The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วัฒนธรรมอินโดนีเซีย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

วัฒนธรรมอินโดนีเซีย

วัฒนธรรมอินโดนีเซีย

วัฒนธรรมประเทศอินโดนีเซีย culture ofindonesia


ประเทศ อินโดนีเซีย เกียรติบัตร เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามและประกาศยอมจำ นนต่อฝ่ายพันธมิตร อินโดนีเซียได้ถือโอกาส ประกาศเอกราชใน พ.ศ.2488 แต่เนเธอร์แลนด์เจ้าของอาณานิคมเดิมไม่ยอมรับการประกาศ เอกราชของอินโดนีเซีย จึงยกกองทัพเข้าปราบปราม ผลจากการสู้รบปรากฏว่าเนเธอร์แลนด์ ไม่สามารถปราบปรามกองทัพอินโดนีเซียได้ จากนั้นอังกฤษซึ่งเป็นพันธมิตรกับเนเธอร์แลนด์ จึงเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยเพื่อให้ยุติความขัดแย้งกัน โดยให้ทั้งสองฝ่ายลงนามในข้อตกลงลิงกัด ยาติ (Linggadjati Agreement) เมื่อ พ.ศ.2489โดยเนเธอร์แลนด์ยอมรับอำ นาจรัฐของ รัฐบาลอินโดนีเซียในเกาะชวาและสุมาตรา ต่อมาภายหลังเนเธอร์แลนด์ได้ละเมิดข้อตกลง โดยได้นำ ทหารเข้าโจมตีอินโดนีเซียทำ ให้ประเทศอื่นๆ เช่น ออสเตรเลีย และอินเดียได้ยื่นเรื่อง ให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเข้าจัดการ สหประชาชาติได้เข้าระงับข้อพิพาท ในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2492 อินโดนีเซียได้รับเอกราชแต่ความ ยุ่งยากยังคงมีอยู่เนื่องจากเนเธอร์แลนด์ไม่ยินยอมให้รวมดินแดนอิเรียน ตะวันตกเข้ากับอินโดนีเซีย ทั้งสองฝ่ายจึงต่างเตรียมการจะสู้รบกันอีก ผลที่สุดเนเธอร์แลนด์ก็ยอมโอนอำ นาจให้สหประชาชาติควบคุมดูแลอิ เรียนตะวันตกและให้ชาวอิเรียนตะวันตกแสดงประชามติว่าจะรวมกับ อินโดนีเซียหรือไม่ ผลการออกเสียงประชามติปรากฏว่าชาวอิเรียนตะวัน ตกส่วนใหญ่ต้องการรวมกับอินโดนีเซีย สหประชาชาติจึงโอนอิเรียน ตะวันตกให้อยู่ในความปกครองของอินโดนีเซียเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2506 โดยตั้งคณะกรรมการประกอบด้วย ออสเตรเลีย เบลเยียม และสหรัฐอเมริกา เพื่อทำ หน้าที่ไกล่เกลี่ยประนีประนอม และได้เรียกร้องให้หยุดยิง แต่เนเธอร์แลนด์ได้เข้าจับกุม ผู้นำ คนสำ คัญของอินโดนีเซีย คือ ซูการ์โนและฮัตตาไป กักขัง ต่อมาทหารอินโดนีเซียสามารถช่วยเหลือนำ ตัวผู้นำ ทั้งสองออกมาได้ ในระยะนี้ทุกประเทศทั่วโลกต่างตำ หนิ การกระทำ ของเนเธอร์แลนด์อย่างยิ่งและคณะมนตรีความ มั่นคงได้กดดันให้เนเธอร์แลนด์มอบเอกราชแก่อินโดนีเซีย อินโดนีเซียประกอบด้วยหมู่เกาะที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาช้านาน แต่ต่อมาต้องตก อยู่ภายใต้การปกครองของเนเธอร์แลนด์อยู่ประมาณ 301 ปี ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2485 ซึ่งเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2.1 ญี่ปุ่นบุกอินโดนีเซีย และทำ การขับไล่ เนเธอร์แลนด์เจ้าอาณานิคมของอินโดนีเซียออกไปได้สำ เร็จ จึงทำ ให้ผู้นำ อินโดนีเซีย คนสำ คัญในสมัยนั้นให้ความร่วมมือกับญี่ปุ่นแต่ไม่ได้ให้ความไว้วางใจกับญี่ปุ่นมาก นัก เพราะมีเหตุเคลือบแคลงคือ เมื่อผู้รักชาติอินโดนีเซียจัดตั้งขบวนการต่างๆขึ้นมา ญี่ปุ่นจะขอเข้าร่วมควบคุมและดำ เนินงานด้วย ที่มาและประวัติของชื่อ อินโดนีเซีย (อินโดนีเซีย: Indonesia) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (อินโดนีเซีย: Republik Indonesia) เป็นหมู่เกาะที่ใหญ่ ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ระหว่าง คาบสมุทรอินโดจีนและทวีป ออสเตรเลีย และระหว่างมหาสมุ ทรอินเดียและแปซิฟิก มีพรมแดน ติดกับประเทศมาเลเซียบนเกาะ บอร์เนียว (อินโดนีเซีย: Kalimantan) , ประเทศปาปัว นิวกินีบนีนเกาะนิวกินี (อินโดนีเซีย: Irian) และ ประเทศติมอร์ตะวัน ออกบนเกาะติมอร์(ร์อินโดนีเซีย: Timor)


ฤดูกาลของ อินโดนีเซีย ฤดูแล้ง ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นหมู่เกาะ ภูมิอากาศจึงมีลักษณะผสมผสาน และ เปลี่ยนแปลงไปตามภูมิประเทศ โดยทั่วไปมีอากาศร้อนชื้นแบบศูนย์สูตร แบ่งเป็น 2 ฤดู ฤดูฝน ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน


อินโดนีเซียมีประชากรนับถือศาสนาอิสลามเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศ ส่วนที่เหลือ นับถือ ศาสนาคริสต์ ฮินดู และพุทธ ในขณะเดียวกันก็ยังยึดถือเรื่องผี สิ่งเร้นลับที่ยึดถือกันมาหลายชั่วคน โดย เฉพาะบนเกาะบาหลี ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเกาะแห่งพิธีกรรม จนมีผู้กล่าวว่า หากได้ไปเยือนเกาะบาหลีแล้ว ต้องได้ เห็นพิธีกรรมอย่างน้อยหนึ่งพิธี ด้วยเหตุนี้อินโดนีเซียจึงมีเทศกาลงานประเพณีที่หลากหลายและน่าสนใจ ประเพณีของ อินโดนีเซีย 1. เทศกาลเซอซาจี งานนี้มีจัดขึ้นที่ชวาและบาหลี เป็นการอัญเชิญดวง วิญญาณมากินอาหารที่ชาวบ้านได้ตระเตรียมไว้ สำ หรับชาวชวาจะไม่กินอาหารนี้ เพราะถือเป็นของผี ต่างจากชาวบาหลี ซึ่งจะนำ อาหารไปกินหลัง ประกอบพิธีกรรมเสร็จสิ้น ทั้งนี้เพื่อความอยู่เย็น เป็นสุข 2. เทศกาลโอดาลัน เทศกาลโอดาลันเป็นเทศกาลรื่นเริงของชาว บาหลี งานจะมีขึ้นทุก ๆ 210 วัน ตามปฏิทินจันทรคติ ของบาหลี (Pakuwon Calendar) ซึ่งปฏิทินดังกล่าว จะมีเพียง 6 เดือน แต่ละเดือนมี 35 วัน เทศกาลโอดา ลันเป็นสัญลักษณ์ของการก่อตั้งวัดในศาสนาฮินดู เป็นโอกาสที่ชุมชนหมู่บ้านชาวฮินดูมารวมตัวกัน อัญเชิญเทพเจ้ามาเยี่ยมพวกเขาเป็นเวลาสามวันหรือ มากกว่านั้น จัดทำ พิธีทางศาสนาร่วมกันเพื่อถวาย เครื่องดื่มและความบันเทิง เป็นการเฉลิมฉลองมรดก ทางวัฒนธรรมและศิลปะการแสดงของชาวฮินดูบาหลี อีกทั้งยังเป็นงานที่นำ คนทุกรุ่นทั้งคนแก่ คนหนุ่มสาว เด็ก มาทำ บุญ พบปะสังสรรค์กันในวัดฮินดูของแต่ละ ชุมชน งานเทศกาลนี้จึงได้ทั้งบุญและความกลมเกลียว ของคนในชุมชน หนุ่มสาวจะแต่งตัวพื้นเมือง ผู้หญิงนุ่ง โสร่งแนบตัวที่เรียกว่า กาบายะ ส่วนผู้ชายนุ่งโสร่ง ซ้อนกันสองชั้น มีผ้าโพกหัว


ประเพณีของ อินโดนีเซีย 3. วันกาลุงกัน เทศกาลกาลุงกัน เป็นประเพณีทางวัฒนธรรม พื้นบ้านของชาวบาหลี มีความหมายว่า “วันที่ธรรมะชนะ อธรรม” ในแต่ละปีเทศกาลกาลุงกันจะจัดงานไม่ตรงกัน โดยจะกำ หนดตามปฏิทินของชาวบาหลีที่เรียกว่า ปฏิทิน ปาคูวอน (Pakuwon Calendar) ซึ่งนับตามจันทรคติ และจะมีเพียง 6 เดือน แต่ละเดือนจะมี 35 วัน รวมแล้ว มี 210 วัน ดังนั้นงานบุญครั้งใหญ่นี้จะจัดขึ้นทุกๆ 210 เป็นเวลานานราว 10 วัน ประเพณีกาลุงกัน ชาวบาหลี จัดขึ้นเพื่อฉลองให้แก่ธรรมะที่สามารถเอาชนะอธรรมได้ เชื่อว่าบรรพบุรุษที่จากไปจะกลับมาเยี่ยมลูกหลานในช่วง เวลานี้ จึงมีการตั้งเสาไม้ไผ่สูงไว้หน้าบ้าน ตกแต่งด้วย ทางมะพร้าวสานเป็นรูปต่าง ๆ ส่วนที่ประตูบ้านมีการตั้ง ศาลเพียงตาจัดวางเครื่องสักการะ มีทั้งขนม ผลไม้ ดอกไม้สีสันสดใส อัญเชิญให้ผีบรรพบุรุษมารับไป 4. พิธีเวอลามาตัน พิธีเวอลามาตันเป็นพิธีของชาวมุสลิมในชวา โดย ในพิธีดังกล่าวจะเชิญอิหม่ามหรือผู้รู้ในศาสนามาอ่านบท สวด จุดกำ ยานหอมกรุ่นไปทั่วบริเวณงาน หลังจากนั้น จะมีการกินอาหารร่วมกัน ซึ่งเป็นอาหารพิเศษ เช่น การ หุงข้าวสีเหลืองอัดเป็นรูปกรวยหรือที่ชาวอินโดนีเซีย เรียกว่า ตุมเป็ง ซึ่งจะกินร่วมกับอาหารหลายอย่าง การ สวดมนต์และการเลี้ยงอาหารเชื่อว่าจะนำ ไปสู่ความ สมบูรณ์พูนสุขของชีวิต พิธีเวอลามาตันมักจัดขึ้นเพื่อ ฉลองโอกาสพิเศษต่าง ๆ เช่น งานวันเกิด การเข้าสุนัต งานแต่งงาน หรืองานขึ้นบ้านใหม่


1. การทักทายของคนอินโดนีเซีย จะกล่าวคําว่า "ซาลามัต ปากี” และ "อาปากาบา” เมื่อพบกัน 2. ควรฝึกภาษาอินโดนีเซียไว้บ้าง เพื่อสร้าง ความประทับใจแก่คนอินโดนีเซีย 3. ควรหลีกเล่ียงการแสดงอารมณ์โกรธ หรือ กิริยาก้าวร้าวต่อผู้อ่ืน 4. ควรยิ้มไว้เสมอไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด 5. ถือเป็นเร่ืองปกติที่คนอินโดนีเซียจะถามเร่ือง ส่วนตัว เช่น อายุ ศาสนา สถานภาพ 6. ให้เข้าใจว่าการสูบบุหร่ีเป็นเรื่องปกติท่ัวไป ของ คนอินโดนีเซีย 7. ควรจะโทรศัพท์ไปแจ้งล่วงหน้าเม่ือจะไปเยี่ยม เยียนผู้ใด และแต่งกายให้เหมาะสม 8. ควรถอดรองเท้าเม่ือเข้าบ้านหรือเข้าไปใน สถานท่ี ศักด์ิสิทธ์ิ 9. แต่งกายให้เหมาะสมเม่ือเข้าไปในโบสถ์ มัสยิด และหลีกเลี่ยงการไปเยือนบาหลีในช่วงวันหยุด ทางศาสนา 10. เมื่อจะไอ จาม หาว ควรปิดปาก เพ่ือความ สุภาพและป้องกันการแพร่เชื้อโรค สิ่งที่ควรทำ ไม่ควรทำ สิ่งที่ควรทำ ไม่ควรทำ 1. หากชาวมุสลิมไม่แสดงการทักทายด้วยการ สัมผัส ก็ไม่ควรตําหนิ เพราะถือเป็นธรรมเนียม ทางศาสนา ซ่ึงจะถือเป็นธรรมเนียมทางศาสนา ซึ่งจะทักทายเพ่ือน ต่างเพศด้วยการค้อมศีรษะ และยิ้มแทนการสัมผัส 2. ไม่ควรใช้มือซ้ายย่ืนอาหาร เคร่ืองดื่ม หรือจับ มือ ทักทายเพราะถือว่าไม่สุภาพ 3. ไม่ควรแสดงกิริยาไม่สุภาพด้วยการเท้าเอว ชี้ นิ้ว 4. ไม่ควรแสดงอาการกอดจูบเพศตรงข้ามในท่ี สาธารณะ 5. ไม่ควรนําหมอนหนุนศีรษะมารองนั่งหรือนํา ไปใช้ อย่างไม่เหมาะสม 6. ไม่ควรเปิดของขวัญต่อหน้าผู้มอบให้ เพราะ ถือว่า ไม่สุภาพ 7. ไม่ควรให้ของขวัญที่ทําด้วยหมูแก่คน อินโดนีเซีย 8. ไม่ควรจับศีรษะผู้อ่ืน เพราะถือเป็นกิริยาที่ไม่ เหมาะสม 9. ไม่ควรรับประทานอาหารหรือเครื่องด่ืมในที่ สาธารณะช่วงถือศีลอด เดือนรอมฎอน 10. ไม่ควรคาดหวังว่าเจ้าภาพจะนําเครื่องดื่มท่ี มี แอลกอฮอล์ และเนื้อหมูมาเลี้ยงต้อนรับ ข้อมูล กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวง วัฒนธรรม


เกบาย่า (Kebaya) เป็นชุดประจำ ชาติของประเทศอินโดนีเซียสำ หรับผู้หญิง มีลักษณะเป็นเสื้อแขนยาว ผ่าหน้า กลัดกระดุม ตัวเสื้อจะมีสีสันสดใส ปักฉลุเป็นลายลูกไม้ ส่วนผ้าถุงที่ใช้จะเป็นผ้าถุงแบบบาติก ส่วนการ แต่งกายของผู้ชายมักจะสวมใส่เสื้อแบบบาติกและนุ่งกางเกงขายาวหรือเตลุก เบสคาพ (Teluk Beskap) ซึ่งเป็น การแต่งกายแบบผสมผสานระหว่างเสื้อคลุมสั้นแบบชวาและโสร่ง และนุ่งโสร่งเมื่ออยู่บ้านหรือประกอบพิธีละหมาด ชุดประจำ ชาติชุดประจำ ชาติของ อินโดนีเซีย เตลุก เบสคาพ - ประเทศอินโดนิเซีย เกบาย่า - ประเทศอินโดนิเซีย


6. Rendang (เรนดัง) 1. Nasi Goreng (นาซิ โกเร็ง) 5. Satay (สะเต๊ะ) อาหารอิน อิโดนิเ นิ ซีย ซี 2. Rawon (ราวอน) 8. Bakso (บักโซ) 4. Pempek (เป็มเปค) 7. Siomay (ซีโอไม) 9. Gudeg (กูดึก) 3. Ayam Taliwang (อายัมตาลีวัง)


10.Gado Gado (กาโด กาโด) อาหารประจำ ชาติข ติ องอิน อิโดนีเ นี ซีย ซี กาโด กาโด สลัดแสนอร่อยที่ปรุงด้วยซอส ถั่วลิสงนี้เป็นอาหารมังสวิรัติที่เติมเต็ม คุณค่าทางโภชนาการได้เป็นอย่างดี สลัดมัก ประกอบด้วยมันฝรั่ง ถั่วงอก เต้าหู้และเทม เป้ รวมไปถึงถั่วเขียว มันฝรั่ง ไข่ต้มสุก กะหล่ำ ปลี รับประทานกับซอสถั่วที่มี ลักษณะเหมือนซอสสะเต๊ะ อย่างไรก็ตาม ด้วยเครื่องสมุนไพรในซอส อาทิ รากผักชี หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ ทำ ให้เมื่อรับ ประทานแล้วจะไม่รู้สึกเลี่ยนกะทิมากจนเกิน ไปนั่นเอง


สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ อินโดนีเซีย 1.เกาะบาหลี (Bali) "เกาะบาหลี" เกาะที่ได้รับความนิยมสูงสุดแห่งหนึ่งของโลก และได้รับรางวัลในด้านการท่องเที่ยวมาโดยตลอด อาจเพราะภูมิประเทศที่มีความ งดงามความหลากหลาย ทั้งชายฝั่งทะเล ชายหาดในเขตร้อนชื้น นาข้าวที่เขียวชะอุ่ มลาดไปตามทางเป็นขั้น และภูเขาไฟตามไหล่เขา 2.วัดบุโรพุทโธ (Borobudur)วัดบุโรพุทโธ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือห่าง ออกไป 40 กิโลเมตร ของเมืองยอร์กยาการ์ตา บนเกาะชวา ถูกนับว่าเป็นวัดแห่ง ศาสนาพุทธที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ซึ่งวัดแห่งนี้ใช้เวลาในการสร้างประมาณ 75 ปี สร้างขึ้นในช่วงประมาณศตวรรษที่ 8 และ9ในอาณาจักรไศเลนทรา โดยใช้อิฐ บล็อคประมาณ 2 ล้านก้อน สร้างสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ขึ้นมาจนมีขนาดใหญ่ มหึมา 3. อุทยานแห่งชาติโคโมโด (Komodo National Park)อุทยานแห่งชาติโคโมโด ตั้งอยู่ใกล้หมู่เกาะซุนดาน้อย ประกอบด้วยเกาะใหญ่ ๆ 3 เกาะ คือเกาะโคโมโด เกาะริ งกา และเกาะปาดาร์ และยังมีเกาะเล็ก ๆ อีก 26 เกาะ 4. เกาะกีลี (Gili Islands)สำ หรับ "เกาะกีลี" เป็นแหล่งพักผ่อนอีกแห่งที่นักท่อง เที่ยวนิยมมา โดยเป็นเกาะที่มีหมู่เกาะขนาดเล็กอีก 3 เกาะ คือเกาะทราวานกัน เกาะ กีลี เมโน และเกาะกีลี แอร์ หมู่เกาะแห่งนี้เหมาะสำ หรับผู้ที่ต้องการผ่อนคลาย เอนตัวลงนอนพักผ่อนริมหาดทรายขาวนวล และเพลิดเพลินไปกับคาเฟ่ริมหาดที่ เล่นดนตรีเร็กเก้คลอเคล้า โดยที่ไม่มีเสียงรถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์มารบกวนช่วง เวลาแห่งความสุขแน่นอน


สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ อินโดนีเซีย 6. บูนาเคน (Bunaken)บูนาเคน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะสุลาเวสี ซึ่งเป็นที่ โปรดปรานของผู้รักท้องทะเลอย่างแท้จริง เพราะเป็นบริเวณที่เหมาะกับการดำ น้ำ มากที่สุดในอินโดนิเซีย เกาะแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานทางทะเลของบูนาเคน ที่ ซึ่งคุณจะได้เห็นเหล่าปลาชนิดต่าง ๆ มากมายกว่า 70 สายพันธุ์ ที่อาศัยอยู่ทาง มหาสมุทรแปซิฟิคตะวันตก โดยที่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปดำ น้ำ ที่บูนาเคนคือ ช่วงเดือนเมษายนและเดือนพฤศจิกายน 3. อุทยานแห่งชาติโคโมโด (Komodo National Park)อุทยานแห่งชาติโคโมโด ตั้งอยู่ใกล้หมู่เกาะซุนดาน้อย ประกอบด้วยเกาะใหญ่ ๆ 3 เกาะ คือเกาะโคโมโด เกาะริ งกา และเกาะปาดาร์ และยังมีเกาะเล็ก ๆ อีก 26 เกาะ 7. ภูเขาไฟโบรโม (Mount Bromo) ภูเขาไฟโบรโม อยู่ในเทือกเขาเทงเกอร์ ใน ทางตะวันออกของเกาะชวา ซึ่งปัจจุบันภูเขาไฟแห่งนี้ยังคุกรุ่นอยู่ โดยปล่องภูเขาไฟ มีความสูงอยู่ที่ 2,329เมตร แม้ภูเขาแห่งนี้จะไม่ใช่ลูกที่สูงที่สุด แต่ก็เป็นภูเขาที่เป็นที่ รู้จักมากที่สุด และเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอีกแห่ง 5. โทราจาแลนด์ (Torajaland)โทราจาแลนด์ เป็นพื้นที่เขตบริเวณที่สูงทางตอนใต้ ของเกาะสุลาเวสี ซึ่งเป็นบ้านของชาวโทราจา และในโทราจาแลนด์นี่เองมีบ้านที่เป็น เอกลักษณ์ แถมยังเป็นที่เตะตาแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก คือหลังคาบ้านจะมีขนาด ใหญ่ ลักษณะเป็นมุมแหลม 2 ด้าน เว้าตรงกลางลงมา เป็นที่รู้จักกันในนาม "ทองโคนั น" (Tongkonan) แต่ความสวยก็ปนมากับความสยอง เพราะบ้านหลังนี้เอาไว้เก็บ ศพเพื่อทำ พิธี หลังจากที่คนตายแล้วก็จะนำ ร่างมาเก็บไว้ในบ้านนี้อยู่หลายวัน จนกว่า จะถึงพิธีศพ และคนตายก็จะถูกฝังที่รังเล็ก ๆ ในโพรงต้นไม้


สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ อินโดนีเซีย 9. มัสยิดอิสติกลัล (The Istiqlal Mosque)มัสยิดแห่งนี้นับได้ว่าเป็นมัสยิดที่ใหญ่ ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1975 ณ มัสยิดแห่งนี้มีห้อง สวดมนต์รูปโดมอยู่ด้านบน และสามารถรองรับผู้คนที่เข้ามาได้ถึง 120,000 คน ซึ่ง มีการตกแต่งแบบอนุรักษ์นิยม ภายในห้องสวดมนต์ทรงโดมขนาดยักษ์นั้นมีเสา ขนาดใหญ่ถึง 12 ต้นเป็นเสมือนฐานรองรับน้ำ หนักของมัน มีประตูทางเข้า 7 ทาง มี น้ำ พุตั้งอยู่ที่ชั้นใต้ดิน มีห้องสวดมนต์หลักอีกห้องและลานขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณ ชั้นหนึ่ง 10.วัดพรัมบานัน (Prambanan Temple) วัดพรัมบานัน หรือเป็นที่รู้จัก สำ หรับคนท้องถิ่นว่า โรโร จองกรัง (Roro Jonggrang) ถือว่าเป็น 1 ในวัดฮินดูที่ ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยที่จะมีแท่นบูชาหลัก 3 ที่ ซึ่งอุทิศให้แก่ เทพเจ้าฮินดู 3 องค์ ได้แก่ พระพรหม พระศิวะ และพระวิษณุ สำ หรับผู้มาเยี่ยมชม และนักท่องเที่ยวทั้งหลายนั้นจะได้รับอนุญาตให้เข้าชมเป็นบางส่วนเท่านั้น เพราะ บางส่วนได้รับความเสียหายจากในอดีต แต่ที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง คือการชม พระอาทิตย์ขึ้นบริเวณหลังวัดแห่งนี้ เวลาประมาณตี 5 ที่เหมาะที่สุดในการชม 11. เกาะสุลาเวสี (Sulawesi) "เกาะกล้วยไม้" เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างเกาะ บอร์เนียวและเกาะมาลูกู ชาวเมืองสุลาเวสีขึ้นชื่อลือชาในเรื่องความสามารถทาง ด้านงานศิลปะต่าง ๆ เช่น เครื่องปั้นดินเผา การทอผ้าและการเต้นรำ และเรื่องที่ พวกเขาทำ ได้อย่างยอดเยี่ยมมากคือการทอผ้าที่ต้องอาศัยความประณีตมาก ทั้งหมดนี่คือเสน่ห์ที่ทำ ให้ใคร ๆ ต่างก็อยากไปสัมผัสเกาะสุลาเวสี 8. หุบเขาบาเลียม (Baliem Valley) หุบเขาบาเลียม อยู่ในเขตบริเวณที่สูงทางทิศ ตะวันตกของนิวกินี หากมองแบบเผิน ๆ จะพบว่าที่แห่งนี้คล้ายกับโลกยุคหิน รู้ไหม ว่าที่หุบเขาแห่งนี้ไม่เคยมีใครรู้จักจนกระทั่งปี 1938 มีนักบินลาดตะเวนจากฮอลแลน เดียมาพบหุบเขาแห่งนี้โดยบังเอิญ โดยที่หุบเขาบาเลียมมีเมืองหลักอย่าง "วาเมนา" ซึ่งมีคนท้องถิ่นที่เรียกกันว่า "ดานี่" อาศัยอยู่ และในทุก ๆ วันจะก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามา เยี่ยมชมวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวดานี่ ซึ่งนักท่องเที่ยวก็จะได้รับการ ต้อนรับอันแสนอบอุ่นจากชนพื้นเมืองเหล่านี้อีกด้วย


อ้างอิง http://www.nan.mcu.ac.th/aec/i ndex.php/aec-group/indonesia https://www.aseaninfo.com/asean_members/indone sia_location_climate.html https://www.naamchoop.com/kn ow_detail.php? know_id=128&know_name= https://travel.kapook.com/view 34925.html https://sites.google.com/site/m nmasean/chud-praca-chatixindoniseiy https://asean2019.go.th/th/inf ographic/gado-gado/


จัดทำ โดย นางสาว วรารัตน์ คงนะภา รหัสนักศึกษา 16322043 สาขารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์ วิชาวิถีโลกกับความหลากหลายทางวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา


Click to View FlipBook Version