แก่นเกษตร 47 ฉบับพเิ ศษ 1 : (2562). KHON KAEN AGR. J. 47 SUPPL.1 : (2019).
ผลกระทบของการผสมเลือดชิดทสี่ ่งผลต่อความสมบูรณ์พนั ธ์ุ
ของประชากรโคนมในประเทศไทย
Effect of Inbreeding on Reproductive Performance of Dairy Cattle
Population in Thailand
ภาวรัตน์ ใจด1ี , ศิริจรรยา อายุมนั่ 1, จริ วฒั น์พสั ระ1 และ ณฐั พล จงกสิกจิ 1
Pawarat Jaidee1*, Sirijanya Aryuman1, Chirawath Phatsara1
and Nattaphon Chongkasikit1
บทคัดย่อ: ลกั ษณะความสมบรู ณ์พนั ธ์ขุ องโคนมเป็นลกั ษณะที่มีความส�ำคญั และถกู น�ำมาใช้ในการวางแผนปรับปรุง
พนั ธ์โุ คนม ในปัจจบุ นั พบวา่ ความสมบรู ณ์พนั ธ์ขุ องประชากรโคนมมีแนวโน้มลดต่�ำลง ปัจจยั หนง่ึ ที่อาจสง่ ผลให้ความ
สมบรู ณ์พนั ธ์ุของโคนมลดลงคือการผสมเลือดชิด การศกึ ษานีม้ ีวตั ถปุ ระสงค์เพื่อวิเคราะห์อตั ราเลือดชิดที่เกิดขึน้ ใน
ประชากร โดยวเิ คราะห์จากอตั ราการเปลย่ี นแปลงของอตั ราเลอื ดชิดที่ค�ำนวณจากจ�ำนวนพอ่ และแมพ่ นั ธ์ทุ ี่ใช้ในแตล่ ะ
ผรุ่นลข(∆องFอ)ตั แรลาะเลคือา่ ดกชาริดคตาอ่ ดลคกั ะษเนณกะาครวเกาิดมอสตัมรบารูเณลือ์พดนั ชธิด์ขุ เลออืงปดรชะิดชทาี่เกพร่ิมโคขนนึ ้ มในจรุ่นากทขี่ t้อ(มFลูt)โคโด9ย,1ค0�ำ2นวตณวั ไใปนจอน�ำเถภงึ อรุ่ไนชทย่ี ป52ราแกลาะร
จงั หวดั เชียงใหม่ ระหวา่ งปี พ.ศ. 2544 ถงึ พ.ศ. 2558 พบวา่ โดยทวั่ ไปโคในประชากรท่ีศกึ ษามีอายเุ มื่อคลอดลกู ตวั แรก
(Age at First Calving; AFC) 919.27±102.19 วนั จ�ำนวนวนั ท้องวา่ ง (Days Open; DO) 100.91±47.25 วนั ชว่ งหา่ ง
การให้ลกู (Calving Interval; CI) 446.24±76.80 วนั จ�ำนวนครัง้ ของการผสมตดิ (Number of Service per Conception;
NSC) 1.78±1.09 ครัง้ ช่วงห่างการให้ลกู ในล�ำดบั การให้นมท่ี 1 ถึง 4 (CI1-CI4) มีค่าเท่ากับ 445.94±49.67,
461.55±71.52, 407.63±93.82 และ 465.79±95.19 วนั ตามลำ� ดบั และ จ�ำนวนวนั ท้องวา่ งในล�ำดบั การให้นมท่ี 1 ถงึ
4 (DO1-DO4) มีคา่ เทา่ กบั 107.42±51.30, 103.42±44.45, 102.09±45.71 และ 99.52±43.36 วนั ตามลำ� ดบั อตั รา
เลือดชิดมีการเปลี่ยนแปลง (∆F) 0.0026 และพบคา่ คาดคะเนอตั ราเลอื ดชิดในรุ่นที่ 52 มีคา่ เทา่ กบั 0.126 พบความ
สมั พนั ธ์เชิงบวกระหวา่ งอตั ราเลอื ดชิดกบั AFC, DO, CI, CI1, CI2, CI3, CI4, DO1, DO2 และ DO3 โดยมีคา่ เทา่ กบั
0.85, 0.65, 0.94, 0.05, 0.79, 0.99, 0.87, 0.80, 0.77 และ 0.71 ตามล�ำดบั และพบความสมั พนั ธ์เชิงลบระหวา่ งอตั รา
เลอื ดชิดกบั ลกั ษณะ NSC และ DO4 มีคา่ เทา่ กบั -0.94 และ-0.31 ตามลำ� ดบั
คำ� สำ� คัญ: โคนม, อตั ราเลือดชิด,ความสมบรู ณ์พนั ธ์ุ
ABSTRACT: Reproductive performances of dairy cattle population play an important role in
breeding plan. It was found that decreasing of fertility might be due to inbreeding in dairy cattle.
The objective of this study was aimed at an analysis changed of inbreeding coefficient calculated by
the data of number of sire and dam in each generation (∆F) and inbreeding coefficient in generation
t (Ft) up to generation 52 and effect of inbreeding to reproductive traits in dairy cattle population.
Data used in this analysis were collection during 2001 to 2015, from 9,102 animal in Chai Prakan,
Chiang Mai Province. It was found that age at first calving (AFC) was 919.27±102.19 days. Days
open (DO) was 100.91±47.25 days. Calving interval (CI) was 446.24±76.80day. Number of
1 ภาควิชาสตั วศาสตร์และสตั ว์น�ำ้ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ จงั หวดั เชียงใหม่ 50200
Department of Animal Science, Faculty of Agriculture, Chiang Mai University, Chiang Mai, 50200
* Corresponding author: [email protected]
704 แกน่ เกษตร 47 ฉบับพเิ ศษ 1 : (2562).
service per conception (NSC) was 1.78±1.09. Calving interval in lactation 1 to 4 (CI1-CI4) were
445.94±49.67, 461.55±71.52, 407.63±93.82 and 465.79±95.19 days and days open in lactation
1 to 4 (DO1-DO4) were 107.42±51.30, 103.42±44.45, 102.09±45.71 and 99.52±43.36 days. The
results revealed that an alternative measurement indicating the inbreeding rate (∆F) was 0.0026
and then the traditional inbreeding coefficient in generation t (Ft) was 0.126 in generation 52nd.
Positive correlation of Ft with AFC, DO, CI, CI1, CI2, CI3, CI4, DO1, DO2 and DO3 (0.85,
0.65, 0.94, 0.05, 0.79, 0.99, 0.87, 0.80, 0.77 and0.71, respectively). And the negative correlation
between Ft with NSC and DO4 were -0.94 and -0.31 respectively.
Keywords: Dairy cattle, Inbreeding,Reproductive
บทน�ำ ของโคนมในประเทศอหิ ร่านมคี า่ เฉลยี่ อยทู่ ี่ 419.7 วนั
ลกั ษณะความสมบูรณ์พนั ธ์ุ (Reproductive (Rokouei, 2010) และรายงานของ รัตตกิ าล (2554)
traits) เป็นลกั ษณะท่ีมีความส�ำคญั ทางเศรษฐกิจ พบว่าช่วงห่างการให้ลกู ในโคนมพนั ธ์ุโฮลสไตน์ฟรี
ประกอบด้วยหลายลกั ษณะ เช่น อายเุ มื่อคลอดลกู เชียน มีคา่ เฉลยี่ เทา่ กบั 457.25 วนั โดยคา่ มาตรฐาน
ตวั แรก (Age at First Calving; AFC) โดยทว่ั ไปใน สากลของลักษณะ AFC มีค่าเท่ากับ 24 เดือน,
ทางทฤษฎีโคนมจะมีการคลอดลูกตัวแรกท่ีอายุ ลกั ษณะ DO มีคา่ เทา่ กบั 85-110 วนั , ลกั ษณะ NSC
24–25 เดือน หรือ ประมาณ 750วนั (วิโรจน์, 2546) มีคา่ น้อยกวา่ 1.7 ครัง้ และลกั ษณะ CI มีคา่ น้อยกวา่
โดย Rokouei et al. (2010) รายงานว่า โคนมใน 400 วนั ซง่ึ ภายในประเทศไทยคา่ ของลกั ษณะ AFC
ประเทศอิหร่านมีการคลอดลูกตวั แรก794.28 วัน มีคา่ เทา่ กบั 31 เดือน, ลกั ษณะ DO มีคา่ เทา่ กบั 174
จ�ำนวนวนั ท้องวา่ ง (Days Open; DO) โดยทางสำ� นกั วัน, ลักษณะ NSC มีค่าเท่ากับ 2.55 ครัง้ และ
เทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ ลกั ษณะ CI มคี า่ เทา่ กบั 452 วนั (ฉลอง, 2557) ปัจจยั
(2553) ได้ก�ำหนดคา่ ทเ่ี หมาะสมของลกั ษณะจ�ำนวน หนงึ่ ทส่ี ง่ ผลกระทบตอ่ ลกั ษณะความสมบรู ณ์พนั ธ์คุ อื
วนั ท้องว่าง น้อยกว่า 100 วนั ซงึ่ จากรายงานของ การผสมเลอื ดชิด (Inbreeding) ซงึ่ เป็นการผสมพนั ธ์ุ
องั ค์วรา (2554) พบวา่ จ�ำนวนวนั ท้องวา่ ง มีคา่ เฉล่ยี ระหว่างโคนมที่มีความสมั พนั ธ์ทางพนั ธุกรรมหรือมี
อย่ทู ี่141.24 วนั และการรายงานของ Sun et al. ความสมั พันธ์ทางสายเลือด ท�ำให้ลกั ษณะด้อยมี
(2010) พบว่าจ�ำนวนวนั ท้องว่างมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ โอกาสปรากฏออกมาในอตั ราสว่ นมากกวา่ ปกตหิ รือ
133.29 วัน ส�ำหรับลักษณะจ�ำนวนครัง้ ของ เกิดความเส่ือมของลกั ษณะท่ีส�ำคญั ทางเศรษฐกิจ
การผสมตดิ (Number of Service per Conception; บางลกั ษณะสามารถค�ำนวณออกมาในรูปแบบค่า
NSC) จากรายงานของ ชนิดา (2553) ได้ท�ำการ สมั ประสทิ ธิ์เลือดชิด (Inbreeding coefficient; Fาxร)
ศกึ ษาโคนมลกู ผสมในอำ� เภอไชยปราการ พบวา่ มคี า่ อี ก ท า ง ห นึ่ ง ส า ม า รถค�ำนวณในรู ปแบบก
เฉลี่ยของจ�ำนวนครัง้ การผสมติดเท่ากบั 1.79 ครัง้ เปลยี่ นแปลงของอตั ราเลอื ดชดิ (รายฝงู ) (Inbreeding
และกรมปศสุ ตั ว์ (2545) ท่ีได้ก�ำหนดอตั ราการผสม rate; ΔF) และคา่ การคาดคะเนการเกิดอตั ราเลือด
ตดิ ไมค่ วรเกิน 2 ครัง้ จงึ จะท�ำให้ชว่ งระยะหา่ งการให้ ชจ�ิำดนเลวือนดพชอ่ ิดพทนั ี่เธพ์แุ ิ่มลขะนึ ้แใมนพ่ รุ่นนั ทธ์ทุ่ี tี่ใช(F้ในt)ปโรดะยชคา�ำกนรวซณง่ึ จจะามกี
ผลผลิตของแม่โคมีประสิทธิภาพถ้าหากอตั ราการ ผลต่อการเปลี่ยนแปลงและค่าการคาดคะเนของ
ผสมตดิ ในแมโ่ คไมด่ ี หรือโคผสมตดิ ยาก ในการผสม อตั ราเลือดชิดในกลมุ่ ประชากรโคนมการใช้พอ่ พนั ธ์ุ
ครัง้ แรกจะมีผลท�ำให้อายุการเริ่มให้ผลผลิตล่าช้า จ�ำนวนที่น้ อยมีผลต่อการเกิดอัตราเลือดชิดใน
ออกไปเรื่อย ๆ และ ลกั ษณะชว่ งระยะหา่ งการให้ลกู ประชากรซึ่งจะส่งผลให้สมรรถภาพการให้ผลผลิต
(Calving Interval; CI) โดยทว่ั ไปโคนมจะมีรอบของ การเจริญเตบิ โตและความสมบรู ณ์พนั ธ์ลุ ดลงเรียกวา่
การให้ผลผลิต (ระยะตงั้ ท้องรวมกบั ระยะท้องว่าง) ความเสือ่ มของลกั ษณะ (Inbreeding depression)
จะมีคา่ อยทู่ ่ี 365 วนั ซง่ึ ชว่ งระยะหา่ งของการให้ลกู โดยความรุนแรงของ Inbreeding depression ขนึ ้
KHON KAEN AGR. J. 47 SUPPL.1 : (2019). 705
อย่กู บั ค่าอตั ราพนั ธุกรรมของลกั ษณะนนั้ (ณฐั พล, โดยที่
2547) สำ� หรับผลของอตั ราเลอื ดชดิ ตอ่ ความสมบรู ณ์ ΔF = การเปล่ียนแปลงของอตั ราเลือดชิดท่ี
ในโคนมพบว่า การเพ่ิมขึน้ ของอตั ราเลือดชิด 1% เพิ่มขนึ ้ ตอ่ รุ่น
ท�ำให้ AFC เพิ่มขนึ ้ 0.45% และ CI เพ่ิมขนึ ้ 0.53% ในNNกfmา=ร=คจจ�ำ�ำ�ำนนนวววณนนแจพมะอ่ พ่อพนาั นัศธธ์ทุยั ์ทุ ข่ีใ่ีใช้อช้ใม้ในนลู แแจตต�ำล่ นล่ ะะวปปนี ีพ่อพนั ธ์ุ
(Rokouei, 2010) และจากรายงานของ Biffani et al. และแมพ่ นั ธ์เุ ฉลย่ี ตอ่ รุ่นของประชากรที่ทำ� การศกึ ษา
(2002) พบวา่ การเพิ่มขนึ ้ ของอตั ราเลือดชิด 12.5% จากนนั้ น�ำค่าการเปล่ียนแปลงของอตั ราเลือด
มีผลท�ำให้ AFC เพิ่มขึน้ 2.5 วนั และ CI เพ่ิมขึน้ ชิด (ΔF) ท่ีค�ำนวณได้ มาค�ำนวณหาค่าคาดคะเน
8.8 วนั นอกจากนี ้จากการวิจยั ของ Adamec et al. อตั ราเลือดชิดท่ีเพ่ิมขึน้ สะสมในรุ่นท่ี t (Ft) โดยใช้
(2006) และ Parland et al. (2007) ซง่ึ กลา่ วโดย สมการ
อมรรัตน์ และณฐั วฒั น์ (2553) พบวา่ การผสมเลอื ด Ft = ΔF + (1 - ΔF) Ft-1
ชิดยงั มีผลต่อการคลอดยากและอตั ราการตายของ
ลูกโคในระหว่างการตัง้ ท้องของแม่สูงขึน้ อีกด้วย โดยท่ี
ดังนัน้ ในการศึกษาครัง้ นีจ้ ึงมีวัตถุประสงค์เพ่ือ เลือดชิดFทt ่ีเพ=่ิมกขนึา้ รในคราุ่นดทค่ี ะt เนการเกิดอตั ราเลือดชิด
วเิ คราะห์หาคา่ การเปลยี่ นแปลงของอตั ราเลอื ดชดิ ตอ่ ΔF = การเปล่ียนแปลงของอตั ราเลือดชิดที่
รุ่น (ΔF) และคา่ คาดคะเนการเกดิ อตั ราเลอื ดชดิ เลอื ด เพ่ิมขนึ ้ ตอ่ รุ่น
ชสิดมทบ่ีเูรพณ่ิม์พขนึัน้ ใธน์ุขรอุ่นงทป่ี รtะ(ชFาt)กทรี่สโคง่ ผนลมตขอ่อลงกปั ษระณเทะศควไทามย และวิเคราะห์คา่ สหสมั พนั ธ์(Correlation) เพื่อ
โดยเฉพาะในเขตภาคเหนือ โดยส่มุ ศึกษาในพืน้ ที่ ห า ค ว า ม สัม พัน ธ์ ร ะ ห ว่ า ง Ft กับลักษณะความ
อ�ำเภอไชยปราการ จงั หวดั เชียงใหม่ สมบรู ณ์พนั ธ์ุ
การค�ำนวณรุ่นในสมการจะค�ำนวณจากค่า
วธิ ีการศกึ ษา เฉล่ียของอายกุ ารใช้งานพอ่ และแมพ่ นั ธ์จุ ากสมการ
การศกึ ษาครัง้ นีใ้ ช้ข้อมลู ของประชากรโคนมใน
อำ� เภอไชยปราการ จงั หวดั เชยี งใหม่ จ�ำนวน 9,102 ตวั โดยที่
จาก 174 ฟาร์ม ระหวา่ งปี พ.ศ. 2544 ถงึ พ.ศ. 2558 L = จ�ำนวนปีเฉลีย่ ในแตล่ ะรุ่น
ข้อมลู ประกอบไปด้วย ข้อมลู พนั ธ์ปุ ระวตั ิ ได้แก่ วนั Lm = จ�ำนวนปีเฉลี่ยท่ีใช้งานพอ่ พนั ธ์ุ
เดือน ปีท่ีเกิด, วนั เดือน ปีท่ีผสม และ วนั เดือน ปีท่ี Lf = จ�ำนวนปีเฉลย่ี ที่ใช้งานแมพ่ นั ธ์ุ
คลอดลกู เพื่อน�ำมาวเิ คราะห์ลกั ษณะความสมบรู ณ์ ในประชากรมีหน่วยเป็นปีโดยหมายถึงการใช้
พนั ธ์ุ ได้แก่ อายเุ ม่ือคลอดลกู ตวั แรก (AFC), จ�ำนวน งานพอ่ แมพ่ นั ธ์ทุ ตี่ อ่ เนอื่ งตงั้ เริ่มใช้จนถงึ ปลดออกจาก
วันท้องว่าง (DO), จ�ำนวนครัง้ ของการผสมติด ประชากร ดงั นนั้ การใช้พ่อแม่พนั ธ์ุซ�ำ้ จึงถกู นบั รวม
(NSC), ชว่ งหา่ งการให้ลกู (CI), ชว่ งหา่ งการให้ลกู ใน เข้าไปแล้ว และเนอื่ งจากสมการการเปลย่ี นแปลงของ
ลำ� ดบั การให้นมท่ี 1 ถงึ 4 (CI1-CI4) และจ�ำนวนวนั อตั ราเลือดชิด (ΔF) จะค�ำนวณจากพอ่ แมพ่ นั ธ์ทุ ่ีใช้
ท้องวา่ งในล�ำดบั การให้นมท่ี 1 ถงึ 4 (DO1-DO4) ในแต่ละรุ่น จึงไม่ได้ค�ำนึงถึงลกู ที่คลอดออกมาใน
ค�ำนวณหาคา่ การเปล่ียนแปลงของอตั ราเลือด แต่ละปี เนื่องจากมีลกู บางตวั เท่านนั้ ที่จะถกู คดั ไป
ชิด (ΔF) ท่ีเกิดขึน้ โดย ใช้สมการจาก Falconer เป็นพ่อแม่พนั ธ์ุต่อไป การค�ำนวณค่าคาดคะเนการ
(1996) ทFเกx่ี ทิด5ี่เอ2กตั ิดเรขนานึื่เอ้ ลรงอืะจดหาชวกดิา่ คงเ่าลกอืาFดรtผทชสี่ดิไดม(้มFพtีค)อ่ จ่าพะสนัคงู ธำ� ์กุนใบักวณลล้กเู ไคปสียาจงวนกถับงึ ครุ่น่า
∆F = 1 + 1
8Nm 8Nf
706 แกน่ เกษตร 47 ฉบับพิเศษ 1 : (2562).
การคำ� นวณคา่ การเปลยี่ นแปลงของอตั ราเลอื ด ผลการศกึ ษา
ชิด (ΔF) ในประชากรอย่บู นพืน้ ฐานของการเลือก การศึกษาครัง้ นีพ้ บว่าลักษณะการความ
พอ่ แมพ่ นั ธ์ภุ ายในประชากร ดงั นนั้ การผสมที่เกิดขนึ ้ สมบูรณ์พันธ์ุของประชากรโคนมในอ�ำเภอไชย
ระหวา่ งพอ่ กบั แมพ่ นั ธ์จุ งึ มที งั้ การผสมระหวา่ งพอ่ แม่ ป ร า ก า ร ไ ด้ แ ก่ ลั ก ษ ณ ะ A F C มี ค่ า
พันธ์ุท่ีไม่มีความสมั พันธ์ทางสายเลือดและพ่อแม่ เท่ากับ919.27±102.19วัน ลักษณะDO มีค่า
พนั ธ์ทุ ่ีมีความสมั พนั ธ์ทางสายเลอื ด อตั ราเลอื ดชิดที่ เท่ากบั 100.91±47.25วนั ลกั ษณะ CI มีค่าเท่ากบั
เกดิ ขนึ ้ ในประชากรจะเกดิ จากการผสมระวา่ งพอ่ และ 4 4 6 . 2 4 ± 7 6 . 8 0 ลั ก ษ ณ ะ N S C มี ค่ า
แม่พันธ์ุที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด โดยการ เทา่ กบั 1.78±1.09ครัง้ ลกั ษณะCI1, CI2, CI3 และ
เปล่ยี นแปลงของอตั ราเลือดชิดที่เกิดขนึ ้ จะขนึ ้ อยกู่ บั CI4 มีค่าเท่ากับ445.94±49.67, 461.55±71.53,
จ�ำนวนพอ่ แมพ่ นั ธ์ทุ ใี่ ช้ในแตล่ ะรุ่น โดยเฉพาะจำ� นวน 407.63±93.83และ465.79±95.19วนั ตามล�ำดบั
พ่อพันธ์ุจะส่งผลต่ออัตราเลือดชิดค่อนข้ างมาก และลกั ษณะ DO1, DO2, DO3 และ DO4 มีค่า
เนื่องจากพอ่ พนั ธ์ทุ ี่ใช้ในแตล่ ะรุ่นมีจ�ำนวนไมม่ าก ซงึ่ เท่ากับ 107.42±51.30, 103.42±44.45,
เป็นประเดน็ ของการศกึ ษาในครัง้ นี ้ 102.09±45.71 และ 99.52±43.36 วนั ตามล�ำดบั
(Table 1)
Table 1 Mean (x̄ ) and standard deviation (SD) on reproductive of dairy cattle population in
Chai Prakan Chiang Mai Province
Trait of reproductive N x̄ SD
102.19
AFC (day) 1044 919.27 47.25
DO (day) 3885 100.91 76.80
CI (day) 1669 446.24 1.09
NSC (time) 4245 1.78 49.67
CI1 (day) 504 445.94 71.53
CI2 (day) 395 461.55 93.83
CI3 (day) 317 407.63 95.19
CI4 (day) 202 465.79 51.30
DO1 (day) 1289 107.42 44.45
DO2 (day) 891 103.42 45.71
DO3 (day) 660 102.09 43.36
DO4 (day) 461 99.52
AFC = Age at First Calving, DO= Days Open, NSC= Number of Service per Conception, CI = Calving Interval, CI1-
CI4 = Calving Interval in lactation 1 to 4andDO1-DO4 = Days Open in lactation 1 to 4
ผลการวเิ คราะห์ปรากฏวา่ การเปลยี่ นแปลงของ คาดคะเนของอตั ราเลือดชิด (Ft) 0.126 ในรุ่นท่ี 52
อตั ราเลือดชิด (ΔF) มีคา่ เทา่ กบั 0.0026 และพบคา่ (Table 2)
KHON KAEN AGR. J. 47 SUPPL.1 : (2019). 707
Table 2 Inbreeding rate (ΔF) andtraditional inbreeding coefficient in generation t (Ft) in Chai Prakan
Chiang Mai Province
Generations (ΔF) Ft
5102..2 0000....0000..000022226666 000..00.10..00252626
ΔF = Inbreeding rate, Ft = traditional inbreeding coefficient in generation.
ค่ า ส ห สัม พัน ธ์ ร ะ ห ว่ า ง อัต ร า เ ลื อ ด ชิ ด แ ล ะ CI เพิ่มขนึ ้ และคา่ สหสมั พนั ธ์ระหวา่ งอตั ราเลือดชิด
ลกั ษณะ AFC, DO และ CI มีค่าเป็นบวกเท่ากบั และลกั ษณะ NSC มีคา่ เป็นลบเทา่ กบั -0.94 นนั่ คือ
0.85, 0.65 และ 0.94 ตามล�ำดบั นนั่ คือเมื่ออตั รา เม่ืออตั ราเลือดชิดเพ่ิมขนึ ้ สง่ ผลท�ำให้ลกั ษณะ NSC
เลือดชิดเพิ่มขนึ ้ สง่ ผลท�ำให้ ลกั ษณะ AFC, DO และ ลดลง (Table 3)
Table 3 Correlation between Ft and reproductive of dairy cattle population in Chai Prakan Chiang
Mai Province
Trait AFC (day) DO (day) CI (day) NSC (time)
Ft 0.85 0.65 0.94 -0.94
AFC = Age at First Calving, DO= Days Open and NSC= Number of Service per Conception
ค่ า ส ห สัม พัน ธ์ ร ะ ห ว่ า ง อัต ร า เ ลื อ ด ชิ ด แ ล ะ อตั ราเลอื ดชิดเพิ่มขนึ ้ สง่ ผลท�ำให้ลกั ษณะ CI1, CI2,
ลกั ษณะ CI1, CI2, CI3 และ CI4 มคี า่ เป็นบวกเทา่ กบั CI3 และ CI4 เพิ่มขนึ ้ (Table 4)
0.05, 0.79, 0.99 และ 0.87 ตามลำ� ดบั นนั่ คือเม่ือ
Table 4 CCohrraeilaPtriaoknabneCtwheiaenngFMt aani Pdrcoavilnvicneg interval in lactation 1 to 4 of dairy cattle population in
Trait CI1(day) CI2(day) CI3(day) CI4(day)
Ft 0.05 0.79 0.99 0.87
CI1-CI4 = Calving interval in lactation 1 to 4
ค่ า ส ห สัม พัน ธ์ ร ะ ห ว่ า ง อัต ร า เ ลื อ ด ชิ ด แ ล ะ DO3 เพ่ิมขนึ ้ และคา่ สหสมั พนั ธ์ระหวา่ งอตั ราเลือด
ลกั ษณะ DO1, DO2 และ DO3 มีคา่ เป็นบวกเทา่ กบั ชิดและลกั ษณะ DO4 มีคา่ เป็นลบเทา่ กบั -0.31 นนั่
0.80, 0.77 และ 0.71 ตามล�ำดบั นนั่ คือเม่ืออตั รา คือเม่ืออตั ราเลือดชิดเพ่ิมขึน้ ส่งผลท�ำให้ลกั ษณะ
เลอื ดชดิ เพมิ่ ขนึ ้ สง่ ผลทำ� ให้ ลกั ษณะ DO1, DO2 และ DO4 ลดลง (Table 5)
708 แก่นเกษตร 47 ฉบบั พเิ ศษ 1 : (2562).
Table 5 CPorarrkealnatCiohniabnegtwMeaeinPFrot avnindcedays open in lactation 1 to 4 of dairy cattle population in Chai
Trait DO1 (day) DO2 (day) DO3 (day) DO4 (day)
Ft 0.80 0.77 0.71 -0.31
DO1-DO4 = Days open in lactation 1 to 4
วจิ ารณ์ คา่ คาดคะเนอตั ราเลือดชิดของประชากรโคนม
การศึกษาพบว่าลักษณะความสมบูรณ์พันธ์ุ ในอ�ำเภอไชยปราการ มีคา่ เฉล่ียเทา่ กบั 0.126 ในรุ่น
ของประชากรโคนมในอ�ำเภอไชยปราการ ได้แก่ ที่ 52 โดยมาจากการใช้พอ่ พนั ธ์เุ ฉล่ยี จ�ำนวน 46 ตวั
ลกั ษณะ AFC มีคา่ เฉลย่ี เทา่ กบั 919.27±102.19 วนั ในการผสมตอ่ รุ่น จะเหน็ ได้วา่ จ�ำนวนพอ่ พนั ธ์ทุ ่ีใช้ใน
ซง่ึ สงู กวา่ การรายงานของ Hadi et al. (2011) ท่ีพบ การผสมมีผลท�ำให้อตั ราเลือดชิดเพิ่มสงู ขึน้ ผลของ
วา่ โคนมลกู ผสมโฮลสไตน์ฟรีเชี่ยนในประเทศอหิ ร่าน การผสมเลือดชิดท่ีส่งผลต่อความสมบูรณ์พนั ธ์ุใน
มี AFC เทา่ กบั 811.10±101.50 วนั สว่ นลกั ษณะ CI, โคนม พบวา่ คา่ คาดคะเนอตั ราเลือดชิดที่เพิ่มสงู ขนึ ้
CI1, CI2, CI3 และ CI4 มีคา่ เทา่ กบั 446.24±76.80, ส่งผลท�ำให้ความสมบรู ณ์พนั ธ์ุของโคนมถดถอยลง
445.94±49.67, 461.55±71.53, 407.63±93.83 และ อลกัยษ่างณเหะ็นAไFดC้ช,ัดCIเ,มCื่อI1F, tCเIพ2,ิ่มCขI3ึน้ มีแนวโน้ มท�ำให้
465.79±95.19 วัน ตามล�ำดับ ใกล้เคียงกับการ และ CI4 เพิ่มขนึ ้
รายงานของ Hadi et al. (2011) ท่ีพบวา่ คา่ CI1 และ มีคา่ เทา่ กบั 0.85,0.94, 0.05,0.79, 0.99 และ 0.88
CI2 เท่ากบั 412.80±86.40 และ 599.00±64.90 ตามล�ำดบั สอดคล้องกบั การรายงานของ Panetto
ตามล�ำดบั ลกั ษณะ DO, DO1, DO2, DO3 และ et al. (2010) ที่ศกึ ษาในโคนมพนั ธ์ุ Guzerat พบวา่
D O 4 มี ค่ า เ ฉ ล่ี ย เ ท่ า กั บ 1 0 0 . 9 1 ± 4 7 . 2 5 , คา่ สมั ประสทิ ธ์ิของอตั ราเลอื ดชดิ สงู สดุ อยทู่ ี่ 49.45%
107.42±51.30, 103.42±44.45, 102.09±45.71 และ พบคา่ เฉลยี่ ของการผสมเลอื ดชดิ ในแมพ่ นั ธ์ุ 26.42%
99.52±43.36 วนั ตามลำ� ดบั ซงึ่ ใกล้เคยี งกบั รายงาน และพบวา่ คา่ สหสมั พนั ธ์ของอตั ราเลือดชิดกบั AFC
ของ Pimentel et al. (2010) พบคา่ เฉล่ียของ DO อยู่ มีคา่ เทา่ กบั 0.38 เม่ืออตั ราเลือดชิดเพ่ิมเป็นสาเหตุ
ที่ 99.04±8.94 วนั และมีคา่ เฉลย่ี ท่ีต่�ำกวา่ รมณีญา ท�ำให้ AFC และ CI มีประสทิ ธิภาพต่�ำลง นอกจากนี ้
(2559) ท่ีรายงานวา่ ลกั ษณะ DO มีคา่ เฉลย่ี เทา่ กบั Jennie et al. (2014) ได้พบวา่ อตั ราเลอื ดชิดที่เพ่ิม
130.56±1.19 โดยปัจจยั เนื่องจากผ้ตู รวจการเป็นสดั ขนึ ้ 1% สง่ ผลท�ำให้ CI เพ่ิมขนึ ้ 0.05% ไปในทิศทาง
วธิ ีการตรวจการเป็นสดั มผี ลทำ� ให้จำ� นวนวนั ท้องวา่ ง เดียวกนั กบั การศกึ ษาของ Filho et al. (2015) พบวา่
ลดลง และหากแมโ่ คมีจ�ำนวนวนั กลบั สดั ที่อยใู่ นชว่ ง อตั ราเลือดชิดที่เพ่ิมขึน้ จะส่งผลให้ AFC และ CI
32-52วนั มีผลท�ำให้จ�ำนวนวนั ท้องว่างลดลงเหลือ ยาวนานขนึ ้
100.10±58.67 วนั ส�ำหรับลกั ษณะ NSC มีคา่ เฉล่ีย ส�ำหรับผลของอัตราเลือดชิดต่อ DO พบว่า
เท่ากับ 1.78±1.09 ครัง้ มีค่าใกล้เคียงกับของ เเพมอื่ม่ิ ขFนึ ้t เพโดม่ิ ยขมนึ ้ คี จา่ ะสทหำ� สใมัหพ้ Dนั Oธ์เ,ทDา่ Oกั1บ,0D.6O52,0แ.8ล0ะ, DO3
รมณีญา(2559) ทรี่ ายงานวา่ เฉลย่ี เทา่ กบั 1.95±1.43 0.77
ครัง้ แตเ่ ม่ือแมโ่ คมีอายมุ ากขนึ ้ จะมีผลท�ำให้จ�ำนวน และ 0.71 ตามลำ� ดบั เว้นแต่ DO4 มแี นวโน้มลดลง
ครัง้ ของการผสมติดเพ่ิมขึน้ เป็น 2.33±1.77 ครัง้ กเมบั อ่ื กFาtรเพราม่ิ ยขงนึ ้านมขคี อา่ สงหBสjeมั llพanนั dธ์เeทtา่ aกlบั. (-200.3113)สพอดบควา่ลค้อา่ง
นอกจากนี ้Hammoud et al. (2010) พบวา่ คา่ เฉลีย่ F ทค่ี ำ� นวณจาก genomic relationship matrix ทเี่ พม่ิ
ของ AFC, CI, DO และ NSC มีเท่ากับ ขนึ ้ 1% จะทำ� ให้ DO เพม่ิ ขนึ ้ 1.06 วนั และ Miglior
30.70±0.10เดือน, 403.10±1.9 วนั , 130.70±1.90 et al. (2008) ยงั พบวา่ 1% ของอตั ราเลอื ดชดิ ทเี่ พมิ่
วนั และ 2.10±0.10 ครัง้ ขนึ ้ ทำ� ให้ DO เพม่ิ ขนึ ้ เทา่ กบั 0.287 วนั ในประชากร
KHON KAEN AGR. J. 47 SUPPL.1 : (2019). 709
โคพนั ธ์ุโฮลสไตน์ฟรีเชี่ยน และท�ำให้ DO เพ่ิมขึน้ คำ� ขอบคุณ
เทา่ กบั 0.111 วนั ในประชากรโคพนั ธ์แุ อร์ชายร์ ขอขอบคุณภาควิชาสัตวศาสตร์และสัตว์น�ำ้
คณะเกษตรศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ ทใี่ ห้ความ
สำ� หรับผลของอตั ราเลอื ดชิดตอ่ NSC พบวา่ มี อนเุ คราะห์สถานที่ศกึ ษา ขอขอบคณุ ผ้ใู ห้ข้อมลู เก่ียว
แ-0น.9ว4โนต้มา่ ลงดจาลกงเกมาื่อรรFาtยเพงาิ่มนขขนึ ้ อมงีคMา่ igสlหioสrมั eพt aนั l.ธ(์เ2ท0า่ 0ก8บั ) กบั ประชากรโคนมภาคเหนือในอดตี , ฟาร์มเกษตรกร
พบวา่ อตั ราเลือดชิดที่เพิ่มขนึ ้ 1% สง่ ผลท�ำให้ NSC ผ้เู ลีย้ งโคนมในอ�ำเภอไชยปราการ จงั หวดั เชียงใหม่
ในประชากรโคพนั ธ์ุโฮลสไตน์ฟรีเชี่ยนเพิ่มขึน้ มีค่า ที่อ�ำนวยความสะดวกในการเก็บข้ อมูล และ
เทา่ กบั 0.004 ครัง้ และสง่ ผลทำ� ให้ NSC ในประชากร ขอขอบคุณอาจารย์ที่ปรึ กษาที่ให้ ความช่วยเหลือ
โคพนั ธ์แุ อร์ชายร์เพมิ่ ขนึ ้ มีคา่ เทา่ กบั 0.003 ครัง้ และ ค�ำปรึกษาและค�ำแนะน�ำด้วยดีเสมอมา
จากรายงานของ Hammoud et al. (2010) พบวา่
การใช้พ่อพนั ธ์ุในจ�ำนวนที่น้อยจะส่งผลท�ำให้ DO, เอกสารอ้างองิ
CI, NSC และ AFC เสือ่ มถอยลง จากผลการศกึ ษา
พบวา่ จ�ำนวนพอ่ พนั ธ์มุ ีผลตอ่ อตั ราเลือดชิดที่เกิดขนึ ้ กรมปศสุ ตั ว์. 2545. ผลการปฏิบตั งิ านโคนมปี 2545 แผนการ
ในประชากร หากไมม่ ีการจดั การเร่ืองการผสมพนั ธ์ทุ ่ี ปฏิบตั ิงานโคนมปี 2545. กล่มุ วิจยั และพฒั นาโคนม
ดอี าจสง่ ผลกระทบทร่ี ุนแรงและยากแกก่ ารแก้ไขตาม กองบ�ำรุงพนั ธ์สุ ตั ว์ กรมปศสุ ตั ว์, กรุงเทพฯ.
มาในอนาคตอนั ใกล้ อีกทงั้ ส่งผลต่อความสมบรู ณ์
พนั ธ์ขุ องประชากรโคนมในที่สดุ กรมปศุสตั ว์. 2553. พนั ธ์ุโคนม. https://bit.ly/2UfqRsB
ค้นเม่ือ 6 กรกฎาคม2553.
สรุป
จ�ำนวนพ่อพันธ์ุท่ีใช้ ในกลุ่มประชากรมีความ ฉลอง วชิราภากร. 2557. คา่ มาตรฐานความสมบรู ณ์พนั ธ์ใุ น
ส�ำคญั เป็นอย่างย่ิง เนื่องจากการเปล่ียนแปลงของ โคนม. https://bit.ly/2sGuZps ค้นเมอ่ื 5 ธนั วาคม 2561.
อตั ราเลอื ดชดิ ขนึ ้ อยกู่ บั จ�ำนวนพอ่ พนั ธ์แุ ละแมพ่ นั ธ์ทุ ี่
ใช้ในแต่ละรุ่น การใช้พ่อพนั ธ์ุในจ�ำนวนที่น้อยมีผล ชนิดา แปง้ จนั ทร์. 2553. คา่ พารามิเตอร์ทางพนั ธุกรรมและ
ท�ำให้อตั ราเลือดชิดท่ีเพ่ิมสงู ขนึ ้ ท�ำให้ความสมบรู ณ์ ปัจจัยที่มีผลต่อจ�ำนวนครัง้ การผสมติดของโคนม
พันธ์ุของโคนมถดถอยลงอย่างเห็นได้ชัด ส�ำหรับ ลูกผสมในอ�ำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่.
จำ� นวนแมพ่ นั ธ์ใุ นประชากรจะสง่ ผลตอ่ คา่ อตั ราเลอื ด วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัย
ชิดคอ่ นข้างน้อยเนื่องจากแม่พนั ธ์ุมีเป็นจ�ำนวนมาก เชียงใหม.่ 78 น.
อตั ราเลอื ดชดิ ทเี่ พมิ่ สงู ขนึ ้ สง่ ผลถงึ ความสมบรู ณ์พนั ธ์ุ
ของโคนมในประชากร ได้แก่ อายเุ มอื่ คลอดลกู ตวั แรก ณฐั พล จงกสกิ ิจ. 2547. การปรับปรุงพนั ธ์สุ ตั ว์.ภาควชิ าสตั ว
มากขนึ ้ , จ�ำนวนวนั ท้องวา่ งยาวนานขนึ ้ และลกั ษณะ ศาสตร์, คณะเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลยั เชียงใหม่,
ช่วงห่างการให้ลกู ยาวนานขึน้ ส่วนจ�ำนวนครัง้ ของ เชียงใหม.่ 135 น.
การผสมตดิ มแี นวโน้มทจี่ ะลดลง จะเหน็ ได้วา่ จ�ำนวน
พอ่ พนั ธ์มุ ีผลตอ่ การเกิดอตั ราชิดท่ีเกิดขนึ ้ ดงั นนั้ ควร รมณีญา เพ็งเปิน้ . 2559. อิทธิพลของส่ิงแวดล้อมต่อความ
ค�ำนงึ ถึงจ�ำนวนพอ่ พนั ธ์ุที่เหมาะสมส�ำหรับการผสม สมบูรณ์พนั ธ์ุของโคนมในสหกรณ์โคนมแม่วางจ�ำกดั
พนั ธ์ุ และการเลือกใช้พ่อพนั ธ์ุในการผสมพนั ธ์ุเพ่ือ และสหกรณ์โคนมล�ำพนู จ�ำกดั . วิทยานิพนธ์ปริญญา
ปอ้ งกนั และหลีกเลี่ยงไมใ่ ห้เกิดการผสมเลอื ดชิด วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,
เชียงใหม.่
รัตตกิ าล สวุ รรณสงิ ห์. 2544. การประมาณคา่ พารามเิ ตอร์ทาง
พนั ธกุ รรม คา่ ความสมั พนั ธ์ ระหวา่ งระดบั สายเลอื ด กบั
ลกั ษณะความสมบรู ณ์พนั ธ์ุ การเกิดโรคเต้านมอกั เสบ
และเครื่องหมายไมโครแซทเทลไลท์ในโคนมลกู ผสม
โอลสไตน์ฟรีเชียน. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบณั ฑิต
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยี สรุ นารี, นครราชสมี า.
710 แก่นเกษตร 47 ฉบบั พเิ ศษ 1 : (2562).
วิโรจน์ ภทั รจินดา. 2546. โคนม. พิมพ์ครัง้ ที่2. ภาควชิ าสตั ว Jennie, E. P., M. Haile-Mariam, M. E. Goddard, and B.
ศาสตร์, คณะเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลยั ขอนแก่น, J. Hayes. 2014. Identification of genomic regions
ขอนแก่น. 450 น. associated with inbreeding depression in Holstein
and Jersey dairy cattle. Genetics. Selection.
อมรรัตน์ โมฬี และ ณฐั วฒั น์ ตนั พล. 2553. การผสมเลอื ดชิด Evolution. 46: 71.
ในอตุ สาหกรรมการเลยี ้ งโคนมไทย ภยั เงยี บทต่ี ้องระวงั .
https://bit.ly/2WdoBnq. ค้นเมื่อ 5 ธนั วาคม 2561. Miglior, F., B. J. Van Doormaal,and G. Kistemaker. 2008.
Phenotypic analysis of inbreeding depression for
องั ค์วรา ศรีวิชยั . 2554. ค่าพารามิเตอร์ทางพนั ธุกรรมและ traits measured in Canadian dairy cattle breeds.
ปัจจัยที่มีผลต่อจ�ำนวนครัง้ ต่อการผสมติดของโคนม https://bit.ly/2CIk6bh. Accessed 19 Nov. 2018.
ลกู ผสมพนั ธ์โุ ฮลสไตน์ฟรีเชยี นในอำ� เภอแมอ่ อน จงั หวดั
เชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหา Panetto, J.C.C., J.P.Gutiérrez, J.B.S.Ferraz, D.G.Cunha,
บณั ฑิต มหาวิทยาลยั เชียงใหม,่ เชียงใหม.่ and B.L.Golden. 2010. Assessment of inbreeding
depression in a Guzerat dairy herd: Effects of
Adamec, V., B. G. Cassell, E. P. Smith, and Pearson, R. individual increase in inbreeding coefficients on
E. 2006.Effects of inbreeding in the dam on production and reproduction. Dairy. Science.
dystocia and stillbirths in US Holsteins. J. Dairy 93:4902-4912.
Sci. 89: 307-314.
Parland, S. M., J. F Kearney, M. Rath, and D. P. Berry.
Biffani, S., A.B. Samoré, and F. Canavesi. 2002. 2007. Inbreeding Effects on Milk Production,
Inbreeding Depression for Production, Calving Performance, Fertility and Conformation
Reproduction and Functional traits in Italian in Irish Holstein-Friesians. J. Dairy Sci. 90: 4411-
Holstein Cattle. 7th World Congress on Genetics 4419.
Applied to Livestock Production, August 19-23,
2002, Montpellier, France. Pimentel, E. C., G. S. Bauersachs, M. Tietze, H. Simianer,
J. Tetens, G. Thaller, F. Reinhardt, E. Wolf, and S.
Bjelland, D. W.,K. A. Weigel,N. Vukasinovic, and J. D. König. 2010. Exploration of relationships between
Nkrumah. 2013. Evaluation of inbreeding production and fertility traits in dairy cattle via
depression in Holstein cattle using whole- association studies of SNPs within candidate
genomeSNP markers and alternative measures of genes derived by expression profiling. Animal.
genomic inbreeding. J. Dairy Sci. 96:4697–4706. Genetics. 42:251-262.
Falconer, D.S. 1996.Introduction to quantitative Rokouei, M., R.V. Torshizi,M.M. Shahrbabak,M.
genetics.4th edition Longman, London and Sargolzaei,and A.C.Sørensen. 2010. Monitoring
Newyork. inbreeding trends and inbreeding depression for
economically important traits of Holstein cattle in
Farajiarough, H., A. A. Aslaminejad, H. Farhangfar. 2010. Iran. Dairy Sci. 93 :3294–3302
Estimation of Genetic Parameters and Trends for
Age at First Calving and Calving Interval in Iranian Saha, D. N. and H. K. B. Parekh, 1988.Factors affecting
Holstein Cows. Journal of Research in Agricultural reproductive traits in half and three-fourth
Science. Vol. 7,1:79-87. crossbred cattle. Indian J. Dairy Sci. 41: 196-201.
Filho, J. C. Reis, R. S. Verneque, R. A. Torres, and P. Sattar, A., R. H. Mirza, A. A. K. Niazi and M. Latif. 2005.
Sávio. 2015. Inbreeding on productive and Productive and reproductive perfofmance
reproductive traits of dairy Gyr cattle. R. Bras. parameters of Holstein-Friesian cows in Pakistan.
Zootec. 44: 174-179. Pakistan Vet.J., 25(2).
Hammoud,M.H., S. Z. El-Zarkouny, and E. Z. M. Oudah. Sun, C., P.Mzadsen, M.S.Lund, Y.Zhang, U. Nielsen,
2010. Effect of sire, age at first calving, season and G. Su. 2010. Improvement in genetic
and year of calving and parity on reproductive evaluation of female fertility in daily cattle using
performance of Friesian cows under semiarid multiple-trait models including daily yield traits. J.
conditions in Egypt. Archiva. Zootechnica. 13: Anim. Sci. 88: 871-878.
60-82.