The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นางสาวพิมพ์วรีย์ กันแก้ว รหัสนิสิต 60203191 มหาวิทยาลัยพะเยา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by palm.08508, 2022-08-27 02:28:22

นางสาวพิมพ์วรีย์ กันแก้ว รหัสนิสิต 60203191 มหาวิทยาลัยพะเยา

นางสาวพิมพ์วรีย์ กันแก้ว รหัสนิสิต 60203191 มหาวิทยาลัยพะเยา

นางสาวพมิ พ์วรยี ์ กันแกว้ รหสั นิสิต 60203191 มหาวทิ ยาลัยพะเยา

1บทที่ ข้าวดีมสี ขุ

แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1

กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย รายวิชาภาษาไทย

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1 ข้าวดีมสี ุข เรื่อง คุณคา่ นาขา้ ว

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565

เวลา 1 ชวั่ โมง ผู้สอน นางสาวพิมพ์วรยี ์ กันแก้ว

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้

สาระท่ี 1 การฟัง การดู และการพูด

มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลอื กฟงั และดูอยา่ งมวี จิ ารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคิด และ

ความรู้สกึ ในโอกาสต่างๆ อย่างมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์

2. ตัวช้วี ัด
ป.1/2 ตอบคำถามและเลา่ เรื่องท่ีฟงั และดู ท้งั ท่ีเป็นความรู้และความบันเทงิ
ป.1/3 พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องท่ีฟังและดู

3. สาระสำคัญ (ความคิดรวบยอด)
การปลูกขา้ วนั้นเกิดขน้ึ ควบคู่ไปกับวัฒนธรรมไทยมากว่า 5,500 ปีมาแล้ว โดยหลกั ฐานทาง

ประวตั ิศาสตร์ท่ีสำคัญก็คือเคร่ืองปั้นดนิ เผาที่เป็นภาชนะไวใ้ สข่ า้ ว ในสมัยสโุ ขทยั ศิลาจารกึ ยึงถกู บันทกึ ไว้ดว้ ย
ข้อมูลท่รี ะบุถ้อยคำว่า "ในนำ้ มีปลา ในนามีข้าว" นอกจากน้ีสง่ิ ท่สี ำคญั ท่ีสดุ ในประวัติศาสตรก์ ็คือการเปดิ เสรี
ทางการคา้ กบั ตง่ ประเทศในสมัยอยุธยา ดว้ ยเหตุน้จี งึ ทำให้ข้าวเขา้ มีมีบทบาทสำคญั ในการเป็นสิง่ ค้าสง่ ออก
ของประเทศไทยตั้งแต่น้ันเป็นตน้ มา
ประโยชนข์ องขา้ ว

• เมล็ดข้าว สามารถนำมาทำเป็นเครอ่ื งประดบั ได้
• รำข้าวสามารถนำมาใช้ทำเปน็ นำ้ มนั รำขา้ ว ใชเ้ ป็นอาหารสตั วไ์ ด้ ทำลปิ สตกิ ทำยาหม่อง ทำแวกซ์

หรอื ทำเปน็ โลชนั บำรงุ ผวิ ฯลฯ
• ฟางข้าวสามารถใช้ทำเป็นปยุ๋ ปลกู เห็ด ทำเปน็ ของเล่น กระดาษ ทำเป็นแกลบหรอื ขเ้ี ถ้า ผสมทำ

เคร่ืองปั้นดนิ เผา ถ่านกัมมนั ตห์ รอื ถา่ นดดู กลนิ่ ใช้เป็นส่วนผสมของยาขัดรถ ฯลฯ
• ประโยชน์ขา้ วนอกจากจะใช้บรโิ ภคเป็นโลชนั บำรุงผิว หลกั แลว้ ยังใชท้ ำเป็นของหวานชนิดต่าง ๆ อกี

ด้วย ไมว่ า่ จะเปน็ ขนมไทย เชน่ ลอดช่อง ขนมตาล ขนมกล้วย ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด ขนม
หมอ้ แกง ปลากรมิ ไขเ่ ต่า ทำเป็นแปง้ ขา้ วเจ้า แปง้ ข้าวเหนยี ว ฯลฯ

4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
4.1 ดา้ นความรู้ (K)
นักเรยี นรู้ประวัตขิ องขา้ วและประโยชน์ของข้าว
4.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
นกั เรียนสามารถแสวงหาความรู้จากแหล่งเรยี นรูต้ ่างๆ ได้
4.3 ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)
นกั เรียนตระหนกั ถึงคุณค่าของข้าว

5. สาระการเรียนรู้แกนกลาง
การจบั ใจความและพดู แสดงความคิดเหน็ ความรู้สกึ จากเรื่องที่ฟงั และดทู ัง้ ท่เี ป็นความรู้และความ

บนั เทงิ เชน่
- เรื่องเลา่ และสารคดีสำหรบั เดก็
- นทิ าน
- การต์ นู
- เรือ่ งขบขนั

6. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขนั้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูกระตนุ้ ความสนใจนกั เรยี นโดยการเลา่ นิทานประวตั ิของข้าว เรอื่ งแมโ่ พสพ ให้นักเรยี นฟงั
2. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสนทนาเก่ยี วกับนิทานประวัติของข้าว เรอ่ื งแม่โพสพ
3. ให้นักเรยี นแบง่ กลุ่ม 5 กลุม่ จากนั้นแลกเปลี่ยนความรจู้ ากการฟังนทิ าน แลว้ กนั ตอบคำถามว่า

“ใคร ทำอะไร ทไ่ี หน เมื่อไหร่ อย่างไร”
4. ครูตัง้ คำถามว่า “ประโยชน์ของข้าวใชท้ ำอะไรได้บ้าง”
ข้นั สำรวจและค้นหา (Exploration)
5. จากคำถามข้างต้น ครูให้แต่ละกลมุ่ ชว่ ยกนั สบื ค้นประโยชน์ของข้าวเพิ่มเติมนอกเหนือจากท่ีกล่าว

ไวใ้ นนิทานที่ครูเล่าให้ฟงั
ขนั้ อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
6. ครูให้นกั เรยี นอธิบายและสรุปรว่ มกนั จากประเดน็ ที่ช่วยกันสืบคน้ จากนนั้ ทำใบงานที่ 1 เขียน

ประโยชนข์ องขา้ ว
7. ใหต้ วั แทนกลมุ่ ออกมาพดู นำเสนอประโยชนข์ องขา้ ว” เพอื่ แบ่งบันความคดิ เห็นให้กบั เพ่ือนกลุม่ อนื่
ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration)
8. ทำใบงาน 1 ต่อจากประโยชน์ของข้าว ให้นักเรียนออกแบบสนิ ค้า/ผลิตภัณฑ์ท่ีผลิตจากข้าว โดยให้

อ้างองิ ข้อมลู ทรี่ ่วมกันสรุปเก่ียวกบั ประโยชน์ของขา้ วขา้ งตน้ (ตวั อย่าง: ทำลิปสตกิ , โลชนั บำรงุ ผวิ , เมนูอาหาร
คาว, ของทานเลน่ )

ขั้นประเมิน (Evaluation)
9. ให้ตวั แทนนักเรียนออกมานำเสนอผลงานหน้าช้นั เรยี น
10. ครูใหค้ ำแนะนำและสรปุ ความสำคญั ของข้าว

7. สือ่ การเรยี นรู้/แหลง่ เรยี นรู้
- หนังสือประวตั ิของข้าว
- หอ้ งสมดุ โรงเรยี น
- คอมพวิ เตอร์

8. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงานที่ 1: ประโยชน์ของขา้ ว

9. การวดั และการประเมนิ ผล นำ้ หนัก นำ้ หนักคะแนน วธิ กี ารวัด เครอ่ื งมือวัด
คะแนน KPA - ใบงานที่ 1
ส่งิ ทตี่ อ้ งการวดั
1 1 - - - การทำใบงานที่ 1 แบบประเมนิ งาน
1. ด้านความรู้ สว่ นบุคคลด้าน
1.1 นกั เรยี นรู้ประวตั ขิ องข้าวและ 0.5 - 0.5 - - การทำใบงานที่ 1 ทักษะกระบวนการ
ประโยชนข์ องข้าว แบบประเมนิ คุณลักษณะ
2. ดา้ นทักษะและกระบวนการ 0.5 - - 0.5 สังเกตพฤตกิ รรม อนั พึงประสงค์
2.1 นกั เรียนสามารถแสวงหาความรู้จาก ในระหว่างเรียนและ
แหลง่ เรยี นรู้ตา่ งๆ ได้ 2 นอกเวลาเรยี น
3. ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
3.1 นกั เรยี นตระหนักถึงคณุ คา่ ของขา้ ว 1 0.5 0.5

รวม



นางสาวพมิ พ์วรีย์ กนั แกว้ รหสั นสิ ิต 60203191 มหาวิทยาลยั พะเยา

1บทที่ ข้าวดมี สี ขุ

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 2

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ รายวิชาวทิ ยาศาสตร์

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 ข้าวดีมสี ุข เรอ่ื ง ลกั ษณะของเมล็ดข้าว

ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565

เวลา 1 ช่วั โมง ผ้สู อน นางสาวพมิ พ์วรยี ์ กนั แก้ว

1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

สาระท่ี 1 วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ

มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมชี ีวิต หนว่ ยพื้นฐานของสง่ิ มชี วี ิต การลาํ เลยี งสารเข้าและออก

จากเซลล์ ความสมั พันธ์ของโครงสร้างและหน้าทีข่ องระบบต่าง ๆ ของสตั ว์และมนุษยท์ ที่ ํางานสมั พันธ์กัน

ความสัมพนั ธข์ องโครงสรา้ งและหน้าทีข่ องอวยั วะตา่ ง ๆ ของพืชที่ทํางานสัมพันธ์กัน รวมทัง้ นําความร้ไู ปใช้

ประโยชน์

2. ตัวช้วี ัด
ป.1/1 ระบชุ อ่ื บรรยายลกั ษณะและบอกหนา้ ท่ีของส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกายมนุษย์สตั ว์และพืชรวมทั้ง

บรรยายการทําหนา้ ท่รี ่วมกันของส่วนตา่ งๆของร่างกายมนษุ ยใ์ นการทํากิจกรรมตา่ งๆจากข้อมลู ทร่ี วบรวมได้

3. สาระสำคญั (ความคิดรวบยอด)
เมลด็ ข้าว มสี ่วนประกอบที่สำคัญอยู่ 4 สว่ น
1) แกลบ (Rice husk) เปน็ ชนั้ นอกสดุ มหี นา้ ท่ปี อ้ งกนั เมล็ดขา้ ว
2) รำข้าว (Rice bran) คอื ส่วนทเี่ ป็นเยอื่ หุ้มเมลด็ ขา้ วมีหลายช้ัน เปน็ สว่ นทม่ี สี ารอาหารมาก
3) จมกู ขา้ ว (Rice germ) เปน็ ส่วนท่จี ะเจรญิ เติบโตไปเปน็ ต้นขา้ ว จึงอมุ ดมไปดว้ ยสารอาหาร

เชน่ เดียวกับรำขา้ ว
4) เอนโดสเปอรม์ (Endosperm) หรือเนื้อข้าว เป็นส่วนของเมล็ดข้าวทีน่ ิยมนำมารับประทาน

สารอาหารหลกั คอื คาร์โบไฮเดรต

4. จุดประสงค์การเรยี นรู้
4.1 ดา้ นความรู้ (K)
นกั เรยี นรู้จักสว่ นประกอบต่างๆของเมล็ดขา้ ว
4.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
นกั เรยี นสามารถแสวงหาความรู้จากแหลง่ เรียนรู้ต่างๆ ได้

4.3 ดา้ นคุณลักษณะ (A)
นักเรยี นตระหนกั ถึงคุณค่าของขา้ ว

5. สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
พืชมีสว่ นตา่ ง ๆ ที่มลี กั ษณะและหน้าทแี่ ตกตา่ งกนั เพ่ือใหเ้ หมาะสมในการดาํ รงชีวิตโดยทว่ั ไป รากมี

ลักษณะเรียวยาว และแตกแขนงเปน็ รากเลก็ ๆทําหน้าท่ีดดู นํ้า ลาํ ต้นมลี กั ษณะเปน็ ทรงกระบอก
ตง้ั ตรงและมีกิ่งก้าน ทําหนา้ ทช่ี กู ง่ิ ก้าน ใบและดอก ใบมีลกั ษณะเป็นแผน่ แบน ทําหน้าที่สร้างอาหาร
นอกจากนี้พืชหลายชนดิ อาจมีดอกท่ีมีสรี ูปร่างต่าง ๆ ทาํ หน้าท่ีสบื พนั ธ์รุ วมทัง้ มีผลทมี่ ีเปลือก มเี นอ้ื ห่อหุ้ม
เมล็ด และมีเมล็ดซงึ่ สามารถงอกเปน็ ต้นใหม่ได้
6. กิจกรรมการเรยี นรู้

ข้ันสรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูใหน้ ักเรยี นเลา่ ถึงลกั ษณะของเมลด็ ขา้ วมอี ะไรบา้ ง ตามความคิดหรอื ตามท่ีนักเรียนเคยเห็นมา
ก่อนหนา้ น้ี
2. ครูเอาเมล็ดข้าวของจรงิ ใหน้ กั เรียนศกึ ษาลกั ษณะของเมล็ดข้าวภายนอกและภายใน
ขั้นสำรวจและคน้ หา (Exploration)
3. ให้นกั เรยี นแตก่ ล่มุ ผลดั กนั สงั เกต/สัมผัสเมล็ดข้าวของจริง เพื่อศึกษาดลู ักษณะของเมล็ดข้าว
ภายนอกและภายใน
4. สมาชกิ ในกลุ่มพดู คุยแลกเปลีย่ นความรหู้ ลังจากที่แต่ละได้ไปสัมผัสก่อนท่จี ะลงมอื วาดภาพ
ส่วนประกอบของขา้ ว

ขั้นอธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation)
5. ครูและนกั เรียนทกุ คนชว่ ยกันสรุปพรอ้ มวาดภาพส่วนประกอบของขา้ วพรอ้ มชี้ส่วนประกอบของ
เมลด็ ข้าว ทำลงในใบงานที่ 2: สว่ นประกอบของเมลด็ ข้าว
6. นักเรยี นนำเสนอผลงาน

ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)
7. ครูให้นักเรียนกลบั ไปสอบถามผู้ปกครองของนกั เรียนหรือปราชญ์ชาวบา้ นในทอ้ งถ่นิ ทีน่ กั เรียนอยู่
อาศยั แล้วมาตอบคำถามในช่ัวโมงต่อไป ซง่ึ มคี ำถาม ดังนี้
- ขา้ วมีก่ีประเภท อะไรบ้าง?
- เมล็ดขา้ วของแต่ละชนดิ เหมอื นหรอื แตกต่างกันอย่างไร?
- เมล็ดข้าวท่ีครนู ำมาให้นกั เรยี นศกึ ษาชว่ั โมงนีเ้ ป็นข้าวประเภทอะไร? (ใหน้ ักเรียนอธบิ ายลกั ษะท่ี
นกั เรยี นช่วยกันสรปุ วันนี้ใหผ้ ู้ปกครองหรอื ปราชญ์ชาวบา้ นฟัง)
ขน้ั ประเมิน (Evaluation)
8. ให้นักเรยี นช่วยกนั สรุปลักษณะของเมลด็ ข้าวทั้งภายนอกและภายใน
9. ครูตรวจใบงานที่ 2: สว่ นประกอบของเมลด็ ข้าว

7. ส่อื การเรยี นรู้/แหลง่ เรยี นรู้
- เมล็ดข้าว
- แหล่งเรียนรนู้ าข้าว

8. ช้ินงาน/ภาระงาน
- ใบงานที่ 2: ส่วนประกอบของเมลด็ ข้าว

9. การวดั และการประเมนิ ผล

สิ่งทตี่ ้องการวัด นำ้ หนัก นำ้ หนักคะแนน วิธกี ารวดั เครื่องมอื วัด
คะแนน KPA - ใบงานท่ี 2

1. ด้านความรู้ 1 1 - - - การทำใบงานท่ี 2 แบบประเมินงาน
ส่วนบุคคลด้าน
1.1 นักเรียนรจู้ ักส่วนประกอบต่างๆของ ทักษะกระบวนการ
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ
เมล็ดข้าว อันพึงประสงค์

2. ด้านทกั ษะและกระบวนการ 0.5 - 0.5 - - การทำใบงานท่ี 2

2.1 นักเรียนสามารถแสวงหาความรู้จาก

แหลง่ เรยี นรู้ต่างๆ ได้

3. ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 0.5 - - 0.5 สังเกตพฤตกิ รรม
ในระหวา่ งเรยี นและ
3.1 นักเรยี นตระหนกั ถึงคณุ ค่าของขา้ ว นอกเวลาเรยี น

รวม 2 1 0.5 0.5



นางสาวพมิ พว์ รีย์ กนั แกว้ รหัสนสิ ิต 60203191 มหาวทิ ยาลยั พะเยา

1บทท่ี ขา้ วดีมสี ุข

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3

กลุ่มสาระการเรียนรู้ศลิ ปะ รายวิชาศลิ ปศกึ ษา

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 ข้าวดีมสี ขุ เร่ือง ประเภทของขา้ ว

ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565

เวลา 1 ชวั่ โมง ผู้สอน นางสาวพมิ พ์วรีย์ กันแก้ว

1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

สาระที่ 1 ทัศนศิลป์

มาตรฐาน ศ 1.1 สรา้ งสรรค์งานทัศนศลิ ป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษ์

วิจารณ์คุณคา่ งานทศั นศิลป์ ถา่ ยทอดความรสู้ กึ ความคดิ ตอ่ งานศลิ ปะอยา่ งอิสระ ชน่ื ชม และประยุกต์ใช้ใน

ชวี ิตประจำวนั

2. ตัวชว้ี ัด
ป.1/3 มีทักษะพืน้ ฐานใช้วสั ดุ อปุ กรณ์ สร้างงานทศั นศลิ ป์
ป.1/4 สร้างงานทศั นศลิ ปโ์ ดยการทดลองใช้สีดว้ ยเทคนคิ ง่าย ๆ

3. สาระสำคญั (ความคิดรวบยอด)
ประเภทของขา้ วของไทย แบง่ ออกเปน็ 5 ประเภท
1. ขา้ วหอมมะลิ ลักษณะเมล็ดเรียวยาว มีสีขาวนวลเหมือนสีของดอกมะลิตลอดทั้งเมล็ด เมื่อหุงสุก

ใหม่ ๆ จะน่มุ มีกล่ินหอมอ่อน ๆ คล้ายกั’บกลน่ิ ของใบเตย
2. ข้าวขาว ลักษณะของเมล็ดข้าวสีขาว เรียวยาวตลอดเมล็ด เมื่อหุงสุกจะค่อนข้างร่วน เรียงเม็ด
3. ขา้ วเหนยี ว ลักษณะของเมล็ดข้าวมีสีขาวขนุ่ เมล็ดยาวเรียวตลอด ไม่มนั วาว เม่ือหุงสุกแล้วจะมี

ความเกาะตัวกนั เชื่อมติดเมล็ดต่อเมล็ดได้เหมือนกาว ทานแล้วอยู่ท้อง ข้าวเหนียวในบ้านเราถูกแบ่ง
ออกเปน็ 2 ชนิดใหญ่ ๆ นน้ั ก็คือข้าวเหนยี วขาวและข้าวเหนียวดำ

4. ข้าวไรซ์เบอร์ร่ี ลักษณะเมล็ดของข้าวมีสี่ม่วง เรียวยาว ผิวมันวาว เม่ือนำไปหงุ สุกจะมีกลิ่นหอม
อ่อน ๆ ท่ีเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตวั มีรสชาติหวานกลมกล่อม เนอื้ สัมผัสเหนียวนุม่ มีเส้นใยค่อนขา้ งเยอะจงึ
ทำให้อ่ิมท้องได้นาน

5. ข้าวกล้อง หรือข้าวซ้อมมือ เป็นข้าวที่สีเอาแค่ส่วนเปลือก (แกลบ) ออกเท่านั้น โดยยงั มีจมูกข้าว
และเยื้อหุ้มเมล็ดข้าว (รำ) ติดอยู่ ทำให้ข้าวท่ไี ด้ออกมาเป็นสีน้ำตาลอมแดง หุงสุกแล้วมีความกรุบ ๆ
เล็กน้อย

4. จุดประสงค์การเรียนรู้
4.1 ด้านความรู้ (K)
นกั เรยี นสามาถบอกลกั ษณะของเมลด็ และสที ่แี ตกต่างกันของข้าวแตล่ ะประเภทได้
4.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
นกั เรียนสามารถสรา้ งงานศิลปะจากเมลด็ พนั ธุพ์ ชื ได้
4.3 ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)
นกั เรยี นมีความคิดสร้างสสรค์

5. สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
การใชว้ ัสดุ อปุ กรณ์ เช่น ดินเหนียวดนิ นำ้ มัน ดินสอ พ่กู นั กระดาษ สีเทยี น สนี ้ำ ดนิ สอสี สรา้ งงาน

ทศั นศิลปแ์ ละการทดลองสดี ้วยการใช้สีน้ำ สโี ปสเตอร์ สีเทียน และสีจากธรรมชาตทิ หี่ าได้ในทอ้ งถ่นิ

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นสรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันทบทวนส่งิ ทเ่ี รยี นรใู้ นชว่ั โมงท่ีผ่านมา
2. ครูถามคำถามนกั เรียนหลงั จากท่ีใหน้ กั เรยี นไปสอบถามผ้ปู กครองหรอื ปราชญ์ชาวบ้าน ดงั นี้
- ข้าวมกี ี่ประเภท อะไรบา้ ง? (แนวคำตอบ: ประเภทของขา้ วของไทย แบง่ ออกเปน็ 5 ประเภท ไดแ้ ก่

ขา้ วหอมมะลิ, ขา้ วขาว, ขา้ วเหนียว, ข้าวไรซ์เบอร์ร่ี, ข้าวกล้อง)
- เมล็ดขา้ วของแต่ละชนดิ เหมอื นหรอื แตกตา่ งกนั อย่างไร? (แนวคำตอบ: ขา้ วหอมมะลิ ลักษณะเมล็ด

เรียวยาว, ขา้ วขาว ลักษณะของเมล็ดข้าวสีขาว เรียวยาวตลอดเมล็ด, ข้าวเหนยี ว ลักษณะของเมลด็ ข้าวมีสี
ขาวขุ่น เมล็ดยาวเรียวตลอด ไม่มันวาว, ขา้ วไรซเ์ บอร์ร่ี ลักษณะเมล็ดของข้าวมีสี่ม่วง เรียวยาว ผิวมันวาว,
ข้าวกล้อง หรือข้าวซ้อมมือ มีสีน้ำตาลอมแดง)

- เมล็ดข้าวที่ครูนำมาให้นักเรียนศกึ ษาชว่ั โมงนีเ้ ป็นขา้ วประเภทอะไร? (ใหน้ ักเรยี นอธบิ ายลกั ษะที่
นักเรียนชว่ ยกนั สรุปวนั นใ้ี หผ้ ปู้ กครองหรือปราชญ์ชาวบา้ นฟัง)

3. ครใู ช้คำถามกระตุ้นความคิด นกั เรยี นจะแยกประเภทของข้าวได้อยา่ งไร
ข้นั สำรวจและคน้ หา (Exploration)
4. ครนู ำเมล็ดขา้ วชนดิ ต่างๆ มาให้นกั เรยี นระดมความคิดแยกประเภทและรว่ มกันสรุป
ขัน้ อธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
5. ใหต้ ัวแทนแต่ละกลุม่ ออกมาสรปุ ความรู้ของการแบ่งประเภทของข้าวแตล่ ะชนดิ ใหเ้ พ่ือนรว่ มช้ันฟงั
6. ครูนำเสนอโปสเตอรล์ กั ษณะของข้าวในประเทศไทย เพอื่ ชี้ให้นกั เรยี นเห็นถึงลกั ษณะสำคญั ของข้าว
แตล่ ะชนดิ

ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration)
7. ครแู จกใบงานท่ี 3: ภาพปะติดจากเมล็ดขา้ ว ให้นกั เรียนสรา้ งสรรค์ผลงานภาพปะตดิ จากเมล็ดข้าว

ตวั อย่างใบงาน

8. ครูชนื่ ชมผลงานของนกั เรียนและความตง้ั ใจในการทำงาน
ขัน้ ประเมนิ (Evaluation)
9. ให้นกั เรียนต้งั ช่อื ผลงาน พร้อมกบั บอกแรงบนั ดาลใจในการสร้างสรรค์ชนิ้ งานขึ้น ออกมานำเสนอ
ผลงานหน้าช้ันเรยี น
10. ครูและนักเรียนชว่ ยกนั โหวตผลงานท่ีตนเองช่นื ชอบ จากนัน้ ครูมอบรางวัลให้กับนักเรยี นทไ่ี ด้ผล
โหวตมากทส่ี ุด

7. ส่อื การเรียนรู้/แหลง่ เรียนรู้
- เมล็ดพนั ธ์ุชนดิ ตา่ งๆ
- โปสเตอรล์ ักษณะของข้าวในประเทศไทย

8. ชิน้ งาน/ภาระงาน
- ใบงานท่ี 3: ภาพปะติดจากเมลด็ ขา้ ว

9. การวดั และการประเมินผล

สิ่งทีต่ อ้ งการวัด นำ้ หนกั น้ำหนกั คะแนน วธิ กี ารวัด เครอ่ื งมือวัด
คะแนน KPA - ใบงานท่ี 3

1. ด้านความรู้ 1 1 - - - การทำใบงานที่ 3 แบบประเมนิ งาน
สว่ นบคุ คลด้าน
1.1 นักเรยี นสามาถบอกลักษณะของเมล็ด ทักษะกระบวนการ
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะ
และสีที่แตกตา่ งกันของข้าวแตล่ ะประเภท อันพึงประสงค์

ได้

2. ดา้ นทักษะและกระบวนการ 0.5 - 0.5 - - การทำใบงานท่ี 3

2.1 นกั เรียนสามารถสรา้ งงานศิลปะจาก - - 0.5 สังเกตพฤติกรรม
ในระหว่างเรียนและ
เมล็ดพันธ์ุพืชได้ นอกเวลาเรยี น

3. ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 0.5 1 0.5 0.5

3.1 นกั เรยี นมีความคิดสร้างสสรค์

รวม 2



นางสาวพิมพ์วรีย์ กันแกว้ รหสั นิสติ 60203191 มหาวทิ ยาลยั พะเยา

1บทท่ี ข้าวดมี สี ุข

แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 4

กล่มุ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

รายวิชาประวัติศาสตร์ หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 ขา้ วดีมีสขุ

เรือ่ ง อุปกรณก์ ารทำนา ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 1

ปีการศกึ ษา 2565 เวลา 1 ช่ัวโมง ผู้สอน นางสาวพมิ พ์วรีย์ กันแก้ว

1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

สาระท่ี 4 ประวัตศิ าสตร์

มาตรฐาน ส 4.2 เขา้ ใจพฒั นาการของมนุษยชาติจากอดตี จนถึงปัจจบุ ันในดา้ นความสัมพนั ธแ์ ละการ

เปลยี่ นแปลงของเหตุการณอ์ ย่างตอ่ เนอื่ ง ตระหนกั ถงึ ความสำคัญและความสามารถวเิ คราะหผ์ ลกระทบที่

เกิดขนึ้

2. ตัวชี้วัด
ป.1/1 บอกความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม สง่ิ ของ เครอื่ งใช้หรือการดำเนนิ ชีวิตของตนเองกบั สมยั

ของพอ่ แม่ ปยู่ ่า ตายาย

3. สาระสำคัญ (ความคิดรวบยอด)
1. เคร่อื งมือพนื้ บ้าน

เครือ่ งมอื ในระยะก่อนการเพาะปลูก
- ไถ เครอ่ื งมือทใ่ี ช้พรวนดินก่อนการปลูกขา้ ว
- แอก เคร่อื งมอื ที่ใชส้ ำหรับสวมคอควายเพื่อท่ีจะ
- คราด เครือ่ งมือทใี่ ช้สำหรบั คราดดินให้รว่ นซุย
- จอบ เครอ่ื งมอื สำหรับดายหญา้ พรวนดิน และเตรยี มดนิ
- ก๋วยกลา้ เคร่อื งมือท่ีใช้สำหรับใส่กำกล้าหรอื ขนย้ายส่งิ ของ
- ตอก เครอื่ งมอื อกี ชนดิ หนึง่ ทีใ่ ช้สำหรบั ตอกมัดฟ่อนหรือกำกลา้ มี
- ไม้หาบกลา้ บางถ่ินเรียก คันหลาว ใช้หาบตน้ กลา้ เพือ่ นำไปปักดำ

เครื่องมอื เครอื่ งใช้ในชว่ งเก็บเกยี่ ว
- เคยี ว เครือ่ งมือเกย่ี วขา้ วมรี ปู โค้ง
- คนั หลาว ใช้หาบฟอ่ นข้าวจากนาไปลานนวด หรือใช้หาบกำกลา้ ไปปักดำ
- ไมห้ นบี ใชห้ นีบฟอ่ นขา้ วเพื่อยกข้าวฟาดลงบนลานหรอื ไมร้ องใน
- ไม้ฟาดข้าว ใช้ในการนวดขา้ ว พบมากทางภาคอสี าน
- มา้ รองนวดขา้ ว เอาไวใ้ ช้สำหรับรองรบั ฟอ่ นข้าวเพ่อื นวดหรอื ฟาดเพื่อตี

- ไม้ข้าวนวดสน ใช้วางคนั หลาวเพ่ือนวดข้าว ใช้ไมน้ วดสนตุ ีขา้ วทเ่ี หลืออยูใ่ นมัดฟาง
- ฟอยหนาม ใช้กวาดเศษฝนุ่ และเศษฟางออกจากกองข้าว
- พดั วี ใช้สำหรับพัดฝนุ่ ผงและข้าวลีบใหอ้ อกจากกอข้าวเปลือก
- คราด ใช้คราดกวาดขยะมูลฝอยและเกล่ยี ดินเพอ่ื ทำลานนวดขา้ ว
- ตะกร้า เป็นเครอ่ื งมอื ท่ีใชส้ ำหรับใส่ขา้ วเปลอื ก ขา้ วสาร ตักตวงขา้ วหรอื ใสส่ ่ิงของอื่น ๆ
เคร่ืองมอื ในการแปรรูปขา้ ว
- ครกซอ้ มมือ ใช้สำหรบั ตำขา้ วเปลอื ก จากขา้ วเปลอื กเป็นขา้ วกล้อง จากขา้ วกลอ้ งเปน็
ขา้ วสาร
- ครกกระเดอ่ื ง ใช้ตำขาวโดยใชป้ ลายเท้าเหยยี บกระเดื่องใหส้ ากกระดกข้ึนลง
- กระด้ง ใชฝ้ ัดร่อนข้าวเอาเศษผงฝนุ่ แกลบออกจากเมลด็ ข้าว
- ตะแกรง ใช้สำหรับรอ่ นแยกเศษฟางออกจากเมลด็ ข้าว
2.เครือ่ งมือทำนาแบบสมยั ใหม่
เครอ่ื งมอื เคร่อื งใชใ้ นระยะเตรียมดนิ
- รถไถนา ใชไ้ ดท้ ั้งเตรียมดนิ นาหว่านและนาดำและคราด
- รถแทรกเตอร์ เครอ่ื งเตรียมดิน ทำนา ทำสวน ทำไร่หรือหกั รา้ งถางพง
- เครื่องปักดำ ใชแ้ ทนการปกั ดำด้วยแรงงานคน
- เคร่อื งสบู น้ำ เครอ่ื งสบู น้ำเข้านาสูบจากแมน่ ้ำ คลองชลประทานมาใชใ้ นนา
เครอื่ งมอื เครอ่ื งใช้ในการเกยี่ วขา้ ว
- รถเก่ียวและนวดข้าว ใช้สำหรบั เก่ียวและนวดข้าวไปพรอ้ มๆ กนั
- เครื่องนวดข้าว ใชเ้ ครื่องยนตใ์ นการนวดข้าวให้ยอ่ ยจากรวงเป็นเมล็ดข้าวเปลอื ก
เครอ่ื งมือเคร่ืองใช้ในการแปรรูปข้าว
- เคร่ืองสีขา้ ว เครอ่ื งสขี า้ วใช้สำหรบั สีขา้ วเปลอื กให้เปน็ ข้าวสารและออกมาเปน็ แกลบและรำ

4. จุดประสงค์การเรยี นรู้
4.1 ดา้ นความรู้ (K)
นกั เรียนสามารถบอกอปุ กรณท์ ีใ่ ชใ้ นการทำนาได้
4.2 ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
นักเรยี นสามารถสบื ค้นขอ้ มลู จากแหล่งเรยี นรู้ได้
4.3 ดา้ นคณุ ลักษณะ (A)
นักเรียนตระหนกั ความสำคญั และอนุรกั ษ์ภมู ปิ ัญญาท้องถิน่

5. สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ความเปลย่ี นแปลงของสภาพแวดล้อม สง่ิ ของ เคร่ืองใช้ หรือการดำเนินชวี ติ ของอดีตกับปัจจบุ นั ท่ีเป็น

รูปธรรมและใกลต้ วั เด็ก เช่น การใช้ควายนา รถไถ เตารดี ถนน เกวยี ณ รถอแี ต๋น และสาเหตุของการ
เปลีย่ นแปลงของสง่ิ ของต่าง ๆ ตามกาลเวลา

6. กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ให้นักเรยี นสืบค้นจากภูมปิ ญั ญาทอ้ งถ่ิน
2. ครใู ช้คำถามกระตุ้น นักเรียนคดิ ว่าการทำนาในอดตี กับปัจุบันต่างกันอย่างไรบ้าง (แนวคำตอบ:

ควายหมดบทบาทในการทำนา เพราะถูกแทนทดี่ ้วยรถไถนา)
3. ครใู ช้คำถามกระตุ้น นกั เรยี นสามารถแยกอุปกรณ์การทำนาในอดตี และปจั จุบนั ไดอ้ ยา่ งไร (แนว

คำตอบ: ในอดตี จะใชแ้ รงงานควายและแรงงานคนเป็นหลักอุปกรณส์ ว่ นใหญท่ ำงานไม้ ส่วนปัจจบุ ันใช้
ยานพาหนะมาชว่ ย เชน่ รถไถ รถเก่ยี ว และรถปลูก)

ขน้ั สำรวจและคน้ หา (Exploration)
4. ครูรว่ มกบั นักเรยี นศกึ ษาแหลง่ เรียนรู้ในท้องถ่ินจากของจรงิ
5. นกั เรยี นแบ่งกลุ่มนักเรียนเขยี นชื่ออปุ กรณ์การทำนา
6. ครแู จกใบงานท่ี 4.1: ภาพวาดอุปกรณก์ ารทำนา ให้นกั เรียนวาดภาพอุปกรณ์พร้อมเขียนชอ่ื ให้
ถูกต้อง
ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
7. ครูและนกั เรียนชว่ ยกันสรุปอุปกรณ์ทีใ่ ช้ในการทำนา
8. นักเรียนนำเสนอผลงานและส่งครู
ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration)
9. หลังจากท่นี กั เรยี นศกึ ษาวิวฒั นาการอปุ กรณ์ทำนาตง้ั แต่อดตี จนถึงปจั จุบนั จากแหลง่ เรียนรู้ใน
ทอ้ งถนิ่ จากของจรงิ ครูใหน้ กั เรียนออกแบบ/พฒั นาอปุ กรณก์ ารทำนาตามความคิดสรา้ งสรรค์ของแตล่ ะกลุม่
ลงในใบงานท่ี 4.2: อุปกรณท์ ำนาของฉัน เปน็ การบา้ น
ขั้นประเมิน (Evaluation)
10. ครตู รวจใบงานท่ี 4.1: ภาพวาดอปุ กรณ์การทำนา และใบงานท่ี 4.2: อุปกรณท์ ำนาของฉัน

7. ส่อื การเรียนรู้/แหลง่ เรียนรู้
- แหล่งเรยี นรู้ในท้องถิน่ (อปุ กรณท์ ำนา)

8. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงานที่ 4.1: ภาพวาดอุปกรณก์ ารทำนา
- ใบงานท่ี 4.2: อุปกรณ์ทำนาของฉนั

9. การวัดและการประเมินผล

สงิ่ ที่ตอ้ งการวดั นำ้ หนัก น้ำหนกั คะแนน วธิ กี ารวัด เครื่องมอื วดั
คะแนน KPA
2--
1. ดา้ นความรู้ 2 - การทำใบงานท่ี 4.1 - ใบงานท่ี 4.1
- การทำใบงานท่ี 4.2 - ใบงานท่ี 4.2
1.1 นักเรยี นสามารถบอกอุปกรณ์ที่ใช้ใน

การทำนาได้

2. ดา้ นทักษะและกระบวนการ 0.5 - 0.5 - - การทำใบงานท่ี 4.1 แบบประเมนิ งาน
- การทำใบงานที่ 4.2 สว่ นบคุ คลด้าน
2.1 นกั เรยี นสามารถสบื คน้ ขอ้ มูลจาก ทกั ษะกระบวนการ

แหลง่ เรียนรู้ได้ - - 0.5 สงั เกตพฤติกรรม แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ
ในระหว่างเรียนและ อนั พึงประสงค์
3. ด้านคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 0.5 นอกเวลาเรยี น

3.1 นักเรียนตระหนักความสำคัญและ 2 0.5 0.5

อนุรกั ษ์ภมู ปิ ัญญาท้องถ่ิน

รวม 3





นางสาวพมิ พ์วรยี ์ กันแกว้ รหัสนิสติ 60203191 มหาวทิ ยาลยั พะเยา

1บทท่ี ข้าวดีมสี ขุ

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 5

กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

รายวชิ าการงานอาชพี หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ขา้ วดีมสี ุข

เรอ่ื ง ขนั้ ตอนการทำนา ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนที่ 1

ปีการศกึ ษา 2565 เวลา 1 ช่ัวโมง ผู้สอน นางสาวพิมพว์ รีย์ กันแก้ว

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้

สาระท่ี 1 การดำรงชีวิตและครอบครวั

มาตรฐาน ง 1.1 เขา้ ใจการทำงาน มคี วามคิดสร้างสรรค์ มที ักษะกระบวนการทำงาน ทักษะการ

จดั การ ทักษะกระบวนการแกป้ ัญหา ทักษะการทำงานรว่ มกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มคี ณุ ธรรม และ

ลักษณะนสิ ยั ในการทำงาน มจี ิตสำนกึ ในการใช้พลังงาน ทรพั ยากร และสง่ิ แวดลอ้ ม เพ่ือการดำรงชีวิตและ

ครอบครัว

2. ตวั ชว้ี ัด
ป.1/1 บอกวิธกี ารทำงานเพือ่ ช่วยเหลือตนเองและครอบครวั

3. สาระสำคัญ (ความคิดรวบยอด)
การปลกู ข้าว
1. การปลูกขา้ วนาดำ หรือเรยี กว่า การปกั ดำ ซึ่งวิธกี ารปลูกแบง่ เปน็ สองตอน ตอนแรกได้แกก่ ารตก

กล้าในแปลขนาดเลก็ และตอนที่สองได้แกก่ ารถอนต้นกล้านำไปปกั ดนิ ในนาผืนที่ใหญ่ ดังนั้น การปลกู แบบปกั
ดำอาจเรยี กวา่ Indirect Seeding

2. การปลกู ขา้ วนาหว่าน เปน็ การปลกู ข้าวโดยเอาเมล็ดพันธ์หุ วา่ นลงในพน้ื ทนี่ าทีไ่ ถเตรยี มไว้
โดยตรง ซ่งึ เรยี กว่า Direct Seeding

4. จุดประสงค์การเรยี นรู้
4.1 ดา้ นความรู้ (K)
นักเรยี นสามารถบอกข้นั ตอนการทำนาดำและนาหว่านได้
4.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
นักเรยี นมีการเชื่อมโยง
4.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
มวี ินยั

5. สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
วิธกี ารทำงานเพ่อื ชว่ ยเหลอื ตนเองและครอบครัวเปน็ การลงมือทำท่มี งุ่ เน้นการฝกึ อย่างสมำ่ เสมอ

6. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement)
1. แบ่งกลุ่มนักเรียนเป็น 4 กลุ่มใหน้ กั เรียนเล่นเกมเรยี งแผ่นป้ายของลำดบั ขั้นตอนการทำนา เพื่อเป็น

การวัดระดับความร้ขู องผูเ้ รยี น
2. ครใู ช้คำถามกระตุน้ นกั เรยี น การทำนามวี ธิ แี ละขั้นตอนการทำอยา่ งไรบา้ ง
ขน้ั สำรวจและคน้ หา (Exploration)
3. ใหน้ ักเรียนสอบถามจากภูมปิ ัญญาทอ้ งถิน่
ขน้ั อธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation)
4. หลงั จากที่ทุกกลุม่ ได้สอบถามจากภูมปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ให้แต่กลมุ่ นำความรู้ที่ได้มาเรยี งแผ่นปา้ ยของ

ลำดับขั้นตอนการทำนาดำและนาหว่านใหถ้ ูกตอ้ ง
5. ใหน้ ักเรียนสรปุ ผลงานเป็น Mind mapping ส่งครู
6. ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอผลงานหน้าชนั้ เรยี น
ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
7. ครแู จกใบงานท่ี 5: ข้อดี/ขอ้ เสยี ของการปลกู นาดำและนาหว่าน ให้นกั เรียนช่วยกนั ระดมความคดิ

บอกขอ้ ดแี ละขอ้ เสียของการปลูกนาดำและนาหว่าน และเลอื กวิธีการปลูกนาทน่ี กั เรยี นคิดว่าประหยดั และ
ค้มุ คา่ ที่สดุ (สอบถามปราชญช์ าวบ้าน/ผู้ปกครอง)

ขั้นประเมนิ (Evaluation)
8. ครตู รวจใบงานที่ 5: ขอ้ ดี/ข้อเสียของการปลูกนาดำและนาหวา่ น

7. ส่อื การเรยี นรู้/แหล่งเรยี นรู้
- แหล่งเรียนรใู้ นท้องถิน่

8. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงานที่ 5: ขอ้ ดี/ขอ้ เสียของการปลูกนาดำและนาหว่าน

9. การวดั และการประเมินผล นำ้ หนัก นำ้ หนักคะแนน วิธกี ารวัด เคร่ืองมือวัด
คะแนน KPA - ใบงานที่ 5
ส่งิ ท่ตี ้องการวัด
1 1 - - - การทำใบงานท่ี 5 แบบประเมินงาน
1. ด้านความรู้ ส่วนบุคคลด้าน
1.1 นักเรยี นสามารถบอกขน้ั ตอนการทำ 0.5 - 0.5 - - การทำใบงานที่ 5 ทักษะกระบวนการ
นาดำและนาหว่านได้ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะ
2. ด้านทกั ษะและกระบวนการ 0.5 - - 0.5 สังเกตพฤติกรรม อนั พึงประสงค์
2.1 นักเรยี นมีการเช่ือมโยง ในระหวา่ งเรียนและ
2 นอกเวลาเรยี น
3. ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
3.1 มวี นิ ัย 1 0.5 0.5

รวม



นางสาวพมิ พ์วรีย์ กันแกว้ รหสั นสิ ติ 60203191 มหาวิทยาลยั พะเยา

1บทที่ ขา้ วดมี ีสุข

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 6

กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ รายวชิ าคณิตศาสตร์

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 ขา้ วดีมสี ขุ เรอ่ื ง แปรรปู ข้าว(ข้าวแตน๋ )

ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565

เวลา 3 ช่วั โมง ผูส้ อน นางสาวพมิ พว์ รยี ์ กนั แก้ว

1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

สาระที่ 2 การวดั และเรขาคณิต

มาตรฐาน ค 2.1 เข้าใจพ้ืนฐานเกีย่ วการวดั วัดและคาดคะเนสงิ่ ของท่ตี อ้ งการวัดและนำไปใช้

2. ตวั ชวี้ ัด
ป.1/2 วดั และเปรียบเทียบนำ้ หนกั เปน็ กิโลกรัมเป็นขดี

3. สาระสำคญั (ความคิดรวบยอด)
ขา้ วแตน๋ ทำจากขา้ วเหนียวนง่ึ ปรุงรสดว้ ยเคร่อื งปรุงจากธรรมชาติ เป็นขนมโบราณ หากใชน้ ้ำแตงโม

ด้วย คนล้านนาจะเรยี กวา่ “ข้าวแตน๋ น้ำบา่ เตา้ ” แปลว่า ข้าวแตน๋ นำ้ แตงโม ซ่ึงมีช่อื เสียงโดง่ ดงั
การทำข้าวแตน๋ โบราณ ทำได้ 3 สี ขาว แดง ดำ
- สีขาว ใช้ขา้ วขาว เรียกขา้ วแต๋นขาว
- สีแดง ใช้ข้าวขาวใสน่ ำ้ อ้อย-น้ำแตงโม เรยี กขา้ วแตน๋ แดง
- สดี ำ ใช้ขา้ วเหนียวดำ เรียกข้าวแต๋นดำ หรอื ขา้ วแตน๋ ขา้ วกำ่
วตั ถดุ ิบท่ีใชม้ ี ขา้ วสารข้าวเหนียว เกลอื น้ำออ้ ย-น้ำแตงโม ไม้ไผ่สำหรับทำแบบพิมพ์ ใบตองสำหรบั

วางพิมพ์ และนำ้ มันสำหรับทอด

4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
4.1 ดา้ นความรู้ (K)
นักเรียนสามารถบอกสว่ นผสมของการทำขา้ วแต๋นเป็นกโิ ลกรมั เป็นขดี ได้
4.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
นกั เรยี นสามารถแปรรปู ข้าวเปน็ ข้าวแตน๋ ได้
4.3 ดา้ นคุณลกั ษณะ (A)
มุ่งมน่ั ในการทำงาน

5. สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
- การวัดนำ้ หนกั โดยใชห้ นว่ ยทไ่ี มใ่ ชห่ น่วยมาตรฐาน
- การวัดนำ้ หนกั เปน็ กโิ ลกรัม เปน็ ขดี
- การเปรยี บเทียบนำ้ หนักเป็นกโิ ลกรมั เปน็ ขดี

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้

ชั่วโมงท่ี 1
ขัน้ สร้างความสนใจ (Engagement)
1. ใช้คำถามกระตุ้น นกั เรียนเคยรบั ประทานขา้ วแตน๋ หรอื ไม่ ถ้าเคยลองอธิบายรสชาตแิ ละลกั ษณะให้
เพื่อนในชนั้ ฟงั
2. ครเู ปดิ คลิป “เกษตรตดิ แบรนด์ : ข้าวแต๋นนำ้ แตงโม” เพอื่ กระตุ้นนักเรยี นให้เกิดความสนใจและ
อยากเรียนรู้ข้ันตอนการทำขา้ วแต๋น

เกษตรตดิ แบรนด์ : https://youtu.be/1UWTDAZeGJI

3. แบ่งนักเรยี นออกเป็น 4 กลุ่ม ครเู อาเข้าวแตน๋ ของจริงให้นกั เรียนศึกษาลกั ษณะและส่วนผสมท่ีใช้
ทำข้าวแตน๋

4. ให้นกั เรยี นบอกสว่ นผสมของการทำข้าวแตน๋ มีอะไรบา้ งและใชป้ ริมาณเทา่ ไหร่
ขน้ั สำรวจและคน้ หา (Exploration)
5. นักเรียนสำรวจข้าวแตน๋ ของจริงหรอื สบื ค้นจากแหล่งเรียนร้ทู ี่ครูเตรียมไวใ้ ห้ เชน่ เอกสาร
คอมพวิ เตอร์ และหนงั สอื
ขน้ั อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
6. ใหแ้ ต่ละกลมุ่ ช่วยกันอธิบายส่วนผสมของการทำขา้ วแตน๋ ตามทีแ่ ต่ละกลมุ่ ได้ไปศึกษา
7. ครชู ่วยช้ีแนะเพิ่มเตมิ ในบางประเดน็ ที่นักเรียนไมไ่ ดก้ ล่าวถงึ
ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)
8. ครแู จกใบงานท่ี 6.1: ข้าวแต๋นของฉนั ให้แต่ละคนวาดภาพขา้ วแต๋นตามความคิดและจนิ ตนาการ
ของนักเรียน โดยมีโจทย์วา่ น่ารับประทานและน่าดึงดูดให้ผู้คนมาซือ้
ขั้นประเมิน (Evaluation)
9. ครูตรวจใบงานที่ 6.1: ขา้ วแต๋นของฉนั พรอ้ มให้ขอ้ เสนอแนะ

ช่วั โมงท่ี 2-3
ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement)
1. นกั เรยี นทบทวนลกั ษณะ รสชาติ และส่วนผสมของข้าวแตน๋
2. แบง่ นักเรียน 4 กลมุ่ ให้นั่งตามโตะ๊ ทีค่ รเู ตรยี มอุปกรณก์ ารทำขา้ วแตน๋
3. ครูเปดิ คลิป “วิธที ำข้าวแต๋นน้ำแตงโม” เพ่อื กระตนุ้ นักเรยี นใหเ้ กิดความสนใจและอยากเรียนรู้
วิธีการทำขา้ วแต๋น
4. ครอู ธิบายสว่ นประกอบของตาชงั่ สปริง และอธิบายวธิ กี ารใช้ตาชง่ั สปรงิ ท่ถี ูกตอ้ ง
ขนั้ สำรวจและคน้ หา (Exploration)
5. ใหแ้ ต่ละกลุ่มชง่ั สว่ นผสมข้าวแต๋น ดงั น้ี
ส่วนผสม ขา้ วแต๋น
(พิมพท์ รงกลม เส้นผ่านศูนยก์ ลาง 6.5 เซนติเมตร ทำไดป้ ระมาณ 40 ชิน้ )

• น้ำแตงโมคั้น 200 มลิ ลิลิตร
• น้ำตาลทราย 40 กรมั
• เกลอื ป่น 3/4 ช้อนชา
• ขา้ วเหนยี ว (นึง่ แลว้ ) 1 กโิ ลกรมั
• กะทิ 50 มลิ ลิลติ ร
ส่วนผสม นำ้ ตาลราดข้าวแตน๋
• น้ำตาลมะพร้าว 400 กรัม
• น้ำตาลทรายแดง 100 กรมั
• เกลอื ป่น 1/2 ช้อนชา
• น้ำ 3 ชอ้ นโตะ๊

6. เมือ่ นกั เรียนได้สว่ นผสมตามท่ีต้องการ ให้นกั เรยี นเร่มิ วิธีการทำข้าวแต๋น ดงั นี้
- ทำแผน่ ข้าวแต๋นโดยผสมเกลอื กับน้ำตาลทรายลงไปในน้ำแตงโม คนผสมจนละลาย
- เทนำ้ แตงโมลงไปในชามข้าวเหนียว คลกุ เคลา้ ให้ทั่ว ใส่กะทิลงไป พกั ใหข้ า้ วดูดนำ้ ประมาณ

2-3 นาที
- นำพมิ พ์จมุ่ นำ้ ตักขา้ วเหนยี วใสล่ งไป กดให้เสมอกนั จากนัน้ นำไปตากแดดประมาณ 1 วนั
- พอแห้งดแี ล้วนำไปทอดด้วยไฟแรง พอขา้ วแตน๋ พองสกุ เหลืองแล้วรีบตักขนึ้ พกั ให้สะเด็ด

น้ำมัน
- ทำนำ้ ตาลราดโดยใส่น้ำตาลมะพร้าวลงไปในหม้อ ตามดว้ ยน้ำตาลทรายแดงกบั เกลอื ปน่

เตมิ นำ้ ลงไปเล็กนอ้ ย ตม้ ดว้ ยไฟออ่ นจนนำ้ ตาลละลาย
- ตกั นำ้ ตาลราดบนขนม พักจนนำ้ ตาลเซตตวั
- ตกแตง่ หนา้ ตามท่ีต้องการ

ขน้ั อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation)
7. ใหน้ ักเรียนสรุปสง่ิ ทีไ่ ด้จากการทำกิจกรรมในครัง้ น้ี โดยสรปุ ตามเทคนิค Plus – Minus -
Interesting (PMI) ลงในใบงานท่ี 6.2: PMI ข้าวแต๋น
ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration)
8. ใช้คำถามกระตนุ้ นักเรียนคิดวา่ จะทำส่ิงที่ได้เรียนรูไ้ ปยอดอะไรไดบ้ า้ ง
ขน้ั ประเมนิ (Evaluation)
9. ครตู รวจใบงานที่ 6.2: PMI ขา้ วแตน๋ พร้อมให้ขอ้ เสนอแนะ

7. ส่อื การเรียนรู้/แหลง่ เรยี นรู้
- แหลง่ เรียนรใู้ นทอ้ งถ่ิน

8. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- ใบงานที่ 6.1: ข้าวแต๋นของฉนั
- ใบงานที่ 6.2: PMI ข้าวแตน๋

9. การวัดและการประเมนิ ผล นำ้ หนกั น้ำหนกั คะแนน วธิ ีการวดั เครอื่ งมอื วดั
คะแนน KPA
สิง่ ทต่ี ้องการวดั 2-- - การทำใบงานท่ี 6.1 - ใบงานที่ 6.1
2 - การทำใบงานที่ 6.2 - ใบงานท่ี 6.2
1. ด้านความรู้ - 0.5 -
1.1 นกั เรยี นสามารถบอกส่วนผสมของ 0.5 - การทำใบงานท่ี 6.1 แบบประเมนิ งาน
การทำขา้ วแตน๋ เป็นกิโลกรมั เป็นขีดได้ - การทำใบงานที่ 6.2 สว่ นบคุ คลด้าน
2. ด้านทกั ษะและกระบวนการ
2.1 นักเรียนสามารถแปรรูปขา้ วเป็นข้าว ทักษะกระบวนการ
แต๋นได้

3. ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 0.5 - - 0.5 สงั เกตพฤติกรรม แบบประเมินคุณลักษณะ
3.1 มุ่งมั่นในการทำงาน ในระหวา่ งเรยี นและ อนั พงึ ประสงค์
นอกเวลาเรยี น
รวม
3 2 0.5 0.5





นางสาวพมิ พว์ รีย์ กนั แกว้ รหัสนิสติ 60203191 มหาวทิ ยาลยั พะเยา

1บทท่ี ข้าวดีมีสขุ

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 7

กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ รายวิชาภาษาองั กฤษ

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 ข้าวดีมสี ขุ เรื่อง สูตรเด็ดขา้ วแต๋น

ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565

เวลา 1 ชว่ั โมง ผสู้ อน นางสาวพิมพว์ รยี ์ กนั แกว้

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้

สาระท่ี 1 ภาษาเพอื่ การส่ือสาร

มาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตคี วามเร่อื งที่ฟงั และอา่ นจากส่อื ประเภทต่าง ๆ และแสดงความคดิ เห็น

อย่างมีเหตผุ ล

2. ตัวชี้วัด
ป.1/3 เลือกภาพตรงความหมายของคำและกลมุ่ คำทฟ่ี งั

3. สาระสำคัญ (ความคิดรวบยอด)
- นำ้ แตงโม watermelon juice
- น้ำตาล sugar
- เกลือ salt
- ข้าว rice
- กะทิ coconut milk
- น้ำตาลมะพรา้ ว coconut sugar
- นำ้ water

4. จุดประสงค์การเรียนรู้
4.1 ด้านความรู้ (K)
เม่อื กำหนดรูปภาพมาให้นกั เรียนสามารถเลือกคำศัพทต์ รงกับภาพได้ถูกตอ้ ง
4.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
นักเรยี นสามารถนำสูตรขา้ วแตน๋ ไปปฏบิ ัติในชวี ิตประจำวนั ได้
4.3 ด้านคณุ ลักษณะ (A)
ใฝ่เรียนรู้

5. สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
คำ กลุม่ คำ และความหมายเกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน สงิ่ แวดล้อม ใกล้ตวั อาหา รเครื่องด่มื

และนันทนาการภายใน วงคำศพั ทป์ ระมาณ ๑๕๐-๒๐๐คำ (คำศัพท์ท่ีเป็นรปู ธรรม)

6. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครใู หน้ ักเรยี นทบทวนความรู้จากเรื่องท่ีผ่านมาเก่ยี วกับส่วนผสมหลกั ของการทำขา้ วแต๋น (แนว

คำตอบ: นำ้ ตาล เกลือ กะทิ น้ำแตงโม ข้าว นำ้ เปล่า และนำ้ ตาลมะพร้าว เปน็ ต้น)
2. ครูให้นักเรียนพดู คำศัพท์ภาษาองั กฤษที่นักเรียนรู้จกั ที่ประกอบในสว่ นผสมการทำข้าวแตน๋
ข้ันสำรวจและค้นหา (Exploration)
3. ครตู ดิ บัตรภาพพร้อมคำศพั ท์ภาษาองั กฤษใหน้ ักเรียนศึกษาคำศพั ท์บนกระดาน
4. ครสู อนนักเรยี นอ่านออกเสยี งคำศัพทภ์ าษาอังกฤษดงั กลา่ ว แล้วให้นักเรยี นอา่ นออกเสยี งตาม
ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation)
5. แบง่ นักเรยี นออกเปน็ 4 กลมุ่ เพอื่ เลน่ เกมจบั คู่คำศพั ท์ ครแู จกชดุ กิจกรรมให้แต่ละกลุ่ม จากน้ันให้

จับค่ภู าพกับคำศพั ท์ภาษาอังกฤษให้ถกู ต้อง กลุม่ ท่เี ร็วและถูกตอ้ งจะได้รับของรางวลั
ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
6. แจกใบงานที่ 7: สูตรเด็ดข้าวแต๋น ให้นกั เรียนคำศพั ท์ที่เปน็ สว่ นผสมของข้าวแตน๋
ขั้นประเมิน (Evaluation)
7. ครูตรวจใบงานท่ี 7: สูตรเด็ดขา้ วแต๋น พร้อมให้ขอ้ เสนอแนะ

7. สอื่ การเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้
- บัตรภาพ
- ชดุ กิจกรรม

8. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
- ใบงานที่ 7: สูตรเด็ดขา้ วแตน๋

9. การวดั และการประเมนิ ผล นำ้ หนัก นำ้ หนักคะแนน วิธีการวัด เคร่อื งมอื วดั
คะแนน KPA - การทำใบงานที่ 7 - ใบงานท่ี 7
ส่งิ ทตี่ ้องการวัด 1--
1
1. ด้านความรู้
1.1 เมื่อกำหนดรปู ภาพมาให้นกั เรยี น 0.5 - 0.5 - - การทำใบงานท่ี 7 แบบประเมินงาน
สามารถเลอื กคำศัพทต์ รงกบั ภาพได้ ส่วนบคุ คลด้าน
ถูกตอ้ ง ทกั ษะกระบวนการ
2. ดา้ นทักษะและกระบวนการ
2.1 นักเรยี นสามารถนำสูตรข้าวแต๋นไป 0.5 - - 0.5 สงั เกตพฤติกรรม แบบประเมนิ คุณลักษณะ
ปฏบิ ัตใิ นชีวิตประจำวนั ได้ ในระหวา่ งเรยี นและ อันพึงประสงค์
3. ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ นอกเวลาเรยี น
3.1 ใฝ่เรยี นรู้
2 1 0.5 0.5
รวม




Click to View FlipBook Version