เรวัติ ศุกศิริ
ลุก ได้
เพราะ
เคย ล้ม
รูปภาพ: เพจเที่ยวญี่ปุ่นกันมั้ย (Visit Japan)
คำนำ
ความสุข-ความทุกข์
ความสำเร็จ-ความล้มเหลว
ความรวย-ความจน
ทั้งหมดล้นเป็นสิ่งที่
เกิดขึ้นได้กับชีวิตมนุษย์ทุกคน
หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เขียนเพื่อให้อ่านแล้วเชื่อ แต่เขียน
เพื่อให้นำไปทดลองใช้ให้เห็นจริงถึงวิธีที่จะทำให้เห็นอำนาจ
บงการความสุข จัดการชีวิตตนให้มีความสำเร็จ ลุกขึ้นได้
แม้ยามล้ม ซึ่ง "ไม่ว่าเราจะยากดีมีจน ไม่ว่าุณจะหล่อมาก
หรือสวยน้อย ก็สามารถเป็นนายแห่งชีวิตได้" ขอเพียงเรียน
รู้และเข้าใจความลับแห่งธรรมชาติของความสุข พร้อมฝึก
ใช้จนชำนาญ เพียงเท่านี้คุณก็จะกลายเป็นมนุษย์ผู้มีความ
สุขที่สุดและพบความสุขได้เสมอ
นำเสนอโดย
62701278 นพวรรณ มลิวัลย์
คณะบริหาร สาขาการจัดการสมัยใหม่
สารบัญ 2
3
คำนำ 4
6
สารบัญ 7
9
บทที่1 กุญแจสู่ความสำเร็จในชีวิต
13
บทที่2 เริ่มเรียกความสุขและความสำเร็จสู่ตัว 15
คุณ
บทที่3 ปรับความคิด รับความสุข ลุกขึ้นสู้
บทที่4 แนวคิดสำคัญสำหรับบงการความสุข
และปลุกความสำเร็จ
บทที่6 กลเม็ดเสริมพลังบงการความสุข ปลุก
พลังให้ชนะ
บทส่งท้ายแห่งความสุข
บทที่1
กุญแจสู่ความสุขสำเร็จในชีวิต
เคยอ่านหนังสือ เดอะ ซีเคร็ต อันโด่งดังกันมาก่อนหรือ
ไม่ งานเขียนของ รอนดา เบิร์น ชิ้นนี้ได้เปิดเผยความลับที่
น่าสนใจยิ่งสำหรับการสร้างความสุข ความสำเร็จในชีวิตให้
เกิดกับทุกคน โดยเราสามารถทำความเข้าใจได้อย่างง่ายดาย
และมีประโยชน์ยิ่งเรานำมาใช้จริง
ประเด็นหลักที่หนังสือกล่าวถึงคือการสอนให้เรารู้จัก
กระบวนการสร้างสิ่งดีๆให้กับชีวิตได้อย่างไม่จำกัดด้วย กฎ
แห่งแรงดึงดูดซึ่งเป็ นเคล็ดลับแห่งความสำเร็จของผู้มีชื่ อ
เสียงและประสบความสำเร็จทั่วโลกไม่ว่าจะเป็ นชาวไทยที่
มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง คุณบัณฑิต อึ้งรังษี วาทยากรผู้
มากความสามารถที่ดึงดูดความสำเร็จอันยิ่งใหญ่มาสู่ชีวิตได้
(ดังที่เขากล่าวไว้ในหนังสือสือหลายเล่มที่เาเขียน)
เช่นเดียวกับนักธุรกิจระดับพันล้านแห่งอเมริกาอย่าง
โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เจ้าของประโยคทองที่
ว่า"As long as your going to be thinking anyway, think
big" หรือ คุณจะคิดอะไรก็ตาม จงคิดใหญ่เข้าไว้ และด้วย
ความที่เขาคิดใหญ่ ทำใหญ่ มันจึงกลายเป็นพลังอันมหาศาล
ในการดึงดูดความสำเร็จที่ไร้ขีดจำกัดมาสู่ชีวิตตราบจน
ปัจจุบัน และทุกความสำเร็จนั้นมีขนาดใหญ่สมกับที่เขา
ประสงค์
สรุปวิธีใช้กฎแห่งแรงดึงดูด
จากตัวอย่างความสำเร็จของบุคคลเหล่านั้น จึงได้ข้อสรูปว่า กฎ
แห่งแรงดึงดูด เป็นกฎอันทรงคุณค่าที่สามารถนำไปใช้ปฏิบัติเพื่อง
สร้างความสำเร็จ และดึงดูดสิ่งที่เราต้องการได้ทุกเมื่อ เพียงแค่คิด
คิดและคิดถึงสิ่งนั้นๆ อย่างต่อเนื่ องและเชื่อมั่น หมั่นทำเกี่ยวกับ
สิ่งนั้น ขยันใส่ใจในเรื่องนั้นๆ ให้มากที่สุดเพื่อเป็นการสร้างกฎแห่ง
แรงดึงดูดสิ่งที่เราต้องการเข้ามาในชีวิตนั่นเอง
บทที่ 2
เริ่มเรียกความสุขแลความสำเร็จสู่ตัวคุณ
การยกตัวอย่างพลังของกฎแห่งแรงดึงดูดที่มีผลต่อการดึงดูด
ความสำเร็จขึ้นมาอธิบายนั้น ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าอำนาจแห่งพลังดึงดูด
มีมากแค่ไหน และใช้งานได้จริงในลักษณะใด นอกจากนี้กฎแห่ง
แรงดึงดูดยังประยุกต์ใช้ดึงดูดอะไรก็ได้ที่เราต้องการ ไม่เฉพาะแต่เรื่อง
ธุรกิจ ตัวอย่างเช่นเรื่องความรักก็เช่นกัน
หากเราปรารถนาจะพบความรักที่แสนสวยงาม ได้พบกับคนรักที่
ดี และมีน้ำใจ เราเพียงคิดดึงดูดด้วยความมั่นใจว่าคู่ชีวิตของเราจะต้อง
เป็นคนดีมีศีลธรรมคิดให้เห็นชัดเจนที่สุด แล้วสักวันชีวิตเราก็จะพบกับ
คนดีที่เราดึงดูดได้ ขอเพียงคุณคิดถึงและมีความต้องการอย่างแรงกล้า
ที่กล้าที่จะหยิบเอาความสุขเอาความสุขมาครอง
กฎแห่งการดึงดูดจัดว่ามีความน่าเชื่อถือเพราะมีหลักการทางค
วอนตัมฟิสิกส์รองรับ และหากมองในจิตวิทยาทั่วไปแล้ว มันก็มีคำ
อธิบายว่าทำไมการคิดถึงเรื่องไหนมันจึงมักจะพาเราไปสู่เรื่องนั้นได้อยู่
เสมอจนบางครั้งมันก็ทำได้น่าอัศจรรย์ใจ ตัวอย่างเช่นผู้กำกับระดับโลก
สตีเวน สปี ลเบิร์ก ซึ่งเหตุผลหนึ่งที่เขาได้รับความประสบความสำเร็จ
อย่างมหาศาลก็เพราะเขาหมั่นเพียรเรียนรู้เรื่องภาพยนต์ ตั้งแต่การทำ
หนังสั้นด้วยตนเองตั้งแต่เด็ก ไปจนถึงการร่ำเรียนทำภาพยนต์อยู่ทุก
เมื่อเพราะเขาเชื่อว่าตนทำได้ และในที่สุดความตั้งใจและความสามารถ
ก็ดึงดูดความสำเร็จขนาดใหญ่มาสู่ชีวิต
จงมั่นใจว่าหากเราตั้งใจเพียงพอ
สิ่งที่เราหมายมั่นก็ย่อมเดินทางมาสู่เราได้ทุกเมื่อ
และถ้าดึงดูดความสุข มันก็จะมาถึงเช่นกัน
บทที่3
ปรับความคิด รับความสุข ลุกขึ้นสู้
อันที่จริงแนวคิดแห่งการเพิ่มความสุขไม่มีอะไรซับซ้อน เพียงแค่
การกำหนดฝึกฝนใจให้รู้จักรับมือกับสถานการณ์ทั้งหลายในโลก แน่นอนว่า
สถานการณ์ที่ดีย่อมทำให้มีความสุข ส่วนสถานการณ์แย่ๆ เช่นตกงาน เมื่อ
มากระทบจิตใจเราเมื่อใด ความทุกข์ย่อมมาเยือน
จากหลักคิดบนความเคยชินทางจิตเดิมๆ
ที่เรารับรู้ตั้งแต่เด็กจนโตเป็ นผู้ใหญ่ คือ
"ความสุขหรือทุกข์ของคน ย่อมขึ้นอยู่กับสถานการณ์ต่างๆ"
ดูจากความคิดนี้มันทำให้คนเสียเปรียบ มันสื่อความว่ามนุษย์ช่างไร้
เสรีทางความรู้สึก เพราะจะทุกข์หรือสุขก็ต้องโดนบงการโดยเหตุการณ์
ตลอดเหมือนกับเราเป็นทาสของสถานการณ์ทั้งหลาย เหมือนเวลาที่คนติด
หนี้ แล้วก็รอให้เจ้าหนี้มาทวงเงิน บ่งการให้เราทำเช่นนั้นเช่นนี้ โดยที่เราไม่
อาจโต้แย้งอะไรได้เลย
ทางออกที่เหมาะสม คือการปรับความคิด ปรับทัศนคติให้เรากลาย
เป็น "นายแห่งความรู้สึกตน เป็ นเจ้าชีวิตของตน" รู้จักบริหารกำหนด
ใช้ชีวิต เรามีความสุขมากกว่าความทุกข์
ดังนั้นหากคุณอยากเปลี่ยนชีวิตต้องทำดังต่อไปนี้
ขั้นตอนที่ 1
เราต้องถอดเอาความเชื่อว่า
"มนุษย์ไม่มีอำนาจมากพอ
ที่จะควบคุมสั่งการชีวิตของตนเอง
ออกไปจากชีวิต จากความคิดนับแต่บัดนี้"
ขั้นตอนที่ 2
เมื่อกำจัดความคิดลบนั้นออกไปแล้ว
ก็ต้องแทนที่ด้วยความคิดที่ว่า
"เราคุมชีวิตตนเองได้
โดยการเปลี่ยนความเชื่ อที่ทำให้เป็ นทาสออกไป
แล้วเพิ่มความคิดที่ทำให้เราเป็ นนายให้มากขึ้น"
ขั้นตอนที่ 3
จงมองบวก คิดบวกอยู่เสมอ
ใช้พลังแห่ง Positive Thinking
แบบไม่จำกัดเวลาและสถานที่
ขั้นตอนที่ 4
จงถอดความคิดเชิงลบออก
แม้เกิดเลี้ยงที่ชวนให้คิดลบ
ก็ต้องพลิกไปคิดบวก
เราต้องแทนความคิดทั้งปวงด้วยการมองบวก เช่น เมื่อเจอ
เรื่องดีก็ทำใจให้เบิกบาน และเมื่อเจอเรื่องไม่ดีก็ต้องรู้จักปรับใจให้
มองด้านลบให้น้ อยที่สุด แล้วเลือกมองด้านดีเพื่อปรับมันเป็นความสุข
หรือไม่ก็มองว่า
"ในเรื่องไม่ดี
ก็ยังมีแง่คิดสอนให้เราไม่ทำ
และไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนั้นอีก
ดังนั้นไม่ว่าจะอย่างไร
มันก็ยังฝากชีวิตไว้ให้เราอยู่เสมอ"
บทที่ 4
แนวความคิดสำคัญสำหรับ
บงการความสุขและปลุกความสำเร็จ
หลังจากได้ทำการปรับพื้นฐานกันไปพอสมควร เรื่องราวในภาค
นี้จะอัดแน่นไปด้วยแนวคิดที่ดี ที่คุญเรียนรู้เพื่อที่จะนำมันไปติดตั้ง
ประจำในหัวและจิตใจ
จงรู้จักใช้มันเป็น พิมพ์เขียวของชีวิต นับแต่นี้ไปหากจะก้าว
เดินชีวิตไปทางไหนจงพกพาความคิดเหล่านี้ตามไปด้วย ซึ่งแน่นอน
ว่าการคิดในแนวทางดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ จะเป็นการฝึกให้ตัวเราเป็น
นายของความคิดและความสุขได้
แนวคิดที่ 1 สุขทุกข์แค่
ไหน ใจเรากำหนด
จุดเริ่มต้นแห่งความสุขเริ่มจากความคิดหลักนี้ หากมีมันก็ไม่ใช่
เรื่องยากสำหรับการบงการความสุขทั้งปวง แต่ก่อนอื่นลองมาทำความ
เข้าใจธรรมชาติแห่งทุกข์สุขกัน
ตัวอย่างเช่น
เมื่อเราเดินไปตามถนนวันฝนตกซึ่งมีน้ำท่วมขังทั่วไปหมด เราก็เดิน
อย่างระวัง แต่จู่ๆ มีรถตีนผีเร่งความเร็วผ่านหน้ าไป ทำให้น้ำที่ขังตาม
ถนนกระเด็นเลอะเทอะเสื้อผ้าหน้ าตาเราจนหมด แล้วทันใดนั้นจิตของ
เราก็ตอบสนองต่อวาระนั้น ซึ่งเราอาจโกรธอย่างรุนแรง อยากตะโกน
ด่าเจ้าของคนขับรถคันนั้น ดีไม่ดีอาจอยากทำร้ายถึงขั้นเลือดตกยาง
ออกเลยก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดัความไม่พอใจที่เกิดขึ้นว่าแรงแค่ไหน
หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องปกติ ถ้ามีใครมาทำร้ายให้เราเดือดร้อน ก็
จะตอบสนองด้วยความโกรธเกรี้ยวเอาคืนให้สาสม
สรุปว่า
การโกรธเป็ นหนึ่ งในกระบวนการทางอารมณ์
ที่ทำลายความสุขของตนเอง
อย่างมากที่สุดชนิดหนึ่ งที่เดียว
แนวคิดที่ 2 อารมณ์ ความรู้สึก มีเราเป็นนายใหญ่
เมื่อเรากำหนดใจให้สร้างสุขได้ สิ่งต่อมาคือ เราต้องหัดคุมและ
จัดการบงการอารมณ์ ความรู้สึกให้ได้
อารมณ์ของมนุษย์ตามหลักแล้วมีสองแบบ ได้แก่ ทางบวก เช่น
ดีใจ ตลกขบขัน และทางลบ เช่น เสียใจ ท้อแท้ เป็นต้น ซึ่งเราต้อง
กำหนดให้อารมณ์ด้านบวกเป็ นอารมณ์หลักที่คุณจะใช้ในการตอบ
สนองต่อทุกเหตุการณ์ที่ผ่านเข้าในชีวิต จงทำจนเคยชิน
"เพราะคนเราไม่สามารถเศร้าและทุกข์ได้ในเวลาเดียวกัน"
ดังนั้นอย่าลืมว่า
เราจะเป็นเช่นไรก็เนื่องจากความคิดที่มี จงคิดบวกเพื่อสร้างอารมณ์ให้
บวกเสมอ นี่ถึงเรียกว่าเป็นการคุมอารมณืให้ได้ตรงจุดและนอกจาก
กระบวนการคิดปรับตัวแล้ว ต้องอย่าลืมดึงสติตนเองให้อยู่กับปัจจุบัน
แนวคิดที่ 3 เมื่อมั่นใจ ตั้งใจ ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้
เรามักจะคิดไปล่วงหน้ าว่าไม่อาจทำเช่นนั้นได้ ไม่อาจทำเช่นนี้ได้
บ้างก็คิดประมาทฝ๊ มือตนเองว่าไม่มีทางก้าวหน้ าได้ หรือแม้แต่เรื่อง
บงการความสุขก็อาจมีคนไม่มั่นใจตนทำได้ด้วย
ขอย้ำว่า
เราจะเป็นตามที่เราคิด ดังนั้นหากเราคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ ก็ขอให้
ทำใจได้เลยง่าชีวิตเราต้องพบแต่ความล้มเหลว เนื่องจากขาดความเชื่อ
มั่น หรือถ้าหากกล่าวโดยดึงเอากฎแห่งแรงดึงดูดเข้ามาอ้างอิงก็จะได้ว่า
การที่คุณคิดว่า ทำไม่ได้
คุณก็จะได้ผลลัพธ์ "ทำไม่ได้" แบบนั้นเข้ามาในชีวิต
ถ้าอยากจะบ่งการความสุข ต้องคิดว่า "เราทำได้แค่มีความ
มั่นใจ"ต้องเชื่อมั่นในศักยภาพของตน เพราะจริงๆ แล้วมนุษย์มุกคน
ล้วนมีความสามารถ มีความเด่นและทักษะที่ดีหลบซ่อนอยู่ซึ่งการที่
มันได้แต่หลบซ่อนเนื่องจากมีความคิดจำกัดมันโผล่ออกมาสกัด มัน
หล่อหลอมจนเราหลงลืมว่าตนทำได้ เราต้งนำความคิดที่ขวางความ
เจริญนั้นออกไป แล้วแทนที่ด้วยความมั่นใจ
"ยิ่งเราเก่งเท่าไหร่ ความมั่นใจก็ยิ่งเพิ่มเท่านั้น
และยิ่งความมั่นใจเพิ่มเราก็สามารถคุมตนเองได้ดี"
แนวคิดที่ 4 ทุกความมืดมีแสงสว่าง
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ความสุขหายไปก็เนื่ องจากเจอเรื่อง
แย่ๆ เจอสถานการณ์ชวนหนักใจ หรือเจอปั ญหามาก่อกวน
เมื่อเกิดเรื่องแล้วย่อมเศร้าที่แสนจะรวดร้าว มันเปรียบได้กับความมืด
ที่หม่นหมอง เราทุกคนย่อมต้องการขับไล่ความมืดนั้นออกไปให้เร็ว
ที่สุด ยิ่งมันอยู่กับเรานานยิ่งปวดใจ ยิ่งรู้สึกแย่ลงไปอีก
มันคือสัญญาณอีกตัวหนึ่ ง
ที่บ่งบอกว่าเรากำลังตกเป็ นทาส! เป็ นทาส! และเป็ นทาส!
อย่าลืมว่าตอนนี้เรากำลังประกาศอิสรภาพจากการเป็นทาส และ
กำลังสร้างตัวเราเองให้เป็นที่พึ่งแห่งตนเอง สิ่งที่เราควรทำเมื่อเจอ
ความมืดไม่ใช่รอจนกว่ามันจะพัดผ่านไป แต่ต้องจัดการสร้าง
ความสว่างขึ้นมาขับไล่ความมืดด้วยตนเอง จุดประกายทางออก
ให้เกิด
แนวคิดที่ 5 ทุกปัญหาคือโอกาสแสนหวาน
เราจะทำการเรียกความสุขให้เกิดเร็วมากเท่าไหร่นั้นส่วนหนึ่ งก็
มาจากปริมาณประสบการณ์ เพราะหากมีประสบการมาก ย่อมทำใจรับ
เรื่องต่างๆได้และหาทางอออกได้เร็วกว่าคนที่ไม่เคยรู้อะไรเลย พอเจอ
ปัญหาก็ได้แต่โอดครวญ หรือต้องตั้งต้นถอดรหัสปัญหาใหม่ แบบนี้
เรียกได้ว่า คนที่เจอเรื่องให้แก้มากเท่าไหร่ ก็จะรักษาความสุขใน
เวลาต่อๆ ไปได้มากขึ้นเท่านั้น ทีนี้เรามาดูกันว่าปัญหาแต่ละรูป
แบบที่คุณเผชิญจะนำมาซึ่งการพัฒนาทักษะในด้านใดบ้าง
ไขปั ญหาเรื่องความสัมพันธ์ในบ้าน
ไม่ว่าจะพ่อแม่ลูกหรือกับสามีภรรยาคู่รักทั้งหลาย การกระทบ
กระทั่งกันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทุกครอบครัว ซึ่งทุกความขัดแย้งนั้นก็
มีสาเหตุหลักๆ มาจากสิ่งต่อไปนี้
ความไม่เข้าใจ
ช่องว่างระหว่างวัย
มุมคิดที่อยู่คนละข้างกัน
ทั้งหมดสามารถแก้ไขได้ด้ยวการปรับความเข้าใจ พูดคุยอย่าง
ใจเย็น เพื่อให้ทั้งสองได้พบจุดบรรจบซึ่งกันและกัน
คำกล่าวที่ว่า
"ทะเลาะกันหนึ่งครั้ง ก็จะรักกันมากขึ้นหนึ่งขีด"
เป็นความจริงอย่างยิ่ง เพราะเมื่อทะเลาะและแก้ปัญหาได้ ก็จะ
เท่ากับแก้เรื่องค้างคาใจให้หายไปอีกหนึ่งเรื่อง ดีกว่าให้มันสะสมจน
เป็นเรื่องใหญ่ขึ้นๆ เหมือนดั่งการประชุนเสื้อผ้าที่ขาดนั้นตอนเป็นรู
เล็กๆยอมง่ายกว่าตอนที่มันขาดวิ่นเป็ นรูใหญ่หลายเท่าตัวนัก
ดังนั้นต้องรักษาแผลใจในครอบครัวให้ทันท่วงที และถ้าจะ
ให้ดีดีต้องทะเลาะอย่างมีวุฒิภาวะ นั่ นคือ ทะเลาะแบบไขข้อ
ข้องใจให้เกิดความรักต่อกันมิใช่ทะเลาะเพื่อเอาชนะหรือ
ประกาศว่าอีกฝ่ ายคือผู้ชนะ แบบนั้นจึงเป็ นการเรียกความสุขมา
สู่ทุกคนในครอบครัวได้
บทที่ 5
กลเม็ดเสริมพลังบงการความสุขปลุกพลังให้ชนะ
โลกเราทุกวันนี้ขาดผู้บงการสร้างความสุข สภาพสังคมถึงค่อน
ข้างตึงเครียด คนเราใช้ชีวิตอย่างขาดศิลปะแห่งรอยยิ้มและไร้ความ
อดทนกันมากกว่าเดิม การเพิ่มเติมผู้สร้างความสุขลงไปในสังคมย่อม
ช่วยปรับสภาพให้บ้านเราน่าอยู่ยิ่งขึ้นไป
สรุปเคล็ดลับสั้นๆ
ในการบงการความสุข
ใช้ใจกำหนด
มองจนสิ่งต่างๆเกิดเป็ นความสุข
ดังนั้นนอกขากการสร้างความสุขด้วยการกำหนดใจแล้ว ผมก็
ยังได้รวบรวมวิธีการพาตนไปสู่ความสุขในแนวทางอื่นๆเพื่อเติมพลัง
ระหว่างวัน แล้วคุณจะพบว่ามีอีกหลายสิ่ง หลายสภานที่ หลาย
สถานการณ์ที่สามารถเติมน้ำมันแห่งความสุขได้
ซึ่งผมได้ทำแยกเป็ นข้อๆ โดยมีเนื้อหาเพียงสั้นๆ แต่ตรง
ใจความให้คุณได้นำไปใช้ได้ทันทีที่ต้องการ
ให้เสียงหัวเราะเป็นขุมพลังให้คุณ
ช่างเป็ นเรื่ องน่าแปลกที่คนเราชอบมองว่าเรื่ องตลกเป็ นสิ่งไรัสา
ระ หรือผู้ใหญ่บางรายก็มองว่าการ์ตูนคือของสำหรับเด็ก ที่ไม่ควรจะ
ไปดูให้เสียเวลาเหมือนเราลืมไปว่าสิ่งเหล่าเคยสร้างความสุขให้เรา
ตอนยังเล็ก
เคล็ดไม่ลับสำหรับการสร้างขุมพลังแห่งความสุข
คือ การนำพาตัวเองเข้าไปสู่สถานการณ์เรียกเสียงหัวเราะ
ไม่ว่าจะอ่านหนังสือการ์ตูนคลายเครียด อ่านเรื่องตลกเพิ่ม
อารมณ์ขันให้ตัวเอง หรือแม้แต่การเข้าอินเตอร์เน็ตไปดูคลิปตลกน่า
รักๆ เช่น เด็กทำอะไรชวนขบขัน หรืภาพหลุดป้ำๆ เป้ อๆอะไรก็ได้ที่
ทำให้คุณขำ จงเสพมันเพื่อเพิ่มกำลังความสุขให้คุณ เพราะการ
หัวเราะคือยาชูกำลังชั้นดี ที่ในทางการแพทย์นั้นได้มีการวิจัย
ออกมาว่าการหัวเราะส่งผลดีต่อร่างกาย และส่งผลให้สุขภาพจิต
ของเราดี มีพลัง มีกำลังวังชาอีกด้วย
สุขขั้นสูง
ความสุขที่เรามักได้รับรับและมักใฝ่หากัน คือความสุขทางกาย
เช่น การหาเสื้อผ้าสวบๆมาสวมใส่ แต่ทว่าความสุขจำพวกนั้นไม่ใช่
ความสุขที่จีรังยั่งยืน เพราะไม่มีวัตถุใดอยู่กับเราไปจนตลอดกาล วัน
หนึ่งเสื้อที่มีก็ต้องขาด เงินที่มีก็ต้องจับจ่ายออกไป ดังนั้นถ้าเราเอา
ความสุขไปผูกติดไว้กับของที่ไม่แน่นอน สภาพความสุขของเราคงไม่
ต่างจากใบไม้น้ อยๆที่ต้องปลิวไปตามกระแสลม
สุขทางวัตถุหรือทางกาย จึงสู้การมี
ความสุขขั้ยสูงที่มั่นคงกว่าไม่ได้ เพราะมั่นอยู่
กับเราอย่างยาวนานกว่า ซ้ำยังช่วยให้เรามี
ความสุขได้เสมอ แม้จะไม่มีเงินหรือวัตถุมาตอบ
สนองก็ตาม เพราะว่าความสุขนั้นอยู่ที่ใจ
บทส่งท้ายแห่งความสุข
ถึงตรงนี้
ผมอยากให้ทุกคนนั่งนิ่งๆ สักครู่หลังอ่านหนังสือจบ สิ่งที่เกิด
ภายในใจ ว่าเราไดัรับอะไรจากการอ่านหนังสือเล่มนี้ เช่น ความสุข
ความสงสัย ความมั่นใจ หรือความสงบนิ่ง แล้วตอนนี้เราได้เห็น
แนวทางที่จะทำให้ชีวิตตนเองมีความสุขหรือยัง
การมีความสุขนั้นไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เพียงแต่ใช้ชีวิตให้พอดี มี
เงินก็ใช้อย่างพอดี หรือหากรู้สึกว่าเราในปัจจุบันมีเงินทองไม่มากก็หา
อาชีพ หางานทำ พัฒนาความสามารถตนเองเพื่อที่เราจะได้ความ
สามารถที่มีไปแลกกับโอกาสดีๆ ในงานตำแหน่งที่สูงขึ้น
แต่จำไว้ว่า
ความสุขทางวัตถุนั้นไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง ไม่ใช่ความสุขที่ยั่งยืน
เพราะความสุขที่ยั่งยืนนั้นคือความสุขทางใจเปรียบได้กับทางสายกลาง
เป็นการทำใจให้ไม่ยึดติด ปล่อยวางใช้ชีวิตอย่างมีสติและอยู่บนความว่าง
ซึ่งเป็ นภาวะที่เราลอยตัวเหนือจากสถานการณ์ทั้งปวง
อย่าหยุดที่จะมอบหนทางแห่งความสุขให้กับตนเอง...
ความสุขอันแท้จริง...
ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีความสุขเสมอไป...
กาารดึงดูดความสุขมาสู่ชีวิตไม่ใช่เรื่ องยาก
เราต้องคิดให้ถูก ซึ่งหัวใจของมันคือ
สุขทุกข์แค่ไหนอยู่ที่ใจเรากำหนด หมายความว่า
ความคิดของเราคือ ตัวดึงดูดความสุข
เราต้องคำนึ งถึงสิ่งต่างๆในทางบวก
และและต้องคิดแต่เรื่องดีๆ ให้มากที่สุด
ซึ่งตามกฎแห่งดึงดูดแล้ว
การคิดบวก(POSITIVE THINKING) อยู่เสมอ
ย่อมดึงดูดสถานการณ์ บวก
หรือเรื่ องในทางบวกมาสู่ชีวิต