ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health คู่มือความปลอดภัย กล ุ่ม บริษัท เอแอลที เทเลคอม จ ำกัด (มหำชน) และบริษัทในเครือ Safety Manual
ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health บทนำ บริษัท เอแอลทีเทเลคอม จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ในเครือ ได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับ เรื่องความปลอดภัยโดยได้ดำเนินการเพื่อที่จะสามารถมั่นใจได้ว่า การปฏิบัติงานจะเป็นไปด้วยความปลอดภัย ต่อสาธารณะชนและผู้ปฏิบัติงานทั้งโดยตรงและทางอ้อม เพื่อให้บรรลุถึงจุดมุ่งหมายนี้ ผู้ปฏิบัติงานซึ่ง ประกอบด้วยฝ่ายบริหารฝ่ายความปลอดภัยตลอดจนบุคคลากรซึ่งปฏิบัติงานในโครงการ ต่างมุ่งมั่นที่จะทำงาน ด้วยความตระหนักถึงความปลอดภัย และมีความรับผิดชอบร่วมกันในการที่จะผลักดันให้เกิดความปลอดภัยใน การดำเนินงานของโครงการ จุดประสงค์ของเอกสารนี้ เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานด้วยความปลอดภัย โดยปราศจากความ สูญเสียใดๆ เอกสารฉบับนี้จะมีการทบทวนและปรับปรุงให้เหมาะสมอยู่เสมอ เพื่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนาความ ปลอดภัยให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง คู่มือนี้จะใช้ร่วมกับเอกสารหรือข้อกำหนดเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health สารบัญ หน้า นโยบายความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน 1 การบริหารงานด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานภายในหน่วยงาน 2 - องค์กรควบคุมความปลอดภัย - คณะกรรมการความปลอดภัย หน้าที่รับผิดชอบของพนักงาน 3 การปฏิบัติงานภายในสำนักงาน 4 กฎระเบียบและข้อบังคับการทำงานภายในหน่วยงาน 4 ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัย 5 - ความปลอดภัยในการทำงาน - อุบัติเหตุ - อุบัติการณ์ - เหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ - อันตราย - การกระทำที่ไม่ปลอดภัย - สภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัย สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ 7 ความสูญเสียและผลเสียจากการเกิดอุบัติเหตุ 8 ทฤษฎีโดมิโน่ของการเกิดอุบัติเหตุ 9 ประเภทของอันตราย 10 ความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง 11 การเตรียมความพร้อมรับเหตุฉุกเฉินภายในหน่วยงาน 12 ความปลอดภัยเกี่ยวกับอัคคีภัย 13 ป้ายเตือนอันตราย 15 สัดส่วนการเกิดอุบัติเหตุ 17 แบบจำลองเกี่ยวกับการค้นหาสาเหตุของอุบัติเหตุและความสูญเสีย 18 แนวทางการปฏิบัติตนของพนักงานเมื่อเกิดอุบัติเหตุ 19 - การรายงานอุบัติเหตุ วิธีปฏิบัติและบทบาทของพนักงานในการป้องกันอุบัติเหตุและความสูญเสีย 20 เบอร์โทรฉุกเฉิน 21
1 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health 1. นโยบายความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน
2 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health การบริหารงานด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน ภายในหน่วยงาน การบริหารความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานในสถานประกอบการไม่ว่า จะเป็นอุตสาหกรรมประเภทใดก็ตามที่ต้องการให้มีประสิทธิภาพสูงสุดนั้น จะต้องถือว่างานด้านความปลอดภัย เป็นเรื่องที่สำคัญเท่าเทียมกับงานหลักด้านอื่นๆ และจะต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ระบบการ บริหารงานด้านความปลอดภัยที่มีผู้นำไปใช้ได้ผลแล้วมีหลายระบบ ตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับสูง และ ประสิทธิภาพของการดำเนินการก็แตกต่างกัน บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) และ บริษัทในเครือ ได้จัดทำคู่มือการบริหารความปลอดภัยอาชีวอ นามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานขึ้นเพื่อเผยแพร่ และเป็นตัวอย่างของรูปแบบวิธีการบริหาร ความ ปลอดภัยของบริษัทให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ซึ่งจะสอดคล้องกับกฎหมายและวิชาการด้านความปลอดภัย เมื่อนำไปดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้การดำเนินงานด้านความปลอดภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มากขึ้นและประสบความสำเร็จต่อไป องค์กรควบคุมความปลอดภัยภายในหน่วยงาน องค์ประกอบของคณะกรรมการความปลอดภัย เรื่อง คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานกฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการ ทำงาน พ.ศ. 2549, 2553 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 103 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงาน พ.ศ. 2541 ลงวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1. สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปแต่ไม่ถึง 100 คน ให้มีกรรมการอย่างน้อย 5 คน ประกอบด้วยนายจ้างหรือผู้แทนนายจ้างเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนระดับบังคับบัญชา 2 คน และผู้แทน ลูกจ้างระดับปฏิบัติการ 2 คน เป็นกรรมการโดยให้ประธานคณะกรรมการเลือกกรรมการ 1 คนเป็นเลขานุการ 2. สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปแต่ไม่ถึง 500 คน ให้มีกรรมการอย่างน้อย 7 คน ประกอบด้วยนายจ้างหรือผู้แทนนายจ้างเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนระดับบังคับบัญชา 2 คน และผู้แทน ลูกจ้างระดับปฏิบัติการ 3 คนเป็นกรรมการ โดยมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยวิชาชีพในการทำงานเป็นกรรมการ และเลขานุการ 3. สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป ให้มีกรรมการไม่น้อยกว่า 11 คน ประกอบด้วยนายจ้างหรือผู้แทนนายจ้างเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนระดับบังคับบัญชา 4 คนและผู้แทน ลูกจ้างระดับปฏิบัติการ 5 คนเป็นกรรมการ โดยมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับวิชาชีพในการทำงานเป็น กรรมการและเป็นเลขานุการ คณะกรรมการความปลอดภัย 1. คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานจะมีการแต่งตั้งขึ้น ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เพื่อตรวจสอบดูแล แก้ไข ปรับปรุงสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ
3 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health ความปลอดภัย สุขภาพอนามัเย และสภาพแวดล้อมในหน่วยงาน การปฏิบัติงานประจำ และให้ข้อมูลความ ปลอดภัยที่จำเป็นแก่พนักงานทั้งหมด คณะกรรมการความปลอดภัยในหน่วยงานที่จะต้องตรวจสอบความปลอดภัยและประชุมกันทุกเดือนโดยมี ผู้อำนวยการ หรือผู้จัดการเป็นประธาน, วิศวกรโครงการหรือหัวหน้างานเป็นผู้แทนระดับบังคับบัญชา พนักงานหรือวิศวกรต่างๆเป็นผู้แทนระดับปฏิบัติการ, รวมทั้งผู้แทนผู้รับเหมาช่วง โดยมีเจ้าหน้าที่ความ ปลอดภัยระดับวิชาชีพเป็นเลขาของคณะกรรมการ ผู้อำนวยการสายงานอาจเชิญผู้แทนนายจ้างหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย และกรม สวัสดิการคุ้มครองแรงงานเข้าร่วมรับฟังการประชุมคณะกรรมการความปลอดภัยนี้ ก็สามารถดำเนินการได้ 2. การปรับปรุงแก้ไขแผนงานความปลอดภัยในการทำงานการปรับปรุงแก้ไขขั้นตอนในการทำงาน การประเมินความเสี่ยงของงานให้ทันสมัยที่ดียิ่งขึ้นแก้ไขปรับปรุงการอำนวยการทำงานให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยขึ้นรวมทั้งขั้นตอนหรือคำชี้แจงวิธีปฏิบัติงานอย่างถูกต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงมาตรการ ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน และวิธีอพยพแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความหรือสิ่งขัดแย้งกันระหว่างแผนงานความ ปลอดภัยที่ทำขึ้น 3. การปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างการบริหารจัดการหน้าที่และความรับผิดชอบ 4. ตรวจตราการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยของผู้รับเหมาช่วงและพนักงานของบริษัท 5. ตรวจตราวิธีปฏิบัติงานที่ไม่ปลอดภัยและสภาพของงานที่ไม่ปลอดภัยเพื่อให้มีการปรับปรุงแก้ไข 6. ร่วมกันสอดส่องให้ข้อมูลข่าวสารอุบัติเหตุภายในหน่วยงานเพื่อเตรียมแผนในการปฏิบัติงานและ ดำเนินการให้เป็นไปตามหนังสือแจ้งเตือนของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่อาจได้รับ 7. กฎระเบียบเรื่องความปลอดภัยจะต้องถูกทบทวนทุกไตรมาส ในที่ประชุมคณะกรรมการความ ปลอดภัยบริษัท เพื่อความสอดคล้องระหว่างกฎหมายกับระเบียบด้านความปลอดภัย พนักงานมีหน้าที่รับผิดชอบดังต่อไปนี้ 1. พนักงานทุกคนต้องทำงานด้วยความสำนึกความปลอดภัยอยู่เสมอทั้งต่อตนเองและผู้อื่น 2. พนักงานทุกคนต้องรายงานสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย และ อุปกรณ์ป้องกันชำรุดเสียหายต่อ ผู้บังคับบัญชา หรือผู้เกี่ยวข้อง 3. พนักงานทุกคนต้องเอาใจใส่ และปฏิบัติตามกฎข้อบังคับในการทำงานอย่างปลอดภัยอยู่เสมอ 4. พนักงานทุกคนต้องให้ความร่วมมือกับบริษัทฯ เกี่ยวกับข้อปฏิบัติให้เกิดความปลอดภัยในการ ทำงาน 5. เมื่อพนักงานมีข้อคิดเห็นเกี่ยวกับความปลอดภัยให้เสนอผู้บังคับบัญชา หรือผู้เกี่ยวข้อง 6. พนักงานทุกคนต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันภัยที่บริษัทฯ จัดให้ และแต่งกายให้เหมาะสมกับงานตลอด ระยะเวลาการปฏิบัติงาน 7. พนักงานทุกคนต้องไม่เสี่ยงกับงานที่ยังไม่เข้าใจ หรือไม่แน่ใจว่าทำอย่างไรจึงจะปลอดภัย 8. ต้องศึกษางานที่ปฏิบัติว่าอาจเกิดอุบัติเหตุหรืออันตรายใดที่อาจเกิดขึ้นกับตนเองหรือผู้อื่น 3. มาตรการควบคุมด้านความปลอดภัยในการทำงาน
4 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health การปฏิบัติงานภายในสำนักงาน 1. นั่งหลังตรงบนเก้าอี้ ในขณะที่คุณกำลังทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานนั้นให้เท้าทั้งสองข้างสัมผัสกับพื้น นอกจากนี้ ก่อนที่คุณจะนั่งลงบนเก้าอี้ จะต้องมองดูให้แน่ใจว่าเก้าอี้ที่คุณจะนั่งลงไปนั้นอยู่ในตำแหน่งด้านล่าง ของตัวคุณอย่างถูกต้อง ไม่ได้ไหลหรือขยับไปทางอื่น 2. ทุกครั้งที่คุณจะเดินไปไหนมาไหนภายในสำนักงาน ให้มองไปยังทางข้างหน้าที่คุณกำลังจะเดินไป เสมอ 3. ถ้าหากว่าคุณต้องถือสิ่งใดๆ จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งนั้น อย่าวางซ้อนสิ่งของเหล่านั้นให้สูงมาก เกินไปจนทำให้คุณไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหน้าตัวเองได้อย่างชัดเจน 4. เดิน อย่าวิ่ง ให้เดินช้าๆ ถ้าหากว่าพื้นเปียกหรือลื่น 5. อย่าอ่านหนังสือในขณะเดิน เมื่อขึ้นลงบันได ให้จับราวบันไดเสมอ 6. เมื่อจะเปิดลิ้นชักที่ตู้เก็บเอกสาร ให้เปิดครั้งละ 1 ลิ้นชักเท่านั้นเพื่อป้องกันมิให้ตู้พลิกคว่ำลงไป 7. ปิดลิ้นชักที่โต๊ะทำงาน หรือ ตู้เก็บเอกสารทุกครั้งก่อนที่จะเดินไปที่อื่นเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นเดิน มาชนลิ้นชักเหล่านั้นได้ 8. จัดเก็บสิ่งของต่างๆ ไว้ภายในตู้หรือชั้นวาง และนำ สิ่งของที่มีน้ำหนักมาก ไว้ในลิ้นชัก หรือชั้นวาง ส่วนล่าง 9. ถ้ามีเครื่องดื่มใดๆหก มีน้ำเปื้อน หรือ หยดมาจากรองเท้าหรือร่มที่เปียกน้ำ ให้เช็ด ทันทีถ้าคุณไม่มี เวลาทำ ให้เรียกแม่บ้านมาทำความสะอาด 10. ปฏิบัติตามกฎการห้ามสูบบุหรี่ในอาคาร และอย่าทิ้งไม้ขีด ขี้บุหรี่หรือก้นบุหรี่ไว้ในถังขยะทั่วไป 11. เมื่อมือเปียกน้ำ อย่าจับเต้ารับ ปลั๊กไฟ หรือสวิตซ์ ไฟใดๆ เด็ดขาด กฎระเบียบและข้อบังคับการทำงานภายในหน่วยงาน 1. เริ่มงานเวลา 8:30 น. เลิกงานเวลา 17:30 น. (เวลาทำงานปกติ) 2. พนักงานทุกคนต้องแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่เหมาะสม 3. ห้ามดื่มสุรา ยาเสพติด สิ่งมึนเมา และเล่นการพนัน ทุกชนิดภายในหน่วยงานเด็ดขาด 4. ให้สูบบุรี่ภายในพื้นที่ที่กำหนดไว้เท่านั้น 5. ต้องตรวจสอบบริเวณหน่วยงานเกี่ยวกับเรื่องอัคคีภัย ไฟฟ้า และทำความสะอาดบริเวณที่ทำงาน จัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ให้เป็นระเบียบก่อนเลิกงานทุกครั้ง ** หากเป็นพื้นที่งานก่อสร้างให้ปฏิบัติดังนี้ร่วมด้วย 6. พนักงานทุกคนต้องรับทราบถึงจุดอันตรายและข้อควรระวังในการทำงาน โดยต้องเชื่อฟังและ ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด 7. พนักงานทุกคนต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล เช่น หมวกนิรภัย รองเท้าหุ้มส้น แต่ง กายด้วยเสื้อผ้าที่เหมาะสม และ ถูกต้อง 8. ให้สูบบุหรี่ และ รับประทานอาหาร ภายในพื้นที่ที่กำหนดเท่านั้น
5 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health 9. ห้ามเข้าในบริเวณพื้นที่ทำงานอันตรายที่ได้กำหนดขอบเขตไว้ เช่น บริเวณที่กำลังทำงานเกี่ยวกับ ไฟฟ้า งานเครน ใต้นั่งร้านสูง 10. ให้ใช้เส้นทางเดินเข้า-ออก และใช้ลิฟต์ (ถ้ามี) ตามที่กำหนดให้เท่านั้น 11. ให้ใช้ห้องน้ำ-ห้องส้วมตามที่กำหนดไว้ให้เท่านั้น 12. ต้องตรวจสอบบริเวณหน่วยงานเกี่ยวกับเรื่องอัคคีภัย ไฟฟ้าชั่วคราว และทำความสะอาดบริเวณที่ ทำงาน จัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ให้เป็นระเบียบก่อนเลิกงานทุกวัน 13. ห้ามถ่ายภาพจากบริเวณก่อสร้างเว้นแต่ได้รับอนุญาติ 14. ห้ามสวมร้องเท้าแตะภายในหน่วยงานก่อสร้าง 15. รถทุกคันที่ใช้ในการก่อสร้างก่อนออกจากหน่วยงาน จะต้องทำความสะอาด และไม่เป็นเหตุให้สิ่ง สกปรกหลุดไปยังที่สาธารณะ 16. รถขนขยะ หรือเศษวัสดุเหลือใช้ ที่ออกนอกหน่วยงานจะต้องมีการปิดคลุมป้องกันผลกระทบกับ สาธารณะ *หมายเหตุ : กฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆ เหล่านี้ อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมของแต่ละ หน่วยงาน ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัย ศัพท์ควรรู้ ความปลอดภัยในการทำงาน หมายถึงอะไร ? สภาวะที่ปราศจากซึ่งภัยหรือปราศจากสภาพและปัจจัยที่มีหรืออาจมีผลต่อสุขภาพและความ ปลอดภัยจากการทำงานของผู้ปฏิบัติงาน ลูกจ้าง หรือคนงานอื่น ๆ (รวมถึงคนงานชั่วคราวและคนงาน ผู้รับเหมา) ผู้เยี่ยมชม หรือบุคคลอื่น ๆ ในสถานที่ทำงาน อุบัติเหตุหมายถึงอะไร ?
6 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health อุบัติเหตุ (Accidents) หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดหวังและไม่ตั้งใจในเวลาและสถานที่ แห่งหนึ่ง เกิดขึ้นโดยไม่มีสิ่งบอกเหตุล่วงหน้าแต่มีสาเหตุและส่งผลกระทบที่สามารถชี้วัดได้ เช่น ทรัพย์สิน เสียหายทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของมนุษย์อาทิ รถชน ตกตึก มีดบาด ไฟลวก ไฟดูด โดนพิษ ฯลฯ อุบัติการณ์ หมายถึงอะไร ? อุบัติการณ์หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (Incident) หมายถึง เหตุการณ์ที่ไม่ได้มีการวางแผน หรือไม่พึง ประสงค์ และอาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บ หรือความเสียหายขึ้นได้ ซึ่งเป็นอุปสรรคขัดขวางหรือลดประสิทธิภาพ และคุณภาพของการทำงาน หรือการผลิต เหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ หมายถึงอะไร ? เหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) หมายถึงเหตุการณ์ผิดปกติที่ยังไม่เกิดความเสียหาย หรือ เกิดการบากเจ็บ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ อันตราย หมายถึงอะไร ? อันตราย (Danger) หมายถึงระดับความรุนแรงที่เป็นผลเนื่องมาจากภัย (Hazard) อันตรายจากภัย อาจจะมีระดับสูงมาก หรือน้อยก็ได้ ขึ้นอยู่กับมาตรการในการป้องกัน เช่น การทำงานบนที่สูง สภาพการณ์ เช่นนี้ถือว่าเป็นภัย ซึ่งอาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บถึงตายได้หากมีการพลัดตกลงมา ในกรณีนี้ถือได้ว่ามีอันตราย อยู่ระดับหนึ่ง หากแต่ระดับอันตรายจะลดน้อยลง ถ้าผู้ปฏิบัติงานใช้สายนิรภัย(Harness) ขณะทำงานเพราะ โอกาสของการพลัดตกและก่อให้เกิดการบาดเจ็บลดน้อยลง การกระทำที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe act) หมายถึงอะไร? ใช้เครื่องมือโดยไม่ได้รับมอบหมาย ทำงานหรือใช้เครื่องด้วยความเร็วเกินกำหนด ซ่อมแซมหรือ บำรุงรักษาเครื่องขณะที่เครื่องทำงาน แก้ไขเครื่องมือโดยไม่ได้รับมอบหมาย ไม่มีป้ายเตือน หยอกล้อกันขณะ ปฏิบัติงาน ใช้เครื่องมือที่ชำรุด หรือการใช้เครื่องมือไม่ถูกวิธี ยกหรือเคลื่อนย้ายวัสดุ ด้วยท่าทางที่ไม่ถูกต้อง ไม่ สวม PPE และแต่งกายไม่รัดกุม ขณะปฏิบัติงาน ดื่มของมึนเมา สภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe condition) หมายถึงอะไร? เครื่องจักร เครื่องมือ อุปกรณ์ชำรุด ขาดการซ่อมแซมหรือบำรุงรักษา ดัดแปลงเครื่องมือจนอยู่ใน สภาพที่ไม่ปลอดภัย พื้น บริเวณที่ทำงานลื่น ขรุขระ การจัดเก็บสารเคมีหรือสารไวไฟไม่เหมาะสม แสงสว่างใน การทำงานไม่เหมาะสม มีการระบายอากาศที่ไม่เหมาะสม สถานที่ทำงานไม่เป็นระเบียบ เรียบร้อย
7 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ H.W. Heinrich เป็นบุคคลหนึ่งที่ได้ศึกษาอย่างจริงจังเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุในโรงงาน อุตสาหกรรมต่าง ๆเมื่อปีพ.ศ. 2463 ซึ่งผลการวิจัยสรุปได้ดังต่อไปนี้ สาเหตุของอุบัติเหตุที่สำคัญมีด้วยกัน 3 ประการ ดังนี้ 1. สาเหตุจากคน (Human causes) มีจำนวนถึง 88% สาเหตุมักเกิดจากความประมาท ความ พลั้งเผลอ การมีนิสัย ชอบเสี่ยงในการทำงานและการทำงานที่ไม่ถูกต้อง 2. สาเหตุจากความผิดพลาดของเครื่องจักร (Mechanical failure) มีจำนวนถึง 10% เช่น เครื่องจักรเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ชำรุดบกพร่อง ส่วนที่เป็นอันตรายของเครื่องจักรไม่มีเครื่องป้องกัน สภาพแวดล้อมในการทำงานไม่ปลอดภัย การวางผังโรงงานไม่เหมาะสม เป็นต้น 3. สาเหตุที่เกิดจากดวงชะตา (Act of god) มีเพียง 2% ซึ่งเป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ นอกเหนือการควบคุมได้เช่น พายุ น้ำท่วม ฟ้าผ่า ไฟป่า แผ่นดินไหว เป็นต้น สรุปสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่สำคัญมี 2 ประการ คือ 1. สาเหตุนำหรือสาเหตุที่แท้จริง - ความผิดพลาดของการจัดการ เช่น ไม่มีการจัดฝึกอบรมด้านความปลอดภัยให้แก่พนักงาน ไม่จัดอุปกรณ์ คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้กับพนักงาน - สภาวะทางด้านร่างกายและจิตใจของคนงานไม่เหมาะสม เช่น อ่อนเพลีย พักผ่อนไม่พอ มีสภาพร่างกายที่ไม่ พร้อมสำหรับการทำงาน มีอารมณ์ที่อ่อนไหวง่าย มีนิสัยชอบเสี่ยง 2. สาเหตุโดยตรง
8 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health - การกระทำที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe act) เป็นสาเหตุใหญ่ คิดจำนวนเป็น 85% ของการเกิดอุบัติเหตุทั้งหมด - สภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe condition) เป็นสาเหตุรอง คิดจำนวนเป็น 15% ของการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งหมด ความสูญเสียและผลเสียจากการเกิดอุบัติเหตุ เมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น การสูญเสียก็ย่อมตามมา โดยลักษณะซึ่งทำให้เกิดความสูญเสียหรือค่าใช้จ่ายอัน เนื่องจากการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานแบ่งออกได้เป็นสองประการดังนี้ ผลเสียทางตรง - ค่ารักษาพยาบาล - สินไหมทดแทน - ค่าประกันชีวิต - ค่าทำขวัญ ทำศพ ผลเสียทางอ้อม - การสูญเสียเวลาทำงานของพนักงาน - ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม - เสียเวลาทำงานเพราะต้องหยุดเครื่องจักร - ผลผลิตลดลงเพราะขบวนผลิตหยุดชะงัก - เสียค่าใช้จ่ายโดยไม่ก่อให้เกิดงาน - เสียชื่อเสียงและภาพพจน์ของบริษัท
9 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health ทฤษฎีโดมิโนของการเกิดอุบัติเหตุ เฮ็นริช (H.W. Heinrich) เป็นผู้คิดทฤษฎีโดมิโน (Domino Theory) ขึ้น ตามทฤษฎีกล่าวว่าการ บาดเจ็บและความเสียหายต่างๆ เป็นผลสืบเนื่องมาจากอุบัติเหตุซึ่งมีสาเหตุมาจากการกระทำหรือสภาพการณ์ ที่ไม่ปลอดภัยโดยเปรียบได้กับตัวโดมิโนที่เรียงกันอยู่ เมื่อตัวที่หนึ่งล้ม ตัวโดมิโนที่อยู่ถัดไปก็จะล้มตามไปด้วย ซึ่งตัวโดมิโนทั้งห้าตัว มีดังนี้ 1. ภูมิหลังหรือสภาพแวดล้อมทางสังคมของบุคคล (Social Environment or Background) ได้แก่สภาพการเลี้ยงดูของครอบครัว ขนบธรรมเนียมประเพณีตลอดจนสภาพแวดล้อมทาง กายภาพ 2. ความบกพร่องของบุคคล (Defects of Person) ได้แก่ ความพิการของร่างกาย เช่น ตา บอดสี หูหนวก และการมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ เป็นต้น 3. การกระทำและ/ หรือสภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe Acts/Unsafe Conditions) ได้แก่การกระทำหรือพฤติกรรมของบุคคลที่เสี่ยงต่ออันตราย เช่น การขับรถด้วยความเร็วสูง เป็นต้น 4. อุบัติเหตุ (Accident) 5. การบาดเจ็บหรือความสูญเสีย (Injury/ Damages) ได้แก่ ผลที่เกิดจากอุบัติเหตุ เช่น การ บาดเจ็บนิ้ว ขาด เสียดวงตา ขาหัก อัมพาต เสียชีวิตเป็นต้น รวมทั้งทรัพย์สินเสียหาย เป็นต้น โดมิโนทั้งห้าตัวแสดงให้เห็นว่าภูมิหลังหรือสภาพแวดล้อมทางสังคมของบุคคล เช่นสภาพครอบครัว ฐานะความเป็นอยู่ การศึกษา มีผลต่อความบกพร่องผิดปกติของบุคคลนั้น หรือมีทัศนคติต่อความปลอดภัยไม่ ถูกต้อง ซึ่งจะก่อให้เกิดการกระทำและ/หรือสภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกิดอุบัติเหตุ และผลที่ตามมาก็คือ การบาดเจ็บหรือความสูญเสียการป้องกนอุบัติเหตุตามทฤษฎีโดมิโน หรือทฤษฎี “ลูกโซ่ของอุบัติเหตุ” (Accident Chain)นั้นก็คือการตัดลูกโซ่อุบัติเหตุซึ่งเป็นการไม่ให้ลูกโซ่อุบัติเหตุล้มลง (โดมิโนตัวที่4)โดยการ
10 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health จำกัดการกระทำและ/ หรือสภาพการณ์ที่ไม่เหมาะสมออกไป (โดมิโนตัวที่3) การบาดเจ็บหรือความสูญเสียก็ จะไม่เกิดขึ้น ความปลอดภัยในการทำงาน คือ การปราศจากภัย หรืออันตราย การไม่มีอุบัติเหตุ ไม่มีโรคที่เกิดขึ้น จากการทำงานคนไม่บาดเจ็บหรือตาย ทรัพย์สินไม่เสียหาย ผลผลิตสม่ำเสมอ มีเวลาปรับปรุงงาน อันตราย สิ่งหรือสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บ หรือความเจ็บป่วยจากการทำงาน, ความ เสียหายต่อทรัพย์สิน,ความเสียหายต่อสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือต่อสาธารณชนหรือสิ่งต่างๆเหล่านี้ รวมกัน ความเสียหาย ความรุนแรงของการบาดเจ็บ ความสูญเสียทางกายภาพ ความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อการ ปฏิบัติงาน หรือ ความเสียหายทางด้านการเงิน ประเภทของอันตราย เชิงกล Mechanical การยกและการเคลื่อนย้ายเครื่องมือ, วัตถุดิบ อันตรายจากอาคารสถานที่และ เครื่องจักรอุปกรณ์ขณะทำการประกอบ,การนำมาใช้งาน, การปฏิบัติงาน, การบำรุงรักษา, การปรับเปลี่ยน, การซ่อมแซม และ การรื้อถอน การตกของอุปกรณ์จากที่สูง ไฟฟ้า Electric จากการใช้ไฟฟ้าเกินกำลังทำให้เกิดไฟช็อตและไฟไหม้ ฉนวนไฟฟ้าชำรุด หรือ เสื่อมสภาพสายไฟฟ้าขาดลงพื้น การยกย้ายวัสดุ Transfer Work สำรวจเส้นทาง และกำจัดสิ่งกีดขวางก่อน นั่งลงย่อเข่าข้างที่ไม่ ถนัดและชันเข่าข้างที่ถนัดตั้งฉากกับพื้น จับสิ่งของให้แน่น ข้อศอกชิดลำตัว และแขนขนานกับพื้น ใช้กำลัง ยกขึ้นในแนวดิ่งจากกล้ามเนื้อขา ห้ามยกด้วยกล้ามเนื้อหลังเพราะอาจเกิดการบาดเจ็บได้ หากของมีน้ำหนัก มากควรมีคนช่วยยกหรือใช้อุปกรณ์ช่วย หากของมีขนาดใหญ่ควรมีคนช่วยบอกทาง อย่าดึงสายถอดเต้าเสียบ จะท าให้สายไฟฟ้าขาด ภายใน
11 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health อัคคีภัย Fire อุปกรณ์ไฟฟ้า การสูบบุหรี่ การจุดไฟ หรือ ไฟฟ้าลัดวงจร ประเภทอันตรายอื่นๆ จากการลื้นล้มบนพื้น จากยานพาหนะ ความรุนแรงทะเลาะวิวาทของพนักงาน อุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมของสภาพแวดล้อม การยศาสตร์ อุบัติเหตุจากการทำงาน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์ หรือวางแผนไว้ล่วงหน้า ซึ่งเกิดขึ้น แล้วมีผลกระทบต่อการทำงาน ต่อผลผลิต ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย หรือทำให้คนเกิดการบาดเจ็บ พิการ หรือ อาจร้ายแรงถึงขั้น เสียชีวิต การขาดความร่วมมือในเรื่องความปลอดภัย - ไม่ร่วมกิจกรรมความปลอดภัย - ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของความปลอดภัยในการทำงาน - ไม่รายงานอุบัติเหตุ - ขาดจิตสำนึกความปลอดภัย ความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง คุณสมบัติของผู้ปฏิบัติงานบนที่สูง ต้องได้รับการฝึกอบรม “การปฏิบัติงานบนที่สูง” เพื่อให้ทราบถึงวิธีการที่ถูกต้องและปลอดภัยผู้ควบคุมงาน หัวหน้างาน ควรตรวจสอบเอกสารการฝึกอบรมก่อนการอนุญาตให้ปฏิบัติงานทุกครั้ง ผู้ปฏิบัติงานบนที่สูงควร มีสภาพร่างกายที่เหมาะสม เช่น ไม่เป็นโรคลมชัก หรือ ความดันโลหิตสูง เป็นต้น การทำงานในที่สูง (High Places Work) - พื้นที่งานสูงกว่า 1.5 เมตรขึ้นไปต้องใช้บันไดหรือนั่งร้าน - บันไดพาดควรมีมุมพาดไม่น้อยกว่า 45 องศา - ปลายบันไดบนจะต้องเหลือความยาวมากกว่า 60 ซม.จากจุดพาด - ควรมีวัสดุกันลื่นรองขาบันได หรือมีคนคอยจับไว้ให้ - หากต้องทำงานที่สูงกว่า 4.5 เมตร ต้องสวมหมวกแข็งและใช้เข็มขัดนิรภัย
12 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health อุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูง การทำงานในที่สูง เช่น งานก่อสร้าง งานทำความสะอาด งานไฟฟ้า งานปีนเสา จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ ป้องกันการตกจากที่สูง ได้แก่ 1. เข็มขัดนิรภัย ประกอบด้วยตัวเข็มขัด และเชือกนิรภัย ตัวเข็มขัด ทำด้วยหนังเส้นใย จากฝ้าย และ ใยสังเคราะห์ ได้แก่ ไนลอน 2. สายรัดตัวนิรภัย หรือสายพยุงตัว เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับงานที่เสี่ยงภัย ทำงานในที่สูง ออกแบบ มาเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเคลื่อนตัว ขณะทำงานได้ หรือช่วยพยุงตัวให้สามารถทำงานได้ ในที่ไม่มีจุดยึดเกาะ ตัวในขณะทำงาน ทำจากวัสดุประเภทเดียวกับเข็มขัดนิรภัย มี 3 แบบ คือ ชนิดคาดหน้าอก เอว และขา และ ชนิดแขวนตัว 3. สายช่วยชีวิต เป็นเชือกที่ผูก หรือ ยึดติดกับโครงสร้างของอาคาร หรือ ส่วนที่มั่นคง เชือกนี้จะถูก ต่อเข้ากับเชือกนิรภัย และ เข็มขัดนิรภัย หรือสายรัดตัวนิรภัย (สายพยุงตัว) การเตรียมความพร้อมรับเหตุฉุกเฉินภายในหน่วยงาน การเตรียมความพร้อมรับเหตุฉุกเฉินคือการจัดให้มีแผนและแจ้งแผนให้ทราบทั่วกันเพื่อให้มีการ จัดการรับเหตุฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ การเตรียมความพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน การเตรียมความพร้อมรับเหตุฉุกเฉินเป็นสิ่งสำคัญจำเป็นเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าในกรณีที่เกิด อุบัติเหตุได้มีการดำเนินการที่จำเป็นเพื่อป้องกันสาธารณชน สภาพแวดล้อม บุคคลและทรัพย์สินในความ ปลอดภัยและสุขอนามัยของผู้ที่อาศัยและทำงานที่หน้างานเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทำให้เกิด ความมั่นใจ - แผนรับเหตุฉุกเฉินได้รับการจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษร - มีสิ่งอำนวยความสะดวก พนักงานผ่านการฝึกอบรมเหตุฉุกเฉิน - จัดให้มีการฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ แนวทางปฏิบัติ จัดให้มีแผนเพื่อให้เห็นแนวทางปฏิบัติต่าง ๆ เช่น แผนป้องกันและระงับอัคคีภัย
13 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health ความปลอดภัยเกี่ยวกับอัคคีภัย องค์ประกอบของไฟมี 3 อย่าง คือ 1. ออกซิเจน (Oxygen) ไม่ต่ำกว่า16%(ในบรรยากาศปกติจะมีออกซิเจนอยู่ประมาณ 21 %) 2. เชื้อเพลิง (Fuel) ส่วนที่เป็นไอ (เชื้อเพลิงไม่มีไอ ไฟไม่ติด) 3. ความร้อน (Heat) เพียงพอทำให้เกิดการลุกไหม้ **ไฟจะติดเมื่อองค์ประกอบครบ 3 อย่างทำปฏิกิริยาทางเคมีต่อเนื่องเป็นลูกโซ่(Chain Reaction) ประเภทของเพลิงไหม้จำแนกตามเชื้อเพลิง 1. Class A เกิดจากเชื้อเพลิงที่เป็นของแข็งทั่วไป อย่างเช่น ไม้ กระดาษ เป็นต้น 2. Class B เกิดจากเชื้อเพลิงเหลว หรือ ก๊าซไวไฟ 3. Class C เกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้า 4. Class D เกิดจากโลหะที่ไวปฏิกิริยากับน้ำ และ ลุกติดไฟได้ **ในสำนักงานใช้ถังดับเพลิงชนิด CO2 เพราะจะไม่ทำอันตรายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ วิธีปฏิบัติเมื่อพบเห็นเพลิงไหม้ 1. ต้องควบคุมสติให้ได้ อย่าตื่นกลัวจนทำอะไรไม่ถูก 2. หากเพลิงมีขนาดเล็ก พอที่จะดับเองได้ ให้ใช้ถังดับเพลิง เพื่อดับไฟ 3. หากต้องเผชิญกับควันไฟที่ปกคลุมให้ใช้วิธีคลานต่ำๆ 4. อย่าใช้ลิฟท์และบันไดเลื่อนให้ใช้ทางหนีไฟเท่านั้น 5. ถ้าหนีออกมาได้แล้วไม่ควรกลับเข้าไปในอาคารอีก 6. หากอยู่ในอาคารที่มีเพลิงไหม้ ก่อนจะเปิดประตูต้องแตะลูกบิดก่อนโดยใช้หลังมือแตะที่ลูกบิด ถ้าลูกบิด มีความร้อนแสดงว่ามีเพลิงไหม้อยู่ในห้องหรือบริเวณใกล้ๆ ดังนั้นอย่าเปิดประตูโดยเด็ดขาด
14 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health ข้อห้ามเมื่อเกิดเพลิงไหม้ 1. ห้ามใช้ลิฟท์ 2. ให้อพยพทางบันไดหนีไฟ หรืออพยพไปตามป้ายทางหนีไฟ 3. เมื่อได้ยินเสียงกริ่งเตือนภัย หรือเสียงตะโกนว่าไฟไหม้ อย่าพึ่งรีบร้อนเปิดประตูห้อง ให้ใช้หลังมือแตะที่ ประตูและลูกบิดก่อนทุกครั้ง 4. ใช้ผ้าชุบน้ำเพื่อป้องกันควันเข้าจมูก และกันความร้อน 5. ให้เดินก้มต่ำ หรือคลานออกจากพื้นที่เกิดเหตุ (กรณีเกิดควันจนไม่สามารถมองเห็นเส้นทาง) วิธีการใช้เครื่องดับเพลิง 1. เข้าไปทางเหนือลมโดยห่างจากฐานของไฟประมาณ 2 - 3 เมตร 2. ดึงสลักหรือลวดที่รั้งวาล์วออก 3. ยกหัวฉีดชี้ไปที่ฐานของไฟ ( ทำมุมประมาณ 45 องศา ) 4. บีบไกเพื่อเปิดวาล์วให้ก๊าซพุ่งออกมา 5. ให้ฉีดไปตามทางยาว และกราดหัวฉีดไปช้าๆ 6. ดับให้สนิทจนแน่ใจแล้ว จึงฉีดต่อไปข้างหน้า
15 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health ป้ายเตือนอันตรายทั่งไป
16 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health เครื่องหมายเตือนชนิดต่างๆ
17 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health สัดส่วนการเกิดอุบัติเหตุ Frank E. Bird ได้ศึกษาเกี่ยวกับการเกิดอุบัติเหตุในวงการอุตสาหกรรมและพบว่าสัดส่าวนของการ เกิด อุบัติเหตุที่ทำให้บาดเจ็บรุนแรง บาดเจ็บเล็กน้อย ทรัพย์สินเสียหาย อุบัติการณ์ที่เกือบจะมีการ บาดเจ็บ มีอัตราส่วนเป็น 1 : 10 : 30 : 600 ลักษณะของอัตราส่วนดังกล่าวถูกเรียกว่าพีรามิด อุบัติเหตุ และเนื่องจาก สอบสวนอุบัติเหตุเป็นกระบวนการที่สำคัญในการนำไปสู่การป้องกัน ในอนาคต ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการ สอบสวนอุบัติเหตุทั้ง 4 ประเภท ประเภทที่ 1 อุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ พิการ ทุพพลภาพ ตาย เช่น ลื่น หกล้ม ศีรษะพาดพื้น ทำให้เป็นอัมพาตหรือเสียชีวิต 1 ครั้ง ที่เกิดจากเหตุการณ์ผิดปกติ 600 ครั้ง ประเภทที่ 2 อุติเหตุที่ได้รับการบาดเจ็บเล็กน้อย (ขั้นปฐมพยาบาล) เช่น ลื่นหกล้มหัวเข่าข้างซ้ายแตก ต้องห้ามเลือดและทำแผล 10 ครั้ง ที่เกิดจากเหตุการณ์ผิดปกติ 600 ครั้ง ประเภทที่ 3 อุบัติเหตุที่มีอุปกรณ์ เครื่องจักร วัตถุดิบหรือทรัพย์สินเสียหาย เช่น ลื่นล้มไปกระแทก กระจกในสำนักงานแตกหรือการกระทำ 30 ครั้งที่เกิดจากเหตุการณ์ผิดปกติ 600 ครั้ง ประเภทที่ 4 อุบัติการณ์ที่ทำให้เกือบจะมีการบาดเจ็บหรือภาวะใกล้จะเกิดการบาดเจ็บ (Near Injury Accident) หรือการกระทำ 600 ครั้งก็เกิดอุบัติเหตุที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
18 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health แบบจำลองเกี่ยวกับการค้นหาสาเหตุของอุบัติเหตุและความสูญเสีย (Loss Causation Model) แบบจำลองสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียมีหลายรูปแบบแต่แบบที่ง่ายและนิยมใช้ ควบคุมอุบัติเหตุอย่างกว้างขวาง คือแบบจำลองเกี่ยวกับการค้นหาสาเหตุของอุบัติเหตุและความสูญเสีย (Loss Causation Model) ของ Frank E. Bird ซึ่งมีรูปลักษณะคล้ายโดมิโนของ H.W.Heinrich แบบจำลองเกี่ยวกับการค้นหาสาเหตุของอุบัติเหตุและความสูญเสีย (Loss Causation Model) อธิบายถึงผล หรือความสูญเสียเป็นผลมาจากเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้น (Incident) ซึ่งเกิดมาจากสาเหตุในขณะนั้น (Intermediate Causes) แต่ที่จริงแล้วเกิดมาจากสาเหตุพื้นฐาน หรือสาเหตุต้นตอ (Basic Causes) ที่เกิดขึ้นจากการขาดความควบคุมที่ดี(Lack of Control) แบบจำลองเกี่ยวกับการค้นหาสาเหตุของอุบัติเหตุและความสูญเสีย สามารถอธิบาย เพิ่มเติมได้ดังนี้ 1) การขาดการควบคุม (Lack of Control) การขาดการควบคุมการจัดการอย่างเพียงพอย่อมนำไปสู่ ความสูญเสียการขาดการควบคุมได้แก่ 1.1) มาตรฐานของกระบวนการทำงานไม่เพียงพอหรือไม่ชัดเจน 1.2) การปฏิบัติตามมาตรฐานไม่เพียงพอ 2) สาเหตุพื้นฐาน (Basic Causes) คือสาเหตุที่แท้จริงที่อยู่เบื้องหลังอาการที่แสดงออกมาเป็นเหตุผล ว่าทำไมการกระทำหรือสภาพการณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานจึงเกิดขึ้น สาเหตุพื้นฐานแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 2.1) ปัจจัยจากคน เช่น ขาดความรู้ความสามารถ ความเครียด
19 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health 2.2) ปัจจัยจากงาน หรือสภาพแวดล้อมในการทำงาน เช่นการออกแบบวิศวกรรมไม่ดี การควบคุมการ จัดซื้อไม่เพียงพอ เครื่องมือ วัสดุไม่เพียงพอ 3) สาเหตุขณะนั้น (Immediate Causes) คือ สภาวะที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันทันทีก่อนที่จะมีการ สัมผัสเป็นสภาวะที่มองเห็นหรือรับรู้ได้ซึ่งเกี่ยวข้องกับ 3.1) การปฏิบัติที่ต่ำกวามาตรฐาน (Sub-standard Acts) 3.2) สภาพการณ์ที่ต่ำกวามาตรฐาน (Sub-standard Conditions) 4) เหตุการณ์ผิดปกติหรืออุบัติการณ์/การสัมผัส (Incident/Contact) คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนเกิด ความสูญเสีย เมื่อสาเหตุซึ่งจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุปรากฏขึ้น ย่อมเป็นช่องทางที่ทำให้มีการสัมผัสกับแหล่งของ พลังงานซึ่งสูงกว่าค่าขีดจำกัดของร่างกายที่ได้รับ เป็นผลให้เกิดการบาดเจ็บเกิดขึ้นหรือสูงเกินกว่าโครงสร้างรับ ได้ ย่อมก่อให้เกิดทรัพย์สินเสียหาย ตัวอย่าง เช่น การชน การกระแทก ถูกหนีบ ถูกตัด การสัมผัสกับพลังงาน ไฟฟ้า ความร้อน ความเย็น 5) ความสูญเสีย (Loss) เป็นผลที่เกิดขึ้นเมื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติหรือการสัมผัสที่เกิดขึ้นเมื่อมี เหตุการณ์ผิดปกติหรือการสัมผัส ผลที่เกิดขึ้นอาจเป็นเรื่องเล็กน้อยไปจนถึงขั้นเสียชีวิตหรือเสียหายทั้งโรงงานก็ ได้ แนวทางการปฏิบัติตนของพนักงานเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับตัวพนักงานหรือเพื่อนร่วมงาน ให้แจ้งต่อหัวหน้างานหรือ ผู้บังคับบัญชา รับทราบอย่างรวดเร็วทุกครั้ง โดยไม่ลังเล เพราะถือเป็นความปลอดภัยในชีวิต และความรวดเร็วในการนำตัว ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียง การรายงานอุบัติเหตุ การปฏิบัติกรณีเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้พนักงานได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากการทำงาน 1. เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ให้ผู้พบเห็นเหตุการณ์ หรือ ผู้ที่เกิดอุบัติเหตุ รายงานรายละเอียดของเหตุการณ์ ให้หัวหน้างานหรือผู้บังคับบัญชา ภายใน 10 นาที หรือตามความเหมาะสมของแต่ละเหตุการณ์ 2. ผู้พบเห็น ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่สามารถทำได้ในขณะนั้น - กรณีเกิดอุบัติเหตุไม่รุนแรงให้หัวหน้างาน / หัวหน้า Site งาน / ผู้จัดการโครงการทำการ รักษาพยาบาลเบื้องต้นได้ทันที - กรณีเกิดอุบัติเหตุรุนแรงให้หัวหน้างาน / หัวหน้า Site งาน / ผู้จัดการโครงการทำการปฐมพยาบาล เบื้องต้นแล้วทำการ ประสานงานส่งโรงพยาบาลทันที และทำการแจ้งญาติ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้บาดเจ็บให้ ทราบภายใน 10 นาที
20 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health 3. หัวหน้างานที่เกิดเหตุ ทำการแจ้งให้ ผู้จัดการฝ่าย ผู้จัดการทั่วไป และ จป.วิชาชีพ ทราบ โดยใช้ แบบฟอร์ม “รายงานการสอบสวนวิเคราะห์อุบัติเหตุ” ภายใน 24 ชั่วโมง และทำการรายงานอุบัติเหตุที่เกิด ขึ้นกับพนักงานคนอื่นๆทราบ 4. จป.วิชาชีพ ทำการสอบสวนรายงานผลการวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุแนวทางป้องกันและ นำเสนอ ให้นายจ้างรับทราบโดยใช้แบบฟอร์ม ”รายงานการสอบสวนอุบัติเหตุเสนอนายจ้าง” ภายใน 3 วัน และให้ดำเนินการแจ้งเจ้าหน้าที่แผนกบุคคล เพื่อทำการส่ง เอกสารการประสบอันตรายให้หน่วยงานราชการ รับทราบภายใน 15 วัน 5. จป.วิชาชีพ รายงานการเกิดอุบัติเหตุในที่ประชุมคณะกรรมการความปลอดภัย เพื่อวางมาตรการ ป้องกันและแก้ไขภายใน 14 วัน การปฏิบัติกรณีเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ทรัพย์สินของบริษัทเสียหาย เนื่องจากการทำงาน 1. เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ทรัพย์สินของบริษัทเสียหาย ผู้พบเห็นเหตุการณ์หรือ ผู้ที่เกิดอุบัติเหตุ รายงานรายละเอียดของเหตุการณ์ให้หัวหน้างานและผู้บังคับบัญชาโดยใช้แบบฟอร์มรายงานการสอบสวน วิเคราะห์อุบัติเหตุ ทราบภายใน 10 นาที หรือตามความเหมาะสมของแต่ละเหตุการณ์ 2. หัวหน้างานที่เกิดอุบัติเหตุแล้วทำให้ทรัพย์สินของบริษัทเสียหายทำการแจ้งให้ผู้จัดการฝ่าย ผู้อำนวยการ และจป.วิชาชีพ ทราบ ภายใน 24 ชั่วโมง 3. จป.วิชาชีพทำการสอบสวนรายงานผลการวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุแนวทางป้องกันและ แจ้งให้นายจ้างรับทราบโดยใช้แบบฟอร์มรายงานการสอบสวนอุบัติเหตุเสนอนายจ้าง” ตามลำดับ การรายงานเหตุการณ์กรณีเกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near miss) 1. พนักงานผู้พบเห็นเหตุการณ์ที่เกือบเกิดอุบัติเหตุโดยให้ทำการแจ้งโดยใช้แบบฟอร์ม “รายงาน เหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ” เพื่อให้ จป.วิชาชีพ ทำการตรวจสอบและทำการแก้ไขปรับปรุง 2.จป.วิชาชีพ ทำการสรุปการแก้ไขเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ เสนอให้ผู้จัดการแผนกและผู้บริหาร เพื่อ ทำการพิจารณาดำเนินการต่อไปกรณีที่มีค่าใช้จ่าย และรายงานในที่ประชุมคณะกรรมการความปลอดภัย ฯ วิธีปฏิบัติและบทบาทของพนักงานในการป้องกันอุบัติเหตุและความสูญเสีย 1. ศึกษากฎระเบียบความปลอดภัยให้เข้าใจและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด 2. ศึกษาวิธีการปฏิบัติงานที่ถูกต้องและปฏิบัติอย่างต่อเนื่องสมํ่าเสมอ 3. ศึกษาหาความรู้ในการทำงานที่ถูกต้อง 4. เชื่อฟังคำแนะนำหรือการสั่งสอนจากหัวหน้างาน หากไม่เข้าใจให้สอบถามก่อน 5. เมื่อพบเห็นสิ่งที่ผิดปกติที่ปล่อยไว้แล้วอาจจะเป็นอันตรายต่อผู้อื่นหรือตนเองให้รีบแจ้งและแก้ไข ทันที
21 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health 6. เข้าร่วมในการฝึกและทำกิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับความปลอดภัยที่หน่วยงานจัดขึ้นเพื่อฝึกทักษะและ ความชำนาญ เช่น การฝึกซ้อมดับเพลิง 7. ใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลตลอดระยะเวลาขณะปฏิบัติงาน 8. เสนอแนะวิธีการที่คิดว่าเป็นวิธีการทำงานที่ปลอดภัยกว่า เบอร์โทรฉุกเฉิน สายด่วน สถานีตำรวจภูธรบางกรวย 0-2459-4551-2 สถานีตำรวจภูธรบางศรีเมือง 0-2595-4557 สถานีตำรวจภูธรบางใหญ่ 0-2595-0598 สถานีตำรวจภูธรอ. เมืองนนทบุรี 0-2527-0236-7 ดับเพลิงเทศบาลนครนนทบุรี 0-2589-0489 , 0-2589-0506 ดับเพลิงเทศบาลเมืองบางศรีเมือง 0-2447-4293 ดับเพลิงเทศบาลเมืองบางกรวย 0-2447-0101, 0-2443-0000 ดับเพลิงเทศบาลตำบลปลายบาง 0-2449-4360 ต่อ 116 ดับเพลิงเทศบาลตำบลบางใหญ่ 0-2985-8491-5 ต่อ 108 การไฟฟ้า บางใหญ่ 08-1803-8605 และ 08-1803-9723 02-595-1317 02-595-1300 ต่อ 5222, 5333 หมายเลขโทรศัพท์หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน โรงพยาบาล หน่วยกู้ชีพ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ 0-2594-0020-65 โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า นนทบุรี 0-2527-0246,0-2968-1364 โรงพยาบาลยันฮี 0-2879-0300 สถาบันบำราศนราดูร 0-2590-3520,0-2590-3480,0-2590- 3400-3
22 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health
23 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health กิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัย การส่งเสริมความปลอดภัย เป็นกิจกรรมที่สำคัญเป็นอย่างมากในการเสริมสร้างทัศนคติหรือจิตรสำนึก เกี่ยวกับความปลอดภัย ความรู้และความเข้าใจของพนักงานทุกระดับ คือ ตั้งแต่ผู้จัดการ ผู้ควบคุมงาน นั่นคือ ผู้บริหารมีจิตสำนึกและรับผิดชอบในเรื่องความปลอดภัยและถือปฏิบัติ เช่น เดียวกับการบริหารงานในด้านอื่น ๆ แล้วก็ย่อมที่จะหวังได้ว่าพนักงานระดับปฏิบัติงานจะได้รับการคุ้มครองดูแลในการป้องกันอุบัติเหตุและ สุขภาพอนามัย และในขั้นตอนต่อไปนี้จะพยายามส่งเสริมให้พนักงานทุกคนได้มีจิตสำนึกและทัศนคติตลอดจน ความรู้ในการทำงานอย่างปลอดภัย และร่วมมือในการดูแลสถานที่ทำงานนั้น ๆ ให้ปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา สำหรับผู้ที่มีบทบาทในการประสานงงานการส่งเสริมความปลอดภัยในแต่ละหน่วยงาน ก็คือเจ้าหน้าที่ความ ปลอดภัยในการทำงานทั้งบริหาร วิชาชีพ และหัวหน้างาน การแบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบในการทำงานของบริษัทนั้นจะเริ่มมาจากจุดสูงสุดคือ ฝ่ายบริหาร จัดการจ่ายงานมาสู่ผู้ควบคุมงานให้มีความรับผิดชอบภายในขอบเขตหนึ่งๆ และจะต้องดูแลควบคุมลูกน้องให้ ทำงานเป็นไปตามเป้าหมายของบริษัท ต่อไปผู้ควบคุมงานก็ควรแจกจ่ายงาน พร้อมทั้งความรับผิดชอบของงาน แก่พนักงานในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบ ผู้จัดการระดับสูงจะเป็นผู้กำหนดนโยบายให้เกิดความปลอดภัย และผู้ ควบคุมงานจะเป็นผู้ตอบสนองต่อนโยบายของผู้บริหารกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัย มีหลายกิจกรรมที่ให้ พนักงานปฏิบัติเพื่อสนับสนุนให้พนักงานได้ปฏิบัติงานด้วยความปลอดภัย ปฏิบัติตามกฎ ลดอุบัติเหตุ
24 ปฏิบัติตามกฎ....ช่วยลดอุบัติเหตุ Safety & Occupational Health หยุด (Stop) หยุดการทำงานเมื่อพบปัญหา เรียก (Call) เรียกหัวหน้าหรือผู้เกี่ยวข้องมารับทราบปัญหา รอ (Wait) รอจนกว่าการแก้ปัญหาเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงเริ่มทำงานต่อ Stop Call Wait