The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ภาษาอังกฤษสำหรับงานช่างอุตสาหกรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by iamribbin, 2022-05-30 00:10:05

ภาษาอังกฤษสำหรับงานช่างอุตสาหกรรม

ภาษาอังกฤษสำหรับงานช่างอุตสาหกรรม

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 6 หนว่ ยที่ 6

ช่อื วิชา ภาษาอังกฤษสาหรับงานชา่ งอตุ สาหกรรม สอนครง้ั ที่ 11-12/18
ชอ่ื หนว่ ย How to do things
คาบรวม 4 ชม.
ช่ือเร่ือง Giving Instructions จานวนคาบ........

6.1 หวั ข้อเรอ่ื ง

หัวข้อเรอื่ งของหนว่ ยท่ี 6 ดังนี้
6.1 คากริ ยิ าและคาขยายกิริยาเกย่ี วกบั การใชเ้ ครอ่ื งมือ
6.2 การใช้ imperative เกี่ยวกับการใชเ้ ครือ่ งมือ
6.3 การบอกลาดับขน้ั ตอนการปฏิบัตงิ าน การใช้เครอ่ื งมอื บูรณาการคณุ ธรรมจรยิ ธรรม/PjBL

6.2 แนวคิดสาคญั

การบอกขั้นตอนในการปฏิบัติงานเป็นสิ่งที่ช่วยให้การปฏิบัติงานแต่ละงานมีความถูกต้อง ชัดเจนไม่
สบั สนและเปน็ ไปตามลาดับข้ันตอน ทาให้เกิดความปลอดภัยในการทางาน การสาธิตหรือบอกวิธีใช้ เคร่ืองมือ
อุปกรณ์ทางช่างเป็นส่ิงจาเป็นในชีวิตประจาวันของ นักศึกษาช่าง เพราะช่วยให้ช่างทางานสาเร็จได้อย่าง
รวดเรว็ และมีการบอกวธิ ที าเป็นข้นั ตอนแล้วตามด้วยประโยค Imperative

6.3 สมรรถนะประจาหนว่ ย

แสดงความรู้เร่ืองคากิริยาและคาขยายกิริยาเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือ การใช้ imperative เก่ียวกับ
การใช้เครื่องมือ และการบอกลาดับขน้ั ตอนการปฏบิ ัตงิ าน การใชเ้ ครอ่ื งมือ

1. บอกหรอื แนะนาวธิ กี ารใช้อปุ กรณ์ เคร่ืองมือต่างๆ ได้
2. เขยี นค่มู ือบอกหรอื สาธติ วธิ ใี ช้ได้
3. อ่านบทความเก่ียวกับการบอกหรือสาธติ การใช้แลว้ ตอบคาถามได้
4. เขียนโครงสร้างรูปแบบภาษาที่ใช้บอกหรอื สาธติ ได้
5. สนทนาเกยี่ วกับการบอกหรือสาธติ หรอื วิธปี ฏิบัติได้

6.4 จุดประสงค์การเรียนรู้

6.4.1 จุดประสงค์ทัว่ ไป
เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับคากิริยาและคาขยายกิริยาเก่ียวกับการใช้

เครื่องมือ การใช้ imperative เกี่ยวกับการใช้เคร่ืองมือ และการบอกลาดับข้ันตอนการปฏิบัติงาน การใช้
เครือ่ งมอื

6.4.2 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
6.4.2.1 ด้านความรู้ (จากการศกึ ษาเน้ือหา)
1) บอกคากริ ิยาและคาขยายกิริยาเกี่ยวกับการใชเ้ คร่ืองมือ
2) บอกคาศัพทเ์ กยี่ วกบั ขั้นตอนการปฏิบัตงิ านได้
3) อธบิ ายโครงสร้าง imperative เกยี่ วกบั การใช้เครื่องมอื ได้

6.4.2.2 ด้านทกั ษะ (จากการปฏบิ ตั ิกิจกรรม)
1) ใช้คากริ ยิ าและคาขยายกิริยาเกี่ยวกบั การใช้เคร่ืองมือได้
2) ใช้ imperative เกีย่ วกบั การใช้เครอ่ื งมอื ได้
3) ฟังเน้ือเรอ่ื งและตอบคาถามจากเร่อื งที่ฟังได้
4) พูดบอกลาดับขั้นตอนการปฏิบัตงิ านได้
5) อ่านเน้อื เรือ่ งและตอบคาถามจากเรอ่ื งทอี่ ่านได้
6) เขยี นอธบิ ายลาดับขัน้ ตอนการปฏบิ ตั ิงานได้

6.4.2.3 ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม / บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพียง
1) ตรงต่อเวลา
2) ความรับผิดชอบในการทางาน
3) ความขยัน อดทน
4) การสงั เกต

6.5 เนอื้ หาสาระการเรียนรู้

เนอื้ หาสาระของหน่วยท่ี 6 ดังนี้
6.5.1 ด้านความรู้ ศึกษาเกย่ี วกบั คากิริยาและคาขยายกิริยาเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือ การใช้

imperative เก่ียวกบั การใชเ้ ครือ่ งมือ และการบอกลาดบั ขนั้ ตอนการปฏิบัตงิ าน การใชเ้ ครอ่ื งมือ
6.5.2 ด้านทักษะ ฝึกทักษะตามกจิ กรรม Self study

เนือ้ หาสาระ หนว่ ยที่ 4
วิชาภาษาองั กฤษช่างอตุ สาหกรรม สอนครง้ั ท่ี 7-8
ชือ่ หน่วย Giving Instructions จานวน 2 ชั่วโมง/สปั ดาห์
ชื่องาน Giving Instructions รวม 4 ช่ัวโมง

Ways to give instructions
การบอกหรือสาธิตวิธีใช้/วิธีปฏิบัติ (Instructions) เป็นการบอกให้บุคคลลงมือกระทาส่ิงใดสิ่ง

หน่ึงด้วยตนเอง โดยปฏิบัติตามข้ันตอนท่ีชี้แนะ รูปแบบภาษาท่ีใช้สาหรับ Instructions คือ ประโยคคาส่ัง
(Imperative) ซง่ึ มีรูปแบบโครงสร้าง เช่นเดียวกับ infinitive without to

Examples :

 Press ENTER.

 Type your name.

 Write in capital letters.
เราสามารถสร้างประโยคปฏิเสธ โดยใส่ Don’t หน้าประโยค

Examples :
 Don’t open the door while the red light is on.
 Don’t fold the card.
 Don’t bind this cover.

6.7 กจิ กรรมการเรียนการสอน ขัน้ ตอนการเรยี นหรือกิจกรรมของนกั เรียน

ข้นั ตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู - นักเรียนทุกคนเตรียมพรอ้ มท่จี ะเรียน

ขั้นเตรียม - นักเรียนดูแผ่นพับดว้ ยความเอาใจใส่ และสังเกต
1. ใบความรู้ที่ 1-4 โครงสรา้ งประโยค
2. แบบฝึกหัดท่ี 4.1-4.9 - นักเรยี นชว่ ยกันตอบคาถามครู
3. แผ่นพับของจรงิ - There are five steps.
4. แผน่ โปรง่ ใสตวั อย่าง How to use
- นกั เรยี นดแู ผนโปรง่ ใสบนจอด้วยความ เอาใจใส่
a Lift ,How to take pictures และรูปแบบภาษาท่ีใช้ - นักเรียนฟังครอู ธบิ ายและช่วยกนั ตอบคาถาม
สาหรบั Instruction
ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรยี น - There are five steps.

- ครูนาแผ่นพับวธิ ีใชอ้ ุปกรณต์ า่ ง ๆ ของจรงิ มาให้
นกั เรียนดู แลว้ ให้นักเรยี นสังเกตประโยคในแผน่ พับ

- ครซู ักถามเกีย่ วกบั ขน้ั ตอนหรอื วิธใี ชอ้ ปุ กรณ์ต่าง
ๆ ในแผ่นพับ เชน่

- How many steps are there in how to use
ATM ?
ข้นั สอน

- ครนู าแผ่นโปรง่ ใสที่ 4.1 และ 4.2 เกยี่ วกับ How
to use a Lift , How to take pictures ฉายให้
นกั เรยี นดูบนจอภาพ

- ครอู ธิบายและซกั ถามนกั เรยี นเกย่ี วกับวธิ ีการใช้
ลฟิ ท์, การถ่ายภาพโดยครอู ธิบายวา่ การบอกวธิ ีการใช้

How to + V1 เชน่
How to make a cake.
How to repair a plug.
และครซู กั ถามนกั เรยี น
How many steps are there in how to use a lift
?

กิจกรรมการเรียนการสอน

ข้นั ตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ข้ันตอนการเรียนหรอื กิจกรรมของนกั เรยี น

- ครเู ปิดบทสนทนาเกี่ยวกับ How to use - นกั เรยี นทุกคนฟังบทสนทนาดว้ ยความสนใจ

an ATM 2-3 เทีย่ วแล้วให้นักเรยี นพูดตาม และฝกึ พูดตาม

- ครูแจกใบความร้ทู ี่ 1 เก่ียวกบั บทสนทนา - นักเรียนทกุ คนศึกษาโครงสร้างประโยคจาก บท

ใหน้ กั เรยี นทกุ คนได้ศกึ ษาขัน้ ตอนการใช้ตู้ ATM สนทนาท่คี รูแจกให้

- ครูอธบิ ายความหมาย และโครงสรา้ ง - นกั เรียนฟงั ครูอธิบายตอบคาถามและจดบนั ทึก

ประโยคทใ่ี ชบ้ อกขั้นตอนวิธใี ช้อุปกรณ์หรือ โครงสรา้ งประโยคทจ่ี าเป็น

เครอ่ื งมือ เช่น ครถู ามความหมาย คาศัพท์

- What does ATM mean ? - It means ……….ตู้ เอ ที เอ็ม

- What does with draw mean ? - It means ถอนเงนิ

โครงสร้างของ Instruction

Verb1 + Obj + adverbial
Type your name.

Press enter.

- ครูอธบิ ายเพิม่ เติม การบอกลาดับขั้นตอน - นกั เรียนฟังครูอธบิ ายและดูตัวอย่างในใบความรู้

ใช้ First, Then, Next, After that หรือ

Finally

- ครใู ห้นกั เรยี นจบั คู่สนทนาบอกวิธีปฏิบัติ - นักเรียนจบั ค่ฝู กึ ซ้อมสนทนาและออกมาพูด

อยา่ งใดอย่างหนงึ่ เชน่ How to drive a car. หน้าช้นั เรียนทลี ะคจู่ นครบทุกคน

- ครูแจกใบความรทู้ ่ี 2 เก่ียวกบั การอา่ น - นกั เรยี นทกุ คนศกึ ษาใบความรูท้ ี่ 2 ดว้ ยความ

Instruction / Direction ใหน้ กั เรียนทกุ คนได้ เอาใจใส่และชว่ ยกนั ตอบคาถามครู

ศกึ ษา และครูถามคาถามนา

- What is this instruction about ? - It’s about how to construct a sample

- How many steps are there in how to cat door.

construct a sample cat door ? - There are five steps.

- ครแู บง่ กลมุ่ นักเรยี นออกเป็น 5 กลมุ่ ๆ ละ - นักเรียนแตล่ ะกลุ่มช่วยกันสรุปเนอื้ หาและส่ง

6-8 คนใหแ้ ต่ละกลุ่มชว่ ยกนั อา่ น Instruction / ตัวแทนออกมานาเสนอหนา้ ชั้นเรยี น

Direction และสรุปเน้อื หา ส่งตวั แทนออกมา

นาเสนอหนา้ ชน้ั เรยี น

กิจกรรมการเรยี นการสอน

ขน้ั ตอนการสอนหรอื กิจกรรมของครู ข้ันตอนการเรยี นหรือกิจกรรมของนักเรียน

- ครูและนักเรยี นชว่ ยกันสรุปเนือ้ หาทงั้ หมด - นกั เรยี นช่วยครสู รปุ

อีกคร้ัง

- ครูแจกแบบฝึกหัดท่ี 4.1-4.5 ให้นกั เรยี น - นกั เรียนทกุ คนทาแบบฝึกหัดท่ีครูแจกให้

ทกุ คนทา

สอนครง้ั ท่ี 2

- ครแู จกใบความรทู้ ี่ 3 เรื่องเก่ียวกับ Ways - นักเรยี นทุกคนศึกษาใบความร้ทู ีค่ รูแจกให้

to give instructions และ How to mix

concrete.

- ครแู สดงสื่อที่ 4.2 เกี่ยวกบั รูปแบบภาษาที่ - นักเรยี นทุกคนดูส่ือจากที่ครูฉายและทาความ

ใช้สาหรบั Instruction คอื รูปประโยคคาสัง่ เข้าใจ

(Imperative)

- ครอู ธบิ ายและซักถามนักเรียนเก่ยี วกบั - นักเรยี นฟังครูอธิบายและช่วยกนั ตอบคาถามครู

ประโยคคาสง่ั (Imperative) การสร้าง - นกั เรยี นดตู วั อย่างประโยคบนกระดานดา

Instruction มี 2 แบบ คอื Positive และ

Negative

Positive จะใชโ้ ครงสรา้ ง

Verb1 + Obj + adverbial
Turn off the switch before go out.

Negative จะใชโ้ ครงสร้าง

Don’t / Do not + V1 + Obj +
adverbial

Never

Don’t fold the card.

- ครูยกตวั อยา่ งประโยค Instruction ที่เปน็

Negative เชน่

Don’t smoke here.

Don’t fish in the pond.

กจิ กรรมการเรยี นการสอน

ขนั้ ตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ขัน้ ตอนการเรียนหรือกจิ กรรมของนักเรียน
- นักเรียนพดู ประโยค Negative คนละประโยค
- ครูซักถามและให้นักเรียนยกตวั อย่าง
ประโยคคาสัง่ ท่ีเปน็ Negative คนละประโยค - นักเรียนดูบนกระดานดาและจดคาเช่ือมตา่ ง ๆ
ใส่สมดุ
- ครูยกตัวอยา่ งคาเชือ่ มเพือ่ แสดงขนั้ ตอน
หรือเรียงลาดบั การบอกหรอื สาธติ เช่น First, - นักเรยี นอ่านใบความรู้ที่ครูแจกให้และสังเกต
First of all, Next, Then, After that และ การใช้คาเชอ่ื ม
Finally
- นกั เรียนตอบคาถามครู
- ครแู จกใบความร้ทู ่ี 4 แสดงตัวอย่างการใช้
คาเช่อื มเร่ือง “How to check a spark plug” - It means ………………
ใหน้ ักเรยี นทุกคนอา่ น - There are ………………

- ครอู ภปิ รายซกั ถามความหมายและบอก - นกั เรียนทาแบบฝึกหัดท่ีครูแจกให้
ขั้นตอนวธิ กี ารเช็ค a spark plug เช่น
- นักเรยี นแบง่ กลุม่ ตามที่ครูกาหนดแล้วช่วยกัน
- What does remove mean ? เรยี งแถบประโยคบอกขั้นตอนวิธีการ How to
- What does anti-clockwise mean ? repair a flat tyre โดยใชค้ าเชือ่ ม First,
- How many steps are there in how to second Then, After that, Next, Finally
check a spark plug ?
- ครูแจกแบบฝึกหดั ท่ี 6-9 ให้นกั เรียนทุกคน
ทา
ขั้นสรุป
- ครูแบ่งนักเรยี นออกเป็น 5-6 กลุ่ม แจก
แถบประโยคเก่ียวกับ How to repair a flat
tyre และให้นักเรียนในกลุ่มชว่ ยกนั เรียงข้ันตอน
โดยใช้คาเช่อื มด้วย

กระบวนการ เวลา กจิ กรรมครู กจิ กรรมนกั เรยี น ส่ือ
เตรยี มความพรอ้ ม
ทดสอบก่อนเรียน (นาที)
ข้ันนา
ข้นั สอน 10 - อบรมหนา้ แถวหนา้ ชั้นเรยี น - เข้าเรยี นตรงเวลา -สมดุ บันทึกเวลาเรียน
ขนั้ สรุป
ทดสอบหลงั เรียน และขานช่ือผูเ้ รยี น

รวม 10 - ใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบ - ทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน - แบบทดสอบก่อน

ก่อนเรยี น เรียน

10 - แจ้งหัวข้อ/จดุ ประสงค์ - แสดงความคดิ เห็นอยา่ งมี - กระดาษคาตอบ

- ถาม-ตอบ เหตผุ ล

60 - บรรยาย/ถาม-ตอบ/ - แสดงความคดิ เหน็ อยา่ งมี -เนอ้ื หา หน่วยท่1ี

อภปิ ราย เหตผุ ล

20 - ให้ทาแบบฝึกหดั - ทาแบบฝกึ หัด -แบบฝกึ หดั

- สรุปผล - อภปิ รายและสรปุ ร่วมกนั

10 - มอบหมายงาน - กิจกรรม self-

- ใหน้ ักเรียนทาแบบทดสอบ - ทาแบบทดสอบหลังเรยี น study

หลงั เรียน

- แบบทดสอบหลัง

เรียน

120

นาที

6.7 การวดั ผลและประเมนิ ผล

ก่อนเรียน 1) ใชส้ มุดบนั ทึกเวลาเรยี นฯ ขานชื่อผเู้ รยี นและตรวจการตรงตอ่ เวลา
2) ทดสอบก่อนเรียน

ขณะเรยี น 1) ใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรม สังเกตการตอบคาถาม ความสนใจใฝร่ ู้ ความรับผิดชอบ
ตอ่ งานทีม่ อบหมาย การรว่ มกิจกรรม

หลงั เรียน 1) ทดสอบหลงั เรียน ใชเ้ กณฑ์ผา่ น 50 %

6.8 งานทม่ี อบหมาย

Self-study
ศกึ ษาเก่ียวกบั instruction ครูแบ่งกลมุ่ นักเรยี นออกเป็น 5-6 กลุ่ม ๆ ละ 4-5 คน ใหไ้ ป
คน้ หาวิธกี ารเชื่อมขนั้ ตอนวิธีปฏิบัติอย่างใดอยา่ งหน่ึงโดยมีการใชค้ าเชอื่ มดว้ ย และนาเสนอหน้าชน้ั เรยี นในคร้งั
ตอ่ ไป

6.9 เอกสารอ้างอิง
พิมพ์ใจ สายวิภ.ู 2563. ภาษาอังกฤษสาหรบั งานชา่ งอุตสาหกรรม รหสั วิชา 2000-1209.

พิมพค์ ร้ังท่ี 2. กรงุ เทพฯ: ศนู ย์หนังสอื เมืองไทย.

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 7 หนว่ ยท่ี 7

ชือ่ วิชา ภาษาอังกฤษสาหรับงานชา่ งอุตสาหกรรม สอนครัง้ ที่ 13-14/18
ชือ่ หน่วย How to read manual
คาบรวม 4 ชม.
ชื่อเรือ่ ง Safety Advice จานวนคาบ........

7.1 หวั ขอ้ เร่อื ง

หวั ข้อเรอ่ื งของหนว่ ยท่ี 7 ดังน้ี
7.1 คาศพั ท์เก่ียวกับสว่ นประกอบของคู่มือ (Manual)
7.2 รายละเอียดสว่ นตา่ งๆของคู่มือ (Manual)
7.3 การอา่ นคู่มือ (Manual)

7.2 แนวคดิ สาคญั

คู่มือการปฏิบัติงาน การประกอบช้ินส่วน การทางานของเคร่ืองมือเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆมี
ความสาคัญมีประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะคู่มือเปรียบเสมือนผู้นาทางให้เราสามารถประกอบ ใช้และซ่อม
เคร่ืองมือเคร่ืองจักรและอุปกรณ์ในกรณีที่ไม่สามารถใช้งานได้ หากไม่ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับนักศึกษาช่าง
จาเปน็ ตอ้ งมคี วามรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ โครงสร้างภาษาเกี่ยวกบั คาแนะนา ข้อควรปฏบิ ัตแิ ละ ไม่ควรปฏบิ ัติ

7.3 สมรรถนะประจาหนว่ ย

แสดงความรูเ้ ร่ืองคาศพั ทเ์ กย่ี วกับส่วนประกอบของค่มู ือ (Manual) รายละเอยี ดสว่ นตา่ งๆของคู่มือ
(Manual) การอ่านคู่มอื (Manual)

1. บอกคาศพั ทเ์ ก่ียวกับอุบตั เิ หตุ การป้องกนั และความปลอดภัยในสายงานชา่ งท่ีไม่ซบั ซ้อนได้
2. เขยี นโครงสรา้ งภาษาเกีย่ วกบั คาแนะนา ขอ้ ควรปฏิบตั แิ ละไม่ควรปฏิบตั ิได้
3. เขยี นคาแนะนาและคาเตือนได้
4. สนทนาเก่ยี วกับอบุ ัตเิ หตุ และขอ้ แนะนาความปลอดภยั ได้
5. อา่ นกฎข้อบังคบั การปอ้ งกัน และความปลอดภัยในสายงานชา่ งแล้วตอบคาถามได้

7.4 จุดประสงค์การเรียนรู้

7.4.1 จดุ ประสงค์ท่วั ไป
เพือ่ ให้มคี วามรู้ความเข้าใจเก่ียวกบั คาศัพท์เกีย่ วกับสว่ นประกอบของคู่มอื (Manual)

รายละเอยี ดสว่ นต่างๆของคมู่ ือ (Manual) การอา่ นค่มู ือ (Manual)

7.4.2 จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
7.4.2.1 ด้านความรู้ (จากการศึกษาเนื้อหา)
1) บอกคาศัพท์เกีย่ วกับส่วนประกอบของค่มู ือ (Manual) ได้
2) บอกรายละเอยี ดสว่ นต่างๆของคูม่ ือ (Manual) ได้
7.4.2.2 ด้านทกั ษะ (จากการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม)
1) อา่ นรายละเอียดสว่ นตา่ งๆของคู่มือ (Manual) ได้
2) ฟังเนื้อเร่อื งและตอบคาถามจากเรอ่ื งท่ีฟงั ได้
3) พดู เก่ยี วกับวธิ ีการอา่ นคู่มือได้
4) อ่านและสรุปสาระสาคญั ของคูม่ อื ตา่ งๆได้
7.4.2.3 ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม / บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพียง
1) ตรงต่อเวลา
2) ความรบั ผิดชอบในการทางาน
3) ความขยัน อดทน
4) ความรอบคอบ ละเอียดถ่ีถ้วน

7.5 เนอ้ื หาสาระการเรียนรู้

เนื้อหาสาระของหนว่ ยท่ี 7 ดังน้ี
7.5.1 ด้านความรู้ ศึกษาคาศัพทเ์ กย่ี วกบั สว่ นประกอบของคมู่ อื (Manual) รายละเอยี ดส่วนต่างๆ
ของคู่มือ (Manual) การอ่านคมู่ อื (Manual)
7.5.2 ดา้ นทกั ษะ ฝกึ ทกั ษะตามกิจกรรม Self study

เนอ้ื หาสาระ หนว่ ยที่ 7
วชิ าภาษาอังกฤษชา่ งอุตสาหกรรม สอนครัง้ ที่ 13-14/18
ชื่อหน่วย Safety Advice จานวน 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์
ชือ่ งาน Safety Advice รวม 4 ช่วั โมง

Ways to express a warning
การเตอื น (Warning or precaution) สามารถบรรยายดว้ ยถ้อยคาหรือประโยคในรูปแบบต่าง ๆ

โดยมคี าว่า must, must not, should, should not + Verb1 หรอื ขึ้นต้นด้วย No/Avoid ตอ่ ไปนเี้ ป็น
ตัวอยา่ งประโยคคาสงั่ (Order) คาแนะนา (Advice) และคาเตือน (Precaution)

รูปแบบประโยคคาส่ัง (Order) + Object + Adverbials
Pattern : Subject + must, must not + V1 goggles while working
a safety belt while driving
You must wear gloves while welding
You must fasten a downed wire
You must wear near gasoline tanks
You must not touch
You must not smoke

รปู แบบประโยคคาแนะนา (Advice) + Object + Adverbials
Pattern : Subject + should + Verb1
the tap
should not an overalls while working
You should tighten the rules
You should wear the patient who is
You should follow
You should not move knocked down
appliances near swimming
You should not bring
pools.

เนอ้ื หาสาระ หนว่ ยท่ี 7
วิชาภาษาอังกฤษชา่ งอุตสาหกรรม สอนครงั้ ท่ี 13-14/18
ชือ่ หน่วย Safety Advice จานวน 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์
ชื่องาน Safety Advice รวม 4 ชั่วโมง

รปู ประโยคคาเตือน (Warning or precaution)
Pattern : Avoid / No + V-ing / Noun

No smoking in this area.
No littering in this area.
No talking in the library.
No swimming in the pond.
No touching in the museum.
No walking in the expressway.
Avoid using a knife without a handle.
Avoid making noises in a hospital.

นอกจากน้เี รายงั ใช้ “had better” เพ่อื ใชใ้ นการเตือนหรอื เสนอแนะท่ีคอ่ นขา้ งแรง โดยใช้
โครงสรา้ งประโยคดงั นี้
Pattern : Subject + had better + Verb1

You had better get up ! You’re going to be late to work.
Your son had better study harder.
รูปปฏิเสธใช้ had better not
We had better not go out tonight. The kids are sick.

7.6 กจิ กรรมการเรียนการสอน ข้ันตอนการเรียนหรือกจิ กรรมของนกั เรยี น
- นักเรยี นทกุ คนเตรียมพร้อมท่จี ะเรยี น
การสอนครง้ั ท่ี 13-14
- นกั เรยี นทุกคนอ่านกฎข้อบังคับทีค่ รแู จกใหแ้ ละทา
ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ความเขา้ ใจกับกฎที่อ่าน
- นกั เรยี นตอบคาถามของครูและช่วยกันอภิปราย
ข้ันเตรียม เพิ่มเติม
1. ใบความรูท้ ่ี 1-4 - ห้ามเสียงดงั
2. แบบฝกึ หดั ท่ี 5.1-5.9 - หา้ มรบั ประทานอาหารและเครอ่ื งด่ืม
3. สือ่ ตวั อยา่ งประโยคคาส่งั , คาเตอื น , รูปภาพ - นกั เรียนทกุ คนอา่ นใบความรู้และทาความเขา้ ใจ
และตอบคาถามครู
ความปลอดภยั ในการทางาน - นกั เรยี นตอบครวู า่ ตรวจสอบก่อนจับวา่ มี
ขั้นนาเขา้ ส่บู ทเรียน กระแสไฟฟา้ หรอื ไม่

- ครนู ากฎการใช้หอ้ งสมุด หรือกฎการใช้
ห้องปฏบิ ัติการทางภาษาองั กฤษแจกให้นักเรียนทกุ คน
อา่ น

- ครูซกั ถามนักเรยี นและอภปิ รายความหมาย
เพิม่ เติม เชน่

Don’t make a loud noise.
Don’t eat or drink anything.
ขั้นสอน
- ครูแจกใบความรทู้ ่ี 1 เกย่ี วกับความปลอดภยั ใน
โรงฝึกงานในโรงเรยี นและให้นกั เรยี นอ่าน
เมือ่ นักเรียนอ่านจบครซู กั ถามความหมาย เชน่
- Check all “dead” circuits before you
touch them.
- ครูแบง่ กลุ่มนักเรยี นออกเป็น 7-8 กลมุ่ กล่มุ ละ 5-6
คน
- ครูให้นักเรียนส่งตัวแทนกลุ่มออกมานาเสนอหนา้
ช้นั เรยี น

- นกั เรียนแบ่งกลมุ่ ตามความสมคั รใจ
- นักเรยี นท่ีเปน็ ตัวแทนกลุ่มออกมานาเสนอหนา้ ชั้น
เรยี น

กิจกรรมการเรียนการสอน

ขน้ั ตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ข้นั ตอนการเรยี นหรือกิจกรรมของนักเรียน

- ครแู จกใบความรู้ที่ 2 เกี่ยวกบั บทสนทนาระหว่าง - นกั เรียนอ่านบทสนทนาที่ครูแจกให้และแสดง

Instructor และ Pornchai โดยกาหนดให้นกั เรยี นฝ่าย บทบาทสมมตติ ามที่ครูกาหนด และจดบันทึก

หนงึ่ เปน็ Instructor และอีกฝา่ ยหน่งึ เป็น Pornchai โครงสร้างทส่ี าคัญ ๆ ลงในสมุดของตน

โดยอธิบายโครงสรา้ งข้อเตอื นให้ใช้

Subj + should + V1 + Obj
You should wear overall.

You should wear goggle.

– ครซู กั ถามและอภปิ รายความหมายในบทสนทนา - นกั เรยี นตอบคาถามและชว่ ยกันอภปิ ราย

เช่น dismissed, disobedient

- ครเู ปดิ เครอ่ื งเล่นเทปให้นักเรียนฟังบทสนทนา - นกั เรียนฟงั บทสนทนาแล้วสรุปใจความส่งครู

ระหว่าง Somsak และ Supervisor สกั 3-4 เทีย่ วแลว้

ให้นักเรยี นสรุปใจความสาคัญ

- ครแู จกแบบฝกึ หดั ท่ี5.1-5.4 ให้นกั เรยี นทุกคนทา

- ครูแจกใบความรู้ท่ี 3 เก่ียวกบั Safety Rules - นกั เรียนทาแบบฝกึ หัดท่คี รแู จกใหด้ ว้ ยความเอาใจ

- ครูแบ่งกลุม่ นักเรยี นออกเปน็ 6 กลุ่มโดยกาหนดให้ ใส่

2 กลุ่มแรกอา่ น “General Safety Rules” 2 กลมุ่ อ่าน - นักเรียนทกุ คนอ่านใบความรทู้ ่ีครูแจกให้

“The most important rules for safe operation of

the drill press.” และอกี 2 กลุม่ อ่าน “Safety in - นักเรยี นแบง่ กล่มุ ตามที่ครกู าหนดแลว้ ชว่ ยกนั แปล

using electricity.” ใหส้ รุปเป็นรายงานแล้วนาส่งใน สรุปงานทค่ี รูมอบหมายเป็นภาษาไทยนาส่งครู

ช่วั โมงต่อไป

สอนครั้งท่ี 2

- ครแู จกใบความรู้ที่ 4 เกย่ี วกับบทสนทนาระหว่าง - นกั เรยี นทุกคนอา่ นใบความรู้ท่ีครูแจกใหแ้ ละทา

Mr.Supat และ Students และให้นักเรียนทุกคนอา่ น ความเขา้ ใจ

- ครูซกั ถาม อภิปราย และสรปุ บทสนทนา

- What is Mr. Supat doing ? - นกั เรียนตอบคาถามช่วยกนั อภปิ รายและช่วยครู

- What are students studying ? สรปุ บทสนทนา

- ครูอธบิ ายโครงสร้างการเขียนกฎข้อบังคับโดยใช้ - He is teaching safety rules.

โครงสรา้ งดังน้ี - They are studying safety rules.

Subj + should / must + V1 + obj

You must wear goggles while working

หรอื

Subj+ should not + V1 + obj
must not + V1 + obj
You should not bring appliances near

swimming pool.

ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ขนั้ ตอนการเรยี นหรอื กจิ กรรมของนักเรียน
- นกั เรียนแบง่ กลุม่ ตามท่ีครกู าหนดและช่วยกนั เขียน
- ครแู บง่ กลมุ่ นักเรียนออกเป็น 6-8 กลุม่ โดยให้ ขอ้ บังคบั ในโรงฝึกงานของตน
แตล่ ะกลุ่มชว่ ยกันเขยี นกฎข้อบังคับในโรงฝึกงานเปน็ - นักเรยี นทีเ่ ปน็ ตัวแทนกลุ่มออกมานาเสนอหนา้ ชนั้
ภาษาอังกฤษ เรียนและรบั ฟังข้อผิดพลาดของตนเองที่ครูชว่ ยแก้ไข
- นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มออกมาพูดหนา้ ช้ันเรียนตาม
- ครใู ห้ตัวแทนกลมุ่ ออกมานาเสนอหนา้ ช้ันเรยี น บทบาทท่ีตนเตรียมมา
และช่วยแกไ้ ขข้อทผี่ ิดพลาด - นักเรียนทกุ คนดูบนจอและฟงั ครูอภปิ รายจดบนั ทึก
- ครูใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มแสดงบทบาทสมมติโดย สงิ่ ที่สาคัญลงในสมุดของตน
ออกมาพดู บทสนทนาเกย่ี วกบั กฎขอ้ บงั คับ
- ครนู าแผ่นโปรง่ ใสท่ี 5.1 เกี่ยวกบั การใชโ้ ครงสร้าง - นักเรียนตอบคาถาม และยกตวั อย่างประโยคตามท่ี
ภาษาในประโยคคาสง่ั , คาแนะนา และการเตือน เปิด ครสู อน
เครื่องฉายภาพข้ามศรี ษะใหน้ ักเรยี นทกุ คนดแู ละครู - นักเรียนดรู ูปภาพแลว้ ชว่ ยกนั เขียนคาแนะนาความ
อภปิ รายวธิ ีการใชป้ ระโยคคาสงั่ (Order) จะใช้ ปลอดภยั โดยใช้โครงสร้าง You should …
โครงสรา้ ง - นักเรยี นช่วยกนั สรุปพร้อมครู
- นักเรยี นทุกคนทาแบบฝกึ หัดทคี่ รูแจกใหด้ ้วยความ
Subj + must,must not + V1 + Obj + กระตือรือร้น
adverbial

You must wear gloves while welding.
You must not touch a downed wire.
ประโยคคาแนะนา (Advice)
Subj + should, should not + V1 + obj +
adverbial.
You should wear overall while working
You should not move the patient who is
knocked down.
- ครูซกั ถามนักเรยี น และให้นกั เรยี นยกตัวอยา่ ง
ประโยคตาม Pattern ทค่ี รูอภิปราย
ขน้ั สรปุ
- ครฉู ายแผน่ โปรง่ ใสที่ 5.2 เปน็ รูปภาพเกีย่ วกบั
ความปลอดภยั ในงานทางานแล้วใหน้ กั เรียนช่วยกัน
เขยี นประโยคแนะนา
- ครแู ละนกั เรียนช่วยกันสรุปโครงสร้างการใช้
ภาษาบนกระดานดาอกี ครั้ง
- ครแู จกแบบฝกึ หดั ท่ี 5.5-5.9 ให้นักเรยี น ทกุ
คนทา

กระบวนการ เวลา กิจกรรมครู กิจกรรมนกั เรยี น สื่อ
เตรียมความพรอ้ ม
ทดสอบก่อนเรียน (นาที)
ขนั้ นา
ขนั้ สอน 10 - อบรมหน้าแถวหน้าชัน้ เรยี น - เขา้ เรยี นตรงเวลา -สมุดบันทกึ เวลาเรียน
ขั้นสรุป
ทดสอบหลงั เรียน และขานชอื่ ผเู้ รียน

รวม 10 - ให้นกั เรยี นทาแบบทดสอบ - ทาแบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบก่อน

กอ่ นเรียน เรยี น

10 - แจง้ หวั ขอ้ /จดุ ประสงค์ - แสดงความคดิ เห็นอย่างมี - กระดาษคาตอบ

- ถาม-ตอบ เหตุผล

60 - บรรยาย/ถาม-ตอบ/ - แสดงความคิดเห็นอยา่ งมี -เน้ือหา หนว่ ยท1ี่

อภิปราย เหตผุ ล

20 - ใหท้ าแบบฝกึ หัด - ทาแบบฝึกหดั -แบบฝกึ หดั

- สรุปผล - อภปิ รายและสรปุ รว่ มกัน

10 - มอบหมายงาน - กิจกรรม self-

- ให้นักเรียนทาแบบทดสอบ - ทาแบบทดสอบหลังเรยี น study

หลังเรียน

- แบบทดสอบหลัง

เรียน

120

นาที

7.7 การวัดผลและประเมนิ ผล

กอ่ นเรียน 1) ใชส้ มุดบันทกึ เวลาเรียนฯ ขานชื่อผ้เู รยี นและตรวจการตรงตอ่ เวลา
2) ทดสอบก่อนเรยี น

ขณะเรียน 1) ใชแ้ บบสังเกตพฤติกรรม สังเกตการตอบคาถาม ความสนใจใฝร่ ู้ ความรบั ผิดชอบ
ต่องานทม่ี อบหมาย การรว่ มกจิ กรรม

หลงั เรียน 1) ทดสอบหลงั เรยี น ใช้เกณฑผ์ ่าน 50 %

7.8 งานทม่ี อบหมาย

Self-study
แบง่ กลมุ่ ๆละ 4 คน ศึกษาคู่มอื ใหเ้ ขยี นกฎของโรงฝกึ งาน เปน็ ภาษาองั กฤษใส่กระดาษฟรบุ๊
และนาเสนอหน้าชัน้ เรยี นในคร้งั ต่อไป

7.9 เอกสารอา้ งอิง
พิมพใ์ จ สายวภิ .ู 2563. ภาษาอังกฤษสาหรบั งานชา่ งอุตสาหกรรม รหสั วิชา 2000-1209.

พมิ พค์ รั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: ศนู ย์หนงั สอื เมืองไทย

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 8 หนว่ ยที่ 8

ชอ่ื วชิ า ภาษาอังกฤษสาหรบั งานชา่ งอตุ สาหกรรม สอนครงั้ ที่ 15-
16/18

ช่อื หน่วย Job Work Order and Job Report คาบรวม 4 ชม.

ช่ือเรอื่ ง จานวนคาบ........

8.1 หวั ขอ้ เร่อื ง

หัวขอ้ เรื่องของหนว่ ยที่ 8 ดังน้ี
8.1 คาศพั ท์เก่ยี วกบั Job Work Order และ Job Report
8.2 การอธิบายความผดิ พลาดของเครือ่ งมือเคร่ืองจักร สิง่ ของต่างๆ
8.3 วิธีการเขยี น Job Work Order และ Job Report
8.4 โครงสร้างประโยคและวิธีการใช้ Future simple, Present perfect และ Past simple
tense

8.2 แนวคดิ สาคัญ

การเกิดอุบัติเหตุและความเสียหายต่างๆเกิดจากหลายสาเหตุ เช่นเคร่ืองมือ อุปกรณ์ชารุด
ผ้ปู ฏิบตั ิงานมีความประมาทเลินเล่อ การปฏิบัติงานที่ไม่ปลอดภัย สภาพของงานท่ีไม่ปลอดภัย และผู้เป็นช่าง
ต้องหาสาเหตุของความผดิ พลาด และดาเนินการในส่วนทเี่ กย่ี วขอ้ งเชน่ การสอบถามลูกค้าท่ีมาใช้บริการ การ
ค้นหาสาเหตุของความเสียหายต่าง การรายงานความเสียหายและการสรุปผลการดาเนินการแก้ไขให้
ผบู้ ังคบั บัญชาทราบต่อไป

8.3 สมรรถนะประจาหน่วย

แสดงความรูเ้ รอื่ งคาศัพทเ์ กี่ยวกับ Job Work Order และ Job Report การอธิบายความ
ผิดพลาดของเคร่ืองมือเคร่ืองจักร สิ่งของต่างๆ และ วธิ ีการเขียน Job Work Order และ Job Report

8.4 จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

8.4.1 จุดประสงค์ทว่ั ไป
เพอื่ ใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกับคาศัพท์เกี่ยวกับ Job Work Order และ Job

Report การอธิบายความผดิ พลาดของเคร่ืองมือเคร่อื งจักร ส่งิ ของต่างๆ และ วธิ กี ารเขียน Job Work
Order และ Job Report

8.4.2 จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
8.4.2.1 ด้านความรู้ (จากการศกึ ษาเนื้อหา)
1) บอกคาศัพท์เกี่ยวกบั Job Work Order และ Job Report ได้
2) อธิบายความผิดพลาดของเครื่องมอื เครอ่ื งจักร สิง่ ของต่างๆได้
3) อธิบายโครงสร้างประโยคและวิธีการใช้ Future simple, Present perfect และ

Past simple tense ได้

8.4.2.2 ด้านทักษะ (จากการปฏบิ ัตกิ ิจกรรม)

1) ใช้ประโยค Future simple, Present perfect และ Past simple tense

อธิบายเหตกุ ารณต์ า่ งๆได้

2) ฟงั และอ่านเนื้อเร่ืองและตอบคาถามจากเร่อื งทฟ่ี ังและอา่ นได้

3) พูดถามตอบเกีย่ วกบั การรายงานความก้าวหนา้ ในการปฏบิ ตั งิ านได้

4) เขียนข้อมูลใน Job Work Order และ Job Report ได้

8.4.2.3 ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม / บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพียง

1) ตรงต่อเวลา

2) ความรบั ผิดชอบในการทางาน

3) ความขยนั อดทน 4) ความละเอียด รอบคอบในการทางาน

8.5 เน้ือหาสาระการเรียนรู้

เนือ้ หาสาระของหน่วยที่ 8 ดังน้ี

8.5.1 ดา้ นความรู้ ศกึ ษาคาศัพทเ์ กีย่ วกับ Job Work Order และ Job Report การอธบิ าย

ความผิดพลาดของเคร่ืองมือเครื่องจักร สิ่งของตา่ งๆ และ วิธกี ารเขียน Job Work Order และ Job

Report

8.5.2 ดา้ นทักษะ ฝึกทักษะตามกจิ กรรม Self study

8.6 กจิ กรรมการเรียนรู้

การสอนครง้ั ท่ี 15-16

กระบวนการ เวลา กิจกรรมครู กิจกรรมนกั เรยี น สอื่

(นาท)ี

เตรียมความพรอ้ ม 10 - อบรมหนา้ แถวหน้าชัน้ เรยี น - เขา้ เรยี นตรงเวลา -สมดุ บันทึกเวลาเรียน

และขานชอ่ื ผู้เรียน

ทดสอบกอ่ นเรยี น 10 - ให้นกั เรียนทาแบบทดสอบ - ทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น - แบบทดสอบก่อน

กอ่ นเรียน เรยี น

ข้นั นา 10 - แจ้งหัวขอ้ /จุดประสงค์ - แสดงความคดิ เหน็ อย่างมี - กระดาษคาตอบ

- ถาม-ตอบ เหตผุ ล

ขั้นสอน 60 - บรรยาย/ถาม-ตอบ/ - แสดงความคิดเหน็ อยา่ งมี -เนอื้ หา หน่วยที่1

อภิปราย เหตุผล

ข้ันสรปุ 20 - ให้ทาแบบฝึกหดั - ทาแบบฝกึ หดั -แบบฝกึ หัด

- สรปุ ผล - อภปิ รายและสรุปรว่ มกนั

ทดสอบหลงั เรียน 10 - มอบหมายงาน - กิจกรรม self-

- ใหน้ ักเรียนทาแบบทดสอบ - ทาแบบทดสอบหลังเรยี น study

หลงั เรยี น - แบบทดสอบหลัง

เรยี น

รวม 120
นาที

8.7 การวดั ผลและประเมนิ ผล

กอ่ นเรยี น 1) ใชส้ มุดบันทกึ เวลาเรยี นฯ ขานชื่อผเู้ รยี นและตรวจการตรงต่อเวลา
2) ทดสอบก่อนเรียน

ขณะเรียน 1) ใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรม สังเกตการตอบคาถาม ความสนใจใฝ่รู้ ความรบั ผดิ ชอบ
ต่องานทม่ี อบหมาย การรว่ มกิจกรรม

หลังเรยี น 1) ทดสอบหลังเรยี น ใชเ้ กณฑ์ผ่าน 50 %

8.8 งานทมี่ อบหมาย

Self-study
ศกึ ษาเพิ่มเตมิ เกี่ยวกบั Job report และ Job work order ในโรงงาน บรษิ ัทฯลฯ และ
นาเสนอหน้าชั้นเรยี นในครัง้ ต่อไป

8.9 เอกสารอา้ งองิ
พมิ พใ์ จ สายวิภู. 2563. ภาษาอังกฤษสาหรบั งานชา่ งอุตสาหกรรม รหัสวชิ า 2000-1209.

พมิ พ์ครัง้ ที่ 2. กรุงเทพฯ: ศนู ย์หนงั สือเมืองไทย.

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 9 หน่วยท่ี 9

ชอ่ื วิชา ภาษาอังกฤษสาหรับงานช่างอุตสาหกรรม สอนคร้งั ที่ 17-
18/18

ชอ่ื หนว่ ย Form Filling คาบรวม 4 ชม.

ช่ือเรือ่ ง จานวนคาบ........

9.1 หวั ขอ้ เรื่อง

หัวข้อเรอื่ งของหน่วยท่ี 9 ดงั นี้
9.1 คาศพั ทเ์ กี่ยวกับอาชีพชา่ งอุตสาหกรรม (Industrial occupations)
9.2 คาศัพทเ์ กี่ยวกับหวั ข้อการกรอกข้อมลู ลงในแบบฟอร์ม (Information Headings)
9.3 การถามบุคคลเก่ยี วกบั รายละเอียดของงานท่ที า
9.4 วิธกี ารกรอกแบบฟอรม์ (Form filling)

9.2 แนวคดิ สาคญั

การกรอกแบบฟอร์มต่างๆ เช่นใบสมัครงาน ใบสมัครสมาชิกต่างๆ เป็นสิ่งท่ีหลายคนมักต้องกรอก
แบบฟอร์มเหล่านั้น การศึกษาหัวข้อและสิ่งที่กรอกในแบบฟอร์มจึงมีประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะป้องกันความ
ผิดพลาดที่อาจเกิดข้นึ จากความไมเ่ ข้าใจและบางครั้งอาจทาให้เราสูญเสยี ประโยชนท์ ี่ควรจะไดร้ ับอีกด้วย

9.3 สมรรถนะประจาหนว่ ย

แสดงความรู้เร่ืองคาศัพท์เกี่ยวกับอาชีพช่างอุตสาหกรรม (Industrial occupations) คาศัพท์
เก่ียวกับหัวข้อการกรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์ม (Information Headings) การถามบุคคลเกี่ยวกับ
รายละเอียดของงานที่ทา และวิธีการกรอกแบบฟอร์ม (Form filling) แบบฟอร์มชนิดต่างๆ เป็นเอกสารทาง
ธุรกิจทใี่ ชเ้ พื่อกล่ันกรองผู้สมัครวา่ มีคณุ วุฒิ มีประสบการณ์เหมาะสมกับตาแหน่งท่ีว่างหรือมีคุณสมบัติครบถ้วน
ที่จะสมัครเข้าเปน็ สมาชกิ การกรอกใบสมัครตา่ งๆ ควรเขยี นดว้ ยลายมอื ทอี่ า่ นงา่ ย ถูกต้อง ชัดเจน

9.4 จุดประสงค์การเรียนรู้

9.4.1 จดุ ประสงค์ท่ัวไป
เพ่ือให้มีความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกับคาศัพท์เกี่ยวกบั อาชีพช่างอุตสาหกรรม (Industrial

occupations) คาศัพทเ์ ก่ียวกบั หัวขอ้ การกรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์ม (Information Headings) การถาม
บุคคลเก่ียวกับรายละเอียดของงานที่ทา และวธิ กี ารกรอกแบบฟอร์ม (Form filling)

9.4.2 จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
9.4.2.1 ดา้ นความรู้ (จากการศกึ ษาเน้ือหา)
1) บอกคาศัพท์เกีย่ วกับอาชีพช่างอุตสาหกรรม (Industrial occupations) ได้
2) บอกคาศัพท์เกี่ยวกับหัวข้อการกรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์ม ( Information

Headings) ได้

9.4.2.2 ด้านทักษะ (จากการปฏบิ ัติกิจกรรม)

1) ฟงั เนื้อเร่อื งและตอบคาถามจากเรอื่ งที่ฟังได้

2) อา่ นเน้ือเรอ่ื งและตอบคาถามจากเรื่องที่อา่ นได้

3) พดู ถามตอบเกย่ี วกบั อาชีพและภาระงานที่รบั ผิดชอบได้

4) กรอกข้อมลู ของตนเอง ประวตั ิส่วนตวั แบบฟอรม์ การประกนั สขุ ภาพ แบบฟอร์ม

สมคั รสมาชกิ บัตรเครดิต และแบบฟอร์มสมัครงานได้

9.4.2.3 ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม / บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพียง

1) ตรงตอ่ เวลา 2) ความรบั ผดิ ชอบในการทางาน

3) ความขยัน อดทน 4) ความละเอยี ดถ่ีถว้ น รอบคอบ

9.5 เน้ือหาสาระการเรียนรู้

เนื้อหาสาระของหนว่ ยที่ 9 ดังน้ี

9.5.1 ด้านความรู้ ศกึ ษาคาศัพท์เกี่ยวกับอาชีพช่างอุตสาหกรรม (Industrial occupations)

คาศัพทเ์ ก่ยี วกบั หัวขอ้ การกรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์ม (Information Headings) การถามบุคคลเกย่ี วกับ

รายละเอียดของงานท่ีทา และวิธีการกรอกแบบฟอร์ม (Form filling)

9.5.2 ด้านทกั ษะ ตามกจิ กรรม Self study

เน้ือหาสาระ หน่วยท่ี 9

วชิ าภาษาองั กฤษชา่ งอตุ สาหกรรม สอนครงั้ ท่ี 17-18

ชื่อหน่วย Filling out Forms จานวน 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์

ชื่องาน Filling out Forms รวม 4 ชัว่ โมง

คาศพั ท์ สานวนทีจ่ าเป็นในการกรอกข้อมูล

การกรอกข้อมลู เก่ียวกบั ประวตั ิบุคคลเปน็ ส่ิงจาเปน็ ในแบบกรอกข้อมลู

ชนิดตา่ งๆ ข้อมลู พนื้ ฐานเกยี่ วกับบคุ คล มักใช้คาหรือข้อความร่วมกัน ดังต่อไปน้ี

First name/Given name/Christian name : Vichitra (ชอ่ื ตวั )
Middle name (ชอื่ กลาง) : e.g. William Brown Richardson
Family name/Last name/Surname (นามสกุล) : e.g. Panichakul
Age : e.g. 22 years old
Sex/Gender (เพศ) : female, male
Marital status (สถานภาพสมรส) : Single (โสด)
Married (สมรสแล้ว)
Divorced (หย่าร้าง)
Separated-living apart from husband/wife
officially (แยกกนั อยู่อย่างเปน็ ทางการกบั สาม/ี ภรรยา)
Widowed-husband/Wife died (เปน็ หมา้ ย-สามี/ภรรยาเสียชวี ติ แล้ว)
Date (วนั ที่) : The date you fill in the form e.g. 16 September, 2000.
Date of birth (วนั เดอื น ปีเกดิ ) : The exact date you were born e.g. 2 June, 1975.
Address (ทอี่ ยู่) : (ถาวร)Permanent : Your usual address ท่ีอยูต่ ามทะเบยี นบา้ น
ชั่วคราว Temporary : Where you are living now (for a while) ท่ีอยปู่ ัจจบุ นั e.g.
BLOCK LETTER/Capital letter : e.g. A, B, C, D

เน้อื หาสาระ หนว่ ยท่ี 9
วิชาภาษาอังกฤษช่างอุตสาหกรรม สอนครั้งที่ 17-18
ชื่อหนว่ ย Filling out Forms จานวน 2 ชวั่ โมง/สปั ดาห์
ชือ่ งาน Filling out Forms รวม 4 ช่วั โมง

Confidential (ลบั , ปกปดิ ) : Secret

Birth certificate (สูตบิ ัตร) : The document that shows when you were born

Nationality (สัญชาติ) : e.g.Thai, Chinese

Identification Card No. or ID No. (เลขทีใ่ นบตั รประชาชน) : The document that

shows who you are.

Issued by (ออกโดย) : e.g. Royal Thai embassy

Issue Date/Issued on/Date of issue (ออกเมื่อ) : e.g. March 30, 2001.

คาแนะนาในการกรอกข้อมูล
แบบกรอกข้อมูลเป็นเอกสารสง่ิ พิมพ์ทีม่ ีชอ่ งว่างสาหรับเติมคาเอกสาร

ดงั กล่าวต้องการให้ผกู้ รอกข้อมูลปฏบิ ตั ติ ามคาแนะนา เราใชแ้ บบกรอกข้อมูลแตกต่างกนั ตามวัตถปุ ระสงค์
นอกจากนี้ การกรอกข้อมูลเป็นกจิ กรรมที่อาจจดั เป็นภารกิจประจาวันของหน่วยงาน และบคุ คลรวมท้งั ผู้ท่ี
มวี ิชาชพี ทางช่าง

รูปแบบของแบบกรอกขอ้ มูล โดยท่วั ไปแบบกรอกขอ้ มูลฉบับหนงึ่ ประกอบด้วย
3 ส่วน คือ คานา (Introduction) สว่ นรายละเอยี ดหรือขอ้ มูลทต่ี อ้ งการ (Body) และสว่ นท้าย (Ending)

สว่ นท่เี ป็นคานาจะอยดู่ า้ นบนสดุ ของแบบกรอกข้อมลู ซ่งึ ประกอบดว้ ยช่อื เรอื่ ง
และขอ้ มูลท่บี อกถงึ ความสมั พนั ธ์ของข้อมลู กับบคุ คล เวลา สถานท่ีและอ่ืนๆ
สว่ นรายละเอยี ดของแบบกรอกขอ้ มูล เปน็ ส่วนทีผ่ ู้ใหข้ อ้ มูลตอ้ งกรอกข้อความให้สมบรู ณ์

สว่ นท้ายของแบบกรอกขอ้ มลู ซึง่ อยูด่ ้านล่างของเอกสารนัน้ ผู้กรอกข้อมูลจะ
ต้องลงนามดว้ ยตนเอง รวมท้งั การลงนามของผู้มอี านาจอนุญาตหรือผ้อู ่นื ทเี่ กี่ยวข้อง

9.6 กิจกรรมการเรยี นรู้ การสอนคร้งั ที่ 17 ข้ันตอนการเรยี นหรอื กิจกรรมของนกั เรยี น

ขนั้ ตอนการสอนหรอื กจิ กรรมของครู - นักเรียนทุกคนพรอ้ มทจ่ี ะเรียน

ขน้ั เตรยี ม - นักเรยี นดูแบบฟอรม์ ท่ีครูชแู ล้วตอบคาถามครู
1. ใบความรู้ที่ 1-5 - Yes, I have.
2. แบบฝึกหัดท่ี 8.1-8.7 - No, I haven’t.
3. ตัวอยา่ งแบบฟอร์มต่างๆ
4. แผน่ โปร่งใสตัวอยา่ งแบบฟอรม์ และคาศัพท์ - นกั เรยี นศึกษาใบความรู้ทค่ี รูแจกให้
5. เคร่ืองฉายภาพขา้ มศรี ษะ - นกั เรียนพดู บทสนทนาตามครทู ลี ะประโยค
- นักเรยี นแบ่งออกเปน็ 2 ฝ่ายแลว้ พดู บทสนทนา โตต้ อบกนั
ข้นั นาเข้าสบู่ ทเรยี น ตามท่คี รกู าหนด
- ครูชตู วั อย่างแบบฟอร์มของจรงิ ให้นกั เรียนดู แลว้ - นักเรยี นช่วยกันตอบคาถามครู

ซกั ถามนกั เรียนวา่ ใครเคยกรอกขอ้ มลู ในแบบฟอร์มบ้าง - Miss Chan
Have you ever filled in the form? - One year.

ข้นั สอน - 5,000 ฿
- ครแู จกใบความรู้ ที่ 1 เก่ยี วกับบทสนทนาระหว่าง - June 2, 1975.
- She lives at 12 Sukhothai Building,
Mr.Tana และ Miss Chan Sukhothai Rd, Dusit, Bangkok.
- ครูอา่ นบทสนทนาแล้วให้นกั เรยี นพดู ตามที่ละ - She works as a secretary.

ประโยค
- ครแู บง่ นักเรยี นออกเปน็ 2 ฝา่ ยสมมตุ ใิ ห้ฝา่ ยหน่งึ

เปน็ Mr.Tana อกี ฝา่ ยหนึง่ เปน็ Miss Chan แลว้ ให้พดู บท
สนทนาโตต้ อบกนั

- ครูซักถามคาถามจากบทสนทนา
- Who want’s to apply as a member of

Fitness Center?
- What kind of membership would
Miss Chan like to apply for,
permanent or one year?
- How much is the fee?
- What was Miss Chan’s date of
birth?
- Where does Miss Chan live?

- What does Miss Chan do?

กิจกรรมการเรยี นการสอน

ขน้ั ตอนการสอนหรอื กจิ กรรมของครู ขัน้ ตอนการเรียนหรอื กจิ กรรมของนักเรียน

- ครแู ละนักเรียนชว่ ยกันแปลความหมายของ - นกั เรยี นชว่ ยครแู ปลความหมายและกรอก

บทสนทนา และครูฉายแผน่ โปร่งใสตัวอยา่ ง ข้อมูลในแบบฟอร์มทีค่ รฉู ายแผน่ โปรง่ ใส จนครบทุก

แบบฟอร์มใบสมัครสมาชิก (Membership Form) รายการ

ให้นักเรียนชว่ ยกันกรอกข้อมูลของ Miss Chan

- ครแู จกใบความรู้ที่ 2 เกี่ยวกับ Registration - นักเรยี นศึกษาใบความรู้ด้วยความต้ังใจ

Form ให้นกั เรยี นทกุ คน

- ครอู ธบิ ายใหน้ กั เรยี นฟังวา่ - นกั เรยี นฟังครูอธิบายและซักถามส่ิงทตี่ นไม่

ข้อความไหนควรจะกรอกข้อมลู อะไรและเปิด เข้าใจ

โอกาสให้นักเรียนซักถาม โดยครอู ธิบายว่า

การกรอกแบบฟอร์มน้นั หากเป็นนามเฉพาะ เช่น

ชอ่ื คน ชื่อเมือง ฯลฯ ตัวแรกต้องกรอกด้วย

ตวั พิมพ์ใหญ่ เช่น Monchai, Phetchabun

- ครูซกั ถามนักเรียนวา่ ใครเคยกรอก - นักเรียนช่วยกันตอบคาถามของครู

แบบฟอร์มสมคั รเปน็ สมาชกิ ห้องสมุดบ้าง - Yes, I have.

- Have you ever filled in - No, I haven’t.

Registration Form

- ครูให้นักเรียนกรอกข้อมลู แบบฟอร์ม - นกั เรียนทุกคนกรอกข้อมลู ในแบบฟอร์มที่แจกให้

Registration Form ซ่งึ เป็นข้อมลู สว่ นตวั ของ

นกั เรยี นเอง - นกั เรยี นทาแบบฝกึ หดั ที่ครแู จกให้

- ครูแจกแบบฝกึ หดั ที่ 8.1-8.3 ให้นกั เรียน

ทุกคนทา

สอนครั้งท่ี 2

- ครูฉายแผน่ โปรง่ ใสที่ 8.2 ตัวอย่าง Order

Form - นักเรียนดูตวั อย่าง Order Form บนจอที่ครูฉาย

- ครูซกั ถามและอธิบายคาศพั ท์

หรือข้อความท่จี ะกรอกข้อมลู ในแบบฟอรม์ เช่น - นักเรียนตอบคาถามครูและฟังครูอธิบาย

การส่ังสินค้าประกอบดว้ ย

กจิ กรรมการเรียนการสอน

ขนั้ ตอนการสอนหรอื กิจกรรมของครู ขั้นตอนการเรียนหรือกิจกรรมของนักเรียน

Company หมายถงึ บรษิ ัทที่เราสง่ั

Contact name “ บคุ คลทีต่ ิดต่อได้
Contact phone “เบอรโ์ ทรท่ีติดต่อได้สะดวก

Quantity “ ปรมิ าณที่ส่ังซ้ือ

Reference “ อ้างองิ

Description “ ประเภทของสินคา้ ท่ี

ส่งั

Delivery “ การกาหนดส่ง

Payment “ การชาระเงิน

Comment “ รายละเอยี ดเพม่ิ เติม

- ครูกาหนดสถานการณ์ใหน้ ักเรยี นเป็นคน - นักเรียนฝึกกรอกข้อมูลใน Order Form ทีค่ รูแจก

ส่ังซ้ืออปุ กรณ์ทางช่างแลว้ ให้ฝึกกรอกข้อมลู ใน ให้

Order Form

- ครฉู ายแผ่นโปร่งใสท่ี 8.3 ตัวอยา่ ง Diver's - นักเรียนดูตวั อย่างบนจอ

License Application

- ครูกาหนดใหน้ ักเรียนทุกคนกรอกข้อมูลใน - นกั เรียนกรอกข้อมูลของตนเองในแบบฟอรม์

แบบฟอรม์ ท่ีครฉู ายแผ่นโปร่งใส โดยใช้ข้อมูลของ

ตนเอง

- ครแู จกใบความรู้ท่ี 3 เก่ยี วกบั แบบฟอร์ม - นกั เรยี นทุกคนศกึ ษาใบความร้ทู ค่ี รูแจกให้

การเปิดสมุดบญั ชเี งนิ ฝากของธนาคารให้นกั เรยี น

ทุกคน

- ครูซักถามนักเรยี นว่าใครเคยเปดิ สมดุ บัญชี - นักเรยี นตอบคาถามครูตามความเปน็ จรงิ

เงนิ ฝากธนาคาร

- Have you ever opened a saving account? - Yes, I have.

- ครูสั่งให้นกั เรียนทกุ คนฝึกกรอกข้อมลู ใน - No, I haven’t

แบบฟอร์มทีเ่ ปน็ ข้อมูลของตนเอ - นกั เรยี นทุกคนกรอกข้อมลู ตามที่ครสู งั่

กจิ กรรมการเรยี นการสอน

ขน้ั ตอนการสอนหรอื กิจกรรมของครู ขั้นตอนการเรยี นหรอื กิจกรรมของนักเรียน

- ครูแจกใบความรู้ที่ 4 เก่ียวกบั คาศัพทส์ านวน - นกั เรียนศึกษาใบความรู้และฟังครูอธบิ าย
ทใ่ี ชก้ รอกข้อมลู และอธิบายคาศพั ท์ โดยครูอธิบาย
ว่าการกรอกข้อมูลในแบบฟอรม์ ตอ้ งใช้ Capital
Letter ในสว่ นท่ีเป็น First name, Last
name, Address, Nationality, Race,
Relgion จากนัน้ ครูอธบิ ายเพมิ่ เตมิ ในส่วนที่
นักเรยี นอาจต้องพบในแบบฟอรม์ เช่น

Age หมายถึง อายุของผู้กรอก
Sex “ เพศของผ้กู รอก
Marital status “ สถานภาพของ

ผูก้ รอก
Date “ วนั ท่กี รอก
Date of birth “ วนั เดือน ปี เกดิ
ของ

ผูก้ รอก
Issued by “ ออกให้โดย
Issued date “ ออกให้เมื่อ
Date of expiry “ วนั หมดอายุ
Signature “ ลายเซน็ ของผู้
กรอก
- ครูแจกแบบฝกึ หัดที่ 8.4-8.7 ให้ทุกคนทา - นกั เรยี นทาแบบฝกึ หดั ท่ีครูแจกให้

ขัน้ สรปุ - นักเรียนอา่ นใบความรู้เกยี่ วกบั คาแนะนาและทา
- ครูแจกใบความรทู้ ี่ 5 เก่ียวกบั คาแนะนาใน ความเข้าใจ
- นักเรยี นรบั ฟังข้อบกพร่องของตนเองและนาไป
การกรอกข้อมูลลงในแบบฟอรม์ ชนดิ ต่างๆ แกไ้ ข
- ครใู หข้ อ้ เสนอแนะ แก้ไขข้อบกพรอ่ งที่พบ

เหน็ จากการกรอกข้อมลู ของนักเรียน

กระบวนการ เวลา กิจกรรมครู กจิ กรรมนกั เรยี น สือ่

(นาที)

เตรยี มความพร้อม 10 - อบรมหนา้ แถวหน้าชั้นเรียน - เข้าเรียนตรงเวลา -สมุดบันทกึ เวลาเรียน

และขานชือ่ ผเู้ รียน

ทดสอบก่อนเรยี น 10 - ใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบ - ทาแบบทดสอบก่อนเรยี น - แบบทดสอบก่อน

ก่อนเรยี น เรยี น

ขน้ั นา 10 - แจง้ หัวขอ้ /จุดประสงค์ - แสดงความคิดเหน็ อย่างมี - กระดาษคาตอบ

- ถาม-ตอบ เหตุผล

ขน้ั สอน 60 - บรรยาย/ถาม-ตอบ/ - แสดงความคดิ เห็นอยา่ งมี -เนื้อหา หน่วยที1่

อภิปราย เหตุผล

ขั้นสรุป 20 - ให้ทาแบบฝึกหัด - ทาแบบฝกึ หดั -แบบฝกึ หัด

- สรปุ ผล - อภิปรายและสรปุ รว่ มกนั

ทดสอบหลังเรียน 10 - มอบหมายงาน - กิจกรรม self-

- ใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบ - ทาแบบทดสอบหลงั เรยี น study

หลังเรยี น

- แบบทดสอบหลัง

เรยี น

รวม 120
นาที

การสอนครัง้ ท่ี 18

กระบวนการ เวลา กิจกรรมครู กจิ กรรมนกั เรียน ส่อื

(นาท)ี

เตรียมความพร้อม 5 - อบรมหนา้ แถวหน้าชน้ั เรียน - เข้าเรยี นตรงเวลา -สมดุ บนั ทึกเวลาเรียน

และขานช่ือผู้เรียน

ทดสอบกอ่ นเรยี น 10 - ให้นกั เรียนทาแบบทดสอบ - ทาแบบทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบก่อน

ก่อนเรยี น เรยี น

ขั้นนา 5 - แจง้ หวั ขอ้ /จุดประสงค์ - แสดงความคดิ เหน็ อย่างมี - กระดาษคาตอบ

- ถาม-ตอบ เหตผุ ล

ขน้ั สอน 20 - บรรยาย/ถาม-ตอบ/ - แสดงความคิดเห็นอยา่ งมี -เนอ้ื หา หนว่ ยที่1

อภปิ ราย เหตุผล

ขั้นสรุป 10 - ใหท้ าแบบฝึกหดั - ทาแบบฝึกหดั -แบบฝกึ หัด

- สรปุ ผล - อภปิ รายและสรปุ ร่วมกนั

ทดสอบหลงั เรียน 10 - มอบหมายงาน - กิจกรรม self-

- ให้นักเรียนทาแบบทดสอบ - ทาแบบทดสอบหลังเรยี น study

หลงั เรียน

- สอบปลายภาค -แ บ บ ท ด ส อ บ ห ลั ง

สอบปลายภาค 60 -ให้นักเรียนสอบปลายภาค เรียน

-แบบทดสอบ

รวม 120
นาที

9.7 การวดั ผลและประเมนิ ผล

ก่อนเรยี น 1) ใชส้ มดุ บันทึกเวลาเรียนฯ ขานช่ือผเู้ รยี นและตรวจการตรงตอ่ เวลา
2) ทดสอบก่อนเรียน

ขณะเรียน 1) ใชแ้ บบสงั เกตพฤติกรรม สงั เกตการตอบคาถาม ความสนใจใฝร่ ู้ ความรับผิดชอบ
ตอ่ งานท่ีมอบหมาย การรว่ มกจิ กรรม

หลงั เรียน 1) ทดสอบหลงั เรียน ใชเ้ กณฑ์ผา่ น 50 %

9.8 งานทมี่ อบหมาย

Self-study
แบ่งกลุม่ ศกึ ษาแบบฟอร์มต่างๆเพิม่ เติม เช่น แบบฟอรม์ สมัครงาน แบบฟอร์มการสมคั ร
สมาชกิ ฯลฯ จดั ทารายงานสิ่งทศี่ กึ ษา และให้ผูเ้ รยี นกรอกใบสมัครออนไลนท์ ่ีครผู ู้สอนได้สรา้ งข้ึนผ่านเว็บไซต์
Jotform

9.9 เอกสารอ้างองิ
พมิ พใ์ จ สายวภิ .ู 2563. ภาษาองั กฤษสาหรับงานชา่ งอุตสาหกรรม รหัสวิชา 2000-1209.

พิมพ์ครัง้ ที่ 2. กรงุ เทพฯ: ศูนย์หนังสอื เมืองไทย.


Click to View FlipBook Version