43
ภาพท่ี 4.2 แผนภูมิแท่งแสดงการเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียน และหลังเรียนคิดเป็นร้อยละที่ได้จากการทำ
แบบทดสอบในชว่ งระยะก่อน และหลงั ได้รบั การจดั การเรยี นการสอนโดยใช้สื่อประสมปฏิสมั พันธ์
44
จากตาราง และแผนภมู ิในขา้ งต้นนั้นแสดงให้เหน็ ว่า นักเรยี นมีระดับผลคะแนนในช่วงก่อนท่ีจะได้รับ
ได้รับการจัดการเรียนการสอนโดยใช้สื่อประสมปฏิสัมพันธ์ ต่ำกว่าในช่วงหลงั ได้รับการจดั การเรียนรู้ กล่าวคอื
ในช่วงก่อนได้รับการจัดการเรียนการสอนโดยใช้สื่อประสมปฏิสัมพันธ์ นั้น จากนักเรียนทั้ง 86 คน มีผู้ที่ผ่าน
เกณฑ์ (คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน ) เพียงจำนวน 39 คน (ร้อยละ 45.35) ซึ่ง
แสดงว่ามีผู้ที่ได้คะแนนน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของคะแนนเต็ม 20 คะแนน (น้อยกว่าร้อยละ 50 ของคะแนนเต็ม)
เป็นจำนวนถึง 47 คน (คิดเป็นร้อยละ 54.65) และได้คะแนนคิดเป็นคะแนนเฉลี่ยเพียง 8.78 คะแนน หรือคิด
เป็นคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 43.90 แต่หลังจากที่นักเรียนได้รับการจัดการเรียนการสอนโดยใช้สื่อประสม
ปฏสิ ัมพนั ธ์ สง่ ผลให้คะแนนท่ไี ด้หลงั จากการเรียนรู้น้ันเพมิ่ ขึ้น โดยมีนกั เรยี นท่ีผา่ นเกณฑ์ คอื ไดค้ ะแนนไม่น้อย
กว่าร้อยละ 50 คิดเป็นจำนวน 83 คน (ร้อยละ 96.51) และได้คะแนนหลังเรียน คิดเป็นคะแนนเฉลี่ย 14.13
คะแนน หรอื คิดเปน็ คะแนนเฉล่ยี ร้อยละ 70.64
ดังนั้นเห็นได้ว่า การจัดการเรียนการสอนโดยใช้สื่อประสมปฏิสัมพันธ์ น่าจะมีผลทำให้ระดับคะแนน
ของนกั เรยี นเพ่มิ มากข้ึน ถงึ แม้ว่าผลคะแนนทีไ่ ด้น้ันจะไมส่ งู เท่าท่ีควร แต่ถือไดว้ า่ มพี ฒั นาการทางการเรียนรู้ที่ดี
ขึ้นสำหรับนักเรียนที่เคยมีระดับผลสัมฤทธิ์อยู่ในเกณฑ์ต่ำ หรือไม่ผ่านเกณฑ์ และนอกจากนี้ ผู้วิจัยได้ทำการ
ทดสอบค่าความแตกต่างของคะแนนที่ได้จากการทดสอบระหว่างคะแนนก่อน และหลังได้รับการจัดการเรียน
การสอนโดยใช้สือ่ ประสมปฏิสัมพันธ์ เพื่อตรวจสอบว่าระดับผลคะแนนที่ได้หลงั จากได้รับการจัดการเรียนการ
สอนโดยใช้สื่อประสมปฏิสัมพันธ์นั้น มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติหรือไม่ ซึ่งผู้วิจัยได้แสดงใน
ตารางดงั ต่อไปนี้
45
ตารางท่ี 4.3 แสดงผลการทดสอบความแตกต่างของค่าคะแนนเฉลี่ยของนักเรียนที่ได้จากการทำ
แบบทดสอบในช่วงระยะก่อน และหลังได้รับการจัดการเรียนการสอนโดยใช้สื่อประสม
ปฏิสัมพันธ์ ด้วยวธิ ี Paired-Sample T-Test
Paired Samples Statistics
คะแนนกอ่ นเรยี น Mean Std.
Pair 1 คะแนนหลงั เรยี น 8.7791 Std. Error
14.1279 N Deviation Mean
คะแนนกอ่ นเรยี น(รอ้ ยละ) 43.8953 86 3.45867 .37296
Pair 2 คะแนนหลงั เรยี น(รอ้ ยละ) 70.6395
86 2.83589 .30580
86 17.29334 1.86479
86 14.17945 1.52901
Pair 1 Paired Samples Correlations N Correlation Sig.
86 .894 .000
คะแนนก่อนเรียน & หลังเรียน
Pair 2 คะแนนก่อนเรยี น(รอ้ ยละ) & หลังเรียน(รอ้ ยละ) 86 .894 .000
Paired Samples Test
Paired Differences
Std. Std. Error 99% Confidence
Deviation Mean Interval of the
Difference
Mean Lower Upper t df Sig. (2-tailed)
-31.593 85 .000
Pair 1 คะแนนก่อนเรยี น & หลงั เรียน -5.34884 1.57007 .16930 -5.79494 -4.90273 -31.593 85 .000
Pair 2 คะแนนก่อนเรยี น(รอ้ ยละ) & หลังเรียน(ร้อยละ)
-26.74419 7.85034 0.84652 -28.97470 -24.51367
จากตารางที่ 4.3 เปน็ การทดสอบคา่ ความแตกตา่ งของคะแนนเฉล่ียระหวา่ งคะแนนก่อน และหลงั
ไดร้ บั การจัดการเรียนการสอนโดยใชส้ ่ือประสมปฏสิ ัมพนั ธ์ แสดงใหเ้ ห็นวา่ คะแนนเฉลีย่ จากการทำแบบทดสอบ
ในชว่ งระยะก่อนเรยี นและหลังเรียน มีความแตกต่างอย่างมีนยั สำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และเหน็ ได้อยา่ ง
ชัดเจนวา่ คา่ คะแนนเฉลย่ี หลังจากไดร้ ับการจัดการเรียนการสอนโดยใชส้ ่อื ประสมปฏิสมั พันธ์นน้ั เพ่มิ ขึน้
ดงั นั้น จงึ อาจกล่าวไดว้ า่ การจดั การเรียนการสอนโดยใช้ส่ือประสมปฏิสัมพันธ์ สง่ ผลให้คะแนนในช่วง
ก่อนและหลังไดร้ บั การสอนนนั้ มคี วามแตกต่างกันอยา่ งมนี ัยสำคญั ทางสถติ ิ หรือการจัดการเรียนการสอนโดยใช้
สื่อประสมปฏิสัมพันธ์ ดังกล่าว เป็นตัวแปรที่ทำให้ระดับผลคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นว่า
การจดั การเรยี นการสอนโดยใช้สอ่ื ประสมปฏสิ มั พนั ธ์ สง่ ผลให้นกั เรยี นท่ีเป็นกลมุ่ ตวั อย่างสำหรบั การวิจัยในคร้ัง
น้ีมีผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นคณิตศาสตร์ที่สูงขนึ้
46
บทท่ี 5
สรปุ ผลและขอ้ เสนอแนะ
การวจิ ยั ครงั้ น้ี เป็นการวิจัยเชิงทดลองมีวตั ถุประสงคเ์ พื่อศกึ ษาผลการยกระดบั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
คณติ ศาสตร์ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3 โดยใชส้ ือ่ ประสมปฏสิ มั พนั ธ์ในการจดั การเรียนการสอน
วตั ถุประสงคข์ องการวจิ ยั
เพอ่ื ศึกษาผลของการใชส้ ่ือประสมปฏสิ มั พนั ธ์เพือ่ พฒั นาการจัดการเรยี นการสอน และยกระดับ
ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นคณิตศาสตร์ ของนักเรียนระดบั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3
สมมติฐานของการวิจัย
การจดั การเรียนการสอนด้วยการใช้ส่อื ประสมปฏสิ ัมพนั ธจ์ ะช่วยส่งผลให้ผเู้ รยี นมีระดบั ผลสมั ฤทธิ์
ทางการเรยี นคณติ ศาสตรท์ ส่ี งู ขึน้
ประชากร /กลุม่ ตัวอย่าง
ประชากรของการวิจยั ครง้ั น้ีคือ นักเรยี นระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ประจำปกี ารศึกษา 2564 จำนวน
5 ห้องเรียน ได้แก่ ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6 และ ม.3/8 สำหรับนักเรียนกลุ่มรายวชิ าคณิตศาสตร์พื้นฐาน
และ จำนวน 2 ห้องเรียน ได้แก่ ม.3/2 และ ม.3/7 สำหรับนักเรียนกลุ่มรายวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม
รวมคิดเปน็ จำนวนนักเรยี นท้ังหมด 293 คน
กลุ่มตัวอย่างของการวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ทำการเลือกนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จาก
จำนวน ห้องเรียนที่ผู้วิจัยรับผิดชอบปฏิบัติหน้าที่สอนทั้งหมด 7 ห้องเรียน โดยแบ่งเป็นสองกลุ่มการเรียนใน
รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน จำนวน 5 ห้องเรียน และ คณิตศาสตร์เพิ่มเติม จำนวน 2 ห้องเรียน ซึ่งทำการ
เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงสำหรับงานวิจัยนี้จำนวน 2 ห้องเรียน โดยเป็นกลุ่มนักเรียนที่เรียนใน
รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน จำนวน 1 ห้องเรียน และคณิตศาสตร์เพิ่มเติม จำนวน 1 ห้องเรียน รวมคิดเป็น
จำนวนทั้งสิ้น 86 คน และเป็นกลุ่มนักเรียนที่มีระดับผลสัมฤทธิ์ในรายวิชาคณิตศาสตร์น้อยที่สุดเมื่อ
เปรยี บเทยี บจากกลุ่มนกั เรยี นท่เี รียนในรายวิชาเดียวกนั
สรปุ ผลการวจิ ัย
1. ในระยะก่อนไดร้ บั การจดั การเรียนการสอนดว้ ยการใช้สื่อประสมปฏิสมั พนั ธ์ มีจำนวนนักเรยี นท่ีได้
คะแนนจากการทำแบบทดสอบผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 50 คิดเป็นร้อยละ 45.35 จากนกั เรยี นทงั้ หมด โดยส่วนใหญ่
ได้คะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบทดสอบต่ำกว่าร้อยละ 50 ของคะแนนเต็ม โดยได้คะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ
43.90
2. ในระยะหลังได้รบั การจดั การเรยี นการสอนด้วยการใชส้ ื่อประสมปฏิสัมพันธ์ มีจำนวนนักเรียนที่ได้
คะแนนจากการทำแบบทดสอบผ่านเกณฑ์ร้อยละ 50 คิดเป็นร้อยละ 96.51 จากนักเรยี นทัง้ หมด และมีระดับ
ผลคะแนนเพิ่มขึ้นจากการทำแบบทดสอบโดยมีผลคะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 70.64 และคะแนนเฉลี่ยของ
การทดสอบในช่วงก่อน และหลังได้รับการจัดการเรียนการสอนด้วยการใช้สื่อประสมปฏิสัมพันธ์นั้น มีความ
แตกต่างอย่างมนี ัยสำคญั ทางสถิตทิ ี่ระดับ .01
47
อภิปรายผล
ผลจากการศึกษาเกยี่ วกับการใช้สอื่ ประสมปฏิสัมพันธเ์ พ่ือพัฒนาการจดั การเรียนการสอน และ
ยกระดบั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนคณิตศาสตร์ ของนักเรยี นระดบั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 มีขอ้ วิจารณ์ดงั ตอ่ ไปนี้
จากการวิจัย พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นหลังการเรียนสูงกวา่ ก่อนการเรียน และผลสัมฤทธิท์ างการ
เรียนหลังการเรียนพบว่าสูงกว่าเกณฑ์ 50 % อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 ซึ่งมีความสอดคล้องกับ
ผลงานวิจัยที่ผ่านมาหลายท่านที่ได้ทำการศึกษาผลพัฒนาการทางการเรียนรู้ด้วยการใช้สื่อประสม หรือสื่อ
ประสมปฏิสัมพันธ์ ดังเช่น ผลงานวิจัยของ หนึ่งฤทัย เดวิเลาะ (2544) ซึ่งได้ทำการวิจัยเรื่องการศึกษา
ความก้าวหน้าทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วนและร้อยละ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1
โรงเรียนบุรารักษ์ จังหวัดสมุทรปราการ โดยใช้สื่อประสม และงานวิจัยของ เอกวิทย์ แก้วประดิษฐ์ (2545)
ที่ว่าสื่อสามารถทำให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเองได้ดีขึ้นจากประสบการณ์ที่มีความหมายของสื่อในรูปแบบต่างๆ
ผูเ้ รียนเรียนรไู้ ด้มากขึ้นโดยใช้เวลาน้อยลง ผู้เรียนมคี วามสนใจในการเรียนและมสี ่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้
อย่างกระฉับกระเฉง เกิดความประทับใจซึ่งนำไปสู่การจดจำได้นานสร้างเสริมความคิดสร้างสรรค์ สามารถ
แก้ไขปัญหาในการเรียนรู้ ส่วนงานวิจัยของ สุจิตา นุ่มสุวรรณ (2547) ที่ได้ทำการวิจัยเรื่อง การศึกษา
เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 โดยการใช้ชุดสื่อ
ประสมกับการสอนปกติ เช่นเดียวกับงานวิจัยของกนิษฐา เชาว์วัฒนกุล (2548) โดยได้ทำการวิจัยเรื่อง
การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรื่องเส้นขนาน โดยการ
สอนแบบใช้สื่อประสม และงานวิจัยของจิราวรรณ เทพจินดา (2551) ที่ได้ทำการวิจัยเรื่อง การศึกษา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง ทฤษฎีบทพีทาโกรัส โดยการใช้สื่อประสม ของนักเรียนชั้น
มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 โรงเรยี นวัดเขาศรีวิชยั จงั หวดั สุราษฎรธ์ านี
นอกจากน้ี ณรงคฤ์ ทธ์ิ ฉายา (2552) ได้ทำการวิจัยเรอื่ ง การศกึ ษาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนและความ
คิดเห็นต่อวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรื่อง การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสอง
โดยการใช้สื่อประสม โรงเรียนศรีบุณยานนท์ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งผลงานวิจัยที่กล่าวมาข้างต้นนั้นสอดคล้องกัน
โดยนกั เรียนที่ได้รบั การสอนโดยการใช้ส่ือประสม นน้ั มีผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นวิชาคณติ ศาสตร์หลังการเรียนสูง
กว่าก่อนการเรียนทั้งนี้อาจเป็นเพราะนักเรียนมีความสนใจในการเรียน ตั้งใจเรียนมีความกระตือรือร้นใน
การศึกษาหาความรู้จากเอกสารและสื่อการสอนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น และการตั้งใจเรียนสม่ำเสมอทำให้นักเรียน
ได้รับความรู้อย่างต่อเนื่อง การใช้สื่อประสมในการสอนช่วยเสริมสร้างแรงจูงใจในการเรียน ทำให้การเรียนรู้มี
ประสิทธิภาพมากขึ้นจากการสังเกตขณะที่ผู้วิจัยทำการสอนโดยการใช้สื่อประสมพบว่า นักเรียนมีความ
กระตือรือร้นในการเรียน มีความสนใจ มีความรู้ความเขา้ ใจในเนือ้ หาชดั เจนและจดจำได้นานข้ึนเช่น การสร้าง
รูปสามเหล่ียมท่คี ลา้ ยกนั ดว้ ยโปรแกรม GSP การสบื คน้ ทางอนิ เตอรเ์ นต็ การตอ่ รูปสามเหล่ียมคล้าย กิจกรรมท่ี
จัดให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติประกอบการทำใบกิจกรรม ได้ช่วยกระตุ้นให้เกิดความคิด นักเรียนมีส่วนร่วมใน
การทำกิจกรรม ได้ลงมือคิด ลงมือปฏิบัติ ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การ
ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้รู้จักการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม รวมทั้งเกิดความ
48
สนุกสนาน เพลดิ เพลิน นักเรียนเรียนรู้ไดอ้ ย่างมีความสุข จะเหน็ ไดว้ า่ การนำสื่อประสมมาใช้ นอกจากเป็นการ
สรา้ งประสบการณ์ในการเรียนรูแ้ ล้วยงั เป็นการสร้างบรรยากาศในการเรียนร้ใู ห้น่าสนใจมากขน้ึ อกี ด้วย
จากแนวการศึกษาในเรื่องของการใชส้ ่ือประสมเพื่อพฒั นาผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนในช่วงที่ผ่านมาของ
นักการศกึ ษาท่านต่าง ๆ ทำใหเ้ ห็นไดว้ ่า สื่อประสม น้ันมสี ว่ นช่วยพฒั นาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนได้ดีขึ้น
อย่างเห็นได้ชัด และเนื่องด้วยในยุคสมัยปัจจุบันนี้ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีถือว่ามีความเปลี่ยนแปลงไป
อยา่ งรวดเร็ว ทกุ คนสามารถเข้าถึงขอ้ มูลข่าวสารต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกรวดเรว็ ดงั น้ัน การพัฒนาสือ่ ประสม ให้
มีความเหมาะสมกับโลกในยุคปัจจุบันจึงน่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพให้ผู้เรียนสามารถเกิดทักษะ
การเรยี นรตู้ ่าง ๆ ไดด้ ีย่งิ ขน้ึ อยา่ งเป็นรปู ธรรม ดว้ ยเหตุนี้ จึงเรมิ่ มีนักการศึกษาทส่ี นใจที่จะพฒั นาสื่อประสม ให้
อยู่ในรูปแบบเชิงโต้ตอบ หรือสื่อประสมปฏิสัมพันธ์ กันมากขึ้น ดังตัวอย่างการศึกษาของ Nurmawati, Lusi,
Edy and Maria (2019) ไดท้ ำการศึกษาเก่ียวกับ การใช้สือ่ ประสมปฏิสัมพันธ์ในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนวิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยพบว่า ผลจากการศึกษานั้นแสดงให้เห็น
อย่างชัดเจนว่า การใช้สื่อประสมปฏิสัมพันธ์ในการจัดการเรียนรู้นั้น สามารถช่วยยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนได้ดีกว่าการจัดการเรียนการสอนแบบบรรยายตามปกติ ทั้งนี้เพราะสื่อประสม
ปฏิสมั พันธ์นี้ ทำให้ท้งั ผูส้ อน และผเู้ รียน สามารถมปี ฏสิ มั พนั ธท์ างการเรียนรรู้ ่วมกนั ได้เป็นอย่างดี ด้วยรปู แบบ
ที่มีความทันสมัย เหมาะสมกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน ประกอบทั้งสามารถสื่อสารข้อมูล รวมถึงการประเมินผล
การเรียนรู้ได้หลากหลายรูปแบบ ถือว่าเป็นสิ่งที่มีส่วนช่วยให้เกิดการกระตุ้นให้ผู้เรียนมีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธ์ิ
ทางการเรียน และมีเจตคติทดี่ ตี อ่ การเรียนรไู้ ด้ดียง่ิ ขึน้
ขอ้ เสนอแนะ
ข้อเสนอแนะที่ได้จากการวจิ ยั ครงั้ นี้
1. ครูผู้สอนควรเปิดโอกาสใหผ้ ู้เรียนไดน้ ำความรู้จากการเรียนไปใช้ในสถานการณจ์ ริงเพื่อเสริมสร้าง
ความรู้ความเข้าใจในเนื้อหา และมีทักษะการแก้ปัญหาในชีวิตจริง โดยครูเป็นผู้ให้การสนับสนุนและผู้ให้
คำปรกึ ษาแกผ่ เู้ รยี น
2. การสร้างส่อื การเรยี นรู้ ครผู ูส้ อนควรผลิตสอื่ ให้มีความสวยงาม สามารถใช้งานได้อยา่ งสะดวกและ
รวดเร็ว สามารถนำไปประยกุ ต์ใชใ้ นการเรยี นการสอนคร้งั ต่อ ๆ ไปได้
3. ครูผู้สอนควรคำนึงถึงลำดับขั้นของการนำเสนอเนื้อหาทีละขั้น จากง่ายไปหายากเพื่อให้นักเรียน
เกิดการเรียนรไู้ ดเ้ ป็นอย่างดี
4. การจัดการเรียนรู้ ครูผู้สอนควรพิจารณาเลือกใช้สื่อการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ
เหมาะสมกับความสามารถของนกั เรยี น เวลาเรยี นในแตล่ ะคาบ
5. ครูผู้สอนควรศึกษาหลักการใช้สื่อการเรียนรู้ก่อนการนำสื่อการรู้มาใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการ
จัดการเรียนการรู้ให้มากท่ีสดุ
49
ข้อเสนอแนะในการทำวจิ ยั คร้งั ตอ่ ไป
1. ควรมีการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์โดยการใช้รูปแบบการ
จดั การเรยี นรแู้ บบอนื่ ๆ
2. ควรมีการศึกษาเพื่อเปรียบเทียบเจตคติต่อวิชาคณิตศาสตร์ของกลุ่มที่เรียนโดยการใช้สื่อประสม
ปฏสิ มั พันธ์ กับวิธีการจดั การเรยี นรแู้ บบอนื่ ๆ
3. ควรมีการศึกษาความก้าวหน้าทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ โดยการใช้สื่อประสมปฏิสัมพันธ์ใน
เนื้อหาอนื่ ๆ
50
รายการเอกสารและสิง่ อ้างองิ
ภาษาไทย
กนิษฐา เชาว์วฒั นกุล. 2548. การศึกษาผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนวิชาคณิตศาสตรข์ องนกั เรยี นช้นั
มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 เรื่องเส้นขนาน โดยการสอนแบบใช้สอ่ื ประสม. วิทยานพิ นธ์ศึกษาศาสตร
มหาบณั ฑติ สาขาการสอนคณิตศาสตร์, มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์.
กรมวชิ าการ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. 2544. ความรู้เกย่ี วกับสื่อมัลติมเี ดียเพือ่ การศึกษา.
กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พ์ครุ ุสภาลาดพรา้ ว.
กรมวิชาการ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. 2545. หลักสูตรการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานพทุ ธศักราช 2544.
กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พ์ครุ ุสภาลาดพร้าว.
กอ่ เกยี รติ ขวัญสกลุ . 2561. “การพัฒนาส่ือประสม หนังสืออเิ ล็กทรอนิกส์แบบมีปฏิสัมพนั ธก์ บั วิดีโอโมช่นั
กราฟิก เรอ่ื ง พฒั นาการและระบบการพมิ พ์ สำหรบั นิสิตสาขาวิชาเทคโนโลยกี ารศกึ ษา และ
คอมพิวเตอร์ศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม”. วารสารนวตั กรรมการเรียนรู้,
4(2), 59-76.
กัญญาพชั ร ยอดกลาง. 2563. การจดั การเรยี นรแู้ บบค้นพบ (Discovery Method). (Online).
https://www.gotoknow.org/posts/677638, 25 กนั ยายน 2563.
การพัฒนาส่อื ประสมปฏสิ ัมพนั ธ์. (Online). http://wannisakaya.blogspot.com/2016/03/1-6-1-
multimedia-interactive-cd-rom.html, 24 กมุ ภาพันธ์ 2565.
กดิ านันท์ มลทิ อง. 2544. ส่อื การสอนและฝึกอบรม : จากส่ือพ้นื ฐานถึงส่ือดิจติ ทลั . กรงุ เทพมหานคร:
อรณุ การพิมพ์.
กิริยา กองชุน. 2554. การศกึ ษาผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนวชิ าคณิตศาสตรข์ องนักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปีที่
3 เรอ่ื ง ความคลา้ ย โดยการใชส้ ่ือประสม โรงเรียนเทพศริ ินทรค์ ลองสิบสาม ปทุมธานี จังหวัด
ปทมุ ธานี. การศึกษาคน้ คว้าอิสระ ศึกษาศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาการสอนคณิตศาสตร,์
มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์.
51
คอมพิวเตอรท์ ่ีใช้ในสื่อผสม. (Online).
https://sites.google.com/site/computersusedinmixedmedia/sux-prasm-hrux-
maltimideiy-multimedia, 24 กมุ ภาพันธ์ 2565.
จริ าวรรณ เทพจินดา. 2551. การศึกษาผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนวชิ าคณิตศาสตร์ของนักเรยี นชนั้
มัธยมศึกษาปที ่ี 2 เร่อื งทฤษฎีบทพที าโกรัส โดยการสอนแบบใชส้ อื่ ประสม. วิทยานิพนธศ์ ึกษา
ศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาการสอนคณติ ศาสตร์, มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์.
ฉลองชัย สรุ วฒั นบรู ณ์. 2528. การเลือกและการใชส้ ื่อการสอน. เอกสารประกอบการสอน ภาควิชา
เทคโนโลยีทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์, มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์.
ชยั ยงค์ พรหมวงศ.์ 2529. ระบบส่ือการสอน. กรงุ เทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั .
ชาญชัย ยมดษิ ฐ์. 2548. เทคนคิ และวธิ กี ารสอนร่วมสมัย. กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพ์หลักพิมพ์.
ณรงคฤ์ ทธ์ิ ฉายา. 2552. การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นและความคดิ เห็นต่อวชิ าคณิตศาสตร์ของ
นกั เรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 เรอื่ งการแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสอง โดยการใช้ส่อื ประสม.
วทิ ยานพิ นธ์ศึกษาศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาการสอนคณิตศาสตร์,มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์.
ดสุ ิต ขาวเหลอื ง. 2549. “การบรู ณาการใชส้ ื่อประสมและสือ่ หลายมติ ิเพอ่ื การสอนและการเรยี นรู้
Integrating Multimedia and Hypermedia for Teaching and Learning”. วารสาร
ศกึ ษาศาสตร์, 18(1), 29-44.
บญุ ทัน อยชู่ มบุญ. 2529. พฤตกิ รรมการเรยี นการสอนคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษา. กรงุ เทพมหานคร:
โรงพิมพ์โอเดยี นสโตร์.
มหาวิทยาลัยพะเยา. 2559. Educational Innovation. (Online).
http://gararimeim.blogspot.com/2016/11/interactive-multimedia.html,
24 กมุ ภาพนั ธ์ 2565.
ยพุ นิ พพิ ิธกุล. 2539. การเรยี นการสอนคณติ ศาสตร.์ ภาควิชามัธยมศกึ ษา คณะครุศาสตร์, จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
52
ยุพิน พิพธิ กุล และ อรพรรณ ตนั บรรจง. 2536. ส่อื การเรยี นการสอนคณิตศาสตร์. ภาควิชาการศึกษา คณะ
ศึกษาศาสตร์, มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์. (อดั สำเนา).
รัตนา ตง้ั ศริ ิชยั พงษ.์ 2553. “รูปแบบการสอนวิชาคณิตศาสตร์เพ่มิ เติมทีป่ ระยกุ ตใ์ ช้กลยุทธก์ ารพฒั นาตนเอง
ด้วยสัญญาการเรยี นในการพัฒนาสมั ฤทธิ์ผลทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนกั เรยี นด้อยสมั ฤทธ์ชิ ้นั
มัธยมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรยี นทา่ บอ่ จังหวัดหนองคาย”. วารสารวชิ าการ, 14(4), 6.
วิมลมาศ ถวาย. 2551. การศกึ ษาผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนวชิ าคณติ ศาสตร์ เรื่อง “บทประยกุ ต์”ของ
นกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 ที่จัดกิจกรรมการเรยี นรู้โดยการใช้สือ่ ประสม โรงเรียนบา้ นเขา
ทราย จังหวัดนครศรธี รรมราช. การศึกษาคน้ คว้าอสิ ระ ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการสอน
คณิตศาสตร์, มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์.
ศิรชิ ยั กาญจนาวสี. 2544. ทฤษฎกี ารทดสอบแบบด้ังเดมิ . กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พแ์ หง่ จฬุ าลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
ศิริพงศ์ พะยอมแยม้ . 2533. การเลอื กและการใชส้ อ่ื การเรยี นการสอน. กรงุ เทพมหานคร:
โรงพมิ พโ์ อเอสพรน้ิ ตง้ิ เฮา้ ส์.
สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. 2560. คูม่ อื การใชห้ ลกั สูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช
2551 ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น. กรงุ เทพมหานคร.
สถาพร สาธกุ าร. 2549. Multimedia หรือส่ือประสมเพื่อการศกึ ษา. (Online).
http://www.thapra.lib.su.ac.th/av/work4.htm, 25 พฤศจิกายน 2564.
สมบรู ณ์ สงวนญาติ. 2534. เทคโนโลยที างการเรยี นการสอน. ภาคพัฒนาตำราและเอกสารทางวชิ าการ
หนว่ ยศกึ ษานเิ ทศก์, กรมการฝกึ หัดครู.
สมศรี รำพรรณ.์ 2552. ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นวชิ าคณิตศาสตร์ เรอ่ื ง “สมการ”
โดยการใช้สื่อประสมของนกั เรียนชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 6 โรงเรยี นเซนต์ราฟาแอล
จงั หวดั สมุทรปราการ. การศึกษาค้นคว้าอสิ ระ ศึกษาศาสตรมหาบณั ฑติ
สาขาการสอนคณิตศาสตร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
53
สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแหง่ ชาติ. 2531. สื่อประสม. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์
อกั ษรไทย.
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. 2560. ตัวชี้วัดและสาระการเรยี นรู้
แกนกลาง กลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551. กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พช์ ุมนมุ สหกรณ์การเกษตรแหง่
ประเทศไทย จำกัด.
สิรพิ ร ทิพยค์ ง. 2536. การเรียนการสอนคณติ ศาสตร.์ ภาควชิ ามธั ยมศึกษา คณะครุศาสตร์, จฬุ าลงกรณ์
มหาวทิ ยาลัย.
สริ ิพร ทิพยค์ ง. 2545. หลักสตู รและการสอนคณติ ศาสตร์. กรงุ เทพมหานคร: บริษทั พฒั นาคุณภาพ
วชิ าการ (พว.) จำกัด.
สจุ ติ า นมุ่ สวุ รรณ. 2547. การศึกษาเปรียบเทยี บผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนช้นั
ประถมศึกษาปีที่ 5 โดยการใชช้ ดุ ส่อื ประสมกบั การสอนปกติ. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบณั ฑติ
สาขาเทคโนโลยกี ารศึกษา, มหาวทิ ยาลยั รามคำแหง.
สุโชติ ดาวสโุ ข และ สาโรจน์ แพง่ ยัง. 2535. สือ่ การสอน. คมู่ ือการสอนสื่อ คณะศึกษาศาสตร์,
มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์.
สดุ ใจ เหงา้ สไี พร. 2549. ส่ือการเรียนการสอน: หลักการและทฤษฎพี นื้ ฐานสกู่ ารปฏิบัติ. ภาควชิ า
เทคโนโลยีทางการศึกษา คณะศกึ ษาศาสตร์, มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ.
หนึ่งฤทัย เดวิเลาะ. 2544. การศกึ ษาความก้าวหนา้ ทางการเรียนวชิ าคณิตศาสตร์ เรอ่ื ง ”
อัตราสว่ นและรอ้ ยละ” ของนักเรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 โรงเรียนบรุ ารกั ษ์ จงั หวัดสมุทรปราการ
โดยการสอนแบบใชส้ ่ือประสม. วทิ ยานิพนธศ์ ึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการสอนคณติ ศาสตร์,
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
เอกวิทย์ แกว้ ประดิษฐ์. 2545. เทคโนโลยที างการศึกษา: หลักการและแนวคดิ ส่กู ารปฏบิ ตั ิ. คณะ
ศึกษาศาสตร์, มหาวทิ ยาลยั ทักษณิ .
54
ภาษาอังกฤษ
Bottge, B., Rueda, E. and Skivington, M. 2006. Situating Math Instruction in Rich Problem-
Solving Contexts: Effects on Adolescents with Challenging Behaviors (online).
http://www.eric.ed.gov/., Sep 25, 2020.
Dale, E. 1969. Audiovisual Methods in Teaching. 3rd ed. New York: The Dryden Press.
Erickson, C. W. H. 1972. Fundamentals of Teaching with Audiovisual Technology. 2nd ed.
London: The Macmillan Company Collier-Macmillan Limited.
Hiramatsu, M. 1982. An Individualized Learning Package Program in Beginning College
Japanese: A Multi - Media Approach. Dissertation Abstracts International. 43
(August): 386-A.
Lichtenheld, P. J. 1987. Descriptive Study of a Prescription Learning Basic Mathematics
Skills Multi-Media Lab in an Elementary School Setting (online).
http://www.eric.ed.gov, Sep 25, 2020.
Nurmawati, M., Lusi, R. P., Edy, D. and Maria, Y. R. 2019. The Use of Interactive Multimedia in
Improving Mathematics Learning Outcomes: The Case of the 4th Grade Students of
SDN Manyaran 01 Semaran in the Academic Year of 2019/2020. Advances in Social,
Education and Humanities Research. 417(2). 227-231.
Page, G. J. and Thomas, J. B. 1977. International Dictionary of Education. London: Kogan
Page.
Wang, T. J. 2010. Educational Benefits of Multimedia Skills Training (online).
http://www.eric.ed.gov/, Sep 25, 2021.
55
ภาคผนวก
56
ภาพตัวอยา่ ง แบบทดสอบก่อนเรยี น และ หลงั เรียน
เร่ือง พีระมิด กรวย และทรงกลม
57
58
59
60
61
ภาพตัวอย่าง แบบทดสอบก่อนเรยี น และ หลังเรียน
เรอ่ื ง อตั ราส่วนตรีโกณมติ ิ
62
63
64
65
66
67
68
69
70
71
72
73
74
75
76
77
78
ภาพตัวอย่าง สอ่ื ประสมปฏสิ ัมพันธ์ (Interactive Multimedia)
“Live Worksheet”
79
ภาพตัวอย่าง สอ่ื ประสมปฏสิ ัมพันธ์ (Interactive Multimedia)
“Live Worksheet”
80
ภาพตัวอย่าง สอ่ื ประสมปฏสิ ัมพันธ์ (Interactive Multimedia)
“Live Worksheet”
81
ภาพตวั อย่าง ผลงานของนกั เรยี นจากสือ่ ประสมปฏิสัมพนั ธ์
(Interactive Multimedia) : “Live Worksheet”
82
ภาพตัวอย่าง สอ่ื ประสมปฏสิ ัมพันธ์ (Interactive Multimedia)
“Live Worksheet”
83
ภาพตัวอย่าง สอ่ื ประสมปฏสิ ัมพันธ์ (Interactive Multimedia)
“Live Worksheet”
84
ภาพตัวอย่าง สอ่ื ประสมปฏสิ ัมพันธ์ (Interactive Multimedia)
“Live Worksheet”
85
ภาพตวั อย่าง ผลงานของนกั เรยี นจากสือ่ ประสมปฏิสัมพนั ธ์
(Interactive Multimedia) : “Live Worksheet”
86
ภาพตัวอย่าง สือ่ ประสมปฏสิ ัมพันธ์ (Interactive Multimedia)
Application : “GeoGebra”
87
ภาพตวั อยา่ ง สอื่ ประสมปฏสิ ัมพนั ธ์ (Interactive Multimedia)
Application : “GeoGebra”
88
ภาพตวั อย่าง การวิเคราะห์ขอ้ มลู ดว้ ยโปรแกรมสำเรจ็ รปู SPSS
89
ภาพตวั อย่าง การวิเคราะห์ขอ้ มลู ดว้ ยโปรแกรมสำเรจ็ รปู SPSS
CRlasessreoaormch