ป ล า กั ด ส ว ย ง า ม พั น ล้ า น
จัดทำโดย
นางสาว ปภัสริณญ์ โภไคศวรรย์
ชั้ น มั ธ ย ม ศึ ก ษ า ปี ที่ 4 / 4 เ ล ข ที่ 8
รายงานนี้เป็นส่ วนหนึ่งของวิชาห้องสมุด
และการเรียนรู้สาระสนเทศ
ภ า ค เ รี ย น ที่ 2 ปี ก า ร ศึ ก ษ า 2 5 6 4
โรงเรียนสงวนหญิง
คำนำ
ปลากัดเปน ปลาพื้นเมืองของไทยที่นิยมเพาะเลี้ยงเปน เวลาหลาย รอ ยปม าแลว ทั้งนี้เพื่อไวดูเลน และเพื่อ
กีฬากัดปลาและเปนที่รูจ ักกันดีในตางประเทศมานาน เชน กัน ปจจุบันประเทศไทยมีการเพาะเลี้ยงปลากัด
กันอยางแพรหลายเนื่องจากเปน ปลาที่เลี้ยงและเพาะพันธุไดง า ย ปห นึ่งๆ ประเทศไทยไดสงปลากัดไปขาย
ตางประเทศคิดเปนมูลคา ไมนอย กวา 20 ลานบาท
ปลากัดพันธุด ั้งเดิมในธรรมชาติ มีสีน้ําตาลขุนหรือสีเทาแกมเขียว ครีบและหางสั้น ปลา เพศผูม ีครีบและ
หางยาวกวาปลาเพศเมียเล็กนอ ย จากการเพาะพันธุแ ละการคัดพันธุต ิดตอ กันมา นาน ทําใหไ ดป ลากัดที่มี
สีสวยงามหลายสี อีกทั้งลักษณะครีบก็แผก วา งใหญส วยงามกวาพันธุ ดั้งเดิมมาก และจากสาเหตุนี้ทําใหมี
การจําแนกพันธุป ลากัดออกไปไดเ ปนหลายชนิด เชน ปลากัด หมอ ปลากัดทุง ปลากัดจีน ปลากัดเขมร
เปน ตน การแพรก ระจายของปลากัดพบทั่วไปทุกภาคของประเทศไทยอาศัยอยูใ นอา งเก็บน้ํา
ทะเลสาบ หนอง บึง แอง น้ํา ลําคลอง ฯลฯ
ในการเลี้ยงปลากัดเพื่อการตอสู มีการคัดเลือกพันธุใหมีคุณสมบัติเฉพาะที่สามารถใชใ น การตอสูโ ดยเริ่ม
ตน จากการรวบรวมปลาจากแหลงน้ําธรรมชาติเรียกกันวา ปลากัดปา หรือปลากัด ทุง ที่มีลําตัวคอ นขาง
เล็กบอบบางสีน้ําตาลขุนหรือเทาแกมเขียว นํามาเพาะเลี้ยงและคัดพันธุห ลาย ชั่วอายุจนไดปลาที่รูปราง
แข็งแรง ลําตัวหนาและใหญขึ้น สีสันสวยสด เชน สีแดงเขม สีน้ําเงินเขม น้ําตาลเขม หรือสีผสมระหวา งสี
ดังกลา ว และเรียกปลากัดที่ไดจากการคัดพันธุเ พื่อการตอ สูน ี้วา ปลากัดหมอ ปลากัดลูกหมอ หรือปลากัด
ไทย ตอ มาไดมีผูพยายามคัดพันธุปลากัดโดยเนน ความ สวยงามเพื่อเลี้ยงไวดูเลน โดยคัดพันธุเพื่อ
ใหไดป ลาที่มีครีบยาว สีสวยซึ่งนิยมเรียกปลากัดลักษณะ เชนนี้วา ปลากัดจีนหรือปลากัดเขมร ตา งประเทศ
รูจักปลากัดในนาม Siamese fighting fis
สารบัญ
คำนำ
สารบัญ
ประวัติและความเป็ นมาของปลากัด
สายพันธุ์ของปลากัด
อาหารของปลากัด
ธุรกิจการเพาะพันธุ์ปลากัด
บทสรุป
บรรณานุกรม
ประวัติและเป็นมาของปลากัด
“ปลากัด”เป็นที่รู้จักกันดีของคนไทยมาเป็นเวลาช้านาน เนื่องจากว่าปลากัดมีลักษณะพิเศษ คือ เป็นปลานักสู้ ทรหด
อดทน ซึ่งเป็นเหตุให้คนนำมา “กัดแข่งขันกัน” กลายเป็นเกมกีฬาที่คนไทยนิยมเล่นกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดย
เฉพาะคนในท้องถิ่นชนบท ว่ากันว่าเมื่อเสร็จจากงานประจำคือ อาชีพการเกษตร ผู้คนในแต่ละชุมชนตามชนบทต่าง
ๆ มักจะหอบหิ้วเอาปลากัดตัวเก่งของตัวเองออกมากัดแข่งขันกัน
ในปี พ.ศ.2383 พระมหากษัตริย์ของประเทศไทย ได้มอบปลากัดแก่นายแพทย์ Theodor Cantor แห่ง Bengel
Medical Service ผู้ซึ่งได้วาดภาพและบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับปลาชนิดนี้ไว้ ต่อมาในปี พ.ศ.2392 นาย นาย
แพทย์ Theodor Cantor ได้ตั้งชื่อปลาชนิดหนึ่งว่า Macropodus pugnax ,var. ซึ่งเกิดความผิดพลาดขึ้น เนื่องจาก
ความสับสนระหว่างชนิดของปลาที่มีการค้นพบ จนกระทั้งปี พ.ศ.2452 C.Tate Regen ได้ทำการตรวจสอบอีกครั้ง
และได้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ว่าBetta splendens ซึ่งคำว่า Betta มาจากคำว่า “Bettah” มาจากตำนานทาง
ประวัติศาสตร์ หมายถึง ชนชาติของผู้ที่เป็นนักรบ ส่วนคำว่า Splendens มาจากคำว่า “Splen did” มีความหมาย
ตรงกับคำว่า “Beautiful” ดังนั้นคำว่า “Betta Splens” จึงหมายถึง “นักรบผู้สง่างาม”
ปลากัดที่พบและสามารถรวบรวมข้อมูลได้ในปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 40 สายพันธุ์ที่พบในประเทศไทย มีไม่น้ อย
กว่า 11 สายพันธุ์ ดังนี้ Betta abbreviata,Betta anabatoides,Betta belliea,Betta cocina,Betta imbellis,Betta
macrophthalma,Betta Persephone,Betta pugnax,Betta smaragdina,Betta splendens, และ Betta tessyae
เป็นต้น ซึ่งปลากัดที่เรามักพบเห็นและเรียกเป็นปกติว่า “ปลากัด” นั้น ไม่ว่าจะเป็นปลากัดหม้อ หรือปลากัดจีนจะ
หมายถึงปลากัดที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Betta splendens และมีชื่อสามัญว่า Siamese Fighting Fish นั้นเอง
ลักษณะทั่วไปของปลากัด
ปลากัดเป็นปลาพื้นเมืองของประเทศไทย มีรูปร่างสวยงาม พบแพร่กระจายทั่วไปทุกภาคของประเทศ และสำหรับในต่างประเทศก็
พบว่ามีปลากัดกระจายอยู่ทั่วไปเช่นกัน เช่น มาเลเซีย พม่า ลาว กัมพูชา และจีน เป็นต้น
ตามธรรมชาติปลากัดจะมีสีน้ำตาลขุ่น หรือสีเทาแถบเขียวมีลายตามลำตัว ครีบและหางสั้น มีนิสัยก้าวร้าว ตัวผู้ครีบและหางจะยาว
กว่าตัวเมียเล็กน้อยและยังมีสีสันสวยงามมากกว่าตัวเมียอย่างเห็นได้ชัด ปลากัดจะอาศัยอยู่ตามบริเวณแหล่งน้ำที่ค่อนข้างใส น้ำนิ่ง
หรือไหลเอื่อย ๆ บริเวณผิวน้ำ เช่น ทะเลสาบ หนอง บึง แอ่งน้ำ ลำคลอง ที่มีพันธุ์ไม้น้ำขึ้นประปราย เป็นต้น ปลากัดมีลำตัวแบน
ข้าง ลำตัวยาว หัวเล็ก มีขนาดเฉลี่ย 5-6 เซนติเมตร ชอบกินอาหารจำพวกสัตว์ขนาดเล็กหรือตัวอ่อนของแมลง เช่น ลูกน้ำ,ไร
แดง,ไรน้ำ,หนอนแดง,เป็นต้น แต่ถ้านำมาเลี้ยงก็สามารถฝึกให้กินอาหารสำเร็จรูปได้ ปลากัดจะมีฤดูการผสมพันธุ์ในช่วงเดือน
พฤษภาคม – กันยายน โดยปลาจะจับคู่กันเองตัวต่อตัว ตัวผู้จะสร้างรังโดยการพ่นฟองขึ้นมาตามผิวน้ำเรียกว่า “หวอด” ตัวเมียที่
พร้อมจะวางไข่ก็จะเข้ามาวางไข่โดยตัวผู้จะเป็นตัวรัดตัวเมียให้ปล่อยไข่ออกมาพร้อม ๆ กับปล่อยน้ำเชื้อของตัวเองออกมา จากนั้น
ตัวผู้จะเก็บไข่มาไว้ในรังของตัวเอง “หวอด” และเฝ้าดูแลไข่จนกระทั้งไข่ฟักเป็นตัวออกมา
ปลากัดยังมีอวัยวะพิเศษอย่างหนึ่ง ที่ช่วยในการหายใจ นอกจากเหงือก อวัยวะนั้นมีชื่อว่า(Labyrinth organ) อยู่ในโพรงอากาศ
หลังช่องเหงือก ซึ่งทำให้ปลากัดสามารถอยู่ในน้ำที่มีอากาศน้อยได้เป็นอย่างดี
พันธุ์ปลากัด
ปลากัดที่พบในธรรมชาติในช่วงแรกๆ จะมีสีเพียงไม่กี่สี คือ สีนํ้าตาลขุ่น และสีเทาแกมเขียว มีลักษณะครีบ และหาง
สั้น โดยเพศผู้จะมีครีบ และหางยาวกว่าตัวเมียเล็กน้ อย ต่อมาได้มีการเพาะพัฒนาสายพันธุ์จนกระทั่งมีครีบแผ่ใหญ่
และสวยงามมากกว่าพันธุ์ดั้งเดิม ในปัจจุบันมีการจำแนกปลากัดออกเป็นหลายชนิด
ปลากัดมีกี่ชนิด?
1. ปลากัดลูกป่า/ปลากัดทุ่ง
เป็นปลากัดที่พบได้ตามธรรมชาติ มีลักษณะลำตัวเล็ก บอบบาง ครีบ และหางสั้น มีสีนํ้าตาลขุ่นหรือเทาแกมเขียว เป็นสีไม่ค่อยสวย และ
ไม่ทนทานในการกัดเท่าปลากัดลูกหม้อ โดยเวลากัดกันจะใช้เวลาน้อยมาก
2. ปลากัดลูกหม้อ/ปลากัดไทย/ปลากัดครีบสั้น
เป็นปลากัดพัฒนามาจากการเพาะเลี้ยง และการคัดพันธุ์มาหลายชั่วอายุ เพื่อการกัดต่อสู้โดยเฉพาะ มีรูปร่างลำตัวที่โตกว่าปลากัดลูกทุ่ง
และปลากัดลูกผสม มีลักษณะปากใหญ่ ว่ายนํ้าปราดเปรียว สีสันสวยงามหลากสี เช่น สีแดงเข้ม นํ้าเงินเข้ม นํ้าตาลเข้ม หรือสีผสม
ระหว่างสีต่างๆ ปลาชนิดนี้กัดได้ทรหดยิ่งกว่าชนิดอื่น ใช้เวลาในการกัดนาน จึงนิยมเลี้ยงมากกว่าปลากัดลูกทุ่ง และปลากัดลูกผสม โดย
แบ่งประเภทของปลากัดลูกหม้อตามรูปร่างของร่างกาย ได้แก่
– ปลากัดลูกหม้อทรงปลาช่อน มีลัษณะลำตัวยาว ทรงกระบอก คล้ายปลาช่อน มีหน้าสั้น ช่วงหัวยาวและโคนหางใหญ่ ถือเป็นปลาที่มี
ลีลาการต่อสู้ที่ดุดัน และมีพละกำลังมาก มีประวัติการกัดชนะเป็นอันดับหนึ่งในเวทีต่างๆ
– ปลากัดลูกหม้อทรงปลาหม้อ มีลัษณะลำตัวสั้น หนา ลำตัวกว้างหนาเมื่อมองจากทางด้านข้าง และด้านบน ลักษณะลำตัวคล้ายกับ
ปลาหมอไทย เป็นปลาที่ทรหด และว่องไวในการกัด
– ปลากัดลูกหม้อทรงปลากราย มีลัษณะมีหน้างอนขึ้น ลำตัวสั้นแบน เป็นปลาที่คล่องแคล่ว และว่องไวในการกัด และมีประวัติการกัดที่
ยอดเยี่ยม
3. ปลากัดลูกผสม
ปลากัดลูกผสมมีชื่ออีกอย่างว่า ลูกสังกะสี หรือลูกตะกั่ว เป็นปลาที่มาจากการผสมพันธุ์ระหว่างปลากัดลูกทุ่งกับปลากัดลูกหม้อ มี
ลักษณะลำตัวที่เกิดจากการผสม มีความอดทนในการต่อสู้เหมือนกับปลากัดหม้อ ลำตัวมีหลายสี เป็นปลาที่นิยมเลี้ยง และนำมากัดพนัน
กันมากไม่แพ้ปลากัดลูกหม้อ
4. ปลากัดจีน/ปลากัดครีบยาว/ปลากัดเขมร
เป็นพันธุ์ปลากัดที่ค้นพบโดยนักเพาะพันธุ์ปลากัดหม้อ โดยพบบังเอิญขณะที่พัฒนาปลากัดให้ได้ลักษณะครีบยาว ใหญ่ และให้มีหลาก
หลายสีที่สวยงาม จนได้ปลากัดที่มีลักษณะหางเป็นพวง คล้ายปลาทอง สีของปลากัดชนิดนี้ ได้แก่ สีแดง สีน้ำเงิน สีเขียวม่วง สีนํ้าเงิน
ฯลฯ รวมถึงการผสมหลากหลายสีในตัวเดียวกัน ถือเป็นปลากัดที่นิยมเลี้ยงมากในประเทศไทย รวมถึงในต่างประเทศ จึงมีการเพาะเลี้ยง
เพื่อส่งขายออกต่างประเทศ ทำให้สร้างรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับต้นๆของปลาสวยงามมีแหล่งเพาะเลี้ยงที่สำคัญในแถบภาคกลาง
และภาคตะวันตก เช่น ปทุมธานี อยุธยา ราชบุรี นครปฐม เป็นต้น
รูปแบบสีปลากัด
1. สีเดียว (solid color) หมายถึง ปลากัดที่มีสีเดียวกันทั้งหม
ดทั้งครีบ และลำตัว โดยไม่มีสีอื่นแต้มหรือปะปน ยกเว้นเขม่าดำ
ที่พบจากปากจรดครีบหู เส้นของครีบ และขอบเกล็ด ส่วนตะเกียบ (ครีบท้อง) อนุโลมให้มีสีอื่นๆได้ แต่ปลากัดเผือกที่ลำตัว
และครีบท้องจะมีสีอื่นไม่ได้ ส่วนครีบหูนั้น อนุโลมให้เป็นครีบกระจก (ครีบที่มีลักษณะใส) ได้
2. สองสี (bi-color) หมายถึง ปลากัดที่มีสีลำตัวสีเดียว และสีครีบสีเดียว ซึ่งทั้งสองส่วนต้องมีสีแตกต่างกัน ยกเว้นเขม่าดำ
บริเวณปากจรดโคนครีบหู และเส้นขอบครีบจะเป็นสีใดก็ได้ ส่วนตะเกียบอนุโลมให้มีสีอื่นได้ ส่วนครีบหูอนุโลมให้เป็นครีบ
กระจกได้
3. หลากสี (multi-color) หมายถึง ปลากัดที่มีตั้งแต่สองสีขึ้นไป ทั้งส่วนของลำตัว และครีบ ยกเว้นเขม่าดำบริเวณปากจรด
โคนครีบหู และเส้นขอบครีบจะเป็นสีใดก็ได้ ส่วนของตะเกียบอนุโลมให้มีสีอื่นได้ ส่วนครีบหูอนุโลมให้เป็นครีบกระจกได้
ลักษณะลำตัวปลากัด แบ่งได้ ดังนี้
1. รูปทรงปลาช่อน จะมีลักษณะลำตัวยาว หัวใหญ่เหมือนปลาช่อน รูปร่างเพรียว
2. รูปทรงปลาหมอ จะมีลักษณะตัวสั้น และค่อนข้างอ้วน
3. รูปทรงปลากราย จะมีลักษณะหน้าเชิด ลำตัวตรง มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม มองด้านบนจะผอมบาง มีครีบอก และครีบก้นยาว
4. รูปทรงปลาตะเพียน จะมีลักษณะลำตัวป้อม และครีบยาวสวยงาม
อาหารปลากัด
ปลากัดเป็นปลากินเนื้อ ถ้าอยู่ในธรรมชาติพวกมันจะกินตัวอ่อนของแมลงน้ำ และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเป็นอาหาร แต่เมื่อนำ
มาเลี้ยงดูก็จะมีการปรับเปลี่ยนอาหารให้ปลากัดเพื่อให้ง่ายและสะดวกขึ้น สำหรับอาหารที่ใช้เลี้ยงปลามี 2 ประเภท คือ
อาหารสดและอาหารสำเร็จรูป หากเลี้ยงเพื่อความสวยงามจะใช้อาหารแบบใดก็ได้ แต่ถ้าเลี้ยงเพื่อการค้า อาหารสดเป็นสิ่งที่
จำเป็ นมากเพราะช่วยให้ปลาโตเร็วและมีสีสันสดสวยกว่าอาหารสำเร็จรูป
ปลากัดกินอะไร
1.อาหารเม็ดสำเร็จรูป เป็นอาหารที่ผ่านการแปรรูปมาแล้วมีทั้งแบบแผ่นและแบบเม็ด หาซื้อได้ตามร้าน
ขายอาหารสัตว์และซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป มีหลากหลายยี่ห้อให้เลือกใช้สะดวกต่อการใช้งานเพราะเก็บได้
นานแต่มีราคาสูง
2.อาหารสด เป็นอาหารที่สำคัญมากในการอนุบาลลูกปลาแรกฝักให้โต หากขาดอาหารชนิดนี้ลูกปลามักจะ
แคระแกร็นและไม่แข็งแรง ส่วนใหญ่ผู้เลี้ยงปลากัดนิยมช้อนพวกแมลงน้ำและตัวอ่อนจากแหล่งธรรมชาติ
ตอนเช้าตรู่แล้วนำมาล้างให้ปลากัดกิน การล้างจะต้องล้างให้สะอาดหลายๆครั้งจนมั่นใจได้ว่าไม่มีเชื้อโรคปน
ที่อาจจะเป็นอันตรายต่อลูกปลา นิยมหาวันต่อวัน จึงเป็นอาหารที่ค่อนข้างยุ่งยากหากช้อนมาเก็บไว้นาน
ตัวอ่อนแมลงเหล่านั้นจะฟักเป็นตัวเต็มวัย สำหรับอาหารสดที่นิยมใช้กันมากได้แก่
ไรทะเล หาซื้อง่ายมีจำหน่ายทั่วไปตามร้านขายเหยื่อปลา ซื้อไข่แบบแห้งมาฝากจนเป็นตัวที่บ้าน
ได้ โดยผสมน้ำกับเกลือแกงและเปิดเครื่องให้อากาศเป่าลงในน้ำ ประมาณ 24 ชั่วโมงก็จะสั่งเป็น
ตัว ลูกไรทะเลแรกฟ้ าใช้อนุบาลลูกปลาได้เช่นเดียวกับไรแดงแต่ให้ผลดีน้ อยกว่า ส่วนตัวเต็มวัย
นั้นใช้เลี้ยงปลากัดรุ่นหรือปลากัดที่มีขนาดใหญ่ แต่ต้องล้างด้วยน้ำจืดหลายๆครั้งให้หมดเกลือ
และทำความสะอาดไปในตัว
หนอนแดง หนอนแดงเป็นตัวอ่อนของริ้นน้ำจืด (Chironomus spp.)สีแดงอาศัยอยู่ในน้ำหรือพื้นที่
ชุ่มน้ำ มีผู้รวบรวมมาจำหน่ายเป็นเหยื่อปลาสวยงามอยู่เสมอ ใช้งานง่ายและสะดวก มีให้เลือกทั้ง
แบบสดและแบบแช่แข็งเหมาะกับขนาดใหญ่หรือปลาที่ใช้เป็ นพ่อแม่พันธุ์
ลูกน้ำ เป็นอาหารปลากัดพื้นบ้านดั้งเดิมของคนไทย หาซื้อง่ายตามแหล่งน้ำค้างทั่วไปใช้เป็นอาหาร
เสริมได้มีโปรตีนสูง ทําให้ปลากัดตัวหนาและโตเร็วแต่ต้องล้างน้ำให้สะอาดหลายๆครั้ง หรือล้างด้วย
น้ำผสมด่างทับทิมเจือจางอีกทีหนึ่ง เพื่อฆ่าเชื้อโรคที่ติดมาและควรใช้ให้หมดภายในเวลา
ไม่เกิน 2-3 วันก่อนกลายเป็นยุง
ไรแดงหรือลายน้ำจืด เป็นอาหารที่สำคัญในการอนุบาลลูกปลา หากขาดอาหารชนิดนี้แล้วจะ
ทำให้ลูกตาโตช้าหรือแคระแกร็น ลายแดงพบได้ทั่วไปตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ที่มีคุณภาพน้ำ
ไม่ดีนัก เช่นน้ำจากโรงงาน น้ำจากการเลี้ยงปศุสัตว์ และสามารถเพาะพันธุ์เองได้ แต่มีวิธี
ค่อนข้างยุ่งยากและอาจส่งผลไม่ดีเท่าที่ควร กรณีที่ไหลแดงขาดแคลนผู้เพาะปลาสามารถใช้
อาหารอื่นได้ เช่น อาร์ทีเมียแรกฟัก พารามีเซียมหรือ rotifer แต่ไม่นิยมให้เป็นอาหารหลัก
เพราะมีกรรมวิธีหาการใช้ และการเตรียมยุ่งยากกว่าไรแดง
การเลี้ยงปลากัดเพื่อธุรกิจ
1. การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลากัด
การเลี้ยงปลากัดเพื่อเพาะเป็นพ่อแม่พันธุ์ ควรเลือกลูกปลาที่มีอายุประมาณ 1.5 – 2 เดือนขึ้นไป ด้วยการเลือก
คุณสมบัติในเชิงต่อสู้ ซึ่งมักจะแสดงนิสัยก้าวร้าวขณะเลี้ยง แล้วรีบแยกเลี้ยงในภาชนะเพียงตัวเดียว
ทั้งเพศผู้ และเพศเมีย ก่อนจะเลี้ยงรวมกันในช่วงฤดูผสมพันธุ์
วิธีสังเกตุเพศปลากัด
– ดูสี
ปลากัดเพศผู้จะมีสีเข้มกว่าเพศเมีย ลายบนลำตัวเด่นชัดกว่าตัวเมีย ซึ่งจะดูได้ชัดเจนเมื่อ
ปลามีอายุประมาณ 2 เดือนขึ้นไป
– ดูครีบ และกระโดง
ปลากัดตัวผู้จะมีครีบท้องยาวกว่าตัวเมีย และกระโดงยาวไปจรดหาง ส่วนตัวเมียกระโดงจะ
สั้นกว่า
– ดูท่อนำไข่
หากมีจุดขาวบริเวณใต้ท้องจะเป็นตัวเมีย ซึ่งเป็นจุดของท่อนำไข่
– ดูปาก
ปลากัดที่มีวงปากเป็นสีแดงแสดงว่าเป็นตัวผู้ ซึ่งใช้สังเกตได้ตั้งแต่ปลาอายุประมาณ 20 วัน
– ดูขนาดลำตัว
ปลาตัวผู้จะมีลำตัวใหญ่กว่าตัวเมียในช่วงอายุที่เท่ากัน
ภาชนะที่ใช้เลี้ยงปลากัด ควรเป็นภาชนะขนาดเล็ก และปากไม่เปิดกว้างมาก เพื่อป้ องกันการกระโดดของปลา และ
ป้ องกันศัตรูที่อาจจับกินปลา เช่น แมว จิ้งจก ฯลฯ และควรจัดทำเป็นชั้นวางขวดเพื่อประหยัดพื้นที่ และช่วยให้สะดวก
ในการจัดการ การให้อาหาร พื้นที่เลี้ยงควรมีอากาศถ่ายเทได้ดี โดยเฉพาะในฤดูร้อน เพราะอุณหภูมิสูงหรือต่ำมากจะมี
ผลกระทบต่อปลากัดอย่างรวดเร็ว ทำให้ปลาตายได้ง่ายหากอุณหภูมิสูง (อุณหภูมินํ้าไม่ควรเกิน 30 องศาเซลเซียส )
และอุณหภูมิต่ำจะทำให้ปลาไม่กินอาหาร เป็นสาเหตุทำให้ปลาตายเช่นกัน
นํ้าที่เลี้ยงต้องปราศจากคลอรีน ควรเป็นน้ำบ่อธรรมชาติหรือน้ำบาดาล ควรหลีกเลี่ยงการใช้ประปา ความเป็นกรด –
ด่าง (pH) ของน้ำประมาณ 6.5 – 7.5 ความกระด้าง (hardness) 75 – 100 มิลลิกรัม/ลิตร และความเป็นด่าง
(alkalinity) 150 – 200 มิลลิกรัม/ลิตร
บทสรุป
เป็ นปลาพื้ นเมืองของไทยที่นิยมเพาะเลี้ยงกันมานานทั้งเพื่ อความสวยงามและเพื่ อเป็ นเกมกีฬาการกัดปลา
เช่นเดียวกับการชนไก่ ปลากัดเลี้ยงง่ายไม่ต้องดูแลเอาใจใส่มากไม่ต้องเปลี่ยนน้ำบ่อย และเนื่องจากมี
อวัยวะช่วยหายใจพิเศษจึงอาศัยอยู่ในบริเวณน้ำนิ่งที่มีออกซิเจนต่ำได้ ปลากัดไทยมีลักษณะสวยงามดูจากสี
รูปร่าง และกิริยาอาการ สีของปลากัดมีทั้งที่เป็นสีเดียวสีผสมและลวดลายต่าง ๆ ปลากัดตัวผู้จะสร้างรังหรือ
หวอดคอยดูแลไข่และตัวอ่อน การสร้างหวอดกระทำโดยการฮุบเอาอากาศเข้าไปแล้วพ่นน้ำเป็นฟองลอยอยู่
บริเวณผิวน้ำหลังจากสร้างหวอดเสร็จแล้ว
บรรณานุกรม
ปลากัดสวยงามพันล้าน
สืบค้นเมื่อวันที่4มีนาคมพ.ศ.2565 https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/58527/-ani-
สืบค้นเมื่อวันที่4มีนาคมพ.ศ.2565
https://aquaticgo.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%
B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%
B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%
B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%
B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3-
%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%A
5%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94
สืบค้นเมื่อวันที่4มีนา
คมพ.ศ.2565https://www.taiwod.com/article/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7
%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81
%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2