เอกสารปะกอบการเรยี น
รายวิชา ศ22103 นาฏศิลป์ 2 ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 2 สาระนาฏศิลป์
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ
รองเงง็ ชาวเล จังหวัดภูเก็ต
โดย
นางสาวสกุ ัญญา ผิวขา
โรงเรียนสตรภี ูเก็ต อาเภอเมือง จังหวัดภูเกต็
สงั กัดสานักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษามัธยมศึกษาพังงา ภเู ก็ต ระนอง
สานกั งานการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน
คานา
เอกสารประการเรียนรายวิชา ศ22103 นาฏศิลป์ 2 ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
เร่ืองรองเง็งชาวเล จังหวัดภูเก็ต ปรับปรุงคร้ังท่ี 2 เล่มน้ีเป็นเอกสารประกอบการสอนท่ีใช้ควบคู่กับแผนการ
จัดการเรียนรู้ท่ีเน้นผู้เรียน มีความเข้าใจเพ่ือนาไปสู่การปฏิบัติได้จรงิ สามารถทางานร่วมกับผู้อ่ืนได้เพ่ือให้นักเรียน
ได้ใช้ประกอบการเรียนรู้ สามารถนาไปปรับใช้ในชีวิตประจาวัน และเกิดเจตคติที่ดี ต่อการเรียนนาฏศิลป์ โดย
ผูส้ อนไดส้ ืบคน้ จากแหล่งเรียนรู้ท้องถ่ิน ทางอินเตอร์เน็ต เอกสารต่างๆ และจากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวและศิลปนิ ใน
ท้องถิน่ โดยไดจ้ ัดเรยี งเน้ือหาความรู้ตามลาดับก่อนหลงั อย่างเหมาะสม มีภาพประกอบที่หลากหลาย
เอกสารประกอบการสอนนี้ได้แบ่งเนื้อหาสาระเป็น 3 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 “ชาวเล” คือใคร..ใครคือ
“ชาวเล” ตอนที่ 2 รองเง็งชาวเล จังหวัดภูเก็ตเป็นอย่างไร และตอนที่ 3 ฝึกเต้นรองเง็งชาวเล จังหวัดภูเก็ต
ตามลาดับความสาคัญของเน้ือหา และได้นาเสนอการฝึกทักษะปฏิบัติรองเง็งชาวเล จังหวัดภูเก็ตพร้อม
ภาพประกอบไวด้ ้วยกัน 5 เพลง ได้แก่ เพลงลาฆูดูวา เพลงมะอีนัง เพลงทาลกั ทักทัก เพลงบาฆูเกลัง และ
เพลงตาเบ๊ะอีเจ๊ะ โดยผู้สอนจัดการเรียนรู้ร่วมกับการใช้รูปแบบการสอนทักษะปฏิบัติของเดวีส์ (Davies)
ซึ่งมีกระบวนการสอน 5 ขั้นตอน คือ ขั้นท่ี 1 ข้ันสาธิตทักษะและการกระทา ข้ันท่ี 2 ขั้นสาธิตและให้ผู้เรียน
ปฏิบัติทักษะย่อย ขนั้ ที่ 3 ข้ันให้ผู้เรียนปฏิบัตทิ ักษะย่อย ขั้นที่ 4 ขน้ั ให้เทคนิควิธีการ และขั้นที่ 5 ขนั้ ให้ผเู้ รยี น
เชื่อมโยงทักษะย่อยเปน็ ทักษะท่ีสมบูรณ์ ซ่ึงรูปแบบการสอนน้ีจะทาให้ผู้เรียนมีทักษะปฏิบัติการราในระดับที่ดี
ขึ้น
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารประกอบการเรียนเล่มนี้ คงอานวยประโยชน์ต่อการเรียนรู้นาฏศิลป์พื้นเมือง
ตามสมควร จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารประกอบการเรียนเล่มนี้จะเป็นประโยชน์สาหรับครูผู้สอนและนักเรียน
ในการจดั การเรียนรู้วิชานี้ได้เป็นอย่างดที ้ังนผี้ ู้สอนได้เสนอแนะตาราและหนังสืออ่านประกอบไวแ้ ล้ว
สกุ ญั ญา ผวิ ขา
สารบัญ หนา้
เรอ่ื ง ก
ข
คาช้ีแจง 1
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 2
ตอนที่ 1 “ชาวเล” คอื ใคร..ใครคือ “ชาวเล” 3
4
ใครกันนะทช่ี ่อื วา่ “ชาวเล” 5
ชาวเลภูเกต็ มาจากไหนกัน 6
รองเง็งชาวเล คอื อะไรกนั นะ ? 7
เกร็ดความรู้ 8
ทบทวนความรู้ 9
ตอนที่ 2 รองเง็งชาวเล จงั หวดั ภูเก็ตเป็นอย่างไร 10
รองเง็งชาวเล จงั หวดั ภูเกต็ 11
ศลิ ปนิ รองเง็งชาวเล จงั หวัดภูเก็ต 12
การแสดงรองเงง็ ชาวเล จงั หวดั ภเู กต็ 20
องค์ประกอบร่างกายของผเู้ ต้นรองเงง็ ชาวเล จังหวดั ภเู ก็ต 25
ศพั ทเ์ ฉพาะของการเตน้ รองเง็งชาวเล จงั หวัดภูเกต็ 29
การแตง่ กายของการเตน้ รองเงง็ ชาวเล จังหวัดภเู กต็
ดนตรีประกอบการเต้นรองเงง็ ชาวเล จังหวัดภเู กต็
ทบทวนความรู้
สารบญั (ตอ่ ) หน้า
เรอื่ ง 30
31
ตอนที่ 3 ฝึกทกั ษะปฏบิ ัตริ องเง็งชาวเล จงั หวัดภูเก็ต 32
การฝกึ ทักษะปฏิบัตริ องเง็งชาวเล จังหวัดภูเกต็ 47
เพลงลาฆูดวู า 65
เพลงมะอนี ัง 75
เพลงทาลกั ทักทัก 86
เพลงบาฆเู กลงั 90
เพลงตาเบ๊ะอเี จ๊ะ 92
เกณฑ์การประเมินทักษะปฏิบัตริ องเง็งชาว จังหวดั ภเู ก็ต 93
นักแสดง 94
บรรณานกุ รม
ประวตั ผิ ู้เขียน
คำชี้แจง
เอกสารประกอบการเรียนเล่มน้ี ใช้สาหรับประกอบการเรียนรายวิชา ศ22103 นาฏศิลป์ 2
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ เร่ืองรองเง็งชาวเล จงั หวดั ภูเก็ต นกั เรียนสามารถ
ศึกษาควบคูก่ ารสอนของครูผสู้ อนและสามารถเรียนรู้เพ่ิมเติมไดด้ ว้ ยตนเอง โดยปฏิบตั ิตามคาช้ีแจง
ดงั น้ี
1. ทาความเขา้ ใจจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ก่อนศึกษาเอกสารประการเรียน
2. ทาแบบทดสอบก่อนเรียนจานวน 30 ขอ้ ลงในกระดาษคาตอบโดยครูผสู้ อนแจกให้
นกั เรียน ไมไ่ ดแ้ นบไวใ้ นเอกสารประกอบการเรียน
3. ศึกษาเอกสารประกอบการเรียนร่วมกบั การสอนและสาธิตของครูผสู้ อน หากมีขอ้ สงสยั
ขณะศึกษาบทเรียน สามารถปรึกษาครูผสู้ อนไดท้ นั ที
4. ทดสอบทกั ษะปฏิบตั ิและทาแบบทดสอบหลงั เรียน
5. นกั เรียนตอ้ งมีความรับผิดชอบ รักษาเอกสารประกอบการเรียนน้ีใหอ้ ยใู่ นสภาพดี
ไม่ขีดเขยี นขอ้ ความใดๆ ลงในเอกสาร และใหส้ ่งคนื ตามกาหนดเวลา
จุดประสงค์กำรเรียนรู้
รู้และเข้ำใจประวัตคิ วำมเป็ นมำของชำวเล และรองเงง็ ชำวเล จังหวัดภูเกต็ และบรรยำยได้
ระบุลกั ษณะท่ำทำง ศัพท์เฉพำะและองค์ประกอบกำรแสดงรองเงง็ ชำว จงั หวดั ภูเกต็ ได้
อธิบำยและสำมำรถปฏิบัตทิ ่ำเต้นกำรเต้นรองเงง็ ชำวเลจังหวดั ภูเกต็ ได้
มีควำมพงึ พอใจทีด่ ตี ่องำนเรียนนำฏศิลป์ เร่ือง รองเง็งชำวเล จังหวดั ภูเกต็
ตอนท่ี 1
“ชำวเล” คือใคร..ใครคือ “ชำวเล”
1
ใครกนั นะทช่ี ื่อว่ำ “ชำวเล”
คาวา่ ชาวเล เปน็ คาไทยปกั ษ์ใตท้ ีย่ น่ ยอ่ มาจาก ชาวทะเล หมายถึง ผูค้ นที่อาศยั แถบ
ชายฝั่งหรอื ตามเกาะน้อยใหญ่และวิถีชีวติ ผูกพันกบั ทะเล หรือ กลมุ่ ชาตพิ นั ธห์ุ รือชนพนื้ เมอื งที่มี
ภาษาและวัฒนธรรมเฉพาะที่มีจดุ เกาะเกีย่ วกับทะเลและวิถีชีวิตชายฝั่ง
ชาวเลเคยมีชวี ิตเร่รอ่ นในหรือกง่ึ เรร่ ่อนใช้ เวลาสว่ น
ใหญใ่ นเรือที่บ่อยครั้งเป็นท้ังบ้านและพาหนะเดินทางนาไปสู่
เกาะใหญ่นอ้ ยอนั เขยี วชอุ่มและอดุ มสมบูรณใ์ นแถบทะเลอนั ดา
มนั วิถชี วี ิตอนั นา่ ทึง่ น้ที าให้ชาวตะวันตกท่ีได้พบเหน็ ชาวเล
ขนานนามใหว้ า่ Sea Gypsy หรือยปิ ซีทะเล
เนื่องจากมีวิถชี วี ติ คลา้ ยกบั กลุ่มยบิ ซใี นยโุ รปที่เดนิ ทางอพยพโยกยา้ ยไปเร่ือยๆ
เพราะฉะนั้น ชื่อ Sea Gypsy จึงไม่จากัดอยู่แต่เฉพาะชาวเล 3 กลุม่ ในประเทศไทยเทา่ นัน้
เพราะอนั ทีจ่ ริงแล้วยังมชี นเผ่าเรร่ ่อนทางทะเลอยู่หลายกลุ่มกระจายอย่ใู นหลายประเทศใน
เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
2
ชำวเลภูเกต็ มำจำกไหนกนั
กล่มุ ชาติพันธชุ์ าวเลเปน็ ชนเผ่าพื้นเมืองดง้ั เดิมซึ่งอพยพ
มาจากชอ่ งแคบมะละกา มาอาศยั หาอยู่หากินบรเิ วณทะเลอัน
ดามันมาเปน็ เวลานานประมาณ 300 ปี ปัจจบุ ันมชี ุมชน
ชาวเล 41 ชุมชนกระจายในพ้ืนที่ 5จังหวัด คอื ภเู กต็ พงั งา สตลู
ระนอง และกระบ่ี ประชากรประมาณ 13,000 คน กลมุ่ ชาติ
พนั ธช์ุ าวเล แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กล่มุ อรู ักลาโวย้ (Urak Lawoi) กลุ่มมอเกน็ (Moken) และมอเกล็น
(Moklen)
ในจังหวดั ภเู ก็ต มีชาวเล 2 พวก คือ ชาวเล
สิงห์ อาศัยอย่ทู ่บี า้ นแหลมหลา และบ้านเหนอื
ต.ไมข้ าว จ.ภูเก็ต และชาวเล อูรกั ลาโว้ย อาศยั อยู่ที่
เกาะสเิ หร่ หาดราไวย์ บ้านสะปา และบ้านฉลอง คาวา่
“อูรกั ” แปลว่า คน สว่ นคาว่า “ลาโวย้ ” แปลว่า ทะเล
แปลรวมว่า คนทะเล หรือชาวเล อพยพเคล่อื นย้าย
เร่รอ่ น ทามาหากนิ อยูใ่ นแถบจังหวดั ระนอง พังงา
ภเู กต็ กระบี่ และสตูล กลุม่ ชนน้อี าศัยอยอู่ ย่างโดดเดีย่ วตามลาพังมีความสมั พนั ธ์และตดิ ต่อกับคนพน้ื เมือง
เท่าน้นั อย่างไรกต็ ามก็มแี บบแผนประเพณี วิถชี วี ติ และภาษาเป็นของตนเอง ไมว่ ่าจะเป็นกลุ่มอูรักลาโว้ย
หรือชาวเลสิงหต์ ่างกม็ วี ัฒนธรรมท่สี ืบทอดกันมาตงั้ แต่สมยั บรรพบุรษุ
3
รองเง็งชำวเล คืออะไรกนั นะ ?
รองเง็ง เป็นศิลปะการสแสดงในกลุ่มชาติพันธุ์มลายู เป็นการเต้นราพื้นบ้านที่มีความสวยงามท้ัง
ลีลาการเคลื่อนไหวของมือ เท้า ลาตัว และการแต่งกายของผู้แสดง ผสมกลมกลืนกับดนตรีท่ีไพเราะ เป็น
ศิลปะการแสดงท่ีมีการผสมผสานทางวัฒนธรรมระหว่างตะวันออกกับตะวันตก โดยเฉพาะโปรตุเกสท่ีเดิน
ทางเข้ามาค้าขายในดินแดนแถบมะละกาเม่ือครั้งอดีต คือการเต้นราจับคู่ระหวา่ งชายหญิง โดยคล้องแขน
หมุนตัวไปมาตามจังหวะดนตรี ทาให้เกิดการเลียนแบบข้ึนในกลุ่มชนชาวพ้ืนเมืองมลายูและขยายไปสู่
ชมุ ชนใกลเ้ คียง จนกลายมาเป็น รองเงง็
รองเงง็ ในภาคใตข้ องไทยมี 3 รปู แบบ คือ รองเงง็ ราชสานัก นิยมแสดงในจงั หวัด ปตั ตานี ยะลาและ
นราธวิ าส รองเงง็ ชาวเล นิยมแสดงในจังหวัดและหมูเ่ กาะชายฝง่ั ทะเลอนั ดามนั และรองเงง็ ตนั หยง นยิ ม
แสดงในจงั หวัดภเู กต็ สตูล ตรัง พงั งา กระบ่ี และระนอง รองเง็งทั้ง 3 รปู แบบมีความแตกต่างกันตามบรบิ ท
ของแตล่ ะพนื้ ท่ี มีการสบื ทอดต่อกนั มารุน่ ต่อรนุ่ จนถงึ ปัจจบุ ัน
รองเง็งชาวเล คือ เป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านของชาวเลอูรักลาโว้ย ที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่ง
ทะเลอันดามัน เรียกว่า รูเงะ หรือรูเง้ก ซ่ึงชาวภูเก็ตเรียกว่า รองเง็ง เป็นการราวงพ้ืนบ้านประกอบบท
เพลงท่ีกล่าวถึงความงดงามของธรรมชาติและวิถีความเป็นอยู่ โดยเล่นเพื่อความสนุกสนานและใช้ในการ
ประกอบพิธีกรรม งานไหว้ครู งานประจาปี งานร่ืนเริงต่างๆ ผู้แสดงรองเง็งมักจะประกอบไปด้วยผู้หญิงที่
อยู่ในครอบครัวหรือเครือญาติเดียวกัน ชาวเลเป็นกลุ่มชนท่ีมีประเพณี ความเช่ือ และภาษาเป็น
เอกลกั ษณข์ องตนเอง
4
เกร็ดควำมรู้
“ไทยใหม่” เป็นอีกคาที่นิยมใชเ้ รียกชาวเล แตก่ เ็ ป็นคาที่เกิดข้ึน
ภายในระยะเวลา 30 – 40 ปี มาน้ีเอง และมีนยั วา่ ชาวเลไดร้ ับการ “ยกระดบั ”
ใหเ้ ป็นไทยแลว้ เพราะไดร้ ับสญั ชาติไทย ส่ือสารเป็ นภาษาไทยได้ ไดร้ ับ
การศึกษาระบบโรงเรียน และเขา้ สู่ระบบระเบียบต่างๆ ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ความ
เป็ นไทย
5
ทบทวนควำมรู้
คำชี้แจง จงตอบคาถามต่อไป
1. ชาวตะวนั ตกที่ไดพ้ บเห็นชาวเล ไดข้ นานนามวา่ อยา่ งไร
.........................................................................................................................................................
2. กลุม่ ชาติพนั ธุ์ชาวเลเป็นชนเผา่ พ้ืนเมืองด้งั เดิมซ่ึงอพยพมาจากท่ีใด
.........................................................................................................................................................
3. จงั หวดั ภูเก็ต มีชาวเลกี่พวก อะไรบา้ ง และอาศยั อยทู่ ่ีใด
.........................................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………….…………..
4. อูรักลาโวย้ มีความหมายวา่ อยา่ งไร
.........................................................................................................................................................
5. รองเง็ง เป็นการเตน้ ราพ้ืนบา้ นที่มีการผสมผสานทางวฒั นธรรมกบั ชาติตะวนั ตก ชาติใด
.........................................................................................................................................................
6. รองเงง็ ชาวเล เป็นศิลปะการแสดงพ้ืนบา้ นของชาวเล ที่อาศยั อยตู่ ามชายฝ่ังทะเลอนั ดามนั แถบ
จงั หวดั ระนอง พงั งา กระบี่ สตูล และภเู กต็ ท่ีเรียกอีกอยา่ งวา่ อะไร
.........................................................................................................................................................
7. คาท่ีนิยมใชเ้ รียกชาวเล เป็นคาที่เกิดข้นึ ภายในระยะเวลา 30 – 40 ปี มาน้ี คอื คาใด
........................................................................................................................................................
6
ตอนท่ี 2
รองเงง็ ชำวเล จังหวดั ภูเกต็
เป็ นอย่ำงไร
7
รองเง็งชำวเล จงั หวดั ภูเกต็
รองเงง็ ชาวเล เป็ นนาฏศิลป์ พ้ืนเมืองของ
ชาวเล ท่ีต้งั ถ่ินฐานในจงั หวดั ภูเก็ต มีการสืบทอด
กันมาต้ังแต่สมัยบรรพบุรุ ษ โดยมีท่าเต้นท่ี
สวยงาม มีดนตรี ทานองเพลงและเน้ือเพลงมี
ความสละสลวย ทานองไพเราะ จนไดร้ ับการ
ยอมรับในแวดวงวิชาการว่าเป็ นการแสดงทาง
วฒั นธรรมที่โดดเด่นระดบั สากล และสะทอ้ นถึง
ความเป็ นอนั ดามนั ไดอ้ ยา่ งเด่นชดั มีการแสดง
ประกอบในพิ ธี ลอยเรื อของชาวเล ซ่ึ งเป็ น
พิธีกรรมที่สาคญั มากของชาวเล
8
ศิลปิ นรองเง็งชำวเล จงั หวดั ภูเกต็
นางจ้ิว ประโมงกิจ สืบเช้ือสายมาจาก เผ่าอูรักลาโวย้ ซ่ึงเป็ นกลุ่มชนด้ังเดิมที่เร่ร่อนอยู่ใน
ทะเลอนั ดามัน และได้มาต้งั ถ่ินฐานอยู่ท่ีเกาะสิเหร่ อาเภอเมือง จงั หวดั ภูเก็ต เป็ นบุตรีคนสุดท้อง
เร่ร่อนตามพ่อและแม่ ทามาหากินในทอ้ งทะเลอนั ดามนั ยามว่างก็มีโอกาสเรียนการร่ายราท่ีเรียกว่า
“รองเง็ง” จากยายปาซ้ิว ซ่ึงเป็นผมู้ ีความสามารถรารองเงง็ ของกลุ่มชาวเล ผทู้ ี่สามารถจาบทเพลง และ
ท่วงทานองการร่ายราไดม้ ากที่สุด
สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี ได้พระราชทานนามสกุลใหม่ให้เผ่าชาวเลใต้ท่ี
เกาะสิเหร่วา่ “ประโมงกิจ” ครอบครัวนายอาจ และ นางจาปา จึงไดใ้ ชน้ ามสกลุ “ประโมงกิจ”
นางจ้ิว ได้รับความไวว้ างใจให้เป็ นแม่แบบ ในการถ่ายทอดท่าราให้แก่ ครู นักเรียน ใน
โรงเรียนต่างๆ เช่น โรงเรียนสตรีภเู ก็ต โรงเรียนพิบูลสวสั ดี โรงเรียนบา้ นเกาะสิเหร่ โรงเรียนเทศบาล
ปลกู ปัญญา เป็นตน้
9
กำรแสดงรองเง็งชำวเล จังหวดั ภูเกต็
การเต้นรองเง็งชาวเลจังหวัดภูเก็ตน้ัน จะใช้การเคลื่อนไหวทั้งลาตัว มือและเท้าไปตามจังหวะของบท
เพลงนั้นๆ ซึ่งในการเต้นในแต่ละบทเพลงก็จะมีรูปแบบและเทคนิคของการเต้นที่แตกต่างกันออกไป จะเป็น
เพลงที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ หากจะพิจารณาจากภาวะแวดล้อมทางสังคมวัฒนธรรม การที่ชาวเลเลือกที่จะ
สนุกสนานกันอย่างเต็มที่ในการเต้นรองเง็งนั้นถือเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดทางร่างกายที่เหน็ดเหนื่อยใน
การประกอบอาชีพตลอดระยะเวลา และยังเป็นการคลายความตึงเครียดทางจิตใจ ดังน้ันการที่ชาวเลได้
สนุกสนานไปพรอ้ มกับการเคลื่อนไหวลาตวั มือ และเทา้ ไปพรอ้ มกับดนตรีและเสียงเพลงทาให้การเตน้ รองเง็งดู
มีมนตข์ ลังมากขน้ึ
กำรเต้นรองเง็งชำวเลจังหวดั ภูเกต็ น้ัน มีลกั ษณะของท่ำ
เต้น ซ่ึงดดั แปลงมำจำกท่ำทำงของสัตว์ คือ ปู โดยดดั แปลงท่ำชู
ก้ำมของปู ท่ำรำทีไ่ ด้ คือ กำรต้ังวง ท่ำเดนิ เปรียบเสมือนกำรยำ่
เท้ำตลอดจนท่ำทำงของสัตว์น้ำ เช่น กำรเดนิ ของปู ส่วนกำร
สะบัดสะโพก เลยี นแบบมำจำกกำรว่ำยนำ้ ของปลำ
10
องค์ประกอบร่ำงกำยของผู้เต้นรองเงง็ ชำวเล จังหวดั ภูเกต็
ศีรษะ ต้ังแตป่ ลายผมดา้ นบนถงึ ลาคอ
ลาตัว ได้แก่ แขน มือ วงแขน
สะโพก ตงั้ แตส่ ะเอวถงึ ต้นขาช่วงบน
เท้า ตง้ั แต่เขา่ ถึงเท้า
ภาพองค์ประกอบร่างกายนกั แสดง
(ทมี่ า : สุกัญญา ผวิ ขา ถา่ ยเมอ่ื วันท่ี 17 กนั ยายน 2560.)
11
ศัพท์เฉพำะของกำรเต้นรองเงง็ ชำวเล จงั หวดั ภูเกต็
ลักษณะการเคล่ือนไหวของเทา้
ภาพทา่ กา้ วหน้า ภาพท่าก้าวขา้ ง
(ท่มี า : สุกญั ญา ผวิ ขา ถ่ายเม่อื วันท่ี 17 กนั ยายน 2560.)
ก้าวหนา้
การก้าวเทา้ ซ้ายหรือเทา้ ขวาออกมาดา้ นหน้า ในลกั ษณะก้าวตรงๆ ไปดา้ นหน้าเทา่ น้ัน
ก้าวข้าง
การกา้ วเท้าซ้ายหรือเท้าขวาออกไปด้านข้างในลักษณะขาตึง เปิดปลายเท้าออกวางส้นเท้าหรือจมูกเทา้
เปน็ หลัก
12
ลกั ษณะการเคลื่อนไหวของแขนและมอื
ภาพทา่ วงสูง ภาพทา่ วงตา่
(ท่ีมา : สุกัญญา ผิวขา ถ่ายเมอ่ื วนั ที่ 17 กนั ยายน 2560.)
วงสูง
การเหยียดมอื ตึงและหักข้อศอกในลักษณะปลายนิว้ อยู่ระดับศีรษะไม่จากัดวา่ จะอยู่ชว่ งไหน
ของศรี ษะ
วงต่า
การหกั ข้อมือกรีดน้วิ ท้ังหา้ ข้นึ ในลักษณะเดยี วกับวงสงู มือจะอยใู่ นระดบั จากไหลล่ งมาถงึ สะเอว
13
ลักษณะการเคลอื่ นไหวของแขนและมือ (ตอ่ )
ภาพทา่ ต้งั มือ ภาพท่าช้อนมือ
(ทมี่ า : สกุ ญั ญา ผิวขา ถา่ ยเมื่อวันท่ี 17 กันยายน 2560.)
ตั้งมอื
การใช้มือเพื่อเตรียมจะไหว้หรือสลับจีบในลักษณะมือซ้าย และมือขวาตั้งในระดับชายพก
จังหวะแรกกอ่ นเสมอ
ชอ้ นมอื
การใช้มือในลักษณะตั้งมอื ท้ังซ้ายและขวาขน้ึ สาหรบั ทา่ ไหวจ้ รดหนา้ ผากเพยี งอยา่ งเดียว
14
ลกั ษณะการเคลื่อนไหวของแขนและมอื
12 3
ภาพมว้ นมือ
(ที่มา : สกุ ญั ญา ผิวขา ถา่ ยเมอื่ วันท่ี 17 กนั ยายน 2560.)
ม้วนมอื
การใชม้ อื ทจี่ ีบหรือต้งั วงมว้ นเขา้ หาลาตัว หรอื ออกจากตวั ( ปฏบิ ตั ติ ามภาพตามลาดบั 1 – 3 )
15
ลกั ษณะการทรงตัวในการเต้น
ภาพลาตัวช่วงบน ภาพลาตวั ช่วงล่าง
(ท่ีมา : สกุ ัญญา ผิวขา ถ่ายเม่อื วันท่ี 17 กันยายน 2560.)
ลาตวั ช่วงบน
ลาตัวตง้ั แต่ไหลถ่ ึงสะเอวของผเู้ ต้น
ลาตวั ชว่ งล่าง
ลาตวั ช่วงสะโพกถงึ เท้าของผูเ้ ต้น
16
ลักษณะการทรงตัวในการเตน้ ( ตอ่ )
12
ภาพท่าการสะบัดสะโพก
(ท่ีมา : สกุ ญั ญา ผวิ ขา ถา่ ยเมือ่ วันที่ 17 กันยายน 2560.)
สะบดั สะโพก
การใช้สะโพกในลกั ษณะยืนเต็มเทา้ ขวาหรือเท้าซ้าย งอเข่าดา้ นทไ่ี มว่ างเตม็ เท้า พร้อมท้งั กดเกลียว
ซา้ ยและขวา ยกสะโพกขน้ึ ตามจังหวะช้าหรอื เรว็ ของดนตรี
17
ลักษณะการทรงตัวในการเต้น ( ตอ่ )
ภาพลักษณะการเอียงศรี ษะ
(ท่ีมา : สกุ ัญญา ผิวขา ถา่ ยเม่อื วนั ท่ี 17 กันยายน 2560.)
ลกั ษณะการเอียงศรี ษะ
มีลกั ษณะเฉพาะ คือ เอยี งศีรษะดา้ นเดียวกบั มือที่ต้ังวง
18
รปู แบบแถวของการเตน้ รองเงง็ ชาวเล จงั หวดั ภูเกต็
ลกั ษณะรูปแบบของแถวในการรา (หรือการเตน้ ) รองเงง็ ชาวเล จังหวัดภูเก็ตมดี งั น้ี
1. แถวหน้ากระดาน เรยี งเดย่ี ว
○○○○○○
2. แถวเปน็ วงกลม เป็นลกั ษณะเดยี วกันกบั การรารอบเรือพธิ ี โดยผู้ราจะเดนิ เวยี นจากขวาไปซา้ ย
○○
○○
○○
○○
3. แถวหนา้ กระดาน สลบั ฟนั ปลา
○ ○○○ ○ ○
○ ○○ ○○ ○
19
กำรแต่งกำยของกำรเต้นรองเงง็ ชำวเล จงั หวดั ภูเกต็
ลกั ษณะเด่นของการแตง่ กายของผรู้ ารองเง็งชาวเลจงั หวดั ภูเก็ตนั้น
น่าจะอยู่ท่ีสีสันของเส้ือผ้าที่มีลวดลายสดใสมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ถึงแม้ในปัจจุบันจะเปลี่ยนแปลงไปตามความเจริญ ทาให้การแต่งกายดูกลมกลืน
กบั ชาวพ้นื เมืองภูเกต็
แต่การแต่งกายของรองเง็งชาวเล จังหวัดภเู ก็ต ก็ยังคงความโดดเดน่ ใน
รูปแบบของตนเอง นอกจากน้ีวัฒนธรรมการแต่งกายของชาวเลน้ันก็ยังคานงึ ถึง
ความเหมาะสมในการแต่งกายอยู่เหมือนกัน เชน่ หากเปน็ งานท่ี
เปน็ ทางการ (งานพิธี) จะแตง่ กายดว้ ยชุดท่คี ลา้ ยคลึงกนั คือ สวม
เสอ้ื ลูกไม้แขนยาวทุกคน แต่ถ้าเปน็ งานท่ีไมเ่ ป็นทางการ ได้แก่
งานแก้บน งานแตง่ งาน หรืองานร่ืนเรงิ ต่างๆ ก็จะไม่มีกาหนด
กฎเกณฑ์อะไร แลว้ แต่ว่าใครอยากจะแต่งกายอย่างไรก็ได้ แต่จะ
สวมผา้ ปาเต๊ะเหมือนกันทกุ คน
องค์ประกอบชดุ การแต่งกายในการเต้นรองเง็งชาวเล จังหวดั ภูเก็ตซึ่งผู้
แสดงจะเป็นผูห้ ญิงลว้ น แตง่ กายคล้ายกบั ชาวมสุ ลิม คือ นุ่งผา้ ปาเต๊ะกรอมเท้า
สวมเสื้อผ้าลูกไม้ คล้องคอด้วยผ้าบางๆ ส่วนสีที่ชาวเลชอบมาแตต่ ั้งเดิมตาม
ลกั ษณะนิสยั นั้นจะเป็นสีสด เช่น สแี ดง สีสม้ สีเขียว ลวดลายของเสอ้ื ผ้านยิ ม
ลายดอกไม้หรือใบไมด้ อกใหญ่สลบั กันเพื่อให้ดูสวยงาม
20
องคป์ ระกอบชุดการแต่งกายในการเตน้ รองเง็งชาวเล จังหวัดภูเก็ต
ภาพองค์ประกอบชดุ การแต่งกายในการเต้นรองเงง็ ชาวเล ภูเก็ต
(ที่มา : สกุ ญั ญา ผวิ ขา ถ่ายเมอ่ื วันท่ี 17 กนั ยายน 2560.)
21
องค์ประกอบชุดการแต่งกายในการเตน้ รองเง็งชาวเล จังหวัดภูเกต็ (ต่อ)
ภาพเส้ือลูกไม้
(ท่มี า : สกุ ัญญา ผวิ ขา ถ่ายเมือ่ วันที่ 17 กันยายน 2560.)
1. เสื้อลูกไม้ หมายถึง เส้ือท่ีใช้สาหรับใส่ในการเต้นรองเง็ง ตัดเย็บด้วยผ้าลูกไม้สีสดเข้ารูป ชายเสื้อ
ดา้ นหนา้ แหลมยาวเกือบถงึ ตัก ดา้ นหลงั สนั้ ประมาณเอว
ภาพผ้าปาเต๊ะ
(ท่ีมา : สกุ ัญญา ผวิ ขา ถ่ายเมอื่ วนั ที่ 17 กนั ยายน 2560.)
2. ผ้าปาเต๊ะ หมายถึง ผ้าที่จะใช้นุ่งพันรอบตัว ได้รับความนิยมสูงในหมู่ชาวมุสลิมในภาคใต้ตอนล่าง
รวมถึงมาเลเซียและอินโดนีเซีย สีสันสะดุดตา เป็นผ้าเนื้อดี ลวดลายของผ้านิยมเป็นลายดอกไม้หรือใบสลับกัน
เพ่ือความสวยงาม ชาวเลในจงั หวัดภเู กต็ นิยมใช้ผา้ นุ่งสสี ดใสและลายดอกโต
22
องค์ประกอบชดุ การแต่งกายในการเตน้ รองเง็งชาวเล จังหวดั ภูเก็ต (ตอ่ )
ภาพผา้ คล้องคอ
(ท่มี า : สกุ ัญญา ผิวขา ถ่ายเม่อื วนั ท่ี 17 กันยายน 2560.)
3. ผ้าคล้องคอ หมายถงึ ผ้าบางๆ มีลักษณะคลา้ ยผา้ โพกศีรษะ ของผู้หญิงชาวมสุ ลิม
ภาพเข็มขัด
(ทม่ี า : สกุ ัญญา ผิวขา ถา่ ยเม่อื วันที่ 17 กันยายน 2560.)
4. เข็มขัด หมายถึง เครื่องประดับที่ใช้รัดสะเอวทาด้วยทอง นิยมใช้โลหะชุบทอง หรือเงิน รัดสะเอวไว้
ดา้ นในเสื้อ
23
องค์ประกอบชุดการแต่งกายในการเต้นรองเง็งชาวเล จงั หวดั ภูเก็ต (ตอ่ )
ภาพสร้อยคอ -ต่างหู
(ท่มี า : สกุ ัญญา ผิวขา ถา่ ยเมอื่ วนั ที่ 17 กนั ยายน 2560.)
5. สร้อยคอ หมายถึง เคร่ืองประดับที่ใช้สวมใส่ท่ีคอ โดยมากนิยมสร้อยที่ทามาจากมุก ลูกปัด สีขาว
และสรอ้ ยทอง
6. ต่างหู หมายถึง เครื่องประดับใช้สวมใส่ท่ีหู โดยมากนิยมใช้ต่างหูที่ทามาจากมุก ลูกปัดสีขาว และ
ทองคา
ภาพดอกไม้ประดบั ผม 24
(ท่ีมา : สกุ ัญญา ผิวขา ถ่ายเมอ่ื วันที่ 17 กันยายน 2560.)
7. ดอกไมป้ ระดับผม หมายถึง เครื่องประดับทใ่ี ชป้ ระดบั มวยผม นิยมใชด้ อกไม้แห้ง ดอกไม้ผา้
ปิ่นดอกไม้ เป็นต้น
ดนตรีประกอบกำรเต้นรองเง็งชำวเล จังหวดั ภูเกต็
การเตน้ รองเง็งชาวเล จงั หวดั ภูเก็ตน้ัน เครื่องดนตรีท่ีใชบ้ รรเลงมีลกั ษณะใกลเ้ คียงกบั เคร่ืองดนตรีของ
ภาคใตต้ อนล่าง แต่เรียกชื่อว่า “ ดนตรีรามะนา ” หมายถึง ดนตรีที่มีการขับร้องและบรรเลงรามะนาประกอบ
การขับร้อง โดยใช้ภาษาขับร้องเป็ นภาษาเฉพาะของชาวเลอูรักลาโวย้ ดนตรีรามะนาของชาวโอรักลาโว้ย
ที่ใชใ้ นการประกอบการเตน้ รองเง็งชาวเลจงั หวดั ภูเก็ตที่น่าสนใจประกอบดว้ ย ไวโอลิน รามะนา ฆอ้ งโหม่ง ฉ่ิง
ฉาบ
จังหวะของเพลงรองเง็งชาวเล มีจังหวะด้ังเดิมมาจากจงั หวะในการเตน้ ระบาปลายเท้าของยุโรปผสม
กบั จงั หวะกลางของอาหรับ ผ่านมาทางอินโดนีเซียและมาเลเซีย ผสมกบั จงั หวะรามะนาของชาวเล จนเกิดเป็ น
จงั หวะในบทเพลงรองเง็งฝั่งอนั ดามนั มีรายละเอียดของการหยอกลอ้ ระหวา่ งรามะนา 2 ใบ มือรามะนาสามารถเลือกใช้
เสียงในแต่ละใบไดถ้ ึง 5 เสียง โดยมีไวโอลินและคนขบั เพลงเป็นตวั ประสานกลมกลืนอยา่ งลงตวั จงั หวะรองเงง็ ฝั่ง
อนั ดามนั จะแยกเป็นกลุ่มใหญๆ่ ไดด้ งั น้ี
กลุ่มจังหวะลำฆูดัว ใช้บรรเลงร่วมกับเพลงลาฆูดัวต่างๆ เท่าน้ัน เช่น ลาฆูดัวธรรมดา ลาฆูดัวเทศ
เป็นตน้ แบ่งชา้ เร็วออกเป็น 2 ส่วน คือ เร็วปานกลาง และค่อนขา้ งเร็ว
กลุ่มจังหวะมะอนี ัง ใชบ้ รรเลงร่วมกบั เพลงมะอีนงั ต่างๆ เท่าน้นั เช่น มะอีนงั ธรรมดา มะอีนงั ซายงั มะ
อีนงั ลมู ตู เป็นตน้ เป็ นจงั หวะค่อนขา้ งเร็วท้งั เพลง โดยเฉพาะช่วงทา้ ยของเพลง ผบู้ รรเลงจะรุกใหเ้ ร็วข้ึน
กลุ่มจังหวะบุหรงปูเต๊ะ ใช้บรรเลงพ้ืนฐานของการบรรเลงรองเง็งในลาฆูต่างๆ ประยุกต์ให้ เขา้ กบั บท
เพลงท้งั อดีตและปัจจุบนั ท้งั น้ีเพราะสามารถจงั หวะใหส้ ้ันหรือยาวกไ็ ด้
กลุ่มจังหวะเฉพำะ จะใชบ้ รรเลงกบั เพลงที่มีรูปแบบพิเศษกว่า 3 กลุ่มขา้ งตน้ บางทีก็เลือกเอาจงั หวะท้งั 3
จงั หวะ มาผสมผสานส่วนใหญ่จะใชก้ บั เพลงท่ีมีอายเุ ก่าแก่ ใชก้ บั การเตน้ รองเง็งแบบ ตน้ ตารับด้งั เดิม เช่น เพลง
ซาปาอิตู้ เพลงกาโยะซมั ปัน เพลงปารูงาเจ เป็ นตน้
ท้งั สี่กลุ่มจงั หวะน้ีไม่สามารถระบุความชา้ เร็วท่ีเป็นมาตรฐานตายตวั ได้ เน่ืองจากโอกาสความพร้อมใน
การแสดงแตล่ ะคร้ังแตกต่างกนั 25
เครื่องดนตรีประกอบการเต้นรองเง็งชาวเล จงั หวดั ภูเก็ต
ภาพไวโอลนิ
(ที่มา : จินตนา วฒั นเวส ถ่ายเมอ่ื วนั ท่ี 9 กรกฎาคม 2549)
ไวโอลิน เป็นเคร่ืองดนตรีประเภทเครื่องสาย ใช้คันชักสี เป็นซอที่มีขนาดเล็กท่ีสุด มีความยาว
มาตรฐาน 23.5 นว้ิ สว่ นท่ีเป็นกะโหลกซอยาว 14 นิว้ วิธีการเล่นใชห้ นบี ใต้คาง เป็นเคร่ืองดนตรที ่ีมเี สยี งแหลม
ใส อ่อนหวาน สามารถถ่ายทอดอารมณ์ได้ดี ผู้เล่นต้องใช้เวลาในการฝึก 10 ปีข้ึนไป จึงจะใช้การได้ ในการรา
รองเงง็ ไวโอลินจะเป็นตัวหลกั ของการบรรเลงท่วงทานองเพลง
ภาพรามะนา
(ทีม่ า : จินตนา วฒั นเวส ถา่ ยเมื่อวันท่ี 9 กรกฎาคม 2549.)
รามะนา มาลายู เรียกวา่ ราบานา ลักษณะรูปรา่ งเป็นกลองแบนๆ ขงึ ด้วยหนังเพยี งหน้า
เดยี วเป็นเครื่องประกอบจงั หวะในเพลงรองเงง็ คณะรองเงง็ จ้วิ ประมงกิจ จะใชผ้ า้ เต็นท์ขึงหน้ารามะนา
เนอ่ื งจากทาใหเ้ สยี งดีมคี วามดังกวา่ หนังแพะ ส่วนรองเง็งคณะหริ ฟองสายธาร จะใชห้ นังแพะ ซงึ่ ข้อดีของหนงั
แพะ คือ มีความคงทน หาได้ง่ายในท้องถิ่น ส่วนข้อเสยี ของหนังแพะ คอื เมอื่ ถกู นา้ หรืออากาศชื้นจะทาใหเ้ สียง
ไมด่ งั
26
เครือ่ งดนตรปี ระกอบการเต้นรองเง็งชาวเล จงั หวดั ภเู ก็ต ( ตอ่ )
ภาพฆอ้ งโหมง่
(ท่ีมา : จินตนา วัฒนเวส ถ่ายเมอ่ื วันท่ี 9 กรกฎาคม 2549.)
ฆ้อง เป็นเคร่ืองดนตรีดั้งเดิมของชาวตะวันออก ทาด้วยทองสัมฤทธ์ิมีหลายชนิดหลายขนาดฆ้อง
ที่ใช้กากับจังหวะรองเง็งเป็นฆ้องเดี่ยวเส้นผ่าศูนย์กลาง 30– 80 เซนติเมตร เจาะรูร้อยเชือกตรงขอบสาหรับ
แขวนหรือถือปลายไมต้ หี มุ้ ด้วยหนังออ่ นๆ เสยี งฆอ้ งจะดงั กังวานกระห่ึม ผู้รารองเงง็ จะยดึ เสียงฆอ้ งเป็นหลกั ใน
การก้าวเท้าของแต่ละจังหวะการแตะเท้าหรือการก้าวเท้ารวมถึงลีลาการส่ายสะโพกจะเป็นไปตามเสียงของ
ฆ้อง
ภาพทฉ่ี ง่ิ
(ทม่ี า : จนิ ตนา วฒั นเวส ถา่ ยเมอ่ื วันท่ี 9 กรกฎาคม 2549.)
ฉิ่ง เป็นเคร่ืองตีที่ทาท่ีทาด้วยโลหะประเภทเครื่องกากับจังหวะรูปร่างคล้ายถ้วยชาไม่มีก้นเว้ากลาง 27
ปากผายกลมเจาะรตู รงกลางสาหรับร้อยเชือกเพ่ือสะดวกในการถือตีกระทบกนั เม่อื ต้องการตีเสียง “ฉิ่ง” ก็เอาขอบ
ของฝาหนึ่งกระทบเข้ากับขอบของอีกฝาหนึ่ง เมื่อต้องการตีเสียง “ฉับ” ก็เอาท้ังสองฝามากระทบกัน ฉ่ิงนับว่า
เป็นเครื่องดนตรีที่เล่นยาก เพราะผู้เล่นต้องมีความสามารถในเร่ืองจังหวะของเพลงท่ีบรรเลงเป็นอย่างดี
(ประดษิ ฐ์ อินทนลิ . 2548 : 24)
เครื่องดนตรีประกอบการเต้นรองเงง็ ชาวเล จงั หวดั ภูเก็ต (ตอ่ )
ภาพฉาบ
(ท่มี า : จินตนา วฒั นเวส ถา่ ยเม่อื วนั ที่ 9 กรกฎาคม 2549.)
ฉาบ รูปร่างคล้ายฉ่ิง แต่หล่อบางกว่าฉิ่ง มีขนาดใหญ่กว่า และกว้างกว่า ตรงกลาง มีปุ่มกลมทาเป็น
กระทุ้ง ขอบนอกแบนราบออกไปโดยรอบเจาะรูตรงกลางไว้ร้อยเส้นเชือก หรือเส้นหนังสาหรับถือมี 2 ขนาด
คือ ฉาบใหญต่ ีตรงจังหวะและฉาบเล็กตีขัดจังหวะ
28
ทบทวนควำมรู้
คำชีแ้ จง จงตอบคาถามต่อไป
1. ลกั ษณะการเคลื่อนไหวของมือในการเตน้ รองเง็งชาวเล จงั หวดั ภูเก็ต ดัดแปลงมาจากการ
เคล่ือนไหวของสตั วช์ นิดใด
.........................................................................................................................................................
2. ท่าสะบดั สะโพก คอื
.........................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………..
3. วงสูง คอื
.........................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………..
4. ลกั ษณะเด่นของการแต่งกายของรองเงง็ ชาวเล จงั หวดั ภูเก็ตคือ
.........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
5. เครื่องดนตรีประกอบการเตน้ รองเงง็ ชาวเล จงั หวดั ภูเก็ต ประกอบดว้ ยเคร่ืองดนตรีอะไรบา้ ง
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
29
ตอนท่ี 3
ฝึ กเต้นรองเงง็ ชำวเล จงั หวัดภูเกต็
30
การฝกึ ทกั ษะปฏิบัติรองเง็งชาวเล จงั หวัดภเู ก็ต
การเต้นรองเง็งชาวเล จังหวัดภูเก็ต
เป็นศิลปะการแสดง ที่มีการร่ายราท่ีเน้นการเคล่ือนไหวของเท้า
ประกอบการเคล่ือนไหวของร่างกายส่วนอ่ืนไม่ว่าจะเป็น มือ สะโพก
ลาตัว ศีรษะ ไปพร้อมๆ กัน ซ่ึงเป็นลักษณะเด่นมากในการราหรือ
การเต้นรองเง็งชาวเล จังหวัดภูเก็ต เป็นการแสดงสัญลักษณ์
ด้ ว ย ภ า ษ า ท่ า ท า งแล ะก าร แส ด งอ อก ท า งสี ห น้ า ท่ี สั ม พั น ธ์ กั บ
เสยี งเพลงและจังหวะดนตรี
สาหรับในเอกสารประกอบการเรียนเล่มน้ีได้นาเสนอการ
ฝึกทักษะปฏิบัติรองเง็งชาวเล จังหวดั ภูเก็ตไว้ด้วยกัน 5 เพลง ได้แก่
เพลงลาฆูดูวา เพลงมะอีนัง เพลงทาลักทักทัก เพลงบาฆู เกลัง
และเพลงตาะเบะ๊ อเี จะ๊
31
เพลงลาฆูดวู า
เพลงลาฆดู วู า คาว่า “ลากวู ” แปลว่า เปดิ ส่วนคาวา่ “วูกา หรอื ดูวา ” แปลวา่ เราสอง “ลาฆูดูวา” หมายถงึ เพ
จงั หวะเพลงลาฆูดูวา จัดอยู่ในกลุ่มจังหวะลาฆูดัว เป็นจังหวะเร็วปานกลาง หรือท่ีเรียกว่าเพลงรา
เท้า 2 จังหวะ คือแบ่งจังหวะเป็น 2 ส่วน คือ จังหวะเร็วปานกลางและค่อนข้างเร็ว จากการศึกษาในคร้ังนี้ได้แจก
แจงรายละเอยี ดของจังหวะเพลงลาฆดู ูวา
ท่าเต้นเปน็ ส่ือถึงการไหวค้ รู และขอขมาต่อส่งิ ศักด์สิ ิทธิ์ จะเต้นเปน็ เพลงแรกของการแสดง
ลกั ษณะของการเตน้ นัน้ ผูแ้ สดงท่ายืนเปน็ แถวหน้ากระดาน ต้ังแตเ่ รม่ิ ตน้ จนจบเพลง เพลงนม้ี ีทา่ รา 10 ท่า
ด้วยกนั โดยมีรายละเอยี ดของท่ารา ดงั น้ี
ทา่ เตน้ เพลงลาฆูดวู า ทา่ ท่ี 1
อธิบายการปฏิบัติ
มือ มือทั้งสองปล่อยตรงข้างลาตัว
เท้า เท้าท้ังสองชิดกันในลักษณะยนื เต็มเท้า
ศรี ษะ หนา้ ตรงเปดิ ปลายคาง
การเคล่อื นไหว เร่ิมด้วยผู้แสดงยืนตรง เทา้ ทั้ง
สองชิดกนั ในลักษณะยืนเตม็ เท้า มือทั้งสองปล่อยตรงข้าง
ลาตัว แถวหน้ากระดาน เรียงเดี่ยว
ทา่ เตน้ เพลงลาฆดู ูวา ทา่ ที่ 1
(ทีม่ า : สุกญั ญา ผิวขา ถา่ ยเมอ่ื วนั ท่ี 17 กันยายน 2560.)
32
ทา่ เตน้ เพลงลาฆูดูวา ทา่ ที่ 2
ทา่ เต้นเพลงลาฆูดูวา ทา่ ท่ี 2
(ทม่ี า : สุกญั ญา ผิวขา ถ่ายเมือ่ วันท่ี 17 กนั ยายน 2560.)
อธบิ ายการปฏิบัติ
มอื พนมมอื ระหว่างอก ชอ้ นมอื ขน้ึ ไปในลักษณะไหว้หวั แม่มือจรดหน้าผาก
เท้า ปฏบิ ตั ิในลกั ษณะเดิม (เหมอื นทา่ ที่ 1)
ศรี ษะ หน้าตรงเปดิ ปลายคาง
การเคลอ่ื นไหว
ผู้แสดงยืนเป็นแถวหนา้ กระดานเรยี งเด่ียว เริม่ จากการชอ้ นมือทง้ั สองขึ้นมาประกบกนั
ในลักษณะพนมมือระหว่างอก ก้าวเท้าขวาหมุนรอบตัวเองไปทางขวา 1 รอบ หนั กลบั มาหน้าตรง
ช้อนมอื ขน้ึ ไหว้ให้หวั แมม่ ือจรดหน้าผากเชน่ เดยี วกับท่าถวายบังคม
33
ท่าเตน้ เพลงลาฆูดูวา ทา่ ที่ 3
12
ท่าเต้นเพลงลาฆดู วู า ทา่ ท่ี 3
(ที่มา : สกุ ัญญา ผวิ ขา ถ่ายเม่อื วนั ที่ 17 กันยายน
2560.)
อธิบายการปฏบิ ัติ
มอื มือซ้ายจีบคว่าระดับชายพก มือขวาวงตา่ มือหงาย หักข้อมือลง ส่งแขนไปข้าง
ลาตัวระดับสะเอว มือขวาจีบควา่ ระดับชายพก มือซ้ายวงต่ามือหงาย หักข้อมือลง
ส่งแขนไปด้านข้างลาตัวระดับสะเอว ทาสลับกัน ซ้าย - ขวา ข้างละ 4 จังหวะ
เท้า แตะเท้าขวาหน้า - หลงั ดว้ ยจมกู เทา้ ชดิ ข้อเท้าขวา
ศีรษะ หน้าตรงเปดิ ปลายคาง
การเคล่อื นไหว
ผ้แู สดงยืนเปน็ แถวหนา้ กระดานเรียงเดีย่ ว มือเร่มิ จากมือซ้ายจีบควา่ ระดบั ชายพกมือขวา
วงต่า มือหงาย หักข้อมือลง ส่งแขนไปข้างลาตัวระดับสะเอว แตะเท้าขวาหน้า – หลังด้วยจมูกเท้าชิดข้อ
เท้าขวา เปล่ียนเป็นมือขวาจีบคว่าระดับชายพก มือซ้ายวงต่ามือหงายหักข้อมือลง ส่งแขนไป ด้านข้าง
ลาตัวระดับสะเอว แตะเท้าขวา หน้า - หลังเหมือนเดิม ส่วนมือสลับกันซ้าย - ขวา ตามจังหวะเพลง
ขา้ งละ 4 จงั หวะ จานวน 9 ครั้ง ศีรษะหน้าตรงเปดิ ปลายคาง
34
ทา่ เตน้ เพลงลาฆูดูวา ท่าที่ 4
12
ท่ำเต้นเพลงลำฆดู วู ำ ท่ำที่ 4
(ที่มา : สุกญั ญา ผวิ ขา ถา่ ยเม่ือวนั ท่ี 17 กนั ยายน 2560.)
อธิบายการปฏบิ ัติ
มอื มือซา้ ยจีบหงายระดับชายพก ม้วนจีบเขา้ หาลาตวั แล้วปล่อยมือ
หงายระดับชายพก
เทา้ เทา้ ท้งั สองชิดกนั อยู่ในลกั ษณะยนื เต็มเท้า
ศีรษะ ก้มศรี ษะลงเลก็ น้อย
การเคล่ือนไหว
ผูแ้ สดงยืนเปน็ แถวหนา้ กระดานเรียงเดี่ยว มอื ซ้ายจบี หงายระดับชายพก ม้วนจีบ
เขา้ หาลาตัวปล่อยมือหงาย มอื ขวาปล่อยขา้ งลาตวั เท้าท้ังสองชดิ กนั อยู่ในลักษณะยนื เต็มเท้า
ก้มศรี ษะลงเล็กน้อย
35
ทา่ เต้นเพลงลาฆูดูวา ทา่ ท่ี
12
ทา่ เตน้ เพลงลาฆูดวู า ทา่ ท่ี 5(ก)
(ท่ีมา : สุกัญญา ผิวขา ถา่ ยเมอ่ื วันที่ 17 กนั ยายน 2560.)
อธิบายการปฏิบตั ิ
มือ มอื ทั้งสองกาหลวมๆ พร้อมหักข้อมือข้ึน มอื ขวาส่งแขนไปข้างลาตัวระดบั ไหล่
มือซ้าย ระดับสะเอว เปลี่ยนมือซ้าย – ขวา ข้ึนลงสลับกันตามจังหวะเพลง
เทา้ เทา้ ขวาก้าวข้าง เท้าซา้ ยแตะด้วยจมกู เทา้ ชิดข้อเท้าขวา
ศีรษะ ศรี ษะเอียงตรงขา้ มกบั เทา้ ที่ก้าว
การเคลอื่ นไหว
ผู้แสดงยนื เป็นแถวหนา้ กระดานเรียงเดี่ยว เร่มิ จากกามือทั้งสองหลวมๆ มอื ขวาสง่ ไป
ข้างลาตัวระดับไหล่ มือซ้ายระดับสะเอว เท้าขวาก้าวข้าง นาเท้าซ้ายมาแตะด้วยจมูกเท้าชิดข้อเท้าขวา
เอยี งศรี ษะไปทางซ้าย
36
ทา่ เต้นเพลงลาฆดู วู า ท่าที่ 5 (ต่อ)
34
ทา่ เต้นเพลงลาฆดู ูวา ทา่ ท่ี 5 (ข)
(ทม่ี า : สุกัญญา ผิวขา ถ่ายเมอื่ วนั ที่ 17 กันยายน 2560.)
อธบิ ายการปฏบิ ตั ิ
มอื มือท้ังสองกาหลวมๆ พรอ้ มหักข้อมือขึน้ มอื ขวาสง่ แขนไปข้างลาตัวระดบั ไหล่
มือซ้าย ระดับสะเอว เปลี่ยนมือซ้าย – ขวา ขึ้นลงสลับกันตามจังหวะเพลง
เท้า เท้าขวาก้าวข้าง เท้าซ้ายแตะดว้ ยจมกู เทา้ ชิดข้อเท้าขวา เท้าซา้ ยก้าวข้างเท้าขวา
มาแตะดว้ ยจมกู เทา้ ชดิ ข้อเท้าซ้าย
ศรี ษะ ศีรษะเอยี งตรงข้ามกบั เท้าท่ีก้าว
การเคลื่อนไหว
ปฏิบัติต่อจากท่าเต้นท่ี 5 (ก) ผู้แสดงยืนเป็นแถวหน้ากระดานเรียงเดี่ยว เร่ิมจากกามือท้ังสอง
หลวมๆ เปลย่ี นมือซา้ ยส่งข้างลาตัวระดับไหล่ มือขวาระดับสะเอว เทา้ ซ้ายก้าวข้าง เท้าขวาแตะด้วย
จมูกเท้าชดิ ข้อเท้าซา้ ย เอยี งศรี ษะไปทางขวา
37
ท่าเต้นเพลงลาฆูดูวา ทา่ ที่ 5 (ต่อ)
12
3 ทา่ เต้นเพลงลาฆูดูวา ทา่ ท่ี 5 (ค) 4
(ทม่ี า : สุกญั ญา ผวิ ขา ถ่ายเมอ่ื วนั ท่ี 17 กันยายน 2560.)
การเคลอื่ นไหว
ปฏิบัติต่อจากท่าเต้นที่ 5 (ข) ผู้แสดงยืนเป็นแถวหน้ากระดานเรียงเดี่ยว กามือทั้งสองหลวมๆ
เรม่ิ จากมอื ขวาส่งไปข้างลาตวั ระดับไหล่ มอื ซา้ ยระดับสะเอว เท้าขวากา้ วข้างเย้ืองลงหลังเล็กน้อย
นาเท้าซ้ายมาแตะดว้ ยจมูกเท้าชดิ ข้อเท้าขวา เอียงศรี ษะไปทางซ้าย เปล่ยี นมือซา้ ยส่งข้างลาตัว
ระดับไหล่ มือขวาระดับสะเอว เทา้ ซา้ ยกา้ วข้าง เท้าขวาแตะด้วยจมูกเท้าชิดข้อเท้าซ้าย เอยี งศีรษะ
ไปทางขวา ปฏบิ ัติสลบั กนั ตง้ั แต่ท่าท่ี 5 ก – ค เดนิ ขึน้ - เดินลง 8 จังหวะ
38
ท่าเตน้ เพลงลาฆดู วู า ท่าที่ 6
12
3 4
ท่าเตน้ เพลงลาฆูดูวา ทา่ ที่ 6
(ที่มา : สกุ ัญญา ผิวขา ถา่ ยเมื่อวนั ท่ี 17 กันยายน 2560.)
อธิบายการปฏิบัติ
มอื ปฏบิ ัตเิ หมอื นท่าเตน้ ท่ี 5 ก และ ข เปล่ียนมือซ้าย – ขวา ขึ้นลงสลับกันตามจงั หวะเพลง
เท้า ต่อเน่ืองจากท่าที่ 5 โดยปฏิบัติเหมือนท่าเต้นท่ี 5 ก และ ข ก้าวเท้าขวาหมุนรอบตัวเอง
ไปทางขวา 1 รอบ โดยเร่ิมก้าวเท้าขวาก่อนตามดว้ ยกา้ วเทา้ ซา้ ย - ขวา - ซ้าย ทาสลับกัน 4 ทิศ ตามจังหวะ
เพลง คร้ังสุดทา้ ยหันมาหน้าตรง
ศรี ษะ เอยี งตรงข้ามกบั เทา้ ท่ีกา้ ว
การเคลอ่ื นไหว
ผู้แสดงยืนเป็นแถวหน้ากระดานเรียงเด่ียว ปฏิบัติต่อจากท่าเต้นท่ี 5 โดยเริ่มก้าวเท้าขวาก่อน
ตามดว้ ยกา้ วเท้าซ้าย - ขวา - ซ้าย ทาสลับกนั 4 ทิศ ตามจงั หวะเพลง ครง้ั สดุ ท้ายหนั มาหน้าตรง
39
ท่าราพลงลาฆูดูวา ทา่ ที่ 7
ทา่ เต้นเพลงลาฆูดวู า ทา่ ท่ี 7 (ก)
(ทม่ี า : สกุ ัญญา ผิวขา ถา่ ยเมอ่ื วันท่ี 17 กนั ยายน 2560.)
อธบิ ายการปฏบิ ตั ิ
มือ เริ่มจากมือขวาจีบคว่าระดับชายพก มือซ้ายวงตา่ มือหงายหักข้อมือลง ส่งแขน
ไปขา้ งลาตวั ระดบั สะเอว เปลีย่ นมอื ซา้ ยจบี ควา่ ระดบั ชายพก มือขวาวงตา่ มือหงายหักข้อมือลง
ส่งแขนไปข้างลาตวั ระดับสะเอว
เทา้ เท้าขวากา้ วหน้า เท้าซ้ายแตะด้วยจมูกเท้าชิดข้อเท้าขวา เปลี่ยนเท้าซ้ายกา้ วหน้า
เทา้ ขวาแตะดว้ ยจมูกเท้าชดิ ข้อเทา้ ซา้ ย
ศรี ษะ เอยี งตรงข้ามกบั เทา้ ท่ีกา้ ว
40
ท่าเตน้ เพลงลาฆดู ูวา ท่าท่ี 7 (ต่อ)
ทา่ เตน้ เพลงลาฆูดวู า ท่าท่ี 7 (ข)
(ทมี่ า : สกุ ัญญา ผิวขา ถ่ายเมือ่ วนั ท่ี 17 กนั ยายน 2560.)
อธิบายการปฏิบตั ิ
มือ ปฏบิ ัตติ ่อจากท่าเต้นที่ 7 (ก) เริ่มจากมือซ้ายจีบคว่าระดับชายพก มือขวาวงต่ามือหงาย
หักข้อมือลง ส่งแขoไปข้างลาตัวระดับสะเอว เปลี่ยนมือขวาจีบคว่าระดับชายพก มือซ้ายวงตา่ มือหงาย
หกั ข้อมือลง ส่งแขนไปข้างลาตัวระดบั สะเอว
เท้า ปฏบิ ัติตอ่ จากทา่ เตน้ ท่ี 7 (ก) เทา้ ขวาก้าวหน้า เท้าซ้ายแตะด้วยจมูกเท้าชิดข้อเทา้ ขวา
เปล่ียนเทา้ ซ้ายกา้ วหนา้ เท้าขวาแตะดว้ ยจมกู เท้าชดิ ข้อเท้าซ้าย
ศรี ษะ เอยี งตรงขา้ มกับเทา้ ท่ีกา้ ว
การเคลอื่ นไหว
ปฏิบัตติ ่อเนอื่ งจากท่าเตน้ ท่ี 7 ก และ ข ผ้แู สดงยนื เป็นแถวหน้ากระดานเรยี งเดี่ยว เร่ิม จาก
มือขวาจีบควา่ ระดับชายพก มือซ้ายวงต่ามือหงายหักข้อมือลง ส่งแขนไปขา้ งลาตวั ระดับสะเอว สลบั มือ
ซ้ายจีบคว่าระดับชายพก มือขวาวงตา่ มือหงายหักข้อมือลง ส่งแขนไปขา้ งลาตัวระดับสะเอว เท้าขวา
กา้ วหนา้ เท้าซ้ายแตะด้วยจมูกเท้าชิดข้อเท้าขวา เอียงศรี ษะไปทางขวา เท้าซ้ายก้าวหน้า เทา้ ขวาแตะ
ด้วยจมกู เทา้ ชิดข้อเท้าซ้ายเดนิ ขนึ้ 4 คร้ัง เดนิ ลง 4 คร้ัง สลบั กนั ทง้ั หมด 8 คร้งั
41
ทา่ ราเพลงลาฆูดูวา ท่าที่ 8 (เหมือนท่าท่ี 6)
12
3 4
ท่าเต้นเพลงลาฆูดวู า ท่าท่ี 8
(ที่มา : สกุ ัญญา ผิวขา ถ่ายเม่อื วันท่ี 17 กนั ยายน 2560.)
อธบิ ายการปฏิบัติ
มอื ปฏิบัตเิ หมือนทา่ เตน้ ที่ 5 ก และ ข เปลี่ยนมือซ้าย – ขวา ข้ึนลงสลับกันตาม
จังหวะเพลง
เท้า กา้ วเท้าขวาหมุนรอบตวั เองไปทางขวา 1 รอบ โดยเรมิ่ กา้ วเท้าขวากอ่ นตามด้วยก้าวเท้าซา้ ย
ขวา - ซา้ ย ทาสลับกัน 4 ทศิ ตามจังหวะเพลง ครั้งสุดท้ายหันมาหน้าตรง
ศีรษะ เอยี งตรงขา้ มกับเทา้ ที่กา้ ว
การเคลื่อนไหว
ผู้แสดงยืนเป็นแถวหน้ากระดานเรยี งเดี่ยว ปฏบิ ตั เิ หมอื นทา่ เตน้ ท่ี 6 โดยเร่ิมก้าวเท้าขวา
ก่อนตามด้วยกา้ วเท้าซ้าย - ขวา - ซา้ ย ทาสลับกัน 4 ทิศ ตามจงั หวะเพลง ครั้งสุดท้ายหันมาหน้าตรง
42
ทา่ ราเพลงลาฆูดวู า ท่าท่ี 9 (ปฏบิ ัติเหมือนทา่ ท่ี 5)
12
ท่าเตน้ เพลงลาฆดู วู า ทา่ ท่ี 9 (ก)
(ท่ีมา : สกุ ัญญา ผิวขา ถา่ ยเมือ่ วันที่ 17 กนั ยายน 2560.)
อธิบายการปฏบิ ตั ิ
มอื มอื ทงั้ สองกาหลวมๆ พร้อมหักข้อมือข้ึน มือขวาส่งแขนไปข้างลาตัวระดับไหล่
มือซ้ายระดับสะเอว เปล่ียนมือซ้าย – ขวา ข้ึนลงสลับกันตามจงั หวะเพลง
เทา้ เทา้ ขวากา้ วขา้ ง เท้าซ้ายแตะด้วยจมูกเทา้ ชดิ ข้อเท้าขวา
ศรี ษะ ศีรษะเอียงตรงขา้ มกับเทา้ ทกี่ ้าว
การเคลื่อนไหว
ผูแ้ สดงยนื เป็นแถวหนา้ กระดานเรียงเดี่ยว เร่มิ จากกามือท้ังสองหลวมๆ มือขวาส่งไป
ขา้ งลาตัวระดับไหล่ มือซ้ายระดับสะเอว เท้าขวาก้าวข้าง นาเทา้ ซ้ายมาแตะด้วยจมูกเทา้ ชิดข้อเท้าขวา
เอียงศรี ษะไปทางซ้าย
43