The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความรู้เกี่ยวกับความหมาย และความสำคัญ ของแผนที่ การจำแนกชนิดของแผนที่ได้ และ
ประโยชน์ของการทำแผนที่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2023-03-15 04:43:27

แผนที่เบื้องต้น

ความรู้เกี่ยวกับความหมาย และความสำคัญ ของแผนที่ การจำแนกชนิดของแผนที่ได้ และ
ประโยชน์ของการทำแผนที่

Keywords: แผนที่

บทที่ 1 แผนที่เบื้องต้น (Principle of Map)


2 แผนการสอน หัวข้อ แผนที่ ผู้สอน อาจารย์ดร.ศศิธร โคสุวรรณ เวลา 3 ชั่วโมง วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้นิสิตมีความรู้เกี่ยวกับความหมาย และความสำคัญ ของแผนที่ 2. เพื่อให้นิสิตมีความรู้เกี่ยวกับการจำแนกชนิดของแผนที่ได้ 3. เพื่อให้นิสิตอธิบายประโยชน์ของการทำแผนที่ เนื้อหา 1. ความหมาย ความสำคัญของแผนที่ 2. การจำแนกชนิดของแผนที่ 3. การใช้ประโยชน์ของแผนที่ การจัดประสบการณ์เรียนรู้ 1. บอกวัตถุประสงค์และชี้แจงเนื้อหา 10 นาที 2. สอนบรรยายเนื้อหาหัวข้อต่างๆ 150 นาที 3. นิสิตซักถาม 30 นาที สื่อการสอน 1. เอกสารประกอบการสอน 2. Power Point 3. แผนที่ภูมิประเทศ แผนที่ธรณีวิทยา แผนที่อากาศ เป็นต้น การประเมินผล 1. ประเมินผลจากการซักถามและการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน 2. การสอบกลางภาค หนังสืออ้างอิง กรมโยธาการและผังเมือง. (มปป). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับแผนที่. Retrieved from http://www.dpt.go.th/knowledges/TCplanning/txt/map.pdf กรมป่าไม้. (มปป.). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับแผนที่. Retrieved from file:///C:/Users/Administrator.X8VGO2DJPRJ30DP/Downloads/An%20Introduction%20to%20th e%20map.pdf ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศภูมิศาสตร์กรุงเทพมหานคร. (มปป.). ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับแผนที่. Retrievedfromhttp://www.bangkokgis.com/modules.php?m=gis_foreveryone&gr=basic_map& page=2


3 แผนที่เบื้องต้น บทนำ แผนที่เป็นอุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่งที่มนุษย์นำมาใช้เป็นเครื่องช่วยในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ใน ชีวิตประจำวัน นับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน แผนที่ มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ การเรียนการสอน การ ประกอบอาชีพสาขาต่างๆ และการนำไปใช้งานด้านต่าง ๆ เช่น ภูมิศาสตร์ การสำรวจ ธรณีวิทยา การเกษตร ป่าไม้ การคมนาคมขนส่ง กิจการทหาร ตำรวจ ศิลปวัฒนธรรม สาขาต่างๆ เหล่านี้ จะต้องอาศัยแผนที่เป็น เครื่องมือชี้นำเสมอ ในสมัยเริ่มแรกการทำแผนที่จะอาศัยข้อมูลการสำรวจภาคพื้นดินเท่านั้น แต่ต่อมามีเทคโนโลยี การสำรวจจากระยะไกล (Remote Sensing) เกิดขึ้น จึงมีการนำเอาภาพถ่ายทางอากาศ และภาพถ่ายจาก ดาวเทียมมาช่วยในการทำแผนที่ เพราะทำให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว และถูกต้องกว่าการสำรวจภาคพื้นดิน เพียงอย่างเดียว ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทั้งฮาร์ดแวร์ (Hardware) และซอฟแวร์ (Software) มีมากขึ้น จึงมีการนำเอาคอมพิวเตอร์มาผลิตแผนที่ ซึ่งทำได้สะดวกรวดเร็ว และถูกต้องมาก กว่าเดิมที่ทำด้วยมือ ทั้งนี้คอมพิวเตอร์มีวิธีการแสดงผลภาพออกมาให้เหมือนจริง หรือทำเสมือนมองเห็นได้ใน สภาพเป็นจริง (Visualization) เช่น แสดงความลึก สูง ต่ำ นูน รูปแบบภาพสามมิติ เป็นลักษณะที่ง่ายต่อการ สื่อความหมายมากขึ้น แผนที่มีอยู่หลายประเภทด้วยกัน เช่น แผนที่ภูมิประเทศ แผนที่ภาพถ่าย แผนที่เฉพาะ เรื่องต่างๆ การผลิตแผนที่แบบใด มีความละเอียดถูกต้องระดับใด ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของงานที่จะใช้ งานด้านรีโมทเซนซิ่งและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Remote Sensing and Geographic Information System) ก็มีเป้าหมายที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ การแสดงผลออกมาในรูปแบบของแผนที่ ไม่ว่าจะ เป็นแผนที่ในรูปแบบแผ่นกระดาษ หรือแผนที่ในรูปแบบดิจิตอล (Digital) ที่สามารถแสดงผลในคอมพิวเตอร์ได้ การแสดงผล หรือการผลิตแผนที่ออกมา จะต้องมีหลักในการทำแผนที่หลายอย่าง เช่น การอ้างอิงระบบพิกัด ของแผนที่ให้ถูกต้องตรงกับสภาพความเป็นจริงบนพื้นโลก การกำหนดทิศทาง มาตราส่วน การแสดงสัญลักษณ์ ต่างๆ ให้สื่อออกมาสอดคล้องกับความเป็นจริง ในประเทศไทยเรานิยมใช้แผนที่ที่ผลิตโดยกรมแผนที่ทหาร นำมาใช้งาน และนำมาเป็นแผนที่อ้างอิง ประกอบ หรือที่เรียกว่า แผนที่ฐาน (Base Map) เนื่องจากถือว่าเป็นแผนที่มาตรฐานที่มีความถูกต้องสูง โดย แบ่งเป็น 2 มาตราส่วน คือ มาตราส่วนเล็ก 1:250,000 หรือ แผนที่ภูมิประเทศลำดับชุด 1501 S มีระบบพิกัดเป็นระบบพิกัด ภูมิศาสตร์ซึ่งประชาชนหรือผู้สนใจทั่วไปสามารถจะซื้อมาใช้ได้ มาตราส่วนใหญ่ 1:50,000 หรือ แผนที่ภูมิประเทศลำดับชุด L7017 มีระบบพิกัดเป็นระบบพิกัด ภูมิศาสตร์และระบบพิกัดกริด UTM ใช้ได้เฉพาะหน่วยงานราชการเท่านั้น (กรมป่าไม้, มปป.) ความหมายของแผนที่


4 การเรียนรู้สิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา รู้ตำแหน่ง และเข้าใจว่าทำไมสิ่งเหล่านี้จึงมีอยู่ หรือ เกิดขึ้นได้อย่างไร โดยศึกษาปรากฏการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นบนโลกนั้นมาจากอุปกรณ์แผนที่ ดังนั้นแผนที่จึงเป็น เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อการศึกษาทั้งทางด้ารวิชาการและการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การ เดินทาง การค้นหาตำแหน่งสถานที่ การศึกษาลักษณะภูมิประเทศ เป็นต้น พจนานุกรมศัพท์ทหาร ฉบับใช้ร่วมสามเหล่าทัพ พ.ศ. 2527 ได้ให้คำจำกัดความของแผนที่ไว้ว่า “แผนที่ คือ สิ่งที่แสดงด้วยลายเส้นของลักษณะภูมิประเทศตามธรรมชาติ และที่สร้างขึ้น ซึ่งอยู่บนพื้นผิวส่วน หนึ่งหรือทั้งหมดของโลก หรือบนดาวเคราะห์ดวงอื่น ซึ่งปกติจะแสดงบนพื้นราบ และตามมาตราส่วนที่ตั้งขึ้น ลักษณะภูมิประเทศเหล่านี้จะกำหนดที่ตั้งให้สัมพันธ์กับระบบอ้างอิงพิกัด” ธวัช บุรีรักษ์ และบัญชา คูเจริญไพบูลย์ นักวิชาการทางด้านภูมิศาสตร์ ได้ให้คำจำกัดความของแผน ที่ไว้ว่า “แผนที่ คือ สิ่งที่แสดงลักษณะของผิวโลก ทั้งที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติ และสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยแสดง ลงบนพื้นราบ อาศัยการย่อส่วนให้เล็กลงตามขนาดที่ต้องการ และใช้เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์แทนสิ่งที่ ปรากฏอยู่บนผิวโลก” พันเอกพินิจ ถาวรกุล นักวิชาการของกรมแผนที่ทหาร ได้ให้คำจำกัดความของแผนที่ว่า “แผนที่ คือ สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เพื่อแสดงลักษณะของพื้นผิว พิภพ และสิ่งที่ปรากฏบนพื้นผิว พิภพ ทั้งที่เกิดขึ้นเองตาม ธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น ทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน โดย แสดงไว้บนแผ่นวัสดุที่เลือกสรร แล้วด้วยการย่อให้มีขนาดเล็กลง ตาม ส่วนที่พึงประสงค์ให้คง รักษา หรือใช้สัญลักษณ์ทดแทน” รูป 1 แผนที่โลก ที่มา : https://www.posttoday.com/world/449550


5 พจนานุกรมศัพท์ภูมิศาสตร์ ฉบับราช บัณฑิตสถานฉบับ พ.ศ. 2549 ให้ความหมาย แผน ที่ คือ สิ่งที่แสดงลักษณะของพื้นผิวโลก ทั้งที่อยู่ ตามธรรมชาติ และที่ปรุงแต่งขึ้น โดยแสดงลงใน พื้นที่แบนราบ ด้วยการย่อส่วนให้เล็กลงตามขนาด ที่ต้องการ และอาศัยเครื่องหมายกับสัญลักษณ์ที่ กำหนดขึ้น (สมมต สมบูรณ์และนึก ทองมี เพชร.มปป.ออนไลน์) ความสำคัญของแผนที่ แผนที่ เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญชนิดหนึ่ง ซึ่ง มนุษย์สร้างขึ้นไว้ใช้ เป็นเครื่องช่วยในการ ดำเนินงาน หรือประกอบกิจการต่างๆ อันเกี่ยวข้อง กับการดำเนินชีวิตของมนุษย์ มนุษย์สมัยโบราณ ตั้งแต่ประมาณ 2,300 ปีก่อนพุทธกาล รู้จักผลิตแผนที่ขึ้นมาใช้เพื่อ ประโยชน์เป็นเครื่องแสดงเส้นทางเดิน ถิ่นที่อยู่ อาศัย แหล่งที่หาอาหาร หรือแสดงกรรมสิทธิ์ บริเวณพื้นที่ที่มีการครอบครอง รูป 2 แผนที่ภูมิ ประเทศ ที่มา : http://www.trueplookpanya.com/learning/detail/31989-044577 ในปัจจุบัน แผนที่มีบทบาทสำคัญยิ่งเกี่ยวกับความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมือง โดยเฉพาะในยุคโลกาภิวัฒน์ ได้มีการใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System : GIS) ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับแผนที่ โดยจะต้องมีการทำแผนที่และวิเคราะห์แผนที่ด้วยคอมพิวเตอร์เสียก่อน จึงจะ รวบรวมและนำข้อมูลมาเก็บไว้แล้วแจกแจงข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ในเชิงพื้นที่ต่อไป ประโยชน์ของแผนที่ในงานด้านต่างๆ แผนที่มีการนำไปใช้ประโยชน์ในงานด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้ ด้านการทหาร ในการพิจารณาวางแผนทางยุทธศาสตร์ของทหาร จำเป็นต้อง หาข้อมูลหรือข่าวสารที่ เกี่ยวกับสภาพภูมิศาสตร์และตำแหน่งทางสิ่งแวดล้อมที่ถูก ต้องแน่นอนเกี่ยวกับระยะทาง ความสูง เส้นทาง ลักษณะภูมิประเทศที่สำคัญ ดังรูปที่ 2


6 ด้านการเมืองการปกครอง เพื่อให้ บรรลุเป้าหมายในการรักษาความมั่นคงของ ประเทศชาติ ให้คงอยู่ จำเป็นจะต้องมี ความรู้ในเรื่องภูมิศาสตร์การเมือง หรือที่ เรียกกันว่า "ภูมิรัฐศาสตร์" และเครื่องมือ ที่ สำคัญของนักภูมิรัฐศาสตร์ ก็คือ แผนที่ เพื่อ ใช้ศึกษาสภาพทางภูมิศาสตร์และนำมา วางแผนดำเนินการเตรียมรับหรือแก้ไข สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ อย่างเช่น แนว พรมแดนระหว่างประเทศ จำเป็นต้องอาศัย แผนที่ในการวางแผนดำเนินการ เตรียมรับ หรือแก้ไขสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่าง ถูกต้อง แผนที่ในกิจกรรมทางการเมือง นอกจากแผนที่แนวเขตแดนซึ่งสำคัญแล้ว ยัง ต้องเกี่ยวข้องกับแผนที่ต่าง ๆ มากมาย รูป 3 แผนที่การเมืองการปกครอง ที่มา : http://www.freemapviewer.com ด้านเศรษฐกิจและสังคม ในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็ต้องอาศัยแผนที่เป็น ข้อมูลพื้นฐาน เพื่อให้ทราบทำเลที่ตั้ง สภาพทางกายภาพ แหล่งทรัพยากรและแผนที่ยังช่วยให้เข้าใจเกี่ยวกับ ภาพรวมและความสัมพันธ์ระหว่างพื้นที่ได้มากขึ้น ทำให้วางแผนและพัฒนาเป็นไปได้อย่างสะดวกและมี ประสิทธิภาพ ด้านสังคม สภาพแวดล้อมทางสังคม มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอที่เห็นชัดคือ สภาพแวดล้อมทาง ภูมิศาสตร์ซึ่งทำให้สภาพแวดล้อมทางสังคมเปลี่ยนแปลงไป การศึกษาสภาพการเปลี่ยนแปลงต้องอาศัยแผนที่ เป็นสำคัญ และช่วยให้การดำเนินการวางแผนพัฒนาสังคมเป็นไปในแนวทางที่ถูกต้อง


7 รูป 4 แผนที่เขตเหมาะสมสำหรับปลูกข้าวโพด ใช้ทางด้านเศรษฐกิจ ที่มา : http://www.ldslpg.org/zoning/sobprab/zoning%20sobprab%20corn.jpg ด ้า น ส่งเ สริมการ ท่องเที่ยว แผนที่มีความจำเป็น ต่อนักท่องเที่ยวในอันที่จะทำให้ รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวได้ง่าย สะดวกในการวางแผนการ เดินทาง หรือเลือกสถานที่ ท่องเที่ยวตามความเหมาะสม รูป 5แผนที่ท่องเที่ยว ที่มา : https://www.topchiangmai.com ด้านการเรียนการสอน แผนที่เป็นตัวส่งเสริมกระตุ้นความสนใจ และก่อให้เกิดความเข้าใจในบทเรียน ดีขึ้นใช้เป็นแหล่งข้อมูลทั้งทางด้านกายภาพ ภูมิภาค วัฒนธรรม เศรษฐกิจ สถิติและการกระจายของสิ่งต่าง ๆ


8 รวมทั้งปรากฏการณ์ทาง ธรรมชาติ และ ปรากฏการณ์ต่าง ๆใช้เป็น เครื่องช่วยแสดงภาพรวม ของพื้นที่หรือของภูมิภาค อันจะนำไปศึกษา สถานการณ์และวิเคราะห์ ความแตกต่าง หรือ ความสัมพันธ์ของพื้นที่ รูป 6แผนที่กายภาพใช้ใน การเรียนการสอน ที่มา : https://atlas.icaci.org/wp-content/uploads/2016/04/collage_atlas_prejudice.jpg ด ้ า น จ า ก ก า ร เ ป ล ี ่ ย น แ ป ล ง ส ภ า พ ท า ง ภูมิศาสตร์ ทำให้สิ่งแวดล้อม ทางสังคมเดิมเปลี่ยนแปลงไป การศึกษาความเปลี่ยนแปลง ดังกล่าวย่อมต้องอาศัยการอ่าน รายละเอียดในแผนที่ทั้งในอดีต และปัจจุบันเพื่อเปรียบเทียบ กัน เพื่อประโยชน์ในการหา ข้อมูล หรือสมมุติฐานของ เหตุการณ์ที่จะเกิดในอนาคตเพื่อหา รูป 7 แผนที่อากาศ ที่มา : https://www.tmd.go.th/weather_map.php แผนที่อากาศ 8 ส.ค.2562 มาตรการและวางแผนการป้องกันผลกระทบจาก ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่จะเกิดในอนาคตหรือ เพื่อวางแผนพัฒนาสังคมไปในแนวทางที่ถูกต้องอีกทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อการวาง ผังเมืองให้เหมาะสมกับการ ขยายตัวของชุมชนนอกจากนี้ในการศึกษาทางด้านโบราณคดีก็ต้องอาศัยแผนที่ เพื่อค้นหาแหล่งชุมชนโบราณ อีกด้วย


9 ใช้เป็นแหล่งข้อมูลทั้งทางด้านกายภาพ ภูมิภาค วัฒนธรรม เศรษฐกิจ สถิติและการกระจายของ สิ่งต่างๆ รวมทั้งปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและปรากฏการณ์ต่าง ๆ ใช้เป็นเครื่องช่วยแสดงภาพรวมของพื้นที่หรือของภูมิภาค อันจะนำไปศึกษาสถานการณ์และ วิเคราะห์ความแตกต่าง หรือความสัมพันธ์ของพื้นที่ การแบ่งชนิดของแผนที่ แผนที่ ถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางทั้งในด้านการเมือง การทหาร เศรษฐกิจ และสังคม จิตวิทยา รวมถึงด้านผังเมือง การใช้แผนที่ในแต่ละด้านดังกล่าวนั้น ยังแยกออกเป็นสาขาของงานย่อยๆ อีก ด้านละหลายสาขา ผู้ผลิตแผนที่ จำเป็นต้องผลิตแผนที่ ขึ้นเพื่อให้เหมาะสมและถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของ การใช้งานในแต่ละสาขา ดังนั้นในปัจจุบัน จึงพบว่ามีแผนที่อยู่มากมายหลายแบบ หลายชนิดด้วยกัน ซึ่งพอจะ แบ่งชนิดของแผนที่ได้ ดังนี้(กรมโยธาการและผังเมือง, มปป) 1. การจำแนกชนิดของแผนที่ตามลักษณะที่ปรากฏบนแผนที่ แบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ แ ผ น ท ี ่ ล า ย เ ส้ น (Line Map) เ ป ็ น แ ผ น ที่ แสดงรายละเอียดในพื้นที่ด้วย เส้น และองค์ประกอบของเส้น ซึ่งอาจเป็นเส้นตรง เส้นโค้ง ท่อนเส้น หรือเส้นใดๆ ที่ ประกอบเป็นรูปแบบต่างๆ เช่น ถนนแสดงด้วยเส้น คู่ขนาน อาคารแสดง ด้วยเส้นประกอบเป็นรูป สี่เหลี่ยม สัญลักษณ์ที่แสดง รูป 8แผนที่ลายเส้น ที่มา : HTTP://WWW.TIEWYEEPOON.COM/PLANNING/OSAKA-MAP/ รายละเอียดเป็นรูปที่ประกอบด้วยลายเส้น แผนที่ลายเส้นยัง หมายรวมถึง แผนที่แบบแบนราบ และ แผนที่ทรวดทรง ซึ่งถ้ารายละเอียดที่แสดงประกอบด้วยลายเส้นแล้วถือว่าเป็นแผนที่ลายเส้นทั้งสิ้น แผนที่ภาพถ่าย (Photo Map) เป็นแผนที่ซึ่งมีรายละเอียดในแผนที่ ที่ได้จากการถ่ายภาพด้วยกล้อง ถ่ายภาพ ซึ่งอาจถ่ายภาพจากเครื่องบินหรือดาวเทียม การผลิตแผนที่ ทำด้วยวิธีการนำเอาภาพถ่ายมาทำการ ดัดแก้ แล้วนำมาต่อเป็นภาพแผ่นเดียวกันในบริเวณที่ต้องการ แล้วนำมาใส่เส้นโครงพิกัด ใส่รายละเอียดประจำ


10 ขอบระวาง แผนที่ภาพถ่ายสามารถทำได้รวดเร็ว แต่การอ่านค่อนข้างยากเพราะต้องอาศัยเครื่องมือและความ ชำนาญ รูป 9 แผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม ที่มา : https://www.marketingoops.com/media-ads/social-media/google-earth-timelapse/ แผนที่แบบผสม (Annotated Map) เป็นแบบที่ผสมระหว่างแผนที่ลายเส้นกับแผนที่ภาพถ่าย โดย รายละเอียดที่เป็นพื้นฐานส่วนใหญ่จะเป็นรายละเอียดที่ได้จากการถ่ายภาพ ส่วนรายละเอียดที่สำคัญๆ เช่น แม่น้ำ ลำคลอง ถนนหรือเส้นทาง รวมทั้งอาคารที่ต้องการเน้นให้เห็นเด่นชัดก็แสดงด้วยลายเส้น พิมพ์แยกสีให้ เห็นเด่นชัดปัจจุบันนิยมใช้มาก เพราะสะดวกและง่ายแก่การอ่าน มีทั้งแบบแบนราบ และแบบพิมพ์นูน ส่วน ใหญ่มีสีมากกว่าสองสีขึ้นไป


11 รูป 10 แผนที่ผสม ที่มา : http://www.tiewrussia.com/map/sentpeterburg.jpg การจำแนกชนิดของแผนที่ตามขนาดของมาตราส่วน ประเทศต่างๆ อาจแบ่งชนิดของแผนที่ตามขนาดมาตราส่วนไม่เหมือนกัน ที่กล่าวต่อไปนี้เป็นการแบ่ง แผนที่ตามขนาดมาตราส่วนแบบหนึ่งเท่านั้น แบ่งมาตราส่วนสำหรับนักภูมิศาสตร์ แผนที่มาตราส่วนเล็ก ได้แก่แผนที่มาตราส่วนเล็กกว่า 1:1,000,000 แผนที่มาตราส่วนกลาง ได้แก่ แผนที่มาตราส่วนตั้งแต่ 1:250,000 ถึง 1:1,000,000 แผนที่มาตราส่วนใหญ่ ได้แก่ แผนที่มาตราส่วนใหญ่กว่า 1:250,000 แบ่งมาตราส่วนสำหรับนักการทหาร แผนที่มาตราส่วนเล็ก ได้แก่แผนที่มาตราส่วน 1:600,000 และเล็กกว่า แผนที่มาตราส่วนกลาง ได้แก่ แผนที่มาตราส่วนใหญ่กว่า 1:600,000 แต่เล็กกว่า 1:75,000 แผนที่มาตราส่วนใหญ่ ได้แก่ แผนที่มาตราส่วนตั้งแต่ 1:75,000 และใหญ่กว่า การจำแนกชนิดแผนที่ตามลักษณะการใช้งาน และชนิดของรายละเอียดที่แสดงไว้ในแผนที่ แผนที่ทั่วไป (General Map) เป็นแผนที่พื้นฐานที่ใช้อยู่ทั่วไปหรือที่เรียกว่า Base map แผนที่แสดงทางราบ (Planimetric Map) เป็นแผนที่แสดงรายละเอียดที่ปรากฏบนผิวโลกเฉพาะ สัณฐานทางราบเท่านั้น แผนที่ภูมิประเทศ (Topographic Map) เป็นแผนที่แสดงรายละเอียด ทั้งทางแนวราบและแนวดิ่ง หรืออาจแสดงให้เห็นเป็น 3 มิติ


12 รูป 11แผนที่ภูมิประเทศ https://en.wikipedia.org/wiki/Luberon 2. แผนที่พิเศษ (Special Map or Thematic Map) สร้างขึ้นบนแผนที่พื้นฐาน เพื่อใช้ในกิจการ เฉพาะอย่าง รูป 12แผนที่รอยเลื่อนในประเทศไทย ที่มา : HTTP://WWW.DMR.GO.TH/DOWNLOAD/ACTIVE_FAULT/12112562.JPG การจำแนกตามมาตรฐานของสมาคมคาร์โตกร๊าฟฟี่ระหว่างประเทศ (ICA) ได้จำแนกชนิดแผนที่ออกเป็น 3 ชนิด


13 แผนที่ภูมิประเทศ (Topographic map) รวมทั้งผังเมืองและแผนที่ภูมิศาสตร์ เป็นแผนที่ที่ให้ รายละเอียด โดยทั่วๆ ไปของภูมิประเทศ โดยสร้างเป็นแผนที่ภูมิประเทศ มาตราส่วนขนาดเล็ก กลาง และ ขนาดใหญ่ และได้ข้อมูลมาจากภาพถ่ายทางอากาศ และภาพถ่ายดาวเทียม แผนที่มาตราส่วนเล็ก บางที เรียกว่าเป็นแผนที่ภูมิศาสตร์(Geographical map) แผนที่ทั่วไป (General map) และแผนที่มาตราส่วนเล็ก มากๆ ก็อาจอยู่ในรูปของแผนที่เล่ม (Atlas map) ชาร์ตและแผนที่เส้นทาง (Charts and road map) เป็นแผนที่ที่สร้างขึ้นเป็นเครื่องมือ ประกอบการเดินทาง โดยปกติจะเป็นแผนที่มาตราส่วนกลาง หรือมาตราส่วนเล็ก และแสดงเฉพาะสิ่งที่เป็นที่ น่าสนใจของผู้ใช้เช่น ชาร์ตเดินเรือ ชาร์ตด้านอุทกศาสตร์เป็นต้น แผนที่พิเศษ (Thematic and special map) ปัจจุบันมีความสำคัญมากขึ้น เพราะสามารถใช้ ประกอบการทำวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์การวางแผน และใช้ในงานด้านวิศวกรรม แผนที่ชนิดนี้จะแสดงข้อมูล เฉพาะเรื่องลงไป เช่น แผนที่ดิน แผนที่ประชากร แผนที่พืชพรรณธรรมชาติแผนที่ธรณีวิทยา เป็นต้น นอกจากที่กล่าวมานี้เรายังสามารถจำแนกแผนที่โดยยึดหลักเกณฑ์อื่นๆ ได้แก่ พื้นที่ ครั้งที่พิมพ์ฯลฯ แต่ไม่เป็นที่นิยมเพราะหลักเกณฑ์ไม่แน่นอน (ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศภูมิศาสตร์กรุงเทพมหานคร, มปป.)


14 องค์ประกอบของแผนที่ อ ง ค ์ ป ร ะ ก อ บ ของแผนที่ หมายถึงสิ่ง ต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่บน แผ่นแผนที่ ซึ่งผู้ผลิตแผน ที่จัดแสดงไว้โดยมีความ มุ่งหมาย ที่จะให้ผู้ใช้แผน ที่ได้ทราบข่าวสาร และ รายละเอียดอย่างเพียงพอ สำหรับการใช้แผนที่นั้น แผนที่ที่จัดทำขึ้น ก็เพื่อ แสดงพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งซึ่ง เ ร ี ย ก ว ่ า “ร ะ ว า ง” ( Sheet ) และในแผนที่แต่ ละระวางจะพิมพ์ออกมา เป็นกี่แผ่น (Copies) ก็ได้ วัสดุที่ใช้พิมพ์แผนที่ ควร มีลักษณะสำคัญ คือ ยืด หรือหดน้อยที่สุดเมื่อ ส ภ า ว ะ อ า ก า ศ เปลี่ยนแปลง รูป 13แผนที่ภูมิประเทศ ที่มา://WWW.CGSC.AC.TH/DESKTOPMODULES/EASYDNNNEWS/DOCUMENTDOWNLOAD.ASHX?PORTALID=3&MODULEID=1590&AR TICLEID=20671&DOCUMENTID=128


15 องค์ประกอบแผนที่แต่ละระวาง ประกอบด้วย3ส่วนใหญ่ ๆ คือ 1. เส้นขอบระวาง ตามปกติรูปแบบของแผนที่ ทั่วไปจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า ห่างจากริมทั้งสี่ด้านของแผนที่เข้าไป จะมีเส้นกั้นขอบเขตเป็นรูปสี่เหลี่ยม ซึ่งเรียกว่า “เส้นขอบระวางแผนที่” (Border) เส้นขอบระวางแผนที่ บางแบบประกอบด้วยขอบสองชั้น เพื่อให้เกิดความสวยงาม สำหรับแผนที่ ภูมิประเทศ โดยทั่วไปเส้นขอบระวางมีเพียงด้านละเส้นเดียว บางชนิดมีเส้นขอบระวางเพียงสองด้านเท่านั้น ที่ เส้นขอบระวางแต่ละด้าน จะมีตัวเลขบอกค่าพิกัดกริด และค่าพิกัดภูมิศาสตร์ (ค่าของละติจูดและลองติจูด) หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้นในแผนที่ แผ่นหนึ่งเส้นขอบระวางแผนที่ จะกั้นพื้นที่บนแผ่นแผนที่ออกเป็นสองส่วนด้วยกัน คือ พื้นที่ภายในขอบระวางแผนที่ และพื้นที่นอกขอบระวางแผนที่ ดังรูปที่ 20 2. องค์ประกอบภายในขอบระวาง หมายถึง สิ่งทั้งหลายที่แสดงไว้ภายในกรอบ ซึ่งล้อมรอบด้วยเส้น ขอบระวางแผนที่ ตามปกติแล้วจะประกอบด้วยสิ่งต่าง ๆ ต่อไปนี้คือ 2.1 สัญลักษณ์(Symbol) ได้แก่ เครื่องหมาย หรือสิ่งซึ่งคิดขึ้นใช้แทนรายละเอียดที่ปรากฏ อยู่บนพื้นผิวภูมิประเทศ หรือให้แทนข้อมูลอื่นใดที่ต้องการแสดงไว้ในแผนที่นั้น 2.2 สี(Color) สีที่ใช้ในบริเวณขอบระวางแผนที่จะเป็นสีของสัญลักษณ์ที่ใช้แทน รายละเอียด หรือข้อมูลต่างๆ ของแผนที่ 2.3 ชื่อภูมิศาสตร์( Geographical Names ) เป็นตัวอักษรกำกับรายละเอียดต่าง ๆ ที่ แสดงไว้ภายในขอบระวางแผนที่ เพื่อบอกให้ทราบว่าสถานที่นั้น หรือสิ่งนั้นมีชื่อเรียกอะไร 2.4 ระบบอ้างอิงในการกำหนดตำแหน่ง (Position Reference Systems ) ได้แก่ เส้น หรือตารางที่แสดงไว้ในขอบระวางแผนที่ เพื่อใช้ในการกำหนดค่าพิกัดของตำแหน่งต่างๆ ในแผนที่นั้น ระบบอ้างอิงในการกำหนดตำแหน่ง มีหลายชนิดที่นิยมใช้ในแผนที่ทั่วไปมี2 ชนิด คือ 2.4.1 พิกัดภูมิศาสตร์ (Geographic Coordinates ) ได้แก่ เส้นขนานและ เส้นเมอริเดียน ที่บอกค่าละติจูดและลองติจูด อาจแสดงไว้เป็นเส้นยาวจรดขอบระวางแผนที่ หรืออาจแสดง เฉพาะส่วนที่ตัดกันเป็นกากบาท(graticule) อย่างเช่น แผนที่มาตราส่วน 1:50,000 หรืออาจแสดงเป็นเส้นสั้นๆ เฉพาะที่ขอบ 2.4.2 พิกัดกริด (Rectangular Coordinates ) ได้แก่ เส้นขนานสองชุดที่มี ระยะห่างเท่าๆกัน ตัดกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก เส้นตรงขนานทั้งสองชุดดังกล่าว อาจแสดงไว้เป็นแนวเส้นตรง ยาวจรดขอบระวาง หรืออาจแสดงเฉพาะส่วนที่ตัดกันก็ได้แล้วแต่ความเหมาะสม 3. องค์ประกอบภายนอกขอบระวาง หมายถึง พื้นที่ตั้งแต่เส้นขอบระวางไปถึงริมแผ่นแผนที่ทั้งสี่ด้าน บริเวณพื้นที่ดังกล่าว ผู้ผลิตแผนที่จะแสดงรายละเอียด อันเป็นข่าวสาร หรือข้อมูลที่ผู้ใช้แผนที่ควรทราบและ ใช้แผนที่นั้นได้อย่างถูกต้องตรงตามความมุ่งหมายของผู้ผลิตแผนที่ รายละเอียดนอกขอบระวางจะมีอะไรบ้างขึ้นอยู่กับชนิดของแผนที่ สำหรับแผนที่ภูมิประเทศที่ผลิตขึ้น ใช้โดยทั่วไปมีรายละเอียด ดังนี้


16 3.1 ระบบบ่งระวาง (Sheet identification System) การผลิตแผนที่ภูมิประเทศที่คลุม พื้นที่กว้างใหญ่ จำนวนแผนที่ที่ผลิตขึ้นใช้ย่อมมีหลายระวาง จึงต้องจัดเข้าเป็นชุด (Series และเพื่อสะดวกใน การใช้จึงต้องวางระบบ เพื่อเรียก หรืออ้างอิงแผนที่แต่ละระวางภายในชุดขึ้น 3.2 มาตราส่วนแผนที่ (Map Scale) มาตราส่วนแผนที่เป็นข่าวสารหรือข้อมูลที่ผู้ผลิต แผนที่แสดงไว้บนแผ่นแผนที่ ให้ผู้ใช้แผนที่ได้ทราบว่าแผนที่แผ่นนั้นย่อจากภูมิประเทศจริงที่ตรงกันด้วย อัตราส่วนเท่าใด 3.3 คำอธิบายสัญลักษณ์ (Legend) ประกอบด้วย ตัวอย่างสัญลักษณ์ที่ใช้แสดง รายละเอียดในแผนที่แผ่นนั้น พร้อมด้วยคำอธิบาย ความหมายของสัญลักษณ์นั้นๆ อาจแสดงไว้ทั้งหมด หรือ เลือกแสดงเฉพาะสัญลักษณ์ที่พิจารณาเห็นว่าสำคัญและจำเป็นก็ได้ 3.4 ศัพทานุกรม (Glossary) เป็นส่วนที่ผู้ผลิตแผนที่แสดงไว้เพื่อให้ผู้ใช้แผนที่เกิดความ เข้าใจความหมายของคำที่ใช้ในแผนที่นั้น มักจะใช้กับแผนที่ ที่มีตั้งแต่สองภาษาขึ้นไป ตัวอย่างเช่น Amphoe ...............Secondary Administrative Division Ban ………………...........................................Village Changwat .................Primary Administrative Division Khlong .……………...........................................Canal 3.5 วิธีออกเสียง (Pronunciation Guide) มีในแผนที่ที่ใช้ตั้งแต่สองภาษาขึ้นไปด้วย ความมุ่งหมายที่จะให้ผู้ใช้ออกเสียงชื่อภูมิศาสตร์ที่ใช้ในแผนที่นั้นได้ถูกต้อง ตัวอย่างเช่น ae = a as in hat o = aw as in dawn oe = er as in percent u = u as in rule kh = k as in king ph = p as in pat 3.6 สารบาญต่างๆ (Indexes) เป็นแผนภาพแบบต่างๆ ที่แสดงไว้ภายนอกขอบระวาง แผนที่ เพื่อแสดงข้อมูลบางอย่างที่อาจมีความจำเป็นสำหรับผู้ใช้แผนที่ สารบาญต่างๆ มีหลายชนิด ซึ่งอาจแยก อธิบายได้ดังนี้ 3.6.1 สารบาญระวางติดต่อ (Index to Adjoining Sheet) เป็นแผนภาพที่แสดงให้ ทราบว่า โดยรอบแผนที่ระวางที่ใช้อยู่ มีระวางใดบ้าง เพื่อสะดวกในการค้นหาระวางถัดไป ระวางที่ใช้อยู่จะ แสดงด้วยกรอบเข้มอยู่ตรงกลาง ดังตัวอย่างเช่น ADJOINING SHEETS สารบาญระวางติดต่อ 5138 IV 5138 I 5238 IV 5138 III 5138 II 5238 III


17 5137 IV 5137 I 5237 IV รูป 14สารบาญระวางติดต่อ 3.6.2 สารบาญแสดงเขตการปกครอง (Index to Boundaries) เป็นแผนภาพที่ แสดงให้ทราบว่าพื้นที่ส่วนใดในแผนที่ระวางนั้น อยู่ในเขตการปกครองของประเทศ จังหวัด หรืออำเภอใด ดัง ตัวอย่าง รูป 15สารบาญแสดงเขตการปกครอง ที่มา : https://gistda.or.th/main/th/node/905 3.6.3 บันทึกต่าง ๆ (Notes) เป็นข้อความที่บอกถึงข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับแผนที่ แผ่นนั้น ที่ผู้ผลิตเห็นว่า ผู้ใช้แผนที่ควรจะทราบ และอาจก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งแก่ผู้ใช้แผนที่ และผู้ผลิตแผนที่ เอง 3.6.4 แผนภาพต่าง ๆ (Diagrams) เป็นแผนภาพที่ผู้ผลิตแผนที่ แสดงไว้ภายนอก ขอบระวางโดย มีความมุ่งหมายที่จะแจ้งข่าวสาร หรือข้อมูลให้ผู้ใช้แผนที่ได้ทราบด้วยภาพแทนการบรรยาย ด้วยข้อความแผนภาพดังกล่าว อาจมีหลายชนิด แต่ที่แสดงไว้ในแผนที่ประเทศไทย 1:50,000 ชุด L 7017 ซึ่ง เป็นแผนที่มูลฐานของประเทศไทยชุดใหม่ มาตราส่วนแผนที่ (MAP SCALE) มาตราส่วนแผนที่ เป็นการแสดงอัตราส่วนเปรียบเทียบ ระหว่างระยะทางที่วัดได้บนแผนที่ 1 หน่วย กับระยะทางที่วัดได้จริงบนภูมิประเทศ วิธีการแสดงมาตราส่วนแผนที่ทำได้ 3 วิธี คือ มาตราส่วนเส้นบรรทัดเรียกอีกชื่อว่า มาตราส่วนรูปภาพ มาตราส่วนเศษส่วน เช่น 1:50,000 มาตราส่วนคำพูด เช่น 1 เซนติเมตรในแผนที่ เท่ากับ ½ กิโลเมตร ในระยะทางบนพื้นที่จริง


18 มาตราส่วนเส้น (Graphic scale) หรือมาตราส่วนรูปแท่ง (Bar scale) มีลักษณะเป็นเส้นตรงกำกับ ด้วยค่าเท่ากับตามระยะบนพื้นผิวโลก เช่น ถ้ามาตราส่วนสัดส่วน 1: 50,000 มีความหมายตรงกับมาตราส่วน เส้นหรือมาตราส่วนรูปแท่ง ดังนี้ 1 ช่อง กว้าง 2 เซนติเมตร มาตราส่วนสัดส่วน (Representative fraction) การบอกสัดส่วนเป็นตัวเลข เช่น 1: 50,000 หมายถึง ระยะ 1 ส่วนบนแผนที่ เท่ากับ 50,000 ส่วนบนพื้นผิวโลก มาตราส่วนแสดงไว้ทั้งมาตราส่วนเศษส่วน และมาตราส่วนเส้นบรรทัด เพื่อประโยชน์ในการวัด ระยะทางและพื้นที่ในแผนที่ มาตราส่วนบรรทัดจะแสดงไว้ทั้งระบบอังกฤษและระบบเมตริก ซึ่งจะจัดทำไว้ใน หน่วยเมตร หลา ไมล์ และไมล์ทะเล ดังภาพ รูป 16 มาตราส่วน สัญลักษณ์แผนที่ สัญลักษณ์แผนที่ คือ รูป หรือเครื่องหมาย หรือเส้น หรือสีซึ่งกำหนดขึ้นเพื่อใช้แสดงรายละเอียดที่ ปรากฏบนพื้นผิวโลก หรือแสดงข้อมูลอื่นใดลงในแผนที่ เพราะรายละเอียดเหล่านั้นบางครั้งไม่สามารถแสดง ลักษณะให้คล้ายจริงได้จึงจำเป็นต้องคิดสัญลักษณ์ขึ้นทดแทน ทั้งนี้เพื่อให้แผนที่นั้นเหมาะแก่การใช้งานและ เกิดความสวยงาม ชนิดของสัญลักษณ์ การจำแนกชนิดของสัญลักษณ์ทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่ว่าจะใช้เกณฑ์ใดในการจำแนก 1. จำแนกตามรูปร่างของสัญลักษณ์ 1.1สัญลักษณ์ที่เป็นจุดหรือเป็นรูปขนาดเล็ก(PointorPictorialSymbols)สัญลักษณ์ชนิดนี้อาจ เป็นได้ทั้งที่เป็นจุด วงกลม ทรงกลม รูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยมหรือรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นตัวแทนที่บอกถึง ตำแหน่งที่ตั้งหรือบางชนิดอาจบอกถึงขนาดได้ด้วย สัญลักษณ์ที่เป็นจุดหรือรูป ส่วนมากจะเป็นรูปทรงง่าย ๆ ใช้ทดแทนอาคารหรือสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เช่น วัด โรงเรียน บ้าน ศาลา ที่ว่าการอำเภอ ที่ตั้งของเมืองหลวง เป็นต้น 1.2 สัญลักษณ์ที่เป็นเส้น (Line Symbols) เป็นสัญลักษณ์แทนสิ่งที่มีความยาว เช่น ถนน ทางรถไฟ ทางน้ำ สายโทรเลข เส้นกั้นอาณาเขต เป็นต้น ลักษณะ ของเส้นอาจเป็นเส้นตรง เส้นทึบ เส้นประ เส้นที่ถูกแบ่งด้วยขีดสั้นๆ และอาจใช้สีต่างๆ กัน


19 1.3 สัญลักษณ์ที่เป็นพื้นที่ (Area Symbols) เป็นสัญลักษณ์ที่แทนพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ๆ เช่น ทุ่งนา ป่าไม้แหล่งน้ำ การใช้ที่ดิน พื้นที่สวน พื้นที่ไร่ ซึ่งบางพื้นที่นั้นอาจมีสีหรือสัญลักษณ์อื่นๆ ประกอบ เช่น หาดทรายจะมีจุดเล็กๆ ประกอบอยู่ด้วย พื้นที่นาก็อาจมีสัญลักษณ์รูปต้นข้าวเล็กๆ ประกอบอยู่ด้วย เป็น ต้น 2. จำแนกตามสิ่งที่ทดแทน 2.1 สัญลักษณ์ที่ใช้แทนสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ(Natural or Physical features) ซึ่งใช้ทดแทนสิ่งเหล่านี้เช่น 2.1.1. แหล่งน้ำและระบบการระบายน้ำ เช่น ห้วย หนอง คลอง บึง แม่น้ำ ทะเล เป็นต้น 2.1.2. พืชพรรณธรรมชาติเป็นพืชพรรณที่เกิดขึ้นเอง มนุษย์มิได้ปลูกขึ้นเช่น ป่าทึบ ป่าแคระ ป่าไผ่ เป็นต้น 2.1.3. ความสูงต่ำของพื้นที่ เช่น ภูเขา ที่ราบ แอ่งน้ำ เป็นต้น 2.2 สัญลักษณ์ที่ใช้แทนสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น (Manmade features) ซึ่งใช้ทดแทน สิ่ง เหล่านี้เช่น 2.2.1. การใช้ที่ดิน เช่น พื้นที่ทำการเกษตร พื้นที่ทำเหมืองแร่ พื้นที่ทำนาเกลือ 2.2.2. การคมนาคม เช่น ทางรถยนต์ทางรถไฟ ทางคนเดิน เส้นทางเดินเรือ 2.2.3. สถานที่ราชการ เช่น ที่ตั้งศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ โรงเรียน เป็นต้น 2.3 สัญลักษณ์ที่ใช้แทนข้อมูลพิเศษ (Special features) เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แทนสิ่งซึ่งผู้เขียนแผน ที่ต้องการแสดงให้ผู้ใช้ทราบ โดยสิ่งเหล่านั้นไม่มีปรากฏให้เห็นบนพื้นที่ เพราะอาจเป็นข้อตกลงที่มนุษย์ทำขึ้น เท่านั้น หรืออาจมีปรากฎแต่ไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป เช่น 2.3.1. เส้นกั้นอาณาเขตการปกครอง ได้แก่ เส้นอาณาเขตประเทศ เขต จังหวัด เขตอำเภอ เป็นต้น 2.3.2. ความสูงของผิวโลก ได้แก่ หมุดหลักฐานแนวนอน จุดระดับสูงเที่ยง เป็นต้น 2.3.3. พิกัดภูมิศาสตร์และพิกัดฉาก ลักษณะของสัญลักษณ์ ลักษณะของสัญลักษณ์โดยทั่วไป คือ 1. รูปอาจเหมือน หรือไม่เหมือนสิ่งที่ทดแทน เช่น สัญลักษณ์บ้าน อาจแสดงด้วยรูปสี่เหลี่ยมเล็กๆ 2. สัญลักษณ์ที่ใช้แทนสิ่งเดียวกันในแผนที่ต่างชุดกัน ต่างมาตราส่วนกัน ไม่อาจเหมือนกันก็ได้ 3. สัญลักษณ์ต้องมีคำอธิบายไว้นอกขอบระวางแผนที่ เพื่อให้ผู้ใช้แผนที่อ่านความหมายของสัญลักษณ์ นั้นได้ตรงตามจุดมุ่งหมายของผู้สร้างแผนที่


20 สีของสัญลักษณ์ สีของสัญลักษณ์ที่ใช้แทนรายละเอียดต่างๆ ของแผนที่แต่ละชุดจะมีสีมากน้อยต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ จำนวนรายละเอียดบนพื้นโลกที่แสดงลงในแผนที่ สีที่ใช้นอกจากจะทำให้แผนที่สวยงามแล้ว ยังช่วยให้อ่านได้ ง่ายและถูกต้องยิ่งขึ้น สำหรับแผนที่ภูมิประเทศที่กรมแผนที่จัดพิมพ์ในระบบ 4 สีได้เลือกสีให้สอดคล้องกับ สัญลักษณ์ที่ใช้ทดแทน คือ สีน้ำเงิน ใช้แทน แหล่งน้ำ คลอง มหาสมุทร สีเขียว ใช้แทน พื้นที่ป่าไม้พื้นที่การเกษตร สีดำ ใช้แทน สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น วัด โรงเรียน หมู่บ้าน สีน้ำตาล ใช้แทน ความสูงของพื้นที่ สีแดง ใช้แทน ถนนและรายละเอียดพิเศษอื่นๆ เช่น ยอดเขา รูป 17สีสัญลักษณ์ ที่มา : http://insidegeoinformatics.blogspot.com/2015/12/l7018-1-50000.html


21 กิจกรรมท้ายบท ให้นิสิตอ่านบทความต่อไปนี้ พร้อมวิเคราะห์ถึงความสำคัญของแผนที่ และการใช้แผนที่ในการพัฒนาเชิงพื้นที่ของใน หลวงรัชกาลที่ 9 "แผนที่กับในหลวงรัชกาลที่ 9" ตลอดระยะเวลา 70 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชครองราชย์ เราจะสังเกตุ เห็นได้ว่าเวลาที่พระองค์ท่านจะเสด็จพระราชดำเนินไปในที่แห่งใดก็ตาม สิ่งที่เราคุ้นตากันเป็นอย่างดีคือ แผน ที่ พระองค์ท่านทรงเป็นนักสำรวจ และผู้เชี่ยวชาญการใช้แผนที่เป็นอย่างมาก ด้วยเหตุผลที่ว่า แผนที่ทำให้เห็น ทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างครอบคลุมในภาพเพียงภาพเดียว ซึ่งสามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ ได้ อย่างถูกต้องและตรงจุด ทำให้รู้ว่าพื้นที่ใดควรจะได้รับการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการใด ต้องใช้ทรัพยากรอะไรบ้าง เพื่อเติมเต็มในสิ่งที่ขาด ทราบหรือไม่ว่า แผนที่ของพระองค์นั้น พระองค์ทรงจัดเตรียมและตัดต่อแผนที่ดังกล่าวด้วยพระองค์เอง และทรงศึกษาภูมิประเทศจากแผนที่ดังกล่าวอย่างละเอียด เพื่อประกอบการวางแผนโครงการตามพระราชดำริ ด้านต่างๆ เช่น การพัฒนาแหล่งน้ำ การชลประทาน การพัฒนาการเกษตร การพัฒนาผืนป่า และการป้องกันน้ำ ท่วม เป็นต้น เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังทรงสนพระราชหฤทัยและใช้ประโยชน์จากภาพถ่าย จากดาวเทียมสำรวจทรัพยากรอีกด้วย พระองค์ทรงเคยมีพระกระแสรับสั่งให้จิสด้าจัดเตรียมภาพถ่ายดาวเทียม บริเวณพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พื้นที่ดำเนินการเหนืออ่างเก็บน้ำยางชุม ซึ่ง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2 แสนไร่ ครอบคลุมลุ่มน้ำกุยบุรี ซึ่ง จิสด้า ได้สนองพระราชดำริ โดยสั่งถ่ายภาพ รายละเอียดสูง IKONOS และได้น้อมเกล้าฯถวายในเวลาต่อมา คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ตลอดระยะเวลาที่พระองค์ท่านทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานานับประการนั้น แผนที่ ที่พระองค์ท่านทรงใช้ประโยชน์เพื่อการวางแผนพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาการใช้ที่ดินใน แหล่ง ต้นน้ำลำธารบนภูเขาสูง การจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร เป็นต้น แผนที่นับเป็นเครื่องมือที่สำคัญเป็น อย่างมาก และถือเป็นต้นแบบที่สำคัญที่จิสด้าได้น้อมนำแนวปฏิบัติของพระองค์ท่านมากำหนดเป็นภารกิจหลัก ขององค์กรในด้านการนำข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมมาวิเคราะห์และจัดทำเป็นแผนที่พร้อมใช้ เพื่อประโยชน์ ในการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ เพื่อนำไปสู่แก้ไขและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนโดยมีประชาชนเป็น ศูนย์กลาง และหากย้อนไปเมื่อ 8 ปี ประเทศไทย ได้ส่งดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงแรกของชาติขึ้นสู่วงโคจรในนาม ดาวเทียมธีออส แต่จากนั้นไม่นานเมื่อวันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม 2554 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอ


22 ดุลยเดช พระราชทานนามดาวเทียมให้ใหม่ว่า “ดาวเทียมไทยโชต” ซึ่งมีความหมายว่า ดาวเทียมที่ทำให้ ประเทศไทยรุ่งเรือง อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่จิสด้าได้ขอพระราชทานนามดาวเทียมนั้น จิสด้าได้กำหนดชื่อ ดาวเทียมเพื่อให้ท่านทรงมีพระวินิจฉัยจำนวน 3 ชื่อ แต่พระองค์ท่านทรงพระราชทานชื่อใหม่ให้ โดยที่ไม่ เกี่ยวข้องกับ 3 ชื่อดังกล่าวเลย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ และดาวเทียมไทยโชต ดวงนี้ก็ยังคงปฏิบัติภารกิจตามแนวปฏิบัติของพระองค์ท่านอย่างหนักหน่วงและต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการ พัฒนาประเทศชาติของเราสืบไป รูป 12 ห่วงโซ่คุณค่าจากพระราชา ที่มา:HTTP://WWW.GISTDA.OR.TH/MAIN/TH/NODE/2864 คำถามชวนคิด 1.ในการเข้าพื้นที่ของในหลวง ร.9 เหตุใดพระองค์ท่านถึงถือแผนที่อยู่ตลอด 2.เหตุผลใดที่พระองค์ท่านต้องทำการจัดเตรียมแผนที่ด้วยพระองค์เอง 3.ดาวเทียมดวงแรกของประเทศไทยที่ส่งขึ้นไปสำรวจอวกาศมีชื่อว่าดาวเทียม


Click to View FlipBook Version