The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tinnakon, 2022-06-16 04:24:47

คู่มือนักเรียน นักศึกษา ประจำปีการศึกษา 2565

คู่มือนักเรียน

Keywords: ufvc

101

102

103

104

105

106

107

108

109

110

111

112

113

114

115

116

117

118

119

120

121

122

123

124

125

126

127

128

129

130

131

132

สาระนา่ รจู้ ากงานทะเบยี น

การลงทะเบยี นรายวิชา
การลงทะเบยี นรายวชิ า หรอื การลงทะเบียนเรยี น มหี ลกั เกณฑ์ให้สถานศกึ ษากาหนดการลงทะเบียนรายวชิ า

ต้องแลว้ เสรจ็ ก่อนวนั เปิดภาคเรยี นและตอ้ งไดร้ บั ความเห็นชอบจากครทู ่ีปรึกษา หมายถึงวา่ สถานศึกษาตอ้ งจัดให้
นักเรียน นกั ศกึ ษา ลงทะเบียนรายวชิ าตา่ งๆ ใหเ้ สรจ็ กอ่ นวันเปิดภาคเรยี นและตอ้ งไดร้ ับความเหน็ ชอบจากครูที่ปรึกษา
โดยนกั เรียน นักศึกษา ต้องลงทะเบียนรายวิชาด้วยตนเอง ตามวันและเวลาท่ีสถานศกึ ษากาหนด ในกรณีที่นกั เรียน
นักศกึ ษา ไมส่ ามารถมาลงทะเบียนรายวชิ าดว้ ยตนเอง จะมอบหมายให้ผู้อื่นมาลงทะเบียนแทนก็ได้ โดยให้สถานศกึ ษา
พิจารณาอนุญาตเป็นรายๆ ไป นอกจากนส้ี ถานศึกษาอาจใหน้ ักเรยี น นักศกึ ษา ลงทะเบียนรายวิชาภายหลังกาหนดนี้ก็
ได้ โดยใหส้ ถานศึกษากาหนดวนั สิ้นสุดการลงทะเบยี นตามท่เี หน็ สมควร แตต่ ้องไมเ่ กิน 15 วนั นับแต่วนั เปดิ ภาคเรียน
หรือไมเ่ กิน 5 วนั นับแต่วันเปดิ ภาคเรยี นฤดรู อ้ น (ลงทะเบียนล่าชา้ ) แตน่ ักเรียน นกั ศึกษา จะตอ้ งเสียค่าปรับตามท่ี
สถานศกึ ษากาหนด สว่ นนกั เรยี น นกั ศกึ ษา ผ้ใู ดท่ีประสงคจ์ ะขอผ่อนผนั การชาระเงินคา่ ลงทะเบียนรายวิชาให้หัวหน้า
สถานศึกษาพจิ ารณาอนุญาตเปน็ รายๆ ไป แต่ทง้ั น้ีตอ้ งชาระใหเ้ สรจ็ สนิ้ กอ่ นวนั เขา้ รบั การวัดผลปลายภาคเรยี น

ในกรณที ีน่ ักเรยี น นกั ศกึ ษา ผู้ใดลงทะเบียนรายวิชาภายในเวลาท่ีสถานศึกษากาหนด จะต้องตดิ ต่อขอรกั ษา
สภาพนกั เรยี น นกั ศึกษา ภายในเวลา 15 วนั นับแต่วนั ถดั จากวันปิดการลงทะเบียน มิฉะน้ันใหส้ ถานศึกษาส่งให้
นักเรียน นกั ศึกษา ผ้นู ัน้ พน้ สภาพการเป็นนักเรียน นักศกึ ษา

นักเรียน นกั ศึกษา สามารถลงทะเบยี นรายวชิ าในแตล่ ะภาคเรียนได้ไมเ่ กนิ 22 หนว่ ยกิต ในแต่ละภาคเรยี น
ปกติ สาหรบั การลงทะเบยี นเตม็ เวลา และใหล้ งทะเบียนไดไ้ ม่เกนิ 12 หนว่ ยกิต ในแต่ละภาคเรียนปกติ สาหรับการ
ลงทะเบยี นเรียนไมเ่ ต็มเวลา สาหรบั การลงทะเบียนในภาคฤดรู อ้ นใหล้ งทะเบียนเรยี นไดไ้ ม่เกนิ 12 หนว่ ยกิต เว้นแต่
ไดร้ ับอนญุ าตจากหวั หนา้ สถานศึกษา หากสถานศึกษาใดมเี หตุผลและความจาเปน็ การลงทะเบยี นเรยี นทแี่ ตกต่างไป
จากเกณฑน์ ก้ี ็ต้องอาจทาได้ แต่ต้องไม่กระทบต่อมาตรฐานและคุณภาพการศกึ ษา

การเปลยี่ น การเพิม่ และการถอนรายวิชา
นักเรียน นักศึกษา จะขอเปล่ยี นรายวิชาทไี่ ด้ลงทะเบยี นไวแ้ ลว้ หรือขอเพม่ิ รายวิชากไ็ ด้ แตต่ อ้ งกระทาภายใน

15 วนั นบั แต่วนั เปิดภาคเรียน หรอื ภายใน 5 วนั นับแต่วันเปิดภาคเรียนฤดรู ้อน สว่ นการขอถอนรายวิชาต้องกระทา
ภายใน 30 วัน นับแตว่ นั เปดิ ภาคเรียนหรือภายใน 10 วนั นับแตว่ นั เปิดภาคเรียนฤดรู อ้ น การถอนรายวชิ าหลังกาหนดน้ี
อาจกระทาได้ ถา้ สถานศึกษาพจิ ารณาเห็นว่ามีเหตุผลสมควร นอกจากนี้ การขอเปล่ียน ขอเพมิ่ หรือขอถอนรายวิชา
ต้องได้รบั ความเห็นชอบจากครทู ี่ปรกึ ษาและครูผู้สอนรายวิชาด้วย

การนับเวลาเรียนเพื่อสทิ ธใิ นการประเมินสรุปผลการเรยี น
ในภาคเรียนหนงึ่ ๆ สาหรับการศึกษาในระบบและการศกึ ษาระบบทวภิ าคี นักเรียน นกั ศึกษาตอ้ งมเี วลาเรียนใน

แตล่ ะรายวิชาไม่ต่ากว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนเตม็ สาหรับรายวิชานนั้ จึงจะมสี ทิ ธริ บั การประเมินสรปุ ผลการเรยี น ใน
กรณที ม่ี เี หตุสดุ วิสยั สถานศึกษาอาจพิจารณาผ่อนผนั เป็นรายๆ ไปได้

133

การนบั เวลาเรียน ใหป้ ฏบิ ัติดังนี
(1) เวลาเปิดเรยี นเต็มตามปกติ ไม่นอ้ ยกวา่ ภาคเรยี นละ 18 สปั ดาห์
(2) นกั เรยี นท่ยี ้ายสถานศึกษาระหวา่ งภาคเรยี น ใหน้ าเวลาเรยี นจากสถานศึกษาทง้ั สองแหง่ รวมกัน
(3) นกั เรียนทล่ี าออกแลว้ ได้รบั อนุญาตใหก้ ลับเข้าเรียนในภาคเรยี นเดียวกนั ให้นบั เวลาเรียนทเ่ี รียนแล้ว
มารวมกัน
(4) นักเรียนทีล่ าพกั การเรยี นหรือฝึกอาชีพในภาคเรยี นใด ใหน้ บั เวลาเรียนก่อนและหลงั การลาพักการ
เรยี นหรอื ฝกึ อาชีพในภาคเรยี นน้ันมารวมกนั
(5) รายวชิ าทม่ี คี รูผู้สอนหรอื ครูฝึกตัง้ แต่ 2 คนขึน้ ไป และแยกกนั สอน ใหน้ าเวลาเรียนทเี่ รียนกับ
ครูผสู้ อนหรอื ครฝู ึกทกุ คนมารวมกัน
(6) ถา้ มกี ารเปลย่ี นรายวชิ า หรือเพมิ่ รายวชิ า ให้นับเวลาเรียนต้ังแต่เริ่มเรยี นรายวิชาใหม่

134

135

136

137

138

ระเบยี บกระทรวงศึกษาธกิ าร

วา่ ด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศกึ ษา พ. ศ. 2548

อาศัยอานาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 65 แห่งพระราชบญั ญตั ิคุ้มครองเด็ก พ. ศ. 2546 รฐั มนตรีวา่ การ

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร จงึ วางระเบียบว่าด้วยการลงโทษนกั เรยี นและนกั ศึกษาไวด้ งั ต่อไปน้ี

ข้อ 1 ระเบียบน้ีเรยี กวา่ ระเบียบกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวา่ ด้วยการลงโทษนกั เรยี นและนกั ศึกษาพ. ศ. 2548

ข้อ 2 ระเบยี บนใี้ ห้ใช้บงั คบั ตัง้ แต่วนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเป็นต้นไป

ขอ้ 3 ใหย้ กเลิกระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรยี นหรอื นักศกึ ษาพ. ศ. 2548

ขอ้ 4 ในระเบยี บน้ี

“ ผู้บรหิ ารโรงเรยี นหรอื สถานศึกษา” หมายความว่า ครูใหญ่ อาจารยใ์ หญ่ ผอู้ านวยการ อธิการบดีหรือหัวหน้าของ

โรงเรยี นหรือสถานศึกษาหรือตาแหน่งท่เี รียกช่ืออยา่ งอืน่ ของโรงเรยี น หรอื สถานศึกษานั้น

“การกระทาความผิด”หมายความวา่ การทีน่ ักเรียนหรอื นักศกึ ษาประพฤตฝิ า่ ฝืนระเบียบขอ้ บังคบั ของสถานศึกษา

กระทรวงศกึ ษาธกิ ารหรอื กฎกระทรวง

วา่ ด้วยความประพฤติของนกั เรียนและนกั ศึกษา

“การลงโทษ” หมายความวา่ การลงโทษนักเรยี นหรอื นักศกึ ษาที่กระทาความผดิ โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการอบรมสง่ั

สอน

ข้อ 5 โทษท่ีจะลงโทษแก่นักเรยี นหรอื นกั ศึกษาท่ีกาหนดความผดิ มี 4 สถาน ดังนี้

(1) ว่ากล่าวตกั เตือน

(2) ทาทณั ฑ์บน

(3) ตดั คะแนนความประพฤติ

(4) ทากจิ กรรมเพือ่ ให้ปรบั เปล่ยี นพฤตกิ รรม

ข้อ 6 ห้ามลงโทษนักเรียนและนกั ศกึ ษาด้วยวธิ รี นุ แรง มแี บบกลน่ั แกลง้ หรือลงโทษด้วยความโกรธหรอื ดว้ ยความพยาบาท

โดยให้คานึงถึงอายขุ องนักเรยี นหรอื นกั ศึกษาและความร้ายแรงของพฤติการณป์ ระกอบการลงโทษด้วย

การลงโทษนักเรียนหรอื นกั ศกึ ษาใหเ้ ปน็ ไปเพ่ือเจตนาท่ีจะแก้นิสยั และความประพฤติไม่ดีของนกั เรียน

หรือนกั ศึกษาใหร้ สู้ านึกในความผิดและการประพฤตติ นในทางทด่ี ีตอ่ ไป

ใหผ้ ู้บรหิ ารโรงเรยี นหรือสถานศกึ ษาหรือผทู้ บี่ รหิ ารโรงเรยี นสถานศึกษามอบหมายเป็นผมู้ ีอานาจ

ในการลงโทษนักเรียน นกั ศกึ ษา

ขอ้ 7 การว่ากล่าวตักเตือนใชใ้ นกรณีนักเรยี นหรือนกั ศึกษากระทาความผดิ ไม่รา้ ยแรง

ข้อ 8 การทาทัณฑ์บนใช้ในกรณีนกั เรยี นหรอื นักศกึ ษาทีป่ ระพฤตติ นไม่เหมาะสมกบั สภาพนักเรยี นหรือนักศึกษา

ตามกฎ กระทรวงว่าดว้ ยความประพฤตนิ ักเรียนและนักศกึ ษา หรือกรณที าใหเ้ สอื่ มเสยี ช่ือเสียงและเกียรติศกั ดิข์ องสถานศกึ ษา

หรือฝา่ ฝนื ระเบียบของสถานศกึ ษาหรือไดร้ ับโทษวา่ กลา่ วตกั เตือนแลว้ แต่ยังไม่เข็ดหลาบ

การทาทัณฑบ์ นให้ทาเป็นหนงั สอื หนา้ เชิญบิดามารดาหรือผปู้ กครองมาบันทึกรับทราบความผดิ และรับรองการทาบญุ ไวด้ ้วย

กฎกระทรวงศึกษาธกิ ารกาหนดความประพฤตขิ องนักเรียนและนักศึกษาพ.ศ 2548อาศัยอานาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 64

แห่งพระราชบญั ญัตคิ ุ้มครองเด็กพ. ศ. 2546 อันเปน็ กฎหมายที่มบี ทบญั ญัตบิ างประการเก่ียวกับการจากัดสทิ ธ์ิและเสรีภาพของบคุ คล

ซ่งึ มาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 31 มาตรา 34 มาตรา 35 มาตรา 36 มาตรา 39 มาตรา 48 และมาตรา 50 ของรัฐของรัฐธรรมนูญ

แหง่ ราชอาณาจกั รไทย บญั ญตั ใิ ห้กระทาได้โดยอาศยั อานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายรัฐมนตรวี า่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ ารออก

กฎกระทรวงไว้ ดังตอ่ ไปน้ี

ข้อ 1 นกั เรียนและนกั ศึกษาต้องไม่ประพฤติตน ดังตอ่ ไปน้ี

(1) น้เี รยี นออกนอกสถานศกึ ษาโดยไมไ่ ด้รับอนญุ าตในชว่ งเวลาเรยี น

(2) เล่นการพนนั จดั ใหม้ กี ารเล่นการพนัน หรอื มว่ั สุมในวงการพนัน

(3) พกพาอาวุธหรือวตั ถรุ ะเบิด

(4) ซอื้ จาหนา่ ย แลกเปล่ียน เสพสุราหรอื เครอ่ื งด่มื ท่ีมีแอลกอฮอล์ สิง่ มนึ เมา หรอื ยาเสพติด

(5) ลักทรพั ย์ กรรโชกทรัพย์ ขม่ ขู่ หรอื บงั คับขืนใจเพือ่ เอาทรัพย์บคุ คลอนื่

(6) กอ่ เหตุทะเลาะวิวาท ทาร้ายร่างกายผูอ้ ืน่ เตรียมการหรือกระทาการใดๆ อันน่าจะก่อให้เกดิ ความไม่สงบเรยี บร้อยหรือขดั ตอ่

ศลี ธรรมอันดขี องประชาชน

(7) แสดงพฤตกิ รรมทางชู้สาวซ่งึ ไม่เหมาะสมในท่ีสาธารณะ

(8) เกี่ยวขอ้ งกับการคา้ ประเวณี

139 (9) ออกนอกสถานท่ีพักเวลากลางคนื เพ่ือเท่ียวเตรห่ รือรวมกลมุ่ อนั เป็นการสรา้ งความเดือดร้อนใหแ้ ก่ตนเองหรอื ผูอ้ ืน่
ขอ้ 2 ใหโ้ รงเรียนหรือสถานศกึ ษากาหนดระเบียบวา่ ด้วยความประพฤตขิ องนกั เรียนและนักศกึ ษาไดเ้ ทา่ ทีไ่ ม่ขัดหรือแยง้ กับ

กฎกระทรวงนี้

ขอ้ 9 การตัดคะแนนความประพฤติ ใหเ้ ป็นไปตามระเบียบปฏบิ ตั วิ ่าดว้ ยการตดั คะแนนความประพฤตินกั เรยี นและ
นกั ศกึ ษาของแต่ละสถานศกึ ษากาหนด
และใหท้ าบนั ทกึ ขอ้ มลู ไว้เป็นหลกั ฐาน

ข้อ 10 ทากจิ กรรมเพื่อให้ปรบั เปล่ยี นพฤตกิ รรม ถา้ ในกรณที ่ีนักเรยี นและนักศกึ ษากระทาความผิดทสี่ มควรตอ้ งปรับเลย่ี น
พฤตกิ รรม

การจัดกิจกรรมให้เป็นไปตามแนวทางท่ีกระทรวงศกึ ษาธกิ ารกาหนด
ขอ้ 11 ให้ปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร รักษาการให้เปน็ ไปตามระเบยี บนี้และให้มอี านาจตคี วามและวนิ ิฉยั ปัญหาเกี่ยวกับการ
ปฏิบัตติ ามระเบยี บนี้

ประกาศ ณ วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548

อดศิ ัย โพธารามิก
รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการ

140

กฎกระทรวงศึกษาธิการ
กาหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศกึ ษา พ.ศ 2548

อาศยั อานาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัตคิ ุ้มครองเดก็ พ. ศ. 2546 อันเปน็ กฎหมายที่มี
บทบัญญัตบิ างประการเกีย่ วกับการจากดั สทิ ธแ์ิ ละเสรภี าพของบุคคล ซ่ึงมาตรา 29 ประกอบกบั มาตรา 31 มาตรา 34 มาตรา 35
มาตรา 36 มาตรา 39 มาตรา 48 และมาตรา 50 ของรัฐของรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย บญั ญตั ิให้กระทาได้โดยอาศยั อานาจ
ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดงั ต่อไปนี้

ข้อ 1 นกั เรียนและนกั ศึกษาตอ้ งไมป่ ระพฤติตน ดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) หนเี รยี นออกนอกสถานศกึ ษาโดยไมไ่ ด้รับอนุญาตในชว่ งเวลาเรียน
(2) เล่นการพนัน จดั ใหม้ ีการเล่นการพนัน หรือมวั่ สมุ ในวงการพนนั
(3) พกพาอาวุธหรือวัตถรุ ะเบดิ
(4) ซ้ือ จาหน่าย แลกเปลย่ี น เสพสรุ าหรือเครือ่ งด่ืมท่มี แี อลกอฮอล์ สิ่งมึนเมา หรือยาเสพติด
(5) ลักทรพั ย์ กรรโชกทรัพย์ ขม่ ขู่ หรือบังคบั ขืนใจเพือ่ เอาทรัพย์บุคคลอนื่
(6) กอ่ เหตุทะเลาะวิวาท ทาร้ายร่างกายผอู้ นื่ เตรยี มการหรอื กระทาการใดๆ อนั น่าจะก่อให้เกิดความไมส่ งบเรยี บร้อย

หรือขดั ต่อศีลธรรมอันดขี องประชาชน
(7) แสดงพฤติกรรมทางชูส้ าวซึง่ ไมเ่ หมาะสมในทส่ี าธารณะ
(8) เก่ียวขอ้ งกบั การค้าประเวณี
(9) ออกนอกสถานท่ีพักเวลากลางคนื เพื่อเท่ียวเตร่หรือรวมกลุ่ม อนั เป็นการสรา้ งความเดือดรอ้ นใหแ้ ก่ตนเองหรือผอู้ ่ืน

ข้อ 2 ใหโ้ รงเรยี นหรือสถานศึกษากาหนดระเบียบวา่ ด้วยความประพฤตขิ องนักเรยี นและนักศึกษาไดเ้ ทา่ ทีไ่ ม่ขัดหรือแยง้ กับ
กฎกระทรวงนี้

ใหไ้ ว้ ณ วนั ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ 2548

จาตรุ นต์ ฉายแสง
รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงศกึ ษาธิการ

141

ระเบียบวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี
วา่ ด้วยเรอื่ งความประพฤตแิ ละการตดั คะแนนความประพฤติ

ของนักเรยี น นักศึกษา พ. ศ. 2560
อาศัยอานาจตามระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ ารว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนกั ศึกษาพ. ศ. 2548 ขอ้ 8 ขอ้ 9 และ
กฎกระทรวงศึกษาธิการ กาหนดความประพฤติของนักเรียน นักศึกษาพ. ศ. 2548 ขอ้ 2 ให้สถานศกึ ษากาหนดระเบยี บว่าด้วยความประพฤติ
ของนักเรยี นและนักศกึ ษา เท่าที่ไม่ขดั หรือแย้งกับกฎกระทรวงนี้
วิทยาลัยอาชีวศึกษาอดุ รธานี จึงเห็นสมควรปรับปรงุ ระเบียบว่าด้วยเรื่องความประพฤติและการตัดคะแนนความประพฤติของนกั เรยี น
นกั ศกึ ษา เพอื่ ให้เหมาะสมกบั กาลสมัยและสภาพการเรียนการสอน วิชาชพี ประเภทวิชาคหกรรม พาณชิ ยกรรม บรหิ ารธุรกิจ ศิลปกรรมและ
อตุ สาหกรรมท่องเทีย่ ว ระดับประกาศนยี บตั รวชิ าชพี (ปวช.) และประกาศนยี บัตรวชิ าชพี ชัน้ สงู (ปวส.) เพอ่ื ใหบ้ งั เกดิ ดใี นอันท่จี ะทาให้นักเรียน
นกั ศกึ ษาเป็นผูม้ รี ะเบียบวินัยไดช้ ื่อวา่ เปน็ ผ้ปู ระพฤติดมี คี ณุ ธรรม วิทยาลยั อาชวี ศึกษาอุดรธานี จึงวางระเบยี บปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี

หมวด 1
บทท่ัวไป
ข้อ 1 ระเบียบนเ้ี รียกวา่ ระเบยี บวทิ ยาลยั อาชีวศึกษาอดุ รธานี วา่ ด้วยเรื่องความประพฤตแิ ละการตัดคะแนนความประพฤติของ
นักเรียน นกั ศกึ ษา ปพี ุทธศักราช 2560
ขอ้ 2 ระเบียบนใี้ ห้ใชบ้ งั คับ ตง้ั แต่วนั ที่ 1 เดอื น พฤษภาคม พ. ศ. 2560 เป็นต้นไป
ขอ้ 3 นบั ตั้งแต่วนั ทร่ี ะเบยี บนี้บงั คับใช้ ใหย้ กเลิกเรยี นวิทยาลัยอาชวี ศกึ ษาอดุ รธานี ว่าด้วยการบรหิ ารเก่ยี วกับนักเรียน นักศึกษา
พ. ศ. 2552
ข้อ 4 บรรดาขอ้ บังคับหรือคาสง่ั อ่นื ใดของวิทยาลยั อาชวี ศึกษาอดุ รธานี ว่าด้วยเรือ่ งความประพฤตใิ นการตัดคะแนนความประพฤติ
ของนักเรยี นนักศึกษาท่ีขัดหรือแย้งกบั ระเบยี บนใ้ี ห้ยกเลิกและใชต้ ามความระเบียบน้แี ทน
ขอ้ 5 ในระเบยี บนี้
“สถานศกึ ษา” หมายถงึ วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาอุดรธานี
“ผู้อานวยการ” หมายถึง ผู้อานวยการวทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาอุดรธานี
“คร”ู หมายถึง ผู้มหี นา้ ทป่ี ระจาปฏิบัติการสอนไม่ว่าจะไดร้ ับเงินเดือนคา่ จา้ งจากเงนิ งบประมาณหรือไม่กต็ ามและใหห้ มายรวมถงึ
ผปู้ ฏบิ ัตกิ ารสอนพเิ ศษเป็นรายชว่ั โมงด้วย
“เจ้าหนา้ ที่” หมายถึง นกั การภารโรง พนกั งานขับรถยนต์ ยามรักษาการณ์ คนงานและลูกจา้ งชั่วคราว ทม่ี หี น้าท่ีทางานตามท่ี
วิทยาลัยอาชีวศึกษาอดุ รธานมี อบหมาย
“นักเรยี น” หมายถงึ ผทู้ ี่กาลังเรยี นอยูใ่ นระดบั ประกาศนียบตั รวิชาชพี (ปวช.)
“นักศกึ ษา” หมายถงึ ผู้ท่กี าลังเรยี นอยู่ในระดับประกาศนยี บตั รวิชาชีพชัน้ สงู (ปวส.)
“ผูป้ กครอง” หมายถึง บิดา มารดา หรอื ผทู้ บี่ ิดา มารดา มอบหมายให้เป็นผูร้ ับผดิ ชอบปกครองดูแลนกั เรียน นกั ศึกษา
“ความประพฤติ” หมายถงึ ความเปน็ ไปอนั เก่ียวด้วยการกระทาหรือปฏบิ ตั ติ นและให้หมายรวมถึงการแต่งกายด้วย
รมการ” หมายถึง คณะกรรมการครปู กครอง

142

ข้อ 6 ให้วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาอุดรธานี มีคาสั่งแตง่ ตงั้ คณะกรรมการครปู กครองประกอบด้วยรองผอู้ านวยการฝา่ ยพฒั นาการศกึ ษา
เป็นประธานโดยตาแหน่ง ครู-เจ้าหนา้ ท่ี ผูท้ รงคุณวฒุ ไิ ม่นอ้ ยกว่า 15 คน เปน็ กรรมการและให้ครผู ้ปู ฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีหัวหน้างานปกครองทาหน้าท่ี
เป็นกรรมการและเลขานกุ ารโดยตาแหน่ง

ข้อ 7 ใหค้ ณะกรรมการไดร้ ับการแต่งต้งั ตามขอ้ 6 เปน็ ผ้รู ักษาการตามระเบียบน้ี ทาหนา้ ที่ควบคุมการแตง่ กายในความประพฤติ
ของนักเรยี น นกั ศึกษา วทิ ยาลัยอาชีวศกึ ษาอดุ รธานีทง้ั ภายในและภายนอกสถานศกึ ษาในกรณที ี่ระเบียบน้ีไมไ่ ด้กล่าวไวใ้ ห้เป็นดุลพินิจของ
คณะกรรมการโดยเสียงข้างมากให้ความเหน็ ชอบและให้เลขานุการคณะกรรมการรายงานให้ผอู้ านวยการทราบโดยไม่ชักช้า

ข้อ 8 หากรรมการครูปกครองทไ่ี ดร้ บั แต่งต้ังตอ้ งจดั ให้มกี ารประชุมอย่างนอ้ ยเดือนละ 1 ครงั้ เพ่อื ปรกึ ษาหารือ และใหค้ วาม
เหน็ ชอบการปฏบิ ัตติ ามระเบียบน้ี โดยให้ครผู ู้ปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีหวั หน้างานปกครองทาหนา้ ท่ีเปน็ เลขานกุ ารในการประชุม และจดั ทารายงานการ
ประชมุ เสนอให้ผ้อู านวยการทราบโดยไมช่ กั ช้า

ขอ้ 9 ใหค้ ณะกรรมการ มวี าระการทางาน 1 ปีการศกึ ษา และกอ่ นเปิดภาคเรียนท่ี 1 ของแตล่ ะปีการศกึ ษาให้ประธานกรรมการ
หรอื ผูท้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย เสนอบรรจุเป็นวาระการประชมุ เพ่ือเลือกบคุ คลเสนอใหว้ ิทยาลัยฯ ออกคาสงั่ แต่งตัง้ เป็นคณะกรรมการครปู กครอง
แทนคณะกรรมการทหี่ มดวาระ

ข้อ 10 การยกเลกิ แกไ้ ข เปลย่ี นแปลง เพม่ิ เติมระเบยี บนี้สามารถกระทาได้โดยมติคณะกรรมการไมน่ ้อยกว่า 3 ใน 4 ของ
คณะกรรมการทงั้ หมด

ขอ้ 11 คณะกรรมการมีอานาจหนา้ ท่ดี งั น้ี
1. พจิ ารณาการตดั คะแนนความประพฤติ ทมี่ ีอตั ราโทษคร้งั ละไม่เกินกวา่ 10 คะแนน
2. พจิ ารณาเสนอระดับโทษนกั เรียน นกั ศกึ ษาท่กี ระทาความผิด
3. ใหค้ วามเห็นการพจิ ารณาโทษและการตดั คะแนนความประพฤติ
4. กาหนดกจิ กรรมเพื่อปรับเปลยี่ นพฤติกรรม

ขอ้ 12 การประชุมคณะกรรมการ ตอ้ งมีกรรมการเข้ารว่ มประชมุ ไม่นอ้ ยกวา่ 1 ใน 3 ของกรรมการทัง้ หมดจึงจะถือว่าครบองค์
ประชมุ และต้องมกี ารจดบนั ทกึ การประชมุ ไวท้ กุ ครงั้ ใหผ้ เู้ ขา้ ร่วมประชมุ ลงลายมอื ชื่อไว้เป็นหลักฐาน มตขิ องคณะกรรมการให้ถือเสยี งข้าง
มาก ในกรณคี ะแนนเสยี งเท่ากนั ให้ประธานกรรมการออกเสียงชข้ี าด

ข้อ 13 ในการประชมุ เพ่ือพจิ ารณาลงมตติ ดั คะแนนความประพฤตติ ้งั แต่ 10 คะแนนขึ้นไปให้เชญิ อาจารยท์ ีป่ รกึ ษาของนักเรียน
นักศกึ ษาทกี่ ระทาผดิ เขา้ ร่วมพจิ ารณาและให้ความเหน็ ต่อคณะกรรมการด้วยแต่ไม่มสี ิทธิ์ออกเสยี งลงมตใิ นท่ีประชมุ

ข้อ 14 เม่ือได้ตัดคะแนนความประพฤตหิ รอื ลงโทษนักเรียน นักศึกษาแล้วใหน้ ักศึกษาดาเนนิ การดงั นี้
1. แจง้ ให้นกั เรยี น นกั ศึกษาทราบ
2. แจง้ การถกู ตัดคะแนนความประพฤติหรอื การลงโทษใหผ้ ้ปู กครองนกั เรียน นกั ศึกษาผ้นู ้นั ทราบ
3. เกบ็ หลักฐานการแจ้งการถูกตัดคะแนนความประพฤติหรือการลงโทษใหผ้ ปู้ กครองทราบ
4. บันทึกการตดั คะแนนความประพฤติ การลงโทษไวเ้ ป็นหลักฐานตัวไม่ตอ้ งบนั ทึกไวใ้ นระเบียนนักเรยี น นกั ศกึ ษา

ขอ้ 15 นกั เรยี น นักศกึ ษาทฝ่ี ่าฝืนหรือกระทาผิดระเบียบนจ้ี ะต้องไดร้ บั โทษตามทีร่ ะบไุ ว้ในระเบยี บนี้หรอื ถูกตัดคะแนนความ
ประพฤติตามหลกั เกณฑ์ทไี่ ดร้ ะบไุ ว้ในระเบียบนี้

143

หมวด 2
การเข้า-ออกบรเิ วณวทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาอุดรธานี
ขอ้ 16 นกั เรียน นกั ศึกษา ท่ีออกนอกบริเวณวิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาอดุ รธานีในระหวา่ งเวลาทไี่ ม่มีการเรียนการสอน เมื่อพ้น
บริเวณวิทยาลยั อาชวี ศึกษาอุดรธานไี ปแล้วต้องดูแลรบั ผดิ ชอบตวั เองทั้งส้นิ อกี ครง้ั ตอ้ งปฏิบตั ติ นให้เหมาะสม กบั สภาพการเปน็ นกั เรียน
นักศกึ ษา
ข้อ 17 การออกนอกบริเวณวิทยาลยั อาชีวศึกษาอดุ รธานี ในระหว่างที่มีการเรียนการสอน ไมว่ ่าเรยี นทฤษฎหี รือเรียนปฏบิ ตั ิ
จะต้องไดร้ บั อนญุ าตเป็นลายลกั ษณอ์ กั ษรจากครูผสู้ อนกอ่ น

หมวด 3
การใช้ยานพาหนะภายในและภายนอกวิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาอดุ รธานี
ข้อ 18 นักเรียน นกั ศกึ ษาคนใดใชจ้ ักรยาน จักรยานยนต์เป็นพาหนะในการมาเรียน เม่ือมาถงึ วทิ ยาลยั ฯ ต้องนาพาหนะน้นั
ไปจอดไว้ในสถานที่ทีว่ ทิ ยาลัยกาหนดใหเ้ ท่านั้น
ข้อ 19 นกั เรยี น นกั ศกึ ษา ท่เี ป็นเจ้าของยานพาหนะตอ้ งรับผิดชอบทรัพย์สินของตนเองทกุ ประการต้องหาวธิ ปี ้องกนั การ
เสยี หาย หรือสูญหายโดยวิทยาลัยฯ จะไมร่ ับผิดชอบต่อความเสยี หายหรอื สูญหายใดๆทงั้ สนิ้
ข้อ 20 นักเรียน นักศกึ ษาตอ้ งให้เกียรตเิ ช่ือฟงั คาชแ้ี จง คาแนะนาของครหู รือเจา้ หนา้ ที่ในการจดั เก็บและการใช้ยานพาหนะ
ข้อ 21 นกั เรียน ที่ใชจ้ ักรยานยนตเ์ ปน็ พาหนะต้องสวมหมวกนริ ภยั และปฏิบตั ิตามกฎจราจรท้งั ภายนอกและภายในวทิ ยาลยั
ฯ อย่างเคร่งครดั
ขอ้ 22 นักเรียน นักศึกษา ขา้ มถนนโดยใช้สะพานลอยหรอื ทางขา้ มทก่ี ฎหมายจราจรกาหนด
ขอ้ 23 นกั เรียน นักศกึ ษา ใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะในการมาเรียน ตอ้ งมีบัตรอนญุ าตใหน้ ารถจักรยานยนต์เข้า-ออก
วิทยาลัยฯ

หมวด 4
การปฏบิ ัตติ นเม่ืออยใู่ นวิทยาลัยอาชวี ศึกษาอดุ รธานี
ข้อ 24 นักเรียน นักศึกษา ท่เี รียนในชัว่ โมงแรกของแตล่ ะผลัดต้องมารว่ มกจิ กรรมเขา้ แถว ใหท้ นั เวลาตามที่วิทยาลยั ฯ
กาหนด
ข้อ 25 นกั เรียน นักศึกษา จะตอ้ งไม่เขา้ เรียนสายเกนิ 15 นาที ในช่วั โมงแรกของแตล่ ะรายวิชาและไมอ่ อกนอกห้องเรยี น
ก่อนหมดเวลาหรอื กอ่ นทคี่ รผู ู้สอนอนุญาต
ขอ้ 26 นกั เรยี น นักศกึ ษา ต้องต้ังใจเรยี น สนใจบทเรียน ไมพ่ ดู คุย หยอกล้อหรอื สง่ เสียงรบกวนผอู้ ื่น
ขอ้ 27 นักเรยี น นกั ศึกษา ตอ้ งเคารพครู มสี ัมมาคารวะ ไมแ่ สดงกริ ิยาวาจากา้ วร้าวหรือดูหม่นิ
ขอ้ 28 นักเรยี น นกั ศกึ ษา ต้องชว่ ยกันรักษาความสะอาดหอ้ งเรียน ไมน่ าอาหารเขา้ ไปรับประทานในห้องเรียน เว้นแตผ่ ปู้ ว่ ยท่ี
มีความจาเป็นตอ้ งรับประทานอาหารตามคาแนะนาของแพทย์
ข้อ 29 นกั เรียน นกั ศกึ ษา ต้องไม่ขดี เขยี นโต๊ะ เกา้ อี้กระดานหรือส่วนใดสว่ นหน่ึงของอาคารโดยมเี จตนาท่ีทาให้ทรพั ย์สนิ
ของวทิ ยาลยั ฯ สกปรกหรือเสียหาย
ขอ้ 30 นกั เรียน นกั ศึกษา ตอ้ งช่วยกันรักษาความสะอาดหอ้ งนา้ ห้องสว้ ม ไม่ขดี เขยี นฝาผนงั หรอื สว่ นต่างๆ หรือทาอยา่ งอื่น
ทท่ี าใหเ้ กดิ ความสกปรก
ขอ้ 31 นกั เรยี น นกั ศึกษา ต้องยืนตรงแสดงความเคารพขณะทไ่ี ดย้ ินเพลงชาติและเพลงสรรเสริญพระบารมี
ข้อ 32 นกั เรยี น นักศกึ ษา ต้องไม่สบู บุหรที่ ัง้ ภายในและภายนอกสถานศึกษา
ขอ้ 33 นักเรียน นักศกึ ษา ตอ้ งไม่ดื่มสุรา และยาเสพติดทุกชนิดทัง้ ภายในและภายนอกสถานศึกษา
ขอ้ 34 นักเรียน นกั ศกึ ษาต้องไมเ่ ลน่ การพนนั หรือม่ัวสมุ ในอบายมุขทงั้ ภายในและภายนอกสถานศกึ ษา

144

หมวด 5
การเท่ยี วกลางคืนและเข้าไปในสถานเริงรมย์
ขอ้ 35 หา้ มนักเรียน นกั ศึกษา เทยี่ วเตรใ่ นสาธารณสถาน หรือเทีย่ วทะเลกลางคืนระหวา่ ง เวลา 22:00 น.- 05:00 น. ของวนั ร่งุ ขน้ึ
เว้นแต่การไปสถานที่ดังกล่าวนน้ั มบี ิดา มารดา หรือผ้ปู กครอง หรอื ผทู้ ไี่ ดร้ ับอนญุ าตจากสถานศกึ ษาไปดว้ ย
ขอ้ 36 หา้ มนักเรยี น นักศกึ ษา เขา้ ไปในสถานท่หี วงหา้ มอนั ไมส่ มควรแก่สภาพการเป็นนกั เรยี น นกั ศึกษาคอื
36.1 สถานค้าประเวณี เว้นแต่เป็นผอู้ าศัยหรือเขา้ ไปเยี่ยมญาติซงึ่ อยู่ในสถานทน่ี ั้น
36.2 สมาคมหรอื สโมสรท่จี ัดให้มกี ารเล่นบลิ เลียด การพนันอย่างอ่นื โดยถกู กฎหมายเว้นแต่เป็นผอู้ าศยั หรอื เข้า
ไปเยีย่ มญาติซึ่งอย่ใู นสถานท่ีนนั้
36.3 สถานท่ีจาหน่ายอาหาร สรุ า เคร่ืองดม่ื ทมี่ ีการเตน้ รา เวน้ แต่เป็นผู้ประกอบอาชีพหรือมีทีพ่ ักอาศยั หรือ
เขา้ ไปเย่ียมญาติซึ่งอยใู่ นสถานท่ีนั้น
36.4 สถานทบ่ี รกิ ารอาบอบนวด เวน้ แต่เป็นผูป้ ระกอบวิชาชพี และมีท่ีพกั อาศัยในสถานที่นนั้ หรอื หรือเข้าไป
เยย่ี มญาติซ่ึงอยู่ในสถานท่ีนัน้
36.5 สถานที่จัดงานรื่นเริงสังสรรค์ มีการเตน้ ราและพฤติกรรมอนื่ ซ่ึงไม่เหมาะสมกับสภาพการเปน็ นกั เรียน
นักศึกษา เวน้ แตไ่ ปกบั บิดา มารดา หรอื ผปู้ กครอง หรอื วทิ ยาลยั ฯ เปน็ ผู้จัด

หมวด 6
ทาเพอื่ ตนเปน็ อันธพาล และม่วั สุมในทางมิชอบ
ขอ้ 37 นกั เรียน นักศกึ ษา ตอ้ งสานกึ อยตู่ ลอดเวลาว่าตนเองเป็นนักเรียน นักศกึ ษา ตอ้ งประพฤตติ นให้เหมาะสมกับเพศ
และวยั ไม่พ้นเป็นอันธพาลมั่วสมุ ชุมนมุ กนั สร้างความราคาญเดอื ดรอ้ นให้แกบ่ คุ คลอน่ื ทง้ั ภายในและภายนอกสถานศึกษา
ข้อ 38 นักเรยี น นักศกึ ษา ต้องไม่กระทาการทไ่ี ดช้ อ่ื วา่ เป็นผยู้ ุยงสง่ เสริมให้เกิดความกระดา้ งกระเด่อื งและฝ่าฝนื ระเบียบ
ของสถานศึกษา

หมวด 7
การหยอกลอ้ เกินขอบเขต การทะเลาะววิ าทและการก่อความไมส่ งบ
ขอ้ 39 หา้ มนกั เรยี น นักศึกษาหยอกลอ้ เกินขอบเขตหมายถงึ การใชถ้ ้อยคาล้อเลยี นการแสดงพฤตกิ รรมอวยั วะสว่ นหนงึ่
สว่ นใดไมเ่ หมาะสมกบั กาละเทศะซ่งึ มีผลนาไปสกู่ ารทะเลาะวิวาทหรือแตกแยกความสามคั คี
ขอ้ 40 หา้ มนกั เรยี น นกั ศึกษา กอ่ การทะเลาะวิวาททั้งภายในและภายนอกสถานศกึ ษา ซงึ่ หมายถึงการทารา้ ยร่างกาย ไม่
วา่ ดว้ ยอวยั วะ หรืออาวุธ เป็นเหตุทาใหไ้ ด้รับบาดเจบ็ สาหัส และหรอื ทรพั ย์สนิ ผ้อู ื่นเสยี หาย
ข้อ 41 นักเรยี น นักศกึ ษาไมแ่ สดงออกซ่ึงพฤติกรรมซอให้เหน็ ความไม่สงบ ซ่ึงหมายถงึ การกระทาไมว่ ่าจะเป็นการ
เขียนการโฆษณา การพูด การแสดงออก ซึ่งขดั ตอ่ ระเบียบวินัยของสถานศกึ ษา ขัดต่อศีลธรรมประเพณอี นั ดีงาม เป็นเหตุใหเ้ กิดความ
แตกแยกสามคั คใี นหมคู่ ณะ และเป็นผลเสียต่อความสงบเรยี บรอ้ ยของสังคมและประเทศชาติ

หมวด 8
การลักทรัพย์ การพกอาวุธ และมีส่งิ ผิดกฎหมายไวใ้ นครอบครอง
ขอ้ 42 นักเรียน นักศกึ ษา ต้องเปน็ ผมู้ ีความซอ่ื สตั ยไ์ มล่ ักทรัพยข์ องผอู้ ื่นหรือสถานศกึ ษา
ข้อ 43 นักเรยี น นักศกึ ษา พกพาอาวธุ หรอื วตั ถรุ ะเบิดเข้ามาในสถานศกึ ษา
ข้อ 44 ห้ามนักเรยี น นักศกึ ษา นาส่ิงผิดกฎหมายใดๆเขา้ มาในสถานศกึ ษา เชน่ สง่ิ เสพติดทุกชนิด

หมวด 9
การประพฤตใิ นทางชสู้ าว
ขอ้ 45 นักเรียน นกั ศกึ ษา ตอ้ งไมป่ ระพฤติตนในทางชสู้ าวหรือไดช้ อื่ ว่าแย่งสามภี รรยาคนอ่ืนซ่ึงขัดตอ่ ศลี ธรรมและนา
ความเสอ่ื มเสียมาสู่สถานศึกษา
ขอ้ 46 นักเรยี น นกั ศกึ ษา ตอ้ งไมป่ ระพฤตติ นเพื่อการคา้ ประเวณอี ันนาความเสือ่ มเสียมาสูส่ ถานศึกษา

145

หมวด 10
การแตง่ กายและความประพฤติ
ข้อ 47 นักเรียน นกั ศึกษา ต้องแตง่ กายใหถ้ ูกตามระเบียบของวทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาอุดรธานีว่าด้วยการแต่งกาย นักเรยี น
นักศกึ ษา 2560
ขอ้ 48 นกั เรียน นักศึกษาตอ้ งแต่งกายด้วยเคร่ืองแบบท่ถี กู ตอ้ งตามวันเวลาท่มี ีการเรยี นการสอนตามปกติหรอื ตาม
ประกาศของวิทยาลัยฯ
ขอ้ 49 นกั เรียน นักศกึ ษา จะตอ้ งประพฤตติ นให้เหมาะปรับสภาพการเป็นนักเรียน นักศกึ ษาเปน็ ผมู้ ีระเบียบวินยั เคารพ
และเช่ือฟงั คาสั่งสอนของครู ตลอดจนบิดามารดาและผู้ปกครอง รว่ มกันใชแ้ ละช่วยกันบารุงทรัพยากรของสถานศกึ ษาอย่าง
ประหยัด เพือ่ ใหเ้ กิดประโยชน์สูงสุดในการส่งเสรมิ สนับสนนุ การเรียนการสอนเพ่ือให้นักเรยี น นกั ศกึ ษา จะไดบ้ รรลุผลสาเรจ็ เปน็ ผมู้ ี
คุณธรรมและพลเมอื งดขี องชาติ

หมวด 11
บทกาหนดโทษ
ขอ้ 50 การตดั คะแนนความประพฤติให้เรมิ่ ตน้ นับใหม่เมื่อเริม่ ภาคเรียนใหม่ตามความประพฤตผิ ดิ ท่ตี ้องตัดคะแนน
1. ความผิดท่ตี อ้ งตัด 5 คะแนน
1.1 แตง่ กายไม่สภุ าพไม่นาชายเสอ้ื เข้าในกางเกงหรือกระโปรง
1.2 สบู บหุ ร่ี
1.3 ออกนอกบริเวณสถานศกึ ษาระหวา่ งท่ีมีการเรยี นการสอนโดยไม่ได้รบั อนุญาต
1.4 มอี ุปกรณก์ ารเลน่ การพนันไวใ้ นครอบครอง
1.5 แตง่ กายผดิ ระเบยี บขอ้ กาหนดของทางวทิ ยาลยั ฯไม่วา่ จะอยู่ในหรือนอกสถานศกึ ษา
1.6 จอดยานพาหนะในที่ห้ามจอด
1.7 ขับขจี่ ักรยานยนต์โดยมีผนู้ งั่ ซอ้ นเกินกว่า 1 คน
1.8 ขับข่จี กั รยานยนตโ์ ดยไม่สวมหมวกกันน็อค
1.9 ขับขจ่ี ักรยานยนตโ์ ดยไม่ปฏบิ ัติตามกฎจราจรของวิทยาลยั ฯ
1.10 นาอาหารเขา้ ไปรับประทานในห้องเรยี น
1.11 เจตนาทาให้ทรพั ย์สินของวิทยาลยั ฯ สกปรกหรอื เสยี หาย
1.12 นารถยนต์เป็นพาหนะเขา้ มาในสถานศกึ ษา
1.13 ลักษณะความผดิ อนื่ ๆท่ีสถานศกึ ษาเห็นสมควร
2. ความผิดท่ถี ูกตัดคะแนน 10 คะแนน
2.1 แสดงกิรยิ าวาจาไมส่ ภุ าพต่อครู-เจา้ หนา้ ท่ี หรือบคุ ลากรของสถานศึกษา
2.2 ขดั คาสงั่ ทช่ี อบดว้ ยกฎหมายของครู
2.3 เข้าไปในบริเวณทหี่ วงห้ามโดยไมม่ เี หตผุ ลอันสมควร
2.4 เท่ียวเตรก่ ลางคืนหลงั เวลา 22:00 น.
2.5 สบู บหุ ร่ภี ายในหรือภายนอกสถานศกึ ษาในเครอ่ื งแบบนกั เรยี น นกั ศกึ ษา
3. ความผดิ ทีถ่ กู ตดั คะแนน 15 คะแนนขึนไป
3.1 ก่อความเดือดร้อนแก่ผูอ้ น่ื
3.2 กอ่ การทะเลาะววิ าทชกตอ่ ยท้ังในและนอกสถานศกึ ษา
3.3 หากทาการใหเ้ กิดการแตกแยกความสามัคคี
3.4 ยยุ งสง่ เสริมใหเ้ กดิ การกระด้างกระเดอ่ื งและฝา่ ฝืนระเบยี บของสถานศกึ ษา
3.5 เสพหรือมนึ เมาสุรา ทั้งในและนอกสถานศึกษา
3.6 เล่นการพนันทง้ั ในและนอกสถานศกึ ษา

146

4. ความผิดท่ีถกู ตัดคะแนน 20 คะแนนขึนไป
4.1 มีอาวธุ หรอื วัตถุระเบิดในครอบครองทงั้ ในและนอกสถานศกึ ษา
4.2 ลกั ทรัพย์ทัง้ ในและนอกสถานศกึ ษา
4.3 เสพหรอื มนึ เมา หรือมีไว้ในครอบครองซง่ึ ซ่งึ สงิ่ เสพตดิ อ่นื ๆทัง้ ในและนอกสถานศกึ ษา
4.4 ประพฤติตนในทางชสู้ าวหรือกระทาการใดๆอันได้ชอื่ ว่าแย่งสามภี รรยาคนอืน่ ซง่ึ ขัดต่อศีลธรรม และนา
ความเส่ือมเสยี มาสูส่ ถานศึกษา
4.5 ประพฤตติ นเพือ่ การค้าประเวณอี ันนาความเสื่อมเสียมาสู่สถานศึกษา
ข้อ 51 กรณีการตดั คะแนนความประพฤตติ ามที่กาหนดในข้อ 55 คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุอันควร
ลดหยอ่ นโทษ คณะกรรมการอาจพจิ ารณาลงมติ ตดั คะแนนความประพฤติน้อยกว่าท่ไี ด้กาหนดไว้ก็ได้
ขอ้ 52 ผลการตดั คะแนนความประพฤติ การกระทาความผดิ ครงั้ เดียวหรอื หลายครง้ั รวมกนั ใหส้ ถานศกึ ษาลงโทษได้ไม่
เกินระดับโทษ ดงั ต่อไปนี้
1. ถกู ตดั คะแนนความประพฤติรวม 10 คะแนนใหว้ ่ากล่าวตักเตือนเป็นลายลักษณอ์ ักษร
2. ถูกตัดคะแนนความประพฤติ 15 คะแนนใหท้ าทณั ฑบ์ น (ผปู้ กครอง) และทากจิ กรรมปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรม
ไมน่ อ้ ยกว่า 20 วัน
3. ถูกตัดคะแนนความประพฤตริ วม 30 คะแนนใหส้ ั่งพักการเรยี น
ข้อ 53 นักเรยี น นักศึกษา ทกี่ ระทาความผดิ ซง่ึ ควรไดร้ บั โทษสถานหนกั กว่าระดับโทษตามขอ้ 50 ไม่วา่ จะเคยถกู ตดั
คะแนนความประพฤตมิ ากอ่ นหรอื ไม่ สถานศึกษาอาจลงโทษตัดคะแนนความประพฤติและใหท้ ากิจกรรมปรับเปลย่ี นพฤตกิ รรม หรอื สั่งพกั
การเรยี น หรือให้ออกหรอื คดั ช่อื ออกก็ได้
ขอ้ 54 นักเรียน นกั ศึกษา ผใู้ ดกระทาความผิดตามทไ่ี ด้กาหนดไว้ในหมวด 8 และหมวด 9 ใหล้ งโทษตดั คะแนนความ
ประพฤติ และให้ทากิจกรรมปรับเปลยี่ นพฤติกรรมหรอื สงั่ พกั การเรียนหรอื ใหต้ ดั ช่อื ออกพน้ สภาพการเปน็ นกั เรยี น นักศึกษา
ข้อ 55 นักเรียน นกั ศึกษา ผูใ้ ดถกู ตัดคะแนนความประพฤติเกินกว่า 5 คะแนน วทิ ยาลัยอาชีวศกึ ษาอดุ รธานี สงวนสิทธ์ิ
การใช้ดลุ พินจิ ท่จี ะไมอ่ อกใบรบั รองความประพฤตใิ ห้
ขอ้ 56 นักเรยี น นกั ศึกษา ผูใ้ ดถกู ตัดคะแนนความประพฤตเิ กนิ กว่า 5 คะแนน วิทยาลยั อาชีวศึกษาอดุ รธานี สงวนสทิ ธ์ิ
การใช้ดลุ พนิ ิจไม่รบั พจิ ารณาการก้ยู มื เงิน จากกองทนุ กูย้ มื หรอื การพิจารณาการใหท้ ุนการศึกษา

147

ประกาศวิทยาลัยอาชวี ศกึ ษาอดุ รธานี
เรื่อง ระเบียบวทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาอุดรธานี
วา่ ดว้ ยการแต่งกายนกั เรยี นนกั ศกึ ษา พ. ศ. 2560

อาศยั อานาจจากข้อ 4 ตามประกาศของคณะปฏิวตั ิ ฉบับที่ 132 แล้วอาศยั อานาจจากขอ้ 1 และ
ข้อ 2 กฎกระทรวงศึกษาธกิ าร ฉบบั ที่ 1 วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาอุดรธานี จึงกาหนดเกี่ยวกบั การแต่งกายของนักเรยี น นักศึกษาของวิทยาลัย
อาชีวศกึ ษาอดุ รธานไี ว้ดังน้ี
ขอ้ 1 ระเบยี บนเ้ี รยี กวา่ ระเบยี บวิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาอดุ รธานี วา่ ด้วยการแตง่ กายนักเรียน นักศึกษา พ. ศ. 2560
ข้อ 2 บรรดาระเบยี บขอ้ บังคับและคาสง่ั อ่นื ใด ซงึ่ ขดั หรอื แยง้ กบั ระเบยี บน้ีใหใ้ ชร้ ะเบียบนี้แทน
ขอ้ 3 มีใช้ ระเบียบนใ้ี ชบ้ งั คับกบั นกั เรยี นนักศกึ ษาของวิทยาลยั อาชีวศึกอดุ รธานี
ข้อ 4 คาว่า “เครื่องแต่งกาย” ในระเบียบนี้ หมายถงึ

4.1 เครื่องแบบและการแตง่ กายของนกั เรยี น นกั ศึกษา ท่อี ยรู่ ะหว่างการเรยี น และการทากจิ กรรมต่างๆ ท่เี กย่ี วกับการเรยี น
หรอื สง่ เสริมการเรียน และการปฏิบัติงานหรอื การฝกึ อบรม

4.2 เครื่องแบบและการแต่งกายคณะเรยี นวิชาภาคทฤษฎี
4.3 เครือ่ งแบบและการแตง่ กายขณะเรียนวชิ าภาคปฏิบตั ิ
4.4 เครื่องแบบและการแต่งกายขณะเรยี นวชิ าภาคปฏบิ ัตวิ ชิ าพลานามัย
ข้อ 5 เคร่อื งแบบและการแต่งกายขณะเรยี นวิชาภาคทฤษฎี
5.1 นกั เรียน นกั ศึกษา ชาย

5.1.1 เสอ้ื แบบเชต้ิ คอตั้งผ้าตัดเสือ้ ขาวเกล้ียง ไม่มลี วดลาย ไมบ่ างเกินไป แขนสน้ั เพียงศอก ผ่าอกตลอด มสี าบพับ
ออกด้านนอกประมาณ 3 ซม. ใชก้ ระดมุ สีขาวกลมแบบที่มีเสน้ ผ่าศูนย์กลางไมเ่ กิน 1ซม. มีกระเป๋าที่อกซ้ายขนาดกว้าง 8 - 12 แบบสภุ าพ ไม่
ตกแต่งไมม่ กี ระดุม ท่อี กขวาติดป้ายชือ่ โลหะและตดิ เข็มตราวทิ ยาลยั ฯ เหนือช่อื สอดชายเสื้อไว้ในกางเกงให้เรยี บรอ้ ย

5.1.2 กางเกงขายาวแบบสากล ทรงสภุ าพ สีกรมทา่ สดี า ผา้ เนื้อเกลีย้ งขนาดพอเหมาะกับรปู ไม่รัดรูป ไมห่ ลวม
เกนิ ไป ขายาวเสมอข้อเท้าเม่ือยืนขึน้ ปลายขารอบวงไม่ต่ากว่า 43 ซม. และไมเ่ กนิ 50 ซม. มรี สู าหรบั สอดเขม็ กลัดขา้ งละ 1 รู

5.1.3 เนคไท เฉพาะ ตามแบบทส่ี ถานศึกษากาหนด
5.1.4 เข็มขัดหนังสดี าขนาดกว้าง 3.5 ซม มีปลอกสดี า และใชห้ ัวเขม็ ขัดโลหะมเี ครอื่ งหมายตราดลุ วิทยาลัยฯ
5.1.5 รองเท้าหนงั สดี า ชนิดหุ้มส้นมเี ชอื กผกู สีดา และใช้ถงุ เท้าสีดาไม่มีลวดลาย
5.1.6 ทรงผม ทรงนักเรียนหรอื รองทรงสงู ดา้ นหลงั มองเหน็ ตีนผมไม่ปลอ่ ยรุงรังจนผิดไปจากปกติ
5.1.7 อืน่ ๆ ห้ามไว้หนวด เคราหา้ มโกนค้วิ โกนศีรษะ ยกเวน้ บวชหรือมีความจาเป็นเฉพาะบางกรณี
เชน่ ผา่ ตัด มโี รคติดตอ่
5.2 นักเรียน นักศึกษา หญิง
5.2.1 เสอ้ื ผ้าขาวเกล้ยี งไม่มลี วดลาย ไม่บางเกนิ ควร คอเชิต้ ปกเสอื้ ด้านซา้ ยมอื ปักสญั ลกั ษณ์แบบเดียวกับ นกั ศกึ ษาชาย ผา่ อก
ตลอดและมสี าบกว้าง 3 ซม. มกี ระดมุ โลหะตราวิทยาลยั ฯ 4 เม็ดแขนพับเพียงศอก พับปลายแขนขา้ งใน ไม่มกี ระเปา๋ ทีอ่ กขวา ทีอ่ กขวาติดปา้ ย ช่ือ-
สกุล โลหะ ติดเข็มตราวิทยาลัยฯ เหนอื ชอ่ื เวลาสวมเสอื้ ให้เก็บชายเสือ้ ไวใ้ นกระโปรง
5.2.2 กระโปรง สดี าไมม่ ีลวดลาย ผ้าเนอื้ เกลยี้ งมีขอบกว้างประมาณ 1 -2 นวิ้ เปน็ แบบทึบ สาหรบั ปวช. จีบรอบ สาหรบั ปวส.
เป็นกระโปรงทรงสอบมีซปิ ดา้ นหลงั
5.2.3 เข็มขดั หนังสดี าขนาดกว้าง 3.5 ชม มีปลอกสดี า 1ปลอก ขนาดกว้าง 1 ซม และใชห้ วั เข็มขัดโลหะ มเี ครอ่ื งหมายตราดนุ
วิทยาลยั ฯ
5.2.4 รองเท้าหนงั แบบหุ้มสน้ ห้มุ ปลายเท้า สีดา ไมม่ ีลวดลาย ส้นสงู ไมเ่ กนิ 2 น้วิ สาหรบั ปวส. สาหรบั ปวช. ส้นสงู ไม่เกนิ 1
นว้ิ ไมม่ ีเชือกผกู ไม่สวมถุงเทา้
5.2.5 ทรงผม นกั เรยี น นักศึกษา หญงิ ระดับปวช. ปวส.อนญุ าตใหไ้ ว้ผมยาวไดโ้ ดยรวบผมผกู ดว้ ยรบิ บ้นิ สีดา และสนี ้าเงนิ เทา่ น้ัน
ห้ามโกรกทาสีผม (กรณีผมสัน้ ไมอ่ นุญาตให้ซอยผม)

148

5.2.6 การประดับการแต่งกายอน่ื ๆ หา้ มนกั เรียน นักศกึ ษา ใชเ้ คร่ืองประดับทกุ ชนดิ ยกเว้นนาฬิกา หา้ มแต่งหนา้
ข้อ 6 เคร่อื งแบบการแตง่ กายขณะเรยี นภาคปฏิบัตพิ ลานามัย ให้เป็นไปตามท่วี ิทยาลยั ฯ กาหนดสวมใส่ โดย

เกบ็ ชายเสื้อใส่ในกางเกงให้เรยี บร้อยให้แตง่ ไดเ้ ฉพาะวันท่ีมเี รยี นวชิ าพลานามยั และตามวิทยาลยั ฯ กาหนดเทา่ นั้น
ข้อ 7 เคร่ืองแบบองค์การนักเรยี น นักศกึ ษา ใส่เฉพาะวนั ที่ปฏบิ ัติกจิ กรรมชมรมและองคก์ ารวชิ าชพี ตาม

ตารางสอน
ข้อ 8 เครอื่ งแบบและการแต่งกายขณะเรยี นภาคปฏิบัตวิ ิชาชีพใหเ้ ป็นไปตามท่ีวทิ ยาลัยฯ กาหนด
ขอ้ 9 เคร่ืองแบบและการแตง่ กายขณะออกฝึกงานในสถานประกอบการให้แตง่ ชดุ เคร่อื งแบบนกั เรียน

นกั ศกึ ษา หรอื ตามท่ีสถานประกอบการกาหนด
ข้อ 10 การฝ่าฝืนระเบยี บวา่ ดว้ ยการแตง่ กายนี้ มีความผดิ และจะได้รับโทษดงั นี้
ครัง้ ท่ี 1 วา่ กล่าวตักเตอื น
คร้ังท่ี 2 และครั้งตอ่ ไป ตัดคะแนนความประพฤตคิ รงั้ ละ 5 คะแนน ตอบความผิด 1 อย่าง
ครั้งท่ี 3 แจง้ ผปู้ กครองรับทราบ หรือเชญิ ผู้ปกครอง
ประกาศ ณ วนั ท่ี มีนาคม พ.ศ. 2565

นายสมัย ศรีหาบุตรี
รองผู้อานวยการ รักษาการในตาแหน่ง
ผูอ้ านวยการวิทยาลัยอาชวี ศกึ ษาอดุ รธานี

149

เรอื่ ง ระเบยี บขอ้ บังคบั การจราจร
วิทยาลยั อาชวี ศึกษาอดุ รธานี

ขอ้ 1 นักเรยี น นกั ศกึ ษาคนใดท่ีใช้รถจกั รยานยนต์ เป็นยานพาหนะในการมาเรียน เม่อื มาถึงวทิ ยาลยั ฯ ต้องนา
พาหนะนน้ั ไปจอดไว้ในสถานที่ที่วทิ ยาลยั ฯ ไดก้ าหนดให้เทา่ นนั้

ข้อ 2 วทิ ยาลยั ฯ ไมอ่ นญุ าตให้นารถยนต์เปน็ พาหนะในการมาเรยี น หากมคี วามจาเป็นให้ขออนญุ าตวิทยาลัยฯ
ขอ้ 3 นกั เรียน นักศกึ ษาท่ีเปน็ เจ้าของยานพาหนะ ต้องรบั ผดิ ชอบต่อทรพั ย์สนิ ของตนเองทกุ ประการ โดยหาวธิ ี
ป้องกนั ความเสยี หาย และการสูญหายให้เรยี บร้อย โดยวิทยาลยั ฯ จะไม่รับผิดชอบตอ่ ความเสียหายหรอื สญู หายใด ๆ
ทงั้ สิ้น
ขอ้ 4 นักเรียน นกั ศกึ ษาตอ้ งใหเ้ กยี รติเชือ่ ฟังคาช้ีแจง คาแนะนาของครหู รือเจา้ หนา้ ที่ในการจดั เกบ็ และการใช้
ยานพาหนะ
ข้อ 5 กาหนดเสน้ ทางการเดนิ รถ เป็นแบบเดนิ รถทางเดียวท่วั ทงั้ วทิ ยาลัยฯ
ข้อ 6 นกั เรียน นักศกึ ษาท่ใี ชร้ ถจกั รยานยนต์เป็นพาหนะ ตอ้ งสวมหมวกนริ ภยั และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่าง
เครง่ ครัด
ข้อ 7 นักเรียน นกั ศกึ ษาต้องมีบัตรอนุญาตให้นารถจักรยานยนต์ เข้า – ออก วิทยาลัยฯ
ขอ้ 8 การฝา่ ฝนื ข้อบังคบั การจราจร ตอ้ งระวางโทษ

8.1 หกั คะแนนพฤตกิ รรม คร้งั ละ 5 คะแนน
กาหนดสถานที่หา้ มจอดรถจกั รยานยนต์

1. หน้าศนู ยว์ ิทยบริการ
2. หนา้ ศาลาพระพทุ ธมงคล
3. บันไดทางข้นึ โรงอาหารและหอประชมุ ทุกด้าน
4. หน้าเรือนพยาบาล
5. บนถนนหนา้ สวนปา่ ข้เี หลก็
6. หนา้ อาคาร 1 ตลอดแนว
7. หน้าอาคาร 4 ตลอดแนว
8. หนา้ อาคาร 5 ตลอดแนว
9. หนา้ อาคาร 6 ตลอดแนว
10. ข้างรัว้ หน้าบ้านพกั ครูทางทิศตะวนั ออก

150


Click to View FlipBook Version