ประวัติความเปน มา
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏภูเกต็ เริ่มตนจากการเปนสวนหนึง่ ในสถาบันการศกึ ษาชนั้ สูง (Higher Education Institution) 3 แหง
ทจ่ี ัดต้งั ขึ้นในจงั หวดั ตา ง ๆ ในภมู ิภาค เม่อื ป พ.ศ. 2515 โดยกรมการฝก หัดครู กระทรวง ศึกษาธกิ าร เปน ผูริเรมิ่ ผลักดันใหสถาปนา
ขน้ึ ทจ่ี งั หวดั ภเู กต็ บรุ รี มั ย และลำปาง มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ จงึ ไดร เิ รม่ิ จากการเปน วทิ ยาลยั ครภู เู กต็ มพี น้ื ทร่ี บั ผดิ ชอบในการผลติ
ครูและสงเสรมิ วทิ ยฐานะครูในเขตภาคใต 5 จังหวดั ชายฝง ตะวันตก (ฝงอันดามนั ) ไดแ ก จงั หวัดภเู ก็ต พังงา ระนอง กระบี่ และตรงั
และปรับเปลี่ยนสถานภาพเปนสถาบันราชภัฏภูเก็ตตามพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ.2538 และเปนมหาวิทยาลัยราชภัฏ
ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547 จากจุดเริ่มตนของการเปนวิทยาลัยครูภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
มกี ารเปลย่ี นแปลงสถานะและภาระหนา ทต่ี ามทศิ ทางการพฒั นาสงั คมและประเทศชาตมิ าจนกระทง่ั ถงึ ปจ จบุ นั แตย งั คงมวี ตั ถปุ ระสงค
อยางหนึ่งของมหาวิทยาลัยที่สำคัญคือเสริมสรางความเขมแข็งของวิชาชีพครู ผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
ใหม คี ณุ ภาพและมาตรฐานทเ่ี หมาะสมกบั การเปน วชิ าชพี ชน้ั สงู โดยมคี ณะครศุ าสตรเ ปน หนว ยงานทร่ี บั ผดิ ชอบดำเนนิ งานตามภารกจิ
ดา นการผลติ ครแู ละสง เสรมิ วทิ ยฐานะครขู องมหาวทิ ยาลยั การขบั เคลอ่ื นภารกจิ ดงั กลา วจำเปน ตอ งมหี นว ยปฏบิ ตั กิ ารการจดั การศกึ ษา
ระดับโรงเรยี นเพ่ือเปนแหลงศึกษาวิจัยสำหรับการผลิตบัณฑิต คณะครศุ าสตรจงึ ไดม โี ครงการทดลองนำรองการจดั ต้งั โรงเรยี นสาธติ
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตมาตั้งแตป พ.ศ.2541 ดวยการเปดสอนระดับปฐมวัยในป พ.ศ. 2541 เปดสอนในระดับประถมศึกษา
ในป พ.ศ. 2556 และเปดสอนในระดับมัธยมศึกษา ในป พ.ศ. 2559 โครงการทดลองนำรองดังกลาวนี้ไดรับการตอบรับอยางดี
จากผูปกครองซึ่งเปนบุคลากรในชุมชนมหาวิทยาลัยและในทองถิ่นจังหวัดภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตจึงเห็นสมควรจัดตั้ง
โรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลัยราชภฏั ภูเก็ตขึ้นเปนหนว ยงานภายใน เพ่อื ใหส ามารถดำเนินงานตามวตั ถปุ ระสงคไ ดอ ยา งมปี ระสทิ ธิภาพ
และคลองตวั จงึ ออกประกาศมหาวิทยาลยั ราชภัฏภเู กต็ ใหจ ัดตั้งโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏภูเกต็ ข้นึ ต้งั แตว ันที่ 10 ธันวาคม
2559 เปน ตน มา
ประกาศฉบบั ดงั กลา วไดจ ดั ตง้ั ใหโ รงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ เปน หนว ยงานในกำกบั และการบรหิ ารของคณะครศุ าสตร
มวี ตั ถปุ ระสงคเ พอ่ื เปน สถานทท่ี ดลอง ศกึ ษา และวจิ ยั ในการจดั การศกึ ษาระดบั ปฐมวยั และระดบั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานของคณะครศุ าสตร
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ เพอ่ื ใหเ ปน ตวั อยา งในการจดั การเรยี นการสอนทม่ี คี ณุ ภาพและไดม าตรฐาน ปจ จบุ นั โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั -
0ราชภฏั ภเู กต็ ดำเนนิ งานภายใตข อ บงั คบั มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ วา ดว ยการบรหิ ารจดั การโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็
พ.ศ. 2560จัดการศึกษาในระดับปฐมวัยตาม แนววอลดอรฟ (Waldorf) เนนการพัฒนานักเรียนตามพัฒนาการของชวงวัย
ดวยการคนพบตนเองฝกการมีสมาธิกิจกรรมที่หลากหลาย เชน กิจกรรมเสรีตามมุมที่สนใจ การเลนสรางสรรคดวยวัสดุธรรมชาติ
หัตถกรรมและงานปนการเรียนการสอนแบบโครงการ (Project Approach) เปนตน การจัดการศึกษาที่เนนผูเรียนเปนสำคัญ
ในลักษณะนี้ถูกพัฒนาอยางตอเนื่องในระดับประถมศึกษาเพื่อสรางพื้นฐานการเรียนรูดวยตนเอง ปลูกฝงนิสัยการคิด การคนควา
เพื่อมุงสูความเปนเลิศดานวิทยาศาสตรคณิตศาสตร ภาษา และเทคโนโลยี ซึ่งเปนจุดเนนในการจัดการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา
วัตถปุ ระสงคแ ละภาระหนาทขี่ องโรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ภเู ก็ต
ขอบังคบั มหาวิทยาลัยราชภฏั ภูเกต็ วา ดวยการบรหิ ารจดั การโรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลัยราชภฏั ภูเก็ต พ.ศ. 2560
กำหนดภาระหนา ที่ของโรงเรียนไวดว ยวัตถุประสงค ดังน้ี
1. เปน สถานทท่ี ดลอง ศกึ ษา และวจิ ัย ในการจัดการศึกษาในระดับการศกึ ษาปฐมวัยและระดบั การศกึ ษา
ขน้ั พื้นฐานของคณะครศุ าสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ใหเ กิดประสิทธิภาพและประสทิ ธิผล
2. เปน แหลง เรยี นรูและฝกประสบการณวชิ าชพี ของนกั ศึกษามหาวทิ ยาลัยราชภฏั ภูเกต็
3. เปนแหลงเรียนรใู นการจัดการเรยี นการสอนของโรงเรียนอนื่ ทัว่ ไป
4. เพอ่ื บริหารจัดการศึกษาในระดบั การศกึ ษาปฐมวยั และระดบั การศึกษาขั้นพื้นฐานใหผเู รยี นมคี วามรู
มีประสบการณตรงหรือสูงกวา มาตรฐานทีก่ ระทรวงศกึ ษาธกิ ารกำหนด และมงุ ปลกู ฝง จิตสำนึกทถ่ี ูกตอ งเกี่ยวกับชาติ ศาสนา
พระมหากษัตรยิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และสืบสานวฒั นธรรมความเปน ไทย
สญั ลกั ษณข องโรงเรยี น
ตราสญั ลกั ษณน ไ้ี ดน ำมาจากตราประจำมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ซง่ึ พจิ ารณาจากดวงตราพระราชลญั จกรประจำพระองคร ชั กาลปจ จบุ นั
ทถ่ี กู ใชก ำหนดรปู แบบสญั ลกั ษณม หาวทิ ยาลยั ราชภฏั และไดร บั พระราชทาน มาเปน ตราประจำมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ทว่ั พระราชอาณาจกั ร
ซง่ึ มรี ายละเอยี ด คอื เปน รปู แบบทเ่ี กย่ี วขอ งกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ผใู หก ำเนดิ สถาบนั เปน รปู แบบทเ่ี ปน กลางเกย่ี วขอ งกบั ทอ งถน่ิ ทต่ี ง้ั
ธรรมชาติ และความสอดคลอ งกบั ชอ่ื มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ทไ่ี ดร บั พระราชทานสขี องตราประจำมหาวทิ ยาลยั มี 5 สี โดยมคี วามหมาย ดงั น้ี
สนี ำ้ เงนิ แทนคา สถาบนั พระมหากษตั รยิ ผ ใู หก ำเนดิ และพระราชทานนาม “มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ”
สเี ขยี ว แทนคา แหลง ทต่ี ง้ั ในแหลง ธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ มทส่ี วยงาม
สที อง แทนคา ความเจรญิ รงุ เรอื งทางภมู ปิ ญ ญา
สสี ม แทนคา ความรงุ เรอื งทางศลิ ปวฒั นธรรมทอ งถน่ิ
สขี าว แทนคา ความคดิ อนั บรสิ ทุ ธข์ิ องนกั ปราชญแ หง พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
สปี ระจำโรงเรยี น มว ง ดอกไมป ระจำโรงเรยี น ดอกแคแสด
สีประจำโรงเรยี น
มว ง - ขาว
สมี ว ง หมายถงึ คณุ ธรรมของครูและนกั เรยี น 4 ประการ เมตตา เสียสละ ยุติธรรม และรับผิดชอบ
แผนยทุ ธศาสตรโ รงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ พ.ศ. 2561-2565
โรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลัยราชภฏั ภูเกต็ ยงั คงใชแผนยทุ ธศาสตรโ รงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลัยราชภัฏภเู กต็ พ.ศ. 2561–2565
โดยมีการปรับปรงุ ขอความบางสว นเพอ่ื ใหสอดคลองกบั ความตอ งการจำเปนในยคุ ปจจบุ ัน ดงั น้ี
ปรชั ญา วิสัยทัศน เอกลกั ษณ อตั ลักษณและพนั ธกจิ ของโรงเรียน
ปรัชญา
“อจั ฉรยิ ภาพในตวั คน จากการพฒั นาอยางสมดุล โดยใชส ตเิ ปน เครอ่ื งกำกบั ปญ ญา”
วิสยั ทศั น
โรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏภูเก็ตมงุ มนั่ พฒั นาให“นักเรยี นมศี ักยภาพเปนพลโลก”
(มคี วามเปน เลศิ ทางวชิ าการ สอ่ื สารไดอ ยา งนอ ย 2 ภาษา ลำ้ หนา ทางความคดิ ผลติ งานอยา งสรา งสรรค และรว มกนั รบั ผดิ ชอบตอ สงั คมโลก)
เอกลักษณ
“สง เสรมิ พฒั นาการตามชวงวัย เพื่อใหผ ูเรียนเจริญงอกงามอยา งเตม็ ศกั ยภาพ”
อัตลกั ษณ
“ยืดหยนุ กลาคิดกลาทำ จติ อาสา”
พันธกิจ
1. จดั การศกึ ษาระดบั ปฐมวยั และการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานเพอ่ื ใหไ ดน กั เรยี นทม่ี คี ณุ ภาพและมคี ณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงคใ นศตวรรษท่ี 21
2. วิจยั เพอื่ พัฒนากระบวนการเรยี นรูของผูเ รยี นอยางตอ เนื่อง
3. พัฒนาความรว มมอื ทางวิชาการกบั เครือขายเพ่ือใหบรกิ ารแกส ังคม
4. สงเสรมิ สนับสนนุ การอนรุ กั ษข นบธรรมเนยี มประเพณีและวฒั นธรรมทองถ่นิ
5. บริหารจดั การอยา งมปี ระสทิ ธิภาพเพื่อสรา งความเขมแข็งสามารถพง่ึ พาตนเองได
ยุทธศาสตร
1. การบรู ณาการการจัดการศกึ ษาระดบั ปฐมวัยและการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐานรวมกบั การผลติ ครูคณะครุศาสตร
2. การยกระดบั คุณภาพครใู หส ามารถทำวจิ ัยเพ่อื พัฒนากระบวนการเรยี นรไู ดอยางตอ เนื่อง
3. การสรางเครือขา ยผปู กครอง ชมุ ชนและหนว ยงานท่เี ก่ียวขอ ง ใหม ีสวนรวมในการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา
4. ใชแ หลง เรยี นรดู า นขนบธรรมเนยี มประเพณแี ละวฒั นธรรมทอ งถน่ิ ภายในและภายนอกมหาวทิ ยาลยั ในการจดั การศกึ ษาของโรงเรยี น
5. พัฒนาระบบการบรหิ ารจดั การ
เปาประสงค
1. นักเรยี นมคี ุณภาพและมคี ุณลักษณะที่พึงประสงคในศตวรรษที่21
2. ครูมีศกั ยภาพในการสอนควบคูไปกบั การทำวจิ ยั เพื่อพฒั นากระบวนการเรยี นรูของผูเรียน
3. โรงเรียนมกี ารใหบรกิ ารวชิ าการแกชมุ ชนและสังคมผานเครอื ขายความรวมมือ
4. การใชแ หลง เรียนรูดานขนบธรรมเนยี มประเพณแี ละวฒั นธรรมทองถ่ินภายในภายนอกมหาวิทยาลัย
ในการจัดการศกึ ษาของโรงเรียน
5. โรงเรยี นมีระบบการบริหารจัดการท่ีดี มีความเขมแข็ง สามารถพง่ึ พาตนเองได
แผนภูมิโครงสราง การบริหารงานโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภฏั ภเู กต็
ผศ.ดร.หริ ญั ประสานการ
อธกิ ารบดมี หาวทิ ยาลัยราชภัฏภูเกต็
ผศ.ดร.ศริ ิวรรณ ฉัตรมณรี ุง เจรญิ
คณบดีคณะครุศาสตร
ผศ.ดร.ศิริวรรณ ฉัตรมณรี ุงเจริญ อาจารยด วงกมล เอช
คณบดคี ณะครุศาสตร ปฏิบัติหนาทแี่ ทน ที่ปรึกษา
ผูอ ำนวยการโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลยั ราชภัฏภูเกต็
นายวรตุ ม อินทฤทธ์ิ ผศ.ดร.นิพนธ บรเิ วธานนั ท นางวรรณี พลสมัคร
รองผอู ำนวยการฝา ยมธั ยมศึกษา รองผูอำนวยการฝายประถมศกึ ษา รองผูอ ำนวยการฝายปฐมวยั
นางประเพ็ญ ตนั จำรูญ นางสาวนาถนภา ขนั ททอง นางสาวยวุ ธิดา ขนั ภกั ดี นายสทิ ธโิ ชค จโิ รจนก ุล นายอาทิย ถนิ่ ปกาสัย
งานบริหารวิชาการ งานบริหารแผนและงบประมาณ งานบริหารทั่วไป งานบริหารกจิ การนักเรยี น งานบรหิ ารบคุ ลากร
แผนภูมิโครงสรา ง การบริหารงานโรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลัยราชภัฏภเู กต็ ฝายปฐมวยั
นางสาวกมลวรรณ มากตดุ นางสาวกชกร โนนนอ ย นางสาวภัคธีตา ประทปี ณ ถลาง
[email protected] [email protected] [email protected]
0658473454
091-7252898 0831027967
นางสาวเวทนิ ี เทพเสรมิ นางสาวอศุ บิ า อินนุรกั ษ นางสาวสุนิสา บุญเพลิง
[email protected] [email protected] [email protected]
083-6504707 0815678126 0897819705
นางสาววรางคณา เตม็ เปย ม นางสาวอาภัสสา หาหาบ นางสาวอารติ า รามรัตน
[email protected] [email protected] [email protected]
0806923654
062-0615622 0918234024
นางสาวนรู ไอนี เจะมะ นางสาวอนุสรณ จันทรแดง นางสาวอมติ รา ศริ ิ
[email protected] [email protected] [email protected]
0800375251 0989359531 0968097130
นางสาวกาญจนาพร เดชฤกษปาน นางสาวสวนยี ธยิ ะภมู ิ [email protected]
[email protected] [email protected]
0831818711 0822738436
แผนภมู ิโครงสราง การบริหารงานโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลยั ราชภฏั ภูเก็ต ฝา ยประถมศึกษา
วาทีร่ .ตหญิงนนทลี ขวัญดี นางผอ งศรี ตันตวิ ทิ นางสาวสุวรรณธนา แยมจันทร
[email protected] [email protected]
089-7266155
083-3899619
นางประเพญ็ ตันจำรูญ นางสาวนาถนภา ขันทท อง นางสาวยวุ ธิดา ขนั ภกั ดี
[email protected] [email protected] [email protected]
089-650-9040 086-9415717 084-447829
นางสาวภทั ราพร บัวทอง นายสพุ จน สทุ ธิปญญาปกรณ นางจริยา ธนะสงั ข
[email protected] [email protected] [email protected]
เบอรโทรศัพท 089031714 099-2150420 0613642614
นายชนิ ธิป สวัสดว์ิ ิทยากุล นางเกยรู ไพโรจน นางสาวพรพนา ทองศักด์ิ
[email protected] [email protected] [email protected]
เบอรโทร. 0997454793
087-8857758 061-2289888
นางสาวกรวิกา ยอดวงคษา นายสิทธิโชค จิโรจนก ุล นางสาวสุนันทา แซเ อี๋ยว
[email protected] [email protected]
099-6832128 0620676072
นางสาวจรญิ ญา ลาวเพช็ ร นายอาทติ ย ถน่ิ ปกาสยั นางสาวสุทริษา รอดบตุ ร
[email protected] [email protected]
098-0284839 093-616813
นางสาวชนติ า มณศี รี นายพรี ศักดิ์ ศิรสิ วัสดิ์ นางสาวศศธิ ร ดวงจนั ทร
[email protected] [email protected] [email protected]
098-0102295 082-2833345 083-3889493
แผนภูมิโครงสรา ง การบริหารงานโรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู ก็ต ฝายมัธยมศกึ ษา
นางสาววิลาวรรณ กลน่ิ นอ ย นางสาวอรอนงค เพชรพรหม นางสาวณัฐพร เสรบี ตุ ร
[email protected] [email protected] [email protected]
082-8004497 087-5702480 083-5626241
นางสาวชุตกิ าญจน พมุ พระคณุ นางสาวทัศนีย บญุ ภา นายลัญชกร เขมะไชยเวช
[email protected] [email protected] [email protected]
087-4662239 092-9512759 080-6107341
นางสาวชนษิ ฎา แซปง นางสาววิลาวรรณ กล่ินนอ ย นางสาวชนสิ รา ชลู กั ษณ
[email protected] [email protected] [email protected]
092-1292939 082-8004497 087-3872587
นายสมทดั สัตยจ ิต นายชวนฐั คำนงึ ศกั ดิ์ นางสาวสุธัญญา แซหงอ
[email protected] [email protected] [email protected]
082-8004497 096-6463322 091-5235970
นางสาวปวีณา ภกั ดี Mr.Brandon Ayres นางสาวนิตยา เดชอารัญ
[email protected] [email protected] [email protected]
063-0593021 095-0367893 088-7526969
ระเบยี บการวดั และประเมนิ ผล ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็
1 หลกั การในการประเมนิ ผลการเรยี น
ขอ 1 การประเมนิ ผลการเรยี นใหเ ปน ไปตามหลกั การ ตอ ไปน้ี
1.1 สถานศกึ ษาเปน ผรู บั ผดิ ชอบการประเมนิ ผลการเรยี นของผเู รยี นโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการบรหิ ารหลกั สตู รและวชิ าการ
1.2 การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นตอ งสอดคลอ งและครอบคลมุ มาตรฐานการศกึ ษาทก่ี ำหนดในหลกั สตู รสถานศกึ ษา
1.3 การประเมนิ ผลการเรียนตองประกอบดว ย การประเมนิ เพ่ือปรบั ปรุงพฒั นาผูเรยี น การจัดการเรยี นการสอน
และการประเมินเพ่อื ตดั สนิ ผลการเรยี น
1.4 การประเมินผลเปน สว นหน่ึงของกระบวนการจดั การเรยี นการสอนตองดำเนนิ การดวยวธิ ี ทหี่ ลากหลายเหมาะสม
กับสง่ิ ทต่ี อ งการวัดธรรมชาตขิ องวชิ า และระดบั ชน้ั ของผเู รยี น
1.5 ใหม กี ารประเมนิ ความสามารถของผเู รยี นในดา นการอา น คดิ วเิ คราะหแ ละเขยี น ในแตล ะระดบั ชน้ั
1.6 ใหม กี ารประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข องผเูรยี นในแตล ะระดบั ชน้ั
1.7 ใหม กี ารประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผเูรยี นของผเู รยี นในแตล ะระดบั ชน้ั
1.8 ใหม กี ารประเมนิ คณุ ภาพของผเู รยี นในระดบั ชาติ
1.9 เปด โอกาสใหผเู รยี นสามารถตรวจสอบผลการประเมนิ ผลการเรยี นได
1.10 ใหม กี ารเทยี บโอนผลการเรยี นระหวา งสถานศกึ ษาและรปู แบบการศกึ ษาตา ง ๆ
2 วธิ กี ารประเมนิ ผลการเรยี น
ขอ 2 วธิ กี ารประเมนิ ผลการเรยี น
การวัดและประเมินผลการเรียนเปนกระบวนการที่ใหผูสอนพัฒนาคุณภาพผูเรียน เพื่อใหไดขอมูล สารสนเทศที่แสดง
พัฒนาการความกา วหนา ตลอดจนความสำเรจ็ ทางการเรยี น ของผเู รยี นใหม กี ารประเมนิ เพอ่ื ปรบั ปรงุ ผลการเรยี นมากกวา ตดั สนิ ผลการเรยี น
ประกอบดว ย
2.1 การวดั และประเมนิ ผลระดบั ช้นั เรียนเปนการวดั ความกาวหนา ทั้งทางดา นความรู ทักษะกระบวนการ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
และคานยิ มอนั พงึ ประสงค
2.2 การประเมนิ ผลระดับสถานศกึ ษาเพ่อื ตรวจสอบความกา วหนา เปน การเรยี นรูรายป/รายภาค ของสถานศึกษาสำหรับนาํ
ขอ มลู ที่ไดแนวทางในการปรับปรงุ และพัฒนาการเรยี น การสอนและคณุ ภาพ ของผเู รยี นใหเ ปนไปตามมาตรฐานการเรยี นรูรวม
ทง้ั พิจารณาการตัดสิน เลอื่ นช้นั
2.3 การประเมนิ เพอื่ ตดั สนิ ผลการเรยี นเปน การประเมินเพ่ือสรปุ ความสำเร็จในการ เรียนรขู องผูเ รียน ในการจบหลักสตู ร
สถานศึกษาในระดับตา งๆ ซ่งึ ทำใหผ เู รียนไดร บั การรับรอง ความรแู ละวุฒิการศึกษาจากสถานศกึ ษา
2.4 การประเมนิ ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นระดบั ชาติ เปน การประเมนิ ดว ยแบบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น ทเ่ี ปน มาตรฐานระดบั ชาติ
เพอ่ื ตรวจสอบคณุ ภาพการศกึ ษาของสถานศกึ ษาและคณุ ภาพการศกึ ษาของชาตสิ ำหรบั นาํ ผลการประเมนิ ไปวางแผนดำเนนิ การ ปรบั ปรงุ แกไ ข
และพัฒนาการศกึ ษาใหไดม าตรฐาน
3 แนวดำเนนิ การประเมนิ ผลการเรยี น
ขอ 3 แนวดำเนินการประเมินผลการเรยี นของสถานศกึ ษา
เพอ่ื ใหก ารวดั และประเมนิ ผลการเรยี นของสถานศกึ ษาสอดคลอ งกบั หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 มกี ารดำเนนิ การ
ตามหลกั การกำกบั กระจายอำนาจมกี ารประเมนิ ผเูรยี นตามหลกั การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นมกี ารตรวจสอบและกำกบั ตดิ ตามประเมนิ คณุ ภาพการประเมนิ ผล
การเรียนอยา งมรี ะบบและมีประสทิ ธิภาพจึงกำหนดแนว ดำเนนิ การวัดและประเมินผลการเรียนของสถานศกึ ษา ดงั นี้
3.1 สถานศึกษาโดยคณะกรรมการบริหารหลกั สตู รและวิชาการของสถานศึกษา กำหนดรปู แบบ ระบบและระเบียบประเมิน
ผลของสถานศึกษา เพอ่ื ใชเปนแนวปฏบิ ัติในการประเมนิ ผลการเรยี นของสถานศกึ ษา
3.2 กลมุ สาระการเรยี นรแู ตล ะกลมุ สาระการเรยี นรกู ำหนดตวั ชว้ี ดั ผลการเรยี นรรู ายป/ รายภาคของ กลมุ สาระการเรยี นรโู ดยวเิ คราะห
จากมาตรฐานการเรยี นรู เพ่อื ใชเ ปน เปาหมายในการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู รายป / รายภาค
3.3 คณะอนกุ รรมการระดบั กลมุ สาระการเรียนรใู หความเห็นชอบรปู แบบ วธิ กี าร เครื่องมือของ การประเมินผลและ
การตัดสนิ ผลการประเมินผลการเรยี นรายวชิ าของผูสอน
3.4 ผสู อนจดั การเรยี นการสอน ตรวจสอบพฒั นาการของผเูรยี น และประเมนิ สรปุ ผลสมั ฤทธข์ิ องผเูรยี นดว ยวธิ ที ห่ี ลากหลายตามสภาพจรงิ
3.5 คณะกรรมการวิชาการและอาจารยป ระจำช้นั /อาจารยท ่ีปรึกษา ประชุมอนุมตั ิ ตดั สนิ ผลการเรียนรายป
3.6 หัวหนา สถานศกึ ษาอนุมตั ิผลการเรยี นรายป/ รายภาค
3.7 สถานศกึ ษาจัดทำรายงานผลการดำเนินการประเมินผลการเรียนประจำปโ ดยความเห็นชอบของฝา ยวิชาการ
4 การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู
ขอ 4 การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นในดา นตา ง ๆ ประกอบดว ย
4.1 การประเมนิ ผลการเรยี นรตู ามกลมุ สาระการเรยี นรทู ง้ั 8 กลมุ ใหถ อื ปฏบิ ตั ดิ งั น้ี
4.1.1 แจง ผเู รยี นทราบถงึ ตวั ชว้ี ดั ผลการเรยี นรรู ายป/ รายภาค วธิ กี ารประเมนิ ผล การเรยี น เกณฑก ารผา นตวั ชว้ี ดั ผลการ
เรยี นรแู ละเกณฑข น้ั ตำ่ ของการผา นรายวชิ ากอ นสอนในรายวชิ านน้ั
4.1.2 ตวั ชว้ี ดั ผลการเรยี นรรู ายป/ รายภาคตอ งครอบคลมุ พฤตกิ รรมดา นความรู ทกั ษะ กระบวนการ และคา นยิ มอนั พงึ
ประสงคจ ากการรว มกจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.1.3 ประเมนิ ผลกอ นเรยี น เพอ่ื ประเมนิ ความพรอ มและพน้ื ฐานของผเูรยี นและประเมนิ ความรอบรใู นเรอ่ื งทเ่ีรยี นกอ นการเรยี น
4.1.4 วดั และประเมนิ ผลการเรยี นระหวา งเรยี นดว ยวธิ กี ารทห่ี ลากหลายเพอ่ื มงุ ตรวจสอบพฒั นาการของผเูรยี นวา บรรลตุ ามตวั ชว้ี ดั
ผลการเรยี นรใู นการสอนตามแผนการจดั การเรยี นรทู ค่ี รผู สู อนไดว างแผนไวห รอื ไม และนาํ ผลทไ่ี ดจ ากการประเมนิ ไปปรบั ปรงุ แกไ ขขอ บกพรอ งของ
ผเู รยี นและสง เสรมิ ผเูรยี นทม่ี คี วามรู ความสามารถ ใหเ กดิ พฒั นาการสงู สดุ ตามศกั ยภาพ
4.1.5 วดั และประเมนิ ผลเพอ่ื สรปุ ผลการเรยี น มงุ ตรวจสอบความสำเรจ็ ของผเูรยี นเมอ่ื ผา นการเรยี นรใูนชว งหนง่ึ หรอื สน้ิ สดุ การเรยี นรายวชิ า
การวดั และประเมนิ ผลเพอ่ื สรปุ ผลการเรยี นประกอบดว ย
1. วดั ผลและประเมนิ ผลหลงั เรยี นในเรอ่ื งทเ่ี รยี นจบแลว เพอ่ื ตรวจสอบวา ผเูรยี นเกดิ การเรยี นรตู ามตวั ชว้ี ดั ผลการเรยี นหรอื ไม
ถาไดคะแนนไมถึงรอ ยละ 50 ของผลการเรยี นรูนั้นใหซอมเสรมิ ใหผ านกอ นสอบปลายภาค หรือปลายป
2. วดั ผลและประเมนิ ผลการเรยี นปลายปห รอื ปลายภาคเพอ่ื ตรวจสอบผลสมั ฤทธข์ิ องผเู รยี นในการเรยี นรายวชิ าตา ง ๆ
ตามตวั ชว้ี ดั ผลการเรยี นรายป หรอื รายภาค และเพอ่ื ใชเ ปน ขอ มลู สำหรบั ปรบั ปรงุ แกไ ข ซอ มเสรมิ ผเู รยี นทไ่ี มผ า นการประเมนิ ผลการเรียนรู
รายวชิ าดว ยวิธกี ารและเคร่ืองมือการประเมนิ ท่ีหลากหลาย
4.1.6 การตดั สนิ ผลการเรยี นโดยนาํ คะแนนการประเมนิ ผลระหวา งเรยี นรวมกบั คะแนนการประเมนิ ผลปลายป/ ปลายภาค
ตามอตั ราสว นทแ่ี ตล ะกลมุ สาระการเรยี นรกู ำหนด โดยใหน ำ้ หนกั ความสำคญั ของ การประเมนิ ระหวา งเรยี นมากกวา การประเมนิ
ตอนปลายป/ปลายภาค แลว นำมาเปลย่ี นเปน ระดับผลการเรียน
ชวงคะแนนรอยละ ระดับผลการเรียน ความหมาย
80 -100 4.0 ดีมาก
75 – 79 3.5
70 – 74 3.0 คอนขางดีมาก
65 – 59 2.5 ดี
60 – 64 2.0
55 - 59 1.5 คอนขางดี
50 - 54 1 พอใช
0 - 49 0
คอนขางพอใช
ผานเกณฑขั้นต่ำ
ต่ำกวาเกณฑขั้นต่ำ
5 การตัดสนิ ผลการเรียน
ขอ 5 การตดั สนิ ผลการเรียน
5.1 การตดั สินผลการเรียนกลุมสาระการเรียนรทู ั้ง 8 กลุม ใหถ อื ปฏบิ ัตดิ ังน้ี
5.1.1 พจิ ารณาตัดสินผลการเรยี นเปน รายวิชา
5.1.2 พิจารณาตดั สนิ ผเู รยี นใหไดห นว ยกิตในแตละรายวิชาเฉพาะผูทสี่ อบไดในระดบั ผลการเรยี น 1.0 ถงึ 4.0
5.1.3 วดั ผลการเรยี นปลายป/ ปลายภาค เฉพาะผทู ม่ี เี วลาเรยี นตลอดปห รอื ตลอดภาคไมน อ ยกวา รอ ยละ 80 ของเวลาเรยี น
ทง้ั หมดในรายวชิ านน้ั สำหรบั ผทู ม่ี เี วลาเรยี นไมถ งึ รอ ยละ 80 ใหย น่ื คาํ รอ งขอมสี ทิ ธสิ อบ ทง้ั นใ้ี หข น้ึ อยกู บั ดลุ ยพนิ จิ ของหวั หนา สถานศกึ ษา
5.1.4 ผูเรียนมเี วลาเรยี นไมถึงรอ ยละ 60 ใหม ผี ลการเรียนเปน “มส” และตอ ง ลงเรยี นซ้ำในรายวชิ านั้น
5.1.5 ผูเรียนไมผา นเกณฑข ้นั ต่ำตามทโ่ี รงเรยี นกำหนดไวใ หไดระดับผลการเรียนเปน “0”
5.1.6 ผเู รียนที่ทุจริตในการสอบหรอื ทจุ ริตในงานท่มี อบหมายในรายวชิ าใด คร้งั ใดก็ตามใหไ ดคะแนน “0” ในครง้ั น้นั
5.1.7 ผูเ รยี นทีไ่ มไดรบั การวัดผลปลายป/ ปลายภาคเพราะเหตสุ ุดวสิ ยั ทท่ี ำใหไมส ามารถประเมินไดใหม ีผลการเรยี น
เปน “ร” ทั้งน้ีใหอยใู นดลุ ยพินจิ ของหัวหนา สถานศกึ ษา
5.2 ผเู รยี นทเ่ี ขา รว มกจิ กรรมพฒั นาผเู รยี นโดยผา นเกณฑก ารประเมนิ ใหไ ดผ ลการเรยี นเปน “ผา น” (ผ) ถา ไมผ า นเกณฑก ารประเมนิ
ใหไ ดผ ลการเรียนเปน “ไมผา น” (มผ)
5.3 ผเู รยี นทไี่ ดรบั การตดั สนิ ผลการประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค โดยผานเกณฑท ่ีสถานศึกษากำหนดในระดับใด
ใหม ผี ลการประเมนิ เปน ไปตามเกณฑน น้ั และถา มพี ฤตกิ รรมไมผ า นเกณฑต ามทส่ี ถานศกึ ษากำหนดใหไดร บั ผลการประเมนิ เปน “ไมผ า น”
5.4 ผูเรยี นไดรับการตัดสนิ การประเมนิ การอา น คดิ วิเคราะห และเขยี นโดยถา ผา นเกณฑทส่ี ถานศกึ ษากำหนดในระดบั ใด
ใหมผี ลการประเมินเปนไปตามเกณฑน ั้นและถา มีไมผ านเกณฑตามท่สี ถานศึกษากำหนดใหไดร บั ผลการประเมินเปน “ไมผาน”
5.5 การตดั สนิ ผลการเรยี นระดบั ประถมศกึ ษา หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ตามหลกั สตู รของโรงเรยี น)
ไดกำหนดโครงสรา งเวลาเรยี น มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ชี้วัด การอาน คดิ วเิ คราะหและเขยี นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
และกจิ กรรมพฒั นาผูเรียนทีส่ ถานศกึ ษาตอ งจดั ใหผเู รียนเกิดการเรยี นรู มีคุณภาพ เตม็ ตามศกั ยภาพและใหส ถานศกึ ษากำหนด
หลกั เกณฑการวดั และประเมินผลการเรยี นรูเพอื่ ตดั สนิ ผล การเรยี นของผูเรยี น ดังนี้
1) ผเู รียนตอ งมเี วลาเรียนไมนอยกวารอยละ 80 ของเวลาเรยี นทง้ั หมด
2) ผูเรยี นตอ งไดร บั การประเมนิ ทกุ ตัวชวี้ ดั และมีผลการประเมนิ ผา นไมน อยกวารอ ยละ 50
3) ผเู รยี นตองผานเกณฑการประเมนิ การอาน คิด วเิ คราะหแ ละเขยี น
4) ผูเ รยี นตอ งผานเกณฑก ารประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
5) ผเู รยี นตอ งผานเกณฑก ารประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น
5.6 การตัดสินผลการเรยี นระดับมธั ยมศกึ ษา การตัดสนิ ผลการเรียนในระดบั มัธยมศึกษามีการตัดสินในหลายลกั ษณะคือ
การผานรายวชิ ากำหนดเปน ภาคเรยี น การเลอื่ นชัน้ ปก ำหนดเปนปการศึกษาและการจบระดับช้นั กำหนดเปนระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน
และระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หลักเกณฑก ารวัดและประเมนิ ผลการเรียนรเู พื่อตัดสินผลการเรยี นของผูเ รยี นตามหลักสตู รแกนกลาง
การศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 มดี งั น้ี
1) ตดั สนิ ผลการเรยี นเปน รายวชิ า ผเูรยี นตอ งมเี วลาเรยี นตลอดภาคเรยี นไมน อ ยกวา รอ ยละ 80 ของเวลาเรยี นทง้ั หมดในรายวชิ านน้ั ๆ
2) ผเู รียนตอ งไดร บั การตดั สนิ ผลการเรยี นทุกรายวิชา
3) ผเู รยี นตองผานเกณฑการประเมินการอา น คดิ วเิ คราะห และเขียน
4) ผเู รียนตอ งผา นเกณฑก ารประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
5) ผเู รียนตอ งผา นเกณฑการประเมินกจิ กรรมพฒั นาผูเรยี น
6 การเปล่ียนผลการเรยี น
ขอ 6 ผลการเรียนที่มเี งื่อนไข
ผลการเรยี นท่ีมีเงือ่ นไข ไดแก ไมมีสทิ ธิ์เขารบั การประเมินผลปลายภาคในรายวิชา และรอการตัดสนิ ใหใชต วั อักษรระบเุ งอื่ นไข
แสดงผลการเรียน ประกอบดวย
1) ตวั อกั ษรแสดงผลการเรยี นแตล ะรายวชิ าใน 8 กลมุ สาระการเรยี นรู “มส” หมายถงึ ไมม สี ทิ ธเิ ขา รบั การประเมนิ ผลปลายภาคเรยี น
โดยผเู รยี นทม่ี เี วลาเรียนไมถงึ รอยละ 80 ของเวลาเรียนในแตล ะรายวิชาและไมไ ดร ับการผอนผันใหเขา รับการวัดผลปลายภาคเรียน “ร”
หมายถงึ รอการตดั สนิ และยงั ตดั สนิ ไมไ ดโ ดยผเู รยี นไมม ขี อ มลู ผลการเรยี นรายวชิ านน้ั ครบถว น เชน ไมไ ดว ดั ผลกลางภาคเรยี น/ปลายภาคเรยี น
ไมไ ดส ง งานทไ่ี ดร บั มอบหมายใหท ำซง่ึ งานนน้ั เปน สว นหนง่ึ ของ การตดั สนิ ผลการเรยี น หรอื มเี หตสุ ดุ วสิ ยั ทท่ี ำใหป ระเมนิ ผลการเรยี นไมไ ด
2) ตวั อกั ษรแสดงผลการเขา รว มกจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น “ผ” หมายถงึ ผา นเกณฑท ส่ี ถานศกึ ษากำหนด “มผ” หมายถงึ ไมผ า นเกณฑ
ที่สถานศึกษากำหนด
6.1 การเปลย่ี นผลการเรยี น “0” สถานศกึ ษาจดั ใหม กี ารสอนซอ มเสรมิ ในตวั ชว้ี ดั ทผ่ี เู รยี นสอบไมผ า นกอ นแลว จงึ สอบแกต วั ให
และใหสอบแกตัวไดไมเกิน 2 ครั้ง ทั้งนี้ตองดำเนินการใหเสร็จสิ้นภายในปการศึกษานั้น ถาผูเรียนไมดำเนินการสอบแกตัวตามระยะ
เวลาที่กำหนดไวนี้ใหอยูในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะพิจารณาขยายเวลาออกไปอีกไมเกิน 1 ภาคเรียน ถาสอบแกตัว 2 ครั้ง
แลว ยงั ไดร ะดบั ผลการเรยี น “0” อกี ใหส ถานศกึ ษาแตง ตง้ั คณะกรรมการ (หลกั สตู รหรอื วชิ าการ) ดำเนนิ การเกย่ี วกบั การแกผ ลการเรยี น
ของผเู รยี นโดย ปฏบิ ัติดงั นี้
1) ใหเรยี นซำ้ รายวิชาถา เปนรายวิชาพ้นื ฐาน
2) ใหเ รียนซำ้ หรือเปลย่ี นรายวิชาเรียนใหม ถาเปนรายวิชาเพิม่ เติมโดยใหอยใู นดุลยพินิจของสถานศกึ ษา ในกรณที ่ี
เปลย่ี นรายวชิ าเรยี นใหมใหห มายเหตใุ นระเบยี นแสดงผลการเรียนวาเรยี นแทนรายวชิ าใด
6.2 การเปลีย่ นผลการเรยี น “ร” การเปลี่ยนผลการเรยี น “ร” มี 2 กรณี ดงั นี้
1. มเี หตสุ ดุ วสิ ยั ทำใหป ระเมนิ ผลการเรยี นไมไ ด เชน เจบ็ ปว ยเมอ่ื ผเู รยี นไดเ ขา สอบหรอื สง ผลงานทต่ี ดิ คา งอยเู สรจ็ เรยี บรอ ย
หรือแกปญหาเสร็จสน้ิ แลว ใหไดร ะดบั ผลการเรียนตามปกติ (ตั้งแต 0 - 4)
2. ถาสถานศึกษาพิจารณาแลวเห็นวาไมใชเหตุสุดวิสัย เมื่อผูเรียนไดเขาสอบ หรือสงผลงานที่ติดคางอยูเสร็จเรียบรอย
หรอื แกป ญ หาเสรจ็ สน้ิ แลว ใหไ ดร ะดบั ผลการเรยี นไมเ กนิ “1” การเปลย่ี นผลการเรยี น “ร” ใหด ำเนนิ การแกไ ขตามสาเหตใุ หเ สรจ็ สน้ิ ภายใน
ปก ารศกึ ษานน้ั ถา ผเู รยี น ไมม าดำเนนิ การแก “ร” ตามระยะเวลาทก่ี ำหนดไวใ หเ รยี นซำ้ รายวชิ ายกเวน มเี หตสุ ดุ วสิ ยั ใหอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ
ของสถานศึกษาที่จะขยายเวลาการแก “ร” ออกไปอีกไมเกิน 1 ภาคเรียน
แตเ มอ่ื พน กำหนดนแ้ี ลว ใหป ฏบิ ตั ดิ งั น้ี
1) ใหเ รยี นซำ้ รายวชิ า ถา เปน รายวชิ าพน้ื ฐาน
2) ใหเ รยี นซำ้ หรอื เปลย่ี นรายวชิ าเรยี นใหม ถา เปน รายวชิ าเพม่ิ เตมิ โดยใหอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ ของสถานศกึ ษา
ในกรณที เ่ี ปลย่ี นรายวชิ าเรยี นใหมใ หห มายเหตใุ นระเบยี นแสดงผลการเรยี นวา เรยี นแทนรายวชิ าใด
6.3 การเปลย่ี นผลการเรยี น “มส” การเปลย่ี นผลการเรยี น “มส” มี 2 กรณี ดงั น้ี
1) กรณผี เู รยี นไดผ ลการเรยี น “มส” เพราะมเี วลาเรยี นไมถ งึ รอ ยละ 80 แตม เี วลาเรยี นไมน อ ยกวา รอ ยละ 60 ของเวลา
เรยี นทง้ั หมด ใหส ถานศกึ ษาจดั ใหเ รยี นเพม่ิ เตมิ โดยใชช ว่ั โมงสอนซอ มเสรมิ หรอื เวลาวา ง หรอื วนั หยดุ หรอื มอบหมายงานใหท ำจนมเี วลา
เรยี นครบตามทก่ี ำหนดไวส ำหรบั รายวชิ านน้ั แลว จงึ ใหส อบเปน กรณพี เิ ศษ ผลการสอบแก “มส” ใหไ ดร ะดบั ผลการเรยี นไมเ กนิ “1”
การแก “มส” กรณนี ใ้ี หก ระทำใหเ สรจ็ สน้ิ ใน ปก ารศกึ ษานน้ั ถา ผเู รยี นไมม าดำเนนิ การแก “มส” ตามระยะเวลาทก่ี ำหนดไวน ใ้ี หเ รยี นซำ้
ยกเวน มเี หตสุ ดุ วสิ ยั ใหอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ ของสถานศกึ ษาทจ่ี ะขยายเวลาการแก “มส” ออกไปอกี ไมเ กนิ 1 ภาคเรยี น แตเ มอ่ื พน กำหนดนแ้ี ลว
ใหป ฏบิ ตั ดิ งั น้ี ใหเ รยี นซำ้ รายวชิ าถา เปน รายวชิ าพน้ื ฐานใหเ รยี นซำ้ หรอื เปลย่ี นรายวชิ าเรยี นใหม ถา เปน รายวชิ าเพม่ิ เตมิ โดยใหอยใู นดลุ ยพนิ จิ
ของสถานศกึ ษา
2) กรณผี เู รยี นไดผ ลการเรยี น “มส” และมเี วลาเรยี นนอ ยกวา รอ ยละ 60 ของเวลาเรยี นทง้ั หมด ใหส ถานศกึ ษาจดั ใหเ รยี น
ซำ้ ในรายวชิ าพน้ื ฐานและรายวชิ าเพม่ิ เตมิ หรอื เปลย่ี นรายวชิ าใหมไ ดส ำหรบั รายวชิ าเพม่ิ เตมิ เทา นน้ั ในกรณที เ่ี ปลย่ี นรายวชิ าเรยี นใหม
ใหห มายเหตใุ นระเบยี นแสดงผลการเรยี นวา เรยี นแทนรายวชิ าใด ในกรณภี าคเรยี นท่ี 2 หากผเู รยี นยงั มผี ลการเรยี น “0” “ร” “มส”
ใหด ำเนนิ การใหเ สรจ็ สน้ิ กอ นเปด เรยี นปก ารศกึ ษาถดั ไป สถานศกึ ษาอาจเปด การเรยี นการสอนในภาคฤดรู อ นเพอ่ื แกไ ขผลการเรยี นของผเู รยี นได
6.4 การเปลย่ี นผลการเรยี น “มผ” หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานพทุ ธศกั ราช 2551 กำหนดใหผ เู รยี นเขา รว มกจิ กรรม
พฒั นาผเู รยี น 3 กจิ กรรม ไดแ ก
1) กจิ กรรมแนะแนว
2) กจิ กรรมนกั เรยี น ซง่ึ ประกอบดว ย กจิ กรรมลกู เสอื เนตรนารี หรอื นกั ศกึ ษาวชิ าทหาร และเลอื กเขา รว มกจิ กรรม
ชมุ นมุ หรอื ชมรม
3) กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชนใ นกรณที ผ่ี เู รยี นไดผ ลการเรยี น “มผ” สถานศกึ ษาตอ งจดั ซอ มเสรมิ ใหผ เู รยี น
ทำกจิ กรรมจนครบตามเวลาทก่ี ำหนด หรอื ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเพอ่ื พฒั นาคณุ ลกั ษณะทต่ี อ งปรบั ปรงุ แกไ ข แลว จงึ เปลย่ี นผลการเรยี นจาก “มผ”
เปน “ผ” ทง้ั นด้ี ำเนนิ การใหเ สรจ็ สน้ิ ภายในปก ารศกึ ษานน้ั ยกเวน มเี หตสุ ดุ วสิ ยั ใหอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ ของสถานศกึ ษา
7 การเลอ่ื นระดบั ชน้ั
ขอ 7 การเลอ่ื นระดบั ชน้ั
7.1 ระดบั ประถมศกึ ษาสถานศกึ ษากำหนดเกณฑก ารเลอ่ื นชน้ั โดยพจิ ารณาใหส อดคลอ งกบั เกณฑก ารตดั สนิ ผลการเรยี น
ตลอดจนกำหนดเกณฑเ กย่ี วกบั การผา นตวั ชว้ี ดั ใหช ดั เจนและประกาศใหท ราบทว่ั กนั โรงเรยี นสามารถกำหนดเกณฑก ารเลอ่ื นชน้ั ได ดงั น้ี
1) ผเู รยี นตอ งมเี วลาเรยี นตลอดปก ารศกึ ษาไมน อ ยกวา รอ ยละ 80 ของเวลาเรยี นทง้ั หมด
2) ผเู รยี นตอ งไดร บั การตดั สนิ ผลการเรยี นผา นทกุ รายวชิ าและรายวชิ าพน้ื ฐานทกุ รายวชิ าผา นเกณฑข น้ั ตำ่ ขน้ึ ไป
(คอื ตง้ั แต 1.0 ขน้ึ ไป)
3) ระดบั ผลการเรยี นเฉลย่ี ในปก ารศกึ ษานน้ั ไดไ มต ำ่ กวา 1.00
4) ผเู รยี นตอ งผา นเกณฑก ารประเมนิ การอา น คดิ วเิ คราะห และเขยี น
5) ผเู รยี นตอ งผา นเกณฑก ารประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
6) ผเู รยี นตอ งผา นเกณฑก ารประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี นทกุ กจิ กรรม การพจิ ารณาเลอ่ื นชน้ั ถา ผเู รยี นมขี อ บกพรอ งเพยี งบางตวั ชว้ี ดั
ซง่ึ สถานศกึ ษา พจิ ารณาเหน็ วา สามารถพฒั นาและสอนซอ มเสรมิ ไดก ใ็ หอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ ของอาจารยใ หญท จ่ี ะผอ นผนั ใหเ ลอ่ื นชน้ั ได
ในกรณที ผ่ี เู รยี นมสี ตปิ ญ ญา และความสามารถดเี ลศิ สามารถเรยี นรไู ดเ รว็ เปน พเิ ศษ โรงเรยี นอาจใหโ อกาสผเู รยี นเลอ่ื นชน้ั ระหวา งปก ารศกึ ษา
โดยโรงเรยี นแตง ตง้ั คณะกรรมการประกอบดว ย คณะกรรมการวชิ าการและผแู ทนของเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาหรอื ตน สงั กดั อยา งนอ ย 1 คน
เม่ือผเู รยี นมีคณุ สมบตั ิครบถว นตามเง่ือนไขทง้ั 3 ประการ ตอไปน้ี
1. มผี ลการเรียนปการศึกษาทผ่ี านมาและมผี ลการเรียนระหวางปอยูในเกณฑด เี ย่ียม
2. มวี ฒุ ิภาวะเหมาะสมทีจ่ ะเรียนในช้ันที่สงู ขึ้น
3. ผา นการประเมนิ ผลความรูค วามสามารถตามตวั ชว้ี ดั รายปท งั้ หมดในภาคเรียนท่ี 2 ปปจ จบุ นั และภาคเรียนท่ี 1
ของปก ารศกึ ษาถดั ไปการอนมุ ตั ใิ หเ ลอ่ื นไปเรยี นชน้ั สงู ได 1 ระดบั ชน้ั น้ี ตอ งไดร บั การยนิ ยอมจาก นกั เรยี นและผปู กครองและตอ งดำเนนิ การ
ใหเ สร็จสนิ้ ภายในวันที่ 1 กนั ยายนของปก ารศึกษานั้น
7.2 ระดบั มัธยมศึกษา
การตดั สนิ ผลการเรยี นในระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน และระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย มหี ลกั เกณฑก ารวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู
เพอ่ื ตัดสนิ ผลการเรยี นของผเู รียนตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ดังนี้
1) การตดั สนิ ผลการเรยี นเปน รายวชิ าผเู รยี นตอ งมเี วลาเรยี นตลอดภาคเรยี นไมน อ ยกวา รอ ยละ 80 ของเวลาเรยี นทง้ั หมด
ในรายวชิ านน้ั ๆ
2) รายวชิ าพื้นฐานไดร บั การตัดสนิ ผลการเรยี นผานทุกรายวิชา ตั้งแตผา นเกณฑขน้ั ต่ำขึน้ ไป (คือต้ังแต1 .0 ขึน้ ไป)
3) รายวชิ าเพมิ่ เตมิ ไดร บั การตดสั นิ ผลการเรยี น
4) ระดับผลการเรียนเฉลีย่ ในปการศึกษานั้นไดไมต ำ่ กวา 1.00
5) ผูเ รยี นตอ งผานเกณฑการประเมินการอาน คิด วิเคราะห และเขยี น
6) ผูเรียนตองผานเกณฑการประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
7) ผูเรียนตองผา นเกณฑการประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผเู รยี น
8) ผเู รยี นโครงการจดั การเรยี นการสอนหลกั สูตรกระทรวงศกึ ษาธกิ ารเปน ภาษาอังกฤษ (English Program)
ตอ งไดผ ลการเรยี นภาษาวชิ าตา งประเทศตง้ั แต 2.00 ขน้ึ ไป การพจิ ารณาเลอ่ื นชน้ั ถา ผเู รยี นมขี อ บกพรอ งเพยี งบางตวั ชว้ี ดั ซง่ึ โรงเรยี นพจิ ารณา
เหน็ วา สามารถพฒั นาและสอนซอ มเสรมิ ได กใ็ หอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ ของอาจารยใหญท จ่ี ะผอ นผนั ใหเ ลอ่ื นชน้ั ไดท ง้ั นร้ี ายวชิ าใดทไ่ี มผ า นเกณฑ
การประเมนิ สถานศึกษาสามารถ ซอมเสริมผูเรียนใหไ ดร ับการแกไ ขในภาคเรยี นถัดไป
8 การเรยี นซำ้ และการสอนซอ มเสรมิ
ขอ 8 การเรียนซ้ำและการสอนซอมเสรมิ
8.1 การเรียนซำ้ สถานศึกษาจะจดั ใหผ เู รยี นเรยี นซำ้ ใน 2 กรณี ดงั นี้
กรณที ่ี 1 การเรยี นซำ้ รายวชิ า หากผเูรยี นไดร บั การสอนซอ มเสรมิ และสอบแกต วั 2 ครง้ั แลว ไมผ า นเกณฑก ารประเมนิ ใหเ รยี นซำ้ รายวชิ านน้ั
ทัง้ น้ี ใหอ ยูในดุลยพินจิ ของสถานศึกษาในการจดั ใหเรียนซ้ำในชวงใด ชวงหนึ่งท่สี ถานศึกษาเห็นวาเหมาะสม เชน พกั กลางวัน วนั หยุด
ชว่ั โมงวา งหลงั เลกิ เรียน ภาคฤดูรอน เปน ตน
กรณที ่ี 2 การเรยี นซำ้ ชน้ั มี 2 ลักษณะ คอื
1) ผเูรยี นมรี ะดบั ผลการเรยี นเฉลย่ี ในปก ารศกึ ษานน้ั ตำ่ กวา 1.00 และมแี นวโนม วา จะเปน ปญ หา ตอ การเรยี นในระดบั ชน้ั ทส่ี งู ขน้ึ
2) ผเู รยี นมผี ลการเรียน 0 , ร , มส เกนิ ครง่ึ หนึง่ ของรายวชิ าทล่ี งทะเบยี นเรียนในปการศกึ ษาน้นั
ทง้ั น้ี หากเกดิ ลกั ษณะใดลกั ษณะหนง่ึ หรอื ทง้ั 2 ลกั ษณะ ใหส ถานศกึ ษาแตง ตง้ั คณะกรรมการพจิ ารณา หากเหน็ วา ไมม เี หตผุ ล
อันสมควรก็ใหซ ำ้ ชั้นโดยยกเลิกผลการเรยี นเดมิ และใหใชผลการเรียนใหมแทน หากพิจารณาแลว ไมตอ งเรียนซ้ำชัน้ ใหอยูในดลุ ยพินิจ
ของสถานศึกษา ในการแกไ ขผลการเรียน การเรียนซำ้ โรงเรียนใหด ำเนินการดังน้ี
การลงทะเบยี นเรยี นผเู รยี นสามารถลงทะเบยี นเรยี นไดไ มเ กนิ 7 หนว ยกติ ใหค ดิ เวลาเรยี น 1 หนว ยกติ ตอ การเรยี น 40 ชว่ั โมง
การตัดสินผลการเรียนใหเ ปนไปตามระเบียบวัดผลในขอท่ี 5.1
8.2 การสอนซอ มเสริม
การสอนซอ มเสรมิ เปน สว นหนง่ึ ของกระบวนการจดั การเรยี นรแู ละเปน การใหโ อกาสแกผ เู รยี นไดม เี วลาเรยี นรสู ง่ิ ตา ง ๆ
เพม่ิ ขน้ึ จนสามารถบรรลตุ ามมาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ชว้ี ดั ทก่ี ำหนดไว การสอนซอ มเสรมิ เปน การสอนกรณพี เิ ศษนอกเหนอื ไปจากการสอน
ตามแผนจัดการเรียนรูปกติ เพ่อื แกไขขอ บกพรอ งทพี่ บในผเู รียนโดยจัดกระบวนการเรียนรทู ีห่ ลากหลาย และคำนงึ ถึงความแตกตาง
ระหวา งบคุ คลของผูเ รียน การสอนซอมเสริมสามารถดำเนินการไดในกรณีดงั ตอไปน้ี
1) ผูเรยี นมีความรู/ทกั ษะพนื้ ฐานไมเ พียงพอท่ีจะศึกษาในแตละรายวชิ าน้นั ควรจัดการสอนซอ มเสรมิ ปรบั ความร/ู
ทกั ษะพืน้ ฐาน
2) การประเมนิ ระหวา งเรยี น ผเู รยี นไมส ามารถแสดงความรู ทกั ษะกระบวนการ หรอื เจตคต/ิ คณุ ลกั ษณะทก่ี ำหนดไว
ตามมาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชี้วัด
3) ผลการเรยี นไมถ งึ เกณฑ และ/หรอื ตำ่ กวา เกณฑก ารประเมนิ โดยผเู รยี นไดร ะดบั ผลการเรยี น “0” ตอ งจดั การสอนซอ มเสรมิ
กอนจะใหผเู รยี นสอบแกตัว
4) ผเู รยี นมผี ลการเรยี นไมผ า น สามารถจดั สอนซอ มเสรมิ ในภาคฤดรู อ น ทง้ั นใ้ี หอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ ของ หวั หนา สถานศกึ ษา
9 การจบระดบั ช้ัน
ขอ 9 การจบระดบั ช้นั
9.1 การจบระดบั ประถมศกึ ษา
1) ผเู รยี นเรยี นรายวชิ าพน้ื ฐานและรายวชิ า/กจิ กรรมเพม่ิ เตมิ ตามโครงสรา งเวลาเรยี นทห่ี ลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษา
ขั้นพ้ืนฐานกำหนด
2) ผเู รยี นตอ งมีผลการประเมนิ รายวิชาพนื้ ฐานผานเกณฑการประเมินข้นั ตำ่ ขึน้ ไป (ต้ังแต 1.0ขึ้นไป)
3) ผเู รียนมผี ลการประเมนิ ตัง้ แต “ผาน” ข้นึ ไปในการประเมินการอา น คดิ วิเคราะหแ ละเขียน
4) ผูเรียนมีผลการประเมินตง้ั แต “ผาน” ขึ้นไปในการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
5) ผูเรยี นเขา รว มกจิ กรรมพัฒนาผูเรยี นและมีผลการประเมินเปน “ผา น” ในทุกกิจกรรมของกจิ กรรมพฒั นาผูเรียน
9.2 การจบระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน
1) ผเู รยี นเรยี นรายวชิ าพน้ื ฐานและเพม่ิ เตมิ ไมเ กนิ 81 หนว ยกติ โดยเปน รายวชิ าพน้ื ฐาน 66 หนว ยกติ และรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
ตามทสี่ ถานศกึ ษากำหนด
2) ผูเ รยี นตองไดหนว ยกิตตลอดหลักสูตรไมน อ ยกวา 77 หนว ยกิต โดยแปนรายวชิ าพนื้ ฐาน 66
หนวยกิต และรายวิชาเพิ่มเตมิ ไมนอยกวา 11 หนวยกิต
3) ผเู รยี นมีผลการประเมินต้งั แต “ผา น” ขึ้นไปในการประเมินการอา น คิด วิเคราะหแ ละเขยี น
4) ผูเรียนมผี ลการประเมินตง้ั แต “ผา น” ขึ้นไปในการประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
5) ผเู รียนเขารว มกิจกรรมพฒั นาผเู รียนและมผี ลการประเมนิ เปน “ผา น” ในทุกกจิ กรรมของกิจกรรมพฒั นาผูเ รยี น
6) ผเู รยี นตอ งลงทะเบยี นเรยี นภาษาตา งประเทศท่ี 2 อยา งนอ ย 1 วชิ า และไดร บั การตดั สนิ ผลการเรยี นตง้ั แตเ กณฑข น้ั ตำ่
ขน้ึ ไป (คือตัง้ แต 1.0 ข้ึนไป)
9.3 การจบระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
1) ผเู รยี นเรยี นรายวชิ าพน้ื ฐานและเพม่ิ เตมิ ไมน อ ยกวา 81 หนว ยกติ โดยเปน รายวชิ าพน้ื ฐาน 41 หนว ยกติ และรายวชิ า
เพม่ิ เตมิ ตามทส่ี ถานศกึ ษากำหนด
2) ผเู รยี นตอ งไดห นว ยกติ ตลอดหลกั สตู รไมน อ ยกวา 77 หนว ยกติ โดยเปน รายวชิ าพน้ื ฐาน 41 หนว ยกติ และรายวชิ า
เพม่ิ เตมิ ไมน อ ยกวา 36 หนว ยกติ
3) ผเู รียนมผี ลการประเมนิ ตั้งแต “ผาน” ขึน้ ไปในการประเมินการอา น คดิ วเิ คราะหและเขียน
4) ผูเ รยี นมผี ลการประเมินตง้ั แต “ผา น” ข้นึ ไปในการประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค
5) ผูเรียนเขา รว มกจิ กรรมพฒั นาผเู รียนและมผี ลการประเมนิ เปน “ผา น” ในทุกกจิ กรรมของกจิ กรรมพัฒนาผเู รียน
6) ผเู รียนตองลงทะเบียนเรยี นภาษาตา งประเทศท่ี 2 และไดรบั การตัดสนิ ผลการเรยี นตงั้ แตเกณฑข ้นั ตำ่ ข้ึนไป
(คือตั้งแต 1.0 ขน้ึ ไป)
10 การเทียบโอนผลการเรยี น
ขอ 10 การเทยี บโอนผลการเรียน
สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของนักเรียนที่เรียนรูจากสถานศกึ ษาไดใ นกรณีตาง ๆ ไดแก การยา ยสถานศึกษา
การเปลีย่ นรปู แบบการศึกษา การยา ยหลักสูตร การละท้ิง การศกึ ษาและขอกลบั เขารับการศกึ ษาตอ การศึกษาจากตางประเทศ
และขอเขา ศกึ ษาตอ ในประเทศ นอกจากนย้ี งั สามารถเทยี บโอนความรู ทกั ษะ ประสบการณจ ากแหลง การเรยี นรอู น่ื ๆ เชน สถานประกอบการ
สถาบนั ทางศาสนา สถาบนั การฝก อบรมอาชพี การศึกษาโดยครอบครัว การเทยี บโอนผลการเรยี นควรดำเนนิ การ
ในชวงกอ นเปดภาคเรียนแรกหรือ ตนภาคเรยี นแรกที่สถานศึกษารับผูขอเทยี บโอนเปน นกั เรยี นทง้ั นนี้ ักเรยี นท่ไี ดร ับการเทียบโอน
ผลการเรยี น ตอ งศกึ ษาตอ เนอ่ื ง ในสถานศกึ ษาทร่ี บั เทยี บโอนอยา งนอ ย 1 ภาคเรยี น โดยสถานศกึ ษาทร่ี บั การเทยี บโอน ควรกำหนดรายวชิ า
จำนวนหนว ยกติ ท่จี ะรับเทยี บโอนตามความเหมาะสม การพจิ ารณาการเทยี บโอนสามารถดำเนนิ การได ดงั น้ี
1. พิจารณาจากหลกั ฐานการศึกษา ซ่งึ จะใหข อ มลู ท่ีแสดงความรู ความสามารถของนักเรยี นในดานตา ง ๆ
2. พจิ ารณาจากความรู ประสบการณตรงจากการปฏิบตั จิ รงิ การทดสอบ การสมั ภาษณ เปนตน
3. พจิ ารณาจากความสามารถ และการปฏิบตั จิ ริง
4. ในกรณมี เี หตผุ ลจำเปน ระหวา งเรยี น นกั เรยี นสามารถแจง ความจำนงขอไปศกึ ษา บางรายวชิ า ในสถานศกึ ษา/สถาน
ประกอบการอืน่ แลว นำมาเทียบโอนได โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารหลกั สูตรและวชิ าการของสถานศกึ ษา
5. การเทียบโอนผลการเรียนใหดำเนินการในรปู ของคณะกรรมการการเทยี บโอนจำนวนไมนอ ยกวา 3 คน
แตไ มค วรเกนิ 5 คน
6. การเทียบโอนใหดำเนนิ การดงั นี้
6.1 กรณผี ขู อเทยี บโอนมผี ลการเรยี นมาจากหลกั สตู รอน่ื ใหน าํ รายวชิ าหรอื หนว ยกติ ทม่ี ตี วั ชว้ี ดั /มาตรฐานการเรยี นร/ู ผลการเรยี นรู
ท่ีคาดหวัง/จุดประสงค/ เนอ้ื หาที่สอดคลอ งกนั ไมน อยกวารอยละ 60 มาเทยี บโอนผลการเรยี นและพจิ ารณาใหร ะดับผลการเรียน
ใหสอดคลอ งกับหลักสตู รท่ีรบั เทียบโอน
6.2 กรณกี ารเทยี บโอนความรู ทกั ษะและประสบการณ ใหพ จิ ารณาจากเอกสาร หลกั ฐาน (ถา ม)ี โดยใหม กี ารประเมนิ ดว ยเครอ่ื งมอื
ท่ีหลากหลายและใหร ะดับผลใหส อดคลอ งกับหลกั สูตรท่ีรับเทียบโอน
6.3 กรณกี ารเทยี บโอนทน่ี กั เรยี นเขา โครงการแลกเปลย่ี นตา งประเทศใหด ำเนนิ การตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ ารเรอ่ื งหลกั การ
และแนวปฏิบตั ิการเทยี บช้ันการศึกษา สำหรบั นกั เรียนทีเ่ ขารว มโครงการแลกเปลยี่ น ทั้งนี้วิธีการเทยี บโอนผลการเรยี นใหเ ปน ไป
ตามประกาศของกระทรวงศกึ ษาธิการ และแนวปฏิบัติที่เกีย่ วของ
ระเบยี บโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู ก็ต
วา ดวยการแตงกายนักเรียน พ.ศ. ๒๕๖๔
วาดวยเรื่องการแตงกายของนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เพื่อใหนักเรียนแตงกายถูกตองตามระเบียบ
ของโรงเรยี น ดงั นน้ั อาศยั ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวา ดว ยการลงโทษนกั เรยี นและนกั ศกึ ษา พ.ศ. 2548 ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
วา ดว ยเครอ่ื งแบบนกั เรยี น พ.ศ. 2551 ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวา ดว ยเครอ่ื งแบบนกั เรยี น (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2561 ระเบยี บกระทรวง
ศกึ ษาธกิ ารวา ดว ยการไวท รงผมของนกั เรยี น พ.ศ. 2563 และขอ บงั คบั มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ เรอ่ื งการบรหิ ารจดั การโรงเรยี นสาธติ
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ ท่ี ๑๖ (๖) จงึ ออกประกาศวา ดว ยระเบยี บโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ วา ดว ย
การแตงกายนักเรียน พ.ศ. ๒๕๖๔ ดงั นี้
โรงเรยี นสาธติ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ภเู ก็ต ฝา ยปฐมวยั
1. ชน้ั เตรียมอนุบาล
วนั จนั ทร ชุดนักเรยี น
วันองั คาร ชดุ นักเรียน
วันพธุ ชดุ พละ
วนั พฤหสั บดี ชดุ นักเรียน
วนั ศกุ ร ชุดผาไทย
2. ชัน้ อนุบาล ชุดนักเรียน
วนั จนั ทร ชดุ นกั เรียน
วันอังคาร ชุดพละ
วันพุธ ชุดนกนอ ยผูบำเพญ็ ประโยชน
วันพฤหัสบดี ชุดผาไทย
วนั ศุกร
ระเบยี บโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ ฝา ยปฐมวยั
วา ดว ยการแตง กายนกั เรยี น
3. ชุดนักเรียน
นักเรียนชาย นักเรียนหญิง
- ชุดเสื้อ กางเกง ลายสกอต สีฟาขาว - ชุดกระโปรงลายสกอต สีฟาขาว ติดกระดุมสี
ตัวผาอกตลอดติดกระดุมสีขาว 4 เม็ด คอปกเชิ้ตสีขาว - ขาว 3 เม็ด คอปกบัวสีขาว ปกชื่อ และ
- ปกชื่อ และนามสกุลดวยไหมสีมวงที่หนาอกดานขวา นามสกุลดวยไหมสีมวงที่หนาอกดานขวา
- ปก ตรามหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ ทก่ี ระเปา หนา อกดา นซา ย - ปกตรามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตที่กระเปา
- รองเทานักเรียน สีดำ หนาอกดานซาย
- ถุงเทาสีขาว - รองเทานักเรียน สีดำ ถุงเทาสีขาว
4. ชุดพละนักเรียนชายและนักเรียนหญิง
- ชุดเสื้อสีมวง คอปกสีขาว กางเกงสีขาวแถบลายสีมวง - ปกชื่อ และนามสกุลดวยไหมสีมวงที่หนาอกดานขวา
- ปกตรามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตที่กระเปาหนาอกดานซาย - รองเทาพละ สีขาว ถุงเทาสีขาว
5. ชุดนกนอยผูบำเพ็ญประโยชนของนักเรียนชายและนักเรียนหญิง (วันพฤหัสบดี)
(เฉพาะนักเรียนชั้นอนุบาล 1, อนุบาล 2 และ อนุบาล 3)
- ชุดนักเรียน - หมวกนกนอยผูบำเพ็ญประโยชน
- ผาพันคอนกนอยผูบำเพ็ญประโยชน - รองเทานักเรียนสีดำ
- ถุงเทาสีขาว
6. ชุดการแตงกายดวยผาไทยของนักเรียนชายและนักเรียนหญิง
(วันศุกร)
- ชุดที่ตัดเย็บดวยผาไทย เชน ผาฝาย - ชุดการแตงกายประจำภาคหรือทองถิ่น
- รองเทานักเรียนสีดำ เชน ชุดนายเหมือง ชุดบาบา ชุดยาหยา
- ถุงเทาสีขาว ชุดหมอฮอม ชุดไทย
ระเบยี บโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ ฝา ยประถมศกึ ษา
วา ดว ยการแตง กายนกั เรยี น
1.เครอ่ื งแบบนกั เรยี น
1.1 นกั เรยี นชาย
1.1.1 เสอ้ื เสอ้ื เชต้ิ คอตง้ั ผา ลายสกอ็ ต สนี ำ้ เงนิ – สขี าว ปก ชอ่ื -นามสกลุ ของนกั เรยี นดว ยดา ยสขี าวพน้ื สนี ำ้ เงนิ บรเิ วณอก
ดา นขวา หนา อกดา นซา ยกระเปา สนี ำ้ เงนิ มตี รามหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็
1.1.2 กางเกง สนี ำ้ เงนิ ใชผ า สนี ำ้ เงนิ มจี บี ดา นหนา ขา งละ 2 จบี มกี ระเปา ดา นขา งหา มมกี ระเปา ดา นหลงั และตอ งตดั ให
เปา กางเกงยาวเพอ่ื คาดเขม็ ขดั ไวต รงเอว
1.1.3 เขม็ ขดั ใชเ ขม็ ขดั เปน หนงั สดี ำแบบนกั เรยี นขนาดกวา ง 2.5-4 เซนตเิ มตร หวั เขม็ ขดั ตอ งเปน แบบทโ่ี รงเรยี นกำหนด
1.1.4 รองเทา ใหใ ชร องเทา ผา ใบ หรอื รองเทา หนงั หมุ สน สดี ำ มเี ชอื กผกู ไมม ลี วดลาย
1.1.5 ถงุ เทา สขี าวลว นแบบนกั เรยี น เปน ดา ยเสน ใยสงั เคราะห แบบหมุ ขอ เทา
1.1.6 ตา งหแู ละสรอ ยขอ มอื ไมอ นญุ าตใหใ สม าโรงเรยี น
1.1.7 สรอ ยคอ อนญุ าตใหส วมสำหรบั ผทู ต่ี อ งการมพี ระตดิ ตวั ไว และตอ งใหม คี วามยาวพอสมควรทจ่ี ะมองไมเ หน็ พระ
1.1.8 กระเปา เปน แบบทโ่ี รงเรยี นกำหนด
1.2 นกั เรยี นหญงิ
1.2.1 เสอ้ื เสอ้ื เชต้ิ คอบวั ผา ลายสกอ็ ต สนี ำ้ เงนิ – สขี าว ปก ชอ่ื -นามสกลุ ของนกั เรยี นดว ยดา ยสขี าว พน้ื สนี ำ้ เงนิ บรเิ วณ
อกดา นขวาหนา อกดา นซา ยกระเปา สนี ำ้ เงนิ มตี รามหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็
1.2.2 กระโปรง ใชผ า สนี ำ้ เงนิ ไมม ลี วดลาย หา ใชผ า แพรหรอื ผา ไหม ชายกระโปรงตอ งยาวคลมุ เขา
1.2.3 รองเทา รองเทา หนงั สดี ำหมุ สน มสี ายรดั ดา นบนแบบนกั เรยี น ไมม ลี วดลาย หา มสวมรองเทา หวั แหลมหรอื สน สงู
1.2.4 ถงุ เทา สขี าวลว นแบบนกั เรยี น ไมม ลี วดลาย ไมม แี ถบสี
2. เครื่องแบบชุดพละ
- กางเกง ใชต ามแบบที่โรงเรยี นกำหนด
- เสอ้ื ใชต ามแบบที่โรงเรียนกำหนด
- รองเทา เปน รองเทา ผา ใบสีขาวลว นทงั้ นกั เรียนชาย และนักเรยี นหญิง ไมมีลวดลาย
- ถุงเทา ใชถ งุ เทา นักเรยี นปกติ
3. ชุดลูกเสือและเนตรนารีนักเรียนชายและนักเรียนหญิง
- ชุดลกู เสือสำรอง ใชตามพระราชบญั ญตั ิลกู เสือ เนตรนารี - ชดุ ลกู เสือและเนตรนารี ใชตามพระราชบญั ญัตลิ กู เสอื เนตรนารี
แตง ตามวนั ที่โรงเรียนกําหนด แตงตามวันทโ่ี รงเรยี นกําหนด
4. ชุดไทย (วันศุกร)
- ชดุ การแตงกายประจำภาคหรอื ทองถน่ิ เชน ชดุ นายเหมือง ชุดบาบา ชดุ ยาหยา ชดุ หมอ ฮอม ชุดไทย
- รองเทา นักเรียนสีดำ
- ถุงเทา สีขาว
5. ทรงผมนกั เรียน
5.1 ทรงผมนกั เรยี นชาย จะไวผ มสน้ั หรอื ผมยาวกไ็ ด กรณไี วผ มยาวดา นขา ง ดา นหลงั ตอ งยาวไมเ ลยตนี ผม ดา นหนา และกลางศรี ษะ
ใหเ ปนไปตามความเหมาะสมและมคี วามเรียบรอ ย ตามระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวาดว ยการไวทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2563
ระบไุ ว แตนกั เรียนตอ งหา มปฏิบัตติ น ดงั นี้
- ดัดผม
- ยอ มสผี มใหผ ิดไปจากเดิม
- ไวหนวดหรือเครา
- การกระทำอน่ื ใดซง่ึ ไมเ หมาะสมกบั สภาพการเปน นกั เรยี น เชน การตดั แตง ทรงผมเปน รปู ทรงสญั ลกั ษณห รอื เปน ลวดลาย
5.2 ทรงผมนกั เรยี นหญงิ จะไวผ มสน้ั หรอื ผมยาวกไ็ ด หากไวผ มสน้ั ใหต ดั ผมปลายเสมอกนั หากไวย าวใตต ง่ิ หลู งมาไมเ กนิ 2 นว้ิ
กรณไี วผ มยาวใหเ ปน ไปตามความเหมาะสมและเกบ็ ผมใหเ รยี บรอ ย ตามระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวา ดว ยการไวท รงผมของนกั เรยี น
พ.ศ. 2563 ระบุไว
- ใชร บิ บน้ิ ผกู ผมทร่ี วบไว รบิ บน้ิ ตอ งมเี นอ้ื เรยี บ หา มใชผ า ลกู ไมห รอื มลี วดลายขนาดของรบิ บน้ิ กวา ง 1 นว้ิ ยาวไมน อ ย
กวา 12 น้วิ ปลายรบิ บ้นิ ตัดตรง ใชเ ฉพาะสนี ้ำเงนิ เขม หรอื สีกรมเทา นั้น
- ไมอ นุญาตใหใ ชที่คาดผม เชือกรดั ผม โบผกู ตรงกลางศรี ษะหรือก๊บิ ขนาดใหญ
- กิ๊บท่ีใชตดิ ผม ตอ งมขี นาดเล็ก กวางไมเกนิ 1.5 เซนติเมตร สีดำ และสกี รมเทานัน้
- หา มสไลดผ ม ตกแตง ทรงผมตามแฟชน่ั เชน กดั สผี ม ไฮไลท ทำทรงแปลก ๆ เชน ผมสองขา งทต่ี ดั ยาวไมเ ทา กนั ผมมา ทย่ี าว
เกือบปดตาผมสน้ั มากเหมอื นผชู าย ผมตรงกลางสนั้ และตั้งตรง ผมทจี่ อนยาวกวา สว นอื่น ผมทม่ี ีสว นของทายทอยยาวเหมอื นหางเตา
ผมที่ใสเ จลใหแขง็ ผมทใ่ี สนำ้ มันมากจนเปนมนั เย้ิม ผมท่ีถกั เปย เลก็ ๆ หลาย ๆ เสนไวบ นศรี ษะ เปนตน
6. เคร่ืองประดับ
ไมอนญุ าตใหใ สข องมีคา มาโรงเรียน รวมทัง้ นาิกาขอมอื แบบสมารท วอช
ระเบยี บโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ ฝา ยมธั ยมศกึ ษา
วา ดว ยการแตง กายนกั เรยี น
1.1 ชดุ นักเรยี นชาย
- เส้ือ เปน เสอื้ นักเรยี นคอตง้ั ผาสีขาวไมบางเกนิ ไป ตวั ตดั ตรงไมรดั รูป (ไมม เี กลด็ ดา นหลงั )
มสี าบทอ่ี กตลบออกดา นนอกกวา ง 4 เซนตเิ มตร ใชก ระดมุ สขี าวกลมแบนขนาดเสน ผา ศนู ยก ลาง ไมเ กนิ
1 เซนตเิ มตร มกี ระเปา ทางอกซา ย 1 กระเปา ใหเ กบ็ ชายเสอ้ื ไวใ นกางเกงและไมด งึ เสอ้ื มาปกคลมุ สายเขม็ ขดั
- เข็ม ใหตดิ เขม็ เครอ่ื งหมายโรงเรยี นไวท ่เี ส้อื บรเิ วณอกดานขวา และปก ชือ่ -นามสกุลของ
นักเรียน ดวยไหมหรือดายสีน้ำเงินบริเวณหนาอกดานซาย ขนาดตัวอักษรสูง 0.7 เซนติเมตร
กวาง 0.2 เซนตเิ มตร ดวยอกั ษรภาษาองั กฤษ
- กางเกง นกั เรียนระดับมธั ยมศึกษาตอนตน ใชผากรมทาผาเรียบไมมีลวดลาย และนกั เรียน
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลายใชผ า สดี ำเปน ผา เรยี บไมม ลี วดลาย มจี บี ขา งหนา ขา งละ 2 จบี ขาสน้ั เพยี ง
เหนือเขา พนจากลกู สะบาประมาณ 5 เซนติเมตร สว นความกวางของกางเกงเมอ่ื ยนื ตรงหางจากขา
ตง้ั แต 8-12 เซนตเิ มตร ตามขนาดของขา ปลายขาพบั ชายขา งในกวา ง 5 เซนตเิ มตร ผา ตรงสว นหนา
มกี ระเปา ดา นขา งหา มมกี ระเปาดานหลังและตอ งตดั ใหเปากางเกงยาวเพ่ือคาดเข็มขัดไวตรงเอว
- เขม็ ขดั ใชส ดี ำแบบนกั เรยี นขนาดกวา ง 2.5 - 4 เซนตเิ มตร หวั เขม็ ขดั ตอ งเปน แบบทโ่ี รงเรยี นกำหนด
- รองเทา ใชรองเทา หนังหุม สนมเี ชือกผูกไมม ลี วดลาย สดี ำ พืน้ รองเทา มสี นสูง 2 – 2.5
เซนตเิ มตร หัวรองเทา มนไมแหลมหรือโตเกินไป
- ถงุ เทา สขี าวลว นแบบนกั เรยี น ไมม แี ถบสแี ละลวดลายไมพ บั หรอื มว นความยาวไมเ กนิ ครง่ึ นอ ง
1.2 ชุดนกั เรยี นหญิง
- เสื้อ (1) เสื้อนักเรียนผาสีขาวเนื้อเรียบไมมีลวดลาย และหนาพอที่จะไมเห็นเสื้อชั้นใน
หา มใชผ า แพรหรอื ผา ไหมขนาดตวั เสอ้ื กวา งพอเหมาะกบั ตวั นกั เรยี น ไมค บั หรอื หลวมเกนิ ไป ไมจ บั เกลด็
ทง้ั ดา นหนา ดา นหลงั เสอ้ื เปน คอบวั กลมแขนยาวใชผ า ขาวเกลย้ี งไมบ างหรอื หนาเกนิ ไป ไมใ ชผ า ฝา ยผา ดบิ
ผา อกตลอดสาบเสือ้ ดา นหนา กวา ง 3 เซนติเมตร (2) ใหใ สเ ส้ือบงั ทรงสขี าว แขนกดุ ไมเวาหลังหรอื
ลายไขว หรอื ลกั ษณะคลา ยเสือ้ กลามไมใ ชแ บบเกาะอก ใชผ า สขี าว ไมมลี วดลาย เน้อื เรยี บ
- เขม็ ใหต ดิ เขม็ เครอ่ื งหมายโรงเรยี นไวท เ่ี สอ้ื บรเิ วณอกดา นขวา และปก ชอ่ื -นามสกลุ ของนกั เรยี น
ดว ยไหมหรือดา ยสีน้ำเงนิ บริเวณหนา อกดา นซา ย ขนาดตัวอักษรสูง 0.7 เซนติเมตร กวาง 0.2
เซนติเมตร ดวยอักษรภาษาองั กฤษ
- กระโปรง นกั เรยี นระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน ใชผ า กรมทา ผา เรยี บไมม ลี วดลาย และนกั เรยี น
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายใชผาสีดำเปนผาเรียบไมมีลวดลาย หามใชผาแพรหรือผาไหมดานหนา
และดา นหลัง พบั เปน จบี ขา งละ 3 จีบ ความลึกของจบี 3 - 4 เซนตเิ มตร หันจีบออกดานนอกเยบ็ ทับ
บนจบี จากใตข อบเอวของกระโปรงลงมา 7 - 8 เซนตเิ มตร ชายกระโปรงตอ งยาวคลมุ เขา ไมเ กนิ 7 เซนตเิ มตร
- รองเทา เปน รองเทา สดี ำหุม สน มีสายรดั ดา นบนแบบนักเรียน ไมม ีลวดลาย
หา มสวมรองเทาหัวแหลมหรือสนสงู
- ถงุ เทา สขี าวลว นแบบนกั เรยี น ไมม ลี วดลาย ไมม แี ถบสแี ละดอกดวง ไมห นาหรอื บางเกนิ ไป
พับขอบ 2 ครั้ง หา มใชถ งุ เทา สั้นแคตาตุม หา มใชถุงเทา ที่ทำดวยผาลูกฟูกชนิดหนา
2. เครื่องแบบชุดพละ
2.1 ชดุ พละ
- กางเกง ใชก างเกงยดื ขายาวสดี ำ ตามแบบทโ่ี รงเรยี นกำหนด
- เสอ้ื ใชเ สอ้ื ยดื ผา มนั เปน แบบแขนสน้ั คอโปโล มปี ก สมี ว ง ตามแบบทโ่ี รงเรยี นกำหนด
- รองเทา เปน รองเทา ผา ใบสขี าวลว นทง้ั นกั เรยี นชาย และนกั เรยี นหญงิ ไมม ลี วดลาย
- ถงุ เทา ใชถ งุ เทา นกั เรยี นปกติ
3. เครื่องแบบยุวกาชาด - ลูกเสือ เนตรนารีและเครื่องแบบนักศึกษาวิชาทหาร
3.1 เครอ่ื งแบบ ยวุ กาชาด - ลกู เสอื เนตรนารี ใชต ามพระราชบญั ญตั ลิ กู เสอื เนตรนารี ยวุ กาชาด
แตง ตามวนั ทโ่ี รงเรยี นกาํ หนด
3.2 เครอ่ื งแบบนกั ศกึ ษาวชิ าทหาร นกั เรยี นระดบั มธั ยมปลายทส่ี มคั รเปน นกั ศกึ ษาวชิ าทหารใหม เี ครอ่ื งแบบ
อยา งนอ ยคนละ 1 ชดุ แตง ตามวนั ทก่ี าํ หนด
4. ชุดลำลองหรือชุดสวนตวั (ชดุ ไปรเวท)
จากผลการพิจารณาของคณะกรรมการอำนวยการโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภเู ก็ต ฝา ยมธั ยมศึกษา คร้ังท่ี 1/2563
ไดอ นมุ ตั ใิ หน กั เรยี นระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาใสช ดุ ลำลองหรอื ชดุ สว นตวั ทกุ วนั ศกุ ร อนั เปน ระเบยี บขอ ปฏบิ ตั ขิ องโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั
ราชภัฏภูเก็ต ฝายมัธยมศึกษา ทุกวันศุกรของแตละสัปดาหใหนักเรียนใสชุดลำลองหรือชุดสวนตัวไปโรงเรียนแทนชุดนักเรียน
โดยเปน ชดุ ท่สี ุภาพเหมาะแกกาลเทศะ ดังน้ี
4.1 นกั เรยี นชายสวมเสอ้ื เชต้ิ หรอื เสอ้ื ยดื ทส่ี ภุ าพ ไมอ นญุ าตใหส วมกางเกงทม่ี ลี กั ษณะเปน ผา ยนี สข าด ๆ ควรสวมรองเทา หมุ สน
ไมใสร องเทา แตะ
4.2 นักเรียนหญิงสวมเสื้อเชิ้ต หรือเสื้อยืดที่สุภาพ ไมอนุญาตใหสวมกระโปรง หรือกางเกงขาสั้นเหนือเขา ชายกางเกงหรือ
กระโปรงควรคลมุ เขา ควรสวมรองเทา หุมสน ไมอ นุญาตใหส วมรองเทาแตะ
5. ทรงผมนกั เรียน
5.1 ทรงผมนกั เรยี นชาย ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนตนและระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาตอนปลายจะไวผมสั้น หรอื ผมยาวกไ็ ด กรณี
ไวผมยาวดานขาง ดานหลังตองยาวไมเลยตีนผม ดานหนาและกลางศีรษะ ใหเปนไป ตามความเหมาะสมและมีความเรียบรอย
ตามระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการวาดว ยการไวท รงผมของนักเรยี น พ.ศ. 2563 ระบุไว แตน กั เรียนตองหามปฏิบัตติ น ดังนี้
- ดดั ผม
- ยอมสีผมใหผดิ ไปจากเดมิ
- ไวหนวดหรอื เครา
- การกระทำอน่ื ใดซง่ึ ไมเ หมาะสมกบั สภาพการเปน นกั เรยี น เชน การตดั แตง ทรงผมเปน รปู ทรงสญั ลกั ษณห รอื เปน ลวดลาย
5.2 ทรงผมนักเรียนหญิง ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนตนและระดับช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลายจะไวผ มสั้น หรอื ผมยาวกไ็ ด
หากไวผ มสน้ั ใหต ดั ผมปลายเสมอกนั ไวย าวใตต ง่ิ หลู งมาไมเ กนิ 2 นว้ิ กรณไี วผ มยาวใหเ ปน ไปตามความเหมาะสม และรวบใหเ รยี บรอ ย
ตามระเบียบกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวาดว ยการไวท รงผมของนักเรยี น พ.ศ. 2563
- ใชร บิ บน้ิ ผกู ผมทร่ี วบไว รบิ บน้ิ ตอ งมเี นอ้ื เรยี บ หา มใชผ า ลกู ไมห รอื มลี วดลายขนาดของรบิ บน้ิ กวา ง 1 นว้ิ ยาวไมน อ ยกวา 12 นว้ิ
ปลายรบิ บิน้ ตัดตรง ใชเฉพาะสีน้ำเงนิ เขม หรือสกี รมเทานน้ั
- ไมอนญุ าตใหใชทีค่ าดผม เชอื กรดั ผม โบผูกตรงกลางศีรษะหรือก๊ิบขนาดใหญ
- ก๊บิ ท่ีใชต ิดผม ตองมีขนาดเล็ก กวา งไมเกนิ 1.5 เซนติเมตร สีดำ และสกี รมเทา นนั้
- หา มสไลดผ ม ตกแตง ทรงผมตามแฟชน่ั เชน กดั สผี ม ไฮไลท ทำทรงแปลก ๆ เชน ผมสองขา งทต่ี ดั ยาวไมเ ทา กนั ผมมา ทย่ี าว
เกือบปด ตา ผมสัน้ มากเหมอื นผูช าย ผมตรงกลางสั้นและตั้งตรง ผมท่จี อนยาวกวา สวนอน่ื ผมทีม่ สี ว นของทา ยทอยยาวเหมือนหางเตา
ผมที่ใสเ จลใหแขง็ ผมทีใ่ สน ำ้ มันมากจนเปน มนั เยิ้ม ผมทถี่ กั เปยเล็ก ๆ หลาย ๆ เสนไวบนศรี ษะ เปน ตน
6.ขอปฏิบัตขิ องนกั เรียนวาดวยการใชก ระเปา เป และของใชป ระจาํ ตัว
6.1 กระเปา นกั เรยี น ใหใชก ระเปา นักเรยี นตามแบบทีโ่ รงเรยี นกาํ หนดเทา นัน้ ซงึ่ จะมีเคร่ืองหมายตราสัญลักษณข องโรงเรียน
บนกระเปา ยกเวนกระเปาท่เี กบ็ เครื่องคอมพิวเตอร
6.2 นากิ าขอมอื อนญุ าตใหใชเ พ่อื ประโยชนในการดเู วลา ไมใ ชเปนเครื่องประดบั รูปแบบตองสภุ าพ ขนาดและราคาพอ
เหมาะ สายโลหะหรือสายหนังทมี่ ีสีดําหรือสนี ำ้ ตาลเทาน้ัน
6.3 สรอ ยคอ อนญุ าตใหส วมสรอ ยคอเพอ่ื แขวนพระบชู า โดยใชส รอ ยเงนิ หรอื สแตนเลสขนาดเลก็ รปู แบบตามความเหมาะสม
สวมเสอ้ื ปด ใหม ดิ ชดิ ทั้งสายสรอ ยและพระบูชา หา มใชเชือกถกั ลกู ประคํา สรอ ยคอทองคํา นาก หรอื สรอ ยสามกษตั รยิ
6.4 ตางหู อนญุ าตใหใชต า งหูเงิน หรอื ตางหทู อง ทม่ี ลี กั ษณะเปนวงเล็กเสน ผา ศนู ยกลางไมเ กนิ 1 เซนติเมตร เพอ่ื ปอ งกนั รหู ู
อุดตนั เพยี งขา งละ 1 รเู ทานน้ั
6.5 หามสวมแหวนทุกชนิด
6.6 แวน ตา อนุญาตใหใ ชไ ดเฉพาะนกั เรยี นที่มีปญ หาเร่อื งสายตา มีขนาดและ รปู แบบท่สี ุภาพ
6.7 เล็บตองตัดสั้นตามริมเนือ้ หามทาเล็บ และตองรักษาความสะอาดอยเู สมอ หามแตงหนา และใชล ปิ มันเปลย่ี นสีหรอื
น้ำยาอทุ ัยทาปา)
6.8 โทรศัพทม อื ถอื หากนาํ โทรศัพทม ือถือมาโรงเรียน แลว เกิดการสญู หาย โรงเรยี นจะไมรบั ผิดชอบ
6.9 เคร่ืองประดบั ของมคี าอนื่ ๆ และของใชท่ไี มจ ําเปน เชน กาํ ไล เครอ่ื งสาํ อางทุกชนดิ หวีสับ วทิ ยเุ ทป ซาวดอเบาท
กลองถายรูป ฯลฯ หามนกั เรยี นนาํ มาใช
หมายเหตุ : หากมีความจาํ เปนตองใชเปนครั้งคราวเพอ่ื ประกอบการเรียนหรือการจดั กจิ กรรม ตอ งขออนุญาตครปู ระจำชน้ั
หรืองานกิจการนกั เรียน และตองดูแลรกั ษา หากชาํ รดุ หรอื สญู หายโรงเรยี นจะไมรับผิดชอบ
ประกาศ ณ วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖4
(นายวรุตม อนิ ทฤทธ)ิ์
รองผอู ำนวยการโรงเรยี น ปฏบิ ตั ิหนา ทแี่ ทน
ผูอำนวยการโรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภูเกต็
ประกาศโรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็
เรื่อง ระเบียบโรงเรยี นสาธติ มหาวิทยาลยั ราชภัฏภูเก็ต ฝายประถมศึกษา
วา ดว ยการปกครองนกั เรยี น พ.ศ. 2564
วาดว ยเร่อื งการปกครองนกั เรียนโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ภูเกต็ ฝา ยประถมศกึ ษา เพือ่ ใหน ักเรยี นมีระเบยี บวนิ ัย
และมคี วามประพฤตทิ ด่ี งี าม ดงั นน้ั อาศยั ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวา ดว ยการลงโทษนกั เรยี นและนกั ศกึ ษา พ.ศ. 2548 และขอ บงั คบั
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ เรอ่ื งการบรหิ ารจดั การโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ ท่ี ๑๖ (๖) จงึ ออกประกาศ
วาดว ยระเบยี บโรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลัยราชภฏั ภเู กต็ ฝา ยประถมศึกษา วา ดวยการปกครองนักเรยี น พ.ศ. 2564 โดยกำหนดการ
ลงโทษแกนกั เรียนที่กระทำผิด 5 สถาน ดงั นี้
1.การวากลา วตักเตือน หมายถึง การวากลา วตักเตอื นนกั เรยี นโดยครปู ระจำชน้ั และงานกิจการนกั เรยี น
2. การตัดคะแนนความประพฤติ หมายถึง การตัดคะแนนความประพฤติในแบบบันทึกพฤติกรรมนักเรียนโดยตัดคะแนน
ทกุ ครงั้ ที่นกั เรียนกระทำผดิ ทง้ั นี้เกณฑการตดั คะแนนขึ้นอยกู ับประเภทความผดิ
3. การทำทณั ฑบน หมายถึง การทำแบบรายงานพฤติกรรมนักเรียนเพ่ือแจงบิดา มารดา หรือผปู กครองใหร ับทราบความผิด
และรับรองการทำทณั ฑบ น
4. การทำกจิ กรรมเพื่อใหป รับเปลี่ยนพฤติกรรม หมายถงึ การทำแบบรายงานพฤติกรรมนกั เรยี นเพ่ือแจงบิดา มารดา หรอื
ผูป กครองใหร ับทราบความผิดและรวมกนั หาแนวทางเพ่ือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
5. การจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวน หมายถึง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ฝายประถมศึกษา จะจัดตั้งคณะ
กรรมการสอบสวน ประกอบดวย ตัวแทนผูบริหาร ตัวแทนคณะกรรมการบริหารงานกิจการนักเรียน ครูประจำชั้น และตัวแทน
เครือขายผูปกครอง เพื่อพิจารณาการลงโทษในกรณีนักเรียนกระทำผิดหลังจากการทำกิจกรรมเพื่อใหปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
โดยการตัดสินของคณะกรรมการสอบสวนถือเปนที่สิ้นสุด โดยโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ฝายประถมศึกษา กำหนด
ประเภทความผดิ และเกณฑการตัดคะแนนความประพฤตนิ กั เรียน ดังน้ี
1. ความผดิ ขัน้ เบา (ตดั คะแนนครั้งละ 1 คะแนน)
1.1. หมายถึง การเปน ผูมีนสิ ัยไมม คี วามรบั ผิดชอบตอตนเอง ตอ หนาท่ี ประกอบดว ย
1.1.1 หนเี รยี น
1.1.2 มาโรงเรียนสาย
1.1.3 แตง กายผิดระเบยี บของโรงเรยี น
1.1.4 ไมรกั ษาความสะอาดหอ งเรียนและบริเวณโรงเรียน
1.1.5 ไมเขาแถว
1.1.6 ขีดเขยี นอาคารเรียน โตะ เกาอี้ หนาตาง
1.1.7 แสดงการกระทำ หรอื แสดงวาจาไมส ภุ าพตอ ครูหรือผอู าวุโส
1.1.8 ความผดิ อื่นท่ีเทยี บเทา
1.2. การลงโทษ
ท่ี จำนวนครั้งท่กี ระทำความผิด การลงโทษ
1 1–5 การวา กลาวตกั เตือน
2 6 – 10 การทำทณั ฑบน
3 11 การทำกิจกรรมเพ่ือใหปรบั เปลย่ี นพฤติกรรม
4 มากกวา 11 การจดั ต้ังคณะกรรมการสอบสวน
2. ความผิดขน้ั ปานกลาง (ตดั คะแนนครง้ั ละ 5 คะแนน)
2.1 หมายถงึ เปน ความผดิ ทก่ี อ ใหเ กดิ ความเสยี หายตอ ตนเอง และสว นรวมไมร นุ แรงมาก แตอ าจนำไปสคู วามผดิ ขน้ั รา ยแรงได
ประกอบดวย
2.1.1 ทะเลาะวิวาท
2.1.2 ไมใหความรวมมือตอ สว นรวม
2.1.3 ครอบครองสื่อลามกทุกประเภท (สง่ิ พิมพ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส ฯลฯ)
2.1.4 ออกนอกโรงเรยี นโดยไมไดรับอนญุ าต
2.1.5 ไมป ฏบิ ัตติ ามขอ ตกลงในการจดั การเรียนการสอน เชน การนดั หยดุ เรียนโดยไมไดรับอนญุ าต
2.1.6 กล่ันแกลง รังแก ขูเข็ญ บังคบั หรือกระทำอ่ืนใด (bully) โดยวาจาหรือการกระทำตอผทู อ่ี อนแอกวา
ทัง้ ทางตรงหรอื ผา นสือ่ สงั คมออนไลน
2.1.7 ความผดิ อน่ื ทีเ่ ทยี บเทา
2.2 การลงโทษ
ที่ จำนวนครั้งที่กระทำความผิด การลงโทษ
11 การวา กลา วตักเตอื น
22 การทำทณั ฑบน
3 3 การทำกิจกรรมเพอ่ื ใหป รับเปลี่ยนพฤตกิ รรม
4 มากกวา 3 การจดั ตัง้ คณะกรรมการสอบสวน
3. ความผิดข้นั รา ยแรง (ตัดคะแนนครง้ั ละ 30 – 50 คะแนน)
3.1. หมายถึง ความผดิ ทกี่ อใหเ กดิ ความเสียหายตอนกั เรียน การกระทำท่ีผดิ กฎหมายซง่ึ สง ผลกระทบตอ ชอื่ เสยี งโรงเรียน
และมผี ลกระทบตอสังคมสว นรวม ประกอบดวย
3.1.1 ลักทรัพยส นิ ผอู นื่
3.1.2 ทำรายรา งกายผูอ ืน่
3.1.3 เลน การพนนั
3.1.4 สบู บุหรี่ เสพของมนึ เมาและสรุ า
3.1.5 พกพาหรือเสพฝน กญั ชา เฮโรอนี ยาบา และยาเสพตดิ อน่ื ๆ
3.1.6 พกอาวธุ มา (อาวธุ หมายถงึ เครอ่ื งมอื ทเ่ี ปน อาวธุ โดยลกั ษณะ เชน ดาบ หอก กระบ่ี สนบั มอื ปน เครอ่ื งระเบดิ
เปนตน ไมไดหมายรวมถึงวสั ดุหรอื อปุ กรณท ใ่ี ชเ พื่อประกอบการเรยี น เชน กรรไกร มดี ขนาดเล็ก ไมบรรทัด เปนตน)
3.1.7 ทำลายทรพั ยส ินสว นรวม
3.1.8 ทุจริตในการสอบ
3.1.9 แสดงพฤติกรรมเชิงชูส าว
3.1.10 ความผิดอื่นเทียบเทา
3.2 การลงโทษ
ท่ี จำนวนคร้ังท่กี ระทำความผดิ การลงโทษ
11 การทำกิจกรรมเพอื่ ใหปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรม
2 มากกวา 2 การจดั ต้ังคณะกรรมการสอบสวน
หมายเหต:ุ หากนกั เรยี นกระทำความผดิ ขน้ั รา ยแรง ขอ 3.1.5 พกพาหรอื เสพฝน กญั ชา เฮโรอนี ยาบา และยาเสพตดิ อน่ื ๆ
1 คร้งั โรงเรยี นจะดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยมโี ทษสงู สดุ คอื การใหยา ยสถานศึกษา
การออกใบรับรองความประพฤติ
นกั เรยี นโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ ฝา ยประถมศกึ ษา ทจ่ี ะไดร บั ใบรบั รองความประพฤติ จะตอ งเปน นกั เรยี นทม่ี คี วามประพฤตทิ ด่ี งี าม
ปฏบิ ตั ติ นอยใู นระเบยี บวนิ ยั ของโรงเรยี น มคี วามรบั ผดิ ชอบตอ ตนเองและตอ โรงเรยี น ดงั นน้ั จงึ กำหนดเกณฑก ารออกใบรบั รองความประพฤตนิ กั เรยี น ดงั น้ี
ขอ 1 ความประพฤติเรียบรอยดีมาก นกั เรยี นจะตองมีคะแนนอยใู นระหวาง 80 – 100 คะแนน
ขอ 2 ความประพฤตเิ รียบรอ ยดี นักเรยี นจะตองมคี ะแนนอยใู นระหวาง 70 – 79 คะแนน
ขอ 3 ความประพฤตเิ รยี บรอ ย นักเรียนจะตอ งมคี ะแนนอยูใ นระหวาง 60 – 69 คะแนน
ขอ 4 ไมไดใ บรบั รองความประพฤติ นกั เรียนมีคะแนนอยูในระหวาง 0 – 59 คะแนน
หมายเหตุ
1. ความผดิ อื่นเทยี บเทาท่ีไมระบุในประกาศฉบบั นีใ้ หข ึ้นอยกู ับดุลพนิ จิ ของคณะกรรมการบริหารงานกจิ การนกั เรียน
2. การตดั คะแนนความประพฤติสำหรับความผิดขั้นรา ยแรงใหข้นึ อยกู บั ดลุ พนิ จิ ของคณะกรรมการบริหารงานกจิ การนักเรยี น
ประกาศ ณ วันท่ี 9 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖4
(นายวรตุ ม อนิ ทฤทธ)์ิ
รองผอู ำนวยการโรงเรยี น ปฏบิ ตั ิหนาทีแ่ ทน
ผูอำนวยการโรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู ก็ต
ประกาศโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภฏั ภูเกต็
เรอื่ ง ระเบยี บโรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ภูเก็ต ฝายมธั ยมศึกษา
วาดว ยการปกครองนักเรยี น พ.ศ. 2564
วาดวยเรื่องการปกครองนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ฝายมัธยมศึกษา เพื่อใหนักเรียนมีระเบียบวินัย
และมคี วามประพฤตทิ ด่ี งี าม ดงั นน้ั อาศยั ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวา ดว ยการลงโทษนกั เรยี นและนกั ศกึ ษา พ.ศ. 2548 และขอ บงั คบั
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ เรอ่ื งการบรหิ ารจดั การโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ ท่ี ๑๖ (๖) จงึ ออกประกาศ
วา ดว ยระเบยี บโรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏภูเกต็ ฝายมัธยมศกึ ษา วาดวยการปกครองนักเรยี น พ.ศ. 2564 โดยกำหนดการ
ลงโทษแกน กั เรียนท่กี ระทำผิด 5 สถาน ดังนี้
1. การวากลาวตกั เตือน หมายถงึ การวา กลาวตักเตอื นนกั เรยี นโดยครูประจำชัน้ และงานกจิ การนกั เรียน
2. การตัดคะแนนความประพฤติ หมายถึง การตัดคะแนนความประพฤตใิ นแบบบันทึกพฤตกิ รรมนกั เรียนโดยตัดคะแนน
ทุกคร้งั ทีน่ ักเรยี นกระทำผิด ทง้ั น้เี กณฑการตัดคะแนนข้ึนอยูก ับประเภทความผดิ
3. การทำทัณฑบ น หมายถึง การทำแบบรายงานพฤติกรรมนกั เรียนเพื่อแจง บดิ า มารดา หรือผปู กครองใหรบั ทราบความผิด
และรบั รองการทำทณั ฑบ น
4. การทำกจิ กรรมเพอ่ื ใหป รบั เปล่ียนพฤติกรรม หมายถึง การทำแบบรายงานพฤติกรรมนกั เรียนเพ่ือแจง บดิ า มารดา
หรือผปู กครองใหร ับทราบความผิดและรวมกันหาแนวทางเพอ่ื ปรบั เปลีย่ นพฤติกรรม
5. การจดั ตง้ั คณะกรรมการสอบสวน หมายถงึ โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ ฝา ยมธั ยมศกึ ษา จะจดั ตง้ั คณะกรรมการ
สอบสวน ประกอบดว ย ตวั แทนผบู รหิ าร ตวั แทนคณะกรรมการบรหิ ารงานกจิ การนกั เรยี น ครปู ระจำชน้ั และตวั แทนเครอื ขา ยผปู กครอง
เพอ่ื พจิ ารณาการลงโทษในกรณนี กั เรยี นกระทำผดิ หลงั จากการทำกจิ กรรมเพอ่ื ใหป รบั เปลย่ี นพฤตกิ รรม โดยการตดั สนิ ของคณะกรรมการ
สอบสวนถอื เปน ทส่ี น้ิ สดุ โดยโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ ฝา ยมธั ยมศกึ ษา กำหนดประเภทความผดิ และเกณฑก ารตดั คะแนน
ความประพฤตนิ กั เรยี น ดังน้ี
1. ความผิดข้นั เบา (ตัดคะแนนคร้ังละ 5 คะแนน)
1.1. หมายถึง การเปนผูมีนิสยั ไมมีความรบั ผดิ ชอบตอตนเอง ตอ หนา ท่ี ประกอบดว ย
1.1.1 หนเี รยี น
1.1.2 มาโรงเรียนสาย แตงกายผดิ ระเบยี บของโรงเรียน
1.1.3 ไมรกั ษาความสะอาดหองเรียน และบริเวณโรงเรียน
1.1.4 ไมเ ขาแถว
1.1.5 ขดี เขียนอาคารเรียน โตะ เกาอี้ หนาตา ง
1.1.6 แสดงการกระทำ หรือแสดงวาจาไมส ุภาพตอ ครูหรือผอู าวโุ ส
1.1.7 ความผิดอ่ืนที่เทยี บเทา
1.2 การลงโทษ
ท่ี จำนวนครัง้ ท่ีกระทำความผิด การลงโทษ
1 1–3 การวากลาวตกั เตือน
2 4–9 การทำทัณฑบ น
3 10 การทำกิจกรรมเพอ่ื ใหปรับเปล่ียนพฤตกิ รรม
4 มากกวา 10 การจดั ตั้งคณะกรรมการสอบสวน
2. ความผดิ ข้นั ปานกลาง (ตัดคะแนนคร้งั ละ 10 คะแนน)
2.1. หมายถงึ เปน ความผดิ ทก่ี อ ใหเ กดิ ความเสยี หายตอ ตนเอง และสว นรวมไมร นุ แรงมาก แตอ าจนำไปสคู วามผดิ ขน้ั รา ยแรงได
ประกอบดว ย
2.1.1 ทะเลาะวิวาท
2.1.2 ไมใ หความรวมมือตอสวนรวม
2.1.3 ครอบครองสอื่ ลามกทุกประเภท (ส่ิงพิมพ อิเล็กทรอนกิ ส ฯลฯ)
2.1.4 ออกนอกโรงเรยี นโดยไมไดรบั อนญุ าต
2.1.5 ไมป ฏิบตั ิตามขอตกลงในการจัดการเรยี นการสอน เชน การนัดหยุดเรียนโดยไมไดร บั อนญุ าต
2.1.6 กลน่ั แกลง รงั แก ขเู ขญ็ บงั คบั หรอื กระทำอน่ื ใด (bully) โดยวาจาหรอื การกระทำตอ ผทู อ่ี อ นแอกวา ทง้ั ทางตรง
หรือผานส่อื สงั คมออนไลน
2.1.7 ความผิดอ่นื ท่เี ทยี บเทา
2.2 การลงโทษ
ที่ จำนวนคร้ังที่กระทำความผดิ การลงโทษ
11 การวากลาวตักเตอื น
22 การทำทณั ฑบ น
3 3 การทำกจิ กรรมเพอื่ ใหป รบั เปลี่ยนพฤตกิ รรม
4 มากกวา 3 การจดั ตั้งคณะกรรมการสอบสวน
3. ความผิดขน้ั รายแรง (ตัดคะแนนครง้ั ละ 50 คะแนน)
3.1. หมายถึง ความผิดทกี่ อ ใหเ กิดความเสียหายตอนกั เรียน การกระทำทผี่ ิดกฎหมายซึง่ สงผลกระทบตอช่ือเสยี งโรงเรยี น
และมีผลกระทบตอ สงั คมสว นรวม ประกอบดว ย
3.1.1 ลักทรัพยส นิ ผอู ่ืน
3.1.2 ทำรา ยรา งกายผอู นื่
3.1.3 เลนการพนัน
3.1.4 สบู บุหร่ี เสพของมนึ เมาและสุรา
3.1.5 พกพาหรอื เสพฝน กญั ชา เฮโรอนี ยาบา และยาเสพติดอนื่ ๆ
3.1.6 พกอาวธุ มา (อาวธุ หมายถงึ เครอ่ื งมอื ทเ่ี ปน อาวธุ โดยลกั ษณะ เชน ดาบ หอก กระบ่ี สนบั มอื ปน เครอ่ื งระเบดิ
เปนตน ไมไดหมายรวมถึงวัสดหุ รอื อปุ กรณทใ่ี ชเ พือ่ ประกอบการเรียน เชน กรรไกร มีดขนาดเลก็ ไมบรรทดั เปน ตน )
3.1.7 ทำลายทรพั ยส นิ สว นรวม
3.1.8 ทจุ รติ ในการสอบ
3.1.9 แสดงพฤติกรรมเชิงชสู าว
3.1.10 ความผดิ อื่นเทียบเทา
3.2 การลงโทษ
ที่ จำนวนครงั้ ทก่ี ระทำความผิด การลงโทษ
11 การทำกจิ กรรมเพอ่ื ใหป รับเปลีย่ นพฤติกรรม
2 มากกวา 2 การจดั ตง้ั คณะกรรมการสอบสวน
หมายเหต:ุ หากนกั เรยี นกระทำความผดิ ขน้ั รา ยแรง ขอ 3.1.5 พกพาหรอื เสพฝน กญั ชา เฮโรอนี ยาบา และยาเสพตดิ อน่ื ๆ
1 ครงั้ โรงเรยี นจะดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยมีโทษสงู สุด คอื การใหย ายสถานศกึ ษา
การออกใบรับรองความประพฤติ
นกั เรยี นโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ ฝา ยประถมศกึ ษา ทจ่ี ะไดร บั ใบรบั รองความประพฤติ จะตอ งเปน นกั เรยี นทม่ี คี วามประพฤตทิ ด่ี งี าม
ปฏบิ ตั ติ นอยใู นระเบยี บวนิ ยั ของโรงเรยี น มคี วามรบั ผดิ ชอบตอ ตนเองและตอ โรงเรยี น ดงั นน้ั จงึ กำหนดเกณฑก ารออกใบรบั รองความประพฤตนิ กั เรยี น ดงั น้ี
ขอ 1 ความประพฤติเรียบรอยดมี าก นกั เรียนจะตอ งมีคะแนนอยใู นระหวาง 80 – 100 คะแนน
ขอ 2 ความประพฤตเิ รียบรอยดี นกั เรียนจะตอ งมีคะแนนอยูใ นระหวาง 70 – 79 คะแนน
ขอ 3 ความประพฤตเิ รียบรอย นักเรียนจะตอ งมีคะแนนอยใู นระหวาง 60 – 69 คะแนน
ขอ 4 ไมไ ดใบรับรองความประพฤติ นกั เรยี นมคี ะแนนอยูในระหวาง 0 – 59 คะแนน
หมายเหตุ
1. ความผดิ อ่นื เทียบเทาทไ่ี มร ะบใุ นประกาศฉบับนีใ้ หขน้ึ อยูก ับดลุ พินิจของคณะกรรมการบริหารงานกจิ การนกั เรียน
2. การตัดคะแนนความประพฤตสิ ำหรบั ความผดิ ขน้ั รา ยแรงใหข ึ้นอยูกับดุลพินิจของคณะกรรมการบรหิ ารงานกจิ การนักเรยี น
ประกาศ ณ วันท่ี 9 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖4
(นายวรุตม อินทฤทธ์ิ)
รองผอู ำนวยการโรงเรยี น ปฏิบตั ิหนาที่แทน
ผอู ำนวยการโรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลัยราชภฏั ภูเกต็
ตารางการลดคะแนนความประพฤตินกั เรียน
รหสั ประเภทความผดิ คะแนนท่ีตัด/ครงั้
หมวด 1 การเรียน
5
01 มาสายหรอื ไมเขาแถว 5
02 หนีชัว่ โมงโฮมรูม สวดมนต 5
03 ไมตัง้ ใจเรยี น เชน ไมมีอุปกรณ ไมร ับผิดชอบ 10
04 ไมเขาเรียนในบางคาบ 15
05 ขาดเรียนโดยไมมีเหตผุ ลอันสมควรเกนิ 3 วัน 20
06 หนีโรงเรยี นทกุ กรณี 20
07 นัดหยุดเรียนกนั โดยไมม เี หตุผล 20
08 ปลอมลายเซน็ ผปู กครอง 20
09 ปลอมหลักฐานหรือทำลายหลกั ฐานของราชการ
ทั้งนค้ี วามผิดอ่ืนเทยี บเทาท่ไี มร ะบุในประกาศฉบับนี้ขน้ึ อยดู ลุ ยพินิจของคณะกรรมการบรหิ ารงานกจิ การนักเรียน
รหัส ประเภทความผดิ คะแนนทตี่ ดั /ครง้ั
หมวด 2 การแตงกาย 5
5
10 แตง กายผิดระเบียบของโรงเรียน เชน ไมปกเสอื้ เส้อื ผาผิดระเบียบ 5
11 ใสเครือ่ งประดับมาโรงเรียน 10
12 นำเส้ือของผอู น่ื มาใสห รือใหเ สอ้ื ผูอน่ื ใส 10
13 ผมผิดระเบียบจากที่โรงเรียนกำหนด 10
14 ชายเส้ือออกนอกกางเกงทงั้ ในและนอกโรงเรยี น 10
15 กางเกงและกระโปรงผิดระเบยี บของโรงเรยี น
16 สวมรองเทาผาใบ และแตง ชุดพละ ในวนั ที่ไมมีเรยี นพลศกึ ษา
ทง้ั นค้ี วามผิดอ่ืนเทียบเทาทไ่ี มระบุในประกาศฉบับนข้ี ้นึ อยดู ลุ ยพนิ ิจของคณะกรรมการบริหารงานกิจการนกั เรยี น
รหสั ประเภทความผดิ คะแนนทีต่ ัด/ครง้ั
หมวด 3 ความประพฤติ
17 แสดงกิรยิ าวาจาไมส ภุ าพ ไมเ หมาะสมในท่ีสาธารณะ 5
18 ไมส งเอกสารโรงเรียนใหผ ปู กครอง 5
19 มีพฤติกรรมสอไปในทางชูส าว 10
20 กลน่ั แกลง รงั แกขเู ข็ญบงั คับหรอื การกระทำอน่ื ใดทั้งโดยวาจาและการกระทำตอ ผทู ีอ่ อนแอกวา (Bully) 15
21 แสดงทา ทางหรอื แสดงกรยิ าวาจากา วรา วตอครอู าจารย 20
22 ทะเลาะววิ าทกับเพือ่ นนักเรยี นดว ยกนั ตวั ตอตวั ดวยเหตผุ ลเฉพาะหนา 20
รหสั ประเภทความผดิ คะแนนทต่ี ดั /คร้งั
23 ลักขโมย เจตนาขโมย ยกั ยอก ขกู รรโชกทรัพยส นิ หรือลกั ทรัพยผ อู ่ืน 20
24 เลนการพนันทกุ ชนิด จัดใหม ีการพนัน มอี ปุ กรณก ารพนัน มว่ั สมุ ในวงพนัน 30
25 ด่ืมเคร่อื งด่ืมทมี่ แี อลกอฮอลท ุกชนดิ /สบู บหุ ร่ี 30
26 พฤติกรรมสอ ไปในทางอนาจารตอ ผอู น่ื 30
27 กลัน่ แกลง หรือทำลายทรพั ยส ินของคนอน่ื และของโรงเรยี น 30
28 ยุยงใหเกดิ ความแตกแยกสามัคคีหรอื ตอ ตานระเบียบวินัยของโรงเรียน 30
29 ทะเลาะววิ าทกบั เพ่ือนนักเรยี นดว ยกนั เปนหมูพวก 30
30 มพี ฤติกรรมชูสาว 50
31 เสพยาเสพติดหรอื มอี ยใู นครอบครอง 50
32 ทะเลาะววิ าทกบั เพือ่ นนกั เรียนหรอื บคุ คลภายนอกโรงเรยี นทำใหเสือ่ มเสียช่อื เสียงมาถงึ โรงเรียน 50
33 ชักชวนบุคคลภายนอกมากอ การทะเลาะววิ าทภายในโรงเรยี น 50
ทั้งนคี้ วามผิดอนื่ เทยี บเทาทไ่ี มระบใุ นประกาศฉบับนีข้ นึ้ อยูดลุ ยพินจิ ของคณะกรรมการบรหิ ารงานกิจการนักเรียน
รหัส ประเภทความผดิ คะแนนท่ีตดั /คร้งั
หมวด 4 การรักษาความสะอาด 5
34 กอ ใหเ กิดความสกปรกภายในโรงเรยี น เชน เศษกระดาษ ถงุ พลาสตกิ เศษขยะมูลฝอย 10
35 ขีดเขียนขอความตา ง ๆ ลงบนเสอื้ และกางเกงนักเรยี นเองหรอื ของเพอ่ื น 20
36 ขีดเขียนขอความหรอื รูปภาพบนฝาผนงั วัสดุหรือส่ิงกอ สรา งของโรงเรยี น
ทง้ั นี้ความผดิ อน่ื เทียบเทาท่ไี มระบุในประกาศฉบบั นีข้ น้ึ อยูดุลยพนิ ิจของคณะกรรมการบริหารงานกจิ การนักเรียน
รหสั ประเภทความผิด คะแนนท่ตี ัด/ครงั้
หมวด 6 เบ็ดเตล็ด 5
37 ฝาฝนและไมป ฏิบัตติ ามระเบยี บขอ บังคบั ของโรงเรียน เชน การไมท ำความเคารพ การว่ิงเลน 10
40
บนอาคารสง เสยี งเอะอะ ขับขร่ี ถจกั รยานยนตในชว งเวลาเรยี น
ไมขออนุญาตครกู อ นทุกกรณี ฯลฯ
38 นำของเลน ของใชท่ไี มเ กยี่ วกับการเรียนการสอนมาโรงเรียน
39 พกพาอาวุธมาโรงเรียน (อาวธุ หมายถึงเคร่ืองมือท่เี ปนอาวุธโดยลักษณะ เชน ดาบ หอก
กระบี่ สนบั มือ ปน เคร่ืองระเบิด เปน ตน ไมไ ดหมายรวมถงึ วัสดุหรอื อปุ กรณท ใี่ ชเพือ่ ประกอบ
การเรียน เชน กรรไกร มีดขนาดเล็ก ไมบรรทดั เปนตน)
ทง้ั น้คี วามผดิ อืน่ เทยี บเทาท่ีไมระบุในประกาศฉบับนข้ี ึ้นอยูดุลยพนิ จิ ของคณะกรรมการบรหิ ารงานกจิ การนกั เรียน
ระเบียบโรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลัยราชภัฏภูเก็ต
วา ดว ยแนวทางการปฏบิ ัตขิ องนักเรยี นตอ กลุมบรหิ ารงานกิจการนักเรยี น พ.ศ. ๒๕๖๔
วา ดว ยเรอื่ งการปฏิบัติของนกั เรยี นตอ กลมุ บรหิ ารงานกิจการนักเรียน โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏภเู กต็ เพ่ือแจง แนว
ทางการปฏิบัตใิ หนักเรียนและผูป กครองรับทราบและเขา ใจ ดงั น้ันอาศยั ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวาดวยการลงโทษนกั เรยี นและ
นักศึกษา พ.ศ. 2548 และขอบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เรื่องการบริหารจัดการโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอที่ ๑๖ (๖) จึงออกประกาศวาดวยระเบียบโรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ภูเกต็ วาดวยแนวทางการปฏิบัติของ
นกั เรยี นตอกลุม บรหิ ารงานกจิ การนักเรียน พ.ศ. ๒๕๖๔ ดังนี้
โรงเรยี นสาธติ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ภูเกต็ ฝายปฐมวัย
๑. เวลามาเรียน
โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภูเก็ต ฝา ยปฐมวยั เปด สอนในวนั ทำการ คือ วันจันทร - วนั ศกุ ร ระดับชั้นอนบุ าลเขาเรยี น
เวลา ๐๗.๓๐ – ๐๘.๐๐ น. ระดบั ช้นั เตรยี มอนุบาลเขาเรียนเวลา ๐๗.๓๐ – ๐๘.๓๐ น. และเลิกเรียนเวลา ๑๕.๐๐ น. นกั เรยี นทกุ คน
จะตองมาถงึ โรงเรยี นในชวงเวลาทกี่ ำหนดเพื่อเขารว มกจิ กรรมประจำวนั
หมายเหตุ
๑.๑ กรณที น่ี กั เรยี นมาโรงเรียนสายเกนิ ๕ ครง้ั ทำแบบรายงานพฤติกรรมนกั เรยี นแกผ ูปกครอง
๑.๒ กรณที นี่ ักเรียนมาโรงเรยี นสายเกิน ๑๐ คร้ัง ทำแบบรายงานพฤติกรรมนกั เรียนเพ่อื ใหผ ปู กครองเขา พบคณะกรรมการ
ฝายบรหิ ารงานกิจการนกั เรยี น และครูประจำช้นั
๒.การสง -รบั นกั เรียน
๒.๑ ขอความกรณุ า สง และรบั นักเรียน ตามเวลาท่กี ำหนด คือ
๒.๑.๑ ช้ันอนุบาล สง เวลา ๐๗.๓๐ – ๐๘.๐๐ น. และรับกลับภายในเวลา ๑๕.๐๐ น.
๒.๑.๒ ชั้นเตรียมอนบุ าล สงเวลา ๐๗.๓๐ – ๐๘.๓๐ น. และรบั กลับภายในเวลา ๑๕.๐๐ น.
๒.๒ ในกรณีทีเ่ ปลี่ยนผูมารับ กรณุ าแจงใหค ุณครูประจำชัน้ ทราบเพือ่ ความปลอดภยั ของนักเรียน โรงเรยี นมีสทิ ธจ์ิ ะไมให
นกั เรยี นกลับ ในกรณีทีผ่ ูปกครองไมแจงคณุ ครูประจำชั้นทราบ
๒.๓ การรับนกั เรียนกลับกอนเวลาเลกิ เรยี น ผปู กครองแจง ใหค รูประจำช้ันทราบลวงหนา เพือ่ ครูจะไดเ ตรียมตัวนกั เรยี นให
พรอ มลว งหนา
๓.การหยุดเรยี น
ผูปกครองแจงเรอื่ ง ลาปว ย หรือ ลากจิ ของนกั เรยี นท่ีคุณครูประจำช้นั ผา นกลุมไลนห รือเบอรโทรศพั ทครปู ระจำชน้ั ทกุ คร้งั
ท่นี ักเรยี นหยุดเรยี น
๔. การแสดงความเคารพ และมารยาท
๔.๑ เมอื่ นักเรยี นมาถึงโรงเรยี น ใหแสดงความเคารพคณุ ครู ดวยการไหวแ ละกลาวคำวา “สวสั ดคี ะ /ครบั ”
๔.๒ เม่ือนกั เรียนพบ สวนทางหรือเดนิ ผาน คุณครหู รือผูอ วุโส ใหทำความเคารพดวยการไหวห รือเดนิ กม หลงั
๔.๓ นักเรียนตอ งเปนผมู มี ารยาทดี มคี วามประพฤตเิ รยี บรอย
๔.๔ นกั เรยี นเรียนรูการกลาวคำ “สวัสด”ี “ขอบคณุ ” “ขอโทษ” ตามโอกาสอนั เหมาะสม
๔.๕ นักเรยี นตอ งชว ยกนั รักษาความสะอาดและดแู ลสาธารณสมบัตขิ องโรงเรียน
๔.๖ นักเรยี นตอ งแตง กายสะอาดเรียบรอ ยและถกู ตอ งตามระเบียบการแตงกายของโรงเรยี น
๕.การเจบ็ ปว ยของนกั เรียน
๕.๑ ในกรณีที่นักเรยี นเจบ็ ปวยขณะอยูท ี่โรงเรยี น ครจู ะปฐมพยาบาลเบือ้ งตน และจะโทรศัพทแจง ผูป กครองใหท ราบ
เพอื่ รับนักเรียนกลับและนำไปพบแพทยป ระจำตัวหรอื พักรักษาตวั ทีบ่ า น จนกวาจะหายเปนปกติ
๕.๒ ในกรณีที่นักเรียนเจ็บปวยขณะอยูที่บาน ขอใหผูปกครองนำนักเรียนไปพบแพทยและพักรักษาตัวที่บาน เมื่อหายเปน
ปกตดิ แี ลว จงึ สง นกั เรยี นกลบั มาเขา เรยี นตอ ทง้ั นเ้ี พอ่ื ปอ งกนั การแพรร ะบาดของเชอ้ื โรคและเพอ่ื ใหน กั เรยี นมสี ขุ ภาพรา งกายทแ่ี ขง็ แรงมากขน้ึ
๖.การจดั กระติกน้ำสวนตัว และเตรียมนมกลอ งใหก บั นักเรียน
๖.๑ โรงเรยี นจัดน้ำดม่ื ท่ีสะอาดใหน ักเรียนด่มื ทกุ วัน โดยผปู กครองจัดเตรยี มกระตกิ นำ้ สวนตัวใหบตุ รหลานมาโรงเรยี น และ
กรณุ าเขยี นช่ือ ชอ่ื เลน และชั้นเรียนของบตุ รหลานบนกระตกิ นำ้ ใหชดั เจนและไมลอกหลุดงาย
๖.๒ โรงเรียนจัดนมเปนอาหารวางใหน กั เรียนดม่ื ในชว งเชา ทุกวนั สวนการดื่มนมในชวงบา ยผปู กครองจดั เตรียมนมกลอ ง
(ควรเปนรสจดื ) จำนวน ๒ กลอง ใหนักเรยี นนำมาดืม่ ท่โี รงเรยี นเพือ่ ใหนกั เรยี นทกุ คนมสี ุขภาพรา งกายแข็งแรงและเจรญิ เติบโตย่งิ ขึน้
๗.การนำของเลน มาโรงเรียน
โรงเรยี นไมอ นญุ าตใหน กั เรยี นนำของเลน มาเลน ทโ่ี รงเรยี น เพราะอาจเกดิ อนั ตรายหรอื สญู หายได โรงเรยี นไดจ ดั ของเลน ตา ง ๆ
ท่มี ีคณุ ภาพและสอดคลองกับพัฒนาการตามวัยไดเ ปนอยา งดีใหก บั นักเรยี นเลน กันอยา งเพียงพอ
๘.การจอดรถสง - รบั นักเรยี น
เพอ่ื ความปลอดภยั และปอ งกนั อบุ ตั เิ หตทุ จ่ี ะเกดิ กบั ผปู กครอง นกั เรยี น และผทู ส่ี ญั จรไปมาหนา บรเิ วณโรงเรยี น ขอความรว มมอื
ผูป กครองปฏบิ ัตติ ามกฎจราจรอยา งเครงครดั และกรุณาจอดรถใหเ ปนระเบยี บ โดยจอดรถใหชดิ ขอบทางเทา หรอื ในท่ที ีโ่ รงเรียน
จัดเตรยี มให และไมจอดรถขวางทางเขา –ออกประตโู รงเรยี น
๘.๑ ตอนเชา โรงเรยี นเปดประตูเวลา ๐๗.๑๕น. และปดประตเู วลา เวลา ๐๘.๓๐ น.
๘.๒ ตอนเย็น โรงเรียนเปดประตูเวลา ๑๔.๓๐ น. และปดประตเู วลา เวลา ๑๖.00 น.
หมายเหตุ กรณีนกั เรียนฝากนอกเวลาใหผูป กครองติดตอ คณุ ครปู ระจำชนั้
โรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลยั ราชภัฏภูเก็ต ฝายประถมศกึ ษา
1. การมีผูปกครอง
1.1 นักเรียนทกุ คนตอ งมผี ูปกครองตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรอื่ ง ผปู กครองนกั เรียน นักศกึ ษา พ.ศ.2522
1.2 โรงเรียนกําหนดใหน กั เรยี นมผี ูปกครองได 1 หรอื 2 คน
1.3 ผูปกครองตองมีอายุ 20 ปข นึ้ ไป ไมเ ปนนกั เรียน นกั ศึกษา ประกอบอาชพี เปนหลกั ฐาน โดยนักเรยี นและผูป กครองตอง
มชี ่ืออยใู นทะเบียนบานทอ่ี ยูอาศยั ดวยกนั
2. การมาและกลบั โรงเรียน
2.1 นักเรียนมาถึงโรงเรียนเวลา 07.15 - 07.50 น. เพือ่ เตรยี มตวั ปฏิบตั กิ จิ กรรมหนา เสาธง และรับฟง
การใหโอวาทจากครูเวรประจำวัน
2.2 นกั เรียนเลกิ เรยี นแลวเดนิ ทางกลบั ระหวางเวลา 16.00 - 17.00 น.
2.3 ใหผูป กครองจอดรถสง และรับนักเรยี นตรงบรเิ วณทโ่ี รงเรยี นกาํ หนด แลวเดนิ แถวเรียงหน่งึ ชดิ ขวาเสมอ
2.4 นกั เรียนทีเ่ ดินมาและกลบั โรงเรยี นจะตองเดนิ เรียงหน่งึ บนทางเทา ท้งั มาและกลบั ถาไมมีทางเทา ใหเดิน
เรยี งหนึ่งชดิ ขวาเสมอ
2.5 ไมอนุญาตใหน ักเรยี นมาและกลบั โรงเรียนดวยตนเองหรือใชยานพาหนะทุกชนิด
3. การมาโรงเรียนสาย
นกั เรียนทม่ี าถึงโรงเรยี นไมท นั ปฏิบตั ิกจิ กรรมหนา เสาธง ถือวา มาสายจะตองปฏบิ ตั ิ ดังนี้
3.1 นกั เรียนมาโรงเรยี นหลังเวลา 07.50 น. ถอื วามาสาย ตอ งลงช่ือที่ครเู วรประจำวันและสภานักเรียน
3.2 นกั เรยี นมาสายระหวาง 1 - ๕ ครัง้ จะถกู ตัดคะแนนครง้ั ละ 1 คะแนน และลงโทษโดยการวา กลาวตกั เตือน
3.3 นกั เรยี นมาสายระหวา ง ๖ - 10 ครง้ั จะถกู ตดั คะแนนครง้ั ละ 1 คะแนน และลงโทษโดยการวา กลา วตกั เตอื น ทำทณั ฑบ น
และแจงแบบรายงานพฤตกิ รรมนกั เรยี นแกผ ปู กครอง
3.4 นกั เรยี นมาสายมากกวา 10 ครั้ง จะถกู ตัดคะแนนคร้ังละ 1 คะแนน และลงโทษโดยการวากลาวตกั เตอื น ทำทณั ฑบน
และแจงแบบรายงานพฤตกิ รรมนกั เรยี นเพื่อใหผ ูปกครองเขา พบตวั แทนคณะกรรมการบรหิ ารงานกจิ การนกั เรยี นและครปู ระจำชนั้
เพ่ือทำกิจกรรมปรบั เปลี่ยนพฤติกรรม
3.5 หากมคี วามจำเปน เน่ืองจากผูปกครองมธี ุระอยา งอ่ืนใหปฏบิ ัตดิ งั น้ี
- ถา ผูปกครองมีธรุ ะในตอนเชา ไมส ามารถใหน ักเรียนมาทันตามกำหนดเวลา ตอ งมหี ลกั ฐานรับรองจากผปู กครอง
ไปแสดงตอครูเวรประจำวันและครปู ระจำชนั้ กอนเขาหอ งเรียน หากไมม หี ลักฐานรับรองจากผปู กครองถอื วานกั เรียนมาสาย
- ในกรณมี ีความจำเปนอน่ื เชน ฝนตก รถเสีย ครูเวรประจำวันจะผอ นผนั เฉพาะรายและอาจจะจดบันทกึ ไวเ พื่อหา
ขอ เท็จจรงิ ตอไป หากพบวาเปนการหลอกลวง จะตอ งถูกลงโทษตามความผิดข้นั ปานกลาง
4. การลา
4.1 ลาปว ย ใหผูป กครองแจง ครูประจำช้นั หากลาปวยตดิ ตอกัน 3 วัน ตอ งแนบใบรบั รองแพทย
4.2 ลากจิ ใหแจงครูประจำชนั้ ลว งหนาอยางนอ ย 1 วันกอ นวันหยุดเรียน
4.3 การออกนอกบรเิ วณโรงเรียน ใหถือปฏิบตั ดิ ังนี้
- ใหผูป กครองมาเซ็นชอ่ื รับนักเรียนทห่ี องสำนกั งาน พรอ มแสดงบัตรประจำตัวประชาชน
- ไมอ นุญาตใหผปู กครองของนักเรยี นผอู ่ืนมารบั แทน
5. การขาดเรยี น
5.1 ถาขาดเรยี นติดตอ กัน 3 วนั ตองแจงเหตผุ ลใหโ รงเรียนทราบโดยดว น
5.2 เม่อื ปดภาคเรยี นแลว ถา นักเรยี นไมมาเรียน โดยไมแจงเหตใุ หโ รงเรยี นทราบ โรงเรยี นจะทําหนงั สอื แจง ผปู กครองใหม า
ติดตอ กบั โรงเรยี นภายในระยะเวลาทีก่ ําหนดอยางนอย 2 คร้ัง เมอ่ื ครบกําหนดแลวยังไมม าติดตอโรงเรียนจะจําหนา ยออกเพราะเหตุ
ขาดเรยี นนาน
6. การขอพกั การเรียน
โรงเรยี นอนุญาตเปน รายภาคเรียน โดยพิจารณาวา
6.1 สาํ หรับนักเรียนทม่ี าเรยี นในภาคเรยี นนนั้ ๆ ถาประสงคจะขอพักการเรียนใหผปู กครองย่ืนคํารอ งขออนญุ าตพักการเรยี น
ตอ ผบู ริหารสถานศึกษาภายใน 7 วันทาํ การ นบั แตวันเปด ภาคเรยี น
6.2 สาํ หรบั นักเรียนที่ไมเ คยมาเรียนนับแตว ันเปด ภาคเรียน ถา ประสงคจ ะขอพกั การเรยี นใหผูปกครองย่นื คํารองขออนญุ าต
พกั การเรียนตอผบู ริหารสถานศกึ ษาอยางชาไมเ กินระยะเวลาทกี่ ําหนดไวในหนังสอื แจงผูปกครองขอ 5.1 ถา พนกําหนดไปแลว
ไมสามารถขอพักการเรยี นได เน่ืองจากนกั เรยี นผนู ้นั ถกู จาํ หนา ยออกเพราะขาดเรียนนานตามขอ 5.2 แลว นกั เรียนที่ไดรบั อนญุ าตให
พกั การเรียนยงั ถือวามีสภาพเปนนกั เรียนอยู
7. การมาโรงเรียนนอกเวลาเรียนของนกั เรยี น
นักเรียนที่มาโรงเรียนในวันเสาร วันอาทิตยหรือวันหยุดราชการ ถาโรงเรียนใหนักเรียนมาทํากิจกรรมใด ๆ โรงเรียนจะมี
หนงั สือแจง ใหผ ูป กครองทราบ โดยปฏบิ ัติดังน้ี
7.1 ครปู ระจำชั้นหรือครปู ระจําวิชา เปน ผแู จงกจิ กรรมโรงเรยี นทีน่ ักเรยี นตองมาปฏิบตั ิ แจงเวลามา - กลบั และแจง เหตุผล
ใหผ ปู กครองทราบ โดยไดร บั อนุญาตจากผูบ รหิ ารตั้งแตระดับรองผอู ำนวยการขน้ึ ไป
7.2 หากผูป กครองยนิ ยอมใหน กั เรยี นมารวมกิจกรรมท่ีโรงเรียน ผูปกครองลงช่อื รบั รองและใหน กั เรียนนำสงครปู ระจำชั้น
หรอื ครูผูรับผดิ ชอบในกิจกรรมนั้น ๆ
8. การออกนอกบริเวณโรงเรยี น
เมื่อนกั เรียนเขา มาบริเวณโรงเรยี นแลว ไมส ามารถออกนอกบริเวณโรงเรียนได เวนแตจะไดรับอนญุ าตจากครปู ระจำชัน้ และ
ครเู วรประจำวัน
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ฝายมัธยมศึกษา
1. การมีผูปกครอง
1.1 นักเรียนทุกคนตองมีผูปกครองตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องผูปกครองนักเรียนนักศึกษา พ.ศ.2522
1.2 โรงเรียนกําหนดใหนักเรียนมีผูปกครองได 1 หรือ 2 คน
1.3 ผูปกครองตองมีอายุ 20 ปขึ้นไป ไมเปนนักเรียน นักศึกษา ประกอบอาชีพเปนหลักฐาน นักเรียนและผูปกครองตอง
มีชื่ออยูในทะเบียนบานที่อยูอาศัยดวยกัน
2. การมาและกลับโรงเรียน
2.1 นักเรียนมาถึงโรงเรียน ระหวางเวลา 07.15 - 07.50 น. เพื่อเตรียมตัวปฏิบัติกิจกรรมหนาเสาธง และรับฟงการให
โอวาทจากครูเวรประจำวัน
2.2 นักเรียนเลิกเรียนแลวเดินทางกลับ ระหวางเวลา 16.00 - 17.00 น.
2.3 ใหผูปกครองจอดรถสง และรับนักเรียนตรงบริเวณที่โรงเรียนกําหนด แลวเดินแถวเรียงหนึ่งชิดขวาเสมอ
2.4 นักเรียนที่เดินมาและกลับโรงเรียนจะตองเดินเรียงหนึ่งบนทางเทาทั้งไปและกลับ ถาไมมีทางเทา ใหเดินเรียงหนึ่ง
ชิดขวาเสมอ
2.5 กรณีนักเรียนใชยานพาหนะทุกชนิด เพื่อมาและกลับโรงเรียนดวยตนแอง ใหนำกุญแจยานพาหนะเก็บไวที่ครูประจำชั้น
ทุกครั้ง หากมีการใชยานพาหนะภายในชวงเวลา 08.00 – 16.00 น. ตองขออนุญาตครูประจำชั้น พรอมชี้แจงเหตุผลทุกครั้ง
2.6 การใชย านพาหนะตอ งปฏบิ ตั ใิ หถ กู ตอ งตามกฎหมาย ยานพาหนะทใ่ี ชต อ งอยใู นสภาพทส่ี มบรู ณ มโี คมไฟและปา ยสะทอ น
แสงติดตั้งครบถวน และไมประมาท
3. การมาโรงเรียน
นักเรียนที่มาถึงโรงเรียนไมทันปฏิบัติกิจกรรมหนาเสาธง ถือวามาสาย จะตองปฏิบัติ ดังนี้
3.1 นักเรียนที่มาหลังเวลา 07.50 น. ใหลงชื่อที่หองพักครู พรอมแจงครูเวรประจำวัน
3.2 นักเรียนที่มาหลัง 08.30 น. ตองไปรายงานตัวที่หองกิจการนักเรียน พรอมกับนําผูปกครองมาเซ็นชื่อทราบ เพื่อรับ
บัตรอนุญาตเขาหองเรียน
3.3 หัวหนาหองเรียนเก็บรวบรวมรายชื่อนักเรียนที่มาสายสงครูประจำชั้นทุกวัน เพื่อบันทึกสถิติและเก็บไวเปนหลักฐาน
3.4 นักเรียนที่มาสายโดยไมมีบัตรอนุญาตเขาหอง ครูที่ประจำวิชาจะไมอนุญาตใหนักเรียนเขาหอง จนกวานักเรียนจะ
ปฏิบัติใหถูกตองตามระเบียบของโรงเรียนเสียกอน
4. การลา
4.1 ทุกครั้งทน่ี ักเรยี นไมมาโรงเรียนจะตองสงใบลา โดยผปู กครองนํานกั เรียนมามอบตวั ลงชอื่ รบั รองการลาทกุ คร้งั
4.2 การลากจิ ใหส ง ใบลาลว งหนาอยางนอ ย 1 วัน
4.3 การลาปวยเกิน 3 วัน ใหนาํ ใบรบั รองแพทยม าแสดงตอ ครปู ระจำชั้น
4.4 การออกนอกบรเิ วณโรงเรยี น ใหถ อื ปฏบิ ัติดงั น้ี
- ใหผ ูปกครองมาลงชื่อรบั นกั เรียนที่งานกจิ การนกั เรียน
- ไมอนุญาตใหผปู กครองของนักเรยี นผอู ่นื มารบั แทน
5. การขาดเรยี น
5.1 ถาขาดเรียนติดตอ กนั 3 วัน ตอ งแจง เหตุผลใหโ รงเรียนทราบโดยดว น
5.2 เม่ือปดภาคเรยี นแลว ถา นกั เรียนไมมาเรียน โดยไมแจงเหตุใหโ รงเรยี นทราบ โรงเรียนจะทาํ หนงั สือแจง ผูป กครองใหม า
ติดตอกบั โรงเรยี นภายในระยะเวลาที่กาํ หนดอยา งนอย 2 ครัง้ เมือ่ ครบกําหนดแลวยังไมม าตดิ ตอ โรงเรียนจะจาํ หนายออกเพราะเหตุ
ขาดเรยี นนาน
6. การขอพักการเรยี น
โรงเรียนอนญุ าตเปนรายภาคเรียน โดยพิจารณาวา
6.1 สําหรบั นกั เรียนท่มี าเรียนในภาคเรยี นนน้ั ๆ ถา ประสงคจ ะขอพกั การเรียนใหผ ปู กครองยืน่ คาํ รองขออนุญาตพักการเรยี น
ตอ ผูบรหิ ารสถานศึกษาภายใน 7 วนั ทําการนับแตวนั เปดภาคเรียน
6.2 สําหรับนกั เรยี นท่ไี มเ คยมาเรยี นนับแตว ันเปดภาคเรียน ถา ประสงคจะขอพกั การเรยี นใหผปู กครองย่ืนคํารอ งขออนุญาต
พกั การเรยี นตอ ผบู รหิ ารสถานศึกษาอยางชาไมเ กินระยะเวลาท่ีกําหนดไวในหนังสอื แจง ผูปกครองขอ 5.1 ถาพน กําหนดไปแลว
ไมส ามารถขอพกั การเรยี นได เนอื่ งจากนกั เรียนผูนั้นถกู จําหนายออกเพราะขาดเรยี นนานตามขอ 5.2 แลว นกั เรยี นทไ่ี ดรบั อนญุ าตให
พักการเรยี นยงั ถือวา มสี ภาพเปน นักเรยี นอยู
7. การมาโรงเรยี นนอกเวลาเรียนของนกั เรยี น
นกั เรียนท่มี าโรงเรยี นในวนั เสาร วนั อาทติ ยห รือวนั หยุดราชการ ถาโรงเรยี นใหน กั เรยี นมาทาํ กิจกรรมใด ๆ โรงเรียนจะมี
หนงั สือแจง ใหผูป กครองทราบ โดยปฏิบตั ดิ ังนี้
7.1 ครูประจำชน้ั หรอื ครปู ระจําวชิ า เปนผแู จง กจิ กรรมโรงเรยี นทีน่ ักเรยี นตอ งมาปฏบิ ัติ แจง เวลามา - กลับ และแจง เหตุผล
ใหผปู กครองทราบ โดยไดร บั อนญุ าตจากผูบริหารตัง้ แตระดับรองผูอำนวยการขึ้นไป
7.2 หากผูปกครองยินยอมใหน กั เรียนมารวมกิจกรรมท่ีโรงเรียน ผูปกครองลงช่อื รับรองและใหน กั เรียนนําสงครปู ระจำชน้ั
หรือครผู ูรับผดิ ชอบในกจิ กรรมนน้ั ๆ
7.3 นกั เรยี นตอ งแตงกายตามระเบยี บของโรงเรยี นทกุ ครง้ั ท่ที าํ กิจกรรม หากมีความจำเปนไมสามารถแตง กายตามระเบยี บ
ของโรงเรยี นได ใหแจงครผู ูรบั ผิดชอบ
7.4 วนั เสาร วนั อาทติ ยห รอื วนั หยดุ ราชการ ถา นกั เรยี นมนี ดั หมายมาทำงานทโ่ี รงเรยี นทไ่ี มเ กย่ี วกบั กจิ กรรมใด ๆ ของโรงเรยี น
จะตอ งมหี นงั สอื ขออนญุ าตเพอ่ื ขอใชส ถานทต่ี อ ครปู ระจำชน้ั ลว งหนา 2 วนั ในกรณคี รปู ระจำชน้ั อนญุ าตใหน กั เรยี นมาได ครปู ระจำชน้ั
จะตอ งเปน ผคู วบคมุ ดแู ลนกั เรยี นในการใชสถานท่ี ภายในชว งเวลา 09.00 – 15.00 น. เทานนั้
8. การออกนอกบรเิ วณโรงเรยี น
เมอื่ นักเรยี นเขา มาบริเวณโรงเรียนแลว ไมสามารถออกนอกบริเวณโรงเรยี นได เวนแตจ ะไดร ับอนุญาตจากครปู ระจำชน้ั และ
ครเู วรประจำวนั
ประกาศ ณ วนั ท่ี 9 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖4
(นายวรุตม อนิ ทฤทธิ)์
รองผูอำนวยการโรงเรยี น ปฏบิ ตั ิหนาท่แี ทน
ผูอำนวยการโรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
โครงสรา งหลักสตู รสถานศกึ ษา
โรงเรยี นสาธติ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเกต็ ฝายประถมศึกษา
โครงสรา งเวลาเรียน หลกั สตู รโรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ ฝา ยประถมศึกษา พุทธศักราช ๒๕๕๑
(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.๒๕๖๔) กำหนดโครงสรา งเวลาเรียน ดงั นี้
โครงสรา งหลกั สูตรสถานศึกษา
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ฝายประถมศกึ ษา
โครงสรา งเวลาเรยี น หลกั สูตรโรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลัยราชภฏั ภูเก็ต ฝา ยประถมศกึ ษา พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๔) กำหนดโครงสรางเวลาเรียน ดงั น้ี
โครงสรางหลกั สูตรโรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู ก็ต
ฝายมธั ยมศกึ ษา
หอ งเรียนสง เสริมอัจฉรยิ ภาพดา นวิทยาศาสตร คณติ ศาสตร ภาษาและเทคโนโลยี
(Gifted Students in Science, Mathematics, Language, and Technology)
ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1
โครงสรา งหลักสูตรโรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลยั ราชภัฏภเู ก็ต
ฝายมัธยมศึกษา
หอ งเรียนสง เสรมิ อจั ฉรยิ ภาพดา นวทิ ยาศาสตร คณิตศาสตร ภาษาและเทคโนโลยี
(Gifted Students in Science, Mathematics, Language, and Technology)
ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 2
โครงสรางหลักสูตรโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลยั ราชภัฏภเู ก็ต
ฝา ยมธั ยมศกึ ษา
หอ งเรียนสง เสรมิ อัจฉริยภาพดานวทิ ยาศาสตร คณติ ศาสตร ภาษาและเทคโนโลยี
(Gifted Students in Science, Mathematics, Language, and Technology)
ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 3
โครงสรางหลักสูตรโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลยั ราชภัฏภเู ก็ต
ฝา ยมธั ยมศกึ ษา
หอ งเรียนสง เสรมิ อัจฉริยภาพดานวทิ ยาศาสตร คณติ ศาสตร ภาษาและเทคโนโลยี
(Gifted Students in Science, Mathematics, Language, and Technology)
ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 4
โครงสรางหลักสูตรโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลยั ราชภัฏภเู ก็ต
ฝา ยมธั ยมศกึ ษา
หอ งเรียนสง เสรมิ อัจฉริยภาพดานวทิ ยาศาสตร คณติ ศาสตร ภาษาและเทคโนโลยี
(Gifted Students in Science, Mathematics, Language, and Technology)
ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 5
โครงสรางหลักสูตรโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลยั ราชภัฏภเู ก็ต
ฝา ยมธั ยมศกึ ษา
หอ งเรียนสง เสรมิ อัจฉริยภาพดานวทิ ยาศาสตร คณติ ศาสตร ภาษาและเทคโนโลยี
(Gifted Students in Science, Mathematics, Language, and Technology)
ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 6