46
ตารางท่ี 3 ประสิทธภิ าพของการทำแบบฝึกทักษะตามเกณฑ์ 80/80
จำนวนนักเรยี น คะแนนแบบฝกึ ทักษะ (E1) คะแนนวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น (E2)
ค่าคะแนนเฉลย่ี (คะแนนเต็ม) รอ้ ยละ ค่าคะแนนเฉลย่ี (คะแนนเต็ม) ร้อยละ
19 คน 87.81 87.81 35.05 87.62
จากตารางท่ี 3 พบวา่ ประสิทธภิ าพของแบบฝึกทกั ษะท่สี ร้างข้ึนมคี า่ เท่ากับ 87.81/87.62 หมายความว่า
แบบฝึกทักษะทำให้นักเรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้เท่ากับ 87.81 และมีประสิทธิภาพทางการเรียนรู้หรือ
ประสทิ ธภิ าพของแบบฝกึ ทักษะ ในการเปลยี่ นแปลงผลการเรยี นรู้ของนักเรียนเท่ากบั ร้อยละ 87.62 แสดงว่าแบบ
ฝึกทักษะ มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย และสามารถนำไปใช้ในการเรียนรู้ได้
อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
ตารางท่ี 4 การวิเคราะห์ความคิดเหน็ ของผทู้ รงคุณวุฒิต่อแบบทดสอบทใี่ ช้ในการเรยี นการสอน
ประมาณคา่ ความ คา่
รายการขอความคดิ เหน็ คิดเห็นของ IOC แปลผล
ผทู้ รงคุณวุฒคิ นท่ี
ใช้ได้
12 3 ใช้ได้
ใช้ได้
1. ความสอดคล้องเหมาะสมกับหลักสูตร +1 +1 0 0.7 ใชไ้ ด้
2. ความสอดคล้องเหมาะสมกับธรรมชาตวิ ิชา +1 0 +1 0.7 ใช้ได้
ใช้ได้
3. ความสอดคล้องเหมาะสมกับวัยของผู้เรยี น +1 +1 +1 1.0 ใชไ้ ด้
ใช้ได้
4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน +1 +1 +1 1.0 ใช้ได้
ใชไ้ ด้
และปญั หา
5. ความเหมาะสมตอ่ กระบวนการพฒั นาผ้เู รยี น +1 0 +1 0.7
6. ความเหมาะสมของเน้ือหา +1 +1 +1 1.0
7. ความเหมาะสมของขนาดตัวอกั ษร +1 +1 +1 1.0
8. ความเหมาะสมของการใช้ภาษา 0 +1 +1 0.7
9. ความเหมาะสมกับความสนใจของนักเรียน 0 +1 +1 0.7
10.ความเหมาะสมของรูปแบบ +1 +1 0 0.7
คา่ IOC = 0.7+0.7+1.0+1.0+0.7+1.0+1.0+0.7+0.7+0.7 / 10
= 8.2/10 = 0.82
สรปุ ว่า แบบทดสอบการเรียนการสอนดงั กล่าวนั้นใชไ้ ด้
47
บทท่ี 5
สรปุ ผลการดำเนนิ การ
วตั ถุประสงค์ของการวจิ ัย
1. เพอื่ พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับประถมศกึ ษาปที ี่ 6 วิชาการงานอาชีพ จำนวน
40 คน เรื่องงานประดิษฐ์
2. เพ่อื เปรยี บเทียบผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนกอ่ นเรียนและหลังเรยี นในรายวชิ าดว้ ยรูปแบบการสอนแบบ
ปกตแิ ละการสอนโดยใช้วิธี STAD
ประชากรและกลุ่มตวั อย่าง
ประชากร นักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6 วิชาการงานอาชพี จำนวน 19 คน
กลุ่มตัวอยา่ ง นกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6 วิชาการงานอาชพี จำนวน 19 คน
เคร่อื งมอื ในการวิจัย
1. รปู แบบการสอนแบบรว่ มแรงร่วมใจ โดยวิธี STAD
2. แผนการจัดการเรยี นรู้ ใบงาน แบบฝกึ ทกั ษะ
3. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น
4. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมความรับผิดชอบ
วิธกี ารเก็บรวบรวมข้อมลู
1. ชี้แจงวิธีการเรียนการสอนแบบร่วมแรงร่วมใจต่อนักเรียนในชั้นเรียน โดยครูผู้สอนทำการแบ่งกลุ่ม
นักเรียนเป็นกลุ่มย่อยๆ โดยแต่ละกลมุ่ มสี มาชิกจำนวนเทา่ ๆ กนั หรือใกลเ้ คยี งกัน
2. ผู้สอนพิจารณาความเหมาะสมของกลุ่มเพื่อให้สมาชิกของกลุ่มมีความรู้ความสามารถแตกต่างกันโดย
พิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยในชั้นเรียน ผลการเรียนและผลการปฏิบัติงานมอบหมายในรายวิชา ในเดือนสิงหาคม
ของการเรียนประกอบการพจิ ารณา
3. ผู้สอนช้แี จงระเบียบการเรียนการสอนแบบรว่ มแรงร่วมใจ โดยรูปแบบ STAD ตลอดจนการทำงาน ท่ี
มอบหมายจากผูส้ อนและการทำงานท่มี อบหมายจากกลมุ่
4. งานที่มอบหมายจากกลุ่มมอบหมายหน้าที่ให้ปฏิบัติงานและความรับผิดชอบการทำงานในกลุ่มและ
กระตุ้นใหเ้ หน็ ความสำคญั ของความสำเรจ็ ของกลุม่
5. ติดตามสงั เกตพฤตกิ รรมหลงั จากปรับเปลย่ี นวิธีการสอน
6. เก็บรวบรวมคะแนนประเมนิ ผลทงั้ กอ่ นเรยี นและหลังเรียนมาทำการเปรียบเทียบกนั
48
สรปุ ผลการวิจัย
จากการศึกษาการเรียนการสอนแบบร่วมแรงร่วมใจเพ่ือยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรวมถึงปรับ
พฤติกรรมนักเรียนท่ีขาดความรบั ผิดชอบในการเรียนของช้ันเรยี น จากการสังเกตนักเรียนก่อนการใช้การสอนแบบ
STAD มีค่าคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ที่ 14.07 คะแนน แต่หลังจากการใช้การสอน
แบบ STAD ทำให้คะแนนเฉลี่ยอยู่ท่ี 15.14 คะแนน ซ่งึ เพมิ่ ข้ึน 1.07 คะแนน คดิ เป็นรอ้ ยละทเี่ พิ่มข้นึ 7.60% และ
มีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนสอบเท่ากับ 1.82 ซึ่งลดลงจากเดิม 0.26 ทำให้ข้อมูลที่ได้มีการกระจายตัวที่
ลดลงแสดงถึงคุณภาพของข้อมูลที่ดี ผู้เรียนมคี ะแนนเกาะกลุ่มใกล้เคียงกันมากขึ้นส่งผลต่อการพัฒนาการเรียนใน
ด้านอืน่ ๆ ซึง่ จะทำให้สอนทักษะตา่ งๆ ได้งา่ ยข้ึน
อภิปรายผลการวิจัย
จากการศึกษาวจิ ยั พบว่าการสอนโดยวธิ ีรว่ มแรงร่วมใจระหว่างครกู บั นักเรียนในรายวชิ า ทำให้ผลสมั ฤทธ์ิ
ทางการเรียนของผู้เรยี นมีพฒั นาการท่ีดีขนึ้ อยา่ งเห็นไดช้ ดั
ขอ้ เสนอแนะ
เสนอแนะสำหรบั การนำไปใช้ต่อไป
1. จากการวิจัยพบว่าการใช้การสอนแบบร่วมแรงร่วมใจ ในกิจกรรมการเรียนการสอนของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นสิ่งที่ดี กล่าวคือทำให้นักเรียนมีผลการเรียนรู้สูงขึ้น ทั้งยังก่อให้เกิดความสนุกสนาน มี
ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตลอดจนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ใน
ชีวิตประจำวัน จงึ ถอื ว่าเป็นนวัตกรรมที่จะช่วยพัฒนาการเรียนรขู้ องนักเรยี นได้อีกทางหนึ่ง
2. ในการนำการสอนแบบร่วมแรงร่วมใจ ไปใช้ในการเรียนการสอนให้กับนักเรียนนั้น ครูจะต้องมีการ
เตรยี มพรอ้ มในด้านต่างๆ ค่อนขา้ งมาก
3. ผู้บริหารสถานศึกษาควรให้การส่งเสริมและสนับสนุนครูในการสร้างนวัตกรรมการเรียนการสอนเพ่ือ
ก่อให้เกดิ กำลังใจ และเกดิ ความกระตอื รือรน้ ในการจัดการเรียนการสอน
ข้อเสนอแนะสำหรบั การทำวิจัยต่อไป
ควรศึกษาเปรียบเทยี บผลการเรียนรู้ในวิธกี ารสอนแบบต่างๆ แล้วนำผลท่ีได้มาเปรียบเทียบกนั เพ่ือเปน็
แนวทางในการคิดค้นวธิ กี ารสอนรปู แบบใหมใ่ หก้ ับการศึกษาในอกี ทางหน่ึง
49
บรรณานกุ รม
กระทรวงศึกษาธิการ. หลกั สูตรการเรียนรู้โดยการพฒั นาผเู้ รียนใหเ้ ปน็ นักคดิ ปี 2557. สำนักงาน
คณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา, 2558. 346 หนา้ .
ประกอบ มณีโรจน.์ เรยี นรู้สกู่ ารปฏิบัตกิ ารวจิ ัยในชัน้ เรียน. พิมพ์คร้งั ท่ี 2. กรุงเทพฯ:สำนกั พิมพ์
B.E.C.,2556. 129 หน้า.
นัยนา หิรัญญชาติธาดา. วจิ ยั : การปรบั พฤติกรรมนกั ศกึ ษาขาดความรับผิดชอบต่อการเรียนวชิ า
การงานอาชีพ รหัส 35022211 โดยการสอนแบบร่วมแรงร่วมใจและปรับพฤติกรรม
แบบยอมรบั : ศรสี ยามมิตรการพิมพ์, 2556. 219 หนา้
ไพรตั น์ ศิลานนั ท์. ปฏริ ูปการศึกษา : แนวคิดและหลกั การตามพระราชบญั ญตั กิ ารศึกษาแหง่ ชาติ
พ.ศ.2542. กรุงเทพฯ:วญิ ญชู น, 2557. 240 หน้า
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. วิธีการทางสถิติสำหรับการวจิ ัย. พิมพค์ รั้งท่ี 4. กาฬสนิ ธ์ุ : สำนกั พิมพ์
ประสานการพิมพ์, 2558. 168 หนา้
เดชณ์ แก้วสี. การจดั การเรยี นการสอนที่เน้นผเู้ รียนเป็นศนู ย์กลาง. กรุงเทพฯ.: บริษทั
สำนกั พิมพเ์ อมพนั ธ์ จำกดั , 2558. 310 หน้า.
เบญจพร ทองโอ. บทบาทการสงเสริมการทาํ วจิ ัยในชน้ั เรยี นของผูบริหารสถานศกึ ษาตามทศั นะ
ของผูบริหารสังกัดสาํ นักงานการประถมศึกษาจังหวัดสงขลา. วทิ ยานพิ นธ ปริญญา
มหาบณั ฑติ มหาวยิ าลัยทักษณิ , 2559
พชิ ิต ฤทธจิ์ รูญ. ( 2560 ). หลักการวดั และประเมินผลการศึกษา. ( พิมพ์คร้งั ท่ี 5 ).
กรงุ เทพฯ : เฮาส์ ออฟ เคอรม์ ิสจำกดั .
พชร สมใจจติ ร. ( 2561 ). การสอนโดยใช้กระบวนการคดิ วิเคราะห์ สงั เคราะห์. ( พิมพ์ครง้ั ท่ี 7 ).
กรงุ เทพฯ : ดแี ลนด์ปริ้นติงส์ โฮม จำกดั .
50
ภาคผนวก
51
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 1
วชิ าการงานอาชพี พน้ื ฐาน ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6
เรอื่ งงานประดิษฐ์ เวลา 4 ชั่วโมง
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ัด
1.1 ตวั ชี้วัด
ง 1.1 ป.6/1 อภิปรายแนวทางในการทำงานและปรบั ปรงุ การทำงานแต่ละขน้ั ตอน
ป.6/2 ใช้ทกั ษะการจดั การในการทำงานและมีทักษะการทำงานร่วมกัน
ป.6/3 ปฏบิ ัตติ นอยา่ งมีมารยาทในการทำงานกบั ครอบครัวและผู้อน่ื
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1) บอกประเภทของงานประดิษฐไ์ ด้
2) จำแนกประเภทของงานประดิษฐไ์ ด้
3) ปฏิบัตติ นอยา่ งมีมารยาทในการทำงานกับผู้อ่ืน
3. สาระการเรยี นรู้
3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1) แนวทางการทำงานและการปรบั ปรุงการทำงานแต่ละขน้ั ตอนเปน็ การทำงานตามลำดับที่วางแผนไว้
ก่อนการทำงาน ขณะปฏบิ ตั ิงาน และเมื่อทำงานสำเร็จแล้วให้ประเมินทุกข้ันตอนเพ่ือการแกไ้ ขและ
ปรบั ปรุงผลงาน
2) การจัดการในการทำงานและทกั ษะการทำงานรว่ มกัน เช่น
- การประดิษฐ์ของใช้ ของตกแต่ง ใหส้ มาชิกในครอบครัว หรือเพ่ือน ในโอกาสตา่ งๆ
3) มารยาทในการทำงานกบั สมาชกิ ในครอบครัวและผู้อื่น
4) การมจี ติ สำนึกในการใชพ้ ลังงานและทรพั ยากรอย่างประหยัดและคมุ้ คา่ เป็นคุณธรรมในการทำงาน
3.2 สาระการเรยี นรู้ท้องถิ่น
(พจิ ารณาตามหลกั สูตรสถานศกึ ษา)
4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
งานประดิษฐ์ เป็นงานที่คนเราคิดออกแบบสร้างขึ้น โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ งานประดิษฐ์ที่เป็น
เอกลกั ษณ์ไทย และงานประดษิ ฐ์ทว่ั ไป ซึ่งการทำงานประดิษฐ์จะต้องมีทกั ษะกระบวนการจัดการในงานประดิษฐ์ รู้
ขอ้ ควรคำนึงในการทำงานประดิษฐ์
52
5. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน 2) ทักษะการเช่ือมโยง
4) ทกั ษะการประเมิน
5.1 ความสามารถในการส่ือสาร
5.2 ความสามารถในการคดิ
1) ทกั ษะการรวบรวมข้อมูล
3) ทกั ษะการเรียงลำดับ
5.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี ินยั
2. ประหยดั
3. ใฝ่เรยี นรู้
4. อยอู่ ย่างพอเพียง
5. มคี วามรับผดิ ชอบ
7. กิจกรรมการเรียนรู้
วธิ ีสอนโดยเน้นกระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด
นกั เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 5 เรือ่ ง งานประดิษฐ์
ข้ันนำ
ครูให้นักเรยี นสังเกตสงิ่ รอบตัว แลว้ บอกว่าส่งิ ใดบา้ งเป็นงานประดิษฐ์
ข้ันสอน
ข้ันที่ 1 สังเกต
ครูนำภาพงานประดษิ ฐม์ าให้นักเรยี นดู แล้วใหน้ ักเรยี นชว่ ยกนั สงั เกตว่า งานประดษิ ฐใ์ นภาพประดิษฐจ์ าก
วสั ดุหรือเศษวัสดอุ ะไรบ้าง และจัดอยู่ในงานประดิษฐ์ประเภทใด
ข้นั ท่ี 2 จำแนกความแตกต่าง
1. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกนั ศึกษาความรู้เร่ือง รจู้ ักงานประดิษฐ์ จากหนงั สือเรียน
2. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั อภิปรายถงึ ความแตกตา่ งของงานประดษิ ฐต์ ามประเดน็ ท่ีกำหนด และคน้ หา
รปู งานประดษิ ฐ์มากให้ได้มากท่สี ุด
ขัน้ ท่ี 3 หาลักษณะร่วม
1. นักเรยี นแต่ละกลุ่มนำรปู งานประดษิ ฐ์ทสี่ ืบค้นมาจำแนกประเภท แลว้ ติดลงในกระดาษ โดยทำเปน็
แผนผังความคิด
2. ตัวแทนนักเรยี นแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการพิจารณาและจำแนกความแตกต่างของงานประดิษฐท์ ่ี
หนา้ ชัน้ เรยี น
53
ขัน้ ท่ี 4 ระบุช่ือความคิดรวบยอด
1. นักเรยี นร่วมกนั สรุปลกั ษณะประเภทของงานประดษิ ฐ์
2. ครูถามคำถามกระตุ้นความคิด
• นกั เรียนคิดวา่ งานประดษิ ฐท์ เ่ี ป็นเอกลักษณ์ไทยมีความสวยงามและโดดเดน่ อยา่ งไร
(แนวตอบ : พจิ ารณาคำตอบของนักเรียนโดยให้อยู่ในดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน)
3. ครใู ห้ความร้เู พิ่มเติมเก่ียวกบั งานประดิษฐ์
4. นกั เรยี นทำกิจกรรมเรยี นร้ปู ูพ้ืนฐาน ขอ้ 1-2 หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 5 หน้า 41-42 จากแบบวัดฯ การงาน
อาชพี ป.6
5. ครถู ามคำถามกระตนุ้ ความคิด
• นกั เรยี นคดิ ว่า การทำงานประดิษฐจ์ ากวสั ดุเหลือใช้ จัดเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าหรือไม่
เพราะเหตุใด
(แนวตอบ : เป็น เพราะเปน็ การนำส่งิ ท่อี าจจะต้องนำไปท้ิงไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และชว่ ยรักษา
สิ่งแวดล้อมด้วยการลดปรมิ าณขยะได)้
ขั้นที่ 5 ทดสอบและนำไปใช้
นกั เรียนแต่ละคนทำใบงานท่ี 5.1 เรื่อง ประเภทงานประดิษฐ์ แลว้ ร่วมกันเฉลยคำตอบใบงาน จากนั้นครู
ใหค้ วามร้เู พิ่มเตมิ เกีย่ วกับการนำวสั ดแุ ละเศษวสั ดมุ าใชใ้ นงานประดษิ ฐ์
ขน้ั สรุป
นกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ความรเู้ กี่ยวกบั ประเภทของงานประดิษฐ์
54
8. การวัดและประเมนิ ผล
รายการวดั วธิ ีวัด เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
8.1 การประเมินก่อนเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน ประเมินตามสภาพจริง
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 5
แบบทดสอบกอ่ นเรียน ตรวจแบบทดสอบ - ร้อยละ 60
- ใบงานที่ 5.1 ผ่านเกณฑ์
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 5 กอ่ นเรียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 5 ระดบั คุณภาพ 2
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม ผา่ นเกณฑ์
8.2 การประเมินระหว่าง การทำงานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2
- แบบสงั เกตพฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์
การจัดกจิ กรรมการ การทำงานกลุ่ม ระดบั คุณภาพ 2
- แบบประเมนิ ผ่านเกณฑ์
เรยี นรู้ คณุ ลกั ษณะ
อนั พงึ ประสงค์
1) ประเภทของ - ตรวจใบงานท่ี 5.1
งานประดิษฐ์
2) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม
ทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบุคคล
3) พฤตกิ รรมการ - สงั เกตพฤติกรรม
ทำงานกลุ่ม การทำงานกลุ่ม
4) คณุ ลกั ษณะ - สงั เกตความมวี ินัย
อันพึงประสงค์ ประหยัด ใฝ่เรยี นรู้
อยู่อยา่ งพอเพียง และความ
รบั ผดิ ชอบ
9. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้
9.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียนการงานอาชีพ ป.6 หน่วยการเรยี นรู้ที่ 5
2) แบบวดั ฯ การงานอาชพี ป.6 หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 5
3) ใบงานที่ 5.1 เร่ือง ประเภทของงานประดิษฐ์
4) บัตรภาพ
9.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องสมดุ
2) แหล่งเรยี นรสู้ ารสนเทศ
55
บัตรภาพ
56
57
ใบงานที่ 1 ประเภทงานประดิษฐ์
ช่ือ ชั้น เลขที่
คำช้แี จง : ให้นักเรยี นดูภาพ แล้วระบวุ ่าภาพใดเปน็ งานประดษิ ฐเ์ อกลกั ษณ์ไทย และภาพใดเป็นงานประดิษฐ์
ทั่วไป
เอกลกั ษณไ์ ทย ทัว่ ไป เอกลักษณไ์ ทย ทัว่ ไป
เอกลกั ษณไ์ ทย ทว่ั ไป เอกลกั ษณ์ไทย ทวั่ ไป
เอกลกั ษณ์ไทย ท่วั ไป เอกลักษณ์ไทย ท่ัวไป
58
เฉลย ใบงานที่ 1 ประเภทงานประดษิ ฐ์
ชื่อ ชนั้ เลขท่ี
คำชแ้ี จง : ใหน้ กั เรยี นดูภาพ แล้วระบุวา่ ภาพใดเปน็ งานประดษิ ฐ์เอกลกั ษณ์ไทย และภาพใดเป็นงานประดิษฐ์
ท่วั ไป
เอกลกั ษณไ์ ทย ทั่วไป เอกลักษณ์ไทย ทัว่ ไป
เอกลักษณ์ไทย ทว่ั ไป เอกลักษณ์ไทย ทว่ั ไป
เอกลกั ษณ์ไทย ทวั่ ไป เอกลกั ษณ์ไทย ทว่ั ไป
59
ใบงานท่ี 2 อปุ กรณ์ที่ใช้ในงานประดิษฐ์
ช่ือ ชั้น เลขท่ี
คำชี้แจง : ให้นกั เรยี นเขียนหรือวาดภาพอุปกรณ์ทใี่ ชใ้ นการประดิษฐ์ตามรายการที่กำหนด
อปุ กรณท์ ใ่ี ช้วดั อุปกรณท์ ใี่ ชต้ ัด
อุปกรณท์ ่ีใชเ้ จาะ อุปกรณ์ทีใ่ ชต้ ดิ
60
เฉลย ใบงานท่ี 2 อุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นงานประดษิ ฐ์
ชอื่ ช้ัน เลขท่ี
คำชี้แจง : ให้นกั เรียนเขยี นหรอื วาดภาพอุปกรณ์ท่ใี ชใ้ นการประดษิ ฐต์ ามรายการท่ีกำหนด
อปุ กรณท์ ใ่ี ช้วดั อปุ กรณท์ ใี่ ชต้ ดั
ไมค้ ร่งึ วงกลม วงเวยี น ไม้บรรทดั คมี ตัดลวด กรรไกร คตั เตอร์
อุปกรณท์ ่ีใช้เจาะ อุปกรณท์ ่ใี ช้ตดิ
ตะปู เหลก็ แหลม ทีเ่ จาะกระดาษ กาวน้ำ เทปใส กาวแท่ง ปืนกาว
61
แบบทดสอบ
ช่ือ ช้ัน เลขที่
คำชีแ้ จง : ให้นักเรียนเลอื กคำตอบท่ีถูกต้องทสี่ ุดเพียงขอ้ เดียว
1. ขอ้ ใดเปน็ วัสดสุ งั เคราะห์ 7. ในการประดิษฐข์ องใช้ ควรพิจารณา
ก. ก้อนหิน ข. เมลด็ พชื จากส่ิงใดเป็นหลกั
ค. เปลอื กไข่ ง. ไหมพรมญป่ี ่นุ ก. ส่ิงของน้ันทำไดห้ รือไม่
2. ขอ้ ใดไม่ใช่วัสดุธรรมชาติ ข. สิ่งของนั้นขายไดห้ รือไม่
ก. หยวกกล้วย ค. ส่ิงของนั้นใชป้ ระโยชน์ไดห้ รือไม่
ข. เมล็ดถ่วั เขยี ว ง. สง่ิ ของน้นั หาวสั ดุมาตกแต่งได้หรือไม่
ค. กะลามะพรา้ ว 8. การประดิษฐ์ส่ิงตา่ งๆ ผปู้ ระดิษฐ์จะต้องมีความสามารถใน
ง. ฝาขวดนำ้ อัดลม ด้านใด
3. ขอ้ ใดเป็นงานประดิษฐ์ทป่ี ระเภทต่างจากข้ออ่ืน ก. การตลาด
ก. งานแกะสลักงานประตู ข. ความรวดเร็ว
ข. งานแกะสลักผักและผลไม้ ค. มนษุ ยสัมพันธ์
ค. งานประดิษฐ์บายศรจี ากใบตอง ง. ความคิดสร้างสรรค์
ง. งานประดิษฐ์กรอบรูปจากไมไ้ อศกรีม 9. ถ้าต้องการประดษิ ฐเ์ ศษวัสดใุ ห้เปน็ ของใช้ จะต้องศึกษา
4. ขอ้ ใดจัดเปน็ งานประดิษฐ์เอกลกั ษณ์ไทย เรอ่ื งใดก่อน
ก. กระเปา๋ ผา้ ก. การหาวสั ดุมาตกแตง่
ข. หนา้ กากเสือ ข. การนำไปใชป้ ระโยชน์
ค. กระเปา๋ ยา่ นลเิ ภา ค. อุปกรณ์เครอื่ งใช้ต่างๆ
ง. ตกุ๊ ตาดนิ เผาประดบั สวน ง. การออกแบบสิง่ ประดิษฐ์
5. การประดิษฐข์ องใช้ ควรคำนึงถึงข้อใดมากท่ีสดุ 10. ขอ้ ใดไมใ่ ชป่ ระโยชนท์ ไี่ ด้รับจากการทำงานประดิษฐ์จาก
ก. ความสะอาด เศษวัสดุ
ข. ความประณตี ก. ฝึกใหเ้ กิดความคดิ สรา้ งสรรค์
ค. ความสวยงาม ข. ใช้เวลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์
ง. ประโยชนใ์ นการใชส้ อย ค. ฝึกนิสยั ในการทำงานเช่นความอดทน ความ
6. การประดิษฐก์ ล่องกระดาษทิชชู สามารถนำไปใช้ ละเอยี ดรอบคอบ
ประโยชน์ในห้องใด ง. ทำให้ร่ำรวย
ก. ห้องรับแขก ข. หอ้ งน้ำ
ค. ห้องพระ ง. ห้องทำงาน
เฉลย
1. ง 2. ง 3. ง 4. ค 5. ง 6. ก 7. ค 8. ง 9. ข 10. ง
62
แบบประเมินคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ของนกั เรยี น
ประกอบหน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 1 แผนการเรียนรู้ท่ี 1
คำชแ้ี จง ครูสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี น และการปฏิบตั งิ านของนักเรยี น แลว้ ขีด / ให้คะแนนลงในช่อง ท่ีตรง
กบั พฤตกิ รรมของนักเรียน
คณุ ลกั ษณะท่ปี ระเมนิ
ความสนใจ ความ ความมี ความรับผิดชอบ การตรงต่อเวลา สรปุ ผล
และใฝร่ ู้ ซื่อสัตย์ ระเบียบ ตอ่ งาน ในการทำงาน การประเมนิ
เลขท่ี ใฝเ่ รยี น
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15 ผา่ น/ไม่ผา่ น
1 ผทู้ ผี่ ่านเกณฑ์ประเมินตอ้ งไดค้ ะแนน 12 คะแนนขึน้ ไป ถือวา่ ผา่ น
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
เกณฑ์การประเมนิ
ลงชือ่ ผู้ประเมิน
(…………........…………………………………..)
63
แบบสังเกตพฤตกิ รรมนักเรียนรายบุคคล
ช่ือ ชนั้ เลขที่
คำช้ีแจง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ลงในช่องที่
ตรงกับระดบั คะแนนทกี่ ำหนด
ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
321
1 การแสดงความคิดเหน็
2 การยอมรบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผอู้ ่นื
3 การทำงานตามหน้าท่ีท่ีได้รบั มอบหมาย
4 ความมนี ้ำใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครง้ั
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ตำ่ กว่า 8 ปรบั ปรงุ
64
แบบแสดงความคิดเหน็ ของผ้ทู รงคณุ วฒุ ิท่มี ีตอ่ แบบทดสอบการอา่ นเพอื่ ความเขา้ ใจ
คำชแี้ จง ขอให้ทา่ นผูเ้ ชี่ยวชาญได้กรณุ าแสดงความคิดเหน็ ของท่านที่มีต่อแบบทดสอบการอ่านเพ่ือความเข้าใจ
โดยใส่เครื่องหมาย ( ✓) ลงในชอ่ งความคิดเหน็ ของท่านพรอ้ มเขยี นข้อเสนอแนะท่ีเปน็ ประโยชนใ์ นการนำไป
พจิ ารณาปรับปรงุ ต่อไป
ความคิดเหน็
รายการขอความคดิ เหน็ เหมาะสม ไมแ่ นใ่ จ ไม่เหมาะสม
10 -1 ข้อเสนอแนะ
1. ความสอดคล้องเหมาะสมกับหลกั สูตร
2. ความสอดคล้องเหมาะสมกับธรรมชาติวชิ า
3. ความสอดคล้องเหมาะสมกับวยั ของผู้เรยี น
4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับสภาพปัจจบุ นั และ
ปัญหา
5. ความเหมาะสมต่อกระบวนการพัฒนาผเู้ รยี น
6. ความเหมาะสมของเนือ้ หา
7. ความเหมาะสมของขนาดตัวอกั ษร
8. ความเหมาะสมของการใช้ภาษา
9. ความเหมาะสมกับความสนใจของนักเรียน
10.ความเหมาะสมของรูปแบบ
ขอแสดงความขอบคุณอย่างย่ิง
............................................
(..............................................)
65
9.บนั ทกึ หลังจดั การเรยี นรู้
9.1 ผลความรทู้ เี่ กิดข้ึนกบั นักเรยี น (K)
9.2 กระบวนการ/สมรรถนะ (P)
9.3 คุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงคข์ องนกั เรยี น (A)
ลงชอ่ื ............................................................ ลงชื่อ............................................................
(...................................................) (...................................................)
ครูผ้สู อน หัวหนา้ กลุ่มสาระฯ
66