The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

E-book ม.1/10 เลขที่10

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ramida765, 2022-01-04 00:35:10

E-book

E-book ม.1/10 เลขที่10

สมดุ บันทกึ
รักการอ่าน

ชือ ด.ญ.รมิดา มิดสันเทยี ะ
ชนั ม.1/10 เลขที 10

เลขประจาํ ตวั นกั เรยน 37021
บนั ทึกรักการอ่านนเี ปนส่วนหนงึ ของวชาการใชห้ ้องสมุด

ปการศกึ ษา 2564 โรงเรยนสารวทยา

ประวัตสิ ่วนตวั

ชือ ด.ญ.รมดิ า
นามสกลุ มิดสันเทียะ
ชอื เล่น ขา้ วหอม
วนั เดือนปเกิด 25 มีนาคม 2552
สีทชี อบ สฟี า
อาหารทชี อบ กว๋ ยเตยี ว
งานอดิเรก เตน้ ซอ้ มรํา
ความใฝฝน อยากรวย

ประโยชน์ของบันทึกการอ่าน

1.รู้จักคนทีรักการอา่ นและประโยชนข์ องการอา่ น
2.การอา่ นทาํ ให้เราเขา้ ใจและเหน็ ใจความรู้สึกของคนอนื
3.การอ่านทําใหอ้ ายยุ ืนขึน
4.การอา่ นช่วยลดความเครยดไดม้ ากกวา่ การฟงเพลง การ

ดมื ชา และการเดิน
5.การอ่านชว่ ยใหช้ ีวตเปลียนไปในทางทีดีขึน
6.การอา่ นช่วยให้เราไดร้ ับแรงบนั ดาลใจและทาํ ให้เราเปลียน

ความคิดได้

กากบั เหยือกนาํ

ผแู้ ตง่ นทิ านอีสป สํานกั พมิ พ์ เวลคิดส์

อ่านวนั ที 18 เดอื น ธันวาคม พ.ศ. 2564

เนื ้ อเร่ ือง
ณ ปาแหงหน่ึง ในฤดูรอนทีม่ ีอากาศรอนอบอาว ทําใหแมน้ํา ลาํ ธารแหงขอด ไมมีน้ําแมแตหยด

เดยี ว ในขณะเดยี วกนั ก็มกี าตัวหน่ึงบนิ หาน้ําด่มื ดวยความหิวกระหาย แตหาเทาไรกห็ าไมเจอ จนมนั
เร่ิมเหน่ือยและหมดแรงลงเร่อื ย ๆ "น้ําหายไปไหนหมด ขากระหายน้ําเหลือเกนิ แฮก แฮก" เจากา
กลาวดวยน้ําเสียงที่เหน่ือยหอบ ทนั ใดนัน้ เองสายตาของเจากาก็เหลือบไปเหน็ เหยอื กน้ําขนาดใหญ
ใบหน่ึงตงั้ อยูท่ีหนาบานของชาวนา มันจงึ รบี บนิ ไปดูดวยความดีใจ แลวคอย ๆ ใชตาขางหน่ึงสองลง
ไปดูผานปากเหยือก แตทวามีน้ําเหลือเพยี งกนเหยอื กเทานัน้ ทําใหเจากาไมสามารถเอาจะงอยปาก
ของมันลงไปกนิ น้ําได "เฮอ... มีน้ําเหลือเพียงกนเหยอื กแบบนี้ แลวขาจะกนิ อยางไรละเน่ีย" เจากา
ถอนหายใจพรอมบนพึมพมั กับตัวเองเบา ๆ ในระหวางที่เจากากําลังคดิ หาวธิ ที ่จี ะกินน้ําในเหยือกอยู
นัน้ สายตาของมนั ก็หันไปเห็นกอนหินเล็ก ๆ ทีอ่ ยตู ามพ้นื จงึ ทาํ ใหเจากาคดิ แผนการดี ๆ ข้นึ มาได
"ขาคดิ ออกแลว ลองคาบกอนหนิ เลก็ ๆ พวกนี้ใสลงในเหยอื กดกี วา เผ่ือระดับน้ําจะสงู ข้นึ มาจนขา
สามารถกนิ น้ําท่อี ยกู นเหยือกได" เจากาคิดแผนการในใจ จากนัน้ มนั จึงเรม่ิ ใชปากคาบกอนหนิ เล็ก ๆ
มาใสลงไปในเหยอื กน้ําอยางใจเย็น ย่งิ เจากาใสหนิ มากเทาไรน้ําในเหยือกก็คอย ๆ สงู ข้นึ เร่ือย ๆ จน
ในท่สี ุดระดับน้ํากส็ งู ข้นึ มาถงึ ปากเหยอื ก ทาํ ใหเจากาสามารถใชจะงอยปากด่มื น้ําไดอยางงายดาย

ขอ้ คดิ ทไี ดจ้ ากการอ่าน

จงแกไขปัญหาดวยความพยายามและปัญญาอนั ชาญฉลาด แลว
จะคนพบหนทางแหงความสําเร็จ ดังสุภาษติ ไทยทว่ี า "ความ
พยายามอยทู ี่ไหน ความสําเร็จอยูท่นี ัน่ "

ศัพท์องั กฤษ

1.กา=crow
2.เหยอื กน้ํา=water jug

3.กอนหิน=rock
4.ฤดรู อน=summer

5.เเมน้ํ า=river

ไกไ่ ด้พลอย

ผู้แต่ง นทิ านอีสป สาํ นักพิมพ์ เวลคดิ ส์

อ่านวนั ที 19 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2564

เนื้อเร่อื ง
กาลครัง้ หน่ึงนานมาแลว มีบานหลังหน่ึงในชนบท ซ่งึ เจาของคอื ชาวนา เขาเลยี้ งไกไวเป็นจาํ นวน

มาก ทุก ๆ วันชาวนาจะปลอยใหฝงู ไกออกมาเดนิ คุยเข่ยี หากินตามธรรมชาตทิ ่ีลานดินใกลกบั ทุงนา
เชาวันหน่ึง ขณะทพ่ี อไกกําลังเดนิ คุยเขยี่ หาอาหารที่ลานหนาบานของชาวนาอยนู ัน่ เอง มันกเ็ หลอื บ
ไปเหน็ พลอยเม็ดงามเม็ดหน่ึงสองประกายระยบิ ระยับอยบู นพ้ืน พอไกจองมองพลอยวิบวบั เม็ดนัน้
พลางรําพงึ ข้ึนมาวา “เอกอีเ้ อกเอก… ถานายขามาพบเมด็ พลอยนี้ เขาตองดใี จมากแน ๆ และตอง
เก็บข้ึนมาเลยทีเดียว แตสาํ หรบั ขา พลอยเม็ดนี้ไมมคี าเลยแมแตนอย อันท่จี รงิ ขาวเปลอื ก 1 เมล็ด
ยังจะมคี ามากกวาพลอยทัง้ หมดในโลกเสยี ดวยซ้าํ ” จากนัน้ พอไกกเ็ ดินผานพลอยเม็ดนัน้ และคยุ
เขย่ี ดนิ เพ่ือหาอาหารกนิ ตอไป

ข้อคิดทีไดจ้ ากการอ่าน

สงิ่ ของล้ําคาอาจไมมีประโยชนเลย หากตกไปอยูกับคนท่ไี มรู
คณุ คา เชนเดียวกบั พอไกทีเ่ ห็นเมด็ พลอยราคาแพงอยูตรงหนา

แตก็มอิ าจใชประโยชนใด ๆ กบั สงิ่ มคี านัน้ ไดเลย

ศพั ท์องั กฤษ

1.ทงุ นา=field
2.ชาวนา=farmer
3.ฝงู ไก/พอไก=flock of chickens/hen

4.พลอย=gem
5.ขาวเปลือก=paddy

กากบั หงส์

ผแู้ ตง่ นทิ านอสี ป สํานกั พมิ พ์ เวลคิดส์

อา่ นวนั ที 20 เดือน ธนั วาคม พ.ศ. 2564

เนื้อเร่อื ง
กาลครัง้ หน่ึงนานมาแลว มกี าตัวหน่ึงอาศัยอยูบนตนไมใหญ โดยมีสระน้ําเล็ก ๆ อยูเบ้อื งหนา ใน

นัน้ มีหงสขาวตวั หน่ึงวายวนเหนือน้ําอยู เจากามองเหน็ หงสนัน้ มขี นสีขาวดงั่ หมิ ะ แตกตางกบั สีขน
ของมนั ท่ีดาํ ราวกับถาน กาจึงรองตะโกนออกไปวา “ทานหงสขาวผูงดงาม ชวยแนะนําวิธีใหกบั ขาได
ไหมวาทาํ เชนไรถงึ ไดมขี นสขี าวเชนทาน” แตหงสตัวนัน้ บอกวา “ขากไ็ มรเู หมอื นกนั เพราะเกิดมา
ขากม็ ขี นสีขาวเชนนี้แลว” จากนัน้ ก็วายน้ําหาอาหารกนิ ตอไปเชนเดมิ หลงั จากจองมองหงสขาวดวย
ความอจิ ฉาอยูนาน วันหน่ึงเจากากน็ ึกอะไรข้ึนมาได โดยคดิ วามันสามารถมขี นสขี าวอยางหงสถา
ลองใชชีวติ แบบเดยี วกนั เจากาจึงวางแผนที่จะแหวกวายอยใู นน้ําทัง้ วนั บาง วาแลวจึงตดั สินใจละทงิ้
รงั บนยอดไม แลวบินรอนลงไปอาศยั ในหนองน้ํา โดยกินสาหรายและพชื น้ําอยางที่หงสทํา วนั แลว
วันเลา เจากาเอาแตแชตวั อยใู นน้ําตลอดทัง้ วนั แตขนกย็ งั มีสีดําอยูเชนเคย หลายครงั้ ทีเ่ กอื บจะจม
น้ํา อีกทัง้ การทีพ่ ยายามกนิ สาหรายกไ็ มสามารถทาํ ใหอิม่ ทองไดเลย ไมนานนักเจากากเ็ ร่ิมผายผอม
ลง หงสขาวเห็นดังนัน้ ก็ใหคําแนะนําไปวา “กลับบานของเจาไปเถดิ เด๋ียวเจากจ็ ะแข็งแรงข้นึ ” แต
คราวนี้กาไมยอมฟังเสยี งของหงส แมจะยากเหลือเกนิ ทอ่ี กี าจะอาศยั อยใู นน้ํา แตเจานกนอยก็
พยายามอยางหนักท่ีจะมีชีวิตอยู ถึงอยางนัน้ กด็ ูเหมือนทกุ อยางจะยง่ิ เลวรายลงเร่ือย ๆ วันหน่ึงหลงั
จากตอสมู านาน กาดาํ กอ็ ําลาโลกนี้ไป หงสขาวไดแตสงสาร เพราะถาเจานกเช่อื ฟังคําเตอื นในวันนัน้
เขาก็คงมชี วี ิตอยูตอไปอกี นาน

ขอ้ คดิ ทีไดจ้ ากการอา่ น

จงพอใจกับส่งิ ท่ตี นเองมีอยู เพราะการเปลย่ี นแปลงนิสัยไมอาจ
แกไขสิ่งทีธ่ รรมชาตใิ หมาได

ศัพท์องั กฤษ

1.กา=crow
2.หงส=swan
3.ขน=carry
4.สาหราย=seaweed
5.หนองน้ํ า=swamp

สุนัขจิงจอกกับพวงองนุ่

ผแู้ ตง่ นทิ านอสี ป สาํ นักพมิ พ์ เวลคดิ ส์

อา่ นวนั ที 21 เดือน ธนั วาคม พ.ศ. 2564

เนื ้ อเร่ ือง
กาลครัง้ หน่ึงนานมาแลว ปาผนื ใหญท่เี หลาสัตวไดอาศยั พักพงิ เกิดความแหงแลงกนั ดาร มแี หลงน้ํา

และอาหารไมเพียงพอตอการประทงั ชีวติ เจาสุนัขจงิ้ จอกทอี่ าศัยอยูทแ่ี หงนี้มาเนิ่นนาน จึงตดั สนิ ใจ
ออกเดินทางดวยหวังใจวาจะเจอกับแหลงหากนิ อันอุดมสมบูรณ มนั เรมิ่ เดินรอนแรมอยูหลายวนั ไม
ไดกนิ แมกระทงั่ น้ําสกั หยดจนเรม่ิ หมดแรง "เอายงั ไงละเรา เดินมาไกลขนาดนี้แลวยังไมเจออะไร
ควรตัดใจแลวกลบั ไปท่เี ดิมดไี หมนะ" สุนัขจิง้ จอกผูหวิ โหยบนกับตวั เอง "ไหน ๆ ก็มาแลว เดินตอไป
อีกหนอยก็แลวกนั นะ" มนั จึงรดุ หนาเดินตอไปอยางออนแรง เดินมาไดสักพกั ไมทันเหน่ือยนัก เจา
สนุ ัขจิง้ จอกกเ็ หลือบไปเห็นองุนพวงโตแดงฉ่ํานากิน "นี่ไง ! โชคดีแลวเรา เจอองุนพวงใหญขนาดนี้
ถาไดลมิ้ ลองคงหวานฉ่ําและอิม่ ทองหลายวันแน ๆ" สุนัขจิง้ จอกไมรอชารบี กระโดดควาองุนในทนั ใด
"ฮึบ ! อกี นิดเดียว... ฮึบ !" เจาสนุ ัขสงเสยี งใหกําลังใจตัวเองอยางฮกึ เหิม แตทําอยางไรก็ยงั กระโดด
ไมถึงพวงองุนสกั ที "ลองกระโดดจากหนิ กอนนัน้ ดู นาจะทุนแรงและเอ้ือมถึงองุนพวงนี้งายข้นึ อยู
นะ" วาแลวสุนัขจิง้ จอกจึงเดนิ ไปยงั กอนหนิ นัน้ พรอมกระโดดข้นึ จนสุดแรง "ฮึบ ! โธ อกี เพยี งเอ้ือม
ก็จะไดลมิ้ รสองนุ แลว" สุนัขจงิ้ จอกบนอยางทอใจ แลวพยายามข้นึ ไปบนกอนหนิ เพ่ือกระโดดอกี ครัง้
"ฮึบ !" สดุ ทายมันก็พลาด ไมอาจควาองุนมากนิ ได "อนั ที่จริงองุนพวงนี้ก็ไมเหน็ จะนากินสักเทาไรนัก
ถาเรากัดเขาไปอาจเปรยี้ วจดี๊ จนกินไมไหวเลยกไ็ ด" สุนัขจงิ้ จอกแสรงบนแลวเดินทางตอดวยความ
หิวโซ พรอมหลอกตวั เองในใจเร่อื ยไปวา "ฉันมคี วามอดทนและความพยายามนะ แตองนุ พวงนัน้ คง
เปรยี้ วเกินทีฉ่ ันจะกนิ ได"

ขอ้ คดิ ทีได้จากการอา่ น

เม่อื คดิ จะทาํ สิ่งใดก็ควรทาํ ใหสดุ กําลงั ทีม่ ี อยายอมแพแมวาสิ่งนัน้ ตองใชเวลานานเพยี งใด
ก็ตาม เพราะสดุ ทายแลวความพยายามจะนํามาซ่งึ ผลลัพธที่ดกี วาเสมอ ดงั นัน้ เดก็ ๆ จึง
ไมควรทําตามสนุ ัขจิง้ จอกผมู ัวโทษสิ่งอ่ืนรอบตวั แตกลบั ลืมนึกไปวาตนเองนัน่ แหละทไี่ ม

พยายามมากพอ

ศัพท์อังกฤษ

1.แหงแลง=dry
2.สนุ ัขจงิ้ จอก=fox
3.อุดมสมบูรณ=abundant
4.พวงองุน=bunch of grapes
5.กอนหนิ =rock

ไก่ปากับสุนัขจงิ จอก

ผู้แต่ง นิทานอสี ป สาํ นกั พิมพ์ เวลคดิ ส์

อา่ นวนั ที 22 เดือน ธนั วาคม พ.ศ. 2564

เนื้อเร่อื ง
กลางปาใหญอันอดุ มสมบูรณมีสตั วนอยใหญชนิดตาง ๆ อาศยั อยดู วยกันมากมาย โดยทกุ เชาพวกสตั วเหลานี้จะไดรับ

การปลกุ ใหต่นื ข้ึนมาหาอาหารหรอื ว่งิ เลนอยางสาํ ราญใจโดยเจาไกปา และในเชาวันนี้ไกปากท็ าํ หนาทแ่ี บบไมมีขาดตก
บกพรองเชนเดมิ "เอก อี้ เอก เอก !" เสยี งไกปาขันบนปลายตนไมใหญ "เอก อี้ เอก เอก !" เจาไกปาขนั ซ้าํ กอนจะกม
ลงมองไปดานลางตนไม เพ่อื ทมี่ ันจะไดออกหาอาหารตอไป แตใตตนไมวนั นี้ไมเหมือนวันทผี่ าน ๆ มา เพราะไกปามอง
เห็นแววตาอนั นากลัวของสนุ ัขจิง้ จอก ทจี่ องมองมนั ราวกบั หวังจะไดกนิ เหย่อื ใหอม่ิ ทอง "สวสั ดสี ุนัขจิง้ จอก เธอมีธุระ
อะไรหรือเปลา" ไกปาเอยถามดวยน้ําเสยี งเรยี บเฉย ทงั้ ๆ ทใี่ นใจของมนั รูสกึ หวาดหวัน่ แตก็ตองสยบอารมณนัน้ เอาไว
"ออ สวัสดีไกปา ท่ีฉันมาในวันนี้เพราะมขี าวดีมาบอก" สุนัขจงิ้ จอกตอบพรอมรอยยิม้ เจาเลห "ขาวดีอะไรหรือ ?" ตอน
นี้ไกปาถามกลบั ดวยความสงสัยปนไมสบายใจ ดวยกลวั วาจะมภี ัยมาถงึ ตัว "เธอคงยงั ไมรูสนิ ะ ท่ีปาของเราเพง่ิ จะมี
ขอตกลงวาสัตวทกุ ตัวจะไมทาํ รายกัน สตั วทุกตัวจะกลายเป็นพน่ี องกนั แลว " สนุ ัขจงิ้ จอกกลาว "พอไดยินแบบนี้ฉันก็
ดใี จมากจริง ๆ เอาอยางนี้ เธอลงมาขางลางเถอะ ฉันอยากสวมกอดเธอสักครงั้ ใหสมกบั ที่เรากลายมาเป็นพีน่ องกันยัง
ไงละ"ไดยินอยางนัน้ แลวไกปากลับยง่ิ สงสัย แตดวยความฉลาดของมนั จงึ แกลงออกอบุ าย "โอ ดูนัน่ สิ สงิ โตกาํ ลังผาน
มาทางนี้ พอดเี ลยเรา 3 ตัวจะไดทกั ทายสวมกอดแบบพ่นี องกนั สักท"ี ไกปาแสรงพูดแมวาตรงบรเิ วณนัน้ ยังไมมีสิงโต
โผลมากต็ าม "วายังไงนะ สงิ โตมางัน้ เหรอ ?!" สุนัขจิง้ จอกอทุ านดวยความตกใจ
"ใชแลว ถาอยางนัน้ พวกเรารอสิงโตเดนิ มาทางนี้กอนแลวกันนะ" ไกปาทหี่ วาดกลัวในใจยังขมอารมณไดอย"ู เออ แต
เหมอื นฉันมีธรุ ะตองทาํ เหน็ ทคี งอยตู อไมไดแลว ขอตัวกอนละกันนะ" พูดจบแลวสุนัขจงิ้ จอกกว็ ่ิงหนีหายไปอยาง
รวดเรว็ "โธ จะรีบไปไหน รอสงิ โตพี่นองของเรากอนสิ" ไกปาตะโกนถามดวยน้ําเสยี งของผูชนะ เพราะมันรูวาเร่อื ง
ทงั้ หมดเป็นแคคาํ หลอกลวงทสี่ นุ ัขจิง้ จอกพดู เพ่อื ใหไกปาลงไปเป็นเหย่ืออยางงายดายกเ็ ทานัน้

ข้อคิดทีไดจ้ ากการอา่ น

ไมวาจะเกดิ ปัญหารายแรงแคไหนข้ึนก็ตาม เราควรรักษาสติไวให
ดี พรอมกับคดิ หาทางออกอยางชาญฉลาด เพียงเทานี้เราก็จะผาน

พนอปุ สรรคและปัญหาตาง ๆ ไปได

ศัพท์องั กฤษ

1.กระตายปา=hare
2.สุนัขจิง้ จอก=fox

3.สงิ โต=lion
4.นากลัว=scary
5.เหย่อื =victim

ผกู กระดิงแมว

ผู้แต่ง นิทานอีสป สํานักพมิ พ์ เวลคดิ ส์

อา่ นวนั ที 23 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2564

เนื ้ อเร่ ือง
ณ บานหลงั หน่ึงที่ดูเหมอื นจะสงบสุข หวั หนาของพวกหนไู ดลัน่ ระฆงั เรยี กพวกพองมาประชุมหารือเก่ยี วกบั การ

ปองกนั ตัวจากเจาแมวตัวแสบท่ีเจาของบานเลยี้ งไว ซ่งึ ถือเป็นศตั รตู วั รายทช่ี อบระรานไมมีทที าวาจะเลิกลา “วนั นี้เรา
จะมาหารอื กนั เร่ืองวธิ ีรับมอื กบั เจาแมวตวั แสบท่คี อยกลัน่ แกลงพวกเรากนั ” หัวหนาของพวกหนูกลาว “ขาวาเราจะ
ตองมมี าตรการปองกนั ทีเ่ ดด็ ขาดกันแลวละทาน ไมอยางนัน้ พวกลูก ๆ ของขาจะตองอยูอยางหวาดกลวั แบบนี้ไปตลอด
แน ๆ” พอหนตู ัวหน่ึงกลาว หลังจากนัน้ เหลาผนู ําของพวกหนกู ป็ ระชุมหารือกันอยางจริงจงั พรอมชวยกนั เสนอวิธี
จัดการกบั เจาแมว จนเวลาผานไปเกอื บคร่งึ วันก็ยงั ไมไดขอสรปุ ทาํ ใหหวั หนาของพวกหนตู องขอความคิดเหน็ จาก
บรรดาสมาชกิ หนตู วั อ่นื ๆ “พวกเราประชมุ กนั มาคร่งึ วันแลว แตกย็ งั ไมไดขอสรปุ ทชี่ ัดเจน ขาจงึ อยากถามความคดิ
เหน็ ของสมาชิกคนอ่ืน ๆ วาพวกเราควรจะจัดการกบั เจาแมวตัวนี้อยางไรดี หากใครมีความคดิ ดี ๆ ก็สามารถเสนอมา
ไดเลย” หวั หนาของพวกหนูกลาว เม่ือไดยินดงั นัน้ บรรดาสมาชกิ หนทู กุ ตวั กช็ วยกนั ออกความคิดเห็นอยางเตม็ ท่ี แต
กย็ ังไมไดขอสรุปเสียที ทนั ใดนัน้ เองก็มีเจาหนูตวั หน่ึงลกุ ข้ึนและพดู วา “ขาคิดวาท่พี วกเราโดนกลนั่ แกลงแบบนี้เป็น
เพราะวาเราเป็นแคหนูตัวเลก็ ๆ สวนเจาแมวตัวใหญก็ชอบหลบอยตู ามมุมตาง ๆ เพ่อื เฝารอพวกเราเดินออกมาหา
อาหารแลวจากนัน้ กว็ ่งิ ไลเหมอื นพวกเราเป็นของเลนโดยไมมสี ญั ญาณเตือน” เจาหนตู ัวนัน้ กลาว “กจ็ ริงอยางทเี่ จาพดู
แลวแบบนี้เราควรจะมีวธิ ีปองกันเจาแมวตัวนี้อยางไรละ ?” หัวหนาของพวกหนูกลาวถาม “ขามีความคิดวาเราตองมี
เคร่อื งสงสัญญาณเพ่อื ที่จะไดรวู าเจาแมวตวั นัน้ อยตู รงบรเิ วณไหนของบาน โดยนําริบบนิ้ คลองกระดิง่ ไปผกู ไวท่ีคอของ
เจาแมวตัวแสบ” เจาหนกู ลาว เหลาสมาชกิ หนทู กุ ตัวท่ีอยใู นท่ปี ระชมุ ตางลกุ ข้ึนปรบมอื และเหน็ ตวยกับความคิดของ
เจาหนตู วั นัน้ แตทุกอยางกลบั เงยี บลงอกี ครงั้ เม่ือไดยินเสียงของหนชู ราตัวหน่ึง “ความคดิ ของเจานัน้ เฉียบแหลม แต
ทวาใครจะเป็นคนเอากระดิ่งไปผกู คอเจาแมวตัวนัน้ กนั ละ ?” หนชู รากลาวถาม เม่อื หนูชราพดู จบ บรรดาหนูทกุ ตวั ตาง
เงียบและมองหนากนั เน่ืองจาก ไมมีใครกลาท่จี ะเอากระดง่ิ ไปผกู คอแมวตวั นัน้ รวมถึงเจาหนูทีอ่ อกความคดิ เห็นดวย
การประชุมจงึ จบลงโดยไมไดขอสรุปและไมไดวธิ รี บั มือกบั เจาแมวตวั แสบ พวกหนจู ึงตองใชชีวติ ดวยความ
หวาดระแวงเหมอื นเชนเคยตอไป

ขอ้ คิดทไี ด้จากการอ่าน

การทเ่ี จาหนตู ัวหน่ึงออกความคิดใหนํากระดิ่งไปผูกไวที่คอของแมว แตกลบั ไมมีใครกลาท่จี ะนํากระดิง่ ไปผูก
รวมถงึ เจาหนทู ีอ่ อกความคดิ เห็นนัน้ ดวย เรียกวา ดีแตพูด แตทําไมได ซ่งึ ตรงกับสภุ าษติ ทีว่ า “ละเลงขนม
เบ้อื งดวยปาก” หมายถึง คนทม่ี กั พูดจาเหมอื นกับวาอะไรตาง ๆ สามารถทาํ ไดงาย หรือดูงายไปเสียหมด แต
ในความจรงิ แลวเป็นสงิ่ ท่ที าํ ไดยาก แถมตัวเองกท็ าํ ไมไดอกี ดวย ดงั นัน้ เร่อื งใด ๆ ก็ตาม หากคดิ วาตวั เองก็ยัง

ทําไมได ไมควรพูดจะดีกวา เพราะผูอ่ืนจะมองวาเราเป็นคนชอบโออวดนัน่ เอง

ศัพท์อังกฤษ

1.หน=ู mouse
2.แมว=Cat
3.กระดง่ิ =bell
4.ประชมุ =meet
5.กลัน่ แกลง=libel

ดาวลูกไก่

ผแู้ ตง่ นทิ านอีสป สํานกั พมิ พ์ เวลคิดส์

อา่ นวนั ที 24 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2564

เนื ้ อเร่ ือง
ณ ชายปาแหงหน่ึง มีตากบั ยายอาศัยอยใู นกระทอม โดยทงั้ คเู ป็นชาวสวนที่มีฐานะยากจน อาศยั การปลกู ผัก ผลไม

และเลยี้ งไกยังชพี ไปวนั ๆ ทกุ เชาตากับยายจะนําขาวเปลอื กมาโปรยใหแมไกจกิ กินอยเู สมอ "กกุ กุก กุก มากินเร็วลูก
เอย จะไดโตไว ๆ" ตาพดู พรอมโปรยขาวเปลอื กลงบนพ้ืน อยมู าวันหน่ึงยายไดยินเสียงแปลก ๆ ดังออกมาจากเลาไก
จึงชวนตาไปดู เพราะกลัววาจะเกดิ อันตรายกบั แมไก "ฉันไดยินเสยี งแปลก ๆ ดงั ออกมาจากเลาไกหลังบาน ตาไปดกู ับ
ฉันหนอยส"ิ ยายชักชวนตาใหเดนิ ไปดูดวยกันดวยความกงั วลใจ "จริงหรอื ยาย ไป ๆ เรารีบไปดกู นั เถอะ" ตากลาว
พรอมเดนิ นําหนา เม่อื ตากับยายไปถึงเลาไกก็ตองประหลาดใจ เพราะเสยี งท่ียายไดยนิ นัน้ เป็นเสยี งของลูกเจีย๊ บตัวจ๋ิว
7 ตัว ท่เี พิง่ ฟักออกมาจากไข หลงั จากนัน้ ตากบั ยายกด็ ูแลครอบครวั ของแมไกเป็นอยางดี ลกู เจยี๊ บทงั้ 7 ตวั ติดแมไก
มาก เดนิ ตามตอย ๆ ไปทกุ ท่ี "ลูก ๆ ของแมจงจาํ ไวเสมอนะวาตากับยายเป็นผูมพี ระคุณตอพวกเรา ดงั นัน้ เราตองรจู ัก
ตอบแทนบญุ คณุ ของพวกทานนะลูก" แมไกสอนลูกเจีย๊ บทงั้ 7 ตัว หลายวนั ตอมา ระหวางที่ตากาํ ลงั เดนิ กลบั มาจาก
สวนกไ็ ดพบพระธดุ งครูปหน่ึงนัง่ สมาธอิ ยู ตารีบเดินเขาไปกราบทานในทันที เม่ือกลบั มาถงึ บานตาจึงเลาเร่อื งทไ่ี ดพบ
กับพระธดุ งคใหยายฟัง "เม่ือกตี้ อนกําลังเดนิ กลบั บาน ฉันเจอกับพระธดุ งครูปหน่ึง จงึ เดินเขาไปกราบทาน" ตาเลาให
ยายฟังดวยความดใี จ "จริงหรือตา จะวาไปเราก็ไมไดทาํ บุญกนั มานานแลวนะ ฉันอยากทาํ บญุ กบั ทานจงั เลย" ยาย
กลาวตดั พอ "งนั้ พรุงนี้เชาเราทําอาหารไปถวายทานกันดีไหมยาย ?" ตาชักชวนยาย "กด็ ีเหมอื นกนั นะ แตเราไมมี
ของดี ๆ ไปถวายทานเลย เราจะทําอะไรไปถวายทานดลี ะตา" ยายกลาวอยางหมดหวงั ในขณะเดยี วกนั สายตาของตาก็
เหลอื บไปเหน็ แมไกทกี่ าํ ลงั จิกกนิ อาหารอยูไมไกล จงึ เกดิ ความคดิ บางอยางข้นึ มา "ตาวาเราอาจจะตองนําแมไกมาทํา
อาหารถวายพระดไี หมยาย ?" ตาถามยาย "ฉันเห็นดวยกบั ตานะ งัน้ พรงุ นี้เชาฉันจะรบี ต่ืนมาทาํ อาหารไปถวายพระเอง"
ยายกลาว แมไกไดยนิ เร่อื งราวทัง้ หมดท่ีตากบั ยายคุยกนั ตัง้ แตตนจนจบ ก็รชู ะตากรรมของตัวเองทันทวี าพรงุ นี้เชาตน
จะตองจากลกู ๆ ไปอยางไมมวี นั กลับ แตดวยความทต่ี ากบั ยายเป็นผูมพี ระคุณกบั ตนและลูก ๆ แมไกจึงคดิ จะ
ตอบแทนบญุ คุณของทานทงั้ สองดวยชีวติ ของตนเอง จากนัน้ แมไกกเ็ รยี กลูกเจีย๊ บทงั้ 7 ตัวมาเพ่ือสงั่ เสยี เป็นครงั้
สดุ ทาย "ถาแมไมอยูแลว พวกเจาตองเป็นเดก็ ดแี ละรักกันนะลูก" แมไกสัง่ เสียทงั้ น้ําตา เชาวันตอมา ตาอุมแมไกออก
มาจากเลา โดยมีลูกเจยี๊ บทงั้ 7 ตวั เดนิ ตามมาเป็นขบวน ทันใดนัน้ เองตาก็โยนแมไกเขาไปในกองไฟ ลกู เจีย๊ บทัง้ หมด
ตกใจตางพากนั รองไห และไมนานทงั้ หมดก็กระโดดเขาไปในกองไฟเพ่ือตายตามแมไกไป ดวยความกตญั ใู นครัง้ นี้
จึงทาํ ใหลูกไกทัง้ 7 ตวั กลายเป็นดวงดาว 7 ดวงท่ีสองแสงระยบิ ระยบั ในยามค่าํ คืน ซ่ึงแสดงใหเห็นถึงความรักที่ยงิ่
ใหญระหวางแมและลกู

ขอ้ คดิ ทีไดจ้ ากการอ่าน

แมไกมีความกตัญ ู จึงรูจกั ตอบแทนบุญคณุ ตอผมู พี ระคุณ เชนเดยี วกันกับลูกเจีย๊ บทม่ี ีความ
รักและกตญั ตู อแมไก เหมอื นดัง่ สภุ าษติ ท่ีวา "ความกตญั ูกตเวที เป็นเคร่อื งหมายของคนด"ี
หากใครทมี่ ีบญุ คุณกบั เรา หรือเม่ือใดท่ีเราไดรบั การชวยเหลอื จากใคร เชน พอ แม ครอู าจารย

ผูใหญ หากมโี อกาสควรทําสงิ่ ทเี่ ป็นประโยชนทดแทนบาง ตามสมควรแกความสามารถและ

ศพั โทอกอ์ างั สกท่เีฤราษมี

1.ตากับยาย=Grandma and Grandpa
2.แมไก=hen

3.ลกู เจีย๊ บ=chick
4.พระธุดงค=monk

5.ดวงดาว=star

กบกบั หนู

ผแู้ ตง่ นิทานอีสป สํานักพมิ พ์ เวลคดิ ส์

อา่ นวนั ที 25 เดอื น ธันวาคม พ.ศ. 2564

เนื้อเร่อื ง
กลางปาทม่ี ีสตั วนอยใหญอาศยั อยกู นั อยางสงบสุข มหี นูพเนจรตวั หน่ึงกําลงั เดินหาอาหารดวยความโหยหิว มนั เดนิ

ไปเร่ือยๆ จนเจอลาํ ธาร "โอย !! ทงั้ เหน่ือยทงั้ หิว ทาํ ไมแถวนี้ไมมอี ะไรใหขากนิ บางเลย เห็นทจี ะตองขามไปปาฝั่งนนู
เสยี แลว วาแตขาจะขามลําธารนี้ไปไดอยางไร ในเม่ือขาวายน้ําไมเป็น" เจาหนนู ัง่ พักและกลาวตดั พอกับตวั เอง ในขณะ
ทหี่ นกู ําลังคดิ แผนเพ่ือจะขามไปหาอาหารทปี่ าฝั่งตรงขามอยูนัน้ สายตาของมันเหลอื บไปเหน็ กบตัวหน่ึงกําลงั วายน้ํา
เลนอยูขาง ๆ ลาํ ธาร มนั จงึ วางแผนคิดกลอุบายหลอกเจากบใหพาไปสงท่ปี าฝั่งตรงขาม "สวัสดี เจาอยูในลาํ ธารแหงนี้
มานานแลวหรือ ?" เจาหนูกลาวทักทายกบ "ใช ขาอยูในลําธารแหงนี้มาตัง้ แตเกดิ เลยละ แลวทานมาจากทไี่ หนทําไม
ขาไมคนุ หนาทานเลย" กบถามดวยความสงสยั "ออ ขาเป็นนักเดินทาง ตอนนี้กําลังจะขามฝั่งไปหาสมบตั ิอันล้ําคาที่ปา
ฝั่งตรงขาม" เจาหนเู รม่ิ ใชกลอบุ ายเพ่ือหลอกใหกบไปสงอีกฝั่งของลาํ ธาร "จรงิ เหรอทาน ท่ปี าฝั่งตรงขามมีสมบตั จิ ริง
ๆ เหรอ" เจากบถามดวยความต่ืนเตน "จริงสิ ขาออกเดินทางตามลาหาสมบัตมิ าแลวนับไมถวน ขาจะโกหกเจาทาํ ไม"
เจาหนูกลาว "ถาอยางนัน้ ขาขอเดนิ ทางไปกบั ทานไดไหม ? ขาอยากเห็นเพชรพลอยเป็นบญุ ตาสักครงั้ ในชีวติ " กบ
ขอรองหนูจอมเจาเลห "ไดสิ แตมขี อแม เจาตองพาขาวายน้ําขามลาํ ธารนี้ไปใหได ขาถงึ จะนําทางเจาไปยังขมุ สมบตั "ิ
เจาหนูกลาวตอรอง "ขาก็ตัวพอ ๆ กบั ทาน แลวขาจะพาทานวายน้ําขามฝั่งไปไดอยางไร ลําพังตัวขาเองก็ยังจะเอาตวั
ไมรอด" เจากบกลาวตดั พอ "งนั้ เจากเ็ อาเชอื กมาผกู เทาเจาใหติดกับเทาขาสิ เจาจะไดไมเหน่ือย" เจาหนอู อกความคดิ
เห็น "โอเคลองดู แตถาทานเป็นอะไรข้นึ มาขาไมรบั ผิดชอบนะ" เจากบพดู ดกั หลงั จากท่ีตกลงกนั เสร็จเรยี บรอย ทงั้ คูก็
ใชเชอื กผูกตดิ ที่เทาของตวั เอง แลวเจากบจึงเริ่มวายน้ําไปเร่ือย ๆ จนมาถึงบริเวณกลางลาํ ธาร มันรูสกึ เหน่ือยลา วาย
น้ําตอไปไมไหว จึงขอหยดุ พกั สกั ครูหน่ึง "แฮก ๆ ขาขอหยดุ พกั หายใจสักครนู ะทาน ขาจะไมไหวแลว เหน่ือยเหลือ
เกิน" เจากบกลาวดวยน้ําเสียงท่เี หน่ือยลา แตทวาไมมเี สียงตอบรบั จากเจาหนู มันจึงหันหลงั กลับไปดูกพ็ บวาเจาหนจู ม
น้ําตายเสียแลว เจากบจึงรบี วายน้ําตอเพ่อื ใหถงึ ฝั่งโดยเรว็ ที่สดุ เพราะหากปลอยไวแบบนี้ไมนานรางของหนจู ะยงิ่ ถวง
ใหมนั จมลงไปดวย แตแลวรางของหนกู ลบั คอย ๆ ลอยข้นึ ในขณะเดยี วกันมเี หยย่ี วตัวใหญกําลงั หาอาหาร มนั เหน็ ราง
ของหนลู อยข้นึ มาเหนือน้ํา จึงบินโฉบรางของหนลู อยข้นึ ไปบนทองฟาเพ่อื เป็นอาหารเยน็ ในขณะเดียวกันรางของเจา
กบกพ็ ลอยตดิ รางแหไปดวย เพราะทงั้ คูใชเชอื กผูกตดิ กนั ไว ทาํ ใหมันถูกเหยยี่ วจับกนิ เป็นอาหารไปดวย

ข้อคดิ ทีได้จากการอ่าน

การทีเ่ จาหนูใชกลอุบายหลอกกบใหพาวายน้ําไปยงั ปาฝั่งตรงขามดวยการใชเชือกผูกเทาติดกนั
จากนัน้ เจาหนกู ็จมน้ําตาย เพราะความด้อื รัน้ และความเจาเลหของตวั เอง เร่ืองนี้เหมือนดงั่

สภุ าษติ ทว่ี า “ใหทกุ ขแกทาน ทกุ ขนัน้ ถงึ ตวั ” สรางความเดอื ดรอนใหกบั ผอู ่นื ผลสุดทายก็ยอน
มาทําใหตัวเองเดือดรอนไปดวยนัน่ เอง

ศพั ทอ์ ังกฤษ

1.หนู=mouse
2.กบ=frog

3.เหยย่ี ว=Hawk
4.ลาํ ธาร=stream
5.สมบตั =ิ property

ลมกบั พระอาทิตย์

ผ้แู ต่ง นิทานอสี ป สํานกั พิมพ์ เวลคิดส์

อ่านวนั ที 26 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2564

เนื ้ อเร่ ือง
กาลครงั้ หน่ึงนานมาแลว วนั ทอี่ ากาศแจมใสทองฟาปลอดโปรง พระอาทิตยออกมาสองแสงเจดิ จาอยางทเี่ คยเป็น เจา

ลมเพ่อื นเกาไดผานมาเหน็ เลยหยดุ แวะทักทาย "เป็นอยางไรบางพระอาทติ ยมิตรแหงเรา ไมเจอกนั เสียนานสบายดี
หรือไม" เจาลมตะโกนทกั ทายสหายเกาสดุ เสียง พระอาทติ ยก็ตอบรับอยางดใี จดวยไมเจอลมตนนี้มาเนิ่นนานเหลอื เกิน
ขณะนัน้ เองกม็ ีชายหนมุ นักเดินทางสวมเส้อื คลมุ กาํ ลงั เดินเลนเตรด็ เตรอยู เจาลมเหน็ อยางนัน้ กน็ ึกสนกุ พูดทาทาย
บางสงิ่ ออกมา "พระอาทติ ยสหายรัก เรามาแขงขันวัดความแข็งแกรงกันสักหนอยไหม" ลมกลาวชกั ชวน "ไดสิ ๆ แขง
อะไรดเี ลา" พระอาทิตยตอบกลบั แบบไมคดิ อะไร ดานเจาลมก็ชลี้ งไปยังหนมุ นักเดนิ ทางคนนัน้ พรอมกลาว "งายมาก
เลย ทํายงั ไงก็ไดใหเส้ือคลมุ ของพอหนมุ คนนัน้ หลุดออกมาจากตวั ใครทาํ สําเรจ็ ถือเป็นผูชนะและแข็งแกรงท่สี ุด"
พระอาทติ ยพยกั หนาตอบรบั ลมเหน็ วาสหายรักรับคาํ ทาจงึ โผไปหาหนุมนักเดนิ ทาง พลางตะโกนไลหลงั "ฉันขอเริ่ม
กอนเลยนะ" เจาลมใชกําลังทงั้ หมดรวบรวมมาเป็นพายุขนาดยอม หวังทําใหเส้ือคลมุ ตัวนัน้ ปลิดปลวิ แตหนมุ นักเดิน
ทางก็ไมหวัน่ ไหวแถมยังจบั เส้ือเอามาคลมุ ไวแนน ลมเห็นอยางนัน้ ก็ย่งิ ใชแรงบบี บงั คับมากข้ึนไปอีก จนหนุมคนนัน้
แทบไมมีแรงกาวเดนิ "ทาํ ไมลมในวนั นี้ถงึ ไดมีความโหดรายกับฉันนักนะ" หนุมนักเดินทางบนอยางทอใจแลวดึงเส้อื
คลมุ ตัวแนนกวาเดมิ เจาลมจึงรวบรวมพลังอีกครัง้ พรอมกบั เปาไปยงั หนมุ คนนัน้ ถึงขัน้ เดนิ เซเกอื บลม "พอเถดิ หนา
ลมเอย เราขอลองแขงบางเถิด" พระอาทติ ยกลาวกับลม ดวยแรงท่ีใกลจะหมดไป ลมจึงยอมใหพระอาทิตยมาแขงตอ
คราวนี้อากาศแจมใสไรพายุใด ๆ มากอกวน หนุมนักเดนิ ทางเลยเดนิ ตอจนใกลถึงแนวปา ดานพระอาทิตยเองกเ็ ร่ิม
แผนการอยางแยบยล เขาคอย ๆ เปลงแสงใหรอนทลี ะนิด ทลี ะนิด จนหนุมคนนัน้ เรม่ิ รูสกึ อนุ ข้นึ อุนข้ึน จากความ
อบอุนกลายเป็นความรอน พอเจอแนวตนไมเงยี บสงบ หนุมนักเดนิ ทางเลยเลอื กทีจ่ ะเขาไปนัง่ พัก พรอมถอดเส้อื คลุม
ตวั ท่ีลมทาพระอาทติ ยวางไวขางกายอยางสบายใจ "ความออนโยนของเธอเหนือกวาพละกําลงั ทฉ่ี ันมีจรงิ ๆ" ลมช่นื ชม
ในสงิ่ ทพี่ ระอาทิตยทาํ ลงไป "ไวมีโอกาสคราใด เราจะแวะมาหาใหมนะพระอาทติ ยเพ่ือนรัก" ทัง้ คจู งึ ยมิ้ ร่ําลากนั อยางมี
ความสุข

ขอ้ คิดทไี ดจ้ ากการอ่าน

การใชกาํ ลังและความรุนแรงแขงขนั กันไมทําใหเราไดในสิ่งท่ีตองการเสมอไป บางครัง้
อาจจะตองสญู เสยี สง่ิ เหลานัน้ เพราะการกระทาํ อนั กาวราวของเรากเ็ ป็นได แตถาเปลยี่ น

ความรุนแรงมาเป็นความออนโยนและมเี มตตา ไมวาจะทําอะไรยอมไดผลสําเร็จ
ตอบแทนอยางทหี่ วังแนนอน

ศพั ท์องั กฤษ

1.พระอาทติ ย=Sun
2.ลม=wind

3.อากาศแจมใส=clear weather
4.ชายหนุม=young man
5.เส้อื คลมุ =overcoat

ไกป่ า

ผู้แตง่ นทิ านอสี ป สํานักพิมพ์ เวลคิดส์

อา่ นวนั ที 27 เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2564

เนื ้ อเร่ ือง
กาลครงั้ หน่ึงนานมาแลว ณ พงหญารกขางเมอื งใหญ มสี นุ ัขจรจดั ตวั หน่ึงกําลงั นอนหมดแรง

เพราะไมมอี ะไรตกถึงทองมานานหลายวนั มันจึงวางแผนเขาไปขโมยอาหารในตลาดสดมากิน
ประทงั ชวี ิต และโชคดีท่ไี ดเน้ือชิน้ โตมาโดยไมมใี ครจับได ในระหวางท่เี จาสนุ ัขกําลงั กลบั ไปยังที่พัก
มนั ไดเดนิ ผานสะพานขามลาํ ธารเล็ก ๆ แหงหน่ึง แลวเหลอื บไปเห็นเงาสะทอนของตวั เองในน้ํา ก็
เขาใจผิดคิดวาเป็นสนุ ัขอีกตวั ทอี่ อกหาอาหารเหมอื นมัน แตสุนัขตัวนัน้ กลบั มเี น้ือท่ีชิน้ ใหญโตและดู
นากินกวาของตวั เอง "ทําไมหมาตวั นัน้ ถึงไดกินอาหารท่ีดีกวาของขา ? ขาไมยอม ขาขโมยเน้ือมา
จากตลาดได ขากต็ องขโมยเน้ือจากมนั มาไดเหมอื นกนั !" เม่ือเจาสนุ ัขคดิ ไดดงั นัน้ มันกอ็ าปากเหา
เงาของตัวเองอยางดุดัน และนัน่ ก็ทําใหเน้ือทีม่ ันคาบเอาไว รวงตกลงไปในลาํ ธารแลวจมหายไป
"อะไรกนั !? หมาตัวนัน้ หายไปไหน แลวเน้ือของขาละ ! เน้ือของขา !" เจาสนุ ัขรองอุทานเสยี งดัง
กอนจะรบี วิง่ ตามหาชิน้ เน้ือที่หายไป ระหวางนัน้ เม่ือเจาสุนัขไดมองไปยงั ลาํ ธารอีกครัง้ มนั ก็ไดคน
พบวา สุนัขอีกตัวท่ีเห็นกอนหนานี้คือตวั ของมันเอง สดุ ทายเจาสุนัขกไ็ ดแตเดนิ กลับทีพ่ กั ไปดวย
ความสนิ้ หวังและหิวโซเชนเดมิ

ข้อคิดทีได้จากการอ่าน

ส่งิ ของทเี่ ป็นของซ้อื ของขายตามรานคานัน้ ถาอยากไดตองรูจกั เกบ็ ออมเงนิ ไปซ้ืออยางถูก
ตอง ไมใชลกั ขโมยมาโดยไมไดรับอนุญาต ไมอยางนัน้ ชวี ิตจะพบกับจุดจบที่เลวราย ยิ่งเกดิ
ความโลภมาก อยากไดของคนอ่ืนมาครอบครองทัง้ ๆ ที่ตวั เองก็มีอยแู ลว ยิ่งเป็นสงิ่ ทไี่ มดี
เพราะสดุ ทายแลว ตัวเราเองจะไมเหลอื อะไรเลย เหมอื นกับเจาสุนัขในนิทานเร่อื งนี้นัน่ เอง..

ศัพทอ์ งั กฤษ

1.สุนัขจรจดั =stray dog
2.ขโมย=steal

3.ตลาดสด=bazaar
4.เงาสะทอน=reflection

5.ลาํ ธาร=stream


Click to View FlipBook Version
Previous Book
ครูดีเด่น ครูมนตรี สีบุญ
Next Book
MJKD BIL.3 TAHUN 2021