ราชวงศจ์ ักรี
ราชวงศ์จักรี เป็นราชวงศ์ที่ปกครองราชอาณาจักรสยามต่อจากสมเด็จพระเจ้า
ตากสินมหาราชจนถึงปัจจบุ ันโดยพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจฬุ าโลกมหาราช
(พระนามเดมิ ทองด้วง ทรงสบื เช้อื สายมาจากตระกลู ขุนนางในสมยั กรุงศรอี ยธุ ยา)
ทรงสถาปนาราชวงศ์โดยการปราบดาภิเษกเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๕ ยุคของราชวงศ์น้ี เรียกว่า
"ยคุ รตั นโกสินทร์"
รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช
พระบาทสมเด็จพระบรมราชาธิราชรามาธิบดี ศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิ
ราชาธิบดินทร์ ธรณินทราธิราช รัตนากาศภาสกรวงศ์ องค์ปรมาธิเบศร ตรีภูว
เนตรวรนารถนายก ดิลกรัตนราชชาติอาชาวศรัยสมุทัยดโรมนต์ สกลจักรวาฬาธิ
เบนทร์ สุริเยนทราธิบดินทร์ หริหรินทรปรมาธิเบศร โลกเชฎวิสุทธิ์ รัตนมงกุฎ
ประกาศ คตามหาพทุ ธางกูรบรมบพิตร พระพทุ ธเจ้าอยู่หัว
รัชกาลท่ี 1 ใช้อักษรย่อว่า “จปร” ย่อมาจาก “มหาจักรีบรมนาถ ปรม
ราชาธิราช” ครองราชย์ 27 ปี (พระชนมายุ 73 พรรษา)
รัชกาลท่ี 1 : พระราชสมภพ 20 มีนาคม พ.ศ.2279 – สวรรคต 7 กันยายน
พ.ศ. 2352
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1
ทางด้านศาสนา โปรดใหส้ งั คายนาพระไตรปิฎก พ.ศ. 2331 และจารฉบับทอง
ประดิษฐานไว้ในหอพระมณเฑียรธรรม วัดพระศรีรัตนศาสดาราม นอกจากน้ียังทรง
สร้างและบูรณะปฏิสังขรณ์พระอารามและพระพุทธรูปต่างๆ เป็นอันมาก
ทางด้านวรรณคดีและศิลปกรรม ทรงฟ้ืนฟูวรรณคดีไทยซ่ึงเสื่อมโทรมตั้งแต่
กรงุ ศรอี ยุธยาแตกให้ กลับคืนดีอีกวาระหนื่ง ทรงส่งเสริมและอุปถัมภ์กวีในราชสานัก
บทพระราชนิพนธ์ที่สาคัญ เช่น บทละคร เรื่องรามเกียรติ์ เป็นต้น งานทางด้าน
ศิลปกรรมน้ันเป็นผลเน่ืองมาจากการท่ีทรงบูรณะปฏิสังขรณ์และสร้าง พระอาราม
เป็นจานวนมาก เป็นการเปิดโอกาสให้ช่างฝีมือด้านต่างๆ มีงานทาและได้ผลิตงาน
ฝมี อื ชิ้นเอกไว้
รชั กาลท่ี 2 พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา้ นภาลัย
พระบาทสมเด็จพระบรมราชาธิราชรามาธิบดี ศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิ
ราชาธิบดินทร์ ธรณินทราธิราช รัตนากาศภาสกรวงศ์ องค์ปรมาธิเบศ ตรีภูว
เนตรวรนายก ดิลกรัตนราชชาติอาชาวศรัย สมุทัยดโรมนต์ สากลจักรวาฬาธิ
เบนทร สรุ เิ ยนทราธิบดนิ ทร์ หริหรินทราธาดาธิบดี ศรีวิบูลยคุณอกนิษฐ ฤทธิรา
เมศวรมหันตอกนษิ ฐ ฤทธิราเมศวรมหันต บรมธรรมิกราชาธิราชเดโชชัย พรหม
เทพาดิเทพนฤบดินทร์ ภูมิทรปรมาธิเบศโลกเชษฐวิสุทธิ รัตนมกุฎประกาศ คตา
มหาพทุ ธางกูรบรมบพติ ร พระพทุ ธเจ้าอย่หู วั
รัชกาลท่ี 2 ใช้อักษรย่อว่า “อปร” ย่อมาจาก “มหาอิศรสุนทร ปรม
ราชาธิราช” ครองราชย์ 15 ปี (พระชนมายุ 57 พรรษา)
พระบาทสมเดจ็ พระพุทธเลิศหลา้ นภาลยั รชั กาลที่ 2
ในด้านการ ทานุบารุงศิลปวัฒนธรรมของชาติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า
นภาลัย ทรงมีพระอัจฉริยภาพในงานศิลปะหลายสาขา ท้ังทางด้านประติมากรรม
ด้านการดนตรี แต่ที่โดด เด่นที่สุดเห็นจะเป็นในด้านวรรณคดี จนอาจเรียกได้ว่ายุคนี้
เป็นยุคทองของวรรณคดีไทยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ละครรารุ่งเรืองถึงขีดสุด ด้วย
พระองค์ทรงเป็นกวีเอก และทรงพระราชนิพนธ์วรรณคดีไว้หลายเล่มด้วยกัน
เชน่ รามเกยี รติต์ อนลักสีดา วานรถวายพล พิเภกสวามิภักดิ์ สีดาลุยไฟ นอกจากนี้ยัง
มีพระราชนิพนธเ์ รื่องอเิ หนาท่ีได้รับการยกยอ่ งจากวรรณคดีสโมสรในสมัยรัชกาลท่ี ๖
ว่าเป็นยอดกลอนบทละครรา
สว่ นบทละครนอก พระ บาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหล้านภาลัยทรงพระราชนิพนธ์
ข้ึนมา ๕ เรอื่ งด้วยกัน ได้แก่ ไชยเชษฐ์ สงั ขท์ อง มณีพิชัย ไกรทอง แลคาวี พระองค์
ยังได้ทรงพระราชนิพนธ์บทเห่เรือ เรื่องกาพย์เห่ชมเครื่องคาว หวานซ่ึงมีความ
ไพเราะและแปลกใหม่ไม่ซ้าแบบกวีท่านใด เน้ือเรื่องแบ่งออกเป็น ๕ ตอน คือ เห่ชม
เคร่ืองคาว เห่ชมผลไม้ เหช่ มเครือ่ งคาวหวาน เห่ครวญเข้ากับนักขัตฤกษ์ และบทเจ้า
เซ็น ซึ่งบทเห่นี้เข้าใจกันว่าเป็นการชมฝีพระหัตถ์ในด้านการทาอาหารของสมเด็จพระ
ศรีสุริเยนทราบรมราชินีนั่นเอง นอกจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยท่ี
ทรงเป็นยอดกวีเอกแล้วในยุคสมัยน้ียังมียอดกวีที่มี ช่ือเสียงอีกลายคน เช่น สมเด็จ
พระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานชุ ติ ชิโนรส,สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา
เดชาดิศร, นายนรทิ ร์ธเิ บศ, และสุนทรภู่ เป็นต้น
ด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงทานุ
บารงุ ตลอดจนทรงเป็นกษตั รยิ ์ศลิ ปนิ โดยแท้จริง
รชั กาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนง่ั เกลา้ เจ้าอยหู่ ัว
พระบาทสมเด็จพระปรมาธิวรเสรฐ มหาเจษฎาบดินทร์ สยามินทรวิโรดม
บรมธรรมกิ มหาราชาธิราช บรมนารถบพิตร พระนัง่ เกล้าเจ้าอยูห่ วั
รัชกาลท่ี 3 ใช้อักษรย่อว่า “จปร” ย่อมาจาก “มหาเจษฎาบดินทร ปรม
ราชาธริ าช” ครองราชย์ 27 ปี (พระชนมายุ 64 พรรษา)
พระบาทสมเด็จพระน่ังเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว รัชกาลที่ 3
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จข้ึนเสวยสิริราชสมบัติใน
พ.ศ. 2367 ทรงทานุบารุง ประเทศให้เจริญรุ่งเรืองทุกด้าน เช่น ด้านเศรษฐกิจ
โปรดให้ปรับปรุงการค้าขายกับต่างประเทศ และ ระเบียบวิธีการเก็บภาษีอากรต่างๆ
ดา้ นความมน่ั คง โปรดให้สรา้ งปอ้ มปราการตามหวั เมอื งสาคัญและ ตามชายฝั่งทะเล
ตลอดจนต่อเรือรบเรือกาปน่ั ไว้ใชใ้ นราชการเป็นจานวนมาก โปรดให้มีการปราบปราม
ผู้ก่อความไม่สงบต่อแผ่นดินอย่างเด็ดขาด เป็นต้นว่า การปราบปรามเวียงจันทน์
ญวน และหัวเมืองปักษ์ ใต้ ทั้งยังทรงยกฐานะหมู่บ้านต่างๆ ข้ึนเป็นเมืองเพ่ือขยาย
ความเจริญในการปกครอง ด้านศาสนา ทรงบาเพ็ญพระราชกุศลเป็นนิจ ทรง
บูรณปฏิสังขรณ์พระอารามเป็นจานวนมาก โปรดให้มีการสอนพระ ปริยัติธรรมแก่
พระภิกษุ และโปรดให้จารึกสรรพตาราต่างๆ 8 หมวดบนแผ่นศิลา ประดับไว้ ณ
ศาลาราย ในวัดพระเชตุพนฯ เพ่ือเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชน เสมือนเป็น
มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศ ด้าน วรรณกรรมนั้นทรงเป็นกวีด้วยพระองค์เอง
และทรงส่งเสริมผู้มีความรู้ด้านน้ี ส่วนงาน ด้านศิลปกรรม นับ เป็นผลสืบ
เนื่องมาจากการสร้าง บูรณะปฏิสังขรณ์พระอาราม มีผู้กล่าวว่า ลักษณะศิลปกรรม
ในรัชกาลที่ 3 เป็นแบบที่งดงามย่ิง เพราะหลังจากน้ีศิลปกรรมไทยรับอิทธิพลศิลป
ตะวนั ตกมากเกนิ ไป
รชั กาลท่ี 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎสุทธิ สมมุติเทพยพงศวงศาดิศรกษัตริย์
วรขัตตยิ ราชนกิ โรดม จาตุรันตบรมมหาจกั รพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาติสังสุทธิเคราะหณี
จักรีบรมนาถ อดิศวราชรามวรังกูร สุจริตมูลสุสาธิตอุกฤษฐวิบูลย บุรพาดูลยกฤษฎาภินิ
หารสุภาธิการรังสฤษดิ ธัญญลักษณ วิจิตรโสภาคสรรพางค์ มหาชโนตมางคประณตบาท
บงกชยุคคล ประสิทธิสรรพสุภผลอุดม บรมสุขุมาลยมหาบุรุษยรัตน ศึกษาพิพัฒนสรรพ
โกศล สุวิสุทธิวิมลศุภศีลสมาจารย์ เพ็ชรญาณประภาไพโรจน์ อเนกโกฎิสาธุ คุณวิบุลย
สันดาน ทิพยเทพวตารไพศาลเกียรติคุณอดุลยพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์เอกอัครมหา
บุรุษสุตพุทธมหากระวี ตรีปิฎกาทิโกศล วิมลปรีชามหาอุดมบัณฑิต สุนทรวิจิตรปฏิภาณ
บริบูรณ์คุณสาร สัสยามาทิโลกยดิลกสาร สัสยามาทิโลกยดิลก มหาปริวารนายกอนันต์
มหันตวรฤทธิเดชอนันต์ มหันตวรฤทธิเดช สรรพพิเศษ สิรินธรมหาชนนิกรสโมสรสมมติ
ประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตร สิริรัตโนปลักษณมหาบรมราชา
ภิเศกาภิษิต สรรพทศทิศวิชิตวิไชย สกลมไหศวรินมหาสยามินทร มเหศวรมหินทร มหา
ราชาวโรดมบรมนารถชาติอาชาวศรัย พุทธาทิไตรรัตนสรณารักษ์ อุกฤษฐศักดิอัครนเรศ
ราธบิ ดี เมตตากรุณาสตี ลหฤทัย อโนปมยั บุญการสกลไพศาลมหารัษฎาธิเบนทร ปรเมนทร
ธรรมมิกมหาราชาธริ าช บรมนารถบรมบพิตร พระจอมเกล้าเจา้ อยหู่ วั
รชั กาลท่ี 4 ใช้อักษรย่อวา่ “มปร” ยอ่ มาจาก “มหามงกฎุ ปรมราชาธิราช” ครองราชย์
17 ปี(พระชนมายุ 63 พรรษา)
พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจา้ อยู่หัว รชั กาลที่ 4
หลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วก็ทรงทานุบารุงประเทศชาติ ให้เจริญรุ่งเรือง
ในทุกๆ ด้าน ทรง เป็นพระมหากษัตริย์ผู้เริ่มศักราชการ ติดต่อกับนานา
อารยประเทศ ทง้ั ปวงอยา่ งจรงิ จัง ดังจะเห็นได้จากการ ท่ีประเทศต่างๆ ส่งคณะทูต
เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรี และติดต่อค้าขาย และพระองค์ได้ทรงแต่งคณะทูต
ออกไปเจริญสัมพนั ธไมตรตี อบแทนหลายครงั้ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา
โปรตุเกส เดน มาร์ค ฯลฯ ทรงสนับสนุนให้มี การศึกษาศิลปวิทยาการใหม่ๆ เช่น
วชิ าการต่อเรือใบ เรือกลไฟ เรือรบ การฝึกทหารอย่างยุโรป การยกเลิกธรรมเนียม
ที่ล้าสมัยบางประการ เช่น ประเพณีการเขา้ เฝา้ ให้ใส่เสอื้ เข้าเฝ้า การให้ประชาชนเฝ้า
แหนรับเสด็จตลอดระยะรายทางเสด็จได้ ฯลฯ พระปรีชาสามารถส่วนพระ องค์ท่ี
สาคัญอีกประการหน่ึงคือ วิชาการด้านโหราศาสตร์ และดาราศาสตร์ ทรงสามารถ
คานวณระยะเวลา การเกิดสุริยุปราคาได้อย่างแม่นยา ดังได้เสด็จพระราชดาเนิน
พร้อมพระราชอาคันตุกะท้ังปวง ไปชม สุริยุปราคาท่ีหว้ากอ ประจวบคีรีขันธ์
เมอ่ื พ.ศ. 2411
รชั กาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ ัว
พระบามสมเด็จพระปรมิทรมหาจุฬสลงกรณ์ บดินทรเทพยมหามงกุฎ
บุรุษรัตนราชรวิวงศ์ วรุฒมพงษ์บรพัตร วรขัติยราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหา
จักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาตสังสุทธเคราะหณีจักรีบรมนาถ อดิศวรราชรามว
รังกูร สุภาธิการรังสฤษฏ์ ธัญลักษณวิจิตโสภาคยสรรพางค์ มหาชโนตมางค
ประณตบาทบงกชยคุ ล ประสทิ ธิสรรพศุภ ผลอุดมบรมสุขุมมาลย์ ทิพยเทพาวตาร
ไพศาลเกียรติคุณอดุลยวิเศษ สรพรรพเทเวศรานุรักษ์ วิสิษฐศักด์ิสมญาพินิต
ประชานาถเปรมกระมลขัติยราชประยูร มูลมุขราชดิลก มหาปริวารนายกอนันต์ม
หันตวรฤทธิเดช สรรวิเศษสิรินทร อเนกชนนิกรสโมสรสมมติ ประสิทธิ์วรยศ
มโหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตราดิฉัตร สิริรัตโนปลักษณมหาบรม
ราชาภเิ ษกกาภิสิต สรรพทศทิศวิชิตไชย สกลมไหสวริยมหาสวามินทร์ มเหศวรมหิ
นทรามหารามาธิราชวโรดม บรมนาถชาติ อาชาวศรัย พุทธาธิไตยรัตนสรณารักษ์
อดุลยศกั ดิ์อรรคนเรศราธิบดี เมตตากรุณาสีตลหฤทัย อโนปมัยบุญการสกลไพศาล
มหารัษฎาธิบดนิ ทร์ ปรมนิ ทรธรรมิกหาราชาธิราช บรมนาถบพิตรพระจุลจอมเกล้า
เจา้ อยหู่ วั
รัชกาลท่ี 5 ใช้อกั ษรยอ่ ว่า “จปร” ยอ่ มาจาก “มหาจฬุ าลงกรณ ปรมราชาธริ าช”
ครองราชย์ 42 ปี (พระชนมายุ 57 พรรษา)
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่หวั รชั กาลที่ 5
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับยกย่องว่าเป็นนักปฏิรูป
เปล่ียนแปลงประเทศ จากแบบเก่ามาสู่แบบใหม่ ทรงเป็นผู้นาในการปรับปรุง
ขนบธรรมเนียมประเพณี ระบบสังคม และ ระบอบการปกครองของไทยให้ทันสมัย
ทดั เทยี มอารยประเทศ เชน่ ทรงยกเลกิ ประเพณีการเฝ้าแหนแบบโบราณ มาเป็นการ
ยืนถวายบังคมแบบตะวันตก ทรงยกเลิกการไต่สวนพิจารณาคดีแบบจารีต นครบาล
มาเป็นการไต่สวนพิจารณาคดีในศาลแบบปัจจุบัน ทรงยกเลิกระบบทาสได้อย่าง
ละมุนละม่อม ทรงจัดการศึกษาแผนใหม่ ทรงตั้งโรงเรียนหลวงขึ้นทั้งใน
พระบรมมหาราชวังและตามวัดต่างๆ โปรดให้ ปรับปรุงการสาธารณูปโภคและ
สาธารณูปการ เช่น การประปา การรถไฟ และการไปรษณีย์-โทรเลข ทางด้าน
ศาสนา ทรงสร้างและบูรณะปฏิสังขรณ์วัดวาอารามต่างๆ ทรงปรับปรุงระบอบการ
ปกครองโดย เสด็จประพาสประเทศเพ่ือนบ้าน มีชวา สิงคโปร์ และอินเดีย เพ่ือทรง
ศึกษาการปกครองแบบตะวันตกที่ นามาประยุกต์ใช้ในประเทศตะวันออก แล้วทรง
ปรับปรุงการปกครองของไทยให้ทันสมัย โดยทรงแบ่ง ส่วนราชการการบริหาร
ราชการส่วนกลางเป็น 12 กระทรวง และแบ่งส่วนราชการบริหารส่วนท้องถ่ิน เป็น
มณฑล พระราชกรณียกิจที่สาคัญย่ิงก็คือ ทรงดาเนินวิเทโศบายอย่างสุขุม คัมภีร
ภาพ ทรงผอ่ นปรน ยอมสญู เสียดนิ แดนบางสว่ นให้แก่ประเทศมหาอานาจที่แสวงหา
อาณานิคมอยู่ในขณะนั้น เพ่ือรักษาเอกราชของประเทศไว้ ทรงเป็นที่รักของ
ประชาชนทุกช้ัน จนทรงได้รับพระสมัญญานามว่า ?สมเด็จพระปิย มหาราช?
ทรงเลิกทาส
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชหฤทัยอันเต็มเป่ียมไป
ด้วยพระมหากรุณาธิ คุณแก่พสกนิกรอย่างหาท่ีสุดมิได้ ทรงเห็นการณ์ไกล และ
ตระหนักในความเจริญรุ่งเรืองและสันติสุข ของบ้านเมือง การเปล่ียนแปลงต่างๆ จะ
เป็นผลสาเร็จได้ต้องทาให้คนไทยได้เป็นไท ไม่มีทาสอีกต่อไป พระองค์จึงได้ทรง
ดาเนินการเลิกทาสโดยมิให้กระทบกระเทือนถึงเจ้าของทาสและทาส ด้วยพระราช
หฤทัยแน่วแน่และทรงพระราชอุตสาหะอย่างยิ่งเป็นเวลาถึง ๓๐ ปี ก็ทรงเลิกทาส
สาเร็จลงตามพระราช ปณธิ านท่ไี ดท้ รงตง้ั ไว้
การเสดจ็ ประพาสต้น
เหตุการณ์ท่ีแสดงให้เห็นว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใฝ่
พระทัยในทุกข์สุข ของอาณาประชาราษฎร์คือ การเสด็จประพาสต้น เป็นการเสด็จไป
เพอื่ สาราญพระราชอริ ยิ าบถอยา่ งงา่ ยๆ โดยไมใ่ ห้มที อ้ งตราสั่งหัวเมืองจัดทาที่ประทับ
แรม เม่ือพอพระราชหฤทัยจะประทับที่ใดก็ประทับที่นั้น บางครั้งก็ทรงเรือเล็กหรือ
เสด็จโดยสารรถไฟไป โดยมิให้ใครรู้จักพระองค์ ทาให้ได้ประทับปะปนในหมู่ ราษฎร
ทรงทราบทุกข์สุขของราษฎรจากปากราษฎรโดยตรง ทาให้ได้ทรงแก้ไขปัดเป่าความ
ทกุ ข์ยากให้ ราษฎรของพระองคไ์ ด้ผลโดยตรง
รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาวชิรวุธ เอกอรรคมหาบุรุษบรมนราธิราช พินิต
ประชานาถมหาสมมตวงศ์ อดิศัยพงศ์วิมลรัตน์วรขัตติราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหา
จักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาตสังสุทธเคราะหณีจักรีบรมนาถ จุฬาลงกรณราชวราง
กรู บรมมกฏุ นเรนทร์สรู สนั ตติวงศ์วิสิฐ สุสาธิตบุรพาธิการ อดุลยกฤษฎาภินิหาร อดิเรก
บุญฤทธิ ธัญลักษณวิจิตรโสภาคยสรรพวงค์ มหาชโนตมางตประณตบาทบงกชยุคล
ประสิทธิสรรพศุภผลอดุ ม บรมสุขุมาลย์ทิพยเทพาวตาร ไพศาลเกียรติคุณ อดุลยวิเศษ
สรรพเทเวศรานุรักษ์ บริมศักดิสมญาเทพวาราวดี ศรีมหาบุรุษสุดสมบัติ เสนางคนิกร
รัตนอัศวโกศลประพนธปรีชา มัทวสมาจาร บริบูรณคุณสารสยามาทินค รวรุตเมกราช
ดิลก มหาปริวารนายอนันต์มหันตวรฤทธิเดช สรรพวิเศษศิรินธรบรมชนกาดิศรสมมต
ประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตราดิฉัตร สิริรัตโนปลักษณมหา
บรมราชาภิเษฏาภิสิต สรรพทศทิศวิชิตไชย สกลมไหศวริยมหาสวามินทร์ มเหศวรมหิ
นทรมหารามาธริ าชวโรดม บรมนาถชาตอิ าชาวศรัยพุทธาธิไตรรตั นสรณารกั ษ์อดุลยศกั ดิ์
อรรคนเรศราธิบดี เมตตากรุณา สีตลหฤทัย อโนมัยบุญการสกลไพศาล มหารัษฎาธิ
บดนิ ทร์ ปรเมนทรธรรมกิ มหาราชาธิราช บรมนาถบพติ ร พระมงกฎุ เกลา้ เจ้าอยู่หวั
รัชกาลท่ี 6 ใชอ้ ักษรย่อว่า “วปร” ย่อมาจาก “มหาวชริ าวธุ ปรมราชาธริ าช”
ครองราชย์ 15 ปี (พระชนมายุ 45 พรรษา)
พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ ัว รชั กาลท่ี 6
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงดาเนินนโยบายการปกครอง
สืบต่อจาก สมเด็จพระบรมชนกนาถ ในรัชสมัยของพระองค์ การศึกษาของชาติ
เจริญก้าวหน้ามาก ทรงสถาปนาจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย การพระศาสนาเจริญ
สูงข้ึน ทรงทานุบารุงปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม และขยายการศึกษาของสงฆ์ให้
กว้างขวาง การคมนาคม เช่น การรถไฟ สะดวกสบายข้ึนมาก ทรงดาเนินนโยบาย
ต่างประเทศได้ อย่างถูกต้อง เห็นการณ์ไกล โดยทรงนาประเทศเข้าสู่สงครามโลก
ครั้งท่ี 1 ส่งทหารเข้าช่วยฝ่ายสัมพันธ มิตรรบในสมรภูมิยุโรป ทาให้นานาชาติ
ร้จู ักประเทศไทยมากข้นึ และยงั ทาใหป้ ระเทศไดร้ ับผลประโยชน์ ด้านต่างๆ ในฐานะ
ประเทศชนะสงคราม พระราชกรณียกิจที่สาคัญย่ิงก็คือ ทรงบารุงกาลังรบและ
ปลุกใจ พลเมืองให้รักชาติ ทรงวางระเบียบแบบแผนการทหารแบบยุโรป ทรง
จดั ตัง้ กองทพั อากาศเพ่ิมข้ึนอกี กองทัพหนง่ึ ทรงจัดต้ังกองเสือป่าและกองลูกเสือ
เพอ่ื ปลุกใจพลเมืองให้รักชาติ นอกจากจะทรงเป็นนักการปกครองท่ีเล็งเห็นการณ์
ไกลแล้ว ยังทรงพระปรีชาสามารถอย่างยิ่งในเชิงอักษรศาสตร์ ดังจะเห็นได้ จาก
พระราชนพิ นธ์คาประพันธ์ทุกชนิดในทุกด้าน เช่น ปลุกใจเสือป่า พระพุทธเจ้าตรัส
รู้อะไร โคลงสยามานุสติ เป็นต้น รวมเป็นพระราชนิพนธ์เกินกว่า 200 เร่ือง สม
ดงั ท่มี หาชนชาวไทยถวายพระนามว่า ?พระมหาธรี ราชเจ้า?
เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงทราบว่าราษฎรเบ่ือ
หน่ายการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ก็โปรดให้สร้างบ้านเมืองจาลอง
ขน้ึ เรยี กวา่ ?ดุสิตธานี? เพ่ือเป็นโรงเรียนสอน เสนาบดีและอามาตย์ราชบริพารให้
รู้จักการปกครองแบบประชาธิปไตย ทรงโปรดให้กระทรวงมหาดไทย เตรียมร่าง
กฎหมายปกครองทอ้ งท่จี ังหวดั สมทุ รสาคร เพื่อเรม่ิ การปกครองส่วนท้องถ่ินแบบ
เทศบาลอย่าง แท้จริง แต่เสนาบดีบางท่านเห็นว่ากฎหมายนี้ให้สิทธิแก่ราษฎร
กว้างขวางเกินไป เร่อื งจงึ คา้ งพจิ ารณา จน กระท่งั เสด็จสวรรคต
รัชกาลท่ี 7 พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก มหันตเดชนดิลกรามาธิบดี เทพย
ปรียามหาราชรวิวงศ์ อสัมภินพงศพีระกษัตรบุรุษรัตนราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหา
จักรพรรดิราชสงั กาศ อภุ โตสชุ าตสงั สุทธเคราะหณี จกั รีบรมนาถจุฬาลงกรณราชวราง
กูร มหมกุฏวงศวีรสูรชิษฐ ราชธรรมทศพิธ อุต์กฤษฎานิบุณย์อดุลยฤษฎาภินิหาร
บูรพาธิการสุสาธิต ธันยลักษณ์วิจิตรเสาวภาคยสรรพางค์ มหาชโนตมางคมานท
สนธิมตสมันตสมาคม บรมราชสมภาร ทิพยเทพวตารไพศาลเกียรติคุณ อดุลยศักดิ
เดช สรรพเทเวศปริยานุรักษ์ มงคลลคนเนมาหวัยสุโขทัยธรรมราชา อภิเนาวศิลป
ศึกษาเดชาวธุ วชิ ยั ยทุ ธศาสตรโ์ กศล วิมลนรรยพินิต สุจริตสมาจาร ภัทรภิชญาณประ
ดิภานสุนทรประวรศาสโนปสุดมภก มูลมุขมาตยวรนายกมหาเสนานี สราชนาวีพยูห
โยธโพยมจร บรมเชษฏโสทรสมมต เอกราชยยศสธิคมบรมราชสมบัติ นพปฏลเศวต
ฉัตราดิฉัตร ศรีรัตโนปลักษณมหาบรมราชาภิเษกาภิศิกต์ สรรพทศทิศวิชิตเดโชไชย
สกลมไหศวรยมหาสยามินทรมเหศวรมหินทรมหารามาธิราชวโรดม บรมนาถชาตอา
ชาวศรยั พุทธาธไิ ตรรัตนวศิ ิษฎศักด์ิอัครนเรศวราธิบดี เมตตากรุณาศีตลหฤทัย อโนป
ไมยบุณยการ สกลไพศาลมหารษั ฏราธิบดินทร์ ประมินทรธรรมิกมหาราชาธิราช บรม
นาถบพติ ร พระปกเกลา้ เจ้าอยหู่ วั หรือพระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
รชั กาลท่ี 7 ใชอ้ ักษรยอ่ วา่ “ปปร” ยอ่ มาจาก “มหาประชาธิปก ปรมราชาธริ าช”
ครองราชย์ 9 ปี (พระชนมายุ 47 พรรษา)
พระบาทสมเดจ็ พระปกเกลา้ เจ้าอยู่หัว รชั กาลท่ี 7
เมื่อเยาว์วัยทรงศึกษาวิชาภาษาไทย และราชประเพณีโบราณ ครั้น
เจริญวัยทรงศึกษาวิชาการทหารม้าปืนใหญ่ แห่งกองทัพอังกฤษ สาเร็จ
การศึกษาเข้ารับราชการในกองทัพบกไทย ต่อมาได้ไปศึกษาวิชา ฝ่ายเสนาธิ
การ ประเทศฝร่ังเศส ทรงอุปสมบทเม่ือ พ.ศ. 2460 ณ วัดพระศรีรัตน
ศาสดาราม และอภเิ ษกสมรสกับหมอ่ มเจ้าหญิงราไพพรรณี เมื่อ พ.ศ. 2461
ทรงดารงตาแหน่งในกองทัพบก ในรัชกาลพระ บาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจ้าอยู่หัว คือ ผู้บัญชาการกองพลทหารบกที่ 2 และผู้บังคับการพิเศษทหาร
ปืน ใหญท่ ี่ 2 ระยะนี้ พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ทรงตระหนักถึง
ความจาเป็นท่ีจะต้องเตรียมผู้ สืบราชสมบัติต่อ ซึ่งตกแก่พระบาทสมเด็จ
พระปกเกล้าเจา้ อยู่หัว ดงั น้นั ในปี พ.ศ. 2467 ทรงได้ศึกษาวิชา การปกครอง
บ้านเมืองและราชการแผ่นดิน ทรงศึกษาขนบธรรมเนียมและหน้าท่ีราชการ
ของพระเจ้าแผ่น ดินจากหนังสือราชการท่ีสาคัญในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกลา้ เจา้ อยู่หัว ทาใหไ้ ด้ตระหนักว่า ประชาธปิ ไตยในประเทศไทย เกิดข้ึน
อย่างแจ่มชัดมาแล้วตั้งแต่รัชกาลท่ี 5 เพียงแต่ยังมิได้เป็นทางการ เท่าน้ัน
คร้ันพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต พ.ศ. 2468
พระองคก์ ็ไดเ้ สด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติสืบต่อ ในวันท่ี 26 พฤศจิกายน พ.ศ.
2468 ทรงมีพระราชกรณียกิจสรุปได้ดังน้ี เศรษฐกิจ สืบเนื่องจากผลของ
สงครามโลกครัง้ ที่ 1 ประเทศทั่วโลกประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจ ตกต่า ซ่ึงมี
ผลกระทบกระเทือนมาสู่ประเทศไทย พระองค์ได้ทรงพยายามแก้ไข
การงบประมาณของประเทศให้งบดุลย์อย่างดีท่ีสุด โดยทรงเสียสละตัดทอน
รายจา่ ยสว่ นพระองค์ โดยมิไดข้ ึน้ ภาษีใหร้ าษฎร เดอื ดร้อน
การศึกษา ทรงส่งเสริมการศึกษาของชาติท้ังส่วนรวมและส่วนพระองค์ โปรด
ใหส้ รา้ งหอพระสมุดสาหรับพระนคร เพ่ือเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าศึกษาได้อย่างเสรี
ทรงต้ังราชบัณฑิตยสภา เพ่ือมีหน้าที่บริหารและเผยแพร่วิชาการด้านวรรณคดี
โบราณคดี และศิลปกรรม ในด้านวรรณกรรม โปรด ตราพระราชบัญญัติคุ้มครอง
วรรณกรรมและศิลปกรรมใน พ.ศ. 2475 พระราชทานเงินส่วนพระองค์ เป็นรางวัล
แก่ผู้แต่งหนังสือยอดเยี่ยม และให้ทุนนักเรียนไปศึกษาวิชาวิทยาศาสตร์จาก
ต่างประเทศ การศาสนา ทรงปลูกฝังเยาวชนให้มีคุณธรรมดีงาม โดยยึดหลักคาสอน
ของพระพุทธศาสนา โปรดให้ราชบัณฑิตยสร้างหนังสือสอนพระพุทธศาสนาสาหรับ
เด็ก ซ่ึงนับว่าพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกท่ีทรงสร้างหนังสือ
สาหรับเด็ก สว่ นการศึกษาในเน้ือแทข้ องพระพทุ ธศาสนาน้ัน ทรงโปรดให้สร้างหนังสือ
พระไตรปิฎกฉบับสมบูรณ์ เรียกว่าฉบับสยามรัฐ ชุดหนึ่ง จานวน 42 เล่ม ซึ่งใช้สืบ
มาจนทุกวันน้ี
การสุขาภิบาลและสาธารณูปโภค โปรดให้ปรับปรุงงานสุขาภิบาลท่ัว
ราชอาณาจักรให้ทัดเทียมอารยประเทศ ขยายการส่ือสารและการคมนาคม โปรดให้
สร้างสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งแรกใน ประเทศไทย ในส่วนกิจการรถไฟ ขยาย
เสน้ ทางรถทางทศิ ตะวันออกจากทางจังหวดั ปราจีนบุรี จน กระทัง่ ถึงต่อเขตแดนเขมร
ในปี พ.ศ. 2475 เป็นระยะเวลาท่ีกรุงเทพฯ มีอายุครบ 150 ปี ทรงจัดงานเฉลิม
ฉลองโดยทานุบารุง บูรณปฏิสังขรณ์ส่ิงสาคัญอันเป็นหลักของกรุงเทพฯ หลาย
ประการ คือ บูรณะวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง สร้างสะพานปฐม
บรมราชานุสรณ์ เพื่อเชื่อมกรุงเทพฯและธนบุรี เป็นการขยายเขต เมืองให้กว้างขวาง
และสรา้ งพระบรมราชานุสาวรียพ์ ระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา้ จุฬาโลก
ด้านการปกครอง ทรงมีพระราชปรารภจะพระราชทานรัฐธรรมนูญใน
โอกาสกรุงเทพฯ มีอายุครบ 150 ปี ในปี พ.ศ. 2475 แต่ก็มีเหตุที่ยังไม่อาจทา
ได้ในระยะนั้น ซึ่งเป็นช่วงท่ีมีคณะบุคคลคณะหน่ึงถือ โอกาสยึดอานาจการ
ปกครอง ขอเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันท่ี 24 มิถุนายน การกระทาดังกล่าว
เป็น พระราชประสงค์ท่ีพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งพระราชหฤทัย
ไว้แต่แรกแล้ว จึงทรงพระราช ทานอานาจและยินยอมให้ปกครองแบบประชาธิ
ไตย นบั เปน็ การเปลย่ี นแปลงการปกครองชาติเดียวใน โลกท่ีเลือดไม่นองแผ่นดิน
ทรงยินยอมสละพระราชอานาจ เป็นพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้กฎหมาย ทรงให้
ตรวจตราตัวบทกฎหมายรัฐธรรมนูญท่ีจะเป็นหลักในการปกครองอย่างถ่ีถ้วน
การที่พระองค์ทรง เป็นนักประชาธิปไตยอย่างแท้จริงน่ีเอง เมื่อคณะรัฐบาล
บรหิ ารงานไมถ่ ูกตอ้ งตามหลักการทว่ี างไว้ พระองค์จึงสละราชสมบัติ เม่ือวันที่ 2
มีนาคม พ.ศ. 2477 รวมเวลาครองราชย์ 9 ปี พระองค์ทรงประทับอยู่
ณ ประเทศอังกฤษ และเสด็จสวรรคตด้วยโรคพระหทัยพิการ ในวันท่ี 30
พฤษภาคม พ.ศ. 2484 รวม พระชนมายุ 48 พรรษา
รัชกาลท่ี 8 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานนั ทมหดิ ล
พระบาทสมเด็จพระปรเมนมหา อานันทมหิดลสกลไพศาลมหารัษฎาธิบดี
พระอัฐมรามาธิบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร (ต่อมาเมื่อวันท่ี ๘
มิถุนายน พ.ศ.๒๕๓๙ ทรงได้รับการสถาปนาพระบรมอัฐิ เฉลิมพระนามเป็น
พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลอดุลยเดช วิมลรามาธิบดี จุฬาลง
กรณราชปรียวรนัดดา มหิตลานเรศวรางกูร ไอศูรยสันตติวงศวิสุทธ์ วรุตมขัตติย
ศกั ตอรรคอุดมจักรีบรมราชวงศนิวิฐ ทศพิธราชธรรมอุกฤษฎนิบุณ อดุลยกฤษฎา
ภนิ กิ ารรงั สฤษฎ์ สุสาธิตบูรพาธิการ ไพศาลเกียรติคุณอดุลยพิเศษ สรรพเทเวศรา
นุรักษ์อดุลยพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์ ธัญอรรคลักษณวิจิตรโสภาคยสรรพางค์
มหาชโนตมงคประณตบาทบงกชยุคล อเนกนิกรชนสโมสรสมมต ประสิทธิวรยศม
โหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตราดิฉัตร สรรพรัฐทศทิศวิชิตไชย สกลมไห
ศวริยมหาสวามินทร มเหศวรมหินทรมหารามาธิราชวโรดม บรมนาถชาติอาชาว
ไ ศ ร ย พุ ท ธ า ทิ ไ ต ร รั ต น ส ร ณ า รั ก ษ์ วิ ศิ ษ ฎ ศั ก ต อั ค ร น เ ร ศ ร า ม า ธิ บ ดี
พระอัฐมราะบดินทร สยามนิ ทราธริ าชบรมนาถบพิตร
รชั กาลที่ 8 ใช้อักษรยอ่ วา่ “อปร” ย่อมาจาก “มหาอานนั ทมหิดล ปรมราชาธิราช”
ครองราชย์ 12 ปี (พระชนมายุ 20 พรรษา)
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานนั ทมหดิ ล รชั กาลที่ 8
ระหว่างประทับทรงศึกษาอยู่ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์นั้น พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว อานันท มหิดลได้เสด็จพระราชดาเนินกลับประเทศไทย 2 ครั้ง ในปี
พ.ศ. 2481 และปี พ.ศ. 2488 ถึงแม้จะทรง เป็นยุวกษัตริย์ แต่ทรงประกอบพระ
ราชกรณยี กิจทท่ี รงมีต่อประชาชนชาวไทยได้อย่างดียิ่ง ทรงโปรดที่จะ เสด็จพระราช
ดาเนินเย่ียมราษฎรอยู่เสมอๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเสด็จพระราชดาเนินสาเพ็ง
เพื่อทรง เยี่ยมประชาชนชาวจีนและอินเดียในบริเวณน้ัน เป็นผลให้ความแตกแยก
ระหว่างประชาชนชาวไทยและจีน ซ่ึงมีข้ึนก่อนหน้านั้นระงับไปได้ด้วยพระปรีชาอัน
สามารถ
รัชกาลท่ี 9 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี
จกั รีนฤบดินทร สยามินทราธริ าช บรมนาถบพติ ร
รัชกาลที่ 9 ใช้อักษรย่อว่า “ภปร” ย่อมาจาก “มหาภูมิพลอดุลยเดช
ปรมราชาธริ าช” ครองราชย์ 70 ปี (พระชนมายุ 88 พรรษา)
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ ัว ภมู พิ ลอดลุ ยเดช
แม้ว่าบทบาทของพระมหากษัตริย์หลังการเปล่ียนแปลงการปกครอง
พ.ศ. 2475 จะลดลงเป็นพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ พระองค์ยังคง
พยายามปฏิบัติพระราชภารกิจเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ใน ด้านต่างๆ คือ ทางด้าน
เศรษฐกิจ ทรงพยายามช่วยเหลือ โดยการส่งเสริมอาชีพ เช่น การทาฟาร์มโคนม
พระราช ทานความคิดในการประดิษฐ์เคร่ืองยนต์กลไก ส่งเสริมการเลี้ยงไหม การ
ประมง ป่าไม้ โครงการ เกษตรหลวงท่ีดอยอา่ งขางจงั หวัดเชียงใหม่ เพื่อชักชวนให้
ชาวเขาเลิกปลูกฝ่ิน มาปลูกพืชผลและดอกไม้ ที่จะเป็นประโยชน์กว่า โครงการ
เกษตรกรรมทห่ี ุบกะพง ประจวบคีรขี ันธ์
ทางดา้ นสงั คม เสดจ็ พระราชดาเนินไปเยยี่ มราษฎรจังหวดั ต่างๆ อย่างทั่วถึง
ทรงก่อต้ังมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ เพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบภัย มูลนิธิราชประชา
สมาสัย เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเรื้อน ทรง ตั้งหน่วยแพทย์พระราชทาน มูลนิธิ
พฒั นาอนามยั มูลนิธิวจิ ยั ประสาทวทิ ยา ฯลฯ
ด้านขนบธรรมเนยี มประเพณี ทรงฟืน้ ฟสู ืบทอดประเพณีหลายอย่างเพ่ือเป็น
ข วั ญ เ ช่ น พ ร ะ ร า ช พิ ธี จ ร ด พ ร ะ นั ง คั ล แ ร ก น า ข วั ญ พ ร ะ ร า ช พิ ธี ถื อ
นา้ พระพิพัฒนส์ ัตยา เป็นตน้
ด้านศาสนา ทรงออกผนวชตามพระราชประเพณี เม่ือ พ.ศ. 2495 ทรง
อุปถัมภ์การทานุบารุง ศาสนาทุกด้าน เช่น การสร้างวัด สร้างพระพุทธรูป ประกอบ
พิธีทางศาสนา เช่น การทอดกฐิน ผ้าป่า และการบาเพ็ญกุศลต่างๆ นอกจากน้ียัง
ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ทุกๆ ศาสนาท่ีประชาชนนับถือ ด้านการเมืองการปกครอง
เนื่องจากฐานะของพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ภายใตัรัฐธรรมนูญ จึงไม่มีบทบาท
โดยตรงทางการเมือง แต่ในทางปฏิบัติทรงเป็นประมุข ทรงเป็นผู้พระราชทาน
รัฐธรรมนูญ ซ่ึงเป็นแบบอย่างในการปกครอง ทรงเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของ
ประชาชน เวลาท่ีเกิดวิกฤตการณ์หรือ ความไม่ม่ันใจในชาติ ดังเมื่อเกิดเหตุการณ์
14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ยามที่เดือดร้อนท่ีสุด ประชาชนก็ไปขอ รับพระราชทาน
ความร่มเย็นจากพระองค์ พระองค์ยังทรงเป็นที่พ่ึงทางใจของประชาชนชาวไทย
เสมอมา