอบการฝึกซอ้ มดบั เพลิงและอพยพหนีไฟ

จัดทาโดย สถาบันพัฒนาบคุ ลากรดา้ นการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ๓๐
กระทรวงมหาดไทย

2. แขนของผชู้ ว่ ยเหลือไมเ่ หยียดตรงและไม่ตัง้ ฉากกับอกของผ้ปู ระสบภยั
3. สน้ มือไมป่ ระทบั แนบหนา้ อกผูป้ ระสบภัยตลอดเวลา
4. กดหน้าอกผปู้ ระสบภัยไมเ่ ปน็ จังหวะ
การปูองกันและแก้ไข
1. วางส้นมือให้ถูกและกดให้ตรงจุด
2. ให้แขนตง้ั ฉากกบั อกของผู้ประสบภยั และกดตรงๆ อยา่ กดเอยี ง
3. อยา่ กดลกึ มากเกนิ ไป
4. กดหน้าอกอย่างต่อเน่อื ง นมุ่ นวลและเปน็ จงั หวะ
ผลแทรกซอ้ นจากการกชู้ ีพ (CPR)
- ปอดอักเสบจากการสาลักเศษอาหารตอนอาเจียน การสาลักมักจะเกิดข้ึนก่อนหรือเกิดในช่วงนาทีแรกของ
การกู้ชพี (CPR)
- ทอ้ งอดื เกิดจากมลี มในกระเพาะอาหารมากเกินไปในเดก็ จะพบบอ่ ยกวา่ ผ้ใู หญ่

เอกสารประกอบการฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ

จัดทาโดย สถาบนั พฒั นาบคุ ลากรดา้ นการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สพบ.)

กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
กระทรวงมหาดไทย

คณะผจู้ ัดทา

คณะทป่ี รึกษา

๑. อธิบดีกรมป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย
๒. รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฝา่ ยบรหิ าร
๓. รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฝา่ ยวิชาการ
๔. รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ฝา่ ยปฏบิ ตั กิ าร
๕. ผอู้ านวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรดา้ นการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั
๖. ผ้อู านวยการวิทยาลัยป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัย วิทยาเขต

คณะผ้รู วบรวมและจดั ทา

๑. นางสาวเภาราไพ จรรยา ผ้อู านวยการส่วนวิชาการและส่งเสรมิ การพัฒนาทรัพยากรบคุ คล

สถาบันพฒั นาบุคลากรด้านการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัย

๒. นายประทีป บุญสิทธิ์ ผอู้ านวยการวทิ ยาลัยป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั วิทยาเขตภูเกต็

3. นางสาวสริ ภิ ทั ร์ พนั ธุศ์ รี นักทรัพยากรบุคคลชานาญการพเิ ศษ

4. นายสมบรู ณ์ มาลาลักษณ์ นายช่างโยธาอาวุโส

วิทยาลยั ป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั วทิ ยาเขตปทมุ ธานี

5. ครูฝกึ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั วทิ ยาลยั ปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย วิทยาเขต

6. นายพนั ธ์วุ ิทย์ ล่ิมศลิ า เจา้ หน้าทีส่ ่วนวิชาการ

สถาบนั พฒั นาบุคลากรดา้ นการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั

จัดทาโดย สถาบันพัฒนาบุคลากรด้านการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั (สพบ.)

เลขที่ 94 หมู่ 3 ถนนรงั สติ – ปทุมธานี ตาบลบางพนู
อาเภอเมอื งปทุมธานี จงั หวัดปทมุ ธานี 12000

โทรศัพท์ : 02-959-6641 โทรสาร 02-959-6641
http://idmcd.v24.org/


Click to View FlipBook Version