The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมปัจจัตตัง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by yuichulawangrit, 2022-11-02 10:05:15

Dhammaphajjattang

รวมปัจจัตตัง

.. .. .. ธรรมะความปรารถนาดี ดจี ริงหรือ ?.. .. ..

วนั นไี้ ดร้ บั ฟังข่าวเก่ยี วกบั โรคระบาดโควดิ 19 ทเ่ี กดิ ขึน้ กบั โลก ของ
เรา เกือบทกุ ประเทศ ไม่เลือกทวีป ไม่เลือกบุคคลใด จะรวยหรือจน จะ
เป็นกษัตริย์ หรือประธานาธิบดี นายก หมอ วิศวกร พ่อค้า แม่ค้า
พระภิกษุสงฆก์ ็เป็นไดเ้ หมือนกันหมดหากมีความประมาท ไม่มีใครไม่
ป่ วย ไม่มีใครไม่ตาย ความสับสนวุ่นวาย ความทุกข์ มันเกิดที่ตัวเรา
ความประพฤติของเรา ไม่มีใครมากาหนดให้มีความสขุ ไดต้ ลอด หรือมี
ความทุกขไ์ ดต้ ลอด ตัวของเรา ความประพฤติของเรา ใจของเราเป็น
ตวั กาหนดท่ีแทจ้ ริง ความสุขทางโลกคือตอ้ งมีทรพั ยส์ ินเงินทองมากๆ
ตอ้ งมีช่ือเสียง ตอ้ งมีร่างกายท่ีแข็งแรง ความสขุ พวกนีล้ ว้ นนาความทกุ ข์
มาให้ ทาไมคนเราจะทาให้พอดีไม่ได้หรือ อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
เบียดเบียนซึ่งกนั และกนั ใหน้ อ้ ยที่สดุ ไมม่ ใี ครอยเู่ หนือความจรงิ เกิดและ
ดบั เกิด แก่ เจ็บ ตาย มนั เป็นของไม่เทย่ี ง เกิดไดต้ ลอดเวลากบั ทกุ คน ทกุ
เพศ ทกุ วยั ไมว่ า่ คนแก่ คนหน่มุ สาว เด็ก ทารก กไ็ ม่มีการยกเวน้ เราสาธุ
พระไม่ใช่พระ มองโลกนีม้ ีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ถา้ หากทกุ คนมวั
หลงสรา้ งความเจริญทางดา้ นวัตถุ สรา้ งตึกสูง อาคาร บา้ นเรือน อาวุธ
รา้ ยแรง เพื่อมาทารา้ ยกนั มันก็เปล่าประโยชนท์ ไี่ ดเ้ กดิ มาเป็นมนษุ ย์ การ
ทาลายทรพั ยากรธรรมชาติมนั ก็หนกั หนาแลว้ ทกุ วนั นอี้ ากาศทเ่ี ราหายใจ
เข้าหายใจออกมีแต่สารพิษ อาหารท่ีเราทานกันมักใช้สารเคมีเร่งการ
เจริญเติบโต ฮอรโ์ มน ยาฆ่าแมลง ไม่ว่าในพืชผัก หรือเนือ้ สัตว์ ซ่ึงเป็น

ธรรมะปัจจตั ตงั หน้า ๕๑


โทษต่อร่างกาย ความปรารถนาดีกับความเจริญทางดา้ นวัตถุนามาซึ่ง
ความเสียหายมากกว่าดี ทาให้คนเรามีความโลภ ความเห็นแก่ตวั ไม่
คดิ ถึงประโยชนส์ ่วนรวม พระพทุ ธองคท์ า่ นส่งั สอนใหล้ ะเวน้ การทาความ
ช่ัว ทาแต่ความดี อยู่ในหลักของเหตุและผลที่ถูกต้อง พิจารณาด้วย
ปัญญากอ่ นทาการณใ์ ดๆใหม้ องประโยชนส์ ว่ นรวมเป็นหลกั ใชช้ วี ิตอย่าง
พอเพียง ไม่โลภ ไม่หลง ในวัตถุทรพั ยส์ มบตั ิ สอนใหร้ ูจ้ กั การใหท้ าน การ
ใหอ้ ภยั ยง่ิ ในสงั คมปัจจบุ นั ที่มีความเจรญิ ทางเทคโนโลยี เป็นยคุ ดจิ ติ ัลท่ี
มีทงั้ ความง่าย เรว็ สะดวกสบายในการใชช้ ีวติ การทางานและการส่ือสาร
เราจึงควรใช้ปัญญาพิจารณาให้ถ่ีถว้ น รูจ้ ักพูด รูจ้ ักคิด มีเมตตาต่อกัน
สภุ าพออ่ นโยน เคารพซึ่งกนั และกนั ไมเ่ ห็นแก่ไดฝ้ ่ายเดียว หนทางนเี้ ป็น
ทางท่ีบริสทุ ธิ์จริง ใจมีสุข ทกุ ขก์ ็ไม่มี โยมทุกคนก็ทาได้ เราตอ้ งมีดวงใจ
ดวงเดยี วกนั เชื่อผลของการกระทา กรรมดี กรรมช่วั ทีเ่ รามาเขา้ วดั เพราะ
ตอ้ งการความสงบทางใจ ดบั กิเลส ละทิง้ การกระทาความช่ัวมิใช่หรือ?
ขันติคือความอดทนเป็นเลิศ ตอ้ งอย่ใู นใจของเรา รูจ้ กั อ่อนนอ้ มถ่อมตน
พูดจาไพเราะ มีความจริงใจต่อกัน การไม่ทาบาปทั้งปวง การทาจิตให้
ขาวรอบเป็นกุศล เป็นหลกั การของพทุ ธศาสนา เกิดมาควรทาตนใหเ้ ป็น
ประโยชนต์ ่อตนเองและสงั คมส่วนรวม ทุกอย่างในโลกนเี้ ป็นของไม่เทยี่ ง
มนั ทาใหเ้ ป็นทกุ ข์ ดบั กิเลส รกั โลภ โกรธ หลง กต็ อ้ งดบั ทต่ี วั เรากอ่ น จริง
ไหมโยม.....ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวตน...สาธุ สาธุ พระไม่ใช่พระ
...........พระกฤษณ์ โกวโิ ท ๒๙ ม.ิ ย. ๖๓

ธรรมะปัจจตั ตัง หน้า ๕๒


.. .. .. หา…เหน็ …พบ .. .. ..

ทุกส่ิงอย่างในโลกลว้ นเริ่มมาจากความไม่มี แต่...แต่ละคนก็ยงั
ดิน้ รนค้นหา หาอยู่หากิน หาให้มันมีขึน้ มา แล้วก็ยึดก็ผูกกับความมี
เหล่านนั้ ไม่ว่าจะเป็นข้าวของ เงินทอง ทรพั ยส์ มบตั ิ หรือแมแ้ ต่ร่างกาย
เจา้ ของ ก็ทึกทักว่าเป็นเรา เป็นของเรา เป็นตวั เป็นตนขึน้ มา ดว้ ยความ
มดื บอด หลง เหน็ ผดิ เลยทาใหห้ ากนั ไมจ่ บไม่สนิ้ วนเวียนอยใู่ นวฏั สงสาร
ต่อเมื่อไดเ้ ห็นความจริงที่ปรากฏ เป็นสจั ธรรมตามธรรมชาติ ตามกฎพระ
ไตรลกั ษณ์ อนิจจงั ทุกขงั อนัตตา ไม่มีอะไรเป็นเรา เป็นของเรา เป็นตวั
เป็นตน เหนือการบังคับควบคุมได้ ความรู้ความเห็น ความสว่างเร่ิม
กระจ่างออกมา เหมือนกับเราไดศ้ ึกษาพระธรรมคาสอนขององค์พระ
สมั มาสมั พทุ ธเจา้ เกิดความรูค้ วามเหน็ เป็นสมั มาทิฏฐิ เรยี กว่า สาเรจ็ แต่
ยังไม่สามารถนาไปใชไ้ ดจ้ ริง เหมือนกบั การเรียนจนจบปริญญาตรี ไม่มี
ประสบการณ์ ไดใ้ บประกาศใบปริญญามาแต่ยงั ทางานจริงไม่ได้ ตอ้ งมา
สงั เกตการทางานของรุน่ พี่ ใชก้ ารดูและเห็นบ่อยๆ แลว้ มาฝึกฝน เรียนรู้
ปฏิบัติ จนเกิดความรูค้ วามเขา้ ใจ จึงจะเป็นปัญญาความสามารถท่ีจะ
นาไปใชง้ านไดจ้ ริง ตอ้ งอาศยั การรู้ การเห็นอย่างเต็มรอบจนเกิดปัญญา
เข้าใจทุกส่ิงอย่าง จึงจะพบขุมทรัพย์อันมีค่า พบปัญญาซ่ึงใช้ในการ
ปล่อยวางไดอ้ ย่างแทจ้ ริง พาตนใหห้ ลดุ พน้ จากภพนอ้ ยภพใหญ่ พน้ จาก
ทกุ ขท์ งั้ หลายไดฉ้ นั นนั้ แล.....นิพพานะ ปัจจโย โหต.ุ .... อด๊ี อี๊ด อี๊ด

ธรรมะปัจจัตตัง หน้า ๕๓


.. .. .. ธรรมทมี่ าจากใจ .. .. ..

“ทาหนา้ ท่ีของแต่ละคนใหด้ กี ็พอแลว้ ใครทาใครได้ ทกุ อย่างลว้ น
เกิดแต่เหตุท่ีทุกคนสร้างมา จงอย่าสร้างวิบากกรรมให้ตนเอง จงมี
ความสขุ กบั ทกุ วนั ที่ผ่านไป สรา้ งแต่บญุ เท่าทเ่ี ราทาได้ จะไมเ่ สียดายเวลา
ที่เกิดมา ทกุ อย่างมันคือมายาของโลก มันไม่มีอะไรมีอย่จู ริง เมื่อถึงเวลา
ทกุ คนกต็ อ้ งจากโลกนไี้ ป มีแต่บุญกบั บาปทต่ี ดิ ตวั ไปได้ ถกู ผิดมนั อย่ทู ใี่ จ
จบทม่ี ายา จติ กไ็ ม่ว่าง จะหลงไปทาไมใหเ้ สียเวลา อยกู่ บั ปัจจบุ นั ขณะจิต
เตรียมตวั กลบั บา้ นดว้ ยจิตที่วา่ งเปลา่ หาทางขา้ มฝ่ังตามรอยพทุ ธะ ดกี วา่
...น่คี ืองานของเราใชใ่ หมเจา้ คะ...สาธุ ในบญุ นะเจา้ คะ”

“ ตอนนีใ้ นจิตไม่มีส่ิงใดใหย้ ึด ไม่อยากหลงอย่ใู นมายา เดินทาง
มาไกลเหน่ือยลา้ มีแต่ความว่างเปล่า ตอนนีค้ ิดอย่างเดียว..หาทางขา้ ม
ฝ่ังให้ได้ ไม่อยากอยู่ฝ่ังนี้ และไม่อยากกลับมาอีกแลว้ มีทางเดียว คือ
ออกจากมายา แต่อย่ดู ว้ ยปัญญา คือ ความว่าง ยอมรบั ธรรมชาติความ
จริงของชีวิต ม่งุ ตามรอยพุทธะ ไม่สนใจกิเลสข้างทาง ทุกอย่างจบที่จิต
หยุดคิด จิตว่าง ผูร้ ู้ ผู้ต่ืน ผูเ้ บิกบาน พระพุทธเจา้ ท่านตรัส ถูกตอ้ งที่สดุ
สาธุ สาธุ สาธุ เจา้ คะ่ ”

ตามรอยพทุ ธะ สงิ หาคม ๒๕๖๔

ธรรมะปัจจัตตงั หน้า ๕๔


.. .. .. ธรรมะจากการ “ไม่มองผ้ใู ดผิด...ไม่มองผ้ใู ดถกู ”.. .. ..

การท่ีเราไม่ตัดสินใคร ไม่มองเขาว่าเป็นผูผ้ ิด หรือมองเขาด้วย

ความเกลียดชงั และไม่ฟังความขา้ งเดียว ธรรมะขอ้ นี้ เหมือนจะยาก ...

แต่ถา้ มองดีๆ แนวทางปฎิบตั ิคือ การนาไปส่เู สน้ ทางที่เป็น “สายกลาง”

คือไม่ตึงเกินไปไม่หย่อนเกินไป ทาตามแต่พอดี..ทาตามท่ีเราไหว การที่

เราจะไม่มองผู้ใดว่าเป็ นผู้ผดิ หรือมองว่าผ้ใู ดเป็ นผ้ถู กู เราต้องเร่ิม

จากการทีเ่ รามีสติรู้จักใช้ปัญญาในการแยกแยะ และมีเมตตาให้ผู้

นั้น ไม่โกรธเขา ไม่เกลียดเขา จะทาใหจ้ ิตเราสว่างสดใส ถา้ เราฝึกทุกวนั

รูจ้ ักใหอ้ ภยั รูจ้ ักมีเมตตา ยกตัวอย่างองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธ

เจ้าพระองคท์ ่านเป็ นผ้มู เี มตตามากเพราะทา่ นทรงให้อภัยได้แม้แต่

ผู้ที่คิดปองร้ายท่าน… อย่างนั้นเราควรทาเย่ียงท่านไหม ไม่ต้องทา

เหมือนท่านก็ได้ แต่แค่เร่ิมมีจิตที่คิดจะใหอ้ ภยั มีเมตตา ไม่โกรธ ใหอ้ ภัย

ตวั เอง ใหอ้ ภยั เพอื่ นมนษุ ยด์ ว้ ยกนั แคน่ ชี้ ีวิตจะดาเนินตามทางสายกลาง

และพบความสขุ ทแ่ี ทจ้ รงิ คะ่ ทวิ า.....สงิ หาคม ๒๕๖๔

……………………………………………………………..

อภัยทานัง อามสิ ทานัง ชินาติ

การให้อภยั ทานย่อมชนะเสียซง่ึ การให้ทัง้ ปวง
พุทธศาสนสภุ าษติ

ธรรมะปัจจตั ตงั หน้า ๕๕


.. .. .. คนเหนือดวง .. .. ..

ดวงดีนาพาความสมหวัง ความสุขสบาย ความรวดเร็วด่ังใจ
ความสาเร็จ แต่ถา้ เกิดมาเป็นคนไม่มีดวงควรทาอย่างไร เมื่อการงาน
ติดขดั ไม่ราบร่ืน คนรอบตวั ไม่ช่ืนชม ไม่เคารพ โลกธรรม ๘ ประการ สขุ
ทกุ ข์ นินทาสรรเสริญ ไดล้ าภเสื่อมลาภ ไดย้ ศเสื่อมยศ โลกธรรม ๘ สอน
เราว่า ไม่มีสิ่งใดจีรงั ทุกอย่างเกิดขึน้ ตัง้ อยู่ ดับไป เหมือนนา้ แข็งกาลงั
ละลายเป็นนา้ หา้ มไม่ได้ หยดุ ไม่ได้

ดวงดี คอื กาลังไม่ดี
ดวงไม่ดี คือกาลงั ดี
กาลังดี คอื กาลังจะไม่ดี
กาลังไม่ดี คอื กาลงั จะดี
ถา้ เรายึดว่า พระอาทิตยข์ ึน้ คอื ดวงดี น่งั ยมิ้ มีความสขุ พระอาทิตย์
ตก ตอ้ งรอ้ งไหก้ บั ความมดื ทงั้ ชีวิตก็ใชไ้ ปแบบคนโง่
หัดยอมรบั หดั เขา้ ใจ ถา้ เราเห็นความธรรมดา เห็นโลกธรรมเป็นเหมือน
พระอาทติ ยข์ นึ้ ลง
เราจะไม่รอ้ งไห้ในเวลาที่ฟ้ามืด ดว้ ยรูว้ ่าเด๋ียวก็สว่าง เราจะเลิก
อาลยั อาวรณก์ บั แสงท่ีเพงิ่ ลบั ขอบฟา้ เราจะอยกู่ บั ความมืดไดโ้ ดยไม่ทุกข์
ทนเมื่อฟ้าสว่าง ยามพระอาทิตยข์ ึน้ เราก็จะไม่มัวหลงระเริงไปกบั การดี
ใจที่ฟ้าสว่างแลว้ เพราะรูส้ ึกเสียเวลานัก เวลามีน้อยนัก ขณะท่ีขึน้ คือ
ขณะทก่ี าลงั ตก ก็ธรรมดาโลก

ธรรมะปัจจัตตัง หน้า ๕๖


เมือ่ เขา้ ใจแลว้ เมื่อเหน็ แลว้ จึงปลงใจ จงึ วางความคิดวา่ สวา่ ง ว่า
มืดได้ เม่ือนนั้ จะเกิดแสงในจิต แสงนนั้ จะนาทาง เพราะเป็นแสงจากตวั
เราเอง จากใจเราเอง ดงั นีจ้ ึงกลายเป็นคนเหนือดวงได้

รโช ตี ๔ (๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๔)

.. .. .. ดอกบวั .. ดอกไม้แหง่ บารมี .. .. ..

ดอกบัว กับ พุทธศาสนา มีมาชา้ นาน ชาวพุทธนิยมใชด้ อกบัว
ถวายเป็นพุทธบูชา เพราะทุกอิริยาบถขอพระพุทธเจ้า จะน่ัง เดิน ยืน
นอน ล้วนมีดอกบัวรองรับ ดอกบัวเปรียบดังความบริสุทธิ์ เบิกบาน
ปราศจากซ่ึงกเิ ลสของพระพทุ ธองค์

ดอกบวั ยังมีหลากสี เปรียบดัง ฉัพพรรณรงั สีรัศมีกายพระพุทธ
องค์ ปู่ชีวกยังนาดอกบัวมาทายา ถวายพระพุทธองค์ สมเด็จองคป์ ฐม
พระพุทธองคก์ ็ก่อกาเนิดมาจากดอกบัวหลวง หาใช่เกิดจากครรภข์ อง
มนษุ ยไ์ ม่ ผมู้ ีบญุ บารมีสงู มกั จะเกิดแบบโอปา มาเป็นกายมนษุ ยเ์ ลย..ใน
ยุคตง้ั โลก ตงั้ กัปป์ มนษุ ยย์ คุ ตง้ั โลก ลว้ นเกิดมาจากพรหม ท่ีมีกายแสง
สวา่ ง กายทพิ ย์ ก่อนจะมามีธาต๔ุ หยาบ อาศยั ธาตุ ๔ ดิน นา้ ลม ไฟ ก่อ
เป็นกายหยาบ กายเนอื้ แบบในปัจจบุ นั น.ี้ ..

แมแ้ ตก่ ารก่อกาเนิด พระพทุ ธเจา้ ๕ พระองค์ ในยคุ ปฐมกลั ป์ โนน้
มีดอกไมช้ นิดหน่ึงผดุ ขึน้ มาก่อนดอกไมอ้ ื่นๆ จานวน ๕ ชนิดดว้ ยกนั ซ่ึง
เรียกว่า “ปทุม” หรือ "ดอกบวั ”แต่ละดอกนนั้ มีอกั ขระคือ “นะ โม พทุ ธา

ธรรมะปัจจตั ตัง หน้า ๕๗


ยะ” จนมาถึงในภทั รกลั ป์ นี้ ถึงมีพระพทุ ธเจา้ มาตรสั รู้ ๕ พระองค์ คือ พระ
กกั กสุ นั โธ พระโกนาคมโน พระกสั สโป พระโคตโม (พระพทุ ธเจา้ ปัจจุบนั )
และ พระศรีอริยเมตไตรโย น่นั เอง เรียก "ดอกบวั เสี่ยงทาย” (ดอกบวั
พทุ ธยากรณ)์

แมแ้ ตก่ ารปฏบิ ตั ธิ รรม พระพทุ ธองคย์ งั เรียก สตั วโ์ ลก เวไนยสตั วท์ ่ี
สอนง่าย สอนยาก เป็น บวั ๔ เหล่า ๔ ประเภท ไดแ้ ก่ บวั กน้ บึง้ บวั ใตน้ า้
บวั ปร่มิ นา้ .และบวั พน้ นา้

- บวั กน้ บึง้ (จมโคลน) เปรียบเทียบกับ โมฆะบรุ ุษ มนษุ ยท์ ี่เกิดมา
สญู เปลา่ ไม่รูผ้ ิดหรอื ชอบ ไมเ่ กรงกลวั ในบาปกรรม

- บวั ใตน้ า้ เปรยี บเทียบกบั บคุ คลที่ยงั รูผ้ ิดชอบช่วั ดบี า้ ง มีศลี บา้ ง
ยงั มีโอกาส มคี วามเจรญิ รุง่ เรือง กลายเป็นบวั ปร่ิมนา้ ได้

- บวั ปร่ิมนา้ เปรียบเทียบกับ บคุ คลท่ีมีศีล มีเมตตา ครบบา้ ง ไม่
ครบบา้ ง มีโอกาสเป็นผเู้ จริญแลว้ ไดไ้ มย่ าก

- บัวพ้นน้า เปรียบเทียบกับ ผู้รักษาศีล ๕ ไดค้ รบถ้วน และไม่
ละเลยการเพยี รทาความดี เป็นผเู้ จรญิ แลว้

แลว้ ยังมีสาวกบางท่านเช่น พระมหากสั สปะ พระพุทธองคเ์ พียง
แค่ หยบิ ดอกบวั ขนึ้ มา ไม่ไดเ้ ปลง่ วาจาแต่อยา่ งใด พระมหากสั สปะ ท่าน
ก็บรรลธุ รรม เป็น พระอรหันต์ ทนั ที ดว้ ยบารมีเต็มเป่ียม เป็นดอกบวั พน้
นา้ สมบรู ณแ์ ลว้ รอเพยี งแสงแดดสาดสอ่ งมา ก็ผลบิ านทนั ที

แมแ้ ต่กรรมฐาน..ยงั เก่ยี วพนั กบั ดอกบวั ดงั นี้

ธรรมะปัจจตั ตงั หน้า ๕๘


*กรรมฐานบวั บาน - บารมีเต็มแลว้ ไม่ตอ้ งทากรรมฐาน รอเพียง
สะกดิ จิตตื่น เกิดปัญญาแจง้ บรรลฉุ บั พลนั บวั บานฉับพลนั ทนั ที

*กรรมฐานบวั ตมู - กาลงั สะสมบารมี ยงั ตอ้ งฝึกกรรมฐาน สมถะ/
วิปัสสนา รอเวลา ดอกบวั บาน

กรรมฐานดอกบวั ตมู นี้ ถา้ ฝึกตึงไป - หย่อนไป .. ดอกบวั ยอ่ มเหี่ยว
เฉา ดอกไม่สมบรู ณ์ ดอกยง่ิ หบุ แนน่ บานยาก..ควรฝึกสายกลาง อ่อนโยน
ล่ืนไหล คลายออก กลายเป็นดอกบวั บาน

*กรรมฐานบัวแบน แม้มีบารมีสะสมมาแล้ว..แต่ เพราะทา
กรรมฐานผดิ กด ข่ม ปล่อย ขอ้ ง คา เล่ือนลอย เพลิดเพลนิ หลง ยึด.. ทา
ใหด้ อกบวั ตมู ..ถกู ไล่บี้ บด กระแทก ข่ม ฉีก จนดอกบวั บี้ แบน ชา้ ใชก้ าร
ไม่ได.้ . เราจะเป็ นดอกบวั ประเภทไหนก็ตาม..ขอเพียงอ่อนน้อม

ด้วยศรัทธา
แหง่ ตถาคต
ดอกบวั ย่อมชูช่อ
เบ่งบาน สักวนั .....

สญุ ญตา
(๓๐ ก.ค ๖๔)

ธรรมะปัจจัตตัง หน้า ๕๙


ช่อื หนังสอื ธรรมะปัจจตั ตงั
พมิ พค์ รัง้ ท่ี ๑ (ตุลาคม ๒๕๖๕)
จานวน ๕๐๐ เล่ม
เพอื่ แจกในงานทอดกฐินสามคั คปี ระจาปี ๒๕๖๕
รายนามผ้รู ่วมบญุ วันอาทติ ยท์ ี่ ๒๓ ตลุ าคม ๒๕๖๕
วดั หนองแกเลก็ สุวรรณาราม
พิมพท์ ี่ ๑.คณุ ทรงกลด ศรีวชริ นนท์ (เก้ว)
Facebook
(ร้านวัชรยนต์ กาแพงแสน จ.นครปฐม)
๒.ครอบครวั พลเสน
๓.คุณสมยศ จงรักษต์ ระกลู
๔.คณุ บญุ จิรา ทานะขนั ธ์
๕.คณุ ปัฐพงศ์ ดารงสทุ ธพิ งศ์
๖.ครอบครวั พูลขมุ ทรพั ย์ และเพ่ือน
๗.ครอบครวั จุฬาวังฤทธ์ิ และจิรธีระพัฒน์
๘.อาม่า จากฮ่องกง
๙.คณะศษิ ย์นครปฐม
๑๐. คณุ พรเพญ็ สจั จาพิทักษ์
๑๑.คุณเพญ็ ศรี สจั จาพทิ ักษ์
๑๒.ผ้รู ่วมบญุ ทไ่ี ม่ประสงคอ์ อกนามทกุ ทา่ น

(ท่ไี ด้ร่วมบญุ สร้างวัดและสร้างหนังสือธรรมะ
กบั พระอาจารย์กฤษณ์ โกวโิ ท)
บจก.กู๊ดเฮด พรนิ้ ทต์ ้ิง แอนดแ์ พตเกจจง้ิ กรุ๊ป
Good Head Prnting & Packaging Group Co.,Ltd
๖/๑ นิคมอตุ สาหกรรมบางชนั ซ. เสรีไทย ๕๘
มีนบุรี กทม. ๑๐๕๑๐ โทร. ๐๒-๑๓๖-๗๐๔๒
www.goodhead.com

ธรรมะปัจจตั ตงั หน้า ๖๐


Click to View FlipBook Version