The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการประเมินกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ พ.ศ. 2565 โดยส่วนสำรวจและวิเคราะห์ทรัพยากรป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Umaphorn P., 2022-10-31 00:13:54

รายงานการประเมินกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ พ.ศ. 2565

รายงานการประเมินกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ พ.ศ. 2565 โดยส่วนสำรวจและวิเคราะห์ทรัพยากรป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

สารบัญ (ตอ่ )

บทท่ี 4 การปฏบิ ัตงิ านภาคสนาม หน้า i
การเตรียมการก่อนออกเดนิ ทางจากท่ีพักไปแปลงตัวอยา่ ง
การเดินทางไปจดุ ศูนย์กลางกลุ่มแปลงตวั อย่าง 4-1
การกาหนดจดุ อ้างองิ ของแปลงตวั อยา่ ง 4-1
การวางแปลงตวั อย่าง 4-2
การเก็บและบันทกึ ข้อมูลในแปลงตัวอยา่ ง 4-4
การดาเนินการหลงั เสร็จส้ินการเก็บขอ้ มูล 4-5
4-6
4-10


บทท่ี 1

บทนา

ทรพั ยากรปา่ ไม้ (Forest Resources ) หมายถงึ ทรัพยากรตา่ งๆ ทมี่ ีอยู่ในสงั คมของป่าทุกชนิด
ไมว่ ่าจะเป็นสง่ิ มชี วี ติ หรือสิง่ ไม่มีชวี ติ ทรพั ยากรปา่ ไมจ้ ึงหมายรวมถงึ ทรัพยากรอน่ื ๆ มผี ลสบื เน่อื งมาจากป่าไม้
อันได้แก่ ต้นไม้ สัตว์ป่า ของป่า ท่ีดิน ต้นน้าลาธาร และสภาพแวดล้อมท่ัวไปของป่า ฯลฯ ทรัพยากรป่าไม้
เป็นทรพั ยากรธรรมชาติท่มี คี วามสาคัญตอ่ การดารงชวี ิตของมนุษยท์ งั้ ทางตรง และทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นแหลง่ ทอ่ี ยู่
อาศัยของสัตว์ป่า ยารักษาโรค เป็นแหล่งต้นน้าลาธาร ตลอดจนการรักษาสมดุลด้านนิเวศและสิ่งแวดล้อม
ดังนั้นทรัพยากรป่าไม้จงึ นับว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสาคัญและมีคณุ ค่าย่ิงท่ีควรอนรุ ักษ์และฟื้นฟู
ใหม้ คี วามสมบูรณ์

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สานักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธ์ุพืช ในฐานะ

หนว่ ยงานหลักทร่ี บั ผดิ ชอบดา้ นการสารวจทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ จึงได้จดั ทาคู่มอื การสารวจทรพั ยากรปา่ ไม้

ข้ึนเพ่ือใช้เป็นแนวทางในการกาหนดรูปแบบการสารวจรวมถึงวิธีการในเก็บข้อมูลในแปลงสารวจ สาหรับ

เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในภาคสนาม ท้ังในส่วนกลางและสว่ นภูมิภาคได้ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานสารวจ

ทรัพยากรป่าไม้ได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ดาเนินงานเป็นไปอย่างมีแบบแผนและเป็นไปใน

รูปแบบเดียวกนั เพื่อใช้ในระบบตดิ ตามการเปล่ยี นแปลงข้อมลู ทรัพยากรปา่ ไม้ของชาติ ซ่ึงไดเ้ ริ่มดาเนนิ การต้งั แต่

ปี พ.ศ. 2546 เป็นต้นมา โดยวางจุดครอบคลมุ ในระยะ 20 x 20 กิโลเมตร ทั่วประเทศ ท้ังพ้ืนท่ีท่เี ปน็ ปา่ และ

ไม่ใชป่ ่า หลงั จากนั้นเพ่อื ให้ได้ขอ้ มูลทม่ี คี วามละเอียดถูกตอ้ งและแม่นยาขึ้น จึงไดว้ างแปลงในระยะ 10

x 10 กิโลเมตร ในพนื้ ท่ีท่เี ปน็ ป่าทั่วประเทศ และระยะ 5 x 5 และ 2.5 x 2.5 กโิ ลเมตร ท่ีครอบคลมุ เฉพาะ ใน

พ้ืนท่ีปา่ อนุรักษ์ ท้ังนี้เพ่อื ให้การตดิ ตัง้ ระบบติดตามการเปลยี่ นแปลงขอ้ มูลทรพั ยากรปา่ ไมข้ องชาติ เป็นไป

อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพและมีความละเอียดชดั เจนมากย่งิ ขนึ้ ปัจจบุ นั ในการตดิ ตั้งแปลงตัวอย่างถาวรในระยะ 10 x

10 กิโลเมตร ไดด้ าเนินการมาอยา่ งต่อเนอ่ื ง การทจี่ ะทราบถงึ ความเปลีย่ นแปลงของทรัพยากรปา่ ไม้นนั้ ตอ้ งทาการ

เกบ็ ขอ้ มูลซา้ ในแปลงตัวอยา่ งถาวรทุกแปลงทมี่ สี ภาพเปน็ ป่า เพอ่ื ดคู วามเปลยี่ นแปลงในด้านนเิ วศวิทยาและการบกุ

รุกทาลายป่า และทาการสุม่ เลอื กแปลงตัวอย่างถาวรที่ไม่ใช่ป่า เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของลักษณะการใช้

ประโยชน์ที่ดินเพ่ือประเมินความเปลี่ยนแปลงในภาพรวมของทัง้ ประเทศ

1-1


การสารวจทรัพยากรป่าไม้ หรือการแจงนับไม้ คือการเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่สาคัญเกี่ยวกับ
รายละเอยี ดของป่า เป็นต้นวา่ ชนิดป่า การใชป้ ระโยชน์ท่ีดนิ ปา่ ไม้ องคป์ ระกอบของชนิดพรรณไม้ ความหนาแน่น
ขนาดความโต ความสูง ปริมาตรไม้ ปริมาณการสืบพันธุ์ จานวนกล้าไม้และลูกไม้ รวมถึงลักษณะ
สภาพภมู ปิ ระเทศ เชน่ ระดบั ความสงู ความลาดชัน เปน็ ต้น แล้วนามาวเิ คราะห์และประมวลผลเพ่ือให้ทราบถงึ
ศักยภาพและกาลงั ผลิตของปา่ ตลอดจนการสบื ต่อพันธ์ุตามธรรมชาตขิ องไม้ และนอกจากนี้ยังมีการเกบ็ รวบรวม
ข้อมูลอ่ืน ท่ีเป็นองค์ประกอบร่วมของป่า เช่น ไม้ไผ่ หวาย ไม้พุ่ม ไม้เถา เถาวัลย์และพืชชั้นล่าง ตลอดจน
ผลกระทบด้านต่าง ๆ ท่ีเกิดขึ้นในพน้ื ที่ป่าได้ด้วย เพื่อให้สามารถวิเคราะห์และประมวลผลได้ในหลายรูปแบบ
ซ่ึงข้อมูลที่ได้รับจะสามารถนาไปใช้ประกอบการวิเคราะห์ได้หลากหลายมากย่ิงข้ึน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อ
การดแู ลทรัพยากรของประเทศต่อไป

1-2


การสารวจทรพั ยากรปา่ ไม้ บทที่ 2

ในการสารวจทรัพยากรป่าไม้ มีวัตถุประสงค์เพ่ือการติดตาม (Monitor) การเปลี่ยนแปลงของ
ทรพั ยากรปา่ ไม้ของประเทศ ดังนัน้ การดาเนินงานจงึ ต้องทาแบบต่อเน่ือง (Continuous Forest Inventory)
โดยใช้แปลงตัวอย่างถาวร (Permanent Sample Plot) รูปวงกลมรัศมี 17.84 เมตร ในการเก็บข้อมูลเพอ่ื
การติดตามการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรป่าไม้

1. รปู ร่างและขนาดของแปลงตวั อย่าง (Plot Design)

แปลงตัวอย่างที่ใช้ในการสารวจ เป็นแปลงตัวอย่างถาวรท่ีมีขนาดคงที่ (Fixed–area Plot)
ประกอบด้วย รปู รา่ ง 2 ลกั ษณะอยูด่ ว้ ยกนั คือ

1.1 ลักษณะรปู วงกลม (Circular Plot)

1.1.1 วงกลมที่มีจุดศูนย์กลางร่วมกันแต่รัศมีต่างกัน จานวน 3 วง คือ วงกลมรัศมี 3.99
12.62 และ 17.84 เมตร ตามลาดบั

1.1.2 วงกลมทม่ี รี ัศมเี ท่ากัน แตจ่ ดุ ศนู ยก์ ลางตา่ งกนั จานวน 4 วง รัศมี 0.631 เมตร เทา่ กัน
มีจดุ ศนู ยก์ ลางของวงกลมอย่บู นเสน้ รอบวงของวงกลมรัศมี 3.99 เมตร ตามทศิ หลักทั้ง 4 ทิศ เหนอื ตะวนั ออก
ใต้ และตะวันตก

1.2 ลักษณะแนวเส้นตรง (Transect Line) จานวน 2 เส้น ความยาวเส้นละ 17.84 เมตร
มีจุดเริ่มตน้ ร่วมกัน ณ จุดศูนย์กลางของแปลงตัวอย่างโดยทามมุ ฉากซ่ึงกันและกันดังน้ันจึงมีค่ามมุ Azimuth
ของเส้นที่ 1 และเสน้ ที่ 2 ตา่ งกัน 90 องศา โดยค่ามมุ Azimuth เสน้ ท่ี 1 ได้มาจากการสุ่ม แสดงในภาพท่ี 1

Transect line 0.631 เมตร

3.99 เมตร
12.62 เมตร
17.84 เมตร

ภาพที่ 1 รปู ร่างและขนาดแปลงตัวอย่าง

2-1


ตารางที่ 1 ขนาดของแปลงตัวอยา่ งและขอ้ มลู ท่ีทาการศกึ ษา

รัศมีของวงกลม พ้ืนที่ หรือ จานวน ขอ้ มลู ท่ศี กึ ษา
หรอื ความยาว (ม.) ความยาว

0.631 0.0005 เฮคแตร์ 4 วง กลา้ ไม้ (Seedling)

3.99 0.005 เฮคแตร์ 1 วง ลูกไม้ (Sapling) และการปกคลมุ พืน้ ท่ขี อง

ไลเคน มอส และไมพ้ นื้ ลา่ ง

12.62 0.05 เฮคแตร์ 1 วง ไม้ไผ่ หวายที่ยงั ไมเ่ ลื้อย และตอไม้

17.84 0.1 เฮคแตร์ 1 วง ตน้ ไม้ และปัจจัยทรี่ บกวนพ้นื ที่ปา่

17.84 (เส้นตรง) 17.84 เมตร 2 เสน้ ไมล้ ้มขอนนอนไพร (Coarse Woody Debris ; CWD)
ท่เี สน้ Transect ผ่าน

2. อปุ กรณ์ในการสารวจทรัพยากรป่าไม้
2.1 แผนทีภ่ ูมิประเทศ มาตราสว่ น 1: 50,000
2.2 แผนที่แสดงสภาพป่าของพ้ืนทที่ ่ีจะสารวจทไี่ ด้จากการแปลตีความภาพถ่ายทางอากาศหรอื

ภาพถา่ ยดาวเทียม
2.3 เข็มทศิ (Hand Compass)
2.4 เขม็ ทิศสารวจ ชนดิ มือถอื (Pocket Compass)
2.5 ขาต้งั กลอ้ ง
2.6 เครื่องหาพิกดั ดว้ ยสญั ญาณดาวเทียม (GPS)
2.7 เครือ่ งมอื วัดระยะด้วยแสงเลเซอร์
2.8 เครื่องมอื วัดระยะดว้ ยเสยี ง
2.9 เทปวดั ระยะทาง ขนาดความยาว 20 เมตร หรอื 30 เมตร
2.10 เทปวดั ขนาดความโต (เสน้ รอบวง)
2.11 แบบบันทกึ ข้อมลู
2.12 หมุดเหล็ก
2.13 แผ่นป้ายอลมู ิเนยี มสาหรบั ตอกหมายเลขต้นไม้
2.14 เหล็กตอกตวั เลข

2-2


2.15 ตะปู
2.16 คอ้ น
2.17 สีสเปรย์สาหรบั ทาเครอื่ งหมายตา่ งๆ
2.18 อปุ กรณ์สาหรับถา่ ยรปู /กล้องถ่ายรูป
2.19 ถ่านอัลคาไลนข์ นาด AA, AAA และ 9V
2.20 อุปกรณเ์ ก็บตวั อย่างพรรณไม้ เชน่ แผงอัดพรรณไม้ ถงุ พลาสติก แอลกอฮอล์ กรรไกรตดั ก่งิ
กระดาษหนังสือพิมพ์

3. การเตรยี มงานในสานักงาน
การเตรียมงานในสานักงานเปน็ การวางแผนและเตรียมความพร้อมก่อนออกปฏิบัติงานในสนาม

โดยเมื่อได้รับมอบหมายให้ดาเนินการสารวจบริเวณใดแล้ว นอกจากการจัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ
ดังกลา่ วแล้ว ควรมีการดาเนินงาน ดังน้ี

1. จัดเตรียมแผนทีแ่ สดงสภาพป่าและแผนทภ่ี ูมิประเทศ มาตราส่วน 1 : 50,000 ให้ครอบคลมุ
พน้ื ทท่ี ี่จะดาเนินการพรอ้ มตารางแสดงค่าพกิ ดั ทางภูมิศาสตร์ของแปลงตัวอยา่ งในบริเวณดังกล่าว

2. นาแผนท่ีแสดงสภาพป่ามากาหนดจุดศูนย์กลางของแปลงตัวอย่าง โดยใช้ค่าพิกัดของหน่วย
ตัวอยา่ งทีไ่ ด้กาหนดไว้แลว้ พรอ้ มกบั เขยี นหมายเลขลาดบั แปลงตัวอยา่ ง (Plot No.) กากบั ไว้จนครอบคลมุ ทว่ั พน้ื ที่

3. ทาการถ่ายทอดตาแหน่งจุดศูนยก์ ลางของแปลงตวั อยา่ ง จากแผนท่ีแสดงสภาพปา่ (ตามข้อ 2)
ลงบนแผนท่ีภูมิประเทศ มาตราส่วน 1: 50,000 เพ่ือนาไปใช้ในการค้นหาตาแหน่งจุดศูนย์กลางของแปลง
ตัวอย่างในการปฏบิ ตั งิ านภาคสนามต่อไป

4. ตรวจสอบและเตรยี มการจากแบบบันทึกขอ้ มลู เดิม (ในกรณีท่ีเป็นแปลงตัวอย่างท่ีเคยทาการ
สารวจมากอ่ นแล้ว) เพื่อทจ่ี ะเขา้ ไปทาการเกบ็ ขอ้ มูลซ้าในรอบใหม่ของแปลงตัวอย่างเดิม ทั้งน้นี อกจากจะทา
การตรวจสอบการทางานที่ผ่านมา และติดตามการเปล่ียนแปลงของทรัพยากรป่าไม้ในแปลงตัวอย่างเดิมแล้ว
ยังเป็นการปรับปรุงและเพ่ิมความถูกต้องแม่นยาให้กับข้อมูลเดิม เช่น ข้อมูลเก่ียวกับชนิดของพันธ์ุไม้ และ
ตาแหน่งของตน้ ไม้ เปน็ ต้น

5. การวางแผนการปฏิบัติงานภาคสนาม ให้พิจารณาหาจุดพักแรม (Camp) ที่สามารถจะ
เดินทางไปปฏิบตั ิงานเสร็จแลว้ กลับถึงที่พักในวนั เดียว โดยพิจารณาจากเส้นทางคมนาคม และแห่งหาซ้ือหรอื
จดั เตรยี มเสบียงอาหาร เป็นต้น

2-3


บทท่ี 3

แบบบนั ทึกข้อมูล

การสารวจทรพั ยากรป่าไม้ คือ การเก็บรวบรวมข้อมลู ต่างๆ ท่ีสาคัญของป่า เพื่อให้สามารถเก็บ
รวบรวมข้อมูลรายละเอยี ดต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องกับทรัพยากรปา่ ไม้และสภาพพ้ืนท่ีปา่ ไม้ ซ่ึงมีองค์ประกอบทส่ี าคญั
และปจั จัยต่างๆ อย่มู ากมาย ดังนนั้ เพอ่ื ใหก้ ารเกบ็ รวบรวมข้อมูลต่างๆ มคี วามเปน็ หมวดหมงู่ า่ ยต่อการวิเคราะห์
และประมวลผลตามวัตถุประสงค์ของการสารวจ จึงได้มีการกาหนดแบบบันทึกข้อมูล (Tally Sheets) สาหรับ
บันทึกข้อมูลต่างๆ ให้เป็นหมวดหมู่ขึ้นจานวน 8 แบบ ซึ่งแต่ละแบบจะมีรายละเอียดต่างๆ แตกต่างกันไปตาม
ชนิดของข้อมูลที่ต้องการบนั ทึกและแบบบันทึกข้อมลู ทั้ง 8 แบบน้ี จัดเป็น 1 ชุด สาหรบั บันทกึ ข้อมูลในแปลง
ตัวอย่าง 1 แปลง จากการที่แบบบันทึกข้อมูลมีจานวนมากแบบ และแต่ละแบบมีรายละเอียดท่ีจะต้องบันทึก
แตกต่างกันไป ดงั น้ัน เพือ่ ใหผ้ ู้ปฏิบัติงานสามารถเขา้ ใจและบันทึกขอ้ มลู ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง เปน็ ไปในทานองเดยี วกัน
จึงได้จัดทาคาอธิบายเกี่ยวกับแบบบันทึกข้อมูล และวิธีการบันทึกข้อมูลในแต่ละแบบ ทั้ง 8 แบบไว้ดังน้ี

แบบบันทึกขอ้ มูล (Tally Sheets)
แบบบันทกึ ข้อมลู (Tally Sheets) 1 ชดุ (8 แบบ) ประกอบดว้ ย
แบบที่ 1 หวั ขอ้ General Information (ข้อมลู ทั่วไป)
แบบท่ี 2 หัวข้อ Cluster Centre Access & Site Features
(การเขา้ ถึงจุดศูนย์กลางแปลงตวั อยา่ งและลักษณะท่ัวไปของพืน้ ที่)
แบบที่ 3 หวั ขอ้ Lichen, Moss, Seedlings & Saplings (ไลเคน มอส กลา้ ไม้ และลูกไม้)
แบบท่ี 4 หวั ขอ้ Trees (ไม้ต้น)
แบบท่ี 5 หวั ข้อ Bamboo, Erect Rattan & Tree Stump (ไม้ไผ่ หวายเสน้ ต้ัง และตอไม้)
แบบที่ 6 หัวข้อ Coarse Woody Debris, Climbing Rattan & Climbers : Transect 1
(ไม้ลม้ ขอนนอนไพร หวายเลอ้ื ย และไมเ้ ถา) เสน้ ท่ี 1
แบบท่ี 7 หัวขอ้ Coarse Woody Debris, Climbing Rattan & Climbers : Transect 2
(ไมล้ ้มขอนนอนไพร หวายเล้ือย และไมเ้ ถา) เส้นที่ 2
แบบท่ี 8 หัวข้อ Site Disturbance (ปัจจัยท่ีมผี ลกระทบต่อพน้ื ที่)

3-1


วิธีการบันทกึ ขอ้ มลู ในแบบบนั ทกึ ข้อมูล (Tally Sheets) แบบต่าง ๆ

แบบบันทกึ ข้อมูลแบบที่ 1 ข้อมูลทั่วไป (General information)

หวั เร่ืองในแบบบันทกึ ขอ้ มูล คาอธิบาย
Project ID บนั ทึกหมายเลขโครงการทด่ี าเนนิ การ
Plot ID บนั ทึกคา่ UTM ของ Zone (เลข 2 หลักแรก)
ค่าในแนวทศิ ตะวันออก Easting (เลข 6 หลัก) และ
Plot # ค่าในแนวทิศเหนอื Northing (เลข 7 หลัก)
Measurement Date รวมเปน็ เลข 15 หลกั
บนั ทึกหมายเลขแปลงตวั อย่าง
GPS Plot Centre (map) บนั ทึก วนั เดอื น ปี (DD/MM/YY) ทท่ี าการสารวจ โดย

GPS Plot Centre (site) วัน (DD) = วนั ทที่ ท่ี าการสารวจ
เดือน (MM) = เดือนทที่ าการสารวจ โดยใช้เลขเรยี งลาดับ
Crew Chief
Recorder ตั้งแต่ 01–12 (มกราคม – ธนั วาคม)
Page of ปี (YY) = ปีที่ทาการสารวจ โดยใชเ้ ลข 2 ตัวท้าย
Sample Location & Data ID บันทกึ ค่าพิกัด UTM ของจดุ ศูนยก์ ลางของแปลงตวั อยา่ งทีก่ าหนดไว้
ในแผนท่ี เป็นค่าในแนวทิศตะวันออก (E) 6 หลกั
ค่าในแนวทศิ เหนอื (N) 7 หลกั
บนั ทึกค่าพิกัด UTM ของจดุ ศูนยก์ ลางแปลงตวั อย่างย่อย (Plot site)
ทอี่ ่านไดจ้ ากเครือ่ ง GPS เปน็ คา่ ในแนวทิศตะวนั ออก (E) 6 หลกั
และคา่ ในแนวทิศเหนอื (N) 7 หลกั
บันทึกชื่อและรหัสประจาตวั ผทู้ ีท่ าหน้าท่หี วั หน้าทมี สารวจ
บนั ทึกชื่อและรหัสประจาตวั ผู้ทีท่ าการจดบนั ทึกขอ้ มูล
กรอบซา้ ยบนั ทกึ ลาดับเลขที่แผน่ ของแบบบันทกึ ข้อมลู
กรอบขวาบนั ทึกจานวนแผ่นทัง้ หมดของแบบบันทึกขอ้ มูลแบบนน้ั ๆ
บันทกึ ค่าของแปลงตัวอยา่ งในระบบฐานข้อมลู ท่กี าหนดข้นึ
โดยกรอบแรกบนั ทึกเลขอกั ษรประจาเขตกริด
กรอบหลงั สี่ช่องแรกบันทกึ ค่าพกิ ัด UTM
แนวทศิ ตะวันออก (E) 6 หลกั และค่าในแนวทศิ เหนอื (N) 7 หลัก

3-2


หัวเร่ืองในแบบบันทึกขอ้ มลู คาอธิบาย
Map Sheet No. บันทึกหมายเลขระวางแผนที่ภูมปิ ระเทศ มาตราส่วน 1 : 50,000
ที่แปลงศนู ย์กลางของแปลงตัวอย่างตกอยลู่ งในกรอบของ Cluster
Province Code Centre และหมายเลขระวางทเ่ี ปน็ จดุ เรมิ่ การเดินเทา้ ในกรอบของ
GPS Camp Site Starting Point
บันทกึ ชอ่ื ของจงั หวดั ท่ีทาการสารวจ
Tally Sheet Index บนั ทึกรหสั ประจาจังหวัดตามทกี่ าหนด
(Number) บนั ทกึ ค่าพิกดั UTM ของตาแหนง่ ทต่ี ้ังที่พกั ทอี่ า่ นได้จากเครอ่ื ง GPS
Land use Type and โดยเป็นค่าในแนวทศิ ตะวันออก (E) 6 หลกั
Percent Cover และค่าในแนวทศิ เหนือ (N) 7 หลกั
Time (24 hour clock) บันทึกจานวนแผ่นทง้ั หมดของแบบบันทกึ ขอ้ มลู ทีบ่ ันทึกได้
ในแตล่ ะแบบ
Weather
Camp site ระบุชนิดปา่ หรอื ลักษณะการใชป้ ระโยชน์ทด่ี นิ ของแปลงตวั อยา่ ง
GPS Track File Name รอ้ ยละการปกคลมุ ของชนิดป่าหรอื ลกั ษณะการใช้ประโยชน์ที่ดนิ

บนั ทึกเวลาต้งั แตเ่ ริ่มออกเดนิ ทางออกจากที่พัก ปฏบิ ตั งิ าน จนกลบั
ถงึ ท่ีพักตามช่วงเวลาทก่ี าหนด คอื

1. เวลาที่เร่มิ เดินทางออกจากทีพ่ กั
2. เวลาทีเ่ รม่ิ เดินเท้าออกจากรถ/พาหนะไปยงั จดุ ศนู ยก์ ลาง
ของแปลงตวั อย่าง
3. เวลาทเ่ี ดนิ ทางถึงจุดศูนยก์ ลางของแปลงตวั อยา่ ง
4. เวลาทเี่ ดนิ ทางออกจากแปลงตัวอย่าง
5. เวลาทเี่ ดินทางกลบั ถงึ รถ/พาหนะ
6. เวลาที่เดินทางกลับถงึ ทีพ่ กั
บันทกึ สภาพอากาศขณะปฏบิ ัตงิ าน
บรรยายทต่ี ั้งของท่พี กั วา่ เปน็ สถานทีใ่ ด อยู่หมบู่ ้าน ตาบล อาเภอ
และจงั หวัดใด
บันทึกชือ่ ไฟล์ทไ่ี ดจ้ ากการบันทกึ เสน้ ทางการเดินทางไปยังแปลง
ตวั อย่างด้วยเครอ่ื ง GPS เมือ่ ถา่ ยข้อมูลเขา้ เครอื่ งคอมพิวเตอร์
ตั้งชอื่ ไฟล์ตามชอื่ Plot ID

3-3


หัวเรื่องในแบบบันทกึ ข้อมูล คาอธิบาย
Sample Plot Location เขยี นแผนทสี่ งั เขป แสดงขอ้ มลู เสน้ ทางการเดนิ ทางจากที่พกั ไปยังจดุ
Sketch Map ศนู ยก์ ลางของแปลงตัวอยา่ ง เพอ่ื ใชใ้ นการติดตามการเปลยี่ นแปลง
Access Notes From Camp บนั ทกึ รายละเอียดบรรยายการเดนิ ทางจากจดุ ที่พกั (Camp) จนถึง
to Starting Point (STP) จุดท่ีเรม่ิ ออกเดินเท้า (Starting Point) วา่ ใชเ้ สน้ ทางหรือผ่านสถานที่
เด่นๆ ใดบ้าง ซงึ่ จะสมั พนั ธก์ บั แผนที่สงั เขปข้างตน้
Comment บนั ทึกรายละเอียดต่าง ๆ ทเี่ หน็ ว่าเกี่ยวข้องกับแบบ
บันทึกขอ้ มูลเปน็ การเพ่มิ เตมิ เชน่ คา่ ความคลาดเคลอ่ื น
ของเคร่ืองรบั สญั ญาณ GPS ในการอา่ นคา่ พิกดั
หมายเลขภาพถา่ ย ฯลฯ

แบบบันทกึ ขอ้ มลู แบบท่ี 2 การเดนิ ทางเขา้ จดุ ศูนย์กลางของแปลงตวั อย่างและลกั ษณะทั่วไปของพื้นที่
(Cluster centre access & site features)

หวั เรื่องในแบบบันทกึ ขอ้ มลู คาอธิบาย
Project ID บนั ทกึ หมายเลขโครงการทด่ี าเนนิ การ
Plot ID บนั ทกึ คา่ UTM ของ Zone (เลข 2 หลกั แรก)
คา่ ในแนวทิศตะวันออก Easting (เลข 6 หลกั ) และ
Plot # คา่ ในแนวทศิ เหนอื Northing (เลข 7 หลัก) รวมเปน็ เลข 15 หลกั
Measurement Date บันทึกหมายเลขแปลงตวั อยา่ ง
บันทกึ วนั เดือน ปี (DD/MM/YY) ที่ทาการสารวจ โดย
GPS Plot Centre (map)
วนั (DD) = วันท่ที ่ที าการสารวจ
เดือน (MM) = เดือนทที่ าการสารวจ โดยใชเ้ ลขเรียงลาดบั

ตง้ั แต่ 01–12 (มกราคม – ธันวาคม)
ปี (YY) = ปีท่ที าการสารวจ โดยใช้เลข 2 ตวั ทา้ ย
บนั ทกึ คา่ พกิ ดั UTM ของจุดศนู ยก์ ลางของแปลงตัวอยา่ งที่กาหนดไว้
ในแผนที่ เป็นคา่ ในแนวทิศตะวนั ออก (E) 6 หลัก
คา่ ในแนวทิศเหนอื (N) 7 หลกั

3-4


หัวเรื่องในแบบบันทกึ ขอ้ มูล คาอธิบาย
GPS Plot Centre (site) บนั ทึกค่าพกิ ัด UTM ของจดุ ศนู ย์กลางแปลงตัวอย่างย่อย
(Plot site) ทอี่ ่านไดจ้ ากเครือ่ ง GPS เปน็ คา่ ในแนวทศิ ตะวนั ออก (E)
Crew Chief 6 หลัก และคา่ ในแนวทิศเหนอื (N) 7 หลกั
Recorder บันทกึ ชือ่ และรหสั ประจาตวั ผทู้ ่ีทาหน้าทหี่ วั หน้าทมี สารวจ
Page of บนั ทกึ ชอ่ื และรหสั ประจาตวั ผทู้ ที่ าการจดบันทึกข้อมลู
กรอบซา้ ยบันทกึ ลาดบั เลขทแี่ ผ่นของแบบบนั ทึกข้อมลู
Ref. Point Details กรอบขวาบนั ทึกจานวนแผ่นท้ังหมดของแบบบนั ทกึ ข้อมลู แบบนน้ั ๆ
ระบรุ ายละเอียดของจดุ ทีใ่ ช้อ้างอิงกับจุดทีเ่ ริม่ ออกเดินเทา้
Azimuth Ref. Point to (Starting point) ที่มีลกั ษณะเดน่ ชดั วา่ เป็นชนดิ ใด ถ้าเปน็ ตน้ ไม้
Starting Point ใหบ้ นั ทกึ ชนดิ พรอ้ มรหสั และขนาดเส้นรอบวงเพียงอก
Distance (m) ถา้ เปน็ ลักษณะอื่น ๆ ให้ระบวุ า่ เป็นอะไร
บันทกึ คา่ มุมจากจดุ อา้ งองิ มายังจดุ ท่ีเร่ิมออกเดินเทา้
GPS Starting Point
(STP) บนั ทึกระยะทางระหว่างจดุ อา้ งอิงถึงจดุ ท่ีเร่มิ ออกเดนิ เทา้
Elevation Plot Centre (m) หน่วยเป็นเมตร
บันทกึ ค่าพกิ ัด UTM ของจุดทเี่ ร่ิมออกเดนิ เท้าทอี่ า่ นไดจ้ ากเคร่อื ง GPS
EPE เปน็ คา่ ในแนวทิศตะวนั ออก (E) 6 หลกั ค่าในแนวทศิ เหนอื (N) 7 หลัก
บนั ทกึ ค่าความสงู จากระดบั นา้ ทะเลปานกลาง (MSL) ทจ่ี ดุ ศนู ย์กลาง
ของแปลงตัวอยา่ งตกอยู่ โดยอ่านจากเครอ่ื ง GPS
หรือแผนทรี่ ะวาง (MAP) อยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ หนว่ ยเป็นเมตร
EPE (Estimate Position Error) คือค่าความคลาดเคลือ่ นของ
ตาแหนง่ บนพนื้ โลกในแนวราบขณะทีท่ าการวดั ทาการบนั ทกึ คา่ EPE
หน่วยเป็นเมตร ทอี่ ่านได้จากเคร่ือง GPS ขณะทท่ี าการบันทกึ ค่าพิกดั
และค่าพิกัดท่ีต้องบนั ทกึ ค่า EPE คือ

- STP คือ จุดท่เี ริม่ ออกเดนิ เทา้
- ROP คอื จุดอา้ งองิ นอกแปลงตวั อย่าง
- CC คือ จดุ ศูนยก์ ลางของแปลงตวั อยา่ ง

3-5


หวั เร่ืองในแบบบันทกึ ขอ้ มลู คาอธิบาย

Straight Line Bearing and ค่ามมุ และระยะทางในแนวเส้นตรง(ระยะกระจัด) จากจุดเริม่ ออก

Distance from Starting Point เดินเท้าไปยังจุดศูนยก์ ลางของแปลงตัวอย่างทอี่ ่านได้จากเครื่อง GPS

(STP) to Cluster Centre (CC) ข้อมลู ทบ่ี ันทึกประกอบดว้ ย

1. Azimuth - บันทกึ ค่ามมุ จากจุดเริ่มออกเดินเท้าไปยังจุดศนู ย์กลางของแปลงตัวอยา่ ง

2. Distance to Cluster - บนั ทกึ ระยะทางจากจดุ เร่มิ ออกเดินเท้าไปยงั จุดศูนยก์ ลางของแปลง
Centre (GPS) ตวั อยา่ ง หน่วยเป็นเมตร

Navigation Notes ตารางบนั ทึกการเดินทางจากจดุ เร่ิมออกเดินเทา้ ไปยงั จุดศูนยก์ ลาง
ของแปลงตัวอย่าง โดยการหมายจุดสงั เกต ระหว่างการเดนิ เท้า
1. Azimuth เปน็ ระยะๆ ตามความเหมาะสมลงในเครื่อง GPS จนถึงจุดศนู ยก์ ลาง
2. Distance (m) ของแปลงตวั อยา่ ง ขอ้ มลู ทบ่ี นั ทกึ ประกอบดว้ ย
3. Remark
Site Features - บันทกึ ค่ามมุ จากจุดท่หี มายค่าพิกดั (จุดสงั เกต) หนง่ึ ๆ ไปยงั จุด
1. Slope ศนู ย์กลางของแปลงตวั อย่าง

2. Aspect - บนั ทึกระยะทางระหวา่ งจุดทีห่ มายคา่ พิกัดหนง่ึ ๆ ไปยงั จดุ
3. Rocky Substrates ศนู ย์กลางของแปลงตัวอย่าง หน่วยเป็นเมตร
(% cover)
- บันทกึ ลักษณะของจุดสงั เกตหรือจดุ ทห่ี มาย เชน่ ทางรว่ ม
ทางแยก ลาหว้ ย ลานหนิ หรอื ต้นไม้ขนาดใหญ่ เปน็ ตน้
ตารางบนั ทกึ รปู ร่างและลกั ษณะของพื้นทแ่ี ปลงตวั อย่าง
ขอ้ มลู ทต่ี อ้ งบันทึกประกอบดว้ ย

- บันทึกคา่ ความลาดชนั ของพื้นท่ีแปลงตัวอยา่ งหน่วยเป็นองศา
โดยใชเ้ ครอื่ งมอื วัดระยะด้วยแสงเลเซอร์/เข็มทศิ ในการวัดและ
ประเมนิ จากการมองระยะทางลาดของ Slope ด้านบนและด้านล่างจาก
จุดศนู ย์กลางแปลงตัวอยา่ ง

- บันทกึ ทิศดา้ นลาดของพ้นื ทแี่ ปลงตวั อย่างในภาพรวม ในรปู ของ
อักษรภาษาองั กฤษ คือ N NE E SE S SW W และ NW

- บนั ทกึ ร้อยละการครอบคลุมพน้ื ทขี่ องหนิ ลกั ษณะต่างๆ ดงั น้ี
Cobbles/Stones = หนิ กอ้ น
Bedrock = หินดาน

3-6


หัวเรือ่ งในแบบบันทกึ ขอ้ มูล คาอธิบาย
4. Rel. Slope Position - พิจารณาตาแหน่งที่ตั้งของแปลงตัวอย่างว่าอยู่ในตาแหน่งใด
(Plot Centre) ของความลาดชันของพ้นื ท่ใี นภาพรวม เลอื กระบุ

Surface Shape Crest = บนยอดเขา
Upper = ตอนบนของความลาดชนั
Open Water Middle = ตอนกลางของความลาดชนั
Lower = ตอนลา่ งของความลาดชนั
Reference Outside Plot Depression = แอ่งกะทะ
(ROP) Position Flat = แนวราบ
Reference Inside Plot (RIP) - พจิ ารณารูปร่างพนื้ ท่ขี องแปลงตัวอยา่ งโดยรวมว่ามีลกั ษณะ
Position เปน็ อยา่ งไร เลอื กระบุ
Access Notes Concave = โค้ง
(From Starting Point to Convex = เว้า
Cluster Centre) Straight = เสน้ ตรง
- บนั ทึกรอ้ ยละการครอบคลุมพ้นื ท่โี ดยน้า
Flowing = น้าไหล
Stagnant = นา้ ขัง
บันทึกค่าพิกัด UTM ของจุดอ้างอิงนอกแปลงตัวอย่างที่อ่านได้จาก
เครื่อง GPS เปน็ คา่ ในแนวทิศตะวันออก (E) 6 หลกั
และคา่ ในแนวทศิ เหนอื (N) 7 หลกั

บันทึกค่าพิกัด UTM ของจุดอ้างอิงในแปลงตัวอย่างท่ีอ่านได้จาก
เคร่ือง GPS เป็นค่าในแนวทิศตะวันออก (E) 6 หลัก
และค่าในแนวทศิ เหนือ (N) 7 หลัก
บันทึกรายละเอียดการเดนิ ทางจากจดุ ทเ่ี รม่ิ ออกเดนิ เทา้ ถึง
จดุ ศูนย์กลางของแปลงตวั อย่าง เช่น เดินตามเส้นทางเดินทีม่ อี ยแู่ ล้ว
ตามสนั เขา ตามลาห้วย เปน็ ตน้

3-7


แบบบนั ทกึ ข้อมูลแบบท่ี 3 การเก็บข้อมูล ไลเคน มอส กล้าไม้ และลูกไม้

(Lichen, Moss, Seedlings & Saplings)

หวั เรือ่ งในแบบบันทกึ ขอ้ มลู คาอธบิ าย

Project ID บนั ทึกหมายเลขโครงการท่ีดาเนนิ การ
Plot ID บันทึกคา่ UTM ของ Zone (เลข 2 หลกั แรก)
ค่าในแนวทิศตะวันออก Easting (เลข 6 หลัก) และ

คา่ ในแนวทิศเหนือ Northing (เลข 7 หลัก) รวมเปน็ เลข 15 หลกั

Plot # บันทกึ หมายเลขแปลงตัวอย่าง

Measurement Date บันทกึ วนั เดอื น ปี (DD/MM/YY) ทท่ี าการสารวจ โดย

วัน (DD) = วันทท่ี ่ีทาการสารวจ

เดอื น (MM) = เดอื นที่ทาการสารวจ โดยใช้เลขเรยี งลาดับ

ตั้งแต่ 01–12 (มกราคม – ธันวาคม)

ปี (YY) = ปีท่ที าการสารวจ โดยใช้เลข 2 ตวั ทา้ ย

GPS Plot Centre (map) บนั ทึกค่าพิกัด UTM ของจดุ ศนู ย์กลางของแปลงตวั อย่างทกี่ าหนดไว้

ในแผนที่ เปน็ คา่ ในแนวทิศตะวันออก (E) 6 หลัก

คา่ ในแนวทศิ เหนอื (N) 7 หลัก

GPS Plot Centre (site) บันทึกค่าพิกัด UTM ของจดุ ศูนย์กลางแปลงตัวอย่างย่อย

(Plot site) ท่อี ่านไดจ้ ากเครือ่ ง GPS เปน็ ค่าในแนวทศิ ตะวันออก (E)

6 หลกั และค่าในแนวทิศเหนอื (N) 7 หลกั

Crew Chief บันทึกชอื่ และรหัสประจาตวั ผทู้ ่ีทาหน้าทหี่ ัวหนา้ ทมี สารวจ

Recorder บนั ทกึ ช่ือและรหสั ประจาตัวผทู้ ีท่ าการจดบันทกึ ข้อมลู

Page of กรอบซา้ ยบนั ทกึ ลาดบั เลขทแ่ี ผ่นของแบบบนั ทกึ ขอ้ มลู
กรอบขวาบนั ทกึ จานวนแผน่ ท้งั หมดของแบบบนั ทกึ ข้อมลู แบบนั้น ๆ

Plot Radius (m) รัศมขี องแปลงตวั อย่างรปู วงกลมทเ่ี ป็นตัวแทนในการเกบ็ ขอ้ มลู

3-8


หัวเรอื่ งในแบบบันทกึ ขอ้ มูล คาอธิบาย
Overall Cover Estimate by บันทกึ ร้อยละทีก่ ลา้ ไมแ้ ละลกู ไมร้ วมกันครอบคลมุ
Layer (%) พน้ื ท่ีในแปลงตัวอย่างรปู วงกลมรศั มี 3.99 เมตร
Item No. บนั ทกึ ลาดับหมายเลขข้อมลู ที่ไดจ้ ากการสารวจ
ในแปลงตวั อย่าง โดยเรียงลาดับจากหมายเลข 1 2 3 … ตามลาดบั
Species Name บนั ทกึ ชอื่ พน้ื เมอื ง (Vernacular Name) หรอื ช่ือสามัญ
(Common Name) ของพรรณไมท้ กุ ชนดิ ทไี่ ดจ้ ากการสารวจ
Species Code โดยใหบ้ นั ทกึ ดว้ ยชือ่ ทุกบรรทดั
บันทึกรหัสของพรรณไม้ท่ีได้จากการสารวจ เป็นรหัสตัวเลข 5 หลัก
Number of Seedlings ตามรหัสพนั ธุไ์ ม้ที่ได้กาหนดไว้แล้ว
(Undergrowth < 1.3 m. tall) บันทกึ จานวนกล้าไม้ (Seedling) ของพรรณไมท้ กุ ชนิดท่ยี งั มีชีวิตอยู่
ในแปลงตัวอย่างรูปวงกลมรศั มี 0.631 ม. โดยบันทกึ ใหต้ รงกบั
Number of Saplings ตาแหน่งของแปลงตัวอยา่ งที่เกบ็ ขอ้ มูลในแตล่ ะทิศ คือ เหนือ (N)
(Undergrowth > 1.3 m. tall ตะวนั ออก (E) ใต้ (S) และตะวันตก (W)
GBH < 15 cm.) บันทกึ จานวนลูกไม้ (Sapling) ของพรรณไมท้ กุ ชนดิ
Comments ทยี่ ังมีชีวติ อย่ใู นแปลงตัวอย่างรูปวงกลมรศั มี 3.99 เมตร

บันทกึ ขอ้ มลู ท่ีเหน็ ว่าสาคญั กบั แบบบันทึกขอ้ มูล

แบบบันทึกขอ้ มลู แบบที่ 4 การเก็บข้อมูลไม้ตน้ (Trees)

หัวเรอื่ งในแบบบันทึกข้อมูล คาอธิบาย

Project ID บันทึกหมายเลขโครงการท่ีดาเนนิ การ

Plot ID บนั ทกึ คา่ UTM ของ Zone (เลข 2 หลักแรก)

ค่าในแนวทิศตะวันออก Easting (เลข 6 หลกั ) และ

ค่าในแนวทศิ เหนอื Northing (เลข 7 หลกั )

รวมเปน็ เลข 15 หลัก

Plot # บันทึกหมายเลขแปลงตัวอยา่ ง

Measurement Date บนั ทึก วัน เดอื น ปี (DD/MM/YY) ที่ทาการสารวจ โดย

วัน (DD) = วันท่ที ที่ าการสารวจ

3-9


หวั เร่อื งในแบบบันทึกข้อมูล คาอธบิ าย
Measurement Date
เดอื น (MM) = เดอื นทที่ าการสารวจ โดยใช้เลขเรียงลาดบั
GPS Plot Centre (map) ตงั้ แต่ 01–12 (มกราคม – ธันวาคม)

GPS Plot Centre (site) ปี (YY) = ปที ท่ี าการสารวจ โดยใชเ้ ลข 2 ตัวทา้ ย
บันทึกค่าพกิ ดั UTM ของจดุ ศนู ยก์ ลางของแปลงตวั อย่างทก่ี าหนดไว้
Crew Chief ในแผนที่ เปน็ คา่ ในแนวทศิ ตะวันออก (E) 6 หลกั
Recorder คา่ ในแนวทิศเหนือ (N) 7 หลัก
Page of บนั ทกึ ค่าพิกัด UTM ของจดุ ศนู ย์กลางแปลงตัวอย่างย่อย
Item No. (Plot site) ทอ่ี ่านไดจ้ ากเคร่อื ง GPS เปน็ คา่ ในแนวทศิ ตะวันออก (E)
Species Name 6 หลัก และคา่ ในแนวทศิ เหนอื (N) 7 หลกั
บันทึกชอื่ และรหัสประจาตวั ผูท้ ี่ทาหน้าท่ีหัวหนา้ ทีมสารวจ
Species Code บันทึกช่อื และรหัสประจาตัวผู้ทที่ าการจดบนั ทกึ ข้อมลู
Position กรอบซา้ ยบันทึกลาดบั เลขทีแ่ ผน่ ของแบบบนั ทึกข้อมูล
กรอบขวาบันทกึ จานวนแผน่ ท้ังหมดของแบบบันทึกขอ้ มูลแบบนัน้ ๆ
1. Azimuth บันทกึ ลาดับหมายเลขขอ้ มูลที่ได้จากการสารวจ
2. Distance (m) ในแปลงตัวอย่าง โดยเรียงลาดบั จากหมายเลข 1 2 3 … ตามลาดับ
บนั ทึกชื่อพืน้ เมือง (Vernacular Name) หรือชอื่ สามญั
Live/Dead (Common Name) ของพรรณไม้ทกุ ชนดิ ทไ่ี ดจ้ ากการสารวจ
โดยใหบ้ นั ทกึ ด้วยชอ่ื ทุกบรรทดั
บันทึกรหัสของพรรณไม้ที่ได้จากการสารวจ เป็นรหัสตัวเลข 5 หลัก
ตามรหัสพนั ธไุ์ ม้ที่ได้กาหนดไว้แลว้
ตาแหน่งของต้นไม้ที่มีขนาดเส้นรอบวงเพียงอก (GBH) มากกว่าหรือ
เท่ากับ 15 ซม. แต่ละต้นในแปลงตวั อยา่ ง ซึ่งประกอบดว้ ย

- บันทึกคา่ มมุ ท่วี ดั จากจุดศูนย์กลางแปลงตัวอย่างไปยงั ตน้ ไม้ที่
เก็บข้อมลู หนว่ ยเปน็ องศา

- บันทึกระยะทางในแนวราบระหว่างจุดศูนย์กลางแปลงตัวอย่าง
กับจุดก่ึงกลางบริเวณด้านข้างของต้นไม้ท่ีเก็บข้อมูลหน่วยเป็นเมตร
(ทศนิยม 2 ตาแหน่ง)
เลือกระบกุ ารมีชีวิตอยหู่ รือไม่ของต้นไม้ทีเ่ ก็บข้อมูล โดย

L = มีชีวติ อยู่ D = ตายแล้ว

3-10


หวั เรื่องในแบบบันทกึ ขอ้ มลู คาอธบิ าย
Stand/Fall
GBH (cm.) เลอื กระบลุ กั ษณะของต้นไม้ที่เกบ็ ขอ้ มูล โดย
S = ยนื ตน้ อยู่ F = ไม้ลม้
M/E
Total Height (m.) บันทึกขนาดเสน้ รอบวงเพยี งอกของต้นไมท้ ่ีมขี นาดมากกว่าหรือเทา่ กบั
M/E 15 ซม. ทุกต้น หน่วยเป็นเซนตเิ มตร (ทศนิยม 1 ตาแหน่ง) โดย
Number of logs
1. ต้นไม้ข้ึนอย่บู นพื้นทลี่ าดชัน ให้วดั ทางดา้ นบนของพน้ื ที่
2. ต้นไม้มีพูพอนสูงจากระดับพ้ืนดินมากกว่าหรือเทา่ กับ 1.30 ม.
ให้วัดตรงตาแหน่งท่ีเหนือพูพอนข้ึนไป แล้วบันทึกค่าความสูงของ
ระดับทวี่ ัดขนาดเสน้ รอบวงเพียงอกของตน้ ไม้
เลือกระบุวิธีการวดั ขอ้ มูลขนาดเสน้ รอบวงเพียงอก (GBH) โดย
M = ขอ้ มลู ได้จากการวดั
E = ข้อมูลได้จากการประมาณ (กรณที ่ีไมส่ ามารถวัดได)้
บนั ทกึ ค่าความสูงตน้ ไม้จากระดับพนื้ ดนิ ถงึ ปลายยอด
หน่วยเปน็ เมตร (ทศนิยม 1 ตาแหนง่ )

เลือกระบวุ ธิ กี ารวดั ข้อมูลความสูงตน้ ไม้ โดย
M = ข้อมลู ไดจ้ ากการวัด
E = ข้อมลู ได้จากการประมาณ

บันทึกจานวนทอ่ นไมซ้ งุ ที่ใชท้ าเป็นสินคา้ ได้ โดยการประมาณ
ความยาวของลาต้นท่มี ีขนาดเส้นรอบวงเพียงอก (GBH) มากกว่า
100 ซม. ขึน้ ไป โดยนบั ความยาวจากจุดทอี่ ยสู่ งู จากพนื้ ดิน
30 ซม. ขึ้นไป จนถึงจดุ ทล่ี าตน้ มขี นาดความโตเท่ากบั 30 ซม.
โดยการแบง่ ลาต้นออกเปน็ ท่อนๆ ยาวท่อนละ 5 ม. ถ้าความยาวของ
ท่อนไม้ไม่ถงึ 5 ม. แต่ยาวมากกว่าครึง่ หนง่ึ ของความยาวเตม็ ท่อนใหค้ ิด
เป็น 1 ท่อน ถ้าน้อยกวา่ ไมค่ ิดเป็นจานวนท่อน

- กรณีเปน็ ไม้ 2 นางขนึ้ ไป ให้ประมาณจานวนทอ่ นไมท้ กุ นางที่ได้
ขนาดแล้วนามารวมกนั (บนั ทึกจานวนนางไวใ้ นช่อง Remark ด้วย)

- กรณเี ปน็ ก่งิ ไม้ (Branch) ใหญห่ ลายๆ ก่งิ ใหพ้ จิ ารณาเลอื ก
ประมาณจานวนท่อนไม้ เฉพาะก่งิ ทเี่ ป็นก่ิงหลกั (Main Branch)

3-11


หัวเรื่องในแบบบันทกึ ข้อมลู คาอธิบาย

Timber Quality บันทึกคุณภาพของทอ่ นไมซ้ งุ ท่ีใชท้ าเป็นสนิ คา้ ได้
Crown Class โดยกาหนดเปน็ รหัสตามช้ันขนาดเสน้ รอบวงเพยี งอกของต้นไม้ ดงั น้ี
1) ขนาดเส้นรอบวงเพียงอก 15.0 – 45.0 ซม. รหัส 10
2) ขนาดเส้นรอบวงเพียงอก 45.1 – 100.0 ซม. รหัส 20
3) ขนาดเส้นรอบวงเพยี งอกมากกวา่ 100 ซม

รหสั เป็น 11 12 หรือ 13 โดย
- รหสั 11 คอื ไม้ที่มลี ักษณะดี เปลาตรง (Sound)
- รหสั 12 คือ ไมท้ ี่มีลักษณะค่อนข้างเปลาตรง แต่มบี างส่วน
คดงอ (Cull)
- รหสั 13 คอื ไมท้ ม่ี ลี กั ษณะไมด่ ี เหมาะสาหรบั การทาไมฟ้ ืน
(Firewood) เทา่ นัน้

เลอื กระบุลักษณะชั้นเรอื นยอดของตน้ ไม้ทเ่ี ก็บขอ้ มูล
ซ่ึงแบ่งออกเป็น 4 ลกั ษณะ คอื

Dominant (D) ไมเ้ รือนยอดเดน่ คือ มเี รอื นยอดสงู เหนอื ระดับชน้ั
เรอื นยอดอ่นื มีการพฒั นารปู ทรงของเรอื นยอดท่ดี ี สามารถรบั แสงได้
ทั้งทางด้านบนเรอื นยอดและดา้ นขา้ งบางสว่ น

Co-dominant (C) ไมเ้ รอื นยอดรอง คือ มีความสงู รองจากไมเ้ รอื น
ยอดเด่น เรอื นยอดด้านขา้ งมีความหนาแนน่ สามารถรบั แสงไดท้ ง้ั ทาง
ดา้ นบนเรอื นยอดและดา้ นขา้ งบางส่วน

Intermediate (I) เปน็ ไมท้ ม่ี เี รอื นยอดตา่ กวา่ Co-dominant
เรอื นยอดมีขนาดเลก็ และค่อนขา้ งหนาแน่นทางดา้ นขา้ ง สามารถรบั แสง
ได้เฉพาะด้านบนเรอื นยอดเทา่ นน้ั

Suppress (S) เปน็ ไมท้ ม่ี เี รอื นยอดตา่ กวา่ ไมอ้ ืน่ และเรอื นยอดถกู บด
บงั ด้วยเรอื นยอดชัน้ อ่นื ๆ ไมส่ ามารถรับแสงได้โดยตรงจากทง้ั ทางเรือนยอด
ด้านบนและด้านขา้ ง

3-12


หัวเรือ่ งในแบบบันทกึ ข้อมลู คาอธิบาย

Crown Condition เลอื กระบุความสมบูรณ์ของเรือนยอด โดยพจิ ารณาจากสัดสว่ นของ
Estimated Crown Width (m) เรือนยอดทีย่ งั มชี ีวิตอยู่ และความหนาแน่นของเรอื นยอดทีย่ อมให้
แสงผา่ นได้ (Foliage Transparency) แบ่งเปน็
- Good (G) เรอื นยอดมีใบหนาแน่นและก่ิงก้านมรี ูปทรงสมบูรณ์
- Medium (M) เรอื นยอดมีความหนาแนน่ ของใบนอ้ ย กงิ่ กา้ น
ไมส่ มบรู ณ์ มีการหักหรอื เสยี หายนอ้ ยกวา่ หรอื เทา่ กบั 50%
- Poor (P) เรอื นยอดมกี ง่ิ กา้ นหกั หรือเสียหายเกือบหมด
อาจพบกง่ิ แหง้ ปรากฏอยู่
ข้อสังเกต ไม้บางชนดิ ผลัดใบในฤดแู ลง้ แต่ลักษณะเรอื นยอดยงั
สมบรู ณ์อยู่ ให้พจิ ารณาองคป์ ระกอบในส่วนของฤดูกาลประกอบด้วย
บันทึกขนาดความกว้างของเรือนยอดท่ีตกลงสู่พ้ืนดิน โดยการถ่าย

ระยะในแนวด่งิ หน่วยเปน็ เมตร ทาการวัดใน 4 แนว จากลาตน้ คือ

Crown Height (m) N = ด้านกวา้ งของเรือนยอดไปทางทศิ เหนือ
Lichen Loading (%) E = ดา้ นกว้างของเรือนยอดไปทางทิศตะวนั ออก
Orchid (Y/N) S = ด้านกว้างของเรอื นยอดไปทางทิศใต้
W = ด้านกวา้ งของเรอื นยอดไปทางทิศตะวันตก
Remarks บนั ทกึ ขนาดความสงู ของเรือนยอด หน่วยเปน็ เมตร
ร้อยละการเกาะของไลเคนบนตน้ ไม้แต่ละตน้ ท่ีสารวจ
Comment
ระบุการปรากฏของกล้วยไม้ที่เกาะอยูบ่ นต้นไม้วา่ ปรากฏหรือไม่
Y = ปรากฏ
N = ไมป่ รากฏ

บนั ทกึ รายละเอยี ดของตน้ ไม้แตล่ ะตน้ (ถา้ มี) เช่น
ไม้ 2 นาง ยอดหัก พูพอนสงู ลาตน้ เอน ยืนตน้ ตาย ฯลฯ
บนั ทกึ ขอ้ มลู ทเ่ี หน็ วา่ สาคัญกับแบบบันทึกข้อมลู

3-13


แบบบันทึกข้อมูลแบบที่ 5 การเกบ็ ข้อมูลไมไ้ ผ่ หวาย และตอไม้
(Bamboo, Erect Rattan & Tree Stump)

หัวเรอ่ื งในแบบบันทกึ ขอ้ มลู คาอธิบาย
Project ID บันทกึ หมายเลขโครงการทีด่ าเนินการ
Plot ID
บันทึกค่า UTM ของ Zone (เลข 2 หลกั แรก)
Plot # คา่ ในแนวทิศตะวนั ออก Easting (เลข 6 หลัก) และ
Measurement Date คา่ ในแนวทิศเหนอื Northing (เลข 7 หลัก) รวมเป็นเลข 15 หลกั

GPS Plot Centre (map) บันทกึ หมายเลขแปลงตวั อยา่ ง

GPS Plot Centre (site) บันทกึ วัน เดือน ปี (DD/MM/YY) ทท่ี าการสารวจ โดย
วัน (DD) = วันทท่ี ท่ี าการสารวจ
Crew Chief เดือน (MM) = เดอื นท่ที าการสารวจ โดยใช้เลขเรยี งลาดับ
Recorder ต้งั แต่ 01–12 (มกราคม – ธนั วาคม)
Page of ปี (YY) = ปีท่ที าการสารวจ โดยใช้เลข 2 ตัวทา้ ย
Item No.
บนั ทึกค่าพิกัด UTM ของจุดศูนยก์ ลางของแปลงตวั อย่างท่ีกาหนดไว้
ในแผนท่ี เป็นค่าในแนวทิศตะวันออก (E) 6 หลกั
คา่ ในแนวทศิ เหนือ (N) 7 หลัก
บันทึกค่าพิกดั UTM ของจุดศนู ย์กลางแปลงตวั อย่างย่อย
(Plot site) ทีอ่ ่านไดจ้ ากเครือ่ ง GPS เป็นค่าในแนวทิศตะวนั ออก (E)
6 หลัก และคา่ ในแนวทศิ เหนอื (N) 7 หลัก
บนั ทกึ ชอื่ และรหสั ประจาตวั ผทู้ ่ีทาหนา้ ท่หี ัวหน้าทมี สารวจ
บันทึกชือ่ และรหัสประจาตวั ผทู้ ่ีทาการจดบันทกึ ขอ้ มลู

กรอบซ้ายบันทกึ ลาดบั เลขทแี่ ผน่ ของแบบบนั ทึกข้อมลู
กรอบขวาบันทึกจานวนแผ่นท้งั หมดของแบบบนั ทกึ ขอ้ มลู แบบนน้ั ๆ
บันทึกลาดบั หมายเลขขอ้ มลู ทีไ่ ด้จากการสารวจในแปลงตัวอย่าง
โดยเรียงลาดบั จากหมายเลข 1 2 3 … ตามลาดับ

3-14


หวั เร่ืองในแบบบันทกึ ขอ้ มลู คาอธบิ าย
Species Name
บันทกึ ช่อื พน้ื เมือง (Vernacular Name) หรอื ชอ่ื สามัญ
Species Code (Common Name) ของไมไ้ ผ่ หวายหรือตอไมท้ ีไ่ ด้จากการสารวจ
โดยให้บนั ทกึ ด้วยช่อื ทุกบรรทัด
Bamboo บันทกึ รหสั ของ ไม้ไผ่ หวาย หรอื ตอไมท้ สี่ ารวจพบ
1. Number of Culms เปน็ รหสั ตัวเลข 5 หลัก ตามรหสั ทีไ่ ด้กาหนดไวแ้ ลว้
บันทึกขอ้ มลู เกีย่ วกับไมไ้ ผ่ โดย
2. Ave. GBH (cm) - บนั ทึกจานวนลาในกอไผ่ ท่ยี งั มชี วี ติ อยูแ่ ละมีความยาวของลา
มากกวา่ หรอื เทา่ กับ 1.3 ม.

- บันทึกขนาดเส้นรอบวงเพียงอกของลาไผ่ลาใดลาหนงึ่

3. Ave. Length (m) ทพี่ จิ ารณาแล้วว่าเป็นตวั แทนทงั้ ทางดา้ นความโตและความสงู ของไผ่
Erect Rattan ในกอนั้น ๆ หนว่ ยเป็นเซนติเมตร

1. Number of Stems - บนั ทกึ ความยาวของลาไผล่ าทเี่ ป็นตวั แทนของกอไผใ่ นการวดั
2. Min. GBH (cm) ขนาดเส้นรอบวงเพียงอก หน่วยเปน็ เมตร
3. Max. GBH (cm) บนั ทึกขอ้ มลู เกี่ยวกบั หวายทเี่ สน้ หวายยังตง้ั ตรงอยู่ (ยงั ไมเ่ ลอ้ื ย) โดย
4. Ave. GBH (cm)
- บันทึกจานวนเสน้ ของหวายเส้นตง้ั (Erect Rattan)
5. Ave. Length (m) ในกอหนึ่ง ๆ ทย่ี งั มชี ีวติ อยู่และมีความยาวมากกว่าหรอื เทา่ กับ 1.3 ม.

- บันทกึ ขนาดเสน้ รอบวงเพียงอกของเสน้ หวายทมี่ ีขนาดเล็กทสี่ ุด
ในกอ หนว่ ยเป็นเซนติเมตร (ทศนยิ ม 1 ตาแหน่ง)

- บนั ทึกขนาดเส้นรอบวงเพยี งอกของเสน้ หวายท่ีมขี นาดใหญ่
ท่สี ดุ ในกอ หนว่ ยเป็นเซนตเิ มตร (ทศนยิ ม 1 ตาแหนง่ )

- บันทกึ ขนาดเส้นรอบวงเพียงอกของเสน้ หวายเสน้ ใดเสน้ หนึ่ง
ทพ่ี ิจารณาแลว้ วา่ เปน็ ตวั แทนทงั้ ทางด้านความโตและความยาวของ
หวายในกอนน้ั ๆ หนว่ ยเปน็ เซนตเิ มตร (ทศนยิ ม 1 ตาแหนง่ )

- บนั ทกึ ความยาวของเส้นหวายเส้นที่เปน็ ตวั แทนของหวาย
ในการวัดขนาดเส้นรอบวงเพยี งอก หน่วยเป็นเมตร
(ทศนยิ ม 1 ตาแหน่ง)

3-15


หัวเรื่องในแบบบันทกึ ข้อมลู คาอธบิ าย

Tree Stump บนั ทกึ ข้อมลู ตอไม้ท่ีมีความสูงน้อยกว่า 1.3 ม. และมขี นาดความโต

ทป่ี ลายตอมากกว่าหรือเท่ากับ 15 ซม. โดย

1. Girth (cm) - บันทึกขนาดความโตของตอไม้ โดยวัดตรงตาแหนง่ ปลายตอ
2. Height (cm) หน่วยเป็นเซนติเมตร (ทศนิยม 1 ตาแหนง่ )

- บนั ทึกความสงู ของตอไม้ โดยวัดจากโคนตอถงึ ปลายตอ

หนว่ ยเป็นเซนติเมตร (ทศนิยม 1 ตาแหนง่ )

3. Old/New - เลือกระบสุ ภาพของตอไมท้ ีเ่ ก็บข้อมลู โดย
4. Lived/Dead Old = ตอทีม่ สี ภาพเก่า (อายุมากกว่า 1 ป)ี
Remark
New = ตอใหม่ (อายุไม่เกนิ 1 ป)ี
- ระบวุ า่ เป็นเป็นตอที่ยังมีชีวติ หรือเป็นตอที่ตายแลว้ โดย

Lived = ตอท่ยี ังมีชวี ติ
Dead = ตอทีต่ ายแลว้
บนั ทึกรายละเอยี ดของข้อมูลไม้ไผ่ หวายที่เส้นหวายยังต้งั ตรง
(ยงั ไม่เลอ้ื ย) และตอไม้

แบบบันทึกขอ้ มลู แบบที่ 6 และ 7 การเก็บข้อมลู ไมล้ ม้ ขอนนอนไพร เศษไม้ปลายไม้ หวายเลื้อยและไมเ้ ถา

(Coarse Woody Debris, Climbing rattan & Climbers: Transect 1&2)

(แบบบนั ทกึ ขอ้ มลู ทัง้ สองแบบ มีหัวเรอ่ื งทเี่ หมือนกัน แตกตา่ งกันเฉพาะคา่ Random Azimuth)

หัวเรื่องในแบบบันทกึ ข้อมลู คาอธิบาย

Project ID บนั ทึกหมายเลขโครงการท่ีดาเนินการ

Plot ID บนั ทกึ ค่า UTM ของ Zone (เลข 2 หลกั แรก)

ค่าในแนวทศิ ตะวันออก Easting (เลข 6 หลัก) และ

ค่าในแนวทศิ เหนือ Northing (เลข 7 หลัก) รวมเปน็ เลข 15 หลัก

Plot # บนั ทึกหมายเลขแปลงตัวอยา่ ง

3-16


หัวเรอื่ งในแบบบันทกึ ขอ้ มูล คาอธบิ าย
Measurement Date บันทึก วนั เดอื น ปี (DD/MM/YY) ท่ที าการสารวจ โดย

GPS Plot Centre (map) วนั (DD) = วันท่ที ีท่ าการสารวจ
เดอื น (MM) = เดือนทที่ าการสารวจ โดยใชเ้ ลขเรยี งลาดบั
GPS Plot Centre (site)
ตั้งแต่ 01–12 (มกราคม – ธนั วาคม)
Crew Chief ปี (YY) = ปที ่ที าการสารวจ โดยใชเ้ ลข 2 ตัวท้าย
Recorder บนั ทึกคา่ พกิ ดั UTM ของจดุ ศูนยก์ ลางของแปลงตวั อยา่ งท่ีกาหนดไว้
Page of ในแผนที่ เปน็ ค่าในแนวทศิ ตะวันออก (E) 6 หลัก
Round Pieces ค่าในแนวทิศเหนอื (N) 7 หลัก
บันทึกคา่ พิกดั UTM ของจุดศูนย์กลางแปลงตัวอย่างยอ่ ย
(Plot site) ท่ีอ่านไดจ้ ากเครือ่ ง GPS เป็นคา่ ในแนวทิศตะวนั ออก (E)
6 หลัก และคา่ ในแนวทศิ เหนอื (N) 7 หลกั
บันทกึ ชื่อและรหสั ประจาตัวผทู้ ี่ทาหน้าทห่ี ัวหนา้ ทีมสารวจ
บันทึกช่อื และรหสั ประจาตัวผทู้ ี่ทาการจดบันทึกข้อมลู
กรอบซา้ ยบันทกึ ลาดบั เลขทแ่ี ผ่นของแบบบันทึกขอ้ มลู
กรอบขวาบันทกึ จานวนแผน่ ท้ังหมดของแบบบันทึกขอ้ มลู แบบนั้น ๆ

ตารางบันทกึ ข้อมูลสาหรบั ตวั อยา่ งที่มลี ักษณะเปน็ รปู ทรงกลมหรอื ทรงกระบอก

Random Azimuth ในแบบท่ี 6 บนั ทึกคา่ มุมของเสน้ ตัดวงกลม (Transect Line)
เส้นท่ี 1 ตามค่ามมุ ที่ไดก้ าหนดไว้จากการสุ่มตัวอยา่ ง
Horizontal Length
Observed ในแบบที่ 7 บนั ทึกคา่ มุมของเส้นตัดวงกลม (Transect Line)

เสน้ ที่ 2 ซ่ึงมีค่ามุมเท่ากับ ค่ามมุ เส้นท่ี 1 + 90

บันทึกความยาวของเส้น Transect Line ท่ีดาเนินการในแปลง
ตัวอย่าง ปกติจะมคี วามยาว 17.84 ม. แต่บางครั้งอาจไมส่ ามารถวาง
แนวให้ไดค้ วามยาวตามท่ีกาหนดได้ เช่น ตดิ หน้าผา แหล่งน้า เป็นตน้

3-17


หวั เรื่องในแบบบันทกึ ขอ้ มูล คาอธบิ าย
Item No. บนั ทึกลาดบั หมายเลขข้อมลู ทไ่ี ด้จากการสารวจ
Species Name ในแปลงตวั อย่าง โดยเรยี งลาดบั จากหมายเลข 1 2 3 … ตามลาดับ
บนั ทกึ ชือ่ พ้ืนเมอื ง (Vernacular Name) หรือช่อื สามัญ
Species Code (Common Name) ของพรรณไม้ทกุ ชนดิ ท่ีได้จากการสารวจ
Girth (cm.) โดยใหบ้ นั ทึกดว้ ยชอื่ ทุกบรรทัด

M/E บนั ทกึ รหัสของพรรณไม้ทีส่ ารวจพบเปน็ รหสั ตัวเลข 5 หลัก
ตามรหสั ที่ได้กาหนดไวแ้ ล้ว
Tilt Angle (deg.)
บันทกึ ขนาดความโตของไม้ หวายเลอ้ื ย หรอื ไมเ้ ถา ตรงจดุ ทเี่ ส้น
M/E Transect Line ลากตัดกบั เส้นแนวก่ึงกลางของวตั ถุทจ่ี ะวดั
(Center Line) ถา้ เส้นลากผา่ นวตั ถเุ ดียวกนั หลายจดุ
CWD, Rattan, Climber ใหท้ าการวัดความโตทกุ จดุ แล้วบนั ทึกขอ้ มลู แยกเป็นแตล่ ะจดุ
หนว่ ยเปน็ เซนตเิ มตร
Accumulation or เลอื กระบวุ ิธกี ารวัดข้อมูลขนาดความโต โดย
Odd-Shaped Pieces
Item No. M = ขอ้ มลู ไดจ้ ากการวดั
E = ข้อมลู ได้จากการประมาณ (กรณไี ม่สามารถวดั ได้)
บันทึกค่ามุมตรงจุดท่เี ส้น Transect Line ลากตดั กบั
แนวกึ่งกลางของวตั ถุท่ีทาการวดั (Center Line)
ทามุมกบั แนวระนาบ หน่วยเป็นองศา
เลือกระบุวธิ ีการวัดขอ้ มลู ขนาดของมมุ โดย
M = ขอ้ มลู ได้จากการวดั
E = ข้อมูลไดจ้ ากการประมาณ (กรณไี ม่สามารถวดั ได้)
เลอื กระบุลกั ษณะขอ้ มลู โดย
CWD = ไม้ล้มขอนนอนไพร เศษไม้ปลายไม้
Rattan = หวายเล้อื ย
Climber = ไมเ้ ถา
ตารางบันทึกขอ้ มลู สาหรบั ตัวอย่างท่มี ีลกั ษณะกองสุมกันหรือ
ไมเ่ ป็นรปู ทรงกระบอก

บนั ทึกลาดบั หมายเลขข้อมลู ทไ่ี ด้จากการสารวจ
ในแปลงตวั อย่าง โดยเรียงลาดับจากหมายเลข 1 2 3 … ตามลาดับ

3-18


หวั เร่ืองในแบบบันทึกขอ้ มูล คาอธิบาย
Horizontal Length (cm) บันทึกความยาวของไม้ หวายเลือ้ ยหรือไม้เถา ท่ีเสน้ Transect Line
M/E พาดผา่ น ถ้าเส้นลากผ่านวตั ถเุ ดียวกันหลายจดุ ใหว้ ดั ความยาวทุกจดุ
Vertical Depth (cm.) แล้วบันทึกขอ้ มูลแยกเป็นแตล่ ะจดุ หน่วยเปน็ เซนติเมตร
เลือกระบุวิธกี ารวดั ขอ้ มูลความยาว โดย
M/E
CWD, Rattan, Climber M = ข้อมลู ได้จากการวดั
E = ขอ้ มลู ไดจ้ ากการประมาณ (กรณีไม่สามารถวัดได้)
Piece type บันทึกความสูงของไม้ หวายเลื้อยหรอื ไมเ้ ถา ตรงจดุ ที่ตดั กบั
Comments เสน้ Transect Line สาหรับกองไม้ที่มชี ่องโพรงภายในกอง
ใหป้ ระเมนิ เสมอื นว่าหากกองไม้นน้ั เรยี งเปน็ ระเบียบและ
ไมม่ ีชอ่ งโพรงจะมีความสงู เท่าไร หนว่ ยเป็นเซนติเมตร
เลอื กระบุวธิ กี ารวดั ข้อมลู ความสงู โดย
M = ข้อมลู ไดจ้ ากการวดั
E = ขอ้ มลู ไดจ้ ากการประมาณ (กรณไี ม่สามารถวัดได้)
เลอื กระบุลกั ษณะขอ้ มลู โดย
CWD = ไม้ลม้ ขอนนอนไพร เศษไมป้ ลายไม้
Rattan = หวายเลอ้ื ย
Climber = ไม้เถา
เลือกระบรุ ูปทรงของข้อมูล โดย
Acc = มกี ารเรยี งสุมเป็นกอง
Odd = มีรปู ทรงไม่เปน็ ทรงกระบอก
บันทกึ ขอ้ มลู ท่เี หน็ วา่ เกี่ยวขอ้ งกับแบบบนั ทกึ ข้อมลู แบบท่ี 6 หรือ 7

3-19


แบบบันทกึ ขอ้ มลู แบบที่ 8 การเกบ็ ข้อมลู ปจั จัยที่มผี ลกระทบต่อพ้นื ท่ีป่า (Site disturbance)

หัวเรื่องในแบบบันทกึ ขอ้ มูล คาอธบิ าย
Project ID บันทกึ หมายเลขโครงการทดี่ าเนนิ การ
Plot ID บันทกึ ค่า UTM ของ Zone (เลข 2 หลักแรก)
ค่าในแนวทศิ ตะวันออก Easting (เลข 6 หลกั ) และ
Plot # ค่าในแนวทศิ เหนอื Northing (เลข 7 หลกั ) รวมเป็นเลข 15 หลัก
Measurement Date บันทกึ หมายเลขแปลงตัวอย่าง
บนั ทกึ วนั เดือน ปี (DD/MM/YY) ท่ที าการสารวจ โดย
GPS Plot Centre (map)
วนั (DD) = วันทีท่ ี่ทาการสารวจ
GPS Plot Centre (site) เดอื น (MM) = เดือนทท่ี าการสารวจ โดยใชเ้ ลขเรียงลาดบั

Crew Chief ต้งั แต่ 01–12 (มกราคม – ธนั วาคม)
Recorder ปี (YY) = ปีทท่ี าการสารวจ โดยใชเ้ ลข 2 ตัวท้าย
Page of บนั ทกึ คา่ พิกัด UTM ของจดุ ศูนย์กลางของแปลงตัวอย่างทกี่ าหนดไว้
Group A ในแผนท่ี เปน็ คา่ ในแนวทศิ ตะวันออก (E) 6 หลัก
Activity ค่าในแนวทิศเหนือ (N) 7 หลัก
บันทกึ ค่าพิกัด UTM ของจุดศูนย์กลางแปลงตัวอย่างย่อย
(Plot site) ท่อี ่านไดจ้ ากเคร่อื ง GPS เปน็ ค่าในแนวทศิ ตะวนั ออก (E)
6 หลกั และค่าในแนวทิศเหนอื (N) 7 หลกั
บันทึกชอ่ื และรหสั ประจาตัวผทู้ ่ีทาหนา้ ท่หี วั หนา้ ทีมสารวจ
บนั ทึกชอื่ และรหสั ประจาตวั ผทู้ ที่ าการจดบนั ทึกขอ้ มลู
กรอบซ้ายบนั ทกึ ลาดับเลขทแ่ี ผน่ ของแบบบันทึกขอ้ มลู
กรอบขวาบันทกึ จานวนแผน่ ท้ังหมดของแบบบนั ทกึ ข้อมลู แบบนนั้ ๆ
กล่มุ ของปัจจยั ท่มี ีผลกระทบตอ่ พ้ืนทีก่ ลุ่ม A
กิจกรรมหรอื เหตกุ ารณท์ ่มี ผี ลกระทบต่อพื้นท่แี ปลงตัวอยา่ งและ
พชื พรรณ เลอื กระบตุ ามกิจกรรมทสี่ ารวจพบ คือ

3-20


หวั เรื่องในแบบบันทึกขอ้ มลู คาอธบิ าย
1. Agriculture - พ้ืนท่เี กษตรกรรมประเภทตา่ งๆ เชน่ ทาไร่ ทาสวน ทานา
เปน็ ต้น ให้ระบุดว้ ยว่าปลูกพชื ชนดิ ใด
2. Aquaculture - การเพาะเล้ยี งสตั วน์ า้ ตา่ งๆ เช่น ปลา กุง้ เปน็ ต้น
3. Collecting NTFPs - การเกบ็ หาของปา่ ให้ระบุดว้ ยว่าเป็นของป่าชนิดใด เช่น
ไมไ้ ผ่ หน่อไม้ หวาย เหด็ พชื ผักชนิดต่างๆ เป็นตน้
4. Dam Construction - การสร้างเขื่อนหรือสิ่งก่อสร้างที่มีวัตถุประสงค์เพ่ือการเก็บกักน้า
สงิ่ ก่อสร้างทปี่ ลกู สรา้ งเพื่อใชป้ ระโยชน์สว่ นบุคคลหรอื ของกลมุ่ ใด
5. Settlement Area - กลุ่มหน่ึง เช่น บ้าน อาคาร ท่ีพัก บ่อน้า ฯลฯ ให้ระบุด้วยว่าเป็น
สงิ่ กอ่ สรา้ งอะไร
6. Facility Construction
- ส่ิงก่อสร้างที่ปลูกสร้างเพื่อใช้ประโยชน์กับส่วนรวมหรือสาธารณะ
7. Forest Fire ประโยชน์เปน็ หลกั เช่น โรงพยาบาล เสาไฟฟา้ สะพาน
8. Livestock Grazing ท่ีทิ้งขยะ ฯลฯ ให้ระบดุ ้วยวา่ เป็นสง่ิ ก่อสร้างอะไร
9. Mining - การเกดิ ไฟป่า ท้ังทีเ่ กิดจากมนษุ ยแ์ ละธรรมชาติ
10. Excavation - การพบร่องรอยการเล้ียงสตั ว์ในแปลงตัวอย่าง
11. Wildlife Damage - การทาเหมอื งแรต่ ่างๆ เช่น ถา่ นหิน ดินขาว เปน็ ต้น
- การขดุ พ้นื ทเี่ พือ่ กิจกรรมต่างๆ เช่น ถ่านหิน ดนิ ขาว เป็นตน้
12. Pest & Disease
13. Pollution - การทาลายของสตั วป์ า่ ทม่ี ีต่อแปลงตัวอยา่ ง เช่น
14. Road Construction
15. Storms การกดั กนิ เจาะ โค่น หรอื ใช้ลาตัวถจู นเป็นอันตรายกับตน้ ไม้
16. Other (Specify) - รอ่ งรอยการทาลายของแมลงและโรคแมลง
- มลภาวะท่ีเกดิ ข้ึน หรือมีผลตอ่ แปลงตัวอยา่ ง
- การสรา้ งถนนในแปลงตัวอย่าง
- ร่องรอยการถูกทาลายจากวาตภยั
- ปัจจัยอ่ืนๆ นอกเหนือจากที่กาหนดไว้ โดยให้ระบุกิจกรรมหรือ
เหตุการณน์ ้ันๆ ดว้ ย

3-21


หวั เรือ่ งในแบบบันทึกข้อมลู คาอธิบาย
Severity เลอื กระบรุ ะดบั ความรุนแรงของกจิ กรรมหรอื เหตกุ ารณ์ทีส่ ารวจพบ
โดยพจิ ารณาถึงผลทม่ี ีตอ่ แปลงตวั อยา่ ง โดย
% Cover
L = รนุ แรงนอ้ ย คือ ทาใหเ้ กดิ ความเสยี หายตอ่ ไม้ระดบั ล่าง
Remarks M = รุนแรงปานกลาง คอื ทาให้เกดิ ความเสียหายต่อไมร้ ะดับลา่ ง
Description
Group B และลกู ไม้ กล้าไม้
Activity H = รุนแรงมาก คอื ทาใหเ้ กิดความเสียหายกบั พชื พรรณทุกชนิด
บันทึกค่าประมาณร้อยละของกิจกรรมหรอื เหตุการณ์
1. Erosion ทเ่ี กดิ ขนึ้ ในแปลงตัวอย่าง ถ้าน้อยกวา่ 5% ใหบ้ ันทึกวา่ < 5%
2. Flooding ต้งั แต่ 5% ข้ึนไป ใหบ้ นั ทึกตามทป่ี ระมาณได้
3. Landslide บันทึกขอ้ สงั เกตหรือรายละเอยี ดของกิจกรรมหรอื เหตุการณท์ ี่
Observed สารวจพบเปน็ การเพมิ่ เตมิ
คาอธิบายรายละเอียดของกิจกรรมหรือเหตุการณ์ที่กาหนด
% Cover กลมุ่ ของปจั จัยทีม่ ผี ลกระทบตอ่ พน้ื ท่กี ลมุ่ B
เหตกุ ารณ์ที่มผี ลกระทบตอ่ พื้นทแ่ี ปลงตัวอยา่ งและพชื พรรณ
เลอื กระบุตามท่สี ารวจพบ คอื
- การชะลา้ งพังทลายของดนิ
- น้าทว่ ม น้าขังในพืน้ ที่ อาจเปน็ รอ่ งนา้ ตามธรรมชาตหิ รือเกิดจากการ
กระทาของมนุษย์ รวมถึงหลมุ บ่อหรือหล่มโคลนทีเ่ กดิ จากรถยนต์
- การเกดิ แผน่ ดนิ เลอ่ื นหรือแผน่ ดินถลม่
เลือกระบวุ ่าพบเหตกุ ารณ์ดงั กล่าวในแปลงตวั อย่างหรือไม่
Yes = พบ

No = ไม่พบ
บันทึกคา่ ประมาณรอ้ ยละของเหตกุ ารณ์ท่เี กดิ ข้ึนในแปลงตวั อย่าง
ถ้าน้อยกว่า 5% ให้บันทึกว่า <5% ต้ังแต่ 5% ข้ึนไป ให้บันทกึ ตามที่
ประมาณได้

3-22


หัวเร่ืองในแบบบันทกึ ข้อมลู คาอธิบาย
เลอื กระบวุ ่าเหตกุ ารณด์ ังกล่าวมแี นวโนม้ จะเกดิ ขึน้ ในอนาคตหรือไม่
Potential
Yes = มีโอกาสทีจ่ ะเกิด
Remarks No = ไมม่ โี อกาสที่จะเกดิ
บนั ทกึ ขอ้ สังเกตหรือรายละเอียดของเหตุการณท์ ่ีสารวจพบ
Group C เป็นการเพิ่มเติม (ถา้ มี)
Activity กล่มุ ของปัจจยั ทม่ี ผี ลกระทบต่อพื้นที่กลุ่ม C
Logging กจิ กรรมทม่ี ีผลกระทบต่อพืน้ ท่ี
No. of Stumps - การทาไม้ ทง้ั ในสว่ นที่ถูกและผดิ กฎหมาย
Remarks บนั ทกึ จานวนตอไม้ทเี่ กิดจากการถกู ตัดทีส่ ารวจพบในแปลงตวั อยา่ ง
บันทึกข้อสังเกตหรือรายละเอียดของการทาไม้เปน็ การเพ่ิมเติม (ถา้ มี)

3-23


บทท่ี 4

การปฏิบตั ิงานภาคสนาม

หลังจากศึกษาและทาความเข้าใจ เก่ียวกับรูปแบบวิธีการสารวจและการจัดเก็บข้อมูลพรอ้ มกับ
ได้วางแผนการดาเนินงานและจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ภายในสานักงานเรียบร้อยแล้ว ข้ันตอนต่อไปคือการ
ปฏบิ ัติงานเกบ็ ข้อมูลภาคสนาม ในบทนจ้ี ะกล่าวถงึ การเตรยี มการก่อนเดินทางออกจากทพ่ี กั การเดนิ ทางเข้าหา
แปลงตวั อย่าง การวางแปลงตวั อย่างและการเก็บขอ้ มูลในแปลงตัวอยา่ ง โดยอธิบายถงึ ขนั้ ตอนการดาเนินงานวา่
ขั้นตอนใดเก็บและบันทึกข้อมูลลงในแบบบันทึกข้อมูลใด ท้ังนี้เพื่อให้สอดคล้องกับแบบบันทึกข้อมูล
จึงควรศกึ ษาควบคไู่ ปกับแบบบันทึกข้อมลู เพ่ือชว่ ยให้เกดิ ความเขา้ ใจไดง้ า่ ยขึน้

การเตรยี มการกอ่ นออกเดนิ ทางจากที่พกั ไปแปลงตัวอย่าง

1. จัดเตรียมอปุ กรณ์ต่างๆ ที่ตอ้ งใช้ในการสารวจทรัพยากรป่าไม้ และตรวจสอบความพรอ้ มของ
เคร่อื งมอื ทกุ ชน้ิ วา่ อยใู่ นสภาพพร้อมใช้งานหรือไมก่ อ่ นออกเดินทาง

2. จากจุดที่พักชั่วคราวในพื้นที่ที่ปฏิบัติงาน บันทึกค่าพิกัด UTM ของจุดท่ีพัก (Camp) โดย
ใช้เครื่อง GPS ทาเครื่องหมายลงในแผนที่ภูมปิ ระเทศ พร้อมลงรายละเอียดจุดท่พี กั ลงในแบบบันทึกฯ ท่ี 1
หัวเร่ือง GPS Camp Site, Camp Site พร้อมทั้งระบุรายละเอียดใน Access Notes (From Camp to Starting
Point) ซง่ึ ขอ้ มลู นีจ้ ะเกีย่ วเนือ่ งกับ ข้อมลู เวลาในแบบบันทึกฯ ที่ 2 หวั ขอ้ Time (24 hour clock) และการติดตาม
การเปลี่ยนแปลง (Monitoring) ของทรพั ยากรธรรมชาติในอนาคต

3. กาหนดแปลงตัวอย่างท่จี ะดาเนินการ พร้อมกบั บันทกึ หมายเลขกากบั แปลงตัวอย่าง (Plot No)
และคา่ พกิ ัด UTM ของแปลงนนั้ ๆ ลงในเคร่ือง GPS เพอื่ ใช้ในการนาทางเขา้ หาแปลงตัวอย่าง พร้อมกับบนั ทกึ
ข้อมูลดังกลา่ วลงในแบบบันทกึ ขอ้ มูลทกุ ชดุ และทุกแบบ ในหวั เรือ่ ง Plot# และ GPS Plot Center (map)

4. จดั เตรียมแบบบนั ทกึ ข้อมลู (Tally Sheets) ซงึ่ ขอ้ มลู บางอย่างสามารถทาการบนั ทึกไว้ก่อนได้ ดงั นี้
4.1 บนั ทกึ ในแบบบันทกึ ขอ้ มูลทกุ แบบ ไดแ้ ก่
- Cluster # บนั ทึกหมายเลขแปลงตวั อย่าง
- Measurement Date บนั ทึก วนั เดอื น ปี ท่ปี ฏบิ ตั งิ าน
- GPS Cluster Centre (map) บันทกึ ค่าพกิ ัด UTM ของแปลงตวั อย่างน้ัน ๆ
- Crew Chief บันทกึ ชอ่ื และรหัสประจาตัวผทู้ ่ีทาหนา้ ทหี่ ัวหน้าทีมสารวจ
- Recorder บนั ทกึ ชือ่ และรหสั ประจาตวั ผูบ้ ันทึกข้อมลู
- Identification บนั ทกึ หมายเลขประจาเขตกริต และคา่ พิกดั UTM ของแปลงตวั อย่าง

จานวน 4 และ 5 หลักแรกในแนวทศิ ตะวนั ออกและทศิ เหนือ ตามลาดบั

4-1


4.2 บนั ทึกในแบบบันทึกข้อมูลเฉพาะแบบบนั ทกึ ฯ ที่ 1
- Map No. บนั ทกึ หมายเลขระวางแผนทขี่ องท่ีตั้งแปลงตัวอยา่ งตามระบบสากล
- Province บนั ทึกชื่อจังหวดั ของทต่ี ้ังแปลงตวั อยา่ ง พร้อมรหัสจงั หวัด (Code) นั้นๆ

ตามตารางผนวกท่ี 1
4.3 จัดเตรยี มแบบบนั ทกึ ข้อมูลสารอง สาหรบั แบบทคี่ าดวา่ จะสารวจพบขอ้ มูลเป็นจานวนมาก

ได้แก่ แบบบันทึกฯ ที่ 4 และ 5
5. ก่อนออกเดินทางไปยังแปลงตัวอย่างที่จะดาเนินการ ให้พิจารณาเส้นทางการคมนาคมท่ีสะดวก

หรือใกล้ที่สุดจากแผนที่ภูมิประเทศ ประกอบการสอบถามเจ้าหน้าท่ีหรือชาวบ้าน ว่ามีเส้นทางอื่นอีกหรือไม่
เ นื่อ ง จ าก บาง ครั้งข้อมูลเส้นทางในแผ นที่ภูมิประเท ศ หรือข้อ มูลในแบบบันทึกฉบับเดิมอ าจ ไม่ทันสมัย
ก่อนออกเดินทางให้บันทึกเวลาการเดินทางออกจากที่พัก (Camp) ลงในแบบบันทึกฯ ที่ 2 หัวเร่ือง Time
(24 hour clock) ในช่องหมายเลข 1 (Leave Camp)

การเดินทางไปจดุ ศูนยก์ ลางแปลงตวั อยา่ ง

1. เมือ่ เดนิ ทางโดยรถยนต์หรือพาหนะอน่ื ๆ เช่น รถมอเตอร์ไซค์ เรอื หรอื แพ ถึงบรเิ วณท่ีใกลจ้ ุดศนู ย์
กลางแปลงตัวอย่างมากที่สุด ซึ่งรถยนต์หรือพาหนะอ่ืนไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ต้องอาศัยการเดินเท้า
จุดน้ีเรียกว่าจุด Starting Point บันทึกค่าพิกัด UTM ของจุดดังกล่าว ลงในแบบบันทึกฯ ที่ 2 หัวเรื่อง
GPS Starting Point ช่อง Easting และ Northing ตามลาดับ พร้อมกับบันทึกหมายเลขระวางแผนที่ท่จี ดุ
ดังกล่าวตกอยู่ในแบบท่ี 1 หัวเร่ือง Map No. ช่อง Starting Point จากนั้นกาหนดจุดใดๆ เป็นจุดอ้างอิง
(Reference Point) โดยเลือกจุดที่อยู่ในรศั มไี ม่ควรเกิน 10 เมตร มีลักษณะเด่น สังเกตได้ง่าย ชัดเจนและมสี ภาพ
ค่อนข้างถาวร เช่น สะพาน เสาไฟฟ้า หลักกิโลเมตร ต้นไม้ใหญ่ ก้อนหินขนาดใหญ่ เป็นต้น จากน้ันวัดระยะทาง
และค่ามุม Azimuth จากจุดอ้างอิงไปยัง Starting Point บันทึกค่าลงในแบบบันทึกฯ ท่ี 2 หัวเร่ือง Ref. Point
Details ถ้าหากจุดอ้างอิงที่เลือกเปน็ ต้นไม้ ให้ระบุชนิด รหัสพันธุ์ไม้ ขนาดเส้นรอบวงเพียงอก (GBH) พร้อมกับ
บรรยายการเดินทางจากจุดที่พัก (Camp) ถึงจุด Starting Point ล ง ใ น แ บ บ บัน ทึก ฯ ที่ 1 หัวเ รื่อง
Access Notes (From Camp to Starting Point) และทาการบันทึกค่ามุม Azimuth และค่าระยะทางจาก
จุด Starting Point ไปยัง Cluster Centre ลงในแบบบันทึกฯ ที่ 2 หัวเรื่อง Straight Line Bearing and
Distance from Starting Point (STP) to Cluster Centre (CC) พร้ อมกั บค่ า EPE ในช่ อง STP ด้ วย
หลงั จากน้ันจดั เตรยี มวัสดอุ ปุ กรณ์ และสมั ภาระท่ีจาเปน็ ในการปฏบิ ตั ิงาน กอ่ นออกเดนิ ทางจาก Starting Point
ใหบ้ ันทึกเวลาลงในแบบฯ ท่ี 2 หัวเรอ่ื ง Time ช่องหมายเลข 2 (Leave Car)

4-2


2. ออกเดินทางจาก Starting Point ไปยังจุดศูนยก์ ลางของแปลงตัวอย่าง โดยใช้เครอื่ ง GPS และ
เข็มทิศในการนาทางและตรวจสอบแนวเส้นทาง เทียบกับแผนที่ภูมิประเทศเป็นระยะๆ เพ่ือให้แน่ใจว่าเป็น
เสน้ ทางทีถ่ กู ต้อง โดยใหแ้ ผนท่ีและผู้ใชอ้ ยูใ่ นแนวทศิ เหนอื (ใช้เข็มทิศ) เพอ่ื ปอ้ งกันการหลงทศิ และควรพจิ ารณา
ลักษณะภูมิประเทศจากแผนท่ีภูมิประเทศประกอบเพ่ือเลือกเส้นทางเดินท่ีเหมาะสม เช่น เดินตามลาห้วย
ตามสันเขา หรือตัดตรงไปตามทิศทาง ระหว่างเส้นทางการเดินให้สังเกตจุดเด่นท่ีสังเกตได้ง่าย เช่น ทางแยก
ลานหิน สนั เขา ลาหว้ ย หรือ กอ้ นหนิ ขนาดใหญ่ เปน็ ตน้ พรอ้ มบันทึก (mark) ค่าพิกดั UTM ของจุดดังกล่าวไว้
ในเครือ่ ง GPS แล้วบันทึกค่าลงในแบบบนั ทกึ ฯ ที่ 2 หัวเรือ่ ง Navigation Notes และบรรยายการเดินทาง ใน
หวั เรือ่ ง Notes (From Starting Point to Cluster Center) ทัง้ น้ี อาจใช้แอพพลเิ คชั่นทางด้านแผนทีต่ า่ งๆ ท่มี ี
อยู่ในปัจจุบัน ประกอบการพิจารณาในการเดินทางด้วย ซ่ึงจะเป็นประโยชน์และง่ายต่อการตัดสินใจเลือก
เสน้ ทางเน่ืองจากทาให้ทราบตาแหน่งของแปลงตวั อย่างและตาแหนง่ ปจั จุบนั ของผู้ปฏิบตั งิ านได้ตลอดเวลา

3. เม่ือเดนิ ทางใกลถ้ ึงจดุ ที่จุดศูนยก์ ลางของแปลงตวั อย่างให้ทาการบันทกึ จุดอ้างอิงภายนอกแปลง
ตัวอย่าง (Reference Point Outside Plot ; ROP) โดยเลือกต้นไม้ขนาดใหญ่ที่เป็นจุดเด่น สังเกตได้ง่าย
ควรอยหู่ ่างจากจดุ ศูนยก์ ลางของแปลงตัวอยา่ ง 50 เมตร โดยประมาณ ทั้งนีใ้ ห้พิจารณาตามความเหมาะสมของ
สภาพพ้ืนที่ ทาเครอ่ื งหมายจดุ อา้ งอิง โดยใช้สสี เปรย์พน่ คาว่า “RO/ROP” ตามด้วยหมายเลข Plot นัน้ ๆ เช่น
“RO/ROP 123” โดยพ่นให้อยู่ในระดับสายตา บันทึกชนิดไม้ ขนาดเส้นรอบวงเพียงอก ค่าพิกัด ค่ามุม
Azimuth, ระยะทางจากจุด ROP ถึงจุดศูนย์กลางของแปลงตัวอย่าง และค่า EPE ลงในแบบบันทึกฯ ที่ 2
พร้อมกับบันทึกค่าพิกดั ของ ROP ไวใ้ นเคร่ือง GPS ดว้ ย กรณีไม่สามารถหาตน้ ไม้ทเี่ หมาะสมได้ ให้หาจุดอ้างองิ
อ่ืนๆ แทน เช่น ก้อนหินขนาดใหญ่ แล้วดาเนินการเช่นเดียวกัน และสาหรับกรณีท่ีไม่มีหรือไม่สามารถหา
จุดอ้างอิงได้ เช่น ระยะทางจากจุด STP ไปยัง CC น้อยกว่า 50 เมตร หรือเป็นท่ีโล่งจนทาให้ไม่สามารถหา
จุดอ้างอิงนอกแปลงตัวอย่างได้ ให้บันทึกทุกอย่าง เป็นค่าเลข 9 ดังนี้ มุม 99 ระยะ 99 รหัสต้นไม้ 99999
แล้วทาการบนั ทึกลงในแบบบันทกึ ฯ ที่ 1 ช่อง Comment ไว้ดว้ ยว่าไมม่ ี ROP

4. เม่อื เดนิ ทางถึงจุดท่ีค่าพกิ ดั UTM ทีอ่ ่านไดจ้ ากเครือ่ ง GPS ตรงกับคา่ พิกดั ของแปลงตวั อย่างที่
กาหนดไวใ้ นแผนทีซ่ ่ึงบางครงั้ อาจคลาดเคลอื่ นเล็กน้อย แสดงว่าไดเ้ ดนิ ทางมาถงึ จุดศูนย์กลางของแปลงตัวอย่าง
แล้ว ทาการบนั ทึกคา่ พิกัดดังกลา่ วลงในเคร่ือง GPS และในแบบบันทึกข้อมลู ทุกแบบหวั เรอ่ื ง GPS Plot Centre
(Site) พร้อมกับค่าความคลาดเคล่ือน (EPE) โดยดูจากเคร่ือง GPS ลงในแบบบันทึกฯ ที่ 2 ในหัวเรื่อง EPE
ช่อง CC และบันทกึ เวลาทีเ่ ดินทางถึงจดุ ศูนย์กลางของแปลงตวั อยา่ ง ในแบบบนั ทกึ ฯ ท่ี 2 หัวเร่ือง Time ชอ่ ง
หมายเลข 3 (Arrive Plot Centre) จากนั้นทาการฝังหมุด/แท่งเหล็กที่ตาแหน่งจุดศูนยก์ ลางของแปลง
ตวั อย่าง เพือ่ ใช้ในการติดตามการเปลย่ี นแปลงในอนาคต กรณีไม่สามารถฝงั แท่งเหลก็ เนือ่ งจากสาเหตตุ ่างๆ เชน่
ชั้นล่างเป็นหิน พื้นท่ีเป็นลานหินหรอื เป็นแหล่งน้า ให้พิจารณาบริเวณใกล้เคียงที่สามารถดาเนินการได้ แล้ววัดมุม
พร้อมระยะทางจากตาแหน่งท่ฝี งั แท่งเหลก็ ไดไ้ ปยังจุดศูนย์กลางแปลงตัวอย่าง แล้วบันทึกลงในแบบบันทกึ ฯ ท่ี 1
ชอ่ ง Comment ดว้ ย

4-3


5. วาดแผนที่สังเขปลงในแบบบันทึกฯ ที่ 1 หัวเร่ือง Sample Plot Location Sketch Map
แสดงเสน้ ทางการเดินทางจากทีพ่ กั (Camp) ถงึ จดุ ศนู ยก์ ลางของแปลงตวั อย่าง

6. กรณีไม่สามารถเดินทางไปถึงแปลงตัวอย่างทีก่ าหนด หรือไปถึงแลว้ แต่ไมส่ ามารถปฏิบัตงิ านได้
เน่ืองจากมอี ุปสรรคหรอื ความเสยี่ งภยั เช่น ยานพาหนะเสียหาย ฝนตกหนักไม่สามารถข้ามน้าได้ เป็นหน้าผาสูงชนั
พื้นท่ีหวงห้ามเฉพาะ เป็นต้น ให้ระงับการปฏิบัติงาน และพิจารณาว่าจะระงับเป็นการชั่วคราวหรือถาวร
พรอ้ มอธบิ ายเหตุผลประกอบ

การกาหนดจุดอ้างองิ ของแปลงตวั อย่าง

เม่ือเดินทางถึงจดุ วางแปลงตัวอยา่ งและทาการฝงั หมุด/แท่งเหล็กท่ีตาแหน่งจุดศูนย์กลางของ
แปลงตัวอย่างแลว้ ทาการกาหนดจุดอ้างอิงภายในแปลงตัวอย่าง (Reference Point Inside Plot ; RIP) เพ่ือใช้
เปน็ จุดอ้างอิงสาหรบั ตดิ ตามการเปล่ียนแปลง โดยมขี ั้นตอนดาเนนิ การ ดังน้ี

1.1 เลือกต้นไม้ขนาดใหญ่ท่ีอยู่ในแปลงตัวอย่างรูปวงกลมรัศมี 17.84 เมตร ที่เป็นจุดเด่น
สังเกตไดง้ า่ ย แลว้ ทาเคร่ืองหมายจดุ อา้ งอิงโดยใช้สีสเปรยพ์ น่ คาวา่ “RI/RIP” ตามดว้ ยหมายเลข Plot นนั้ ๆ เช่น
“RI/RIP 123” โดยพน่ ใหอ้ ยใู่ นระดับสายตา

1.2 บันทึก คาว่า RI/RIP ในช่อง Remark ของแบบบันทึกฯ ท่ี 4 ให้ตรงกับช่องข้อมูลของ
ตน้ ไม้ท่เี ลอื ก

1.3 บนั ทึกคา่ พกิ ัดของตน้ ไมท้ ถ่ี ูกเลอื ก พร้อมบนั ทึกคา่ ลงในแบบบันทึกฯ ท่ี 2 พร้อมกบั บันทึก
คา่ พิกดั ของ RIP ไวใ้ นเคร่ือง GPS ด้วย

1.4 บันทึกค่ามุม Azimuth และระยะทางจากจุด RIP ถึงจุดศูนย์กลางของแปลงตัวอย่าง
(โดยค่ามมุ Azimuth และระยะจะต้องสัมพนั ธก์ บั คา่ ในแบบบนั ทึกฯ ที่ 4 คือระยะทางจะต้องใชค้ า่ เดยี วกนั โดย
ยึดจากแบบบนั ทกึ ฯ ท่ี 4 เป็นหลัก แตม่ ุม Azimuth จะต่างกัน 180 องศา เนื่องจากคา่ มุมในแบบบันทกึ ฯ ที่ 2
นีจ้ ะเป็นมุมจาก RIP ไปยังจดุ ศูนยก์ ลางแปลง ส่วนคา่ มุมในแบบบนั ทกึ ฯ ท่ี 4 จะเป็นมมุ จากจุดศนู ย์กลางแปลง
ไปยงั RIP)

1.5 กรณีหาต้นไม้ที่เหมาะสมไม่ได้หรือไม่มีต้นไม้ ให้หาจุดอ้างอิงอ่ืนๆ แทน เช่น ก้อนหิน
ขนาดใหญ่หรือจุดอา้ งองิ อืน่ ทีเ่ หมาะสมแล้วดาเนินการเช่นเดียวกนั

4-4


การวางแปลงตวั อย่าง

การเก็บข้อมูลในแปลงตัวอย่างถาวร (Permanent Sample Plot) จะดาเนินการเก็บข้อมูลครบ

ทุกหวั ขอ้ และมกี ารติดตามผลการเปล่ยี นแปลงอย่างต่อเน่ือง มขี น้ั ตอนการวางแปลงตวั อย่างดงั นี้

1. วางแปลงตัวอย่างรูปวงกลมท่ีมีจุดศูนย์กลางร่วมกัน รัศมีต่างกัน จานวน 3 แปลง คือ

รัศมี 3.99 เมตร 12.62 เมตร และ 17.84 เมตร ตามลาดับ ทาการฝังแท่งเหล็กที่จุดศูนย์กลางของแปลง

ตวั อยา่ งโดยใช้จดุ นี้เป็นจุดศูนย์กลางของแปลงตัวอย่างถาวร

2. วางแปลงตัวอย่างรูปวงกลมท่ีมีรัศมีเท่ากันแต่จุดศูนย์กลางต่างกันจานวน 4 แปลง รัศมี

0.631 เมตร โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บนเส้นรอบวงของวงกลมรัศมี 3.99 เมตร ไปตามทิศหลักท้ัง 4 ทิศ คือ

ทศิ เหนอื (N) ทิศตะวันออก (E) ทศิ ใต้ (S) และทศิ ตะวนั ตก (W)

3. วางแปลงตัวอย่างทม่ี ลี ักษณะเป็นเส้นตรง (Transect Line) จานวน 2 เสน้ ความยาวเส้นละ

17.84 เมตร ท้ังสองเสน้ เร่ิมต้นจากจุดศูนย์กลางของแปลงตัวอยา่ ง ทามุมต้ังฉากกัน โดยเสน้ ที่ 1 (Transect 1)

ไดก้ าหนดคา่ มุม Azimuth ไวแ้ ล้วจากการสมุ่ และเสน้ ที่ 2 (Transect 2) จะมีคา่ มมุ เท่ากบั เสน้ ท่ี 1 + 90 องศา

4. รัศมีของแปลงตัวอย่างรูปวงกลม กาหนดเป็นค่าของระยะทางตามแนวราบ (Horizontal

Length) โดยใช้เครื่องมือวัดระยะด้วยแสงเลเซอร์สาหรับวัดระยะทางเพื่อเป็นการปรับแก้ปัญหาพื้นท่ีท่ีมี

ความลาดชัน

5. บนั ทึกคา่ ความสูงจากระดบั น้าทะเลปานกลาง (MSL) ของท่ีตง้ั แปลงตวั อยา่ งในแบบบันทกึ ฯ ท่ี 2

หวั เรื่อง Elevation Plot Centre (m)

6. เมอื่ วางแปลงตวั อย่างเสรจ็ แล้ว ให้ถา่ ยภาพบริเวณจดุ ศูนยก์ ลางของแปลงตัวอย่าง (พรอ้ มแบบ

บรรยายลักษณะทั่วไปของแปลงโดยสังเขป) และภาพสภาพท่ัวไปบริเวณแปลงตัวอย่าง จานวน 5 - 6 ภาพ

ตามแนวทิศ เหนอื – ใต้ และ ตะวันออก – ตะวันตก

7. บันทึกภาพเคลื่อนไหว/วิดีโอ ให้เห็นถึงลักษณะทั่วไปของแปลงเริ่มจากจุดศูนย์กลางแปลง

ตวั อยา่ ง (พรอ้ มแบบบรรยายลักษณะทว่ั ไปของแปลงโดยสงั เขป) บันทึกภาพสภาพท่วั ไปเวียนตามเข็มนาฬิกา

เพ่ือใหเ้ ห็นสภาพโดยรวมของแปลง และอาจบันทกึ ภาพลักษณะเดน่ หรือจดุ สังเกตตา่ งๆ เชน่ RI ต้นไมท้ ่มี ีขนาด

ใหญ่/เด่น ร่องห้วย ลาธาร กอ้ นหินขนาดใหญ่/ลานหิน ฯลฯ

8. ตรวจสอบลักษณะการใช้ประโยชน์ทด่ี ินในพ้นื ท่ีรอบๆ บริเวณแปลงตัวอย่างในระยะ 100

x 100 เมตร (ขนาดพื้นท่เี ทา่ กบั 1 เฮคแตร)์ เพอ่ื ใช้ประกอบในรายงาน ทาการวาดภาพรา่ ง (Sketch map) ลงบน

แบบบันทึกข้อมลู แบบที่ 1 ในกรณีที่มีเพียง 1 ชนิดป่า/ลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดิน เช่น เป็นป่า

เบญจพรรณเพียงอย่างเดียวไม่ต้องทา Sketch map แต่ถ้ามีมากกว่า 1 ชนิดป่า/ลักษณะการใช้ประโยชน์

ทด่ี ินใหจ้ ดั ทา Sketch map เพอ่ื แบ่งสดั สว่ นพืน้ ทที่ มี่ ีลักษณะของการใช้ประโยชนพ์ นื้ ที่ต่างกัน

4-5


การเกบ็ และบันทึกข้อมลู ในแปลงตวั อยา่ ง
1. การเกบ็ ขอ้ มูลชนิดปา่ /การใชป้ ระโยชน์ท่ีดนิ (Landuse Type)
1.1 ใช้แบบบันทึกข้อมลู ฯ แบบที่ 1
1.2 เก็บข้อมลู ในแปลงตวั อย่างรูปวงกลมรัศมี 17.84 เมตร
1.3 พิจารณาชนิดป่า/การใช้ประโยชน์ที่ดินในแปลงตัวอยา่ งว่าเป็นป่าชนิดใด เลือกระบตุ าม

หวั ข้อทีก่ าหนด หากเป็นพ้ืนทล่ี ักษณะอ่ืนให้บนั ทกึ รายละเอยี ดวา่ เป็นพน้ื ทีอ่ ะไร
1.4. การบันทกึ สภาพอากาศ (Weather) ขณะปฏบิ ัตงิ านใหบ้ นั ทึกลกั ษณะสภาพภมู ิอากาศ

ขณะท่ีปฏิบัติงานว่าเป็นเช่นไร เช่น แดดจัด ร้อนอบอ้าว ฝนตก ลมแรง เป็นต้น ในแบบบันทึกฯ ท่ี 1
หวั เรอ่ื ง Weather

2. การเกบ็ ข้อมลู ลกั ษณะทัว่ ไปของพื้นท่ี (Site Features)
2.1 ใชแ้ บบบนั ทึกข้อมูลฯ แบบท่ี 2
2.2 เก็บข้อมูลในแปลงตัวอย่างรูปวงกลมรศั มี 17.84 เมตร
2.3 เกบ็ และบันทกึ ข้อมูล ดังนี้
2.3.1 ความลาดชัน (Slope) ใช้เข็มทิศ/เคร่ืองวัดระยะด้วยแสงเลเซอร์ในการวัด

ค่าความลาดชนั หน่วยเปน็ องศา
2.3.2 ทศิ ดา้ นลาด (Aspect) ใช้เข็มทิศตรวจสอบว่าพื้นทีส่ ่วนใหญล่ าดไปทาง ทิศใด

บนั ทกึ ชอ่ื ทศิ ดว้ ยอักษรยอ่ คอื N NE E SE S SW W และ NW
2.3.3 พจิ ารณาตาแหนง่ ของแปลงตวั อยา่ งวา่ วางตัวอยู่บนความลาดชันตาแหนง่ ใดของ

พ้ืนที่โดยรวม (Rel. Slope Position) เลอื กระบุตามหวั ขอ้ ท่ีกาหนด
2.3.4 ประเมินการครอบคลุมพ้ืนท่ีของหินแบบต่างๆ (หินก้อน = Cobbles/ Stone

หรอื หนิ ดาน = Bedrock) บันทึกเป็นร้อยละของการครอบคลุมพน้ื ท่ีของแปลงตวั อยา่ ง
2.3.5 พิจารณารูปร่างของพื้นผิวแปลงตัวอย่าง (Surface Shape) โดยรวมว่าเป็น

ลักษณะใด เลอื กระบุตามหัวขอ้ ทีก่ าหนด
2.3.6 บันทกึ รอ้ ยละการครอบคลมุ พ้ืนทข่ี องน้าบรเิ วณแปลงตัวอยา่ ง (Open Water)

3. การเกบ็ ขอ้ มลู พืชล้มลกุ ไม้พุ่ม กลา้ ไม้และลูกไม้ (Herb Shrub Seedlings & Saplings)
3.1 ใชแ้ บบบันทกึ ข้อมูลฯ แบบที่ 3
3.2 เก็บข้อมูลชนิดและจานวนกลา้ ไม้ (Seedling) ของพรรณไมท้ ุกชนิดในแปลงตัวอยา่ งรปู

วงกลมรัศมี 0.631 เมตร ท้ัง 4 วง บันทึกข้อมูลของแต่ละวงให้ตรงตามทิศและช่องที่กาหนด โดยกล้าไม้
คอื ไมท้ ่ีพิจารณาแล้ววา่ รอดตายและมีความสูงจากระดบั พนื้ ดินไมถ่ ึง 1.30 เมตร

4-6


3.3 ประเมินร้อยละการครอบคลุมพ้ืนที่ของ ไลเคน (Lichen) มอส (Moss) และไม้ปกคลมุ
พนื้ ล่าง (Undergrowth) ภายในแปลงตัวอยา่ งรูปวงกลมรศั มี 3.99 เมตร

3.4 เก็บข้อมูลชนิดและจานวนลูกไม้ (Sapling) ของพรรณไม้ทุกชนิดในแปลง ตัวอย่างรูป
วงกลมรศั มี 3.99 เมตร โดยลกู ไม้ คือ ไมท้ ่มี ีความสูงมากกว่า 1.30 เมตร และมีขนาดเสน้ รอบวงเพยี งอก (GBH)
นอ้ ยกวา่ 15 เซนติเมตร

4. การเก็บข้อมลู ไมย้ ืนตน้ (Trees)
4.1 ใช้แบบบันทกึ ข้อมูลฯ แบบท่ี 4
4.2 เก็บข้อมลู ในแปลงตวั อยา่ งรปู วงกลมรศั มี 17.84 เมตร
4.3 เลือกวัดเฉพาะต้นไม้ที่มีขนาดเส้นรอบวงเพียงอก (GBH) มากกว่าหรือเท่ากับ

15 เซนติเมตรขน้ึ ไป พรอ้ มระบุวา่ วดั ด้วยเคร่ืองมือ (M) หรอื การประมาณ (E)
4.4 บนั ทกึ ขอ้ มลู ชนิดไมแ้ ละรายละเอยี ดเกีย่ วกบั ตน้ ไม้ ดังนี้
4.4.1 ตาแหน่งของต้นไม้ (Position) ทาการวัดค่ามมุ Azimuth โดยใช้เข็มทศิ สอ่ งมุม

จากจุดศูนย์กลางของแปลงตัวอย่างไปยงั จุดกึ่งกลางของต้นไม้ พร้อมทาการติดเบอร์ต้นไม้โดยให้ส่วนปลาย
ด้านล่างของแผ่นป้ายอะลูมิเนียมอยู่ที่ตาแหน่ง 1.30 เมตร ซึ่งจะเป็นจุดวัดขนาดความโตต้นไม้ (GBH)
ให้เรียงลาดับหมายเลขจากมุม Azimuth 0 – 359 องศา และในกรณีที่มุมเท่ากันให้วัดต้นไม้ท่ีอยู่ใกล้
จุดศนู ย์กลางกอ่ น แล้วไล่เรยี งกนั ไปจนถึงระยะ 17.84 เมตร จากจดุ ศนู ยก์ ลางแปลงตวั อย่าง

4.4.2 ตรวจสอบว่าต้นไม้นั้นยังมีชีวิตหรือตาย (Live/Dead) ยืนต้นหรือล้มลง
(Stand/Fall)

4.4.3 วัดขนาดเส้นรอบวงเพียงอก (GBH) ของต้นไม้ด้วยเทปวัดความโต ในหน่วย
เซนติเมตร (ทศนยิ ม 1 ตาแหน่ง)

4.4.4 วัด (M) ความสูงของต้นไมจ้ ากโคนต้นถึงปลายยอด (Total Height) ดว้ ยเคร่ืองมอื
วัดความสูง หรือเป็นการประมาณ (E)

4.4.5 ประมาณจานวนทอ่ นของต้นไม้ (Number of logs) โดยกาหนดให้จานวนทอ่ น
ไม้ท่ีใช้ทาเป็นสินค้าได้ 1 ท่อนมีความยาว 5 เมตร ถ้าความยาวของท่อนไม้ไม่ถึง 5 เมตร แต่หากความยาว
มากกว่าคร่ึงหน่ึงของความยาวเต็มท่อน ( > 2.5 เมตร) ให้คิดเป็น 1 ท่อน ถ้าความยาวน้อยกว่าคร่ึงท่อน
ไมค่ ดิ จานวนทอ่ น

4.4.6 ประเมนิ คณุ ภาพของท่อนไม้ท่ใี ชท้ าเปน็ สนิ คา้ ได้ (Timber Quality) โดยพิจารณา
ตามชน้ั ขนาดเส้นรอบวงเพยี งอก และลกั ษณะทางกายภาพของต้นไม้ว่าเปลาตรงดีเพยี งใด

4.4.7 ประเมินระดับช้ันของเรือนยอด (Crown Class) โดยจาแนกออกเป็น
Dominant, Co–Dominant, Intermediate และ Suppress

4.4.8 ประเมินความสมบูรณข์ องเรอื นยอด (Crown Condition) โดยจาแนกออกเปน็ Good,
Medium และ Poor

4-7


4.4.9 ประเมินความกว้างของเรือนยอด (Crown Width) โดยการถ่ายทอดขนาดของ
เรอื นยอดลงในแนวดิ่งแลว้ ประมาณดา้ นกว้างของเรอื นยอดในแนวทิศเหนือ ตะวันออก ใต้ และตะวนั ตก

4.4.10 หากต้นไมท้ เี่ กบ็ ข้อมลู มกี ลว้ ยไม้เกาะอยู่ ใหน้ บั จานวนกอ หรือมลี กั ษณะผดิ ปกติ
เช่น มหี ลายนาง พูพอนสูง ยอดหัก ฯลฯ ใหบ้ นั ทกึ ในชอ่ ง Remark ใหต้ รงกบั ลาดับของตน้ ไม้นนั้ ๆ ด้วย

4.4.11 หากตน้ ไมเ้ ป็นไม้ทม่ี ี 2 นาง หรือมากกวา่ ให้ระบุในชอ่ ง Remark ไว้ดว้ ยว่าเป็น
นางที่เท่าไหร่ของตน้ ไหน เชน่ นางที่ 2 ของตน้ ที่ 10 เปน็ ตน้

4.4.12 กรณีท่ีเป็นแปลงท่ีดาเนนิ การในรอบติดตามการเปล่ยี นแปลงแล้วพบวา่ มีต้นท่ี
หายไป เช่น อาจล้มตาย หรือหาซากต้นเดิมไม่เจอให้ ให้บันทึกทุกอย่างของต้นนี้ เป็นค่าเลข 9 ดังนี้ มุม 99
ระยะ 9 รหัสตน้ ไม้ 99999 ความโต 99 ความสูง 9 แล้วทาการบนั ทกึ ลงในช่อง Remark ไว้ดว้ ยวา่ ตน้ ตาย/หาย

4.4.13 กรณีที่เป็นแปลงท่ีดาเนินการในรอบติดตามการเปล่ียนแปลงแล้วพบว่ามตี ้นท่ี
เพ่ิมขึ้นมากกว่าการสารวจคร้ังก่อน ให้ติดลาดับหมายเลขของต้นที่พบใหม่ต่อจากลาดับต้นสุดท้ายของการ
สารวจครงั้ ก่อน

4.4.14 กรณีท่ีเปน็ แปลงท่ีดาเนินการในรอบติดตามการเปลี่ยนแปลงแลว้ พบว่ามีตน้ ท่ี
เพิ่มขึ้นจากการแตกนางข้ึนมาใหม่ของต้นเดิมให้ติดหมายเลขต่อจากลาดับต้นสดุ ท้ายของการสารวจครั้งกอ่ น
แลว้ ทาการบนั ทกึ ลงในชอ่ ง Remark ไว้ดว้ ยว่าเปน็ นางทีเ่ ทา่ ไหรข่ องตน้ ไหน เช่น นางที่ 2 ของตน้ ที่ 10 เป็นตน้

5. การเก็บขอ้ มลู ไมไ้ ผ่ หวาย และตอไม้ (Bamboo, Erect rattan and Tree stump)
5.1 ใชแ้ บบบันทึกข้อมลู ฯ แบบท่ี 5
5.2 เกบ็ ข้อมูลในแปลงตัวอยา่ งรปู วงกลมรศั มี 12.62 เมตร
5.3 การเกบ็ ขอ้ มลู เกีย่ วกับไม้ไผ่ (Bamboo) จะต้องเปน็ ไมไ้ ผ่ที่ยังมีชีวิตอยู่ มีความสูงมากกวา่

หรือเท่ากับ 1.30 เมตรขึ้นไป และให้ตรวจสอบว่ากอไผ่ตกอยู่ในแปลงตัวอย่างท้ังกอหรือไม่ ถ้าอยู่ในแปลง
ตัวอยา่ งเพยี งบางสว่ นให้เกบ็ ข้อมลู เฉพาะส่วนท่อี ยใู่ นแปลงตัวอย่างเท่านนั้ ข้อมูลทเ่ี ก็บคือ

5.3.1 ชนิดและจานวนลาของไมไ้ ผใ่ นกอหนึ่งๆ
5.3.2 ขนาดเสน้ รอบวงเพยี งอกเฉลี่ยของลาไผใ่ นแตล่ ะกอ (เลอื กวดั ลาท่ีเปน็ ตัวแทนทงั้
ทางด้านความโตและความสูงของไผ่ในกอน้ัน ๆ จานวน 1 ลา)
5.3.3 ความยาวเฉลี่ยของลาไผใ่ นแต่ละกอ
5.4 การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับหวายเส้นตั้ง (Erect rattan) จะต้องเป็นเส้นหวายที่ยังมีชีวิตอยู่
มคี วามสงู มากกว่าหรอื เท่ากบั 1.30 เมตรขึน้ ไป เป็นหวายที่ยงั ไม่ทอดเล้ือยและให้ตรวจสอบว่ากอหวายตกอยู่ใน
แปลงตวั อย่างทั้งกอหรอื ไม่ เชน่ เดยี วกับกรณีไมไ้ ผ่ ขอ้ มลู ทเี่ กบ็ คอื

4-8


5.4.1 ชนิดและจานวนเส้นหวายในแต่ละกอ
5.4.2 ขนาดเส้นรอบวงเพียงอกของหวายเส้นที่มขี นาดเล็กทสี่ ดุ ใหญท่ ่สี ดุ และเส้นรอบวง
เฉลีย่ ของเสน้ หวายในกอ
5.4.3 ความยาวเฉลย่ี ของเส้นหวายในกอ
5.5 การเกบ็ ขอ้ มลู เกยี่ วกบั ตอไม้ (Tree stump) จะต้องเปน็ ตอไม้ทีม่ ขี นาดเส้นรอบวงทีป่ ลาย
ตอมากกว่าหรือเท่ากับ 15 เซนติเมตรข้ึนไป และมีความสูงน้อยกว่า 1.30 เมตร (ถ้าตอไม้มีความสูงมากกวา่
1.30 เมตร จะเก็บขอ้ มูลในลกั ษณะเปน็ ต้นไม้) ข้อมูลท่ีเก็บ คือ
5.5.1 ขนาดเสน้ รอบวงของปลายตอ
5.5.2 ความสูงจากระดับพ้ืนดนิ ถงึ ปลายตอ
5.5.3 พิจารณาความเก่าหรือใหมข่ องตอ โดย ตอเกา่ คอื ตอทีม่ อี ายุมากกวา่ หรอื เทา่ กบั
1 ปี ตอใหม่ คอื ตอทม่ี ีอายุน้อยกวา่ 1 ปี

6. การเก็บข้อมลู ไมล้ ้มขอนนอนไพร (Coarse Woody Debris : CWD) หวายเลื้อย (Rattan)
และไมเ้ ถา (Climbers)

6.1 ใช้แบบบันทึกข้อมูลฯ แบบที่ 6 และ 7 ซึง่ มีหวั เรอื่ งท่ีเหมือนกนั ยกเวน้ ค่ามุม Azimuth
6.2 เก็บขอ้ มูลในแปลงตวั อย่างท่ีมลี ักษณะเปน็ เส้นตรง (Transect line) ความยาว 17.84 เมตร
จานวน 2 เสน้ โดยแบบบันทึกฯ ท่ี 6 ใช้เก็บขอ้ มลู ของเสน้ ที่ 1 แบบบันทกึ ฯ ท่ี 7 ใชเ้ ก็บขอ้ มลู ของเส้นที่ 2
6.3 ข้อมูลทที่ าการศกึ ษา

6.3.1 ไม้ CWD คือไม้ล้มขอนนอนไพร เศษไม้ปลายไม้ท่ีตาย หรือหลุดขาดจากต้นเดิม
โดยไม่มีส่วนทีถ่ ูกพยุงหรือค้าจุนลาต้นติดอยู่ในดิน และต้องมีขนาดเสน้ รอบวงตรงจุดที่ Transect line พาดผ่าน
มากกว่า หรอื เท่ากับ 15 เซนติเมตร ข้ึนไป

6.3.2 ไม้เถา เก็บข้อมูลเฉพาะไม้เถาที่ยังมีชีวิตอยู่ และมีขนาดเส้นรอบวง ณ จุดท่ี
Transect line พาดผา่ นมากกว่า หรอื เท่ากบั 15 เซนตเิ มตร ขึ้นไป

6.3.3 หวายเล้ือย เก็บข้อมูลเฉพาะหวายเล้ือยที่ยังมีชีวิตอยู่ ทุกเส้นทุกขนาด
เสน้ รอบวงที่ Transect line พาดผ่าน

6.4 วดั ขนาดและเก็บขอ้ มูล ไม้ CWD หวายเลื้อย และไม้เถา ที่อยูบ่ นและเหนือพน้ื ดนิ ทุกจดุ ที่
เส้น Transect line พาดผ่าน ขอ้ มลู ทต่ี อ้ งบันทกึ แบ่งเป็น 2 ลกั ษณะ คอื

6.4.1 ลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก (Round Pieces) เก็บขอ้ มูล ชนิด เส้นรอบวง
และวดั มุมทที่ ากับแนวระนาบ ตรงจดุ ท่ี Transect line พาดผา่ น

6.4.2 ลักษณะเป็นกองหรือไม่เป็นรูปทรงกระบอก (Accumulation or Odd
Shaped Pieces) เก็บข้อมูลความยาวในส่วนที่ Transect line พาดผ่านและความสูงหรือความหนาของ
สงิ่ นั้น ไม่ต้องระบุชนดิ เน่ืองจากบางคร้งั ส่งิ ที่เก็บขอ้ มลู ผสุ ลาย หรือมหี ลากหลายชนิดกองสมุ กันเปน็ กองใหญ่
ยากต่อการแยกชนิด

4-9


6.5 ในกรณีที่ไม่สามารถวัดขอ้ มลู ได้ เชน่ อยู่สงู เกินไป ใหท้ าการประมาณค่า แล้วบนั ทึกข้อมลู
ในชอ่ ง M/E ดว้ ยตวั อกั ษร E

7. การเกบ็ ข้อมูลปจั จัยทมี่ ผี ลกระทบตอ่ พน้ื ท่ีป่า (Site disturbance)
7.1 ใชแ้ บบบันทึกข้อมูลฯ แบบที่ 11
7.2 เก็บข้อมูลในแปลงตวั อย่างรูปวงกลมรัศมี 17.84 เมตร
7.3 พิจารณาปัจจัยต่างๆ ทั้งท่ีเกิดจากการกระทาของมนุษย์ สัตว์ และเกิดตามธรรมชาติ

ซึ่งมีผลกระทบตอ่ สภาพปา่ พชื พรรณ และสง่ิ แวดล้อม แลว้ บันทกึ ตามหัวข้อท่กี าหนด

8. การเกบ็ ข้อมลู ตวั อย่างพรรณไม้ (Plant specimens)
8.1 ทาการเกบ็ ตัวอย่างพืชหรอื พรรณไมท้ ่ีไมส่ ามารถจาแนกชื่อเปน็ ทางการได้ หรือทราบชอ่ื

ท้องถิ่นแต่ไม่แน่ใจชื่อพฤกษศาสตร์ (Botanical Name) ตามวิธีการเก็บพรรณไม้ พร้อมบันทึกข้อมูลต่างๆ
ใหช้ ดั เจนครบถว้ น เพ่ือให้นกั พฤกษศาสตร์ตรวจหาชอื่ ท่ถี ูกตอ้ งตอ่ ไป

8.2 การเก็บตัวอย่าง ควรเก็บจากพชื ชนิดเดียวกันที่อยู่นอกแปลงตัวอย่างแทน เพื่อไม่ให้เป็น
การรบกวนสภาพพืชพรรณในแปลงตวั อยา่ ง

การดาเนนิ การหลังเสร็จสนิ้ การเก็บข้อมลู

หลังจากดาเนนิ การเก็บข้อมลู ตา่ งๆ ในแปลงตวั อยา่ งเสร็จส้นิ แลว้ ควรดาเนินการดังนี้
1. ตรวจสอบแบบบันทึกข้อมูลทุกแบบทุกหน้าว่าได้บันทึกข้อมูลครบถ้วนถูกต้องแล้วหรือไม่
กรณีที่หัวเรื่องใดไม่มีข้อมูลที่ต้องบันทึกให้กากบาทขีดคร่อมส่วนที่ไม่ใช้ ในส่วนท่ีมีการบันทึกข้อมูลแต่ยังมี
พื้นที่ตอนล่างเหลอื อยใู่ หข้ ดี เส้นใต้ยาวแสดงการสนิ้ สุดขอ้ ความ พรอ้ มขดี ครอ่ มสว่ นท่เี หลอื
2. รวบรวมแบบบันทึกข้อมูลตามข้อ 1 จัดเป็นชุด พร้อมตรวจสอบว่ามีครบทุกแบบหรือไม่
แต่ละแบบมีก่ีหนา้ แลว้ บันทึกลงในแบบบันทกึ ฯ ที่ 1 หัวเร่ือง Tally Sheet Index (Number)
3. ก่อนเดินทางออกจากแปลงตัวอย่าง ให้ตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ให้ครบถ้วนแล้วบันทึกเวลาท่ี
ออกจากแปลงตัวอย่าง ในแบบบันทึกฯ ท่ี 2 หวั เรอื่ ง Time ช่องหมายเลข 4 (Leave Plot)
4. เมื่อเดินทางถึงจุดท่ีรถยนต์หรอื พาหนะจอดอยู่ ให้บันทึกเวลาลงในแบบบันทกึ ฯ ที่ 2 หัวเรอ่ื ง
Time ช่องหมายเลข 5 (Arrive Car)
5. เมือ่ เดินทางถงึ ทพ่ี ัก (Camp) ใหบ้ นั ทกึ เวลาลงในแบบบันทึกฯ ที่ 2 หวั เร่อื ง Time ช่องหมายเลข 6
(Arrive Camp) เป็นอนั เสร็จสน้ิ การปฏิบัตงิ านภาคสนาม

หลังจากเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานภาคสนามในแต่ละรอบ ให้ตรวจสอบและรวบรวมแบบบันทึก
ข้อมูลทุกแบบทุกแปลงตวั อย่างทีป่ ฏิบัติงานในรอบนั้นๆ ส่งให้เจ้าหนา้ ที่ผู้รบั ผิดชอบดาเนนิ การนาเข้าข้อมลู
ตอ่ ไป พรอ้ มนาขอ้ มลู ในเครอ่ื ง GPS บันทกึ ลงในเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ได้

4-10


ตารางผนวกที่ 1

provinceCode provinceThName PROV_EN PROV_ABBR

10 กรุงเทพมหานคร Krung Thep Maha Nakhon BKK
SMP
11 สมุทรปราการ Samut Prakarn NTB
PTT
12 นนทบุรี Nonthaburi AYT
ATG
13 ปทุมธานี Pathum Thani LBR
SBR
14 พระนครศรีอยธุ ยา Phra Nakhon Si Ayutthaya CHN
SRB
15 อา่ งทอง Ang Thong CHB
RAY
16 ลพบรุ ี Lop Buri CTB
TRT
17 สงิ ห์บรุ ี Sing Buri CCS
PCN
18 ชัยนาท Chai Nat NKN
SKW
19 สระบรุ ี Saraburi NKR
BRR
20 ชลบรุ ี Chon Buri SRN
SSK
21 ระยอง Rayong UBR
YST
22 จนั ทบรุ ี Chanthaburi CYP
ANC
23 ตราด Trat NBL

24 ฉะเชงิ เทรา Chachoengsao

25 ปราจนี บรุ ี Prachin Buri

26 นครนายก Nakhon Nayok

27 สระแก้ว Srakaeo

30 นครราชสมี า Nakhon Ratchasima

31 บรุ รี ัมย์ Buri Ram

32 สุรนิ ทร์ Surin

33 ศรสี ะเกษ Si Sa Ket

34 อุบลราชธานี Ubon Ratchathani

35 ยโสธร Yasothon

36 ชยั ภมู ิ Chaiyaphum

37 อานาจเจรญิ Amnaj Charoen

39 หนองบัวลาภู Nong Bua Lamphu


ตารางผนวกที่ 1 (ต่อ)

provinceCode provinceThName PROV_EN PROV_ABBR

40 ขอนแก่น Khon Kaen KHK
41 อุดรธานี Udon Thani UDT
42 เลย Loei LEI
43 หนองคาย Nong Khai NKI
44 มหาสารคาม Maha Sarakham MSK
45 ร้อยเอด็ Roi Et ROE
46 กาฬสินธ์ุ Kalasin KLS
47 สกลนคร Sakon Nakhon SKN
48 นครพนม Nakhon Phanom NPN
49 มกุ ดาหาร Mukdahan MDH
50 เชียงใหม่ Chiang Mai CHM
51 ลาพนู Lamphun LPH
52 ลาปาง Lampang LMP
53 อตุ รดิตถ์ Uttaradit UTD
54 แพร่ Phrae PHR
55 นา่ น Nan NAN
56 พะเยา Phayao PYO
57 เชยี งราย Chiang Rai CHR
58 แมฮ่ อ่ งสอน Mae Hong Son MHS
60 นครสวรรค์ Nakhon Sawan NKS
61 อุทยั ธานี Uthai Thani UTT
62 กาแพงเพชร Kamphaeng Phet KPP
63 ตาก Tak TAK
64 สโุ ขทัย Sukhothai SKT
65 พษิ ณโุ ลก Phitsanulok PSN
66 พจิ ิตร Phichit PCT
67 เพชรบรู ณ์ Phetchabun PCB
Ratchaburi RCB
ราชบุรี
70


ตารางผนวกท่ี 1 (ต่อ) PROV_ABBR
provinceCode provinceThName PROV_EN
KCB
71 กาญจนบุรี Kanchanaburi SPB
NKP
72 สพุ รรณบรุ ี Suphan Buri SSN
SSM
73 นครปฐม Nakhon Pathom PBR
PKK
74 สมุทรสาคร Samut Sakon NST
KRB
75 สมุทรสงคราม Samut Songkram PNG
PHK
76 เพชรบรุ ี Phetchaburi SRT
RAN
77 ประจวบครี ขี นั ธ์ Prachuap Khiri Khan CHP
SKL
80 นครศรีธรรมราช Nakhon Si Thammarat STN
TRN
81 กระบ่ี Krabi PTL
PTN
82 พงั งา Phangnga YAL
NRT
83 ภูเก็ต Phuket BNK

84 สรุ าษฎร์ธานี Surat Thani

85 ระนอง Ranong

86 ชุมพร Chumphon

90 สงขลา Songkhla

91 สตูล Satun

92 ตรงั Trang

93 พทั ลงุ Phatthalung

94 ปัตตานี Pattani

95 ยะลา Yala

96 นราธวิ าส Narathiwat

97 บึงกาฬ Bueng Kan


Click to View FlipBook Version