พระอนุรุทธเถระ
สารบัญ
ประวัต ิ
ผลงาน
ุ
คณธรรม
ประวัติ
ุ
ุ
ุ
พระอนรทธะ เปนพระราชโอรสของพระเจ้าอมโตทนะ ซงเปนพระอนชา
็
่
ิ
ึ
็
ิ
ิ
ุ
ู
ี
ของพระเจ้าสทโธทนะ ผู้ครองกรงกบลพัสด์ ประสตร่วมพระมารดาเดยวกัน ๓ พระองค์
ุ
ุ
ื
ิ
ิ
ี
คอ พระเชฏฐา (พี่ชาย) พระนามว่า มหานามะ พระกนฏฐภคน (น้องสาว) พระนามว่า
ุ
ั
ิ
ิ
ี
ิ
ุ
็
ี
ุ
ี
็
ุ
โรหณ เจ้าชายอนรทธะ เปนผู้มบญญาธการสง เปนสขุมาลชาตอย่างยิ่ง และเปนผู้มปญญา
ู
็
ู
้
มาก ไม่รจักแม้ แต่ค าว่า ไม่ม ี
ื
่
ื
่
มเรองเล่าว่า ทรงโปรดขนมชอว่า “ไม่ม”
ี
ี
ุ
ุ
วันหนงเมอท่านพรอมกับพระญาต ๕ พระองค์ทรงเล่นกีฬาลกขลบอยู่ เจ้าอนรทธทรงแพ้
ึ
่
้
ุ
ิ
ื
ู
่
ึ
่
่
ู
็
ี
พนันขนมแล้ว จงให้มหาดเล็กไปกราบทลพระมารดาเพือให้ส่งขนมมาเปนค่าทแพ้พนัน
ุ
ุ
พระมารดาของท่านก็ทรงจัดขนมส่งไป ศากยราชทั้งหกเสวยแล้วทรงเล่นกันอก เจ้าอนรทธ
ี
่
ก็เปนฝายแพ้ร าไป ส่วนพระมารดาต้องส่งขนมไปถง ๓ คร้ง ในวาระท ๔ จึงทรงให้ไปแจ้ง
่
็
่
ี
ั
ึ
่
ี
ี
ิ
ิ
ว่า “ขนมไม่ม” พระกุมารทรงคดว่า “ขนมชอน้ คงเปนขนมประหลาดชนดหนง ” เพราะไม่
็
ึ
ื
่
ู
ี
เคยทรงได้ยินค าว่า “ไม่ม ” จงส่งคนไปทลพระมารดาว่า “ให้น าขนมไม่ม นั่นแหละมาเถด”
ี
ิ
ึ
่
ี
ื่
ฝายพระมารดาของท่าน เมอมหาดเล็กทลว่า “เจ้าอนรทธขอให้ทรงประทานขนมชอ ‘ไม่ม’
ู
ื
่
ุ
ุ
ึ
ิ
ี
ู
ไปถวาย” จงทรงพระด ารว่า “ลกของเราไม่เคยได้ยินค าว่า ‘ ไม่ม ’ เราจะสอนลกเราให้รค า
้
ู
ู
นั้นด้วยอบายน้” จงทรงปดถาดทองค าเปล่าด้วยถาดทองค าอกใบหนงแล้วส่งไป ด้วยผล
ิ
ุ
ี
ึ
่
ี
ึ
ิ
ี
่
็
แห่งอธษฐานในคราวทเจ้าอนรทธศากยะเกิดเปนนายอันนภาระ ได้ถวายภัตตาหารแด่พระ
ุ
ุ
ิ
ั
ุ
ปจเจกพุทธเจ้านามว่าอปรฏฐะ และท าความปรารถนาไว้ว่า ‘ ขอข้าพเจ้าจงอย่าได้สดับค าว่า
ึ
ี
ื
่
‘ ไม่ม ’ จงท าให้ถาดนั้นให้เต็มด้วยขนมทพย์ เมอถาดนั้นพอเขาวางลงทสนามเล่นขลบแล้ว
ิ
ุ
ี
่
ิ
ิ
ิ
ิ
เปดข้น กล่นขนมก็ตั้งตลบไปทั่วทั้งพระนคร พอกษัตรย์ทั้งหกหยิบช้นขนมเข้าไปในพระ
ึ
ิ
โอฐเท่านั้น โอชะก็แผ่ซ่านไปทั่วประสาทรบรสทั้งเจ็ดพัน พระกุมารนั้นทรงพระด ารว่า
ั
ื
“พระมารดาคงจะไม่รกเรา, พระมารดาจงไม่ทรงปรงขนมชอไม่มน้ประทานเรามาก่อน,
่
ั
ึ
ี
ุ
ี
ู
่
ู
ตั้งแต่น้ไป เราจะไม่กินขนมอน” แล้วเสด็จไปส่ต าหนัก ทลถามพระมารดาว่า “เจ้าแม่
ี
ื
่
ื
ั
ี
ั
ื
ี
่
ี
็
ั
่
็
็
หม่อมฉันเปนทรกของเจ้าแม่หรอไม่เปนทรก ?” เจ้าย่อมเปนทรกยิ่งของแม่ เสมอนนัยน์ตา
ี
ื
ุ
ึ
ี
่
ของคนมตาข้างเดยว และเหมอนดวงใจของแม่ ฉะนั้น เมอเช่นนั้น เหตไร เจ้าแม่จงไม่เคย
ื
ิ
ี
ุ
ั
ทรงปรงขนมไม่ม ประทานแก่หม่อมฉันเล่า เจ้าแม่ พระนางรบส่งถามมหาดเล็กคนสนทว่า
ั
ู
ี
ื
“ขนมอะไร ๆ มอยู่ในถาดหรอ” มหาดเล็กทลว่า “ มขนมเกิดข้นเองอยู่เต็มถาด, ขนมเช่นน้ ี
ึ
ี
ุ
ุ
ิ
ี
ุ
็
กระหม่อมฉันก็ยังไม่เคยเหน”พระนางทรงพระด ารว่า “บตรของเราคงเปนผู้มบญ บญนั้นคง
็
ี
ท าให้มขนมเต็มถาด” พระโอรสจงทลพระมารดาว่า “เจ้าแม่ ตั้งแต่น้ไป หม่อมฉันจะไม่
ู
ี
ึ
ู
เสวยขนมอน ขอเจ้าแม่พึงปรงแต่งขนมไม่มอย่างเดยว” ตั้งแต่นั้นมา เมอพระกุมารทลขอ
ื
่
ี
ี
ุ
่
ื
ขนม พระนางก็ทรงครอบถาดเปล่านั่นด้วยถาดอน ส่งไปประทานพระกุมารนั้น ขนมทพย์ก็
ิ
่
ื
็
เกิดข้นถวายพระกุมารนั้นตลอดเวลาทท่านเปนฆราวาส
ึ
่
ี
ประวัติ (ต ่อ)
่
มูลเหตุแหงการบวชในพระพุทธศาสนา
่
พระอรรถกถาจารย์กล่าวว่า เมอพระผู้มพระภาคเจ้าทรงกระท าการสงเคราะห พระญาต ตามหน้าท ี่
์
ิ
ื
ี
ิ
ุ
ุ
ิ
ั
แล้วได้ให้พระราหลกุมารบรรพชา ไม่นานนักทรงจารกออกจากนครกบลพัสด์ไปยังมัลลรฐ แล้ว
ี
่
ิ
ประทับอยู่ทอนปยอัมพวัน
ุ
่
ิ
ุ
ุ
ี
ั
ทางฝายพระนครกบลพัสด์ พระเจ้าสทโธทนะได้ตรสเรยกเจ้าศากยะทั้งหลายมา
ุ
ั
ี
ุ
ิ
ี
็
ิ
็
็
ประชมกัน ตรสว่า บัดน้บตรของเราเปนพระพุทธเจ้าแล้ว มกษัตรย์เปนอันมากเปนบรวาร ท่าน
็
ทั้งหลายจงให้ เดกชายจากตระกูลหนง ๆ บวชบ้าง ขัตตยกุมารชาวศากยะเปนอันมากได้ออกบวชตาม
่
ิ
ึ
็
พระศาสดา
ุ
ั
สมัยนั้น เจ้าชายมหานามะ เสดจเข้าไปหาเจ้าชายอนรทธะ “ตรสว่า พ่ออนรทธะ บัดน้ ี
็
ุ
ุ
ุ
ี
ี
ี
ศากยกุมารผู้มชอเสยงพากันบวชตามพระผู้มพระภาคเจ้า แต่ตระกูลของเรายังไม่มใครบวชเลย เธอหรอ
ื
่
ี
ื
ี่
้
ึ
ุ
พี่จะต้องบวช” ในทสดเจ้าชายอนรทธะตัดสนพระทัยบวชเอง จงพรอมด้วยกษัตรย์อก ๕ พระองค์คอ
ิ
ิ
ี
ุ
ุ
ื
ี
ภัททยะ อานันทะ ภค กิมพิละ และเทวทัต พรอมกับอบาลภษามาลา ได้ไปเฝาพระศาสดาทอนปยอัมพ
่
ู
ิ
้
้
ุ
ิ
ี
ุ
ุ
ู
ิ
่
ุ
วัน ทลขอบรรพชาอปสมบท โดยให้อบาลบวชก่อน เพือก าจัดขัตตยมานะ
ุ
ี
การบรรลุธรรม
พระอนรทธเถระน้ คร้นบวชแล้วได้เรยนกรรมฐานในส านักพระธรรมเสนาบด แล้วได้ไปประจ า
ุ
ี
ั
ี
ี
ุ
ึ
ุ
ิ
ิ
ี
่
ี
อยู่ทปาจนวังสทายวัน ในเจตยรฐ บ าเพ็ญสมณธรรม ตรกมหาปรสวิตกได้ ๗ ข้อ คอ
ื
ั
ี
๑. ธรรมน้เปนธรรมของผู้มความปรารถนาน้อย ไม่ใช่ของผู้มความมักมาก
ี
ี
็
ี
่
็
๒. ธรรมน้เปนธรรมของผู้สันโดษยินดด้วยของทมอยู่ ไม่ใช่ของผู้ไม่สันโดษ
ี
ี
ี
ี
๓. ธรรมน้เปนธรรมของผู้สงัดแล้ว ไม่ใช่ของผู้ยินดในหม่คณะ
ี
ู
็
้
๔. ธรรมน้เปนธรรมของผู้ปรารถนาความเพียร ไม่ใช่ของผู้เกียจคราน
ี
็
ี
ิ
ี
็
๕. ธรรมน้เปนธรรมของผู้มสตมั่นคง ไม่ใช่ของคนหลง
็
ี
ี
ี
๖. ธรรมน้เปนธรรมของผู้มใจมั่นคง ไม่ใช่ของผู้มใจไม่มั่นคง
็
ี
ั
๗. ธรรมน้เปนธรรมของผู้มปญญา ไม่ใช่ของผู้ทรามปญญา
ี
ั
่
ี
ั
็
ิ
่
ุ
ิ
พระศาสดาทรงทราบว่า ท่านล าบากในมหาปรสวิตกข้อท ๘ จงเสดจไปยังทนั้น ตรสอรย
ึ
ี
ิ
ั
ั
วังสปฏปทา ว่าด้วยการอบรมความสันโดษในปจจัย ๔ และยินดในการเจรญกุศลธรรม แล้วตรสมหาป ุ
ี
ิ
ี่
รสวิตก ข้อท ๘ ให้ บรบรณว่า
ิ
ู
์
ิ
ิ
ิ
ี
ี
ี
็
ี
๘. ธรรมน้เปนธรรมของผู้ยินดในธรรมทไม่เน่นช้า ไม่ใช่ของผู้ยินดในธรรมทเน่นช้า
่
่
ี
่
ื
พอเมอพระศาสดาเสดจไปยังเภสกลาวัน ท่านพระอนรทธเถระ ก็ได้เปนพระขณาสพอยู่จบ
็
ุ
ุ
็
ี
็
ี
พรหมจรรย์ เปนพระอรหันต์ มวิชา ๓
ผลงาน
ดานการประกาศศาสนา
้
พระอนรทธเถระ มบทบาทส าคัญอย่างมากในการช่วยพระศาสดาประกาศ
ี
ุ
ุ
่
ี
็
ึ
ิ
ุ
พระพุทธศาสนา เพราะท่านช านาญในทพพจักษุญาณ จงเปนพระทเทวดาและมนษย์
ี
ิ
ิ
ื
เคารพนับถอ ท่านมอายุอยู่มานาน หลังจากพระพุทธเจ้าปรนพพาน ได้เปนอาจารย์ของ
็
ี
ิ
หม่คณะ มสัทธวิหารก และอันเตวาสกมาก แม้ในการท าสังคายนาพระธรรมวินัยคร้งท ่ ี
ิ
ิ
ู
ั
ี
ื
่
ื
่
ี
ี
่
ื
ี
ื
๒ ก็ยังมศษย์ทสบเช้อสายจากท่านเข้าร่วมด้วยทปรากฎชอ คอ พระอาสภคามและพระ
ิ
ุ
สมนะ
ื
่
ู
ุ
็
่
่
ิ
ี
้
ุ
ี
ิ
ชวประวัตของท่านก็น่าศรทธาเลอมใส จากผู้ทเปนสขุมาลชาตทสด ไม่รจักและไม่
ี
ั
่
ื
เคยได้ยินค าว่า ไม่ม ต้องการอะไรได้ทั้งนั้น แต่เมอเข้าบวชในพระพุทธศาสนาแล้ว
ี
็
ี
ุ
ี
กลับเปนผู้มักน้อยสันโดษ เก็บผ้าจากกองขยะมาท าไตรจวรน่งห่ม โดยไม่มความ
ิ
รงเกียจ กลับมความยินดว่านั่นเปนการ ปฏบัตตามนสัย คอทพงพาอาศัยของภกษุ ๔
ี
ี
ื
ึ
่
่
ั
ี
ิ
ิ
ิ
็
ประการ
เอตทัคคะ
ุ
ุ
้
ื
ุ
ดังได้กล่าวแล้วว่า พระอนรทธเถระได้บรรลพระอรหัตพรอมวิชา ๓ คอ บพเพนวา
ุ
ิ
ุ
ิ
ิ
ิ
สานสสตญาณ ทพพจักขุญาณ และอาสวักขยญาณ ตามปกตนอกจากเวลาฉันภัตตาหาร
ี
ิ
เท่านั้น นอกนั้นท่านจะพิจารณา ตรวจดสัตวโลกด้วยทพพจักขุญาณ (เปรยบกับคนธรรมดา
ู
ก็เหมอนกับ ผู้มใจเอ้ออาทรคอยเอาใจใส่ดแล ทกข์สขของผู้อนตลอดเวลา) เพราะฉะนั้น
ู
ื
ื
ื
่
ี
ุ
ุ
ิ
ี
็
พระผู้มพระภาคเจ้าจงทรงยกย่องท่านว่าเปนผู้เลศกว่า ภกษุทั้งหลาย ผู้ได้ทพพจักขุญาณ
ิ
ึ
ิ
คุณธรรม
ี
็
็
่
ุ
ุ
ี
ี
1. เปนผู้ทมความขยันหมั่นเพยร พระอนรทธะ เปนผู้ทมความขยันหมั่นขวนขวายหา
ี
่
ี
ุ
ความรอยู่เสมอ จนกระทั่งได้บรรลอรหัตผล
ู
้
2. เปนผู้มบทบาทส าคัญในการประกาศพระพุทธศาสนา เปนสดมภ์หลักของ
็
็
ี
่
ึ
ู
พระพุทธศาสนารปหนง
็
็
ิ
3. เปนผู้มความมักน้อย ถงแม้ท่านจะเคยเปนเจ้าชายในราชสกุลมาก่อน แต่ท่านก็มได้
ึ
ี
็
่
ี
เย่อหยิ่งถอพระองค์แต่อย่างใด ตรงกันข้ามกับเปนผู้ทมักน้อย สันโดษ ประพฤต ิ
ื
่
ี
ปฏบัตตนให้เปนทเคารพยกย่องของผู้อนอยู่เสมอ
่
ื
ิ
ิ
็
จัดท าโดย
ั
์
นาย กันตินนท กานติมาพันธ ม.4/2 เลขที่ 1
์
ิ
นางสาว กานตธดา เทียมทอง ม.4/2 เลขที่ 36
์
เสนอ
์
ั
์
อาจารยอมรตน ตีบอุด
ิ
ี
ี
โรงเรยนนวมินทราชนูทิศ สตรวิทยา ๒
เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร