โครงการเสริมสร้างและพัฒนา
ผู้นำการเปลี่ยนแปลง ประจำปี ๒๕๖๔
กลุ่มเป้าหมาย คือ?
ผู้นำการเปลี่ยนแปลง ต.ดงครั่งน้อย
อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด จำนวน ๑๕ คน
เข้ารับการฝึกอบรมตามหลักสูตรผ่านระบบ
ออนไลน์ ระหว่าง เดือน กุมภาพันธ์ –
มิถุนายน หลังจากผ่านการฝึกอบรมตาม
โครงการเสร็จแล้วได้ร่วมกับผู้นำชุมชน
ประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชน และภาคีเครือข่าย
การพัฒนา
ขับเคลื่อนกิจกรรมของหมู่บ้านและตำบล ยึดหลัก ได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมา
บวร ในการทำงาน นั่นคือ บ้าน วัด ราชการ ประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของคนในชุมชน
(โรงเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลดงครั่งน้อย) โดยการต่อยอดกิจกรรม/โครงการเดิมที่มีในชุมชน
มีการบูรณาการการทำงาน โดยการนำทุนด้านต่างๆ ขับเคลื่อนกิจกรรมของหมู่บ้านและตำบล ยึดหลัก
ที่มีอยู่ในชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และร่วมกันจัดทำกิจกรรมใหม่ให้ครอบคลุมทั้ง ๑๓
เช่น ทุนมนุษย์ ทุนเงิน ทุนธรรมชาติ ทุนสังคม หมู่บ้าน ด้วยการสร้างพลังชุมชน ใช้พลังชุมชน ใน
และทุนกายภาพ ตลอดจนทุนจากภาคีเครือข่าย การพัฒนาชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร
การพัฒนาที่เข้มแข็ง รวมทั้งทุน ๑๐๐,๐๐๐ บาท สร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน
จากโครงการเสริมสร้างและพัฒนาผู้นำการ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า
เปลี่ยนแปลง ที่กรมการพัฒนาชุมชนจัดสรร ๒๐๑๙ และยังสามารถแก้ไขปัญหาความยากจนให้
ให้ ในการขับเคลื่อนกิจกรรมของชุมชน กับคนในหมู่บ้าน/ชุมชน
๑. ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด
นายชยันต์ ศิริมาศ
เป็นประธานเปิดโครงการฯ จุด kickoff และได้มอบนโยบาย
พร้อมแนวทางการดำเนินงานตามโครงการฯ แก่ผู้นำชุมชน
และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ทั้ง ๒๐ อำเภอ
๒. ผู้นำชุมชน
มีความเข้มแข็ง
2.1 ผู้นำทำก่อน ทำเป็นแบบอย่างให้คนในหมู่บ้านเห็นเป็นรูปธรรม เช่น
การสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยการปลูกผัก เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา
2.2 ผู้นำเป็นผู้ประสานความร่วมมือทั้งหน่วยงานภาครัฐ และประชาชนใน
หมู่บ้าน เพื่อร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาหมู่บ้านของตนเอง
ในกิจกรรมของชุมชน โดยการร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมทำ
ร่วมรับผลประโยชน์ และร่วมติดตามประเมินผล
เช่น ทุนมนุษย์ ทุนเงิน ทุนทางสังคม
ทุนทางธรรมชาติ ทุนทางกายภาพ
และทุนจากภาคีเครือข่ายการพัฒนาที่เข้มแข็ง
มีการบูรณาการกิจกรรมและการประสานงาน
โครงการกับภาคีเครือข่ายการพัฒนา
รวมทั้งส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
ไม่ว่าจะเป็นระดับตำบล อำเภอ จังหวัด
โดยใช้หลัก บวร ประกอบด้วย
บ คือ บ้าน ว คือ วัด ร คือ ราชการ เช่น โรงเรียน
องค์การบริหารส่วนตำบล และหน่วยงานราชการ
ทั้งระดับตำบล อำเภอ จังหวัด
๑. ผู้นำการเปลี่ยนแปลงตำบลดงครั่งน้อย
สามารถบูรณาการงานพัฒนาชุมชนสู่การ
พึ่งพาตนเองได้
๒. ผู้นำการเปลี่ยนแปลงตำบลดงครั่งน้อย
ใช้พลังชุมชน สร้างพลังชุมชน ในการพัฒนา
ชุมชน เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร
สร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม สร้างและดูแล
รักษาสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน เช่น การบริหาร
จัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ โดยมีการทำ
ธนาคารขยะ
๑. ผู้นำทำก่อนผู้นำการเปลี่ยนแปลง
ต.ดงครั่งน้อย ส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่บ้าน
จึงเป็นผู้ที่มีภาวะผู้นำสูง เก่งคิด เก่งงาน
เก่งคน ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี คนใน
ชุมชนจึงมีความเชื่อมั่นและศรัทธา ทำให้
สามารถขับเคลื่อนกิจกรรม การประสาน
งานกับ ผู้นำ กลุ่มองค์กร ภาคี ได้เป็นอย่าง
ดีและรวดเร็ว ซึ่งผู้นำการเปลี่ยนแปลงทั้ง
๑๕ คน ได้ทำกิจกรรมที่เป็นต้นแบบที่คน
ในชุมชนสามารถนำมาเป็นแบบอย่าง คือ
การปลูกผักสวนครัว การเพาะพันธุ์เมล็ด
และต้นกล้าพืชผัก การคัดแยกขยะ การ
เลี้ยงสัตว์ ฯลฯ
๒. การแบ่งปันข้อมูล ผู้นำการเปลี่ยนแปลงตำบลดงครั่ง ๓. การวางแผนร่วมกัน ผู้นำการเปลี่ยนแปลงตำบลดง
น้อย มีการจัดการการให้บริการข้อมูลผ่านระบบ กลุ่มไลน์ ครั่งน้อย ได้มีการปรึกษาหารือแสดงความคิดเห็นผ่าน
Facebook ชื่อ “ดงครั่งน้อยเกษตรปันสุข - โครงการผู้นำ ประชุมระดับตำบล โดยมีการประชุมสัญจรทุกหมู่บ้าน
การเปลี่ยนแปลง” มีการแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะการแลกเปลี่ยน
เรียนรู้ การกำหนดแผนปฏิบัติงานร่วมกัน ในการสร้าง
ความมั่นคงทางอาหาร
๔. ร่วมเวทีประชาคมหมู่บ้านทั้ง ๑๓ หมู่บ้าน
ผู้นำการเปลี่ยนแปลงตำบลดงครั่งน้อย ทั้ง ๑๕ คน
เป็นตัวแทนที่มาจาก ๑๓ หมู่บ้านได้เข้าร่วมเวทีประชาคม
ของแต่ละหมู่บ้าน เพื่อนำองค์ความรู้ แนวทางการขับเคลื่อน
กิจกรรมตามโครงการฯ ที่ได้รับจากการฝึกอบรม รวมทั้ง
แนวทางการดำเนินงานของโก่งธนูโมเดล สร้างความรู้
ความเข้าใจ กระตุ้นให้กับผู้นำชุมชน ผู้นำกลุ่มองค์กร
ประชาชนในชุมชน ค้นหาทุนในชุมชน เช่น ทุนมนุษย์
(ผู้นำ กลุ่มองค์กร) ทุนเงิน ทุนธรรมชาติ ทุนสังคม
ทุนกายภาพ และทุนจากภาคีเครือข่ายการพัฒนา
ร่วมกันกำหนดเป้าหมาย กิจกรรม/โครงการ การขับเคลื่อน
กิจกรรมของชุมชน เช่น การสร้างความมั่นคง
ทางอาหารของชุมชน สร้างและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม
ให้ยั่งยืน และการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม
๕. การประสานงาน ผู้นำการเปลี่ยนแปลง
ตำบลดงครั่งน้อย มีการกระตุ้นให้ผู้นำชุมชน
นำกิจกรรม/โครงการ ในแต่ละชุมชน บรรจุ
ในแผนพัฒนาหมู่บ้าน องค์การบริหารส่วน
ตำบลตำบลดงครั่งน้อย และประสานภาคี
เครือข่ายการพัฒนาที่เกี่ยวข้องในการขับ
เคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ในชุมชน
๖.การบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
ผู้นำการเปลี่ยนแปลงตำบลดงครั่งน้อย
ได้มีการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
ระหว่างกลุ่มผู้นำการเปลี่ยนแปลงตำบลดงครั่งน้อย
กับองค์การบริหารส่วนตำบลดงครั่งน้อย
ในการขับเคลื่อนกิจกรรม/โครงการสร้างความ
มั่นคงทางอาหาร สร้างและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม
ให้ยั่งยืน และสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม
๗. กลไก ขับเคลื่อนในการพัฒนา
ชุมชน กลไกขับเคลื่อนกิจกรรม/
โครงการของชุมชน ประกอบด้วย
ผู้นำการเปลี่ยนแปลง จำนวน ๑๕ คน
ร่วมกับภาคีเครือข่ายการพัฒนา
(บวร) ผู้นำชุมชน ประชาชน ๑๓
หมู่บ้าน วัด ๘ แห่งโรงเรียน และ
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จำนวน ๑๐ แห่ง
องค์การบริหารส่วนตำบล
ดงครั่งน้อย สำนักงานเกษตรอำเภอ
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอ
สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ และ
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอก
ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
๘. การกำหนดแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนกิจกรรม/โครงการ ทั้ง ๑๓ หมู่บ้าน ผู้นำการเปลี่ยนแปลงตำบล
ดงครั่งน้อย ทั้ง ๑๕ คน ร่วมกับผู้นำชุมชน คนในชุมชน ภาคีเครือข่ายการพัฒนา ร่วมกันกำหนดแผน
ปฏิบัติการขับเคลื่อน ต่อยอด ขยายกิจกรรม/โครงการเดิมที่มีในชุมชน และจัดทำกิจกรรมใหม่ ทั้ง ๑๓
หมู่บ้าน
๙.การดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรม/โครงการ มีการปฏิบัติตามแผนการที่กำหนด
โดยการบูรณาการการทำงาน การขับเคลื่อนกิจกรรม/โครงการสร้างความมั่นคง
ทางอาหาร สร้างและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน และสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม
มีการกำหนดให้บ้านโพนฮาด หมู่ที่ ๑๒ เป็นหมู่บ้านต้นแบบ
๑๐. การประชาสัมพันธ์มีการประชาสัมพันธ์การดำเนิน
กิจกรรม/โครงการ ทางหอกระจ่ายข่าว, Line,
Facebook, คลิป VDO, YouTube, เว็บไซต์,
แผนที่สารสนเทศของตำบล
๑๑. การติดตามประเมินผล มีการติดตามผลการ ๑๒. การสรุปบทเรียนโดยทีมผู้นำการเปลี่ยนแปลง
ดำเนินงานโดย คณะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ทั้ง ๑๕ คน ทั้ง ๑๕ คน และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน เพื่อใช้เป็น
ภาคีเครือข่ายการพัฒนาระดับตำบล อำเภอ จังหวัด แนวทางในการขยายผลสู่ตำบลอื่นต่อไป
และเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอ จังหวัด
๑. การทำงานเป็นทีม
๒. การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน
๓. การประสานงาน
๔. การบูรณาการการทำงานผ่านกิจกรรม/
โครงการที่ดำเนินการในชุมชน โดยผู้นำการ
เปลี่ยนแปลงได้ทำหน้าที่กระตุ้น ผู้นำทำก่อน
ทำเป็นแบบอย่าง ก่อให้เกิดการมีส่วนร่วม
ของคนในชุมชนมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลให้
คนในชุมชนได้เรียนรู้การทำงานร่วมกัน
ส่งผลให้เกิดความรักความสามัคคี ได้มี
โอกาสเรียนรู้การบริหารจัดการชุมชนให้
เข้มแข็ง ตื่นตัว และพร้อมรับการ
เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา