คู่มือ คู่มือนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัย เรื่อง ต้นแบบนวัตกรรม การจัดการฟาร์มเลี้ยงไก่พื้นถิ่น ภายใต้แผนงานวิจัย เรื่อง การพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมการจัดการเกษตรผสม ผสานตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่เพื่อรองรับการจัดหลักสูตรการเรียนรู้คู่การทำ งาน ได้รับทุนอุดหนุนวิจัยและนวัตกรรมจากสำ นักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ THIS PROJECT IS FUNDED BY NATIONAL RESEARCH COUNCIL OF THAILAND (NRCT) โดย อาจารย์เกตวรรณ บุญเทพและคณะ แนวทางการเลี้ยงไก่ด้วยระบบอัจฉริยะ
ก คู่มือแนวทางการเลี้ยงไก่ด้วยระบบอัจฉริยะ อาจารย์เกตวรรณ บุญเทพ และคณะ คู่มือนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยเรื่อง ต้นแบบนวัตกรรม การจัดการฟาร์มเลี้ยงปลาและกบพื้นถิ่น ภายใต้แผนงานวิจัยเรื่องการพัฒนาต้นแบบ นวัตกรรมการจัดการเกษตรผสมผสานตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อรองรับการจัดหลักสูตรการเรียนรู้คู่การทำงาน ได้รับทุนอุดหนุนวิจัยและนวัตกรรมจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ This project is funded by National Research Council of Thailand (NRCT)
ก คำนำ คู่มือแนวทางการเลี้ยงไก่ด้วยระบบอัจฉริยะเล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้ ประกอบการฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นด้านนวัตกรรมการเลี้ยงไก่พื้นถิ่น เป็นที่ได้มาจากการวิจัยพัฒนานวัตกรรมการจัดการฟาร์มเลี้ยงไก่พื้นถิ่น ที่ได้ ถอดบทเรียนพัฒนามาจากองค์ความรู้ประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญและ ปราชญ์ชาวบ้านที่เป็นผู้ประกอบการเลี้ยงไก่พื้นถิ่นสามสายพันธุ์จนเป็นผู้ที่ ประสบความสำเร็จในการประกอบการที่มีความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน โครงการวิจัยได้พัฒนานวัตกรรมต่อยอดองค์ความรู้และ ประสบการณ์ ดังกล่าว ด้วยการนำเอาระบบ IoT เข้ามาช่วยในระบบการจัดการฟาร์ม ทั้งระบบการให้อาหาร น้ำ การควบคุมอุณหภูมิและการเฝ้าระวังดูแลไก่ด้วย ระบบกล้องวงจรปิดในโรงเรือน การใช้ระบบ IoT มาใช้บริหารการจัดการ ฟาร์มจะเป็นการช่วยเกษตรกรลดต้นทุน ลดค่าแรง ลดค่า การดูแลเลี้ยงดู ทำให้มีความแม่นยำ มีคุณภาพมาตรฐาน เพิ่มให้มีทักษะขั้นสูงให้เกษตร นอกจากนี้ยังเป็นการพัฒนากำลังคนทางด้านเกษตรแบบดั้งเดิม ก้าวเข้าสู่ เกษตรทันสมัยหรือเกษตรอัจฉริยะหรือเป็น smart farmer ท้ายนี้ ขอขอบคุณสถาบันวิจัยแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม (อว. ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณ การผลักดัน สนับสนุน จากคณะอนุกรรมการบูรณาการวิชาการอุดมศึกษามาอย่างดีรวมทั้งนักวิจัย ที่ทำการพัฒนาโครงการ ฝึกอบบรมหลักสูตรระยะสั้นให้บริการวิชาการแก่ เกษตรกรและชุมชน อาจารย์เกตวรรณ บุญเทพและคณะ
ข ข สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ช การวางแผนทำเลที่ตั้งแตะผังฟาร์มและโรงเรือน 1 การเตรียมโรงเรีอน 4 การเตรียมการเลี้ยงลูกไก่ 6 การจัดการระยะกกและระยะไก่เล็ก 8 แสงสว่างและอุณหภูมิ 11 การให้อาหาร 12 การให้น้ำ 14 การให้วัคซีนป้องกันโรค 15 การจัดเก็บข้อมูลภายในฟาร์ม 16 ระบบอัจฉริยะเพื่อการควบคุมการเลี้ยงไก่ 18 บรรณานุกรม 22
1 การวางแผนทำเลที่ตั้งและผังฟาร์มและโรงเรือน การวางแผนฟาร์มเลี้ยงไก่ที่ดีถือว่าเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญ สำหรับการเลี้ยงไก่ที่จะให้ได้รับผลสำเร็จ นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันโรคที่ จะเข้ามาสู่ฟาร์ม ไม่ให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบ ข้างด้วย ความบกพร่องที่เกิดขึ้นจากการวางแผนผังฟาร์มที่ไม่ดี มีผลทำให้มีความ เสี่ยงต่อการเลี้ยงไก่ เสี่ยงต่อ การเกิดโรคที่ยากต่อการควบคุม ทำให้เกิด ความเสียหายต่อไก่ที่เลี้ยงในฟาร์มได้ การเลือกทำเลที่ตั้งในการสร้างฟาร์ม การออกแบบโรงเรือนที่ดีและ มีความเหมาะสมถูกต้องตามหลักวิชาการ เป็นปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมที่ สำคัญที่จะช่วยให้การเลี้ยงไก่ประสบผลสำเร็จในการเลือกทำเลที่ตั้งฟาร์ม เลี้ยงไก่นั้น ลักษณะพื้นที่จะต้องเป็นบริเวณที่น้ำท่วมไม่ถึงและควรอยู่ห่าง จากแหล่งชุมชนพอสมควร โรงเรือนจะต้องออกแบบให้อากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก โดย ทิศทางการวางโรงเรือนต้องให้ความยาวของโรงเรือนหันไปทางทิศ ตะวันออกกับทิศตะวันตก โดยต้องให้โรงเรือนวางทอดไปตามแสงตะวัน ไม่ควรสร้างโรงเรือนขวางแสงตะวัน เพราะจะทำให้แสงแดดส่องเข้าโรงเรือน ตลอดทั้งวัน ทำให้อากาศในโรงเรือนร้อน ถ้ามีต้นไม้ขึ้นบังทิศทางลมอยู่รอบ โรงเรือนควรตัดทิ้งเสีย ถ้าต้องการให้มีต้นไม้ไว้ช่วยลดความร้อนควรเป็น ต้นไม้ที่มีลำต้นสูง มีใบหนาแน่นเหนือหลังคาเพื่อใช้ร่มเงา
2 2 ภาพที่1 ตัวอย่างผังการตั้งโรงเรือนเลี้ยงไก่ ตัวอย่างของโรงเรือนเลี้ยงไก่เนื้อจำนวน 500 ตัว โดยมีขนาดของ โรงเรือน กว้าง 5 เมตร x ยาว 12.5 เมตร x สูง 2.5 เมตร จั่วสูง 1 เมตร ชายคาสูง 2 เมตร ก่ออิฐบล็อก 2 ชั้น พื้นสูง 50 เซนติเมตร ติดตาข่ายรอบ
3 3 โรงเรือน โดยขนาดของตาข่ายจะต้องไม่ถี่จนเกินไปเพราะจะทำให้การ ระบายอากาศไม่ดี และควรติด ผ้าม่านกั้นลมรอบโรงเรือน พื้นโรงเรือนควร เป็นพื้นปูน เพื่อสะดวกต่อการจัดการขนย้ายมูลไก่และวัสดุรองพื้น ออกไป เมื่อเลี้ยงไก่เสร็จสิ้น และง่ายต่อการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค ภาพที่ 2 สภาพภายในโรงเรือนเลี้ยงไก่
4 4 การเตรียมโรงเรือน ต้องมีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรงเรือนและอุปกรณ์ก่อนเริ่ม เลี้ยงไก่ การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรงเรือน จำเป็นจะต้องทำไม่ว่าจะ เป็นโรงเรือนใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มเลี้ยงไก่ หรือโรงเรือนเก่าที่มีการเลี้ยงไก่มาแล้ว โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1) ในกรณีที่มีการเลี้ยงไก่มาก่อน ภายหลังจากจับไก่ขายหมดแล้ว จะต้องถอดอุปกรณ์ให้น้ำให้อาหาร หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ภายในเล้าออกมาล้าง ทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าแล้วจึงนำไปจุ่มในน้ำยาฆ่าเชื้อ ผึ่งให้แห้ง แล้ว นำไปจัดเก็บให้เรียบร้อยไว้ใช้ในรุ่นต่อไป 2) ขนย้ายมูลไก่ออกจากเล้าให้เร็วที่สุด ภายใน 2 - 3 วัน โดยทำ การแซะมูลไก่กองรวมกัน แล้วตักใส่ถุง กวาดมูลไก่ที่ตกค้างใส่ถุง กวาดมูลไก่ ที่ตกค้างอีกครั้ง พร้อมปัดกวาดหยากไย่ตามเพดานเล้า และตาข่ายข้างเล้า รวมทั้งทำความสะอาดรอบ ๆ โรงเรือน 3) ล้างทำความสะอาดพื้นไม่ให้มีการเกาะของมูลไก่ที่อาจเป็นแหล่ง แพร่เชื้อโรคต่อไปได้ล้างเพดาน ล้างตาข่าย รวมทั้งผ้าม่านข้างเล้า ด้วยน้ำ สะอาด 4) พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคให้ทั่วทั้งภายในและภายนอกโรงเรือน 5) โรยปูนขาวให้ทั่ว โดยใช้อัตราส่วนปูนขาวครึ่งกิโลกรัมต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร
5 5 6) นำวัสดุรองพื้น (แกลบ) ที่แห้งและสะอาดเข้าโรงเรือน เกลี่ยให้มี ความหนาประมาณ 5 เซนติเมตร 7) พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบนพื้นแกลบและโรงเรือนให้ทั่ว ปิดผ้าม่าน รอบโรงเรือน ทิ้งไว้อย่างน้อย 7 วัน (พักเล้า) ก่อนนำไก่เข้าเลี้ยงในโรงเรือน 8) มีอ่างน้ำยาฆ่าเชื้อโรคหน้าโรงเรือน สำหรับจุ่มเท้าก่อนเข้า โรงเรือนเลี้ยงไก่ทุกครั้ง ................................................................................................ ................................................................................................ ................................................................................................ ................................................................................................ ……………………………………………………………………………………… ...................................................................................................... .................................................................................................... ......................................................................................................
6 6 การเตรียมการเลี้ยงลูกไก่ การเตรียมรับลูกไก่ถ้าทำได้อย่างถูกต้องแล้วจะส่งผลให้ไก่มีสุขภาพ ดีในภายหลัง ในทางตรงกันข้าม ถ้าเตรียมความพร้อมไม่ดีแล้วจะส่งผลเสีย ต่อสุขภาพไก่ในภายหลังด้วยเช่นกัน ในการเตรียมรับลูกไก่อย่างถูกวิธี มีข้อควรปฏิบัติดังต่อไปนี้ 1. ตรวจสอบอุปกรณ์ทั้งหมดว่าอยู่ในสภาพที่พร้อมทำงานได้ ตามปกติและอยู่ในสภาพดีเช่น เครื่องกก วงกก อุปกรณ์ให้น้ำและอาหาร เป็นต้น 2. ตรวจสอบอุณหภูมิกกให้อยู่ที่อุณภูมิประมาณ 95 องศาฟาเรนไฮต์ (35 องศาเซลเซียส) 3. เตรียมที่ให้น้ำก่อนลูกไก่มาถึงฟาร์ม โดยอาจผสมวิตามินชนิด ละลายน้ำ เพื่อช่วยลดความเครียด 4. เมื่อลูกไก่มาถึงฟาร์ม ให้นำกล่องลูกไก่เข้าไปในโรงเรือน ตรวจ นับจำนวนลูกไก่ให้ถูกต้อง จดบันทึก รายละเอียด เช่น วันที่รับลูกไก่ จำนวน ไก่ที่แน่นอน จำนวนไก่ตายระหว่างขนส่ง เป็นต้น 5. หัดให้ลูกไก่กินน้ำเมื่อเข้าวงกกแล้ว ทำโดยใช้นิ้วเคาะที่กระปุก น้ำลูกไก่จะวิ่งเข้าหา และจับลูกไก่ให้ปากจุ่มน้ำ 4 - 5 ตัว ลูกไก่ทั้งหมดจะ เรียนรู้การกินน้ำได้อย่างรวดเร็ว
7 7 6) เมื่อลูกไก่กินน้ำไปแล้วประมาณครึ่งชั่วโมง นำถาดอาหารเข้าไป วางในวงกก โดยวางสลับกับกระปุกน้ำในการวางถาดอาหารจะต้องระวัง ไม่ให้ไปทับตัวลูกไก่ จากนั้นจึงโรยอาหารในถาดให้ลูกไก่กิน 7) เก็บทำความสะอาด และนำกล่องใส่ลูกไก่ออกจากโรงเรือนและ เผาทิ้งให้หมด เพื่อเป็นการกำจัดเชื้อโรค ................................................................................................ ................................................................................................ ................................................................................................ ................................................................................................ ……………………………………………………………………………………… ...................................................................................................... .................................................................................................... ......................................................................................................
8 8 การจัดการดูแลระยะกกและระยะไก่เล็ก การกกเป็นการให้ความอบอุ่นแก่ลูกไก่ในระยะแรกเกิดจนถึงอายุ ประมาณ 3 สัปดาห์(ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศภายนอกโรงเรือน) เพื่อให้ลูกไก่ มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ผลเสียจากการจัดการกกที่ไม่ดีพอจะทำให้ไก่ อ่อนแอ โตช้า เจ็บป่วยง่าย และมีอัตราการตายสูง ดังนั้นจึงต้องใช้อุปกรณ์ สำหรับการกกลูกไก่เข้ามาช่วย โดยเครื่องกกมีทั้งแบบที่ใช้ไฟฟ้าและใช้แก๊ส ซึ่งสามารถกกลูกไก่ได้ครั้งละมาก ๆ ในการใช้เครื่องกกควรมีการตรวจ และ ทดลองเครื่องกกให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้ มีความร้อนเพียงพอในขณะกก ลูกไก่ ควรแขวนเครื่องกกให้อยู่กลางวงกก โดยวงกกจะต้องสามารถกันลม และกันไม่ให้ลูกไก่ออกไปข้างนอกได้ นอกจากนี้ในวงกกจะต้องมีอุปกรณ์ให้ น้ำและอาหารอย่างพอเพียงโดยวางถาดอาหารสลับกับกระปุกน้ำ เกษตรกรสามารถวัดอุณหภูมิในวงกกได้โดยใช้เทอร์โมมิเตอร์ (วัดที่ ระดับหลังไก่) โดยในช่วง 2 วันแรก อุณหภูมิที่เหมาะสมคือ 95 องศาฟาเรน ไฮต์ (35 องศาเซลเซียส) จากนั้นในช่วง 3 - 7 วันลดลงเหลือ 93 องศาฟา เรนไฮต์ (34 องศาเซลเซียส) ในสัปดาห์ที่ 2 อุณหภูมิที่เหมาะสมคือ 90 องศาฟาเรนไฮต์ (32 องศา เซลเซียส) และในสัปดาห์ที่ 3 อุณหภูมิที่ เหมาะสมคือ 85 องศาฟาเรนไฮต์ (29 องศาเซลเซียส) อย่างไรก็ตาม เกษตรกรสามารถทราบว่าอุณหภูมิในวงกกเหมาะสมหรือไม่ โดยสังเกตได้ จากพฤติกรรมการกระจายตัวของลูกไก่ในวงกก
9 9 ภาพที่ 3 การให้ความอบอุ่นหรือการกกเพื่อให้ความอบอุ่น ถ้าอุณหภูมิของการกกสูงเกินไป (ร้อนเกินไป) ลูกไก่จะหนีออกไป อยู่ข้าง ๆ วงกกเกษตรกรควรยกเครื่องกกให้สูงขึ้นกว่าเดิม และอาจดับไฟใน เครื่องกกบ้างบางส่วน ถ้าอุณหภูมิของการกกต่ำเกินไป (หนาวเกินไป) ลูกไก่จะนอนสุมอยู่ ใต้เครื่องกกส่งเสียงร้อง และมีอัตราการตายสูงจากการนอนทับกัน เกษตรกร ควรเพิ่มอุณหภูมิในวงกก โดยลดเครื่องกกให้ต่ำลงและเลื่อนวงกกให้แคบเข้า มา
10 10 ถ้าอุณหภูมิพอดี ลูกไก่จะกระจายตัวอยู่ทั่วไปในวงกก และสามารถ กินอาหารและน้ำได้ตามปกติถ้าถูกลมโกรกลูกไก่จะไปนอนสุมกันอยู่มุมใด มุมหนึ่งของวงกก เกษตรกรต้องแก้ไขโดยการหาม่านมากั้นไม่ให้ลมโกรกเข้า มาในวงกก โดยปกติการกกลูกไก่ใช้เวลา 2 - 3 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ โดยในฤดูหนาวจะใช้เวลากกลูกไก่นานกว่าฤดูร้อน การหยุดกกลูกไก่จะต้อง ค่อย ๆ หยุดกก โดยผู้เลี้ยงควรสังเกตอุณหภูมิรอบ ๆ โรงเรือนและตัวลูกไก่ ถ้าหากอากาศร้อนมากและไก่ไม่สุมกันสามารถหยุดกกได้ โดยส่วนใหญ่มัก หยุดกกในช่วงกลางวันก่อน และหยุดกกในช่วงเวลากลางคืนในที่สุด ................................................................................................ ................................................................................................ ................................................................................................ ................................................................................................ ……………………………………………………………………………………… ...................................................................................................... .................................................................................................... ......................................................................................................
11 11 แสงสว่างและอุณหภูมิ โดยแสงที่ให้นั้นไม่ควรสว่างจ้าจนเกินไป เพราะจะเป็นการกระตุ้น ให้ไก่ทำกิจกรรมตลอดเวลาจนไม่ได้พักผ่อน การให้แสงสว่างเพียงสลัว ๆ เพื่อให้ไก่สามารถกินอาหารได้เพียงพอสำหรับอัตราการเจริญเติบโต และ อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นน้ำหนักตัวที่ดี ภาพที่ 4 ลักษณะของโรงเรือนที่ลดแสงสว่างเพื่อส่งเสริมการพักผ่อนของไก่
12 12 การให้อาหาร สำหรับความต้องการสารอาหารแนะนำให้เกษตรกรใช้อาหารไก่ เนื้อสำเร็จรูปของบริษัททางการค้าที่มีขายอยู่ในท้องตลาดไปก่อน โดยแบ่ง อาหารออกเป็น 3 ระยะดังนี้ 1. อาหารไก่เนื้อระยะแรก ใช้เลี้ยงไก่อายุแรกเกิด ถึงอายุ 3 สัปดาห์ ให้ใช้อาหารที่มีระดับโปรตีนไม่น้อยกว่า 21% 2. อาหารไก่เนื้อระยะที่สอง ใช้เลี้ยงไก่อายุ 3 สัปดาห์ ถึงอายุ 6 สัปดาห์ ให้ใช้อาหารที่มีระดับโปรตีนไม่น้อยกว่า 19 % 3. อาหารไก่เนื้อระยะสุดท้าย ใช้เลี้ยงไก่อายุ 6 สัปดาห์ จนกระทั่ง จับไก่ขาย ให้ใช้อาหารที่มีระดับโปรตีนไม่น้อยกว่า 17 % อาหารนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการเลี้ยงไก่ ดังนั้นเพื่อให้การ จัดการให้อาหารและน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีข้อควรปฏิบัติดังนี้ • การให้อาหาร จะให้กินอย่างเต็มที่ นั่นคือมีอาหารให้ไก่กินได้ ตลอดเวลาตามที่ไก่ต้องการและต้องมีน้ำสะอาดให้กินตลอดเวลา ควรให้ อาหารตรงตามอายุเพื่อไก่จะได้รับสารอาหารต่าง ๆ ตรงกับความต้องการ และควรเลือกใช้อาหารที่มีความใหม่สดและน่ากิน • ต้องมีการปรับระดับถังอาหารให้สูงขึ้นทีละน้อยเมื่อไก่โตขึ้น โดย ให้ขอบบนของถังอาหารสูงระดับหลังไก่ การให้อาหารควรให้ครั้งละน้อย ๆ แต่ให้บ่อย ๆ ครั้ง เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ไก่กินอาหาร และป้องกันการ สูญเสียจากการหกหล่นของอาหาร อาหารควรอยู่ในระดับหนึ่งในสามของถัง
13 13 อาหาร และต้องแน่ใจว่าให้อาหารเพียงพอ โดยพื้นที่ให้อาหารต่อไก่หนึ่งตัว ประมาณ 5 เซนติเมตร ถ้าใช้ถังอาหารแบบถังแขวน (ถังเหลือง) ควรใช้ 1 ถังต่อไก่ 25 - 30 ตัว ภาพที่ 5 ลักษณะถังแขวนอาหาร
14 14 การให้น้ำ การทำความสะอาด ต้องทำการล้างกระปุกน้ำ/ภาชนะให้สะอาดทุก ครั้งก่อนที่จะเติมน้ำ และควรล้างกระติกน้ำและเปลี่ยนน้ำใหม่ทุกวัน น้ำที่ให้ จะต้องเป็นน้ำสะอาด ปราศจากเชื้อโรค เมื่อลูกไก่โตขึ้นจะต้องปรับความสูง ของกระปุกให้สูงขึ้นตามตัวไก่ โดยให้ขอบบนของกระปุกน้ำอยู่ระดับหลังไก่ เพื่อให้น้ำหกหล่นน้อยที่สุด โดยพื้นที่ให้น้ำต่อไก่หนึ่งตัวประมาณ 2 เซนติเมตร ถ้าเป็นกระปุกน้ำ (ขนาด 3 - 5 ลิตร) ควรใช้ 1 ใบต่อไก่ 25 - 30 ตัว ตารางที่ 1 ความต้องการโปรตีนและปริมาณการให้อาหาร อายุไก่ (สัปดาห์) ระดับโปรตีน ในอาหาร(%) ปริมาณการให้อาหาร (กรัม/ตัว/วัน) ปริมาณการให้อาหาร ต่อไก่ 100 ตัว (กก./วัน) อาหาร ไก่เนื้อ 1 21 10 1.0 ระยะแรก 2 21 15 1.5 3 21 20 2.0 4 21 25 2.5 5 19 35 3.5 ระยะ 2 6 19 45 4.5 7 19 55 5.5 8 17 65 6.5 ระยะ 3 9 17 75 7.5 10 17 80 8.0 หมายเหตุ : 1. ให้อาหาร 3 ระยะ วันละ 3-4 ครั้ง ให้อาหารตรงเวลา 2. สัดส่วนถังอาหาร: จำนวนไก่ เท่ากับ 1 : 25 (ถังอาหาร 1 ใบ ใช้กับไก่ 25 ตัว) 3. ช่วงอากาศร้อน (อุณหภูมิสูงกว่า 34 องศาเซลเซียส ควรงดให้อาหารในเวลากลางวัน และเพิ่มเวลาให้ อาหารในเวลากลางคืนแทน 4. เป็นอาหารที่สดใหม่ควรผลิตมาแล้วไม่เกิน 30 วัน และเก็บรักษาอย่างถูกวิธี
15 15 การให้วัคซีนป้องกันโรค การจัดโปรแกรมวัคซีนให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่การระบาดของ โรคแต่ละโรค เนื่องจากมีวัคซีนหลายชนิดและการให้ที่แตกต่างกัน เกษตรกร จะต้องรู้จักวิธีการให้และโปรแกรมการให้วัคซีนไก่ที่เหมาะสม ภาพที่ 6 การให้วัคซีนป้องกันโรค ตารางที่ 2 โปรแกรมการให้วัคซีน อายุไก่ (วัน) วัคซีนที่ให้ วิธีการให้ 1 วัคซีนป้องกันโรคมาเร็กซ์* ฉีดใต้ผิวหนัง 7 วัคซีนป้องกันโรคนิวคาสเซิล และโรคหลอดลม อักเสบติดต่อ หยอดตา 14 วัคซีนป้องกันโรคกัมโบโร หยอดตา 21 วัคซีนป้องกันโรคนิวคาสเซิล และโรคหลอดลม อักเสบติดต่อ หยอดตา 35 วัคซีนป้องกันโรคฝีดาษ แทงปีก *วัคซีนป้องกันโรคมาเร็กซ์ จะทำให้ที่โรงฟักไข่ (เกษตรกรไม่ต้องทำเอง)
16 16 การจัดเก็บข้อมูลภายในฟาร์ม การบันทึกข้อมูลและสถิติต่าง ๆ นับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ เพื่อที่จะได้นำเอาข้อมูลต่าง ๆ ไป วิเคราะห์และใช้ในการปรับปรุงการ จัดการต่าง ๆ ให้ดีอยู่เสมอ และยังสามารถนำเอาข้อมูลที่ได้เหล่านี้ไปเป็น แนวทางในการพัฒนาหรือปรับปรุงการเลี้ยงในรุ่นต่อ ๆ ไปได้ ได้แก่ 1. จำนวนไก่ที่เริ่มเลี้ยง เมื่อลูกไก่มาถึงฟาร์มของเกษตรกรแล้ว ต้อง มีการตรวจนับจำนวนไก่ว่าครบถ้วนหรือไม่ โดยปกติเมื่อซื้อไก่ 100 ตัว จะ ได้แถมมาอีก 2 ตัว รวมเป็น 102 ตัว ตรวจสอบดูว่ามีไก่ตาย ระหว่างขนส่ง กี่ตัว ทำการบันทึกจำนวนไก่ทั้งหมดลงในแบบฟอร์มบันทึกข้อมูล 2. น้ำหนักตัวไก่ ควรต้องมีการสุ่มชั่งน้ำหนักตัวไก่ประมาณ 10% ของฝูง ที่อายุ 4, 6 และ 8 สัปดาห์โดยการสุ่มนั้นจะต้องได้ไก่ที่เป็นตัวแทน ของไก่ในโรงเรือน ไม่ควรเลือกเฉพาะตัวใหญ่ เพราะจะทำให้ค่าน้ำหนักตัว เฉลี่ยที่ได้ไม่ใช่น้ำหนักเฉลี่ยที่ถูกต้องของฝูง โดยปกติไก่ตัวผู้จะมีน้ำหนักตัว สูงกว่าไก่ตัวเมีย ประมาณ 20% ที่อายุเท่ากัน วิธีการสุ่มชั่งน้ำหนักที่สะดวก คือ ถ้ามีไก่ 100 ตัว ให้สุ่มไก่ตัวผู้ 3 ตัว และตัวเมีย 7 ตัว ชั่งน้ำหนัก และ คำนวณหาน้ำหนักเฉลี่ยของฝูง เมื่อไก่ได้น้ำหนักส่งตลาด (อายุ 9 - 10 สัปดาห์) ให้ชั่งน้ำหนักไก่ทุกตัว บันทึกข้อมูลไว้ใช้สำหรับการคำนวณต่อไป 3. ปริมาณอาหารที่ให้ ควรต้องมีการบันทึกปริมาณอาหารที่ให้ ทุกครั้ง เพื่อนำมาใช้ในการคำนวณหา ค่าอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็น น้ำหนักตัว
17 17 4. จำนวนไก่ตายและคัดทิ้ง เมื่อมีไก่ตายหรือถูกคัดทิ้งต้องทำ การบันทึกเพื่อใช้ในการคำนวณหาอัตราการตาย และอัตราการเลี้ยงรอด ต่อไป 5. ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในการเลี้ยงไก่ ควรต้องมีการจดบันทึก ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นค่าแกลบ ค่าน้ำยาฆ่าเชื้อ ค่ายาและ วัคซีน ค่าพันธุ์ไก่ ค่าอาหารไก่และค่าแรงงาน เป็นต้น เพื่อใช้ในการคำนวณ ต้นทุนเทียบกับผลผลิตไก่ที่ได้จะทำให้เกษตรกรรู้ว่าการเลี้ยงไก่ในรุ่นนั้นได้ กำไรหรือขาดทุน ................................................................................................ ................................................................................................ ................................................................................................ ................................................................................................ ……………………………………………………………………………………… ...................................................................................................... .................................................................................................... ......................................................................................................
18 18 ระบบอัจฉริยะเพื่อการควบคุมการเลี้ยงไก่ ระบบอัจฉริยะสำหรับการเลี้ยงไก่ได้ถูกออกแบบเพื่อควบคุมปัจจัย การเลี้ยง การรับทราบข้อมูลแบบปัจจุบันของไก่ และสภาพแวดล้อมในพื้นที่ โรงเลี้ยง (Real time monitoring) การแจ้งเตือน และสั่งการด้วยระบบ อินเทอร์เนต (Internet of Things: IoT) โดยองค์ประกอบของระบบหลัก แสดงได้ดังภาพที่ 7 ภาพที่7 องค์ประกอบหลักของระบบ IOTสำหรับสถานีการเลี้ยงไก่
19 19 สำหรับระบบควบคุมสั่งการด้วยระบบ IoT ที่สามารถควบคุมปัจจัย การเลี้ยงประกอบด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิความชื้น และระบบสเปรย์น้ำเพื่อ เพิ่มความชื้นเมื่ออุณหภูมิสูง และระบบการเฝ้าระวังด้วยกล้องวงจรปิด แบบ CCTV ที่สามารถมองเห็นผ่าน Smart phone แบบ Real time และควบคุม สั่งการลดอุณภูมิเพิ่มความชื้นด้วยระบบสเปรย์น้ำผ่าน Smart phone ผ่าน การแสดงผลในในเว็บไซต์ที่ถูกออกแบบให้เกิดความทันสมัย และสามารถ สื่อสารให้เกษตรกรเข้าถึงได้ง่าย ดังตัวอย่างของสถานีเลี้ยงไก่ในพื้นที่ โครงการวิจัย โดยใช้ชื่อเว็บไซต์คือ www.เกษตรทันสมัยเมืองแพร่.com ดังแสดงภาพของระบบ IoT ในเว็บไซด์ดังกล่าวในภาพที่ 8 ภาพที่8เว็บไซต์ระบบอัจฉริยะสำหรับการเลี้ยงไก่จังหวัดแพร่
20 20 ภาพที่9 ระบบควบคุมปัจจัยการเลี้ยงไก่และควบคุมสั่งการด้วยระบบ IoT
21 21 ภาพที่9 ระบบควบคุมปัจจัยการเลี้ยงไก่และควบคุมสั่งการด้วยระบบ IoT(ต่อ) ................................................................................................ ................................................................................................ ................................................................................................ ................................................................................................ ……………………………………………………………………………………… ...................................................................................................... .................................................................................................... ......................................................................................................
22 22 บรรณานุกรม เกตวรรณ บุญเทพ. (2566). เอกสารประกอบการอบรมการเลี้ยงไก่ด้วย ระบบอัจฉริยะ. มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา. เกียรติศักดิ์ สร้อยสุวรรณ. (2544). การผลิตสัตว์ปีก. ภาควิชาเทคโนโลยี การผลิตสัตว์, คณะเทคโนโลยีการเกษตร. สถานบันเทคโนโลยีพระ จอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. กรุงเทพ. 290 หน้า. จิโรจ ศศิปรียจันทร์. (2544). Handbook on Poultry Diseases ฉบับ ภาษาไทย. บริษัทธนาเพรสแอนกราฟฟิค จำกัด.กรุงเทพ. 166น. ปฐม เลาหะเกษตร. (2540). การเลี้ยงสัตว์ปีก. ภาควิชาเทคโนโลยีการผลิต สัตว์, คณะเทคโนโลยีการเกษตร. สถานบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง. กรุงเทพ. 238 หน้า. อนุชา แสงโสภณ. (2539). การฟักไข่และการจัดการโรงฟัก. ภาควิชา เทคโนโลยีการผลิตสัตว์, คณะเทคโนโลยีการเกษตร. สถานบัน เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง. กรุงเทพ. 126 หน้า. อาวุธ ตันโช. (2538). การผลิตสัตว์ปีก. ภาควิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์, คณะเทคโนโลยีการเกษตร. สถานบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณ ทหารลาดกระบัง. กรุงเทพ. 256 หน้า.
23 23 แหล่งอุดหนุนทุน มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาได้รับทุนอุดหนุนวิจัยและนวัตกรรมจาก สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) แผนงานวิจัย เรื่อง การพัฒนา ต้นแบบนวัตกรรมการจัดการเกษตรผสมผสานตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อรองรับการจัดหลักสูตรการเรียนรู้คู่กับการทำงาน ปีงบประมาณ 2565 คณะผู้จัดทำคู่มือ อาจารย์เกตวรรณ บุญเทพ รองศาสตราจารย์ดร.ช่วงโชติพันธุเวช รองศาสตราจารย์ ดร.ชัยศรี ธาราสวัสดิ์พิพัฒน์
ได้รัด้บรัทุนทุอุดหนุนนุวิจัวิยจัและนวัตวักรรมจากสำ นักนังานคณะกรรมการวิจัวิยจัแห่งห่ชาติ This project is funded by National Research Council of Thailand (NRCT