หนา้ 1
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (science process skill)
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หมายถึง ความสามารถ และความชำนาญในการคิด เพ่ือค้นหา
ความรู้ และการแก้ไขปัญหา โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ อาทิ การสังเกต การวัด การคำนวณ การ
จำแนก การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับเวลา การจัดกระทำ และสื่อความหมายข้อมูล การลงความ
คิดเห็น การพยากรณ์ การตั้งสมมติฐาน การกำหนดนิยาม การกำหนดตัวแปร การทดลอง การวิเคราะห์ และ
แปรผลข้อมูล การสรุปผลขอ้ มูลไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ ถกู ตอ้ ง และแมน่ ยำ
ความสำคญั ของทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรเ์ ป็นทกั ษะสำคญั ที่แสดงถึงการมกี ระบวนการคิด อยา่ งมเี หตุ มีผล
ตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทำให้ผู้เรียน และผู้ปฏิบัติเกิดความเข้าใจในเนื้อหาทางวิทยาศาสตร์
สามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองไปส่กู ระบวนการคิดทซี่ ับซอ้ นมากข้นึ
ประเภททักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เป็นทักษะแสวงหาความรู้ และแนวทางสำหรับการแก้ไขปัญหา
เป็นแนวทางที่พัฒนาขึ้นตามหลักสูตร science a process approach (SAPA) ของสมาคมอเมริกันเพื่อ
ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ( The American association for the advancement of science)
ประกอบดว้ ยทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 13 ทักษะ แบง่ เปน็ 2 ระดับ คือ
1. ระดับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐาน 8 ทักษะ เหมาะสำหรับระดับการศึกษา
ปฐมวยั
2. ระดับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการ 6 ทักษะ เหมาะสำหรับระดับการศึกษา
มธั ยมวยั
1. ระดับทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรข์ ั้นพ้นื ฐาน 8 ทักษะ เป็นทกั ษะเพือ่ การแสวงหาความรู้
ทั่วไป ประกอบดว้ ย
ทกั ษะที่ 1 ทกั ษะการสงั เกต (Observation)
ความหมาย : เปน็ วิธกี ารหาข้อมลู โดยตรงจากการใช้ประสาทสัมผัสทัง้ หา้ ได้แก่ การดู การดม การฟัง
การชมิ และการสมั ผสั ทง้ั น้โี ดยไม่ใสค่ วามเหน็ หรอื ประสบการณเ์ ดิมของผ้สู งั เกตลงไป ข้อมลู ท่ีได้จากการ
สังเกตเปน็ ข้อมลู เชิงประจักษ์
ความสามารถท่ีแสดงการเกดิ ทักษะ
– สามารถแสดงหรือบรรยายคณุ ลกั ษณะของวตั ถไุ ด้ จากการใชป้ ระสาทสมั ผัสอย่างใดอย่างหน่ึงหรือ
หลายอย่าง
– สามารถบรรยายคุณสมบัตเิ ชงิ ประมาณ และคุณภาพของวตั ถุได้
– สามารถบรรยายพฤตกิ ารณ์การเปลยี่ นแปลงของวตั ถุได้
หนา้ 2
ทกั ษะท่ี 2 ทกั ษะการวดั (Measurement)
ความหมาย : เป็นการเลอื กและการใชเ้ คร่ืองมือ ทำการวัดหาปริมาณของสงิ่ ตา่ ง ๆ ออกมาเปน็ ตัวเลข
ทแี่ น่นอนได้เหมาะสม และถูกต้อง โดยมหี นว่ ยกาํ กบั เสมอ
ความสามารถทแ่ี สดงการเกิดทกั ษะ
– สามารถเลือกใชเ้ ครอื่ งมือไดเ้ หมาะสมกบั สิ่งที่วดั ได้
– สามารถบอกเหตุผลในการเลือกเครื่องมือวดั ได้
– สามารถบอกวิธกี าร ขนั้ ตอน และวิธีใช้เครอื่ งมือไดอ้ ย่างถกู ต้อง
– สามารถทำการวดั รวมถึงระบุหนว่ ยของตัวเลขได้อย่างถูกต้อง
ทกั ษะท่ี 3 ทกั ษะการจำแนกประเภท (Classification)
ความหมาย : เป็นการจัดแบง่ หรอื เรยี งลำดบั วตั ถุหรือส่ิงของทอ่ี ยูใ่ นประสบการณ์ โดยมีเกณฑ์ซงึ่
เกณฑ์น้ันอาจใชค้ วามเหมือนความแตกตา่ ง ความสมั พนั ธอ์ ยา่ งใดอย่างหนึง่ ก็ได้
ความสามารถท่แี สดงการเกดิ ทกั ษะ
– สามารถเรยี งลำดับ และแบ่งกลมุ่ ของวัตถุ โดยใชเ้ กณฑใ์ ดไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
– สามารถอธิบายเกณฑ์ในเรียงลำดับหรอื แบ่งกลุ่มได้
ทกั ษะที่ 4 การหาความสัมพันธร์ ะหว่างสเปสกับสเปสและสเปสกับเวลา (Spac/ Spac Relation and
Space /Time Relation)
ความหมาย : 1. เป็นการจัดแบ่งหรอื เรยี งลำดับวตั ถุหรือส่ิงของทอ่ี ยูใ่ นประสบการณ์ โดยมีเกณฑซ์ ึ่ง
เกณฑน์ น้ั อาจใชค้ วามเหมือน ความแตกต่างความสัมพันธอ์ ยา่ งใดอยา่ งหน่ึงก็ได้
2. วัตถตุ า่ ง ๆในโลกนจ้ี ะทรงตัวอยู่ได้ลว้ นแตค่ รองท่วี า่ ง การครองท่ขี องวัตถุในท่วี า่ งนน้ั
โดยทวั่ ไปแลว้ จะมี 3 มติ ิ คือ มิติยาว มติ กิ วา้ ง และมติ ิสูงหรอื หนา
ความสามารถที่แสดงการเกดิ ทกั ษะ
– สามารถอธบิ ายลักษณะของวัตถุ 2 มติ ิ และวตั ถุ 3 มติ ิ ได้
– สามารถวาดรูป 2 มิติ จากวัตถหุ รือรูป 3 มติ ิ ที่กำหนดใหไ้ ด้
– สามารถอธิบายรูปทรงทางเราขาคณิตของวตั ถุได้
– สามารถอธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งวัตถุ 2 มิติ กับ 3 มิตไิ ด้ เชน่ ตำแหน่งหรอื ทิศของวัตถุ และ
ตำแหน่งหรอื ทิศของวตั ถุต่ออีกวัตถุ
– สามารถบอกความสัมพนั ธ์ของการเปลย่ี นแปลงตำแหน่งของวตั ถุกบั เวลาได้
– สามารถบอกความสมั พันธ์ของการเปลี่ยนแปลงขนาด ปริมาณของวตั ถุกบั เวลาได้
ทกั ษะท่ี 5 การคำนวณ (Using Number)
ความหมาย : เป็นการนับจำนวนของวตั ถุและการนำตัวเลขแสดงจำนวนที่นบั ได้มาคิดคำนวณ โดย
การบวก ลบ คณู หาร หรือหาค่าเฉล่ยี
หนา้ 3
ความสามารถท่ีแสดงการเกิดทกั ษะ
– สามารถนบั จำนวนของวัตถุได้ถูกต้อง
– สามารถบอกวิธคี ำนวณ แสดงวิธีคำนวณ และคิดคำนวณได้ถูกตอ้ ง
ทักษะท่ี 6 การจัดทำและส่ือความหมายข้อมูล (Organizing Data and Communication)
ความหมาย : เป็นการนำข้อมูลที่ไดร้ ับจากการสงั เกต การวัด การทดลอง และจากแหล่งอื่นๆ มาจดั
กระทำเสยี ใหม่ โดยการหาความถเี่ รยี งลำดบั จัดแยกประเภท หรือคำนวณหาคา่ ใหม่ เพอ่ื ใหผ้ ้อู นื่ เขา้ ใจ
ความหมายของขอ้ มลู ชุดน้นั ดีขึ้น โดยการนำเสนอในรูปของตารางแผนภูมิ แผนภาพ ไดอะแกรม กราฟสมการ
หรอื การเขยี นบรรยาย
ความสามารถที่แสดงการเกดิ ทักษะ
– สามารถเลอื กรูปแบบ และอธบิ ายการเลอื กรูปแบบในการเสนอขอ้ มูลท่เี หมาะสมได้
– สามารถออกแบบ และประยกุ ต์การเสนอข้อมลู ให้อยูใ่ นรูปใหมท่ เ่ี ข้าใจได้ง่าย
– สามารถเปล่ียนแปลง ปรับปรงุ ข้อมลู ใหอ้ ยู่ในรูปแบบท่ีเขา้ ใจได้ง่าย
– สามารถบรรยายลักษณะของวตั ถดุ ้วยข้อความท่ีเหมาะสม กะทดั รดั และสื่อความหมายใหผ้ อู้ ื่น
เขา้ ใจได้งา่ ย
ทักษะท่ี 7 การลงความคิดเหน็ จากข้อมลู (Inferring)
ความหมาย : เป็นการเพม่ิ ความคิดเหน็ ให้กบั ข้อมลู ที่ไดจ้ ากการสังเกตอยา่ งมเี หตผุ ลโดยอาศัย
ประสบการณ์เดมิ มาช่วย
ความสามารถทแ่ี สดงการเกดิ ทกั ษะ คอื สามารถอธบิ ายหรอื สรปุ จากประเดน็ ของการเพิม่ ความคดิ เหน็ ของ
ตนตอ่ ข้อมูลท่ีไดม้ า
ทกั ษะท่ี 8 การพยากรณ์ (Prediction)
ความหมาย : เป็นการคาดคะเนคำตอบล่วงหน้ากอ่ นทำการทดลอง โดยอาศยั ประสบการณ์ทีเ่ กิดซ้ำ ๆ
หลักการ กฎ หรอื ทฤษฎที ม่ี ีอยู่แล้ว ในเรือ่ งนั้นมาชว่ ยในการสรปุ เชน่ การพยากรณ์ข้อมูลที่เกี่ยวกับตวั เลข
ได้แก่ ข้อมูลทเ่ี ปน็ ตาราง หรือ กราฟ ซ่งึ ทำได้ 2 แบบ คอื
1. การพยากรณภ์ ายในขอบเขตของข้อมลู
2. การพยากรณภ์ ายนอกขอบเขตของข้อมลู
ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ คือ สามารถทำนายผลที่อาจจะเกิดขึ้นจากข้อมูลบนพื้นฐานหลักการ
กฎหรอื ทฤษฎีทมี่ อี ยู่ ทัง้ ภายในขอบเขตของขอ้ มลู และภายนอกขอบเขตของข้อมลู ในเชงิ ปรมิ าณได้
2. ระดบั ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ข้นั บรู ณาการ 5 ทักษะ เป็นทกั ษะกระบวนการข้ันสูงท่ี
มคี วามซบั ซ้อนมากขน้ึ เพอ่ื แสวงหาความรู้ โดยใชท้ ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพน้ื ฐาน เป็นพ้ืนฐาน
ในการพัฒนา ประกอบดว้ ย
หนา้ 4
ทักษะที่ 9 การตั้งสมมติฐาน (Formulating Hypothesis)
ความหมาย : เป็นการคิดหาคำตอบลว่ งหน้าก่อนการทดลอง โดยอาศัยการสงั เกตความรู้และ
ประสบการณเ์ ดิมเป็นพ้นื ฐานคำตอบทคี่ ดิ ลว่ งหนา้ มักกลา่ วไว้เปน็ ข้อความที่บอกความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งตัวแปร
ตน้ กบั ตวั แปรตาม สมมติฐานที่ตงั้ ไวอ้ าจถูกหรือผดิ ก็ได้
ความสามารถท่ีแสดงการเกิดทกั ษะ
– สามารถตั้งคำถามหรือคดิ หาคำตอบล่วงหนา้ กอ่ นการทดลองได้
– สามารถตัง้ คำถามหรือคิดหาคำตอบล่วงหน้าจากความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งตวั แปรตา่ งๆได้
ทักษะท่ี 10 การกำหนดนยิ ามเชิงปฏิบตั ิการ (Defining Operation)
ความหมาย : เปน็ การกําหนดความหมายและขอบเขตของคำตา่ ง ๆ ที่อยู่ในสมมติฐานที่ต้องการ
ทดลองใหเ้ กดิ ความเข้าใจตรงกันและสามารถสงั เกตไดห้ รือวัดได้ โดยให้คำตอบเกี่ยวกบั การทดลองและบอกวธิ ี
วัดตวั แปรทเ่ี กยี่ วกบั การทดลองน้นั
ความสามารถทแ่ี สดงการเกดิ ทักษะ คือ สามารถอธบิ ายความหมาย และขอบเขตของคำหรือตวั แปรตา่ ง ๆ ที่
เกีย่ วขอ้ งกับการศกึ ษา และการทดลองได้
ทกั ษะที่ 11 การกำหนดและควบคมุ ตัวแปร (Identifying and Controlling Variables)
ความหมาย : การบ่งชี้ และกำหนดลักษณะตัวแปรใด ๆใหเ้ ป็นเป็นตวั แปรอิสระหรือตัวแปรต้น และ
ตวั แปรใด ๆให้เป็นตวั แปรตาม และตวั แปรใด ๆให้เป็นตัวแปรควบคมุ
แปรตัวแปรต้น คือ สิ่งที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผลหรือสิ่งที่ต้องการทดลองเพื่อให้ทราบว่าเป็นสาเหตุ
ของผลที่เกิดข้นึ หรอื ไม่
ตวั แปรตาม คือ ผลท่ีเกิดจากการกระทำของตวั แปรตน้ ในการทดลอง
ตัวแปรควบคุม คือ ปัจจัยอื่น ๆ นอกเหนือจากตัวแปรต้นที่อาจมีผลมีต่อการทดลองที่ต้องควบคุมให้
เหมือนกนั หรอื คงท่ขี ณะการทดลอง
ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะ คือ สามารถกำหนด และอธิบายตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปร
ควบคุมในการทดลองได้
ทักษะท่ี 12 การทดลอง (Experiment)
ความหมาย : เปน็ กระบวนการปฏบิ ตั ิงานเพือ่ หาคำตอบจากสมมติฐานทตี่ ั้งไวใ้ นการทดลอง
ซ่ึงประกอบด้วย 3 ขนั้ ตอน ได้แก่
1. การออกแบบการทดลอง หมายถึง การวางแผนการทดลองกอ่ นการทดลองจริง ๆ เพื่อกำหนด
วิธีการ และขั้นตอนการทดลองที่สามารถดำเนินการได้จริง รวมถึงวิธกี ารแก้ไขปญั หาอปุ สรรคที่อาจเกิดขน้ึ
ขณะทำการทดลองเพื่อให้การทดลองสามารถดำเนนิ การให้สำเรจ็ ลลุ ว่ งดว้ ยดี
2. การปฏบิ ตั กิ ารทดลอง หมายถึง การปฏบิ ัตกิ ารทดลองจริง
หนา้ 5
3. การบนั ทกึ ผลการทดลอง หมายถึง การจดบันทึกขอ้ มูลที่ได้จากการทดลองซง่ึ อาจเปน็ ผลจากการ
สงั เกต การวดั และอ่นื ๆ
การทดลองมี 3 ประเภท
1. การทดลองแบบแบ่งกลุม่ เปรียบเทียบ
2. การทดลองแบบไมม่ ีกลุม่ เปรยี บเทียบ
3. การทดลองแบบลองผิดลองถูก
ความสามารถท่แี สดงการเกิดทกั ษะ
– สามารถออกแบบการทดลอง และกำหนดวธิ ี ขนั้ ตอนการทดลองไดถ้ ูกตอ้ ง และเหมาะสมได้
– สามารถระบุ และเลือกใชอ้ ุปกรณใ์ นการทดลองอย่างเหมาะสม
– สามารถปฏิบตั ิการทดลองตามขั้นตอนได้อยา่ งถูกต้อง
– สามารถบนั ทึกผลการทดลองได้อย่างถกู ต้อง
ทักษะที่ 13 การตีความหมายข้อมลู และลงข้อสรุป (Interpreting Data and Making)
ความหมาย : เป็นการแปลความหมายหรอื บรรยายลักษณะขอ้ มูลที่มอี ยู่ การตคี วามหมายของขอ้ มูล
ในบางครัง้ อาจต้องใชท้ ักษะอื่น ๆ ดว้ ย เชน่ การสงั เกต การคำนวณ เป็นตน้ และการลงขอ้ สรปุ หมายถึง การ
สรุปความสมั พันธข์ องข้อมลู ทั้งหมด การลงข้อสรุป สามารถทำได้ 2 ระดบั คือ
1. การสรปุ ในระดับแคบ คือ การสรุปใหอ้ ยเู่ ฉพาะกลุ่มตัวอย่างหรือส่งิ ทน่ี ำมาศึกษา
2. การสรปุ ในระดับกว้าง คอื การสรุปท่อี อกนอกขอบเขตของกลมุ่ ตัวอยา่ งแตเ่ ปน็ การขยายกวา้ งไปสู่
ประชากรหรือกลมุ่ ใหญ่ ข้อสรุปน้ีมีความเชอื่ ถือได้น้อยกว่าแบบแรก
ความสามารถท่ีแสดงการเกิดทกั ษะ
– สามารถในการวิเคราะห์ และสรปุ ประเด็นสำคัญ รวมถึงการแปลความหมายหรอื บรรยายลกั ษณะ
ของข้อมลู
– สามารถบอกความสมั พันธ์ของขอ้ มลู ได้
ทักษะที่ 14 การสร้างแบบจำลอง
ความหมาย : เป็นการนำเสนอข้อมูล แนวคิด ความคิดรวบยอดเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจในรูปของ
แบบจำลองแบบตา่ ง ๆ เชน่ กราฟ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว วัสดุ สิง่ ของ ส่งิ ประดิษฐ์ หุ่น ฯลฯ
จิตวิทยาศาสตร์ (Scientific mind) เปน็ คุณลักษณะ หรือนสิ ยั ของบุคคลทเ่ี กดิ จากการศกึ ษาหา
ความร้โู ดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คณุ ลักษณะตา่ ง ๆที่สำคัญของจิตวทิ ยาศาสตร์ เช่น
- ความสนใจใฝ่รู้ - อดทน
- ความม่งุ มั่น - ความรอบคอบ
- ความรบั ผดิ ชอบ - ความซ่ือสัตย์
- ความมีเหตผุ ล - การประหยัด
- การร่วมแสดงความคิดเห็นและการยอมรับความคดิ เห็นของผอู้ ืน่
- การทำงานร่วมกบั ผู้อนื่ ได้อยา่ งสรา้ งสรรค์
หนา้ 6
เจตคตติ ่อวิทยาศาสตร์ (Attitudes Toward Science) เปน็ ความร้สู กึ ของบุคคลต่อวิทยาศาสตร์
ซึง่ เป็นผลมาจากการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ โดยผ่านกจิ กรรมทหี่ ลากหลาย ความรสู้ ึกดังกล่าว เช่น ความสนใจ
ความชอบ การเห็นความสำคัญและตุณค่า
การจัดกระบวนการเรยี นรู้แบบโครงงาน
1. รู้จักโครงงาน
เป็นการเรยี นรู้การทำโครงงานจากโครงงานท่มี ีผเู้ คยทำไว้แล้ว โดย
1. ครูเลือกโครงงานหลายลักษณะ หลายประเภท ทั้งโครงงานที่สมบูรณ์ ไม่สมบูรณ์ทั้งโครงงาน
ประเภทสำรวจขอ้ มูล ประเภทค้นควา้ ทดลองและ ประเภทสิง่ ประดษิ ฐ์ เลา่ ให้ผ้เู รยี นฟงั ว่าแต่ละโครงงานศึกษา
อะไร ทำอย่างไรและได้ผลอย่างไร
2. ใหผ้ เู้ รยี นวพิ ากษ์ วจิ ารณ์ว่าเปน็ โครงงานท่ีดีหรือไม่ มีขอ้ เด่น หรอื ข้อควรปรับปรุงอย่างไรบ้าง
เพือ่ ใหผ้ ู้เรียน รู้จกั โครงงานดขี ึ้น และ เพอื่ เปน็ แนวทางในการทำโครงงานของตนเองตอ่ ไป
3.ครูสรุปความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโครงงาน เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักโครงงานอย่างดี ก่อนลงมือ
ปฏิบตั กิ ารทำโครงงาน ไดแ้ ก่ ความหมาย ลกั ษณะเด่น ประเภท และ ประโยชนโ์ ครงงาน
โครงงาน คือ วิธีการเรียนรู้ ที่เกิดจากความสนใจ ความสงสัย อยากรู้คำตอบ หรือ ต้องการ
เรียนรูใ้ นเร่ืองนัน้ ๆใหม้ ากข้ึน โดยมีวธิ ีการศึกษาอยา่ งเป็นระบบ มีการวางแผนอย่างละเอียด แล้วลงมือปฏิบตั ิ
จนได้ข้อสรุป ไดค้ ำตอบในเร่ืองนนั้ ๆ
โครงงานที่ดี คำตอบควรเป็นเรื่องใหม่ๆที่ไม่เคยรู้มาก่อน ท้าทายให้อยากหาคำตอบ ช่วย
แก้ปัญหา ถ้ารูค้ ำตอบแล้ว/คำตอบไม่มีประโยชน/์ ไมค่ ้มุ คา่ ไม่ควรทำ
ลกั ษณะเด่นของโครงงาน
1. วธิ ีการหาคำตอบเปน็ ระบบ
2. ใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร/์ นา่ เชอ่ื ถือ
3. ผลการศึกษาพิสูจน์ได้
4. มีองคค์ วามรใู้ หม่
5. มปี ระโยชน์ ใช้ไดจ้ ริง
ประโยชนข์ องโครงงาน
1. ผูเ้ รยี นได้เรยี นตามความสนใจของตนเอง/ของกลุ่ม
2. ฝึกกระบวนการทำงานเป็นกลุ่ม
3. ฝึกการวางแผนการทำงานอยา่ งเป็นระบบโดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ คดิ วเิ คราะห์
อย่างมเี หตผุ ล ซึง่ จะติดตวั ผ้เู รยี นไปตลอด
4. ผู้เรียนเกดิ การเรยี นรโู้ ดยการปฏบิ ตั ิจรงิ
5. ความร้ทู ีไ่ ด้จากการทำโครงงาน ผเู้ รยี นจะจดจำได้นานกว่าการสอนในห้องเรยี น
หนา้ 7
6. ทำให้มีความรู้กว้างขวางขึ้นเพราะต้องไปหาความรู้จากแหล่งต่างๆ เช่น เอกสาร
อินเตอรเ์ นต็ ผ้รู ู้ เพอ่ื นำมาประกอบเรือ่ งที่ศึกษา
7. ผู้เรียนมีความเชื่อมั่น กล้าแสดงออก เพราะได้ลงมือทำด้วยตนเอง บางโครงงานทำการ
ทดลอง ซ้ำถงึ 3 คร้ัง
8. ผลงานโครงงาน เปน็ หลกั ฐานเชิงประจักษ์ ของผ้เู รียน/ครูและสถานศึกษา
ประเภทโครงงาน มี 4 ประเภท ไดแ้ ก่
1. โครงงานประเภทสำรวจและรวบรวมข้อมูล
เป็นโครงงานที่ใช้การสำรวจและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรือ่ งใดเรื่องหนึง่ แล้วนำข้อมูลที่ไดม้ าจำแนก
เป็นหมวดหมู่ นำเสนอในรูปแบบต่าง ๆให้น่าสนใจ โดยใช้เครื่องมือการสำรวจ เช่น แบบสอบถาม แบบ
สัมภาษณ์ หรือ แบบบันทึกข้อมลู โครงงานประเภทน้ี ไมม่ กี ารกำหนดสมมตฐิ าน ตวั แปร
2. โครงงานประเภทคน้ คว้าทดลอง
เป็นการหาคำตอบโดยใช้การทดลอง ที่ผ่านการพิสูจน์อย่างน่าเชื่อถือ เป็นการศึกษาผลของตัวแปร
หนึ่ง ที่มีผลต่ออีกตัวแปรหนึ่งโดยควบคุมตัวแปรอื่น ๆที่มีผลกระทบ มีตัวแปรที่สำคัญ 3 ตัวแปร ได้แก่ ตัว
แปรต้น คือสิ่งที่เป็นสาเหตุ ตัวแปรตาม คือสิ่งที่ต้องการศึกษาและตัวแปรควบคุม คือ สิ่งที่กำหนดให้คงท่ี
เหมอื นกนั เท่ากนั เพ่อื ไม่ให้ผลการทดลองคลาดเคลื่อน
3. โครงงานประเภทส่งิ ประดิษฐ์
เป็นการประดิษฐ์สิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ หรือ ของเล่น เพื่อประโยชน์ใช้สอย
เพื่อแก้ปัญหาใดปัญหาหนึ่ง หรือเป็นแบบจำลองก็ได้ โดยมีการนำความรู้ทฤษฎี หลักการทางวิทยาศาสตร์มา
อธิบาย อาจเป็นสิ่งใหม่ที่ผู้เรียนคิดขึ้นเอง หรือ ปรับปรุงดัดแปลงจากของเดิมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นก็ได้ มี
การกำหนดตัวแปร/สมมตฐิ านและตอ้ งมกี ารทดสอบประสิทธิภาพช้ินงาน
4. โครงงานประเภททฤษฎี หลกั การหรือแนวคิดใหม่
เป็นโครงงานท่ตี อ้ งการนำเสนอความรู้ ทฤษฎี หลักการแนวคดิ ใหมๆ่ เก่ยี วกับเร่ืองใดเรือ่ งหน่ึง ท่ยี ังไม่
เคยมีใครคดิ มาก่อนหรอื ขดั แยง้ ขยายจากของเดิมที่มอี ยู่ ทผ่ี ่านการพสิ จู นอ์ ยา่ งมีหลกั การ
หนา้ 8
2. เจด็ ส่งิ มหศั จรรยส์ รา้ งสรรค์โครงงาน
7.การบันทกึ 1.การสังเกต 2.การตัง้
และจัด คาถาม
7 ส่ิงมหัศจรรย์
กระทาข้อมูล สร้างสรรค์ 3.การ
โครงงาน คน้ ควา้
6.ความคดิ ข้อมูล
ริเรมิ่
สรา้ งสรรค์
5.การทดลอง 4.การ
ตงั้ สมมติฐาน
1. การสงั เกต
การสังเกตช่วยให้เป็นคนรอบรู้ความเป็นไปของสรรพสิ่งต่างๆรอบตัว รู้จักการเชื่อมโยง เห็น
ความสัมพันธ์ของต่างๆ รู้ถึงความเคลื่อนไหวและรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง โดยใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า ได้แก่
ตาดู หฟู งั จมกู ดมกลิ่น ลนิ้ ชิมรส และ กายสัมผัส อันจะนำไปสู่การคิดหาคำตอบ เช่น สังเกตเห็นว่าใตต้ น้ สักจะ
ไมม่ จี อมปลวกเลย สงสัยว่าในใบสกั น่าจะมีสารอะไรทปี่ ลวกไม่ชอบ สังเกตเสียงเคาะไม้ แลว้ นำมาประดษิ ฐเ์ ป็น
เคร่อื งดนตรี ฯลฯ
2. การตงั้ คำถาม
คำถามเป็นที่มาของการหาคำตอบ ให้ฝึกตั้งคำถามเยอะๆ เพื่อส่งเสริมความยากรู้อยากเห็น การต้ัง
คำถามเปน็ ขั้นแรกท่ีนักวิทยาศาสตร์ใช้ศึกษาหาความรู้ เร่มิ จากเร่อื งใกล้ตวั ก่อน เชน่ ทำไมน้ิวมือเราไม่เท่ากัน
ทำไมมดเดินทางเปน็ แถว ทำไมวางขนมปงั ทิ้งไว้ 2-3 วนั จงึ มีราข้ึน ฯลฯ
3. การคน้ ควา้ ขอ้ มูล
เปน็ ส่งิ สำคญั ท่ีช่วยให้มีความรู้ ความเขา้ ใจในเรอื่ งทต่ี ้องการศึกษามากขน้ึ สงิ่ ทค่ี วรค้นคว้า คอื มีใคร
เคยทำมาบ้างหรือยงั ทีท่ ำมาแลว้ ผลเป็นอย่างไร มขี ้อเสนอแนะอะไรบา้ ง เราจะพฒั นาจากโครงงานเดิมให้ดีขึ้น
ได้หรือไม่ จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาวางแผนและออกแบบการทำโครงงานของเราให้เหมาะสม สิ่งสำคัญ คือ ไม่
หนา้ 9
ควรเชือ่ ขอ้ มลู ทั้งหมด เลอื กนำมาอ้างอิงเฉพาะที่เก่ียวข้องกับโครงงานทีเ่ ราจะทำเท่านัน้ อย่านำมามากเกินไป
หรือคดั ลอกมาท้ังหมดโดยไมเ่ รยี บเรียงใหม่
4. การตง้ั สมมตฐิ าน
เป็นการคาดคะเนคำตอบล่วงหน้า ซึ่งอาจถูกหรือไม่ก็ได้ สมมติฐานเป็นข้อความที่แสดงถึง
ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับปัญหา ได้จากการสังเกตปรากฏการณ์ และการศึกษาเอกสารต่างๆ
เราใช้สมมตฐิ านช่วยออกแบบการทดลอง ออกแบบเครื่องมือ หรอื วธิ ีการเกบ็ รวบรวมข้อมูล การตั้งสมมติฐาน
จึงช่วยให้การหาคำตอบแคบลงและง่ายขึ้น เช่น ฮอร์โมนมีผลต่อสีของปลาสวยงาม ดังนั้นปลาที่เลี้ยงโดยให้
ฮอร์โมนจะมีสีเร็วกว่าปลาที่เลี้ยงโดยไม่ให้ฮอร์โมนในช่วงอายุเท่ากัน ถ้าแสงแดดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจริญ
ของตน้ หญา้ ดงั นน้ั ตน้ หญา้ บริเวณที่ไดร้ บั แสงแดดจะเจรญิ งอกงาม
5. การทดลอง
เป็นวิธีการหาคำตอบที่น่าเชื่อถือ โดยการลงมือปฏิบัติจริง ควรทดลองหลายๆครั้ง เพื่อให้ได้ผลท่ี
แนน่ อน เป็นการคน้ พบความจริงด้วยตนเองและเข้าใจสิ่งท่ีกำลังศึกษาได้เปน็ อย่างดี เม่อื ประสบความสำเร็จใน
การทดลองจะเกิดความภูมิใจและมีกำลงั ใจในการเรยี นรู้
6. การคดิ รเิ รมิ่ สร้างสรรค์
เป็นการคดิ ท่แี ปลกใหม่แตกต่างไปจากความคิดเดิมๆ อาจเปน็ การคดิ ต่อยอดเพ่ือปรับปรุงพัฒนาจาก
ของเดิม ให้เกิดสิ่งใหม่ๆที่ดีกว่าเดิม เป็นอีกหนึ่งสิ่งมหัศจรรย์ที่ทำให้เรามีองค์ความรู้ใหม่ๆ มีนวัตกรรม
เครื่องมือเครื่องใช้ที่ทันสมัยกว่าเดิม ช่วยให้การทำงานต่างๆ สะดวกขึ้น รวดเร็วขึ้น ได้ผลผลิตที่มีมาตรฐาน
เช่น รถยนต์พลังงานไฟฟ้า โทรศัพท์สมาร์ทโฟน การบังคับให้ผัก ผลไม้ต่างๆ มีผลผลิตตามต้องการ สิ่งเหลา่ นี้
ล้วนมาจากความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ซึ่งสามารถฝึกและพัฒนาได้ โดยส่งเสริมให้กล้าคิด กล้าแสดงออก ให้มี
โอกาสค้นควา้ และทดลองส่ิงใหม่ๆอยเู่ สมอ
7. การบนั ทึกขอ้ มลู และการจดั กระทำขอ้ มลู
เป็นเครอ่ื งมือสำคัญในการเตือนความจำ กนั ลืม ชว่ ยวางแผนการทำงานและชว่ ยในการตดั สนิ ใจ การ
บันทึกข้อมูลทำได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การจดบันทึก การถ่ายภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว การบันทึกเสียง
ฯลฯ ควรมีการกำหนดหัวข้อที่จะบันทึกให้ชัดเจน เตรียมอุปกรณ์ในการบันทึกให้พร้อม เพื่อให้ได้ข้อมูลตาม
ต้องการ เม่อื ไดข้ ้อมูลแล้วนำมาวเิ คราะห์ นำเสนอให้เข้าใจงา่ ยขึน้ ด้วยรปู ภาพ แผนภมู ิ หรือ ตาราง
หนา้ 10
3. ขั้นตอนการทำโครงงาน
การนำเสนอผลการศึกษา
การเขยี นรายงานผลการศกึ ษา
ปฏบิ ัตกิ ารทำโครงงาน
การออกแบบวิธีการหาคำตอบ
การตั้งสมมตฐิ าน
การค้นคว้าขอ้ มูล
การเลือกเรือ่ งทส่ี นใจ
ขน้ั ตอนที่ 1 การเลอื กเรอื่ งท่ีสนใจ
เป็นขั้นเริม่ ต้นทำโครงงาน โดยครูและผู้เรียน ร่วมกันพิจารณาปญั หา ความต้องการ ความสนใจ
ในการเรียนรู้ ซึ่งอาจได้มาจากปัญหาใกล้ตัว ปัญหาของชุมชน จากความสงสัยอยากรู้ จากเนื้อหาในวิชาท่ี
ลงทะเบยี นเรียน หรือ ต่อยอดจากโครงงานทีผ่ ู้อ่ืนทำไวแ้ ลว้ สงิ่ ทส่ี ำคญั คือผเู้ รียนต้องเลือกทำโครงงานที่ชอบ
ถนัดและสนใจ ไมใ่ ชเ้ รอ่ื งท่ีครหู รอื เพื่อนๆบอกว่าควรทำ
ข้ันตอนท่ี 2 การคน้ ควา้ ขอ้ มูล
ใหค้ ้นคว้าหาขอ้ มูลสำหรับทำโครงงาน เพื่อไขข้อสงสัยเบื้องต้นว่าปญั หาทส่ี งสยั มหี ลักการเหตุผล
ความเปน็ ไปได้ที่จะทำเพียงใด เคยมผี ้ทู ำไว้แลว้ หรือยงั ผลเปน็ อย่างไร ถา้ เราทำ คาดวา่ ผลจะต่างจากที่เคยทำ
มาแล้วอยา่ งไร เพื่อนำความรมู้ าออกแบบวธิ กี ารหาคำตอบต่อไป
ขนั้ ตอนท่ี 3 การตั้งสมมตฐิ าน
หมายถึง การคาดคะเนคำตอบที่อาจเป็นไปได้หรือคิดหาคำตอบล่วงหน้าบนฐานข้อมูลที่ได้จาก
การสังเกตปรากฏการณ์ และการศึกษาเอกสารต่างๆ โดยคำตอบของปัญหาซ่ึงคิดไว้น้ีอาจถูกต้องแต่ยังไม่เปน็
ที่ยอมรับจนกว่าจะมีการทดลองเพื่อตรวจสอบอย่างรอบคอบเสียก่อน จึงจะทราบว่าสมมติฐานที่ตั้งไว้น้ัน
ถูกตอ้ งหรอื ไม่ ดงั นนั้ ควรต้ังสมมติฐานไวห้ ลายๆ ขอ้ และทดลองเพ่อื ตรวจสอบสมมติฐานไปพรอ้ มๆ กัน
หนา้ 11
ขน้ั ตอนที่ 4 การออกแบบวธิ กี ารหาคำตอบ และ การเขยี นเคา้ โครงของโครงงาน
เป็นการออกแบบว่าจะใช้วิธีการใดในการหาคำตอบให้น่าเชื่อถือ แล้วเขียนเป็นแผนการทำ
โครงงานล่วงหน้า การวางแผนเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญมาก โครงงานจะดีแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับการ
วางแผน เพราะการวางแผนจะทำให้ทุกคนทราบขั้นตอนการทำงาน วัสดุ อุปกรณ์ที่จะใช้ ระยะเวลา
งบประมาณ การวางแผนที่ดจี ะทำให้สามารถเก็บข้อมูลได้อยา่ งละเอียดรอบคอบ ครูมบี ทบาทในการตรวจเค้า
โครงว่าควรทำเป็นโครงงานหรือไม่ น่าสนใจหรือไม่ ทำแล้วเกิดประโยชน์ คุ้มค่าหรือไม่ และปรับให้สมบูรณ์
เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นม่ันใจในการทำโครงงานมากท่สี ดุ ในการเขียนเคา้ โครงของโครงงาน ควรมหี วั ข้อ ดังน้ี
1. ช่อื เรือ่ ง
2. ชือ่ ผทู้ ำโครงงาน
3. ชือ่ ครทู ี่ปรกึ ษา
4. ทีม่ าและความสำคญั ของโครงงาน
5. วตั ถุประสงค์
6. สมมติฐาน (ถ้ามี)
7. ตัวแปร (ถ้าม)ี
8. วิธีดำเนนิ การ
9. ประโยชน์ท่คี าดวา่ จะไดร้ ับ
10.แผนการปฏบิ ัตงิ าน
ขน้ั ตอนที่ 5 ปฏิบตั ิการทำโครงงาน
เป็นการดำเนินงานตามแผนหรือเค้าโครงของโครงงานที่วางไว้ ในกระบวนการทดลองต้องใช้
เครื่องมอื และวธิ กี ารทีเ่ ช่ือถือได้ จดบันทึกขอ้ มูลตา่ งๆอย่างละเอยี ดตามความเปน็ จรงิ แบ่งงานในกลุ่มให้ทุกคน
มีส่วนร่วม โดยสามารถทำหลายๆส่วนไปพร้อมกันแล้วนำมาร้อยเรียงทีหลัง ปฏิบัติการซ้ำอย่างน้อย 3 ครั้ง
โดยเฉพาะโครงงานทดลอง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ โครงงานประดิษฐ์ต้องมีการทดสอบคุณภาพภาพหรือ
ประสทิ ธภิ าพของช้ินงาน มีการปรับปรงุ พัฒนา เพ่อื ให้ไดช้ นิ้ งานท่ีดี
ขน้ั ตอนที่ 6 การเขียนรายงานผลการศกึ ษา
การเขียนรายงานโครงงาน เป็นการนำเสนอผลการศึกษาหรือผลการทำโครงงานให้ผู้อ่านเข้าใจถึง
แรงผลกั ดนั ความสำคญั ของปญั หาทกี่ อ่ ให้เกิดการคน้ คว้า วิธีดำเนนิ การศกึ ษาและผลของการศกึ ษา การเขยี น
รายงานเป็นขั้นสุดท้ายของการทำโครงงาน เพื่อบอกให้ทราบว่าเพราะเหตุใดจึงทำ ทำอะไรบ้าง ทำแล้วได้ผล
เป็นอยา่ งไร การเขียนรายงานทด่ี ตี ้องกะทัดรัด ชัดเจน สามารถสอ่ื ใหผ้ ู้อา่ นเขา้ ใจไดเ้ ป็นอยา่ งดี ดงั น้นั การเขียน
รายงานจงึ ต้องอาศยั ความรู้ ทกั ษะ และประสบการณพ์ อสมควร
• หนา้ ปก
ให้ใช้กระดาษปกแข็ง ขนาด A4 สีอะไรก็ได้ สามารถกำหนดขนาดและรูปแบบตัวอักษร รวมถึง
ออกแบบองค์ประกอบอื่นๆของหน้าปกได้เองโดยอิสระ แต่ต้องมีขอ้ ความดังต่อไปน้ีปรากฏอยูส่ ่วนล่างของปก
ด้วย
หนา้ 12
รายงานฉบับนเี้ ปน็ สว่ นหนงึ่ ของการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์
สำหรบั นักศึกษา กศน. ระดับ…………………….………..
ดา้ น………………………………………………………………………..………….
ประจำปี พ.ศ. …………………………………………….
ณ ……………………………………………………………………………….……
•เนอ้ื หารายงาน
ตามหลักสากลกำหนดให้รายงานโครงงานตัวอักษรในรายงาน ให้ใช้ตัวอักษร TH SarabunPSK
ขนาด 16 point พิมพ์ลงบนกระดาษ A4 สีขาว พมิ พห์ น้าเดียว สามารถกำหนดระยะก้นั หนา้ และการเว้นขอบ
ได้เอง ในส่วนของเนื้อหาตั้งแต่บทนำจนถึงสรุปผลการทดลองต้องมีความยาวไม่เกิน 20 หน้า และมีลำดับ
รูปเลม่ รายงานครอบคลมุ ประเดน็ หรอื หวั ข้อตา่ ง ๆ ดังน้ี
สว่ นหน้า
ปกหนา้
กระดาษรองปก A4 สขี าว
ปกใน
บทคัดยอ่
(เปน็ ข้อความโดยสรปุ ของโครงงานวิทยาศาสตรท์ ี่สน้ั ได้ใจความชดั เจน ครอบคลมุ เนอื้ หาสำคญั ความยาวไมเ่ กิน 1 หนา้ A4)
กิตติกรรมประกาศ
(เปน็ สว่ นแสดงความขอบคณุ บคุ คล หน่วยงาน สถานบนั ที่ให้ความชว่ ยเหลือ สนบั สนนุ ใหค้ วามร้แู ละคำแนะนำ)
สารบญั
สารบัญตาราง (ถา้ มี)
สารบัญภาพ (ถ้ามี)
สว่ นเนื้อหา (ไมเ่ กนิ 20 หนา้ )
บทนำ
(ระบุทมี่ าและความสำคญั โดยอธบิ ายเหตผุ ลทเ่ี ลอื กทำโครงงาน เชน่ โครงงานมที ีม่ าอยา่ งไร ปัญหาทสี่ นใจคอื อะไร
และมีความสำคัญอยา่ งไร, กำหนดจดุ ประสงค,์ สมมติฐาน (ถา้ มี), ตวั แปร (ถา้ ม)ี , นิยามศพั ท์เฉพาะ (ถ้ามี),
นิยามเชงิ ปฏิบตั กิ าร (ถา้ ม)ี , ขอบเขตการศึกษา, ประโยชนค์ าดวา่ จะได้รับ)
เอกสาร/ทฤษฎ/ี หลกั การท่เี ก่ียวข้อง
(เป็นผลการสืบคน้ ขอ้ มลู เก่ียวกับเร่ืองทท่ี ำโครงงาน มีผ้เู คยทำการศกึ ษามาก่อนแลว้ หรือไม่ ถา้ มไี ดผ้ ลอย่างไร
และต้องใชอ้ งค์ความรู้ ทฤษฎี/หลกั การทางวทิ ยาศาสตรท์ ่เี กยี่ วข้องกับการทำโครงงานนั้นอะไรบ้าง)
อปุ กรณแ์ ละวธิ ีการรกั ษา
(ระบวุ ัสดุอปุ กรณ์ วธิ กี ารและลำดบั ข้ันตอนการทำโครงงาน)
ผลการศกึ ษา
(เป็นข้อค้นพบจากการศึกษา ผลการทดลอง หรอื ผลการประดษิ ฐ์)
หนา้ 13
สรปุ ผลและอภปิ ราย
(เป็นการสรปุ การศึกษาของโครงงานวิทยาศาสตรต์ ามจุดประสงค์ท่ีต้งั ไว้ การทดลองเปน็ ไปตามสมมติฐานที่ต้งั ไว้หรือไม่
อยา่ งไร (ถ้าม)ี และอภิปรายผลท่ีได้วา่ มีความสอดคล้องกับเอกสาร/ทฤษฎี/หลักการทเ่ี กี่ยวข้องท่ีศึกษามาอย่างไร โดยอาจมี
ขอ้ เสนอแนะสำหรบั การศกึ ษาทยี่ งั ไม่สมบูรณแ์ ละประเด็นทีค่ วรศกึ ษาเพิ่มเตมิ ในครงั้ ตอ่ ไป)
สว่ นอา้ งอิง
บรรณานุกรม
(ระบแุ หล่งท่ีมาของข้อมลู ตามหลกั การอา้ งองิ ทถ่ี กู ต้อง เช่น รูปแบบ APA
รปู แบบฮาร์เวริ ด์ (Harvard Style) และรูปแบบแวนคเู วอร์ (Vancouver Style) เปน็ ตน้ )
ภาคผนวก (ถ้ามี ต้องไมเ่ กิน 5 หน้า)
กระดาษรองปก A4 สีขาว
ปกหลงั
ขนั้ ตอนท่ี 7 การนำเสนอผลการศกึ ษาและการประเมินโครงงาน
ขั้นนี้ จัดได้ว่าเป็นขั้นที่มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นการแสดงออกถึงผลที่ได้จากการศึกษา
ความคิด ความพยายามของผทู้ ำโครงงานให้ผู้อน่ื ได้รับรู้และเข้าใจในผลงาน รวมท้ังเป็นรับฟังความคิดเห็นของ
ผอู้ ่ืนท่ีมตี ่อโครงงาน ประกอบด้วย
1. แผงโครงงาน เป็นการจัดแสดงผลงานในรูปนิทรรศการ ประกอบด้วย การนำเสนอประเด็น
ท่ีสำคญั ไดแ้ ก่ ชื่อสถานศกึ ษา ชอ่ื โครงงาน ผู้จัดทำโครงงาน อาจารย์ที่ปรกึ ษาโครงงาน ขน้ั ตอนตา่ ง ๆ ในการ
ปฏิบัติ การนำเสนอผลการทดลอง ซึ่งควรนำเสนอให้มีจุดเด่น อาจเป็นกราฟ ตาราง รูปภาพ เป็นต้น การ
นำเสนอบนแผงโครงงานนัน้ ข้อความต้องชัดเจน อ่านเข้าใจง่าย ขนาดตัวอักษร ต้องมีขนาดที่สามารถอ่านได้
ในระยะ 2 เมตร
• ขนาดแผงโครงงาน
แผ่น ก ขนาด 60 cm × 60 cm
แผน่ ข ขนาด 60 cm × 120 cm
แผน่ ค ขนาด 60 cm × 60 cm
แผ่น ก แผ่น ข แผน่ ค
หนา้ 14
2. วัสดุ อุปกรณ์ ที่จำเป็นในการนำเสนอควบคู่กับแผงโครงงาน โดยจัดวางเป็นหมวดหมู่หน้า
แผงโครงงาน เตรยี มพร้อมทจ่ี ะอธิบายปากเปล่าต่อคณะกรรมการ หรอื ผูท้ ีส่ นใจโครงงาน
3. การนำเสนอดว้ ยการรายงานด้วยคำพูด จะเปน็ การนำเสนอเพื่อประกวดผลงาน ควรคำนึงถึง
ประเด็นตา่ งๆ ดังนี้
1) ทำความเข้าใจในขั้นตอนการดำเนินงาน เนื้อหาของเรื่องที่จะอธิบาย เพื่อเป็น การเตรียม
ข้อมูลในการตอบคำถามของผสู้ นใจ จัดลำดบั ความคดิ ทีจ่ ะนำเสนออยา่ งเปน็ ระบบ
2) นำเสนออย่างตรงไปตรงมา กะทัดรัด ชัดเจน และเข้าใจง่าย ภายในเวลาที่กำหนด
การรายงานควรเป็นธรรมชาติของการพูด ไม่ใช่การอ่านรายงานให้ผู้อื่นฟัง แต่เป็นการพูดหรือเล่าถึงการ
ปฏิบัติงานผลการปฏบิ ัตงิ านของตนเองใหผ้ ูอ้ นื่ ฟังและเขา้ ใจ
3) ควรมสี ื่อประกอบการรายงาน เช่น แผ่นโปร่งใส สไลด์ หรอื สอื่ ทท่ี ันสมยั อน่ื ๆ ซง่ึ จะทำให้การ
รายงานมีความสมบูรณ์ และง่ายต่อการเข้าใจของผู้ฟังยิ่งขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานที่และรูปแบบการนำเสนอท่ี
ถกู กำหนด การเตรยี มการที่ดีมีความพร้อมจะทำใหเ้ กิดความมัน่ ใจในการนำเสนอต่อที่ประชุมมากขน้ึ
4. การประเมินโครงงาน
ครู ผู้เรียนและผู้เกี่ยวข้องร่วมกันสะท้อนความคิดเห็นที่มีต่อโครงงาน โดยสถานศึกษาควรจัด
ประกวดโครงงาน มเี กณฑ์การประเมินที่เหมาะสมและช้ีแจงใหผ้ ู้เรียนทราบล่วงหนา้ รายการประเมินโดยทั่วไป
จะดูจาก ส่วนประกอบของรายงาน ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ความสามารถในการสื่อความหมาย การนำเสนอด้วยวาจา การตอบคำถาม แผงโครงงาน ฯลฯ กิจกรรมน้ี
ส่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรียนร้จู กั วิจารณ์งานของผอู้ ื่น/รบั ฟงั ความคิดเห็นของผู้อืน่ /ยอมรับผลงานของตนเอง/ภาคภมู ใิ จ
ในโลกใบนี้ ยังมสี งิ่ ท่นี า่ สนใจมากมายให้ผคู้ นคิด คน้ คว้าและ
สร้างสรรค์สิง่ ใหมๆ่ ท่ีเป็นประโยชน์กับสงั คมและสงิ่ แวดล้อม
หนา้ 15
ใบงาน เรือ่ งโครงงานน้ีดีหรือไม่
ให้พิจารณาโครงงานที่ได้รบั แล้ววิจารณว์ า่ เป็นโครงงานที่ดีหรือไม่ ถ้าเป็นโครงงานที่ดีแล้ว ดีอย่างไร
ถา้ ยังไม่ดีมขี อ้ บกพรอ่ งอะไร ควรปรับปรงุ อยา่ งไร
โครงงานเครื่องหยอดข้าวโพดประหยดั พลังงาน
ปญั หา ปัจจุบนั การปลูกข้าวโพดใช้แรงงานคนในการหยอดเมลด็
ทำใหเ้ กิดความลา่ ชา้ และเสยี คา่ ใช้จ่ายมากคา่ แรงวนั ละ 300 บาท/คน
จึงต้องการประดิษฐเ์ คร่ืองหยอดข้าวโพด โดยออกแบบคล้ายกับรถเขน็
ที่สามารถเปิดรอ่ งหน้าดนิ ปล่อยเมล็ดข้าวโพด และกลบเมล็ดข้าวโพดได้
เพอื่ ลดเวลาการทำงาน เพิม่ ผลผลิตและลดค่าใช้จา่ ย
สมมติฐาน เครื่องหยอดขา้ วโพด หยอดไดเ้ รว็ กวา่ คน 1 เทา่
ตวั แปรตน้ เครอื่ งหยอดข้าวโพด/คน
ตวั แปรตาม ระยะเวลาในการหยอด
ตวั แปรควบคมุ ขนาดของลอ้ จำนวนเมล็ดทห่ี ยอด/ครัง้ คนหยอด
วธิ กี ารทดลอง
เปรียบเทียบระยะเวลาระหว่างใช้เครื่องหยอดกับคนหยอดในพื้นที่ 1 ไร่ โดยทำการทดลอง 3 ครั้ง
บันทึกผล แลว้ หาค่าเฉลีย่
บันทกึ ผลการทดลอง
ระยะเวลาหยอด (ชั่วโมง)/1 ไร่
ครัง้ ที่ คนหยอด
เครือ่ งหยอด
1 4.35 3.50
2 4.50 3.40
3 4.45 3.45
เฉลี่ย 4.43 3.45
...........................................................................................................................................................................
ทา่ นคิดวา่ โครงงานเรื่องนเ้ี ปน็ โครงงานทีด่ แี ล้วหรอื ไม่
ดแี ลว้ ให้อธบิ ายวา่ ดอี ย่างไร
ยังไมด่ ี ควรปรบั ปรงุ อยา่ งไร
หนา้ 16
ใบงาน เรือ่ งโครงงานน้ีดหี รอื ไม่
ใหพ้ จิ ารณาโครงงานทไ่ี ด้รบั แลว้ วจิ ารณ์วา่ เป็นโครงงานท่ดี ีหรือไม่ ถา้ เป็นโครงงานที่ดีแล้ว ดีอย่างไร
ถ้ายังไม่ดมี ขี ้อบกพรอ่ งอะไร ควรปรบั ปรงุ อยา่ งไร
โครงงานรปู จากกระดาษรไี ซเคลิ
ปัญหา ที่บ้านมาลี มีกระดาษเหลือใช้เยอะ เช่น กระดาษหนังสือพิมพ์
กระดาษ A4 กระดาษทิชชู กระดาษจากหนังสือวารสารเก่า หรือเศษกระดาษ
ต่างๆ จงึ ต้องการนำมาใช้ให้เกดิ ประโยชน์ เน่ืองจากมาลเี ป็นคนชอบงานศิลปะ
ชอบประดิษฐ์ของใช้ตา่ งๆ จงึ คดิ นำกระดาษเหลอื ใช้มาทำเป็นรูปภาพขาย
สมมติฐาน เศษกระดาษทำเปน็ รูปภาพขายได้
ตัวแปรต้น รูปภาพจากเศษกระดาษ
ตัวแปรตาม ความสวยงาม
ตวั แปรควบคุม ปรมิ าณกาว น้ำ สี ทใี่ ช้ กระดาษลอกลาย
วธิ ีการทดลอง
1. การทำรูปภาพ โดยฉีกกระดาษเป็นช้ินเลก็ แช่น้ำ ขยำให้ละเอยี ด บบี เอาน้ำออก ผสมสีตามตอ้ งการ ผสม
กาวลาเท็กซ์ 1 ใน 5 ของกระดาษ ลอกลายรปู ภาพบนแผ่นไมอ้ ัด ใช้ไมจ้ ิม้ ฟันตักกระดาษมาวางบนภาพ
ปล่อยใหแ้ หง้ นำภาพไปประเมินความสวยงาม บนั ทึกผล
2. นำไปจำหน่าย ภาพขนาด 6x8 น้วิ ราคา 400 บาท ขนาด 8x10 นว้ิ ราคา 600 บาท ขนาด 10x12 นิว้
ราคา 800 บาท
บนั ทึกผลการประเมนิ ความสวยงาม ระดับความสวยงาม 1
432
คนท่ี 5
1✓ 4.6
2✓
3✓
4✓
5✓
เฉล่ีย
ท่านคดิ วา่ โครงงานเร่ืองน้เี ป็นโครงงานท่ีดแี ล้วหรอื ไม่
ดีแล้ว ให้อธบิ ายวา่ ดีอยา่ งไร
ยังไมด่ ี ควรปรับปรงุ อยา่ งไร
หนา้ 17
ใบงาน เร่ือง “สนกุ กับโครงงานวิทยาศาสตร์”
ตอนท่ี 1. ให้นำตวั อักษรทางขวามอื มาใส่หนา้ ขอ้ ความทางซ้ายมือท่ีมีความสัมพนั ธ์กัน
1. การกำเนดิ ของทวปี และมหาสมทุ ร ก. โครงงานประเภทการทดลอง
2. การทำยากนั ยุงจากพชื ในท้องถ่นิ ข. โครงงานประเภทสำรวจ
3. กรงดักแมลงและแมลงสาบ ค. โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์
4. การสำรวจปัญหาส่งิ แวดล้อมในชมุ ชน ง. โครงงานประเภทการสรา้ ง
5. กา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซดจ์ ากเปลอื กไข่
ทฤษฎแี ละหลกั การ
ชะลอการสุกของผลไม้
6. เครื่องให้อาหารปลา
7. รูปแบบของจักรวาล
8. การศกึ ษาลักษณะของอากาศในทอ้ งถ่ิน
9. การบงั คบั ผลแตงโมเป็นรูปส่เี หลี่ยม
10. เครื่องขจัดคราบน้ำมนั
ตอนที่ 2. ใหน้ ำตัวเลขขา้ งบนมาใส่หน้าขอ้ ความใหถ้ ูกต้อง หนา้ 18
2 8 1 12
3 9 11
4 13
5 10
6
7
ก. สรปุ ผล
ข. ทมี่ าและความสำคญั
ค. ช่ือสถานศกึ ษา
ง. ชอ่ื ผู้จัดทำโครงการ
จ. วธิ ีดำเนินการ
ฉ. ผลการทดลอง
ช. ตัวแปร
ซ. ช่ือโครงงาน
ฌ. ชอ่ื ท่ีปรกึ ษา
ญ. สมมติฐาน
ฎ. ข้อเสนอแนะ
ฎ. วสั ดุอุปกรณ์
ฐ. วธิ ที ำ
หนา้ 19
กำหนดการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับนักศึกษา กศน.
ดา้ นการใช้และการอนุรกั ษพ์ ลงั งานไฟฟ้าเพ่อื ชีวิตและสังคม
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
วนั ท่ี 27 กรกฎาคม 2563 ณ ศูนย์วทิ ยาศาสตร์เพ่อื การศึกษาสระแกว้
08.00 – 09.00 น. ลงทะเบียน ณ หอประชุมของศูนยว์ ิทยาศาสตรเ์ พือ่ การศึกษาสระแกว้
(การนำเสนอผลงาน เรียงตามลำดับการลงทะเบียน)
09.00 – 09.30 น. พิธเี ปิด/แนะนำคณะกรรมการการตดั สิน/ชแ้ี จงกติกาการประกวด
09.30 – 10.00 น. นักศึกษา กศน. เริม่ นำเสนอผลงานโครงงานวทิ ยาศาสตร์
10.00 – 10.30 น. พักรับประทานอาหารวา่ ง
10.30 – 12.00 น. นกั ศึกษา กศน. นำเสนอผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์ (ต่อ)
12.00 – 13.00 น. พกั รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 – 14.30 น. นักศึกษา กศน. นำเสนอผลงานโครงงานวทิ ยาศาสตร์ (ต่อ)
14.30 – 14.45 น. พักรับประทานอาหารว่าง
14.45 – 15.30 น. คณะกรรมการพิจารณาการตัดสนิ
15.30 – 17.00 น. ประกาศผลการตดั สนิ และมอบรางวลั
หมายเหตุ - กำหนดการนี้อาจเปล่ียนแปลงไดต้ ามความเหมาะสม
- ลำดับการนำเสนอผลงาน เรียงตามลำดบั การลงทะเบียน
- ศูนยว์ ิทยาศาสตร์เพอ่ื การศึกษาสระแก้วจัดอาหารวา่ ง และอาหารกลางวันให้กับครูและ
นักศกึ ษาตามจำนวนที่สมัครเขา้ ร่วมประกวดเท่าน้นั
หนา้ 20
หลกั เกณฑ์การประกวดโครงงานวทิ ยาศาสตร์ สำหรับนกั ศกึ ษา กศน.
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
ดา้ นการใช้และการอนรุ ักษ์พลังงานไฟฟ้าเพ่อื ชีวติ และสังคม
ระดบั พืน้ ที่ ณ ศนู ย์วิทยาศาสตรเ์ พอ่ื การศึกษาสระแกว้
1. คณุ สมบตั ิของผเู้ ขา้ ประกวด
• จำนวนผ้เู ขา้ ประกวด เปน็ นักศกึ ษา กศน. ทีมละ 3 คน (รวมทีมต่างระดบั ได)้
• สมาชิกในทมี อย่างน้อย 2 ใน 3 คน เป็นนักศึกษา กศน. ทล่ี งทะเบียนเรยี นรายวชิ าเลอื กบังคบั การใช้
พลังงานไฟฟ้าในชวี ิตประจำวนั 1 (รหัส พว12010) หรอื การใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 2 (รหสั พว22002)
หรือการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 3 (รหัส พว32023) ตามหลักสูตรการศึกษานอก ระบบ ระดับ
การศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1/2559 ถึงปัจจุบัน หรือเคยลงทะเบียนเรียนรายวิชา
เลือก การใช้พลงั งานไฟฟ้าในชีวติ ประจำวัน (รหสั รายวชิ า พว02027)
• ครทู ี่ปรกึ ษาจำนวน 1-2 คน
• ผสู้ มัครตอ้ งไดร้ บั การรับรองคุณสมบตั ิจากผู้บริหารสถานศึกษาต้นสงั กัด โดยมกี ารลงนามรบั รอง
ในใบสมคั ร
2. กำหนดการ
2.1 ระดบั พืน้ ที่
ศูนยว์ ทิ ยาศาสตรเ์ พอื่ การศึกษาสระแกว้ รับสมคั รผูเ้ ขา้ แข่งขันจากพน้ื ที่บริการของแต่ละแหง่ และจัด
ประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรบั นกั ศกึ ษา กศน. ดา้ นการใชแ้ ละการอนุรักษ์พลังงานไฟฟา้ เพอ่ื
ชีวติ และสังคม ระหวา่ งเดือน กรกฎาคม-สงิ หาคม 2563 เพ่ือคดั เลือกทีมชนะเลศิ และรองชนะเลศิ
อนั ดับ 1 เปน็ ตวั แทนเขา้ ประกวดระดับประเทศต่อไป
• เกณฑ์การให้คะแนน ใช้เกณฑ์เดยี วกบั ระดบั ประเทศ (ดหู น้า 6 ข้อ 5. เกณฑ์การให้คะแนน )
3. รางวลั
3.1 ระดับพน้ื ที่ ดังนี้
รางวลั ชนะเลิศ 6,000 บาท และเกียรติบัตร
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 4,000 บาท และเกียรติบตั ร
รางวลั รองชนะเลศิ อนั ดบั 2 3,000 บาท และเกยี รตบิ ตั ร
รางวลั ชมเชย จำนวน 5 รางวัล ๆ ละ 1,000 บาท และเกยี รตบิ ัตร
หมายเหตุ 1) เงนิ รางวลั ระดับพน้ื ท่ี จดั ประกวดโดยศูนย์วิทยาศาสตร์เพ่อื การศึกษา 19 แห่ง ๆ ละ
18,000 บาท รวมจำนวน 342,000 บาท
2) เกยี รติบัตรลงนามโดยเลขาธกิ าร กศน.
หนา้ 21
4. ข้อกำหนดตา่ ง ๆ
4.1 ข้อกำหนดผลงาน
• เปน็ โครงงานวทิ ยาศาสตร์ ด้านการใช้และการอนรุ กั ษ์พลังงานไฟฟ้าเพ่อื ชีวิตและสงั คม
• ประเภทของโครงงานวทิ ยาศาสตร์ อาจเปน็ โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภททดลอง หรือ
โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทสำรวจ หรือโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทสิ่งประดิษฐ์ หรือโครงงาน
วทิ ยาศาสตร์ประเภททฤษฎี
• การใชแ้ ละการอนรุ ักษ์พลังงานไฟฟา้ เพ่ือชีวิตและสังคม มขี อบเขต/เน้ือหาตามชุดวชิ าการใช้
พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 1 พว12010 หรือชุดวิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 2 พว22002 หรือ
ชุดวิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 3 (พว32023) หรือ รายวิชาเลือก การใช้พลังงานไฟฟ้าใน
ชีวิตประจำวัน (รหัสรายวิชา พว02027) ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศักราช
2551
สามารถดาวน์โหลดชุดวิชาการใช้พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน 1, 2 และ 3 ได้ที่เว็บไซต์ของกลุ่ม
พัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอธั ยาศัย (สำนักงาน กศน.)
4.2 ข้อกำหนดรปู แบบรายงาน
• หน้าปก
ให้ใช้กระดาษปกแขง็ ขนาด A4 ไม่ระบสุ ี สามารถกำหนดขนาดและรูปแบบ
ตัวอักษร รวมถึงออกแบบองค์ประกอบอื่น ๆ ของหน้าปกได้เองโดยอิสระ แต่ต้องมีข้อความดังต่อไปนี้ปรากฏ
อยสู่ ่วนล่างของปกด้วย
รายงานฉบับน้ีเป็นส่วนหนงึ่ ของการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์
สำหรบั นักศกึ ษา กศน. ระดับพ้ืนที่/ระดบั ประเทศ
ดา้ นการใช้และการอนรุ ักษพ์ ลังงานไฟฟา้ เพือ่ ชีวติ และสังคม
ประจำปี พ.ศ. 2563
ณ ระบชุ อ่ื หน่วยงานที่จดั ประกวดระดบั พื้นที/่ ระดบั ประเทศ
• เน้อื หารายงาน
ตวั อกั ษรในรายงาน ใหใ้ ชต้ ัวอักษร TH Sarabun PSK ขนาด 16 point พมิ พ์ลงบน
กระดาษ A4 สีขาว พิมพ์หน้าเดียว สามารถกำหนดระยะกั้นหน้าและการเว้นขอบได้เอง ในส่วนของเนื้อหา
ตั้งแต่บทนำจนถึงสรุปผลการทดลองต้องมีความยาวไม่เกิน 20 หน้า และมีลำดับรูปเล่มรายงานครอบคลุม
ประเดน็ หรือหวั ข้อต่าง ๆ ดงั นี้
หนา้ 22
สว่ นหนา้
ปกหน้า
กระดาษรองปก A4 สีขาว
ปกใน
บทคดั ยอ่
(เป็นขอ้ ความโดยสรุปของโครงงานวิทยาศาสตร์ทสี่ น้ั ไดใ้ จความชัดเจน ครอบคลุมเน้ือหาสำคญั ความยาว
ไมเ่ กิน 1 หนา้ A4)
กติ ติกรรมประกาศ
(เปน็ สว่ นแสดงความขอบคุณบคุ คล หน่วยงาน สถาบันที่ให้ความชว่ ยเหลอื สนับสนุน ให้ความรแู้ ละ
คำแนะนำ)
สารบญั
สารบัญตาราง (ถา้ ม)ี
สารบัญภาพ (ถ้ามี)
ส่วนเนือ้ หา (ไมเ่ กิน 20 หน้า)
บทนำ
(ระบุท่ีมาและความสำคัญ โดยอธบิ ายเหตุผลท่เี ลือกทำโครงงาน เช่น โครงงานมีที่มาอย่างไร ปัญหาที่สนใจ
คอื อะไร
และมีความสำคญั อยา่ งไร, กำหนดจุดประสงค์, สมมติฐาน (ถา้ ม)ี , ตัวแปร (ถ้ามี),
นยิ ามศัพท์เฉพาะ (ถ้ามี), นยิ ามเชิงปฏบิ ตั กิ าร (ถ้ามี), ขอบเขตการศึกษา, ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ)
เอกสาร/ทฤษฎี/หลกั การทเี่ กยี่ วข้อง
(เป็นผลการสืบค้นข้อมลู เกี่ยวกบั เร่ืองท่ีทำโครงงาน มีผเู้ คยทำการศึกษามาก่อนแลว้ หรอื ไม่ ถา้ มไี ด้ผล
อย่างไร
และต้องใช้องคค์ วามรู้ ทฤษฎี/หลกั การทางวทิ ยาศาสตรท์ ่ีเกี่ยวข้องกบั การทำโครงงานน้ันอะไรบ้าง)
อปุ กรณ์และวิธีการศกึ ษา
(ระบุวสั ดุอุปกรณ์ วธิ กี ารและลำดบั ข้นั ตอนการทำโครงงาน)
ผลการศกึ ษา
(เปน็ ข้อคน้ พบจากการศึกษา ผลการทดลอง หรือผลการประดิษฐ์)
สรุปผลและอภปิ รายผล
(เป็นการสรุปการศกึ ษาของโครงงานวิทยาศาสตร์ตามจุดประสงค์ทตี่ ้ังไว้ การทดลองเปน็ ไปตามสมมติฐาน
ทตี่ ง้ั ไวห้ รอื ไม่
อยา่ งไร (ถา้ มี) และอภปิ รายผลที่ไดว้ ่ามีความสอดคล้องกบั เอกสาร/ทฤษฎ/ี หลักการทีเ่ กยี่ วขอ้ งที่ศึกษามา
อย่างไร
โดยอาจมีข้อเสนอแนะสำหรบั การศึกษาทย่ี งั ไมส่ มบรู ณแ์ ละประเด็นที่ควรศกึ ษาเพิ่มเติมในครั้งตอ่ ไป)
หนา้ 23
สว่ นอ้างอิง
บรรณานุกรม
(ระบุแหล่งท่ีมาของขอ้ มลู ตามหลักการอ้างองิ ทถ่ี ูกต้อง เช่น รปู แบบ APA
รปู แบบฮารเ์ วิร์ด (Harvard Style) และรูปแบบแวนคเู วอร์ (Vancouver Style) เป็นตน้
ภาคผนวก (ถา้ มี ต้องไมเ่ กิน 5 หน้า)
กระดาษรองปก A4 สีขาว
ปกหลงั
4.3 ข้อกำหนดการจดั ทำแผงโครงงานและการจดั แสดงผลงาน
• ขนาดแผงโครงงาน
แผน่ ก ขนาด 60 ซม. x 60 ซม.
แผน่ ข ขนาด 60 ซม. x 120 ซม.
แผน่ ค ขนาด 60 ซม. x 60 ซม.
แผ่น ก แผน่ ข แผ่น ค
60 ซม. 60 ซม.
60 ซม. 120 ซม. 60 ซม.
• การตกแตง่
o ผู้เข้าประกวดสามารถตกแต่งแผงโครงงานได้ตามอิสระแต่อยู่ภายในกรอบขนาดที่
กำหนด
o ผู้จัดเตรียมโต๊ะขนาด 75 ซม. x 150 ซม. จำนวน 1 ตัว และให้ผู้เข้าประกวด
จัดเตรียมอุปกรณ์ในการตกแต่งประกอบการนำเสนอเอง เช่น ผ้าปูโต๊ะ ริบบิ้น
ดอกไม้ ฯลฯ
• พนื้ ท่ีจัดแสดงผลงานของโครงงานแตล่ ะทีม
o กำหนดให้อยู่ในพืน้ ทีข่ นาด 2 เมตร x 2 เมตร (หากจำเปน็ ต้องมีอปุ กรณเ์ พ่ิมเตมิ ให้
จัดแสดงภายนอกอาคารหรือนอกเตน็ ท์ และแจ้งผู้จัดก่อนวันประกวดอย่างนอ้ ย 7
วัน)
4.4 ข้อกำหนดการนำเสนอผลงาน
• ผเู้ ข้าประกวดต้องอยู่ประจำโตะ๊ นำเสนอผลงานเพื่อนำเสนอดว้ ยวาจาไม่เกิน 7 นาที
และตอบคำถามจากคณะกรรมการประมาณ 3 นาที เพอื่ ให้คะแนนตามเกณฑท์ ก่ี ำหนด
หนา้ 24
• สงวนสทิ ธิใ์ ห้เฉพาะนักศึกษาผ้เู ขา้ ประกวด คณะกรรมการ และเจ้าหน้าทที่ ีม่ สี ว่ นเกย่ี วข้องอยู่
ในพื้นทปี่ ระกวดทีก่ ำหนดไว้เท่านน้ั
• คำตัดสินของคณะกรรมการถือเปน็ ส้นิ สุด
5. เกณฑ์การให้คะแนน 10 คะแนน
15 คะแนน
1) สว่ นประกอบของรายงาน 20 คะแนน
2) ความสามารถในการสื่อความหมายของรายงาน 20 คะแนน
3) ความคดิ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์และการนำไปใช้ประโยชน์ 15 คะแนน
4) ความรแู้ ละกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 10 คะแนน
5) แผงโครงงาน 10 คะแนน
6) การนำเสนอด้วยวาจา รวม 100 คะแนน
7) การตอบคำถาม
รายละเอียดของเกณฑ์การให้คะแนน
รายการประเมนิ สัดสว่ น เกณฑ์การให้คะแนน
1. ส่วนประกอบของรายงาน คะแนน
(10 คะแนน)
1.1 ความถูกต้องตามรูปแบบ 4 4 – เขยี นรายงานครอบคลุมหวั ข้อตามรูปแบบรายงาน
ทัง้ หมดและจัดลำดบั หัวขอ้ ไดถ้ กู ต้อง
1.2 การใชภ้ าษาถกู หลักไวยากรณ์ 3 – เขียนรายงานครอบคลมุ หัวข้อตามรูปแบบรายงาน
1.3 การเขยี นอา้ งองิ หรือบรรณานกุ รม ทัง้ หมดแต่จดั ลำดบั หัวข้อไม่ถูกตอ้ ง
2 – เขียนรายงานครอบคลมุ หวั ข้อตามรปู แบบรายงาน
ตง้ั แต่ 50% ขึ้นไป
1 – เขยี นรายงานครอบคลุมหัวขอ้ ตามรูปแบบรายงาน
นอ้ ยกวา่ 50%
2 2 – ใชภ้ าษาถูกหลกั ไวยากรณ์ ไมม่ ีการสะกดคำผิด
1 – มกี ารสะกดคำผดิ
2 2 – เขียนอ้างอิงหรือบรรณานุกรมได้ครบถ้วนและ
ถูกต้องตามรูปแบบ
หนา้ 25
รายการประเมนิ สดั สว่ น เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
1.4 ความเปน็ ระเบยี บเรียบรอ้ ยของ คะแนน
รายงาน
1 – เขียนอ้างอิงหรือบรรณานุกรมได้ครบถ้วน แต่ไม่
2. ความสามารถในการส่ือความหมาย
ของรายงาน (15 คะแนน) ถูกต้องตามรูปแบบ หรือเขียนไม่ครบถ้วน แต่ถูกต้อง
2.1 ความสมบูรณ์ของเนื้อหา
ตามรูปแบบ
2.2 การนำเสนอข้อมลู เป็นลำดับ
ข้ันตอน 2 2 – การใช้ตัวอักษร การจัดหน้ากระดาษ การเว้นวรรค
2.3 การใชภ้ าษาในการสอื่ ความหมาย
ตอน ย่อหน้า และการจัดเรียงหน้า มีความเหมาะสม
2.4 การใช้คำศพั ท์ทางวิทยาศาสตร์
ทงั้ หมด
1 – การใช้ตัวอักษร การจัดหน้ากระดาษ การเว้นวรรค
ตอน ย่อหน้า และการจัดเรียงหน้า มีความเหมาะสม
บางสว่ น
3 3 – มีเนอ้ื หาครอบคลุมประเด็นทีศ่ กึ ษาสมบูรณ์
ชัดเจน
2 – มเี นอ้ื หาครอบคลุมประเด็นทศ่ี ึกษาเป็นสว่ นใหญ่
1 – มเี น้ือหาครอบคลุมประเดน็ ท่ศี ึกษาเพียงบางส่วน
0 – มีเนอ้ื หาไม่ครอบคลมุ ประเดน็ ที่ศึกษา
3 3 – นำเสนอขอ้ มลู เปน็ ลำดับข้ันตอนสมบรู ณ์
2 – นำเสนอขอ้ มูลส่วนใหญ่เป็นลำดบั ข้ันตอน
1 – นำเสนอขอ้ มูลเป็นลำดับข้นั ตอนเพยี งบางสว่ น
0 – นำเสนอขอ้ มลู ไม่เปน็ ลำดับขนั้ ตอน
3 3 – ใชภ้ าษาส่ือความหมายท่เี ข้าใจง่าย ถูกตอ้ ง และมี
ความกระชบั
2 – ใช้ภาษาสือ่ ความหมายทเี่ ข้าใจง่าย ถูกต้อง แต่
ขาดความกระชบั
1 – ใช้ภาษาสอ่ื ความหมายสว่ นใหญ่เข้าใจง่าย
0 – ใช้ภาษาสื่อความหมายทเี่ ข้าใจยาก
3 3 – ใช้คำศพั ทท์ างวทิ ยาศาสตร์ทง้ั หมดถูกต้อง
2 – ใช้คำศพั ท์ทางวิทยาศาสตรส์ ่วนใหญถ่ ูกต้อง
1 – ใช้คำศัพทท์ างวิทยาศาสตรบ์ างส่วนถกู ต้อง
0 – ใชค้ ำศพั ท์ทางวิทยาศาสตร์ทง้ั หมดไม่ถูกต้อง
หนา้ 26
รายการประเมนิ สัดส่วน เกณฑก์ ารให้คะแนน
2.5 ความสมบรู ณข์ องเอกสารท่ี
เกีย่ วข้อง คะแนน
3. ความคดิ ริเร่มิ สรา้ งสรรคแ์ ละการ 3 3 – มกี ารศึกษาเอกสารทเ่ี กีย่ วขอ้ งกับปัญหา
นำไปใชป้ ระโยชน์ (20 คะแนน)
3.1 ความแปลกใหมข่ องโครงงาน ครอบคลุมและชัดเจน
3.2 ความแปลกใหม่ของการออกแบบ 2 – มีการศึกษาเอกสารทเ่ี กีย่ วข้องกบั ปัญหา
โครงงาน
ครอบคลุมแต่ยังไมช่ ัดเจน
3.3 รูปแบบการนำเสนอน่าสนใจ
1 – มกี ารศึกษาเอกสารท่ีเกย่ี วข้องกับปัญหาเพียง
บางส่วน
0 – ไม่ได้ศกึ ษาเอกสารท่ีเก่ียวข้องกับปัญหา
4 4 – โครงงานมีความแปลกใหม่ ทนั ตอ่ ยุคสมยั
3 – โครงงานสว่ นใหญม่ คี วามแปลกใหม่
2 – โครงงานบางส่วนมคี วามแปลกใหม่
1 – โครงงานไม่มคี วามแปลกใหม่
4 4 – การออกแบบโครงงานมีความแปลกใหม่ นา่ สนใจ
ทันต่อยุคสมยั
3 – การออกแบบโครงงานส่วนใหญม่ คี วามแปลกใหม่
น่าสนใจ
2 – การออกแบบโครงงานบางส่วนมคี วามแปลกใหม่
1 – การออกแบบโครงงานไม่มคี วามแปลกใหม่
4 4 – เทคนคิ การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบ ตาราง กราฟ
แผนภูมิ รปู ภาพ ฯลฯ มีความแปลกใหม่ น่าสนใจ และ
เหมาะสมกับข้อมลู
3 – เทคนคิ การนำเสนอขอ้ มูลในรปู แบบ ตาราง กราฟ
แผนภมู ิ รปู ภาพ ฯลฯ ส่วนใหญ่นา่ สนใจ และ
เหมาะสมกบั ข้อมูล
2 – เทคนคิ การนำเสนอขอ้ มูลในรปู แบบ ตาราง กราฟ
แผนภูมิ รูปภาพ ฯลฯ บางส่วนน่าสนใจ และเหมาะสม
กับข้อมลู
1 – เทคนิคการนำเสนอขอ้ มูลในรปู แบบ ตาราง กราฟ
แผนภมู ิ รปู ภาพ ฯลฯ ไม่นา่ สนใจ
หนา้ 27
รายการประเมนิ สดั ส่วน เกณฑ์การใหค้ ะแนน
3.4 ประโยชน์ของโครงงาน
คะแนน
3.5 การนำโครงงานไปใช้งานได้จริง
4 4 – มปี ระโยชน์ทัง้ ระดบั บุคคล ครอบครวั ชมุ ชน และ
4. ความร้แู ละกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์ (20 คะแนน) ประเทศชาติ
4.1 การกำหนดปัญหา
3 – มปี ระโยชน์ในระดบั บุคคล ครอบครัว และชุมชน
4.2 การออกแบบโครงงาน
2 – มปี ระโยชนร์ ะดับบคุ คลและครอบครวั
1 – มีประโยชนใ์ นระดับบุคคลเทา่ น้ัน
4 4 – สามารถนำผลงานทั้งหมดของโครงงานไปใช้งาน
ในชวี ิตประจำวนั ได้จริง
3 – สามารถนำผลงานสว่ นใหญข่ องโครงงานไปใชใ้ น
ชีวติ ประจำวนั ไดจ้ รงิ
2 – สามารถนำผลบางส่วนของโครงงานไปประยุกต์ใช้
ในชวี ติ ประจำวันไดจ้ รงิ
1 – ไม่สามารถนำผลของโครงงานไป
ป ร ะ ยุ ก ต์ ใ ช้ ใ น ชี วิ ต ประจำวันได้เลย
3 3 – ประเด็นปัญหา มีความเฉพาะเจาะจง และชัดเจนดี
มาก
2 – ประเดน็ ปญั หา มีความเฉพาะเจาะจง แต่ยังไม่
ชัดเจน
1 – ประเดน็ ปญั หา ไมเ่ ฉพาะเจาะจง
4 4 – การออกแบบโครงงานครอบคลุมประเดน็ ที่ต้องการ
ศกึ ษา
3 – การออกแบบโครงงานส่วนใหญ่ครอบคลมุ
ประเด็นที่ต้องการศึกษา
2 – การออกแบบโครงงานบางสว่ นครอบคลมุ ประเด็น
ทตี่ อ้ งการศึกษา
1 – การออกแบบโครงงานไม่ครอบคลุมประเด็นท่ีต้องการ
ศกึ ษา
หนา้ 28
รายการประเมิน สดั ส่วน เกณฑก์ ารให้คะแนน
4.3 การจัดกระทำและส่ือความหมาย
ขอ้ มูล คะแนน
4.4 การแปลผลและสรปุ ผล 4 4 – การจดั กระทำและส่ือความหมายข้อมูลท่เี ข้าใจ
4.5 การอภปิ รายผล ง่ายและชัดเจน
5. แผงโครงงาน (15 คะแนน) 3 – การจดั กระทำและสื่อความหมายข้อมูลสว่ นใหญ่
5.1 ความสมบรู ณ์ของเนอื้ หาในแผง
โครงงาน เขา้ ใจงา่ ยและชดั เจน
5.2 การนำเสนอข้อมลู เป็นลำดบั
ขัน้ ตอน 2 – การจดั กระทำและสื่อความหมายบางส่วนเข้าใจ
งา่ ย
1 – การจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมลู ทเ่ี ข้าใจได้
ยาก
4 4 – แปลความหมายถูกต้องและสรุปผลสอดคลอ้ งกับ
ข้อมลู
3 – แปลความหมายบางสว่ นถูกต้องและสรุปผล
สอดคล้องกบั ข้อมลู
2 – แปลความหมายบางสว่ นถูกต้องและสรปุ ผล
สอดคล้องกับข้อมูลบางส่วน
1 – แปลความหมายไม่ถูกต้องและสรปุ ผลไม่
สอดคลอ้ งกบั ข้อมลู
5 5 – อภปิ รายไดถ้ ูกต้อง สมบรู ณ์ สอดคล้องกบั ขอ้ มูล
พรอ้ มท้ังมีข้อมูลประกอบ
4 – อภปิ รายผลไดถ้ ูกตอ้ ง สมบรู ณ์ สอดคล้องกบั
ขอ้ มูล แต่ไม่มขี ้อมูลประกอบ
3 – อภิปรายผลไดถ้ ูกตอ้ งเป็นสว่ นใหญ่
2 – อภิปรายผลไดถ้ กู ต้องเพยี งบางสว่ น
1 – อภิปรายผลไม่ถูกตอ้ ง
3 3 – นำเสนอข้อมลู ทีส่ ำคัญได้ครบถว้ น สมบรู ณ์
2 – นำเสนอข้อมูลท่สี ำคัญได้เปน็ บางส่วน
1 – ไมน่ ำเสนอขอ้ มลู ที่สำคญั
2 2 – นำเสนอข้อมลู เปน็ ลำดบั ขั้นตอน สมบูรณ์
1 – นำเสนอข้อมลู ไมเ่ ป็นลำดับขัน้ ตอน
หนา้ 29
รายการประเมนิ สดั สว่ น เกณฑก์ ารให้คะแนน
5.3 มกี ารใชว้ ัสดุอุปกรณป์ ระกอบการ
แสดงโครงงานทเี่ หมาะสม คะแนน
5.4 รปู แบบการนำเสนอน่าสนใจ 3 3 – อุปกรณ์ประกอบการแสดงโครงงาน มีความ
5.5 แผงโครงงานมีความประณตี เหมาะสมท้งั หมด
สวยงาม
2 – อุปกรณป์ ระกอบการแสดงโครงงานบางสว่ น
5.6 การใช้แผงโครงงานตามขนาดท่ี
กำหนด มีความเหมาะสม
6. การนำเสนอด้วยวาจา (10 คะแนน)
6.1 ความสมบูรณ์ของเนื้อหา 1 – อุปกรณป์ ระกอบการแสดงโครงงาน ไม่เหมาะสม
6.2 ทกั ษะการนำเสนอ 3 3 – การแสดงแนวคิดโดยรวม และการจดั การรูปแบบ
ของโครงงานที่กระชบั และดงึ ดูดความสนใจทั้งหมด
2 – การแสดงแนวความคิดโดยรวม และการ
จดั รูปแบบของโครงงานบางส่วนนา่ สนใจ
1 – การแสดงแนวความคิดโดยรวม และจัดรปู แบบ
ของโครงงานไม่น่าสนใจ
3 3 – แผงโครงงาน สะอาด สวยงาม ตัวหนังสือ
และสีทใี่ ชเ้ หมาะสมท้ังหมด
2 – แผงโครงงาน สะอาด ตวั หนังสอื และสีท่ีใช้
เหมาะสมเพียงบางส่วน
1 – แผงโครงงาน สะอาด ตัวหนงั สอื และสที ี่ใช้ ไม่
เหมาะสม
1 1 – ใชแ้ ผงโครงงานตามขนาดทก่ี ำหนด
0 – ใช้แผงโครงงานแตกตา่ งจากขนาดท่กี ำหนด
3 3 – นำเสนอเนอื้ หาครอบคลุมประเดน็ ที่ศึกษา
ครบถว้ นสมบูรณ์
2 – นำเสนอเน้ือหาครอบคลมุ ประเด็นทศี่ ึกษา แต่ไม่
ชดั เจน
1 – นำเสนอเน้ือหาไม่ครอบคลุมประเด็นที่ศึกษา
2 2 – มีบคุ ลกิ ลกั ษณะ การใช้น้ำเสยี ง มคี วามม่นั ใจใน
การนำเสนอ
1 – ขาดความม่ันใจในการนำเสนอ
หนา้ 30
รายการประเมนิ สดั สว่ น เกณฑก์ ารให้คะแนน
6.3 การใชภ้ าษาในการสือ่ สาร
คะแนน
6.4 การมีส่วนร่วมของสมาชิกภายใน
กลุ่ม 2 2 – ใช้ภาษาสอ่ื ความหมายทีเ่ ขา้ ใจง่าย ถูกต้อง
6.5 การเสนอผลงานตามเวลาท่ี และมีความกระชบั
กำหนดให้
7. การตอบคำถาม (10 คะแนน) 1 – ใช้ภาษาสอ่ื ความหมายที่เขา้ ใจง่าย ถูกต้อง
7.1 ความถูกต้องในเน้อื หา
แตข่ าดความกระชับ
7.2 ความฉบั ไวในการตอบคำถามและ
การแก้ปญั หาเฉพาะหน้า 0 – ใช้ภาษาส่ือความหมายที่เขา้ ใจยาก
7.3 การใชภ้ าษาในการสื่อสาร
2 2 – สมาชิกในกล่มุ ทุกคนมสี ว่ นร่วมในการนำเสนอ
7.4 การมสี ่วนร่วมของสมาชกิ ภายใน
กลุ่ม ผลงาน
1 – สมาชิกในกลุ่มบางคนไมม่ ีสว่ นร่วมในการนำเสนอ
ผลงาน
1 1 – นำเสนอผลงานเหมาะสมกบั เวลาทก่ี ำหนดให้
0 – นำเสนอผลงานไมเ่ หมาะสมกับเวลาทีก่ ำหนดให้
4 4 – ตอบคำถามไดถ้ ูกตอ้ งท้ังหมดและตรงประเด็น
พร้อมทงั้ มีขอ้ มลู ประกอบ
3 – ตอบคำถามได้ถูกต้องท้งั หมดและตรงประเดน็
แต่ไม่มีข้อมลู ประกอบ
2 – ตอบคำถามสว่ นใหญ่ไดถ้ ูกต้อง
1 – ตอบคำถามบางสว่ นไดถ้ ูกต้อง
2 2 – ตอบคำถามไดฉ้ บั ไวทุกข้อและสามารถแก้ปัญหา
เฉพาะหน้าได้ดี
1 – ตอบคำถามได้ฉบั ไวบางข้อ
2 2 – ใช้ภาษาสอ่ื ความหมายได้เขา้ ใจงา่ ย ถูกต้อง
และมคี วามกระชบั
1 – ใช้ภาษาสอ่ื ความหมายทเ่ี ขา้ ใจยาก
2 2 – สมาชกิ ในกลมุ่ ทุกคนมีสว่ นร่วมในการตอบคำถาม
1 – สมาชกิ ในกลุม่ บางคนไม่มีสว่ นรว่ มในการตอบ
คำถาม
หนา้ 31
ใบสมคั รเข้ารว่ มประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับนกั ศึกษา กศน.
ด้านการใช้และการอนรุ กั ษพ์ ลังงานไฟฟา้ เพือ่ ชีวติ และสังคม
วนั ท่ี 27 กรกฎาคม 2563 ณ หอประชมุ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสระแก้ว
ชอื่ โครงงาน.............................................................................................................ประเภท...............................
1. ช่ือสถานศกึ ษาที่เขา้ รว่ มประกวด.....................................................................................................................
สถานทต่ี ั้ง..............................................................................................................................................................
โทรศพั ท์.....................................................................โทรสาร..............................................................................
2. ครูทปี่ รึกษา (จำนวน 1-2 คน)
2.1 ชอื่ – สกลุ (นาย/นาง/นางสาว).....................................................................................................................
ตำแหน่ง......................................................โทรศพั ท์มือถือ.................................................................................
อเี มล์.................................................................................................................................. ...................................
2.2 ชื่อ – สกลุ (นาย/นาง/นางสาว).....................................................................................................................
ตำแหน่ง......................................................โทรศัพท์มือถือ.................................................. ...............................
อีเมล.์ .................................................................................................................................................................. .
3. นักศกึ ษาผเู้ ข้าประกวด (จำนวน 3 คน)
3.1 ชอ่ื – สกุล (นาย/นาง/นางสาว).....................................................................................................................
นกั ศึกษา กศน. ระดบั ...........................................................................................................................................
3.2 ชอ่ื – สกลุ (นาย/นาง/นางสาว).....................................................................................................................
นกั ศกึ ษา กศน. ระดับ...........................................................................................................................................
3.3 ชือ่ – สกลุ (นาย/นาง/นางสาว).....................................................................................................................
นักศึกษา กศน. ระดบั ...........................................................................................................................................
ลงช่ือ.........................................ผสู้ มัคร ลงช่อื .........................................ผรู้ บั รองคุณสมบตั ิ
(...............................................) (...............................................)
ตำแหน่ง....................................... ตำแหนง่ .......................................
ว/ด/ป.......................................... ว/ด/ป..........................................
(กรณุ าเขียนชือ่ /นามสกุล ตัวบรรจง เพือ่ ความสะดวกในการจัดพมิ พเ์ กียรติบัตร และใสค่ ำนำหน้านามมาดว้ ย)
1. จดั ทำเอกสารรายงานโครงงานวิทยาศาสตรฉ์ บับสมบูรณ์ สง่ คณะกรรมการ ในวันประกวด จำนวน 5 ชดุ
2. สอบถามรายละเอยี ดเพ่ิมเติมไดท้ ่ี 084-863-7394 นางสาวเดอื นรัตน์ เฉลยี วกจิ ผู้ประสานงาน
3. กรณุ านำใบสมัครตวั จรงิ มาส่งในวันประกวด
หนา้ 32
สามารถดูรายละเอยี ดดังกล่าวไดท้ างเวบ็ ไซด์ http://sakaeosci.com/ และสมัครออนไลน์โดยแสกน
QR code ทปี่ รากฎท้ายหนงั สือฉบบั น้ี ไดต้ ้ังแต่ บดั น้ี จนถงึ วนั ศุกร์ ท่ี ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๓
วธิ กี ารสมคั ร
1.) สแกน QR code
2.) ดาวน์โหลดหลกั เกณฑ์การประกวดโครงงานวทิ ยาศาสตรด์ ้านการใชแ้ ละการอนุรักษ์พลงั งาน
ไฟฟ้าเพื่อชีวิตและสงั คม
3.) ดาวน์โหลดใบสมคั รการประกวด นำใบสมัครตัวจรงิ มายืน่ ในวันประกวด
4.) สมัครออนไลน์ โดยคลกิ ที่ปุ่มถดั ไป
หนา้ 33
กำหนดการประกวดโครงงานวทิ ยาศาสตร์พัฒนานวัตกรรม สำหรับนักศกึ ษา กศน.
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
ด้านส่งิ แวดลอ้ มประเภทการจดั การขยะมูลฝอย ระดับพน้ื ท่ี
วันท่ี 29 กรกฎาคม 2563
ณ ศูนย์วทิ ยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสระแกว้
08.00 – 09.00 น. ลงทะเบียน ณ หอประชมุ ของศนู ย์วทิ ยาศาสตร์เพือ่ การศึกษาสระแกว้
(การนำเสนอผลงาน เรียงตามลำดับการลงทะเบียน)
09.00 – 09.30 น. พิธีเปิด/แนะนำคณะกรรมการการตัดสนิ /ช้ีแจงกติกาการประกวด
09.30 – 10.00 น. นักศกึ ษา กศน. เรม่ิ นำเสนอผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์
10.00 – 10.30 น. พักรบั ประทานอาหารว่าง
10.30 – 12.00 น. นักศกึ ษา กศน. นำเสนอผลงานโครงงานวทิ ยาศาสตร์ (ต่อ)
12.00 – 13.00 น. พักรบั ประทานอาหารกลางวนั
13.00 – 14.30 น. นักศกึ ษา กศน. นำเสนอผลงานโครงงานวทิ ยาศาสตร์ (ต่อ)
14.30 – 14.45 น. พกั รับประทานอาหารว่าง
14.45 – 15.30 น. คณะกรรมการพิจารณาการตัดสิน
15.30 – 17.00 น. ประกาศผลการตัดสนิ และมอบรางวลั
หมายเหตุ - กำหนดการน้ีอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
- ลำดับการนำเสนอผลงาน เรยี งตามลำดบั การลงทะเบยี น
- ศนู ยว์ ทิ ยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสระแก้วจัดอาหารวา่ ง และอาหารกลางวนั ให้กับครูและ
นกั ศึกษาตามจำนวนทส่ี มคั รเขา้ รว่ มประกวดเท่าน้ัน
หนา้ 34
หลักเกณฑ์การประกวด
โครงงานวิทยาศาสตรพ์ ัฒนานวตั กรรมดา้ นสง่ิ แวดล้อมประเภทการจัดการขยะมูลฝอย ระดับภูมิภาค
ศูนย์วิทยาศาสตรเ์ พื่อการศึกษาสระแกว้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563
วันที่ 29 กรกฎาคม 2563
--------------------------------------------------------------------------
1. ระดบั การแข่งขนั สำหรับนักศกึ ษา กศน. ทุกระดับ
2. คุณสมบัตขิ องผูเ้ ขา้ ประกวด
2.1 จำนวนผูเ้ ขา้ ประกวดเป็นนักศึกษา กศน. ทีมละ 3 คน (รวมทีมต่างระดับการศกึ ษาได้)
2.2 ครทู ป่ี รกึ ษาจำนวน 1-2 คน
2.3 ผู้สมคั รต้องได้รับการรับรองคุณสมบัติจากผู้บริหารสถานศึกษาต้นสังกัดโดยมีการลงนามรับรอง
ในใบสมคั ร
2.4 ทีมที่ได้รางวัลชนะเลิศจะเป็นตัวแทนเข้าประกวดในระดับประเทศต่อไป ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์
เพ่อื การศึกษารงั สติ จงั หวดั ปทุมธานี
3. รางวลั
รางวลั ชนะเลิศ จำนวน 1 รางวลั ๆ ละ 6,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบตั ร
รางวลั รองชนะเลิศอนั ดบั 1 จำนวน 1 รางวลั ๆ ละ 4,000 บาท พร้อมโล่และเกียรติบตั ร
รางวัลรองชนะเลิศอนั ดับ 2 จำนวน 1 รางวลั ๆ ละ 3,000 บาท พรอ้ มโลแ่ ละเกยี รติบัตร
รางวัลชมเชย จำนวน 5 รางวัล ๆ ละ 1,000 บาท พร้อมเกียรตบิ ัตร
4. กำหนดการ
4.1 ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสระแก้ว เปิดรับสมัครทีมเข้าร่วมประกวด โครงงานวิทยาศาสตร์
พัฒนานวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อม ประเภทการจัดการขยะมูลฝอย ระดับภูมิภาค ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.
2563 ตัง้ แต่ พฤษภาคม – 17 กรกฎาคม 2563
ดาวน์โหลดหลักเกณฑ์การประกวด กำหนดการ และใบสมัครได้จากเว็บไซต์ของศูนย์วิทยาศาสตร์ เพื่อ
การศึกษาสระแกว้ (http://www.sakaeosci.com)
4.2 ผจู้ ดั ขอสงวนสิทธิ์ในการจัดลำดับในการนำเสนอผลงานของแตล่ ะทมี หลังปิดรับสมัคร
4.3 คณะกรรมการประเมินผลงาน โดยผู้เข้าประกวดต้องอยู่ประจำโต๊ะนำเสนอผลงานเพื่อนำเสนอ
ด้วยวาจาและตอบคำถามจากคณะกรรมการเพ่ือใหค้ ะแนนตามเกณฑ์ทก่ี ำหนด
4.4 ประกาศผล/มอบรางวัล โดยคำตดั สนิ ของคณะกรรมการถอื เป็นสน้ิ สดุ
5. ข้อกำหนดตา่ ง ๆ
5.1 ข้อกำหนดผลงาน
เปน็ โครงงานวิทยาศาสตร์พัฒนานวตั กรรมดา้ นสิ่งแวดล้อม ประเภทการจัดการขยะมลู ฝอย
หนา้ 35
5.2 ข้อกำหนดรูปแบบรายงาน
หนา้ ปก
ใหใ้ ช้กระดาษปกแข็งขนาด A4 สอี ะไรกไ็ ด้ สามารถกำหนดขนาดและรูปแบบตัวอกั ษรรวมถึง
ออกแบบองค์ประกอบอื่น ๆ ของหน้าปกได้เองโดยอิสระ แต่ต้องมีข้อความดังต่อไปนี้ปรากฏอยู่ส่วนล่างของปก
ดว้ ย
รายงานฉบับนเ้ี ปน็ ส่วนหน่ึงของการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์พัฒนานวัตกรรมด้านสง่ิ แวดลอ้ ม
ประเภทการจดั การขยะมลู ฝอย
สำหรับนักศึกษา กศน. ระดับประเทศ ประจำปี พ.ศ.2563
ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสระแกว้
เนอ้ื หารายงาน
ตัวอักษรในรายงาน ให้ใช้ตัวอักษร TH Sarabun PSK ขนาด 16 point พิมพ์ลงบน
กระดาษ A4 สีขาว พิมพ์หน้าเดียว สามารถกำหนดระยะกั้นหน้าและการเว้นขอบได้เอง ในส่วนของเนื้อหา
ตั้งแต่บทนำจนถึงสรุปผลการทดลองต้องมีความยาวไม่เกิน 20 หน้า และมีลำดับรูปเล่มรายงานครอบคลุม
ประเดน็ หรือหวั ขอ้ ต่าง ๆ ดังนี้
สว่ นหนา้
ปกหน้า
กระดาษรองปก A4 สีขาว
ปกใน
บทคดั ย่อ
(เป็นข้อความโดยสรปุ ของโครงงานวิทยาศาสตรท์ ีส่ น้ั ได้ใจความชัดเจน ครอบคลมุ เน้อื หาสำคญั ความยาวไมเ่ กนิ 1 หนา้ A4)
กติ ติกรรมประกาศ
(เปน็ สว่ นแสดงความขอบคณุ บคุ คล หน่วยงาน สถาบนั ทใ่ี หค้ วามช่วยเหลอื สนบั สนุน ใหค้ วามรู้และคำแนะนำ)
สารบญั
สารบญั ตาราง (ถา้ มี)
สารบญั ภาพ (ถา้ ม)ี
สว่ นเนื้อหา(ไมเ่ กิน 20 หนา้ )
บทนำ
(ระบุท่มี าและความสำคญั โดยอธบิ ายเหตผุ ลทเี่ ลือกทำโครงงาน เช่น โครงงานมที ี่มาอยา่ งไร ปญั หาทส่ี นใจคอื อะไร
และมคี วามสำคัญอยา่ งไร, กำหนดจุดประสงค์, สมมติฐาน (ถา้ ม)ี , ตัวแปร (ถ้ามี),
นิยามศัพท์เฉพาะ (ถ้ามี), นยิ ามเชงิ ปฏบิ ตั ิการ (ถ้ามี), ขอบเขตการศกึ ษา, ประโยชนท์ ีค่ าดวา่ จะไดร้ ับ)
เอกสาร/ทฤษฎี/หลกั การที่เกยี่ วข้อง
(เป็นผลการสืบคน้ ข้อมูลเกยี่ วกบั เร่ืองท่ที ำโครงงาน มผี ู้เคยทำการศกึ ษามากอ่ นแลว้ หรือไม่ ถา้ มไี ดผ้ ลอย่างไร
และตอ้ งใช้องค์ความรู้ ทฤษฎี/หลกั การทางวิทยาศาสตร์ทเ่ี กย่ี วข้องกบั การทำโครงงานนัน้ อะไรบ้าง)
หนา้ 36
อปุ กรณ์และวิธีการศกึ ษา
(ระบุวัสดอุ ุปกรณ์ วิธกี ารและลำดบั ข้ันตอนการทำโครงงาน)
ผลการศกึ ษา
(เปน็ ข้อค้นพบจากการศกึ ษา ผลการทดลอง หรอื ผลการประดษิ ฐ์)
สรปุ ผลและอภิปรายผล
(เปน็ การสรปุ การศึกษาของโครงงานวทิ ยาศาสตร์ตามจุดประสงคท์ ตี่ งั้ ไว้ การทดลองเปน็ ไปตามสมมติฐานท่ตี ง้ั ไวห้ รือไม่
อย่างไร (ถา้ มี) และอภปิ รายผลที่ไดว้ ่ามคี วามสอดคล้องกบั เอกสาร/ทฤษฎ/ี หลักการทีเ่ กี่ยวข้องที่ศกึ ษามาอย่างไร
โดยอาจมีข้อเสนอแนะสำหรบั การศึกษาท่ียงั ไมส่ มบรู ณแ์ ละประเดน็ ทีค่ วรศกึ ษาเพม่ิ เตมิ ในคร้ังตอ่ ไป)
สว่ นอา้ งอิง
บรรณานกุ รม
(ระบแุ หลง่ ที่มาของขอ้ มูลตามหลกั การอ้างอิงท่ีถกู ตอ้ งเช่น รูปแบบ APA
รปู แบบฮาร์เวริ ด์ (Harvard Style) และรปู แบบแวนคเู วอร์ (Vancouver Style) เป็นตน้
ภาคผนวก (ถ้ามี ต้องไมเ่ กิน 5 หนา้ )
กระดาษรองปก A4 สขี าว
ปกหลงั
โดยให้จัดส่งเล่มรายงานฉบับสมบูรณ์ไปท่ีศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสระแก้ว จำนวน
5 เล่ม ภายในวันที่ 17 กรกฎาคม 2563 (ยึดวันประทับตราโดยไปรษณีย์) เพื่อให้คณะกรรมการให้
คะแนนในสว่ นของรายงานก่อนวันนำเสนอผลงาน
5.3 ข้อกำหนดการจดั ทำแผงโครงงานและการจดั แสดงผลงาน
ขนาดแผงโครงงาน
แผน่ ก ขนาด 60 ซม. x 60 ซม.
แผน่ ข ขนาด 60 ซม. x 120 ซม.
แผ่น ค ขนาด 60 ซม. X 60 ซม.
แผน่ ก แผ่น ข แผน่ ค
60 ซม. 60 ซม.
60 ซม. 120 ซม. 60 ซม.
การตกแต่ง
ผเู้ ข้าประกวดสามารถตกแต่งแผงโครงงานได้ตามอสิ ระแต่อยภู่ ายในกรอบขนาดท่ีกำหนด
ผู้จัดเตรียมโต๊ะขนาด75 ซม. x150 ซม. จำนวน 1 ตัว และให้ผู้เข้าประกวดจัดเตรียม
อปุ กรณ์ในการตกแตง่ ประกอบการนำเสนอมาเอง เชน่ ผ้าปูโต๊ะ ริบบนิ้ ดอกไม้ ฯลฯ
หนา้ 37
พน้ื ทจี่ ัดแสดงผลงานของโครงงานแต่ละทีม
กำหนดใหอ้ ยู่ในพนื้ ท่ีขนาด2.5 เมตร x 2.5เมตร (หากจำเปน็ ตอ้ งมีอุปกรณ์เพิม่ เตมิ
ให้จัดแสดงภายนอกอาคารหรือนอกเตน็ ท์และแจ้งผู้จัดก่อนวันประกวดอย่างน้อย 7 วัน)
5.4 ขอ้ กำหนดการนำเสนอผลงาน
ผู้เข้าประกวดต้องอยู่ประจำโต๊ะนำเสนอผลงานเพื่อนำเสนอด้วยวาจาไม่เกิน 7 นาที และ
ตอบคำถามจากคณะกรรมการประมาณ 3 นาที เพอ่ื ใหค้ ะแนนตามเกณฑ์ทกี่ ำหนด
สงวนสิทธิ์ให้เฉพาะนักศึกษาผู้เข้าประกวดคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
อย่ใู นพนื้ ทป่ี ระกวดทก่ี ำหนดไว้เทา่ นัน้
คำตดั สนิ ของคณะกรรมการถือเปน็ ส้ินสดุ
6. เกณฑ์การตดั สนิ 20 คะแนน
1) ความคิดสร้างสรรค์ 30 คะแนน
2) การตอบโจทยป์ ญั หา และประโยชนใ์ นการนำไปใช้งาน 20 คะแนน
3) การออกแบบเชิงวิศวกรรม และความเปน็ ไปได้ในการนำไปผลิตเพื่อใช้งานจริง 10 คะแนน
4) การคำนึงถงึ แนวคดิ ด้านส่ิงแวดลอ้ ม 20 คะแนน
5) การนำเสนอผลงาน และการตอบคำถาม
รายละเอยี ดของเกณฑ์การใหค้ ะแนน
รายการประเมิน เกณฑก์ ารให้คะแนน คะแนน คะแนน
รวม
1. ความคดิ สร้างสรรค์ 1.1 มคี อนเซปทท์ ชี่ ดั เจน และตรงกับโจทย์ 5 20
ของการประกวด ในการออกแบบชิน้ งาน 5
2. การตอบโจทย์ปัญหา 10 30
และประโยชน์ ในการ 1.2 แนวความคดิ ของผลงานมีความแปลก 6
นำไปใชง้ าน ใหม่ในเชิงนวัตกรรมดา้ นส่งิ แวดล้อม 6
8
1.3 มกี ารบูรณาการแนวความคดิ STEAM ใน
การออกแบบผลงาน(10)
2.1 สามารถตโี จทยป์ ัญหาได้อย่างชดั เจน
2.2 ผลงานมีความเหมาะสมกับผู้ใช้
กลุม่ เปา้ หมาย
2.3 ผลงานสามารถนำไปใช้งานเพือ่ ตอบ
โจทยป์ ัญหาตามที่ต้องการได้
หนา้ 38
รายการประเมิน เกณฑ์การใหค้ ะแนน คะแนน คะแนน
รวม
3. การออกแบบเชงิ 2.4 สามารถนำผลงานไปต่อยอด เพื่อเป็น 10
วศิ วกรรมและความ ตน้ แบบในการใช้งานตอ่ ไปได้ 5 20
เปน็ ไปไดใ้ นการนำไป 10
ผลติ เพอ่ื ใช้งานจรงิ 3.1 ผลงานทน่ี ำเสนอมีแบบและดีไซนท์ ี่ 5 10
เหมาะสม 20
4. การคำนึงถึงแนวคิด 10
ด้านสิง่ แวดล้อม 3.2 ผลงานสามารถนำไปผลติ เพ่ือใช้งาน 100
จริงได้ 8
5. การนำเสนอผลงาน
และการตอบคำถาม 3.3 มกี ารนำเสนอวัสดแุ ละโครงรา่ งของ 6
ชิน้ งานอย่างละเอยี ดและเห็นภาพได้ 6
ชดั เจน
4.1 ผลงานทีน่ ำเสนอสามารถตอบโจทย์
ปญั หาด้านส่งิ แวดล้อม (การจัดการ
ขยะ)
5.1 สามารถนำเสนอผลงานและสื่อสารได้
อย่างนา่ สนใจและเขา้ ใจง่ายตอบ
คำถามได้ชัดเจนถกู ต้อง
5.2 ส่วนประกอบของรายงานมีความ
ถกู ต้องตามรูปแบบรายงาน
5.3 แผงโครงงานมคี วามถกู ต้องตาม
ขอ้ กำหนดและนา่ สนใจ
รวมคะแนน
หนา้ 39
ใบสมคั รเข้ารว่ มประกวดโครงงานวทิ ยาศาสตร์พฒั นานวัตกรรมดา้ นสิง่ แวดล้อม
ประเภทการจัดการขยะมูลฝอย สำหรับนกั ศึกษา กศน. ประจำปงี บประมาณ พ.ศ. 2563
วันท่ี 29 กรกฎาคม 2563
ณ ศูนยว์ ิทยาศาสตร์เพื่อการศกึ ษาสระแก้ว
ชื่อโครงงาน............................................................................................................ .ประเภท...............................
1. ช่อื สถานศึกษาทเ่ี ข้าร่วมประกวด.....................................................................................................................
สถานที่ต้งั ..............................................................................................................................................................
โทรศพั ท.์ ....................................................................โทรสาร..............................................................................
2. ครทู ่ปี รกึ ษา (จำนวน 1-2 คน)
2.1 ช่ือ – สกลุ (นาย/นาง/นางสาว).....................................................................................................................
ตำแหน่ง......................................................เลขประจำตวั ประชาชน....................................................................
โทรศัพท์.....................................................................อเี มล.์ .................................................................................
2.2 ชอื่ – สกุล (นาย/นาง/นางสาว).....................................................................................................................
ตำแหนง่ ......................................................เลขประจำตวั ประชาชน....................................................................
โทรศัพท์.....................................................................อีเมล์......................... .........................................................
3. นกั ศกึ ษาผเู้ ขา้ ประกวด (จำนวน 3 คน)
3.1 ช่ือ – สกุล (นาย/นาง/นางสาว).....................................................................................................................
นักศกึ ษา กศน. ระดับ.........................................เลขประจำตัวประชาชน............................................................
3.2 ชอื่ – สกุล (นาย/นาง/นางสาว).....................................................................................................................
นักศึกษา กศน. ระดับ.........................................เลขประจำตัวประชาชน............................................................
3.3 ชื่อ – สกุล (นาย/นาง/นางสาว).....................................................................................................................
นักศกึ ษา กศน. ระดบั .........................................เลขประจำตัวประชาชน............................................................
ลงชือ่ .........................................ครูทีป่ รึกษา ลงชื่อ.........................................ผ้รู ับรองคณุ สมบัติ
(...............................................) (........................................ .......)
ตำแหนง่ ....................................... ตำแหน่ง.......................................
ว/ด/ป.......................................... ว/ด/ป..........................................
(กรุณาเขยี นชื่อ/นามสกุล ตวั บรรจง เพอ่ื ความสะดวกในการจัดพมิ พ์เกียรติบัตร และใสค่ ำนำหน้านาม
มาดว้ ย)
หนา้ 40
1. กรณุ าสง่ ใบสมัครทางไปรษณยี ์มายงั กลุ่มส่งเสริมและบริการ ศูนยว์ ทิ ยาศาสตรเ์ พ่ือการศกึ ษาสระแกว้
597/49 ถนนสุวรรณศร ต.ทา่ เกษม อ.เมอื งสระแกว้ จ.สระแก้ว 27000 หรือทางโทรสารหมายเลข 037-
425-384 ภายในวันท่ี 17 กรกฎาคม 2563
2. จดั ทำเอกสารรายงานโครงงานวทิ ยาศาสตร์ฉบับสมบรู ณ์ ส่งคณะกรรมการ ในวันประกวด จำนวน 5 ชดุ
3. สอบถามรายละเอียดเพม่ิ เติมได้ที่ www.sakaeosci.com หรอื นางสาวเยาวลกั ษณ์ กล้วยนอ้ ย นักวิชาการ
วทิ ยาศาสตร์ศึกษา โทรศัพท์ 085-2756856
4. กรณุ านำใบสมัครตัวจรงิ มาสง่ ในวันประกวด
สมคั รออนไลนโ์ ดยสแกน QR code
Link : https://forms.gle/DygESa74WVWLm5rg9
ดาวนโ์ หลดเอกสารรายละเอียดการประกวด
Link : shorturl.at/dtQVY
หนา้ 41
1. QR-Code ตัวอย่างรปู เล่มโครงงาน
2. QR-Code ตัวอยา่ งวดิ ีโอการนำเสนอโครงงาน
หนา้ 42
3. QR-Code วิดโี อนำเสนอตัวอยา่ งนวตั กรรม
4. QR-CORD การประกวดโครงงานวทิ ยาศาสตร์ สำหรับนักศกึ ษา กศน. ระดบั ประเทศ ปี 2560 -2562
หนา้ 43
เอกสารอา้ งองิ
ศูนย์วิทยาศาสตรเ์ พื่อการศึกษาสระแกว้ .(2558) คู่มือการเรียนรู้โครงงานวิทยาศาสตร.์
สถาบันพฒั นาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั ภาคเหนือ.(2551) คู่มือการจดั ทำโครงงาน.
สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย.
หนา้ 44
ที่ปรึกษา คณะผู้จัดทำ
นายประพรรณ์ ขามโนนวัด
รองผ้อู ำนวยการสำนกั งาน กศน.จังหวดั ชยั ภมู ิ
นายแสง โตศรีสวัสดเ์ิ กษม รักษาการในตำแหนง่ ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อ
การศึกษาสระแก้ว
คณะทำงาน ครชู ำนาญการพเิ ศษ
นายแสง โตศรีสวัสด์ิเกษม
นางสาวปวีณก์ ร คำเสยี ง ครูชำนาญการพเิ ศษ
นายมนัสชัย โสคำภา ครูผชู้ ่วย
นายอำพร ทองอาจ ครผู ู้ช่วย
นางสาวกันติชา ภูม่ ี นักวชิ าการศึกษา
นางสาวกนกวรรณ จิปภิ พ นักวชิ าการวทิ ยาศาสตร์ศึกษา
นางสาวเยาวลักษณ์ กลว้ ยนอ้ ย นักวชิ าการวิทยาศาสตร์ศึกษา
นางสาวเดือนรัตน์ เฉลียวกจิ นกั วิชาการวทิ ยาศาสตรศ์ ึกษา
นางสาวสุกญั ญา ศรีภมู ิ นกั วิชาการวิทยาศาสตรศ์ ึกษา
นักวชิ าการวิทยาศาสตร์ศึกษา
รวบรวม เรียบเรียง/ พิมพต์ ้นฉบับ
นางสาวปวณี ก์ ร คำเสียง ครูผชู้ ่วย
นางสาวสุกัญญา ศรภี ูมิ นกั วิชาการวทิ ยาศาสตร์ศึกษา
จัดทำรปู เล่ม/ออกแบบปก ครูผู้ชว่ ย
นางสาวปวีณ์กร คำเสยี ง
ครูชำนาญการพิเศษ
บรรณาธกิ าร
นายแสง โตศรสี วัสด์ิเกษม