พระยาพรหมาภบิ าล (ทองใบ สวุ รรณภารต)
สารบญั หนา้
1
พรหมาภิบาล (ทองใบ สวุ รรณภารต), พระยา 1
ประวตั กิ ารทำงานของ พระยาพรหมาภิบาล (ทองใบ สุวรรณภารต) 9
บรรณานุกรม
1
พระยาพรหมาภบิ าล (ทองใบ สุวรรณภารต)
พรหมาภบิ าล (ทองใบ สวุ รรณภารต), พระยา
พระยาพรหมาภิบาล (ทองใบ สุวรรณภารต) เป็นบุตรนายทองอยู่ และนางขํา สุวรรณภารต เกิดเมื่อ
วันท่ี 21 สิงหาคม พ.ศ. 2404 มนี ้องชายคือ พระยานฏั กานรุ กั ษ์ (ทองดี สวุ รรณภารต) ได้ ฝากหัดโขนเป็นโขน
ตวั ยกั ษโ์ ดยเปน็ ศิษยข์ องนายบัว ทศกณั ฐซ์ ึง่ เปน็ ปูข่ องหลวงวิลาศวงงาม (หร่ํา อินทรนฏั ) ซึง่ ได้ต่อทา่ รําทศกัณฐ์
ของเจ้าจอมล้นิ จ่ี และฝากหดั จาก มารดาคอื ขําซ่ึงเปน็ โขนหลวงตวั พิเภก ทําใหท้ า่ นเปน็ ตัวทศกณั ฐม์ ีชื่อเสียงใน
รัชกาลที่ 5 (พ.ศ. 2411-2453) ขุนระบำภาษา (ทองใบ สุวรรณภารต) ซึ่งต่อมาในรัชกาลที่ ๖ ได้เลื่อน
บรรดาศักดิ์เป็น พระยาพรหมาภิบาล เป็นครูยักษ์ของโขนสมัครเล่นเป็นครูโขนยักษ์คนสําคัญในสมัย
รชั กาลท่ี 6
ประวัติการทำงานของ พระยาพรหมาภิบาล (ทองใบ สวุ รรณภารต) มดี ังนี้
พ.ศ. 2433 - เขา้ รบั ราชการเป็นโขนหลวง
พ.ศ. 2449 - ไดร้ ับพระราชทานบรรดาศกั ด์เิ ป็นขุนระบำภาษา
2
พ.ศ. 2453 - ไดร้ ับพระราชทานบรรดาศกั ดิ์เปน็ หลวงระบำภาษา
พ.ศ. 2454 - ไดร้ บั พระราชทานบรรดาศักดิ์เปน็ พระระบำภาษา
พ.ศ. 2458 - ได้รบั พระราชทานบรรดาศกั ดเ์ิ ป็นพระยาพรหมาภิบาล
พ.ศ. 2459 - ได้ย้ายมาประจำกรมพระตำรวจหลวงรักษาพระองค์ สังกัดกระทรวงวัง ได้รับ
พระราชทานยศ ขนุ ตำรวจตรี
พ.ศ. 2469 - ปลดออกจากราชการรับพระราชทานเบี้ยบำนาญ
พระยาพรหมาภบิ าล ได้ถึงแก่กรรมเมอ่ื วนั ที่ ๒๘ กมุ ภาพนั ธ์ พุทธศักราช ๒๔๖๙ ศริ ิอายไุ ด้ ๖๖ ปี
เมื่อวันเสาร์ที่ ๑ และวันอาทิตย์ที่ ๒ กันยายนที่ผ่านมา วชิราวุธวิทยาลัยได้จดั ให้มีการแสดงโขน เร่ือ
รามเกยี รต์ิ ตอนศึกพรหมมาศ ทีโ่ รงละครศรอี ยุธยา หอวชริ าวธุ านสุ รณ์
โขนนนั้ กล่าวกันวา่ เป็นการแสดงชั้นสูงของไทย แต่เดิมมามีแต่โขนหลวงและโขนเชลยศักด์ิ โขนหลวง
คือ โขนของพะมหากษัตริย์ ส่วนโขนเชลยศักดิ์นั้นหมายถึง โขนของเอกชนชนทั่วไป ในตอนปลายรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เสด็จนิวัติพระนครแล้วได้ทรง
จัดตั้ง “โขนสมัคเล่น” ขึ้นอีกประเภทหนึ่ง เป็นคณะโขนที่ผู้แสดงล้วนเป็นมหาดเล็กข้าในพระองค์สมเด็จพระ
3
บรมโอรสาธิราชฯ และโดยที่ผู้แสดงทัง้ หมดมิได้เป็นผู้ที่เล้ียงชีพด้วยการแสดงเช่นพวกโขน ละคร ทั้งหลาย ใน
เวลาต่อมาโขนคณะนจี้ งึ มีชอ่ื เรยี กอกี อย่างหน่ึงว่า “โขนบรรดาศกั ด์ิ”
โขนบรรดาศกั ดิ์ หรือโขนสมัครเล่นน้ีเล่ากนั มาในหม่นู ักเรยี นเกา่ มหาดเล็กหลวงว่า มตี ้นกำเนิดมาจาก
ความซกุ ซนของเดก็ ๆ ท่ไี ดถ้ วายตัวเปน็ มหาดเล็กรับใช้ในสมเด็จพระบรมโอรสาธริ าชฯ ซึง่ เวลาน้ันประทับอยู่ท่ี
พระราชวังสราญรมย์ เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นจากการท่ีมหาดเล็กเด็ก ๆ เหล่านั้นได้ไปเที่ยวงานวัดแห่งหนึ่งบาง
ทา่ นก็วา่ เป็นงานวัดโพธิ์ แต่บางทา่ นก็แย้งว่าเป็นงานภูเขาทองวดั สระเกศ ซโ่ึ ดยสว่ นตัวผู้เขียนเชื่อว่าน่าจะเป็น
งานวัดสระเกศเพราะยังมรี ่องรอยของงานเดือน ๑๒ ต่อเนื่องมาถงึ ปจั จบุ นั
ท่านเล่ากันมาว่า ยามว่างจากการเล่าเรียนและล้นเกล้าฯ เสด็จไปทรงงานข้างนอกยังไม่เสด็จกลับมา
นั้น บรรดามหาดเล็กเด็ก ๆ ทั้งหลายอยู่ว่าง ๆ ก็เล่นโขนเป็นยักษ์เป็นลิงกันไปตามเรื่อง แล้ววันหนึ่งไปเที่ยว
งานวัดกัน หม่อมหลวงฟื้น พึ่งบุญ บุตรชายคนเล็กของพระนมทัด ซึ่งเป็นมหาดเล็กห้องพระบรรทมในสมเด็จ
พระบรมโอรสาธิราชฯ เกดิ ไปเห็นหวั โขนกระดาษหวั เล็ก ๆ ขนาดใสห่ ัวแมวได้ จึงซือ้ กลับมา แลว้ จะเอาไปสวม
หัวแมวใหอ้ อกท่าเหมือนยักษ์ลงิ รบกนั หรือไม่ ทา่ นผเู้ ล่าเร่ืองน้มี ิได้ขยายความไว้ เพียงแต่เลา่ วา่ เม่ือหม่มหลวง
ฟื้นกลับมาถึงพระราชวังสราญรมย์แล้ว ก็ได้ชักชวนมหาดเล็กเด็กๆ มาชุมนุมกันที่ห้องพักของท่าน แล้วแจก
หวั โขนขนาดเลก็ น้ันให้ผกู ไว้บนศีรษะคนละหัว เอาผา้ มาขึงเป็นจอ แลว้ ใชป้ ากทำเสียงป่ีพาทยพ์ ร้อมกับเปิดบท
พระราชนิพนธร์ ามเกียรติใ์ นพระบาทสมเด็จพระพทุ ธเลิศหล้านภาลัยแสดงกนั ไป
วันหนึ่งเสด็จพระราชดำเนินกลับจากทรงปฏิบัติพระราชกิจภายนอก แต่วันนั้นไม่ทราบเกิดอะไรขึ้น
เพราะปกติเวลารถพระที่นั่งเลี้ยวมาถึงสามแยกมุมพระราชวัง ผู้ช่วยสารถีจะต้องหยิบแตรยาวๆ ขึ้นเป่า
4
“ปู๊นๆ” ให้สัญญาณให้รถทจี่ ะผ่านมาในยา่ นนั้นได้ทราบว่ามีรถยนต์พระที่น่ังกำลงั จะผ่านแยก เป็นการป้องกัน
อุบัติเหตุ ธรรมเนียมเป่าแตรนี้เมื่อสักสิบปีก่อนก็ยังเห็นผู้ช่วยสารถีรถยนต์พระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระ
เจา้ อยูห่ วั หยบิ แตรย่นื ออกมาเป่านอกรถเวลารถยนตพ์ ระทน่ี ง่ั แล่นผา่ นสะพานผา่ นฟา้
เนื่องจากวันนั้นไม่ได้ยินเสยี งแตร อีกทั้งคงจะมีรับสัง่ ให้กองรักษาการณ์ที่หน้าประตูพระราชวังงดเป่า
แตรคำนับเวลาเสด็จพระราชดำเนินผ่าน วันนั้นบรรดามหาดเล็กเด็ก ๆ เหล่านั้นจึงพากันเล่นเป็นลิงเป็นยักษ์
กันอยา่ งสนุกสนาน จนเสดจ็ พระราชดำเนินมาประทบั ทอดพระเนตรอยู่ท่หี น้าประตหู ้องทเ่ี ด็ก ๆ กำลังเล่นกัน
อยู่ คงจะไดท้ อดพระเนตรอย่นู านพอสมควรกวา่ ท่ยี ักษ์ ลิง เหลา่ นั้นจะรตู้ ัว ซ่งึ ก็ทำให้ทราบ ฝ่าละอองพระบาท
วา่ เด็กๆ ทที่ รงชบุ เลีย้ งไว้นน้ั ต่างกเ็ ล่นเป็นลิงเปน็ ยกั ษเ์ พราะมใี จรักในศลิ ปแขนงน้ี
คร้ันทรงพระราชนิพนธบ์ ทละครเรื่อง “พระนาละ” และได้โปรดเกลา้ ฯ ให้คณะละครเจา้ พระยาเทเวศ
รวงศว์ วิ ัฒน์ (ม.ร.ว.หลาน กญุ ชร) มาจดั แสดงในงานเฉลมิ พระชนม์พรรษา ๒๕ พรรษา เมือ่ พ.ศ. ๒๔๔๘ แล้ว
จึงทรงยืมครูโขนละครผูม้ ีฝีมือดีจากบา้ นเจา้ พระยาเทเวศรวงศว์ ิวัฒน์ เช่น ครูทองใบเป็นครูยักษ์ ครูเพิ่ม เป็น
ครูลงิ ครูทองดี เป็นครูพระครูนาง และครูเปน็ ครูดนตรี มาฝึกสอนมหาดเล็กขา้ ในพระองค์
ในการฝึกหัดมหาดเล็กข้าในพระองค์น้ี สมเด็จพระบรมโอรสาธริ าชฯ มีรับส่ังว่า โขนสมคั รเลน่ นต้ี ้องให้
ดีกว่าโขนหลวงหรือโขนเชลยศักดิ์ เพราะมีพื้นการศึกษาดีมาแต่เดิม และตามแบบอย่างของอังกฤษเขาถือว่า
5
ละครสมัครเล่นต้องดีกว่าละครอาชีพเสมอ และอังกฤษก็ได้ยกย่องศิลปินให้เป็นขุนนางเหมือนกัน จึงโปรดให้
โขนคณะน้ีฝึกหัดกนั อยา่ งจริงจงั และถกู ต้องตามแบบแผนทั้งภาคทฤษฎแี ละปฏบิ ตั ิ
ารแสดงโขนกลางแปลงในงานนีจ้ ะแสดงกลางสนามกว้าง ท่ามกลางบรรยากาศในธรรมชาติ มีฉากยกทัพ และ
การรบที่ใช้นักแสดงจำนวนมาก บรรเลงเพลงหน้าพาทย์ประกอบการยกทัพ เดินเรื่องด้วยคำพากย์และเจรจา
การแสดงโขนในงานบอลลูนครั้งที่ผ่านมาล้วนได้เสียงตอบรับที่ดีจากคนท้องถิ่น นักท่องเที่ยวชาวไทยและ
ต่างชาติ ผลตอบรับจากโขนท่จี ัดแสดงในช่วงหลายทศวรรษทีผ่ ่านมา ตอกยำ้ เปน็ อย่างดวี า่ นาฏกรรมอันล้ำค่า
นี้ได้รับความนิยมในวงกว้าง กระแสในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาอย่างกรณีองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และ
วัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศขึ้นทะเบียน “โขนในไทย” ในบัญชีรายการตัวแทนมรดก
วฒั นธรรมที่จับตอ้ งไม่ได้ ช่วงเวลานนั้ กท็ ำให้โขนในไทยเปน็ กระแสสบื เนือ่ งต่อมา
รอบ 2 ปีที่ผ่านมา กิจกรรมสำคัญในแขนงต่างๆ ล้วนมีการแสดงโขนให้ได้ชม แต่ละครั้งมีผู้ชมเข้ามา
สัมผสั อยา่ งเนืองแนน่ เสมอ ไม่เพียงกลมุ่ ผู้ชมท่ีนยิ มศิลปะแขนงนี้อยู่แล้ว กลุม่ คนรนุ่ ใหม่ และชาวต่างชาติที่เข้า
มาในประเทศจะเป็นกลุ่มที่พบเห็นในหมู่ผู้ชมได้มากขึ้น ยิ่งสถานที่จัดเป็นสถานที่ในบรรยากาศที่สวยงาม
สิ่งแวดล้อมดีผสมผสานสอดคลอ้ งเขา้ กับวิถีชวี ิตของคนรุ่นใหม่ยิ่งเป็นองค์ประกอบที่หนนุ เสริมบรรยากาศการ
ชมนาฏกรรมไดอ้ ย่างรื่นรมย์ดังเชน่ ภาพโขนกลางแปลงทน่ี ำมาใหช้ มเป็นตัวอยา่ ง
6
นักประวัติศาสตร์ และนักวิชาการส่วนใหญ่เห็นพ้องกันวา่ ยุคสมัยนี้ถือเป็นยุครุ่งเรือง หรือกล่าวได้วา่
เป็น “ยุคทอง” ของศิลปะการแสดงหลายประเภท พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรง
เป็นนักปกครองที่ทรงรับดูแลกิจการศิลปะการแสดงด้วยพระองค์เอง นั่นทำให้ศิลปะ อาทิ โขน ละคร และ
ดนตรีปีพ่ าทย์เจริญรุ่งเรืองอย่างมากย้อนไปเม่ือครัง้ ดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเดจ็ พระบรมโอรสาธิราช ทรงจัด
ให้มหาดเล็กในพระองค์หัดเล่นโขน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในช่ือ “โขนสมัครเล่น” ในเวลาต่อมา โขนคณะนี้เรียกอกี
ชื่อว่า “โขนบรรดาศักด์ิ” รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระบรมราชูปถัมภ์ในศิลปะหลายแขนงไม่เพียงแค่โขนเท่านั้น แต่
หากกล่าวถึงด้านโขน พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ซ้อมโขนละคร และให้รถยนต์หลวงรับนักเรียนมหาดเล็กหลวง
มาร่วมซ้อมเป็นเสนายักษ์ เสนาลิง หรือบทบาทอื่น ในระหว่างซ้อมโขนละคร มักมีเรื่องราวที่ทำ ให้ทรงพระ
สรวลบ่อยๆ
การซ้อมครั้งหนึ่ง ซ้อมในตอนพระรามยกทัพรบทศกัณฐ์ พระรามแผลงศรถูกพวกยักษล์ ้มตายเกลื่อน
รบกันถึงย่ำพระทินกรก็ยังหาแพ้ชนะไม่ได้ ทศกัณฐ์จึงเจรจาหย่าทัพว่า รุ่งขึ้นให้มารบกันใหม่ เมื่อทศกัณฐ์ยก
ทัพกลับเข้ากรุงลงกา เสนายักษ์ที่ต้องศรพระรามล้มลงก็ลุกขึ้นเข้าโรงไป แต่มีเสนายักษ์ตนหนึ่งเป็นนักเรียน
มหาดเล็กหลวงต้องศรพระรามหลับไปจริงๆ พวกยักษ์เพื่อนๆ กำลังจะเข้าไปปลุก พระองค์ทรงห้ามไว้ และ
รับสั่งว่า “ปล่อยให้มันนอนตามสบาย”หลงั จากกองทัพพระรามยกพลกลับเข้าโรงกนั หมด เสนายักษ์ตนนั้นถึง
รสู้ ึกตัว ลกุ ขึน้ นั่ง เมือ่ ไม่เหน็ ผู้ใดหลงเหลือ จึงทำท่าเร่อร่าวิ่งเข้าโรงไป รัชกาลที่ 6 ทรงพระสรวลและปรบพระ
หัตถไ์ ล่หลงั (วรชาติ มีชูบท, 2561)
7
เมื่อขึ้นครองราชย์ พระองค์โปรดเกล้าฯ โอนกรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมหรสพมาขึ้นกับกรมมหรสพ
รวมถึงกรมโขนแต่เดิม ดังนน้ั จึงมที ั้งโขนสมัครเล่นส่วนพระองค์ และโขนหลวงของกรมมหรสพ ทั้งกลุ่มยังเคย
มาเล่นรวมกันด้วย และโปรดเกล้าฯ ให้ครูโขนละครฝีมือดีมีบรรดาศักดิ์และราชทินนาม ช่วงเวลานั้นมีผู้เล่น
เปน็ ทศกณั ฐท์ ีม่ ีชอื่ เสยี งมากคอื พระยาพรหมาธบิ าล (ทองใบ สวุ รรณภารต) มคี ำบอกเล่ากนั มาวา่ เคยต่อท่ารำ
ทศกัณฐ์ ของเจ้าจอมลิ้นจ่ี ในรัชกาลที่ 4 ซงึ่ เป็นตัวทศกัณฐเ์ ลื่องช่ือจากเฒ่าแก่ลำไย น้องสาวของเจ้าจอมลิ้นจี่
ภายหลังเป็นครูยักษ์ในกรมมหรสพที่มีลูกศิษย์สืบทอดมาถึงปัจจุบัน (สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคกลาง
เล่ม 9) ในสมยั นย้ี ังปรากฏพระราชนิพนธ์บทโขน บทละคร ในรชั กาลที่ 6 หลายรูปแบบ พระราชนิพนธบ์ ทโขน
และละครภาษาไทยล้วนมีจำนวนมากมาย มีทั้งที่พระราชนิพนธ์ตั้งแต่ทรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิ
ราชจนถึงชว่ งขึน้ ครองราชยร์ วมเวลา 31 ปี เม่อื นบั จำนวนปริมาณแล้ว ถึงกบั มผี ้คู าดการณ์กนั ว่า พระองค์พระ
ราชนพิ นธล์ ะคร 1 เรอื่ ง ทกุ 2 เดือน (Pin Malakul, 1975)
ส่วนการแสดงโขนในสมัยนี้ก็ถือไดว้ า่ เปน็ ชว่ งรุ่งเรืองและเฟ่ืองฟูอยา่ งมาก ท้งั กระบวนท่ารำท่ีเป็นแบบ
แผน มีองค์ประกอบความงามของการแสดงศิลปะหลายแขนงครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นชื่อตัวละคร บทขับร้อง
แบบละครใน บทพากย์เจรจาแบบโขน เครื่องแต่งกายแบบพระราชประดิษฐ์ เนื้อเรื่องที่ปรับปรุงให้ทันสมัย
8
โดยเฉพาะเรื่องรามเกียรติ์ซึ่งทรงศึกษาอย่างลึกซึ้ง และพระราชนิพนธ์บทพากย์เจรจา บทโขน และบทละคร
เรอ่ื งรามเกยี รตอิ์ ีกหลายชุด
เช่ือว่าการแสดงโขนในงานต่างๆ ทง้ั ท่ีกล่าวถึงมาน้ีไปจนถงึ การแสดงท่จี ะเกิดในอนาคตล้วนเป็น
โอกาสอันดสี ำหรบั ผู้สนใจ ไม่วา่ จะเปน็ บคุ คลท่วั ไปหรอื ผู้ศึกษาศิลปะ เพ่ือรว่ มกนั สนบั สนนุ การสบื สานศลิ ปะ
อนั ล้ำคา่ ให้คงอยู่อย่างยืนยาว
9
บรรณานุกรม
สมหมาย จนั ทรเ์ รือง. “โขนพระราชทาน ‘สืบมรรคา’ : โดย ผศ.ดร.สมหมาย จนั ทร์เรอื ง. มตชิ น.
ออนไลน์. เผยแพร่ 24 พฤศจิกายน 2562. เข้าถึง 29 มกราคม 2563.
http://www.sookjai.com/index.php?topic=44298.0
เจาะลึกโขนยุครัตนโกสนิ ทร์ ผ่าหว้ งปรศิ นา สู่กระแสมรดกวัฒนธรรมลำ้ คา่ เฟ่ืองฟใู นสมัยใหม่โดย ผศ.
ดร.สมหมาย จนั ทร์เรอื ง”. มติชน. ออนไลน.์ เผยแพร่ 24 ตุลาคม 2562. เขา้ ถึง 29 มกราคม 2563.
https://www.silpa-mag.com/culture/article_44895
ดำรงราชานุภาพ, สมเดจ็ ฯ กรมพระยา. ตำนานละครอเิ หนา. วชริ ญาณ. ออนไลน.์ เขา้ ถงึ เม่ือ 29
มกราคม 2563.
น.ส. ณฐั ทชิ า ป้นั หยดั เลขที่3 ม.5/9