lรายงานการประเมนิ ปรมิ าณกกั เกบ็ คาร์บอน
ในพน้ื ทปี่ าอนุรกั ษ์ พ.ศ. 2565
ส่วนสารวจและวเิคราะห์ทรพั ยากรปl าไม้
สานกั วจิ ยั การอนุรกั ษ์ปl าไมแ้ ละพนั ธ์ุพชื
กรมอุทยานแห่งชาติ สตั ว์ปl า และพนั ธ์ุพชื
1
บทที่ 1 บทนำ
หลักกำรและเหตผุ ล
ประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในการ
ประชมุ สิ่งแวดล้อมกบั การพฒั นา ณ กรงุ รีโอเดจาเนโร ประเทศบราซลิ เดอื นธนั วาคม พ.ศ. 2537 ซ่งึ อนสุ ัญญา
นี้เป็นข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศท่ีมีเป้าหมายในการรักษาและควบคุมระดับการปล่อย
ก๊าซเรือนกระจกของโลกใหอ้ ยู่ในระดบั ท่ีไม่ไปรบกวนระบบภูมอิ ากาศ และที่ประชุมรฐั ภาคอี นสุ ัญญาฯ สมยั ท่ี
21 ณ กรุงปารสี สาธารณรัฐฝรั่งเศส ได้มีมติเห็นชอบความตกลงปารีส (paris agreement) ซึ่งเป็นพนั ธกรณี
ใหม่ เพ่ือกระตนุ้ ให้ทุกประเทศดาเนินการให้บรรลุเปา้ หมายในการควบคุมการเพมิ่ ของอุณหภูมิโลกไม่ใหเ้ กนิ
2 องศาเซลเซียส หรือหากเปน็ ไปได้ไมใ่ หเ้ กิน 1.5 องศาเซลเซียส โดยจะมีการกาหนดกลไกการดาเนินการข้นึ
ภายใต้พันธกรณีใหม่น้ี ประเทศไทยได้ลงนามให้สัตยาบันในความตกลงปารีสมีผลบังคับใช้ในวันท่ี 4
พฤศจิกายน 2559 ครอบคลมุ การดาเนนิ การในประเด็นดงั นี้ 1) การลดกา๊ ซเรือนกระจก 2) การปรบั ตวั ตอ่ การ
เปล่ยี นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ 3) การเพิ่มความสามารถในการฟนื้ ตัวจากผลกระทบของการเปล่ยี นแปลงสภาพ
ภูมิอากาศ 4) ความโปร่งใสของการดาเนินการ และ 5) การให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ รวมถึงทางการเงิน
โดยประเทศสมาชิกต้องมีข้อเสนอการดาเนินการที่เรียกว่า nationally determined contribution (NDC)
ของประเทศทุกๆ 5 ปี โดยประเทศไทยมีการดาเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของ
ประเทศ เปน็ 2 ระยะ ไดแ้ ก่ 1) ระยะก่อน ปี 2563 ซง่ึ ดาเนนิ การตามแผนการลดก๊าซเรือนกระจกทีเ่ หมาะสม
ของประเทศ (NAMAs) โดยต้องการลดกา๊ ซเรอื นกระจก 7-20 % จากกรณปี กติ ภายในปี พ.ศ. 2563 ซ่งึ ผลการ
ลดกา๊ ซเรือนกระจกในปี พ.ศ. 2559 และ 2560 สามารถลดได้ 12 % และ 14 % ตามลาดบั 2) ระยะภายหลงั
ปี พ.ศ. 2563 ซ่ึงดาเนนิ การภายใตก้ ารมีสว่ นรว่ มที่ประเทศกาหนด (nationally determined contribution,
NDC) โดยกาหนดเป้าหมายการลดกา๊ ซเรอื นกระจก 20 - 25 % จากกรณีปกติ ภายในปี 2573 โดยภาคการใช้
ประโยชน์ท่ีดินและป่าไม้ ยังไม่ได้กาหนดเป้าหมายเน่ืองจากยังขาดข้อมูลท่ีเพียงพอสาหรับการพิจารณา
ต้ังเป้าหมายระเบียบวิธีการในการคาดการณ์การปลอยก๊าซเรือนกระจก และระเบียบวิธีท่ีจะใช้ติดตาม
การลดกา๊ ซเรือนกระจกจากสาขานย้ี งั มีความซับซอ้ น
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์ุพืช เป็นหน่วยงานประสานงานหลักในกรอบงานเรดด์พลัส
การเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศภาคป่าไม้ และการจัดทาบัญชีก๊าซเรือนกระจกภาคป่าไม้ของประเทศไทย
ปัจจุบันได้ดาเนินการจัดทาระดับการปล่อยอ้างอิงภาคป่าไม้ (forest reference emission level: FREL)
และระดับอ้างอิงภาคป่าไม้ (forest reference level: FRL) ของประเทศไทยโดยได้รับการสนับสนุนทาง
วิชาการจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (food and agriculture organization of the
united nations: FAO) โดยระดบั การปลอ่ ยอา้ งอิงภาคปา่ ไม้ (FREL) ของประเทศไทยมคี ่าการปลดปลอ่ ยราย
ปีของก๊าซเรือนกระจกในภาคป่าไม้ มีค่าประมาณ 12,341,444 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2eq)
สาหรับระดับอา้ งอิงภาคปา่ ไม้ (FRL) ของประเทศไทยมีค่าการดดู กลบั รายปขี องก๊าซเรอื นกระจกในภาคป่าไม้
2
มีค่าประมาณ -28,622,811 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทยี บเท่า (tCO2eq) และเม่ือนาค่าสมั ประสิทธิ์การปลดปล่อย
ก๊าซเรอื นกระจก (emission factor) มาคานวณปริมาณกกั เก็บคาร์บอนในพน้ื ทป่ี า่ อนรุ กั ษ์ พบวา่ ในปี พ.ศ. 2560
ในพื้นท่ีป่าอนุรักษ์ของประเทศไทยมีพ้ืนที่ป่าปกคลุม 61,363,414.13 ล้านไร่ (ไม่รวมพ้ืนที่ป่าชายเลน)
มีปริมาณกกั เกบ็ คารบ์ อนในพื้นทีป่ า่ เทา่ กับ 637.30 ล้านตนั คาร์บอน
การประเมินปริมาณกักเก็บคาร์บอนในพื้นท่ีป่าอนุรักษ์ เป็นการวัดประสิทธิภาพในการป้องกันการ
บุกรุกทาลายป่าและการทาให้ป่าเส่ือมโทรม ซึ่งสามารถนามาประยุกต์ใช้ในการวางแผน และพัฒนาประสิทธิภาพการ
บรหิ ารจัดการพื้นที่ป่าอนุรกั ษ์แต่ละแหง่ ท้งั ในด้านของการลดการสญู เสียพ้นื ทปี่ า่ การแกไ้ ขปญั หาความขัดแย้ง
ในการใช้พ้ืนท่ีป่าอนุรักษ์ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการสร้างความม่ันคงของฐาน
ทรพั ยากรธรรมชาตไิ ดอ้ ย่างถกู ต้องเหมาะสมตามสภาพความเปน็ จรงิ ตลอดจนเป็นข้อมลู พื้นฐานสาคญั ที่ใช้ใน
การประเมินและติดตามการเปล่ียนแปลงของทรัพยากรป่าไม้ ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ รวมถึงการ
เปล่ียนแปลงโครงสร้างของระบบนิเวศป่าไม้ ความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณไม้ในพ้ืนที่ป่า และยัง
สามารถใช้ในระบบการตรวจติดตามการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรป่าไม้ (national forest monitoring
systems: NFMS) สาหรบั ประเทศไทยได้
นิยำมศพั ท์
การสารวจทรัพยากรปา่ ไม้ หมายถึง การเก็บ รวบรวมขอ้ มูลต่างๆ เชน่ ชนดิ ไม้ ขนาดความโต ความสงู
จานวนกล้าไม้และลกู ไม้ ชนดิ ป่า รวมทัง้ ข้อมูล ลกั ษณะภูมปิ ระเทศ เช่น ระดบั ความสูง ความลาดชนั เป็นต้น
ฐานขอ้ มลู สารวจทรพั ยากรปา่ ไม้ในพ้ืนทีอ่ นุรกั ษ์ หมายถึง ระบบทรี่ วบรวมข้อมูลตา่ งๆ ด้านปา่ ไมแ้ ละ
ประมวลผลความเชอ่ื มโยงใหเ้ ห็นภาพรวมของทรัพยากรป่าไม้ในพ้นื ท่อี นุรกั ษ์
ความหนาแน่น (density) หมายถึง จานวนต้นไม้ทั้งหมดของชนิดพันธุ์ที่ศึกษาที่ปรากฏในแปลง
ตัวอยา่ งตอ่ หน่วยพืน้ ที่ทที่ าการสารวจ
มวลชวี ภาพเหนือพืน้ ดิน (above ground biomass: AGB) หมายถงึ มวลทกุ ส่วนของต้นไม้ ทั้งลาต้น
ก่ิง ก้าน ใบ ดอก ผล ทอ่ี ยใู่ นระดับเหนอื พื้นดิน นยิ มวัดคา่ ออกมาในรปู ของนา้ หนักสดชีวภาพ (fresh weight)
น้าหนักแห้ง (dry weight) น้าหนักคาร์บอน (carbon weight) โดยคิดเป็นน้าหนักชีวภาพต่อต้นหรือคิดเปน็
น้าหนกั ตอ่ พ้ืนที่
มวลชีวภาพใต้พ้ืนดิน (below ground biomass: BGB) หมายถึง มวลของต้นไม้ที่อยู่ในระดับใต้
พื้นดิน ได้แก่ ลาต้นใต้พ้ืนดิน ราก รากฝอย นิยมวัดค่าออกมาในรูปของน้าหนักสดชีวภาพ (fresh weight)
น้าหนักแห้ง (dry weight) น้าหนักคาร์บอน (carbon weight) โดยคิดเป็นน้าหนักชีวภาพต่อต้นหรือคิดเปน็
นา้ หนกั ตอ่ พื้นที่
3
ปริมาณกักเก็บคาร์บอน (carbon stocks) หมายถึง การประเมินการกักเกบ็ คาร์บอนในมวลชีวภาพ
ต่างๆ ทั้งในส่วนที่อยู่เหนือพ้ืนดิน และส่วนที่อยู่ใต้พ้ืนดินของต้นไม้ โดยคานวณจากค่ามาตรฐานซึ่งเท่ากับ
รอ้ ยละ 47 ของน้าหนักแหง้ (IPCC 2006)
พืน้ ทีป่ า่ อนุรักษ์ (protected area) หมายถึง พน้ื ทใี่ นความรบั ผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ สตั วป์ ่า
และพันธ์ุพืช ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า เตรียมการ
อทุ ยานแหง่ ชาติ เตรียมการเขตหา้ มลา่ สัตวป์ ่า วนอทุ ยาน สวนพฤกษศาสตร์ และสวนรุกขชาติ
ป่าปกคลุม (forest cover) หมายถึง บริเวณท่ีมีไม้ยืนต้นขึ้นต่อเน่ืองครอบคลุมพ้ืนที่ไม่น้อยกว่า
3.125 ไร่ (0.5 เฮกตาร์) รวมถึงสวนป่าทุกประเภท และถนนท่ีตัดผา่ นในพ้ืนท่ปี า่ โดยไม่รวมพน้ื ทีป่ ่าชายเลน
สวนยางพารา ทุง่ หญา้ และพลาญหิน
ป่าผลัดใบ (deciduous forest) เป็นป่าไม้ท่ีผลัดใบตามฤดูกาล พบทั่วไปทุกภาคท่ีมีช่วงฤดูแล้ง
ยาวนานชดั เจน ระหว่าง 4 – 7 เดือน ยกเวน้ ภาคใต้และภาคตะวนั ออกเฉียงใต้ (จนั ทบุรี-ตราด) เมื่อถึงฤดูแล้ง
ทม่ี คี วามช่มุ ชืน้ ในดนิ และบรรยากาศลดลงอย่างมาก ต้นไมใ้ นปา่ ประเภทนจ้ี ะผลดั ใบรว่ งลงสพู่ นื้ ดินและเตรียม
ผลิใบอ่อนข้ึนมาใหม่ เม่ือถึงต้นฤดูฝนหรือเม่ือป่ามีความชุ่มชื้นมากข้ึน พืชพรรณในป่าผลัดใบส่วนใหญ่เป็น
พรรณไม้ผลดั ใบ (deciduous species) แทบท้ังสนิ้ ป่าผลัดใบในช่วงฤดูฝนมเี รอื นยอดเขียวชอุ่มเช่นเดียวกับ
ป่าไม่ผลัดใบในฤดูแล้ง (มกราคม - มนี าคม) ใบไมแ้ หง้ จะกองทบั ถมบนพน้ื ปา่ ทาใหเ้ กิดไฟปา่ ลุกลามในป่าผลัด
ใบได้ง่ายแทบทุกปี ป่าผลัดใบข้ึนท่ัวไปบนท่ีราบเชิงเขาและบนภูเขาที่สูงไม่เกินระดับ 1,000 เมตร (ยกเว้น
ป่าเต็งรงั - ไม้สน) จาแนกออกเป็น 3 ชนิด ดังนี้ ป่าเบญจพรรณหรอื ป่าผลัดใบผสม ป่าเต็งรงั และป่าเต็งรัง -
ไม้สน (ธวชั ชัย, 2549)
ป่าไมผ่ ลดั ใบ (evergreen forest) ปา่ ประเภทนี้มเี รือนยอดท่ีดูเขยี วชอุ่มตลอดปี เน่ืองจากต้นไม้ท่ีขึ้น
แทบทั้งหมดเป็นประเภทไม่ผลัดใบ เช่น ป่าดบิ ชนื้ อย่างไรก็ตาม จะพบไมต้ ้นผลดั ใบขน้ึ แทรกในชั้นเรือนยอดท่ี
เขียวชอมุ่ อยูบ่ ้าง ข้นึ อยกู่ บั ดินฟา้ อากาศและความชมุ่ ชื้นในดิน พ้นื ทีใ่ ดท่มี คี วามชุม่ ชืน้ ไม่สม่าเสมอตลอดปหี รือ
มีช่วงฤดูแล้งนาน จะพบไม้ต้นผลัดใบข้ึนปะปนกระจายอยู่ในช้ันเรือนยอดมากข้ึน เช่น ป่าดิบแล้ง แต่กล่าว
โดยรวมแลว้ เรอื นยอดของป่าดิบแล้งยงั คงปรากฎเปน็ สีเขียวต่อเนื่องตลอดทงั้ ปี จาแนกออกเป็นชนิดใหญๆ่ ได้
14 ชนิด ดงั นี้
4
ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขาต่า ป่าไม้ก่อ ป่าไม้ก่อ-ไม้สน ป่าไม้สนเขา ป่าละเมาะเขาต่า ป่าดิบเขาสงู หรอื
ป่าเมฆ ป่าละเมาะเขาสงู แอง่ พรภุ เู ขา ปา่ ชายเลนหรือปา่ โกงกาง ป่าพรุ ป่าบงึ น้าจดื หรอื ป่าบุ่ง – ปา่ ทาม และ
สงั คมพืชชายหาด (ธวชั ชัย, 2549)
วัตถปุ ระสงค์
เพอ่ื ศึกษาและประเมินปรมิ าณกกั เกบ็ คาร์บอนในพ้นื ที่ป่าอนรุ กั ษ์
ขอ้ มูลพ้นื ฐำน
ข้อมูลการกักเก็บคาร์บอนทนี่ ามาใช้เป็นค่าการกักเก็บคารบ์ อนเฉล่ียในพืน้ ทปี่ า่ อนุรกั ษ์จากรายงาน
ระดับการปล่อยอ้างอิงภาคป่าไม้ (forest reference emission level: FREL) และระดับอ้างอิงภาคป่าไม้
(forest reference level: FRL) ของประเทศไทย ท่ีเสนอตอ่ สานักงานเลขาธิการอนสุ ัญญาสหประชาชาติว่า
ด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (united nations framework convention on climate change)
ซ่ึงข้อมูลระดับการปลอ่ ยอ้างองิ ภาคปา่ ไม้และระดบั อ้างอิงภาคป่าไม้ (FREL/FRL) ที่จัดทาข้ึนอยู่ภายใต้การ
กากับดูแลของคณะกรรมการกากับทางวิชาการ (technical working group: TWG) ภายใต้การดาเนินการ
เตรียมความพร้อมต่อกลไกเรดด์พลสั ของประเทศไทย ซ่ึงอยู่ในความดูแลของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า
และพันธุ์พืช (department of national parks, wildlife and plant conservation: DNP) กระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ministry of natural resources and environment: MONRE)
คณะกรรมการกากับทางวิชาการ ประกอบด้วย กรมป่าไม้ (royal forest department: RFD) สานักงาน
พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (geo-informatics and space technology
development agency (public organization): GISTDA) ก ร ม ท รั พ ย า ก ร ท า ง ท ะ เ ล แ ล ะ ชา ย ฝ่ั ง
( department of marine and coastal resources: DMCR) ก ร ม พั ฒ น า ที่ ดิ น ( land development
department: LDD) และหน่วยงานภาครฐั อื่นๆ ที่เกยี่ วขอ้ ง
5
ขอ้ มูลปริมาณการกกั เกบ็ คารบ์ อนจาแนกตามประเภทปา่ (ไมร่ วมป่าชายเลน) ปี พ.ศ. 2560
ประเภทปา่ มวลชีวภาพ มวลชีวภาพ ปรมิ าณกกั ปริมาณดูดกลับกา๊ ซ ปริมาณกกั ปริมาณดูดกลบั ก๊าซ
เหนือพน้ื ดิน ใต้พืน้ ดนิ เกบ็ คาร์บอน คารบ์ อนไดออกไซด์ เกบ็ คารบ์ อน คาร์บอนไดออกไซด์
ปา่ ผลัดใบ AGB (t/ha.) BGB (t/ha.)
ป่าไมผ่ ลัดใบ 14.54 (tC/ha.) (tCO2eq /ha.) (tC/rai) (tCO2eq /rai)
72.69 54.79 41.00 150.33 6.56 24.05
148.09 95.35 349.63 15.26 55.94
ขอ้ มูลพืน้ ทป่ี ่าอนรุ กั ษจ์ าแนกตามประเภทปา่ (ไม่รวมป่าชายเลน) ปี พ.ศ. 2560
ประเภทพ้นื ท่ี ประเภทป่า พนื้ ที่ (ha.) พน้ื ที่ (rai)
พ้นื ทอ่ี นรุ ักษ์ ปา่ ผลดั ใบ 5,499,101.07 34,369,381.69
ปา่ ไม่ผลดั ใบ 4,319,045.19 26,994,032.44
9,818,146.26 61,363,414.13
รวม
6
ข้อมูลปรมิ าณการกักเก็บคารบ์ อนในพื้นที่อนุรกั ษ์ (ไม่รวมปา่ ชายเลน) ปี พ.ศ. 2560
ประเภทพืน้ ที่ ประเภทปา่ พื้นท่ี (rai) ปริมาณกักเกบ็ ปริมาณกักเกบ็
พน้ื ท่อี นรุ ักษ์ ป่าผลดั ใบ 34,369,381.69 คารบ์ อน (tC/rai) คารบ์ อน (tC)
ป่าไม่ผลัดใบ 26,994,032.44
61,363,414.13 6.56 225,456,830.90
รวม 15.26 411,840,425.24
637,297,256.14
-
ข้อมูลพื้นฐำน ปี พ.ศ. 2560
ปรมิ าณกกั เกบ็ คารบ์ อนในพนื้ ทป่ี ่าอนุรกั ษ์ 637.30
(ขอ้ มลู จาก FREL/FRL) (ลา้ นตนั คารบ์ อน)
7
บทที่ 2 วิธกี ารศกึ ษา
วธิ กี ารศึกษา
เนื้อหาของรายงานการประเมินปรมิ าณกกั เก็บคาร์บอนในพ้ืนที่ป่าอนุรักษ์จัดทาขึ้นตามรูปแบบและ
แนวทางที่กาหนดภายใต้ข้อตัดสินใจท่ี 12 / CP.17 ส่วนท่ี 2 ของภาคผนวกของข้อตกลง (section II) และ
ปฏิบัติตามแนวทางสาหรับ “การจัดทาบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศ (national greenhouse gas
inventories) ที่กาหนดในคู่มือ IPCC 2006 ซ่ึงจัดทาโดย “คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการ
เปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ (intergovernmental panel on climate change: IPCC)” รายงานฉบับนไ้ี ด้
นาเสนอข้อมลู และวธิ ีการท้ังหมดที่แสดงถงึ ความโปรง่ ใส สมบรู ณ์ และแมน่ ยา ตามหลกั การของ “ความโปร่งใส
ความถูกต้อง ความสมบูรณ์ สามารถเปรียบเทียบได้ และความสอดคล้อง ( transparency, accuracy,
completeness, comparability and consistency: TACCC)” ในส่วนขององค์ประกอบของวิธีการ เช่น
นยิ ามของคาวา่ “ปา่ ไม้” ไดใ้ ชน้ ิยามเดยี วกันกับของประเทศไทยทใี่ ชใ้ นกจิ กรรม REDD+
8
กรอบการศกึ ษา
การประเมนิ ปริมาณกักเกบ็ คาร์บอนในพน้ื ทป่ี ่าอนรุ กั ษ์
การคานวณหาคา่ สัมประสทิ ธ์กิ ารปลดปล่อยและ การประเมนิ พื้นทปี่ กคลุม
การดูดกลบั กา๊ ซเรอื นกระจก (forest cover assessment)
(emission and removal factors) การจดั ทาแผนทปี่ า่ ปกคลมุ
1.คัดเลือกข้อมูลจากดาวเทยี ม (เมฆ < 10 เปอร์เซน็ ต์)
การวางแปลงสารวจทรัพยากรป่าไม้ (forest inventory) 2.ประมวลผลและปรบั ปรุงคุณภาพของข้อมลู จากดาวเทียม
-วางแปลงตัวอย่างแบบเป็นระบบ (systematic sampling) ในพื้นที่ 3.แปลตีความด้วยสายตา (visual interpretation) ท่ีมาตราส่วน 1:50,000
ป่าอนรุ กั ษ์ทั่วประเทศ
-ระยะหา่ งระหวา่ งแปลงสารวจ 10 x 10 กม. การจัดทาแผนทปี่ า่ ผลัดใบ – ไม่ผลดั ใบ
-แปลงวงกลมขนาด 17.84 ม. (0.1 เฮกตาร์) ซ้อนทับแผนทป่ี ่าปกคลมุ ดว้ ยแผนที่ชนิดป่าจากกรมป่าไม้
-จานวน 686 แปลง
-เพ่มิ เติมขอ้ มูลสารวจในปี 2564 จานวน 23 แปลง ตรวจสอบความถูกตอ้ ง (accuracy assessment)
การคานวณหาค่าสมั ประสทิ ธกิ์ ารปลดปล่อยและการดูดกลบั ก๊าซเรือน ข้อมลู กจิ กรรม (activity data) : พื้นทปี่ า่ ปกคลุมจาแนกตามประเภทปา่
กระจก (emission and removal factors) 1.ป่าไมผ่ ลดั ใบ
1.มวลชีวภาพเหนอื พื้นดนิ (ABG), มวลชีวภาพใตด้ ิน (BGB) 2.ปา่ ผลัดใบ
2.ปรมิ าณการกักเกบ็ คาร์บอน (Cstocks) รายแปลง
3.ปริมาณการกักเก็บคาร์บอนจาแนกตามประเภทป่า
ค่าสมั ประสทิ ธก์ิ ารปลดปลอ่ ยและการดดู กลับกา๊ ซเรือนกระจก (emission
and removal factors) จาแนกตามประเภทปา่
1.ป่าไม่ผลัดใบ
2.ป่าผลดั ใบ
Emission factors x activity data
ปริมาณการกกั เก็บคารบ์ อนในพื้นท่ีป่าอนุรกั ษ์
9
ขน้ั ตอนการดาเนินงาน
1. การคานวณค่าสมั ประสิทธิก์ ารปลดปล่อยก๊าซเรอื นกระจก (emission and removal factors)
ลาดับ ขนั้ ตอน ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย.
จดั ทาแผนการปฏิบตั ิงานสาหรบั
1.1 หน่วยงานสว่ นกลางและสานัก
บรหิ ารพ้นื ทอี่ นุรกั ษ์
จัดประชมุ ช้ีแจงและซักซอ้ มความ
1.2 เข้าใจเกี่ยวกบั การปฏบิ ัตงิ านสารวจ
ทรพั ยากรปา่ ไม้ (ผา่ นระบบ
online)
1.3 ดาเนินการวางแปลงสารวจ
ทรพั ยากรปา่ ไม้
ติดตาม ตรวจสอบ และควบคมุ ผล
1.4 การปฏบิ ัตงิ านสารวจทรพั ยากร
ป่าไม้ภาคสนาม
รวบรวม แก้ไขและนาเข้าขอ้ มูลโดย
1.5 ใชโ้ ปรแกรมเฉพาะ (ระบบ
สารสนเทศสารวจทรพั ยากรปา่ ไม้)
ประมวลและวเิ คราะห์ผลการสารวจ
1.6 ทรัพยากรปา่ ไม้ โดยใชโ้ ปรแกรม
เฉพาะฯ
คานวณค่าสมั ประสิทธ์ิการ
1.7 ปลดปล่อยกา๊ ซเรือนกระจก
(emission factor)
10
2. การประเมินพืน้ ท่ปี ่าปกคลุม และการเปล่ียนแปลงพ้นื ทปี่ า่ ไม้ (activity data)
ลาดับ ข้ันตอน ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย.
2.1 คดั เลือกข้อมลู จากดาวเทียม
2.2 การประมวลผลและการปรบั ปรุง
คณุ ภาพข้อมลู จากดาวเทียม
2.3 แปลตีความด้วยสายตาทม่ี าตราส่วน
1:50,000
2.4 กาหนดรหสั ขอ้ มลู เชงิ พน้ื ท่แี ละ
ข้อมลู เชิงบรรยาย
2.5 ควบคมุ คุณภาพของงาน
- ตรวจซ้าการซ้อนทับของเวคเตอร์
กบั ข้อมลู จากดาวเทยี ม
-ตรวจซ้าความครบถ้วนถูกตอ้ งของ
ข้อมลู และรหัสข้อมลู เชิงพื้นท่ี
- ตรวจสอบ topology ของขอ้ มูล
2.6 ประเมินความถกู ต้องของผลการ
แปลตีความข้อมูลจากดาวเทียม
2.7 พื้นที่ป่าปกคลุม
3. การคานวณปริมาณกกั เก็บคารบ์ อนในพ้นื ทป่ี า่ อนรุ กั ษ์
ลาดับ ขั้นตอน ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย.
3.1 คานวณปริมาณกกั เก็บคาร์บอน
ในพืน้ ทป่ี า่ อนุรกั ษ์
วิเคราะห์ผลการเปล่ียนแปลง
3.2 ปรมิ าณกกั เก็บคาร์บอนในพน้ื ที่
ป่าอนรุ กั ษ์
3.3 จดั ทารายงานการประเมนิ ปรมิ าณ
กักเกบ็ คารบ์ อนในพืน้ ทป่ี า่ อนรุ ักษ์
3.4 จดั ทารายงานสาหรบั ผบู้ ริหาร
เผยแพรแ่ ละจัดทา e-book
3.5 รายงานการประเมนิ ปรมิ าณกกั เกบ็
คาร์บอนในพ้ืนทปี่ ่าอนุรกั ษ์
11
4. การสารวจทรัพยากรป่าไมเ้ พื่อการประเมินปรมิ าณกักเกบ็ คาร์บอนในพื้นท่ปี า่ อนรุ ักษ์ (หนว่ ยงานสนบั สนุน:
สานกั บรหิ ารพื้นทอ่ี นุรักษ)์
ลำดับ ขัน้ ตอน ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย.
4.1 วางแผนการปฏบิ ัติงานสารวจทรพั ยากร
ปา่ ไมใ้ นพื้นทอ่ี นรุ กั ษ์
4.2 จัดเตรียมวัสดุอปุ กรณแ์ ละเครอื่ งมอื ในการ
ปฏิบัตงิ านสารวจทรพั ยากรปา่ ไม้
4.3 ดาเนนิ การวางแปลงสารวจทรพั ยากรปา่ ไม้
4.4 รวบรวม ตรวจสอบ และแก้ไขขอ้ มลู ในแบบ
บันทกึ ขอ้ มลู
4.5 นาเข้าข้อมลู การสารวจจากแบบบันทกึ ข้อมลู
4.6 ตรวจสอบ และแก้ไขข้อมูลทน่ี าเขา้ ใน
ฐานขอ้ มลู การสารวจทรัพยากรป่าไม้
4.7 จดั สง่ ข้อมูลผลการสารวจทรพั ยากรปา่ ไม้
ใหก้ บั หน่วยงานสว่ นกลาง
จัดทารายงานผลการปฏิบตั ิงานสารวจ
4.8 ทรพั ยากรป่าไม้เพ่อื การประเมินปริมาณกัก
เกบ็ คารบ์ อนในพนื้ ที่ปา่ อนรุ กั ษ์
12
วธิ ีการในการประเมินปริมาณกกั เก็บคารบ์ อนในพื้นท่ีปา่ อนรุ ักษ์ แบ่งออกเปน็
1. การคานวณหาค่าสัมประสิทธิ์การปลดปล่อยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก (emission and removal
factors)
1.1 ดาเนินการวางแปลงสารวจทรัพยากรปา่ ไม้ (forest inventory) ในพ้ืนที่ปา่ อนรุ กั ษท์ ั่วประเทศ โดยใช้
การวางแปลงตัวอย่างแบบเป็นระบบ (systematic sampling) และใช้การวางแปลงตัวอย่างถาวร
(permanent sample plot) ท่ีระยะห่าง 10 x 10 กิโลเมตร ด้วยแปลงวงกลมขนาดรัศมี 17.84 เมตร
ครอบคลุมพ้ืนที่ 0.1 เฮกตาร์ ตามรูปแบบและวิธีการสารวจทรัพยากรป่าไม้ในพ้ืนท่ีป่าอนุรักษ์ของ
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตวป์ า่ และพันธ์ุพืช (ภาคผนวก 1) ดงั น้ี
ภาพที่ 1 จดุ สารวจทรัพยากรป่าไม้ในพ้ืนทีอ่ นรุ กั ษ์ที่ระยะหา่ ง 10 x 10 กโิ ลเมตร
13
รปู รา่ งและขนาดของแปลงตัวอย่าง (plot design)
แปลงตัวอย่างที่ใช้ในการสารวจ เป็นแปลงตัวอย่างถาวรที่มีขนาดคงที่ (fixed–area plot)
ประกอบด้วย รูปรา่ ง 2 ลกั ษณะอยูด่ ว้ ยกัน คือ
1.1.1 ลักษณะรปู วงกลม (circular plot)
- วงกลมที่มีจุดศูนย์กลางร่วมกันแต่รัศมีต่างกัน จานวน 3 วง คือ วงกลมรัศมี 3.99 12.62
และ 17.84 เมตร ตามลาดับ
- วงกลมทีม่ รี ัศมเี ทา่ กัน แตจ่ ุดศูนยก์ ลางตา่ งกนั จานวน 4 วง รัศมี 0.631 เมตร เทา่ กนั มจี ุด
ศูนย์กลางของวงกลมอยู่บนเส้นรอบวงของวงกลมรศั มี 3.99 เมตร ตามทิศหลกั ทง้ั 4 ทิศ เหนือ ตะวนั ออก ใต้
และตะวันตก
1.1.2 ลักษณะแนวเส้นตรง (transect line) จานวน 2 เส้น ความยาวเส้นละ 17.84 เมตร
มีจุดเร่ิมต้นรว่ มกัน ณ จุดศูนย์กลางของแปลงตัวอย่างโดยทามมุ ฉากซึ่งกันและกันดังนั้นจึงมีค่ามุม azimuth
ของเส้นท่ี 1 และเส้นท่ี 2 ต่างกัน 90 องศา โดยคา่ มุม azimuth เสน้ ที่ 1 ได้มาจากการสุ่ม แสดงในภาพท่ี 2
Transect line 0.631 เมตร
3.99 เมตร
12.62 เมตร
17.84 เมตร
ภาพท่ี 2 รปู รา่ งและขนาดแปลงตวั อยา่ ง
14
ขนาดของแปลงตัวอยา่ งและข้อมูลทท่ี าการศึกษา
รัศมีของวงกลม พนื้ ที่ หรอื จานวน ข้อมูลทศ่ี ึกษา
หรอื ความยาว (ม.) ความยาว
0.631 0.0005 เฮกตาร์ 4 วง กลา้ ไม้ (seedling)
3.99 0.005 เฮกตาร์ 1 วง ลกู ไม้ (sapling) และการปกคลุมพ้ืนท่ขี อง
12.62 ไลเคน มอส และไม้พน้ื ลา่ ง
17.84 0.05 เฮกตาร์ 1 วง ไมไ้ ผ่ หวายทยี่ งั ไม่เลอื้ ย และตอไม้
17.84 (เส้นตรง) 0.1 เฮกตาร์ 1 วง ตน้ ไม้ และปจั จยั ที่รบกวนพ้นื ท่ปี ่า
17.84 เฮกตาร์ 2 เส้น ไมล้ ม้ ขอนนอนไพร (coarse woody debris ; CWD) ที่
เสน้ transect ผา่ น
การเก็บรวบรวมข้อมลู ต่างๆ ท่ีสาคัญของป่า เพื่อให้สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ท่ี
เกี่ยวข้องกบั ทรัพยากรป่าไมแ้ ละสภาพพื้นที่ปา่ ไม้ ซึ่งมีองคป์ ระกอบทีส่ าคญั และปัจจัยต่างๆ อยู่มากมาย ดังนั้น
เพื่อใหก้ ารเกบ็ รวบรวมข้อมลู ตา่ งๆ มีความเป็นหมวดหม่งู ่ายตอ่ การวิเคราะห์และประมวลผลตามวตั ถุประสงคข์ อง
การสารวจ จึงได้มีการกาหนดแบบบันทึกข้อมลู (tally sheets) สาหรับบันทึกข้อมูลต่างๆ ให้เป็นหมวดหมู่ขึ้น
จานวน 8 แบบ ซ่งึ แตล่ ะแบบจะมีรายละเอียดต่างๆ แตกตา่ งกนั ไปตามชนิดของข้อมลู ทีต่ อ้ งการบนั ทกึ และแบบ
บันทกึ ข้อมลู ทง้ั 8 แบบนี้ จัดเป็น 1 ชดุ สาหรับบนั ทึกข้อมลู ในแปลงตัวอยา่ ง 1 แปลง ดงั นี้
แบบบันทึกข้อมลู (tally sheets)
แบบบันทกึ ขอ้ มลู (tally sheets) 1 ชุด (8 แบบ) ประกอบด้วย
แบบที่ 1 หัวข้อ general information (ข้อมลู ทัว่ ไป)
แบบท่ี 2 หัวข้อ cluster centre access & site features
(การเข้าถงึ จุดศูนยก์ ลางแปลงตวั อย่างและลกั ษณะทั่วไปของพื้นที่)
แบบที่ 3 หัวขอ้ lichen, moss, seedlings & saplings (ไลเคน มอส กล้าไม้ และลูกไม้)
แบบที่ 4 หัวขอ้ trees (ไมต้ น้ )
แบบท่ี 5 หัวขอ้ bamboo, erect rattan & tree stump (ไมไ้ ผ่ หวายเสน้ ตั้ง และตอไม้)
แบบท่ี 6 หวั ข้อ coarse woody debris, climbing rattan & climbers : transect 1
(ไม้ล้มขอนนอนไพร หวายเลอ้ื ย และไม้เถา) เส้นที่ 1
แบบท่ี 7 หัวข้อ coarse woody debris, climbing rattan & climbers : transect 2
(ไม้ลม้ ขอนนอนไพร หวายเลอ้ื ย และไมเ้ ถา) เสน้ ท่ี 2
แบบท่ี 8 หวั ข้อ site disturbance (ปัจจัยทีม่ ผี ลกระทบตอ่ พน้ื ท่ี)
15
แบบบันทกึ ขอ้ มลู (tally sheets)
16
1.2 การวางแปลงเกบ็ ขอ้ มลู สารวจทรัพยากรป่าไมภ้ าคสนาม
17
ใช้หมุดเหล็กฝังไว้ตรงจุดศูนย์กลางแปลงตามพิกัดที่วางแผนไว้เพื่อใช้เป็นจดุ อ้างอิงในการวางแปลง
ตัวอย่างถาวรพรอ้ มทัง้ ติดหมายเลขต้นไม้ทุกต้นโดยเรยี งลาดบั จากต้นไม้ท่ีมมี มุ จาก 0 – 359 องศา และเรียง
ระยะจาก 0 – 17.84 เมตร เพื่อใช้ในการตดิ ตามการเปลี่ยนแปลงทรัพยากรปา่ ไม้
1.3 นาเข้าขอ้ มูลผ่านระบบสารสนเทศสารวจทรัพยากรป่าไม้
18
1.4 ตรวจสอบความถกู ต้องของข้อมูล (cleansing data) โดยใชโ้ ปรแกรม R-Studio
1.5 คานวณหาคา่ สัมประสทิ ธิ์การปลดปล่อยและการดูดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (emission and
removal factors) โดยแยกตามชนิดปา่ ดว้ ยโปรแกรม R-Studio
1.6 นาค่าสัมประสิทธิ์การปลดปล่อยและการดูดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (emission and
removal factors) และข้อมูลกิจกรรม (activity data) ท่ีได้มาคานวณหาปริมาณกักเก็บคาร์บอนในพ้ืนท่ี
ปา่ อนุรักษ์ของประเทศไทย
19
การจาแนกประเภทปา่
ในการประเมนิ ปริมาณการกักเกบ็ คาร์บอนในพน้ื ที่ป่าอนรุ กั ษไ์ ด้ทาการจาแนกประเภทปา่ ไม้ออกเป็น
2 ประเภท ได้แก่ ป่าไม่ผลัดใบ (evergreen forest) และป่าผลัดใบ (deciduous forest) มีรายละเอียด
ดังตอ่ ไปน้ี
1. ป่าไม่ผลัดใบ (evergreen forest) ประกอบด้วย ป่าดิบเขตร้อนชื้น (tropical evergreen forest)
ปา่ สนเขา (pine forest) และป่าชายหาด (beach forest)
1.1) ปา่ ดบิ เขตรอ้ นชน้ื (tropical evergreen forest) พบกระจายบรเิ วณที่มีความชมุ่ ช้นื ของประเทศ
ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น ป่าดิบช้ืน (moist evergreen forest) ป่าดิบแล้ง (dry evergreen forest) และ
ปา่ ดิบเขา (hill evergreen forest)
- ป่าดิบชื้น (moist evergreen forest) ประกอบพรรณไม้ท่ีอุดมสมบูรณ์และมีความหนาแน่นมาก
ปา่ ชนิดนพ้ี บได้ทว่ั ไปในภาคใต้และภาคตะวันออก ทมี่ ีปรมิ าณน้าฝนมากกวา่ 2,000 มม. ป่าชนดิ นย้ี งั พบไดต้ าม
ลาน้าหรอื บริเวณหบุ เขา ในบริเวณส่วนอื่นๆ ของประเทศ โดยมีพันธ์ุไม้เด่น (ไม้เรอื นยอดชั้นบน) เช่น ไม้สกลุ
ยาง (Dipterocarpus spp.) ไม้สกุลตะเคียน (Hopea spp.) ไม้สกุลตะแบก (Lagerstroemia spp.) และ
ไม้สกุลพะยอม (Shorea spp.) ในขณะทีพ่ รรณไมช้ ้ันล่างเปน็ พชื จากพวกไผ่ ปาล์ม และหวายตา่ งๆ
- ป่าดิบแลง้ (dry evergreen forest) กระจายอยู่พ้นื ท่ที ่วั ประเทศทีท่ ี่มปี รมิ าณน้าฝนระหว่าง 1,000
- 2,000 มม. พรรณไม้เด่น ได้แก่ ไม้สกุลยาง (Dipterocarpus spp.) ไม้สกุลพะยอม (Shorea spp.) ไม้สกุล
มะเกลือ (Diospyros spp.) ไม้สกุลมะคา่ โมง (Afzelia spp.) ไม้สกุลสมอ (Terminalia spp.) และไมส้ กลุ ขนนุ
(Artocarpus spp.) พรรณไมเ้ ดน่ ชน้ั ลา่ งเปน็ พชื จากพวกไผ่ และหวายตา่ งๆ
- ป่าดิบเขา (hill evergreen forest) พบกระจายในพ้ืนที่ภูเขาสูง (มากกว่า 1,000 เมตร จาก
ระดับน้าทะเล) เป็นท่ีที่มสี ภาพภูมอิ ากาศเปน็ แบบกึ่งรอ้ นช้ืน (humid subtropical) ในป่าชนิดน้ีจะพบ มอส
และไลเคน ปรากฏอยู่บนต้นไมใ้ หญ่และบนก้อนหิน ซึ่งเป็นดัชนี (index) บ่งช้ีป่าชนิดนี้ สาหรับพรรณไม้เด่น
ประกอบด้วย ไม้สกุลก่อ (Quercus spp.) ไม้สกุลเกาลัด (Chestnut) (Castanopsis spp.) และไม้สกุลก่อ
(Lithocarpus spp.)
1.2) ป่าสนเขา (pine forest) ป่าชนิดนี้ประกอบด้วยไม้สนเขตร้อน 2 ชนิด คือ สนสองใบ (Pinus
merkusii) (มีใบย่อยแบบเข็ม 2 ใบ ใน 1 ช่อใบ) และสนสามใบ (Pinus kesiya) (มีใบย่อยแบบเข็ม 3 ใบ
ใน 1 ช่อใบ) สนสองใบ พบได้บริเวณพ้ืนที่ตอนเหนือ และตะวันตกของภาคกลาง บริเวณที่ที่ดินไม่มี
ความอุดมสมบูรณ์และเป็นดินลูกรัง ส่วนสนสามใบพบได้เฉพาะในบริเวณพ้ืนที่เขาสูงของภาคเหนือและ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
1.3) ปา่ ชายหาด พบกระจายบนพืน้ ทีด่ ินทรายตามท่ีราบชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะบริเวณชายฝัง่ ภาคใต้
ฝ่ังตะวันออก พรรณไม้หลักของป่าไม้ชนิดน้ีคือ ไม้สกุลมะพลับ (Diospyros spp.) ไม้สกุลเปล้า (Croton spp.)
ไม้สกลุ ตะแบก (Lagerstroemia spp.) และไม้สกุลสนทะเล (Casuarina spp.)
20
2. ป่าผลัดใบ (deciduous forest) มีองค์ประกอบหลกั เปน็ พรรณไม้ที่มีการผลดั ใบในช่วงฤดูแลง้ ป่าชนิดน้ี
พบกระจายท่ัวประเทศ สามารถแบ่งแยกย่อยตามองค์ประกอบของชนิดพรรณไม้ ออกเป็น 2 ชนิด คือ
ป่าเบญจพรรณ (mixed deciduous forest) และปา่ เต็งรงั (dry dipterocarp forest)
2.1) ป่าเบญจพรรณ (mixed deciduous forest) เป็นป่าทีม่ มี ูลค่าเชงิ พาณชิ ย์สงู ท่ีสดุ เม่อื เทียบกับปา่
ชนิดอนื่ ของประเทศไทย ในภาคเหนือจะเรยี กปา่ ชนดิ น้ีว่า ปา่ สัก พรรณไมเ้ ด่นและพบไดท้ วั่ ไปของป่าน้ีคอื สกั
( Tectona grandis) แ ด ง ( Xylia kerrii) ป ร ะ ดู่ ( Pterocarpus marcrocarpus) ม ะ ค่ า โ ม ง ( Afzelia
xylocarpus) และ ไม้สกุลพะยูง (Dalbergia spp.)
2.2) ป่าเต็งรัง (dry dipterocarp forest) กระจายอยู่ในพ้ืนท่ีแห้งแล้งปริมาณน้าฝนต่ากว่า 1,000 มม.
พ้นื ดินเปน็ ดนิ ทรายหรอื ดินท่ีมีกรวดลูกรังผสมอยมู่ าก ชนดิ พรรณไมเ้ ดน่ คอื ไม้วงศ์ DIPTEROCARPACEAE เชน่
ยางพลวง (Dipterocarpus tuberculatus) ยางเหียง (Dipterocarpus obtusifolius) เต็ง (Shorea obtusa)
รัง (Shorea siamensis) และยังพบไม้สกุลพะยูง (Dalbergia spp.) ไม้สกุลตะแบก (Lagerstroemia spp.)
ไม้สกลุ รกฟ้า (Terminalia spp.) และพรรณไมอ้ นื่ ๆ
การจัดกลมุ่ ประเภทปา่ สาหรับการประเมนิ ปรมิ าณกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าอนรุ กั ษ์
การประเมนิ ปริมาณกกั เกบ็ คารบ์ อนในพน้ื ทปี่ ่าอนุรักษ์ ปี พ.ศ. 2565 ไดท้ าการจาแนกประเภทป่า
ออกเปน็ 2 ประเภท ดังน้ี
ประเภทปา่ ชนดิ ป่า
ป่าเบญจพรรณ
ปา่ ผลดั ใบ ปา่ เต็งรัง
ป่าดิบชืน้
ปา่ ไม่ผลดั ใบ ปา่ ดิบแล้ง
ปา่ ดบิ เขา
ปา่ สนเขา
ป่าพรุ
ป่าบึงน้าจืด/ปา่ บุ่ง - ป่าทาม
21
Main Forest Type
EV
Evergreen Forest
Tropical Evergreen Forest
Dry Evergreen Forest
Hill Evergreen Forest
Pine Forest
Freshwater Swamp Forest
Peat Swamp Forest
Freshwater Swamp
Forest
DE
Deciduous Forest
Mixed Deciduous Forest
Dry Dipterocarp Forest
22
2. การประเมนิ พนื้ ทป่ี า่ ปกคลุม และการเปล่ยี นแปลงพื้นทป่ี ่าไม้ (activity data)
ขน้ั ตอนการจัดทาแผนทปี่ า่ ปกคลมุ
1 คดั เลอื กข้อมลู จากดาวเทยี ม (เมฆ < 10 เปอร์เซน็ ต์)
2 ประมวลผล และปรับปรุงคุณภาพของข้อมูล - ขอ้ มลู พื้นทปี่ ่าในอดีต
3 แปลตคี วามด้วยสายตา ทมี่ าตราส่วน 1:50,000 - ขอ้ มลู ในภมู ิประเทศจริง
4 กาหนดรหัสข้อมูลเชิงพื้นที่ และเชิงบรรยาย - ขอบเขตพน้ื ทีป่ า่ อนรุ ักษ์
- แผนที่ภมู ปิ ระเทศ
5 การตรวจสอบ และควบคมุ คุณภาพของงาน
- ตรวจซ้าการซ้อนทบั ของเวคเตอรก์ ับข้อมลู จากดาวเทยี ม
- ตรวจซา้ ความครบถ้วนถูกตอ้ งของข้อมูลเชงิ พน้ื ท่แี ละขอ้ มูลเชงิ บรรยาย
- ตรวจสอบ Topology ของข้อมลู
แผนที่ชนดิ ป่า (กรมป่าไม้) แผนท่ีปา่ ปกคลุม - ข้อมูลในภูมปิ ระเทศจรงิ
ประเมินความถูกต้องของแผนที่ - ขอ้ มลู จากดาวเทียมทีม่ รี ายละเอยี ดสูงกว่า
- ขอ้ มลู จากการสารวจทรัพยากรป่าไม้
23
1. เลือกขอ้ มูลจากดาวเทียม
ในการประเมินพื้นท่ีป่าปกคลุมในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ปี 2565 ได้ใช้ข้อมูลจากดาวเทียม
landsat 8 และ landsat 9 เนื่องจากเป็นดาวเทียมท่ีให้ข้อมูลหลายช่วงคล่ืน (multispectral data) ทาให้
สามารถนามาวิเคราะหแ์ ยกวัตถุต่าง ๆ บนพื้นโลกได้ดี และมีวงโคจรที่บนั ทึกภาพบริเวณเดิมอย่างสม่าเสมอ
ทาให้มีข้อมลู สนับสนุนการดาเนินงานได้ทุกฤดูกาลตลอดปี สามารถประเมินพื้นทีป่ ่าปกคลมุ และติดตามการ
เปลี่ยนแปลงของพืน้ ที่ป่าไม้ได้ท่ัวประเทศอย่างตอ่ เนื่อง ร่วมกับข้อมลู ภาพรายละเอยี ดสงู จาก google earth
โดยข้อมลู จากดาวเทยี ม landsat 8 และ landsat 9 มคี ุณลักษณะ ดงั น้ี
คุณลกั ษณะของขอ้ มลู ที่ได้จากดาวเทยี ม landsat 8 และ landsat 9
การผลติ landsat 8 landsat 9
pixel size - OLI multispectral bands 1-7,9 30 - OLI- 2 multispectral bands 1- 7,9
meters 30 meters
- OLI panchromatic bands 8 15 - OLI- 2 panchromatic bands 8 15
meters meters
- TIRS bands 10-11 : collected 100 - TIRS- 2 bands 10- 11 : collected
meters but resampled to 30 100 meters but resampled to 30
meters to match OLI meters to match OLI- 2
multispectral bands multispectral bands
- Universal transverse Mercator - Universal transverse Mercator
(UTM) map projection (UTM) map projection
- World geodetic system (WGS) 84 - World geodetic system ( WGS) 84
datum datum
- 12 meters circular error, 90% - 12 meters circular error, 90%
confidence global accuracy for confidence global accuracy for
OLI OLI-2
- 41 meters circular error, 90% - 41 meters circular error, 90%
confidence global accuracy for confidence global accuracy for
TIRS TIRS-2
- 16 bits pixel values 16 bits pixel values
data GeoTIFF data format GeoTIFF data format
characteristics Cubic Convolution resampling Cubic Convolution resampling
ทีม่ า: https://landsat.usgs.gov/landsat-8
https://www.usgs.gov/landsat-missions/landsat-9
24
คุณลกั ษณะชว่ งคลื่นของขอ้ มูลจากดาวเทยี ม landsat 8 และ landsat 9
operational land imager (OLI) and thermal infrared sensor (TIRS)
ช่วงคลน่ื ความยาวคล่ืน (ไมโครเมตร) ขนาดจดุ ภาพ (เมตร)
Band 1 Coastal aerosol 0.435 – 0.451 30
Band 2 Blue 0.452 – 0.512 30
Band 3 Green 0.533 – 0.590 30
Band 4 Red 0.636 – 0.673 30
Band 5 Near Infrared (NIR) 0.851 – 0.879 30
Band 6 SWIR 1 1.566 – 1.651 30
Band 7 SWIR 2 2.107 – 2.294 30
Band 8 Panchromatic 0.503 – 0.676 15
Band 9 Cirrus 1.363 – 1.384 30
Band 10 Thermal Infrared (TIRS) 1 10.60 – 11.19 100
Band 11 Thermal Infrared (TIRS) 2 11.50 – 12.51 100
ที่มา: https://www.usgs.gov/faqs/what-are-band-designations-landsat-satellites
ข้อมูลจากดาวเทียมที่ใช้ในการแปลตีความพื้นท่ีปา่ ปกคลมุ ครอบคลุมพื้นท่ีปา่ อนุรกั ษ์ทัว่
ประเทศปี 2565 มจี านวนทง้ั สิ้น 48 scenes ประกอบด้วย
- ข้อมูลจากดาวเทียม landsat 8 จานวน 24 scenes เป็นข้อมูลในระดับ level 1T
บันทึกในช่วงเดือนตุลาคม 2564 ถึงเดือนมีนาคม 2565 โดยดาวเทียมมีระบบบันทึกภาพ 2 ชนิดคือ
operational land imager (OLI) และ thermal infrared sensor (TIRS) มี 11 ช่วงคลื่น ความละเอียด
จุดภาพ 30 เมตร (visible, NIR, SWIR), 100 เมตร (thermal) และ 15 เมตร (panchromatic) บริเวณพื้นที่
ปา่ อนุรักษ์ทั้งประเทศ
- ข้อมูลจากดาวเทียม landsat 9 จานวน 24 scenes เป็นข้อมูลในระดับ level 1T
บันทึกในช่วงเดือนธันวาคม 2564 ถึงเดือนมีนาคม 2565 โดยดาวเทียมมีระบบบันทึกภาพ 2 ชนิดคือ
operational land imager (OLI) และ thermal infrared sensor (TIRS) มี 11 ช่วงคล่ืน ความละเอียด
จุดภาพ 30 เมตร (visible, NIR, SWIR), 100 เมตร (thermal) และ 15 เมตร (panchromatic) บริเวณพื้นท่ี
ปา่ อนรุ กั ษท์ ้งั ประเทศ
ซ่ึงข้อมูลจากดาวเทยี มมกี ารปรับแก้โดยใช้แบบจาลองระดับความสูงเชิงเลข (digital
elevation model: DEM) และหมุดหลักฐานภาคพ้ืนดิน (ground control point: GCP) ในระบบพิกัดฉาก
UTM (universal transverse mercator) บนพื้นหลกั ฐาน WGS84 (world geodetic system 1984)
25
โดยมคี ่าความคลาดเคลื่อนทางตาแหนง่ (root mean square error: RMSE) 3 - 6 เมตร และมีเมฆปกคลุมไม่
เกนิ รอ้ ยละ 10
2. ประมวลผล และปรับปรุงคณุ ภาพของขอ้ มูล
2.1 การประมวลผลภาพ (digital image processing) ทาการแปลงข้อมูลภาพดาวเทียม
landsat 8 และ landsat 9 จากไฟล์ TIFF เป็นไฟล์ IMG สาหรับรวมช้ันข้อมูลภาพหลายช่วงคล่ืน (layer
stacking) เพอ่ื ง่ายตอ่ การใชง้ าน
2.2 การปรับปรุงคุณภาพของข้อมูลภาพ (image enhancement) โดยการทา pan -
sharpened เพอื่ ตอ้ งการให้ได้ภาพทีม่ คี วามคมชัดของรายละเอียดจดุ ภาพ (resolution) นยิ มใชก้ ับขอ้ มูลภาพ
ถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูงท่ีมีระบบการบนั ทึกภาพขาวดา (panchromatic) และภาพสี (multispectral)
พร้อมกนั เป็นการปรบั ปรงุ ภาพใหด้ ีข้นึ กล่าวคือ เปน็ การนาขอ้ มูลภาพดาวเทียมท่มี รี ายละเอียดเชิงคล่นื และ
รายละเอียดเชิงพื้นท่ี มารวมไว้ในภาพเดียวโดยใหค้ า่ ของจุดภาพใหมท่ ีม่ คี วามคมชัดมากขน้ึ
2.3 การเชอ่ื มตอ่ ขอ้ มูลภาพ (mosaic) และการตัดข้อมลู ภาพ (subset)
- การเช่ือมตอ่ ขอ้ มูลภาพ (mosaic) เพอื่ แกป้ ัญหากรณีบริเวณขอบภาพที่มกี ารซ้อนทับกัน
(overlap)
- ตดั ข้อมูลภาพ (subset) โดยตัดตามสารบัญระวางแผนท่ี 1: 250,000 เพ่อื ลดงานการ
เชือ่ มต่อขอ้ มลู ระหว่างขอบเขตการทางาน
3. แปลตีความด้วยสายตา ทีม่ าตราสว่ น 1: 50,000 โดยมขี ้นั ตอน ดังน้ี
3.1 ทาสีผสมเท็จของภาพดาวเทียม (false color composite) โดยการผสมข้อมูลภาพจาก
ดาวเทียมสีขาวดาในแต่ละช่วงคลื่น (แบนด์) ซึ่งสามารถนามาซ้อนทับกันได้ครง้ั ละ 3 แบนด์ โดยทาให้แต่ละ
แบนด์ทเ่ี ป็นสขี าวดาแทนดว้ ย 3 สหี ลัก คอื สแี ดง เขยี ว และน้าเงิน โดยมีหลกั การดังน้ี แทนขอ้ มลู ดาวเทยี มที่
บันทกึ ในชว่ งคลน่ื สีแดง (Red Band) ด้วยแบนด์ 5 (near infrared: NIR) ขอ้ มูลดาวเทียมที่บันทึกในช่วงคลนื่ สี
เขียว (green band) ด้วยแบนด์ 6 (short wave infrared: SWIR) และข้อมูลดาวเทียมที่บันทึกในช่วงคล่ืนสี
นา้ เงิน (blue band) ด้วยแบนด์ 4 (RED)
3.2 การนาเข้าข้อมลู โดยวิธี 2D digitizers ดว้ ยโปรแกรมสาเรจ็ รูปทางดา้ นภูมิสารสนเทศ โดยใช้
องค์ประกอบการวิเคราะห์ข้อมูลจากดาวเทียมด้วยสายตา (visual interpretation) โดยจาแนกตามรูปร่าง
และตาแหน่งที่เห็นจากภาพถ่ายดาวเทียม ที่ต้องอาศัยประสบการณ์ และความรู้ในพื้นท่ีของผู้แปลเปน็ หลัก
ร่วมกับข้อมูลอื่น ๆ เช่น ข้อมูลพื้นที่ป่าในอดีต ข้อมูลในภูมิประเทศจริง (ข้อมูลภาคสนาม) รวมไปถึงข้อมูล
ขอบเขตพ้ืนท่ีปา่ อนุรักษ์ แผนที่ภูมิประเทศ และขอบเขตการปกครองมาประกอบการตัดสินใจในการจาแนก
พนื้ ทป่ี า่ ปกคลุม
26
โดยกาหนดข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ (shapefile) ให้อยู่ในรูปแบบของข้อมลู เวคเตอร์
(vector) ประเภทรูปปิด (polygon) ในระบบพิกัดฉาก UTM บนพื้นหลักฐาน WGS84 เขตโซน 47 หรือ
48 เหนือ ตามพ้ืนที่การทางานจริง โดยข้อมูลทั้งประเทศที่รวมเป็นช้ินเดียวได้กาหนดเป็นเขตโซน 47 เหนือ
เทา่ น้ัน
4. กาหนดรหสั ขอ้ มูลเชงิ พ้ืนท่ี และเชงิ บรรยาย
กาหนดรหสั การนาเขา้ ข้อมลู เชิงพืน้ ทใ่ี นรปู แบบเวคเตอร์ (vector) ในลกั ษณะพ้ืนท่ี รปู ปดิ
(polygon) ตามประเภทท่จี าแนกไว้ พร้อมท้ังกาหนดโครงสร้างของข้อมูลเชิงบรรยาย (attribute Data) ของ
ขอ้ มลู ท่ไี ดไ้ ว้ ดังนี้
รหสั การนาเขา้ ข้อมลู เชงิ พน้ื ที่
รหสั ประเภทการใช้ที่ดนิ ประเภทการใชท้ ด่ี ิน land use/land cover
10 ปา่ บก forest
โครงสรา้ งของขอ้ มลู เชงิ บรรยาย (attribute data)
ชอ่ื ฟลิ ด์ คาอธบิ าย ชนดิ ขอ้ มูล หมายเหตุ
FID OBJECTID object ID
SHAPE polygon geometry รูปปิดหลายเหล่ยี ม
PERIMETER double หน่วย: เมตร
LU_CODE ขนาดเส้นรอบวง string
NAME_TH string หนว่ ย: ตารางกิโลเมตร
NAME_EN รหัสประเภทการใช้ท่ดี นิ string หน่วย: ไร่
AREA_SQKM double
AREA_RAI ชอื่ การใชท้ ี่ดิน (ภาษาไทย) double
AUTHOTITY_CODE string
satellite data ชือ่ การใช้ท่ีดนิ (ภาษาอังกฤษ) string
ขนาดพ้ืนท่ี
ขนาดพืน้ ท่ี
รหสั หนว่ ยงานถอื ครอง: DNP
ภาพดาวเทยี มทใี่ ช้
block หรือ path/row
27
5. การตรวจสอบ และควบคุมคุณภาพของงาน
5.1 ตรวจซ้าการซ้อนทับของเวคเตอร์กับข้อมูลภาพดาวเทียม ซ่ึงจะต้องตรงและ
สอดคล้องกับภาพถ่ายดาวเทยี ม รวมถงึ เสน้ ขอบเขตการใช้ที่ดนิ ต้องตรงตามแนวทีเ่ ห็นในภาพ
5.2 ตรวจซ้าความครบถ้วนถูกต้องของข้อมูลเชิงพน้ื ท่แี ละข้อมูลเชิงบรรยาย กล่าวคอื
ข้อมูลเชิงพื้นท่ีทกุ รายการท่ีระบุต้องมีข้อมูลครบทุกรายการ ได้แก่ พ้ืนที่ของรูปปิด พ้ืนท่ีเส้นรอบรูปปิด รหัส
ของพื้นทีร่ ปู ปิด และชอ่ื ของพน้ื ท่ีรปู ปดิ รวมถึงตรวจสอบขอ้ มูลเชงิ บรรยายซงึ่ จะต้องสอดคลอ้ งกับรหสั ประเภท
การใช้ประโยชน์ท่ดี ิน
5.3 ตรวจสอบ topology ของขอ้ มูล ดังน้ี
- ไมม่ ีการซ้อนทับของชนั้ ข้อมูลเดยี วกนั (must not overlap)
- ไม่มกี ารซ้อนทับของช้ันขอ้ มลู อ่นื ทกี่ าหนด (must not overlap with..)
- ข้อมูลจะตอ้ งไมม่ ีช่องว่าง (must not have gaps)
5.4 การเชื่อมต่อขอ้ มลู (merge) เป็นการเชือ่ มตอ่ ขอ้ มูลเพอ่ื ใหไ้ ดข้ อ้ มูลพื้นทป่ี ่าปกคลุม
ในพ้นื ท่ีอนรุ กั ษท์ ั้งประเทศ โดยข้อมลู สดุ ทา้ ยต้องอยู่ในระบบพกิ ดั ฉาก UTM บนพ้นื หลักฐาน WGS84 เขตโซน
47 เหนือ เทา่ นน้ั เพราะพื้นท่สี ่วนใหญ่ของประเทศไทยอยู่ในเขตโซน 47 เหนือ
6. แผนที่ปา่ ปกคลุม
28
6.1 นาชั้นข้อมูลชนิดปา่ ปี พ.ศ. 2563 ของกรมปา่ ไม้ มาจัดกลุ่มใหม่เปน็ ประเภทปา่ ผลัดใบ
และปา่ ไมผ่ ลดั ใบ
การจดั กลมุ่ ชนิดปา่
ลาดับ ชนดิ ปา่ (กรมป่าไม้) ประเภทปา่ (ตัวชว้ี ัด)
1 ปา่ เตง็ รงั ป่าผลัดใบ
2 ป่าเบญจพรรณ ป่าผลัดใบ
3 ป่าไผ่ ป่าผลดั ใบ
4 ป่าดิบชน้ื ป่าไมผ่ ลดั ใบ
5 ปา่ ดบิ แลง้ ปา่ ไม่ผลัดใบ
6 ปา่ ดบิ เขา ป่าไม่ผลัดใบ
7 ปา่ สนเขา ป่าไมผ่ ลัดใบ
8 ปา่ ชายหาด ปา่ ไมผ่ ลดั ใบ
9 ป่าพรุ ปา่ ไมผ่ ลัดใบ
10 ป่าบึงน้าจดื ปา่ ไม่ผลดั ใบ
6.2 ทาการซอ้ นทบั ช้ันขอ้ มูลปา่ ผลัดใบ – ไม่ผลัดใบกบั ช้นั ขอ้ มูลปา่ ปกคลุม ปี พ.ศ. 2565
ซง่ึ เป็นขอ้ มลู ต้งั ต้น เพ่อื จัดทาข้อมูลป่าผลัดใบและปา่ ไมผ่ ลัดใบในพ้นื ทอ่ี นุรักษท์ ั้งหมด
6.3 ทาการตรวจสอบ topology ของข้อมูลไม่ให้มีการซ้อนทับของชั้นข้อมูลเดียวกัน
(must not overlap) และขอ้ มลู จะตอ้ งไมม่ ีชอ่ งว่าง (must not have gaps)
29
แผนทป่ี ่าผลดั ใบและปา่ ไมผ่ ลดั ใบ
7. การประเมินความถกู ตอ้ งของแผนท่ี (accuracy assessment)
การประเมินความถูกต้องเป็นการนาผลการจาแนกข้อมูลภาพมาเปรียบเทียบกับข้อมูล
อ้างอิงท่ีเช่ือถือได้ โดยข้อมูลอ้างอิง (reference data) จะต้องมีคุณภาพสูงกว่าข้อมูลท่ีใช้ในการสรา้ งแผนที่
เช่น ขอ้ มลู ในภูมิประเทศจริง (การสารวจภาคสนาม) ภาพถา่ ยทางอากาศ ภาพถา่ ยจากดาวเทียมรายละเอียด
สูง ข้อมูลจากการสารวจทรัพยากรป่าไม้ทั่วประเทศ เป็นต้น โดยประเมินความถูกต้องผลการจาแนก 2 วิธี
ประกอบด้วย
7.1 สถิติเชิงพรรณนาแบบง่าย (simple descriptive statistics) เป็นวิธีการประเมินค่า
ความถูกต้องโดยการนาข้อมูลท่ไี ด้จากข้อมลู อ้างองิ (reference data) มาเปรียบเทยี บกับผลการจาแนกภาพ
ในรูปของตารางค่าความคลาดเคลื่อน (error matrix or confusion matrix) ประกอบด้วย (story and
congalton, 1986; Jensen, 1996)
- ค่าความถกู ตอ้ งของผูผ้ ลิต (producer’s accuracy) เปน็ การประเมนิ ค่าความผดิ พลาด
ของขอ้ มลู ทท่ี าการจาแนกขาดหายไป (แปลไม่หมดข้อมลู ขาดหายไป) หรือ omission error เปน็ อัตราสว่ นของ
จานวนจุดภาพทเี่ คร่อื งไม่ได้จาแนกเข้ากลุม่ ต่อจานวนจดุ ภาพทง้ั หมดของชั้นข้อมูลท่ีนามาทดสอบ หรือจานวน
จุดภาพที่จาแนกถกู ต้องของช้ันข้อมลู หนึ่งๆหารด้วยผลรวมจานวนจุดภาพตามแนวตงั้ ในตาราง
30
- ค่าความถูกต้องของผู้ใช้งาน (user’s accuracy) เป็นการประเมินค่าความผิดพลาด
ของข้อมูลที่ทาการจาแนกเกินมา (รวมพ้ืนท่ีประเภทอน่ื เข้ามา) หรือ commission error เป็นอัตราส่วนของ
จานวนจุดภาพจากขอ้ มูลที่นามาทดสอบต่อจานวนจุดภาพท่จี าแนกถกู ตอ้ งท้ังหมดของชนั้ ขอ้ มูลนั้น
- คา่ ความถกู ตอ้ งโดยรวม (overall accuracy) คือ การประเมินค่าความถูกต้องโดยรวม
ของการจาแนก โดยคานวณจากสดั ส่วนระหวา่ งจานวนของจุดภาพที่จาแนกได้ถกู ตอ้ ง และจานวนของจดุ ภาพ
ท้งั หมดทน่ี ามาจาแนกประเภท
7.2 ค่าสถิติแคปปา (kappa statistics) เป็นการแสดงความถูกต้องโดยรวมเช่นกัน แต่มี
การพิจารณาลักษณะของความผิดพลาดท่ีเกิดข้ึนใน error matrix ด้วย การใช้สถิติแคปปาเป็นการประเมนิ
ความถูกตอ้ งท่ถี อื วา่ มีการพิจารณาทงั้ ความสอดคล้องกันระหว่างขอ้ มูลตรวจสอบกบั ขอ้ มลู อ้างอิงทเี่ ป็นไปตาม
โอกาส (change agreement) และทเ่ี ป็นไปตามจรงิ (actual agreement) มักวเิ คราะห์เพือ่ แสดงควบคู่ไปกับ
ค่าความถูกต้องโดยรวม โดยหากค่าทง้ั สองมีค่าทใ่ี กลเ้ คียงกันไปในทศิ ทางสูงก็ถือว่าผลการจาแนกข้อมลู นนั้ ดี
กลา่ วคอื การท่คี วามถกู ต้องโดยรวมมีค่า (%) ที่สงู ไม่ได้หมายความว่าผลการจาแนกครง้ั นนั้ ดีหากค่าสถิติแคป
ปามคี ่าที่ต่า เพราะนั่นแสดงวา่ ความถกู ตอ้ งทส่ี ูงเป็นไปโดยบงั เอญิ
3. การคานวณปรมิ าณกกั เก็บคาร์บอนในพน้ื ท่ปี ่าอนรุ ักษข์ องประเทศไทย
การคานวณหาปรมิ าณกักเกบ็ คาร์บอนโดยนาพ้ืนท่ที ี่คานวณไดจ้ ากการประเมนิ การเปลยี่ นแปลงพน้ื ทปี่ า่
ไม้ไปคูณค่าสัมประสทิ ธ์ิการปลดปล่อยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก (emission and removal factors) เพื่อ
คานวณหาปรมิ าณกกั เก็บคารบ์ อนในพ้นื ท่ปี ่าอนรุ กั ษ์
การประเมนิ การกกั เก็บคาร์บอน
โดยปกตมิ กี ารประเมินได้ 2 วธิ ีการ ได้แก่
1. ประเมินด้วยการเก็บตัวอย่างพืชพรรณท้ัง ก่ิง ก้าน ใบ ลาต้นและราก ทาการอบแห้งเพ่ือใช้หา
น้าหนักแห้ง จากนั้นวิเคราะห์หาปรมิ าณคาร์บอนในแต่ละส่วนของพืชท่ีสามารถกักเกบ็ ได้ ผลท่ีได้จะสามารถ
นาไปวิเคราะห์การกักเก็บคาร์บอนของพืชไดท้ งั้ เหนือดิน (above ground carbon stock) และ ใตด้ ิน (below
ground carbon stock)
2. ประเมินด้วยการคานวณหาจากมวลชีวภาพของพืชพรรณแต่ละชนิด โดยใช้ค่าความสูง และ
เส้นผ่านศูนย์กลางลาต้น (DBH) คานวณหามวลชีวภาพ จากน้ันจึงนาค่าท่ีได้ไปใช้คานวณตอ่ ในคา่ สมั ประสทิ ธ์ิ
การปลดปลอ่ ยและการดูดกลบั (emission and removal factors)
31
การคานวณค่ามวลชีวภาพเหนือพื้นดิน (AGB) ของต้นไม้รายต้นด้วยสมการอัลโลเมทรีพ้ืนฐานของ
ประเทศไทยตามสมการพืน้ ฐานของประเทศไทยได้รับการพฒั นาในปี พ. ศ. 2508 และ 2526 ดังนี้
Tropical Evergreen Forest (Ogawa 1965 trop.):
= + 1
1 8 . 0+0.025
with = 0.0396 × ( 2 × )0.9326 + 0.006002 ×
( 2 × )1.027
Mixed Deciduous Forest (Ogawa 1965 md.):
1
= +
28.0
+ 0.025
with = 0.0396 × ( 2 × )0.9326 + 0.003487 × ( 2 × )1.027
Hill and Dry Evergreen Forest (Tsutsumi 1983) (*):
= 0.0509 × ( 2 × )0.919 + 0.00893 × ( 2 × )0.977
+ 0.0140 × ( 2 × )0.669
(*) Tsutsumi was also applied to Pine forests.
Calculation
of Above
Ground
Biomass
32
33
1. ประมวลข้อมูลจากระดับรายต้นสู่รายแปลง (propagation to plot level) : ค่ามวลชีวภาพ
เหนือพน้ื ดิน (AGB) ของต้นไม้ เป็นผลรวมในระดบั แปลง และแปลงหนว่ ยจากกโิ ลกรมั เป็นตันต่อ
เฮกตาร์
= ∑ × 1000
โดยที่ หนว่ ยเปน็ ตันต่อเฮกตาร์ ( ton/ha), หนว่ ยเป็นกิโลกรมั (Kg.) and
หน่วยเปน็ เฮกตาร์ (ha.)
2. สรปุ รวบรวมขอ้ มลู ไปสรู่ ะดบั ชนิดปา่ ไม้ (aggregation to forest type level) : โดยใช้การสมุ่
ตวั อย่างแบบการจดั กลมุ่ (stratified random sampling) ของ Cochran 1997 ซง่ึ มี 2 ขัน้ ตอน
ดังน้ี
a. ดาเนินการคานวณหาค่าเฉลี่ย (averages) และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard
deviations) ของพน้ื ทป่ี ่า โดยดาเนนิ การกับของทุกแปลงตัวอย่างในป่าแต่ละชนิด
b. ดาเนินการคานวณค่าถว่ งค่าน้าหนักของค่าเฉลย่ี ระหว่างประช้ันข้อมลู (strata) เพ่ือรวมผล
ความแตกต่างของความหนาแนน่ การสุ่มตัวอย่าง ในแต่ละช้นั ข้อมลู :
= ∑ , × ,
โดยที่: คือมวลชีวภาพเหนือพ้นื ดินของชนดิ ป่า , , คอื มวลชีวภาพเหนอื พื้นดินของชนดิ
ปา่ ในชั้นประเภท , , คอื พื้นทีข่ องชนดิ ป่า ในชั้นประเภท ,, และ พนื้ ที่ทัง้ หมดของชนดิ ปา่
. โดยที่
= 1.96 × √∑ 2 , × 2,
2 ,
โดยที่: , คือคา่ เบย่ี งเบนมาตรฐานมวลชวี ภาพเหนอื พ้ืนดินของชนดิ ป่า ในช้นั ประเภท และ ,
คอื จานวนแปลงตัวอย่างในขนิดปา่ ในชั้นประเภท
3. คานวณค่าการกักเก็บคาร์บอน (carbon stock calculations): คานวณจากมวลชีวภาพเหนือ
พ้ืนดิน (AGB) และอัตราส่วนระหว่างลาต้นต่อราก (root-to-shoot ratios: RS) ตามคู่มือของ
คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC guidelines) ค่า
เศษส่วนคาร์บอนเท่ากับ 0.47 (IPCC guidelines 2006) และอัตราส่วนของมวลอะตอมธาตุ
คารบ์ อนตอ่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
44
( 2/ℎ ) = × (1 + ) × × 12
34
อัตราสว่ นระหวา่ งลาตน้ ตอ่ ราก (IPCC guidelines 2006)
Forest type RS Source
evergreen 0.37 IPCC 2006, Vol. 4, Table
deciduous 0.20 4.4
(above-ground biomass <125 tones/ha)
deciduous 0.24
(above-ground biomass >125 tones/ha)
Calculation of Carbon Stock
35
บทที่ 3 ผลการศึกษา
1. ค่าสัมประสิทธิ์การปลดปลอ่ ยและการดดู กลับก๊าซเรอื นกระจก (emission and removal factors)
1.1 การรวบรวมข้อมูลสารวจทรัพยากรป่าไม้ (forest inventory) โดยการวางแปลงสารวจทรัพยากรป่าไม้
ในพน้ื ท่ีอนรุ กั ษ์ของประเทศไทย ด้วยการวางแปลงตัวอยา่ งถาวรแบบเป็นระบบ (systematic sampling) ตาม
แผนการปฏบิ ัติงานปี พ.ศ. 2565 ดงั น้ี
หนว่ ยงานรบั ผดิ ชอบ จานวนแปลง รวม
10x10 2.5x2.5
หน่วยงานสว่ นกลาง
- สานกั วิจัยการอนรุ ักษ์ปา่ ไมแ้ ละพนั ธุ์พืช 75 + (15)* 90
หน่วยงานสว่ นภูมภิ าค
- สานักบรหิ ารพน้ื ที่อนรุ ักษท์ ี่ 1 ปราจีนบรุ ี 40 40
- สานักบริหารพน้ื ท่อี นรุ กั ษท์ ่ี 3 บ้านโปง่ 45 45
- สานกั บริหารพน้ื ที่อนรุ กั ษ์ที่ 4 สรุ าษฎรธ์ านี 30 30
- สานักบริหารพน้ื ที่อนุรักษ์ที่ 5 นครศรธี รรมราช 21 9 30
- สานกั บรหิ ารพน้ื ที่อนุรักษ์ที่ 6 สงขลา 23 7 30
- สานักบรหิ ารพืน้ ที่อนุรกั ษท์ ่ี 7 นครราชสมี า 27 8 35
- สานกั บรหิ ารพื้นทีอ่ นุรักษท์ ่ี 8 ขอนแกน่ 30 30
- สานกั บริหารพน้ื ทีอ่ นุรักษท์ ี่ 9 อบุ ลราชธานี 20 20
- สานกั บรหิ ารพ้นื ท่อี นรุ กั ษ์ท่ี 10 อดุ รธานี 16 4 20
- สานักบริหารพื้นที่อนรุ ักษท์ ่ี 11 พษิ ณโุ ลก 55 55
- สานักบรหิ ารพื้นที่อนรุ กั ษ์ท่ี 12 นครสวรรค์ 35 35
- สานักบริหารพื้นทอ่ี นุรักษท์ ี่ 13 แพร่ 45 5 50
- สานักบรหิ ารพื้นที่อนุรกั ษ์ที่ 13 สาขาลาปาง 30 30
- สานักบรหิ ารพื้นทอี่ นุรกั ษ์ท่ี 14 ตาก 45 45
- สานักบริหารพน้ื ทอ่ี นุรักษ์ที่ 15 เชียงราย 55 55
- สานักบริหารพน้ื ท่อี นรุ กั ษ์ท่ี 16 เชยี งใหม่ 50 50
- สานักบรหิ ารพื้นทอ่ี นุรักษท์ ่ี 16 สาขาแมส่ ะเรียง 44 1 45
รวม 686 + (15)* 34 735
* ตรวจสอบการปฏบิ ัตงิ านภาคสนาม จานวน 15 แปลง
หมายเหตุ จานวนแปลงสารวจทรัพยากรป่าไมข้ ึ้นกับจานวนงบประมาณที่ได้รับจัดสรร และความพร้อมของ
หนว่ ยงานสว่ นภูมิภาคในการรองรับการปฏิบัติงาน
36
1.2 รวบรวมข้อมูลแปลงสารวจทรพั ยากรป่าไม้จากฐานข้อมูลสารวจทรัพยากรป่าไม้ในพื้นท่ีปา่ อนุรกั ษร์ ะยะ
2.5x2.5 กโิ ลเมตร ทีด่ าเนนิ การแล้วซ่ึงตรงกับจุดสารวจระยะ 10x10 กโิ ลเมตร เพิ่มเตมิ จานวน 23 แปลง
1.3 ข้อมลู ผลการสารวจทรพั ยากรปา่ ไม้ ทรี่ ะยะ 10 x 10 กโิ ลเมตร จาแนกตามชนดิ ปา่
ประเภทพน้ื ท่ี ชนดิ ป่า จานวนแปลง ร้อยละ
41.33
ปา่ ผลัดใบ ปา่ เบญจพรรณ 293 14.95
56.28
ป่าเตง็ รัง 106 11.57
20.45
399 8.60
0.28
ป่าไมผ่ ลดั ใบ ปา่ ดบิ ชืน้ 82 0.14
41.04
ป่าดิบแล้ง 145 0.42
0.71
ป่าดิบเขา 61 0.71
0.85
ปา่ สนเขา 2 2.68
100.00
ปา่ พรุ 1
290
พนื้ ทอี่ ่ืนๆ* ป่าชายเลน 3
พ้นื ทเี่ กษตรกรรม 5
ไมส่ ามารถดาเนินการไดช้ ่ัวคราว 5
ไม่สามารถดาเนนิ การได้ถาวร 6
19
รวม 709
* พน้ื ท่ีอืน่ ๆ ไม่นามาคดิ รวมในการประเมิน
37
แผนทแี่ สดงจุดสารวจทรพั ยากรปา่ ไม้
1.4 ปริมาณการกกั เกบ็ คารบ์ อนเฉล่ยี (carbon stocks) จาแนกตามประเภทป่า
คา่ มวลชวี ภาพ คา่ มวลชีวภาพ ปริมาณกกั เกบ็ คา่ ชว่ งความ
เช่ือมัน่ (CI)
ประเภทป่า จานวนแปลง เหนอื พ้นื ดนิ ใต้พืน้ ดิน คาร์บอน
0.41
เฉล่ยี (t/rai) เฉล่ยี (t/rai) เฉลย่ี (tC/rai) 1.26
ป่าผลดั ใบ 399 12.137 2.427 6.845
ปา่ ไม่ผลัดใบ 290 26.564 9.829 17.104
38
1.5 เปรยี บเทยี บอตั ราการเปลย่ี นแปลงปริมาณการกกั เกบ็ คารบ์ อนเฉลี่ย ปี พ.ศ. 2565 เทียบกบั ปี พ.ศ. 2560
ประเภทป่า ปรมิ าณกกั เกบ็ คารบ์ อนเฉลย่ี (tC/rai) อัตราการเปล่ียนแปลงเฉล่ีย
ปี พ.ศ. 2560 ปี พ.ศ. 2565
(tC/rai) %
ป่าผลดั ใบ 6.560 6.845 + 0.285 + 4.35
ปา่ ไมผ่ ลัดใบ 15.257 17.104 + 1.847 + 12.11
2. พ้นื ทปี่ ่าปกคลุมในพนื้ ทป่ี ่าอนรุ กั ษ์ (activity data)
ผลการแปลตีความภาพถ่ายดาวเทียม ปี พ.ศ. 2565 พบว่า มีพื้นท่ีป่าปกคลุมในเขตพื้นท่ีปา่ อนรุ กั ษ์
61,976,715 ไร่ ซึง่ จาแนกข้อมูลออกเปน็ ป่าผลดั ใบ 33,501,500 ไร่ และปา่ ไมผ่ ลดั ใบ 28,475,214 ไร่
พนื้ ทป่ี ่าปกคลุมในพน้ื ที่ปา่ อนรุ ักษ์ จาแนกตามประเภทปา่ ปี พ.ศ. 2565
ประเภทป่า พน้ื ท่ี (rai) พ้ืนท่ี (ha.)
5,360,240.07
ป่าผลดั ใบ 33,501,500.47 4,556,034.31
9,916,274.39
ป่าไม่ผลดั ใบ 28,475,214.45
รวม 61,976,714.92
พืน้ ที่ปา่ ปกคลุมในพื้นที่ปา่ อนรุ ักษ์ จาแนกตามประเภทปา่ ปี พ.ศ. 2565 แยกรายภาค
ประเภทปา่ ป่าผลัดใบ ป่าไมผ่ ลัดใบ
ภาค พน้ื ท่ี (rai) พ้นื ที่ (ha.) พนื้ ที่ (rai) พืน้ ที่ (ha.)
ภาคกลาง 5,485,068.09 877,610.89 2,318,864.45 371,018.31
ภาคตะวันตก 8,393,201.00 1,342,912.16 5,878,580.33 940,572.85
ภาคตะวนั ออก 646,089.39 103,374.30 2,651,940.73 424,310.52
ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ 4,412,101.80 705,936.29 4,522,743.94 723,639.03
ภาคใต้ 122,605.90 19,616.94 7,403,400.82 1,184,544.13
ภาคเหนอื 14,442,434.29 2,310,789.49 5,699,684.17 911,949.47
รวม 33,501,500.47 5,360,240.07 28,475,214.45 4,556,034.31
39
จากการนาผลการจาแนกชั้นข้อมูลท่ีได้ไปเปรียบเทยี บกับข้อมูลในพื้นที่จรงิ ข้อมูลจากดาวเทียมทีม่ ี
รายละเอียดที่สูงกว่า จานวน 496 จุด และข้อมูลการสารวจทรัพยากรป่าไม้ทั่วประเทศ (national forest
inventory) จานวน 654 จุด รวมทั้งส้ิน 1,150 จุด แล้วนามาแจกแจงใหอ้ ยู่ในรูป error matrix (confusion
matrix) และหาค่าสัมประสิทธ์ิแคปปา (kappa coefficient) เพื่อประเมินความถูกต้องและความสอดคล้อง
ของผลการจาแนกชั้นข้อมูลกับจุดตรวจสอบ เพ่ือให้ผู้ใช้ข้อมูลได้วางแผนการดาเนินงานให้ครอบคลุมความ
ผิดพลาดท่ีอาจเกดิ ข้นึ พบว่ามีค่าความถกู ต้องโดยรวม (overall accuracy) เทา่ กบั ร้อยละ 97.57 และค่าสถิติ
kappa เท่ากับ 0.98
ผลการประเมนิ ความถกู ตอ้ งของการจาแนกขอ้ มลู (accuracy assessment)
ขอ้ มูลตรวจสอบ ไม่ป่า map total user’s accuracy (%)
การจาแนก ปา่ ปา่ 2 938 99.79
ไมป่ า่ 936 186 212 87.74
26
Reference total 962 118 1,150
Producer’s accuracy (%) 97.30
Overall Accuracy (%) 97.57 98.94
Kappa Coefficient 0.98
เปรียบเทียบพนื้ ท่ีป่าไม้ในพ้นื ทป่ี ่าอนุรักษ์ ปี พ.ศ. 2565 เม่อื เทยี บกบั ปี พ.ศ. 2560
ประเภทปา่ พ้ืนท่ี (rai) การเปลย่ี นแปลง
ปี พ.ศ. 2560 ปี พ.ศ. 2565 Rai %
ป่าผลัดใบ 34,369,381.69 33,501,500.47 -867,881.22 -2.53
ปา่ ไม่ผลัดใบ 26,994,032.44 28,475,214.45 1,481,182.01 5.49
รวม 61,363,414.13 61,976,714.92 613,300.79 1.00
40
3. ปริมาณกกั เกบ็ คาร์บอนในพน้ื ท่ปี ่าอนรุ กั ษ์
ปรมิ าณกกั เกบ็ คารบ์ อนในพน้ื ท่ปี า่ อนุรักษ์ ปี พ.ศ. 2565 ท้ังประเทศ
ประเภทป่า พ้ืนท่ี (rai) พ้นื ท่ี (ha.) ค่ามวล คา่ มวล ปริมาณกัก ปริมาณกักเกบ็ คาร์บอน
ชวี ภาพ ชีวภาพใต้ เก็บ (tC)
เหนอื พน้ื ดนิ
พ้ืนดนิ เฉล่ีย คาร์บอน 229,319,181.10
เฉลย่ี เฉล่ีย 487,052,751.76
(tC/rai) 716,371,932.85
(t/rai) (t/rai)
6.845
ป่าผลัดใบ 5,360,240.07 33,501,500.47 12.137 2.427 17.104
ปา่ ไม่ผลัดใบ 4,556,034.31 28,475,214.45 26.564 9.829 -
รวม 9,916,274.39 61,976,714.92 - -
ปรมิ าณกกั เกบ็ คาร์บอนในพื้นที่ปา่ อนรุ กั ษ์ ปี พ.ศ. 2565 แยกรายภาค
ประเภทปา่ พ้ืนท่ี (rai) ป่าผลดั ใบ ปรมิ าณกกั เก็บ พ้นื ท่ี (rai) ปา่ ไม่ผลดั ใบ ปริมาณกักเก็บ
ปรมิ าณ คาร์บอน (tC) ปรมิ าณ คาร์บอน (tC)
ภาค กักเก็บ 2,318,864.45 กักเกบ็ ปรมิ าณกักเก็บ (รวมปา่ ผลดั ใบ -
ภาคกลาง คารบ์ อน 5,878,580.33 คารบ์ อน คารบ์ อน (tC) ไม่ผลัดใบ)
ภาคตะวนั ตก เฉลี่ย 2,651,940.73 เฉลย่ี
ภาคตะวันออก (tc/rai) 4,522,743.94 (tc/rai) 77,207,148.60
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7,403,400.82 157,998,698.84
ภาคใต้ 5,485,068.09 37,545,291.07 5,699,684.17 39,661,857.54 49,781,276.06
ภาคเหนือ 100,547,238.00 107,557,849.25
8,393,201.00 57,451,460.84 45,358,794.21 127,467,005.04
77,357,012.42 196,345,860.78
646,089.39 6.845 4,422,481.84 17.104 126,627,767.66
4,412,101.80 30,200,836.83 97,487,398.06
122,605.90 839,237.38
14,442,434.29 98,858,462.72
41
4. เปรยี บเทยี บอัตราการเปล่ยี นแปลงปริมาณการกกั เกบ็ คาร์บอนในพ้ืนทีอ่ นุรักษ์ ปี พ.ศ. 2565 เทยี บกบั ปี
พ.ศ. 2560
ประเภทปา่ ปริมาณกกั เกบ็ คารบ์ อน (tC) อตั ราการเปลีย่ นแปลง
ปี พ.ศ. 2560 ปี พ.ศ. 2565 (tC) %
ปา่ ผลดั ใบ 225,456,830.90 229,319,181.10 +3,862,350.20 +1.71
ป่าไมผ่ ลดั ใบ 411,840,425.24 487,052,751.76 +75,212,326.52 +18.26
รวม 637,297,256.14 716,371,932.85 +79,074,676.71 +12.41
42
บทท่ี 4 สรุปผลการศกึ ษา
สรปุ ผลการศกึ ษา
1. ค่าสัมประสิทธ์ิการปลดปล่อยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก (emission and removal
factors)
การคานวณค่าสัมประสทิ ธ์กิ ารปลดปล่อยและการดดู กลับกา๊ ซเรอื นกระจก (emission and removal
factors) ในพื้นท่ีป่าอนุรักษ์ พบว่ามีอัตราการเปลี่ยนแปลงปริมาณการกักเก็บคาร์บอนเฉลี่ย ปี พ.ศ. 2565
เพิ่มขนึ้ เม่ือเทียบกบั ปี พ.ศ. 2560 โดย ปา่ ผลดั ใบ เพมิ่ ข้ึน 0.285 ตนั คารบ์ อน/ไร่ คิดเป็นรอ้ ยละ 4.35 และใน
ป่าไม่ผลัดใบเพ่ิมขึ้น 1.847 ตันคาร์บอน/ไร่ คิดเป็นร้อยละ 12.11 โดยการเพิ่มขึ้นของปริมาณการกักเก็บ
คาร์บอนเฉล่ียโดยเฉพาะในป่าไม่ผลัดใบมีสัดส่วนท่ีสูงขึ้นเม่ือเทียบกับปี พ.ศ. 2560 เน่ืองจากจานวนแปลง
สารวจทรัพยากรปา่ ไม้ทเ่ี พ่ิมมากขึ้นและครอบคลุมพื้นทอ่ี นุรักษ์มากข้ึน จากเดิมในป่าผลัดใบมีข้อมูลจานวน
347 แปลง เพิ่มเปน็ 399 แปลง เพิ่มข้ึนร้อยละ 14.99 และป่าไมผ่ ลัดใบ จานวน 225 แปลง เป็น 290 แปลง
เพมิ่ ข้ึนรอ้ ยละ 28.89 ในรอบการสารวจปี พ.ศ. 2565
2. การประเมนิ พื้นท่ีปา่ ปกคลุม และการเปลี่ยนแปลงพนื้ ท่ีปา่ ไม้ (activity data)
ผลจากการแปลตีความภาพถ่ายดาวเทยี ม ปี พ.ศ. 2565 พบว่า มีพื้นท่ีป่าปกคลมุ ในเขตพืน้ ท่อี นรุ กั ษ์
61,976,715 ไร่ ซ่ึงจาแนกข้อมูลออกเป็นป่าผลัดใบ 33,501,500 ไร่ และป่าไม่ผลัดใบ 28,475,215 ไร่
เมื่อเปรยี บเทียบกบั ปี พ.ศ. 2560 พบว่ามีพื้นที่ปา่ ปกคุลมเพม่ิ ข้ึน 613,300.79 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 1.00 โดยมี
ทมี่ าของพน้ื ท่ปี ่าปกคุลมทเี่ พิ่มขึน้ ดังน้ี
1. การเปลยี่ นแปลงแนวเขตพื้นท่ีอนรุ ักษ์
ประเภทพื้นท่อี นรุ กั ษ์ แนวเขตที่ใช้ในปี 2560 แนวเขตที่ใชใ้ นปี 2565 พื้นทต่ี ่างกัน
(rai)
อุทยานแห่งชาติ จานวน (แห่ง) เนื้อท่ี (rai) จานวน (แหง่ ) เนือ้ ที่ (rai) 0
เขตรกั ษาพันธสุ์ ตั วป์ ่า -5,422
เขตหา้ มล่าสัตว์ป่า 133 41,063,675 133 41,063,675
วนอทุ ยาน 59 23,405,129 60 23,399,707 498,932
สวนพฤกษศาสตร์ 80 3,756,894 96 4,255,826 -199,659
สวนรุกขชาติ 114 855,490 91 655,830 9,520
เตรียมการอุทยานแหง่ ชาติ 14 21,296 16 30,816 1,258
เตรียมการเขตห้ามลา่ สัตว์ปา่ 56 20,128 50 21,387 17,651
22 3,935,609 22 3,953,259 -194,070
รวม 6 294,969 5 100,899 128,210
484 73,353,189 473 73,481,399
43
หมายเหตุ:
- การเปลย่ี นแปลงแนวเขตพนื้ ท่เี ตรยี มการอทุ ยานแหง่ ชาติ มีการเปลยี่ นแปลงตามมติคณะกรรมการ
อทุ ยานแหง่ ชาติ และหน่วยงานเจ้าของพืน้ ท่ี ข้อมลู จากสว่ นอนรุ ักษท์ รัพยากร สานกั อทุ ยานแหง่ ชาติ
- การเปลี่ยนแปลงแนวเขตพ้ืนที่เตรียมการเขตห้ามล่าสัตว์ป่า มีการเปลี่ยนแปลงแนวเขตตามมติ
คณะกรรมการฯ และหน่วยงานเจา้ ของพ้ืนท่ี ข้อมูลจากส่วนจัดการพ้นื ทอ่ี นุรักษ์สัตว์ป่า สานักอนุรกั ษส์ ตั ว์ป่า
- การปลีย่ นแปลงแนวเขตวนอทุ ยาน สว่ นพฤกษศาสตร์ และสวนรกุ ขชาติ มกี ารรังวัดแนวเขตใหม่ตาม
พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ดาเนินการโดยส่วนรงั วัดแนวเขตท่ีดินป่าไม้ สานักฟ้ืนฟูและพัฒนาพ้นื ท่ี
อนุรักษ์
- จานวนพ้ืนท่ีสวนพฤกษศาสตร์ และสวนรุกขชาติ ได้รับข้อมูลจากกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้
สานักวิจัยการอนรุ กั ษป์ า่ ไม้
2. มีข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจมากข้ึน (ภาพรายละเอียดสูง) และครอบคลุมพื้นท่ีมากขึ้นสาหรบั
ตัดสินใจ เชน่ ปา่ ฟ้นื ฟตู ามธรรมชาติ หรือพืน้ ทีป่ ลูกปา่ และในพื้นท่ีสังคมพืชลานหนิ ท่มี ตี ้นไม้ข้ึนปกคลุมซ่งึ เป็น
พื้นท่ีที่ยากในการจาแนกด้วยข้อมูลจากดาวเทยี ม landsat-8 และ 9 ท่ีมีรายละเอียดจุดภาพ 30 เมตร พื้นท่ี
ดงั กล่าวได้รบั อิทธพิ ลการสะทอ้ นแสงจากพื้นดินและหินในชว่ งเวลาที่ตน้ ไมท้ ง้ิ ใบหรือหน้าแล้ง มากกว่าค่าการ
สะท้อนจากใบไม้ ทาให้คา่ การสะทอ้ นแสงใกล้เคยี งกับพืน้ ท่เี กษตรกรรมหรอื พนื้ ทีอ่ ่ืนทไ่ี ม่ใช่ปา่
3. ปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในพ้ืนทปี่ ่าอนรุ ักษ์
เม่ือนาค่าสัมประสิทธิ์การปลดปล่อยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก (emission and removal
factors) ของแต่ละชนิดป่าและข้อมูลการประเมินพื้นท่ีป่าปกคลุมในเขตพื้นท่ีอนุรักษ์ (activity data) ที่ได้
มาคานวณหาปริมาณกักเก็บคาร์บอน พบว่าปริมาณการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ของประเทศไทย
ปี พ.ศ. 2565 มคี ่าเทา่ กับ 716,371,932.85 ตันคาร์บอน เพมิ่ ข้ึน 79,074,676.71 ตันคาร์บอน คดิ เปน็ รอ้ ยละ
12.41 เม่ือเทยี บกบั ปี พ.ศ. 2560 โดยมีปจั จยั ของการเพม่ิ ข้นึ ของคา่ การกักเกบ็ คารบ์ อนดังนี้
1. การเพ่มิ ข้นึ ของค่าสมั ประสทิ ธิก์ ารปลดปล่อยและการดดู กลบั กา๊ ซกา๊ ซเรอื นกระจก (emission and
removal factors) ท้ังในป่าผลัดใบและไม่ผลัดที่เพ่ิมสูงข้ึนเม่ือเทียบกับปี พ.ศ. 2560 โดยเฉพาะใน
ป่าไม่ผลัดใบ เกิดจากการเพิ่มข้ึนของสัดสว่ นข้อมลู แปลงสารวจของป่าดิบชื้นซึ่งเป็นชนดิ ป่าที่มปี ริมาณกักเกบ็
คาร์บอนท่สี งู กว่าป่าชนิดอ่ืน
44
2. การเพิ่มขึ้นของพื้นท่ีป่าอนุรกั ษ์จากการผนวกพ้ืนทีอ่ นรุ ักษ์เพิ่มข้ึน ประกอบกับการใช้เทคโนโลย/ี
วิธีการ/กระบวนการในการแปลภาพ ตลอดจนภาพถ่ายดาวเทียมทีม่ ีความละเอียดสูงข้ึนส่งผลทาใหก้ ารแปล
ตคี วามพืน้ ท่ีปา่ ปกคลุมมคี วามถูกต้องและแม่นยามากข้ึน
ข้อเสนอแนะ
1. สาหรับการประเมนิ ปริมาณกกั เก็บคาร์บอนในอนาคตการจาแนกพ้ืนท่ีปา่ ปกคลุมควรจาแนกในระดับของ
ชนิดป่ามากกว่าประเภทปา่ ผลดั ใบและปา่ ไม่ผลัดใบ เพอ่ื ความถกู ต้องและแมน่ ยาของข้อมูล
2. การประเมินปริมาณกักเก็บคาร์บอนในระดับพื้นที่ (ท่ีไม่ใช่ระดับภาพรวมของประเทศ) การคานวณค่า
สัมประสิทธ์ิการปลดปล่อยและการดดู กลับก๊าซเรือนกระจกน้ันจาเป็นต้องใช้ข้อมลู การสารวจทรพั ยากรป่าไม้
ในระยะห่างท่ีน้อยกว่า 10 x 10 กิโลเมตร เพ่ือให้มีข้อมูลที่ครอบคลุมทุกชนิดป่าและจานวนท่ีเพียงพอและ
เหมาะสมต่อการคานวณสมั ประสทิ ธิ์การปลดปล่อยและการดูดกลบั ก๊าซเรือนกระจก ท้ังนี้ขึ้นอยู่กบั ขนาดของ
พนื้ ทแี่ ละจานวนงบประมาณ
45
ภาคผนวก
ค่มู อื การสารวจทรัพยากรปา่ ไม้
Forest Inventory Guideline
ส่วนสารวจและวเิ คราะห์ทรพั ยากรปา่ ไม้
สานักวิจัยการอนรุ ักษป์ า่ ไมแ้ ละพันธพ์ุ ืช
กรมอุทยานแหง่ ชาติ สตั วป์ ่า และพนั ธพุ์ ชื
พ.ศ. 2565
สารบญั
หน้า
สารบัญ บทนา i
บทที่ 1 การสารวจทรัพยากรป่าไม้ 1-1
บทท่ี 2 รปู รา่ งและขนาดของแปลงตวั อยา่ ง (Plot Design) 2-1
อุปกรณ์ในการสารวจทรพั ยากรป่าไม้ 2-1
บทที่ 3 การเตรยี มงานในสานกั งาน 2-2
แบบบันทกึ ข้อมลู 2-3
แบบบันทึกข้อมลู (Tally Sheets) 3-1
วิธีการบนั ทึกข้อมลู ในแบบบนั ทกึ ข้อมลู (Tally Sheets) แบบตา่ งๆ 3-1
แบบบนั ทกึ ขอ้ มลู แบบที่ 1 ขอ้ มูลทัว่ ไป (General information) 3-2
แบบบนั ทกึ ข้อมลู แบบท่ี 2 การเดนิ ทางเขา้ จดุ ศูนย์กลางของกลุ่มแปลงตัวอย่าง 3-2
และลกั ษณะท่วั ไปของพื้นที่ (Cluster centre access & Site features) 3-4
แบบบนั ทกึ ข้อมลู แบบที่ 3 การเกบ็ ขอ้ มลู ไลเคน มอส กล้าไม้ และลูกไม้
(Herb, Shrub, Seedlings & Saplings) 3-8
แบบบนั ทกึ ขอ้ มลู แบบท่ี 4 การเก็บข้อมลู ไม้ต้น (Trees)
แบบบนั ทึกขอ้ มลู แบบท่ี 5 การเกบ็ ขอ้ มลู ไมไ้ ผ่ หวาย และตอไม้ 3-9
(Bamboo, Erect Rattan & Tree Stump) 3-14
แบบบันทกึ ขอ้ มลู แบบที่ 6 และ 7 การเกบ็ ขอ้ มลู ไมล้ ม้ ขอนนอนไพร เศษไม้ปลายไม้
หวายเลอ้ื ยและไมเ้ ถา (Coarse woody debris, Creeping rattan & Climbers: 3-16
Transect 1&2)
แบบบนั ทกึ ขอ้ มลู แบบท่ี 8 การเกบ็ ขอ้ มลู ปจั จัยทมี่ ีผลกระทบต่อพน้ื ทป่ี า่ 3-20
(Site disturbance)
สารบัญ (ตอ่ )
บทท่ี 4 การปฏบิ ัตงิ านภาคสนาม หน้า i
การเตรียมการก่อนออกเดินทางจากท่ีพักไปแปลงตัวอยา่ ง
การเดินทางไปจดุ ศูนย์กลางกลุ่มแปลงตวั อย่าง 4-1
การกาหนดจดุ อ้างองิ ของแปลงตวั อยา่ ง 4-1
การวางแปลงตวั อย่าง 4-2
การเก็บและบันทกึ ข้อมูลในแปลงตัวอยา่ ง 4-4
การดาเนินการหลงั เสร็จส้ินการเก็บขอ้ มูล 4-5
4-6
4-10