The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ทฤษฎีการเรียนรู้-พาฟลอฟ-Pavlov (2)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by methaphon.kh60, 2020-08-19 02:54:32

ทฤษฎีการเรียนรู้-พาฟลอฟ-Pavlov (2)

ทฤษฎีการเรียนรู้-พาฟลอฟ-Pavlov (2)

Keywords: ทฤษฎีการเรียนรู้-พาฟลอฟ-Pavlov (2)

ED-eBsoigonk

ทฤษฎกี ารเรยี นรู
พาฟลอฟ (Pavlov)

จัดทาํ โดย นางสาวเมธาพร คมขํา
รหสั นกั ศกึ ษา 60101209130

1. แนวคดิ ของพาฟลอฟ (Pavlov)

การวางเงือ่ นไขเปน การสรางความสัมพันธร ะหวางสิง่ เรา ที่เราตอ งการ
เง่ือนไข (เสียงกระดง่ิ ) กบั การตอบสนองทีต่ องการใหเ กดิ ขนึ้
(น้าํ ลายไหล)

พาพลอฟ เชือ่ วาการเรียนรขู องส่ิงมชี วี ติ จาํ นวนมากเกดิ จากการวาง
เงือ่ นไข กลาวคือ การตอบสนองหรอื การเรียนรทู เี่ กิดขน้ึ ตอสิง่ เราหน่ึงมัก
มีเงอ่ื นไขหรอื สถานการณเ กิดข้นึ ซึ่งในสภาพปกตหิ รอื ในชีวติ ประจาํ วนั
การตอบสนองเชนน้นั อาจไมม ี เชน กรณสี นุ ขั ไดย ินเสยี งกระด่ิงและ
นํา้ ลายไหล เสยี งกระด่ิงเปนส่ิงเรา ทีต่ อ งการใหเ กิดการเรียนรูจากการวาง
เง่ือนไข พาพลอฟ เรียกวา สิ่งเรา ที่มีเงอ่ื นไข และปฏิกิรยิ านาํ้ ลายไหล
เปน การตอบสนองทีเ่ รยี กวา การตอบสนองท่ีมเี งอื่ นไข

องคป ระกอบสาํ คญั ในการเรยี นรทู ีเ่ กดิ ขึน้ แตล ะครัง้ จะตอ ง
ประกอบดว ยกระบวนการของสว นประกอบ 4 อยาง คือ

1. ส่ิงเรา เปนตวั การทท่ี ําใหบุคคลมปี ฏิกิริยาโตต อบออกมา

2. แรงขบั จะทาํ ใหเ กดิ ปฏิกริ ิยาหรอื พฤติกรรมที่จะนําไปสกู ารเรียนรูตอ ไป

3. การตอบสนอง เปน ปฏิกิรยิ าหรือพฤตกิ รรมท่ีแสดงออกมาเมื่อไดรบั การ กระตนุ จากสิ่ง
เรา

4. สงิ่ เสรมิ แรง เปน สิ่งมาเพิม่ กําลงั ใหเกดิ การเชอื่ มโยงระหวางส่ิงเรากับการตอบสนองใหม ี
แรงขับเพ่ิมข้นึ

กฎการเรียนรูจากสิง่ ทเี่ กดิ ข้ึนในการทดลอง พาฟลอฟ ไดส รปุ
เปน กฎ 4 ขอคอื

1. กฎการลบพฤติกรรม
2. กฎแหง การคนื กลับ
3. กฎความคลายคลึงกนั
4. การจาํ แนก

ลักษณะของทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค

1.การตอบสนองเกดิ จากส่ิงเรา หรอื ส่ิงเรา เปน ตวั ดึงการตอบสนองมา
2.การตอบสนองเกิดขึ้นโดยไมไ ดตัง้ ใจ หรือไมไดจงใจ
3.ใหตวั เสริมแรงกอ น แลว ผูเรียนจงึ จะตอบสนอง เชน ใหผงเน้ือกอนจงึ จะมนี า้ํ ลายไหล
4.รางวลั หรอื ตวั เสรมิ แรงไมม คี วามจาํ เปนตอการวางเง่ือนไข
5.ไมต องทาํ อะไรกับผูเรยี น เพียงแตค อยจนกระท่ังมีสง่ิ เรา มากระตนุ จงึ จะเกดิ พฤตกิ รรม
6.เกย่ี วขอ งกับปฏกิ ิรยิ าสะทอนและอารมณ ซึ่งมรี ะบบประสาทอัตโนมัติเขา ไปเกี่ยวของใน
แงของความแตกตา งระหวางบคุ คล

การประยุกตใ ชใ นดา นการเรียนการสอน

1.ในแงของความแตกตา งระหวา งบคุ คล

2.การวางเงือ่ นไข เปนเร่อื งทเี่ กยี่ วกบั พฤติกรรมทางดานอารมณ

3.การลบพฤติกรรมทวี่ างเงือ่ นไข

4.การสรุปความเหมอื นและการแยกความแตกตาง

การทดลองแบง เปน 3 ขั้นตอน คอื ข้นั กอนวางเงื่อนไข ขน้ั วางเงอ่ื นไขและขน้ั การเรยี นรูจ ากการ
วางเงอ่ื นไขขนั้ ท่ี 1 ขัน้ กอ นวางเงื่อนไข เปนขนั้ ท่ีศึกษาภูมิหลงั ของสุนขั กอนการเรยี นรจู ากการวาง
เงือ่ นไข วา ภมู หิ ลงั หรอื พฤตกิ รรมกอนการเรยี นรูเปน อยางไร เขาศกึ ษาพบวา สนุ ัขจะแสดงอาการ
สายหวั และกระดกิ หาง เม่ือไดยินเสียงกระดง่ิ แตจ ะแสดง อาการนาํ้ ลายไหลเม่อื ไดเ ห็นผงเน้อื บด
ซ่ึงแสดงไดดงั สมการ

เสยี งกระดงิ่ (UCS) ==== สา ยหวั และกระดิกหาง (UCR)

ผงเนือ้ บด (UCS) ==== นํ้าลายไหล (UCR)

จากการศึกษาภมู หิ ลงั ทาํ ใหทราบวา พฤตกิ รรมกอ นการเรยี นรคู รัง้ นี้ สนุ ขั ไมไ ดแสดงอาการ
นํ้าลายไหลเมอ่ื ไดยนิ เสียงกระดง่ิ จะตองใชผงเนอ้ื บดเขาชว ย โดยการจับคูกนั จึงทาํ ใหส ุนัข
นา้ํ ลายไหลได

ข้ันท่ี 2 ขนั้ างเง่อื นไข เปนขั้นทใี่ สกระบวนการเรียนรู โดยการวางเงอื่ นไขแบบคลาสสคิ เขาไป
เพือ่ ใหเกิดการเรยี นรู เขาไดส ัน่ กระดิ่ง (หรอื เปน การเคาะสอ มเสียง) กอ น จากนนั้ ก็รบี พนผงเน้อื บด
เขาปากสุนขั ในเวลาตอ มาอยา งรวดเร็ว ทาํ อยา งนี้ซํา้ ๆ หลาย ๆ ครงั้ เพ่อื ใหสุนขั เกดิ การเรียนรู ซง่ึ
แสดงสมการไดดังนี้

เสยี งกระด่งิ (CS) + ผงเนอ้ื บด (UCS) ==== นํ้าลายไหล (UCR)

ในการวางเงอื่ นไขน้ี ใชเ สยี งกระดิ่ง (หรือสอมเสียง) เปน สิ่งเรา ทวี่ างเง่อื นไข (CS) และใชผ งเนอ้ื บด
เปนส่งิ เราทไี่ มวางเงือ่ นไข (UCS)และอาการนํ้าลายไหลในขณะวางเง่อื นไขน้ี ยงั อาจเปนการตอบ
สนองทไี่ มไดว างเงื่อนไข (UCR) เพราะสนุ ัข อาจจะน้าํ ลายไหลจากผงเนื้อบดมากกวาเสยี งกระดง่ิ

ข้ันที่ 3 ขน้ั การเรยี นรูจ ากการวางเงอ่ื นไข เปนขั้นทีท่ ดสอบวา สุนัขเรยี นรูหรอื ยงั ในวิธีการ

วางเงือ่ นไขบบคลาสสิคน้ี โดยการตัดสง่ิ เรา ท่ีไมวางเงอ่ื นไข (UCS) ออก คอื ผงเน้อื บด ใหเหลือแต
เพยี งสงิ่ เราที่วางเง่อื นไข (CS) คอื เสยี งกระดง่ิ ถา สนุ ขั ยงั น้าํ ลายไหลอยู แสดงวา สุนัข เกดิ การเรยี นรู
จากการวางเง่ือนไข (CR) น่นั เอง ดังแสดงไดจากสมการ

เสียงกระดงิ่ (CS) ==== นํ้าลายไหล (CR)

จุดประสงคไว คือสามารถทําใหส นุ ขั นา้ํ ลายไหล เมอื่ ไดยินเสยี งกระดิ่งได ซงึ่ เปนการ
แแกขอสงสัยท่ีวา ทําไมสนุ ัขจึงนํ้าลายไหล เม่ือไดย นิ เสยี งฝเ ทาของคนใหอาหาร ทั้งน้กี ็
เพราะสนุ ัข มกี ารตอบสนองเชอ่ื มโยง จากอาหารไปสูเสียงฝเ ทา โดยท่ีอาหารเปนสง่ิ เราท่ี
ไมไ ดวางเง่ือนไข (UCS) และเสยี งฝเทาเปน สิ่งเราทว่ี างเงอื่ นไข (CCS) ซึง่ แสดงไดดงั สมการ
จากผลการทดลองนี้ เปน ขอ ยืนยนั ใหเห็นจรงิ วา การแสดงปฏกิ รยิ าสะทอ นตาง ๆน้ัน อาจ
ใชในการเรียนรู โดยวางเง่อื นไขแบบคลาสสคิ ได


Click to View FlipBook Version