สถานท่ที ่องเท่ยี วในจังหวัด ตรัง
โดย
นายณัชพล พมิ พ์ทอง
ชนั้ มธั ยมศึกษาปี ท่4ี /3
เสนอ
ครูสุวารีย์ ย่ภี ู่
โรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัยจงั หวัดสุพรรณบุรี
คานา
โครงงานเล่มน้ีจดั ทาข้ึนเพอ่ื นาเสนอโครงงานเร่ือง สถานที่ท่องเท่ียวในจงั หวดั ตรังเพ่อื ใหค้ น
ไทยทุก ๆ คน และชาวต่างชาติไดท้ ราบถึงสถานที่ท่องเที่ยวจงั หวดั ตรังวา่ มีท่ีใดบา้ ง โดยขอ้ มูลท่ี
ไดม้ าคณะผจู้ ดั ทาไดศ้ กึ ษาจากหนงั สือและเวบ็ ไซตต์ ่าง ๆ หากโครงงานเล่มน้ีผดิ พลาดประการ
ใดกข็ ออภยั ไว้ ณ ที่น้ีดว้ ย
ผู้จดั ทา
นายณัชพล พมิ พ์ทอง
สารบัญ
เร่ือง หน้า
ปกนอก ก
คานา ข
สารบัญ ค
เกาะรอกน้อย 5
เกาะมุก 9
11
เกาะกระดาน 12
13
อทุ ยานแห่งชาตหิ าดเจ้าไหม 14
15
หาดปากเมง 15
17
ถา้ เลเขากอบ 22
23
เกาะเหลาเหลียง
เกาะเชอื ก
เกาะเภตรา
พพิ ธิ ภัณฑ์พระยารัษฏานุประดษิ ฐ์มหศิ รภกั ดี
หาดหยงหลงิ
อุทยานนา้ พุร้อนกันตงั 25
สระกะพงั สุรินทร์
นา้ ตกโตนเต๊ะ 27
ตลาดชนิ ตา 28
สวนพฤกษศาสตร์ ภาคใต้ 29
ถา้ เขาช้างหาย 32
หาดยาว 33
พพิ ธิ ภณั ฑ์สัตว์นา้ ราชมงคล 35
39
สถานท่ใี นจังหวัด ตรัง
1.เกาะรอกนอ้ ย
อยใู่ นทอ้ งที่บา้ นควนแคง หม่ทู ่ี 7 ตาบลบ่อน้าร้อน อาเภอกนั ตงั จงั หวดั ตรัง อยใู่ นเขตป่ าสงวน
แห่งชาติป่ าเขาหวาง ป่ าควนแคง และป่ าน้าราบ มีเน้ือท่ีประมาณ 500 ไร่ ซ่ึงกรมป่ าไมไ้ ด้
ประกาศจดั ต้งั เป็นวนอุทยาน เม่ือวนั ที่ 9 มิถุนายน 2549
จากบริเวณที่อุดมไปดว้ ยบ่อน้าร้อนธรรมชาติใตผ้ วิ ดินมาสู่การพฒั นาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิง
สุขภาพในปัจจุบนั อนั เป็นท่ีรู้จกั ในหม่ชู าวตรังและนกั ท่องเท่ียวทวั่ ไปเป็นอยา่ งดี โดยไดร้ ับการ
จดั ต้งั ใหเ้ ป็นวนอุทยาน เมื่อวนั ท่ี 9 มิถุนายน พ.ศ. 2549 สภาพทว่ั ไป วนอุทยานฯ แห่งน้ี
ต้งั อยใู่ นเขตป่ าสงวนแห่งชาติป่ าเขาหวาง ป่ าควนแคง และป่ าน้าราบ มีเน้ือที่ประมาณ 500 ไร่
มีลกั ษณะภูมิประเทศเป็นพ้ืนท่ีราบเชิงเขาผสมผสานกบั สภาพป่ าเป็นดงดิบช้ืน และบางส่วนเป็น
ป่ าพรุท่ีมีน้าท่วมขงั ตลอดปี อีกท้งั มีพ้ืนท่ีบางส่วนเป็นพรุน้าร้อนมีน้าไหลผดุ จากใตด้ ิน
ตลอดเวลา พชื พรรณและสตั วป์ ่ า จดั วา่ ค่อนขา้ งมีสภาพป่ าที่สมบูรณ์ปานกลาง โดยพนั ธุ์ไมท้ ี่พบ
ได้ แก่ ยาง ตะเคียน หวา้ ชมพปู่ ่ า ทุง้ ฟ้ า ก่อ แดงควน กระโดน ตงั หน หวาย หลุมพี ปาลม์
กลว้ ยไม้ และสัตวป์ ่ าที่พบไดแ้ ก่ ชะมด คา้ งแวน่ ถิ่นใต้ กระจง ไก่ป่ า นกชนิดต่าง ๆ เต่า กบ เขียด
งู สถานท่ีน่าสนใจ ไดแ้ ก่ บ่อน้าร้อนควนแคง บริเวณพ้ืนท่ีพรุน้าร้อน โดยไดพ้ ฒั นาปรับปรุงเป็น
บ่อน้าร้อน จานวน 3 บ่อ มีอุณหภูมิของน้าประมาณ 70 องศา / 40 องศา / 20 องศา
ตามลาดบั ซ่ึงนกั ท่องเที่ยวและประชาชนทวั่ ไปนิยมมาแช่เทา้ และอาบน้าร้อนเพอื่ สุขภาพ ณ ที่
แห่งน้ี โดยมีหอ้ งอาบน้าแล หอ้ งแช่น้าร้อนใหบ้ ริการเพือ่ ความเป็นส่วนตวั จานวน 9 หอ้ ง บ่อ
แช่เทา้ รวม 1 บ่อ และบ่ออาบน้ารวมอีก 1 บ่อ เส้นทางศึกษาธรรมชาติบริเวณพ้นื ที่พรุน้าร้อน
และพ้ืนท่ีป่ าดงดิบ ท่ีไดร้ ับการพฒั นาใหเ้ ป็นเสน้ ทางศกึ ษาธรรมชาติจานวน 3 เสน้ ทาง ใน
ระยะทาง 500 เมตร 750 เมตร และ 2,000 เมตร ตามลาดบั เพื่อยงั ประโยชนด์ า้ นการ
ศึกษาวจิ ยั ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมท้งั ส่งเสริมสันทนาการและการท่องเท่ียว
เกาะรอก สวรรคน์ อ้ ย ๆ ที่มีน้าทะเลใส ๆ หาดทรายขาว และปะการังน้าต้ืนท่ีสมบูรณ์สุด ๆ
เกาะรอกนี ้ประกอบด้วยเกาะที่มีขนาดใกล้เคียงกนั อยู่ 2 เกาะ คือเกาะรอกนอก และเกาะรอก
ใน (ในแผนท่ีของ Google Map เรียกเกาะรอกน้อย และเกาะรอกใหญ่) ทงั้ 2 เกาะ ถกู
กนั้ ด้วยร่องนา้ ความกว้างแคป่ ระมาณ 100 เมตร อย่ใู นเขตของจงั หวดั ตรัง เป็นสว่ นหนงึ่ ของ
อทุ ยานแหง่ ชาตหิ ม่เู กาะลนั ตา อยหู่ ่างจากเกาะลนั ตาเพยี ง 30 กิโลเมตร จดุ เดน่ อยทู่ ่ีความ
สวยงามของปะการังนา้ ตืน้ ท่ียงั อดุ มสมบรู ณ์ เหมาะสาหรับการดานา้ ประเภทสนอ็ คเกิล้
เราเดนิ ทางโดยนง่ั เรือสปี ดโบ๊ตของ Love Andaman จากจงั หวดั ภเู ก็ต มาที่เกาะรอก โดยใช้เวลา
โดยประมาณ 1.45 – 2 ชม. เวลาในการเดนิ ทางขนึ ้ อยกู่ บั ความเร็วลมและระดบั ความแรงของคลื่นครับ
2.เกาะมุก
“เกาะมุก” เป็ นเกาะทใี่ หญ่เป็ นอนั ดบั ท่ี 3 ของทะเลตรัง การเกาะมุกยงั คงสงบเงียบ คงความเป็นธรรมชาติ
และวถิ ีชีวติ ของชาวเกาะ ทาใหเ้ กาะมุกดูมีเสน่ห์เอามาๆ สาหรับนกั ท่องเที่ยวที่ไมช่ อบความวนุ่ วายใดๆ
เพราะแมจ้ ะเปิ ดใหท้ ่องเท่ียว แต่วา่ วถิ ีชีวติ ของชาวบา้ นบนเกาะ กย็ งั คงดาเนินต่อไปใหเ้ ราไดช้ ื่นชม ท้งั วถิ ี
ชาวประมงเอย และวถิ ีของชาวสวนยางพาราและสวนมะพร้าว ชาวบา้ นที่นี่กย็ งั ดาเนินชีวติ ไปตามแบบฉบบั
เดิม ที่เคยมีอยู่ จะมีเพมิ่ เติมก็ในส่วนของกิจการร้านอาหาร รีสอร์ทบา้ นพกั โฮมสเตย์ ที่เขา้ มาบริการ
นกั ท่องเท่ียวท่ีแวะมาเยยี่ มเยอื นก็เท่าน้นั
บนเกาะมีผู้คนอย่อู าศัยเป็ นหมู่บ้าน 3 แห่ง มชี ายหาดทส่ี วยงามรูปแบบต่างๆ ถึง 2 คือ
หาดฝร่ัง เป็นหาดท่ีมีที่พกั เรียงรายหลายหลงั และหลายเจ้าของ วางตวั อยบู่ นหาดทรายสีขาวนวลกว้าง
ใหญ่ มีชมุ ชนนกั ทอ่ งเท่ียวฝรั่งขนาดใหญ่ มีบริการทางการทอ่ งเที่ยวตา่ งๆ หลากหลาย
หาดสบาย เป็นหาดทรายสีนวล มีจุดเด่นดา้ นความเงียบสงบ แทบทุกวนั ที่นี่จึงมีกลุ่มนกั ทอ่ งเท่ียวท่ีรักสงบ
มาจอดเรือแวะพกั เล่นน้า อาบแดดกนั สบายๆ เป็นการละทิ้งโลกที่ยงุ่ เหยงิ เขา้ สู่โลกส่วนตวั ที่สงบงามไมซ่ ้า
ใคร
แต่หาดที่กาลงั มาแรงของ เกาะมุก ก็คือ ปลายแหลมดา้ นท่ีหนั เขา้ หาฝ่ัง ที่ตรงน้นั เป็นรีสอร์ตเอกชนระดบั
หา้ ดาว ช่ือเกาะมุกศิวาลยั จุดเด่นของมุมเล็กๆ ที่เกาะมุกตรงน้ีอยทู่ ี่ท่ีพกั อนั งดงาม ในบรรยากาศสบายๆ ของ
หาดทรายชายทะเลสีขาวสะอาด แบบที่เรียกวา่ ขาวจวั๊ ะจนแสบตาในตอนกลางวนั และงดงามสุกสกาวใน
ยามค่าคืน
3.เกาะกระดาน
เกาะกระดาน เป็นเกาะที่สวยเกาะหนง่ึ ของจงั หวดั ตรัง อยใู่ นความรับผิดชอบของอทุ ยานแหง่ ชาตหิ าด
เจ้าไหม เกาะกระดาน เป็นเกาะที่มีความกว้างมาก มีชายหาดท่ีมีทรายขาวละเอียด ชายหาดกว้างใหญ่
สวยงามนา่ เลน่ นา้ นา้ ทะเลใสจนมองเห็น แนวปะการัง นา้ ตนื ้ ตลอดจนฝงู ปลาหลากหลายพนั ธ์ุ ทกุ วนั จะมี
นกั ทอ่ งเท่ียวมาแวะจอดเรือเลน่ นา้ อาบแดดชมความงามของหาดทรายเป็น จานวนมาก นอกจากนีย้ งั เป็ น
เกาะที่อดุ มไปด้วยส่ิงแวดล้อมทางธรรมชาติ ไมว่ า่ จะเป็ นต้นไม้หรือชนั้ หนิ ท่ีสวยงามแปลกตาแปลกใจ
มากมาย เป็นเกาะที่สวยงามในทางธรรมชาตจิ นได้รับความสนใจมากขนึ ้ ในระดบั ประเทศเพราะมีการเข้า
สารวจธรรมชาตเิ ป็นประจา
4.อทุ ยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม
อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม มีเนือ้ ที่ทงั้ หมดประมาณ 144,292.35 ไร่ หรือ 230.87 ตาราง
กิโลเมตร ครอบคลมุ ที่ดนิ ป่ าคลองไหโละ ป่ าคลองปอ และป่ าคลองกนั ตงั ในท้องท่ีตาบลไม้ฝาด อาเภอสิ
เกา ตาบลบอ่ นา้ ร้อน ตาบลบางสกั อาเภอกนั ตงั จงั หวดั ตรัง ได้รับการประกาศให้เป็ นอทุ ยานแหง่ ชาติ เมื่อ
วนั ท่ี 14 ตลุ าคม พ.ศ. 2524 นบั เป็นอทุ ยานแหง่ ชาตลิ าดบั ท่ี 36 ของประเทศไทย ภมู ิประเทศส่วน
ใหญ่เป็นภเู ขาหนิ ปนู สงู ชนั มีเทือกเขาสาคญั อยา่ งเทือกเขาจองจนั ทร์ เทือกเขาควนเมด็ จนู เทือกเขาควน
แดง เป็นแหลง่ ต้นนา้ ลาธารหลายสายท่ีไหลมารวมกนั เป็ นคลองบางสกั
5.หาดปากเมง
หาดปากเมง ตงั้ อยทู่ ี่ตาบลไม้ฝาด อาเภอสิเกา จ.ตรัง เป็ นหาดรูปพระจนั ทร์คร่ึงเสีย้ วยาวประมาณ 5
กิโลเมตร มีความสวยงามและสงบเงียบ ชายหาดมีป่ าสนตามธรรมชาตขิ นึ ้ จากหาดมองไปกลางทะเลจะ
เหน็ เกาะน้อยใหญ่สลบั ซบั ซ้อนกนั มองดลู กั ษณะคล้ายคนนอนหงายอยใู่ นทะเล บริเวณหาดปากเมงมีทา่
เทียบเรือปากเมงสามารถเชา่ เรือไปเกาะไหง เกาะเชือก เกาะม้า เกาะแหวน เกาะกระดาน เกาะมกุ และถา้
มรกต การเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 4046–4162 (ตรัง-สิเกา-ปากเมง) ระยะทาง 38
กิโลเมตร เม่ือถงึ หาดปากเมงเลีย้ วขวาประมาณ 1 กิโลเมตร นอกจากนนั้ ยงั มีรถตู้ ตรัง-สเิ กา-ปากเมง
ให้บริการท่ีถนนทา่ กลาง ในอาเภอเมือง
6.ถา้ เลเขากอบ
ถา้ เลเขากอบ ท่ีเราจะพาคณุ ไปเที่ยวกนั ในวนั นี ้ ตงั้ อย่ใู นเขตอาเภอห้วยยอด ของจงั หวดั ตรัง โดยตวั ถา้
หา่ งจากท่ีวา่ การอาเภอห้วยยอดประมาณ 7 กิโลเมตร ซงึ่ มีการสญั จรท่ีสะดวกด้วยถนนลาดยางถงึ หน้า
ปากถา้ โดยคณุ สามารถขบั รถจากตวั เมือง ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ตรัง-ห้วยยอด เลยอาเภอห้วยยอดไป
ประมาณ 7 กิโลเมตร ให้สงั เกตทางแยกซ้ายเข้าไปประมาณ 700 เมตร ก็จะถึงหน้าปากทางเข้าถา้
7.เกาะเหลาเหลียง
เกาะเหลาเหลียง อยใู่ นเขตอทุ ยานแหง่ ชาตหิ มเู่ กาะเภตรา ตาบลสกุ ร อาเภอปะเหลียน จงั หวดั ตรัง
ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศเป็นภเู ขาหนิ ปนู มีหน้าผาโดยรอบ หาดทรายสีขาวละเอียด นา้ ทะเลใสสะอาด
บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกบั การพกั ผอ่ นอยา่ งที่สดุ
เกาะเหลาเหลียง (หรือ หลาวเหลียง, เหล่าเหลียง) มนตเ์ สนห่ ์แหง่ ท้องทะเลตรัง เป็นหนงึ่ ในหมเู่ กาะ
เภตรา กรมอทุ ยานแหง่ ชาติสตั ว์ป่ าและพืชพนั ธ์ุ เน่ืองจากหมเู่ กาะนีอ้ ยใู่ นเขตสมั ปทานรังนกอีแอน่ จงั หวดั
ตรัง ทาให้หมเู่ กาะเภตรา กลายเป็นพืน้ ที่ปิดมานานนบั สิบปี สภาพของธรรมชาตบิ นเกาะและในทะเล จงึ
ยงั คงความสมบรู ณ์สวยงามเป็นธรรมชาติ ทงั้ ภเู ขาหินปนู สงู เสียดฟ้ า หาดทรายขาว นา้ ทะเลใส ความอดุ ม
สมบรู ณ์ของปะการังออ่ น ปะการังแข็ง กลั ปังหา ปลาทะเลสวยงาม รวมถงึ สิง่ มีชีวิตใต้นา้ มากมาย รอการ
มาสมั ผสั จากนกั ท่องเท่ียวที่รักธรรมชาติ
8.เกาะเชือก
เกาะเชือก อยรู่ ะหว่างเกาะมกุ และเกาะไหง ทงั้ สองเกาะ ถือเปนจดุ ดานา้ ชมปะการัง ท่ีสวยท่ีสดุ ของ
ทะเลตรังสามารถ ชม ปะการังออ่ นมีทงั้ สีแดง สีส้ม สีมว่ ง สีเหลือง สีชมพู และอีกมากมาย สมั ผสั ดาวขน
นก เกาะเชือกเป็ นเกาะเล็กๆ ทงั้ 3 เกาะ อยใู่ นวงล้อม ของเกาะมกุ และเกาะกระดาน เป็นเกาะสมั ปทาน
รังนกทงั้ สามเกาะ ห่างจากเกาะไหงประมาณ 4 กิโลเมตร มีลกั ษณะ เป็นโขดหิน แหละหน้าผาหนิ สงู ชนั
ไมม่ ีชายหาด หรือบ้านเรือนของผ้คู น และชาวประมงอาศยั อยบู่ นเกาะทงั้ สาม นอกจากมี กระทอ่ มของคน
เฝ้ า รังนกปลกู เรียงรายบนโขดหนิ รอบตวั เกาะ บริเวณรอบเกาะทงั้ สามเป็ นแหล่งดานา้ ชมปะการังชนิด
ตา่ งๆ มีทงั้ ปะการังนา้ ตนื ้ และนา้ ลกึ รายรอบ มีฝงู ปลาทะเลสีสนั สวยงามนานาชนดิ เชน่ ปลานกแก้ว ปลา
โนรี ปลาสนิ สมทุ ร ปลาลายเสือ
สว่ นเกาะม้า อยใู่ กล้ไกบั เกาะเชือก ไมม่ ีชายหาดซง่ึ หากมองผวิ เผินจะดเู หมือนกองหนิ ขนาดใหญ่โผลพ่ ้นนา้
ขนึ ้ มาเทา่ นนั้ จดุ เดน่ ของ 2 เกาะนีอ้ ยทู่ ี่จดุ ดานา้ ตนื ้ ท่ีสมบรู ณ์และสวยงาม ระหวา่ ง 2 เกาะนีม้ ีกระแสนา้
เช่ียว จงึ ต้องใช้เชือกคอยชว่ งพยงุ ตวั เวลาดานา้ จงึ เป็นที่มา ของเกาะเชือก สว่ นเกาะม้า รูปร่างของเกาะ
คล้ายกบั ห้วม้ากลางทะเล ปะการังอา่ นหลากสีที่ปกตแิ ล้วจะพบแตใ่ จนา้ ลกึ สามารถพบเห็น ได้ท่ีระดบั นา้
ไมล่ กึ นกั
9.เกาะเภตรา
ทต่ี ง้ั และแผนที่
สถานทตี่ ดิ ตอ่ : อทุ ยานแหง่ ชาตหิ มเู่ กาะเภตรา 298 หมู่ 4 ตาบล
ปากน้า อาเภอละงู จังหวดั สตลู 91110
โทรศพั ท์ : 0 7474 0272
โทรสาร : 0 7474 0272
E-mail : [email protected]
หวั หนา้ อทุ ยานแหง่ ชาต:ิ นายวทิ ยา บวั พล
ตาแหนง่ : นักวชิ าการป่ าไมช้ านาญการ
อตั ราคา่ บรกิ ารเขา้ อทุ ยานแหง่ ชาติ
ชาวไทย : ผใู ้ หญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
ชาวตา่ งชาติ : ผใู ้ หญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
อตั ราคา่ บรกิ ารสาหรบั ยานพาหนะ : คลกิ
**หมายเหตุ เมอ่ื ชาระคา่ บรกิ ารเขา้ อทุ ยานแหง่ ชาตแิ ลว้ กรณุ าพกบตั ร
คา่ บรกิ ารตดิ ตัว ขณะทอ่ งเทย่ี วในอทุ ยานแหง่ ชาตเิ พอ่ื การตรวจสอบ
รา้ นคา้ สวสั ดกิ าร
ไมม่ รี า้ น คา้ รา้ นอาหาร นักทอ่ งเทยี่ วควรจัดเตรยี มไป
สญั ญาณโทรศพั ทใ์ นพน้ื ที่
บรเิ วณทท่ี าการอทุ ยานแหง่ ชาติ : AIS, TRUE, DTAC
ขนาดพน้ื ท่ี
308987.00 ไร่
หนว่ ยงานในพน้ื ที่
ทที่ าการอทุ ยานแหง่ ชาตหิ มเู่ กาะเภตรา
หน่วยพทิ ักษ์อทุ ยานแหง่ ชาตทิ ี่ ภต.1 (เขาโตะ๊ หงาย)
หน่วยพทิ กั ษ์อทุ ยานแหง่ ชาตทิ ี่ ภต.2 (เกาะลดิ )ี
ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ
อทุ ยานแหง่ ชาตหิ มเู่ กาะเภตราจัดไดว้ า่ มคี วามหลากหลายซงึ่
ประกอบดว้ ยพท้ื นี่ าทะเล เกาะ ภเู ขา พทื้ รี่ าบบรเิ วณหบุ เขาและพน้ื ทรี่ าบ
ชายฝ่ังทะเล โดยพนื้ ทชี่ ายฝ่ังทะเลและบรเิ วณใกลเ้ คยี งโดยรอบใน
ระยะ 3 กม. จะมลี กั ษณะเป็ นทร่ี าบถงึ ลกู คลนื่ ลอนลาดโดยจะมภี เู ขา
และหยอ่ มภเู ขาปรากฏอยเู่ ป็ นหวั แหลมตามขอบชายฝ่ัง พนื้ ทชี่ ายฝั่ง
ทะเลประกอบดว้ ยชายฝั่งหนิ หนา้ ผา ทร่ี าบนาทว่ มถงึ และสนั ทราย
ชายหาด สว่ นพน้ื ทใี่ นทะเลประกอบดว้ ยเกาะทม่ี ขี นาดแตกตา่ งกนั
ประมาณ 22 เกาะ วางตัวในแนวเหนอื -ใต ้ เกาะสว่ นใหญจ่ ะมรี ปู รา่ ง
แปลกตาและมลี ักษณะโดดเดน่ โดยเป็ นเกาะหนิ ปนู มคี วามลาดชนั สงู
มากกวา่ 35 เปอรเ์ ชน็ ต์ ปรากฏโพรง ถถา หลมุ ยบุ หนา้ ผาสงู ชนั และช
งอ่ นผาซง่ึ เกดิ จากการกดั เซาะพังทลายของคลน่ื ลมและนาขน้ึ นาลง ที่
ราบบนเกาะมเี พยี งเล็กนอ้ ยบรเิ วณหบุ เขาและเป็ นหาดทรายแคบ ๆ สนั้
ๆ อยตู่ ามหวั แหลมของเกาะและอา่ วโดยสว่ นใหญจ่ ะอยทู่ างดา้ นทศิ
ตะวนั ออกของเกาะ
ลกั ษณะภมู อิ ากาศ
อทุ ยานแหง่ ชาตหิ มเู่ กาะเภตรามสี ภาพภมู อิ ากาศแบบมรสมุ ในเขตรอ้ น
โดยไดร้ ับอทิ ธพิ ลจากมรสมุ ตะวนั ตกเฉยี งใต ้ ลมมรสมุ ตะวนั ตกเฉยี ง
เหนอื และลมมรสมุ ตะวนั ออกเฉยี งใต ้ ลักษณะลมฟ้าอากาศคลา้ ยคลงึ
กนั ตลอดปีและมฤี ดฝู นคอ่ นขา้ งนานประมาณเดอื นพฤษภาคมถงึ เดอื น
พฤศจกิ ายน
พชื พรรณและสตั วป์ ่ า
ทรัพยากรป่ าไมเ้ ป็ นทรัพยากรทส่ี าคัญของอทุ ยานแหง่ ชาตหิ มเู่ กาะ
เภตรา สงั คมพชื ทปี่ กคลมุ พนื้ ทม่ี คี วามหลากหลายทางชวี ภาพ
ประกอบดว้ ยสงั คมพชื ป่ าเขาหนิ ปนู ทม่ี สี ภาพเป็ นป่ ากง่ึ ผลดั ใบและป่ าไม ้
ผลัดใบ สงั คมพชื ป่ าดบิ ชนื้ สงั คมพชื ป่ าชายหาด และสงั คมพชื ป่ าชาย
เลน กระจายอยตู่ ามพน้ื ทเี่ กาะตา่ ง ๆ และพน้ื ทบี่ นแผน่ ดนิ โดยมี
รายละเอยี ดดังนี้
- สงั คมพชื ป่ าเขาหนิ ปนู เป็ นกลมุ่ สังคมพชื ทพ่ี บไดม้ ากทส่ี ดุ และเป็ นชอื่
ทใี่ ชเ้ รยี กสังคม พชื ทพ่ี บบนภเู ขาหนิ ปนู ในพน้ื ทอ่ี ทุ ยานแหง่ ชาตหิ มู่
เกาะเภตราตามถนิ่ ทตี่ งั้ ของป่ า เนอ่ื งจากมสี ังคมพชื ทมี่ ลี ักษณะเฉพาะ
และองคป์ ระกอบทางชนดิ พรรณไมท้ แ่ี ตกตา่ งกัน ตน้ ไมจ้ ะขน้ึ อยยู่ รเิ วณ
ซอกหนิ หรอื พน้ื ทท่ี ป่ี กคลมุ ดวย้ ดนิ ทกี่ ระจายเป็ นหยอ่ ม ๆ ลกั ษณะของ
สงั คมพชื ทพี่ บแตกตา่ งไปจากป่ าทอี่ ยบู่ นพน้ื ราบหรอื ภเู ขาหนิ ชนดิ อนื่ ๆ
พอสมควร ดงั เชน่ มอี งคป์ ระกอบของชนดิ พันธพุ์ ชื ทเี่ ป็ นชนดิ เดยี วกนั
หรอื คลา้ ยคลงึ กบั ไมช้ นั้ เรอื นยอดลา่ งของป่ าดบิ แลง้ แตม่ กั ไมป่ รากฏไม ้
ในวงคย์ างเป็ นไมเ้ รอื นยอดและในบางพน้ื ทหี่ รอื บางเกาะมกี ารผลดั ใบ
ในชว่ งฤดแู ลง้ ชนดิ พรรณไมท้ พ่ี บประกอบดว้ ย ขอ่ ยหนาม สเุ หรยี นหรอื
ตาเปใต ้ กระดังงาดง กระเบากลกั เป็ นตน้
-สงั คมป่ าดบิ ชนื้ เป็ นประเภทป่ าทไ่ี มผ่ ลดั ใบทพ่ี บกระจายอยทู่ เี่ กาะบู
โลน้ เลเพยี งแหง่ เดยี วในพนื้ ทอ่ี ทุ ยานแหง่ ชาตหิ มเู่ กาะเภตรา ซง่ึ เป็ พน้ื ท่ี
ทม่ี ดี นิ ปกคลมุ คอ่ นขา้ งมากและมคี วามชน้ื คอ่ นขา้ งสงู เกาะบโู นเลมี
ขนาดคอ่ นขา้ งใหญ่ พน้ื ทกี่ วา้ งและมคี วามลาดชนั นอ้ ย จงึ ถกู ประชาชน
บกุ รกุ เขา้ มาใประโยชนใ์ นการเพาะปลกู เป็ นทอ่ี าศัย และทพ่ี ักเพอื่
บรกิ ารนักทอ่ งเทย่ี ว เป็ นสาเหตทุ าใหพ้ นื้ ทป่ี ่ าบางสว่ นถกู ทาลายไป
ชนดิ พรรณไมท้ พี่ บหลายชดิ สามารถพบในสงั คมพชื ป่ าดบิ ชนื้ ทาง
ภาคใตบ้ นแผน่ ดนิ ใหญร่ วมทัง้ ไมใ้ นวงคไ์ มย้ าง ไดแ้ ก่ ไมด้ าตะโก ยาง
ยงู รักป่ า และมะเดอ่ื ทอง เป็ นไมเ้ ดน่ ขนึ้ ปะปนกบั ไมข้ นุนนก พดุ ป่ า
เลอื ดควาย ชมุ แสง ปออเี กง้ และยางปาย สว่ นไมพ้ น้ื ลา่ งไดแ้ ก่ มะปรงิ
ปอใบเล็ก พดุ ป่ า หันชา้ ง ยางปาย ยางยงู และแซะปะปนกบั หวายและ
เตา่ รา้ งทขี่ นึ้ อยา่ งหนาแน่น
- สงั คมพชื ชายหาด เป็ นประเภทป่ าไมผ้ ลัดใบทม่ี กี ารกระจายอยใู่ น
บรเิ วณชายหาดทม่ี สี ภาพดนิ เป็ นดนิ ทราย ลักษณะสังคมพชื ของป่ าชนดิ
นม้ี ชี นดิ ไมท้ แ่ี ตกตา่ งไปจากป่ าชนดิ อนื่ ๆ โดยสนิ้ เชงิ เนอื่ งจากพรรณไม ้
ทขี่ น้ึ อยตู่ อ้ งมคี วามสามารถทนตอ่ สภาพทเ่ี ป็ นดนิ ทรายทมี่ นี าใตด้ นิ เป็ น
นากรอ่ ยและยงั ไดร้ ับอทิ ธพลของเกลอื จากลมทพี่ ัดจากทะเลเขา้ หาฝ่ัง
พรรณไมท้ พ่ี บ ไดแ้ ก่ ไมห้ ยที ะเล หกู วาง หมันทะเล โพทะเล โกงกาง
เป็ นตน้ โดยมพี ชื ชนั้ ลา่ งเป็ นประเภทหญา้ ผักเบย้ี และผักบงุ ้ ทะเล และ
มคี วามหลากหลายทแี่ ตกตา่ งกันไปตามสภาพพนื้ ที่
- สงั คมพชื ป่ าชายเลน พบในพน้ื ทท่ี ไี่ ดร้ ับอทิ ธพิ ลการขนึ้ ลงของนา
ทะเลโดยพบกระจายอยบู่ รเิ วณชายฝ่ังทะเลทมี่ สี ภาพดนิ เป็ นดนิ เลนหรอื
บรเิ วณปากแมน่ าทใ่ี หลออกสทู่ ะเล ชนดิ ไมเ้ ดน่ ทพี่ บไดแ้ ก่ โกงกางใบ
เล็ก โกงกางใบใหญ่ โปรง ลาพู ตะบนู ขาว ตะบนู ดา โพทะเล เป็ นตน้ มี
ความหนาแน่นระหวา่ ง 176-296 ตัน/ไร่ และมคี วามหลากหลายท่ี
แตกตา่ งกันไปตามสภาพพน้ื ท่ี แตโ่ ยทั่วไปแลว้ มคี วามหลากหลายใน
ระดับทตี่ า จงึ ทาใหพ้ รรณไมป้ ่ าชายเลนมคี อ่ นขา้ งจากดั
สตั วป์ ่ า
อทุ ยานแหง่ ชาตหิ มเู่ กาะเภตราเป็ นพน้ื ทท่ี ม่ี คี วามหลากหลายของชนดิ
สตั วป์ ่ าไมม่ ากนักเนอ่ื งจากทะเลอนั ดามนั มลี ักษณะเป็ นเกาะทมี่ ี
ระยะหา่ งคอ่ นขา้ งมากและพนื้ ทบ่ี นแผน่ ดนิ ใหญม่ เี พยี งสว่ นนอ้ ย
กลา่ วคอื ป่ าเขาหนิ ปนู แผน่ ดนิ ใหญป่ กคลมุ ดว้ ยสังคมพชื ทมี่ ลี กั ษณะคา้ ย
คลงึ ป่ าดบิ แลง้ โครงสรา้ งป่ าคอ่ นขา้ งโปรา่ ง ไมม่ ลี าหว้ ยบนภเู ขายกเวน้
รอ่ งนาในชว่ งเวลาทฝ่ี นตก ประกอบกบั ความเป็ นภเู ขาลกู โดด จงึ นับเป็ น
ปัจจัยจากดั ปรมิ าณสตั วป์ ่ าโดยเฉพาะสตั วป์ ่ าบางชนดิ ทม่ี ขี อ้ มลู วา่ เคยมี
อยใู่ นพนื้ ทแี่ ตป่ ัจจุบันไดส้ ญู หายไป เชน่ กระจง หมปู่ ่ า และอเี ห็น
และเกาะบโุ นเลเพยี งเกาะเดยี วของอทุ ยานแหง่ ชาตหิ มเู่ กาะเภตราทมี่ ี
สงั คมป่ าดบิ ชนื้ กระจายอยบู่ นภเู ขาบนเกาะและมตี น้ ไมข้ นาดใหญท่ มี่ ี
โพรงใหน้ กขนาดใหญ่ 2 ชนดิ คอื นกกาฮังและนกแกก๊ ซงึ่ มปี รมิ าณ
นอ้ ยใชเ้ ป็ นสถานทท่ี ารัง ปัจจบุ ันป่ าดบิ ชนื้ ผนื นถี้ กู บกุ รกุ เพอื่ ใช ้
ประโยชนท์ ด่ี นิ ดา้ นการตัง้ ถนิ่ ฐานและการสรา้ งรสี อรท์ เพอ่ื กจิ กรรมการ
ทอ่ งเทย่ื วซง่ึ ทาใหแ้ หลง่ อาศัยของสตั วป์ ่ าตามธรรมชาตหิ มดไป
โดยเฉพาะแหลง่ อาศยั ของสตั วป์ ่ าพน้ื ราบ รวมทงั้ ทาใหพ้ ันธไ์ มผ้ ล
ทอ้ งถนิ่ ลดลงอยา่ งมาก ซง่ึ ผลไมเ้ ป็ นอาหารหลักของสตั วป์ ่ าประจาถน่ิ
ของเกาะ 3 ชนคิ อื นกชาปีใหน นกลมุ พขู าว และคา้ งคาวแมไ่ กเ่ กาะ
โดยเฉพาะนกชาปี ไหนเป็ นสตั วป์ ่ าใกลส้ ญู พันธุ์
สตั วป์ ่ า
การเดนิ ทาง
ปัจจบุ ันมถี นนของกรมทางหลวงเป็ นเสน้ ทางหลักของพน้ื ทศี่ กึ ษา ไดแ้ ก่
ทางหลวงจังหวดั หมายเลข 4052 มคี วามกวา้ งของผวิ ทาง 4 ชอ่ งจราจร
จากตัวอาเภอละงถู งึ บา้ นปากบารา โดยมที างหลวงเชอ่ื มตอ่ อาเภอละงู
กบั ทางหลวงแผน่ ดนิ หมายเลข 4 ซง่ึ เป็ นทางหลวงแผน่ ดนิ สายประธาน
ของภาคใตจ้ านวน 2 เสน้ ทาง ไดแ้ ก่
- ทางทศิ เหนอื จากตัวจังหวดั ตรังถงึ อาเภอปะเหลยี นตามทางหลวง
หมายเลข 404 และตอ่ จากอาเภอปะเหลยี นถงึ อาเภอละงตู ามทางหลวง
หมายเลข 416 โดยทบี่ รเิ วณบา้ นวงั ตง หมทู่ ่ี 4 ตาบลนาทอน อาเภอทงุ่
หวา้ มถี นนเขา้ สตู่ าบลขอนคลานซงึ่ อยใู่ นเขตพน้ื ทอ่ี ทุ ยานแหง่ ชาติ
- ทางดา้ นทศิ ตะวนั ออก จากอาเภอรัตภมู จังหวดั สงขลา ถงึ บา้ นฉลงุ
อาเภอควนโดน จังหวดั สตลู ตามทางหลวงหมายเลข 406 และตอ่ จาก
บา้ นฉลงุ ถงึ อาเภอละงตู ามทางหลวงหมายเลข 416 ชว่ งบา้ นฉลงุ -
อาเภอละงู ระยะทางประมาณ 37 กม.
10.พิพิธภณั ฑพ์ ระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภกั ดี
พพิ ธิ ภณั ฑ์พระยารัษฎานุประดษิ ฐ์มหศิ รภกั ดีี ตงั้ อยถู่ นนหน้าคา่ ย อยหู่ า่ งจากเทศบาลกนั ตงั
ประมาณ 200 เมตร เป็นท่ีตงั้ ของสถานที่ประวตั ิศาสตร์ที่สาคญั แหง่ หนง่ึ ของเมืองตรัง “จวนเกา่ เจ้า
เมืองตรัง” หรือบ้านพกั อดีตเจ้าเมืองตรัง พระยารัษฎานปุ ระดษิ ฐ์มหิศรภกั ดี เป็นเรือนไม้ 2 ชนั้ มีรูปปัน้ หนุ่
ขีผ้ งึ ้ และเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวติ ประจาวนั ของทา่ นอยา่ งครบถ้วน โดยทายาทตระกลู ณ ระนอง เป็น
ผ้ดู แู ลรักษา ชาวกนั ตงั และเทศบาลเมืองกนั ตงั เห็นวา่ บ้านหลงั นีค้ อื หลกั ฐานสาคญั ทาง ประวตั ศิ าสตร์ท่ี
ควรรักษาไว้คเู่ มืองตรัง จงึ คิดจดั ทาเป็นพิพิธภณั ฑ์แสดงชีวติ และผลงานของพระยารัษฎาฯ ให้ชาวตรังได้
ศกึ ษา จดจา โดยได้ขออนญุ าตใช้เป็นอนสุ รณ์สถานราลกึ ถึงคณุ ปู การของพระยารัษฎาฯ ขอใช้เป็น
พพิ ิธภณั ฑ์ โดย ตาโต๊ะเบียนจง อนญุ าตให้จงั หวดั ตรังใช้บ้านหลงั นีจ้ ดั ทาเป็ นพพิ ิธภณั ฑ์ เมื่อ 10
กนั ยายน 2535 ใช้นามวา่ พพิ ธิ ภณั ฑ์พระยารัษฎานุประดษิ ฐ์ มหศิ รภกั ดี
11.หาดหยงหลิง
หาดหยงหลงิ ” ตงั้ อยใู่ นบรเิ วณหน่วยพทิ กั ษ์ 2 ของอทุ ยาน
แหง่ ชาตเิ จา้ ไหม อาเภอกนั ตงั จังหวัดตรัง เป็ นหาดทรายรปู
โคง้ ขนานไปกบั ดงสนทะเลขนาดใหญ่ ทขี่ น้ึ อยอู่ ยา่ งหนาแน่น
ตงั้ แตป่ ากทางเขา้ ไปจนสดุ แนวชายหาด ทาใหบ้ รรยากาศดู
รม่ เย็นเหมาะแกก่ ารนั่งพักผอ่ นชมทวิ ทัศนเ์ ป็ นอยา่ งยง่ิ หาดห
ยงหลงิ ” ตงั้ อยใู่ นบรเิ วณหน่วยพทิ กั ษ์ 2 ของอทุ ยานแหง่ ชาติ
เจา้ ไหม อาเภอกันตงั จังหวดั ตรัง เป็ นหาดทรายรปู โคง้ ขนานไป
กบั ดงสนทะเลขนาดใหญ่ ทข่ี น้ึ อยอู่ ยา่ งหนาแน่นตงั้ แตป่ าก
ทางเขา้ ไปจนสดุ แนวชายหาด ทาใหบ้ รรยากาศดรู ม่ เย็นเหมาะ
แกก่ ารนั่งพักผอ่ นชมทวิ ทัศนเ์ ป็ นอยา่ งยง่ิ คาวา่ “หยงหลงิ ” มา
จากภาษามลายทู อ้ งถน่ิ ปกั ษใ์ ต้ โดย “หยง” แปลวา่ แหลม
และ “หลงิ ” แปลวา่ กะลาสเี รอื เนอื่ งจากในโบราณมกี าร
เลา่ สบื ตอ่ กนั มาวา่ เคยมเี รอื สาเภามาลม่ แถวนี้ เนอื่ งจาก
ในอดตี เป็ นเสน้ ทางขนึ้ ลอ่ งของเรอื สาเภาจากเมอื งปี นงั
เพอื่ เขา้ มาคา้ ขายในจงั หวดั ตา่ งๆ ทางฝ่งั อนั ดามนั
ทางดา้ นเหนอื ของชายหาดแหง่ น้ี จะเป็ นทตี่ งั้ ของ “เขาหยงห
ลงิ ” เขาหนิ ปนู ทม่ี รี ปู ทรงแปลกตา หรอื มลี ักษณะเหมอื นกบั จมกู
ของมนุษย์ แถมยงั มหี นา้ ผาทส่ี งู ชนั อยา่ งมากดว้ ย สลบั กับตนั
ไมน้ อ้ ยใหญท่ ขี่ นึ้ แทรกอยตู่ ามโขดหนิ ในขนาดตา่ งๆ ถอื เป็ น
ความงดงามทธ่ี รรมชาตสิ รรคส์ รา้ งเอาไว ้
12.อุทยานน้าพุร้อนกนั ตงั
อยใู่ นทอ้ งที่บา้ นควนแคง หมู่ท่ี 7 ตาบลบ่อน้าร้อน อาเภอกนั ตงั จงั หวดั ตรัง อยใู่ นเขตป่ าสงวน
แห่งชาติป่ าเขาหวาง ป่ าควนแคง และป่ าน้าราบ มีเน้ือท่ีประมาณ 500 ไร่ ซ่ึงกรมป่ าไมไ้ ด้
ประกาศจดั ต้งั เป็นวนอุทยาน เมื่อวนั ที่ 9 มิถุนายน 2549
จากบริเวณท่ีอุดมไปดว้ ยบ่อน้าร้อนธรรมชาติใตผ้ วิ ดินมาสู่การพฒั นาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิง
สุขภาพในปัจจุบนั อนั เป็นท่ีรู้จกั ในหม่ชู าวตรังและนกั ท่องเท่ียวทว่ั ไปเป็นอยา่ งดี โดยไดร้ ับการ
จดั ต้งั ใหเ้ ป็นวนอุทยาน เม่ือวนั ท่ี 9 มิถุนายน พ.ศ. 2549 สภาพทว่ั ไป วนอุทยานฯ แห่งน้ี
ต้งั อยใู่ นเขตป่ าสงวนแห่งชาติป่ าเขาหวาง ป่ าควนแคง และป่ าน้าราบ มีเน้ือที่ประมาณ 500 ไร่
มีลกั ษณะภมู ิประเทศเป็นพ้ืนที่ราบเชิงเขาผสมผสานกบั สภาพป่ าเป็นดงดิบช้ืน และบางส่วนเป็น
ป่ าพรุที่มีน้าท่วมขงั ตลอดปี อีกท้งั มีพ้ืนท่ีบางส่วนเป็นพรุน้าร้อนมีน้าไหลผดุ จากใตด้ ิน
ตลอดเวลา พืชพรรณและสตั วป์ ่ า จดั วา่ ค่อนขา้ งมีสภาพป่ าที่สมบูรณ์ปานกลาง โดยพนั ธุ์ไมท้ ่ีพบ
ได้ แก่ ยาง ตะเคียน หวา้ ชมพ่ปู ่ า ทุง้ ฟ้ า ก่อ แดงควน กระโดน ตงั หน หวาย หลุมพี ปาลม์
กลว้ ยไม้ และสัตวป์ ่ าท่ีพบไดแ้ ก่ ชะมด คา้ งแวน่ ถิ่นใต้ กระจง ไก่ป่ า นกชนิดต่าง ๆ เต่า กบ เขียด
งู สถานที่น่าสนใจ ไดแ้ ก่ บ่อน้าร้อนควนแคง บริเวณพ้ืนที่พรุน้าร้อน โดยไดพ้ ฒั นาปรับปรุงเป็น
บ่อน้าร้อน จานวน 3 บ่อ มีอุณหภูมิของน้าประมาณ 70 องศา / 40 องศา / 20 องศา
ตามลาดบั ซ่ึงนกั ท่องเที่ยวและประชาชนทว่ั ไปนิยมมาแช่เทา้ และอาบน้าร้อนเพื่อสุขภาพ ณ ท่ี
แห่งน้ี โดยมีหอ้ งอาบน้าแล หอ้ งแช่น้าร้อนใหบ้ ริการเพื่อความเป็นส่วนตวั จานวน 9 หอ้ ง บ่อ
แช่เทา้ รวม 1 บ่อ และบ่ออาบน้ารวมอีก 1 บ่อ เสน้ ทางศกึ ษาธรรมชาติบริเวณพ้นื ที่พรุน้าร้อน
และพ้ืนท่ีป่ าดงดิบ ที่ไดร้ ับการพฒั นาใหเ้ ป็นเส้นทางศกึ ษาธรรมชาติจานวน 3 เสน้ ทาง ใน
ระยะทาง 500 เมตร 750 เมตร และ 2,000 เมตร ตามลาดบั เพอื่ ยงั ประโยชนด์ า้ นการ
ศึกษาวจิ ยั ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมท้งั ส่งเสริมสันทนาการและการท่องเที่ยว
13.สระกะพงั สุรินทร์
“สระกะพงั สรุ นิ ทร”์ สวนสาธารณะแหง่ แรกทม่ี คี วามเกา่ แกท่ ส่ี ดุ ซงึ่
ตัง้ อยใู่ นเขตเทศบาลนครตรัง และหา่ งจากศาลากลางจังหวดั ประมาณ
2 กโิ ลเมตร โดยมลี ักษณะเป็ นหนองน้าตามธรรมชาตขิ นาดใหญ่ ทมี่ ี
เนอื้ ทท่ี ัง้ หมดประมาณ 74 ไร่ แยกออกเป็ นพนื้ น้า 52 ไร่ พนื้ ดนิ 22 ไร่
และไดก้ อ่ สรา้ งขน้ึ เมอื่ ปี 2508
สระน้าแหง่ นมี้ ลี กั ษณะเป็ นโพรงหนิ ปนู ดา้ นลา่ ง ภายในจะมนี ้าขงั อยู่
ตลอดปีแมย้ ามหนา้ แลง้ จงึ สามารถบง่ บอกถงึ ปรมิ าณน้าภายในเขต
เทศบาลนครตรังไดว้ า่ ปี นัน้ ๆ น้าจะมากหรอื นอ้ ย ซงึ่ นอกจากจะใชห้ ลอ่
เลยี้ งตน้ ไมใ้ หญ่นอ้ ยรอบๆ สวนสาธารณะแลว้ ยังถอื วา่ เป็ นแหลง่ น้าอนั
สาคัญของชาวกะพังสรุ นิ ทร์ และชมุ ชนใกลเ้ คยี ง เพราะชว่ ยใหบ้ อ่ น้าตน้ื
มปี รมิ าณใหไ้ ดก้ นิ ไดใ้ ชต้ ลอดทัง้ ปี รวมทงั้ ยังสามารถนาน้าไปชว่ ยเหลอื
พน้ื ทอ่ี นื่ ๆ ในหนา้ แลง้ ไดอ้ กี ดว้ ย
14.น้าตกโตนเต๊ะ
นา้ ตกโตนเต๊ะเป็นนา้ ตกท่ีสงู ท่ีสดุ ของจงั หวดั ตรัง โดยมีต้นกาเนิดมาจากเทือกเขาบรรทดั ตวั
นา้ ตกมีความสงู ราว ๆ 320 เมตร ซงึ่ การขนึ ้ ไปชมนา้ ตกชนั้ บนจะต้องเดินเท้าไปตามเส้นทางที่
กาหนดเป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ตลอดสองข้างทางร่มร่ืนด้วยไม้เบญจพรรณนานา
ชนดิ นอกจากนีย้ งั มีเส้นทางเดินศกึ ษาธรรมชาติโตนเต๊ะ ที่ให้คณุ เรียนรู้ธรรมชาติผา่ นป้ ายส่ือ
ความหมาย 17 จดุ นิยามถึงความสมั พนั ธ์ระหวา่ งธรรมชาตแิ ละสิ่งมีชีวิต โดยข้อดีอีกอยา่ ง
ของนา้ ตกสายนีค้ ือสามารถท่องเท่ียวได้ตลอดทงั้ ปี และรถยนต์สามารถเข้าถงึ ได้
15.ตลาดชินตา
ตลาดชินตา เป็นแหล่งเดินเล่นชิวๆ ช็อปปิ้ ง และชิมอาหาร สัมผสั บรรยากาศผ่อนคลายยามค่า
คืน อาคารจะเป็นตูค้ อนเทนเนอร์ท่ีมีการตกแต่งอยา่ งทนั สมยั มีการจดั สรรพ้ืนท่ีไดอ้ ยา่ งลงตวั
เป็นระเบียบเรียบร้อย และยงั มีที่จอดรถอีกมากมาย
"ป้ ายด้านหน้าของตลาดชินตา เห็นป้ ายนี้เมื่อไรแสดงว่าถึงเเล้วจ้า "
ในตวั ตลาดจะมีการแบ่งเป็นโซนหลายโซน ไม่วา่ จะเป็นโซนร้านคา้ ท่ีอยภู่ ายในอาคารตูค้ อน
เทนเนอร์ แบบช้นั เดียวและสองช้นั ซ่ึงจะเปิ ดให้บริการทุกวนั ต้งั แต่กลางวนั จนถึง 23.00
น. และ โซนขายอาหาร จดั ไวป้ ระมาณ 5 แถว โซนช็อปปิ้ ง จะเป็นของตกแต่ง เส้ือผา้
กระเป๋ า จะเปิ ดใหบ้ ริการทุกวนั ต้งั แต่17.00 น. – 23.00 น. และนอกจากน้ีมีพ้ืนท่ี
เตรียมไวส้ าหรับจดั งานและกิจกรรมอ่ืนๆอีกมามายไม่ว่าจะเป็นงานอีเวน้ การแสดงต่างๆอีก
ดว้ ย
จุดเด่นของตลาดชินตา
จุดเด่นของตลาดชินตา หรือ CINTA GARDEN NIGHT MARKET คือ
การตกแต่งที่ทนั สมยั เหมาะสาหรับการเกบ็ ภาพเป็ นที่ระลึก บรรยายที่ชิวสบายแก่การพกั ผ่อน
เป็นแหล่งรวมอาหารหลากหลายยามค่าคืนที่ไม่ควรพลาดในราคาไม่แพง และมีการจดั สรร
พ้ืนที่ โต๊ะเกา้ อ้ีสาหรับลูกคา้ ท่ีไดซ้ ้ืออาหารมานงั่ ทานไดอ้ ยา่ งสะดวกสบาย ถือไดว้ ่ารวมไวท้ ุก
อยา่ งในที่ท่ีเดียว
"ภาพบรรยากาศร้ านอาหารของตลาดชินตา"
ภายในตลาดชินตามีจุดใหถ้ ่ายรูปอยมู่ ากมาย มีอย่หู น่ึงจุดที่เป็นที่นิยมสาหรับนกั ท่องเที่ยวชาว
ไทย น้นั กค็ ือรูปป้ันของ The Beatles อดีตนกั ร้อง ร็อกแอนดโ์ รลจากเมืองลิเวอร์พูล
ประเทศองั กฤษ หากใครไดม้ ีโอกาสไปตลาดชินตาแลว้ ละก็ ไม่ควรพลาดเกบ็ รูปเอาไวเ้ ป็นท่ี
ระลึก
"รูปป้ันของนักร้องวง The Beatles ในตลาดชินตา"
"รูปปั้นของนักร้องวง The Beatles ในนตลาดชินตา"
การเดินทางสะดวกอยใู่ นตวั เมืองตรัง ใชเ้ วลาประมาณ 10 นาที จากสถานีรถไฟ ภายใน
ตลาดมีท่ีจอดรถมากมาย
สาหรับใครที่มาเที่ยวจงั หวดั ตรังและกาลงั มองหาสถานที่ บรรยากาศชิวๆ สะดวกและครบ
ครัน ทาง VR Andaman ขอแนะนาตลาดชินตาแห่งน้ี รับรองวา่ มาแลว้ จะไม่ผดิ หวงั
อยา่ งแน่นอน
แผนท่ีตลาดชินตา
ตลาดชินต้งั อยใู่ จกลางเมืองตรังสามารถเดินไดง้ ่ายและสะดวก สามารถเดินทางโดยใช้ แผนที่
ผา่ นแอพได้ แผนท่ีตลาดชินตา
มาในปี น้ี ปี 2019 ทางตลาดไดเ้ พิ่มร้านอาหาร และสร้างที่นงั่ ให้กบั นกั ท่องเท่ียวเพิ่มมาก
ข้ึน มีท้งั ร้านอาหาร เครื่องด่ืมต่างๆ อาหารต่างๆใหเ้ ลือกรับประทานมากมาย ส่วนราคาก็
ไม่ไดแ้ พงมากเป็นราคาปกติทวั่ ๆไป และไดข้ ยายตลาดให้กวา้ งขวางมากข้ึนเพื่อท่ีจะสามารถ
รอรับนกั ท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวจงั หวดั ตรังท่ีเพิ่มากข้ึน
"ทน่ี ่ังมีเพิ่มมากขน้ึ จากปี ที่ผ่านมา"
บรรยากาศบริเวณตลาดชินตา
"ภาพบรรยากาศของตลาดชินตา"
"เดินช๊อปปิ้ งซื้อเสื้อผ้าได้ด้วย"
"ร้ านอาหารมีให้ เลือกหลากหลาย"
ในจงั หวดั ตรังน้นั ยงั มีตลาดกลางคืนที่น่าสนใจอื่นๆอีกดว้ ย น้นั กค็ ือ ถนนคนเดินจงั หัวดตรัง
ซ่ึงต้งั อยบู่ ริเวณหนา้ สถานีรถไฟตรัง เป็นอีกหน่ึงตวั เลือกที่สามารถเดินทางไปเที่ยวในยามค่า
คืนของจงั หวดั ตรังได้
16.สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้
สวนพฤกษศาสตร์สากลภาคใต้ (ทุ่งค่าย) - Peninsular Botanical
Garden (Thung Khai) เดิมชื่อ สวนรุกขชาตทิ ่งุ ค่าย ต้งั อยใู่ นพ้ืนท่ี 2,600 ไร่
ในเขตป่ าสงวนแห่งชาติ ป่ าทุ่งค่าย หมู่ที่ 2, 3 และ 9 ตาบลทุ่งค่าย อาเภอยา่ นตาขาว จงั หวดั
ตรัง อยหู่ ่างจากตวั จงั หวดั ตรังประมาณ 13 กิโลเมตร
สวนรุกขชาติทุ่งค่าย เร่ิมจดั ต้งั เมื่อวนั ท่ี 1 เมษายน พ.ศ. 2529 โดยกรมป่ าไม้ ตาม
นโยบายของนายชวน หลีกภยั (ขณะน้นั ดารงตาแหน่ง รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศกึ ษาธิการ)
เพือ่ เป็นอนุสรณ์สถานเฉลิมพระเกียรติ เน่ืองในพระราชพิธีรัชมงั คลาภิเษก 2 กรกฎาคม พ.ศ.
2531 และเป็นสถานที่อนุรักษพ์ นั ธุไ์ ม้ - สัตวป์ ่ า และเป็นสถานท่ีพกั ผอ่ นหยอ่ นใจสาหรับ
ประชาชนทวั่ ไป [1]
ลกั ษณะพ้ืนท่ีเป็นท่ีราบและท่ีราบบนเนินเขาเต้ีย ๆ สภาพป่ าเป็นป่ าดิบช้ืน และป่ าพรุ มี
ป่ าพรุธรรมชาติท่ีเป็นแหล่งตน้ น้าของลาหว้ ยสายเลก็ ๆ ดินเป็นดินทรายและดินร่วนปน
ทราย [2]
ในปี พ.ศ. 2536 สวนรุกขชาติทุ่งค่าย ไดย้ กฐานะเป็นสวนพฤกษศาสตร์ ตามนโยบาย
จดั ต้งั องคก์ ารสวนพฤกษศาสตร์ข้ึน อยใู่ นกากบั ดูแลของส่วนพฤกษศาสตร์ป่ าไม้ สานกั วชิ าการ
ป่ าไม้ กรมป่ าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ใชช้ ่ือวา่ สวนพฤกษศาสตร์ภาคใต้ (ทุ่ง
ค่าย) ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ไดย้ า้ ยมาสังกดั สานกั บริหารจดั การพ้นื ที่ป่ าอนุรักษท์ ี่ 20 กรม
อุทยานแห่งชาติ สตั วป์ ่ า และพนั ธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอ้ ม [3]
ภายในสวนพฤกษศาสตร์สากลภาคใต้ (ทุ่งค่าย) มี สะพานศกึ ษาเรือนยอดไม้
(Canopy walkway) ความยาว 175 เมตร มีความสูง 10-18 เมตร มีจานวน
หอคอย 6 หอ รองรับน้าหนกั ได้ 200 กิโลกรัม/ตารางเมตร ต้งั อยรู่ ะหวา่ งเสน้ ทางศึกษา
ธรรมชาติป่ าทุ่งค่าย มีระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ผา่ นป่ าดิบช้ืนและป่ าพรุ สร้างเสร็จเมื่อ
เดือนมกราคม พ.ศ. 2547 ดว้ ยงบประมาณส่งเสริมและพฒั นาแหล่งท่องเที่ยว
17.ถ้าเขาชา้ งหาย
ถ้าเขาชา้ งหายอยภู่ ายใตเ้ ขาหินปนู เลก็ ๆ เรียกวา่ เขาชา้ งหาย เป็นภูเขาโดเด่ียวกลางที่ราบ
ลุ่ม ภายในมีโถงถ้าเลก็ ใหญ่อยปู่ ระมาณ 6 หอ้ ง มีหินงอกหินยอ้ ยที่ยงั มีความสมบรู ณ์อยมู่ าก
บางส่วนยงั คงก่อตวั อยู่ ภายในถ้าไดร้ ับการปรับปรุงทางเดิน จดั แต่งแสงไฟใวใ้ หส้ าหรับผมู้ า
เท่ียวถ้า ชื่อถ้าเหล่าน้ีมีตานานเล่าวา่ เม่ือขบวนชา้ งของเจา้ เมืองนครศรีธรรมราชไปร่วมงาน
ก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ เดินทางมาถึงบริเวณเขาลกู น้ี แม่ชา้ งเชือกหน่ึงเกิดเจบ็ ทอ้ งจะคลอด
ลูก ขบวนจึงหยดุ พกั รอท่ีเชิงภู แม่ชา้ งคลอดลกู เป็นพลายตวั งาม และวงิ่ เล่นซุกซนตามประสา
ลกู ชา้ ง จนแตกต่ืนไปท้งั กระบวน ลูกชา้ งจึงวิ่งเตลิดเขา้ ไปในถ้า หมอควาญจุดไตเ้ ขา้ ไปตามหา
แต่กไ็ ม่พบเจอ เน่ืองจากภายในถ้ามีพ้นื ท่ีต่างระดบั กนั อีกท้งั หินงอก หินยอ้ ยจานวนมาก กเ็ ป็น
ม่านพรางเอาไว้ ลกู ชา้ งจึงหายเขา้ ไปในถ้า จึงเรียก ถ้าชา้ งหายต้งั แต่น้นั มา
สิ่งน่าสนใจ[แก]้
การเท่ียวชมถ้าชา้ งหายตอ้ งเดินไปตามทางวนรอบระยะทางประมาณ 300-400 ม. ท่ี
จดั ทาไวอ้ ยา่ งดี ระหวา่ งทางมีทางแยกเขา้ โถงถ้าต่างๆ แต่ไม่มีป้ ายชื่อ มีท้งั หมด 6 ถ้า
ถา้ เขาช้างหาย[แก]้
เป็นโถงถ้าที่ใหญ่ท่ีสุด ติดไฟส่องสวา่ ง มีลาธารเลก็ ๆ ไหลผา่ น แต่ไม่สามารถนง่ั เรือลอด
ได้ มีหินงอก หินยอ้ ยท่ีสวยงาม บางแห่งลดหลนั่ เป็นช้นั ๆ มีลกั ษณธคลา้ ยชา้ งสีทอง
ถา้ เพกา[แก]้
อยถู่ ดั จากเขาชา้ งหาย ปากถ้าอยสู่ ูงจากพ้ืน ประมาณ 15 ม. กวา้ ง 1 ม. จากน้นั ทางเดิน
จะลอดต่าลึกลงไปจนถึงโถงถ้ากวา้ งประมาณ 7 ม. ภายในมีช้นั หินงอกหินยอ้ ยลดหลนั่ เป็น
ช้นั ๆ และมีหินปนู ที่ก่อตวั คลา้ ยปะการัง เป็นผลึกใส ซ่ึงไม่พบในถ้าอ่ืน นอกจากน้ียงั มีหินท่ีมี
ลวดลายสวยงามคลา้ ยลายไม้ ลึกเขา้ ไปยงั มีโถงถ้าและลาธารเลก็ ๆ น้าใสสะอาดไหลไปสู่ถ้าลม
ถา้ ลม[แก]้
ถดั จากถ้าเพกาประมาณ 50 ม. ปากถ้าเสมอพ้นื ราบกวา้ ง 1.5 ม. เมื่อลอดผา่ นเขา้ ไป
ดา้ นในจะพบลาธารใตด้ ินท่ีไหลมาจากถ้าเพกา ภายในถ้าลมมีกระแสลมเยน็ พดั ออกสู่ปากถ้า
ตลอดเวลา แต่ตอนน้ีไดถ้ กู ปิ ดไปแลว้
ถา้ ทรายทอง[แก]้
อยตู่ ่อจากถ้าลม ปากถ้าสูงจากพ้นื ประมาณ 4 ม. กวา้ ง 1 ม. สูง 3 ม. ภายในเป็นโถง มี
หินงอกหินยอ้ ยที่อ่อนชอ้ ย ขาวสะอาดสวยงาม หินยอ้ ยบางส่วนเป็นสีเหลืองทอง ลึกเขา้ ไป
ประมาณ 50 ม. มีทางเดินลอดไปยงั ลาธารที่ไหลมา จากถ้าลม มีปลาพลวงอาศยั อยู่
ถา้ โอ่ง[แก]้
ปากถ้าห่างจากถ้าทรายทองประมาณ 200 ม. อยสู่ ูงจากพ้นื ราบ 80 ม. ตอ้ งไต่บนั ได
ไมไ้ ผล่ งไป ลกั ษณะเป็นโพรงลึก ค่อนขา้ งแคบและทึบ
18.หาดยาว
หาดยาว จงั หวดั ตรัง
หาดยาว เป็นส่วนหน่ึงของอุทยานแห่งชาติเจา้ ไหม จังหวดั ตรังโดดเด่นดว้ ย ภูเขารูปกระโดง
ฉลาม
ท่ีเป็นสัญลกั ษณ์ ทาใหน้ กั ท่องเที่ยวท้งั ไทยและต่างชาติต่างอยากมาเยอื น หาดยาว อนั งดงาม
ของ
จงั หวดั ตรัง
รวมภาพหาดยาว
หาดยาว มีระยะประมาณ 5 กิโลเมตรจาก ภูเขารูปกระโดงฉลามไปจรดแหลมหยงหลิง หาดยาว
เป็นหาดทรายขาว สะอาดตา น้าทะเลใส และมีสนทะเลข้ึนเรียงเป็ นทิว ทะเลมีีคลื่นจดั และบางช่วงน้า
ลึก จึงตอ้ งระมดั ระวงั ในการเล่นน้า
ไมไ่ กลนกั เป็นชายหาดทรายที่ทอดยาวไปทางตะวนั ตก ช่ือวา่ หาดเจ้าไหม ชายหาดยาว ประมาณ
5 กิโลเมตรเช่นกนั สามารถเล่นน้าได้ เนื่องจากน้าทะเลต้ืนและมีบริเวณกวา้ งเบ้ืองหนา้ จะมองเห็นเกาะ
ลิบงอยไู่ มไ่ กล หาดทรายขาว สงบเงียบ มีดงสนร่มร่ืน แนวชายฝ่ังของหาดเจ้าไหม มีหญ้าทะเล
ข้ึนอยจู่ านวนมาก ซึงเป็นอาหารของ พะยนู สตั วท์ ะเลหายาก และเป็นสตั วค์ ุม้ ครอง
พะยูน ดารงชีวิตอยใู่ นนา่ นนา้ จังหวัดตรังประมาณสองในสามของทะเลไทย โดยเฉพาะบริเวณเกาะ
ลบิ ง และ เกาะมกุ อ.กนั ตงั จงั หวดั ตรัง มีพะยนู อาศยั อยมู่ ากที่สดุ สืบเนื่องจากมีหญ้าทะเลที่เป็นอาหาร
หลกั ของพะยูนท่ีคงอดุ มความสมบรู ณ์ ทางจงั หวดั ตรังมีนโยบายในการอนรุ ักษ์พะยูน หลายวธิ ีด้วยกนั
อยา่ งเขน่ รณรงค์ปลกู หญ้าทะเลเพ่มิ ปลกู จติ สานกึ ให้ชาวประมง และชาวตรังรวมอนรุ ักษ์พะยูน ฯลฯ
19.พิพิธภณั ฑส์ ัตวน์ ้าราชมงคล
พพิ ธิ ภณั ฑส์ ตั วน์ ้าราชมงคลตรัง เป็นหน่วยงานสังกดั สถาบนั ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดลอ้ ม มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลศรีวชิ ยั วทิ ยาเขตตรัง มีวตั ถุประสงคเ์ พื่อเป็น
แหล่งจดั การเรียนการสอนใหก้ บั นกั ศึกษาดา้ นประมง และเป็นแหล่งบริการความรู้เก่ียวกบั สตั ว์
น้าใหก้ บั ประชาชนทวั่ ไป พพิ ธิ ภณั ฑแ์ บ่งส่วนจดั แสดงเป็น 3 ส่วน หลกั ประกอบดว้ ย
นิทรรศการและต้แู สดงสัตว์นา้ จานวน 70 ตู้ มีขนาดต้งั แต่ 1-50 ลกู บาศกเ์ มตร มีพนั ธุ์สตั ว์
น้าจืด สตั วน์ ้าเคม็ ท้งั สายพนั ธุ์ในและต่างประเทศกวา่ 300 ชนิด เช่น ปลาช่อนอเมซอน
ปลาอโรวาน่า มา้ น้า ปลาพาคู ปลาเสือพน่ น้า ปลากระโห้ เป็นตน้
ส่วนจัดแสดงความสามารถสัตว์ จดั แสดงและศกึ ษาชีววทิ ยาของแมวน้าและนาก เพอ่ื ศกึ ษา
ศกั ยภาพในการฝึกสอนและแสดง ซ่ึงเป็ฯแมวน้าจากแอฟริกาใต้ มีท้งั หมด 5 ตวั
ส่วนจัดแสดงพนั ธ์ุสัตว์ป่ า โดยมีสตั วป์ ่ าทอ้ งถ่ินท่ีใกลส้ ูญพนั ธุ์ จดั เล้ียงไวเ้ พื่อการศกึ ษาทาง
ชีววทิ ยาและการเพาะพนั ธุ์ รวมถึงเพือ่ การอนุรักษส์ ตั วท์ อ้ งถิ่นของภาคใต้
นอกจากน้ีทางพพิ ธิ ภณั ฑย์ งั จดั ทาค่ายกิจกรรมต่างๆสาหรับนกั เรียนนกั ศึกษา เช่น การเดินศึกษา
ทรัพยากรธรรมชาติป่ าชายเลน ดาน้า พายเรือแคนู หรือฝึ กอบรมเร่ืองต่างๆ อาทิ การจดั ตปู้ ลา
การเล้ียงปลา การตรวจวดั คุณภาพน้า เป็นตน้
อ้างอิง
www.sitesgoogle.com
www.blog.travel.com
www.wikia.com
www.chillpainai.com
www.painaidill.com
www.remawadee.com
www.trangview.com
www.th.tripadvisor.com