The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือนักเรียน โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ปีการศึกษา 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by shinnathip, 2021-05-31 00:48:09

คู่มือนักเรียน โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ปีการศึกษา 2564

คู่มือนักเรียน โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ปีการศึกษา 2564

ประวัติความเปน มา

มหาวทิ ยาลัยราชภัฏภูเกต็ เริ่มตนจากการเปนสวนหนึง่ ในสถาบันการศกึ ษาชนั้ สูง (Higher Education Institution) 3 แหง
ทจ่ี ัดต้งั ขึ้นในจงั หวดั ตา ง ๆ ในภมู ิภาค เม่อื ป พ.ศ. 2515 โดยกรมการฝก หัดครู กระทรวง ศึกษาธกิ าร เปน ผูริเรมิ่ ผลักดันใหสถาปนา
ขน้ึ ทจ่ี งั หวดั ภเู กต็ บรุ รี มั ย และลำปาง มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ จงึ ไดร เิ รม่ิ จากการเปน วทิ ยาลยั ครภู เู กต็ มพี น้ื ทร่ี บั ผดิ ชอบในการผลติ
ครูและสงเสรมิ วทิ ยฐานะครูในเขตภาคใต 5 จังหวดั ชายฝง ตะวันตก (ฝงอันดามนั ) ไดแ ก จงั หวัดภเู ก็ต พังงา ระนอง กระบี่ และตรงั
และปรับเปลี่ยนสถานภาพเปนสถาบันราชภัฏภูเก็ตตามพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ.2538 และเปนมหาวิทยาลัยราชภัฏ
ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547 จากจุดเริ่มตนของการเปนวิทยาลัยครูภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
มกี ารเปลย่ี นแปลงสถานะและภาระหนา ทต่ี ามทศิ ทางการพฒั นาสงั คมและประเทศชาตมิ าจนกระทง่ั ถงึ ปจ จบุ นั แตย งั คงมวี ตั ถปุ ระสงค
อยางหนึ่งของมหาวิทยาลัยที่สำคัญคือเสริมสรางความเขมแข็งของวิชาชีพครู ผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
ใหม คี ณุ ภาพและมาตรฐานทเ่ี หมาะสมกบั การเปน วชิ าชพี ชน้ั สงู โดยมคี ณะครศุ าสตรเ ปน หนว ยงานทร่ี บั ผดิ ชอบดำเนนิ งานตามภารกจิ
ดา นการผลติ ครแู ละสง เสรมิ วทิ ยฐานะครขู องมหาวทิ ยาลยั การขบั เคลอ่ื นภารกจิ ดงั กลา วจำเปน ตอ งมหี นว ยปฏบิ ตั กิ ารการจดั การศกึ ษา
ระดับโรงเรยี นเพ่ือเปนแหลงศึกษาวิจัยสำหรับการผลิตบัณฑิต คณะครศุ าสตรจงึ ไดม โี ครงการทดลองนำรองการจดั ต้งั โรงเรยี นสาธติ
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตมาตั้งแตป พ.ศ.2541 ดวยการเปดสอนระดับปฐมวัยในป พ.ศ. 2541 เปดสอนในระดับประถมศึกษา
ในป พ.ศ. 2556 และเปดสอนในระดับมัธยมศึกษา ในป พ.ศ. 2559 โครงการทดลองนำรองดังกลาวนี้ไดรับการตอบรับอยางดี
จากผูปกครองซึ่งเปนบุคลากรในชุมชนมหาวิทยาลัยและในทองถิ่นจังหวัดภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตจึงเห็นสมควรจัดตั้ง
โรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลัยราชภฏั ภูเก็ตขึ้นเปนหนว ยงานภายใน เพ่อื ใหส ามารถดำเนินงานตามวตั ถปุ ระสงคไ ดอ ยา งมปี ระสทิ ธิภาพ
และคลองตวั จงึ ออกประกาศมหาวิทยาลยั ราชภัฏภเู กต็ ใหจ ัดตั้งโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏภูเกต็ ข้นึ ต้งั แตว ันที่ 10 ธันวาคม
2559 เปน ตน มา

ประกาศฉบบั ดงั กลา วไดจ ดั ตง้ั ใหโ รงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ เปน หนว ยงานในกำกบั และการบรหิ ารของคณะครศุ าสตร
มวี ตั ถปุ ระสงคเ พอ่ื เปน สถานทท่ี ดลอง ศกึ ษา และวจิ ยั ในการจดั การศกึ ษาระดบั ปฐมวยั และระดบั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานของคณะครศุ าสตร
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ เพอ่ื ใหเ ปน ตวั อยา งในการจดั การเรยี นการสอนทม่ี คี ณุ ภาพและไดม าตรฐาน ปจ จบุ นั โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั -
0ราชภฏั ภเู กต็ ดำเนนิ งานภายใตข อ บงั คบั มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ วา ดว ยการบรหิ ารจดั การโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็
พ.ศ. 2560จัดการศึกษาในระดับปฐมวัยตาม แนววอลดอรฟ (Waldorf) เนนการพัฒนานักเรียนตามพัฒนาการของชวงวัย
ดวยการคนพบตนเองฝกการมีสมาธิกิจกรรมที่หลากหลาย เชน กิจกรรมเสรีตามมุมที่สนใจ การเลนสรางสรรคดวยวัสดุธรรมชาติ
หัตถกรรมและงานปนการเรียนการสอนแบบโครงการ (Project Approach) เปนตน การจัดการศึกษาที่เนนผูเรียนเปนสำคัญ
ในลักษณะนี้ถูกพัฒนาอยางตอเนื่องในระดับประถมศึกษาเพื่อสรางพื้นฐานการเรียนรูดวยตนเอง ปลูกฝงนิสัยการคิด การคนควา
เพื่อมุงสูความเปนเลิศดานวิทยาศาสตรคณิตศาสตร ภาษา และเทคโนโลยี ซึ่งเปนจุดเนนในการจัดการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา

วัตถปุ ระสงคแ ละภาระหนาทขี่ องโรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ภเู ก็ต
ขอบังคบั มหาวิทยาลัยราชภฏั ภูเกต็ วา ดวยการบรหิ ารจดั การโรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลัยราชภฏั ภูเก็ต พ.ศ. 2560

กำหนดภาระหนา ที่ของโรงเรียนไวดว ยวัตถุประสงค ดังน้ี
1. เปน สถานทท่ี ดลอง ศกึ ษา และวจิ ัย ในการจัดการศึกษาในระดับการศกึ ษาปฐมวัยและระดบั การศกึ ษา

ขน้ั พื้นฐานของคณะครศุ าสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ใหเ กิดประสิทธิภาพและประสทิ ธิผล
2. เปน แหลง เรยี นรูและฝกประสบการณวชิ าชพี ของนกั ศึกษามหาวทิ ยาลัยราชภฏั ภูเกต็
3. เปนแหลงเรียนรใู นการจัดการเรยี นการสอนของโรงเรียนอนื่ ทัว่ ไป
4. เพอ่ื บริหารจัดการศึกษาในระดบั การศกึ ษาปฐมวยั และระดบั การศึกษาขั้นพื้นฐานใหผเู รยี นมคี วามรู

มีประสบการณตรงหรือสูงกวา มาตรฐานทีก่ ระทรวงศกึ ษาธกิ ารกำหนด และมงุ ปลกู ฝง จิตสำนึกทถ่ี ูกตอ งเกี่ยวกับชาติ ศาสนา
พระมหากษัตรยิ  คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และสืบสานวฒั นธรรมความเปน ไทย

สญั ลกั ษณข องโรงเรยี น

ตราสญั ลกั ษณน ไ้ี ดน ำมาจากตราประจำมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ซง่ึ พจิ ารณาจากดวงตราพระราชลญั จกรประจำพระองคร ชั กาลปจ จบุ นั
ทถ่ี กู ใชก ำหนดรปู แบบสญั ลกั ษณม หาวทิ ยาลยั ราชภฏั และไดร บั พระราชทาน มาเปน ตราประจำมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ทว่ั พระราชอาณาจกั ร
ซง่ึ มรี ายละเอยี ด คอื เปน รปู แบบทเ่ี กย่ี วขอ งกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ  ผใู หก ำเนดิ สถาบนั เปน รปู แบบทเ่ี ปน กลางเกย่ี วขอ งกบั ทอ งถน่ิ ทต่ี ง้ั
ธรรมชาติ และความสอดคลอ งกบั ชอ่ื มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ทไ่ี ดร บั พระราชทานสขี องตราประจำมหาวทิ ยาลยั มี 5 สี โดยมคี วามหมาย ดงั น้ี

สนี ำ้ เงนิ แทนคา สถาบนั พระมหากษตั รยิ ผ ใู หก ำเนดิ และพระราชทานนาม “มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ”
สเี ขยี ว แทนคา แหลง ทต่ี ง้ั ในแหลง ธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ มทส่ี วยงาม
สที อง แทนคา ความเจรญิ รงุ เรอื งทางภมู ปิ ญ ญา
สสี ม แทนคา ความรงุ เรอื งทางศลิ ปวฒั นธรรมทอ งถน่ิ
สขี าว แทนคา ความคดิ อนั บรสิ ทุ ธข์ิ องนกั ปราชญแ หง พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช

สปี ระจำโรงเรยี น มว ง ดอกไมป ระจำโรงเรยี น ดอกแคแสด

สีประจำโรงเรยี น
มว ง - ขาว

สมี ว ง หมายถงึ คณุ ธรรมของครูและนกั เรยี น 4 ประการ เมตตา เสียสละ ยุติธรรม และรับผิดชอบ

แผนยทุ ธศาสตรโ รงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ พ.ศ. 2561-2565
โรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลัยราชภฏั ภูเกต็ ยงั คงใชแผนยทุ ธศาสตรโ รงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลัยราชภัฏภเู กต็ พ.ศ. 2561–2565

โดยมีการปรับปรงุ ขอความบางสว นเพอ่ื ใหสอดคลองกบั ความตอ งการจำเปนในยคุ ปจจบุ ัน ดงั น้ี
ปรชั ญา วิสัยทัศน เอกลกั ษณ อตั ลักษณและพนั ธกจิ ของโรงเรียน
ปรัชญา

“อจั ฉรยิ ภาพในตวั คน จากการพฒั นาอยางสมดุล โดยใชส ตเิ ปน เครอ่ื งกำกบั ปญ ญา”
วิสยั ทศั น

โรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏภูเก็ตมงุ มนั่ พฒั นาให“นักเรยี นมศี ักยภาพเปนพลโลก”
(มคี วามเปน เลศิ ทางวชิ าการ สอ่ื สารไดอ ยา งนอ ย 2 ภาษา ลำ้ หนา ทางความคดิ ผลติ งานอยา งสรา งสรรค และรว มกนั รบั ผดิ ชอบตอ สงั คมโลก)

เอกลักษณ
“สง เสรมิ พฒั นาการตามชวงวัย เพื่อใหผ ูเรียนเจริญงอกงามอยา งเตม็ ศกั ยภาพ”

อัตลกั ษณ
“ยืดหยนุ กลาคิดกลาทำ จติ อาสา”

พันธกิจ
1. จดั การศกึ ษาระดบั ปฐมวยั และการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานเพอ่ื ใหไ ดน กั เรยี นทม่ี คี ณุ ภาพและมคี ณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงคใ นศตวรรษท่ี 21
2. วิจยั เพอื่ พัฒนากระบวนการเรยี นรูของผูเ รยี นอยางตอ เนื่อง
3. พัฒนาความรว มมอื ทางวิชาการกบั เครือขายเพ่ือใหบรกิ ารแกส ังคม
4. สงเสรมิ สนับสนนุ การอนรุ กั ษข นบธรรมเนยี มประเพณีและวฒั นธรรมทองถ่นิ
5. บริหารจดั การอยา งมปี ระสทิ ธิภาพเพื่อสรา งความเขมแข็งสามารถพง่ึ พาตนเองได

ยุทธศาสตร
1. การบรู ณาการการจัดการศกึ ษาระดบั ปฐมวัยและการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐานรวมกบั การผลติ ครูคณะครุศาสตร
2. การยกระดบั คุณภาพครใู หส ามารถทำวจิ ัยเพ่อื พัฒนากระบวนการเรยี นรไู ดอยางตอ เนื่อง
3. การสรางเครือขา ยผปู กครอง ชมุ ชนและหนว ยงานท่เี ก่ียวขอ ง ใหม ีสวนรวมในการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา
4. ใชแ หลง เรยี นรดู า นขนบธรรมเนยี มประเพณแี ละวฒั นธรรมทอ งถน่ิ ภายในและภายนอกมหาวทิ ยาลยั ในการจดั การศกึ ษาของโรงเรยี น
5. พัฒนาระบบการบรหิ ารจดั การ

เปาประสงค
1. นักเรยี นมคี ุณภาพและมคี ุณลักษณะที่พึงประสงคในศตวรรษที่21
2. ครูมีศกั ยภาพในการสอนควบคูไปกบั การทำวจิ ยั เพื่อพฒั นากระบวนการเรยี นรูของผูเรียน
3. โรงเรียนมกี ารใหบรกิ ารวชิ าการแกชมุ ชนและสังคมผานเครอื ขายความรวมมือ
4. การใชแ หลง เรียนรูดานขนบธรรมเนยี มประเพณแี ละวฒั นธรรมทองถ่ินภายในภายนอกมหาวิทยาลัย
ในการจัดการศกึ ษาของโรงเรียน
5. โรงเรยี นมีระบบการบริหารจัดการท่ีดี มีความเขมแข็ง สามารถพง่ึ พาตนเองได

แผนภูมิโครงสราง การบริหารงานโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภฏั ภเู กต็

ผศ.ดร.หริ ญั ประสานการ
อธกิ ารบดมี หาวทิ ยาลัยราชภัฏภูเกต็

ผศ.ดร.ศริ ิวรรณ ฉัตรมณรี ุง เจรญิ
คณบดีคณะครุศาสตร

ผศ.ดร.ศิริวรรณ ฉัตรมณรี ุงเจริญ อาจารยด วงกมล เอช

คณบดคี ณะครุศาสตร ปฏิบัติหนาทแี่ ทน ที่ปรึกษา
ผูอ ำนวยการโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลยั ราชภัฏภูเกต็

นายวรตุ ม อินทฤทธ์ิ ผศ.ดร.นิพนธ บรเิ วธานนั ท นางวรรณี พลสมัคร
รองผอู ำนวยการฝา ยมธั ยมศึกษา รองผูอำนวยการฝายประถมศกึ ษา รองผูอ ำนวยการฝายปฐมวยั

นางประเพ็ญ ตนั จำรูญ นางสาวนาถนภา ขนั ททอง นางสาวยวุ ธิดา ขนั ภกั ดี นายสทิ ธโิ ชค จโิ รจนก ุล นายอาทิย ถนิ่ ปกาสัย
งานบริหารวิชาการ งานบริหารแผนและงบประมาณ งานบริหารทั่วไป งานบริหารกจิ การนักเรยี น งานบรหิ ารบคุ ลากร

แผนภูมิโครงสรา ง การบริหารงานโรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลัยราชภัฏภเู กต็ ฝายปฐมวยั

นางสาวกมลวรรณ มากตดุ นางสาวกชกร โนนนอ ย นางสาวภัคธีตา ประทปี ณ ถลาง
[email protected] [email protected] [email protected]
0658473454
091-7252898 0831027967

นางสาวเวทนิ ี เทพเสรมิ นางสาวอศุ บิ า อินนุรกั ษ นางสาวสุนิสา บุญเพลิง
[email protected] [email protected] [email protected]

083-6504707 0815678126 0897819705

นางสาววรางคณา เตม็ เปย ม นางสาวอาภัสสา หาหาบ นางสาวอารติ า รามรัตน
[email protected] [email protected] [email protected]
0806923654
062-0615622 0918234024

นางสาวนรู ไอนี เจะมะ นางสาวอนุสรณ จันทรแดง นางสาวอมติ รา ศริ ิ
[email protected] [email protected] [email protected]

0800375251 0989359531 0968097130

นางสาวกาญจนาพร เดชฤกษปาน นางสาวสวนยี  ธยิ ะภมู ิ [email protected]
[email protected] [email protected]

0831818711 0822738436

แผนภมู ิโครงสราง การบริหารงานโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลยั ราชภฏั ภูเก็ต ฝา ยประถมศึกษา

วาทีร่ .ตหญิงนนทลี ขวัญดี นางผอ งศรี ตันตวิ ทิ นางสาวสุวรรณธนา แยมจันทร
[email protected] [email protected]
089-7266155
083-3899619

นางประเพญ็ ตันจำรูญ นางสาวนาถนภา ขันทท อง นางสาวยวุ ธิดา ขนั ภกั ดี
[email protected] [email protected] [email protected]

089-650-9040 086-9415717 084-447829

นางสาวภทั ราพร บัวทอง นายสพุ จน สทุ ธิปญญาปกรณ นางจริยา ธนะสงั ข
[email protected] [email protected] [email protected]

เบอรโทรศัพท 089031714 099-2150420 0613642614

นายชนิ ธิป สวัสดว์ิ ิทยากุล นางเกยรู ไพโรจน นางสาวพรพนา ทองศักด์ิ
[email protected] [email protected] [email protected]
เบอรโทร. 0997454793
087-8857758 061-2289888

นางสาวกรวิกา ยอดวงคษา นายสิทธิโชค จิโรจนก ุล นางสาวสุนันทา แซเ อี๋ยว
[email protected] [email protected]

099-6832128 0620676072

นางสาวจรญิ ญา ลาวเพช็ ร นายอาทติ ย ถน่ิ ปกาสยั นางสาวสุทริษา รอดบตุ ร
[email protected] [email protected]

098-0284839 093-616813

นางสาวชนติ า มณศี รี นายพรี ศักดิ์ ศิรสิ วัสดิ์ นางสาวศศธิ ร ดวงจนั ทร
[email protected] [email protected] [email protected]

098-0102295 082-2833345 083-3889493

แผนภูมิโครงสรา ง การบริหารงานโรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู ก็ต ฝายมัธยมศกึ ษา

นางสาววิลาวรรณ กลน่ิ นอ ย นางสาวอรอนงค เพชรพรหม นางสาวณัฐพร เสรบี ตุ ร
[email protected] [email protected] [email protected]

082-8004497 087-5702480 083-5626241

นางสาวชุตกิ าญจน พมุ พระคณุ นางสาวทัศนีย บญุ ภา นายลัญชกร เขมะไชยเวช
[email protected] [email protected] [email protected]

087-4662239 092-9512759 080-6107341

นางสาวชนษิ ฎา แซปง นางสาววิลาวรรณ กล่ินนอ ย นางสาวชนสิ รา ชลู กั ษณ
[email protected] [email protected] [email protected]

092-1292939 082-8004497 087-3872587

นายสมทดั สัตยจ ิต นายชวนฐั คำนงึ ศกั ดิ์ นางสาวสุธัญญา แซหงอ
[email protected] [email protected] [email protected]

082-8004497 096-6463322 091-5235970

นางสาวปวีณา ภกั ดี Mr.Brandon Ayres นางสาวนิตยา เดชอารัญ
[email protected] [email protected] [email protected]

063-0593021 095-0367893 088-7526969

ระเบยี บการวดั และประเมนิ ผล ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็

1 หลกั การในการประเมนิ ผลการเรยี น
ขอ 1 การประเมนิ ผลการเรยี นใหเ ปน ไปตามหลกั การ ตอ ไปน้ี

1.1 สถานศกึ ษาเปน ผรู บั ผดิ ชอบการประเมนิ ผลการเรยี นของผเู รยี นโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการบรหิ ารหลกั สตู รและวชิ าการ
1.2 การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นตอ งสอดคลอ งและครอบคลมุ มาตรฐานการศกึ ษาทก่ี ำหนดในหลกั สตู รสถานศกึ ษา
1.3 การประเมนิ ผลการเรียนตองประกอบดว ย การประเมนิ เพ่ือปรบั ปรุงพฒั นาผูเรยี น การจัดการเรยี นการสอน
และการประเมินเพ่อื ตดั สนิ ผลการเรยี น
1.4 การประเมินผลเปน สว นหน่ึงของกระบวนการจดั การเรยี นการสอนตองดำเนนิ การดวยวธิ ี ทหี่ ลากหลายเหมาะสม
กับสง่ิ ทต่ี อ งการวัดธรรมชาตขิ องวชิ า และระดบั ชน้ั ของผเู รยี น
1.5 ใหม กี ารประเมนิ ความสามารถของผเู รยี นในดา นการอา น คดิ วเิ คราะหแ ละเขยี น ในแตล ะระดบั ชน้ั
1.6 ใหม กี ารประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข องผเูรยี นในแตล ะระดบั ชน้ั
1.7 ใหม กี ารประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผเูรยี นของผเู รยี นในแตล ะระดบั ชน้ั
1.8 ใหม กี ารประเมนิ คณุ ภาพของผเู รยี นในระดบั ชาติ
1.9 เปด โอกาสใหผเู รยี นสามารถตรวจสอบผลการประเมนิ ผลการเรยี นได
1.10 ใหม กี ารเทยี บโอนผลการเรยี นระหวา งสถานศกึ ษาและรปู แบบการศกึ ษาตา ง ๆ

2 วธิ กี ารประเมนิ ผลการเรยี น
ขอ 2 วธิ กี ารประเมนิ ผลการเรยี น

การวัดและประเมินผลการเรียนเปนกระบวนการที่ใหผูสอนพัฒนาคุณภาพผูเรียน เพื่อใหไดขอมูล สารสนเทศที่แสดง
พัฒนาการความกา วหนา ตลอดจนความสำเรจ็ ทางการเรยี น ของผเู รยี นใหม กี ารประเมนิ เพอ่ื ปรบั ปรงุ ผลการเรยี นมากกวา ตดั สนิ ผลการเรยี น
ประกอบดว ย

2.1 การวดั และประเมนิ ผลระดบั ช้นั เรียนเปนการวดั ความกาวหนา ทั้งทางดา นความรู ทักษะกระบวนการ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
และคานยิ มอนั พงึ ประสงค

2.2 การประเมนิ ผลระดับสถานศกึ ษาเพ่อื ตรวจสอบความกา วหนา เปน การเรยี นรูรายป/รายภาค ของสถานศึกษาสำหรับนาํ
ขอ มลู ที่ไดแนวทางในการปรับปรงุ และพัฒนาการเรยี น การสอนและคณุ ภาพ ของผเู รยี นใหเ ปนไปตามมาตรฐานการเรยี นรูรวม
ทง้ั พิจารณาการตัดสิน เลอื่ นช้นั

2.3 การประเมนิ เพอื่ ตดั สนิ ผลการเรยี นเปน การประเมินเพ่ือสรปุ ความสำเร็จในการ เรียนรขู องผูเ รียน ในการจบหลักสตู ร
สถานศึกษาในระดับตา งๆ ซ่งึ ทำใหผ เู รียนไดร บั การรับรอง ความรแู ละวุฒิการศึกษาจากสถานศกึ ษา

2.4 การประเมนิ ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นระดบั ชาติ เปน การประเมนิ ดว ยแบบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น ทเ่ี ปน มาตรฐานระดบั ชาติ
เพอ่ื ตรวจสอบคณุ ภาพการศกึ ษาของสถานศกึ ษาและคณุ ภาพการศกึ ษาของชาตสิ ำหรบั นาํ ผลการประเมนิ ไปวางแผนดำเนนิ การ ปรบั ปรงุ แกไ ข
และพัฒนาการศกึ ษาใหไดม าตรฐาน

3 แนวดำเนนิ การประเมนิ ผลการเรยี น
ขอ 3 แนวดำเนินการประเมินผลการเรยี นของสถานศกึ ษา

เพอ่ื ใหก ารวดั และประเมนิ ผลการเรยี นของสถานศกึ ษาสอดคลอ งกบั หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 มกี ารดำเนนิ การ
ตามหลกั การกำกบั กระจายอำนาจมกี ารประเมนิ ผเูรยี นตามหลกั การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นมกี ารตรวจสอบและกำกบั ตดิ ตามประเมนิ คณุ ภาพการประเมนิ ผล
การเรียนอยา งมรี ะบบและมีประสทิ ธิภาพจึงกำหนดแนว ดำเนนิ การวัดและประเมินผลการเรียนของสถานศกึ ษา ดงั นี้

3.1 สถานศึกษาโดยคณะกรรมการบริหารหลกั สตู รและวิชาการของสถานศึกษา กำหนดรปู แบบ ระบบและระเบียบประเมิน
ผลของสถานศึกษา เพอ่ื ใชเปนแนวปฏบิ ัติในการประเมนิ ผลการเรยี นของสถานศกึ ษา

3.2 กลมุ สาระการเรยี นรแู ตล ะกลมุ สาระการเรยี นรกู ำหนดตวั ชว้ี ดั ผลการเรยี นรรู ายป/ รายภาคของ กลมุ สาระการเรยี นรโู ดยวเิ คราะห
จากมาตรฐานการเรยี นรู เพ่อื ใชเ ปน เปาหมายในการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู รายป / รายภาค

3.3 คณะอนกุ รรมการระดบั กลมุ สาระการเรียนรใู หความเห็นชอบรปู แบบ วธิ กี าร เครื่องมือของ การประเมินผลและ
การตัดสนิ ผลการประเมินผลการเรยี นรายวชิ าของผูสอน

3.4 ผสู อนจดั การเรยี นการสอน ตรวจสอบพฒั นาการของผเูรยี น และประเมนิ สรปุ ผลสมั ฤทธข์ิ องผเูรยี นดว ยวธิ ที ห่ี ลากหลายตามสภาพจรงิ
3.5 คณะกรรมการวิชาการและอาจารยป ระจำช้นั /อาจารยท ่ีปรึกษา ประชุมอนุมตั ิ ตดั สนิ ผลการเรียนรายป
3.6 หัวหนา สถานศกึ ษาอนุมตั ิผลการเรยี นรายป/ รายภาค
3.7 สถานศกึ ษาจัดทำรายงานผลการดำเนินการประเมินผลการเรียนประจำปโ ดยความเห็นชอบของฝา ยวิชาการ

4 การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู
ขอ 4 การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นในดา นตา ง ๆ ประกอบดว ย

4.1 การประเมนิ ผลการเรยี นรตู ามกลมุ สาระการเรยี นรทู ง้ั 8 กลมุ ใหถ อื ปฏบิ ตั ดิ งั น้ี
4.1.1 แจง ผเู รยี นทราบถงึ ตวั ชว้ี ดั ผลการเรยี นรรู ายป/ รายภาค วธิ กี ารประเมนิ ผล การเรยี น เกณฑก ารผา นตวั ชว้ี ดั ผลการ

เรยี นรแู ละเกณฑข น้ั ตำ่ ของการผา นรายวชิ ากอ นสอนในรายวชิ านน้ั
4.1.2 ตวั ชว้ี ดั ผลการเรยี นรรู ายป/ รายภาคตอ งครอบคลมุ พฤตกิ รรมดา นความรู ทกั ษะ กระบวนการ และคา นยิ มอนั พงึ

ประสงคจ ากการรว มกจิ กรรมการเรยี นการสอน
4.1.3 ประเมนิ ผลกอ นเรยี น เพอ่ื ประเมนิ ความพรอ มและพน้ื ฐานของผเูรยี นและประเมนิ ความรอบรใู นเรอ่ื งทเ่ีรยี นกอ นการเรยี น
4.1.4 วดั และประเมนิ ผลการเรยี นระหวา งเรยี นดว ยวธิ กี ารทห่ี ลากหลายเพอ่ื มงุ ตรวจสอบพฒั นาการของผเูรยี นวา บรรลตุ ามตวั ชว้ี ดั

ผลการเรยี นรใู นการสอนตามแผนการจดั การเรยี นรทู ค่ี รผู สู อนไดว างแผนไวห รอื ไม และนาํ ผลทไ่ี ดจ ากการประเมนิ ไปปรบั ปรงุ แกไ ขขอ บกพรอ งของ
ผเู รยี นและสง เสรมิ ผเูรยี นทม่ี คี วามรู ความสามารถ ใหเ กดิ พฒั นาการสงู สดุ ตามศกั ยภาพ

4.1.5 วดั และประเมนิ ผลเพอ่ื สรปุ ผลการเรยี น มงุ ตรวจสอบความสำเรจ็ ของผเูรยี นเมอ่ื ผา นการเรยี นรใูนชว งหนง่ึ หรอื สน้ิ สดุ การเรยี นรายวชิ า
การวดั และประเมนิ ผลเพอ่ื สรปุ ผลการเรยี นประกอบดว ย

1. วดั ผลและประเมนิ ผลหลงั เรยี นในเรอ่ื งทเ่ี รยี นจบแลว เพอ่ื ตรวจสอบวา ผเูรยี นเกดิ การเรยี นรตู ามตวั ชว้ี ดั ผลการเรยี นหรอื ไม
ถาไดคะแนนไมถึงรอ ยละ 50 ของผลการเรยี นรูนั้นใหซอมเสรมิ ใหผ านกอ นสอบปลายภาค หรือปลายป

2. วดั ผลและประเมนิ ผลการเรยี นปลายปห รอื ปลายภาคเพอ่ื ตรวจสอบผลสมั ฤทธข์ิ องผเู รยี นในการเรยี นรายวชิ าตา ง ๆ
ตามตวั ชว้ี ดั ผลการเรยี นรายป หรอื รายภาค และเพอ่ื ใชเ ปน ขอ มลู สำหรบั ปรบั ปรงุ แกไ ข ซอ มเสรมิ ผเู รยี นทไ่ี มผ า นการประเมนิ ผลการเรียนรู
รายวชิ าดว ยวิธกี ารและเคร่ืองมือการประเมนิ ท่ีหลากหลาย

4.1.6 การตดั สนิ ผลการเรยี นโดยนาํ คะแนนการประเมนิ ผลระหวา งเรยี นรวมกบั คะแนนการประเมนิ ผลปลายป/ ปลายภาค
ตามอตั ราสว นทแ่ี ตล ะกลมุ สาระการเรยี นรกู ำหนด โดยใหน ำ้ หนกั ความสำคญั ของ การประเมนิ ระหวา งเรยี นมากกวา การประเมนิ
ตอนปลายป/ปลายภาค แลว นำมาเปลย่ี นเปน ระดับผลการเรียน

ชวงคะแนนรอยละ ระดับผลการเรียน ความหมาย
80 -100 4.0 ดีมาก
75 – 79 3.5
70 – 74 3.0 คอนขางดีมาก
65 – 59 2.5 ดี
60 – 64 2.0
55 - 59 1.5 คอนขางดี
50 - 54 1 พอใช
0 - 49 0
คอนขางพอใช
ผานเกณฑขั้นต่ำ
ต่ำกวาเกณฑขั้นต่ำ

5 การตัดสนิ ผลการเรียน
ขอ 5 การตดั สนิ ผลการเรียน

5.1 การตดั สินผลการเรียนกลุมสาระการเรียนรทู ั้ง 8 กลุม ใหถ อื ปฏบิ ัตดิ ังน้ี
5.1.1 พจิ ารณาตัดสินผลการเรยี นเปน รายวิชา
5.1.2 พิจารณาตดั สนิ ผเู รยี นใหไดห นว ยกิตในแตละรายวิชาเฉพาะผูทสี่ อบไดในระดบั ผลการเรยี น 1.0 ถงึ 4.0

5.1.3 วดั ผลการเรยี นปลายป/ ปลายภาค เฉพาะผทู ม่ี เี วลาเรยี นตลอดปห รอื ตลอดภาคไมน อ ยกวา รอ ยละ 80 ของเวลาเรยี น
ทง้ั หมดในรายวชิ านน้ั สำหรบั ผทู ม่ี เี วลาเรยี นไมถ งึ รอ ยละ 80 ใหย น่ื คาํ รอ งขอมสี ทิ ธสิ อบ ทง้ั นใ้ี หข น้ึ อยกู บั ดลุ ยพนิ จิ ของหวั หนา สถานศกึ ษา

5.1.4 ผูเรียนมเี วลาเรยี นไมถึงรอ ยละ 60 ใหม ผี ลการเรียนเปน “มส” และตอ ง ลงเรยี นซ้ำในรายวชิ านั้น
5.1.5 ผูเรียนไมผา นเกณฑข ้นั ต่ำตามทโ่ี รงเรยี นกำหนดไวใ หไดระดับผลการเรียนเปน “0”
5.1.6 ผเู รียนที่ทุจริตในการสอบหรอื ทจุ ริตในงานท่มี อบหมายในรายวชิ าใด คร้งั ใดก็ตามใหไ ดคะแนน “0” ในครง้ั น้นั
5.1.7 ผูเ รยี นทีไ่ มไดรบั การวัดผลปลายป/ ปลายภาคเพราะเหตสุ ุดวสิ ยั ทท่ี ำใหไมส ามารถประเมินไดใหม ีผลการเรยี น
เปน “ร” ทั้งน้ีใหอยใู นดลุ ยพินจิ ของหัวหนา สถานศกึ ษา
5.2 ผเู รยี นทเ่ี ขา รว มกจิ กรรมพฒั นาผเู รยี นโดยผา นเกณฑก ารประเมนิ ใหไ ดผ ลการเรยี นเปน “ผา น” (ผ) ถา ไมผ า นเกณฑก ารประเมนิ
ใหไ ดผ ลการเรียนเปน “ไมผา น” (มผ)
5.3 ผเู รยี นทไี่ ดรบั การตดั สนิ ผลการประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค โดยผานเกณฑท ่ีสถานศึกษากำหนดในระดับใด
ใหม ผี ลการประเมนิ เปน ไปตามเกณฑน น้ั และถา มพี ฤตกิ รรมไมผ า นเกณฑต ามทส่ี ถานศกึ ษากำหนดใหไดร บั ผลการประเมนิ เปน “ไมผ า น”
5.4 ผูเรยี นไดรับการตัดสนิ การประเมนิ การอา น คดิ วิเคราะห และเขยี นโดยถา ผา นเกณฑทส่ี ถานศกึ ษากำหนดในระดบั ใด
ใหมผี ลการประเมินเปนไปตามเกณฑน ั้นและถา มีไมผ านเกณฑตามท่สี ถานศึกษากำหนดใหไดร บั ผลการประเมินเปน “ไมผาน”
5.5 การตดั สนิ ผลการเรยี นระดบั ประถมศกึ ษา หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ตามหลกั สตู รของโรงเรยี น)
ไดกำหนดโครงสรา งเวลาเรยี น มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ชี้วัด การอาน คดิ วเิ คราะหและเขยี นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค
และกจิ กรรมพฒั นาผูเรียนทีส่ ถานศกึ ษาตอ งจดั ใหผเู รียนเกิดการเรยี นรู มีคุณภาพ เตม็ ตามศกั ยภาพและใหส ถานศกึ ษากำหนด
หลกั เกณฑการวดั และประเมินผลการเรยี นรูเพอื่ ตดั สนิ ผล การเรยี นของผูเรยี น ดังนี้
1) ผเู รียนตอ งมเี วลาเรียนไมนอยกวารอยละ 80 ของเวลาเรยี นทง้ั หมด
2) ผูเรยี นตอ งไดร บั การประเมนิ ทกุ ตัวชวี้ ดั และมีผลการประเมนิ ผา นไมน อยกวารอ ยละ 50
3) ผเู รยี นตองผานเกณฑการประเมนิ การอาน คิด วเิ คราะหแ ละเขยี น

4) ผูเ รยี นตอ งผานเกณฑก ารประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
5) ผเู รยี นตอ งผานเกณฑก ารประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น
5.6 การตัดสินผลการเรยี นระดับมธั ยมศกึ ษา การตัดสนิ ผลการเรียนในระดบั มัธยมศึกษามีการตัดสินในหลายลกั ษณะคือ
การผานรายวชิ ากำหนดเปน ภาคเรยี น การเลอื่ นชัน้ ปก ำหนดเปนปการศึกษาและการจบระดับช้นั กำหนดเปนระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน
และระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หลักเกณฑก ารวัดและประเมนิ ผลการเรียนรเู พื่อตัดสินผลการเรยี นของผูเ รยี นตามหลักสตู รแกนกลาง
การศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 มดี งั น้ี
1) ตดั สนิ ผลการเรยี นเปน รายวชิ า ผเูรยี นตอ งมเี วลาเรยี นตลอดภาคเรยี นไมน อ ยกวา รอ ยละ 80 ของเวลาเรยี นทง้ั หมดในรายวชิ านน้ั ๆ
2) ผเู รียนตอ งไดร บั การตดั สนิ ผลการเรยี นทุกรายวิชา
3) ผเู รยี นตองผานเกณฑการประเมินการอา น คดิ วเิ คราะห และเขียน
4) ผเู รียนตอ งผา นเกณฑก ารประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค
5) ผเู รียนตอ งผา นเกณฑการประเมินกจิ กรรมพฒั นาผูเรยี น

6 การเปล่ียนผลการเรยี น
ขอ 6 ผลการเรียนที่มเี งื่อนไข

ผลการเรยี นท่ีมีเงือ่ นไข ไดแก ไมมีสทิ ธิ์เขารบั การประเมินผลปลายภาคในรายวิชา และรอการตัดสนิ ใหใชต วั อักษรระบเุ งอื่ นไข
แสดงผลการเรียน ประกอบดวย

1) ตวั อกั ษรแสดงผลการเรยี นแตล ะรายวชิ าใน 8 กลมุ สาระการเรยี นรู “มส” หมายถงึ ไมม สี ทิ ธเิ ขา รบั การประเมนิ ผลปลายภาคเรยี น
โดยผเู รยี นทม่ี เี วลาเรียนไมถงึ รอยละ 80 ของเวลาเรียนในแตล ะรายวิชาและไมไ ดร ับการผอนผันใหเขา รับการวัดผลปลายภาคเรียน “ร”
หมายถงึ รอการตดั สนิ และยงั ตดั สนิ ไมไ ดโ ดยผเู รยี นไมม ขี อ มลู ผลการเรยี นรายวชิ านน้ั ครบถว น เชน ไมไ ดว ดั ผลกลางภาคเรยี น/ปลายภาคเรยี น
ไมไ ดส ง งานทไ่ี ดร บั มอบหมายใหท ำซง่ึ งานนน้ั เปน สว นหนง่ึ ของ การตดั สนิ ผลการเรยี น หรอื มเี หตสุ ดุ วสิ ยั ทท่ี ำใหป ระเมนิ ผลการเรยี นไมไ ด

2) ตวั อกั ษรแสดงผลการเขา รว มกจิ กรรมพฒั นาผเู รยี น “ผ” หมายถงึ ผา นเกณฑท ส่ี ถานศกึ ษากำหนด “มผ” หมายถงึ ไมผ า นเกณฑ
ที่สถานศึกษากำหนด

6.1 การเปลย่ี นผลการเรยี น “0” สถานศกึ ษาจดั ใหม กี ารสอนซอ มเสรมิ ในตวั ชว้ี ดั ทผ่ี เู รยี นสอบไมผ า นกอ นแลว จงึ สอบแกต วั ให
และใหสอบแกตัวไดไมเกิน 2 ครั้ง ทั้งนี้ตองดำเนินการใหเสร็จสิ้นภายในปการศึกษานั้น ถาผูเรียนไมดำเนินการสอบแกตัวตามระยะ
เวลาที่กำหนดไวนี้ใหอยูในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะพิจารณาขยายเวลาออกไปอีกไมเกิน 1 ภาคเรียน ถาสอบแกตัว 2 ครั้ง
แลว ยงั ไดร ะดบั ผลการเรยี น “0” อกี ใหส ถานศกึ ษาแตง ตง้ั คณะกรรมการ (หลกั สตู รหรอื วชิ าการ) ดำเนนิ การเกย่ี วกบั การแกผ ลการเรยี น
ของผเู รยี นโดย ปฏบิ ัติดงั นี้

1) ใหเรยี นซำ้ รายวิชาถา เปนรายวิชาพ้นื ฐาน
2) ใหเ รียนซำ้ หรือเปลย่ี นรายวิชาเรียนใหม ถาเปนรายวิชาเพิม่ เติมโดยใหอยใู นดุลยพินิจของสถานศกึ ษา ในกรณที ่ี
เปลย่ี นรายวชิ าเรยี นใหมใหห มายเหตใุ นระเบยี นแสดงผลการเรียนวาเรยี นแทนรายวชิ าใด
6.2 การเปลีย่ นผลการเรยี น “ร” การเปลี่ยนผลการเรยี น “ร” มี 2 กรณี ดงั นี้
1. มเี หตสุ ดุ วสิ ยั ทำใหป ระเมนิ ผลการเรยี นไมไ ด เชน เจบ็ ปว ยเมอ่ื ผเู รยี นไดเ ขา สอบหรอื สง ผลงานทต่ี ดิ คา งอยเู สรจ็ เรยี บรอ ย
หรือแกปญหาเสร็จสน้ิ แลว ใหไดร ะดบั ผลการเรียนตามปกติ (ตั้งแต 0 - 4)
2. ถาสถานศึกษาพิจารณาแลวเห็นวาไมใชเหตุสุดวิสัย เมื่อผูเรียนไดเขาสอบ หรือสงผลงานที่ติดคางอยูเสร็จเรียบรอย
หรอื แกป ญ หาเสรจ็ สน้ิ แลว ใหไ ดร ะดบั ผลการเรยี นไมเ กนิ “1” การเปลย่ี นผลการเรยี น “ร” ใหด ำเนนิ การแกไ ขตามสาเหตใุ หเ สรจ็ สน้ิ ภายใน
ปก ารศกึ ษานน้ั ถา ผเู รยี น ไมม าดำเนนิ การแก “ร” ตามระยะเวลาทก่ี ำหนดไวใ หเ รยี นซำ้ รายวชิ ายกเวน มเี หตสุ ดุ วสิ ยั ใหอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ
ของสถานศึกษาที่จะขยายเวลาการแก “ร” ออกไปอีกไมเกิน 1 ภาคเรียน

แตเ มอ่ื พน กำหนดนแ้ี ลว ใหป ฏบิ ตั ดิ งั น้ี
1) ใหเ รยี นซำ้ รายวชิ า ถา เปน รายวชิ าพน้ื ฐาน
2) ใหเ รยี นซำ้ หรอื เปลย่ี นรายวชิ าเรยี นใหม ถา เปน รายวชิ าเพม่ิ เตมิ โดยใหอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ ของสถานศกึ ษา

ในกรณที เ่ี ปลย่ี นรายวชิ าเรยี นใหมใ หห มายเหตใุ นระเบยี นแสดงผลการเรยี นวา เรยี นแทนรายวชิ าใด
6.3 การเปลย่ี นผลการเรยี น “มส” การเปลย่ี นผลการเรยี น “มส” มี 2 กรณี ดงั น้ี
1) กรณผี เู รยี นไดผ ลการเรยี น “มส” เพราะมเี วลาเรยี นไมถ งึ รอ ยละ 80 แตม เี วลาเรยี นไมน อ ยกวา รอ ยละ 60 ของเวลา

เรยี นทง้ั หมด ใหส ถานศกึ ษาจดั ใหเ รยี นเพม่ิ เตมิ โดยใชช ว่ั โมงสอนซอ มเสรมิ หรอื เวลาวา ง หรอื วนั หยดุ หรอื มอบหมายงานใหท ำจนมเี วลา
เรยี นครบตามทก่ี ำหนดไวส ำหรบั รายวชิ านน้ั แลว จงึ ใหส อบเปน กรณพี เิ ศษ ผลการสอบแก “มส” ใหไ ดร ะดบั ผลการเรยี นไมเ กนิ “1”
การแก “มส” กรณนี ใ้ี หก ระทำใหเ สรจ็ สน้ิ ใน ปก ารศกึ ษานน้ั ถา ผเู รยี นไมม าดำเนนิ การแก “มส” ตามระยะเวลาทก่ี ำหนดไวน ใ้ี หเ รยี นซำ้
ยกเวน มเี หตสุ ดุ วสิ ยั ใหอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ ของสถานศกึ ษาทจ่ี ะขยายเวลาการแก “มส” ออกไปอกี ไมเ กนิ 1 ภาคเรยี น แตเ มอ่ื พน กำหนดนแ้ี ลว
ใหป ฏบิ ตั ดิ งั น้ี ใหเ รยี นซำ้ รายวชิ าถา เปน รายวชิ าพน้ื ฐานใหเ รยี นซำ้ หรอื เปลย่ี นรายวชิ าเรยี นใหม ถา เปน รายวชิ าเพม่ิ เตมิ โดยใหอยใู นดลุ ยพนิ จิ
ของสถานศกึ ษา

2) กรณผี เู รยี นไดผ ลการเรยี น “มส” และมเี วลาเรยี นนอ ยกวา รอ ยละ 60 ของเวลาเรยี นทง้ั หมด ใหส ถานศกึ ษาจดั ใหเ รยี น
ซำ้ ในรายวชิ าพน้ื ฐานและรายวชิ าเพม่ิ เตมิ หรอื เปลย่ี นรายวชิ าใหมไ ดส ำหรบั รายวชิ าเพม่ิ เตมิ เทา นน้ั ในกรณที เ่ี ปลย่ี นรายวชิ าเรยี นใหม
ใหห มายเหตใุ นระเบยี นแสดงผลการเรยี นวา เรยี นแทนรายวชิ าใด ในกรณภี าคเรยี นท่ี 2 หากผเู รยี นยงั มผี ลการเรยี น “0” “ร” “มส”
ใหด ำเนนิ การใหเ สรจ็ สน้ิ กอ นเปด เรยี นปก ารศกึ ษาถดั ไป สถานศกึ ษาอาจเปด การเรยี นการสอนในภาคฤดรู อ นเพอ่ื แกไ ขผลการเรยี นของผเู รยี นได

6.4 การเปลย่ี นผลการเรยี น “มผ” หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานพทุ ธศกั ราช 2551 กำหนดใหผ เู รยี นเขา รว มกจิ กรรม
พฒั นาผเู รยี น 3 กจิ กรรม ไดแ ก
1) กจิ กรรมแนะแนว
2) กจิ กรรมนกั เรยี น ซง่ึ ประกอบดว ย กจิ กรรมลกู เสอื เนตรนารี หรอื นกั ศกึ ษาวชิ าทหาร และเลอื กเขา รว มกจิ กรรม
ชมุ นมุ หรอื ชมรม
3) กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชนใ นกรณที ผ่ี เู รยี นไดผ ลการเรยี น “มผ” สถานศกึ ษาตอ งจดั ซอ มเสรมิ ใหผ เู รยี น
ทำกจิ กรรมจนครบตามเวลาทก่ี ำหนด หรอื ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเพอ่ื พฒั นาคณุ ลกั ษณะทต่ี อ งปรบั ปรงุ แกไ ข แลว จงึ เปลย่ี นผลการเรยี นจาก “มผ”
เปน “ผ” ทง้ั นด้ี ำเนนิ การใหเ สรจ็ สน้ิ ภายในปก ารศกึ ษานน้ั ยกเวน มเี หตสุ ดุ วสิ ยั ใหอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ ของสถานศกึ ษา

7 การเลอ่ื นระดบั ชน้ั
ขอ 7 การเลอ่ื นระดบั ชน้ั

7.1 ระดบั ประถมศกึ ษาสถานศกึ ษากำหนดเกณฑก ารเลอ่ื นชน้ั โดยพจิ ารณาใหส อดคลอ งกบั เกณฑก ารตดั สนิ ผลการเรยี น
ตลอดจนกำหนดเกณฑเ กย่ี วกบั การผา นตวั ชว้ี ดั ใหช ดั เจนและประกาศใหท ราบทว่ั กนั โรงเรยี นสามารถกำหนดเกณฑก ารเลอ่ื นชน้ั ได ดงั น้ี
1) ผเู รยี นตอ งมเี วลาเรยี นตลอดปก ารศกึ ษาไมน อ ยกวา รอ ยละ 80 ของเวลาเรยี นทง้ั หมด
2) ผเู รยี นตอ งไดร บั การตดั สนิ ผลการเรยี นผา นทกุ รายวชิ าและรายวชิ าพน้ื ฐานทกุ รายวชิ าผา นเกณฑข น้ั ตำ่ ขน้ึ ไป
(คอื ตง้ั แต 1.0 ขน้ึ ไป)
3) ระดบั ผลการเรยี นเฉลย่ี ในปก ารศกึ ษานน้ั ไดไ มต ำ่ กวา 1.00
4) ผเู รยี นตอ งผา นเกณฑก ารประเมนิ การอา น คดิ วเิ คราะห และเขยี น
5) ผเู รยี นตอ งผา นเกณฑก ารประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
6) ผเู รยี นตอ งผา นเกณฑก ารประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผเู รยี นทกุ กจิ กรรม การพจิ ารณาเลอ่ื นชน้ั ถา ผเู รยี นมขี อ บกพรอ งเพยี งบางตวั ชว้ี ดั
ซง่ึ สถานศกึ ษา พจิ ารณาเหน็ วา สามารถพฒั นาและสอนซอ มเสรมิ ไดก ใ็ หอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ ของอาจารยใ หญท จ่ี ะผอ นผนั ใหเ ลอ่ื นชน้ั ได

ในกรณที ผ่ี เู รยี นมสี ตปิ ญ ญา และความสามารถดเี ลศิ สามารถเรยี นรไู ดเ รว็ เปน พเิ ศษ โรงเรยี นอาจใหโ อกาสผเู รยี นเลอ่ื นชน้ั ระหวา งปก ารศกึ ษา
โดยโรงเรยี นแตง ตง้ั คณะกรรมการประกอบดว ย คณะกรรมการวชิ าการและผแู ทนของเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาหรอื ตน สงั กดั อยา งนอ ย 1 คน
เม่ือผเู รยี นมีคณุ สมบตั ิครบถว นตามเง่ือนไขทง้ั 3 ประการ ตอไปน้ี

1. มผี ลการเรียนปการศึกษาทผ่ี านมาและมผี ลการเรียนระหวางปอยูในเกณฑด เี ย่ียม
2. มวี ฒุ ิภาวะเหมาะสมทีจ่ ะเรียนในช้ันที่สงู ขึ้น
3. ผา นการประเมนิ ผลความรูค วามสามารถตามตวั ชว้ี ดั รายปท งั้ หมดในภาคเรียนท่ี 2 ปปจ จบุ นั และภาคเรียนท่ี 1
ของปก ารศกึ ษาถดั ไปการอนมุ ตั ใิ หเ ลอ่ื นไปเรยี นชน้ั สงู ได 1 ระดบั ชน้ั น้ี ตอ งไดร บั การยนิ ยอมจาก นกั เรยี นและผปู กครองและตอ งดำเนนิ การ
ใหเ สร็จสนิ้ ภายในวันที่ 1 กนั ยายนของปก ารศึกษานั้น
7.2 ระดบั มัธยมศึกษา
การตดั สนิ ผลการเรยี นในระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน และระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย มหี ลกั เกณฑก ารวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู
เพอ่ื ตัดสนิ ผลการเรยี นของผเู รียนตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ดังนี้
1) การตดั สนิ ผลการเรยี นเปน รายวชิ าผเู รยี นตอ งมเี วลาเรยี นตลอดภาคเรยี นไมน อ ยกวา รอ ยละ 80 ของเวลาเรยี นทง้ั หมด
ในรายวชิ านน้ั ๆ
2) รายวชิ าพื้นฐานไดร บั การตัดสนิ ผลการเรยี นผานทุกรายวิชา ตั้งแตผา นเกณฑขน้ั ต่ำขึน้ ไป (คือต้ังแต1 .0 ขึน้ ไป)
3) รายวชิ าเพมิ่ เตมิ ไดร บั การตดสั นิ ผลการเรยี น
4) ระดับผลการเรียนเฉลีย่ ในปการศึกษานั้นไดไมต ำ่ กวา 1.00
5) ผูเ รยี นตอ งผานเกณฑการประเมินการอาน คิด วิเคราะห และเขยี น
6) ผูเรียนตองผานเกณฑการประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค
7) ผูเรียนตองผา นเกณฑการประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผเู รยี น
8) ผเู รยี นโครงการจดั การเรยี นการสอนหลกั สูตรกระทรวงศกึ ษาธกิ ารเปน ภาษาอังกฤษ (English Program)
ตอ งไดผ ลการเรยี นภาษาวชิ าตา งประเทศตง้ั แต 2.00 ขน้ึ ไป การพจิ ารณาเลอ่ื นชน้ั ถา ผเู รยี นมขี อ บกพรอ งเพยี งบางตวั ชว้ี ดั ซง่ึ โรงเรยี นพจิ ารณา
เหน็ วา สามารถพฒั นาและสอนซอ มเสรมิ ได กใ็ หอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ ของอาจารยใหญท จ่ี ะผอ นผนั ใหเ ลอ่ื นชน้ั ไดท ง้ั นร้ี ายวชิ าใดทไ่ี มผ า นเกณฑ
การประเมนิ สถานศึกษาสามารถ ซอมเสริมผูเรียนใหไ ดร ับการแกไ ขในภาคเรยี นถัดไป

8 การเรยี นซำ้ และการสอนซอ มเสรมิ
ขอ 8 การเรียนซ้ำและการสอนซอมเสรมิ

8.1 การเรียนซำ้ สถานศึกษาจะจดั ใหผ เู รยี นเรยี นซำ้ ใน 2 กรณี ดงั นี้
กรณที ่ี 1 การเรยี นซำ้ รายวชิ า หากผเูรยี นไดร บั การสอนซอ มเสรมิ และสอบแกต วั 2 ครง้ั แลว ไมผ า นเกณฑก ารประเมนิ ใหเ รยี นซำ้ รายวชิ านน้ั
ทัง้ น้ี ใหอ ยูในดุลยพินจิ ของสถานศึกษาในการจดั ใหเรียนซ้ำในชวงใด ชวงหนึ่งท่สี ถานศึกษาเห็นวาเหมาะสม เชน พกั กลางวัน วนั หยุด
ชว่ั โมงวา งหลงั เลกิ เรียน ภาคฤดูรอน เปน ตน
กรณที ่ี 2 การเรยี นซำ้ ชน้ั มี 2 ลักษณะ คอื

1) ผเูรยี นมรี ะดบั ผลการเรยี นเฉลย่ี ในปก ารศกึ ษานน้ั ตำ่ กวา 1.00 และมแี นวโนม วา จะเปน ปญ หา ตอ การเรยี นในระดบั ชน้ั ทส่ี งู ขน้ึ
2) ผเู รยี นมผี ลการเรียน 0 , ร , มส เกนิ ครง่ึ หนึง่ ของรายวชิ าทล่ี งทะเบยี นเรียนในปการศกึ ษาน้นั
ทง้ั น้ี หากเกดิ ลกั ษณะใดลกั ษณะหนง่ึ หรอื ทง้ั 2 ลกั ษณะ ใหส ถานศกึ ษาแตง ตง้ั คณะกรรมการพจิ ารณา หากเหน็ วา ไมม เี หตผุ ล
อันสมควรก็ใหซ ำ้ ชั้นโดยยกเลิกผลการเรยี นเดมิ และใหใชผลการเรียนใหมแทน หากพิจารณาแลว ไมตอ งเรียนซ้ำชัน้ ใหอยูในดลุ ยพินิจ
ของสถานศึกษา ในการแกไ ขผลการเรียน การเรียนซำ้ โรงเรียนใหด ำเนินการดังน้ี
การลงทะเบยี นเรยี นผเู รยี นสามารถลงทะเบยี นเรยี นไดไ มเ กนิ 7 หนว ยกติ ใหค ดิ เวลาเรยี น 1 หนว ยกติ ตอ การเรยี น 40 ชว่ั โมง
การตัดสินผลการเรียนใหเ ปนไปตามระเบียบวัดผลในขอท่ี 5.1

8.2 การสอนซอ มเสริม
การสอนซอ มเสรมิ เปน สว นหนง่ึ ของกระบวนการจดั การเรยี นรแู ละเปน การใหโ อกาสแกผ เู รยี นไดม เี วลาเรยี นรสู ง่ิ ตา ง ๆ
เพม่ิ ขน้ึ จนสามารถบรรลตุ ามมาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ชว้ี ดั ทก่ี ำหนดไว การสอนซอ มเสรมิ เปน การสอนกรณพี เิ ศษนอกเหนอื ไปจากการสอน
ตามแผนจัดการเรียนรูปกติ เพ่อื แกไขขอ บกพรอ งทพี่ บในผเู รียนโดยจัดกระบวนการเรียนรทู ีห่ ลากหลาย และคำนงึ ถึงความแตกตาง
ระหวา งบคุ คลของผูเ รียน การสอนซอมเสริมสามารถดำเนินการไดในกรณีดงั ตอไปน้ี

1) ผูเรยี นมีความรู/ทกั ษะพนื้ ฐานไมเ พียงพอท่ีจะศึกษาในแตละรายวชิ าน้นั ควรจัดการสอนซอ มเสรมิ ปรบั ความร/ู
ทกั ษะพืน้ ฐาน

2) การประเมนิ ระหวา งเรยี น ผเู รยี นไมส ามารถแสดงความรู ทกั ษะกระบวนการ หรอื เจตคต/ิ คณุ ลกั ษณะทก่ี ำหนดไว
ตามมาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชี้วัด

3) ผลการเรยี นไมถ งึ เกณฑ และ/หรอื ตำ่ กวา เกณฑก ารประเมนิ โดยผเู รยี นไดร ะดบั ผลการเรยี น “0” ตอ งจดั การสอนซอ มเสรมิ
กอนจะใหผเู รยี นสอบแกตัว

4) ผเู รยี นมผี ลการเรยี นไมผ า น สามารถจดั สอนซอ มเสรมิ ในภาคฤดรู อ น ทง้ั นใ้ี หอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ ของ หวั หนา สถานศกึ ษา
9 การจบระดบั ช้ัน

ขอ 9 การจบระดบั ช้นั
9.1 การจบระดบั ประถมศกึ ษา
1) ผเู รยี นเรยี นรายวชิ าพน้ื ฐานและรายวชิ า/กจิ กรรมเพม่ิ เตมิ ตามโครงสรา งเวลาเรยี นทห่ี ลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษา

ขั้นพ้ืนฐานกำหนด
2) ผเู รยี นตอ งมีผลการประเมนิ รายวิชาพนื้ ฐานผานเกณฑการประเมินข้นั ตำ่ ขึน้ ไป (ต้ังแต 1.0ขึ้นไป)
3) ผเู รียนมผี ลการประเมนิ ตัง้ แต “ผาน” ข้นึ ไปในการประเมินการอา น คดิ วิเคราะหแ ละเขียน
4) ผูเรียนมีผลการประเมินตง้ั แต “ผาน” ขึ้นไปในการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
5) ผูเรยี นเขา รว มกจิ กรรมพัฒนาผูเรยี นและมีผลการประเมินเปน “ผา น” ในทุกกิจกรรมของกจิ กรรมพฒั นาผูเรียน

9.2 การจบระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน
1) ผเู รยี นเรยี นรายวชิ าพน้ื ฐานและเพม่ิ เตมิ ไมเ กนิ 81 หนว ยกติ โดยเปน รายวชิ าพน้ื ฐาน 66 หนว ยกติ และรายวชิ าเพม่ิ เตมิ
ตามทสี่ ถานศกึ ษากำหนด

2) ผูเ รยี นตองไดหนว ยกิตตลอดหลักสูตรไมน อ ยกวา 77 หนว ยกิต โดยแปนรายวชิ าพนื้ ฐาน 66
หนวยกิต และรายวิชาเพิ่มเตมิ ไมนอยกวา 11 หนวยกิต

3) ผเู รยี นมีผลการประเมินต้งั แต “ผา น” ขึ้นไปในการประเมินการอา น คิด วิเคราะหแ ละเขยี น
4) ผูเรียนมผี ลการประเมินตง้ั แต “ผา น” ขึ้นไปในการประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค
5) ผเู รียนเขารว มกิจกรรมพฒั นาผเู รียนและมผี ลการประเมนิ เปน “ผา น” ในทุกกจิ กรรมของกิจกรรมพฒั นาผูเ รยี น
6) ผเู รยี นตอ งลงทะเบยี นเรยี นภาษาตา งประเทศท่ี 2 อยา งนอ ย 1 วชิ า และไดร บั การตดั สนิ ผลการเรยี นตง้ั แตเ กณฑข น้ั ตำ่
ขน้ึ ไป (คือตัง้ แต 1.0 ข้ึนไป)
9.3 การจบระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
1) ผเู รยี นเรยี นรายวชิ าพน้ื ฐานและเพม่ิ เตมิ ไมน อ ยกวา 81 หนว ยกติ โดยเปน รายวชิ าพน้ื ฐาน 41 หนว ยกติ และรายวชิ า
เพม่ิ เตมิ ตามทส่ี ถานศกึ ษากำหนด
2) ผเู รยี นตอ งไดห นว ยกติ ตลอดหลกั สตู รไมน อ ยกวา 77 หนว ยกติ โดยเปน รายวชิ าพน้ื ฐาน 41 หนว ยกติ และรายวชิ า
เพม่ิ เตมิ ไมน อ ยกวา 36 หนว ยกติ

3) ผเู รียนมผี ลการประเมนิ ตั้งแต “ผาน” ขึน้ ไปในการประเมินการอา น คดิ วเิ คราะหและเขียน
4) ผูเ รยี นมผี ลการประเมินตง้ั แต “ผา น” ข้นึ ไปในการประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค
5) ผูเรียนเขา รว มกจิ กรรมพฒั นาผเู รียนและมผี ลการประเมนิ เปน “ผา น” ในทุกกจิ กรรมของกจิ กรรมพัฒนาผเู รียน
6) ผเู รียนตองลงทะเบียนเรยี นภาษาตา งประเทศท่ี 2 และไดรบั การตัดสนิ ผลการเรยี นตงั้ แตเกณฑข ้นั ตำ่ ข้ึนไป
(คือตั้งแต 1.0 ขน้ึ ไป)

10 การเทียบโอนผลการเรยี น
ขอ 10 การเทยี บโอนผลการเรียน

สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของนักเรียนที่เรียนรูจากสถานศกึ ษาไดใ นกรณีตาง ๆ ไดแก การยา ยสถานศึกษา
การเปลีย่ นรปู แบบการศึกษา การยา ยหลักสูตร การละท้ิง การศกึ ษาและขอกลบั เขารับการศกึ ษาตอ การศึกษาจากตางประเทศ
และขอเขา ศกึ ษาตอ ในประเทศ นอกจากนย้ี งั สามารถเทยี บโอนความรู ทกั ษะ ประสบการณจ ากแหลง การเรยี นรอู น่ื ๆ เชน สถานประกอบการ
สถาบนั ทางศาสนา สถาบนั การฝก อบรมอาชพี การศึกษาโดยครอบครัว การเทยี บโอนผลการเรยี นควรดำเนนิ การ
ในชวงกอ นเปดภาคเรียนแรกหรือ ตนภาคเรยี นแรกที่สถานศึกษารับผูขอเทยี บโอนเปน นกั เรยี นทง้ั นนี้ ักเรยี นท่ไี ดร ับการเทียบโอน
ผลการเรยี น ตอ งศกึ ษาตอ เนอ่ื ง ในสถานศกึ ษาทร่ี บั เทยี บโอนอยา งนอ ย 1 ภาคเรยี น โดยสถานศกึ ษาทร่ี บั การเทยี บโอน ควรกำหนดรายวชิ า
จำนวนหนว ยกติ ท่จี ะรับเทยี บโอนตามความเหมาะสม การพจิ ารณาการเทยี บโอนสามารถดำเนนิ การได ดงั น้ี

1. พิจารณาจากหลกั ฐานการศึกษา ซ่งึ จะใหข อ มลู ท่ีแสดงความรู ความสามารถของนักเรยี นในดานตา ง ๆ
2. พจิ ารณาจากความรู ประสบการณตรงจากการปฏิบตั จิ รงิ การทดสอบ การสมั ภาษณ เปนตน
3. พจิ ารณาจากความสามารถ และการปฏิบตั จิ ริง
4. ในกรณมี เี หตผุ ลจำเปน ระหวา งเรยี น นกั เรยี นสามารถแจง ความจำนงขอไปศกึ ษา บางรายวชิ า ในสถานศกึ ษา/สถาน
ประกอบการอืน่ แลว นำมาเทียบโอนได โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารหลกั สูตรและวชิ าการของสถานศกึ ษา
5. การเทียบโอนผลการเรียนใหดำเนินการในรปู ของคณะกรรมการการเทยี บโอนจำนวนไมนอ ยกวา 3 คน
แตไ มค วรเกนิ 5 คน
6. การเทียบโอนใหดำเนนิ การดงั นี้
6.1 กรณผี ขู อเทยี บโอนมผี ลการเรยี นมาจากหลกั สตู รอน่ื ใหน าํ รายวชิ าหรอื หนว ยกติ ทม่ี ตี วั ชว้ี ดั /มาตรฐานการเรยี นร/ู ผลการเรยี นรู
ท่ีคาดหวัง/จุดประสงค/ เนอ้ื หาที่สอดคลอ งกนั ไมน อยกวารอยละ 60 มาเทยี บโอนผลการเรยี นและพจิ ารณาใหร ะดับผลการเรียน
ใหสอดคลอ งกับหลักสตู รท่ีรบั เทียบโอน
6.2 กรณกี ารเทยี บโอนความรู ทกั ษะและประสบการณ ใหพ จิ ารณาจากเอกสาร หลกั ฐาน (ถา ม)ี โดยใหม กี ารประเมนิ ดว ยเครอ่ื งมอื
ท่ีหลากหลายและใหร ะดับผลใหส อดคลอ งกับหลกั สูตรท่ีรับเทียบโอน
6.3 กรณกี ารเทยี บโอนทน่ี กั เรยี นเขา โครงการแลกเปลย่ี นตา งประเทศใหด ำเนนิ การตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ ารเรอ่ื งหลกั การ
และแนวปฏิบตั ิการเทยี บช้ันการศึกษา สำหรบั นกั เรียนทีเ่ ขารว มโครงการแลกเปลยี่ น ทั้งนี้วิธีการเทยี บโอนผลการเรยี นใหเ ปน ไป
ตามประกาศของกระทรวงศกึ ษาธิการ และแนวปฏิบัติที่เกีย่ วของ

ระเบยี บโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู ก็ต
วา ดวยการแตงกายนักเรียน พ.ศ. ๒๕๖๔

วาดวยเรื่องการแตงกายของนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เพื่อใหนักเรียนแตงกายถูกตองตามระเบียบ
ของโรงเรยี น ดงั นน้ั อาศยั ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวา ดว ยการลงโทษนกั เรยี นและนกั ศกึ ษา พ.ศ. 2548 ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
วา ดว ยเครอ่ื งแบบนกั เรยี น พ.ศ. 2551 ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวา ดว ยเครอ่ื งแบบนกั เรยี น (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2561 ระเบยี บกระทรวง
ศกึ ษาธกิ ารวา ดว ยการไวท รงผมของนกั เรยี น พ.ศ. 2563 และขอ บงั คบั มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ เรอ่ื งการบรหิ ารจดั การโรงเรยี นสาธติ
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ ท่ี ๑๖ (๖) จงึ ออกประกาศวา ดว ยระเบยี บโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ วา ดว ย
การแตงกายนักเรียน พ.ศ. ๒๕๖๔ ดงั นี้

โรงเรยี นสาธติ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ภเู ก็ต ฝา ยปฐมวยั
1. ชน้ั เตรียมอนุบาล
วนั จนั ทร ชุดนักเรยี น
วันองั คาร ชดุ นักเรียน
วันพธุ ชดุ พละ
วนั พฤหสั บดี ชดุ นักเรียน
วนั ศกุ ร ชุดผาไทย

2. ชัน้ อนุบาล ชุดนักเรียน
วนั จนั ทร ชดุ นกั เรียน
วันอังคาร ชุดพละ
วันพุธ ชุดนกนอ ยผูบำเพญ็ ประโยชน
วันพฤหัสบดี ชุดผาไทย
วนั ศุกร

ระเบยี บโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ ฝา ยปฐมวยั
วา ดว ยการแตง กายนกั เรยี น
3. ชุดนักเรียน

นักเรียนชาย นักเรียนหญิง
- ชุดเสื้อ กางเกง ลายสกอต สีฟาขาว - ชุดกระโปรงลายสกอต สีฟาขาว ติดกระดุมสี
ตัวผาอกตลอดติดกระดุมสีขาว 4 เม็ด คอปกเชิ้ตสีขาว - ขาว 3 เม็ด คอปกบัวสีขาว ปกชื่อ และ
- ปกชื่อ และนามสกุลดวยไหมสีมวงที่หนาอกดานขวา นามสกุลดวยไหมสีมวงที่หนาอกดานขวา
- ปก ตรามหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ ทก่ี ระเปา หนา อกดา นซา ย - ปกตรามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตที่กระเปา
- รองเทานักเรียน สีดำ หนาอกดานซาย
- ถุงเทาสีขาว - รองเทานักเรียน สีดำ ถุงเทาสีขาว

4. ชุดพละนักเรียนชายและนักเรียนหญิง

- ชุดเสื้อสีมวง คอปกสีขาว กางเกงสีขาวแถบลายสีมวง - ปกชื่อ และนามสกุลดวยไหมสีมวงที่หนาอกดานขวา
- ปกตรามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตที่กระเปาหนาอกดานซาย - รองเทาพละ สีขาว ถุงเทาสีขาว

5. ชุดนกนอยผูบำเพ็ญประโยชนของนักเรียนชายและนักเรียนหญิง (วันพฤหัสบดี)
(เฉพาะนักเรียนชั้นอนุบาล 1, อนุบาล 2 และ อนุบาล 3)

- ชุดนักเรียน - หมวกนกนอยผูบำเพ็ญประโยชน
- ผาพันคอนกนอยผูบำเพ็ญประโยชน - รองเทานักเรียนสีดำ
- ถุงเทาสีขาว

6. ชุดการแตงกายดวยผาไทยของนักเรียนชายและนักเรียนหญิง
(วันศุกร)

- ชุดที่ตัดเย็บดวยผาไทย เชน ผาฝาย - ชุดการแตงกายประจำภาคหรือทองถิ่น
- รองเทานักเรียนสีดำ เชน ชุดนายเหมือง ชุดบาบา ชุดยาหยา
- ถุงเทาสีขาว ชุดหมอฮอม ชุดไทย

ระเบยี บโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ ฝา ยประถมศกึ ษา
วา ดว ยการแตง กายนกั เรยี น

1.เครอ่ื งแบบนกั เรยี น

1.1 นกั เรยี นชาย
1.1.1 เสอ้ื เสอ้ื เชต้ิ คอตง้ั ผา ลายสกอ็ ต สนี ำ้ เงนิ – สขี าว ปก ชอ่ื -นามสกลุ ของนกั เรยี นดว ยดา ยสขี าวพน้ื สนี ำ้ เงนิ บรเิ วณอก

ดา นขวา หนา อกดา นซา ยกระเปา สนี ำ้ เงนิ มตี รามหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็
1.1.2 กางเกง สนี ำ้ เงนิ ใชผ า สนี ำ้ เงนิ มจี บี ดา นหนา ขา งละ 2 จบี มกี ระเปา ดา นขา งหา มมกี ระเปา ดา นหลงั และตอ งตดั ให

เปา กางเกงยาวเพอ่ื คาดเขม็ ขดั ไวต รงเอว
1.1.3 เขม็ ขดั ใชเ ขม็ ขดั เปน หนงั สดี ำแบบนกั เรยี นขนาดกวา ง 2.5-4 เซนตเิ มตร หวั เขม็ ขดั ตอ งเปน แบบทโ่ี รงเรยี นกำหนด
1.1.4 รองเทา ใหใ ชร องเทา ผา ใบ หรอื รองเทา หนงั หมุ สน สดี ำ มเี ชอื กผกู ไมม ลี วดลาย
1.1.5 ถงุ เทา สขี าวลว นแบบนกั เรยี น เปน ดา ยเสน ใยสงั เคราะห แบบหมุ ขอ เทา
1.1.6 ตา งหแู ละสรอ ยขอ มอื ไมอ นญุ าตใหใ สม าโรงเรยี น
1.1.7 สรอ ยคอ อนญุ าตใหส วมสำหรบั ผทู ต่ี อ งการมพี ระตดิ ตวั ไว และตอ งใหม คี วามยาวพอสมควรทจ่ี ะมองไมเ หน็ พระ
1.1.8 กระเปา เปน แบบทโ่ี รงเรยี นกำหนด

1.2 นกั เรยี นหญงิ
1.2.1 เสอ้ื เสอ้ื เชต้ิ คอบวั ผา ลายสกอ็ ต สนี ำ้ เงนิ – สขี าว ปก ชอ่ื -นามสกลุ ของนกั เรยี นดว ยดา ยสขี าว พน้ื สนี ำ้ เงนิ บรเิ วณ

อกดา นขวาหนา อกดา นซา ยกระเปา สนี ำ้ เงนิ มตี รามหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็
1.2.2 กระโปรง ใชผ า สนี ำ้ เงนิ ไมม ลี วดลาย หา ใชผ า แพรหรอื ผา ไหม ชายกระโปรงตอ งยาวคลมุ เขา
1.2.3 รองเทา รองเทา หนงั สดี ำหมุ สน มสี ายรดั ดา นบนแบบนกั เรยี น ไมม ลี วดลาย หา มสวมรองเทา หวั แหลมหรอื สน สงู
1.2.4 ถงุ เทา สขี าวลว นแบบนกั เรยี น ไมม ลี วดลาย ไมม แี ถบสี

2. เครื่องแบบชุดพละ

- กางเกง ใชต ามแบบที่โรงเรยี นกำหนด
- เสอ้ื ใชต ามแบบที่โรงเรียนกำหนด
- รองเทา เปน รองเทา ผา ใบสีขาวลว นทงั้ นกั เรียนชาย และนักเรยี นหญิง ไมมีลวดลาย
- ถุงเทา ใชถ งุ เทา นักเรยี นปกติ

3. ชุดลูกเสือและเนตรนารีนักเรียนชายและนักเรียนหญิง

- ชุดลกู เสือสำรอง ใชตามพระราชบญั ญตั ิลกู เสือ เนตรนารี - ชดุ ลกู เสือและเนตรนารี ใชตามพระราชบญั ญัตลิ กู เสอื เนตรนารี
แตง ตามวนั ที่โรงเรียนกําหนด แตงตามวันทโ่ี รงเรยี นกําหนด

4. ชุดไทย (วันศุกร)

- ชดุ การแตงกายประจำภาคหรอื ทองถน่ิ เชน ชดุ นายเหมือง ชุดบาบา ชดุ ยาหยา ชดุ หมอ ฮอม ชุดไทย
- รองเทา นักเรียนสีดำ
- ถุงเทา สีขาว

5. ทรงผมนกั เรียน

5.1 ทรงผมนกั เรยี นชาย จะไวผ มสน้ั หรอื ผมยาวกไ็ ด กรณไี วผ มยาวดา นขา ง ดา นหลงั ตอ งยาวไมเ ลยตนี ผม ดา นหนา และกลางศรี ษะ
ใหเ ปนไปตามความเหมาะสมและมคี วามเรียบรอ ย ตามระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวาดว ยการไวทรงผมของนักเรียน พ.ศ. 2563
ระบไุ ว แตนกั เรียนตอ งหา มปฏิบัตติ น ดงั นี้

- ดัดผม
- ยอ มสผี มใหผ ิดไปจากเดิม
- ไวหนวดหรือเครา
- การกระทำอน่ื ใดซง่ึ ไมเ หมาะสมกบั สภาพการเปน นกั เรยี น เชน การตดั แตง ทรงผมเปน รปู ทรงสญั ลกั ษณห รอื เปน ลวดลาย
5.2 ทรงผมนกั เรยี นหญงิ จะไวผ มสน้ั หรอื ผมยาวกไ็ ด หากไวผ มสน้ั ใหต ดั ผมปลายเสมอกนั หากไวย าวใตต ง่ิ หลู งมาไมเ กนิ 2 นว้ิ
กรณไี วผ มยาวใหเ ปน ไปตามความเหมาะสมและเกบ็ ผมใหเ รยี บรอ ย ตามระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวา ดว ยการไวท รงผมของนกั เรยี น
พ.ศ. 2563 ระบุไว
- ใชร บิ บน้ิ ผกู ผมทร่ี วบไว รบิ บน้ิ ตอ งมเี นอ้ื เรยี บ หา มใชผ า ลกู ไมห รอื มลี วดลายขนาดของรบิ บน้ิ กวา ง 1 นว้ิ ยาวไมน อ ย
กวา 12 น้วิ ปลายรบิ บ้นิ ตัดตรง ใชเ ฉพาะสนี ้ำเงนิ เขม หรอื สีกรมเทา นั้น
- ไมอ นุญาตใหใ ชที่คาดผม เชือกรดั ผม โบผกู ตรงกลางศรี ษะหรือก๊บิ ขนาดใหญ
- กิ๊บท่ีใชตดิ ผม ตอ งมขี นาดเล็ก กวางไมเกนิ 1.5 เซนติเมตร สีดำ และสกี รมเทานัน้
- หา มสไลดผ ม ตกแตง ทรงผมตามแฟชน่ั เชน กดั สผี ม ไฮไลท ทำทรงแปลก ๆ เชน ผมสองขา งทต่ี ดั ยาวไมเ ทา กนั ผมมา ทย่ี าว
เกือบปดตาผมสน้ั มากเหมอื นผชู าย ผมตรงกลางสนั้ และตั้งตรง ผมทจี่ อนยาวกวา สว นอื่น ผมทม่ี ีสว นของทายทอยยาวเหมอื นหางเตา
ผมที่ใสเ จลใหแขง็ ผมทใ่ี สนำ้ มันมากจนเปนมนั เย้ิม ผมท่ีถกั เปย เลก็ ๆ หลาย ๆ เสนไวบ นศรี ษะ เปนตน
6. เคร่ืองประดับ
ไมอนญุ าตใหใ สข องมีคา มาโรงเรียน รวมทัง้ นาิกาขอมอื แบบสมารท วอช

ระเบยี บโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ ฝา ยมธั ยมศกึ ษา
วา ดว ยการแตง กายนกั เรยี น

1.1 ชดุ นักเรยี นชาย
- เส้ือ เปน เสอื้ นักเรยี นคอตง้ั ผาสีขาวไมบางเกนิ ไป ตวั ตดั ตรงไมรดั รูป (ไมม เี กลด็ ดา นหลงั )

มสี าบทอ่ี กตลบออกดา นนอกกวา ง 4 เซนตเิ มตร ใชก ระดมุ สขี าวกลมแบนขนาดเสน ผา ศนู ยก ลาง ไมเ กนิ
1 เซนตเิ มตร มกี ระเปา ทางอกซา ย 1 กระเปา ใหเ กบ็ ชายเสอ้ื ไวใ นกางเกงและไมด งึ เสอ้ื มาปกคลมุ สายเขม็ ขดั

- เข็ม ใหตดิ เขม็ เครอ่ื งหมายโรงเรยี นไวท ่เี ส้อื บรเิ วณอกดานขวา และปก ชือ่ -นามสกุลของ
นักเรียน ดวยไหมหรือดายสีน้ำเงินบริเวณหนาอกดานซาย ขนาดตัวอักษรสูง 0.7 เซนติเมตร
กวาง 0.2 เซนตเิ มตร ดวยอกั ษรภาษาองั กฤษ

- กางเกง นกั เรียนระดับมธั ยมศึกษาตอนตน ใชผากรมทาผาเรียบไมมีลวดลาย และนกั เรียน
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลายใชผ า สดี ำเปน ผา เรยี บไมม ลี วดลาย มจี บี ขา งหนา ขา งละ 2 จบี ขาสน้ั เพยี ง
เหนือเขา พนจากลกู สะบาประมาณ 5 เซนติเมตร สว นความกวางของกางเกงเมอ่ื ยนื ตรงหางจากขา
ตง้ั แต 8-12 เซนตเิ มตร ตามขนาดของขา ปลายขาพบั ชายขา งในกวา ง 5 เซนตเิ มตร ผา ตรงสว นหนา
มกี ระเปา ดา นขา งหา มมกี ระเปาดานหลังและตอ งตดั ใหเปากางเกงยาวเพ่ือคาดเข็มขัดไวตรงเอว

- เขม็ ขดั ใชส ดี ำแบบนกั เรยี นขนาดกวา ง 2.5 - 4 เซนตเิ มตร หวั เขม็ ขดั ตอ งเปน แบบทโ่ี รงเรยี นกำหนด
- รองเทา ใชรองเทา หนังหุม สนมเี ชือกผูกไมม ลี วดลาย สดี ำ พืน้ รองเทา มสี นสูง 2 – 2.5
เซนตเิ มตร หัวรองเทา มนไมแหลมหรือโตเกินไป
- ถงุ เทา สขี าวลว นแบบนกั เรยี น ไมม แี ถบสแี ละลวดลายไมพ บั หรอื มว นความยาวไมเ กนิ ครง่ึ นอ ง

1.2 ชุดนกั เรยี นหญิง
- เสื้อ (1) เสื้อนักเรียนผาสีขาวเนื้อเรียบไมมีลวดลาย และหนาพอที่จะไมเห็นเสื้อชั้นใน

หา มใชผ า แพรหรอื ผา ไหมขนาดตวั เสอ้ื กวา งพอเหมาะกบั ตวั นกั เรยี น ไมค บั หรอื หลวมเกนิ ไป ไมจ บั เกลด็
ทง้ั ดา นหนา ดา นหลงั เสอ้ื เปน คอบวั กลมแขนยาวใชผ า ขาวเกลย้ี งไมบ างหรอื หนาเกนิ ไป ไมใ ชผ า ฝา ยผา ดบิ
ผา อกตลอดสาบเสือ้ ดา นหนา กวา ง 3 เซนติเมตร (2) ใหใ สเ ส้ือบงั ทรงสขี าว แขนกดุ ไมเวาหลังหรอื
ลายไขว หรอื ลกั ษณะคลา ยเสือ้ กลามไมใ ชแ บบเกาะอก ใชผ า สขี าว ไมมลี วดลาย เน้อื เรยี บ

- เขม็ ใหต ดิ เขม็ เครอ่ื งหมายโรงเรยี นไวท เ่ี สอ้ื บรเิ วณอกดา นขวา และปก ชอ่ื -นามสกลุ ของนกั เรยี น
ดว ยไหมหรือดา ยสีน้ำเงนิ บริเวณหนา อกดา นซา ย ขนาดตัวอักษรสูง 0.7 เซนติเมตร กวาง 0.2
เซนติเมตร ดวยอักษรภาษาองั กฤษ

- กระโปรง นกั เรยี นระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน ใชผ า กรมทา ผา เรยี บไมม ลี วดลาย และนกั เรยี น
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายใชผาสีดำเปนผาเรียบไมมีลวดลาย หามใชผาแพรหรือผาไหมดานหนา
และดา นหลัง พบั เปน จบี ขา งละ 3 จีบ ความลึกของจบี 3 - 4 เซนตเิ มตร หันจีบออกดานนอกเยบ็ ทับ
บนจบี จากใตข อบเอวของกระโปรงลงมา 7 - 8 เซนตเิ มตร ชายกระโปรงตอ งยาวคลมุ เขา ไมเ กนิ 7 เซนตเิ มตร

- รองเทา เปน รองเทา สดี ำหุม สน มีสายรดั ดา นบนแบบนักเรียน ไมม ีลวดลาย
หา มสวมรองเทาหัวแหลมหรือสนสงู

- ถงุ เทา สขี าวลว นแบบนกั เรยี น ไมม ลี วดลาย ไมม แี ถบสแี ละดอกดวง ไมห นาหรอื บางเกนิ ไป
พับขอบ 2 ครั้ง หา มใชถ งุ เทา สั้นแคตาตุม หา มใชถุงเทา ที่ทำดวยผาลูกฟูกชนิดหนา

2. เครื่องแบบชุดพละ

2.1 ชดุ พละ
- กางเกง ใชก างเกงยดื ขายาวสดี ำ ตามแบบทโ่ี รงเรยี นกำหนด
- เสอ้ื ใชเ สอ้ื ยดื ผา มนั เปน แบบแขนสน้ั คอโปโล มปี ก สมี ว ง ตามแบบทโ่ี รงเรยี นกำหนด
- รองเทา เปน รองเทา ผา ใบสขี าวลว นทง้ั นกั เรยี นชาย และนกั เรยี นหญงิ ไมม ลี วดลาย
- ถงุ เทา ใชถ งุ เทา นกั เรยี นปกติ

3. เครื่องแบบยุวกาชาด - ลูกเสือ เนตรนารีและเครื่องแบบนักศึกษาวิชาทหาร

3.1 เครอ่ื งแบบ ยวุ กาชาด - ลกู เสอื เนตรนารี ใชต ามพระราชบญั ญตั ลิ กู เสอื เนตรนารี ยวุ กาชาด
แตง ตามวนั ทโ่ี รงเรยี นกาํ หนด
3.2 เครอ่ื งแบบนกั ศกึ ษาวชิ าทหาร นกั เรยี นระดบั มธั ยมปลายทส่ี มคั รเปน นกั ศกึ ษาวชิ าทหารใหม เี ครอ่ื งแบบ
อยา งนอ ยคนละ 1 ชดุ แตง ตามวนั ทก่ี าํ หนด

4. ชุดลำลองหรือชุดสวนตวั (ชดุ ไปรเวท)

จากผลการพิจารณาของคณะกรรมการอำนวยการโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภเู ก็ต ฝา ยมธั ยมศึกษา คร้ังท่ี 1/2563
ไดอ นมุ ตั ใิ หน กั เรยี นระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาใสช ดุ ลำลองหรอื ชดุ สว นตวั ทกุ วนั ศกุ ร อนั เปน ระเบยี บขอ ปฏบิ ตั ขิ องโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั
ราชภัฏภูเก็ต ฝายมัธยมศึกษา ทุกวันศุกรของแตละสัปดาหใหนักเรียนใสชุดลำลองหรือชุดสวนตัวไปโรงเรียนแทนชุดนักเรียน
โดยเปน ชดุ ท่สี ุภาพเหมาะแกกาลเทศะ ดังน้ี

4.1 นกั เรยี นชายสวมเสอ้ื เชต้ิ หรอื เสอ้ื ยดื ทส่ี ภุ าพ ไมอ นญุ าตใหส วมกางเกงทม่ี ลี กั ษณะเปน ผา ยนี สข าด ๆ ควรสวมรองเทา หมุ สน
ไมใสร องเทา แตะ

4.2 นักเรียนหญิงสวมเสื้อเชิ้ต หรือเสื้อยืดที่สุภาพ ไมอนุญาตใหสวมกระโปรง หรือกางเกงขาสั้นเหนือเขา ชายกางเกงหรือ
กระโปรงควรคลมุ เขา ควรสวมรองเทา หุมสน ไมอ นุญาตใหส วมรองเทาแตะ

5. ทรงผมนกั เรียน

5.1 ทรงผมนกั เรยี นชาย ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนตนและระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาตอนปลายจะไวผมสั้น หรอื ผมยาวกไ็ ด กรณี
ไวผมยาวดานขาง ดานหลังตองยาวไมเลยตีนผม ดานหนาและกลางศีรษะ ใหเปนไป ตามความเหมาะสมและมีความเรียบรอย
ตามระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการวาดว ยการไวท รงผมของนักเรยี น พ.ศ. 2563 ระบุไว แตน กั เรียนตองหามปฏิบัตติ น ดังนี้

- ดดั ผม
- ยอมสีผมใหผดิ ไปจากเดมิ
- ไวหนวดหรอื เครา
- การกระทำอน่ื ใดซง่ึ ไมเ หมาะสมกบั สภาพการเปน นกั เรยี น เชน การตดั แตง ทรงผมเปน รปู ทรงสญั ลกั ษณห รอื เปน ลวดลาย
5.2 ทรงผมนักเรียนหญิง ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนตนและระดับช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลายจะไวผ มสั้น หรอื ผมยาวกไ็ ด
หากไวผ มสน้ั ใหต ดั ผมปลายเสมอกนั ไวย าวใตต ง่ิ หลู งมาไมเ กนิ 2 นว้ิ กรณไี วผ มยาวใหเ ปน ไปตามความเหมาะสม และรวบใหเ รยี บรอ ย
ตามระเบียบกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวาดว ยการไวท รงผมของนักเรยี น พ.ศ. 2563
- ใชร บิ บน้ิ ผกู ผมทร่ี วบไว รบิ บน้ิ ตอ งมเี นอ้ื เรยี บ หา มใชผ า ลกู ไมห รอื มลี วดลายขนาดของรบิ บน้ิ กวา ง 1 นว้ิ ยาวไมน อ ยกวา 12 นว้ิ
ปลายรบิ บิน้ ตัดตรง ใชเฉพาะสีน้ำเงนิ เขม หรือสกี รมเทานน้ั
- ไมอนญุ าตใหใชทีค่ าดผม เชอื กรดั ผม โบผูกตรงกลางศีรษะหรือก๊ิบขนาดใหญ
- ก๊บิ ท่ีใชต ิดผม ตองมีขนาดเล็ก กวา งไมเกนิ 1.5 เซนติเมตร สีดำ และสกี รมเทา นนั้
- หา มสไลดผ ม ตกแตง ทรงผมตามแฟชน่ั เชน กดั สผี ม ไฮไลท ทำทรงแปลก ๆ เชน ผมสองขา งทต่ี ดั ยาวไมเ ทา กนั ผมมา ทย่ี าว
เกือบปด ตา ผมสัน้ มากเหมอื นผูช าย ผมตรงกลางสั้นและตั้งตรง ผมท่จี อนยาวกวา สวนอน่ื ผมทีม่ สี ว นของทา ยทอยยาวเหมือนหางเตา
ผมที่ใสเ จลใหแขง็ ผมทีใ่ สน ำ้ มันมากจนเปน มนั เยิ้ม ผมทถี่ กั เปยเล็ก ๆ หลาย ๆ เสนไวบนศรี ษะ เปน ตน

6.ขอปฏิบัตขิ องนกั เรียนวาดวยการใชก ระเปา เป และของใชป ระจาํ ตัว

6.1 กระเปา นกั เรยี น ใหใชก ระเปา นักเรยี นตามแบบทีโ่ รงเรยี นกาํ หนดเทา นัน้ ซงึ่ จะมีเคร่ืองหมายตราสัญลักษณข องโรงเรียน
บนกระเปา ยกเวนกระเปาท่เี กบ็ เครื่องคอมพิวเตอร

6.2 นากิ าขอมอื อนญุ าตใหใชเ พ่อื ประโยชนในการดเู วลา ไมใ ชเปนเครื่องประดบั รูปแบบตองสภุ าพ ขนาดและราคาพอ
เหมาะ สายโลหะหรือสายหนังทมี่ ีสีดําหรือสนี ำ้ ตาลเทาน้ัน

6.3 สรอ ยคอ อนญุ าตใหส วมสรอ ยคอเพอ่ื แขวนพระบชู า โดยใชส รอ ยเงนิ หรอื สแตนเลสขนาดเลก็ รปู แบบตามความเหมาะสม
สวมเสอ้ื ปด ใหม ดิ ชดิ ทั้งสายสรอ ยและพระบูชา หา มใชเชือกถกั ลกู ประคํา สรอ ยคอทองคํา นาก หรอื สรอ ยสามกษตั รยิ 

6.4 ตางหู อนญุ าตใหใชต า งหูเงิน หรอื ตางหทู อง ทม่ี ลี กั ษณะเปนวงเล็กเสน ผา ศนู ยกลางไมเ กนิ 1 เซนติเมตร เพอ่ื ปอ งกนั รหู ู
อุดตนั เพยี งขา งละ 1 รเู ทานน้ั

6.5 หามสวมแหวนทุกชนิด
6.6 แวน ตา อนุญาตใหใ ชไ ดเฉพาะนกั เรยี นที่มีปญ หาเร่อื งสายตา มีขนาดและ รปู แบบท่สี ุภาพ
6.7 เล็บตองตัดสั้นตามริมเนือ้ หามทาเล็บ และตองรักษาความสะอาดอยเู สมอ หามแตงหนา และใชล ปิ มันเปลย่ี นสีหรอื
น้ำยาอทุ ัยทาปา)
6.8 โทรศัพทม อื ถอื หากนาํ โทรศัพทม ือถือมาโรงเรียน แลว เกิดการสญู หาย โรงเรยี นจะไมรบั ผิดชอบ
6.9 เคร่ืองประดบั ของมคี าอนื่ ๆ และของใชท่ไี มจ ําเปน เชน กาํ ไล เครอ่ื งสาํ อางทุกชนดิ หวีสับ วทิ ยเุ ทป ซาวดอเบาท
กลองถายรูป ฯลฯ หามนกั เรยี นนาํ มาใช
หมายเหตุ : หากมีความจาํ เปนตองใชเปนครั้งคราวเพอ่ื ประกอบการเรียนหรือการจดั กจิ กรรม ตอ งขออนุญาตครปู ระจำชน้ั
หรืองานกิจการนกั เรียน และตองดูแลรกั ษา หากชาํ รดุ หรอื สญู หายโรงเรยี นจะไมรับผิดชอบ

ประกาศ ณ วันที่ 9 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖4

(นายวรุตม อนิ ทฤทธ)ิ์
รองผอู ำนวยการโรงเรยี น ปฏบิ ตั ิหนา ทแี่ ทน
ผูอำนวยการโรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภูเกต็

ประกาศโรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็
เรื่อง ระเบียบโรงเรยี นสาธติ มหาวิทยาลยั ราชภัฏภูเก็ต ฝายประถมศึกษา

วา ดว ยการปกครองนกั เรยี น พ.ศ. 2564
วาดว ยเร่อื งการปกครองนกั เรียนโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ภูเกต็ ฝา ยประถมศกึ ษา เพือ่ ใหน ักเรยี นมีระเบยี บวนิ ัย
และมคี วามประพฤตทิ ด่ี งี าม ดงั นน้ั อาศยั ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวา ดว ยการลงโทษนกั เรยี นและนกั ศกึ ษา พ.ศ. 2548 และขอ บงั คบั
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ เรอ่ื งการบรหิ ารจดั การโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ ท่ี ๑๖ (๖) จงึ ออกประกาศ
วาดว ยระเบยี บโรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลัยราชภฏั ภเู กต็ ฝา ยประถมศึกษา วา ดวยการปกครองนักเรยี น พ.ศ. 2564 โดยกำหนดการ
ลงโทษแกนกั เรียนที่กระทำผิด 5 สถาน ดงั นี้
1.การวากลา วตักเตือน หมายถึง การวากลา วตักเตอื นนกั เรยี นโดยครปู ระจำชน้ั และงานกิจการนกั เรยี น
2. การตัดคะแนนความประพฤติ หมายถึง การตัดคะแนนความประพฤติในแบบบันทึกพฤติกรรมนักเรียนโดยตัดคะแนน
ทกุ ครงั้ ที่นกั เรียนกระทำผดิ ทง้ั นี้เกณฑการตดั คะแนนขึ้นอยกู ับประเภทความผดิ
3. การทำทณั ฑบน หมายถึง การทำแบบรายงานพฤติกรรมนักเรียนเพ่ือแจงบิดา มารดา หรือผปู กครองใหร ับทราบความผิด
และรับรองการทำทณั ฑบ น
4. การทำกจิ กรรมเพื่อใหป รับเปลี่ยนพฤติกรรม หมายถงึ การทำแบบรายงานพฤติกรรมนกั เรยี นเพ่ือแจงบิดา มารดา หรอื
ผูป กครองใหร ับทราบความผิดและรวมกนั หาแนวทางเพ่ือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
5. การจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวน หมายถึง โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ฝายประถมศึกษา จะจัดตั้งคณะ
กรรมการสอบสวน ประกอบดวย ตัวแทนผูบริหาร ตัวแทนคณะกรรมการบริหารงานกิจการนักเรียน ครูประจำชั้น และตัวแทน
เครือขายผูปกครอง เพื่อพิจารณาการลงโทษในกรณีนักเรียนกระทำผิดหลังจากการทำกิจกรรมเพื่อใหปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
โดยการตัดสินของคณะกรรมการสอบสวนถือเปนที่สิ้นสุด โดยโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ฝายประถมศึกษา กำหนด
ประเภทความผดิ และเกณฑการตัดคะแนนความประพฤตนิ กั เรียน ดังน้ี
1. ความผดิ ขัน้ เบา (ตดั คะแนนครั้งละ 1 คะแนน)
1.1. หมายถึง การเปน ผูมีนสิ ัยไมม คี วามรบั ผิดชอบตอตนเอง ตอ หนาท่ี ประกอบดว ย

1.1.1 หนเี รยี น
1.1.2 มาโรงเรียนสาย
1.1.3 แตง กายผิดระเบยี บของโรงเรยี น
1.1.4 ไมรกั ษาความสะอาดหอ งเรียนและบริเวณโรงเรียน
1.1.5 ไมเขาแถว
1.1.6 ขีดเขยี นอาคารเรียน โตะ เกาอี้ หนาตาง
1.1.7 แสดงการกระทำ หรอื แสดงวาจาไมส ภุ าพตอ ครูหรือผอู าวุโส
1.1.8 ความผดิ อื่นท่ีเทยี บเทา

1.2. การลงโทษ

ท่ี จำนวนครั้งท่กี ระทำความผิด การลงโทษ

1 1–5 การวา กลาวตกั เตือน

2 6 – 10 การทำทณั ฑบน

3 11 การทำกิจกรรมเพ่ือใหปรบั เปลย่ี นพฤติกรรม

4 มากกวา 11 การจดั ต้ังคณะกรรมการสอบสวน

2. ความผิดขน้ั ปานกลาง (ตดั คะแนนครง้ั ละ 5 คะแนน)
2.1 หมายถงึ เปน ความผดิ ทก่ี อ ใหเ กดิ ความเสยี หายตอ ตนเอง และสว นรวมไมร นุ แรงมาก แตอ าจนำไปสคู วามผดิ ขน้ั รา ยแรงได

ประกอบดวย
2.1.1 ทะเลาะวิวาท
2.1.2 ไมใหความรวมมือตอ สว นรวม
2.1.3 ครอบครองสื่อลามกทุกประเภท (สง่ิ พิมพ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส ฯลฯ)
2.1.4 ออกนอกโรงเรยี นโดยไมไดรับอนญุ าต
2.1.5 ไมป ฏบิ ัตติ ามขอ ตกลงในการจดั การเรียนการสอน เชน การนดั หยดุ เรียนโดยไมไดรับอนญุ าต
2.1.6 กล่ันแกลง รังแก ขูเข็ญ บังคบั หรือกระทำอ่ืนใด (bully) โดยวาจาหรือการกระทำตอผทู อ่ี อนแอกวา

ทัง้ ทางตรงหรอื ผา นสือ่ สงั คมออนไลน
2.1.7 ความผดิ อน่ื ทีเ่ ทยี บเทา

2.2 การลงโทษ

ที่ จำนวนครั้งที่กระทำความผิด การลงโทษ

11 การวา กลา วตักเตอื น

22 การทำทณั ฑบน

3 3 การทำกิจกรรมเพอ่ื ใหป รับเปลี่ยนพฤตกิ รรม

4 มากกวา 3 การจดั ตัง้ คณะกรรมการสอบสวน

3. ความผิดข้นั รา ยแรง (ตัดคะแนนครง้ั ละ 30 – 50 คะแนน)
3.1. หมายถึง ความผดิ ทกี่ อใหเ กดิ ความเสียหายตอนกั เรียน การกระทำท่ีผดิ กฎหมายซง่ึ สง ผลกระทบตอ ชอื่ เสยี งโรงเรียน

และมผี ลกระทบตอสังคมสว นรวม ประกอบดวย
3.1.1 ลักทรัพยส นิ ผอู นื่
3.1.2 ทำรายรา งกายผูอ ืน่
3.1.3 เลน การพนนั
3.1.4 สบู บุหรี่ เสพของมนึ เมาและสรุ า
3.1.5 พกพาหรือเสพฝน กญั ชา เฮโรอนี ยาบา และยาเสพตดิ อน่ื ๆ
3.1.6 พกอาวธุ มา (อาวธุ หมายถงึ เครอ่ื งมอื ทเ่ี ปน อาวธุ โดยลกั ษณะ เชน ดาบ หอก กระบ่ี สนบั มอื ปน เครอ่ื งระเบดิ

เปนตน ไมไดหมายรวมถึงวสั ดุหรอื อปุ กรณท ใ่ี ชเ พื่อประกอบการเรยี น เชน กรรไกร มดี ขนาดเล็ก ไมบรรทัด เปนตน)
3.1.7 ทำลายทรพั ยส ินสว นรวม
3.1.8 ทุจริตในการสอบ
3.1.9 แสดงพฤติกรรมเชิงชูส าว
3.1.10 ความผิดอื่นเทียบเทา

3.2 การลงโทษ

ท่ี จำนวนคร้ังท่กี ระทำความผดิ การลงโทษ

11 การทำกิจกรรมเพอื่ ใหปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรม

2 มากกวา 2 การจดั ต้ังคณะกรรมการสอบสวน

หมายเหต:ุ หากนกั เรยี นกระทำความผดิ ขน้ั รา ยแรง ขอ 3.1.5 พกพาหรอื เสพฝน กญั ชา เฮโรอนี ยาบา และยาเสพตดิ อน่ื ๆ

1 คร้งั โรงเรยี นจะดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยมโี ทษสงู สดุ คอื การใหยา ยสถานศึกษา

การออกใบรับรองความประพฤติ
นกั เรยี นโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ ฝา ยประถมศกึ ษา ทจ่ี ะไดร บั ใบรบั รองความประพฤติ จะตอ งเปน นกั เรยี นทม่ี คี วามประพฤตทิ ด่ี งี าม

ปฏบิ ตั ติ นอยใู นระเบยี บวนิ ยั ของโรงเรยี น มคี วามรบั ผดิ ชอบตอ ตนเองและตอ โรงเรยี น ดงั นน้ั จงึ กำหนดเกณฑก ารออกใบรบั รองความประพฤตนิ กั เรยี น ดงั น้ี
ขอ 1 ความประพฤติเรียบรอยดีมาก นกั เรยี นจะตองมีคะแนนอยใู นระหวาง 80 – 100 คะแนน
ขอ 2 ความประพฤตเิ รียบรอ ยดี นักเรยี นจะตองมคี ะแนนอยใู นระหวาง 70 – 79 คะแนน
ขอ 3 ความประพฤตเิ รยี บรอ ย นักเรียนจะตอ งมคี ะแนนอยูใ นระหวาง 60 – 69 คะแนน
ขอ 4 ไมไดใ บรบั รองความประพฤติ นกั เรียนมีคะแนนอยูในระหวาง 0 – 59 คะแนน

หมายเหตุ
1. ความผดิ อื่นเทยี บเทาท่ีไมระบุในประกาศฉบบั นีใ้ หข ึ้นอยกู ับดุลพนิ จิ ของคณะกรรมการบริหารงานกจิ การนกั เรียน
2. การตดั คะแนนความประพฤติสำหรับความผิดขั้นรา ยแรงใหข้นึ อยกู บั ดลุ พนิ จิ ของคณะกรรมการบริหารงานกจิ การนักเรยี น

ประกาศ ณ วันท่ี 9 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖4

(นายวรตุ ม อนิ ทฤทธ)์ิ
รองผอู ำนวยการโรงเรยี น ปฏบิ ตั ิหนาทีแ่ ทน
ผูอำนวยการโรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู ก็ต

ประกาศโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภฏั ภูเกต็
เรอื่ ง ระเบยี บโรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ภูเก็ต ฝายมธั ยมศึกษา

วาดว ยการปกครองนักเรยี น พ.ศ. 2564
วาดวยเรื่องการปกครองนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ฝายมัธยมศึกษา เพื่อใหนักเรียนมีระเบียบวินัย
และมคี วามประพฤตทิ ด่ี งี าม ดงั นน้ั อาศยั ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวา ดว ยการลงโทษนกั เรยี นและนกั ศกึ ษา พ.ศ. 2548 และขอ บงั คบั
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ เรอ่ื งการบรหิ ารจดั การโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ ท่ี ๑๖ (๖) จงึ ออกประกาศ
วา ดว ยระเบยี บโรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏภูเกต็ ฝายมัธยมศกึ ษา วาดวยการปกครองนักเรยี น พ.ศ. 2564 โดยกำหนดการ
ลงโทษแกน กั เรียนท่กี ระทำผิด 5 สถาน ดังนี้
1. การวากลาวตกั เตือน หมายถงึ การวา กลาวตักเตอื นนกั เรยี นโดยครูประจำชัน้ และงานกจิ การนกั เรียน
2. การตัดคะแนนความประพฤติ หมายถึง การตัดคะแนนความประพฤตใิ นแบบบันทึกพฤตกิ รรมนกั เรียนโดยตัดคะแนน
ทุกคร้งั ทีน่ ักเรยี นกระทำผิด ทง้ั น้เี กณฑการตัดคะแนนข้ึนอยูก ับประเภทความผดิ
3. การทำทัณฑบ น หมายถึง การทำแบบรายงานพฤติกรรมนกั เรียนเพื่อแจง บดิ า มารดา หรือผปู กครองใหรบั ทราบความผิด
และรบั รองการทำทณั ฑบ น
4. การทำกจิ กรรมเพอ่ื ใหป รบั เปล่ียนพฤติกรรม หมายถึง การทำแบบรายงานพฤติกรรมนกั เรียนเพ่ือแจง บดิ า มารดา
หรือผปู กครองใหร ับทราบความผิดและรวมกันหาแนวทางเพอ่ื ปรบั เปลีย่ นพฤติกรรม
5. การจดั ตง้ั คณะกรรมการสอบสวน หมายถงึ โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ ฝา ยมธั ยมศกึ ษา จะจดั ตง้ั คณะกรรมการ
สอบสวน ประกอบดว ย ตวั แทนผบู รหิ าร ตวั แทนคณะกรรมการบรหิ ารงานกจิ การนกั เรยี น ครปู ระจำชน้ั และตวั แทนเครอื ขา ยผปู กครอง
เพอ่ื พจิ ารณาการลงโทษในกรณนี กั เรยี นกระทำผดิ หลงั จากการทำกจิ กรรมเพอ่ื ใหป รบั เปลย่ี นพฤตกิ รรม โดยการตดั สนิ ของคณะกรรมการ
สอบสวนถอื เปน ทส่ี น้ิ สดุ โดยโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ ฝา ยมธั ยมศกึ ษา กำหนดประเภทความผดิ และเกณฑก ารตดั คะแนน
ความประพฤตนิ กั เรยี น ดังน้ี
1. ความผิดข้นั เบา (ตัดคะแนนคร้ังละ 5 คะแนน)

1.1. หมายถึง การเปนผูมีนิสยั ไมมีความรบั ผดิ ชอบตอตนเอง ตอ หนา ท่ี ประกอบดว ย
1.1.1 หนเี รยี น
1.1.2 มาโรงเรียนสาย แตงกายผดิ ระเบยี บของโรงเรียน
1.1.3 ไมรกั ษาความสะอาดหองเรียน และบริเวณโรงเรียน
1.1.4 ไมเ ขาแถว
1.1.5 ขดี เขียนอาคารเรียน โตะ เกาอี้ หนาตา ง
1.1.6 แสดงการกระทำ หรือแสดงวาจาไมส ุภาพตอ ครูหรือผอู าวโุ ส
1.1.7 ความผิดอ่ืนที่เทยี บเทา

1.2 การลงโทษ

ท่ี จำนวนครัง้ ท่ีกระทำความผิด การลงโทษ

1 1–3 การวากลาวตกั เตือน

2 4–9 การทำทัณฑบ น

3 10 การทำกิจกรรมเพอ่ื ใหปรับเปล่ียนพฤตกิ รรม

4 มากกวา 10 การจดั ตั้งคณะกรรมการสอบสวน

2. ความผดิ ข้นั ปานกลาง (ตัดคะแนนคร้งั ละ 10 คะแนน)
2.1. หมายถงึ เปน ความผดิ ทก่ี อ ใหเ กดิ ความเสยี หายตอ ตนเอง และสว นรวมไมร นุ แรงมาก แตอ าจนำไปสคู วามผดิ ขน้ั รา ยแรงได

ประกอบดว ย
2.1.1 ทะเลาะวิวาท
2.1.2 ไมใ หความรวมมือตอสวนรวม
2.1.3 ครอบครองสอื่ ลามกทุกประเภท (ส่ิงพิมพ อิเล็กทรอนกิ ส ฯลฯ)
2.1.4 ออกนอกโรงเรยี นโดยไมไดรบั อนญุ าต
2.1.5 ไมป ฏิบตั ิตามขอตกลงในการจัดการเรยี นการสอน เชน การนัดหยุดเรียนโดยไมไดร บั อนญุ าต
2.1.6 กลน่ั แกลง รงั แก ขเู ขญ็ บงั คบั หรอื กระทำอน่ื ใด (bully) โดยวาจาหรอื การกระทำตอ ผทู อ่ี อ นแอกวา ทง้ั ทางตรง

หรือผานส่อื สงั คมออนไลน
2.1.7 ความผิดอ่นื ท่เี ทยี บเทา

2.2 การลงโทษ

ที่ จำนวนคร้ังที่กระทำความผดิ การลงโทษ

11 การวากลาวตักเตอื น

22 การทำทณั ฑบ น

3 3 การทำกจิ กรรมเพอื่ ใหป รบั เปลี่ยนพฤตกิ รรม

4 มากกวา 3 การจดั ตั้งคณะกรรมการสอบสวน

3. ความผิดขน้ั รายแรง (ตัดคะแนนครง้ั ละ 50 คะแนน)
3.1. หมายถึง ความผิดทกี่ อ ใหเ กิดความเสียหายตอนกั เรียน การกระทำทผี่ ิดกฎหมายซึง่ สงผลกระทบตอช่ือเสยี งโรงเรยี น

และมีผลกระทบตอ สงั คมสว นรวม ประกอบดว ย
3.1.1 ลักทรัพยส นิ ผอู ่ืน
3.1.2 ทำรา ยรา งกายผอู นื่
3.1.3 เลนการพนัน
3.1.4 สบู บุหร่ี เสพของมนึ เมาและสุรา
3.1.5 พกพาหรอื เสพฝน กญั ชา เฮโรอนี ยาบา และยาเสพติดอนื่ ๆ
3.1.6 พกอาวธุ มา (อาวธุ หมายถงึ เครอ่ื งมอื ทเ่ี ปน อาวธุ โดยลกั ษณะ เชน ดาบ หอก กระบ่ี สนบั มอื ปน เครอ่ื งระเบดิ

เปนตน ไมไดหมายรวมถึงวัสดหุ รอื อปุ กรณทใ่ี ชเ พือ่ ประกอบการเรียน เชน กรรไกร มีดขนาดเลก็ ไมบรรทดั เปน ตน )
3.1.7 ทำลายทรพั ยส นิ สว นรวม
3.1.8 ทจุ รติ ในการสอบ
3.1.9 แสดงพฤติกรรมเชิงชสู าว
3.1.10 ความผดิ อื่นเทียบเทา

3.2 การลงโทษ

ที่ จำนวนครงั้ ทก่ี ระทำความผิด การลงโทษ

11 การทำกจิ กรรมเพอ่ื ใหป รับเปลีย่ นพฤติกรรม

2 มากกวา 2 การจดั ตง้ั คณะกรรมการสอบสวน

หมายเหต:ุ หากนกั เรยี นกระทำความผดิ ขน้ั รา ยแรง ขอ 3.1.5 พกพาหรอื เสพฝน กญั ชา เฮโรอนี ยาบา และยาเสพตดิ อน่ื ๆ

1 ครงั้ โรงเรยี นจะดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยมีโทษสงู สุด คอื การใหย ายสถานศกึ ษา

การออกใบรับรองความประพฤติ
นกั เรยี นโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ ฝา ยประถมศกึ ษา ทจ่ี ะไดร บั ใบรบั รองความประพฤติ จะตอ งเปน นกั เรยี นทม่ี คี วามประพฤตทิ ด่ี งี าม

ปฏบิ ตั ติ นอยใู นระเบยี บวนิ ยั ของโรงเรยี น มคี วามรบั ผดิ ชอบตอ ตนเองและตอ โรงเรยี น ดงั นน้ั จงึ กำหนดเกณฑก ารออกใบรบั รองความประพฤตนิ กั เรยี น ดงั น้ี
ขอ 1 ความประพฤติเรียบรอยดมี าก นกั เรียนจะตอ งมีคะแนนอยใู นระหวาง 80 – 100 คะแนน
ขอ 2 ความประพฤตเิ รียบรอยดี นกั เรียนจะตอ งมีคะแนนอยูใ นระหวาง 70 – 79 คะแนน
ขอ 3 ความประพฤตเิ รียบรอย นักเรียนจะตอ งมีคะแนนอยใู นระหวาง 60 – 69 คะแนน
ขอ 4 ไมไ ดใบรับรองความประพฤติ นกั เรยี นมคี ะแนนอยูในระหวาง 0 – 59 คะแนน

หมายเหตุ
1. ความผดิ อ่นื เทียบเทาทไ่ี มร ะบใุ นประกาศฉบับนีใ้ หขน้ึ อยูก ับดลุ พินิจของคณะกรรมการบริหารงานกจิ การนกั เรียน
2. การตัดคะแนนความประพฤตสิ ำหรบั ความผดิ ขน้ั รา ยแรงใหข ึ้นอยูกับดุลพินิจของคณะกรรมการบรหิ ารงานกจิ การนักเรยี น

ประกาศ ณ วันท่ี 9 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖4

(นายวรุตม อินทฤทธ์ิ)
รองผอู ำนวยการโรงเรยี น ปฏิบตั ิหนาที่แทน
ผอู ำนวยการโรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลัยราชภฏั ภูเกต็

ตารางการลดคะแนนความประพฤตินกั เรียน

รหสั ประเภทความผดิ คะแนนท่ีตัด/ครงั้
หมวด 1 การเรียน
5
01 มาสายหรอื ไมเขาแถว 5
02 หนีชัว่ โมงโฮมรูม สวดมนต 5
03 ไมตัง้ ใจเรยี น เชน ไมมีอุปกรณ ไมร ับผิดชอบ 10
04 ไมเขาเรียนในบางคาบ 15
05 ขาดเรียนโดยไมมีเหตผุ ลอันสมควรเกนิ 3 วัน 20
06 หนีโรงเรยี นทกุ กรณี 20
07 นัดหยุดเรียนกนั โดยไมม เี หตุผล 20
08 ปลอมลายเซน็ ผปู กครอง 20
09 ปลอมหลักฐานหรือทำลายหลกั ฐานของราชการ

ทั้งนค้ี วามผิดอ่ืนเทยี บเทาท่ไี มร ะบุในประกาศฉบับนี้ขน้ึ อยดู ลุ ยพินิจของคณะกรรมการบรหิ ารงานกจิ การนักเรียน

รหัส ประเภทความผดิ คะแนนทตี่ ดั /ครง้ั
หมวด 2 การแตงกาย 5
5
10 แตง กายผิดระเบียบของโรงเรียน เชน ไมปกเสอื้ เส้อื ผาผิดระเบียบ 5
11 ใสเครือ่ งประดับมาโรงเรียน 10
12 นำเส้ือของผอู น่ื มาใสห รือใหเ สอ้ื ผูอน่ื ใส 10
13 ผมผิดระเบียบจากที่โรงเรียนกำหนด 10
14 ชายเส้ือออกนอกกางเกงทงั้ ในและนอกโรงเรยี น 10
15 กางเกงและกระโปรงผิดระเบยี บของโรงเรยี น
16 สวมรองเทาผาใบ และแตง ชุดพละ ในวนั ที่ไมมีเรยี นพลศกึ ษา

ทง้ั นค้ี วามผิดอ่ืนเทียบเทาทไ่ี มระบุในประกาศฉบับนข้ี ้นึ อยดู ลุ ยพนิ ิจของคณะกรรมการบริหารงานกิจการนกั เรยี น

รหสั ประเภทความผดิ คะแนนทีต่ ัด/ครง้ั

หมวด 3 ความประพฤติ
17 แสดงกิรยิ าวาจาไมส ภุ าพ ไมเ หมาะสมในท่ีสาธารณะ 5
18 ไมส งเอกสารโรงเรียนใหผ ปู กครอง 5
19 มีพฤติกรรมสอไปในทางชูส าว 10
20 กลน่ั แกลง รงั แกขเู ข็ญบงั คับหรอื การกระทำอน่ื ใดทั้งโดยวาจาและการกระทำตอ ผทู ีอ่ อนแอกวา (Bully) 15
21 แสดงทา ทางหรอื แสดงกรยิ าวาจากา วรา วตอครอู าจารย 20
22 ทะเลาะววิ าทกับเพือ่ นนักเรยี นดว ยกนั ตวั ตอตวั ดวยเหตผุ ลเฉพาะหนา 20

รหสั ประเภทความผดิ คะแนนทต่ี ดั /คร้งั

23 ลักขโมย เจตนาขโมย ยกั ยอก ขกู รรโชกทรัพยส นิ หรือลกั ทรัพยผ อู ่ืน 20
24 เลนการพนันทกุ ชนิด จัดใหม ีการพนัน มอี ปุ กรณก ารพนัน มว่ั สมุ ในวงพนัน 30
25 ด่ืมเคร่อื งด่ืมทมี่ แี อลกอฮอลท ุกชนดิ /สบู บหุ ร่ี 30
26 พฤติกรรมสอ ไปในทางอนาจารตอ ผอู น่ื 30
27 กลัน่ แกลง หรือทำลายทรพั ยส ินของคนอน่ื และของโรงเรยี น 30
28 ยุยงใหเกดิ ความแตกแยกสามัคคีหรอื ตอ ตานระเบียบวินัยของโรงเรียน 30
29 ทะเลาะววิ าทกบั เพ่ือนนักเรยี นดว ยกนั เปนหมูพวก 30
30 มพี ฤติกรรมชูสาว 50
31 เสพยาเสพติดหรอื มอี ยใู นครอบครอง 50
32 ทะเลาะววิ าทกบั เพือ่ นนกั เรียนหรอื บคุ คลภายนอกโรงเรยี นทำใหเสือ่ มเสียช่อื เสียงมาถงึ โรงเรียน 50
33 ชักชวนบุคคลภายนอกมากอ การทะเลาะววิ าทภายในโรงเรยี น 50

ทั้งนคี้ วามผิดอนื่ เทยี บเทาทไ่ี มระบใุ นประกาศฉบับนีข้ นึ้ อยูดลุ ยพินจิ ของคณะกรรมการบรหิ ารงานกิจการนักเรียน

รหัส ประเภทความผดิ คะแนนท่ีตดั /คร้งั

หมวด 4 การรักษาความสะอาด 5
34 กอ ใหเ กิดความสกปรกภายในโรงเรยี น เชน เศษกระดาษ ถงุ พลาสตกิ เศษขยะมูลฝอย 10
35 ขีดเขียนขอความตา ง ๆ ลงบนเสอื้ และกางเกงนักเรยี นเองหรอื ของเพอ่ื น 20
36 ขีดเขียนขอความหรอื รูปภาพบนฝาผนงั วัสดุหรือส่ิงกอ สรา งของโรงเรยี น

ทง้ั นี้ความผดิ อน่ื เทียบเทาท่ไี มระบุในประกาศฉบบั นีข้ น้ึ อยูดุลยพนิ ิจของคณะกรรมการบริหารงานกจิ การนักเรียน

รหสั ประเภทความผิด คะแนนท่ตี ัด/ครงั้

หมวด 6 เบ็ดเตล็ด 5
37 ฝาฝนและไมป ฏิบัตติ ามระเบยี บขอ บังคบั ของโรงเรียน เชน การไมท ำความเคารพ การว่ิงเลน 10
40
บนอาคารสง เสยี งเอะอะ ขับขร่ี ถจกั รยานยนตในชว งเวลาเรยี น
ไมขออนุญาตครกู อ นทุกกรณี ฯลฯ
38 นำของเลน ของใชท่ไี มเ กยี่ วกับการเรียนการสอนมาโรงเรียน
39 พกพาอาวุธมาโรงเรียน (อาวธุ หมายถึงเคร่ืองมือท่เี ปนอาวุธโดยลักษณะ เชน ดาบ หอก
กระบี่ สนบั มือ ปน เคร่ืองระเบิด เปน ตน ไมไ ดหมายรวมถงึ วัสดุหรอื อปุ กรณท ใี่ ชเพือ่ ประกอบ
การเรียน เชน กรรไกร มีดขนาดเล็ก ไมบรรทดั เปนตน)

ทง้ั น้คี วามผดิ อืน่ เทยี บเทาท่ีไมระบุในประกาศฉบับนข้ี ึ้นอยูดุลยพนิ จิ ของคณะกรรมการบรหิ ารงานกจิ การนกั เรียน

ระเบียบโรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลัยราชภัฏภูเก็ต
วา ดว ยแนวทางการปฏบิ ัตขิ องนักเรยี นตอ กลุมบรหิ ารงานกิจการนักเรยี น พ.ศ. ๒๕๖๔
วา ดว ยเรอื่ งการปฏิบัติของนกั เรยี นตอ กลมุ บรหิ ารงานกิจการนักเรียน โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏภเู กต็ เพ่ือแจง แนว
ทางการปฏิบัตใิ หนักเรียนและผูป กครองรับทราบและเขา ใจ ดงั น้ันอาศยั ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวาดวยการลงโทษนกั เรยี นและ
นักศึกษา พ.ศ. 2548 และขอบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เรื่องการบริหารจัดการโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอที่ ๑๖ (๖) จึงออกประกาศวาดวยระเบียบโรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ภูเกต็ วาดวยแนวทางการปฏิบัติของ
นกั เรยี นตอกลุม บรหิ ารงานกจิ การนักเรียน พ.ศ. ๒๕๖๔ ดังนี้
โรงเรยี นสาธติ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ภูเกต็ ฝายปฐมวัย
๑. เวลามาเรียน
โรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภูเก็ต ฝา ยปฐมวยั เปด สอนในวนั ทำการ คือ วันจันทร - วนั ศกุ ร ระดับชั้นอนบุ าลเขาเรยี น
เวลา ๐๗.๓๐ – ๐๘.๐๐ น. ระดบั ช้นั เตรยี มอนุบาลเขาเรียนเวลา ๐๗.๓๐ – ๐๘.๓๐ น. และเลิกเรียนเวลา ๑๕.๐๐ น. นกั เรยี นทกุ คน
จะตองมาถงึ โรงเรยี นในชวงเวลาทกี่ ำหนดเพื่อเขารว มกจิ กรรมประจำวนั
หมายเหตุ
๑.๑ กรณที น่ี กั เรยี นมาโรงเรียนสายเกนิ ๕ ครง้ั ทำแบบรายงานพฤติกรรมนกั เรยี นแกผ ูปกครอง
๑.๒ กรณที นี่ ักเรียนมาโรงเรยี นสายเกิน ๑๐ คร้ัง ทำแบบรายงานพฤติกรรมนกั เรียนเพ่อื ใหผ ปู กครองเขา พบคณะกรรมการ
ฝายบรหิ ารงานกิจการนกั เรยี น และครูประจำช้นั
๒.การสง -รบั นกั เรียน
๒.๑ ขอความกรณุ า สง และรบั นักเรียน ตามเวลาท่กี ำหนด คือ
๒.๑.๑ ช้ันอนุบาล สง เวลา ๐๗.๓๐ – ๐๘.๐๐ น. และรับกลับภายในเวลา ๑๕.๐๐ น.
๒.๑.๒ ชั้นเตรียมอนบุ าล สงเวลา ๐๗.๓๐ – ๐๘.๓๐ น. และรบั กลับภายในเวลา ๑๕.๐๐ น.
๒.๒ ในกรณีทีเ่ ปลี่ยนผูมารับ กรณุ าแจงใหค ุณครูประจำชัน้ ทราบเพือ่ ความปลอดภยั ของนักเรียน โรงเรยี นมีสทิ ธจ์ิ ะไมให
นกั เรยี นกลับ ในกรณีทีผ่ ูปกครองไมแจงคณุ ครูประจำชั้นทราบ
๒.๓ การรับนกั เรียนกลับกอนเวลาเลกิ เรยี น ผปู กครองแจง ใหค รูประจำช้ันทราบลวงหนา เพือ่ ครูจะไดเ ตรียมตัวนกั เรยี นให
พรอ มลว งหนา
๓.การหยุดเรยี น
ผูปกครองแจงเรอื่ ง ลาปว ย หรือ ลากจิ ของนกั เรยี นท่ีคุณครูประจำช้นั ผา นกลุมไลนห รือเบอรโทรศพั ทครปู ระจำชน้ั ทกุ คร้งั
ท่นี ักเรยี นหยุดเรยี น
๔. การแสดงความเคารพ และมารยาท
๔.๑ เมอื่ นักเรยี นมาถึงโรงเรยี น ใหแสดงความเคารพคณุ ครู ดวยการไหวแ ละกลาวคำวา “สวสั ดคี ะ /ครบั ”
๔.๒ เม่ือนกั เรียนพบ สวนทางหรือเดนิ ผาน คุณครหู รือผูอ วุโส ใหทำความเคารพดวยการไหวห รือเดนิ กม หลงั
๔.๓ นักเรียนตอ งเปนผมู มี ารยาทดี มคี วามประพฤตเิ รยี บรอย

๔.๔ นกั เรยี นเรียนรูการกลาวคำ “สวัสด”ี “ขอบคณุ ” “ขอโทษ” ตามโอกาสอนั เหมาะสม
๔.๕ นักเรยี นตอ งชว ยกนั รักษาความสะอาดและดแู ลสาธารณสมบัตขิ องโรงเรียน
๔.๖ นักเรยี นตอ งแตง กายสะอาดเรียบรอ ยและถกู ตอ งตามระเบียบการแตงกายของโรงเรยี น
๕.การเจบ็ ปว ยของนกั เรียน
๕.๑ ในกรณีที่นักเรยี นเจบ็ ปวยขณะอยูท ี่โรงเรยี น ครจู ะปฐมพยาบาลเบือ้ งตน และจะโทรศัพทแจง ผูป กครองใหท ราบ
เพอื่ รับนักเรียนกลับและนำไปพบแพทยป ระจำตัวหรอื พักรักษาตวั ทีบ่ า น จนกวาจะหายเปนปกติ
๕.๒ ในกรณีที่นักเรียนเจ็บปวยขณะอยูที่บาน ขอใหผูปกครองนำนักเรียนไปพบแพทยและพักรักษาตัวที่บาน เมื่อหายเปน
ปกตดิ แี ลว จงึ สง นกั เรยี นกลบั มาเขา เรยี นตอ ทง้ั นเ้ี พอ่ื ปอ งกนั การแพรร ะบาดของเชอ้ื โรคและเพอ่ื ใหน กั เรยี นมสี ขุ ภาพรา งกายทแ่ี ขง็ แรงมากขน้ึ
๖.การจดั กระติกน้ำสวนตัว และเตรียมนมกลอ งใหก บั นักเรียน
๖.๑ โรงเรยี นจัดน้ำดม่ื ท่ีสะอาดใหน ักเรียนด่มื ทกุ วัน โดยผปู กครองจัดเตรยี มกระตกิ นำ้ สวนตัวใหบตุ รหลานมาโรงเรยี น และ
กรณุ าเขยี นช่ือ ชอ่ื เลน และชั้นเรียนของบตุ รหลานบนกระตกิ นำ้ ใหชดั เจนและไมลอกหลุดงาย
๖.๒ โรงเรียนจัดนมเปนอาหารวางใหน กั เรียนดม่ื ในชว งเชา ทุกวนั สวนการดื่มนมในชวงบา ยผปู กครองจดั เตรียมนมกลอ ง
(ควรเปนรสจดื ) จำนวน ๒ กลอง ใหนักเรยี นนำมาดืม่ ท่โี รงเรยี นเพือ่ ใหนกั เรยี นทกุ คนมสี ุขภาพรา งกายแข็งแรงและเจรญิ เติบโตย่งิ ขึน้
๗.การนำของเลน มาโรงเรียน
โรงเรยี นไมอ นญุ าตใหน กั เรยี นนำของเลน มาเลน ทโ่ี รงเรยี น เพราะอาจเกดิ อนั ตรายหรอื สญู หายได โรงเรยี นไดจ ดั ของเลน ตา ง ๆ
ท่มี ีคณุ ภาพและสอดคลองกับพัฒนาการตามวัยไดเ ปนอยา งดีใหก บั นักเรยี นเลน กันอยา งเพียงพอ
๘.การจอดรถสง - รบั นักเรยี น
เพอ่ื ความปลอดภยั และปอ งกนั อบุ ตั เิ หตทุ จ่ี ะเกดิ กบั ผปู กครอง นกั เรยี น และผทู ส่ี ญั จรไปมาหนา บรเิ วณโรงเรยี น ขอความรว มมอื
ผูป กครองปฏบิ ัตติ ามกฎจราจรอยา งเครงครดั และกรุณาจอดรถใหเ ปนระเบยี บ โดยจอดรถใหชดิ ขอบทางเทา หรอื ในท่ที ีโ่ รงเรียน
จัดเตรยี มให และไมจอดรถขวางทางเขา –ออกประตโู รงเรยี น
๘.๑ ตอนเชา โรงเรยี นเปดประตูเวลา ๐๗.๑๕น. และปดประตเู วลา เวลา ๐๘.๓๐ น.
๘.๒ ตอนเย็น โรงเรียนเปดประตูเวลา ๑๔.๓๐ น. และปดประตเู วลา เวลา ๑๖.00 น.
หมายเหตุ กรณีนกั เรียนฝากนอกเวลาใหผูป กครองติดตอ คณุ ครปู ระจำชนั้
โรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลยั ราชภัฏภูเก็ต ฝายประถมศกึ ษา
1. การมีผูปกครอง
1.1 นักเรียนทกุ คนตอ งมผี ูปกครองตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรอื่ ง ผปู กครองนกั เรียน นักศกึ ษา พ.ศ.2522
1.2 โรงเรียนกําหนดใหน กั เรยี นมผี ูปกครองได 1 หรอื 2 คน
1.3 ผูปกครองตองมีอายุ 20 ปข นึ้ ไป ไมเ ปนนกั เรียน นกั ศึกษา ประกอบอาชพี เปนหลกั ฐาน โดยนักเรยี นและผูป กครองตอง
มชี ่ืออยใู นทะเบียนบานทอ่ี ยูอาศยั ดวยกนั
2. การมาและกลบั โรงเรียน
2.1 นักเรียนมาถึงโรงเรียนเวลา 07.15 - 07.50 น. เพือ่ เตรยี มตวั ปฏิบตั กิ จิ กรรมหนา เสาธง และรับฟง
การใหโอวาทจากครูเวรประจำวัน
2.2 นกั เรียนเลกิ เรยี นแลวเดนิ ทางกลบั ระหวางเวลา 16.00 - 17.00 น.
2.3 ใหผูป กครองจอดรถสง และรับนักเรยี นตรงบรเิ วณทโ่ี รงเรยี นกาํ หนด แลวเดนิ แถวเรียงหน่งึ ชดิ ขวาเสมอ
2.4 นกั เรียนทีเ่ ดินมาและกลบั โรงเรยี นจะตองเดนิ เรียงหน่งึ บนทางเทา ท้งั มาและกลบั ถาไมมีทางเทา ใหเดิน
เรยี งหนึ่งชดิ ขวาเสมอ
2.5 ไมอนุญาตใหน ักเรยี นมาและกลบั โรงเรียนดวยตนเองหรือใชยานพาหนะทุกชนิด

3. การมาโรงเรียนสาย
นกั เรียนทม่ี าถึงโรงเรยี นไมท นั ปฏิบตั ิกจิ กรรมหนา เสาธง ถือวา มาสายจะตองปฏบิ ตั ิ ดังนี้
3.1 นกั เรียนมาโรงเรยี นหลังเวลา 07.50 น. ถอื วามาสาย ตอ งลงช่ือที่ครเู วรประจำวันและสภานักเรียน
3.2 นกั เรยี นมาสายระหวาง 1 - ๕ ครัง้ จะถกู ตัดคะแนนครง้ั ละ 1 คะแนน และลงโทษโดยการวา กลาวตกั เตือน
3.3 นกั เรยี นมาสายระหวา ง ๖ - 10 ครง้ั จะถกู ตดั คะแนนครง้ั ละ 1 คะแนน และลงโทษโดยการวา กลา วตกั เตอื น ทำทณั ฑบ น

และแจงแบบรายงานพฤตกิ รรมนกั เรยี นแกผ ปู กครอง
3.4 นกั เรยี นมาสายมากกวา 10 ครั้ง จะถกู ตัดคะแนนคร้ังละ 1 คะแนน และลงโทษโดยการวากลาวตกั เตอื น ทำทณั ฑบน

และแจงแบบรายงานพฤตกิ รรมนกั เรยี นเพื่อใหผ ูปกครองเขา พบตวั แทนคณะกรรมการบรหิ ารงานกจิ การนกั เรยี นและครปู ระจำชนั้
เพ่ือทำกิจกรรมปรบั เปลี่ยนพฤติกรรม

3.5 หากมคี วามจำเปน เน่ืองจากผูปกครองมธี ุระอยา งอ่ืนใหปฏบิ ัตดิ งั น้ี
- ถา ผูปกครองมีธรุ ะในตอนเชา ไมส ามารถใหน ักเรียนมาทันตามกำหนดเวลา ตอ งมหี ลกั ฐานรับรองจากผปู กครอง

ไปแสดงตอครูเวรประจำวันและครปู ระจำชนั้ กอนเขาหอ งเรียน หากไมม หี ลักฐานรับรองจากผปู กครองถอื วานกั เรียนมาสาย
- ในกรณมี ีความจำเปนอน่ื เชน ฝนตก รถเสีย ครูเวรประจำวันจะผอ นผนั เฉพาะรายและอาจจะจดบันทกึ ไวเ พื่อหา

ขอ เท็จจรงิ ตอไป หากพบวาเปนการหลอกลวง จะตอ งถูกลงโทษตามความผิดข้นั ปานกลาง
4. การลา

4.1 ลาปว ย ใหผูป กครองแจง ครูประจำช้นั หากลาปวยตดิ ตอกัน 3 วัน ตอ งแนบใบรบั รองแพทย
4.2 ลากจิ ใหแจงครูประจำชนั้ ลว งหนาอยางนอ ย 1 วันกอ นวันหยุดเรียน
4.3 การออกนอกบรเิ วณโรงเรียน ใหถือปฏิบตั ดิ ังนี้

- ใหผูป กครองมาเซ็นชอ่ื รับนักเรียนทห่ี องสำนกั งาน พรอ มแสดงบัตรประจำตัวประชาชน
- ไมอ นุญาตใหผปู กครองของนักเรยี นผอู ่ืนมารบั แทน
5. การขาดเรยี น
5.1 ถาขาดเรยี นติดตอ กัน 3 วนั ตองแจงเหตผุ ลใหโ รงเรียนทราบโดยดว น
5.2 เม่อื ปดภาคเรยี นแลว ถา นักเรยี นไมมาเรียน โดยไมแจงเหตใุ หโ รงเรยี นทราบ โรงเรยี นจะทําหนงั สอื แจง ผปู กครองใหม า
ติดตอ กบั โรงเรยี นภายในระยะเวลาทีก่ ําหนดอยางนอย 2 คร้ัง เมอ่ื ครบกําหนดแลวยังไมม าติดตอโรงเรียนจะจําหนา ยออกเพราะเหตุ
ขาดเรยี นนาน
6. การขอพกั การเรียน
โรงเรยี นอนุญาตเปน รายภาคเรียน โดยพิจารณาวา
6.1 สาํ หรับนักเรียนทม่ี าเรยี นในภาคเรยี นนนั้ ๆ ถาประสงคจะขอพักการเรียนใหผปู กครองย่ืนคํารอ งขออนญุ าตพักการเรยี น
ตอ ผบู ริหารสถานศึกษาภายใน 7 วันทาํ การ นบั แตวันเปด ภาคเรยี น
6.2 สาํ หรบั นักเรียนที่ไมเ คยมาเรียนนับแตว ันเปด ภาคเรียน ถา ประสงคจ ะขอพกั การเรยี นใหผูปกครองย่นื คํารองขออนญุ าต
พกั การเรียนตอผบู ริหารสถานศกึ ษาอยางชาไมเ กินระยะเวลาทกี่ ําหนดไวในหนังสอื แจงผูปกครองขอ 5.1 ถา พนกําหนดไปแลว
ไมสามารถขอพักการเรยี นได เน่ืองจากนกั เรยี นผนู ้นั ถกู จาํ หนา ยออกเพราะขาดเรียนนานตามขอ 5.2 แลว นกั เรียนที่ไดรบั อนญุ าตให
พกั การเรียนยงั ถือวามีสภาพเปนนกั เรียนอยู

7. การมาโรงเรียนนอกเวลาเรียนของนกั เรยี น
นักเรียนที่มาโรงเรียนในวันเสาร วันอาทิตยหรือวันหยุดราชการ ถาโรงเรียนใหนักเรียนมาทํากิจกรรมใด ๆ โรงเรียนจะมี

หนงั สือแจง ใหผ ูป กครองทราบ โดยปฏบิ ัติดังน้ี
7.1 ครปู ระจำชั้นหรือครปู ระจําวิชา เปน ผแู จงกจิ กรรมโรงเรยี นทีน่ ักเรยี นตองมาปฏิบตั ิ แจงเวลามา - กลบั และแจง เหตุผล

ใหผ ปู กครองทราบ โดยไดร บั อนุญาตจากผูบ รหิ ารตั้งแตระดับรองผอู ำนวยการขน้ึ ไป
7.2 หากผูป กครองยนิ ยอมใหน กั เรยี นมารวมกิจกรรมท่ีโรงเรียน ผูปกครองลงช่อื รบั รองและใหน กั เรียนนำสงครปู ระจำชั้น

หรอื ครูผูรับผดิ ชอบในกิจกรรมนั้น ๆ
8. การออกนอกบริเวณโรงเรยี น

เมื่อนกั เรียนเขา มาบริเวณโรงเรยี นแลว ไมส ามารถออกนอกบริเวณโรงเรียนได เวนแตจะไดรับอนญุ าตจากครปู ระจำชัน้ และ
ครเู วรประจำวัน
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ฝายมัธยมศึกษา
1. การมีผูปกครอง

1.1 นักเรียนทุกคนตองมีผูปกครองตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องผูปกครองนักเรียนนักศึกษา พ.ศ.2522
1.2 โรงเรียนกําหนดใหนักเรียนมีผูปกครองได 1 หรือ 2 คน
1.3 ผูปกครองตองมีอายุ 20 ปขึ้นไป ไมเปนนักเรียน นักศึกษา ประกอบอาชีพเปนหลักฐาน นักเรียนและผูปกครองตอง
มีชื่ออยูในทะเบียนบานที่อยูอาศัยดวยกัน
2. การมาและกลับโรงเรียน
2.1 นักเรียนมาถึงโรงเรียน ระหวางเวลา 07.15 - 07.50 น. เพื่อเตรียมตัวปฏิบัติกิจกรรมหนาเสาธง และรับฟงการให
โอวาทจากครูเวรประจำวัน
2.2 นักเรียนเลิกเรียนแลวเดินทางกลับ ระหวางเวลา 16.00 - 17.00 น.
2.3 ใหผูปกครองจอดรถสง และรับนักเรียนตรงบริเวณที่โรงเรียนกําหนด แลวเดินแถวเรียงหนึ่งชิดขวาเสมอ
2.4 นักเรียนที่เดินมาและกลับโรงเรียนจะตองเดินเรียงหนึ่งบนทางเทาทั้งไปและกลับ ถาไมมีทางเทา ใหเดินเรียงหนึ่ง
ชิดขวาเสมอ
2.5 กรณีนักเรียนใชยานพาหนะทุกชนิด เพื่อมาและกลับโรงเรียนดวยตนแอง ใหนำกุญแจยานพาหนะเก็บไวที่ครูประจำชั้น
ทุกครั้ง หากมีการใชยานพาหนะภายในชวงเวลา 08.00 – 16.00 น. ตองขออนุญาตครูประจำชั้น พรอมชี้แจงเหตุผลทุกครั้ง
2.6 การใชย านพาหนะตอ งปฏบิ ตั ใิ หถ กู ตอ งตามกฎหมาย ยานพาหนะทใ่ี ชต อ งอยใู นสภาพทส่ี มบรู ณ มโี คมไฟและปา ยสะทอ น
แสงติดตั้งครบถวน และไมประมาท
3. การมาโรงเรียน
นักเรียนที่มาถึงโรงเรียนไมทันปฏิบัติกิจกรรมหนาเสาธง ถือวามาสาย จะตองปฏิบัติ ดังนี้
3.1 นักเรียนที่มาหลังเวลา 07.50 น. ใหลงชื่อที่หองพักครู พรอมแจงครูเวรประจำวัน
3.2 นักเรียนที่มาหลัง 08.30 น. ตองไปรายงานตัวที่หองกิจการนักเรียน พรอมกับนําผูปกครองมาเซ็นชื่อทราบ เพื่อรับ
บัตรอนุญาตเขาหองเรียน
3.3 หัวหนาหองเรียนเก็บรวบรวมรายชื่อนักเรียนที่มาสายสงครูประจำชั้นทุกวัน เพื่อบันทึกสถิติและเก็บไวเปนหลักฐาน
3.4 นักเรียนที่มาสายโดยไมมีบัตรอนุญาตเขาหอง ครูที่ประจำวิชาจะไมอนุญาตใหนักเรียนเขาหอง จนกวานักเรียนจะ
ปฏิบัติใหถูกตองตามระเบียบของโรงเรียนเสียกอน

4. การลา
4.1 ทุกครั้งทน่ี ักเรยี นไมมาโรงเรียนจะตองสงใบลา โดยผปู กครองนํานกั เรียนมามอบตวั ลงชอื่ รบั รองการลาทกุ คร้งั
4.2 การลากจิ ใหส ง ใบลาลว งหนาอยางนอ ย 1 วัน
4.3 การลาปวยเกิน 3 วัน ใหนาํ ใบรบั รองแพทยม าแสดงตอ ครปู ระจำชั้น
4.4 การออกนอกบรเิ วณโรงเรยี น ใหถ อื ปฏบิ ัติดงั น้ี
- ใหผ ูปกครองมาลงชื่อรบั นกั เรียนที่งานกจิ การนกั เรียน
- ไมอนุญาตใหผปู กครองของนักเรยี นผอู ่นื มารบั แทน

5. การขาดเรยี น
5.1 ถาขาดเรียนติดตอ กนั 3 วัน ตอ งแจง เหตุผลใหโ รงเรียนทราบโดยดว น
5.2 เม่ือปดภาคเรยี นแลว ถา นกั เรียนไมมาเรียน โดยไมแจงเหตุใหโ รงเรยี นทราบ โรงเรียนจะทาํ หนงั สือแจง ผูป กครองใหม า

ติดตอกบั โรงเรยี นภายในระยะเวลาที่กาํ หนดอยา งนอย 2 ครัง้ เมือ่ ครบกําหนดแลวยังไมม าตดิ ตอ โรงเรียนจะจาํ หนายออกเพราะเหตุ
ขาดเรยี นนาน
6. การขอพักการเรยี น

โรงเรียนอนญุ าตเปนรายภาคเรียน โดยพิจารณาวา
6.1 สําหรบั นกั เรียนท่มี าเรียนในภาคเรยี นนน้ั ๆ ถา ประสงคจ ะขอพกั การเรียนใหผ ปู กครองยืน่ คาํ รองขออนุญาตพักการเรยี น
ตอ ผูบรหิ ารสถานศึกษาภายใน 7 วนั ทําการนับแตวนั เปดภาคเรียน
6.2 สําหรับนกั เรยี นท่ไี มเ คยมาเรยี นนับแตว ันเปดภาคเรียน ถา ประสงคจะขอพกั การเรยี นใหผปู กครองย่ืนคํารอ งขออนุญาต
พกั การเรยี นตอ ผบู รหิ ารสถานศึกษาอยางชาไมเ กินระยะเวลาท่ีกําหนดไวในหนังสอื แจง ผูปกครองขอ 5.1 ถาพน กําหนดไปแลว
ไมส ามารถขอพกั การเรยี นได เนอื่ งจากนกั เรียนผูนั้นถกู จําหนายออกเพราะขาดเรยี นนานตามขอ 5.2 แลว นกั เรยี นทไ่ี ดรบั อนญุ าตให
พักการเรยี นยงั ถือวา มสี ภาพเปน นักเรยี นอยู
7. การมาโรงเรยี นนอกเวลาเรียนของนกั เรยี น
นกั เรียนท่มี าโรงเรยี นในวนั เสาร วนั อาทติ ยห รือวนั หยุดราชการ ถาโรงเรยี นใหน กั เรยี นมาทาํ กิจกรรมใด ๆ โรงเรียนจะมี
หนงั สือแจง ใหผูป กครองทราบ โดยปฏิบตั ดิ ังนี้
7.1 ครูประจำชน้ั หรอื ครปู ระจําวชิ า เปนผแู จง กจิ กรรมโรงเรยี นทีน่ ักเรยี นตอ งมาปฏบิ ัติ แจง เวลามา - กลับ และแจง เหตุผล
ใหผปู กครองทราบ โดยไดร บั อนญุ าตจากผูบริหารตัง้ แตระดับรองผูอำนวยการขึ้นไป
7.2 หากผูปกครองยินยอมใหน กั เรียนมารวมกิจกรรมท่ีโรงเรียน ผูปกครองลงช่อื รับรองและใหน กั เรียนนําสงครปู ระจำชน้ั
หรือครผู ูรับผดิ ชอบในกจิ กรรมนน้ั ๆ
7.3 นกั เรยี นตอ งแตงกายตามระเบยี บของโรงเรยี นทกุ ครง้ั ท่ที าํ กิจกรรม หากมีความจำเปนไมสามารถแตง กายตามระเบยี บ
ของโรงเรยี นได ใหแจงครผู ูรบั ผิดชอบ
7.4 วนั เสาร วนั อาทติ ยห รอื วนั หยดุ ราชการ ถา นกั เรยี นมนี ดั หมายมาทำงานทโ่ี รงเรยี นทไ่ี มเ กย่ี วกบั กจิ กรรมใด ๆ ของโรงเรยี น
จะตอ งมหี นงั สอื ขออนญุ าตเพอ่ื ขอใชส ถานทต่ี อ ครปู ระจำชน้ั ลว งหนา 2 วนั ในกรณคี รปู ระจำชน้ั อนญุ าตใหน กั เรยี นมาได ครปู ระจำชน้ั
จะตอ งเปน ผคู วบคมุ ดแู ลนกั เรยี นในการใชสถานท่ี ภายในชว งเวลา 09.00 – 15.00 น. เทานนั้

8. การออกนอกบรเิ วณโรงเรยี น
เมอื่ นักเรยี นเขา มาบริเวณโรงเรียนแลว ไมสามารถออกนอกบริเวณโรงเรยี นได เวนแตจ ะไดร ับอนุญาตจากครปู ระจำชน้ั และ

ครเู วรประจำวนั
ประกาศ ณ วนั ท่ี 9 เมษายน พ.ศ. ๒๕๖4

(นายวรุตม อนิ ทฤทธิ)์
รองผูอำนวยการโรงเรยี น ปฏบิ ตั ิหนาท่แี ทน
ผูอำนวยการโรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

โครงสรา งหลักสตู รสถานศกึ ษา
โรงเรยี นสาธติ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเกต็ ฝายประถมศึกษา
โครงสรา งเวลาเรียน หลกั สตู รโรงเรียนสาธติ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู กต็ ฝา ยประถมศึกษา พุทธศักราช ๒๕๕๑
(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.๒๕๖๔) กำหนดโครงสรา งเวลาเรียน ดงั นี้

โครงสรา งหลกั สูตรสถานศึกษา
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ฝายประถมศกึ ษา
โครงสรา งเวลาเรยี น หลกั สูตรโรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลัยราชภฏั ภูเก็ต ฝา ยประถมศกึ ษา พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๔) กำหนดโครงสรางเวลาเรียน ดงั น้ี

โครงสรางหลกั สูตรโรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภเู ก็ต
ฝายมธั ยมศกึ ษา

หอ งเรียนสง เสริมอัจฉรยิ ภาพดา นวิทยาศาสตร คณติ ศาสตร ภาษาและเทคโนโลยี

(Gifted Students in Science, Mathematics, Language, and Technology)
ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1

โครงสรา งหลักสูตรโรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลยั ราชภัฏภเู ก็ต
ฝายมัธยมศึกษา

หอ งเรียนสง เสรมิ อจั ฉรยิ ภาพดา นวทิ ยาศาสตร คณิตศาสตร ภาษาและเทคโนโลยี

(Gifted Students in Science, Mathematics, Language, and Technology)
ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 2

โครงสรางหลักสูตรโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลยั ราชภัฏภเู ก็ต
ฝา ยมธั ยมศกึ ษา

หอ งเรียนสง เสรมิ อัจฉริยภาพดานวทิ ยาศาสตร คณติ ศาสตร ภาษาและเทคโนโลยี

(Gifted Students in Science, Mathematics, Language, and Technology)
ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 3

โครงสรางหลักสูตรโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลยั ราชภัฏภเู ก็ต
ฝา ยมธั ยมศกึ ษา

หอ งเรียนสง เสรมิ อัจฉริยภาพดานวทิ ยาศาสตร คณติ ศาสตร ภาษาและเทคโนโลยี

(Gifted Students in Science, Mathematics, Language, and Technology)
ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 4

โครงสรางหลักสูตรโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลยั ราชภัฏภเู ก็ต
ฝา ยมธั ยมศกึ ษา

หอ งเรียนสง เสรมิ อัจฉริยภาพดานวทิ ยาศาสตร คณติ ศาสตร ภาษาและเทคโนโลยี

(Gifted Students in Science, Mathematics, Language, and Technology)
ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 5

โครงสรางหลักสูตรโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลยั ราชภัฏภเู ก็ต
ฝา ยมธั ยมศกึ ษา

หอ งเรียนสง เสรมิ อัจฉริยภาพดานวทิ ยาศาสตร คณติ ศาสตร ภาษาและเทคโนโลยี

(Gifted Students in Science, Mathematics, Language, and Technology)
ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 6


Click to View FlipBook Version