The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารสรุปรายงานผลโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาและสร้างทีมผู้นำฯ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by DCLC UBON, 2024-02-19 23:44:17

เเอกสารสรุปผลการดำเนินงานฯโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาและสร้างทีมผู้นำฯ

เอกสารสรุปรายงานผลโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาและสร้างทีมผู้นำฯ

ก ค ำน ำ กรมการพัฒนาชุมชน โดยสถาบันการพัฒนาชุมชน มอบหมายให้ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน อุบลราชธานี เป็นหน่วยด าเนินงานโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาและสร้างทีมผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ น าการเปลี่ยนแปลง กิจกรรมที่ 2 พัฒนาและสร้างทีมผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง กิจกรรมย่อยที่ 2.2 ประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างครู ข โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสมรรถนะผู้น านักขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลงในการน าโครงการกิจกรรมตามแผนพัฒนาต าบลโดยประยุกต์หลักการทรงงาน และการพัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการปฏิบัติงานและขยายผลในพื้นที่ และเพื่อสร้างทีมผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง เข้าขับเคลื่อนงานตามนโยบายในด้านการ “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน และงานตามโครงการอื่น ๆ ของกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ ทุกภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ด าเนินการฝึกอบรมในรูปแบบผสมผสาน (Blended Learning) โดยวิทยากร บรรยายในรูปแบบ Online ผ่านระบบ Zoom Cloud Meetings และ Work Shop ในรูปแบบ Onsite โดยมีกลุ่มเป้าหมาย จา นวนทั้งสิ้น 600 คน แยกเป็น ก านันต าบล ผู้น าอาสาพัฒนาชุมชน (ผู้น า อช.) ประธาน ศูนย์ประสานงานองค์การชุมชนต าบล ผู้น าสตรีต าบล และผู้น าหมู่บ้านศีลธรรม/ผู้น าหมู่บ้านยั่งยืน/ผู้น าทางศาสนา หรือพระสงฆ์ ประกอบด้วย จังหวัดอุบลราชธานี จ านวน 155 คน จังหวัดศรีสะเกษ จ านวน 135 คน จังหวัดร้อยเอ็ด จ านวน 120 คน จังหวัดนครพนม จ านวน 65 คน จังหวัดมุกดาหาร จ านวน 35 คน จังหวัดยโสธร จ านวน 50 คน และจังหวัดอ านาจเจริญ จ านวน 40 คน ด าเนินการ 5 รุ่น ระหว่างวันที่ 6 - 27 ธันวาคม 2566 ณ หอประชุมค้าคูณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี ได้ด าเนินการโครงการดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้จัดท าเอกสารสรุปรายงานผลการด าเนินงานโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาและสร้างทีมผู้น านัก ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง กิจกรรมที่ 2 พัฒนาและสร้างทีมผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น า การเปลี่ยนแปลง กิจกรรมย่อยที่ 2.2 ประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างครู ข รวมทั้งประเมินผลโครงการ เพื่อทราบ ผลสัมฤทธิ์ข้อเสนอแนะต่าง ๆ หวังอย่างยิ่งว่าเอกสารฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจ เพื่อสามารถน าไป ประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงาน และเป็นแนวทางในการน าไปปรับใช้ในการด าเนินงานครั้งต่อไป ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี มกราคม 2567


ข สารบัญ หน้า ค าน า ก สารบัญ ข สารบัญตาราง ค บทสรุปส าหรับผู้บริหาร ง ส่วนที่ 1 บทน า ความส าคัญ 1 วัตถุประสงค์ 1 กลุ่มเป้าหมาย 1 ขั้นตอนและวิธีการด าเนินงาน 2 งบประมาณด าเนินการ 2 ระยะเวลาด าเนินการ 2 ขอบเขตประเด็นเนื้อหา 2 ผลที่คาดว่าจะได้รับ 3 ตัวชี้วัดของโครงการ 3 ส่วนที่ 2 สรุปเนื้อหาวิชาการ เนื้อหาวิชาการ 4 วิชาทิศทางการขับเคลื่อนผู้น าการเปลี่ยนแปลง ปี 2567 5 วิชากรอบแนวทางโครงการเสริมสร้างและพัฒนาผู้น าการเปลี่ยนแปลงฯ ระดับต าบล 8 วิชาMOI ONE การขับเคลื่อนงาน “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน 13 วิชาเทคนิคการจัดท ายุทธศาสตร์ (VP Canvas/ผังต้นไม้/ตาราง 2 แกน) / ฝึกปฏิบัติ 16 วิชาWorkshop MOI ONE : Change into the Future ศึกษา/วิเคราะห์/ 21 ถอดบทเรียนผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา วิชาประสบการณ์การขับเคลื่อนงานตามแนวพระราชด าริสู่รูปธรรมความส าเร็จของการปฏิบัติงาน 24 ในระดับพื้นที่ วิชาการประยุกต์ใช้กลไกการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศ กลไก 3 5 7) 26 ในบริบทของการขับเคลื่อนงาน “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน วิชาการจัดท าแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 32 น าการเปลี่ยนแปลง ระดับต าบล วิชาน าเสนอแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น าฯ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้/ 36 รับฟังข้อเสนอแนะ วิชาสรุปบทเรียนผลการน าเสนอแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น าฯ 38 กิจกรรมวันดินโลก 43 ส่วนที่ 3 การประเมินผลโครงการ วิธีการประเมิน 46 การวิเคราะห์ข้อมูล 47 เกณฑ์การประเมิน 47 ผลการประเมิน 48


ค สารบัญ (ต่อ) หน้า ภาคผนวก ภาพกิจกรรมการฝึกอบรม 66 ค าสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะท างาน 82 ทะเบียนรายชื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม 88 ทะเบียนรายชื่อเจ้าหน้าที่โครงการ 107 ตารางฝึกอบรม 108 แบบสรุปประเมินวิทยากร 109 แบบสรุปประเมินภาพรวม 110


ง สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า 1 แสดงระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อวิชาทิศทางการขับเคลื่อนผู้น าการเปลี่ยนแปลง ปี 2567 48 2 แสดงระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับวิทยากรวิชาวิชาทิศทางการขับเคลื่อนผู้น าการเปลี่ยนแปลง ปี 2567 48 3 แสดงระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อวิชากรอบแนวทางโครงการเสริมสร้างและพัฒนา 49 ผู้น าการเปลี่ยนแปลงฯ ระดับต าบล 4 แสดงระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับวิทยากรวิชากรอบแนวทางโครงการเสริมสร้างและพัฒนา 50 ผู้น าการเปลี่ยนแปลงฯ ระดับต าบล 5 แสดงระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อวิชาMOI ONE การขับเคลื่อนงาน “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” 50 แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน 6 แสดงระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับวิทยากรวิชาMOI ONE การขับเคลื่อนงาน “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” 51 แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน 7 แสดงระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อวิชาเทคนิคการจัดท ายุทธศาสตร์ (VP Canvas/ 52 ผังต้นไม้/ตาราง 2 แกน) / ฝึกปฏิบัติ 8 แสดงระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับวิทยากรวิชาเทคนิคการจัดท ายุทธศาสตร์ (VP Canvas/ 52 ผังต้นไม้/ตาราง 2 แกน) / ฝึกปฏิบัติ 9 แสดงระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อวิชาWorkshop MOI ONE : Change into the Future 53 ศึกษา/วิเคราะห์/ถอดบทเรียนผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา 10 แสดงระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับวิทยากรวิชาWorkshop MOI ONE : Change into the Future 54 ศึกษา/วิเคราะห์/ถอดบทเรียนผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา 11 แสดงระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อวิชาประสบการณ์การขับเคลื่อนงานตามแนวพระราชด าริ 55 สู่รูปธรรมความส าเร็จของการปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ 12 แสดงระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับวิทยากรวิชาประสบการณ์การขับเคลื่อนงานตามแนวพระราชด าริ 55 สู่รูปธรรมความส าเร็จของการปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ 13 แสดงระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อวิชาการประยุกต์ใช้กลไกการขับเคลื่อนสืบสาน 56 ศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศ กลไก 3 5 7) ในบริบทของการขับเคลื่อนงาน “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน 14 แสดงระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับวิทยากรวิชาการประยุกต์ใช้กลไกการขับเคลื่อนสืบสาน 57 ศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศ กลไก 3 5 7) ในบริบทของการขับเคลื่อนงาน “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน 15 แสดงระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อวิชาการจัดท าแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อน 58 ผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง ระดับต าบล 16 แสดงระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับวิทยากรวิชาการจัดท าแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อน 58 ผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง ระดับต าบล 17 แสดงระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อวิชาน าเสนอแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อน 59 ผู้น าฯ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้/รับฟังข้อเสนอแนะ 18 แสดงระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับวิทยากรวิชาน าเสนอแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อน 59 ผู้น าฯ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้/รับฟังข้อเสนอแนะ


จ สารบัญตาราง (ต่อ) ตารางที่ หน้า 19 แสดงระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อวิชาสรุปบทเรียนผลการน าเสนอแผนปฏิบัติการ 60 (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น าฯ 20 แสดงระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับวิทยากรวิชาสรุปบทเรียนผลการน าเสนอแผนปฏิบัติการ 61 (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น าฯ 21 แสดงระดับความพึงพอใจเกี่ยวกับด้านกระบวนการ ขั้นตอนการให้บริการ 62 22 แสดงระดับความพึงพอใจเกี่ยวกับด้านวิทยากรของหน่วยงานที่จัด 62 23 แสดงระดับความพึงพอใจเกี่ยวกับด้านเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ/ผู้ประสานงาน 63 24 แสดงระดับความพึงพอใจเกี่ยวกับด้านการอ านวยความสะดวก 63 25 แสดงระดับความพึงพอใจเกี่ยวกับด้านคุณภาพการให้บริการ 64 26 แสดงระดับความพึงพอใจของท่านต่อภาพรวมของโครงการฯ 64


ง บทสรุปส าหรับผู้บริหาร รายงานผลการด าเนินงานโครงการ โดยสถาบันการพัฒนาชุมชน ได้มอบหมายให้ศูนย์ศึกษาและพัฒนา ชุมชนอุบลราชธานี เป็นหน่วยด าเนินงานโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาและสร้างทีมผู้น านักขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง กิจกรรมที่ 2 พัฒนาและสร้างทีมผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการ เปลี่ยนแปลง กิจกรรมย่อยที่ 2.2 ประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างครู ข โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสมรรถนะผู้น า นักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลงในการน าโครงการกิจกรรมตามแผนพัฒนาต าบลโดยประยุกต์ หลักการทรงงานและการพัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการปฏิบัติงานและ ขยายผลในพื้นที่ และเพื่อสร้างทีมผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง เข้าขับเคลื่อนงานตาม นโยบายในด้านการ “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน และงานตามโครงการอื่น ๆ ของ กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับทุกภาคีเครือข่ายในพื้นที่ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย จา นวนทั้งสิ้น 600 คน แยกเป็น ก านันต าบล ผู้น าอาสาพัฒนาชุมชน (ผู้น า อช.) ประธานศูนย์ประสานงานองค์การชุมชนต าบล ผู้น าสตรีต าบล และผู้น าหมู่บ้านศีลธรรม/ผู้น าหมู่บ้านยั่งยืน/ผู้น าทางศาสนา หรือพระสงฆ์ ประกอบด้วย จังหวัดอุบลราชธานี จ านวน 155 คน จังหวัดศรีสะเกษ จ านวน 135 คน จังหวัดร้อยเอ็ด จ านวน 120 คน จังหวัดนครพนม จ านวน 65 คน จังหวัดมุกดาหาร จ านวน 35 คน จังหวัดยโสธร จ านวน 50 คน และจังหวัดอ านาจเจริญ จ านวน 40 คน ด าเนินการ 5 รุ่น ระหว่างวันที่ 6-27 ธันวาคม 2566 ณ หอประชุมค้าคูณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน อุบลราชธานี วิธีด าเนินงาน ด าเนินการฝึกอบรมในรูปแบบผสมผสาน (Blended Learning) โดยวิทยากรบรรยายในรูปแบบ Online ผ่านระบบ Zoom Cloud Meetings และ Work Shop ในรูปแบบ Onsite กลุ่มเป้าหมายส าหรับ การประเมินผล คือผู้เข้ารับการฝึกอบรม จ านวน 600 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลใช้ แบบสอบถามประเมินผลรายวิชา และประเมินผลภาพรวมโครงการแบบออนไลน์แล้วน าผลที่ได้มาวิเคราะห์ ข้อมูลเรียบเรียงแบบร้อยแก้วเชิงพรรณนา ใช้ค่าสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย สรุปผลการฝึกอบรมได้ ดังนี้ ผลการฝึกอบรม 1. ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย 600 คน โดยแบ่งเป็นเพศชาย จ านวน 341 คน เพศหญิง จ านวน 259 คน โดยเข้ารับการฝึกอบรมครบตามโครงการฯ จ านวน 600 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมาย 2. ความพึงพอใจต่อภาพรวมโครงการ 2.1 ความคิดเห็นต่อด้านกระบวนการ ขั้นตอนการให้บริการ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีระดับความพึงพอใจเกี่ยวกับด้านกระบวนการ ขั้นตอนการ ให้บริการ โดยภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.88 2.2 ความคิดเห็นต่อด้านวิทยากรของหน่วยงานที่จัด ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีระดับความพึงพอใจต่อด้านวิทยากรของหน่วยงานที่จัด โดยภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.90 2.3 ความคิดเห็นต่อด้านเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ/ผู้ประสานงาน ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีระดับความพึงพอใจต่อด้านเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ/ผู้ประสานงาน โดยภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.93


จ 2.4 ความคิดเห็นต่อการอ านวยความสะดวก ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีระดับความพึงพอใจต่อด้านการอ านวยความสะดวก โดยภาพรวม อยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.94 2.5 ความคิดเห็นต่อด้านคุณภาพการให้บริการ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีระดับความพึงพอใจต่อด้านคุณภาพการให้บริการ โดยภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.92 2.6 ความคิดเห็นต่อความพึงพอใจของท่านต่อภาพรวมของโครงการฯ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีระดับความพึงพอใจของท่านต่อภาพรวมของโครงการฯ อยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.92 3. ผลการประเมินรายวิชา จ านวน 10 วิชา สรุปผลการประเมินรายวิชาได้ ดังนี้ 3.1 วิชาทิศทางการขับเคลื่อนผู้น าการเปลี่ยนแปลง ปี 2567 (ผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวน 588 คน คิดเป็นร้อยละ 98 ของกลุ่มเป้าหมาย) ประเด็นเกี่ยวกับหัวข้อวิชา พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่ มีความพึงพอใจในภาพรวมต่อประเด็นของหัวข้อวิชา อยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.72 และประเด็นเกี่ยวกับ วิทยากร พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อการด าเนินงานของวิทยากรในภาพรวม อยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.75 3.2 วิชากรอบแนวทางโครงการเสริมสร้างและพัฒนาผู้น าการเปลี่ยนแปลงฯ ระดับต าบล (ผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวน 591 คน คิดเป็นร้อยละ 99 ของกลุ่มเป้าหมาย) ประเด็นเกี่ยวกับหัวข้อวิชา พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในภาพรวมต่อประเด็นของหัวข้อวิชา อยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.80 และประเด็นเกี่ยวกับวิทยากร พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจ ต่อการด าเนินงานของวิทยากรในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.80 3.3 วิชาMOI ONE การขับเคลื่อนงาน “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” แบบบูรณ าการอย่างยั่งยืน (ผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวน 595 คน คิดเป็นร้อยละ 99 ของกลุ่มเป้าหมาย) ประเด็นเกี่ยวกับหัวข้อวิชา พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในภาพรวมต่อประเด็นของหัวข้อวิชา อยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.83 และประเด็นเกี่ยวกับวิทยากร พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อการ ด าเนินงานของวิทยากรในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.82 3.4 วิชาเทคนิคการจัดท ายุทธศาสตร์ (VP Canvas/ผังต้นไม้/ตาราง 2 แกน) /ฝึกปฏิบัติ (ผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวน 593 คน คิดเป็นร้อยละ 99 ของกลุ่มเป้าหมาย) ประเด็นเกี่ยวกับหัวข้อวิชา พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในภาพรวมต่อประเด็นของหัวข้อวิชา อยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.85 และประเด็นเกี่ยวกับวิทยากร พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อการ ด าเนินงานของวิทยากรในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.86 3.5 วิชาWorkshop MOI ONE : Change into the Future ศึกษา/วิเคราะห์/ถอดบทเรียน ผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา (ผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวน 588 คน คิดเป็นร้อยละ 98 ของกลุ่มเป้าหมาย) ประเด็นเกี่ยวกับหัวข้อวิชา พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในภาพรวมต่อประเด็นของ หัวข้อวิชา อยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.85 และประเด็นเกี่ยวกับวิทยากร พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่ มีความพึงพอใจต่อการด าเนินงานของวิทยากรในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.85 3.6 วิชาประสบการณ์การขับเคลื่อนงานตามแนวพระราชด าริสู่รูปธรรมความส าเร็จของการปฏิบัติงาน ในระดับพื้นที่ (ผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวน 595 คน คิดเป็นร้อยละ 99 ของกลุ่มเป้าหมาย)ประเด็นเกี่ยวกับ หัวข้อวิชา พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในภาพรวมต่อประเด็นของหัวข้อวิชา อยู่ใน ระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.80 และประเด็นเกี่ยวกับวิทยากร พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึง พอใจต่อการด าเนินงานของวิทยากรในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.81


ฉ 3.7 วิชาการประยุกต์ใช้กลไกการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศ (กลไก 3 5 7) ในบริบทของการขับเคลื่อนงาน “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน (ผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวน 597 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมาย) ประเด็นเกี่ยวกับหัวข้อวิชา พบว่า ผู้เข้ารับการ ฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในภาพรวมต่อประเด็นของหัวข้อวิชา อยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.88 และประเด็นเกี่ยวกับวิทยากร พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อการด าเนินงานของ วิทยากรในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.89 3.8 วิชาการจัดท าแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการ เปลี่ยนแปลง ระดับต าบล (ผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวน 589 คน คิดเป็นร้อยละ 98 ของกลุ่มเป้าหมาย) ประเด็นเกี่ยวกับหัวข้อวิชา พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในภาพรวมต่อประเด็นของ หัวข้อวิชา อยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.89 และประเด็นเกี่ยวกับวิทยากร พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่ มีความพึงพอใจต่อการด าเนินงานของวิทยากรในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.88 3.9 วิชาน าเสนอแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น าฯ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้/รับฟัง ข้อเสนอแนะ (ผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวน 600 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมาย) ประเด็น เกี่ยวกับหัวข้อวิชา พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในภาพรวมต่อประเด็นของหัวข้อวิชา อยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.83 และประเด็นเกี่ยวกับวิทยากร พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่ มีความพึงพอใจต่อการด าเนินงานของวิทยากรในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.86 3.10 วิชาน าเสนอแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น าฯ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้/รับฟัง ข้อเสนอแนะ (ผู้ตอบแบบสอบถาม จ านวน 600 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมาย) ประเด็น เกี่ยวกับหัวข้อวิชา พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีความพึงพอใจในภาพรวมต่อประเด็นของหัวข้อวิชา อยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.89 และประเด็นเกี่ยวกับวิทยากร พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่ มีความพึงพอใจต่อการด าเนินงานของวิทยากรในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก มีค่าเฉลี่ย 4.89 4. ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 4.1 การฝึกอบรมควรปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียนการสอน แบบ on-site เพื่อให้การเรียนรู้ มีประสิทธิภาพมากที่สุด 4.2 ควรจัดเตรียมเอกสารประกอบการฝึกอบรมให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม


ส่วนที่ 1 บทน า ความส าคัญ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) มุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ "ประเทศไทยมี ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง"โดย มียุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ที่มีเป้าหมายการพัฒนาให้ความส าคัญในการ ดึงเอาพลังของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม ชุมชนท้องถิ่นและประชาชนมารว่มขับเคลื่อนการ เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการตนเอง ให้สอดคล้องกับแผนแม่บทประเด็นพลังทางสังคม โดยมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2566 - 2570 ที่เน้นเศรษฐกิจสร้างคุณค่า สังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน มุ่งก าหนดทิศทางการพัฒนาประเทศให้สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง และการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนที่ครอบคลุม 4 มิติ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องในมิติที่ 3 ความยั่งยืนของของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมิติที่4 ปัจจัยผลักดันพลิกโฉมประเทศไทย หมุดหมายที่ 12 ไทยมีก าลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคตซึ่ง สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) การลดความ เหลื่อมล้าทางสังคม สร้างความเข้มแข็งของชุมชนและพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจ กรมการพัฒนาชุมชนในการพัฒนาผู้น าชุมชน องค์กรชุมชนและเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถใน การบรหิารจดัการของประชาชนในพื้นที่และเพื่อเพิ่มขดีความสามารถของผู้น าชุมชนในการพัฒนา ให้สามารถ เป็นแกนหลักในการบริหารจัดกรชุมชนให้เข้มแข็ง พึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง เพื่อบรรลุภารกิจและวิสัยทัศน์กรมการพัฒนาชุมชน “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่าง ยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี จึงได้จัดท าโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาและสร้าง ทีมผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง วัตถุประสงค์ 1. เพื่อเสริมสมรรถนะผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลงในการน าโครงการกิจกรรม ตามแผนพัฒนาต าบลโดยประยุกต์หลักการทรงงานและการพัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงมาปรับใช้ในการปฏิบัติงานและขยายผลในพื้นที่ 2. เพื่อสร้างทีมผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง เข้าขับเคลื่อนงานตามนโยบายใน ด้านการ “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน และงานตามโครงการอื่น ๆ ของกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับทุกภาคีเครือข่ายในพื้นที่ กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย จ านวน 600 คน ประกอบด้วย ผู้แทนจากต าบล 120 ต าบล ๆ ละ ๕ คน รวมจ านวน 600 คน ได้แก่ ก านันต าบล/ผู้น าอาสาพัฒนาชุมธน (ผู้น า อช) /ประธานศูนย์ประสานงาน องค์การชุมชน ต าบล/ผู้น าสตรีต าบล และผู้น าหมู่บ้านศีลธรรม/ผู้น าหมู่บ้านยั่งยืน/ผู้น าทางศาสนา หรือ พระสงฆ์


2 ขั้นตอนและวิธีด าเนินงาน กิจกรรมที่ 2 พัฒนาและสร้างทีมผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง กิจกรรมย่อยที่ 2.2 ประชุมเชิงปฏิบัติการ สร้าง ครู ข เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้เข้ารับ การฝึกอบรมในระดับต าบล ในรูปแบบผสมผสาน (Blended Learning) จ านวน 5 รุ่น โดยวิทยากรบรรยาย และ Work Shop ในรูปแบบ Onsite และ Online ผ่านระบบ Zoom Cloud Meetings โดยศูนย์ศึกษา และพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี ด าเนินการบรรยายและ Work shop รูปแบบ Onsite เพื่อให้มีความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับยุทธ์ศาสตร์การพัฒนาประเทศยุคใหม่ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน แผนปฏิรูปนโยบายกระทรวงและโครงการส าคัญ รวมถึงการจัดท าแผนและประสานแผนพัฒนาพื้นที่อ าเภอและต าบล ตลอดจนกระบวนการคิดเชิงออกแบบ และหลักการทรงงานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อน ามาปรับใช้ในการปฏิบัติราชการเพื่อบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข ให้แก่พี่น้องประชาชน รวมถึงการปลูกฝังค่านิยมการเป็นผู้น าการเปลี่ยนแปลงซึ่งน าไปสู่การขับเคลื่อนและ สร้างกลไกการท างานร่วมกันของภาคีเครือข่ายในกิจกรรมการพัฒนากิจกรรมสาธารณประโยชน์ที่ส่งผลต่อ การขับเคลื่อนต าบลเข้มแข็ง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม ๗ ภาคี เครือข่าย งบประมาณด าเนินการ งบประมาณ 805,100 บาท (แปดแสนห้าพันหนึ่งร้อยบาทถ้วน) ระยะเวลาด าเนินการ ไตรมาสที่ 1 ( ระหว่างวันที่ 6-27 ธันวาคม 2566 ) แบ่งเป็น 5 รุ่น รุ่นที่ 1 ระหว่าง วันที่ 6-8 ธันวาคม 2566 กลุ่มเป้าหมาย จ านวน 155 คน รุ่นที่ 2 ระหว่าง วันที่ 12-14 ธันวาคม 2566 กลุ่มเป้าหมาย จ านวน 135 คน รุ่นที่ 3 ระหว่าง วันที่ 18-20 ธันวาคม 2566 กลุ่มเป้าหมาย จ านวน 120 คน รุ่นที่ 4 ระหว่าง วันที่ 22-24 ธันวาคม 2566 กลุ่มเป้าหมาย จ านวน 100 คน รุ่นที่ 5 ระหว่าง วันที่ 25-27 ธันวาคม 2566 กลุ่มเป้าหมาย จ านวน 90 คน ขอบเขตเนื้อหาหลักสูตร และกิจกรรมเสริมคุณค่า วิชาหลัก จ านวน 10 วิชา ดังนี้ 1. ทิศทางการขับเคลื่อนผู้น าการเปลี่ยนแปลง ปี 2567 2. กรอบแนวทางโครงการเสริมสร้างและพัฒนาผู้น าการเปลี่ยนแปลงฯ ระดับต าบล 3. MOI ONE การขับเคลื่อนงาน “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน 4. เทคนิคการจัดท ายุทธศาสตร์ (VP Canvas/ผังต้นไม้/ตาราง 2 แกน) / ฝึกปฏิบัติ 5. Workshop MOI ONE : Change into the Future ศึกษา/วิเคราะห์/ถอดบทเรียน ผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา 6. ประสบการณ์การขับเคลื่อนงานตามแนวพระราชด าริสู่รูปธรรมความส าเร็จของการปฏิบัติงาน ในระดับพื้นที่ 7. การประยุกต์ใช้กลไกการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศ (กลไก 3 5 7) ในบริบทของการขับเคลื่อนงาน “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน 8. การจัดท าแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการ เปลี่ยนแปลง ระดับต าบล


3 9. น าเสนอแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น าฯ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้/รับฟัง ข้อเสนอแนะ 10. สรุปบทเรียนผลการน าเสนอแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น าฯ กิจกรรมเสริม 1. กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ 2. กิจกรรมวันดินโลก 3. กิจกรรมหน้าเสาธง ผลที่คาดว่าจะได้รับ ผู้น าชุมชนสามารถเป็นนักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลงในการน ากิจกรรมโครงการตาม แผนพัฒนาต าบล โดยประยุกต์หลักการทรงงานและกรพัฒนาประเทศ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ในการปฏิบัติงานและขยายผลในพื้นที่ และสร้างเครือข่ายผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการ เปลี่ยนแปลง ระดับต าบล แบบบูรณาการงานในพื้นที่สู่การ “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” ตัวชี้วัดผลผลิต 1. มีนักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง ระดับต าบล จ านวน 600 คน 2. มีแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนโครงการ/กิจกรรม จ านวน 120 แผน 3. มีกิจกรรม/โครงการ ตามแผนพัฒนาต าบลที่สามารถแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างตรงจุด (Bottom-up) จ านวน 120 แผน ตัวชี้วัดผลลัพธ์ 1 ร้อยละ ๙๕ ผู้น าการเปลี่ยนแปลงเป็นผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง สามารถ ขับเคลื่อนต าบลเข้มเข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้ 2. ร้อยละ ๙๕ ต าบลเข้มแข็งบริหารจัดการชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถ สื่อสารสังคมเป็นรูปธรรมได้ ผลกระทบ เกิดการบูรณาการมีส่วนร่วมต าบลเข้มแข็ง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้วยพลังชุมชน


ส่วนที่ 2 สรุปเนื้อหาวิชาการ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) มุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทย มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยมียุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ที่มีเป้าหมายการพัฒนาให้ความส าคัญ ในการดึงเอาพลังของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม ชุมชนท้องถิ่นและประชาชนมารว่ม ขับเคลื่อนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการตนเอง ให้สอดคล้องกับแผนแม่บทประเด็น พลังทางสังคมโดยมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2566 - 2567 ที่เน้นเศรษฐกิจ สร้างคุณค่าสังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน มุ่งก าหนดทิศทางการพัฒนาประเทศให้สอดคล้องกับหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง และการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนที่ครอบคลุม 4 มิติโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้อง ในมิติที่3 ความยั่งยืนของของทรพัยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมิติที่4 ปัจจัยผลักดันพลิกโฉม ประเทศไทย หมุดหมายที่ 12 ไทยมีก าลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) การลดความเหลื่อมล้า ทางสังคม สร้างความเข้มแข็งของชุมชนและพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจกรมการพัฒนาชุมชน ในการพัฒนาผู้น าชุมชน องค์กรชุมชนและเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการบริหารจัดการของ ประชาชนในพื้นที่และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของผู้น าชุมชนในการพัฒนา ให้สามารถเป็นแกนหลักในการ บริหารจัดการชุมชนให้เข้มแข็ง พึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อบรรลุภารกิจ และวิสัยทัศน์กรมการพัฒนาชุมชน “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง” กลุ่มเป้าหมาย จ านวน 600 คน ประกอบด้วย ผู้แทนจากต าบล 120 ต าบล ๆ ละ 5 คน รวมจ านวน 600 คน ได้แก่ ก านันต าบล/ผู้น าอาสาพัฒนาชุมธน (ผู้น า อช) /ประธานศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน ต าบล/ผู้น าสตรีต าบล และผู้น าหมู่บ้านศีลธรรม/ผู้น าหมู่บ้านยั่งยืน/ผู้น าทางศาสนา หรือพระสงฆ์ จ านวน 5 รุ่น ด าเนินการระหว่างวันที่ 6-27 ธันวาคม 2566 ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี การด าเนินงานตาม โครงการดังกล่าว ได้ก าหนดประเด็นเนื้อหาวิชาหลักตามหลักสูตร จ านวน 10 หัวข้อวิชาหลัก 3 กิจกรรมเสริม หลักสูตร ดังนี้ เนื้อหาวิชาหลัก ประกอบด้วย 10 วิชา ดังนี้ 1. ทิศทางการขับเคลื่อนผู้น าการเปลี่ยนแปลง ปี 2567 2. กรอบแนวทางโครงการเสริมสร้างและพัฒนาผู้น าการเปลี่ยนแปลงฯ ระดับต าบล 3. MOI ONE การขับเคลื่อนงาน “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน 4. เทคนิคการจัดท ายุทธศาสตร์ (VP Canvas/ผังต้นไม้/ตาราง 2 แกน) / ฝึกปฏิบัติ 5. Workshop MOI ONE : Change into the Future ศึกษา/วิเคราะห์/ถอดบทเรียน ผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา 6. ประสบการณ์การขับเคลื่อนงานตามแนวพระราชด าริสู่รูปธรรมความส าเร็จของการปฏิบัติงาน ในระดับพื้นที่ 7. การประยุกต์ใช้กลไกการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศ (กลไก 3 5 7) ในบริบทของการขับเคลื่อนงาน “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน 8. การจัดท าแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการ เปลี่ยนแปลง ระดับต าบล


5 9. น าเสนอแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น าฯ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้/รับฟัง ข้อเสนอแนะ 10. สรุปบทเรียนผลการน าเสนอแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น าฯ กิจกรรมเสริม 1. กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ 2. กิจกรรมวันดินโลก 3. กิจกรรมหน้าเสาธง การเรียนรู้ในแต่ละวิชา ฝึกอบรมการประชุมเชิงปฏิบัติการ สร้าง ครู ข เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมในระดับต าบล ในรูปแบบผสมผสาน (Blended Learning) จ านวน 5 รุ่น โดยวิทยากรบรรยาย และ Work Shop ในรูปแบบ Onsite และ Online ผ่านระบบ Zoom Cloud Meetings โดยศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี ด าเนินการบรรยายและ Work shop รูปแบบ Onsite เพื่อให้ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับยุทธ์ศาสตร์การพัฒนาประเทศยุคใหม่ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศษรูกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน แผนปฏิรูปนโยบายกระทรวง และโครงการส าคัญ รวมถึงการจัดท าแผนและประสานแผนพัฒนาพื้นที่อ าเภอและต าบล ตลอดจน กระบวนการคิดเชิงออกแบบและหลักการทรงงานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อน ามาปรับใช้ในการปฏิบัติราชการ เพื่อบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข ให้แก่พี่น้องประชาชน รวมถึงการปลูกฝังค่านิยมการเป็นผู้น าการเปลี่ยนแปลง ซึ่งน าไปสู่การขับเคลื่อนและสร้างกลไกการท างานร่วมกันของภาคีเครือข่ายในกิจกรรมการพัฒนากิจกรรม สาธารณประโยชน์ที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนต าบลเข้มเข็ง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้ กระบวนการมีส่วนร่วม 7 ภาคีเครือข่าย สรุปสาระส าคัญของเนื้อหาวิชาได้ ดังนี้ วิชา ทิศทางการขับเคลื่อนผู้น าการเปลี่ยนแปลง ปี 2567 วิทยากร นายสมาน พั่วโพธ ิ์ผู้อ านวยการสถาบันการพัฒนาชุมชน วัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ให้ผู้เข้าร่วมฝึกอบรมเที่ยวกับทิศทางการขับเคลื่อน ผู้น าการเปลี่ยนแปลง ปี 2567 ในการขับเคลื่อนและสร้งกลไกการท างานร่วมกันของภาคีเครือข่ายในกิจกรรม การพัฒนากิจกรรมสาธารณประโมชน์ที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนต าบลเข้มแข็ง ระยะเวลา 1 ชั่วโมง ขอบเขตเนื้อหาวิชา 1. ความส าคัญของการพัฒนาผู้น า 2. ทิศทางการพัฒนาผู้น า เทคนิค/วิธีการ บรรยาย ประกอบสื่อ PPT วิทยากรบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับความส าคัญของการพัฒนาผู้น า และทิศทางการพัฒนาผู้น า ความส าคัญของการพัฒนาผู้น า ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) มุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทย มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยมียุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ที่มีเป้าหมายการพัฒนาให้ความส าคัญ


6 ในการดึงเอาพลังของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม ชุมชนท้องถิ่นและประชาชนมารว่ม ขับเคลื่อนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการตนเอง ให้สอดคล้องกับแผนแม่บทประเด็น พลังทางสังคมโดยมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2566 – 2567 ที่เน้นเศรษฐกิจ สร้างคุณค่าสังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน มุ่งก าหนดทิศทางการพัฒนาประเทศให้สอดคล้องกับหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง และการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนที่ครอบคลุม 4 มิติโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้อง ในมิติที่3 ความยั่งยืนของของทรพัยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมิติที่ 4 ปัจจัยผลักดันพลิกโฉม ประเทศไทย หมุดหมายที่ 12 ไทยมีก าลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) การลดความเหลื่อมล้า ทางสังคม สร้างความเข้มแข็งของชุมชนและพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก กรมการพัฒนาชุมชน มีภารกิจส าคัญในการพัฒนาผู้น าชุมชน องค์กรชุมชนและเครือข่าย เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการบรหิารจดัการของประชาชนในพื้นที่และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของ ผู้น าชุมชนในการพัฒนา ให้สามารถเป็นแกนหลักในการบริหารจัดการชุมชนให้เข้มแข็ง พึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อบรรลุภารกิจและวิสัยทัศน์กรมการพัฒนาชุมชน “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” สถาบันการพัฒนาชุมชน มีบทบาทหน้าที่ด าเนินการเกี่ยวกับการฝึกอบรม และพัฒนาข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกรม รวมทั้งการให้บริการทางวิชาการด้านการพัฒนาชุมชนแก่หน่วยงานทั้งใน และต่างประเทศ อีกทั้ง ศึกษา วิเคราะห์ และวิจัยงานพัฒนาชุมชนในภาพรวม และงานพัฒนาชุมชนเฉพาะ พื้นที่ เพื่อเผยแพร่และใช้ประโยชน์ในการพัฒนางานพัฒนาชุมชนรวมทั้งด าเนินการพัฒนาศูนย์ศึกษาและ พัฒนาชุมชน เพื่อให้บริการความรู้ด้านการพัฒนาชุมชนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพพื้นที่แก่ ข้าราชการ ในส่วนภูมิภาค ผู้น าชุมชน ผู้บรหิารและข้าราชการท้องถิ่นทั้งหน่วยงานภาครฐัและเอกชน และ นอกจากนั้นยังด าเนินเกี่ยวกับการจัดการความรู้ในการพัฒนาชุมชนและเรื่องที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งออกแบบและ พัฒนาระบบมาตรฐานการพัฒนาทรัพยากรบุคคลในงานพัฒนาชุมชน ทิศทางการพัฒนาผู้น า สถาบันการพัฒนาชุมขน ได้รับมอบหมายจากกรมการพัฒนาชุมชน ให้ด าเนินการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาผู้ชุมชน ตามหลักสูตร การเสริมสร้างและพัฒนาผู้น าการเปลี่ยนแปลง มาตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา ช่วงแรก ด าเนินการระหว่างปี 2554 - 2562 “หลักสูตรผู้น าชุมชน” มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ ผู้น ามีความรู้ มีภาวะผู้น า มีคุณธรรมจริยธรรม และเป็นแกนหลักให้ชุมชนเข้มเข็งพึ่งพาตนเองได้ โดยแบ่งเป็นหลักสูตรผู้น าชุมชน 4 หลักสูตร คือ 1. หลักสูตรผู้น าการพัฒนา (Development) 3 วัน 2. หลักสูตรผู้น าการเปลี่ยนแปลง (Smart Leader) 11 วัน 3. ผู้น านวัตกรรมการพัฒนา (Innovative) 10 วัน 4. ผู้น าก้าวหน้า (Strategic Leader) 15 วัน กลุ่มเป้าหมาย ต าบลละ 70 คน รวมผู้น าที่ผ่านหลักสูตร 90,000 คน ช่วงที่ 2 ด าเนินการในปี 2563 หลักสูตรผู้น าตันแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลัก ทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” เนื่องจากเกิดวิกฤตการแพร่ระบาคของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) กลุ่มเป้าหมาย มีผู้น าผ่านหลักสูตร จ านวน 1,500 คน และได้ไปขยายผลต่ออีก 1:15 รวมเป็น 22,500 คน


7 ช่วงที่ 3 ด าเนินการในปี 2564 “ผู้น าในมิติการสร้างความมั่นคงทางอาหาร” เป็นการน้อมน า หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาสู่การปฏิบัติ ภายใต้คติพจน์ “1 หมู่บ้านสามารถดูแลได้ทั้งต าบล สร้างความมั่นคงทางอาหารด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือ “3 สร้าง” สร้างความมั่นคงทางอาหาร สรา้งสิ่งแวดล้อม และสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม นอกจากนี้ยังเกิดศูนย์แบ่งปัน ต้นแบบ 76 จังหวัด กลุ่มเป้าหมาย 1,000 ต าบล ผู้น า 15,000 คน และขยายผลอีก 15,000 คน รวมเป็น 30,000 คน ช่วงที่ 4 ด าเนินการในปี 2565 “ผู้น าจิตอาสาพัฒนาชุมชน” โดยการขับเคลื่อนศูนย์ผู้น าจิตอาสา พัฒนาชุมชน ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน กลุ่มเป้าหมาย ผู้น าจิตอาสาฯ 76 จังหวัด ๆ ละ 25 คน รวม 1,900 คน ช่วงที่ 5 ด าเนินการในปี 2566 “นักสื่อสารสังคม” เพื่อเพิ่มความรู้ความสามารถ และทักษะ เกี่ยวกับ Infographic / คลิป / ภาพถ่ายทรงพลัง และ “การประกวดสื่อบทเรียนผลส าเร็จการขจัดความยากจน” กลุ่มเป้าหมาย ผู้น า จ านวน ๑๕,๐๐๐ คน ปัจจุบัน ปี 2567 โดรงการเสริมสร้างและพัฒนาผู้น าการเปลี่ยนแปลง ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 “พัฒนาแผนพัฒนาต าบลสู่ต าบลเข้มแข็ง” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสมรรถนะผู้น านักขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลงในการน าโครงการกิจกรรมตามแผนพัฒนาต าบลโดยประยุกต์หลักการทรงงาน และการพัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ในการปฏิบัติงานและขยายผลในพื้นที่ และเพื่อสร้างทีมผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง เข้าขับเคลื่อนงานตามนโยบายในด้านการ “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน และงานตามโครงการอื่น ๆ ของกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ ทุกภาคีเครือข่ายในพื้นที่ กลุ่มเป้าหมาย ผู้น าชุมชน 14,000 คน ดังนี้ ครู ก จ านวน 106 คน (ช าราชการกรมการพัฒนาชุมชน) ครู ข จ านวน 5,000 คน ซึ่งเป็นผู้แทนจาก 1,000 ต าบล ๆ ละ ๕ คน ได้แก่ ก านัน/ ผู้น าอาสาพัฒนาชุมชน (ผู้น า อช.)/ ประธานศูนย์ประสานงานองค์การชุมชนต าบล (ประธาน ศอช.ต.)/ ผู้น าสตรีต าบล และผู้น าหมู่บ้านศีลธรรม/ผู้น าหมู่บ้านยั่งยืน/ผู้น าทางศาสนา หรือพระสงฆ์ ครู ข ขยายผล จ านวน 10,000 คน ผลจากการเรียนรู้ พบว่า ผู้เข้าอบรมได้มีความเข้าใจทิศทางการขับเคลื่อนผู้น าการเปลี่ยนแปลง ปี 2567 ส่งผลให้ผู้น าชุมชนสามารถเป็นนักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลงในการน ากิจกรรมโครงการตาม แผนพัฒนาต าบล โดยประยุกต์หลักการทรงงานและการพัฒนาประเทศ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ สร้างเครือข่ายผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง ระดับต าบล แบบบูรณาการงานในพื้นที่สู่การ “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” น าไปสู่เป้าหมาย คือความเข้มแข็งของต าบลต่อไป


8 วิชา กรอบแนวทางโครงการเสริมสร้างและพัฒนาผู้น าการเปลี่ยนแปลงฯ ระดับต าบล วิทยากร นางปาริชาติ สุรบัณฑิตวงศ์ ผู้อ านวยศูนย์วิทยบริการ วัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ให้ผู้เข้าร่วมฝึกอบรมเกี่ยวกับกรอบแนวทางในการ ด าเนินงานตามโครงการเสริมสร้างและพัฒนาผู้น าการเปลี่ยนแปลง ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ระยะเวลา 1 ชั่วโมง ขอบเขตเนื้อหาวิชา 1. ความเป็นมา 2. วัตถุประสงค์ 3. กลุ่มเป้าหมาย 4. วิธีด าเนินงาน 5. แผนการด าเนินงาน (Rode Map) เทคนิค/วิธีการ บรรยาย ประกอบสื่อ PPT วิทยากรบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับกรอบแนวทางโครงการเสริมสร้างและพัฒนาผู้น าการ เปลี่ยนแปลงฯ ระดับต าบล ความเป็นมา ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) มุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทย มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยมียุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ที่มีเป้าหมายการพัฒนาให้ความส าคัญ ในการดึงเอาพลังของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม ชุมชนท้องถิ่นและประชาชนมารว่มขับเคลื่อน การเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการตนเอง ให้สอดคล้องกับแผนแม่บทประเด็นพลังทางสังคม โดยมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2566 - 2570 ที่เน้นเศรษฐกิจสร้างคุณค่า สังคม เดินหน้าอย่างยั่งยืน มุ่งก าหนดทิศทางการพัฒนาประเทศให้สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนที่ครอบคลุม 4 มิติ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องในมิติที่ 3 ความยั่งยืน ของของทรพัยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมิติที่4 ปัจจัยผลักดันพลิกโฉมประเทศไทย หมุดหมายที่ 12 ไทยมีก าลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) การลดความเหลื่อมล้าทางสังคม สร้างความเข้มแข็ง ของชุมชนและพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจกรมการพัฒนาชุมชนในการพัฒนาผู้น าชุมชน องค์กรชุมชนและเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการบริหารจัดการของประชาชนในพื้นที่ และ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของผู้น าชุมชนในการพัฒนา ให้สามารถเป็นแกนหลักในการบรหิารจดัการชุมชนให้เข้มแข็ง พึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อบรรลุภารกิจและวิสัยทัศน์กรมการพัฒนาชุมชน “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” สถาบันการพัฒนาชุมชน จึงได้จัดท าโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาและสร้างทีมผู้น า นักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง โดยมอบหมายให้ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี เป็นหน่วยด าเนินงานโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาและสร้างทีมผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการ เปลี่ยนแปลง กิจกรรมที่ 2 พัฒนาและสร้างทีมผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง กิจกรรมย่อยที่ 2.2 ประชุมเชิงปฏิบัติการสร้างครู ข โดยวิทยากรบรรยาย และ Work Shop ในรูปแบบ Onsite และ Online


9 ผ่านระบบ Zoom Cloud Meetings จา นวนทั้งสิ้น 600 คน แยกเป็น ก านันต าบล ผู้น าอาสาพัฒนาชุมชน (ผู้น า อช.) ประธานศูนย์ประสานงานองค์การชุมชนต าบล ผู้น าสตรีต าบล และผู้น าหมู่บ้านศีลธรรม/ ผู้น าหมู่บ้านยั่งยืน/ผู้น าทางศาสนา หรือพระสงฆ์ ประกอบด้วย จังหวัดอุบลราชธานี จ านวน 155 คน จังหวัด ศรีสะเกษ จ านวน 135 คน จังหวัดร้อยเอ็ด จ านวน 120 คน จังหวัดนครพนม จ านวน 65 คน จังหวัดมุกดาหาร จ านวน 35 คน จังหวัดยโสธร จ านวน 50 คน และจังหวัดอ านาจเจริญ จ านวน 40 คน ด าเนินการ 5 รุ่น วัตถุประสงค์ 1. เพื่อเสริมสมรรถนะผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลงในการน าโครงการกิจกรรม ตามแผนพัฒนาต าบลโดยประยุกต์หลักการทรงงานและการพัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ในการปฏิบัติงานและขยายผลในพื้นที่ 2. เพื่อสร้างทีมผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง เข้าขับเคลื่อนงานตามนโยบาย ในด้านการ “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน และงานตามโครงการอื่น ๆ ของกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับทุกภาคีเครือข่ายในพื้นที่ กลุ่มเป้าหมาย กิจกรรมที่ 2.1 กลุ่มเป้าหมาย จ านวน 109 คน ประกอบด้วย ผู้เข้าอบรมจาก ส่วนกลาง จ านวน 30 คน ได้แก่ ผู้แทนจากส านัก กอง (สถาบันการพัฒนาชุมชน/ส านักเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน/ส านักทุนและ องค์กรการเงินชุมชน/ส านักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ส่วนภูมิภาค จ านวน 76 คน ได้แก่ เจ้าหน้าที่ ผู้เกี่ยวข้องจากส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด และเจ้าหน้าที่โครงการ จ านวน 3 คน กิจกรรมที่ 2.2 กลุ่มเป้าหมาย จ านวน 5,011 คน ประกอบด้วย ผู้แทนจากต าบล 1,000 ต าบล ๆ ละ 5 คน รวมจ านวน 5,000 คน ได้แก่ ก านันต าบล/ผู้น าอาสาพัฒนาชุมชน (ผู้น า อช.) /ประธานศูนย์ ประสานงานองค์การชุมชนต าบล/ผู้น าสตรีต าบล และผู้น าหมู่บ้านศีลธรรม/ผู้น าหมู่บ้านยั่งยืน/ผู้น าทางศาสนา หรือพระสงฆ์และเจ้าหน้าที่โครงการ จ านวน 11 คน กิจกรรมที่ 3.1 กลุ่มเป้าหมาย จ านวน 15,000 คน ประกอบด้วย 1) ผู้น าการเปลี่ยนแปลงที่ผ่าน การฝึกอบรม ในกิจกรรมที่ 2.2 (ครู ข) จ านวน 5,000 คน และ 2) ครู ข ขยายผลทีมผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ น าการเปลี่ยนแปลง จ านวน 1,000 ต าบล ๆ ละ 10 คน รวม 10,000 คน วิธีด าเนินงาน กิจกรรมที่ 1 การประกาศเจตนารมณ์ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อขับเคลื่อนงาน “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน ด้วยการเสริมสร้างสมรรถนะและสร้างทีม ผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง ระดับต าบล ที่บูรณาการงานตามพันธกิจสู่เป้าหมายการ พัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และบูรณาการกับกิจกรรมการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 รวมไปถึงกิจกรรมงานวันดินโลก ปี พ.ศ. 2567 กลุ่มเป้าหมาย จ านวน 15,000 คน หน่วยด าเนินการ : สถาบันการพัฒนาชุมชน ศูนย์ศึกษา และพัฒนาชุมชน และพื้นที่ต าบลเป้าหมาย 1,000 ต าบล ด าเนินการไตรมาสที่ 1 (เดือนธันวาคม) งบประมาณ : (ไม่ใช้งบประมาณ) กิจกรรมที่ 2 พัฒนาและสร้างทีมผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง กิจกรรมย่อยที่ 2.1 ประชุมเชิงปฏิบัติการ สร้างครู ก เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเกี่ยวกับยุทธ์ศาสตร์การพัฒนาประเทศยุคใหม่ ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน แผนปฏิรูปนโยบายกระทรวง และโครงการส าคัญ รวมถึงการจัดท าแผนและประสานแผนพัฒนาพื้นที่อ าเภอและต าบล ตลอดจน กระบวนการคิดเชิงออกแบบ และหลักการทรงงานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จ


10 พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อน ามาปรับใช้ในการปฏิบัติราชการ บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข ให้แก่พี่น้องประชาชน รวมถึงการปลูกฝังค่านิยมการเป็นผู้น าการเปลี่ยนแปลงแก่ผู้เข้ารับ การฝึกอบรม ซึ่งน าไปสู่การขับเคลื่อนและสร้างกลไกการท างานร่วมกันของภาคีเครือข่ายในกิจกรรมการ พัฒนา กิจกรรมสาธารณประโยชน์ที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนต าบลเข้มแข็ง กลุ่มเป้าหมาย รวมจ านวน 106 คน ประกอบด้วย ส่วนกลาง จ านวน 30 คน ได้แก่ ผู้แทนจากสถาบันการพัฒนาชุมชน จ านวน 24 คน (ส่วนกลาง จ านวน 2 คน และผู้แทนจากศูนย์ศึกษาฯ 11 แห่ง ๆ ละ 2 คน รวม 22 คน) และผู้แทนจากส านัก กองที่เกี่ยวข้อง จ านวน 6 คน ได้แก่ ส านักเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน จ านวน 2 คน ส านักทุนและองค์กรการเงินชุมชน จ านวน 2 คน และส านักงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จ านวน 2 คน) และส่วนภูมิภาค จ านวน 76 คน ได้แก่ เจ้าหน้าที่จากส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด จ านวน 76 จังหวัด โดยพิจารณาจากผู้ที่มีความรู้ และทักษะการ เป็นวิทยากร สามารถถ่ายทอดความรู้ได้ และผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรทฤษฎีใหม่ ประยุกต์ สู่ โคก หนอง นา หรือหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิธีด าเนินการ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการในสถานที่ราชการ ณ ศูนย์ศึกษา และพัฒนาชุมชนนครนายก ต าบลสาริกา อ าเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก หน่วยด าเนินการ : สถาบันการพัฒนาชุมชน ด าเนินการไตรมาสที่ 1 (เดือนธันวาคม 2566) ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน โดยมี เจา้หน้าที่โครงการ รวมทั้งสิ้น 3 คน งบประมาณ : 496,930 บาท (สี่แสนเก้าหมื่นหกพันเก้าร้อยสามสิบบาทถ้วน) กิจกรรมย่อยที่ 2.2 ประชุมเชิงปฏิบัติการ สร้าง ครู ข เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้แก่ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมในระดับต าบล ในรูปแบบผสมผสาน (Blended Learning) จ านวน 5 รุ่น โดยวิทยากรบรรยาย และ Work Shop ในรูปแบบ Onsite และ Online ผ่านระบบ Zoom Cloud Meetings โดยศูนย์ศึกษา และพัฒนาชุมชน 11 แห่ง ด าเนินการบรรยายและ Work shop รูปแบบ Onsite ทั้ง 11 แห่ง เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับยุทธ์ศาสตร์การพัฒนาประเทศยุคใหม่ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน แผนปฏิรูปนโยบายกระทรวงและโครงการส าคัญ รวมถึงการจัดท าแผนและประสานแผนพัฒนาพื้นที่อ าเภอและต าบล ตลอดจนกระบวนการคิดเชิงออกแบบ และหลักการทรงงานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อน ามาปรับใช้ในการปฏิบัติราชการเพื่อบ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข ให้แก่พี่น้องประชาชน รวมถึงการปลูกฝังค่านิยมการเป็นผู้น าการเปลี่ยนแปลง ซึ่งน าไปสู่การขับเคลื่อนและสร้างกลไก การท างานร่วมกันของภาคีเครือข่ายในกิจกรรมการพัฒนา กิจกรรมสาธารณประโยชน์ที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อน ต าบลเข้มแข็ง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม 7 ภาคีเครือข่าย กลุ่มเป้าหมาย จ านวน 1,000 ต าบล ๆ ละ 5 คน รวมจ านวน 5,000 คน ประกอบด้วย ก านันต าบล จ านวน 1 คน / ผู้น าอาสาพัฒนาชุมชน (ผู้น า อช) จ านวน 1 คน /ประธานศูนย์ประสานงานองค์การชุมชนต าบล จ านวน 1 คน/ ผู้น าสตรีต าบล จ านวน 1 คน และผู้น าหมู่บ้านศีลธรรม/ผู้น าหมู่บ้านยั่งยืน/ผู้น าทางศาสนาหรือพระสงฆ์ จ านวน 1 คน/รูป โดยพิจารณาจากผู้ที่มีความรู้ และทักษะการเป็นวิทยากร สามารถถ่ายทอดความรู้ได้และ ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา หรือหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หน่วยด าเนินการ : สถาบันการพัฒนาชุมชน และศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน 11 แห่ง ด าเนินการไตรมาสที่ 1 (เดือนธันวาคม 2566) ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน 11 แห่ง งบประมาณ : 10,903,670 บาท (สิบล้านเก้าแสนสามพันหกร้อยเจ็ดสิบบาทถ้วน) โดยมีเจ้าหน้าที่โครงการ รวมทั้งสิ้น 11 คน กิจกรรมย่อยที่ 2.3 ครู ข ขยายผลสร้างทีมผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง ระดับต าบล เป็นกิจกรรมสร้างทีม ขยายผล โดย ครู ข ด าเนินการค้นหาผู้น าชุมชนที่มีใจพัฒนา พร้อมรับการ เปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างทีมร่วมขับเคลื่อนและสร้างภาคีเครือข่ายในการบูรณาการขับเคลื่อนแผนพัฒนาต าบล จาก 1,000 ต าบลละ 5 คน เพิ่มเป็นต าบล 10 คน รวมทั้งสิ้น 15 คน กลุ่มเป้าหมาย จ านวน 15,000 คน ประกอบด้วย 1) ผู้น าชุมชนที่ผ่านการฝึกอบรม ในกิจกรรมที่ 2.2 (ครู ข) จ านวน 5,000 คน และ 2) ครู ข ขยายผลทีมผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง จ านวน 1,000 ต าบล ๆ ละ 10 คน รวมจ านวน


11 10,000 คน ประกอบด้วย ผู้น าชุมชนจาก 7 ภาคีเครือข่าย จ านวน 4 คน คณะกรรมการศูนย์ประสานงาน องค์การชุมชนต าบล จ านวน 5 คน และผู้น าหมู่บ้านศีลธรรม/ผู้น าหมู่บ้านยั่งยืน/ ผู้น าทางศาสนาหรือพระสงฆ์ จ านวน 1 คน/รูป หน่วยด าเนินการ : ต าบลกลุ่มเป้าหมาย 1,000 ต าบล ด าเนินการไตรมาสที่ 1 (เดือน ธันวาคม 2566) ณ จุดด าเนินการ 1,000 ต าบล งบประมาณ : (ไม่ใช้งบประมาณ) กิจกรรมย่อยที่ 2.4 จัดตั้งศูนย์ประสานความร่วมมือนักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการ เปลี่ยนแปลงของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน ทั้ง 11 แห่ง และศูนย์สร้างความร่วมมือนักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ระดับจังหวัด เพื่อให้ค าปรึกษาการขับเคลื่อนต าบลเข้มแข็งโดยคณะท างานบูรณาการ 7 ภาคีเครือข่าย ได้แก่ ภาคราชการ วิชาการ เอกชน ผู้น าศาสนา ประชาชน ประชาสังคม และสื่อสารมวลชน หน่วยด าเนินการ : ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน 11 แห่ง และส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ด าเนินการไตรมาสที่ 1 (เดือน ธันวาคม 2566) ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน 11 แห่ง และส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด 76 จังหวัด งบประมาณ : (ไม่ใช้งบประมาณ) กิจกรรมที่ 3 ขับเคลื่อนต าบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมย่อยที่ 3.1 การประชุมเชิงปฏิบัติการทีมนักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง ระดับต าบล ในรูปแบบการประยุกต์ใช้กลไก 3 5 7 ขับเคลื่อนงาน “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” ไปสู่กิจกรรม/ โครงการ อย่างน้อย 1 ต าบล 1 โครงการ/กิจกรรม จากแผนพัฒนาต าบล เพื่อเป็นการด าเนินการสนับสนุน การพัฒนาพื้นที่แบบบูรณาการและเชื่อมโยงแผนพัฒนาในระดับพื้นที่ (Area Based) เพื่อเชื่อมต่อระหว่าง ปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่กับทิศทางการพัฒนาของต าบลให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นโครงการที่สามารถบูรณาการเข้ากับ กิจกรรมการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 รวมไปถึงกิจกรรมงานวันดินโลก ปี พ.ศ. 2567 และตอบโจทย์หมุดหมายที่ 11 และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในระดับพื้นที่ กลุ่มเป้าหมาย จ านวน 15,000 คน ประกอบด้วย 1) ผู้น าการเปลี่ยนแปลงที่ผ่านการฝึกอบรม ผู้น าชุมชนที่ ผ่านการฝึกอบรม ในกิจกรรมที่ 2.2 (ครู ข) จ านวน 1,000 ต าบล ๆ ละ 5 คน รวมจ านวน 5,000 คน และ 2) ครู ข ขยายผลทีมผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง จ านวน 1,000 ต าบล ๆ ละ 10 คน รวมจ านวน 10,000 คน หน่วยด าเนินการ : ส านักงานพัฒนาชุมชนอ าเภอ ด าเนินการในไตรมาสที่ 1 (เดือน ธันวาคม 2566) ณ พื้นที่ต าบลเป้าหมาย 1,000 ต าบล งบประมาณ : 5,882,400 บาท (ห้าล้านแปดแสน แปดหมื่นสองพันสี่ร้อยบาทถ้วน) กิจกรรมย่อยที่ 3.2 การขับเคลื่อนต าบลเข้มแข็ง อย่างน้อย 1 โครงการ/กิจกรรม เป็นการขับเคลื่อน โครงการ/กิจกรรมจากแผนพัฒนาต าบล ในการประชุมฯ จากกิจกรรมย่อยที่ 3.1เพื่อน าไปขับเคลื่อนและพัฒนาพื้นที่ แบบบูรณาการและเชื่อมโยงแผนพัฒนาในระดับพื้นที่ (Area Based) ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและตอบ หมุดหมายที่ 11 และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) กลุ่มเป้าหมาย พื้นที่ต าบลเป้าหมาย จ านวน 1,000 ต าบล หน่วยด าเนินการ : ส านักงานพัฒนาชุมชนอ าเภอ ด าเนินการไตรมาสที่ 2 - 3 (เดือนมกราคม - เมษายน 2567) งบประมาณ : (ไม่ใช้งบประมาณ) กิจกรรมที่ 4 ถอดบทเรียนความส าเร็จและการสื่อสารสังคม กิจกรรมย่อยที่ 4.1 ถอดบทเรียนความส าเร็จ ระดับจังหวัด เป็นกิจกรรมบันทึกองค์ความรู้ การจัดการความรู้บทเรียนความส าเร็จ (Best Practice) ผลิตองค์ความรู้ผ่านคลิปวิดิโอ ความยาวไม่เกิน 5 นาที กลุ่มเป้าหมาย พื้นที่ต าบลเป้าหมาย จ านวน 1,000 ต าบล หน่วยด าเนินการ : ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ด าเนินการไตรมาสที่ 3 (เดือนพฤษภาคม 2567) งบประมาณ : (ไม่ใช้งบประมาณ)


12 กิจกรรมย่อยที่ 4.2 จัดเวทีแลกเปลี่ยนบทเรียนความส าเร็จและแสดงผลงานสื่อสารสังคม ผ่านคลิปวิดีโอ ระดับจังหวัด เป็นกิจกรรมที่ให้ทีมนักขับเคลื่อนฯ ได้มีเวทีแลกเปลี่ยนบทเรียนความส าเร็จ และ ประชาสัมพันธ์บทเรียนความส าเร็จ หน่วยด าเนินการ : ส านักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ด าเนินการไตรมาสที่ 3 (เดือนมิถุนายน 2567) งบประมาณ : (ไม่ใช้งบประมาณ) กิจกรรมย่อยที่ 4.3 จัดนิทรรศการผลการด าเนินงานโครงการกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉิลมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 (เดือนกรกฎาคม 2567) งบประมาณ : (ไม่ใช้งบประมาณ) แผนการด าเนินกิจกรรม (Rode Map) ผลจากการเรียนรู้ พบว่า ผู้เข้าอบรมสามารถเข้าใจกรอบแนวทางในการด าเนินงานโครงการฯ โดยมีการ แบ่งเป็นห้วงระยะเวลาทั้งสิ้น 9 ห้วงเวลา และวิทยากร ได้อธบิายถึงหลักการเหตุผล วัตถุประสงค์ เป้าหมาย รายละเอียดของการด าเนินโครงการฯ กลไก พิชิตแผน สู่ความส าเร็จ และผลผลิต สุดท้ายของโครงการฯ คือ ต าบลเข้มแข็ง บริหารจัดการชุมชนได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข


13 วิชา MOI ONE การขับเคลื่อนงาน “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน วิทยากร ผศ.พิเชฐ โสวิทยสกุล อาจารย์ประจ าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ปรึกษาอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ที่ปรึกษาอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง วัตถุประสงค์ 1. สร้างความตระหนักรู้ในกระบวนการขับเคลื่อนงานและบทบาทการเป็นครู ข 2. รู้เรา (รู้เป้าหมายร่วมของโครงการ) ระยะเวลา 3 ชั่วโมง ขอบเขตเนื้อหาวิชา 1. การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก “คลื่น 4 ลูก” 2. ต าบลเข้มแข็ง (Localization) เทคนิค/วิธีการ 1. ใช้เทคนิค ถาม-ตอบ 2. บรรยายประกอบสื่อ PPT/ คลิป 3. แบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ วิทยากรทักทายผู้เข้าอบรม เพื่อสร้างบรรยากาศในการฝึกอบรม โดยการตั้งค าถามในประเด็น - ใครเคยผ่านหลักสูตรที่เกี่ยวข้องอะไรมาบ้าง เช่น โคก หนอง นา /CAST - ครูหมายถึงใคร ถามเพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้คิดวิเคราะห์ว่า และอธิบายความหมายของ ครู ข. - เปิดภาพ "นกฮูกท าหน้าตกใจ" แล้วถามว่า "คิดว่าภาพนี้สื่อถึงอะไร" วิทยากรอธิบายว่านี่เป็นภาพข่าว "นกฮูกที่เห็นป่าครั้งแรก" เลยท าหน้าตกใจ อยากให้ครู ข. (ผู้เข้าอบรม) เหมือนนกฮูกที่ตื่นเต้นกับงานใหม่ มองงานใหม่ๆ เป็นเรื่องน่าสนุก ท้าทาย


14 คลื่น 4 ลูก วัตถุประสงค์ เพื่อชี้ให้เห็นถึงความส าคัญของงานนี้ เป้าหมายสุดท้ายมัน แก้ปัญหาระดับโลก วิทยากรถามค าถามกับผู้เข้าอบรมว่า “ต าบลเข้มแข็งที่เราก าลังจะสร้างรับมีอกับ สถานการณ์โลกได้จริงไหม อย่างโลกร้อน สงครามโลก” รายงานสภาพอากาศของโลก IPCC น ารายงานการวิจัยทั่วโลก 14,000 กว่าฉบับ เก็บข้อมูล นาน ๘ ปี มาสรุปเป็นรายงานสรุป 42 หน้า ส่งให้ 19 ประเทศ ตรวจสอบว่าเกิดแบบนี้จริงไหม ซึ่งทุกประเทศ รับรอง) จาก 42 หน้า ออกมาเป็น รูปคลื่น 4 ลูก ที่มวลมนุษยชาติ ก าลังจะเจอคลื่น 4 ลูก 1. โควิด 19 (ลูกแรกที่เล็กสุด) สร้างการเปลี่ยนแปลงมาก ในช่วง พ.ศ. ๒๕๖๒ ถึงปัจจุบัน 2. Recession คลื่นแห่งการเสื่อมถอย (เศรษฐกิจ สงคราม วัฒนธรรม การเมือง) สงคราม มักจะเกิดหลังวิกฤตเศรษฐกิจ เกิดคลื่นลูกนี้ในช่วง พ.ศ. 2566 – 2567 3. Climate Change โลกจะถึงจุด point of no return (จุดไม่อาจหวนกลับคืน) ในปี 2030 (2573 อีก 7 ปี ข้างหน้า) ถ้าเราไม่ช่วยกันเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ตอนนี้ ไปถึงจุดนั้น เราจะไม่อาจท าให้ธรรมชาติ ฟื้นกสับมาได้แล้ว ได้แต่ประดองเท่านั้น คาดการณ์ว่าจะเกิดคลื่นลูกนี้ในปี พ.ศ. ๒๕๗๓ -อะไรไม่เคยเกิดก็เกิด ภัยพิบัติธรรมชาติจะรุนแรงขึ้น ภาวะโลกเดือด 4. Biodiversity Collapse (2593) คลื่นใหญ่สุด คือ คลื่นแห่งการสูญพันธุ์ (พืชและสัตว์) ซึ่งมนุษย์จะอยู่ยาก คาดการณ์ว่าจะเกิดคลื่นลูกนี้ในปี พ.ศ. 2593 ต าบลเข้มแข็งจะป่วยได้ รับมืออนาคตคลื่น 4ลูก อย่างไร ต าบลพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ ครู ข. ต้องวางแผน คิดว่าจะเจออะไรกับพื้นที่นั้น เช่น ดินถล่ม พื้นที่รอยเลื่อน วิทยากรเปิดภาพเขาวงกต และมีค าว่า Impossible : สื่อให้เห็นว่าจากภาพคลื่น ๔ ลูก ยังไม่มี ทางออก เปรียบเหมือนเราต้องเข้าไปเดินสุ่มในทางมืดในความเป็นจริงของประเทศไทยเป็นภาพเขาวงกตที่มี แสงสว่าง มีคนเปิดไฟพาไปที่ทางออก แค่เพียงเราเชื่อ ศรัทธา มีตัวอย่างนักพัฒนาชุมชนที่ดีที่สุด (Role Model) คือ รัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นต้นแบบของนักพัฒนาชุมชน พระองค์ทรงตรัสไว้ว่าพระองค์ท าอาชีพ ท าราชการ


15 (หมายความว่า การของราษฎร) ท่านจุดไฟทางให้เราแล้ว ไฟ หมายถึง การพระราชทานทฤษฎี และปฏิบัติให้ดู เป็นตัวอย่าง 4,741 โครงการ รัชกาลที่ 10 สืบสาน รักษา ต่อยอด ขับเคลื่อนต่อ 5151 โครงการ เราต้องรู้ว่า ในต าบลเรามีโครงการพระราชด าริอยู่ตรงไหน สื่อสารแนวทางการแก้ปัญหาโลก ขยายผลในต าบลด้วย Trend: Localization = ต าบลเข้มแข็ง ประเทศญี่ปุ่น : น าเอาปัญหาของประเทศ สองหมื่นกว่าเรื่องส่งไปให้ AI ค านวนภาพอนาคต ของประเทศ เพื่อดูแนวโน้มของประเทศในปี 2050 ซึ่ง AI ประมวลผลออกมาว่า ถ้าในอีก 7 - 9 ปีข้างหน้า ประเทศญี่ปุ่นไม่ท าอะไรเลย เส้นทางการเติบโต จะเป็นเส้นตรง (อีก 27 ปี ข้างหน้า เศรษฐกิจดีใช้ทรพัยากรสูงมาก จ้างงานจะสูงมาก ความเหลื่อมล ้ าจะสูงมาก ท้องถิ่นเจรญิน้อย สุขภาพความสุขน้อย การเกิดของประชากรน้อย) แต่ถ้าสร้างจุดเปลี่ยนเป็น Localization คือ กระจายคนไปภูมิภาค ไปสู่เมืองรอง (เศรษฐกิจ ตกต่าการเจริญเติบโตระดับภูมิภาคสูง การจ้างงานลดลง ความเหลื่อมล้าน้อยลง สุขภาพจะดี ความสุขปานกลาง การเกิดประชากรจะดีขึ้น จะท าให้เป็นภาพที่ดีขึ้น) และถ้ากระจายคนไปภูมิภาค (เหมือนต าบลเข้มแข็งของเรา) จากเมืองรองไปสู่ท้องถิ่นจรงิๆ กระจายสู่ต าบล (เศรษฐกิจปานกลาง (กลมกล่อม) ภูมิภาคเติบโต จ้างงาน ปานกลาง ลดความเหลื่อมล้าดีมาก สุขภาพปานกลาง ไม่ค่อยป่วย ความสุขสูงมาก ประชากรเกิดสูงขึ้น ตอนนี้ประเทศญี่ปุ่น ก าลังจ้างคนกลับบ้าน โลกก าลังเข้าสู่ Localization ท้องถิ่นภิวัตน์/ ชุมชนภิวัตน์ ผลจากการเรียนรู้ พบว่า ผู้เข้าอบรม ได้เข้าใจและตระหนักถึงภาวะวิกฤตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกของเรา เช่น ภาวะโลกเดือด การท าการเกษตรที่ใช้สารเคมี การตัดไม้ท าลายป่า ความเสื่อมโทรมทางสังคม เช่น คนเร่ร่อน คนติดยาเสพติด ซึ่งล้วนมีสาเหตุมาจากการกระท าของมนุษย์ทั้งสิ้น ซึ่งจะมีผลกระทบโดยตรงกับการด ารงชีวิต ของมนุษย์เมื่อสิ่งแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลง เชน่การแพรร่ะบาดของโรคใหม่ ๆ สังคมเสื่อมโทรมอุณหภูมิ ของโลกสูงขึ้น ท าให้เกิดน้าท่วม ไฟไหม้รุนแรง การสูญหายแบบถาวรของชนิดของพืชและสัตว์ในอนาคต


16 วิชา เทคนิคการจัดท ายุทธศาสตร์ (VP Canvas/ผังต้นไม้/ตาราง 2 แกน) / ฝึกปฏิบัติ วิทยากร ผศ.พิเชฐ โสวิทยสกุล อาจารย์ประจ าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ปรึกษาอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ที่ปรึกษาอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง วัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในกระบวนการขับเคลื่อนงานและบทบาทการเป็นวิทยากรครู ข ระยะเวลา 2 ชั่วโมง ขอบเขตเนื้อหาวิชา 1. บทบาทและคุณสมบัติของ ครู ข 2. บทบาทและคุณสมบัติของผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง 3. ฝึกปฏิบัติ เทคนิค/วิธีการ วิทยากรบรรยายโดยใช้สื่อ Power point สลับกับการซกัถาม อธบิายเพิ่มเติม และมอบโจทย์ให้ฝึกปฏิบัติ การเป็นครู ข. 1. ถามว่า ครู ข. มีบทบาทหน้าที่อะไร 2. อธิบายวัตถุประสงค์ของการอบรมครั้งนี้ คือ การสร้างการมีส่วนร่วม เพื่อสร้างคู่มือ เครื่องมือแล้ว ส่งต่อให้ครู ข. สุดท้ายคือท าให้ต าบลเข้มแข็ง โดยมีผู้น าขับเคลื่อน (สร้างคน) 3. บทบาทในการไปสร้าง ครู ข. แล้ว ครู ข. คืออะไร ท าหน้าที่อะไร คุณสมบัติคืออะไร แล้วความรู้ที่ เราจะให้เขาคืออะไร ครู ข. ต้องท าแผนร่วมกับต าบล แล้วสร้างผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้น 4. ผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง คือใคร Workshop ที่ ๑ 1. โดยแบ่งกลุ่มผู้เข้ารับการฝึกอบรมออกเป็น 8 กลุ่ม 2. มอบโจทย์ “ครู ข” ให้ทุกคนในกลุ่มช่วยกันคิด ตามเครื่องมือ ตาราง 9 ช่อง (ให้ก าหนดเป้าหมาย การเป็นครู ข) ไว้ที่ช่องตรงกลาง แล้วคิด 8 สิ่งที่ครูข ต้องท า หรือต้องเป็น 3. ให้ทุกคนเขียนใส่ Post it มาติดกระดานกลุ่ม ข้างหน้า หรือจะช่วยกันคิดทีเดียวก็ได้ (วิทยากร คอยกระตุ้นให้ทุกคนมีส่วนร่วม) 4. ในกลุ่มช่วยกันวิเคราะห์ให้เหลือ 8 เรื่องแล้วน าเสนอ ระหว่างน าเสนอให้ทึมผู้ช่วยวิทยากรหาค าซ้า ของแต่ละกลุ่ม 5. ให้ตัวแทนแต่ละกลุ่ม กลุ่มละ 1 - 2 คน ออกมาช่วยกันวิเคราะห์จากค าซ้าของทีมผู้ช่วยวิทยากร จัดกลุ่มสรุปให้เหลือ 8 ประเด็นลงในตาราง 9 ช่อง 6. ประมวลสรุปออกมาเป็น บทบาทที่แท้จริงของครู ข ที่ผู้เข้าอบรมทุกท่านประหนึ่งก าลังเสนอตัวว่า หากเป็น ครู ข จะท าอะไรบ้างซงึ่เป็นสิ่งที่ได้ออกมาจากการคิดแบบมีส่วนร่วมท าให้ทุกคนได้เห็นเป้าหมายการ เป็นครู ข ร่วมกัน เมื่อทุกคนมีส่วนร่วมในการคิดด ก็จะมี พลังกาย พลังใจ อยากที่จะขับเคลื่อนงานต่อไป


17 สรุปบทบาท/คุณสมบัติ ครู ข รุ่นที่ 1 สรุปบทบาท/คุณสมบัติ ครู ข รุ่นที่ 2 สรุปบทบาท/คุณสมบัติ ครู ข รุ่นที่ 3


18 สรุปบทบาท/คุณสมบัติ ครู ข รุ่นที่ 4 สรุปบทบาท/คุณสมบัติ ครู ข รุ่นที่ 5 Workshop ที่ 2 1. โดยแบ่งกลุ่มผู้เข้ารับการฝึกอบรมออกเป็น 8 กลุ่ม 2. มอบโจทย์ “ผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง” ให้ทุกคนในกลุ่มช่วยกันคิด ตาม เครื่องมือ ตาราง 9 ช่อง (ให้ก าหนดเป้าหมายการเป็นผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง) ไว้ที่ ช่องตรงกลาง แล้วคิด 8 สิ่งทผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง" ี่ต้องท า หรือต้องเป็น 3. ให้ทุกคนเขียนใส่ Post it มาติดกระดานกลุ่ม ข้างหน้า หรือจะช่วยกันคิดทีเดียวก็ได้ (วิทยากร คอยกระตุ้นให้ทุกคนมีส่วนร่วม) 4. ในกลุ่มช่วยกันวิเคราะห์ให้เหลือ 8 เรื่องแล้วน าเสนอ ระหว่างน าเสนอให้ทึมผู้ช่วยวิทยากรหาค าซ้า ของแต่ละกลุ่ม 5. ให้ตัวแทนแต่ละกลุ่ม กลุ่มละ 1 - 2 คน ออกมาช่วยกันวิเคราะห์จากค าซ้าของทีมผู้ช่วยวิทยากร จัดกลุ่มสรุปให้เหลือ 8 ประเด็นลงในตาราง 9 ช่อง 6. ประมวลสรุปออกมาเป็น บทบาทที่แท้จริงของ “ผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง” ที่ผู้เข้าอบรมทุกท่านประหนึ่งก าลังเสนอตัวว่าหากเป็น “ผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง” จะท าอะไรบ้างซึ่งเป็นสิ่งที่ได้ออกมาจากการคิดแบบมีส่วนร่วมท าให้ทุกคนได้เห็นเป้าหมายการเป็น“ผู้น านัก ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง” ร่วมกัน เมื่อทุกคนมีส่วนร่วมในการคิดด ก็จะมี พลังกาย พลังใจ อยากที่จะขับเคลื่อนงานต่อไป


19 สรุปบทบาทและคุณสมบัติ ผู้น าฯ รุ่นที่ 1 สรุปบทบาทและคุณสมบัติ ผู้น าฯ รุ่นที่ 2 สรุปบทบาทและคุณสมบัติ ผู้น าฯ รุ่นที่ 3


20 สรุปบทบาทและคุณสมบัติ ผู้น าฯ รุ่นที่ 4 สรุปบทบาทและคุณสมบัติ ผู้น าฯ รุ่นที่ 5 จากนั้นวิทยากรให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมแต่ละคน สแกน QR Code เลือกปัญหาที่คิดว่าส าคัญที่สุด คนละ 1 ปัญหา สรุปได้ดังนี้ รุ่นที่ 1 1) หนี้สินครัวเรือน 2) ยาเสพติด 3) ความยากจน 4) ความขัดแย้ง 5) ผู้น าไม่เข้มแข็ง 6) คุณภาพชีวิตของคนในชุมชน 7) ผู้สูงอายุในชุมชน 8) ความเหลื่อมล้า รุ่นที่ 2 1) หนี้สินครัวเรือน 2) ยาเสพติด 3) ความยากจน 4) ความขัดแย้ง 5) ผู้น าไม่เข้มแข็ง 6) คุณภาพชีวิตของคนในชุมชน 7) คุณภาพของคนในชุมชน 8) ผู้สูงอายุในชุมชน รุ่นที่ 3 1) ยาเสพติด 2) หนี้สินครัวเรือน 3) ความยากจน 4) ความขัดแย้ง 5) คุณภาพชีวิตของคนในชุมชน 6) ผู้น าไม่เข้มแข็ง 7) คุณภาพของคนในชุมชน 8) ภัยพิบัติ รุ่นที่ 4 1) หนี้สินครัวเรือน 2) ยาเสพติด 3) ความยากจน 4) คุณภาพชีวิตของคนในชุมชน 5) ความขัดแย้ง 6) คุณภาพของคนในชุมชน 7) สุขภาพของคนในชุมชน 8) ผู้น าไม่เข้มแข็ง รุ่นที่ 5 1) ยาเสพติด 2) หนี้สินครัวเรือน 3) ความยากจน 4) คุณภาพชีวิตของคนในชุมชน 5) ความขัดแย้ง 6) คุณภาพของคนในชุมชน 7) ภัยพิบัติ 8) ผู้น าไม่เข้มแข็ง


21 ผลจากการเรียนรู้ พบว่า ผู้เข้าอบรม มีความเข้าใจในบทบาท/คุณสมบัติ ของครูข และของทีมที่จะไปปฏิบัติงาน ด้วยในพื้นที่ มีความกระตือรือร้น ให้ความสนใจ มีการร่วมกันระดมความคิด เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ภายในกลุ่ม ตลอดจนมีความตั้งใจในการเรียนรู้ เป็นอย่างมาก วิชา Workshop MOI ONE : Change into the Future ศึกษา/วิเคราะห์/ถอดบทเรียนผลการปฏิบัติงาน ที่ ผ่านมา วิทยากร รศ.วรวรรณ โรจนไพบูลย์ และผศ.พิเชฐ โสวิทยสกุล อาจารย์ประจ าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ปรึกษาอธิบดี กรมการพัฒนาชุมชน ที่ปรึกษาอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมทราบแนวทางแก้ไข แนวปฏิบัติที่จะช่วยให้การขับเคลื่อนงานต าบล เข้มแข็ง สามารถสร้างรูปธรรมความส าเร็จได้ (รู้เขา) ระยะเวลา 4 ชั่วโมง ขอบเขตเนื้อหาวิชา การสรุปบทเรียน Workshop MOI ONE : Change into the Future ศึกษา/วิเคราะห์/ ถอดบทเรียนการปฏิบัติงานที่ผ่านมาร่วมกัน เป็นกลุ่ม ประกอบด้วย 1. การท ากระบวนการเข้าใจปัญหา โดยใช้ “ต้นไม้แห่งปัญหา” ดังนี้ 1.1 ปัญหาหลัก 1.2 สาเหตุหลักที่ท าให้เกิดปัญหา 1.3 สาเหตุรองของปัญหา 1.4 ผลกระทบที่เกิดขึ้น (ด้านลบ) 1.5 ผลกระทบหลัก 1.6 ผลกระทบรอง 2. วิเคราะห์วัตถุประสงค์หลัก ในสิ่งที่อยากเห็น อยากให้เกิด ใน “ต้นไม้แห่งปัญหา สู่ ต้นไม้ แห่งปัญญา” ดังนี้ 2.1 ทางเลือกหลัก ในการแก้ปัญหา 2.2 ทางเลือกรอง 2.3 ผลที่คาดว่าจะได้รับ 2.4 เป้าประสงค์หลัก 2.5 เป้าประสงค์รอง 3. การน าเสนอตันไม้แห่งปัญหา ตามประเด็นที่ได้รับคัดเลือก เทคนิค/วิธีการ ฝึกปฏิบัติวิเคราะห์ปัญหา โดยใช้ต้นไม้แห่งปัญหา วิทยากรทบทวนปัญหาช่วยกันคิดไว้แล้ว ทั้ง 8 ประเด็น ในการฝึกอบรม 5 รุ่น แต่ะละรุ่นปัญหา 8 ปัญหาจะมีทั้งเหมือนกันและแตกต่างกัน จากนั้นแบ่งกลุ่มผู้เข้าอบรมออกเป็น 8 กลุ่ม ให้ช่วยกันคิดกลุ่มละ 1 ปัญหา ดังนี้ 1. วิทยากรให้แต่ละกลุ่มเลือก หัวหน้ากลุ่มและเลขาของกลุ่ม 2 วิทยากรมอบหมายให้วิทยากรประจ ากลุ่มแจกแผนภูมิต้นไม้กลุ่มละ 1 แผ่น 3. วิทยากรให้แต่ละกลุ่มระดมความคิดตามแผนภูมิต้นไม้ ดังนี้


22 1) ก าหนดปัญหาหลักและเป้าประสงค์หลัก ติดไว้ตรงกลางต้นไม้ 2) วิเคราะห์ต้นไม้ (ด้านลบ) (1) วิเคราะห์หาส าเหตุหลักและส าเหตุรอง โดยวิทยากรประจ ากลุ่มย่อย แจกกระดาษ Post it ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมคนละ 1 แผ่น เพื่อเขียนสาเหตุของปัญหาแล้วน ามาจัดล าดับ ในกลุ่มว่าสาเหตุใด คือ สาเหตุหลัก สาเหตุใด คือ สาเหตุรอง (2) วิเคราะห์ผลกระทบใหญ่ และผลกระทบย่อย โดยให้โดยวิทยากร ประจ ากลุ่มย่อยแจกกระดาษ Post it ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมคนละ 1 แผ่น เพื่อเขียนผลกระทบจากปัญหา แล้วน ามาจัดล าดับในกลุ่มว่าสาเหตุใด คือ สาเหตุหลัก สาเหตุใด คือ สาเหตุรอง 3) วิเคราะห์ต้นไม้ (ด้านบวก) (1) หาทางเลือกหลัก และทางเลือกรอง และวิเคราะห์กิ่งย่อย ซึ่งเป็น เป้าประสงค์รอง (2) วิทยากรให้แต่ละคนเขียนแนวทางแก้ไข แนวปฏิบัติที่ตนเอง คิดว่าจะ ช่วยให้การขับเคลื่อนงานต าบลเข้มแข็งสามารถสร้างรูปธรรมความส าเร็จในการแก้ไข ปัญหา (3) วิทยากรให้แต่ละกลุ่ม พูดคุยกันเพื่อค้นหา “Solution หรือหาทาง ออก และแนวทาง” ในการแก้ปัญหา นั้น โดยให้สมาชิกแต่ละท่านได้ ถกแถลงแลกเปลี่ยนกัน ในภาพรวมเป็น ข้อเสนอของกลุ่ม 4) วิทยากรให้แต่ละกลุ่มระดมความคิดเห็นร่วมกันเพื่อวิเคราะห์ปัญหางาน และจัดกลุ่ม ความคิด เพื่อหาข้อสรุปของกลุ่มอีกครั้ง 4. วิทยากรให้แต่ละศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนน าเสนอให้วิทยากร ครู ก และผู้เข้ารับการ ฝึกอบรมฟัง โดยน าเสนอกลุ่มละไม่เกิน 5 นาที 5. เลือกตัวแทนศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน ศูนย์ฯ ละ 1 กลุ่ม เพื่อน าเสนอผ่านระบบ Zoom Could Meeting ให้วิทยากรฟังและให้ข้อเสนอแนะ


23 ผลจากการเรียนรู้ พบว่า ผู้เข้าอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถน าไปประยุกต์ใช้ เกี่ยวกับแผนภูมิต้นไม้ หรือต้นไม้แห่งปัญหา หรือต้นไม้แห่งปัญญา เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจสาเหตุของปัญหาหลัก สาเหตุของ ปัญหาที่รองลงไป ผลกระทบในด้านลบกับตนเอง ครอบครัว ชุมชน และน ามาสู่การแก้ไขปัญหาให้ตรงกับ สาเหตุหลัก และสาเหตุรอง เมื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้วสงผลดีหรือผลกระทบในด้านบวก กับตนเอง ครอบครัว ชุมชน ได้อย่างไร


24 วิชา ประสบการณ์การขับเคลื่อนงานตามแนวพระราชด าริสู่รูปธรรมความส าเร็จของการปฏิบัติงานในระดับ พื้นที่ วิทยากร อาจารย์คณิต ธนูธรรมเจริญ ข้าราชการบ านาญ ข้าราชการพลเรือน ส านักพระราชวัง วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้ประสบการณ์การขับเคลื่อนงานตามแนวพระราชด าริสู่รูปธรรม ความส าเร็จของการปฏิบัติงานในระดับพื้นที่จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ระยะเวลา 4 ชั่วโมง ขอบเขตเนื้อหาวิชา 1. ศาสตร์พระราชา 2. ตัวอย่างการชับเคลื่อนงานในพื้นที่ 3. กระบวนการขับเคลื่อนงานตามศาสตร์พระราชา เทคนิค/วิธีการ บรรยายผ่านระบบ Zoom Cloud Meeting โดยใช้สื่อ PowerPoint วิทยากรบรรยายองค์ความรู้การพัฒนาตามแนวพระราชด าริ (ศาสตร์พระราชา) ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระมหากษัตริย์นักพัฒนา ส านักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ได้ทูลเกล้าถวายรางวัล “ความส าเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ซึ่งเป็น รางวัลชนิ้ แรกที่สหประชาชาติจัดท าขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสแห่งการฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายและทรงพระวิริยะ อุตสาหะในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของปวงชนชาวไทยอยู่ เป็นนิจจนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก จึงต่างกล่าวขานพระราชสมัญญาพระองค์ว่า “พระมหากษัตริย์ นักพัฒนา” เราเป็นนักพัฒนาจึงควรเรียนรู้หลักการทรงงาน ดังพระบรมราโชวาทพิธีพระราชทาน ปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2539 “การพัฒนาประเทศจะบรรลุผล ตามเป้าหมายได้มากน้อยเพียงใดนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยประกอบการหลายอย่าง อย่างแรก ต้องมีคนดี คือ มีปัญญา มีความรับผิดชอบ มีความวิริยะอุตสาหะ เป็นผู้ปฏิบัติ อย่างที่สอง ต้องมีวิทยากรที่ดี เป็นเครื่องใช้ ประกอบการ อย่างที่สาม ต้องมีการวางแผนที่ดี ให้พอเหมาะพอควรกับฐานะ เศรษฐกิจ และทรัพยากรที่มีอยู่ โดยค านึงถึงประโยชน์อันพึงประสงค์ของประเทศและประชาชน เป็นหลักปฏิบัติ” ตัวอย่างการขับเคลื่อนงานตามแนวพระราชด าริสู่รูปธรรมความส าเร็จของการปฏิบัติงาน ในระดับพื้นที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาหัวยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชด าริ (2525) มีรูปแบบการพัฒนาที่ เหมาะสมในพื้นที่ต้นน้าส าธารตามแนวพระราชด าริ เป็นการพัฒนาที่เหมาะสมกับ “ภูมิสังคม” พัฒนาต้นทาง เป็นป่าไม้ ปลายทางเป็นประมง ระหว่างทางเป็น เกษตรกรรม และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีแนวทางการ ด าเนินงานด้วยการศึกษาทดลอง วิจัย ในพื้นที่ และใช้พื้นที่ท าหน้าที่เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต โดยมีองค์ความรู้การพัฒนาตามแนวพระราชด าริด้านต่าง ๆ คือ องค์ความรู้ การฟื้นฟูนิเวศลุ่มน้า องค์ความรู้ ด้านการประมง องค์ความรู้ ด้านการจัดการน้า “น้า คือ ชีวิต” องค์ความรู้ ด้านการอนุรักษ์ดิน องค์ความรู้ ด้านการเกษตร องค์ความรู้ ด้านปศุสัตว์ และใช้การเรียนรู้แบบ “One Stop Service” เพื่อถ่ายทอดความรู้ ให้กับผู้ที่สนใจ จากการด าเนินงานตามแนวพระราชด าริท าให้เกิดผลการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ ลุ่มน้าห้วยฮ่องไคร้ ซึ่งเป็นป่าต้นน้าที่มีสภาพป่าทรุดโทรม เปลี่ยนไปสู่พื้นที่ ซงึ่มีพรรณไม้หลากชนิดเพิ่มขึ้น สัตว์ป่าที่เคยหายไปก็


25 กลับมาอยู่อาศัย สภาพภูมิอากาศ มีอุณหภูมิเฉลี่ยลดลงในรอบ 10 ปีมีปรมิาณน ้ าฝนเพิ่มขึ้น นิเวศลุ่มน ้ าพื้นที่ มีการเก็บกักน ้ า ท าให้เพิ่มระยะเวลาการไหลของน ้ าในล าห้วยให้อยู่ในพื้นที่6-8 เดือนต่อปี แนวทางการด าเนินงานศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยช่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชด าริ(2525) เป็นการท างานแบบบูรณาการ โดยมีการบริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยมีคณะท างานที่หลากหลายสาขา ด าเนินงานตามกรอบการน างานตามแนวพระราชด าริ และคิดแผนงานร่วมกันกับส่วนต่าง ๆ โดยมีแกน ประสาน (ส านักงาน กปร.) ใช้การมีส่วนร่วม ด้วยหลักประชาธิปไตย รับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน พูดคุย ปรึกษา โดยมีเวทีประชุมเป็นประจ า ช่วยเหลือเกื้อกูล ช่วย คิด ช่วยท า แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ และมีการติดตามงานอย่างต่อเนื่อง มีความรู้เป็นปัจจัยส าคัญและเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนงานการ พัฒนา และใช้ความรู้เป็นเงื่อนไขในการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนาสมดุล คือ ความพอดี พอประมาณ พัฒนาอย่างเหมาะสมตาม ภูมิสังคม คือ ความเป็นเหตุเป็นผล พัฒนาให้มั่นคง คือ การสร้างภูมิคุ้มกัน ความมั่นคงด้านอาหาร ด้านทรัพยากรน้า ด้านสุขภาพ ด้านการรู้รับ ปรับตัวกับการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิสังคม และด้านสติปัญญาในการเผชิญกับภัยพิบัติ ในปี พ.ศ. 2535 ได้มีการน าผลการศึกษาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจาก พระราชด าริ มาด าเนินการขยายผลสู่โครงการพัฒนาพื้นที่ป่าขุนแม่กวงอันเนื่องมาจากพระราชด าริ เพื่อรักษา สภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์แล้วให้คงความสมบูรณ์ ฟื้ นฟูนิเวศลุ่มน้าที่เสื่อมโทรมให้ฟื้ นคืนความอุดมสมบูรณ์ ป้องกันสิ่งปนเป้ือนไหลลงสู่แหล่งน ้ าและพัฒนาให้“คนอยู่กับป่าได้อย่างเกื้อกูล” พื้นที่ลุ่มน้าแม่กวงครอบคลุมพื้นที่ล้านกว่าไร่ 8 อ าเภอ โดยแบ่งการด าเนินการเป็น 3 ระยะ และใช้การคิดแบบเป็นขั้นตอน คือ ให้นักวิชาการ เรียนรู้การขยายผลให้สอดคล้องกับงบประมาณ และแรงคน พร้อมทั้งเรียนรู้การท างานแบบบูรณาการ งานการพัฒนานั้นต้องเรียนรู้ตลอดเวลา ผลจากการด าเนินงาน คนอยู่กับป่าได้อย่างเกื้อกูลในปี2559 พบว่าระบบนิเวศน์ป่ามีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ต้นไม้หนาทึบขึ้น ปรมิาณฝนในพื้นที่เพิ่มขึ้น และมีปริมาณการไหลของน้าลงอ่างเก็บน้ามากขึ้น จากการวัดเมื่อฝนหยุดตก ปริมาณน้าฝนที่มากขึ้นเกิดจากปริมาณของต้นไม้ที่มากขึ้นส่งผลให้มีความชื้นมากขึ้นสร้างโอกาสในการเกิด ฝนจงึเพิ่มขึ้นด้วย และป่ามีความสมบูรณ์เพิ่มขึ้น การพัฒนาชุมชนเรมิ่จากการที่นักพัฒนาท าหน้าที่ตามบทบาทดังนี้ คือ ท าตัวเองเป็นนักฟัง มากกว่านักพูด เป็นผู้ประสานงาน ส่งเสริมให้ชาวบ้านคิดด้วยตัวเอง โดยนักพัฒนามีหน้าที่สร้างกระบวนการ เรียนรู้สร้างประสบการณ์ กระตุ้นความมั่นใจ ช่วยพาให้เขารู้จักการสรุปการเรียนรู้ และท าหน้าที่เป็นที่ปรึกษา จากการด าเนินงานด้วยกระบวนการดังกล่าวสามารถเกิดกิจกรรมสอดคล้องกับภูมิปัญญา ความสามารถ และ ความต้องการของคนในชุมชน เช่น บ้านแม่ก าปองหมู่บ้านชุมชนจัดการท่องเที่ยวกลุ่มท่อมท่องเที่ยวโฮมสเตย์ บ้านแม่ตอนหลวง วิสาหกิจกาแฟ GI กลุ่มท่องเที่ยวโฮมสเตย์ และท่องเที่ยวเชิงนิเวศ กลุ่มน้าผึ้งธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์แปรรูป แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติน้าพุร้อน ฯ กรณี บ้านป่าสักงาม ต าบลลวงเหนือ อ าเภอดอยสะเด็ด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่ง ตัวอย่างการพัฒนาพื้นที่ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บริบทพื้นที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้าห้วยคัง เหนือ เขื่อนแม่ดวงอุดมธารา โดยมีเป้าหมายการพัฒนาในเรื่องการจัดสรรที่ดินท ากิน ฟื้ นฟูนิเวศลุ่มน้า พัฒนาคน อยู่กับป่าตามแนวพระราชด าริ โดยใช้กระบวนการประสบการณ์การพัฒนาที่ท าให้เกิดการระเบิดจากภายใน จากกระบวนการเวทีชุมชน โดยนักพัฒนาตั้งค าถามในใจขึ้นว่า “จะท าให้ชาวบ้านพัฒนาตัวยตัวเองได้อย่างไร?” ภายใต้โจทย์ หาทางออกเรื่องแบ่งที่ดินท ากิน เครื่องมือที่ใช้ในการท างานของนักพัฒนาคือ วิจัยชุมชน โดยชุมชน โดยนักพัฒนากระตุ้นให้ เกิดเวทีการพูดคุยเพื่อให้กลุ่มตัวแทนชุมชนร่วมด าเนินการภายใต้กระบวนการอย่างเป็นระบบ คือ เรมิ่จาก การศึกษาข้อมูล โดยให้ชาวบ้านเก็บข้อมูลในพื้นที่ด้วยตนเองตามโจทย์ที่ตกลงร่วมกัน และน าข้อมูลมาพูดคุย


26 เพื่อหาแนวทางการพัฒนาร่วมกันแบบบูรณาการซึ่งทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน สร้างกติกาด้วยชุมชนเอง และชุมชนต้องมีวิสัยทัศน์ของตนเอง ผลจากการด าเนินงานดังกล่าวนอกจากเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในชุมชนแล้ว ชุมชนยัง ได้รับรางวัลหมู่บ้านเขียวขจีจังหวัดเชียงใหม่ 2548 รางวัลชนะเลิศหมู่บ้านน้อมน าแนวพระราชด าริเพื่อการอนุรักษ์ และพัฒนาลุ่มน้าอย่างยั่งยืน ปี 2549 (กปร) และรางวัลที่ 3 การจัดการทรัพยากรน้าชุมชนตามพระราชด าริ ปี 2550 (มูลนิธิอุทกพัฒน์) และเกิดภาคีเครือข่ายขยายผลหนุนเสริมซึ่งกันและกัน ผลจากการเรียนรู้ พบว่า ผู้เข้าอบรม สามารถเรียนรู้ประสบการณ์ในการท างานจากผู้มีประสบการณ์ในพื้นที่จริง ซึ่งเป็นโครงการพระราชด าริ ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชด าริอ าเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ บริบทของพื้นที่เป็นพื้นที่สูง เป็นแหล่งต้นน้า ล าธาร ประชาชนที่เข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ เป็นชาวเขา มีการตัดไม้ เพื่อท าไร่ การเผาป่า ท าให้เกิดปัญหาดินชะล้าง พังทลาย ในฤดูฝน ตะกอนดินไหลลง สู่แม่น้า การเข้าไปแก้ปัญหา ด าเนินการโดย ศึกษาบริบทของชุมชน วิถีชีวิต การน าศาสตร์พระราชาไปใช้ใน การพัฒนา การท างานต้องมีการวางแผน ใช้กระบวนการท างานแบบบูรณาการกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อแก้ไข ปัญหาของชุมชน มีความต่อเนื่อง การใช้องค์ความรู้ การมีคุณธรรม การท าศูนย์เรียนรู้ที่มีชีวิต (สามารถใช้ได้จริง และเกี่ยวพันกับวิถีการด ารงชีวิต ของประชาชน จึงท าให้ศูนย์เรียนรู้มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา) วิชา การประยุกต์ใช้กลไกการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศ กลไก 3 5 7) ใน บริบทของการขับเคลื่อนงาน “บ าบัดทุกข์ บ ารุงสุข” แบบบูรณาการอย่างยั่งยืน วิทยากร รศ.วรวรรณ โรจนไพบูลย์ และผศ.พิเชฐ โสวิทยสกุล อาจารย์ประจ าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ปรึกษาอธิบดี กรมการพัฒนาชุมชน ที่ปรึกษาอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง วัตถุประสงค์ 1. เพื่อเรียนรู้“การประยุกต์ใช้กลไกการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูป ประเทศ” (กลไก 357) 2. เพื่อวิเคราะห์บทบาทภารกิจ กลไก 5 ด้าน (การประสานงานภาคีเครือข่าย การบูรณาการ แผนงานและยุทธศาสตร์การติดตามประเมินผล การจัดการความรู้ และการสื่อสารสังคม) ในการขับเคลื่อน งานภารกิจในพื้นที่ 3. เพื่อวิเคราะห์ประเด็นปัญหาที่ท าให้ต าบลไม่เข้มแข็ง เชื่อมโยงกับการบูรณาการบทบาท ภารกิจกลไก 5 ด้าน ระยะเวลา 4 ชั่วโมง ขอบเขตเนื้อหาวิชา 1. พระปฐมราชโองการ รัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 2. “การประยุกต์ใช้กลไกการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศ” (กลไก 357) 3. วิเคราะห์บทบาทภารกิจ กลไก 5 ด้าน 4. วิเคราะห์บทบาทภารกิจ กลไก 5 ด้าน ร่วมกับ 8 ประเด็นปัญหาที่ท าให้ต าบลไม่เข้มแข็ง


27 เทคนิค/วิธีการ วิทยากรบรรยาย ศาสตร์พระราชา โครงการตามแนวพระราชด าริหลักการทรงงาน “การประยุกต์ใช้กลไกการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศ” (กลไก 357) พระปฐมราชโองการ รัชกาลที่ 9 “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม 5 พฤษภาคม 2493” และ พระปฐมราชโองการ รัชกาลที่ 10 “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุข แห่งอาณาราษฎรตลอดไป 4 พฤษภาคม 2562” น าเสนอฝีพระหัตถ์ รัชกาลที่ 10 จะเห็นได้ว่าพระองค์ท่าน รัชกาลที่ 10 ทรงรักษา สืบสาน และต่อยอด เป็นที่มาของการท ารายงานฉบับหนึ่งที่พระองค์ท่าน ได้ทรงศึกษา เกษตรทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่โคกหนองนา ไปสู่การพระราชทาน “อารยเกษตร” และได้ทรงพระราชทานลายฝี พระหัตถ์ออกมาให้ได้เห็น เมื่อปี 2560 จึงเกิดคณะท างาน 1 คณะ แต่งตั้งขึ้นมาเพื่อถอดองค์ความรู้โดยตรงชื่อ คณะกรรมการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชา สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เรื่อง การขับเคลื่อน สืบสาน ศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศ วิทยากรให้สแกนคิวอาโค้ดรายงาน เพื่อให้ทุกคนได้ศึกษาเพิ่มเติม มีทั้งหมด 375 หน้า และได้อธิบายคู่มือรายงานการขับเคลื่อนสืบสานศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศ โดยมีใจความส าคัญให้ข้อเสนอแนะ ต่อคณะรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารโครงการเพื่อด าเนินการสืบสาน ศาสตร์พระราชา ให้ กระทรวง กรม รัฐวิสาหกิจ 1. ด าเนินการตามแนวทางสืบสานน้อมน าศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติอย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยศึกษาวิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง ถอดบทเรียนจากการเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท และสืบสานน้อมน าศาสตร์พระราชาเป็นแนวทางปฏิบัติงานที่เป็นรูปธรรม 2. จัดฝึกอบรมพัฒนาข้าราชการหรือบุคลากรในสังกัดรวมถึงหลักสูตรการปฐมนิเทศ ข้าราชการหรือบุคลากรใหม่ หลักสูตรการพัฒนาผู้น าต่าง ๆ ให้เรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท เพื่อสืบสาน ศาสตร์พระราชา กลไกขับเคลื่อนงานสืบสานศาสตร์พระราชาเพื่อการปฏิรูปประเทศตาม (กลไก ๓๕๗) ประกอบด้วย (1) 3 ระดับ คือ ระดับพื้นที่ ชุมชน ระดับจังหวัด ระดับประเทศ (2) 5 กลไก คือ การประสานงานภาคีเครือข่าย การบูรณาการแผนงานและยุทธศาสตร์ การติดตามหนุนเสริมประเมินผล การจัดการความรู้ การสื่อสารสังคม (3) 7 ภาคื คือ ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคศาสนา ภาคประชาชน ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคสื่อสารมวลชน


28 รูปแบบ “กลไกหลักการมีส่วนร่วม” เพื่อการสืบสานศาสตร์พระราชา ขั้นตอนสู่ความส าเร็จ (1) มีศรัทธาและเป้าหมายเพื่อน้อมน าศาสตร์พระราชาสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกัน (2) เปิดรับ “จุดแข็ง” ของแต่ละภาคส่วน ร่วมด าเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาข้อติดขัดด้านกฎหมาย และนโยบาย (3) ระดมการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ โดยใช้กระบวนการปฏิรูปความคิดด้วยศรัทธา ร่วมเดียวกัน (4) เกิดการมีส่วนร่วมทั้ง ๔ ระดับ (ร่วมพูดคุย ร่วมคิด ร่วมท า ร่วมรับผลประโยชน์) (5) การมีส่วนร่วมในกระบวนการร่วมรับผล เปลี่ยนมิติจากการติดตามตรวจสอบเป็นการร่วม รับผลสู่การพัฒนาตนเองและส่วนรวม วิทยากรแบ่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมออกเป็น 5 กลุ่ม ตามกลไก ๕ กลไก ดังนี้ (1) กลไกการประสานงานภาคีเครือข่าย (2) กลไกการบูรณาการแผนงานและยุทธศาสตร์


29 (3) กลไกการติดตามหนุนเสริมและประเมินผล (4) กลไกการจัดการความรู้ วิจัย และพัฒนาบุคลากร (5) กลไกการสื่อสารสร้างความเข้าใจสังคมเชิงรุก


30 วิทยากรมอบหมายให้แต่ละกลุ่ม ร่วมกันวิเคราะห์ประเด็นปัญหา โดยน ากลไกการบูรณาการ ท างานทั้ง 5 กลไก มาวิเคราะห์ประเด็นปัญหาของกลุ่มตนเอง


31 ผลจากการเรียนรู้ พบว่า ผู้เข้าอบรม มีความรู้ ความเข้าใจ ในกลไก 3 5 7 โดยเฉพาะ กลไก 5 ซึ่งประกอบด้วย กลไกการประสานงานภาคีเครือข่าย กลไกการบูรณาการแผนและยุทธศาสตร์ กลไกการติดตามหนุนเสริม และประเมินผล กลไกการจัดการความรู้ วิจัย และพัฒนาบุคลากร และกลไกการสื่อสารสร้างความเข้าใจสังคม เชิงรุก โดยมีการแบ่งกลุ่ม 5 กลุ่ม ตามประเภทของกลไก ว่ามีหลักการ วิธีการน ามาใช้ได้อย่างไร และมีวิธีการ ในการน าไปใช้ในการขับเคลื่อนปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนได้อย่างไร โดยใช้ตาราง Madala Art ในการอธิบาย


32 วิชา การจัดท าแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง ระดับ ต าบล วิทยากร รุ่นที่ 1 นายอนันต์ เลิศแสง ผู้อ านวยการกลุ่มงานประสานแผนและยุทธศาสตร์ ส านักเสริมสร้าง ความเข้มแข็งชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย วิทยากร รุ่นที่ 2-5 ดร.อัญชนา มีชัย ผู้อ านวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนอุบลราชธานี/ วิทยากรครู ก วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ทราบแนวทางการขับเคลื่อนต าบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการจัดท าแผนและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ ก่อนการท าแผนปฏิบัติการการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการ เปลี่ยนแปลง 2. เพื่อท าแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง ระยะเวลา 4 ชั่วโมง ขอบเขตเนื้อหาวิชา 1. แนวทางการขับเคลื่อนต าบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2. การจัดท าแผนและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ 3. แบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติการ การจัดท าแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น านักขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง ระดับต าบล เทคนิค/วิธีการ วิทยากรบรรยายเกี่ยวกับการขับเคลื่อนต าบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง กลไกขับเคลื่อน ได้แก่ เครือข่ายผู้น าการเปลี่ยนแปลงระดับต าบล และกลไกสนับสนุน ได้แก่ 7 ภาคีเครือข่าย ในการขับเคลื่อน โดยประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ คือ ต าบลมีการบริหารจัดการชุมชนโดยชุมชน จัดการเพื่อประโยชน์ ของสมาชิกและชุมชน เกิดเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งทุนชุมชนธรรมาภิบาลที่มี การบริหารจัดการเพื่อประโยชน์ของสมาชิกและชุมชน ตลอดจนประชาชนในต าบลน้อมน าหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติจนเป็นวิถี มีการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อการพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน มีการอนุรกัษ์ทรพัยากรและสิ่งแวดล้อม โดยการบูรณาการความรว่มมือทุกภาคส่วน มิติที่ 1 ด้านความมั่นคง ประกอบด้วย การสร้างความมั่นคงทางอาหาร การให้ความมั่นคงในชีวิต ของประชาชน การสร้างความสามัคคีปรองดอง การยึดหลักประชาธิปไตย การท าให้ต าบลปลอดอบายมุขและ ยาเสพติด และการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการชุมชนในทุกด้าน มิติที่ 2 ด้านความมั่งคั่ง ประกอบด้วย การสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้าทางสังคม การสร้าง และพัฒนาแหล่งทุนชุมชน การสร้างเศรษฐกิจของต าบลให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน มิติที่ 3 ด้านความยั่งยืน ประกอบด้วย การส่งเสริมการน้อมน าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงสู่การปฏิบัติจนเป็นวิถีชีวิต การอนุรักษ์ปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริม การเรียนรู้ของประชาชน เพื่อการพึ่งตนเอง และการมีส่วนร่วมของเครีอข่ายภาคีในการพัฒนา ผลลัพธ์ - ทุกหมู่บ้านในต าบลเป้าหมาย 878 ต าบลมีความเข้มแข็งใน ๓ มิติ - ประชาชนในต าบลเป้าหมาย มีความสุขมวลรวมเพิ่มขึ้นรอ้ยละ 85 - มี 878 ต าบล ผ่านเกณฑ์ “ต าบลเข้มแข็ง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและดีเลิศ ระดับจังหวัด 76 แห่ง”


33 การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการด าเนินงาน (357) 3 ระดับ กลไกการมีส่วนร่วมใน 3 ระดับ - ระดับประเทศ - ระดับจังหวัด - ระดับพื้นที่/ชุมชน 5 กลไก กลไกเชื่อมประสาน 5 กลไก - การประสานงานภาคีเครือข่าย - การบูรณาการแผนงานและยุทธศาสตร์ - การติดตามและประเมินผล - การจัดการองค์ความรู้ - การสื่อสารสังคม 7 ภาคีเครือข่าย การปฏิบัติงานร่วมกับ 7 ภาคีเครือข่าย - ภาครัฐ - ภาควิชาการ - ภาคศาสนา - ภาคประชาชน - ภาคเอกชน - ภาคประชาสังคม - ภาคสื่อสารมวลชน การจัดท าแผนและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ หลังจากการบรรยาย วิทยากรได้ชี้แจงใบงานและมอบหมายงาน โดยแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติการ การจัดท าแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง ตาม ประเด็นปัญหาที่ได้รับ 8 ปัญหา ซึ่งประเด็นปัญหาที่ได้รับของแต่ละรุ่นแตกต่างกันไป สรุปได้ดังนี้ รุ่นที่ 1 1) หนี้สินครัวเรือน 2) ยาเสพติด 3) ความยากจน 4) ความขัดแย้ง 5) ผู้น าไม่เข้มแข็ง 6) คุณภาพชีวิตของคนในชุมชน 7) ผู้สูงอายุในชุมชน 8) ความเหลื่อมล้า รุ่นที่ 2 1) หนี้สินครัวเรือน 2) ยาเสพติด 3) ความยากจน 4) ความขัดแย้ง 5) ผู้น าไม่เข้มแข็ง 6) คุณภาพชีวิตของคนในชุมชน 7) คุณภาพของคนในชุมชน 8) ผู้สูงอายุในชุมชน รุ่นที่ 3 1) ยาเสพติด 2) หนี้สินครัวเรือน 3) ความยากจน 4) ความขัดแย้ง 5) คุณภาพชีวิตของคน ในชุมชน 6) ผู้น าไม่เข้มแข็ง 7) คุณภาพของคนในชุมชน 8) ภัยพิบัติ


34 รุ่นที่ 4 1) หนี้สินครัวเรือน 2) ยาเสพติด 3) ความยากจน 4) คุณภาพชีวิตของคนในชุมชน 5) ความขัดแย้ง 6) คุณภาพของคนในชุมชน 7) สุขภาพของคนในชุมชน 8) ผู้น าไม่เข้มแข็ง รุ่นที่ 5 1) ยาเสพติด 2) หนี้สินครัวเรือน 3) ความยากจน 4) คุณภาพชีวิตของคนในชุมชน 5) ความขัดแย้ง 6) คุณภาพของคนในชุมชน 7) ภัยพิบัติ 8) ผู้น าไม่เข้มแข็ง โดยให้ผู้เข้าอบรมวิเคราะห์ปัญหา ระดมความคิดในประเด็นที่แต่ละกลุ่มได้รับ จ านวน 8 ปัญหา เพื่อวางแผนจัดท าโครงการส าหรับแก้ไขปัญหาให้บรรลุเป้าหมาย โดยมีรายละเอียด ดังนี้


35 ผลจากการเรียนรู้ พบว่า ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้แนวทางการขับเคลื่อนต าบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง และสามารถจัดท าแผนและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ของต าบล โดยมีการแบ่งกลุ่มตามปัญหา 8 ปัญหา มีการน าแผนภูมิต้นไม้หรือต้นไม้แห่งปัญหา และกลไก 5 โดยน ากลไกทั้ง 5 (กลไกการประสานงานภาคีเครือข่าย กลไกการบูรณาการแผนและยุทธศาสตร์ กลไกการติดตามหนุนเสริม และประเมินผล กลไกการจัดการความรู้ วิจัย และพัฒนาบุคลากร และกลไกการสื่อสารสร้างความเข้าใจสังคมเชิงรุก) เพื่อมาขับเคลื่อนแผนต าบล ซึ่งมี 2 ประเภท คือ แผนประเภทท าเอง และท าร่วม


36 วิชา น าเสนอแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น าฯ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้/รับฟังข้อเสนอแนะ วิทยากร รศ.วรวรรณ โรจนไพบูลย์ และผศ.พิเชฐ โสวิทยสกุล อาจารย์ประจ าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ปรึกษาอธิบดี กรมการพัฒนาชุมชน ที่ปรึกษาอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง วัตถุประสงค์ เพื่อน าเสนอแผนการปฏิบัติการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง และให้ผู้เข้าอบรม ทุกคนได้ช่วยกันคิดและเติมเต็ม ระยะเวลา 4 ชั่วโมง ขอบเขตเนื้อหาวิชา การจัดท าและน าเสนอแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ น าการเปลี่ยนแปลง เทคนิค/วิธีการ 1. วิทยากรมอบหมายให้ผู้เข้าอบรมทุกกลุ่มเติมเต็มแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น า นักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลงก่อนการน าเสนอ 2. วิทยากรมอบหมายให้แต่ละศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนด าเนินการน าเสนอผลการจัดท า แผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น านักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง แต่ละกลุ่มปัญหา รวม 8 ปัญหา น าเสนอในห้องกลุ่มย่อย (Breakout Room)


37 3. วิทยากรให้แต่ละศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนคัดเลือกตัวแทน ศูนย์ฯ ละ 1 กลุ่ม น าเสนอ ผ่านระบบ Zoom Cloud Meeting 4) วิทยากรเติมเต็มให้ค าแนะน าและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผลจากการเรียนรู้ พบว่า ผู้เข้าอบรมสามารถน าเสนอแผนปฏิบัติการ เป็นรายกลุ่ม 8 กลุ่ม เพื่อให้ที่ประชุม ภายใน ของ ศพช. ทราบ เพื่อเป็นการเรียนรู้ร่วมกัน และได้เรียนรู้การน าเสนอแผนปฏิบัติการของแต่ละศูนย์ ศึกษาและพัฒนาชุมชน ตามประเด็นปัญหาที่แตกต่างกัน เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ปัญหา และความหลากหลาย ในการแก้ไขปัญหาโดยใช้แผนปฏิบัติการ ซึ่งเป็นไปตามบริบทของพื้นที่ และนอกจากนั้น ผู้เข้าอบรมยังรับ ค าแนะน า เพิ่มเติม เกี่ยวกับการเขียนโครงการในการแก้ไขปัญหา ประเด็นที่จะพัฒนาให้ดีขึ้นเช่นการป้องกัน การวิเคราะห์ปัญหา ที่ท าโครงการแก้ไขปัญหาเพียงเรื่องเดียว แต่สามารถตอบโจทย์ ในการช่วยแก้ไขปัญหา ครอบคลุมได้หลายเรื่อง


38 วิชา สรุปบทเรียนผลการน าเสนอแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนผู้น าฯ วิทยากร นายบพิธ วาทวิจารณ์ นักทรัพยากรบุคคลช านาญการ วัตถุประสงค์ เพื่อสรุปบทเรียนผลการน าเสนอแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการ เปลี่ยนแปลง ระยะเวลา 3 ชั่วโมง ขอบเขตเนื้อหาวิชา จัดท าแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง ระดับต าบล เทคนิค/วิธีการ วิทยากร ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมแบ่งกลุ่มเป็นรายต าบล และมอบหมายให้แต่ละต าบล จัดท าแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์น าการเปลี่ยนแปลง ระดับต าบล อย่างน้อยต าบลละ 1 กิจกรรม/โครงการ โดยพิจารณาคัดเลือกจากกิจกรรม/โครงการ ที่เพื่อน ๆ ได้น าเสนอไปแล้วจากกิจกรรมที่ ผ่านมา ตามประเด็นปัญหา ๘ ประเด็น ให้พิจารณาว่าปัญหาใดตรงกับปัญหาในต าบลของเรามากที่สุด และ คิดว่ากิจกรรม/โครงการใด จะเหมาะสมกับบริบทของต าบลเรามากที่สุด รวมถึงต าบลของเรามีศักยภาพที่จะ สามารถด าเนินการแก้ไขปัญหาได้เอง หรือสามารถประสานภาคีเครือข่าย ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ เข้ามาให้การสนับสนุนการด าเนินงาน จนประสบความส าเร็จได้ สรุปรายชื่อกิจกรรม/โครงการที่ได้จากการแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ รุ่นที่ 1 จ านวน 31 ต าบล ล าดับ ที่ ชื่อโครงการ/กิจกรรม ต าบล อ าเภอ จังหวัด ประเภทของ โครงการ ท าเอง ท าร่วม 1 ถนนสายวัฒนธรรม โนนสวาง กุดข้าวป้ ุน อุบลราชธานี / 2 ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน เจียด เขมราฐ อุบลราชธานี / 3 เสริมสร้างศีลธรรม คุณธรรมน าชีวิต หนองเหล่า เขื่องใน อุบลราชธานี / 4 ส่งเสรมิอาชพีเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายครัวเรือน ศรีสุข เขื่องใน อุบลราชธานี / 5 หมู่บ้านยั่งยืน นาโพธกิ์ลาง โขงเจียม อุบลราชธานี / 6 บ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง ค าไฮใหญ่ ดอนมดแดง อุบลราชธานี / 7 พัฒนาคุณภาพชีวิต แก้ง เดชอุดม อุบลราชธานี / 8 สาธารณสุขผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง โพนงาม เดชอุดม อุบลราชธานี / 9 ส่งเสริมอาชีพในชุมชน (ท าดอกไม้จันทน์) หนองเต่า ตระการพืชผล อุบลราชธานี / 10 ชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง ท่าหลวง ตระการพืชผล อุบลราชธานี / 11 ปลูกฝัง คุณธรรมจริยธรรม ส าโรง ตาลสุม อุบลราชธานี / 12 แก้ปัญหาผู้น าชุมชนไม่เข้มแข็ง กุดเรือ ทุ่งศรีอุดม อุบลราชธานี / 13 แสงธรรมน าทางห่างไกลยาเสพติด โนนสมบูรณ์ นาจะหลวย อุบลราชธานี / 14 ส่งเสริมอาชีพ "ปลูกพืชหลังนา" พังเคน นาตาล อุบลราชธานี / 15 ชุมชนต้นแบบด้านเศรษฐกิจพอเพียง นาเรือง นาเยีย อุบลราชธานี / 16 ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ไพบูลย์ น้าขุ่น อุบลราชธานี /


39 ล าดับ ที่ ชื่อโครงการ/กิจกรรม ต าบล อ าเภอ จังหวัด ประเภทของ โครงการ ท าเอง ท าร่วม 17 หนี้สินครัวเรือน โซง น้ายืน อุบลราชธานี / 18 กีฬาต้านยาเสพติด หนองสะโน บุณฑริก อุบลราชธานี / 19 ส่งเสริมอาชีพชุมชน ดอนจิก พิบูลมังสาหาร อุบลราชธานี / 20 หมู่บ้านปลอดยาเสพติด ทรายมูล พิบูลมังสาหาร อุบลราชธานี / 21 หมู่บ้านปลอดยาเสพติด ม่วงใหญ่ โพธไิ์ทร อุบลราชธานี / 22 วัยใสห่างไกลยาเสพติด ขี้เหล็ก เมืองอุบลฯ อุบลราชธานี / 23 ถนนสายวัฒนธรรม หนองไข่นก ม่วงสามสิบ อุบลราชธานี / 24 คุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ยางโยภาพ ม่วงสามสิบ อุบลราชธานี / 25 ความยากจน ท่าลาด วารินช าราบ อุบลราชธานี / 26 แก้ปัญหาความยากจน หนองกินเพล วารินช าราบ อุบลราชธานี / 27 คุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ลาดควาย ศรีเมืองใหม่ อุบลราชธานี / 28 ส่งเสริมอาชีพในชุมชนขจัดความยากจน แก่งโดม สว่างวีระวงศ์ อุบลราชธานี / 29 คุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ขามป้อม ส าโรง อุบลราชธานี / 30 ชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง คันไร่ สิรินธร อุบลราชธานี / 31 คุณภาพชีวิตของคนในชุมชน หนองบก เหล่าเสือโก้ก อุบลราชธานี / รุ่นที่ 2 จ านวน 27 ต าบล ล าดับ ที่ ชื่อโครงการ/กิจกรรม ต าบล อ าเภอ จังหวัด ประเภทของ โครงการ ท าเอง ท าร่วม 1 โครงการเพมิ่ความรูให้กับผู้ ้ น าด้านเทคโนโลยี ขนุน กันทรลักษ์ ศรีสะเกษ / 2 โครงการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม บึงมะลู กันทรลักษ์ ศรีสะเกษ / 3 โครงการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ โนนสัง กันทรารมย์ ศรีสะเกษ / 4 โครงการผู้สูงอายในชุมชน เมืองน้อย กันทรารมย์ ศรีสะเกษ / 5 โครงการคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ตาอุด ขุขันธ์ ศรีสะเกษ / 6 โครงการปลูกพืชผัก เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ในต าบล/ชุมชน นิคมพัฒนา ขุขันธ์ ศรีสะเกษ / 7 โครงการผู้สูงอายุ กระหวัน ขุนหาญ ศรีสะเกษ / 8 โครงการอบรมคุณธรรม-จริยธรรม คูบ น้าเกลี้ยง ศรีสะเกษ / 9 โครงการคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน โพธิ์ โนนคูณ ศรีสะเกษ / 10 โครงการชุมชนมีรักปลูกผักกินเอง บึงบูรพ์ บึงบูรพ์ ศรีสะเกษ / 11 โครงการอบรมเพมิ่ความรูสร้างอาชีพตามหลัก ้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หนองหว้า เบญจลักษ์ ศรีสะเกษ / 12 โครงการส่งเสริมอาชีพ ดู่ ปรางค์กู่ ศรีสะเกษ / 13 โครงการจัดท าแผนปฏิบัติการต าบลต าแย อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ ต าแย พยุห์ ศรีสะเกษ /


40 ล าดับ ที่ ชื่อโครงการ/กิจกรรม ต าบล อ าเภอ จังหวัด ประเภทของ โครงการ ท าเอง ท าร่วม 14 โครงการหนี้สินครัวเรือน หนองม้า โพธศิ์รสีุวรรณ ศรีสะเกษ / 15 โครงการแว่นตาใส สายตาดี ใส่ใจผู้สูงอายุ ดินแดง ไพรบึง ศรีสะเกษ / 16 โครงการสร้างศูนย์บ าบัดผูป่วยยาเสพติดประจ า ต าบล ห้วยติ๊กชู ภูสิงห์ ศรีสะเกษ / 17 โครงการส่งเสริมอาชีพในชุมชน ซ า เมือง ศรีสะเกษ / 18 โครงการสร้างเสริมอาชีพ น้าค า เมือง ศรีสะเกษ / 19 โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง หนองใหญ่ เมืองจันทร์ ศรีสะเกษ / 20 โครงการผู้สูงอายุ โนนคูณ ยางชุมน้อย ศรีสะเกษ / 21 โครงการกีฬาต้านยาเสพติด ส้มป่อย ราษีไศล ศรีสะเกษ / 22 โครงการส่งเสริมอาชีพ โพนยาง วังหิน ศรีสะเกษ / 23 โครงการแก้ไขความยากจน สะพุง ศรีรัตนะ ศรีสะเกษ / 24 โครงการแก้ไขปัญหายาเสพติด โจดม่วง ศิลาลาด ศรีสะเกษ / 25 โครงการตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งเพื่อ ผู้ด้อยโอกาส ปราสาท ห้วยทับทัน ศรีสะเกษ / 26 โครงการส่งเสริมอาชีพให้กับคนในชุมชน ตาเกษ อุทุมพรพิสัย ศรีสะเกษ / 27 โครงการความยากจน ส าโรง อุทุมพรพิสัย ศรีสะเกษ / รุ่นที่ 3 จ านวน 24 ต าบล ล าดับ ที่ ชื่อโครงการ/กิจกรรม ต าบล อ าเภอ จังหวัด ประเภทของ โครงการ ท าเอง ท าร่วม 1 โครงการครอบครัวใส่ใจห่วงใยลูกหลาน กู่กาสิงห์ เกษตรวิสัย ร้อยเอ็ด / 2 โครงการกีฬาต้านยาเสพติด เมืองหงส์ จตุรพักตรพิมาน ร้อยเอ็ด / 3 โครงการหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็งเอาชนะยาเสพติด อย่างยั่งยืน จังหาร จังหาร ร้อยเอ็ด / 4 โครงการกีฬาต้านยาเสพติด พระธาตุ เชียงขวัญ ร้อยเอ็ด / 5 โครงการการสร้างความร่วมมือทางธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เทอดไทย ทุ่งเขาหลวง ร้อยเอ็ด / 6 โครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือน หนองไผ่ ธวัชบุรี ร้อยเอ็ด / 7 โครงการปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ หนองแคน ปทุมรัตต์ ร้อยเอ็ด / 8 โครงการขจัดความยากจน สระแก้ว พนมไพร ร้อยเอ็ด / 9 โครงการความยากจน ขามเปี้ย โพธชิ์ยั ร้อยเอ็ด / 10 โครงการปรับปรุงแหล่งน้าเพื่อการเกษตร ศรีสว่าง โพนทราย ร้อยเอ็ด / 11 โครงการงานศพปลอดเหล้า งานเศร้าปลอดการพนัน พรมสวรรค์ โพนทอง ร้อยเอ็ด / 12 โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ สระนกแก้ว โพนทอง ร้อยเอ็ด / 13 โครงการแก้ไขปัญหารณรงค์ต่อต้านยาเสพติด บุ่งเลิศ เมยวดี ร้อยเอ็ด /


41 ล าดับ ที่ ชื่อโครงการ/กิจกรรม ต าบล อ าเภอ จังหวัด ประเภทของ โครงการ ท าเอง ท าร่วม 14 โครงการจัดการแข่งขันกีฬาต่อต้านยาเสพติด กกกุง เมืองสรวง ร้อยเอ็ด / 15 โครงการครอบครัวสดใสใส่ใจชุมชน แคนใหญ่ เมืองร้อยเอ็ด ร้อยเอ็ด / 16 โครงการการคัดแยกขยะเพื่อขจัดความยากจน เหนือเมือง เมืองร้อยเอ็ด ร้อยเอ็ด / 17 โครงการคุณภาพของคนในชุมชน ขวาว เสลภูมิ ร้อยเอ็ด / 18 โครงการภัยพิบัติน้าท่วม นาเลิง เสลภูมิ ร้อยเอ็ด / 19 โครงการเยาวชนรุ่นใหม่รู้ภัยยาเสพติด น้าค า สุวรรณภูมิ ร้อยเอ็ด / 20 โครงการตรวจคัดกรองยาเสพติดในชุมชน หัวโทน สุวรรณภูมิ ร้อยเอ็ด / 21 โครงการความยากจน โพธสิ์ัย ศรีสมเด็จ ร้อยเอ็ด / 22 โครงการปลูกผัก รักษ์ดิน รักษ์น้า ผาน้าย้อย หนองพอก ร้อยเอ็ด / 23 โครงการอบรมยกระดับความรู้ทางการเงิน ประชาชนในชุมชน สาวแห หนองฮี ร้อยเอ็ด / 24 โครงการต้านภัยยาเสพติด บ้านแจ้ง อาจสามารถ ร้อยเอ็ด / รุ่นที่ 4 จ านวน 20 ต าบล ล าดับ ที่ ชื่อโครงการ/กิจกรรม ต าบล อ าเภอ จังหวัด ประเภทของ โครงการ ท าเอง ท าร่วม 1 โครงการแก้ไขปัญหายาเสพติด ไชยบุรี ท่าอุเทน นครพนม / 2 โครงการวิถีเกษตรอินทรีย์สร้างสุข ค าพี้ นาแก นครพนม / 3 โครงการส่งเสริมครัวเรือนยั่งยืน ต าบลนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง นาทม นาทม นครพนม / 4 โครงการคัดแยกขยะ เหล่าพัฒนา นาหว้า นครพนม / 5 โครงการยาเสพติด (ค้นหาผู้เสพยาเข้ารับการบ าบัด) นางัว บ้านแพง นครพนม / 6 โครงการชุมชนยั่งยืน แก้ไขปัญหายาเสพติด นามะเขือ ปลาปาก นครพนม / 7 โครงการส่งเสริมการปลูกพืชผักสวนครัว นาใน โพนสวรรค์ นครพนม / 8 โครงการชุมชนอุ่นใจห่างไกลยาเสพติด ดงขวาง เมืองนครพนม นครพนม / 9 โครงการส่งเสริมอาชีพปลาร้าสมุนไพร (น้าพริก) นาทราย เมืองนครพนม นครพนม / 10 โครงการส่งเสริมการแก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชน นาขาม เรณูนคร นครพนม / 11 โครงการพัฒนาศักยภาพผู้น า หนองโพธิ์วังยาง นครพนม / 12 โครงการวัยใสห่างไกลยาเสพติด นาค า ศรีสงคราม นครพนม / 13 โครงการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ อุ่มเหม้า ธาตุพนม นครพนม / 14 โครงการส่งเสริมอาชีพ บ้านค้อ ค าชะอี มุกดาหาร / 15 โครงการฝึกอบรมฝึกอาชีพพารวยแบบยั่งยืน หนองแคน ดงหลวง มุกดาหาร / 16 โครงการความยากจน นาสะเม็ง ดอนตาล มุกดาหาร / 17 โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในชุมชน ร่มเกล้า นิคมค าสร้อย มุกดาหาร / 18 โครงการหมู่บ้านปลอดภัยปลอดยาเสพติด บางทรายใหญ่ เมืองมุกดาหาร มุกดาหาร /


Click to View FlipBook Version