ื
ี
ิ
เวลา ๐๖.๒๕ น. ได้รับค�าสั่งให้เดินหน้า ต่อมาเร่ง เดินพัดลมเพ่อให้อากาศบริสุทธ์เข้า ระยะใดท่มีควันพลุ่ง
ื
ี
ี
�
ึ
คร่งตัว และเต็มตัวตามลาดับ เราได้เดินเคร่องอัดลมท่ใช้ เข้ามาเราก็หยุด พัดลมเสียดังน้เร่อยไป แต่อย่างใดก็ตาม
ื
ในการยิงปืนใหญ่ ก�าลังดันลมที่ ๑๕๐–๒๐๐ กิโลกรัม เราไม่สามารถจะแก้อุปสรรคข้อน้ให้ตกไปได้ ควันคงคลุ้งลง
ี
ต่อช่วโมง ตลอดเวลาเม่อเรือเร่มออกแล่นไปได้สักครู่ กระจายอยู่เต็มห้องเคร่อง ข้าพเจ้าพยายามมองดูนาฬิกา
ิ
ั
ื
ื
ก็ได้ยินเสียงโครมสนั่นข้างบนเรือเรา กระเทือนไปทั้งล�า ในห้องเคร่องว่าจะเป็นเวลาเท่าใด แต่ไม่สามารถมอง
ื
ื
ึ
ี
ข้าพเจ้าดูนาฬิกาในห้องเคร่องเป็นเวลา ๐๖.๔๕ น. เห็นได้ ... มีคร้งหน่งท่ได้ยินเสียงระเบิดอย่างหนักข้างบน
ั
ี
ื
�
จะเป็นเสียงปืนของเรายิง หรืออานาจกระสุนท่มาถูกเรือ ตอนเหนือของห้องเคร่อง ข้าพเจ้ามาทราบในภายหลังว่าถูก
็
ี
้
็
ั
ิ
ั
เรากไม่ทราบ ต่อจากนนกมีเสยงยงกนตลอดเวลา ทหาร บอมบ์จากเครื่องบินข้าศึก (อันที่จริงเป็นการถูกทิ้งระเบิด
ิ
่
ื
พรรคกลินคนหนึ่งว่งลงไปในห้องเครองเลือดเต็มไปหมด ขนาด ๕๐ กิโลกรัม ใส่พวกเดียวกัน หรือ Friendly Fire)
ื
ในขณะนี้เริ่มมีควันพลุ่งลงไปในห้องเครื่องบ้างแล้ว จากเคร่องบินขับไล่แบบ ๑๗ ฮอร์ค ๓ (ข.๑๐) ซ่งบินโดยนักบิน
ึ
ี
่
้
ั
บางครั้งลูกไฟร่วงกราวลงไป ขณะนี้เสียงปืนยังคง ชนยศพนจาอากาศเอก นกบนเวรเตรยมพรอม -ผเขยน)
้
ั
้
ิ
ู
ั
ี
ั
�
ี
ี
ี
คารามอยู่ตลอดเวลาม ๒-๓ คร้ง ท่รู้สึกว่าเรือกระโชกจน สวิตซ์ไฟฟ้าตกทันท ไฟฟ้าดับหมด มอเตอร์ต่าง ๆ
ิ
ื
ิ
ั
ตัวเซ ช่วเวลาประมาณ ๑๐ นาท ต่อมารู้สึกว่ามีการระเบิด เร่มหยุด แต่เคร่องคงเดินต่อไปตามปกต ขณะน้รู้สึก
ี
ี
�
ั
ึ
ุ
ึ
อย่างรุนแรงอีกคร้งหน่ง เรือกระเทือนมาก สักครู่หน่ง ขลกขลักเป็นกาลัง ควนก็ทาให้มองเกือบไม่เห็นอะไร
ั
�
้
ื
ื
ต้นเรอวงมาบอกต้นกลว่า เคร่องหางเสือเสยใช้ไม่ได้ อยู่แล้ว ซาไฟฟ้ายังดับเสียอีก เคราะห์ของเรายังด ี
ี
่
ิ
�
ึ
ึ
ต้นกลส่งให้ พันจ่าเอก นกเล็ก กระหม่อมทอง ข้นไป สักครู่หน่งไฟก็กลับมาสว่างข้นอีก และมอเตอร์ต่าง ๆ
ึ
ั
ู
ั
ั
ั
็
ตรวจด พนจ่าเอก นกเลก ไปสกคร่ กกลบมารายงาน ซึ่งเกือบจะหยุดหมุนก็ท�างานเปนปกติตอไป เครื่องจักร
็
ู
่
็
�
ต้นกลว่า เคร่องหางเสือมิได้ชารุดเสียหายอย่างใด เข้าใจ คงหมุนด้วยความเร็วสูง ข้าพเจ้าเหลือบเห็นต้นกลทรุด
ื
ื
ว่าสายไฟคงขาด ขณะนี้ควันได้มาอบในห้องเครื่องมาก ลงน่งด้วยท่าทางอ่อนระโหย จ่าเอก เพ่อน ยืนพิงขวดลม
ั
ี
ี
�
ี
ี
ั
ี
เข้าทุกท สีดาก็ม เขียวก็ม เหลืองก็ม ต้นเรือ (เรือเอก ท่าทางหมดแรง หลายต่อหลายคร้งท่ข้าพเจ้าพยายาม
ั
ทองอยู่ สว่างเนตร) ทาหน้าท่ว่งข้นลงส่งเคร่องจักร ก้มหน้าเข้าไปใกล้เคร่องจักรเพ่อสูดลมหายใจ ท้งท ่ ี
ื
ื
�
ิ
ี
ึ
ั
ื
ุ
้
ื
ั
ั
ั
(เพราะขณะนนเรอหลวงธนบรถกยิงทหอบงคบการ การหายใจใกล้เคร่องในลักษณะเช่นน้นก็เหมือนกับการยืน
ู
ี
ื
่
ี
ั
ู
ุ
ั
ี
ื
ี
ิ
ื
ี
้
่
ผบญชาการเรอเสยชวต) พงงาถอทาย เครองสงจกรชารด หายใจท่อ่น แต่ความรู้สึกจากนัยน์ตาหลอกข้าพเจ้า
ั
ื
ั
่
้
�
ื
ั
�
ั
ทาให้เรือแล่นหมุนไปรอบ ๆ -ผู้เขียน) บางคร้งก็ม พันจ่าเอก ว่า ณ ที่นั้นไม่มีควัน”
ี
นกเล็ก และทหารคอยติดต่อสั่งให้เคร่องโน้นเบา เคร่อง
ื
ื
ี
น้หยุด เข้าใจว่ากาลงใช้เคร่องจกรช่วย ในการถือท้าย
�
ั
ื
ั
ึ
จากทางลงห้องเคร่องมีไฟแลบลงมาซ่งแสดงว่าเวลาน ้ ี
ื
ไฟไหม้อยู่ข้างบน รองต้นกล (เรือเอก อู๊ด นุชเนตร)
ได้ต่อสายสูบเข้ากับหัวต่อภายในห้องเคร่องกับสูบโยกมือ
ื
ท่ใช้สาหรับสูบนามันตก มาดัดแปลงเพ่อทาการดับไฟ
ื
�
�
ี
้
�
ึ
้
แต่ก็ไม่ได้ผลเพราะนาแรงไม่พอ ต้องไต่บันไดข้นไป
�
ื
เพ่อให้หัวฉีด ฉีดใกล้ ๆ กับตาบลท่ไฟแลบแต่ก็ไม่ได้ผลอีก
�
ี
ไม่มีอะไรจะเป็นอุปสรรคร้ายเท่ากับควัน และแก๊ส
ึ
ื
ซ่งถูกดูดลงไปในห้องเคร่องอย่างไม่ขาดสาย เราพยายาม แม้นว่าห้องเครื่องจะเต็มไปด้วยควันพิษ
ื
หยุดพัดลมเป็นระยะ ๆ เม่อรู้สึกว่าควันขาดสาย เราก ็ แต่ก�าลังพลก็ปฏิบัติหน้าที่ ท�าให้เครื่องเดินต่อไปตามปกติ
14
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๕
ิ
์
ี
์
ื
ี
“โชคดทบนเรอลามอตตปเกตมหวหนาวดระยะการยง
ี
่
ั
ั
ิ
้
ี
(Telemetriste) ท่เก่งยอดเย่ยม นายช่างอาเมอร (Hameury)
ี
ี
่
สามารถเล็งระยะยิงได้อย่างแม่นยา โดยคานวณเอาจาก
�
�
แสงสว่างจากปากกระบอกปืนข้าศก (ปากกระบอกปืนเรอหลวง
ื
ึ
ธนบรในการยงนัดแรก) ทาให้นายทหารควบคมการยง
ิ
ิ
�
ุ
ุ
ี
ั
ช่อ ตุยยิแอร์ (Thuillier) ส่งยิงปืน ๑๕๕ มิลลิเมตร ได้ทันท ี
ื
ในเวลา ๐๖.๑๙ น. ตลอดระยะเวลา ๒ ช่วโมง ของการสู้รบกัน
ั
่
ี
หัวหน้าวัดระยะการยิงอาเมอร (Hameury) สามารถ
ี
บอกระยะเล็งได้ทุก ๆ ๑๐ วินาท นอกจากน้น ยังสามารถ
ั
รายงานผลวิถีกระสุนเราด้วย ยังยิงตอร์ปิโด ๓ ลูก
ั
เครื่องบินขับไล่แบบ ข.๑๐ ฮอร์ค ๓ ออกไปจากกราบซ้ายเรือ (เรามีตอร์ปิโดท้งหมด ๖ ลูก
เวรเตรียมพร้อมจากฝูงบินทหารอากาศจันทบุรี อีก ๓ ลูก ท่เหลือน้น เกบไว้ใช้ยิงเม่อตอนกลบเรือในระยะ
ั
็
ื
ั
ี
้
ู
์
้
ั
้
ี
๑๑. Fog กับ Friction ทางฝ่ายฝร่งเศสในยุทธนาว ี ต่อมา) การยิงตอรปิโดทง ๓ ลกน ได้ผลเพราะต่อจากนัน
ั
ที่เกาะช้าง ไม่นานเราก็เห็นแสงสว่างพุ่งขึ้น”
ั
ี
จากรายงานการรบ นาวาเอก เบรองเช่ (Bérenger) “ปืนท่ป้อมปืนของเรือข้าพเจ้าน้น ใช้การได้ดีเหมือน
ี
ั
�
ี
ได้ระบุว่าม Fog คือ ๑) มองเห็นเป้าหมายไม่ชัดเจน ตอนฝึกรบ การปฏิบัติการทาได้ตามข้นตอนท่เคยฝึกไว้
ิ
๒) มีการยิงตอร์ปิโดไปยังเกาะง่ามโดยมองว่าเกาะง่ามเป็น อย่างอัตโนมัต ปืนทางกราบซ้ายของเรือยิงแข่งกับปืนทาง
เรือหลวงธนบุร ๓) เม่อเรือหลวงธนบุรีถูกยิงในตับท ๔ ทาให้ กราบขวา ข้าพเจ้าไม่สามารถระบุได้ว่าข้างไหนยิงเก่งกว่า
ี
�
่
ี
ื
�
�
หอบังคับการชารุด ผู้บังคับการเรือตาย และการบังคับเรือ แต่คิดว่าเกือบมีการทาลายสถิติด้านการยิงเร็ว มีบางคร้ง ั
ั
ั
กระทาไม่ได้ เรือแล่นหันเป็นวงกลมน้น ฝร่งเศสเข้าใจผิด ที่มีการติดขัดเล็กน้อย แต่ก็รีบซ่อมแซมได้ทันที”
�
คิดว่าไทยมียุทธวิธีทางเรือแบบใหม่ คือ ยิงแล้วหันท้าย “การยิงในระยะแรกสู่เป้าหมาย (เรือหลวงสงขลา
ึ
ั
ั
หลบเข้าควัน ๔) การยิงพวกเดียวกันเอง หรือ Friendly Fire น้น เรือหลวงชลบุรี) ซ่งข้าพเจ้าไม่สามารถเห็นได้ชัดน้นจบลง
ื
เม่อเวลา ๐๖.๒๙ น. เรือลามอตต์ปิเกต์เกือบยิงเรือมาร์น ด้วยการระเบิดอย่างสนั่นหวั่นไหว และติดตามด้วยกลุ่ม
(Marne) และเรือตาอูร์ (Tahure) ขณะร่นระยะเข้าไป ควันพลุ่งสูงขึ้นมาหลายร้อยเมตร”
ใกล้เรือหลวงชลบุร และเรือหลวงสงขลา ในระยะ ๓,๗๐๐ เมตร ความมืดมัว ในการเล่นซ่อนหาระหว่างเกาะ
ี
และ ๒,๖๐๐ เมตร เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นเรือรบไทย “ในขณะเดียวกันเราก็เห็นเรือหลวงธนบุรีแล่นไป
เคราะห์ดีท เรือเอก เรอมีญอง ส่องกล้อง และจาเรือ ทางฝั่งทะเลสยาม เราจึงเริ่มต้นยิงข้าศึกใหม่อีกครั้งหนึ่ง
�
ี
่
ั
พวกตนได้ ๕) สาหรับ Friction น้น ฝร่งเศสแทบไม่ม ี เรือหลวงธนบุรีเองก็ต่อสู้อย่างไม่พร่นพรึงเลย เราเห็นแสงปืน
�
ั
ั
ี
ื
้
ั
สามารถ “ฝึกอย่างไรก็รบอย่างน้น” และเหนอไปจากนัน ท่เกิดจากการส่งกระสุนปืนขนาด ๒๐๓ มิลลิเมตร วิถีกระสุน
นาวาเอก เบรองเช่ ยังคุยอวดด้วยว่า “รบได้ดีกว่าฝึก” ของเรือหลวงธนบุรีไกล และกระเจิงแต่ยังไม่ถึงเรือเรา
ั
เพราะยิงได้เร็วกว่าท�าลายสถิติการฝึกที่จดไว้ เป็นการยิงเป็นตับ ๆ ละ ๒ นัด เรือหลวงธนบุรีเป็นเรือส้น
ื
ั
ในรายงานการรบ การรบของ นาวาเอก เบรองเช่ เพราะฉะน้นจึงเคล่อนไหวได้สะดวก และสามารถแล่นหลบ ๆ
�
(Bérenger) ผู้บัญชาการเรือลามอตต์ปิเกต์ได้กล่าวถึง ซ่อน ๆ อยู่ตามหมู่เกาะเล็ก ๆ ได้เป็นอย่างดีทาให้เราต้อง
ื
ี
ู
ี
�
ั
ความสาเร็จในการรบของฝร่งเศสว่า เกิดจากการวัดระยะ แล่นเข้า ๆ ออก ๆ อย่ระหว่างหมู่เกาะเหล่าน้ด้วย เพ่อท่จะ
ที่แม่นย�าว่า เล็งยิงได้สะดวก มีการหยุดยิงหลายระยะทั้งสองฝ่าย”
นาวิกศาสตร์ 15
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๕
และตัวเรือส่นมากจนสังเกตเห็นได้ชัดเจนบนสะพานเดินเรือ
ั
เรือดูร์ม้องต์ ดูร์วิลล์ (Dumont d’Urrille) ได้ส่งสัญญาณ
้
ื
แก่เรืออ่นว่า “ระวังนาต้นมาก” ในขณะท่เรือหลวง
ี
ื
�
�
�
ธนบุรีกาลังเอียงกราบขวาแตะนา ไฟไหม้ตลอดลา
้
�
ถ้าเรือลามอตต์ปิเกต์เกิดติดต้น และเคร่องบินทหารอากาศ
ื
ื
ื
จากจันทบุรีสามารถพบเรือข้าศึกในสภาพติดต้น
ิ
�
ผลการท้งระเบิดอาจแม่นยาข้น และผลของการรบอาจ
ึ
แปรเปลี่ยนไป
เรือลามอตต์ปิเกต์ยิงตอร์ปิโดที่เหลืออีก ๓ ลูก ใส่เรือหลวงธนบุรี
พลเรือโท ชลิต กุลก�าม์ธร
๑๓. ความต้องการภาพชัดเจนของการรบจาก
�
ื
หน่วยบัญชาการระดับสูง ทาให้การส่อสารทางยุทธวิธ ี
ติดขัดท�าไม่ได้
ุ
ี
�
ื
ื
ี
เรือหลวงธนบุรียิงโต้ตอบเรือลามอตต์ปิเกต์ พลเรอตร ชลิต กลกาม์ธร (นักเรยนนายเรอ
�
ี
๑๒. ข้อจากัดทางธรรมชาติท่เกือบจะกลายเป็น หมายเลข ๓๒๗ รุ่น พ.ศ. ๒๔๖๒) อดีตผู้บัญชาการ
่
ื
ี
อุปสรรคผันแปรการรบ (Friction) ในฝ่ายฝรั่งเศส กองเรือตรวจอ่าวคนแรกขณะญ่ปุ่นบุก เม่อวันท ๘ ธันวาคม
ี
�
ื
ี
ข้อจากัดทางธรรมชาติน้คือ นาต้น ในขณะท่เรือ พ.ศ. ๒๔๘๔ ในขณะมีการรบที่เกาะช้างได้อยู่บนเรือธง
�
ี
้
ี
�
่
ลามอตต์ปิเกต์กาลังยิงเรือหลวงธนบุรีอย่างเพลิน และแล่น เรือหลวงอ่างทอง (ลาท ๑) ในอ่าวสัตหีบพร้อมกับ
�
ด้วยความเร็วสูงน้น เรือลามอตต์ปิเกต์ได้แล่นตามไล่ล่า พลเรือตรี หลวงสินธุ์สงครามชัย แม่ทัพเรือ ได้บรรยาย
ั
�
้
เรือหลวงธนบุรีเข้าไปในเขตนาต้นมาก จนใบจักรของเรือพัด ในบทความ “ปกิณกะทหารเรือ” ในนาวิกศาสตร์ ฉบับ
ื
�
ั
้
้
ี
็
่
ุ
เอาโคลนทรายผิวพนทองทะเลขนมาสผวนาเปนสขนคลก เดือนพฤศจิกายน ๒๕๒๑ ว่า
้
้
ึ
ิ
ื
่
ู
16
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๕
้
�
ึ
ู
ื
ี
่
ั
ึ
“เม่อวันท ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๔ มีการรบ มากข้นทุกท ๆ มีท้งควันสีเหลือง เขียว และดา จนรสกวา ่
ี
กันแล้ว เรือโท (ต่อมาพลเรือโท) สนิธ เวสารัชชนันท์ ปอดของข้าพเจ้าเหมือนถูกอะไรรัดเข้าทุกท ๆ จนไม่อาจ
ี
เป็นผู้บังคับการเรือนิเทศไปราชการอุทกศาสตร์ เรือจอด หายใจทางจมูกได้ จึงหายใจทางปากโดยใช้ผ้าชุบนาแล้ว
�
้
ั
แหลมงอบ รายงานเหตุการณ์ยิงกันระหว่างเรือหลวงธนบุร ี ปิดปากค่อย ๆ ระบายออกนาน ๆ คร้ง ข้าพเจ้าคงประจา �
ี
ั
ั
ี
ื
กบเรอลามอตต์ปิเกต์เป็นระยะ ๆ ตลอดเวลา ขณะน้น หน้าท่อยู่ตลอดเวลา ท้ง ๆ ท่รู้สึกว่าจะหมดลมหายใจอยู่แล้ว
ั
�
เรือหลวงอ่างทองเป็นเรือธงทาหน้าท่ท้งรับ-ส่ง และยัง คาว่า วินัย เตือนและปลุกความรู้สึกของข้าพเจ้าอยู่ตลอด
ั
ี
�
่
ี
ั
่
ิ
ึ
่
ู
ี
ิ
ต้องรายงานเสนอผู้บัญชาการสูงสุดที่กรุงเทพฯ เวลา ราวกบมสงหนงมาคอยกระซบทข้างหของข้าพเจ้าว่า
ึ
ื
ึ
ื
ื
ื
�
้
ี
เรือลาหน่งจะมีเคร่องส่ง เคร่องรับหน่งเคร่อง เรืออ่น ๆ “ถึงแม้จะตายก็จงตายอยู่ข้างท่สูบนาท่ข้าพเจ้าเฝ้ามันอยู่”
ี
�
ี
ในหมวดเรือของเรือหลวงธนบุรีก็เรียก “เรือธง” แต่รับไม่ได้ วินัยท่ผู้บังคับบัญชาเฝ้ากวดขัน วินัยท่เขียนติดตามป้อมปืน
ี
�
�
เพราะกาลังรายงานกรุงเทพฯ จาต้องให้เรือตอร์ปิโด ในเรือ เตือนให้ข้าพเจ้าระลึกถึงหน้าท่ท่ข้าพเจ้าประจาอย ู่
ี
�
ี
ี
ื
ี
ิ
�
ใหญ่ทั้ง ๓ ลา ในอ่าวสัตหีบติดไฟเดินเคร่องยนต์ไฟฟ้า ข้าพเจ้ายอมตายเสียดีกว่าท่จะท้งหน้าท่ไป ขณะท ่ ี
รับส่งวิทย คอยช่วยทาหน้าท่เป็นเรือรับส่งวิทยุแทน เกือบสลบแล้วสลบอีกอยู่นี้ ข้าพเจ้าได้แลเห็นรองต้นกล
ุ
�
ี
เรือธงด้วย (เรือเอก อู๊ด นุชเนตร) เดินมาหาข้าพเจ้าแต่ไม่ถึงฟุบลง
เน่องจากเคร่องบินทะเล ๓ เคร่อง ของเราท่พร้อมอย ู่ เสียก่อน... ควันมากขึ้นทุกที ๆ จนมองกันใกล้ ๆ เกือบ
ี
ื
ื
ื
้
ึ
ื
�
แต่นาลง เคร่องบินข้นไม่ได้ จึงติดต่อเรียกกองบิน ไม่เห็นตัวว่าใครอยู่ท่ไหนบ้าง ข้าพเจ้าหวนกลับไปท่สูบนา
�
้
ี
ี
ี
้
ึ
ั
ท่าใหม่ จันทบุรีของกองทัพอากาศ แต่เรียกไม่ได้ อีกครงหน่ง เอาจมูกรอท่ก้านเพลาเพ่อให้อากาศผ่าน
ื
ื
�
้
�
ื
เข้าใจว่าเคร่องส่งเคร่องรับมีจากัด เม่อเรียกไม่ได้ แต่หามีอากาศไม่ ข้าพเจ้าจึงทรุดตัวลงน่งบนถังแยกนามัน
ื
ั
ข้าพเจ้าได้เอารถยนต์ไปท่ทาการไปรษณีย์สัตหีบ เช้อเพลิงซ่งอยู่ติดกับเคร่องสูบน้าดับไฟ ขณะนข้าพเจ้า
�
ี
้
ื
ี
ึ
ื
�
ี
ี
จะพูดโทรศัพท์ไปท่กองบินจันทบุร โทรศัพท์ท ่ ี มีลักษณะอาการอย่างไรก็สุดแสนท่จะแสดงความรู้สึก
ี
ไปรษณีย์พูดตรงกับไปรษณีย์จันทบุรีไม่ได้ ต้องพูดไป ออกมาได้ นอกจากจะไม่มอากาศหายใจแล้วยงร้สก
ึ
ู
ี
ั
ิ
ศรีราชาแล้วให้ศรีราชาพูดต่อไปจันทบุร ไปรษณีย์ เหม็นดินปืน กล่นคาวเลือด และกล่นของส การหายใจชัก
ี
ิ
ี
จันทบุรีจึงจะส่งต่อไปยังกองบินท่าใหม่ได้ การส่อสาร ขัด ๆ และเร่มไอจนรู้สึกเสียดท้อง (ทหารเรือทุกคนรบโดย
ื
ิ
ไม่สะดวกจริง ๆ ไม่มีอาหารในกระเพาะเลยเพราะรบตั้งแต่ ๐๖.๑๕ น.)”
๑๔. คุณค่า ชาติ เกียรติ วินัย กล้าหาญ ของทหารเรือ ในเอกสารแจก เร่อง คุณค่า (Values) ตามโครงการ
ื
ี
พรรคกลิน (ทหารช่าง) ในการรบท่เต็มไปด้วยความมืดมัว พัฒนาผู้น�า (Leader Development Program) ของ
�
สับสนและอุปสรรคผันแปร (Fog และ Friction) ศูนย์กลางภาวะผู้นาของโรงเรียนเสนาธิการทหารบก
ในเรือรบไทย ทุกป้อมปืนจะติดแผ่นป้ายคุณค่า สหรัฐอเมริกา (Center for Army Leadersship, Fort
ชาติ เกียรติ วินัย กล้าหาญ ไว้ที่มุม ๔ มุมของทุกป้อมปืน Leavenworth, Kansus) ระบุว่า “คุณค่าต่าง ๆ (Values)
ี
�
ั
�
และในทานองเดียวกันท่ป้อมปืนเรือรบฝร่งเศสทุกลา นั้น” แม้จะมองไม่เห็น ไม่ได้ยิน สัมผัสดมกลิ่นไม่ได้ แต่ก็
ก็จะมีแผ่นป้ายบ่งบอกความมีคุณค่า (Value) ของ มีอยู่จริง Values are real กรณี จ่า ส�ารอง ละมุด ท่าน
�
ิ
ทหารฝรั่งเศสไว้เหมือนกันกับไทย คือ “Patrie (ชาติ) ได้เรียนรู้ และนาเอาคุณค่าของหน่วย คือ ชาต เกียรต ิ
Honneur (เกียรติ) Valeur (กล้าหาญ) Discipline วินัย กล้าหาญ มาเป็นคุณค่า (Value) ของตนเองด้วย
(วินัย)” การส�านึกในคุณค่า ได้ส�าแดงออกอย่างชัดเจน จึงอาจถือได้ว่า เป็นทหารอาชีพ (Professionalism)
ตามความรู้สึกของ จ่า ส�ารอง ละมุด ดังนี้ อย่างแท้จริง
้
�
“...ข้าพเจ้าประจาอยู่ท่เคร่องสูบนา ย่งนานควันก็ย่ง ิ
�
ี
ิ
ื
นาวิกศาสตร์ 17
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๕
VALUE
Simply put, something that an individual or unit
considers important คุณค่า กล่าวง่าย ๆ คืออะไร
ึ
�
ี
ึ
ก็ตามท่คนใดคนหน่ง หรือหน่วยใดหน่วยหน่งคิดว่าสาคัญ
หากอยากทราบว่าใครมี Value อะไร ก็ลองสังเกต
สิ่งที่เขาท�า สังเกตว่าเขาใช้เวลาไปในเรื่องอะไร หรือเรื่อง
ี
ใดท่เราพูดออกมาแล้วเขาจะออกมาโต้แย้งอย่างเผ็ดร้อน เรือหลวงชลบุรีถูกยิงจนเสากระโดงหัก
ยามตรวจการณ์ยอดเสาขาขาด แต่ร้องเชียร์เพื่อนจนตาย
ี
๑๕. “รักเหมือนพ่เหมือนน้อง ช่วยเหลือกันป้องปฐพี” ๑) พันจ่าเอก (ขณะรบ พลทหาร) ป่อไล้ แซ่เฮง
ี
ื
ี
ี
แรงยึดเหน่ยวท่รวมพลังช่วยเหลือเก้อกูลกันถึงท่สุด ยามยอดเสาเรือหลวงชลบุรี (ตายในที่รบ)
(Cohesion) ในยามอับจน และเต็มไปด้วย Fog Friction ฉากแรกในการรบ ฝร่งเศสได้ใช้เคร่องบินมา
ื
ั
ของทหารเรือไทยในยุทธนาวีที่เกาะช้าง ลาดตระเวนตรวจการณ์คร้งสุดท้าย ด้วยความระมัดระวัง
ั
ื
การเคารพรัก เช่อถือรักใคร่ ห่วงใยซ่งกันและกัน ของยามยอดเสาผู้นี้ จึงได้รายงานทิศทางเครื่องบินอย่าง
ึ
ี
ดุจดังพ่น้องท่เรียกว่า “แรงยึดเหน่ยว” อันเหมือนกาวตราช้าง แม่นย�า ทาให้เรือตอร์ปิโดใหญ่ ๒ ลา สามารถยิงสกัด
ี
�
�
ี
ี
ั
ื
หรือกาวตะปูท่ตรึงทหารเรือไทย ณ ยุทธนาวีเกาะช้าง อากาศยานได้ เม่อเรือรบฝร่งเศสบุกเข้ามาหาเรือตอร์ปิโด
ื
ร่วมแรงร่วมใจกันต่อสู้ข้าศึกอย่างมิได้เหน็ดเหน่อย ใหญ่ ๓ ด้าน ยังได้รายงานทิศทาง และจ�านวนเรือข้าศึก
�
เห็นแก่ชีวิตตนเองนั้น มีคุณค่าที่หายาก และมีค่าที่สูงยิ่ง อย่างถูกต้อง ทาให้ต้นปืนเรือหลวงชลบุร เรือหลวง
ี
ี
ี
มปรากฏในการรบให้เป็นความกล้าหาญ ตามวรกรรม สงขลา สามารถแบ่งปืนต่อสู้ข้าศึกได้อย่างรวดเร็ว ในท่ามกลาง
ี
ี
ของทหารเรือท่ได้รับพระราชทานเหรียญกล้าหาญ ห่ากระสุนปืนใหญ่ท่ระดมยิงมาท่เรือหลวงชลบุร ี
ี
ในยุทธนาวีที่เกาะช้าง ดังนี้ พลทหาร ป่อไล้ แซ่เฮง ยังทาหน้าท่ยามยอดเสาอย่างไม่
ี
�
18
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๕
ื
สะทกสะท้านแม้แต่น้อย จนต้องประสบอันตรายเม่อถูก ยิงมาอย่างหนัก วิ่งลงไปในคลังกระสุน ซ�้าน�้าทะเลก�าลัง
�
กระสุนปืนใหญ่ของข้าศึกตกฟาดกระเด็นลงมาจากยอดเสา ท่วมอยู่แล้ว พลทหาร ชาญ ทองคา หยิบลูกปืนมาได้
ี
พร้อมกับเสาเรือท่โค่นตามลงมา ขาท้ง ๒ ข้าง ของ หนึ่งลูก แล้ววิ่งกลับไปที่ปืนหมายเลข ๒ แต่เพียงผู้เดียว
ั
�
�
ี
ั
พลทหาร ป่อไล้ ขาดละเอียด และตามตัวมีบาดแผล ขณะท่เรือตอร์ปิโดใหญ่ ๒ ลา กาลังจะจมลงน้น เรือตาอูร์
ั
่
�
้
ิ
�
้
้
โลหิตไหลโซมกาย แต่ก็มิได้ร้องครวญคราง ซายังมีพลังใจ (Tahure) ของฝรงเศสไดแลนเขามาประชด (และกาลงจะ
ั
่
ื
ิ
ปลอบขวัญเพ่อนทหารก่อนส้นใจว่า “สู้ต่อไปเถอะ ปล่อยเรือบดลง แต่ นาวาเอก เบรองเช่ร์ ห้าม และให้ยิง
เราต้องชนะ” ท�าลายเรือตอร์ปิโดใหญ่ต่อไป จะได้ไม่ทรมานหรือให้ยิง
๒) จ่าตรี (พลทหาร ขณะรบ) ชาญ ทองคา เป็นกูเดอกราซ coup de grace) พลทหาร ชาญ ทองค�า
�
พลประจาปนกระบอก ๒ หมายเลข ๕ (พลบรรจ) เรอหลวง จึงเอาลูกปืนท่ถือมาบรรจุเข้าลากล้องคุมเชิงไว้ จนโอกาส
ื
�
ี
ื
ุ
�
ึ
ื
ุ
็
ชลบุรี สดท้ายเหนว่าเรอจะต้องจมแน่ และข้าศกเข้ามาใกล้
ั
�
พอแล้ว จึงล่นปืนออกไปเป็นนัดสุดท้าย ทาให้ข้าศึกชะงัก
ออกไปอย่างรวดเร็วทันที เป็นเหตุให้ทหารสละเรือลงไป
ลอยคอในน�้ามีเวลาที่จะว่ายถึงฝั่งอย่างปลอดภัย เพราะ
ปรากฏว่า เมื่อเรือตาอูร์ (Tahure) มาถึงบริเวณที่เรือจม
แล้วได้ใช้ปืนกลยงกราดทาลายชีวิตทหารทกาลงว่ายนา ้ �
่
�
ี
ิ
�
ั
อยู่ด้วย ส่วน พลทหาร ชาญ ทองค�า เมื่อยิงปืนใหญ่นัด
สุดท้ายแล้ว จึงกระโดดน�้าเอาชีวิตรอดมาได้
๓) จ่าเอก (จ่าโท ขณะรบ) นาค เจริญสุข
หมายเลข ๑ ปืน ๗๕ มิลลิเมตร กระบอก ๒ และ
จ่าตรี ชาญ ทองค�า
นายปืนเรือหลวงสงขลา
เรือตาอูร์กราดยิงหมายเอาชีวิต
ก�าลังพลเรือหลวงชลบุรีขณะลอยคออยู่ในน�้า
ื
เมอเรอหลวงชลบรกาลงจะจมอยนน ปนกระบอก ๑
่
ื
้
�
ื
ั
ุ
ั
ู
่
ี
ิ
�
และกระบอก ๓ ทาการยิงต่อไปไม่ได้ต้องหยดยง จ่าเอก นาค เจริญสุข
ุ
ุ
้
ั
ิ
็
้
ั
้
รวมทงปนกระบอก ๒ กหยดยงดวย พลประจาปนทงสาม เม่อเคร่องบินข้าศึกเข้ามาบินลาดตระเวนเป็นคร้ง ั
ื
ื
�
ื
ื
กระบอกต่างก็ออกจากหน้าที ขณะน้น เรือหลวงชลบุร ี สุดท้าย จ่าโท นาค เจริญสุข ได้ทาการยิงเคร่องบินข้าศึกอย่าง
่
ั
�
ื
ท้ายเร่มแปล้นาจวนจะจมอยู่แล้ว ผู้บังคับการเรือจึงให้ ว่องไว กลุ่มกระสุนระเบิดรอบเคร่องบินจนเคร่องบินผงะ
�
ิ
้
ื
ื
สละเรือใหญ่ แต่ พลทหาร ชาญ ทองคา ยังคิดท่จะต่อสู้ต่อ และถลาออกส่ท้องนา ขณะน้นเรอลามอตต์ปิเกต์
ี
�
ื
ั
ู
้
�
่
ิ
้
ุ
่
้
ไดวงฝาเปลวเพลง และฝากระสนของขาศกทกาลงระดม ได้ปรากฏตัวข้นและเร่มยิงมาท่เรือหลวงสงขลา
ิ
่
ึ
�
ั
ี
่
ึ
ิ
ี
นาวิกศาสตร์ 19
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๕
จ่าโท นาค เจริญสุข จึงหันมาสู้รบกับเรือลามอตต์ปิเกต์ กล้าหาญยอดเยี่ยม โดยยอมสละชีวิตตนเองเพื่อปกป้อง
กระสุนปืนใหญ่จากลามอตต์ปิเกต์ได้ตกลงมาใกล้ปืน ๒ ชีวิตเพื่อนทหารในเรือไว้ได้
ู
ิ
้
่
ั
็
้
้
ั
สะเกดระเบดถก จาโท นาค เตมหลง แขนซาย หนาแขงซาย ๕) พันจ่าเอก (พลทหาร ขณะรบ) ชุน แซ่ฉ่ว
็
้
หัวเข่า เป็นบาดแผลฉกรรจ์ เลือดไหลโซม แต่ จ่าโท นาค พลเตรียมกระสุนซ้าย ป้อมท้ายเรือ เรือหลวงธนบุรี
ทราบดีว่าหากตนหยุดยิง ก็จะไม่มีใครแทน และข้าศึก
็
ี
�
กจะเข้ามาใกล้ เข้ามายิงในระยะเผาขนทจะทาให้
่
ิ
ึ
เรือหลวงสงขลาจะต้องได้รับอันตรายเพ่มข้นเป็นทวีคูณ
ิ
แม้จะได้รับความเจ็บปวดอย่างย่ง จ่าโท นาค ก็ได้
กัดฟันทนบาดเจ็บ ทาการยิงยันข้าศึกไว้มิให้เข้ามาใกล้
�
�
ทาให้ลามอตต์ปิเกต์ได้รับความบอบชา แม้จะพิสูจน์ไม่ได้ว่า
้
�
กระสุนปืนที่ยิงโดนลามอตต์ปิเกต์มาจากใคร แต่กระสุน
ี
ปืนทุก ๆ นัด ท่เรือสงขลายิงออกไปต้องมีกระสุนของ
จ่าโท นาค ด้วยเสมอ
พันจ่าเอก ชุน แซ่ฉั่ว
เรือโท จิตต์ สังขดุลย์ (ต่อมา พลเรือเอก ปลัด
ื
กระทรวงกลาโหม) นายป้อมท้ายได้กล่าวในเร่อง
“เมื่อธนบุรีรบ” ตอนหนึ่งว่า:
ุ
ู
“ข้าพเจ้าจาเป็นต้องหยดเล่าถงการส้รบของเรา
ึ
�
ช่วคราว เพ่อท่จะได้กล่าวถึงความกล้าหาญของทหาร
ั
ื
ี
จ่าเอก วงศ์ ชุ่มใจ ในบังคับบัญชาของข้าพเจ้า พลทหาร ชุน แซ่ฉ่ว ให้สมกับ
ั
๔) จ่าเอก (พลทหาร ขณะรบ) วงศ์ ชุ่มใจ ประจ�า เลอดนกรบ และกาลังใจต่อส้อันสูงท่เขาได้ปฏิบัติไป
�
ู
ี
ั
ื
ี
ี
ิ
ปืนกล ๒๐ มิลลิเมตร เรือหลวงสงขลา (ตายในท่รบ) ความกล้าหาญของทหารในการรบ เป็นส่งท่ควรบูชา
์
ี
้
ื
ิ
ี
็
พลทหาร วงศ ชมใจ มหนาทเปนพลหนเลงศนยซาย เป็นส่งท่เราควรเล่ากันต่อ ๆ ไป เพ่อเป็นตัวอย่างแก่อนุชน
้
่
ี
ั
่
ุ
์
็
ู
ื
ื
ู่
ของปืนกล ๒๐ มิลลิเมตร แท่นค ได้ทาการระดมยิงเคร่องบิน เบ้องหลัง และเพ่อแสดงให้เห็นขวัญของประชาชาติของเรา
ื
�
ื
ี
่
ั
ข้าศึกท่เข้ามาตรวจการณ์คร้งสุดท้าย จนเครองบิน เมื่อเหลียวมองดูรอบ ๆ ท้ายปืน เห็นทหารทุกคน
ุ
ั
ข้าศึกได้ถอยหน ต่อมาเม่อเรือหลวงสงขลาต้องทาการ เหงอไหลทวมตวเปนมน เพราะทางานโดยไมไดหยดหยอน
้
่
ี
�
่
ั
ื
่
่
็
�
ื
ื
ี
ต่อสู้กับหมู่เรือรบข้าศึกอีก พลทหาร วงศ์ ชุ่มใจ ได้รับ แต่ไม่มีใครเลยแม้แต่คนเดียวท่จะแสดงท่าเหน็ดเหน่อย
อันตรายจากชิ้นกระสุนระเบิด บาดแผลสาหัส แต่ก็มิได้ ในขณะนี้ก็พอดี พลทหาร ชุน ซึ่งมีหน้าที่ล�าเลียงกระสุน
ย่อท้อ ท�าการรบต่อ เมื่อ พลทหาร วงศ์ ชุ่มใจ เห็น จ่าโท อยู่ในห้องลาเลียงกระสุนข้างล่างกาลังไต่บันไดจะข้น
ึ
�
�
สวง ไชยพลับ ซ่งเป็นพลเล็งยิง ถูกกระสุนระเบิดเสียชีวิต มายังห้องปืนข้างบน ข้าพเจ้าก้มลงไปดูเห็นท่แขนขวา
ึ
ี
ก็รีบเข้าท�าหน้าที่แทน ท�าการยิงต่อสู้ข้าศึกต่อด้วยน�้าใจ ของ พลทหาร ชุน หักห้อยร่องแร่งใต้ข้อศอกลงไป
20
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๕
ื
ี
�
ี
ตรงท่หักติดอยู่ด้วยหนังกาพร้า เห็นเน้อท่ขาดเหมือน
เนื้อหนู ข้าพเจ้าเห็นเช่นนั้นจึงใช้มือกดหัว พลทหาร ชุน
ลงไป และตะโกนบอกลงไปว่า อย่าเพิ่งขึ้นมารออยู่ก่อน
การที่ข้าพเจ้าท�าเช่นนี้ก็เพราะเกรงว่าถ้าหากทหารอื่น ๆ
ี
้
บนห้องปืนเห็น พลทหาร ชุน ในลักษณะเช่นน จะเกิดการ
ขวัญเสียและอีกประการหน่ง ถ้าให้ พลทหาร ชุน ข้นมา
ึ
ึ
เราจะต้องเสียเวลาหยุดท�าการยิงปืนชั่วคราว ในลักษณะ
เช่นน้นเรายอมเสียเวลาแม้แต่เล็กน้อยไม่ได้ ในเวลายิงปืน
ั
เวลาทเสยไปคอศตร ถ้าเราหยดกเท่ากบเรายอมเสย
ั
่
ี
ุ
ี
็
ี
ื
ู
ั
ั
ี
เปรียบข้าศึกอย่างท่สุด และน่นหมายถึงชีวิตของพวกเรา
ี
หลังจากท่ข้าพเจ้าได้กดหัว พลทหาร ชุน และ
ตะโกนลงไป พลทหาร ชุน ได้ไต่บันไดลงไปด้วยแขนซ้าย พันจ่าเอก ชุน แซ่ฉ่ว (ซ้าย) พันจ่าเอก เอ่ง แซ่ลิ้ม
ั
ข้างเดียว โดยมิได้ปริปากพูดแม้แต่คาเดียว ข้าพเจ้าเองควัก แขนขวาขาด และ พันจ่าเอก
�
ื
ผ้าเช็ดมือในกระเป๋าปาตามลงไปเพ่อให้ใช้พันแขน ผู้อ่าน เอ่ง แซ่ลิ้ม (ขวา) เท้าซ้ายขาด
คงจะนึกว่า พลทหาร ชุน ลงไปในห้องลาเลียงกระสุนแล้ว ใส่เครื่องพยุงเดิน
�
คงจะนอนพักบิดตัวอยู่ด้วยความเจ็บปวด เปล่าเลย
เขายังคงทาหน้าท่ลาเลียงกระสุนใส่ในรางต่อไปด้วยแขน
�
ี
�
ซ้ายข้างเดียวของเขา ทั้ง ๆ ที่ในห้องล�าเลียงกระสุนคลุ้ง
�
ี
ื
ั
ไปด้วยควันท้งน้น เขาคงประจาหน้าท่ของเขาเร่อยไป
ั
จนกระทั่งเราหยุดยิงแล้วจึงข้นมา ช่างอดทนอะไรเช่นน้น
ึ
ั
ยังจ�าภาพ พลทหาร ชุน ซึ่งนอนอยู่ในเรือหลวงช้างขณะ
�
ลาเลียงคนป่วยไปโรงพยาบาลจันทบุรีอย่างไม่มีวันลืม
เขานอนลมตา สหน้าเป็นปกต ไม่แสดงอาการเจบปวด
็
ื
ี
ิ
หรือร้องครวญครางแต่อย่างหนึ่งอย่างใดเลย
ี
ในพิธีมอบเหรียญกล้าหาญเม่อวันท ๗ กันยายน
่
ื
พ.ศ. ๒๔๘๔ ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า ได้บรรยายสรรเสริญ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก�าลังโผเข้ากอด
พันจ่าเอก ชุน แซ่ฉั่ว ว่า “การกระท�าของ พันจ่าเอก ชุน พันจ่าเอก เอ่ง แซ่ลิ้ม ในพิธีมอบเหรียญกล้าหาญ
ี
็
แสดงให้เหนความกล้าหาญ และอดทนอย่างยอดเย่ยม เมื่อวันที่ ๗ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๔
ั
ประกอบด้วยวินัยอันเคร่งครัด จึงยังมานะบากบ่นทางาน ในระหว่างการรบ พลทหาร เอ่ง แซ่ล้ม ประจาอยู่ใน
�
�
ิ
ี
ด้วยแขนท่เหลือเพียงข้างเดียว จนสาเร็จประโยชน์ส่วน หอบังคับการกับ นาวาโท หลวงพร้อมวีระพันธ์ ผู้บังคับการเรือ
�
ุ
รวมได้ดังนี้ นับเป็นเยี่ยงอย่างอันน่าสรรเสริญยิ่งนัก” เมื่อเรือหลวงธนบุรีถูกยิงท่หอบังคับการ ผู้ท่อยู่ในหอน้ต้อง
ี
ี
ี
๖) พันจ่าเอก (พลทหาร ขณะรบ) เอ่ง แซ่ล้ม ประสบอันตรายเสียชีวิตเกือบท้งหมด พลทหาร เอ่ง แซ่ล้ม
ิ
ั
ิ
ี
ประจาหอบังคับการเรือหลวงธนบุร มีหน้าท่ส่งคาส่งไป ได้รับบาดเจ็บท่คอ และน้ว แต่ก็มิได้ย่อท้อ ได้รีบว่งลงมา
�
ี
�
ั
ิ
ิ
ี
ห้องเครื่องจักร (ประจ�าเทเลกราฟ) ห้องถอทายอะไหล่เสากระโดงทายเรอ ระหวางทางทว่งมา
ื
่
้
้
ื
ิ
ี
่
ั
้
ึ
ี
ตองผานกระสุนของขาศกทตกถกเรออยางหนก พลทหาร
้
่
ื
่
่
ู
นาวิกศาสตร์ 21
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๕
ิ
ี
�
เอ่ง แซ่ล้ม ไม่คร่นคร้ามและหวาดเกรงอันตรายแม้แต่น้อย ระหว่างทาการรบ จ่าเอก ทองอยู่ เง้ยวฟ้าย
ั
�
�
ี
ั
คงมุ่งไปปฏิบัติงานในหน้าท่ให้เป็นผลสาเร็จ ยังผลให้ ได้ประจาหน้าท่อยู่ในห้องเคร่องจักรตลอดเวลา ขณะน้น
ื
ี
เรอแล่นตรงไปทาการต่อส้กบเรอข้าศกต่อไปได้อก กระสุนปืนข้าศึกได้ระดมยิงมาถูกเรือหลายแห่ง ควันพิษ
ึ
ั
ู
ี
�
ื
ื
ี
ในห้องถือท้ายอะไหล่มีแต่ควันคลุ้งไปหมด และมีนาทะเล ท่เกิดจากระเบิดได้ถูกดูดลงไปในห้องเคร่องจักรโดย
้
ื
�
ั
ไหลเข้ามาในห้องตลอดเวลา ต้องยืนแช่นาถือท้าย ไม่ขาดระยะ จนกระท่งในห้องเกือบจะไม่มีอากาศบริสุทธ ์ ิ
้
�
่
ี
็
้
ิ
่
ื
ี
เมอมคนมาเปลยน พลทหาร เอ่ง แซ่ลม กได้ไปช่วย หายใจเลย แต่ จ่าเอก ทองอยู่ เงี้ยวฟ้าย มิได้ย่อท้อคง
�
ั
�
ื
ื
ทาการดับไฟหน้าห้องสูทกรรม ขณะน้นได้มีเคร่องบิน ประจาทาหน้าท่คุมเคร่องจักรใหญ่ขวาด้วยความอดทน
�
ี
ิ
ิ
ื
ื
ึ
ั
ั
มาท้งระเบิดอีกคร้ง (เคร่องบินขับไล่แบบ ข.๑๐ ฮอร์ค ๓ อย่างย่ง คร้นต่อมาเกิดไฟลุกข้นในห้องเคร่อง จ่าเอก
ี
�
ติดลูกระเบิด ๕๐ กิโลกรัม จากฝูงบนขับไล่ จันทบุร ี ทองอยู่ เง้ยวฟ้าย ก็ได้เข้าช่วยเหลือทาการดับไฟจนไฟ
ิ
ื
ื
�
-ผู้เขียน) ทาให้พลทหาร เอ่ง แซ่ล้ม ต้องบาดเจ็บ คราน ้ ี สงบ เม่อยุติการรบแล้ว และได้รับคาส่งให้หยุดเคร่องจักร
�
ั
ิ
หนักมาก คือ หน้าแข้งซ้ายหัก หัวเข่ากระดูกแตก จาเป็นต้อง ใหญ่แล้ว จ่าเอก ทองอย่ เงยวฟ้าย กหมดกาลงส้นสต ิ
ิ
็
�
ี
้
ู
ั
�
ึ
ี
ั
้
ถูกตัดขาซ้าย ทุพพลภาพไปตลอดชีวิต วีรกรรมของ ถงตองหามขนมาจากหองเครองจกร วรกรรมของ จาเอก
ึ
่
ื
่
้
้
ี
ิ
พลทหาร เอ่ง แซ่ล้ม แสดงให้เห็นถึงความองอาจกล้าหาญ ทองอยู่ เง้ยวฟ้าย แสดงให้เห็นถึงความมานะกล้าหาญ
ั
ความมีวินัย และเหนือไปกว่าน้นก็คือ มีความผูกพัน อันเป็นผลมาจากการมีวินัยการรบ และความรักผูกพันอย่าง
ี
ี
ี
ยึดเหน่ยวเป็นพ่เป็นน้องอย่างเหนียวแน่น (Cohesion) เหนียวแน่น (Cohesion) ท จ่าเอก ทองอยู่ มีให้กับ
่
ยังผลอันประเสริฐคือ เรือหลวงธนบุรีสามารถธารงอานาจ เรือหลวงธนบุร และพ่น้องชาวเรือหลวงธนบุรีทุกคน
�
ี
�
ี
การรบต่อสู้ฝรั่งเศสอย่างไว้ลายอีกเป็นเวลานานมาก หากปราศจากวีรกรรมของ จ่าเอก ทองอย เรอหลวงธนบุร ี
ู่
ื
ู
ั
ี
้
�
๗) พนจ่าเอก (จ่าเอก ขณะรบ) ทองอย่ เงยวฟ้าย อาจต้องลอยลา และเพ่อนทหารก็จะถูกกระสุนข้าศึก
ื
จ่าช่างกล ประจ�าเครื่องจักรใหญ่ขวา ห้องเครื่องจักร ตายมากไปกว่านี้
เรือหลวงธนบุรี ๘) พันจ่าเอก (จ่าเอก ขณะรบ) เพื่อน สุดสงวน
ึ
�
ื
จ่าช่างกลประจาเครองอัดลมปืนใหญ่ ซ่งอยู่ในห้อง
่
เครื่องจักรเรือหลวงธนบุรี
พันจ่าเอก ทองอยู่ เงี้ยวฟ้าย พันจ่าเอก เพื่อน สุดสงวน
22
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๕
ื
�
�
เช่นเดียวกับกาลังพลช่างกลเรือหลวงธนบุรีทุกคน สวิตซ์จ่ายไฟ (Switch Board) พลทหาร สมัย กาลังคุมเคร่อง
�
ื
ื
ี
ี
จ่าเอก เพ่อน สุดสงวน ต้องปฏิบัติหน้าท่ในห้องเคร่องจักร ไฟฟ้า ๒๐๐ กิโลวัตต์ซ้าย พลทหาร ยู่เอ๋ยว กาลังคุมเกจวัด
ื
ท่เต็มไปด้วยควันท่เกิดข้นจากไฟไหม้ ควันท่เกิดจาก กาลังดันต่าง ๆ ของเคร่องไฟฟ้า ๒๐๐ กิโลวัตต์ซ้าย
ึ
ี
�
ี
ี
ี
ิ
ดินปืนระเบิด กล่นเลือด กล่นส จนแทบจะไม่มีอากาศ และทหารนอกนั้นคุมอยู่สองข้างเครื่อง ข้าพเจ้าได้สั่งให้
ิ
บริสุทธิ์หายใจ แต่ จ่าเอก เพื่อน สุดสงวน มีหน้าที่ส�าคัญ จ่าเอก ชัน ให้คุมสวิตซ์อัตโนมัติอย่าให้ตกได้ เพราะว่า
ั
ในการรบคือ ต้องอัดลมปืนใหญ่ในขณะรบตลอดเวลา เรือเราได้ยิงกับเรือฝร่งเศสแล้ว และให้ จ่าโท พรหม
่
้
้
ี
ื
ี
่
ิ
็
่
้
ี
ี
้
หากละทิงหนาทแมแตเสยววินาทเดยว ปนใหญเรือกจะยง เตรียมเดินเครื่องไฟฟ้า ๒๐๐ กิโลวัตต์ขวา ให้เรียบร้อย
่
ื
ไม่ได้ แม้จะมีไฟไหม้ลุกอยู่ท่วบริเวณ อุณหภูมิร้อนจัด เพอว่าเครอง ๒๐๐ กโลวตต์ซ้ายเสยจะได้ใช้ทน แล้ว
่
ื
ิ
ั
ั
ี
ั
อากาศไม่มีหายใจ มืดมองอะไรไม่เห็น จ่าเอก เพ่อน สุดสงวน ข้าพเจ้าก็ขึ้นจากห้องเครื่องจักรช่วย...”
ื
ิ
ก็มิได้ย่อท้อ คงอดทนปฏิบัติหน้าท่ของตนด้วยความกล้าหาญ หลังจากการรบได้ส้นสุดลงแล้ว ทหารของเรา ๕-๖ นาย
ี
ื
ื
และด้วยนาใจเสียสละ รักเพ่อนทหารเรือหลวงธนบุรีผู้อ่น สวมหน้ากากกันไอพิษ พยายามจะเข้าไปช่วยพวก ๘ คนน ี ้
้
�
ี
เหมือนพี่เหมือนน้อง จ่าเอก เพื่อน รู้ดีว่าหากตนไม่ยอม แต่ไม่สาเร็จเพราะไม่สามารถฝ่าเพลิงท่กาลังลุกลามอยู่
�
�
ี
�
เสียสละชีวิตของตนทางานในหน้าท่แล้ว ปืนก็จะใช้ยิง เข้าไปได้ เขาตายอยู่กับงานของเขา ตายในท ๆ ไม่ม ี
ี
่
ข้าศึกไม่ได้ และเรือหลวงธนบุรีจะต้องตกเป็นเป้าให้ อากาศจะหายใจท่ามกลางกลุ่มควัน และความร้อน
ข้าศึกยิงข้างเดียว เป็นผลให้ทุกคนในเรือจะต้องเสียชีพ อันแสนจะทรมาน มันเป็นการตายอย่างทหาร ตายอย่าง
ิ
ทั้งหมด เมื่อยุติการรบและได้รับค�าสั่งให้หยุดเครื่องแล้ว สมเกียรติท่สุด ตายอย่าง “เสียชีพไป่เสียส้นช่อก้องเกียรติงาม”
ี
ื
ไฟก็ยังคงโหมไหม้เรือหลวงธนบุรีต่อไป ด้วยความอิดโรย ในพิธีมอบเหรียญกล้าหาญได้มีการสดุดีวีรกรรม
ื
�
�
ื
�
อันเน่องมาจากความตรากตราอย่างแสนสาหัส ทาให้ ทหาร ๘ นายประจาห้องเคร่องจักรช่วยแห่งเรือหลวง
จ่าเอก เพื่อน หมดก�าลังถึงสิ้นสติต้องหามขึ้นมาจากห้อง ธนบุรีนี้ว่า “... แต่ทหารทั้ง ๘ นาย ก็มิได้ย่อท้อ แม้ทั้งที่
เครื่องจักร ในตอนต้น ๆ อาจหลบข้นมาเสียข้างบนได้ คงประจา
ึ
�
๙) เรือโท (จ่าเอก ขณะรบ) ชัน วงค์กนก เรือตรี
(จ่าโท ขณะรบ) พรม รักส์กิจ เรือตรี (พลทหาร ขณะรบ)
ี
สมัย จัมปาสุต พันจ่าเอก (พลทหาร ขณะรบ) เอ้ยว อ้งหล ี
ึ
พันจ่าเอก (พลทหาร ขณะรบ) นวล เสียงบุญ พันจ่าเอก
(พลทหาร ขณะรบ) ลบ นุตตา พันจ่าเอก (พลทหาร ขณะรบ)
ลาดวน ทัพพะเกตุ และ พันจ่าเอก (พลทหาร ขณะรบ)
�
ยู่เล็ง อาจสาคร
ทหารดังกล่าวท้งหมดตายในหน้าท ขณะประจา
ี
่
�
ั
ื
เคร่องจักรช่วยแห่งเรือหลวงธนบุร พันจ่าเอก นกเล็ก
ี
ื
ึ
กระหม่อมทอง ซ่งในขณะรบ ได้ลงไปในห้องเคร่องจักรช่วย
เพื่อตรวจฟิวส์ของเครื่องถือท้าย ได้เล่าว่า
ั
“…เวลาน้น ข้าพเจ้าเห็น จ่าเอก ชัน กาลังคุมสวิตซ์ไฟ
�
�
�
อัตโนมัต จ่าโท พรม กาลังทาความสะอาดลูกสูบของ
ิ
เครื่องไฟฟ้า ๖๐ กิโลวัตต์ขวาที่ถอดไว้ พลทหาร ล�าดวน การรบอย่างกล้าหาญของก�าลังพลเรือหลวงธนบุรี
ุ
ั
กาลงคมสวตช์ไฟ และฟิวส์ไฟกาลงต่าง ๆ ทกระดาน ได้รับการยกย่องเป็นวีรกรรมของทหารเรือไทย
�
�
ั
่
ิ
ี
นาวิกศาสตร์ 23
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๕
้
�
ึ
ี
ิ
ิ
�
�
ทาหน้าท่ด้วยความทรหดอดทนย่งจนหมดสต และเสียชีวิต บ่าลงท้องเรือ ทาให้เรือเต้ยนามากข้นอีกด้วย นายา
�
้
ี
ในหน้าท่ท้ง ๘ นาย เคร่องจักรจึงเดินได้ต่อมาเป็น ดับไฟก็ใช้หมดไปแล้ว แต่ก็หาได้ทุเลาการลุกลามลงไม่
ั
ื
ี
�
�
ิ
ปกต และอานวยผลการรบทาให้เรือหลวงธนบุรีทาการ (Friction)”
�
�
รบกับข้าศึกได้...ยังผลให้ไฟฟ้าอันเป็นอุปกรณ์สาคัญ
ในการปืนใหญ่ และการอ่น ๆ ใช้การได้ดีตลอดเวลา
ื
การกระท�าของทหารประจ�าห้องเครื่องจักรช่วยทั้ง ๘ นี้
ั
เป็นตัวอย่างอันดีแก่ทหารท้งปวง ในการมีวินัย และ
อดทนกล้าหาญอย่างอุกฤษฏ์”
๑๖. Fog และ Friction หลังการหยุดยิง ทหาร
ทุกคนโดยเฉพาะทหารช่างพรรคกลินยังคงต่อสู้
่
่
ื
่
่
เรือโท จิตต์ สังขดุลย์ นายป้อมท้าย เลาวา “เมอเรอฝาย
ื
ข้าศึกได้พากันล่าถอยไปแล้ว เวลา ๐๘.๒๐ น. ป้อมต่าง ๆ
�
ั
�
�
ได้รับคาส่งให้ทาการหยุดยิง ทหารประจาป้อมปืน
จึงเลิกประจาหน้าท และออกมานอกป้อม เขาแสดง
่
�
ี
ื
อาการเหน่อยอ่อนอิดโรยหรือ? เปล่าเลย เขาต่างมีหน้าตา
ี
ย้มแย้มแจ่มใส เขาดีใจท่เขาได้ทาหน้าท่ของเขาด้วย ก�าลังพลเรือหลวงธนบุรีแสดงความดีใจเมื่อศัตรูของชาติล่าถอยไป
ิ
�
ี
็
ู
ี
�
ความกระหาย และเตมความสามารถ เขาร้สึกภูมิใจท่เขาต่างได้ เม่อเห็นว่าการดับไฟจะไม่เป็นผลสาเร็จลงได้ง่าย
ื
�
ี
�
ช่วยกันทาหน้าท่ส่งกระสุนให้ไปถูกข้าศึก ทาความเสียหาย และเรืออาจเป็นอันตรายลงในทันท เน่องจากกระสุน
ี
ื
ให้แก่ข้าศึก และทาให้ศัตรูของคนไทยท้งชาติต้องล่าถอยไป ดินปืนในคลังในเรืออาจระเบิดข้นได้ จึงได้ส่งให้เปิดนา ้ �
ั
ึ
ั
�
แล้วเขาก็เปล่งเสียงไชโยข้นพร้อม ๆ กัน โดยท้งน ี ้ เข้าคลังกระสุน และดินปืนด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วน�้าจึง
ึ
ั
เขามิได้ทันสังเกตเห็นเหตุการณ์รอบ ๆ ตัวเขาเลยว่า ไหลเข้ามาท้องเรือมาก และรวดเร็วข้น ท้ายเรือได้แปล้นา ้ �
ึ
เต็มไปด้วยคนเจ็บ และส่งปรักหักพัง ไฟไหม้ต้นปืน มากข้น และเรือหลวงธนบุรีมีอาการเอียงทางกราบขวา
ิ
ึ
ู
่
ื
(เรอเอก เปลยน นมเนอ) เมอได้ยินเสยงเช่นนน กร้สก แต่เรือยังใช้จักรเดินต่อไป ทหารในเรือต่างช่วยกันดับไฟ
ื
็
ี
่
ื
้
ี
้
ึ
ั
ิ
่
ั
้
ี
้
ื
เตมไปด้วยความปิต ได้ยกมอขนรบเสยงไชโยนนด้วย มิได้เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย (และหิวโหยเนื่องจากตั้งแต่เช้า
ิ
็
ั
ึ
็
แต่แล้วความเศร้ากเข้ามาแทนท ต้นปืนได้ยกมือข้น ยังไม่ได้รับประทานอาหารเลย) แม้เวลาจะล่วงไปเท่าใด
่
ี
ึ
�
ั
ี
ึ
ื
ี
แล้วช้ไปยังสะพานเดินเรอซ่งเวลาน้ไฟกาลังไหม้อยู่ ก็ตาม เขาเหล่าน้นมิได้ยอมสละความพยายามเลย ไฟจะ
�
ื
�
ั
ั
ี
ทหารประจาป้อมปืนเหล่าน้มิได้ช่วยทาหน้าท่ดับไฟมา สงบลงบ้างก็เพียงช่วคราวเท่าน้น แต่เม่อเรือแล่นไป และ
ี
ั
�
ื
แต่ก่อน เม่อเห็นสะพานเดินเรือกาลังตกอยู่ในสภาพเช่นน้น มีลมก็กลับลุกกระพือโหมหนักขึ้นอีก
ี
ี
�
ความดีใจกับปลาสนาการไปในทันท และโดยท่ไม่มีความย่อท้อ จ่าโท ทองสุข สุวรรณ์ ประจาห้องเคร่อง
ื
็
ั
้
ิ
แต่ประการใด เรวเท่าความคด ทหารจากป้อมปืนเหล่านน แรงนามันหมุนป้อมปืน เล่าว่า “อีกข้อหน่งถ้า
ึ
้
�
ต่างก็ว่งเข้าสมทบช่วยการดับไฟต่อไป ใครหาภาชนะ หากพวกเราสามารถดับไฟได้สงบเสียก่อนท่ความร้อน
ี
ิ
อย่างใดได้ก็เอามาตัก และใส่นา ท้งน เพราะนาดับไฟ ในคลังจะถึงขีดระเบิด ด้วยการตัดทางไฟไม่ให้
้
�
�
ั
ี
้
้
ซึ่งสูบให้ไหลมาตามท่อนั้นน้อยกว่าปกติ เมื่อตรวจดูแล้ว แลบเข้าไปได้แล้ว เรือรบของชาติอันมีค่าก็คงจะ
้
�
จึงพบว่านาดับไฟสายใหญ่ถูกยิงท่อขาด (จึงเป็น Friction) ปฏิบัติงานได้ต่อไป...ด้วยการตัดสินใจคร้งสุดท้าย
ั
ั
ี
ี
ู
ึ
่
นาทสบมาจงไหลออกน้อย และซาร้ายกว่านน ยงไหล หน้ากากป้องกันไอพิษก็ไม่มในขณะน้น มแต่ผ้าม่าน
้
�
้
ั
ี
ั
�
้
24
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๕
้
ึ
�
ึ
สักหลาดท่เปียกนาซ่งคลุมทับบนหลังข้าพเจ้า ซ่งเกือบจะ
ี
ลืมอยู่แล้ว เห็นว่าพอจะใช้ได้ จึงเอาผ้าผืนนั้นผูกปิดจมูก
ิ
และได้รองเท้าบูทอีกคู่หน่ง ซ่งใครไม่ทราบถอดท้งไว้สวม
ึ
ึ
ิ
ื
้
ั
ั
่
้
็
็
่
ิ
้
้
เขาไป เสรจแลวกวงฝาลงไปยงคลงดนปนทายหองกะลาส ี
แต่มืดเหลือเกิน ควันแน่นทึบไปหมด ข้าพเจ้าได้ลงไปใน
คลังดินปืน และเปิดประตูเรียก แต่ไม่มีใครแล้ว จึงปิดคลัง
และฝาทางลงกวดอัดเหล็กจนแน่น ที่เครื่องสูบน�้าดับไฟ
ั
้
ได้พบ จ่าเอก ถนอม ยงประจาอยกบเคร่องสบนา จงบอก
ึ
ู่
ู
ั
�
�
ื
ให้เขารีบข้นโดยเร็ว (รักษาหน้าท่โดยไม่พะวงอันตราย
ี
ึ
จากการระเบิดของคลังดินปืน ทั้ง จ่าโท ทองสุข สุวรรณ์ เรือหลวงธนบุรีเอียง และไฟลุกมากก่อนที่จะสั่งสละเรือ
�
้
ี
ิ
ก็กล้าหาญมาก ๆ ท่ยอมฝ่าอันตรายลงไปเปิดล้นนาทะเล ในการรวมพลังต่อสู้สูงมาก ท�างานปฏิบัติการทุกอย่างที่
ึ
ให้เข้ามาในคลังดินปืน ซ่งก็มีโชคช่วยคือ มีรองเท้าบูทท่คน ขวางหน้าอย่างไม่หยุดหย่อน
ี
ิ
�
ท้งไว้ ทาให้สามารถใส่ลงไปปฏิบัติหน้าท่เส่ยงอันตรายได้) วาระสุดท้ายของเรือหลวงธนบุรี ความสะเทือนใจใน
ี
ี
สาหรับล้นนาทะเลเข้าคลังดิน ข้าพเจ้าได้ลองจับหมน วีรกรรมทหารหาญตัวเล็ก ๆ ที่ไม่ได้รับการกล่าวขาน
�
�
้
ุ
ิ
คันเปิดล้นด รู้สึกว่ายังหมุนออกไปอีกหลายรอบ เสร็จแล้ว จ่าโท ทองสุข สุวรรณ์ ประจาห้องเคร่องแรงน�ามัน
ิ
ู
�
้
ื
จึงฝ่าควันไฟขึ้นไปบนดาดฟ้า (จ่าโท ทองสุข ปฏิบัติงาน หมนป้อมปืน เล่าว่า “แต่ย่งดับไฟก็ย่งลุกจัดข้นทุกท ี
ิ
ึ
ิ
ุ
้
กล้าหาญ กล้าลงไปในคลงดนปืน เพอเปิดน�าเข้าก่อน ขณะน้นได้ยินเสียงพวกเราบางคนตะโกนว่า เห็นเรือลาหน่ง
ั
ิ
่
ื
�
ึ
ั
คลังระเบิด ซึ่งเสี่ยงตายมาก เป็นความกล้าหาญอันเกิด โผล่มาจากหัวเกาะช้างทางด้านใต้ ผู้ท่มีกล้องติดตัวเอา
ี
ี
ี
จากแรงยึดเหน่ยวแห่งการรวมพลังความเป็นพ่เป็นน้อง กล้องขึ้นส่อง จึงจ�าได้ว่าเป็นเรือหลวงช้าง (เรือท�าหน้าที่
(Cohesion) ปฏิบัติงานในสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ด้วยจิตส�านึก หลักของกองทัพเรือในการลาเลียงนาวิกโยธิน และทหารอากาศ
�
�
จนเป็นผลสาเร็จ แม้จะไม่ได้เหรียญกล้าหาญเพราะไม่ได้ จากกรุงเทพมหานครและสัตหีบไปสถาปนากาลังท ่ ี
�
บาดเจ็บหรือตาย แต่ก็ควรสดุดีสรรเสริญ) จันทบุรี-ตราด) กาลังแล่นตรงมาท่เรือหลวงธนบุรีอย่าง
�
ี
ึ
เม่อข้นมาบนดาดฟ้าแล้ว จ่าโท ทองสุข เห็นว่า เต็มฝีจักร พวกเราต่างดีใจ และรวบรวมกาลังช่วยกันดับไฟ
ื
�
ยังมีการดับไฟอยู่อีก ก็มิได้เฉยเมย เข้าไปช่วยดับไฟต่อ ย่งข้น เรือหลวงช้างได้มาเทียบข้างทางกราบขวา พวกเราต่างร้อง
ิ
ึ
�
ิ
ไปอก แสดงว่า ในเวลารบกนทหารเรอไทยมจตสานก ไชโย และแสดงความยินดีให้ต่อกัน เราต่างช่วยกันลาเลียง
ึ
ั
ี
ี
ื
�
้
่
ี
ื
ผบาดเจบขามไปไวทเรอหลวงชางหมด ทางเรอหลวงชางได ้
้
ู
้
็
้
ื
้
่
ั
ี
ต่อสายสูบดับไฟมาช่วยดับไฟอย่างเต็มท แต่สายสูบส้นไป
ึ
�
ไม่สามารถจะเดินสายลงไปดับไฟซ่งกาลังลุกอยู่ข้างล่างได้
ี
จะใช้สายสูบของเรือหลวงธนบุรีท่ยังพอใช้ได้ก็เล็กไป
ิ
ึ
หัวสูบเข้ากันไม่ได้ (Friction) ไฟย่งลุกจัดข้นทุกท ี
ื
จนเห็นควันแทรกข้นมาตามตะเข็บพ้นดาดฟ้าข้างป้อม “วาระ
ึ
ั
สุดท้ายของเรือเรามาถึงเสียแล้ว” เสียงส่งให้สละเรือใหญ่
ี
ั
ั
่
้
และเรอหลวงชางสงตดเชอกพวง เวลานเรอเอยงมาก และ
ื
ื
้
่
ื
ี
ี
ึ
ไฟก็ลุกมาก เกรงว่าถ้าเกิดการระเบิดข้นแล้ว เรือท่มา
เรือหลวงช้างช่วยดับไฟแต่ไม่สามารถดับไฟได้
้
�
�
จึงจูงเรือออกนอกพื้นที่บริเวณแหลมงอบ ช่วยอาจจะพลอยได้รับอันตรายอีกลา ข้าพเจ้านาตาไหล
นาวิกศาสตร์ 25
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๕
ี
ื
�
ด้วยความต้นตัน และอาลัยในเรือของข้าพเจ้าท่ได้ประจา ความว่าชื่อ พลทหาร เฟื่อง ยาประดิษฐ์ ขอให้สหายรัก
่
ู
ั
ื
ี
ี
ื
้
ุ
ิ
ิ
่
้
ั
ี
็
มาต้งแต่แรกเม่อเรือยังผูกทุ่นท่โกเบ ในประเทศญ่ปุ่น จงไปสสคตเถด บนเรอหลวงชาง พวกเราทบาดเจบไดรบ
ั
แต่ต้องมาจากกันที่สถานที่นี้เอง การปฐมพยาบาล บางคนถูกไฟลวกท้งตัว และสะเก็ดกระสุน
ยังฝังอยู่ในบาดแผล แต่ไม่มีใครแสดงความเจ็บปวดหรือ
ร้องครวญครางเลย คงมีใบหน้าท่ย้มแย้ม และบอกว่า
ิ
ี
ไม่เป็นไรเสมอ
�
สาหรับโรงเรียนนายเรือ และโรงเรียนชุมพลทหารเรือน้น
ั
�
�
คือ โรงเรียนสาหรับบ่มเพาะผู้นาทหารเรือ และนักรบ
ทางเรือระดับมืออาชีพ (Professional Leadership for
Implementing) ควรมคณค่าทางจตใจนกรบประดบ
ี
ั
ิ
ุ
ั
พลทหาร เฟื่อง ยาประดิษฐ์ นอนตายบนเรือหลวงธนบุรี เรือหลวงธนบุรี ได้รับเหรียญกล้าหาญ แสดงว่าทหารประจ�าเรือ
ในท่าก�าลังแบกลูกปืนเตรียมบรรจุกระสุนเข้าล�ากล้อง ทุกคนที่แม้ไม่สามารถจะระบุชื่อวีรกรรม
ิ
ศพคงถูกท้งให้จมไปกับเรือ ทหารเรือหลวงธนบุรีทุกคนสู้รบ แต่ก็ปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญทุกคน
ด้วยความกล้าหาญ รักเหมือนพี่เหมือนน้องจนวาระสุดท้าย
ี
ั
ี
แม้จะมีบางคนท่เจ็บหรือเสียชีวิตเท่าน้นท่ได้รับเหรียญกล้าหาญ
แต่ทุกคนก็รบด้วยชาติ เกียรติ วินัย กล้าหาญ
ี
ั
เป็นต้นแบบทหารทกคนในปัจจบนนได้ (อนสาวรย์ ทหารเรอ
ื
ุ
ุ
ุ
้
ี
บรรจุกระสุนมีชั้นยศ “พลทหาร”)
ภาพที่ข้าพเจ้าได้เห็นในครั้งสุดท้ายก่อนจากเรืออัน
ื
เป็นท่รักของเราคือ ภาพของเพ่อนรักเราคนหน่งท่ถูก
ี
ึ
ี
ั
่
กระสุนปืน และไฟลวกล้มควาในท่าท่มือท้งสองอยู่ใน
ี
�
ี
่
ท่าบรรจุลูกกระสุนปืนตรงปืนเบากระบอกท ๑ ใบหน้า โรงเรียนนายเรือ และโรงเรียนชุมพลทหารเรือ
ของเขาแสดงอาการคล้ายกับว่าได้พยายามในคร้งสุดท้าย สถาบันที่ผลิตผู้น�าทหารเรือและนักรบมืออาชีพ
ั
ี
ท่จะส่งกระสุนนัดน้นเข้าลากล้อง แต่หากกระสุนของ ทุกโรงเรียน เพื่อเตือนใจให้ทราบวีรกรรมของบรรพบุรุษ
ั
�
ี
ิ
ข้าศึกได้ปลิดชีวิตของเขาเสียก่อน ไฟได้ลวกเขาจนผม ทหารเรือ คุณค่าท่ไม่ใช่วัตถุท่มองเห็น จับต้อง ดมกล่นได้
ี
เหลือเพียงกระจุกเดียวบนศีรษะและหงิกงอ ข้าพเจ้าต้อง คือ ชาติ เกียรติ วินัย กล้าหาญ ก็ยังคงด�ารงอยู่เด่น ณ
ื
ปิดหน้าและสะอ้นในใจ ได้ไถ่ถามถึงช่อของเพ่อนท่เสียชีวิต ทหอประชุมใหญ่โรงเรยนนายเรือ โรงเรยนชุมพลทหารเรอ
ื
ี
ี
ี
ื
ื
ี
่
ของเราผู้น้นกับเพ่อนท่รอดมาอยู่ร่วมกัน แต่ไม่มีใคร เกาะช้าง คือ brand name ท่มาจากยุทธนาวีอันน่า
ี
ี
ื
ั
ี
�
ั
ั
บอกได้ชัดเจนได้แน่นอน เพราะจาไม่ได้ ในท่สุดได้ ภาคภูมิใจท้งของไทย และฝร่งเศส เรือฟริเกตฝร่งเศส
ั
26
นาวิกศาสตร์
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๕
ี
่
ั
�
้
ี
ื
อีกลาต่อมาช่อ La Motte Picquet ท่ต่อราว ค.ศ. ๑๙๗๐ ก็ม ี ๓) เป็นการรบครงแรกของไทยทเป็นยทธการร่วม
ุ
ื
้
่
่
ิ
ั
ปอมปนหวขนาด ๑๐๐ มลลเมตร มชอวา “KOH CHANG” (Joint Operation) ระหว่างเหล่าทัพบก เหล่าทัพเรือ
ิ
ื
ี
เหล่าทัพอากาศ การรบของทหารเรือไทย ต่อมาในสงคราม
ุ
่
่
่
ี
เกาหล และสงครามเวยดนาม กไม่ใชยทธการรวมระหวาง
็
ี
๓ เหล่าทัพ แต่เป็นยุทธการผสม (Combined Operation)
ระหว่างทหารเรือไทยกับสหรัฐอเมริกา และสหประชาชาต ิ
ี
๔) ยุทธนาวีท่เกาะช้างเป็นการรบทางเรือยุคใหม่
โดด ๆ ของไทย แม้จะยังไปไม่ถึงยุคดิจิทัล แต่สงคราม
็
ั
อาวธอตสาหกรรม กยงคงเป็นพนฐานมาทกสงทกอย่าง
ุ
ุ
้
ุ
ุ
่
ิ
ื
มาวิเคราะห์สร้างคุณค่า ความสาคัญ บทเรียนได้เป็นอย่างดีเลิศ
�
ี
�
ท่สาคัญอาจกล่าวได้อย่างกว้าง ๆ คือ กองทัพเรือไทยยุค
พ.ศ. ๒๔๘๔ ย่งใหญ่เกรียงไกร มีนาวิกานุภาพสมัยใหม่
ิ
ย่งกว่ายุคใด ๆ เป็นยุคชาติอยู่เหนือส่งใด ชาวไทยทุกคน
ิ
ิ
มีจิตใจสู้รบ ทหารมีขวัญ ความภูมิใจ กระตือรือร้นท่จะรบ
ี
ิ
�
ื
ทาเพ่อชาต การบังคับบัญชาเน้นวินัย การฝึกเน้น drill
ี
ให้ทหารเป็นเคร่องจักร ในส่วนท่เคร่องจักรสมัยน้นทาไม่ได้
ื
ั
�
ื
การเตรียมรบเป็นอาวุธ (Effector) หรือ Shooter
จบบริบูรณ์
สรุป
ยุทธนาวีท่เกาะช้าง พ.ศ. ๒๔๘๔ ระหว่างไทย
ี
กับฝร่งเศสมีลักษณะสาคัญท่ปรากฏเป็นคร้งแรกใน
�
ั
ี
ั
ประวัติศาสตร์ชาติไทย คือ
๑) เป็นการรบด้วยอาวุธอุตสาหกรรมระหว่างเรือ
ต่อเรือ (Interstate Industrial War) ครั้งแรกของไทย
๒) เป็นการรบทเรยกว่าเป็นยทธนาว (Battle)
ี
่
ี
ุ
ี
เป็นคร้งแรกของไทย เพราะเป็นชุดของการรบ (series of
ั
engagements ) ๓ ครั้ง คือ ฉากที่หมู่เรือลามอตต์ปิเกต์
ของฝร่งเศสรบกับเรือตอร์ปิโดใหญ่ไทย (เรือหลวงสงขลา
ั
และเรือหลวงชลบุรี) ฉากที่ ๒ หมู่เรือลามอตต์ปิเกต์ของ
ฝรั่งเศสรบกับเรือหลวงธนบุรี ฉากที่ ๓ เครื่องบินขับไล่
ิ
์
ื
่
ั
ิ
ทงระเบิดของไทยรบกบหมเรือลามอตต์ปเกต เมอการรบ
ู่
้
เป็นชุดฉากของการปะทะท้ง ๓ ฉาก จึงเรียกได้ว่าเป็น
ั
ิ
ยุทธนาว (Battle) แม้จะไม่ย่งใหญ่เท่ายุทธนาวีมิดเวย์
ี
แต่ก็เป็นยุทธนาวี
นาวิกศาสตร์ 27
ปีที่ ๑๐๕ เล่มที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๕