4 6 5 1 0 7 1 1 4 1 1 1 5 WHAT IS CALATHEA Calathea a beautiful foliage plant that you must have !!! MINI GAR A D U G U E S T , 2 N 0 2 3
05 07 13 15 16 01 ตลาดวัดวัพระเงินงิ บัวหลวง 06 บัวบัสี ถังทอง 08 หยกนำ โชค 09 สัปปะรดสี 10 ไทรใบสักสั 11 หงส์ฟู่ 12 เฟื่อฟื่งฟ้าฟ้สาวิตวิรี พลูด่าง 14 ปริกริหางกระรอก คล้านกยูงแดง ว่าว่นกุมารทอง 17 โกสน TTaabbllee ooff ccoonntteennttss
18 อโกลนีมา เสริมทรัพย์ 19 เฟินฟิฮาวาย 20 กนกนารี 21 ลิ้นมังกรโกลเด้นเฟรม 22 เบญจมาศเงินงิ 23 โรสแมรี่ 24 คุณนายตื่นสาย 25 หงส์เส์หินหิ 26 ช้อช้นเงินช้อช้นทอง 27 โป๊ยเซียซีน 28 อเมริกัรินกับิวบิตี้ 29 นีออน 30 มะละกอฮอลแลนด์ 31 พระจันทร์ครึ่งเสี้ยว
33 35 32 ไฮเดรนเยียยี ชวนชม 34 ฤๅษีผษีสม ปทุมมา 36 เดหลี 37 เหลืองคีรีบูน 38 เข็มข็ 39 รายชื่อชื่ผู้ทำ TTaabbllee ooff ccoonntteennttss
ตลาดขายส่ง ส่ ต้นไม้ วัด วั พระเงิน WAT PHRANGURN TREE MARKET ตลาดเปิดปิทุกทุวันวัเวลา 08.00-17.00 น.
ตลาดเปิดปิทุกทุวันวัเวลา 08.00-17.00 น. แหล่งขายส่งไม้ดอกไม้ประดับ ไม้มงคล ไม้ยืนต้น ต้นไม้ฝอกอากาศ กล้วยไม้ เฟินฟิสับปะรดสี พืชสมุนไพร ผัก สวนครัวรัอีกหลากหลายชนิด รวมถึงดิน อิฐ หินหิและอุปกรณ์ทำ สวน
“ตลาดขายส่งส่ต้นต้ ไม้พม้ระเงินงิ ” ตั้งตั้อยู่ที่ยู่ที่111/11 หมู่ 10 ถนนกาญจนาภิเภิษก ซอยวัดวัพระเงินงิตำ บลบางม่วม่ง อำ เภอบางใหญ่ จังจัหวัดวันนทบุรีบุรี ตลาดเปิดปิทุกทุวันวัเวลา 08.00-17.00 น. ตลาดต้นต้ ไม้อม้ยู่ใยู่นซอยวัดวัพระเงินงิซึ่งซึ่ เป็นป็ซอยแยกจากถนนกาญจนาภิเภิษกเข้าข้มา ราว 500 เมตร ตลาดมีขมีนาดใหญ่ บรรยากาศโปร่งร่ โล่งล่เดินดิสบายไม่ร้ม่อร้นมาก นักนัเพราะมีแมีสลนขึงขึคลุมลุด้าด้นบน ตรงกลาง ตลาดเป็นป็ถนนสำ หรับรัรถวิ่งวิ่เข้าข้ออก โดยเรา สามารถจอดรถได้บด้ริเริวณริมริถนนนี้ รวมถึงถึ ถนนในซอยภายในตลาดด้วด้ยเช่นช่กันกั KNOW ABOUT WAT PHRANGURN TREE MARKET MINI GARDEN MAGAZINE 03
M I N I G A R D E N M A G A Z I N E 0 4
Indian Lotus ลักลัษณะทางพฤกษศาสตร์:ร์ พืชพืน้ำ อายุหยุลายปี ลำ ต้นต้เป็นป็เหง้าง้ใต้ดิต้นดิหรือรืเป็นป็ ไหลเหนือนืดินดินำ มารับรั ประทานได้ เรียรีกว่าว่ “รากบัวบั” ใบ ใบเดี่ย ดี่ วแตกจากข้อข้ของลำ ต้นต้ ใบรูปรูกลมใหญ่ เส้นส้ผ่าผ่นศูนศูย์กย์ลาง 15-40 ซม. ขอบใบเรียรีบและเป็นป็คลื่นลื่สีเสีขียขีว มีนมีวลเคลือลืบทำ ให้ไห้ม่ เปียปีกน้ำ ก้าก้นใบและก้าก้นดอกกลมเรียรีวแข็งข็มีหมีนามเล็กล็ๆ ชูขึ้ชูขึ้นขึ้เหนือนืน้ำ มีเมีส้นส้ ใยสีขสีาว ดอก ดอกเดี่ย ดี่ วออกจากข้อข้ของเหง้าง้ใต้ดิต้นดิที่บ ที่ ริเริวณซอกใบ กลีบลี เลี้ย ลี้ งขนาดเล็กล็ 4-5 กลีบลีกลีบลีดอกจำ นวนมากเรียรีงซ้อซ้นกันกัหลายชั้นชั้ สีขสีาว หรือรืสีชสีมพู เกสรเพศผู้สีผู้ เสีหลือลืงจำ นวนมาก บางครั้งรั้เปลี่ย ลี่ นไป เป็นป็กลีบลีดอกทำ ให้กห้ลีบลีดอกซ้อซ้นกันกัแน่นน่ฐานรองดอกบวมขยายใหญ่ เรียรีกว่าว่ “ฝักบัวบั” ผล ผลกลุ่มลุ่ ประกอบด้วด้ยผลย่อย่ยจำ นวนมาก เจริญริอยู่ภยู่ายในฝักบัวบั ภายในผลย่อย่ยมีเมีมล็ดล็ขนาดใหญ่ ใบเลี้ย ลี้ งหนานำ มารับรัประทานได้ เรียรีก ว่าว่ “เม็ดม็บัวบั” Indian L ชื่อ : บัวหลว o ง tus ชื่ออังกฤษ : Indian Lotus ชื่อวิทยาศาสตร์:ร์ Nelumbo nucifera Gaertn. ชื่อสามัญ: Sacred lotus, pink lotus-lily ชื่ออื่นๆ : บัว (ทั่วทั่ ไป) สัตตบงกช สัตตบุษย์ ปทุม วงศ์: NELUMBONACEAE 80 B. 05
water Lily ชื่อชื่ : บัวบัสี ชื่อชื่อังอักฤษ : water Lily ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์:ร์ Nymphaea sp. ชื่อชื่วงศ์:ศ์ NYMPHAEACEAE ลักลัษณะวิสัวิยสั: ไม้น้ำม้ น้ำ ลักลัษณะทั่วทั่ไป: เป็นไม้น้ำม้ น้ำมีขมีนาดใหญ่ ลอยบน ผิวผิน้ำ ใบงอกมาจากเหง้าง้ที่อ ที่ ยู่ใยู่ต้น้ำต้ น้ำดอกสมมาตร ตามรัศรัมี ดอกเด่นด่สดุดดุตา ประโยชน์:น์ ปลูกลูตกแต่งต่สระ อ่าอ่งบัวบัเป็นไม้ปม้ระดับดั เป็นไม้กม้ระถางที่ทำ ที่ ทำรายได้ดีด้ ดีปลูกลูเป็นแหล่งล่อาหาร ของสัตสัว์น้ำว์น้ำเป็นที่ว ที่ างไข่ ก้าก้นดอกนำ มาประกอบ อาหารได้ การขยายพันพัธุ์:ธุ์แยกหัวหั 80 B. 06
Golden barrel cactus ชื่อชื่ : ถังถัทอง ชื่อชื่อังอักฤษ : Golden barrel cactus ชื่อชื่อื่นอื่ : mother-in-law's cushion (เก้าก้อี้แ อี้ ม่ยม่าย) ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ : Echinocactus grusonii (เอคิโคินแคคตัสตักรูซรูอนอิออิาย) วงศ์ : Cactaceae ข้อข้มูลมูทั่วทั่ไป : ถังถัทอง มีถิ่มีนถิ่กำ เนิดนิ ในประเทศ เม็กม็ซิโซิก เป็นแคคตัสตัที่มี ที่ ขมีนาดใหญ่มญ่ากเมื่อมื่ เจริญริเติบติ โตเต็มต็ที่ อาจใหญ่ไญ่ด้ถึด้งถึ 1 เมตร ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ สำ หรับรัต้นกระบองเพชรถังทองจะมีลักษณะเป็น ทรงกลมหนา เมื่อตอนเป็นต้นอ่อนจะมีพูหนามที่ ยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่นัร่ นัก แต่เมื่อโตขึ้นเรื่อรื่ย ๆ ก็จะมีพูหนามที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น มีหนามอัดแน่น รอบลำ ต้น ลำ ต้นมีสีเขียวอ่อน เปลือกค่อนข้าง บางกว่าต้นกระบองเพชรพันธุ์อื่น ๆ ต้นกระบอง เพชรถังทองจะมีหนามที่มีลักษณะโค้งและเรียรีว ยาวเป็นสีขาว เหลือง และเขียวอ่อนปกคลุมอยู่ รอบลำ ต้น การปลูกเลี้ยง ปลูกในดินที่ระบายน้ำ ดี ในฤดูหนาวไม่ควรรดน้ำ บ่อย เพราะจะเน่าได้ง่าย การขยายพันธุ์ แบ่งและการตอนกิ่ง ในการแบ่งให้ตัห้ ตัดปลายหรือรื กิ่งด้านข้างของลำ ต้นด้วยมีดแล้วปลูกในดิน หลัง จากผ่านไประยะหนึ่ง ยอดเล็ก ๆ จำ นวนมากจะ เติบโตใกล้กับบาดแผล เมื่อหน่อโตเป็นขนาดที่ เหมาะสม ก็สามารถตัดและย้ายปลูกเพื่อสร้าร้งต้น ใหม่ได้ในการต่อกิ่ง ให้เห้ลือกต้นตอที่เหมาะสม ตัด ปลายต้นตอ 100 B. 07
ชื่อ : หยกนำ โชค ชื่ออังกฤษ : Euphorbia lacteal ชื่อวิทยาศาสตร์ : Euphorbia lactea Haw. F. cristata grafted on Euphorbia neriifolia L. ชื่อสามัญ: – วงศ์ : EUPHORBIACEAE ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลำ ต้น ไม้ล้มลุก อายุหลายปีลำ ต้นอวบน้ำ ส่วน บนคือ Euphorbia lactea Haw. F. cristata บิดเป็นรูปพัด แผ่ออกตามแนว ขวาง สีเขียว สีเหลือง หรือรืสีชมพู ลำ ต้นส่วน ล่างคือ Euphorbia neriifolia L. ลำ ต้น ทรงกลม ตั้งตั้ตรง สีเขียวเข้ม ใบ ลำ ต้นส่วนบนใบลดรูปเป็นหนามขนาดเล็ก สีดำ กระจายทั่วทั่ทั้งทั้ต้น ลำ ต้นส่วนล่างมีใบ 2 ชนิด ใบลดรูปเป็นหนาม 2 อันต่อหนึ่งตุ่มเนิน หนาม และใบเดี่ยว รูปขอบขนาน ปลายมน โคน สอบ ขอบเรียรีบ แผ่นใบสีเขียว การปลูกเลี้ยง เป็นไม้อวบน้ำ ที่ปลูกเลี้ยงง่าย ดูแลง่าย ทนทานมาก ชอบดินปลูกที่โปร่งร่ระบายน้ำ ดี แห้งห้เร็วร็ ไม่ชอบดินแฉะขัง เปียกชื้นเป็นเวลา นาน ๆ อาจรากเน่าได้ ควรรดน้ำ เมื่อดินแห้งห้ การขยายพันธุ์ การขยายพันธุ์ต้นยูโฟเบีย แลคเทีย ไม่พบว่า ออกดอกและติดเมล็ดในไทย ดังนั้นนั้การขยาย พันธุ์ 'ยูโฟเบีย แลคเทีย' จึงต้องขยายพันธุ์ ด้วยวิธีการปักชำ (Cutting) สำ หรับรั "ต้นหยกนำ โชค" ก็สามารถปักชำ กิ่งได้ แต่นิยมใช้วิธีต่อยอด (Grafting) หรือรืมัก เรียรีกกันสั้นสั้ๆ ว่า กราฟต์ บนต้นตอยูโฟเบีย ชนิดอื่น เช่น ต้นส้มเช้า (Euphorbia neriifolia L.) เพราะสามารถเจริญริเติบโตได้ อย่างรวดเร็วร็และช่วยแก้ปัญหาโรคเน่าได้ดี กว่าวิธีการปักชำ ลงดินโดยตรง Euphor bia lacteal 120 B . 08
Bromeliad ชื่อ : สัปปะรดสี ชื่อสามัญ Bromeliad ชื่อวิทยาศาสตร์ Aechmea fasciata วงศ์ : BROMELIACEAE ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ สูงประมาณ 30 ซม. เส้นผ่าศูนย์กลางทรง พุ่ม 50 ซม. และจะเพิ่มขนาดใหญ่ขึ้น หาก มีอายุมากกว่า 10 ปี มีถิ่นกำ เนิดในประเทศบราซิลซิมีใบเดี่ยว เรียรีงเวียนสลับ รูปแถบยาว ปลายมนมีติ่ง แหลม โคนเป็นกาบหุ้มหุ้ลำ ต้น ขอบใบมีหนาม แผ่นใบสีเขียวปนชมพูค่อนสีม่วงจนถึง กลางต้น มีแถบด่างสีเหลืองอ่อนกลางใบ ดอกออกเป็นช่อแบบช่อกระจุก ออกจาก กึ่งกลางต้น ดอกย่อยโผล่ขึ้นเหนือกาบรอง ช่อดอก วิธีวิธีการปลูก เน้นใช้วัสดุปลูกมีความโปร่งร่ระบายน้ำ ดี และ เก็บความชื้นได้ดี เช่น กาบมะพร้าร้ว ถ่าน อิฐ ทุบ ไม่ควรใช้ดิน เพราะจะมีปัญหาเชื้อรา และ โรคแมลงที่ติดมากับดิน ต้องการน้ำ ระดับ ปานกลาง แต่จะต้องมีความชื้นในอากาศสูง ชอบแสงแดดปานกลาง การขยายพันธุ์ ทั้งทั้การเพาะเมล็ด แยกหน่อ และเพาะ เลี้ยงเนื้อเยื่อ ประโยชน์ เป็นพืชที่คายออกซิเซิจน และดูดคาร์บร์อนไดออกไซด์ เข้าไปในตอนกลางคืน 70 B. 09
F i d d l e F i g ลั ก ษ ณ ะ ท า ง พ ฤ ก ษ ศ า ส ต ร์ ลำ ต้ น : สู ง ไ ด้ ถึ ง 1 2 เ ม ต ร เ ป ลื อ ก ลำ ต้ น สี น้ำ ต า ล ป น เ ท า ใ บ : ใ บ เ ดี่ ย ว เ รี ย รี ง ส ลั บ รู ป รี ก รี ว้ า ง ถึ ง รู ป ก ล ม โ ค น ใ บ รู ป หั วหั ใ จ ป ล า ย ใ บ มี ติ่ ง ห น า ม สั้ น สั้ ข อ บ ใ บ เ รี ย รี บ เป็ น ค ลื่ น เ ล็ ก น้ อ ย แ ผ่ น ใ บ สี เ ขี ย ว เ ข้ ม ห น า เป็ น มั น เ ห็ น ห็ เ ส้ น ก ล า ง ใ บ แ ล ะ เ ส้ น ใ บ ย่ อ ย ชั ด เ จ น มี หู ใ บ หุ้ ม หุ้ ย อ ด อั ต ร า ก า ร เ จ ริ ญ ริ เ ติ บ โ ต : ช้ า ดิ น : ช อ บ ดิ น ร่ วร่น ร ะ บ า ย น้ำ ดี แ ส ง แ ด ด : แ ส ง แ ด ด ป า น ก ล า ง ถึ ง รำ ไ ร ไ ม่ ช อ บ แ ส ง แ ด ด จั ด น้ำ : น้ อ ย ถึ ง ป า น ก ล า ง ก า ร ป ลู ก เ ลี้ ย ง ไ ท ร ใ บ สั ก ก ร ะ ถ า ง ข อ ง คุ ณ เ ติ บ โ ต เ ร็ ว ร็ ก ว่ า บ้ า น ข อ ง คุ ณ ใ ห้ ย้ ห้ ย้ า ย ไ ป ที่ ส ว น ต้ น ก ล้ า ที่ ซื้ อ ซื้ ใ น ศู น ย์ ส ว น ส า ม า ร ถ ป ลู ก ไ ด้ โ ด ย ต ร ง ใ น ส ว น เ ว ล า ที่ ดี ที่ สุ ด สำ ห รั บ รั ก า ร ย้ า ย ป ลู ก คื อ ป ล า ย ฤ ดู ใ บ ไ ม้ ผ ลิ ห า ก ดิ น ใ น ส ว น ไ ม่ อุ ด ม ส ม บู ร ณ์ คุ ณ ส า ม า ร ถ เ พิ่ ม ปุ๋ ย อิ น ท รี ย์ รี ย์ ล ง ใ น ห ลุ ม ป ลู ก ไ ด้ เ มื่ อ ย้ า ย ไ ป ยั ง ส ว น ร า ก ค ว ร อ ยู่ ใ น ร ะ ดั บ เ ดี ย ว กั บ พื้ น ดิ น แ ล ะ ไ ม่ ฝั ง ลึ ก เ กิ น ไ ป ห ลั ง จ า ก ย้ า ย ป ลู ก ใ ห้ ร ด น้ำ ใ ห้ ล ห้ ะ เ อี ย ด แ ล ะ ช้ า ๆ เ พื่ อ ป้ อ ง กั น ไ ม่ ใ ห้ น้ำ ห้ น้ำ ก ร ะ จ า ย ตั ว ใ น ดิ น ร ด น้ำ ต้ น ไ ม้ ใ ห ม่ สั ป ด า ห์ ล ห์ ะ ส อ ง ค รั้ งรั้ เ พื่ อ ใ ห้ ดิ ห้ ดิ น ชุ่ ม ชื้ น ก า ร ข ย า ย พั น ธุ์ ปั ก ชำ กิ่ ง แ ล ะ ต อ น กิ่ ง 1 0 0 B . ชื่ อ ชื่ : ไ ท ร ใ บ สั ก ชื่ อ ชื่ อั ง ก ฤ ษ : F i d dle F i g ชื่ อ ชื่ วิ ท วิ ย า ศ า ส ต ร์ : F i c u s ly r a t a W a r b . ว ง ศ์ : M o r a c e a e ป ร ะ เ ภ ท : ไ ม้ พุ่ ม 1 0
Chinese Fringe Flower ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้น ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 3 เมตร แตกกิ่งก้าน หนาแน่น กิ่งสีน้ำ ตาลอมแดง ใบ ใบเดี่ยว เรียรีงสลับรูปรี หรือรืรูปใบหอก ปลายและโคนแหลม ผิวใบเรียรีบ เนื้อใบค่อน ข้างหนา ใบอ่อนเป็นสีแดงสด ใบแก่เป็นสี แดงอมม่วงปนเทา ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง แต่ละช่อมี 5- 10 ดอก กลีบเลี้ยงสีแดงอมชมพู รูปใบหอก กลับ กลีบดอก 4 กลีบ สีเดียวกัน ลักษณะ เหมือนพู่เป็นเส้นยาวพลิ้วและห้อห้ยลง กลุ่ม เกสรอยู่ภายใน ชื่อชื่ : หงส์ฟู่ส์ฟู่ ชื่อชื่ภาษาอังอักฤษ: Chinese Fringe Flower ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ : Loropetalum chinense (R. Br.) Oliv. ชื่อชื่สามัญมั : Chinese fringe flower, Chinese witch hazel, Loropetalum วงศ์ : HAMAMELIDACEAE ข้อข้มูลมูทั่วทั่ไป เป็นพันพัธุ์ไธุ์ม้ต่ม้าต่งประเทศ มีถิ่มีนถิ่กำ เนิดนิ ในตอนใต้ขต้องจีนจี การปลูกเลี้ยงและการใช้ปช้ระโยชน์ การปลูกเลี้ยง ดินร่วร่นปนทราย ระบายน้ำ ดี ความชื้นปาน กลาง แสงแดดจัด การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ปักชำ การใช้ปช้ระโยชน์ ปลูกประดับทั่วทั่ ไป 100 B. 11
Bougain villea ชื่อชื่ : เฟื่อฟื่งฟ้าฟ้สาวิตวิรี ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ : Bougainvillea hybrid ชื่อชื่สามัญมั : Paper flower, Bougainvillea ชื่อชื่อื่นอื่ : ดอกกระดาษ ตรุษรุจีนจีดอกต่าต่งใบ วงศ์ : NYCTAGINACEAE ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้น ไม้รอเลื้อย ลำ ต้นทรงกระบอก สีน้ำ ตาล เข้ม เนื้อแข็งและเหนียว ไม่มีหนาม ใบ ใบเดี่ยว เรียรีงสลับ รูปรีถึรี ถึงรูปไข่ ปลาย เรียรีวแหลม โคนมน ดอก ออกดอกเป็นช่อกระจุกแน่น ออกตาม ซอกใบและปลายกิ่ง ดอกสีขาว ใบประดับ 3 ใบ ขนาดใหญ่คล้ายกลีบดอก มีหลายสี เช่น ม่วง ชมพู ส้ม เหลืองอมส้ม โคนกลีบดอก เชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว ปลายแยก 5 แฉก ออกดอกตลอดทั้งทั้ ปี การปลูกเลี้ยง ดินร่วร่นปนทราย ต้องการน้ำ ปานกลาง ชอบ แดดจัด การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ปักชำ เสียบยอด การใช้ปช้ระโยชน์ ปลูกประดับตามแนวรั้วรั้ดอกมีสีสันสวยงาม นิยมใช้ทำ เป็นบอนไซ 40 B. 12
G o l d e n Pชื่อชื่ : พลู ด่ ลู oาด่ง t h o s ชื่ อชื่ภ า ษ า อั งอั ก ฤ ษ : G old e n P o t h o s ชื่ อชื่วิ ท วิ ย า ศ า ส ต ร์ : E p i p r e m n u m a u r e u m ( L i n d e n & A n d r é ) G . S . B u n t i n g ชื่ อชื่ส า มั ญมั : D e v il’ s i vy , G old e n p o t h o s , H u n t e r ’ s - r o b e ชื่ อชื่อื่ น อื่ : – ว ง ศ์ : ศ์ A R A C E A E ข้ อ ข้ มู ล มู ทั่ วทั่ ไ ป ถิ่ น ถิ่ กำ เ นิ ด นิ ใ น ห มู่ เ มู่ ก า ะ โซ โล ม อ น ลั ก ษ ณ ะ ท า ง พ ฤ ก ษ ศ า ส ต ร์ ต้ น ป ร ะ เ ภ ท ไ ม้ อิ ง อ า ศั ย เ นื้ อ ไ ม้ อ่ อ น เ ลื้ อ ย ไ ป ต า ม พื้ น ห รื อ รื มี ร า ก เ ก า ะ พั น กั บ ต้ น ไ ม้ ใ ห ญ่ ห รื อ รื เ ส า ห ลั ก อื่ น ๆ เ มื่ อ แ ก่ มี เ นื้ อ ไ ม้ กิ่ ง ก้ า น สี เ ขี ย ว ถึ ง สี เ ขี ย ว อ่ อ น อ ม เ ห ลื อ ง มั ก มี ขี ด ต า ม ย า ว สี เ ห ลื อ ง ห รื อ รื สี ข า ว ใ บ ใ บ เ ดี่ ย ว เ รี ย รี ง ส ลั บ รู ป ไ ข่ แ ก ม รู ป หั วหั ใ จ ป ล า ย แ ห ล ม โ ค น เ ว้ า ข อ บ เ รี ย รี บ แ ผ่ น ใ บ ห น า อ ว บ น้ำ ผิ ว ด้ า น บ น ด่ า ง สี เ ขี ย ว ป น เ ห ลื อ ง ก า ร ป ลู ก เ ลี้ ย ง แ ล ะ ก า ร ใ ช้ ป ช้ ร ะ โ ย ช น์ ก า ร ป ลู ก เ ลี้ ย ง ดิ น ทุ ก ช นิ ด ต้ อ ง ก า ร น้ำ ม า ก แ ส ง แ ด ด ป า น ก ล า ง ห รื อ รื ร่ มร่ร่ำ ไ ร ก า ร ข ย า ย พั น ธุ์ ปั ก ชำ ก า ร ใ ช้ ป ช้ ร ะ โ ย ช น์ นิ ย ม ป ลู ก เป็ น ไ ม้ ป ร ะ ดั บ ทั่ วทั่ ไ ป 1 5 B . 1 3
ลั กลั ษ ณ ะ ท า ง พ ฤ ก ษ ศ า ส ต ร์ เป็ น ไ ม้ พุ่ ม้พุ่มพุ่ค ลุ มลุดิ น ดิ ไ ม้ ใ ม้ บ แ ล ะไ ม้ หั ม้ วหั ต้ น ต้ ลำ ต้ น ต้ อ ยู่ ใ ยู่ ต้ ดิ ต้ น ดิ แ ต ก ก อ กิ่ ง กิ่ แ ต ก จ า ก ลำ ต้ น ต้ แ ล ะ ชี้ ตั้ ชี้ งตั้ ขึ้ น ขึ้ อ า จ มี กิ่ มี ง กิ่ ย่ อย่ย ห รื อ รื ไ ม่ มีม่ มี ส่ วส่น ลำ ต้ น ต้ ค ล้ า ล้ ย ใ บ รู ป รู เ ข็ ม ข็ สี เ สี ขี ย ขี ว เ ข้ ม ข้ อ อ ก ร อ บ ๆ กิ่ ง กิ่ แ ต่ ลต่ะ กิ่ ง กิ่ จึ ง จึ ดู เป็ น แ ท่ งท่ท ร ง ก ร ะ บ อ ก ป ล า ย เ รี ย รี ว แ ห ล ม ค ล้ า ล้ ย ห า ง ก ร ะ ร อ ก ย า ว ไ ด้ ถึ ด้ ง ถึ 5 0 ซ ม . ใ บ ใ บ ฝ อ ย ค ล้ า ล้ ย เ ข็ ม ข็ ข น า ด เ ล็ ก ล็ จำ น ว น ม า ก ล้ อ ล้ ม ร อ บ ลำ ต้ น ต้ ด อ ก สี ข สี า ว เป็ น ช่ อช่ข น า ด เ ล็ ก ล็ ผ ล ก ล ม เ มื่ อ มื่ อ่ ออ่น สี เ สี ขี ย ขี ว สุ กสุสี แ สี ด ง ก า ร ข ย า ย พั นพั ธุ์ : ก า ร เ พ า ะ เ ม ล็ ด ล็ ก า ร ป ลู ก เ ลี้ ย ง แ ส ง ช อ บ แ ด ด แ บ บ รำ ไ ร ป ลู ก ใ ต้ ร่ มร่ ไ ม้ ใ ห ญ่ ห รื อ รื ป ลู ก ล ง ก ร ะ ถ า ง ใ ห้ ถู ห้ ถู ก แ ส ง แ ด ด เ ล็ ก น้ อ ย ก็ กำ ลั ง ดี น้ำ เป็ น พื ช ต้ อ ง ก า ร น้ำ ใ น ป ริ ม ริ า ณ ม า ก ดิ น ส า ม า ร ถ ป ลู ก ด้ ว ย ดิ น ทั่ วทั่ ไ ป แ ต่ ไ ม่ แ น ะ นำ ใ ห้ ป ห้ ลู ก ด้ ว ย ดิ น เ ห นี ย ว ที่ แ ข็ ง เ พ ร า ะ จ ะ ยิ่ ง ทำ ใ ห้ ต้ ห้ ต้ น โ ต ช้ า ส า ม า ร ถ ป ลู ก ใ น ก ร ะ ถ า ง ไ ด้ ดี ปุ๋ ย ปุ๋ ย ใ ส่ เ พี ย ง แ ค่ 2 - 3 เ ดื อ น ค รั้ งรั้ ชื่ อชื่ : ป ริ ก ริ ห า ง ก ร ะ ร อ ก ชื่ อชื่อั งอั ก ฤ ษ : F o x t a il F e r n ชื่ อชื่วิ ท วิ ย า ศ า ส ต ร์ : A s p a r a g u s d e n s i flo r u s ( K u n t h ) J e s s o p . M y e r s . ชื่ อชื่ว ง ศ์ : A S P A R A G A C E A E ชื่ อชื่อื่ น อื่ : ป ริ ก ริ F o x t a i l F e r n 1 00 B . 1 4
ชื่อชื่ : คล้าล้นกยูงยูแดง ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ : Calathea roseopicta (Linden) Regel medallion ‘Surprise Star’ ชื่อชื่สามัญมั : – ชื่อชื่อื่นอื่ : – วงศ์ : MARANTHACEAE ลักลัษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้นต้ ไม้ล้ม้มล้ลุกลุอายุหยุลายปีลำ ต้นต้เทียทีมสูงสูประมาณ 30 เซนติเติมตร ลำ ต้นต้ ใต้ดิต้นดิเป็นเหง้าง้รูปรูกึ่งกึ่ทรงกลมเรียรีงต่อต่ กันกั ใบ ใบเดี่ย ดี่ ว เรียรีงสลับลัรูปรูเกือกืบกลม ปลายติ่งติ่แหลม โคน สอบ ขอบหยักยัเป็นคลื่นลื่ด้าด้นบนใบสีเสีขียขีวอมม่วม่ง เส้นส้ กลางใบสีชสีมพูเข้มข้แต่ลต่ะซีกซีใบมีลมีายด่าด่งสีชสีมพูเป็นแถบ จากโคนแผ่นผ่ ใบไปจรดที่ปที่ ลายใบ ด้าด้นล่าล่งใบสีม่สีวม่งแดง คล้ำ ก้าก้นใบสั้นสั้ ดอก ออกเป็นช่อช่แบบช่อช่กระจุกจุออกที่ซ ที่ อกใบหรือรื ปลายลำ ต้นต้เทียทีม Linden การปลูกเลี้ยงและการใช้ปช้ระโยชน์ การปลูกเลี้ยง ดินร่วร่นปนทราย ต้องการน้ำ ปานมาก ร่มร่ รำ ไร การขยายพันธุ์ แยกหน่อ การใช้ปช้ระโยชน์ ปลูกประดับ ปลูกเป็นไม้ในอาคาร 50 B. 15
ชื่อชื่ : ว่าว่นกุมกุารทอง ชื่อชื่ภาษาอังอักฤษ: Football Lily ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ : Calathea roseopicta (Linden) Regel medallion ‘Surprise Star’ ชื่อชื่สามัญมั : – ชื่อชื่อื่นอื่ : – วงศ์ : MARANTHACEAE ลักลัษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นพันพัธุ์ไธุ์ม้ล้ม้มล้ลุกลุที่มี ที่ ลำมีลำต้นต้ ใต้ดิต้นดิลักลัษณะหัวหัว่าว่นคล้าล้ย หอมหัวหัใหญ่ เปลือลืกที่หุ้ ที่ มหุ้หัวหัมีสีมีน้ำสีน้ำตาลไหม้แม้ละมีจุมีดจุสีแสีดง คล้ำ ประทั่วทั่หัวหัส่วส่นล่าล่งของหัวหัมีรมีากออกเป็นกระจุกจุหนา แน่นน่ดูเดูหมือมืนแท่นท่หรือรืฐานรองหัวหัทำ ให้ดูห้คดูล้าล้ยเด็กด็นั่งนั่อยู่ บนแท่นท่ ไว้ผว้มจุกจุจึงจึถูกถูเรียรีกชื่อชื่ว่าว่ “ว่าว่นกุมกุารทอง” ลำ ต้นต้ ส่วส่นที่โที่ ผล่ขึ้ล่นขึ้มาเหนือนืผิวผิดินดิจะมีลัมีกลัษณะกลม สีเสีขียขีว มีจุมีดจุ สีแสีดงคล้ำ ตลอดทั้งทั้ก้าก้น ใบเป็นใบเลี้ย ลี้ งเดี่ย ดี่ ว ลักลัษณะใบรี แกมรูปรูขอบขนาน ปลายใบมน โคนใบสอบเรียรีว ขอบใบ เรียรีบเป็นคลื่นลื่เล็กล็น้อน้ย พื้นพื้ ใบเป็นสี เขียขีวสด บิดบิตัวตัเป็น คลื่นลื่เล็กล็น้อน้ย ก้าก้นใบเป็นรูปรูครึ่งรึ่วงกลม หรือรืหวายผ่าผ่ซีกซี แตกใบตรงส่วส่นยอดของต้นต้หรือรืก้าก้นใบ ดอกจะออกก่อก่น ใบ เมื่อมื่ดอกโรยแล้วล้ใบจึงจึจะแทงขึ้นขึ้จากหัวหัใต้ดิต้นดิดอกเป็น ช่อช่แบบช่อช่ซี่ร่ ซี่ มร่ลักลัษณะของช่อช่ดอกกลม ช่อช่หนึ่งนึ่ๆ ประกอบด้วด้ยดอกเล็กล็ๆ หลายดอก ซึ่งซึ่แต่ลต่ะดอกมีกมีลีบลี ดอกเป็นเส้นส้ ฝอยสีแสีดง ตรงปลายเป็นสีเสีหลือลืงเล็กล็น้อน้ย ก้าก้นดอกยาวมีสีมีเสีขียขีว ดอกดูสดูวยงามมาก โดยส่วส่นใหญ่ แล้วล้ดอกจะออกประมาณเดือดืนเมษายนถึงถึพฤษภาคมของ ทุกทุปี การปลูกเลี้ยงและการใช้ปช้ระโยชน์ การปลูกเลี้ยง ใช้ดินปนทรายหรือรืดินเผาไฟเป็นดินปลูก กลบดินพอมิดหัวหัว่าน รดน้ำ ที่เสกด้วยคาถา นะ โมพุทธายะ ๓ หรือรื๗ จบ เสมอ ควรปลูกในวัน เกิดของผู้ปลูกจะเป็นสิริมริงคล ว่านต้นนี้ชอบ ความชื้นสูง ควรตั้งตั้ ไว้ในที่ร่มร่รำ ไร การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์ด้วยการแยกต้นที่เกิดใหม่หรือรื หัวหัใต้ดิน การใช้ปช้ระโยชน์ ดอกนำ มาบดใช้ผสมกับเครื่อรื่งรางของขลัง Football Lily 60 B. 16
ชื่ชื่ ออชื่ชื่ชื่ชื่ อื่:อื่นอื่โกๆส :นก รี ก รี ะ ส มCกรีสรีาเกrโกรต๋oนต๋ t o n ชื่ อชื่ส า มั ญมั : G a r d e n c r o t o n , C r o t o n ชื่ อชื่วิ ท วิ ย า ศ า ส ต ร์ : C o d i a e u m v a r i e g a t u m ( L . ) Blu m e ชื่ อชื่ว ง ศ์ : E U H O R BIA C E A E ถิ่ น ถิ่ กำ เ นิ ด นิ : ม า เ ล เ ชี ย ชี ค วี น วี ส์ แ ส์ ล น ด์ ต ด์ อ น เ ห นื อ นื ห มู่ เ มู่ ก า ะ แ ป ซิ ฟิ ซิ ก ฟิ ลั ก ษ ณ ะ พ ฤ ษ ศ า ส ต ร์ ลำ ต้ น ลำ ต้ น ต ร ง ค ว า ม สู ง ป ร ะ ม า ณ 2 - 5 เ ม ต ร เ ส้ น ร อ บ ว ง ก ล ม 2 0 - 3 0 เ ซ น ติ เ ม ต ร ผิ ว ข อ ง ลำ ต้ น สี น้ำ ต า ล ป น สี เ ท า ผิ ว ข รุ ข ร ะ แ ต ก กิ่ ง ก้ า น ส า ข า อ อ ก เป็ น พุ่ ม ใ บ ลั ก ษ ณ ะ ใ บ เ ดี่ ย ว โ ค น ใ บ รู ป ลิ่ ม ป ล า ย ใ บ แ ห ล ม ข อ บ ใ บ เ รี ย รี บ เ นื้ อ ข อ ง ใ บ ค ล้ า ย กั บ ก ร ะ ด า ษ ก า ร เ รี ย รี ง ตั ว ข อ ง เ ส้ น ใ บ มี รู ป ร่ าร่ง ค ล้ า ย แ ห แ บ บ ข น น ก ใ บ รู ป ข อ บ ข น า น ส่ ว น สี ข อ ง ใ บ นั้ น นั้ จ ะ มี ห ล า ย สี ต า ม แ ต่ ล ะ ส า ย พั น ธุ์ เ ช่ น สี เ ห ลื อ ง แ ด ง เ ขี ย ว เป็ น ต้ น โ ด ย ป ก ติ แ ล้ ว ท้ อ ง ใ บ จ ะ มี สี ที่ อ่ อ น ก ว่ า ใ บ มี ค ว า ม ก ว้ า ง ป ร ะ ม า ณ 1 - 2 เ ซ น ติ เ ม ต ร แ ล ะ ย า ว ป ร ะ ม า ณ 3 - 5 เ ซ น ติ เ ม ต ร ด อ ก ต้ น โ ก ส น จ ะ อ อ ก ด อ ก เป็ น ช่ อ แ บ บ ก ร ะ จ ะ ด อ ก เ กิ ด ส ลั บ ส อ ง ข้ า ง ข อ ง แ ก น ก ล า ง มี ค ว า ม ส ม ม า ต ร ด้ า น ข้ า ง ว ง ก ลี บ ด อ ก เ ชื่ อ ม ติ ด กั น สี ข อ ง ก ลี บ ด อ ก เป็ น สี ม่ ว ง ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย ก ลี บ เ ลี้ ย ง 5 ก ลี บ ก ลี บ ด อ ก 5 ก ลี บ เ ก ส ร ตั ว เ มี ย 1 อั น แ ล ะ เ ก ส ร ตั ว ผู้ 1 อั น ผ ล ผ ล สุ ก จ ะ มี สี ม่ ว ง ข น า ด ข อ ง ผ ล ป ร ะ ม า ณ 0 . 5 - 1 เ ซ น ติ เ ม ต ร ภ า ย ใ น ผ ล มี เ ม ล็ ด เป็ น ก ร ะ 2 เ ม ล็ ด เ มื่ อ ผ ล แ ก่ จ ะ แ ต ก อ อ ก ต า ม ร อ ย ป ร ะ ส า น ก า ร ข ย า ย พั น ธุ์ : เ พ า ะ เ ม ล็ ด ปั ก ชำ กิ่ ง ต อ น กิ่ ง ส ร ร พ คุ ณ ด้ า น ส มุ น ไ พ ร ใ บ ตำ ใ ห้ พ ห้ อ แ ห ล ก พ อ ก ท้ อ ง เ ด็ ก แ ก้ โ ร ค ร ะ บ บ ท า ง เ ดิ น ปั ส ส า ว ะ ผิ ด ป ร ก ติ ก า ร ป ลู ก เ ลี้ ย ง ดิ น ร่ วร่น ถ่ า ย เ ท อ า ก า ศ แ ล ะ น้ำ ไ ด้ ดี ช อ บ น้ำ ป า น ก ล า ง คื อ ชื้ น แ ต่ ไ ม่ แ ฉ ะ ร ด น้ำ วั น ล ะ 1 ค รั้ งรั้ ต้ น ไ ม้ ที่ ช อ บ แ ส ง แ ด ด ม า ก เ ติ บ โ ต ไ ด้ ดี ทั้ งทั้ แ ส ง แ ด ด อ่ อ น ไ ป จ น ถึ ง แ ด ด จั ด ห า ก ป ลู ก ใ น ก ร ะ ถ า ง ค ว ร ว า ง ไ ว้ ก ล า ง แ จ้ ง 8 0 B . 1 7
Soemsap ชื่อชื่ : อโกลนีมนีา เสริมริทรัพรัย์ ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ :Aglaonema sp. ‘Soemsap’ ชื่อชื่สามัญมั : Chinese Evergreen ชื่อชื่อื่นอื่ : ทรัพรัย์เย์จริญริ วงศ์ :ARACEAE ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้น ไม้พุ่มขนาดเล็ก อายุหลายปีสูงประมาณ 33 เซนติเมตร ใบ ใบเดี่ยว ค่อนข้างตรง ใบล่างเอนออก รูปไข่ รูป ขอบขนาน ปลายแหลมถึงเรียรีวแหลม โคนสอบมน ขอบใบเรียรีบถึงเป็นคลื่นเล็กน้อย ใกล้โคนมักบิด พริ้วริ้เป็นคลื่น ใบหนาคล้ายแผ่นหนัง เรียรีบ เกลี้ยง เป็นมัน เส้นใบด้านล่างเป็นสันสูง โดยเฉพาะจาก เส้นกลางใบ ยาวประมาณ 31-36 เซนติเมตร กว้างประมาณ 15-18 เซนติเมตร ก้านใบกลมสี ขาว ยาว 2-5 เซนติเมตร กว้าง 0.7-1 เซนติเมตร ลิ้นใบบางสีขาว ยาว 1 เซนติเมตร กว้าง 0.5 เซนติเมตร แผ่กว้างไปตามความยาวของกาบใบ กาบใบเป็นร่อร่ง ยาว 10-12 เซนติเมตร ห่อห่หุ้มหุ้ลำ ต้น ขอบใบสีขาวแถบเล็กประมาณ 1 มิลลิเมตร ตลอดแนวขอบใบ แผ่นใบสีเขียวเข้มสลับแถบสี เขียวปนเทา ตามแนวเส้นใบตั้งตั้แต่กลางใบจรด ขอบใบ เส้นกลางใบสีเขียวปนขาว ใต้ใบคล้ายกับ แผ่นใบแต่ชัดกว่า เส้นกลางใบด้านหลังสีขาวนวล เส้นกลางใบนูนเด่นชัดบริเริวณโคนและค่อยๆเล็ก ลงจนสุดปลายใบ ดอก ออกดอกเป็นช่อแบบช่อเชิงลดมีกาบ ออก บริเริวณซอกใบ ดอกสีขาว การปลูกลูเลี้ย ลี้ งและการใช้ปช้ระโยชน์ การปลูกลูเลี้ย ลี้ ง ดินดิร่วร่นระบายน้ำ ดี ต้อต้งการน้ำ ปริมริาณมาก แสงแดด รำ ไร การขยายพันพัธุ์ เพาะเมล็ดล็ตอนกิ่งกิ่ ปักปัชำ ลำ ต้นต้แยกหน่อน่ การใช้ปช้ระโยชน์ ปลูกลูเป็นไม้กม้ระถาง วางประดับดัในอาคาร เป็นไม้มม้งคล 50 B. 18
F E R N O F H AWA I I The wart fern of ชื่อชื่ : เฟินฟิฮาวาย Hawaii ชื่อชื่ภาษาอังอักฤษ: The wart fern of Hawaii ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์:ร์Phymatosorus scolopendria (Burm.f.) Pic.Serm. วงศ์:ศ์ POLYPODIACEAE ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้น เฟินฟิดินหรือรืเฟินฟิอิงอาศัย ลำ ต้นเป็นเหง้ายาว ปกคลุมด้วยเกล็ดขนาดเล็ก ปลายเรียรีวยาวเป็นหาง ขอบมีขน สีน้ำ ตาลดำ ใบ ใบประกอบแบบขนนกชั้นชั้เดียว ก้านใบยาวได้ถึง 40 เซนติเมตร สีน้ำ ตาล ผิวใบเป็นมัน ขอบใบหยัก ลึก 2-4 คู่ เส้นใบย่อยเห็นห็ ไม่ชัดเจนสานเป็นช่อง ร่าร่งแห มีเส้นใบในช่องร่าร่งแห เนื้อใบหนาเหนียว กลุ่มอับสปอร์ เรียรีงไม่สม่ำ เสมอ 2 แถวข้างเส้น กลางใบ รูปกลมหรือรืรี จมฝังในเนื้อใบ การปลูกเลี้ยง ปลูกด้วยเครื่อรื่งปลูกโปร่งร่การระบายน้ำ ดี ไม่ขัง แฉะ แต่เก็บความชื้นได้นาน เช่น มะพร้าร้วสับ ให้ปุ๋ห้ปุ๋ย ละลายช้าสูตรเสมอ 14-14-14 ทุก 3 เดือน ความชื้นปานกลางถึงชื้นมาก แสงแดดรำ ไร การใช้ปช้ระโยชน์ : ปลูกประดับเป็นไม้กระถาง ขยายพันธุ์: ปักชำ ลำ ต้นในดินที่ชุ่มชื้น 15 B. 19
SPIKE MOSS S p i k e M o s s ชื่ อชื่ : ก น ก น า รี ชื่ อชื่วิ ท วิ ย า ศ า ส ต ร์ : S ela g i n ella s p p . ชื่ อชื่ส า มั ญมั : - ว ง ศ์ : S ela g i n ella c e a e ป ร ะ เ ภ ท : เ ฟิ น ฟิ ลั ก ษ ณ ะ ท า ง พ ฤ ก ษ ศ า ส ต ร์ ค ว า ม สู ง : ค ลุ ม ดิ น ห รื อ รื สู ง ไ ด้ ถึ ง 2 5 เ ซ น ติ เ ม ต ร ลำ ต้ น : ท อ ด เ ลื้ อ ย ไ ป ต า ม ผิ ว ดิ น ชู ย อ ด ตั้ งตั้ ขึ้ น ร า ก แ ต ก จ า ก ลำ ต้ น ใ บ : เป็ น เ ก ล็ ด เ รี ย รี ง ส ลั บ ร ะ น า บ เ ดี ย ว แ ผ่ อ อ ก แ ต ก กิ่ ง แ ย ก ส อ ง แ ฉ ก ใ ต้ ใ บ มั ก มี ข น สั้ น สั้ ป ก ค ลุ ม ชุ ด ข อ ง ก ลุ่ ม อั บ ส ป อ ร์ ( s t r o b ilu s ) อ อ ก จ า ก ป ล า ย กิ่ ง แ ล ะ แ ต ก เ ป็ น ห น่ อ เ ล็ ก ๆ ไ ด้ อั บ ส ป อ ร์ มี ร์ มี ก้ า น แ ล ะ แ ย ก เ พ ศ อั ต ร า ก า ร เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต : เ ร็ ว ร็ ก า ร ป ลู ก เ ลี้ ย ง ป ลู ก ใ น ดิ น ร่ วร่น มี อิ น ท รี ย รี วั ต ถุ ส ม บู ร ณ์ ต้ อ ง ก า ร แ ส ง แ ด ด รำ ไ ร น้ำ ป า น ก ล า ง ข ย า ย พั น ธุ์ : ปั ก ชำ ลำ ต้ น ใ น ดิ น ที่ ชุ่ ม ชื้ น 15 B . 2 0
SANSEVIERIA S a n s e v i e r i a G o l d e n ชื่ อชื่ : ลิ้ น ลิ้ มั งมั ก ร โก ล เ ด้ น ด้ เ ฟ ร ม ชื่ อชื่อั งอั ก ฤ ษ : S a n s e v i e r i a G old e n Fla m e ชื่ อชื่วิ ท วิ ย า ศ า ส ต ร์ : S a n s e v i e r i a t r i f a s c i a t a h o r t . e x P r a i n c v . G old fla m e ว ง ศ์ : ศ์ A s p a r a g a c e a e ป ร ะ เ ภ ท : ไ ม้ อ ม้ ว บ น้ำ ลั กลั ษ ณ ะ ท า ง พ ฤ ก ษ ศ า ส ต ร์ ลำ ต้ น ต้ : เป็ น พุ่ มพุ่สู ง สู 2 0 – 3 0 เ ซ น ติ เ ติ ม ต ร ใ บ : แ บ น อ อ ก เ วี ย วี น ส ลั บ ลั ก ว้ า ว้ ง 4 – 5 เ ซ น ติ เ ติ ม ต ร ย า ว 1 0 – 1 2 เ ซ น ติ เ ติ ม ต ร ป ล า ย ใ บ แ ห ล ม แ ผ่ นผ่ ใ บ แ บ น ข อ บ ใ บ มี สี มี เ สี ห ลื อ ลื ง เ ข้ ม ข้ มี ริ้ มี ว ริ้ สี เ สี ขี ย ขี ว เ ล็ ก ล็ น้ อ น้ ย ด อ ก : ช่ อช่ด อ ก ไ ม่ ปม่ร า ก ฏ อั ตอั ร า ก า ร เ จ ริ ญ ริ เ ติ บ ติ โต : เ ร็ ว ร็ ก า ร ป ลู ก เ ลี้ ย ง ป ลู ก ใ น ดิ น ร่ วร่น ห รื อ รื ดิ น ป น ท ร า ย ร ะ บ า ย น้ำ ดี ต้ อ ง ก า ร น้ำ น้ อ ย - ป า น ก ล า ง ช อ บ แ ส ง แ ด ด รำ ไ ร ถึ ง ค รึ่ ง รึ่ วั น ข ย า ย พั น ธุ์ : แ ย ก ก อ ห รื อ รื ปั ก ชำ ใ บ 2 50 B . 2 1
C R O S S O S T E P H I U M Crossostephium ชื่อชื่ : เบญจมาศเงินงิหรือรืสกุลกุเบญจมาศเงินงิ ชื่อชื่อื่นอื่ๆ : แอหนังนั ปากหลาน ส่วส่นชื่อชื่จีนจีคือคืเล่าล่นั่งนั่ ฮวย หรือรืเหล่าล่หนั่งนั่ฮวย ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์:ร์Crossostephium ชื่อชื่วงศ์ : Asteraceae ลักษณะทางพฤษศาสตร์ เป็นไม้พุ่มคลุมดิน หลายปีลำ ต้นตั้งตั้ตรงหรือรืเอน ทอดเลื้อยได้สูง 10−40 เซนติเมตร แตกกิ่ง แขนงมาก ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียรีงสลับ เป็นรูปช้อน รูปไข่ กลับ หรือรืรูปใบหอกกลับถึงรูปรี เนื้อใบอวบหนา ใบมีสีเขียวอมเทาถึงสีเทาเงิน ใบเล็กเรียรีงกันเป็น พุ่มรวมกันที่ปลายกิ่ง มีขนสั้นสั้นุ่มสีขาวปกคลุม ใบ มีลักษณะไม่ค่อยแน่นอน ดอกออกเป็นช่อ ช่อดอกเป็นช่อกระจุก ดอกย่อย กลมสีเหลือง ออกที่ปลายยอดหรือรืตามง่ามใบ ปลายกิ่ง ค่อนข้างเล็ก ผล เปลือกบางแห้งห้มี 5 สัน การปลูกเลี้ยง สามารถปลูกในกระถางหรือรืปลูงลงดิน เพื่อเป็นไม้ พุ่มตามทางเดิน ใช้ด้วยดินร่วร่น ระบายน้ำ ได้ดี ชอบแดด ระวังเรื่อรื่งเชื้อรา ที่อาจเกิดขึ้นได้ง่าย การขยายพันธุ์ วิธีปักชำ กิ่ง ตอนกิ่ง 100 B. 22
ชื่อชื่ : โรสแมรี่ ชื่อชื่ภาษาอังอักฤษ:Rosemary ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ : Salvia rosmarinus ตระกูลกูพืชพื : Lamiaceae ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลักษณะลำ ต้น: ต้นโรสแมรี่เ รี่ ป็นสมุนไพรทรงพุ่ม สูงประมาณ 1-2 เมตร บริเริวณลำ ต้นมีขนนุ่ม ๆ สั้นสั้ๆ สีขาวปกคลุมทั่วทั่ลำ ต้น ลักษณะใบ: ใบของโรสแมรี่มี รี่ มีรูปร่าร่งคล้ายเข็ม มี ความยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร กว้าง 3-5 มิลลิเมตร ใบจะเขียวตลอดทั้งทั้ ปีและส่งกลิ่นหอม ลักษณะดอก: ดอกของโรสแมรี่ส รี่ ามารถพบได้ หลายสี ได้แก่ สีขาว สีม่วง สีฟ้าฟ้หรือรืสีชมพู เป็นต้น ดอกมักจะออกเป็นช่อตามซอกใบ การปลูกเลี้ยง ต้นโรสแมรี่จึ รี่ จึงควรตั้งตั้อยู่ในบริเริวณที่แสงแดด ส่องถึงได้เต็มวัน แต่ไม่ควรโดนแดดจัดนาน ๆ ควรมีกำ บังแสงไว้กรองแสงด้วย ชอบน้ำ ปาน กลาง ควรรดน้ำ ที่บริเริวณโคนต้นเพื่อลดปัญหา เรื่อรื่งโรคและเชื้อราต่าง ๆ แต่ควรเป็นดินร่วร่นที่ สามารถระบายน้ำ ได้ดี เพื่อไม่ให้เห้กิดปัญหาเชื้อรา และรากเน่า การขยายพันธุ์ การปักชำ กิ่งและการเพาะเมล็ด สรรพคุณ : แก้จุกเสียด แน่นท้อง แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อฟ้ขับลม Rose mary 70B. 23
Common Purslane ชื่อชื่ : คุณคุนายตื่นตื่สาย ชื่อชื่สามัญมั : Common Purslane, Verdolaga, Pigweed, Little Hogweed หรือรื Pusley ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ : Angiosperms วงศ์ : Portulacaceae ลักษณะทางพฤษศาสตร์ คุณนายตื่นสายเป็นไม้คลุมดิน ลำ ต้นอวบน้ำ สีม่วง แดง แผ่ทอดเลื้อยไปตามผิวดิน ใบเดี่ยว เรียรีง สลับ ใบรูปไข่กลับแกมรูปรี กว้าง 1-2 เซนติเมตร ยาว 2-3 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียรีบ แผ่นใบอวบน้ำ ผิวใบด้านบนสีเขียว อ่อนถึงเขียวเข้ม บางพันธุ์มีขอบใบขลิบสีแดง ดอกสีขาว ชมพู แดง เหลือง ส้ม ออกเป็นดอก เดี่ยวตามซอกใบหรือรืปลายกิ่ง กลีบดอกชั้นชั้เดียว บอบบาง ขอบกลีบดอกหยักเป็นคลื่น บานเมื่อได้ รับรัแสงแดดตอนเช้า ดอกบานเต็มที่กว้าง 1-1.5 เซนติเมตร ผลแห้งห้แตก มีเมล็ดจำ นวนมาก การปลูกเลี้ยง ชอบดินร่วร่นปนทราย น้ำ ปานกลาง ชอบแดดจัด การขยายพันธุ์ ปักชำ การใช้ปช้ระโยชน ปลูกประดับ เป็นพืชคลุมดิน ให้ดห้อกสีสันสดใส สวยงาม 20 B. 24
ชื่อชื่ : ต้นต้หงส์เส์หินหิหรือรืดอกเข้าข้พรรษา ชื่อชื่พื้นพื้เมือมืง : กล้วล้ยจะก่าก่หลวง (ลำ พูน), กล้วล้ยจ๊ะจ๊ ก่าก่ (ตาก), กล้วล้ยเครือรืคำ (เชียชีงใหม่)ม่ , ข่าข่เจ้าจ้คุณคุ วินิวิจนิ (ทั่วทั่ไป),ว่าว่นสาวหลง ขมิ้นมิ้ผีหผีรือรืกระทือทืลิงลิ (ภาคกลาง),ก้าก้มปู (พิษพิณุโณุลก), ว่าว่นดอกเหลือลืง (เลย), กลางคาน ประเภท : ไม้ล้ม้มล้ลุกลุ ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ : Globba winitii C.H. Wright หรือรื Smithatris supraneanae W.J.Kress & K.Larsen ชื่อชื่วงศ์ : Zingiberaceae ชื่อชื่สามัญมั : ดอกหงส์เส์หินหิ (dancing ladies ginger) ลักลัษณะทางพฤษศาสตร์ ลำ ต้นต้เหนือนืดินดิเป็นป็หัวหัประเภทเหง้าง้เป็นกุ่มกุ่กอ กาบ ใบเรียรีงตัวตักันกัแน่นน่ทำ หน้าน้ที่เ ที่ป็นต้นต้เทียทีมดินดิมีรมีาก สะสมอาหาร คล้าล้ยกระชาย สูงสูประมาณ 30-70 ซม. ใบเป็นใบเดี่ย ดี่ วรูปรูหอก ออกเรียรีงสลับลัซ้าซ้ยขวาเป็น สองแถว ส่วส่นดอกออกเป็นช่อช่ซึ่งซึ่แทงออกมาจาก ยอดของลำ ต้นต้เทียทีม ช่อช่ดอกมีลัมีกลัษณะอ่ออ่นช้อช้ยสวยงาม ออกดอกเพียพีง ปีละหนึ่งนึ่ครั้งรั้ยาวประมาณ 10-20 ซม. ก้าก้นดอก ย้อย้ยเรียรีงอยู่โยู่ดยรอบ ประกอบด้วด้ย ดอกจริงริ 1-3 ดอก มีสีมีเสีหลือลืงคล้าล้ยรูปรูตัวตัหงส์กำส์ กำลังลั เหินหิบินบิมีกมีลีบลีประดับดัขนาดใหญ่ตญ่ามช่อช่ โดยรอบจาก โคนถึงถึปลาย สีขสีองกลีบลีมีหมีลายสี เช่นช่ขาว ม่วม่ง เขียขีว และแดง การขยายพันธุ์ 1. ปลูกแบบใช้เหง้า 2. ปลูกแบบใช้ต้นกล้ การปลูกเลี้ยง ปลูกในดินดำ ทั่วทั่ ไปรองพื้นด้วยใบไม้แห้งห้แล้ว นำ เหง้าดอกเข้าพรรษาฝังลงไปในดินโดยให้ ด้านที่ต้นอ่อนงอกโผล่พ้นดินขึ้นมา การปลูก ลงแปลงก็ปลูกแบบเดียวกัน หลีกเลี่ยงการใช้น้ำ ประปาเพราะมีครอลีนอาจ ทำ ให้ต้ห้ ต้นเข้าพรรษาไม่โต จึงต้องใช้น้ำ จาก ธรรมชาติรด ต้นเข้าพรรษาปกติจะไม่ชอบแสงแดดจ้า ควร ปลูกใต้ร่มร่ ไม้ หากไม่มีร่มร่บังอาจ Globba 20 B. 25
Banyan Tree ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นไม้พุ่มลักษณะเด่น ไม้ต้น ทรงพุ่มรูป กลม สูง 1.4 เมตร กว้าง 0.7 เมตร พืชบก ลำ ต้นตั้งตั้ตรงเองได้ เปลือกลำ ต้นสีน้ำ ตาล เทา มียางสีขาวใส ใบเดี่ยว สีเขียวเข้ม กว้าง 1.8 เซนติเมตร ยาว 3.7 เซนติเมตร เรียรีงตัวแบบข้ามสลับ ตั้งตั้ฉาก แผ่นใบรูปวงกลม ปลายใบมน โคน ใบมน ขอบใบเรียรีบ ผลเดียว สดผลแบบแตง สีม่วงแดง การปลูกเลี้ยง สามารถปลูกและเจริญริเติบโตได้ในดินทั่วทั่ ไป ชอบแสงแดดค่อนข้างจัด รดน้ำ ประมาณ 2 ครั้งรั้ต่อสัปดาห์ ไม่ควรรดน้ำ บ่อยจนเกินไป เพราะอาจทำ ให้รห้ากเน่าได้ การขยายพันธุ์ การปักชำ กิ่ง การใช้ปช้ระโยชน์ ช่วยฟอกอากาศให้สห้ะอาดบริสุริสุทธิ์ จึงนิยม ปลูกไว้หน้าบ้านหรือรืภายในห้อห้งนั่งนั่เล่น ชื่อชื่ : ช้อช้นเงินงิช้อช้นทอง ชื่อชื่ภาษาอังอักฤษ:Banyan Tree ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ : Ficus annulata ชื่อชื่วงศ์ : MORACEAE ชื่อชื่สามัญมั : - 30 B. 26
Crown of Thorns ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลำ ต้น ไม้ล้มลุกอายุหลายปีอวบน้ำ ลำ ต้นเป็นเหลี่ยม มีหนามแหลมตลอดทั้งทั้ลำ ต้น มีน้ำ ยางขาว ใบ ใบเดี่ยว เรียรีงสลับที่ปลายยอดและกิ่ง รูปรีแรีกมรูป ขอบขนานหรือรืรูปไข่กลับ ปลายเป็นติ่งแหลม ขอบ เรียรีบ สีเขียว ผิวเรียรีบ เนื้อใบนิ่ม ดอก ออกดอกเป็นช่อ ที่ซอกใบและปลายกิ่ง ช่อดอก รูปถ้วย วงใบประดับ 2 ใบ หลากหลายสี ประกบเป็น รูปถ้วย ปลายแยกเป็นกลีบโค้ง มีติ่งแหลมที่ปลาย กลีบหรือรืเว้าลึก เกสรเพศเมียอยู่ตรงกลาง มีน้ำ เหนียว ชื่อชื่ : โป๊ยป๊เซียซีน ชื่อชื่ภาษาอังอักฤษ: Crown of Thorns ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์:ร์Euphorbia milii Des Moul. ชื่อชื่สามัญมั : Crown of thorns, Christ thorn ชื่อชื่อื่นอื่ : ว่าว่นเข็มข็ว่าว่นมุงมุเมือมืง กระวิงวิระไว วงศ์:ศ์ EUPHORBIACEAE การปลูกเลี้ยงและการใช้ปช้ระโยชน์ การปลูกเลี้ยง ชอบดินร่วร่น ต้องการน้ำ ปริมริาณน้อย ทนต่อ ความแห้งห้แล้งได้ดี ชอบแสงแดดรำ ไร-แดดจัด การขยายพันธุ์ ปักชำ เสียบยอด เพาะเมล็ด การใช้ปช้ระโยชน์ ปลูกเป็นไม้ประดับสวยงาม ไม้กระถาง เป็นไม้ มงคล 60 B. 27
Pink Ruspolia ชื่อชื่ : อเมริกัรินกับิวบิตี้ ชื่อชื่อื่นอื่ : Pink Ruspolia/Prickly Bush/Ruddy Rose ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์:ร์Ruspolia hypocrateriformis (Vahl) Milne-Redh. วงศ์:ศ์Acanthaceae ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ประเภท:ไม้พุ่มขนาดเล็ก ความสูง: สูงได้ถึง 1.25 เมตร ทรงพุ่ม: รูปทรงกระบอก ลำ ต้น: ลำ ต้น กิ่งก้าน และใบมีขนปกคลุมเล็ก น้อย ใบ: ก้านใบสั้นสั้ ใบเดี่ยว เรียรีงตรงข้าม รูปไข่ กว้างถึงรูปรี กว้าง 5 – 8 เซนติเมตรยาว 10 – 15 เซนติเมตร ปลายใบเรียรีวแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียรีบ ดอก: เป็นช่อเชิงลดออกที่ปลายยอด ดอกรูป เข็ม โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลาย แยกเป็น 5 กลีบ กลีบดอกสีชมพูอ่อน ผล:แห้งห้แตก อัตราการเจริญริเติบโต: เร็วร็ การปลูกเลี้ยง ปลูกในดินร่วร่นปนทราย ชอบแสงแดดน้ำ ปานกลาง ขยายพันธุ์: ปักชำ กิ่ง การใช้งานและอื่นๆ:หากได้แสงแดดน้อย จะมี แต่ใบ ไม่ออกดอกนิยมปลูกลงแปลงเพื่อ ดึงดูดผีเสื้อเข้ามาในสวน 70 B. 28
Purple sage ชื่อชื่ : นีอนีอน ชื่อชื่ภาษาอังอักฤษ: Purple sage ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ : Leucophyllum frutescens (Berland.) I.M. Johnst. ชื่อชื่สามัญมั :Ash bush, Ash plant, Barometer bush, Purple sage, Sensia, Texas ranger, White sage วงศ์ : SCROPHULARIACEAE ข้อข้มูลมูทั่วทั่ไป เป็นพันพัธุ์ไธุ์ม้ต่ม้าต่งประเทศ มีถิ่มีนถิ่กำ เนิดนิ ในตะวันวัตกเฉียฉีงใต้ ของสหรัฐรัอเมริกริาและเม็กม็ซิโซิก ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง ลำ ต้นสูง 1-2 เมตร ทรงพุ่มกว้าง 1-2 เมตร ใบ ใบเดี่ยว เรียรีงตรงข้าม รูปไข่กลับถึงรูปรี ปลายมน โคนสอบ ขอบเรียรีบ มีขนสั้นสั้นุ่มสี ขาวหนาแน่นปกคลุม ทำ ให้คห้ล้ายใบมีสีเทา แผ่นใบมักบิดขึ้นเล็กน้อย ดอก ดอกเดี่ยวตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกสีม่วงอ่อน กลีบดอกโคนเชื่อมติดกัน เป็นหลอดคล้ายรูปปากแตรสั้นสั้สีขาวนวล ด้านในมีจุดประ ปลายหลอดแยกเป็น 5 แฉก แยกเป็นสองซีกซีซีกซีบนสองแฉก ซีกซีล่างสาม แฉก ออกดอกตลอดทั้งทั้ ปีและออกดอก พร้อร้มกันทั้งทั้ต้น การปลูกเลี้ยงและการใช้ปช้ระโยชน์ การปลูกเลี้ยง ดินร่วร่น ต้องการน้ำ ปานกลาง แสงแดดจัด การขยายพันธุ์ : ปักชำ ตอนกิ่ง การใช้ปช้ระโยชน์ ปลูกไว้ประดับสวน เพื่อช่วยปรับรัภูมิทัศน์ให้ สวยงามน่ามองมากยิ่งขึ้น 70 B. 29
Holland Papaya ชื่อชื่ : มะละกอฮอลแลนด์ ชื่อชื่สามัญมั : Holland Papaya ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ : Carica Papaya การปลูกเลี้ยง แสงแดด ชอบแดด ชนิดของดินที่ชอบขึ้น ดินร่วร่นระบายน้ำ ได้ดี และ ถ่ายเทอากาศได้ดี การให้น้ำห้ น้ำชอบน้ำ ดูแลให้ชุ่ห้ชุ่มชื้นสม่ำ เสมอ ควรรดน้ำ เช้า-เย็น ช่วงที่เหมาะสมแก่การปลูก ปลูกได้ทุกฤดู ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ใบ ใบมีลักษณะใหญ่ยาว ขอบใบเว้าเป็นแฉกลึกถึง แกนก้าน ดอก ดอกมีสีขาว ผล ผลมีลักษณะกลมหรือรืทรงกระบอกและยาว ประมาณ 15-45 ซม ทรงต้น สูงประมาณ 5-10 มตร อายุต้นพืช ไม้ล้มลุกข้ามปี การขยายพันธุ์ การเพาะเมล็ด การปักชำ การติดตา การตอนกิ่ง สรรพคุณและประโยชน์ มีวิตามินซี,ซีเอ มีโปรตีน มีวิตามิ นบี1,2,3,5,6,9 มีแคลเซียซีม มีโซเดียม มี ฟอสฟอรัสรัมีเบตาแคโรทีน มีคาร์โร์บไฮเดรต มีเส้นใย มีพลังงาน มีไลโคปีน มีน้ำ ตาล ฯลฯ แก้อาการขัดเบา ช่วยขับปัสสาวะ แก้ท้องผูก แก้โรคเลือดออกตามไรฟันฟั ใช้ฆ่าพยาธิ แก้ โรคลักปิดลักเปิด ช่วยบำ รุงผิวพรรณ ให้ ความชุ่มชื้นแก่ผิว ช่วยบำ รุงหัวหัใจ แก้ปวด ช่วยลดบวม ช่วยรักรัษาผดผื่นคัน ช่วยรักรัษา พุพอง ช่วยป้องกันโรคมะเร็งร็ช่วยบำ รุง ประสาท ช่วยบำ รุงสมอง 80 B. 30
ชื่อชื่ : พระจันจัทร์คร์รึ่งรึ่เสี้ย สี้ ว ชื่อชื่ภาษาอังอักฤษ : Fairy Fan Flower Half-flower ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ : Scaevola sp. ชื่อชื่อื่นอื่ : ซีโซีวลา บลูวัลูนวัเดอร์ วงศ์: Goodeniaceae ประเภท: ไม้ดม้อกอายุหยุลายปี ขยายพันพัธุ์:ธุ์ปักปัชำ กิ่งกิ่ การปลูกเลี้ยง ดิน: ดินร่วร่นระบายน้ำ ดี แสงแดด: แสงแดดเต็มวัน ทนร้อร้น ชอบ อากาศเย็น น้ำ : ปานกลาง การใช้งช้านและอื่นๆ: ปลูกเป็นไม้กระถางหรือรื ไม้ประดับแปลง ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลำ ต้น: ต้นเป็นพุ่มสูง 30-60 เซนติเมตร ลำ ต้นทอดเลื้อย กิ่งก้านสีม่วงแดงเรื่อรื่ ใบ: ใบรูปไข่ถึงรูปช้อน ดอก: ช่อดอกแบบช่อกระจะออกที่ปลายยอด มีใบประดับรองรับรัดอกสีม่วง ชมพู หรือรืขาว ดอกบานขนาด 3-4 เซนติเมตร โคนกลีบ เชื่อมติดกันเป็นหลอด ด้านในสีเหลืองสด ปลายแยกเป็น 4-5 กลีบคล้ายพัด ออกดอก ตลอดปี ผล: มักไม่ติดเมล็ด อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง Fairy Fan Flower 250 B. 31
Hydrangea ชื่อชื่ : ไฮเดรนเยียยี ชื่อชื่ภาษาอังอักฤษ : Hydrangea ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ : Hydrangea macrophylla (Thunb.) Ser. ชื่อชื่สามัญมั : Hydrangea ชื่อชื่อื่นอื่ : – วงศ์ : HYDRANGEACEAE ข้อข้มูลมูทั่วทั่ไป มีถิ่มีนถิ่กำ เนิดนิ ในเอเชียชีตะวันวัออก ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้น เป็นไม้พุ่ม สูง 0.5-2 เมตร แตกกิ่งก้าน เป็นพุ่มกว้าง ใบ ใบเดี่ยว เรียรีงตรงข้ามสลับตั้งตั้ฉาก รูปไข่ ปลายแหลม โคนมน ขอบจักฟันฟัเลื่อยถี่ แผ่น ใบสีเขียว ค่อนข้างหนา เป็นมัน เห็นห็ร่อร่งใบ ชัดเจน ก้านใบ เส้นกลางใบ และขอบใบสีเขียว อ่อน ดอก ออกเป็นช่อแบบช่อเชิงหลั่นลั่เชิงประกอบ ช่อกลมแน่น ออกตามปลายยอด เส้นผ่าน ศูนย์กลางช่อดอก 10-15 เซนติเมตร ดอกมี กลีบประดับคล้ายกลีบดอก 4-5 กลีบ สีแดง ชมพู ม่วง ฟ้าฟ้อมม่วงหรือรืสีขาว กลีบดอกมี ขนาดเล็กมาก จำ นวน 4-5 กลีบ เชื่อมติดกัน ใกล้โคน เกสรเพศผู้ 8-9 เกสร เกสรเพศเมีย 2 เกสร การปลูกลูเลี้ย ลี้ งและการใช้ปช้ระโยชน์ การปลูกลูเลี้ย ลี้ ง ดินดิร่วร่นปนทราย ระบายน้ำ ได้ดีด้ ดีต้อต้งการน้ำ ปริมริาณ ปานกลาง แสงแดดปานกลาง ชอบอากาศเย็นย็ การขยายพันพัธุ์ ปักปัชำ แยกหน่อน่เพาะเมล็ดล็ การใช้ปช้ระโยชน์ นิยนิมปลูกลูเป็นป็ ไม้ปม้ระดับดั ไม้ตัม้ดตัดอก 500B. 32
Adenium ชื่อชื่ : ชวนชม ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ : Adenium obesum (Forssk.) Roem. & Schult. ชื่อชื่สามัญมั : Desert rose, Mock Azalea, Pink bignonia, Impala lily ชื่อชื่อื่นอื่ : ลั่นลั่ทมแดง ลั่นลั่ทมยะวา วงศ์: APOCYNACEAE ข้อข้มูลมูทั่วทั่ไป เป็นพันพัธุ์ไธุ์ม้ต่ม้าต่งประเทศ มีถิ่มีนถิ่กำ เนิดนิ ในภาค ตะวันวัออกของทวีปวีแอฟริกริาแถบประเทศ แทนซาเนียนีและเคนย่าย่ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลำ ต้น ไม้อวบน้ำ แตกกิ่งน้อย รูปทรงโปร่งร่ส่วน โคนโป่งพองเรียรีกว่าโขด เปลือกสีเขียวอมเทา ผิว เรียรีบเป็นมัน ทุกส่วนของต้นมีน้ำ ยางสีขาว ใบ ใบเดี่ยว เรียรีงเวียนสลับ ค่อนข้างหนาแข็ง ใบ หอกกลับ ปลายมน มีติ่งหนามสั้นสั้ โคนสอบเรียรีว ขอบเรียรีบ ผิวด้านบนสีเขียวเป็นมัน เส้นกลางใบมี สีขาว ดอก ออกดอกเป็นช่อกระจะ ที่ปลายกิ่ง ดอก สีชมพู รูปแตร ฐานรองดอกสีเขียว โคนกลีบดอก เชื่อมติดกันเป็นหลอดปลายแยก 5 แฉก ขอบ กลีบดอกสีชมพู ภายในสีขาว กลีบดอกอ่อนนุ่ม ขอบหยักเป็นคลื่น ผล แบบผลแห้งห้แตกแนวเดียว ออกเดี่ยวหรือรื เป็นคู่ รูปยาวรี การปลูกเลี้ยงและการใช้ปช้ระโยชน์ ดินร่วร่นปนทราย ต้องการน้ำ น้อย แสงแดดจัด การขยายพันธุ์ ปักชำ กิ่ง เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง เสียบยอด การใช้ปช้ระโยชน์ นิยมปลูกเป็นไม้กระถาง เป็นไม้ประธานสวน หย่อม เหมาะกับสวนกรวด ให้ดห้อกดกและสีสด สวยงาม เป็นไม้มงคล 100 B. 33
Coleus ชื่อชื่ : ฤๅษีผษีสม ชื่อชื่ภาษาอังอักฤษ: Coleus ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์:ร์Solenostemon scutellarioides (L.) Codd. ชื่อชื่สามัญมั : Painted nettle ชื่อชื่อื่นอื่ : – วงศ์:ศ์ LABIATAE ข้อข้มูลมูทั่วทั่ไป มีถิ่มีนถิ่กำ เนิดนิ ในเอเชียชีตะวันวัออกเฉียฉีงใต้ ประเทศมาเลเซียซี และทวีปวีแอฟริกริาใต้ ลักลัษณะทางพฤกษศาสตร์ ลำ ต้นต้ ไม้อม้วบน้ำ สูงสู 40-80 เซนติเติมตร ต้นต้รูปรู ทรงสี่เ สี่ หลี่ย ลี่ ม มีขมีนสั้นสั้ๆ ปกคลุมลุทั้งทั้ต้นต้ ใบ ใบเดี่ย ดี่ ว เรียรีงตรงข้าข้ม รูปรูไข่ ปลายแหลม โคน มนหรือรืสอบเรียรีว ขอบหยักยัเว้าว้แผ่นผ่ ใบหยิกยิย่นย่ มีขมีน ลวดลายและสีใสีบต่าต่งกันกัตามพันพัธุ์ ดอก ออกดอกเป็นช่อช่แบบช่อช่แยกแขนง บริเริวร ปลายกิ่งกิ่ดอกสีขสีาวหรือรืดอกสีม่สีวม่ง โคนกลีบลี ดอกเชื่อชื่มติดติกันกักลีบลีดอกเชื่อชื่มติดติกันกัเป็นรูปรู ปากเปิด 5 แฉก เกสรเพศผู้มีผู้ มี2 คู่ยคู่าวไม่เม่ท่าท่กันกั การปลูกลูเลี้ย ลี้ งและการใช้ปช้ระโยชน์ การปลูกลูเลี้ย ลี้ ง ดินดิร่วร่นปนทรายที่ ต้อต้งการน้ำ มาก แสงแดด เต็มต็วันวั การขยายพันพัธุ์ : ปักปัชำ เพาะเมล็ดล็ การใช้ปช้ระโยชน์ ปลูกลูประดับดัสวนเป็นแปลง ปลูกลูริมริถนน ริมริทาง เดินดิเมื่อมื่ได้รัด้บรัแสงแดดจัดจัยิ่งยิ่มีสีมีสัสีนสัจัดจัจ้าจ้น 15 B. 34
S i a m T u l i p ลั ก ษ ณ ะ ท า ง พ ฤ ก ษ ศ า ส ต ร์ ต้ น พื ช ก ลุ่ ม C u r c u m a มี ลำ ต้ น ใ ต้ ดิ น ทำ ห น้ า ที่ ส ะ ส ม น้ำ แ ล ะ อ า ห า ร เ รี ย รี ก ว่ า เ ห ง้ า ต า ข้ า ง ข อ ง เ ห ง้ า จ ะ เ จ ริ ญ ริ เ ติ บ โ ต ไ ป เป็ น ลำ ต้ น เ ที ย ม ที่ เ ห็ น ห็ อ ยู่ เ ห นื อ ดิ น ใ บ มี ลั ก ษ ณ ะ เป็ น ใ บ เ ดี่ ย ว ข อ บ ใ บ เ รี ย รี บ แ ล ะ ก้ า น ใ บ จ ะ ร่ วร่ม ตั ว กั น แ น่ น เป็ น ลำ ต้ น เ ที ย ม ช่ อ ช่ ด อ ก เป็ น แ บ บ ช่ อ แ น่ น มี ใ บ ป ร ะ ดั บ โ อ บ ร อ บ ช่ อ ด อ ก ทำ ใ ห้ เ ห้ ห็ น ห็ ใ บ ป ร ะ ดั บ เ รี ย รี ง ซ้ อ ซ้ น กั น เ กิ ด เป็ น ช่ อ ที่ มี ลั ก ษ ณ ะ เ ป็ น ท ร ง ก ร ะ บ อ ก ใ บ ป ร ะ ดั บ ส่ ว น บ น มี ลั ก ษ ณ ะ รู ป ร่ าร่ง แ ล ะ สี สั น แ ต ก ต่ า ง จ า ก ใ บ ป ร ะ ดั บ ป ก ติ แ ล ะ จ ะ ไ ม่ มี ด อ ก จ ริ ง ริ อ ยู่ ภ า ย ใ น ด อ ก มี ก ลี บ เ ลี้ ย ง 3 ก ลี บ อ ยู่ เ ห นื อ รั งรั ไ ข่ ส่ ว น ก ลี บ ด อ ก มี โ ค น ที่ เ ชื่ อ ม ต่ อ กั น เป็ น ห ล อ ด แ ต่ ป ล า ย แ ย ก เป็ น ก ลี บ เ ก ส ร ตั ว ผู้ ว ง น อ ก เป็ น ห มั น 3 อั น ถู ก ป ลี่ ย น รู ป เป็ น ก ลี บ 3 ก ลี บ เ รี ย รี ก ว่ า ก ลี บ ส เ ต มิ โ น ด โ ด ย ห นึ่ ง ก ลี บ เ ป ลี่ ย น ไ ป เป็ น รู ป ที่ เ รี ย รี ก ว่ า ป า ก สำ ห รั บ รั เ ก ส ร เ พ ศ เ มี ย อ ยู่ สู ง ก ว่ า อั บ ล ะ อ อ ง เ ก ส ร เ ล็ ก น้ อ ย โ ด ย แ ท ร ก อ ยู่ ร ะ ห ว่ า ง อั บ ล ะ อ อ ง เ ก ส ร ผ ล แ ล ะ เ ม ล็ ด ผ ล เ มื่ อ พั ฒ น า จ ะ แ บ่ ง เป็ น รู ป 3 พู อ ย่ า ง ชั ด เ จ น ภ า ย ใ น แ ต่ ล ะ พู เป็ น ที่ อ ยู่ ข อ ง เ ม ล็ ด ผ ล แ ก่ มี อ า ยุ ป ร ะ ม า ณ 1 - 2 เ ดื อ น โ ด ย ผ ล แ ก่ เ ต็ ม ที่ จ ะ มี ผ นั ง บ า ง แ ล ะ ใ ส จ น ส า ม า ร ถ ม อ ง เ ห็ น ห็ ไ ด้ เ ม ล็ ด มี รู ป ร่ าร่ง ค ล้ า ย ห ย ด น้ำ ห รื อ รื เ ม ล็ ด อ งุ่ น เ ม ล็ ด ที่ แ ก่ เ ต็ ม ที่ จ ะ มี สี น้ำ ต า ล เ ข้ ม ร า ก เป็ น ร ะ บ บ ร า ก ฝ อ ย ร า ก ส่ ว น ห นึ่ ง มี ป ล า ย บ ว ม พ อ ง อ อ ก มี ลั ก ษ ณ ะ เป็ น ตุ่ ม ทำ ห น้ า ที่ เ ก็ บ ส ะ ส ม อ า ห า ร ก า ร ป ลู ก ลู เ ลี้ ย ลี้ ง ช อ บ ค ว า ม ชื้ น ชื้ ป ทุ มทุม า ที่ เ ที่ จ ริ ญ ริ เ ติ บ ติ โต ต า ม ธ ร ร ม ช า ติ ส ติ า ม า ร ถ เ จ ริ ญ ริ เ ติ บ ติ โต ไ ด้ ดี ด้ ใ ดี น พื้ น พื้ ที่ ที่ ที่ มี ที่ แ มี ส ง แ ด ด ป ร ะ ม า ณ 7 5 % ผู้ ใ ห้ น้ำ ห้ น้ำ เ พี ย พี ง วั นวั ล ะ 1 ค รั้ งรั้ ก า ร ข ย า ย พั น ธุ์ ก า ร เ พ า ะ เ ม ล็ ด ก า ร แ ย ก หั วหั ป ลู ก ก า ร ผ่ า เ ห ง้ า ป ลู ก ก า ร เ พ า ะ เ ลี้ ย ง เ นื้ อ เ ยื่ อ ชื่ อ ชื่ : ป ทุ ม ม า ชื่ อ ชื่ ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ : S i a m T uli p ชื่ อ ชื่ ส า มั ญ : S u m m e r T uli p ชื่ อ ชื่ วิ ท วิ ย า ศ า ส ต ร์ : C u r c u m a ali s m a t i f oli a ว ง ศ์ : Z i n g i b e r a c e a e ชื่ อ ชื่ อื่ น : ก ร ะ เ จี ย ว บั ว ป ทุ ม ม า ท่ า น้ อ ง บั ว ส ว ร ร ค์ 2 5 B . 3 5
Peace lily ชื่อชื่ : เดหลี ชื่อชื่ภาษาอังอักฤษ: Peace lily ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ : Spathiphyllum spp. วงศ์ : ARACEAE ชื่อชื่สามัญมั : Spathiphyllum ชื่อชื่อื่นอื่ : มีหมีลากหลาย species มีชื่มีชื่อชื่เรียรีกแตก ต่าต่งกันกัออกไป ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เดหลีมีลำ ต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดินแล้วแตกหน่อขึ้น มาเป็นกอ ใบเป็นใบเดี่ยว กว้าง 10-15 ซม. ยาว 20-30 ซม. ปลายใบแหลม สีเขียวเข้มเป็นมัน ก้านใบยาว 20- 30 ซม. ดอกมีจานดอกสีขาว เวลาออกดอกจะแทงก้านขึ้น มายาว 20-30 ซม. มีใบประดับเรียรีกว่า จานดอก มีอันเดียว มีลักษณะเป็นกาบหรือรืจานรูปหัวหัใจ ปลายแหลม กว้าง 8-12 ซม. ยาว 12-20 ซม. ส่วนหอมจะอยู่ที่ช่อดอก ซึ่งซึ่เรียรีกว่า ปลี ลักษณะ ทรงกระบอกมีดอกเล็ก ๆเรียรีงติดกันอยู่ มีกลิ่น หอมจะบานและส่งกลิ่นล่อแมลงได้มากที่สุดในช่วง สี่โมงเช้า การขยายพันธุ์ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีแยกเหง้า แล้วนำ ไปชำ การปลูกเลี้ยง เเดหลีเป็นไม้ที่ไม่ต้องการแสงแดด จัด ควรปลูกในที่ที่ร่มร่รำ ไร การปลูกเลี้ยงและประโยชน์ การปลูกเลี้ยง ชอบดินร่วร่น และมีความชื้นสูง ชอบแสงแดดรำ ไร อุณหภูมิประมาณ 18-25 องศ การรดน้ำ สัปดาห์ ละ 2 ครั้งรั้ ประโยชน์ นิยมปลูกเป็นไม้ดอกล่อแมลงวันทองผลไม้ให้มห้า รวมกัน แล้วกำ จัดเสียในทีเดียว มีงานวิจัยออก มาว่า เดหลีสามารถดูดสารพิษจำ พวกแอลกอฮอล์ อาซีโซีตน ไตรคลอไรเอทีรีนรีเบนซีนซีและฟอร์มร์าดี ไฮด์ และสามารถดูดได้ในปริมริาณมาก จึงมีผู้นิยม นำ ประดับในอาคารบ้านเรือรืน สำ นักงานกันมากขึ้น 100 B. 36
ลักลัษณะทางพฤกษศาสตร์:ร์ ต้นต้ : ลำ ต้นต้ตั้งตั้ตรง ใบ : ใบเดี่ย ดี่ ว เรียรีงตรงข้าข้ม ใบรูปรูรีแรีกมรูปรูไข่กข่ลับลักว้าว้ง 4-5 เซนติเติมตร ยาว 8-12 เซนติเติมตร ปลายใบแหลมโคนใบสอบขอบใบเรียรีบ แผ่นผ่ ใบสี เชียชีวสด เป็นคลื่นลื่เส้นส้ ใบเป็นร่อร่งเห็นห็ชัดชัเจน มีขมีนละเอียอีดปกคลุมลุ ดอก : สีขสีาว ออกเป็นข่อข่แบบช่อช่เชิงชิลดที่ปที่ ลายกิ่งกิ่ช่อช่ดอกตั้งตั้ขึ้นขึ้ยาว ประมาณ 10 เซนติเติมตร ใบประดับดัสีเสีหลือลืงสดเรียรีงตรงข้าข้ม สลับลัตั้งตั้ฉากซ้อซ้นกันกัขึ้นขึ้เป็นแถว ดอกเป็นแผ่นผ่แบน เกิดกิตามซอกใบ ประดับดั ใกล้ปล้ลายช่อช่ดอก ผล : ผลแห้งห้แตก มี 4 เมล็ดล็ ชื่อชื่ : เหลือลืงคีรีคีบูรีนบู ชื่อชื่สามัญมั : Lollypops plant ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ : Pachystachys lutea Nees ชื่อชื่วงศ์:ศ์Acanthaceae ชื่อชื่เรียรีกอื่นอื่ Golden candle Golden shrimp plant ลักลัษณะทั่วทั่ไป : ไม้ดม้อกล้มล้ลุกลุ การปลูกเลี้ยง ดินร่วร่นปนทราย แสงแดดจัดถึงร่มร่รำ ไร น้ำ ปานกลาง ประโยชน์ : ปลุกเป็นไม้ประดับในร่มร่ -ร่ำ ไร ขยายพันธุ์ : ปักชำ กิ่ง Golden candle 40 B. 37
West Indian Jasmine ชื่อชื่ : เข็ม ชื่อชื่ภาษาอังกฤษ : West Indian Jasmine ชื่อชื่วิทวิยาศาสตร์ : Ixora chinensis Lamk., Ixora spp. วงศ์ : RUBIACEAE ชื่อชื่สามัญ : Zephyranthes ชื่อชื่อื่น : West Indian Jasmine ลักษณะทั่วไป : เป็นพรรณไม้พุ่มขนาดเล็ก ถึงขนาดย่อม นิเวศวิทวิยา : มีถิ่นกำ เนิดในแถบเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้ ขยายพันธุ์ : การตอนกิ่ง ปักชำ กิ่ง เพาะเมล็ด ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นพรรณไม้พุ่มขนาดเล็กถึงขนาดย่อม ลำ ต้นสูงประมาณ 3–5 ฟุต จะแตกกิ่งก้านสาขาออกแผ่เป็นพุ่ม ใบของดอกเข็มแข็ง และ เปราะง่าย มีสีเขียวสด ลักษณใบมนรี ปลายใบแหลม โคนใบมน ใบ จะออกเรียรีงสลับกันคนละทิศทาง ดอกออกเป็นช่อใหญ่ จะออก ตรงส่วนยอดของต้น ในแต่ละช่อจะประกอบด้วยดอกขนาดเล็ก เป็นหลอด ตรงปลายหลอดจะเป็นกลีบซึ่งซึ่มีอยู่ 4-5 กลีบ ปลาย กลีบแหลม ผลเป็นผลกลม ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีดำ การปลูกเลี้ยง ต้นเข็มเป็นพันธุ์ไม้ที่ต้องการน้ำ เพียงแค่ปานกลาง คือ รดน้ำ สัปดาห์ลห์ะ 3-5 ครั้งรั้ก็พอ แต่ชอบแดดจัด ดังนั้นนั้ควรปลูกกลาง แจ้ง เพราะต้นเข็มสามารถทนความแห้งห้แล้งได้ นอกจากนี้ก็ควร ใส่ปุ๋ยคอก หรือรืปุ๋ยหมัก ในอัตราส่วน 0.5-1 กิโลกรัมรั /ต้น ซึ่งซึ่ ควรใส่ 5-6 ครั้งรั้ /ปี ประโยชน์ ปลูกเป็นไม้ประดับ ทางสมุนไพร ราก มีรสหวาน ใช้รับรั ประทาน แก้โรคตา เจริญริอาหาร ใบ ใช้เป็นยาฆ่าพยาธิ ดอก แก้โรค ตาแดง ตาแฉะ ผล แก้โรคริดริสีดวงในจมูก 25 B. 38
รายชื่อ ชื่ นางสาวทอปัด อุ่นโพไคย ออกแบบภายใน ปี2ปีภาคปกติ 39
40
4 6 5 1 0 7 1 1 4 1 1 1 5