The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

5 บททักษะ กัญชงกัญชา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by taweepornkenram, 2022-09-14 05:13:09

5 บททักษะ กัญชงกัญชา

5 บททักษะ กัญชงกัญชา

1

2

บนั ทกึ ขอ้ ความ

สว่ นราชการ กศน.ตาบลหัวถนน

ที่ ศธ 0210.2406.15/ วันท่ี กรกฎาคม 2565

เร่ือง รายงานสรุปผลการจดั กจิ กรรมโครงการอบรมใหค้ วามรู้เบือ้ งตน้ คุณประโยชนข์ องกัญชาและกญั ชง

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เรยี น ผู้อานวยการศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อาเภอพนัสนิคม

ดว้ ย กศน.ตาบลหัวถนน สงั กดั ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อาเภอพนสั นิคม
ได้ดาเนนิ การจัดกจิ กรรมพัฒนาทักษะชวี ติ โครงการอบรมใหค้ วามรูเ้ บื้องตน้ คุณประโยชน์ของกญั ชาและกัญชง ใน
วนั ที่ 14 มิถุนายน 2565 ณ ศูนยเ์ รียนรูเ้ ศรษฐกจิ พอเพยี งบา้ นหนองอุดม หมู่ 8 ตาบลหนองเหยี ง อาเภอพนสั นิคม
จงั หวดั ชลบรุ ี ผเู้ ขา้ ร่วมโครงการ 16 คน นน้ั

บัดนีก้ ารดาเนินกจิ กรรมดังกล่าวได้เสร็จสิน้ แลว้ กศน.ตาบลหวั ถนน จงึ ได้จดั ทาสรุปผลการจดั กจิ กรรมการ
ดาเนินงานเพื่อให้ไดข้ ้อมูลสาหรับเปน็ แนวทางในการพัฒนากจิ กรรมต่อไป

จึงเรยี นมาเพ่ือโปรดทราบ

ลงชื่อ ...............................................
(นางสาวทวพี ร เคนรา)
ครู กศน.ตาบลหวั ถนน

ลงชอ่ื ............................................... ลงชอ่ื ...............................................
(นายวชั รินทร์ อุดานนท์) (นางสาวณภษร ศรบี ณุ ยะแก้ว)

ครูอาสาฯ/ งานการศึกษาต่อเน่ือง หัวหน้ากลุ่มการจดั การศกึ ษานอกระบบฯ

ลงชือ่ ...............................................
(นางณชั ธกัญ หมื่นสา)

ผู้อานวยการ กศน. อาเภอพนัสนคิ ม

3

คานา

เอกสารสรุปผลการดาเนินงาน การจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต โครงการอบรมให้ความรู้เบื้องต้น
คุณประโยชน์ของกัญชาและกัญชง ในวันท่ี 14 มิถุนายน 2565 ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านหนองอุดม
หมู่ 8 ตาบลหนองเหียง อาเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี จัดทาข้ึนเพื่อสรุปผลสัมฤทธ์ิและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การ
จัดกิจกรรมของ กศน.ตาบลหัวถนนและกศน.ตาบลหนองเหียง สังกัดศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศัยอาเภอพนัสนิคม กิจกรรมดังกล่าว ดาเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อย ซ่ึงรายละเอียดผลการดาเนินงานต่าง ๆ
ตลอดจนขอ้ เสนอแนะได้สรปุ ไว้ในเลม่

ขอขอบคุณ นางณัชธกัญ หมื่นสา ผู้อานวยการ กศน.อาเภอพนัสนิคม ตลอดจนเจ้าหน้าท่ีงานแผนงาน
เจา้ หนา้ ทีง่ านการศึกษาตอ่ เน่ือง ทใ่ี ห้คาแนะนา คาปรึกษาในการจัดทาเอกสารสรุปและรายงานการประเมินโครงการ
ในคร้ังน้ี กศน.ตาบลหัวถนนหวังเป็นอย่างย่ิงว่า เอกสารเล่มนี้ คงจะเป็นประโยชน์สาหรับผู้ท่ีต้องการศึกษาหาข้อมูล
เพ่ือใชเ้ ป็นแนวทางในการจัดกิจกรรม และหากมีส่ิงหนึ่งสิ่งใดขาดตกบกพร่อง คณะผู้จัดทาต้องขออภัยมา ณ โอกาส
น้ีดว้ ย

กศน.ตาบลหวั ถนน/กศน.ตาบลหนองเหียง
สงั กัด กศน.อาเภอพนัสนิคม

สารบญั 1

คานา หนา้
บทท่ี 1 บทนา
บทที่ 2 เอกสารการศึกษาและรายงานทีเ่ กี่ยวขอ้ ง 1
บทที่ 3 วิธดี าเนินงาน 5
บทท่ี 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 15
บทท่ี 5 สรุป อภิปรายผล ขอ้ เสนอแนะ 17
บรรณานุกรม 23
คณะผู้จดั ทา 24
25

1

บทที่ 1
บทนา

หลักการและเหตผุ ล
จากนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ว่าด้วยนวัตกรรมทางการเกษตรให้มีการคิดค้น ดาเนินการปลูกพืชกัญชา

กัญชง โดยกัญชาให้เน้นเพื่อการแพทย์ กัญชงให้เน้นเพ่ือสุขภาพและเศรษฐกิจ โดยให้ปฏิบัติ ตามกฎหมายท่ีมีอยู่ใน
ปจั จุบันหรอื การแกไ้ ขปรับปรุงกฎหมายในอนาคตตอ่ ไป แต่เม่อื มกี ารดาเนนิ การ กญั ชาในทางการแพทย์ของกระทรวง
สาธารณสุขทผี่ า่ นมายงั มปี ญั หาตง้ั แตต่ น้ น้า(การ ปลูก) กลางนา้ (การแปรรปู กญั ชาเปน็ ยา) ปลายน้า (การจา่ ยใช้ยาเพ่ือ
คนไข้) มีการปลูกกัญชาน้อยมาก จากัดอยู่ในบางพื้นท่ี การแปรรูปกัญชาเพ่ือเป็นยา ยังไม่มีสถานท่ีแปรรูปมากพอ
การใชย้ ากญั ชาในโรงพยาบาลตา่ งๆมีน้อยมาก แม้จะมีการอบรมแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทย หมอพ้ืนบ้าน
จานวนหลายพันคนแล้วก็ตาม ท้ังท่ีมีการใช้ กัญชาใต้ดินอย่างผิดกฎหมาย จานวนหลายแสนคน ดังน้ัน เพ่ือให้มีการ
ดาเนินการเร่ืองกัญชาทางการแพทย์และการใช้กัญชงเพ่ือเศรษฐกิจ จึงควรมีการ ขับเคล่ือนการดาเนินงานในให้
ประชาชนเข้าใจสรรพคุณของกัญชา กัญชง ในการรักษา โดยเริ่มจากอาเภอตาบล ให้มีความชัดเจนไม่ผิดกฎหมาย
เกิดประโยชนก์ บั ประชาชนเปน็ ไปตาม นโยบายของรฐั บาล

จากเหตุผลดังกล่าว กศน.ตาบลหัวถนน และกศน.ตาบลหนองเหียง สังกัด ศูนย์การศึกษานอกระบบและ
การศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี จึงได้จัดทาโครงการอบรมให้ความรู้เบ้ืองต้นคุณประโยชน์ของ
กญั ชาและกญั ชงขน้ึ

วตั ถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื ให้ประชาชนมีความรู้เบอ้ื งตน้ เก่ยี วกบั กฎหมายควบคมุ และประโยชนข์ องกญั ชากัญชง
2. เพ่ือให้ประชาชนได้ประโยชน์ จากกัญชา กัญชง ในการรักษาอยา่ งมีคุณภาพ

เปูาหมายการดาเนนิ งาน
1 เปาู หมายเชงิ ปรมิ าณ
- ประชาชนตาบลหัวถนน จานวน 8 คน
- ประชาชนตาบลหนองเหยี ง จานวน 8 คน
รวมทั้งสิน้ จานวน 16 คน
2 เปาู หมายเชงิ คณุ ภาพ
2.1 เพ่ือใหป้ ระชาชนมคี วามรู้เบื้องต้นเกย่ี วกับกฎหมายควบคุมและประโยชน์ของกญั ชากญั ชง
2.2. เพอ่ื ให้ประชาชนได้ประโยชน์ จากกญั ชา กญั ชง ในการรักษาอย่างมีคุณภาพ

2

วธิ กี ารดาเนินการ

กจิ กรรมหลกั วตั ถปุ ระสงค์ กลมุ่ เปาู หมาย เปาู หมาย พนื้ ทด่ี าเนนิ การ ระยะเวลา งบประมาณ
ครู กศน.ตาบล กศน.
1.ข้ันวางแผน (Plan) เพ่อื เตรยี มความพรอ้ มใน 2 คน 6 ม.ิ ย.65 -
ประชาชน อาเภอพนสั นคิ ม
1.1 ประชมุ วางแผนช้แี จง การดาเนนิ โครงการ ตาบลหัวถนน
ตาบลหนองเหยี ง
การปฏบิ ตั งิ าน

1.2 ประสานเครือข่าย/

จัดหาสถานท่ี

1.3 เตรียมส่ือเอกสารและ

วสั ดุ

1.4 จัดทาโครงการ/

หลกั สตู รและการอนมุ ตั ิ

หลักสตู ร

2.ขน้ั ดาเนนิ การ (Do) 1. เพ่ือให้ประชาชนมี ศนู ยเ์ รียนรู้ 14 มิ.ย.65 งบ
8 คน เศรษฐกจิ พอเพียง ดาเนนิ งาน
จัดโครงการอบรมใหค้ วามรู้ ความรู้เบ้ืองต้น 8 คน บ้านหนองอุดม การศึกษา
เบื้องตน้ คุณประโยชน์ของ เกี่ยวกบั กฎหมาย 16 คน ตาบลหนองเหยี ง เพื่อพฒั นา
กัญชาและกญั ชง ทกั ษะชวี ิต
ควบคมุ และประโยชน์ จานวน
1,840.-
ของกญั ชากญั ชง
บาท
2. เพ่ือใหป้ ระชาชนได้

ประโยชน์ จากกญั ชา

กญั ชง ในการรักษา

อยา่ งมีคณุ ภาพ

3. ประเมินโครงการ 1.เพื่อศกึ ษาความเป็นไป ครู กศน.ตาบล 2 คน กศน. 10 มิ.ย.65 -
-
(Check) ได้ อาเภอพนัสนิคม

3.1 ประเมนิ กอ่ นดาเนิน 2.เพ่อื ศกึ ษาความก้าวหน้า 14 มิ.ย.65

โครงการ ของโครงการ

3.2 ประเมินระหวา่ งดาเนิน 3.เพ่อื ศึกษาความสาเรจ็ 15 มิ.ย.65

โครงการ ของโครงการ

3.3ประเมินหลงั เสร็จส้นิ

โครงการ

4.ขน้ั ปรบั ปรงุ แกไ้ ข เพื่อนาผลการประเมินมา ครู กศน.ตาบล 2 คน กศน. 15 ม.ิ ย.65

(Action) ใชใ้ นการปรบั ปรุงและ อาเภอพนัสนิคม

4.1ประชุมคณะกรรมการ พฒั นาโครงการอบรมให้

โครงการเพอ่ื สรุปผลการ ความรเู้ บ้ืองตน้

ดาเนินงานโครงการ คณุ ประโยชนข์ องกญั ชา

4.2นาผลการดาเนิน และกัญชง

โครงการไปปรบั ปรุงและ

พฒั นาโครงการ

3

วงเงนิ งบประมาณทงั้ โครงการ

โดยใช้เงนิ งบประมาณประจาปี 2565 แผนงานพนื้ ฐานดา้ นการพัฒนาและเสริมสรา้ งศักยภาพทรพั ยากร

มนุษย์ งบดาเนนิ งาน การศึกษาเพ่ือพฒั นาทกั ษะชีวติ กศน.ตาบลหัวถนนและกศน.ตาบลหนองเหียง

จานวน 1,840.-บาท (-หนึ่งพันแปดร้อยส่ีสิบบาทถว้ น-)

ท่ี รายการ จานวน ราคา:หนว่ ย จานวนเงนิ หมายเหตุ

คน (บาท)

1 ค่าตอบแทนวิทยากร 1 คน 400.-บาท 1,200.-บาท 1 คน x 400 บาท x 3 ชม.

2 ปากกา 16 เลม่ 5.-บาท 80.-บาท

3 อาหารวา่ งพรอ้ มน้าดมื่ 16 คน 35.-บาท 560.-บาท 16 คน x 35 บาท x 1 มอ้ื

รวมทง้ั สนิ้ 1,840.-บาท

แผนการใชจ้ า่ ยงบประมาณ เปน็ รายไตรมาส

กจิ กรรมหลกั ไตรมาสที่ 1 ไตรมาสที่ 2 ไตรมาสที่ 3 ไตรมาสท่ี 4
(ต.ค.-ธ.ค. พ.ศ.2564) (ม.ค.-ม.ี ค. พ.ศ. 2565) (เม.ย.-ม.ิ ย. พ.ศ.2565) (ก.ค.-ก.ย. พ.ศ. 2565)
1.การอบรม
2.กระบวนการแลกเปล่ียน - - 1,840.-บาท -
เรียนรู้

ผรู้ บั ผดิ ชอบโครงการ

1 นางสาวเฟือ่ งฟูา คลังสินธ์ ตาแหนง่ ครู อาสาสมัคร กศน.

2 นายวชั รนิ ทร์ อดุ านนท์ ตาแหน่ง ครู อาสาสมัคร กศน.

3 นางสาวทวีพร เคนรา ตาแหน่ง ครู กศน.ตาบลหัวถนน

4 นางสาวณฐั วรรณ เลอื ดสงคราม ตาแหนง่ ครู กศน.ตาบลหนองเหียง

เครอื ขา่ ย

1 ศูนยเ์ รียนรูเ้ ศรษฐกจิ พอเพียงบ้านหนองอุดม ตาบลหนองเหียง อาเภอพนัสนคิ ม จงั หวัดชลบุรี

2 องค์การบริหารส่วนตาบลหนองเหียง ตาบลหนองเหียง อาเภอพนสั นิคม จังหวดั ชลบรุ ี

โครงการทเี่ กย่ี วขอ้ ง

1 โครงการพัฒนาระบบฐานขอ้ มลู ภาคเี ครอื ขา่ ย

2 โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศและฐานข้อมลู ในการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย

จังหวดั ชลบุรี

3 โครงการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทกั ษะชีวิต

ผลลัพธ์ (Out come)

ผู้เขา้ รับการอบรมมีความรู้ความเขา้ ใจความรู้เบื้องตน้ เก่ยี วกบั กฎหมายควบคุมและประโยชนข์ องกัญชา

กัญชงทางการแพทย์ใช้รักษาโรคได้อยา่ งมีคุณภาพในการรักษาอย่างมคี ุณภาพ

4

ดชั นตี วั ชวี้ ดั ผลสาเรจ็ ของโครงการ
1 ตวั ชี้วดั ผลผลิต (Output)
รอ้ ยละ 80 ของผเู้ ข้ารบั การอบรม มคี วามรคู้ วามเข้าใจความรู้เบอ้ื งตน้ เก่ยี วกบั กฎหมายควบคมุ และ

ประโยชนข์ องกัญชา กญั ชง
2 ตวั ชวี้ ัดผลลัพธ์ (Outcomes)
ร้อยละ 80 ของผู้เข้ารบั การอบรม นาประโยชน์ จากกญั ชา กญั ชง ไปใช้ในการรักษาอยา่ งมคี ณุ ภาพ

การตดิ ตามและประเมนิ ผลโครงการ
1 ประเมนิ ก่อนดาเนนิ โครงการเพอ่ื ศกึ ษาความเป็นไปไดข้ องโครงการ
2 ประเมนิ ระหว่างดาเนนิ โครงการเพื่อศึกษาความก้าวหน้าของโครงการ
3 ประเมนิ หลงั เสรจ็ ส้นิ โครงการเพื่อศึกษาความสาเรจ็ ของโครงการ

5

บทที่ 2
เอกสารการศกึ ษาและรายงานทเี่ กี่ยวขอ้ ง

ในการจดั ทารายงานครง้ั นี้ ไดท้ าการศกึ ษาค้นคว้าเน้ือหาจากเอกสารการศึกษาและเน้ือหาทีเ่ ก่ียวข้อง
ดงั ต่อไปน้ี

2.1 กัญชงกบั กญั ชาต่างกันอยา่ งไร
2.2 ประโยชนข์ องกญั ชาและกญั ชง
2.3 ผลข้างเคยี งของกญั ชามีมากมาย
2.4 วธิ ีลดความเส่ียงตอ่ การเกิดผลข้างเคยี งของการใช้กัญชา
2.5 ปลดลอ็ ค...กัญชาทางการแพทยเ์ สรี
2.6 สายพนั ธกุ์ ญั ชา
2.7 คณุ ธรรม จริยธรรมในการทางาน

2.1 กัญชงกบั กัญชาตา่ งกนั อย่างไร
หลายคนอาจสงสัยว่า กัญชงกับกัญชาต่างกันอย่างไร เพราะรูปร่างหน้าตาก็คล้ายกันจนแทบแยกไม่ออก ถ้า

ไม่สังเกตดีๆ หากเป็นพืชตระกูลเดียวกันจะมีสรรพคุณเหมือนกันหรือไม่ มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เรารวม
คาตอบมาให้แล้ว กัญชงกับกัญชาเป็นพืชตระกูลเดียวกัน แต่คนละสายพันธุ์กัญชา (Marijuana) และกัญชง (Hemp)
พืชทั้งสองชนิดเป็นพืชล้มลุกที่มีถิ่นกาเนิดเดียวกันในวงศ์ Cannabaceae ที่อยู่ในตระกูล Cannabis เหมือนกัน
ต่างกันที่สายพันธุ์ย่อยจึงทาให้กัญชงและกัญชามีลักษณะที่คล้ายกัน โดยจะแตกต่างกันในด้านลักษณะทางกายภาพ
และปริมาณสาระสาคญั ดังตอ่ ไปนี้
กัญชง ลักษณะทางกายภาพและสารสาคญั

 กญั ชง (Hemp)
 ช่อื วิทยาศาสตร์: Cannabis sativa L.subsp. Sativa
 สขี องใบ: เขียวอ่อน
 ลกั ษณะใบ: ใบเรยี ว เรยี งตวั ห่างกว่าใบกัญชามีแฉกประมาณ 7-11 แฉก
 ลาตน้ : ลาต้นสูงเรยี วมากกวา่ 2 เมตร
 ก่ิงก้าน: แตกกิง่ ก้านน้อย
 เสน้ ใย: เสน้ ใยใหป้ ริมาณมากกว่ากัญชาและมีคณุ ภาพสงู
 เมลด็ : มีขนาดใหญ่ ผวิ เมลด็ เรียบ มีลายบา้ ง
 ปริมาณสาร THC (Tetrahydrocannabinol): THC ไม่เกนิ 1%
 ปริมาณสาร CBD (Cannabidiol): CBD เกิน 2%
 ประโยชน์: มักนาแปรรูปมาใช้ในงานส่ิงทอ, ทากระดาษ, เมล็ดสกัดสาหรับอุตสาหกรรมอาหารและ

เคร่ืองสาอาง

6

กัญชา ลักษณะทางกายภาพและสาระสาคัญ
 กัญชา (Marijuana)
 ชอื่ วิทยาศาสตร:์ Cannabis sativa L.subsp. Indica
 สขี องใบ: เขียวเข้ม
 ลักษณะใบ: ใบหนากว้าง เรียงตวั ชิดกัน มีแฉกประมาณ 5-7 แฉก
 ลาต้น: ลาตน้ เต้ียเปน็ พุ่มสูงไม่เกิน 2 เมตร
 กิง่ ก้าน: แตกก่ิงกา้ นมาก
 เสน้ ใย: เส้นใยคณุ ภาพต่ากวา่ กัญชง
 เมลด็ : มีขนาดเล็กกว่า ผวิ มีลกั ษณะมนั วาว
 ปรมิ าณสาร THC (Tetrahydrocannabinol): THC เกนิ 1%
 ปรมิ าณสาร CBD (Cannabidiol): CBD ไมเ่ กิน 2%
 ประโยชน์: นิยมนามาสกัดเปน็ ยารักษาโรคและใชใ้ นทางการแพทย์
ส่งิ ทีแ่ ตกตา่ งกันระหว่างกัญชงและกัญชากค็ ือปริมาณสาร THC ซง่ึ มีฤทธต์ิ อ่ จติ ประสาท ทาใหเ้ กิดอาการ

เคล้ิมและง่วง หรือทเ่ี รียกกนั ว่า “เมากญั ชา” ในกญั ชงมีปริมาณน้อยกวา่ รวมถึงลักษณะของเสน้ ใยกญั ชงท่ีมักจะ
นามาใชใ้ นอุตสาหกรรมสิ่งทอต่างๆ เช่น เสอื้ ผา้ แฟชน่ั ขณะท่ีกัญชามักจะถูกนาไปใชท้ างการแพทยม์ ากกว่า

ดังน้ันแมว้ ่าทงั้ กัญชงและกัญชาจะเป็นพืชท่ีอย่ใู นตระกูลเดยี วกนั และมีหน้าตาคลา้ ยกันมาก แต่ประโยชน์ที่
นามาใช้งานค่อนขา้ งแตกตา่ งกันอย่างชดั เจน
2.2 ประโยชนข์ องกัญชา

กัญชาเปน็ พืชสมนุ ไพรท่มี สี ารออกฤทธิ์ (Bioactive compounds) กว่า 400 ชนิด พบมากท่ีสุดเป็นสารแคนนาบิ
นอยด์ส (cannabinoids) ได้แก่ เตตร้าไฮโดรแคนนาบินอยด์ (delta-9-/delta8 tetrahydrocannabinol : THC)
และแคนนาบิไดอัล (cannabidiol : CBD) ออกฤทธิ์ ยับย้ัง กระตุ้น ระบบประสาท ฮอร์โมน ภูมิคุ้มกัน ผ่านระบบ
Endocannabinoid ของร่างกาย มีถ่ินกาเนิดในทวีปเอเชยี แตส่ ามารถปลูกได้ทุกประเทศทั่วโลก ใช้เป็นยาต้ังแต่สมัย
โบราณ มีบันทึกในตาราอายุรเวทของชนเผ่าต่างๆ มานานกว่า 3,000 ปี ในประเทศไทยกฎหมายไม่อนุญาตให้ใช้ใน
ด้านนันทนาการ แต่ให้ใช้กัญชาเพ่ือการดูแลรักษาผู้ปุวยและการศึกษาวิจัย (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 18
กุมภาพนั ธ์ 2562) ความรเู้ รือ่ งประโยชน์ของกัญชาทางการแพทย์มีการเปล่ียนแปลงตลอดเวลาจนไม่มีคาว่าล่าสุด แต่
หลักการสาคัญคือการรักษาต้องไม่ก่อให้เกิดโทษ (DO NO HARM) ในกรณีของโรคที่ไม่มีข้อมูลการรักษาท่ีชัดเจน
โดยเฉพาะอาจทาให้เกิดโทษมากกว่าประโยชน์ ควรรอผลสรุปของงานวิจัยที่เช่ือถือได้ แต่งานวิจัยเกี่ยวกับกัญชาทาง
การแพทยเ์ ปน็ ไปอย่างเช่ืองช้า ไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์การต้องการการรักษาด้วยกัญชาที่เกิดขึ้นในสังคมไทย
ตอ้ งแกไ้ ขอปุ สรรคและปญั หาของงานวิจยั ดังน้ี

1.ควรสนับสนนุ งานวิจยั กัญชาทางการแพทย์ทั้งในด้านปรมิ าณและคุณภาพ เพ่ือทจี่ ะสรปุ ถึงผลดีผลเสีย
ผลขา้ งเคียง อันตรายระยะสน้ั ระยะยาว

2.ควรสนบั สนุนผทู้ าวจิ ยั จะเขา้ ถึงกญั ชาในแงข่ องคณุ ภาพ ปรมิ าณ ชนิดของกัญชา เพื่อนามาวจิ ยั ถงึ โทษและ
ประโยชน์ของกญั ชาทางการแพทย์

7

3.ควรสนบั สนนุ เครอื ขา่ ยท้ังภาครฐั และเอกชน โดยไม่มีผลประโยชนท์ ับซ้อน สนบั สนนุ งานวิจยั กญั ชาทาง
การแพทยท์ ี่หลากหลาย เพือ่ ใหท้ ราบถึงโทษและประโยชนท์ างการแพทย์อย่างแทจ้ รงิ

4.ควรสนับสนนุ การพัฒนามาตรฐานระเบยี บวธิ วี จิ ยั เกีย่ วกับกัญชาใหเ้ ป็นทีเ่ ช่ือถือได้ เพื่อท่จี ะทราบถึงผลทั้งระยะ
ยาวระยะส้ันของกัญชาต่อสุขภาพ

5.การส่ังจา่ ยกญั ชาทางการแพทย์ของบุคลากรทางการแพทย์
ประโยชนข์ องสารสกดั กญั ชา แบง่ เปน็ 3 กลุม่ ดงั น้ี (The Health Effects of Cannabis and
Cannabinoids.The current State of Evidence and Recommendation for research
ไดป้ ระโยชนใ์ นการรักษา มีข้อมูลสนับสนุนทางดา้ นวิชาการชัดเจน ได้แก่
ข้อตกลงและขอ้ แนะนาระหวา่ งกรมการแพทย์กบั บคุ ลากรทางการแพทยท์ ผ่ี า่ นการอบรมหลกั สตู รการใชก้ ญั ชา
ทางการแพทยท์ ก่ี ระทรวงสาธารณสขุ รับรอง
1. ไมใ่ ช้กัญชาเปน็ การรักษาลาดับแรก ยกเวน้ ในกรณีท่ีไดร้ ับข้อมูลทางการแพทย์ และเปน็ ความประสงค์ของ

ผปู้ ุวยและครอบครวั ตามสทิ ธิข้ันพนื้ ฐาน
2. ผลิตภณั ฑ์กญั ชาที่นามาใช้ตอ้ งปราศจากสารปนเปื้อนและสารอนั ตรายต่างๆ ในกรณีทไ่ี ม่ทราบปรมิ าณและ

อตั ราส่วนของ THC และ CBD การใช้ควรใหป้ รมิ าณนอ้ ยท่ีสุดและเพิ่มขนาดทลี ะน้อย
3. ผลติ ภณั ฑก์ ญั ชาที่นามาใช้ตอ้ งคานึงถึงความปลอดภยั และประสทิ ธิผล มีการติดตามผู้ปวุ ยอย่างใกลช้ ิด
4. ควรจากดั การใช้ผลิตภัณฑ์กญั ชาเม่ือการรักษามาตรฐานไม่ไดผ้ ล ผปู้ ุวยไมส่ ามารถทนการรักษา หรอื นามา

เปน็ การรกั ษาเสรมิ
5. ผู้สั่งใชผ้ ลติ ภัณฑก์ ัญชาควรเป็นแพทยผ์ ู้เชีย่ วชาญเฉพาะทาง หรอื อยภู่ ายใต้การกากับดแู ลแนะนา
6. ผูส้ ั่งใช้ต้องผา่ นการอบรมหลักสูตรการใชก้ ญั ชาทางการแพทย์ท่ีกระทรวงสาธารณสุขรับรอง
7. ในปัจจุบนั มหี ลายโรค หลายภาวะ ท่ียงั ไม่มีหลักฐานที่จะยอมรับหรือปฏเิ สธการรักษาดว้ ยกญั ชา แพทย์ตอ้ ง

ใช้หลกั SAS (Special Access Scheme) รกั ษากรณีจาเป็นสาหรบั ผ้ปู ุวยเฉพาะราย ซง่ึ มีแนวทางและ
รายละเอียดของการสั่งจา่ ยกัญชาทางการแพทย์ ท้งั ควรรีบเรง่ ทาการศึกษาวิจัยทีเ่ ชื่อถือได้ เพ่ือกญั ชาทาง
การแพทย์จะได้เปน็ ประโยชน์สดุ ต่อส่วนรวม

1. ได้ประโยชน์ในการรักษา มีข้อมูลสนับสนนุ ทางดา้ นวชิ าการชัดเจน ไดแ้ ก่
1. การเจบ็ ปวดเรือ้ รงั ในผูใ้ หญ่
2. ภาวะคลื่นไส้อาเจียนในผปู้ ุวยที่ไดร้ บั เคมบี าบัด
3. อาการกลา้ มเนื้อหดเกรง็ ในผู้ปุวยปลอกประสาทเสื่อมแขง็ (MS)
4. โรคลมชักที่รกั ษายากในเดก็ และโรคลมชกั ที่ด้ือยา
5. ภาวะปวดประสาททีร่ ักษาดว้ ยวิธอี ่ืนๆ แลว้ ไม่ได้ผล

8

2. นา่ จะได้ประโยชนใ์ นการรักษา ในการควบคุมอาการ ซงึ่ ควรมีขอ้ มูลทางวิชาการสนับสนุนหรอื วิจยั เพิ่มเติมใน
ประเดน็ ความปลอดภัยและประสทิ ธิผลเพอื่ สนับสนนุ การนามาใช้ เช่น
1. ทาใหก้ ารนอนหลบั ดีข้ึนในคนไขท้ ่ีมกี ารรบกวนการนอน หยุดหายใจจากการอดุ กั้น (OSAS :
Obstructive sleep apnea syndrome)
2. ปวดพังผืดและกลา้ มเน้ือ (Fibromyalgia)
3. โรคพาร์กนิ สัน
4. โรคอัลไซเมอร์
5. โรควิตกกงั วลท่ัวไป
6. ผู้ปุวยท่ีต้องดูแลแบบประคับประคอง, มะเร็งระยะสดุ ท้าย
7. เพ่มิ การอยากอาหาร ลดการสูญเสียนา้ หนักในผปู้ ุวยเอชไอวี/เอดส์
8. ลดอาการตนื่ เต้น ทดสอบโดยการพดู ในท่สี าธารณะ ในโรคกงั วลตอ่ การเขา้ สังคม (Social anxiety
disorder)
9. ลดอาการภาวะปุวยทางจิตจากเหตุการณร์ ุนแรง (PTSD :Posttraumatic stress disorder)

3. อาจมีประโยชน์ในการรักษา แต่ยังขาดข้อมลู จากงานวิจยั สนบั สนนุ ที่ชัดเจนเพียงพอในประเดน็ ความ
ปลอดภยั และประสทิ ธิผล ซง่ึ ต้องศึกษาวจิ ยั ในหลอดทดลองและสตั วท์ ดลองก่อนนามาศึกษาวิจัยในมนุษย์
เชน่ สมองเสื่อม (Dementia) และการรักษาโรคมะเร็งชนดิ ตา่ งๆ

2.3 ผลขา้ งเคยี งของกญั ชามมี ากมาย
1.ผลข้างเคียงระยะส้ันต่อระบบประสาท ได้แก่ เวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ปากแห้ง ท้องผูก ง่วงนอน ลด

สมาธิและการใส่ใจ ลดความจา ง่วงนอน หูแว่ว เห็นภาพหลอน เคลื่อนไหวผิดปกติ กล้ามเนื้อล้า เพลียง่าย เพิ่ม
อุบตั ิเหตุทางยวดยานผล

2.ข้างเคียงระยะยาวต่อระบบประสาท อาจจะมีผลต่อความจาระยะยาว ความสามารถในการวางแผน การ
ตดั สินใจ อาจเพม่ิ ความเสย่ี งตอ่ โรคหลอดเลือดสมอง

3.ในเยาวชนอายตุ ่ากว่า 25 ปี ท่ีไม่มีข้อบ่งชี้ในการใช้กัญชาทางการแพทย์ อาจทาให้ไอคิวลดลง ลดความจา
สมาธิ และการใส่ใจ เส่ยี งตอ่ โรคซึมเศร้า

4.ไมใ่ ชใ้ นคนตง้ั ครรภ์ เพราะอาจจะมีผลกระทบตอ่ สมองและพฒั นาการท่ีลา่ ชา้ ของลกู
5.ในคนไขส้ ูงอายุ ระวังทรงตัวไมด่ ี พลดั ตก หกล้ม ลดความจา เส่ียงต่อหัวใจเต้นผิดปกติ กล้ามเน้ือหัวใจตาย
อาการทางจิต ฆา่ ตัวตาย โรคหัวใจและหลอดเลอื ดอาจกาเริบ
6.ปฏิกิริยาต่อยา เพ่ิมระดับยากันการแข็งตัวของเลือด ยาละลายลิ่มเลือด ทาให้เกิดเลือดออกผิดปกติ ทาให้
ระดบั ยากนั ชกั สูงจนมีผลกบั ตับ ยาตา้ นซึมเศร้าระดบั สงู มีผลตอ่ อารมณ์
7.คนไขโ้ รคจิต หรอื มีประวตั ิครอบครวั เปน็ โรคจิต อาจส่งผลให้อาการทางจิตเป็นมากขึ้นได้

9

2.4 วธิ ลี ดความเสยี่ งต่อการเกดิ ผลขา้ งเคยี งของการใชก้ ญั ชา
1. ต้องไม่ใช้กัญชาเพื่อเป็นนนั ทนาการ แตใ่ ชเ้ พ่ือการรักษาทางการแพทย์เทา่ นั้น
2. ต้องใช้สารสกัดกญั ชาท่ีเช่ือถอื ได้ ทราบสว่ นผสม หรอื เป็นกัญชาในยาตารบั แผนไทย
3. ใชใ้ นจานวนน้อยท่ีสุดตามคาแนะนา ไม่ควรเพ่ิมจานวนโดยพลการ
4. ปรกึ ษาผ้รู ู้ ผูเ้ ชย่ี วชาญ เกีย่ วกับการรกั ษาด้วยกญั ชา หรอื แพทยท์ ผี่ ่านการอบรมหลกั สตู รการใช้กญั ชาทาง
การแพทย์ที่กระทรวงสาธารณสขุ รบั รอง
5. มอี าการผดิ ปกติ เช่น ใจเตน้ ใจส่ัน หนา้ มดื เป็นลม คลื่นไส้ อาเจยี น เวยี นศรี ษะรนุ แรง มีความผดิ ปกตทิ างจิต
สบั สน ประสาทหลอน หมดสติ ไมร่ ตู้ วั ฯลฯ ควรพบแพทย์ทันที
6. ประชาชนคนไทยทกุ คนต้องติดตามความรู้การใช้กญั ชาทางการแพทย์อย่างใกล้ชดิ อย่าเช่อื คาโฆษณา อย่า
หลงกลเช่อื คาชกั ชวนตกเปน็ เหย่อื ทางธุรกิจ อยา่ ซ้ือกญั ชาทีไ่ ม่ทราบท่ีมาที่ไปส่วนผสมมาใช้
7. หากเปน็ โรคที่มยี าแผนปัจจุบันรักษาไดผ้ ลดีไม่ควรหยุดการรกั ษาแลว้ มาใช้กัญชาเดยี่ วๆ เพราะหากยังไม่มี
งานวิจัยยืนยันถงึ ประสทิ ธิภาพ ประสทิ ธผิ ลอาจเกดิ อนั ตรายถึงชีวติ
8. ใชก้ ญั ชาทางการแพทยแ์ ลว้ อาการตา่ งๆ ไม่ดีข้ึน มผี ลข้างเคยี งรนุ แรง ควรหยดุ ใชท้ ันที

2.5 ปลดลอ็ ค...กญั ชาทางการแพทยเ์ สรี
กองควบคุมวัตถุเสพติดกัญชา สานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ระบุว่า ส่วนของกัญชา กัญชง

และสารสกัดแคนนาบิไดออล (CBD) ท่ีใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารเพื่อผลิตจาหน่าย ต้องเป็นเฉพาะส่วนของพืชที่
กาหนดในประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ เมล็ดกัญชง น้ามันจากเมล็ดกัญชง โปรตีนจากเมล็ดกัญชง
ผลิตภัณฑ์อาหารท่ีใช้เปลือก ลาต้น เส้นใย ก่ิงก้าน รากและใบ ซึ่งไม่มียอดหรือช่อดอกติดมาด้วย และผ ลิตภัณฑ์
อาหารท่ีมีการใช้ประโยชน์จากสารสกัด CBD ผู้ประกอบการสามารถขอขึ้นทะเบียนตารับอาหารหรือขออนุญาตใช้
ฉลากอาหาร เพอ่ื รบั เลขสารบบอาหาร และต้องมีคุณภาพหรือมาตรฐาน เง่ือนไขชนิดอาหาร ปริมาณ THC และ CBD
และแสดงคาเตือนเป็นไปตามท่ีประกาศกาหนด ทั้งนี้ ผู้ประกอบการท่ีประสงค์จะผลิตอาหารเพ่ือจาหน่าย ต้อง
ดาเนินการยืน่ ขอรับเลขสถานทผ่ี ลิตอาหารและเลขสารระบบอาหารดว้ ย
2.6 สายพนั ธก์ุ ญั ชา

10

กัญชา เปน็ พืชสกลุ Cannabis อยใู่ นวงศ์ Cannabaceae มี 3 สายพันธ์ทุ ีพ่ บบ่อย ไดแ้ ก่ สายพันธ์ุซาติวา
(Cannabis sativa) สายพันธอ์ุ นิ ดกิ า (Cannabis indica) และสายพนั ธ์ุรเู ดอราลิส (Cannabis ruderalis) สว่ นคาวา่ มาลี
ฮวนน่า (Marijuana) เปน็ คาแสลงท่ีใชส้ ่วนดอกของต้นกญั ชานามาสบู

ซาตวิ า (Cannabis sativa)
เปน็ ภาษาละตนิ แปลว่า เพาะปลูก ต้ังโดย คาโรรสั ลิน

เนียส Carolus Linnæus หรอื Carl Linnaeus) นัก
พฤกษศาสตร์ชาวสวีเดน โดยจัดวงศพ์ ชื ชนิดนีไ้ ว้เม่ือปี ค.ศ. 1753
(พ.ศ. 2296) มแี หลง่ กาเนดิ บรเิ วณเส้นศูนย์สตู ร เชน่ โคลัมเบยี
เม็กซิโก (ทวปี อเมริกา) ตอนกลางของทวปี แอฟรกิ า และเอเชยี
ตะวนั ออกเฉียงใต้ซาติวามลี าต้นหนา ความสูงเมื่อเตบิ โตเต็มทีป่ ระมาณ 6 เมตร ใบยาว เรยี ว สเี ขยี วออ่ น (เมื่อเทียบ
กับอินดิกา) ระยะเวลาการเติบโตพรอ้ มเกบ็ เกย่ี ว 9-16 สปั ดาห์ ชอบแดดและ อากาศร้อน ซาตวิ ามสี าร THC
(Tetrahydrocannabinol) ทอ่ี อกฤทธิ์กระต้นุ ประสาท (Psychoactive) สงู กวา่ อนิ ดิกา
อนิ ดกิ า (Cannabis indica)

ผ้คู ้นพบสายพันธ์ุน้ีคือ ฌอง-แบ๊บตสิ ท์ ลามารค์
(Jean-Baptiste Lamarck) ทหารนักชวี วิทยา ชาว
ฝรัง่ เศส ผู้ตง้ั ชอ่ื และตีพิมพค์ วามร้เู ร่อื งกญั ชาสายพันธ์นุ ี้
ในปี ค.ศ. 1785 (พ.ศ. 2328) กญั ชาสายพนั ธ์อุ นิ ดิกาได้
ช่ือตามแหล่งกาเนดิ ท่ีคน้ พบในอินเดยี และบริเวณ
ตะวันออกกลางอนิ ดิกามีลาต้นพมุ่ เตีย้ ความสูงเม่ือ
เติบโตเต็มที่ประมาณ 180 เซนติเมตร ใบกว้าง ส้ัน สีเขียวเขม้ (เม่ือเทยี บกับซาติวา) ก่งิ ก้านดกหนา ระยะเวลาการ
เติบโตพรอ้ มเก็บเกย่ี ว 6-8 สปั ดาห์ ชอบทีร่ ่มและอากาศเย็น อนิ ดกิ ามสี าร CBD (Cannabidiol) ซ่ึงออกฤทธ์ิระงับ
ประสาท (Sedative) ทาให้กล้ามเน้ือผอ่ นคลาย ลดอาการปวดเรอ้ื รงั
รเู ดอราลสิ (Cannabis ruderalis)

ผู้ตพี มิ พเ์ รื่องราวกัญชาสายพันธนุ์ ้คี นแรก คอื นักพฤกษศาสตรช์ าวรัสเชยี ดี.อ.ี จานิสเชสกี้ (D.
E.Janischewsky) เมอื่ ปี ค.ศ. 1924 (พ.ศ.
2467) กัญชาสายพันธร์ุ ูเดอราลิสมีแหลง่ กาเนิด
บริเวณตอนกลางและตะวนั ออกของทวปี ยุโรป รู
เดอราลสิ มลี าตน้ เต้ยี ทีส่ ดุ ในบรรดา 3 สายพันธุ์
ดูคล้ายวชั พืช ใบกวา้ งมี 3 แฉก เติบโตเรว็ อย่ไู ด้
ท้ังอากาศร้อนและเย็น ปรมิ าณสาร THC น้อย
(เมื่อเทียบกับสองสายพันธแุ์ รก) แตม่ ี CBD สูง
มกั นาไปผสมข้ามสายพันธุ์ (hybrid) กับซาติวาและอนิ ดิกา เพอื่ ให้ได้ คุณสมบัติทางยา

ประโยชนข์ องสาร THC และ CBD ในกัญชา

11

 สาร CBD มีฤทธ์ิช่วยลดการอกั เสบ ลดการชักเกรง็ ชว่ ยให้สงบ ผ่อนคลาย และมีคณุ สมบตั ิยังยง้ั การ
เจรญิ เตบิ โตของเซลลเ์ นอ้ื งอกหลายชนดิ ในหลอดทดลอง

 สาร THC มผี ลต่อจิต ประสาท ทาใหผ้ อ่ นคลาย นอนหลับ ลดอาการคลน่ื ไส้ อาเจยี น และกระตุ้นให้อยาก
อาหาร

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 3 หว่ ง
หว่ ง 1. ความพอประมาณ หมายถงึ ความพอดที ี่ไมน่ ้อยเกินไปและไม่มากเกนิ ไป โดยไม่เบียดเบียนตนเอง

และผอู้ น่ื เช่น การผลิตและการบรโิ ภคทีอ่ ยู่ในระดบั พอประมาณ
หว่ ง 2. ความมเี หตุผล หมายถงึ การตดั สินใจเกย่ี วกับระดับของความพอเพียงนน้ั จะต้องเปน็ ไปอยา่ งมเี หตผุ ล

โดยพจิ ารณาจากเหตุปจั จัยทเี่ กย่ี วข้องตลอดจนคานงึ ถงึ ผลที่คาดวา่ จะเกิดขึน้ จากการกระทาน้นั ๆ อย่างรอบคอบ
หว่ ง 3. การมีภูมิคุ้มกนั ทด่ี ใี นตัว หมายถึงการเตรียมตวั ให้พร้อมรับผลกระทบ และการเปลย่ี นแปลงด้าน

ต่าง ๆ ทจ่ี ะเกิดขึน้ โดยคานึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณต์ า่ ง ๆ ที่คาดวา่ จะเกดิ ขน้ึ ในอนาคตทั้งใกลแ้ ละไกล
ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 2 เง่อื นไข
1. เงอื่ นไข ความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรูเ้ ก่ยี วกับวชิ าการตา่ ง ที่เกย่ี วข้องอยา่ งรอบดา้ น ความรอบคอบท่ี

จะนาความรู้เหลา่ นั้นมาพิจารณาใหเ้ ชอื่ มโยงกนั เพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวงั ในขัน้ ปฏบิ ัติ
2. เงอื่ นไข คุณธรรม ทีจ่ ะตอ้ งเสริมสรา้ งประกอบดว้ ย มีความตระหนักในคุณธรรม มคี วามช่อื สัตย์สจุ ริต และ

มีความอดทน มีความพากเพียร ใชส้ ตปิ ญั ญาในการดาเนนิ ชวี ิต

สว่ นคาถามทวี่ า่ 3 หว่ ง 2 เงื่อนไข 4 มติ ิ คอื อะไร

12

หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง Sufficiency Economy
เศรษฐกจิ พอเพยี ง คืออะไร
3 ห่วง 2 เงอ่ื นไข สมดุล 4 มติ ิ
3 ห่วง ความพอประมาณ มีเหตุผล มภี มู คิ มุ้ กัน
2 เงื่อนไข มคี ุณธรรม นาความรู้
(เงอื่ นไขความรู้ 3 ร รอบรู้ รอบครอบ ระมดั ระวงั )
(เงือ่ นไขคุณธรรม ซื่อสตั ยส์ จุ ริต อดทน เพียร มสี ติ)
สมดลุ 4 มติ ิ
เศรษฐกจิ สง่ิ แวดลอ้ ม สังคม วัฒนธรรม (กจิ ลอ้ ม สงั วัฒนธรรม)
หลกั ความพอดี 5 ประการ หลกั เหตผุ ล 5 ประการ หลักภมู คิ มุ้ กนั 2 หลกั
จิตใจ ประหยัด ลดคา่ ใช้จา่ ยทกุ ดา้ น ภูมปิ ัญญา
รอบรู้ รอบครอบ ระมดั ระวงั
สงั คม ประกอบอาชพี สุจรติ
ทรพั ยากร เลิกแก่งแย่งผลประโยชน์
เทคโนโลยี ไม่หยดุ นิ่งในการแกป้ ัญหาความทุกขย์ ากในชวี ิต ภูมธิ รรม
ซ่ือสตั ย์สจุ ริต ขยัน อดทนและแบง่ ปัน
เศรษฐกิจ ปฏบิ ัติตนลดละเลิก อบายมุข

13

เปาู หมายของหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
พ่ึงตนเองได้ระดับหนึ่ง อยรู่ ่วมกับผูอ้ ื่นในสงั คมได้อยา่ งสันตสิ ขุ อยู่ร่วมกบั ธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ มได้อยา่ ง

ยง่ั ยืน
การประยุกต์ใช้เศรษฐกจิ พอเพียง เร่มิ จากระดับตัวเอง ครอบครัว องคก์ ร ชุมชน สังคม ประเทศชาติ 3 ห่วง

2 เงือ่ นไข สมดลุ 4 มิติ (ดา้ นวตั ถุ สังคม สงิ่ แวดล้อม และวัฒนธรรม)
ลาดบั ข้ันตอนการพัฒนาเศรษฐกจิ พอเพียงได้ ตวั เอง ครอบครวั องคก์ ร ชุมชน สงั คม ประเทศชาติ

หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ตรงกบั หลกั ธรรม สปั ปรุ สิ ธรรม 7
1.(ความพอประมาณ)
มตั ตัญญตุ า เป็นผรู้ ู้จกั ประมาณ
อัตตัญญุตา เปน็ ผู้รจู้ กั ตน
2. (ความมเี หตผุ ล)
ธมั มญั ญตุ า เป็นผู้รจู้ ักเหตุ
อัตถัญญุตา เปน็ ผ้รู จู้ ักผล
3.(การมภี มู ิคมุ้ กนั ทด่ี ใี นตวั )
กาลญั ญตุ า เป็นผู้รจู้ กั กาล
ปริสัญญุตา เปน็ ผรู้ ู้จักบริษทั ชุมชน
ปุคคลัญญุตา หรือ ปุคคลปโรปรญั ญุตา เป็นผรู้ ้จู กั บคุ คล
ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งไดอ้ ญั เชญิ มาครง้ั แรกใน
-แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาตฉิ บับที่ 9
-วิสัยทศั น์ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 11 ตรงกบั หลักเศรษฐกิจพอเพียง
-การสรา้ งภูมคิ ุ้มกัน
ข้อใดเรยี งลาดบั หลกั การสรา้ งภมู คิ มุ้ กนั กบั เกษตรทฤษฎใี หม่ 3 ชน้ั
- จดั การตน – รวมกล่มุ – เครือข่าย
หลักสมดุลของปรัชญาเศรษฐกิจข้อใดสาคญั ทสี่ ุดในวสิ ัยทัศน์ของรัฐบาลยงิ่ ลกั ษณ์ ชนิ วัตร 1
“เศรษฐกจิ พอเพยี ง” (Sufficiency Economy) เปน็ ปรัชญาทพ่ี ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงมีพระราช

ดารัสช้ีแนะแนวทางการดาเนินชวี ติ แกพ่ สกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดรวมถึงการพัฒนาและบริหารประเทศ ท่ตี ้ังอยู่บน
พนื้ ฐานของ ทางสายกลาง คานึงถงึ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสรา้ งภูมคิ ุ้มกนั ท่ดี ีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้
ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตดั สนิ ใจ และการกระทา

14

ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง มหี ลักพจิ ารณาอยู่ 5 สว่ น
1.กรอบแนวคิด เปน็ ปรชั ญาที่ชแี้ นะแนวทางการดารงอยู่ และปฏบิ ตั ิตนในทางทค่ี วรจะเป็น โดยมพี ืน้ ฐานมา

จากวถิ ีชวี ติ ด้ังเดิมของสงั คมไทย สามารถนามาประยุกต์ใช้ไดต้ ลอดเวลา และเป็นการมองโลกเชิงระบบท่ีมีการ
เปลย่ี นแปลงอยตู่ ลอดเวลา มุ่งเนน้ การรอดพน้ จากภัย และวกิ ฤตเพื่อความมนั่ คง และความย่งั ยืนของการพัฒนา

2.คณุ ลกั ษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนามาประยกุ ต์ใช้กบั การปฏิบัตติ นไดใ้ นทุกระดับ โดยเน้นการปฏบิ ัติ
บนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเปน็ ขนั้ ตอน

3.คานยิ าม ความพอเพยี งจะต้องประกอบด้วย 3 คณุ ลกั ษณะ พร้อม ๆ กนั ดังนี้
– 3.1 ความพอประมาณ หมายถงึ ความพอดีทีไ่ มน่ อ้ ยเกนิ ไป และไมม่ ากเกินไปโดยไม่เบยี ดเบียนตนเองและ
ผอู้ น่ื เชน่ การผลติ และการบริโภคทีอ่ ยใู่ นระดับพอประมาณ
– 3.2 ความมเี หตุผล หมายถึง การตัดสนิ ใจเกี่ยวกบั ระดบั ของความพอเพยี งน้ัน จะต้องเปน็ ไปอยา่ งมเี หตผุ ล
โดยพจิ ารณาจากเหตปุ จั จัยท่เี กย่ี วข้อง ตลอดจนคานึงถงึ ผลท่คี าดว่าจะเกดิ ขนึ้ จากการกระทาน้นั ๆ อยา่ งรอบคอบ
-3.3 การมภี มู ิคุ้มกนั ท่ีดีในตัว หมายถงึ การเตรียมตวั ให้พรอ้ มรบั ผลกระทบและการเปลย่ี นแปลงด้านต่างๆที่
จะเกดิ ข้ึน โดยคานงึ ถึง ความเป็นไปได้ของสถานการณต์ ่างๆ ท่คี าดวา่ จะเกิดข้ึนในอนาคตทง้ั ใกลแ้ ละไกล
4.เงอ่ื นไข การตดั สนิ ใจและการดาเนนิ กิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดบั พอเพียงนน้ั ต้องอาศยั ท้ังความรู้ และ
คุณธรรมเป็นพนื้ ฐาน
– 4.1 เงื่อนไขความรู้ ประกอบดว้ ย ความรอบรูเ้ ก่ยี วกับวิชาการตา่ งๆ ท่ีเก่ยี วข้องอย่างรอบดา้ นความ
รอบคอบ ท่ีจะนาความรู้เหลา่ น้นั มาพจิ ารณาให้เช่ือมโยงกัน เพือ่ ประกอบการวางแผน และความระมดั ระวังในข้ัน
ปฏบิ ตั ิ
– 4.2 เงือ่ นไขคุณธรรม ทจ่ี ะต้องเสรมิ สร้างประกอบดว้ ยมีความตระหนักในคุณธรรม มีความซอ่ื สตั ย์สจุ รติ
และมีความอดทน มคี วามเพียรใชส้ ติปัญญาในการดาเนนิ ชีวิต
5.แนวทางปฏบิ ตั ิ/ผลท่คี าดว่าจะไดร้ บั จากการนาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาประยุกตใ์ ช้ คอื การ
พฒั นาทส่ี มดลุ และยงั่ ยนื พร้อมรับต่อการเปลยี่ นแปลง ในทุกดา้ น ท้งั ด้านเศรษฐกิจ สังคม ส่ิงแวดลอ้ ม ความรู้และ
เทคโนโลยี

15

บทที่ 3

วิธดี าเนนิ งาน

การจดั กจิ กรรมพฒั นาทักษะชีวติ โครงการอบรมใหค้ วามรู้เบอื้ งตน้ คุณประโยชนข์ องกัญชา
และกัญชง ในวันท่ี 14 มิถนุ ายน 2565 ณ ศูนย์เรยี นรู้เศรษฐกิจพอเพยี งบ้านหนองอุดม หมู่ 8 ตาบลหนองเหียง
อาเภอพนัสนคิ ม จังหวดั ชลบรุ ี
มขี น้ั ตอนดังนี้
1.ประสานงานกับภาคีเครอื ข่าย/สารวจความตอ้ งการ

ครู กศน.ตาบล ได้ดาเนินการประสานงานภาคีเครือข่ายประกอบด้วย ได้ดาเนินการประสาน ผู้นาชุมชน
เครือขา่ ย วทิ ยากร และผ้เู ขา้ รว่ มโครงการ
2. เสนอโครงการ

โดยดาเนนิ การขออนุมตั กิ ารจัดกจิ กรรม โครงการอบรมใหค้ วามรูเ้ บอื้ งตน้ คุณประโยชนข์ องกญั ชาและกัญชง
3. ดาเนินการจดั กิจกรรม

โครงการอบรมให้ความรู้เบ้ืองตน้ คุณประโยชน์ของกญั ชาและกัญชง วันที่ 14 มิถุนายน 2565
ณ ศูนยเ์ รยี นรู้เศรษฐกจิ พอเพียงบา้ นหนองอดุ ม หมู่ 8 ตาบลหนองเหยี ง อาเภอพนัสนิคม จงั หวดั ชลบรุ ี
มีผูเ้ ข้าร่วมกจิ กรรม จานวน 16 คน
4. การวเิ คราะห์ขอ้ มลู /สรปุ ผลการดาเนนิ งาน

การวเิ คราะห์ขอ้ มูล ใช้ค่าสถิติร้อยละ ในการประมวลผลขอ้ มูลสว่ นตัวและตวั ชี้วดั ความสาเรจ็ ของโครงการ
ตามแบบสอบถามความคดิ เห็นรายข้อ แล้วนาไปแปรความหมายตามค่าระดบั เกณฑ์
วัตถุประสงค์

1. เพ่อื ให้ประชาชนมคี วามรู้เบือ้ งตน้ เกย่ี วกบั กฎหมายควบคุมและประโยชนข์ องกัญชากัญชง
2. เพอ่ื ใหป้ ระชาชนไดป้ ระโยชน์ จากกญั ชา กญั ชง ในการรักษาอย่างมีคุณภาพ
วธิ ดี าเนนิ การ
ครู กศน.ตาบล ได้ดาเนนิ การประสานงานรว่ มกับ ศูนย์เรยี นร้เู ศรษฐกิจพอเพยี งบ้านหนองอุดม เพ่ือตดิ ต่อ
ประสานงานเรอ่ื ง วทิ ยากร สถานทีใ่ นการจัดโครงการฯ วนั ท่ี 14 มิถนุ ายน 2565 ณ ศนู ย์เรยี นรู้เศรษฐกจิ พอเพยี ง
บ้านหนองอดุ ม หมู่ 8 ตาบลหนองเหยี ง อาเภอพนสั นิคม จงั หวดั ชลบุรี มผี เู้ ข้ารว่ มกจิ กรรม จานวน 16 คน

16

เกณฑ์การประเมนิ

คา่ สถิติน้อยกวา่ รอ้ ยละ 50 ปรับปรงุ
พอใช้
ค่าสถิตริ อ้ ยละ 50-74 ดี
ดมี าก
คา่ สถิติร้อยละ 75-84

คา่ สถิตริ อ้ ยละ 85 ข้นึ ไป

การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้ค่าสถิติร้อยละ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนตัวและตัวช้ีวัดความสาเร็จของโครงการ

ตามแบบสอบถามความคดิ เห็นรายข้อ แล้วนาไปแปรความหมายตามค่าระดับเกณฑ์กาหนดค่าลาดับความสาคัญของ

การประเมินผลออกเป็น 5 ระดับ ดงั น้ี

มากที่สดุ ให้คะแนน 5

มาก ใหค้ ะแนน 4

ปานกลาง ให้คะแนน 3

นอ้ ย ให้คะแนน 2

น้อยทีส่ ดุ ให้คะแนน 1

ในการแปลผล ผู้จัดทาได้ใช้เกณฑ์การพิจารณาจากคะแนนเฉล่ียตามแนวคิดของ บุญชม ศรีสะอาด และบุญ

ส่ง นิลแก้ว (2535, หน้า 22-25)

4.51-5.00 หมายความวา่ ดมี าก

3.51-4.50 หมายความว่า ดี

2.51-3.50 หมายความว่า ปานกลาง

1.51-2.50 หมายความว่า นอ้ ย

1.00-1.50 หมายความว่า ตอ้ งปรบั ปรุง

ผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องกรอกข้อมูลตามแบบสอบถาม เพื่อนาไปใช้ในการประเมินผลของการจัดกิจกรรม

ดงั กล่าว และจะไดน้ าไปเปน็ ข้อมลู ปรบั ปรุง และพฒั นา ตลอดจนใชใ้ นการจดั ทาแผนการดาเนนิ การในปีตอ่ ไป

17

บทที่ 4

ผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู

กิจกรรมพฒั นาทักษะชีวติ โครงการอบรมใหค้ วามรู้เบอื้ งตน้ คุณประโยชนข์ องกัญชาและกญั ชง
ในวันท่ี 14 มิถุนายน 2565 ณ ศูนย์เรียนรเู้ ศรษฐกจิ พอเพยี งบ้านหนองอุดม หมู่ 8 ตาบลหนองเหียง อาเภอพนัสนิคม
จังหวัดชลบุรี มีผู้ร่วมกิจกรรม จานวน 16 คน ซึ่งได้สรุปรายงานจากแบบสอบถามความคิดเห็น ข้อมูลที่ได้สามารถ
วิเคราะห์และแสดงคา่ สถติ ิ ดงั น้ี

ตอนที่ 1 ข้อมูลส่วนตัวผู้ตอบแบบถามของผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ตอบแบบสอบถามได้นามาจาแนกตามเพศ อายุ
การศกึ ษา และอาชีพ ผจู้ ัดทาได้นาเสนอจาแนกตามขอ้ มลู ดังกล่าวดงั ปรากฏตามตารางดงั ต่อไปนี้

เพศ ความคดิ เหน็
จานวน/คน รอ้ ยละ

ชาย 6 37.50

หญิง 10 62.50

รวม 16 100.00

จากตารางที่ 1 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพศหญิง จานวน10 คน คิดเป็นร้อยละ
62.50 เป็นเพศชาย จานวน 6 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 37.50

ตารางที่ 2 แสดงคา่ ร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจาแนกตามอายุ

ชว่ งอายุ ความคดิ เหน็
ชาย หญงิ รวม ร้อยละ

ต่ากวา่ 15 ปี 0 0 0 0.00

16-39 ปี 0 2 2 12.50

40-59 ปี 3 6 9 56.25

60 ปี ขนึ้ ไป 3 2 5 31.25

รวม 6 10 16 100.00

จากตารางที่ 2 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมกิจกรรมเมื่อจาแนกตามอายุปรากฏว่า ช่วงอายุ 40-59 ปี
จานวน 6 คน คิดเปน็ ร้อยละ 56.25 ชว่ งอายุ 60 ปขี น้ึ ไป จานวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 31.25 และช่วงอายุ 16-39 ปี
จานวน 2 คน คิดเปน็ ร้อยละ 12.50 ตามลาดบั

18

ตารางท่ี 3 แสดงคา่ รอ้ ยละของผตู้ อบแบบสอบถาม โดยจาแนกตามการศกึ ษา

การศึกษา ความคดิ เหน็
ชาย หญงิ รวม รอ้ ยละ

ต่ากวา่ ประถมศกึ ษา 0 2 2 12.50

ประถมศกึ ษา 2 3 5 31.25

ม.ตน้ 3 3 6 37.50

ม.ปลาย 1 2 3 18.50

รวม 6 10 16 100.00

จากตารางท่ี 3 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมกิจกรรม เมื่อจาแนกตามการศึกษาปรากฏว่า
ระดับต่ากว่าประถมศึกษา 2 คน คิดเป็นร้อยละ 12.50 ระดับประถมศึกษา จานวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 31.25
ระดับ ม.ต้น จานวน 6 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 37.50 ระดับม.ปลาย จานวน 3 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 18.50 ตามลาดับ

ตารางท่ี 4 แสดงค่าร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยจาแนกตามอาชีพ

อาชพี ความคดิ เหน็
ชาย หญงิ รวม รอ้ ยละ
รบั จา้ ง 1 3 4 25.00
คา้ ขาย 0 2 2 12.50
เกษตรกรรม 5 5 10 62.50
อืน่ ๆ 0 0 0 0.00
รวม 6 10 16 100.00

จากตารางที่ 4 แสดงว่า ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมกิจกรรม เม่ือจาแนกตามอาชีพปรากฏว่า
อาชีพเกษตรกร จานวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 62.50 รับจ้าง จานวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 25.00 ค้าขาย
จานวน 2 คน คิดเป็นรอ้ ย 12.50 ตามลาดับ

19

ตอนท่ี 2 ข้อมลู เก่ียวกบั ความคิดเหน็ ของผเู้ ขา้ รว่ ม
จากแบบสอบถามทั้งหมด จานวน 16 ชุด ผูเ้ ข้ารว่ มกิจกรรม มีความคิดเหน็ ดงั ปรากฏในตาราง

N = 16

ขอ้ ท่ี เนอ้ื หากจิ กรรม ˉx S.D. อันดบั ท่ี ระดบั ผลการประเมนิ

ดา้ นบรหิ ารจัดการ 3.88 0.81 5 ดีมาก
1 อาคารและสถานท่ี 4.25 0.58 3 ดี
2 ส่งิ อานวยความสะดวก 4.25 0.58 3 ดี
3 กาหนดการและระยะเวลาในการดาเนินโครงการ 4.06 0.77 4 ดี
4 เอกสารการอบรม 4.25 0.68 3 ดี
5 วิทยากรผู้ใหก้ ารอบรม
4.31 0.60 2 ดี
ด้านการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ 4.25 0.77 3 ดี
6 การจดั กิจกรรม/โครงการ

7 การบรรยายให้ความรูท้ ่ีเกีย่ วข้อง

8 การตอบขอ้ ซกั ถามของวิทยากร 4.31 0.60 2 ดี

9 การแลกเปล่ยี นเรียนรู้ของผู้เข้ารบั การอบรม 4.31 0.60 2 ดี

10 การสรปุ องค์ความร้รู ่วมกนั 4.38 0.62 1 ดี
11 การวัดผล ประเมินผล การฝึกอบรม 4.38 0.62 1 ดี

ดา้ นประโยชน์ทีไ่ ดร้ บั 4.38 0.62 1 ดี
12 ได้เรียนร้แู ละฝกึ ตนเอง เก่ยี วกบั การฝกึ 4.25 0.68 2 ดี
4.25 0.08
13 นาความรู้ท่ีได้รบั มาปรบั ใชใ้ นชวี ิตประจาวนั ดี

รวม

20

ตารางท่ี 6 แสดงคา่ ร้อยละของระดับความพึงพอใจทีไ่ ด้รบั ตอ่ การเข้ารว่ มกิจกรรม

ประเด็นทป่ี ระเมิน ระดบั การประเมนิ
มากที่สุด มาก ปานกลาง นอ้ ย น้อยท่ีสดุ
จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ จานวน ร้อยละ

1.อาคารและสถานท่ี 5 31.25 6 37.50 5 31.25 0 0.00 0 0.00

2.สิ่งอานวยความสะดวก 8 50.00 6 37.50 2 12.50 0 0.00 0 0.00

3.กาหนดการและระยะเวลาในการดาเนินโครงการ 7 43.75 5 31.25 4 25.00 0 0.00 0 0.00

4.เอกสารการอบรม 8 50.00 6 37.50 2 12.50 0 0.00 0 0.00

5.วทิ ยากรผู้ใหก้ ารอบรมม 6 40.00 7 46.67 2 13.33 0 0.00 0 0.00

6.การจดั กิจกรรม/โครงการ 5 31.25 10 62.50 1 6.25 0 0.00 0 0.00

7.การบรรยายให้ความรู้ที่เกย่ี วข้อง 7 43.75 9 56.25 0 0.00 0 0.00 0 0.00

8.การตอบข้อซกั ถามของวทิ ยากร 6 37.50 10 62.50 0 0.00 0 0.00 0 0.00

9.การแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ของผูเ้ ขา้ รับการอบรม 6 37.50 10 62.50 0 0.00 0 0.00 0 0.00

10.การสรปุ องคค์ วามรู้ร่วมกัน 6 37.50 10 62.50 0 0.00 0 0.00 0 0.00

11.การวดั ผล ประเมินผล การฝึกอบรม 7 43.75 9 56.25 0 0.00 0 0.00 0 0.00

12.ไดเ้ รียนรู้และฝกึ ตนเอง เกย่ี วกบั การฝกึ 7 43.75 9 56.25 0 0.00 0 0.00 0 0.00

13.นาความร้ทู ไ่ี ดร้ บั มาปรับใชใ้ นชวี ิตประจาวนั 7 43.75 9 56.25 0 0.00 0 0.00 0 0.00

(1) รวม 85 106 16 0 0

(2) = (1) Xคะแนนเตม็ ของแตล่ ะช่อง 425 424 48 00

(3) = ผลรวมของความพงึ พอใจ 897.00

(4) = (3) / จานวนคน 56.06

(5) = (4) X 100/จานวนคน/จานวนขอ้ Xคะแนนเตม็ สงู สดุ 86.25

สรุป บรรลุ

จากตารางท่ี 6 แสดงว่าผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีระดับความพึงพอใจกับประเด็นที่

ประเมนิ ดังตอ่ ไปนี้

ดา้ นการบรหิ าร
ประเดน็ ที่ 1 อาคารและสถานท่ี ผู้ตอบแบบสอบถาม รอ้ ยละ 31.25 มรี ะดับความพึงพอใจ ในระดับ “มากท่ีสุด”

รอ้ ยละ 37.50 มรี ะดบั ความพึงพอใจในระดบั “มาก” รอ้ ยละ 31.25 มีระดับความพงึ พอใจในระดบั “ปานกลาง”
ประเด็นที่ 2 ส่ิงอานวยความสะดวก ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 50.00 มีระดับความพึงพอใจ ในระดับ “มาก

ทสี่ ดุ ” รอ้ ยละ 37.50 มรี ะดับความพึงพอใจในระดบั “มาก” รอ้ ยละ 12.50 มรี ะดับความพงึ พอใจในระดับ “ปานกลาง”
ประเดน็ ที่ 3 กาหนดการและระยะเวลาในการดาเนินโครงการ ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 43.75 มีระดับความ

พงึ พอใจ ในระดับ “มากทสี่ ุด” ร้อยละ 31.25 มีระดับความพึงพอใจในระดับ “มาก” ร้อยละ 25.00 มีระดับความพึงพอใจ
ในระดบั “ปานกลาง”

21

ประเดน็ ที่ 4 เอกสารการอบรม ผตู้ อบแบบสอบถาม ร้อยละ 50.00 มีระดับความพึงพอใจ ในระดับ “มากท่ีสุด”
รอ้ ยละ 37.50 มีระดับความพึงพอใจในระดบั “มาก” รอ้ ยละ 12.50 มรี ะดบั ความพึงพอใจในระดับ “ปานกลาง”

ประเด็นท่ี 5 วิทยากรผู้ให้การอบรม ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 40.00 มีระดับความพึงพอใจ ในระดับ “มาก
ทสี่ ุด” รอ้ ยละ 46.67 มีระดับความพึงพอใจในระดับ “มาก” ร้อยละ 13.33 มรี ะดบั ความพึงพอใจในระดับ “ปานกลาง”
ด้านการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

ประเด็นท่ี 6 การจัดกจิ กรรม/โครงการ ผตู้ อบแบบสอบถาม ร้อยละ 31.25 มีระดับความพงึ พอใจ ในระดับ “มาก
ทีส่ ดุ ” รอ้ ยละ 62.50 มรี ะดบั ความพงึ พอใจในระดับ “มาก” รอ้ ยละ 6.25 มีระดับความพงึ พอใจในระดบั “ปานกลาง”

ประเด็นท่ี 7 การบรรยายให้ความรู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 43.75 มีระดับความพึงพอใจ ใน
ระดบั “มากท่ีสดุ ” รอ้ ยละ 56.25 มรี ะดับความพึงพอใจในระดบั “มาก”

ประเดน็ ท่ี 8 การตอบข้อซักถามของวทิ ยากร ผตู้ อบแบบสอบถาม รอ้ ยละ 37.50 มีระดบั ความพึงพอใจ ในระดบั
“มากท่ีสุด” รอ้ ยละ 62.50 มรี ะดบั ความพึงพอใจในระดับ “มาก”

ประเด็นท่ี 9 การแลกเปลี่ยนเรยี นรขู้ องผูเ้ ข้ารับการอบรม ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 37.50 มีระดับความ
พึงพอใจ ในระดบั “มากทส่ี ดุ ” ร้อยละ 62.50 มรี ะดบั ความพึงพอใจในระดับ “มาก”

ประเด็นที่ 10 การสรุปองค์ความรู้ร่วมกัน ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 37.50 มีระดับความพึงพอใจ ในระดับ
“มากทีส่ ดุ ” ร้อยละ 62.50 มรี ะดบั ความพึงพอใจในระดบั “มาก”

ประเดน็ ที่ 11 การวดั ผล ประเมินผล การฝกึ อบรม ผตู้ อบแบบสอบถาม รอ้ ยละ 37.50 มีระดบั ความพงึ พอใจ ใน
ระดบั “มากทส่ี ุด” รอ้ ยละ 62.50 มรี ะดบั ความพงึ พอใจในระดบั “มาก”
ดา้ นประโยชนท์ ไี่ ดร้ บั

ประเดน็ ท่ี 12 ไดเ้ รียนร้แู ละฝกึ ตนเอง เกี่ยวกับการฝึก ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 37.50 มีระดับความพึงพอใจ
ในระดบั “มากท่สี ดุ ” ร้อยละ 62.50 มรี ะดับความพงึ พอใจในระดับ “มาก”

ประเด็นท่ี 13 นาความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในชีวิตประจาวัน ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 37.50 มีระดับความพึง
พอใจ ในระดับ “มากทส่ี ุด” ร้อยละ 62.50 มีระดับความพึงพอใจในระดับ “มาก”

อภปิ รายผล

จากการจดั กจิ กรรมการศึกษาเพ่อื พฒั นาทักษะชีวติ โครงการอบรมให้ความรเู้ บอ้ื งต้นคณุ ประโยชน์ของกัญชา
และกญั ชง ในวันท่ี 14 มิถุนายน 2565 ณ ศนู ยเ์ รียนร้เู ศรษฐกจิ พอเพียงบ้านหนองอดุ ม หมู่ 8 ตาบลหนองเหยี ง
อาเภอพนัสนิคม จงั หวัดชลบุรี สรปุ ได้ดังนี้

1. ผู้ตอบแบบสอบถามของผ้เู ข้าร่วมกิจกรรมเม่ือจาแนกตามอายปุ รากฏวา่ ช่วงอายุ 40-59 ปี จานวน 6 คน
คดิ เปน็ ร้อยละ 56.25 ชว่ งอายุ 60 ปขี ้นึ ไป จานวน 5 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 31.25 และช่วงอายุ 16-39 ปี จานวน 2 คน
คิดเป็นร้อยละ 12.50 ตามลาดบั

2. ผตู้ อบแบบสอบถามของผ้เู ข้าร่วมกจิ กรรม เมือ่ จาแนกตามการศึกษาปรากฏวา่ ระดับตา่ กวา่
ประถมศกึ ษา 2 คน คิดเปน็ ร้อยละ 12.50 ระดับประถมศึกษา จานวน 5 คน คดิ เป็นร้อยละ 31.25 ระดบั ม.ตน้
จานวน 6 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 37.50 ระดับม.ปลาย จานวน 3 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 18.50 ตามลาดบั

3. ผตู้ อบแบบสอบถามของผ้เู ข้าร่วมกิจกรรม เมอ่ื จาแนกตามอาชีพปรากฏวา่
อาชพี เกษตรกร จานวน 10 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 62.50 รบั จ้าง จานวน 4 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 25.00 คา้ ขาย
จานวน 2 คน คิดเป็นร้อย 12.50 ตามลาดบั

22

4. ผ้เู ข้ารว่ มกิจกรรมมีความพึงพอใจตอ่ การจัดกจิ กรรม อยู่ในระดับ ดี
เมือ่ วิเคราะห์เป็นรายขอ้ พบว่าอาคารและสถานที่ (ˉx =3.88) ส่ิงอานวยความสะดวก (ˉx=4.25) กาหนดการ
และระยะเวลาในการดาเนินโครงการ (ˉx=4.25) เอกสารการอบรม (ˉx=4.06) วิทยากรผ้ใู ห้การอบรม (ˉx=4.25)
การจัดกจิ กรรม/โครงการ (ˉx=4.31)การบรรยายให้ความรู้ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง (ˉx=4.25) การตอบขอ้ ซักถามของวทิ ยากร
(ˉx=4.31 )การแลกเปลย่ี นเรียนรขู้ องผเู้ ขา้ รับการอบรม (ˉx=4.31)การสรปุ องค์ความรรู้ ่วมกัน (ˉx=4.38)
การวัดผล ประเมินผล การฝกึ อบรม (ˉx=4.38) ได้เรียนรแู้ ละฝึกตนเอง เก่ยี วกับการฝกึ (ˉx=4.38)
นาความรทู้ ี่ได้รับมาปรบั ใช้ในชีวิตประจาวัน (ˉx=4.25) เป็นอนั ดบั สุดท้าย
สรุปค่า ˉx ท้งั 15 ข้อมีความพึงพอใจอยู่ในระดบั ดี ˉx = 4.25
สรุปค่า S.D. ทงั้ 15 ขอ้ มคี วามพึงพอใจ S.D. = 0.08
สรปุ ค่าเปอร์เซ็นต์ ทั้ง 13 ข้อมีความพึงพอใจอยู่ท่ี 86.25 %
ความพึงพอใจโดยรวมของผูเ้ ขา้ รว่ มกิจกรรมอยใู่ น ระดบั ดมี าก

ขอ้ เสนอแนะจากแบบประเมนิ โครงการ
- ผเู้ ข้าร่วมอบรมตอ้ งการเรยี นรูเ้ กีย่ วกับการแปรรปู ผลิตภัณฑ์ กญั ชากัญชง

23

บทที่ 5

สรปุ อภปิ รายผล ขอ้ เสนอแนะ

สรปุ ผลการดาเนนิ งาน
ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมกิจกรรมเมื่อจาแนกตามอายุปรากฏว่า ช่วงอายุ 40-59 ปี จานวน 6 คน
คดิ เปน็ รอ้ ยละ 56.25 ช่วงอายุ 60 ปีข้ึนไป จานวน 5 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 31.25 และช่วงอายุ 16-39 ปี จานวน 2 คน
คิดเป็นร้อยละ 12.50 ตามลาดับ ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมกิจกรรม เมื่อจาแนกตามการศึกษาปรากฏว่า
ระดับต่ากว่าประถมศึกษา 2 คน คิดเป็นร้อยละ 12.50 ระดับประถมศึกษา จานวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 31.25
ระดับ ม.ต้น จานวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 37.50 ระดับม.ปลาย จานวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 18.50 ตามลาดับ
ผู้ตอบแบบสอบถามของผู้เข้าร่วมกิจกรรม เม่ือจาแนกตามอาชีพปรากฏว่า อาชีพเกษตรกร จานวน 10 คน คิดเป็น
ร้อยละ 62.50 รับจา้ ง จานวน 4 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 25.00 ค้าขาย จานวน 2 คน คิดเปน็ รอ้ ย 12.50 ตามลาดบั
ผู้เขา้ รว่ มกจิ กรรมมคี วามพงึ พอใจตอ่ การจดั กิจกรรม อยู่ในระดบั ดี
เม่ือวิเคราะหเ์ ปน็ รายขอ้ พบว่าอาคารและสถานท่ี (ˉx =3.88) สง่ิ อานวยความสะดวก (ˉx=4.25) กาหนดการ
และระยะเวลาในการดาเนนิ โครงการ (ˉx=4.25) เอกสารการอบรม (ˉx=4.06) วทิ ยากรผูใ้ หก้ ารอบรม (ˉx=4.25)
การจัดกจิ กรรม/โครงการ (ˉx=4.31)การบรรยายให้ความรทู้ ่ีเก่ียวข้อง (ˉx=4.25) การตอบขอ้ ซักถามของวทิ ยากร
(ˉx=4.31 )การแลกเปลีย่ นเรยี นรขู้ องผู้เขา้ รบั การอบรม (ˉx=4.31)การสรปุ องค์ความรู้ร่วมกัน (ˉx=4.38)
การวดั ผล ประเมินผล การฝึกอบรม (ˉx=4.38) ไดเ้ รียนร้แู ละฝึกตนเอง เกย่ี วกับการฝกึ (ˉx=4.38)
นาความรูท้ ไี่ ด้รบั มาปรับใช้ในชวี ติ ประจาวนั (ˉx=4.25) เปน็ อันดบั สดุ ทา้ ย
สรุปค่า ˉx ท้ัง 15 ข้อมคี วามพึงพอใจอยใู่ นระดบั ดี ˉx = 4.25

สรุปคา่ S.D. ทง้ั 15 ข้อมีความพึงพอใจ S.D. = 0.08

สรปุ ค่าเปอรเ์ ซน็ ต์ ทงั้ 13 ข้อมคี วามพึงพอใจอยทู่ ี่ 86.25 %

ความพงึ พอใจโดยรวมของผเู้ ข้าร่วมกจิ กรรมอยู่ใน ระดับดมี าก

ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ ับจากการอบรม
ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจความรู้เบ้ืองต้นเกี่ยวกับกฎหมายควบคุมและประโยชน์ของกัญชา

กัญชงทางการแพทย์ใชร้ กั ษาโรคไดอ้ ย่างมคี ุณภาพในการรักษาอย่างมคี ุณภาพ

ขอ้ เสนอแนะ
- ผเู้ ข้าร่วมอบรมต้องการเรียนรู้เก่ียวกบั การแปรรูปผลิตภัณฑ์ กัญชากัญชง

24

บรรณานกุ รม

บุญชม ศรีสะอาด และ บุญส่ง นิวแก้ว. (2535 หน้า 22 – 25).อ้างอิงประชากรเม่ือใช้เคร่ืองมือแบบมาตราส่วน
ป ร ะ ม า ณ ค่ า กั บ ก ลุ่ ม ตั ว อ ย่ า ง . ว า ร ส า ร ก า ร วั ด ผ ล ก า ร ศึ ก ษ า ม ห า วิ ท ย า ลั ย ศ รี น ค ริ น ท ร วิ โ ร ฒ .

เข้าถงึ ข้อมลู วันที่ 22/06/2565
ความรู้ทัว่ ไปเกยี่ วกับประวตั ิความเปน็ มาของกัญชากัญชงhttps://www.baanlaesuan.com/145563/plant-
scoop/marijuana 22/06/2565
กฏหมายที่เกีย่ วข้อง https://cannabis.fda.moph.go.th/principle/เขา้ ถงึ ข้อมลู วันที่ 22/06/2565
ชนดิ และสายพนั ธข์ุ องกัญชากัญชง https://www.thansettakij.com/general-news/529225 เข้าถึงข้อมูลวนั ท่ี
22/06/2565
บุญชม ศรีสะอาด และบญุ ส่ง นิลแก้ว.(2535,หนา้ 22-25)การอา้ งอิงประชากรเม่ือใชเ้ ครอื่ งมอื แบบมาตราส่วน
ประมาณคา่ กับกลุ่มตัวอยา่ ง.วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒ มหาสารคาม
หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ออนไลน)์ .แหล่งท่ีมา: http://www.m-powered.org/thailand/digital-
skills/display.php?url=https://drive.google.com/file/d/0B5_XdJZtKJgHRUdHZS1wWkduQWc/ preview

เขา้ ถึงข้อมลู วันที่ 22/06/2565

25

คณะผจู้ ดั ทา

ที่ปรึกษา หม่นื สา ผอู้ านวยการ กศน.อาเภอพนัสนคิ ม
การงานดี ครู
1. นางณัชธกญั ศรเี ทพ บรรณารักษป์ ฏบิ ัติการ
2. นางสาวมุทิกา ทาทอง ครูผู้ชว่ ย
3. นางปลื้มจิตร ศรีบุณยะแก้ว ครูผชู้ ว่ ย
4. นางพิรุฬห์พร อุดานนท์ ครูอาสาสมัครฯ
5. นางสาวณภษร คลังสนิ ธ์ ครู อาสาสมคั รฯ
6.นายวชั รินทร์
7. นางสาวเฟ่อื งฟูา

คณะทางาน ครู กศน.ตาบลหัวถนน
นางสาวทวพี ร เคนรา ครู กศน.ตาบลหนองเหียง
นางสาวณฐั วรรณ เลือดสงคราม
ครู กศน.ตาบลหัวถนน
บรรณาธิการ ครู กศน.ตาบลหนองเหยี ง
นางสาวทวีพร เคนรา
นางสาวณัฐวรรณ เลือดสงคราม

26


Click to View FlipBook Version