The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wuitsanpatong, 2020-07-22 01:03:19

การผลิตสุกรพันธ์ุ

บทที่ 4

Keywords: บทที่ 4

3503-2103

การผลิตสุกรพันธุ์

BREEDING SWINE PRODUCTION

บทท่ี 4
โรงเรือนและอปุ กรณ์การเลยี้ งสุกร

เนื้อหาในหน่วยการเรียน
1. ความสาคญั ของโรงเรือนเล้ียงสุกร
2. สถานท่ีต้งั โรงเรือน
3. แผนผงั ของโรงเรือน
4. ชนิดของโรงเรือนในฟาร์ม
5. รูปแบบของโรงเรือน
6. การวางแผนการสร้างโรงเรือน
7. วสั ดุที่ใชใ้ นการสร้างโรงเรือน
8. อุปกรณ์ที่ใชใ้ นการเล้ียงและจดั การสุกร

สาระสาคัญ
โรงเรือนและอุปกรณ์ในการเล้ียงสุกรเป็นปัจจยั หน่ึงที่จะทาใหผ้ ูเ้ ล้ียงสุกรประสบผลสาเร็จ การก่อสร้าง

โรงเรือนและติดต้งั อุปกรณ์ไม่เหมาะสม จะทาให้เกิดความสูญเสียแก่สุกรท้งั ดา้ นสุขภาพและชีวิต ฟาร์มเล้ียง
สุกรขนาดใหญ่จะสร้างโรงเรือนสาหรับเล้ียงสุกรตามช่วงอายุ แยกจากกนั โดยเด็ดขาด เพื่อสะดวกในการ
จดั การดา้ นสุขาภิบาล และสะดวกในการใชอ้ ุปกรณ์ภายในโรงเรือน เนื่องจากอปุ กรณ์ที่ใชเ้ ล้ียงสุกรในปัจจุบนั
มกั ผลิตข้ึนเฉพาะสุกรแต่ละช่วงอายุ การสร้างโรงเรือนและการติดต้งั อุปกรณ์ภายในโรงเรือนจึงเป็ นเร่ืองที่ผู้
เล้ียง จาเป็นตอ้ งเรียนรู้และใหค้ วามสาคญั
จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม

1. บอกความสาคญั ของโรงเรือนที่มีผลต่อการเล้ียงสุกรได้
2. อธิบายการเลือกสถานท่ี และการวางผงั โรงเรือนเล้ียงสุกรได้
3. เห็นความสาคญั ของผลเสียของการสร้างโรงเรือนและการติดต้งั อปุ กรณ์ท่ีไม่เหมาะสม
4. อธิบายลกั ษณะและหนา้ ท่ีของอปุ กรณ์ตา่ งๆ ในโรงเรือนได้
5. อธิบายขอ้ ดีขอ้ เสียของวสั ดุท่ีใชก้ ่อสร้างโรงเรือนเล้ียงสุกรไดถ้ ูกตอ้ ง
6. สามารถจาแนกอุปกรณ์ต่างๆท่ีใชเ้ ล้ียงสุกรออกเป็นหมวดหมูต่ ่างๆ ได้
7. แสดงวิธีการใชเ้ คร่ืองมือและอุปกรณ์ที่ใชเ้ ล้ียงสุกรไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
8. อธิบายวธิ ีการบารุงรักษาอปุ กรณ์ตา่ งๆ ภายในโรงเรือนไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง

1. ความสาคญั ของโรงเรือนเลยี้ งสุกร
การผลิตสุกรใหป้ ระสบผลสาเร็จน้นั นอกจากการศึกษาถึงลกั ษณะของพนั ธุ์สุกรที่ตอ้ งการแลว้ ผเู้ ล้ียง

จาเป็ นตอ้ งนาความรู้หลายๆ ดา้ นเขา้ มาประยุกต์ใช้ร่วมกนั อย่างเหมาะสม เพ่ือทาให้การเล้ียงสุกรประสบ
ผลสาเร็จ ความรู้หรือศาสตร์ท่ีเกี่ยวกบั การเล้ียงสุกร นอกจากเร่ือง พนั ธุส์ ุกร การคดั เลือกพนั ธุ์ การสุขาภิบาล
และการตลาดแลว้ โรงเรือนและอปุ กรณ์ต่าง ๆ ท่ีใชใ้ นการเล้ียงสุกร ถือวา่ มีความสาคญั เช่นเดียวกนั เนื่องจาก
การท่ีสุกรมีความเป็ นอยู่อย่างสุขสบาย และมีการเจริญเติบโตอย่างปกติไดน้ ้นั จะตอ้ งมีโรงเรือนท่ีอยู่อาศยั
รวมท้งั อุปกรณ์ภายในโรงเรือนท่ีเหมาะสม การก่อสร้างโรงเรือนและการติดต้งั อุปกรณ์ท่ีไม่เหมาะสม มกั มี
ผลทาใหเ้ กิดความ
เสียหายแก่ผเู้ ล้ียงสุกรหลายประการ เช่น

1.1 เสียแรงงานเพมิ่ ข้ึน
การสร้างโรงเรือนและการติดต้งั อุปกรณ์ในโรงเรือนไม่เหมาะสมจะทาใหผ้ ูเ้ ล้ียงตอ้ งเสียแรงงาน

เพ่ิมข้นึ อยา่ งนอ้ ย 2 ประการคอื
1.1.1 ทาให้ ตอ้ งใชแ้ รงงาน ในการปฏิบตั ิงาน ในงานใดงานหน่ึงเพิ่มข้ึนจากเดิมซ่ึงทาให้ตน้ ทุน

การผลิตสูงข้นึ
1.1.2 ในงานเดียวกนั ผปู้ ฏิบตั ิตอ้ งออกแรงเพิ่มข้ึน จึงจะปฏิบตั ิงานใหส้ าเร็จลุล่วงไปไดด้ ว้ ยดี

ซ่ึงจะสร้างความลาบากให้กับผูป้ ฏิบตั ิงานและทาให้เกิดความเหนื่อยล้า อนั ส่งผลถึงความบกพร่องในการ
ปฏิบตั ิงานของผปู้ ฏิบตั ิงานในเวลาต่อมา

1.2 ใช้พ้ืนที่เล้ียงสุกรเพิ่มข้ึน การสร้างโรงเรือนท่ีไม่ยึดหลกั สุขาภิบาล และการใช้อุปกรณ์ท่ีไม่
เหมาะสมกบั ขนาดของฝูงสุกร รวมท้งั การติดต้งั อุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมกบั จานวนสุกรในคอก ทาใหเ้ ล้ียงสุกร
ไดจ้ านวนนอ้ ย ซ่ึงหมายถึงสุกรใชพ้ ้ืนที่ต่อตวั มากข้นึ

1.3 การเจริญเติบโต และความสามารถในการใชอ้ าหาร ของสุกรในคอก ลดลง เนื่องจากจานวนสุกร
ที่เล้ียง ไมส่ ัมพนั ธก์ บั พ้ืนที่ ท่ีใชเ้ ล้ียง เช่น เล้ียงสุกรมากเกินไป รวมท้งั อปุ กรณ์ท่ีใชเ้ ล้ียงสุกร ไมเ่ พยี งพอกบั
สุกรในคอก ทาใหส้ ุกรใชอ้ ปุ กรณ์ไดไ้ ม่ทวั่ ถึงโดยเฉพาะอุปกรณ์ใหน้ ้าและใหอ้ าหาร

1.4 เปอร์เซ็นตก์ ารป่ วยของสุกรในคอกเพิม่ ข้นึ เนื่องจากสุกรอยกู่ นั อยา่ งแออดั หรือสภาพพ้นื คอกไม่
เหมาะสม

1.5 สุกรมีโอกาสเกิดโรคระบาดไดง้ า่ ย เน่ืองจากสภาพแวดลอ้ มที่ไม่เหมาะสมทาใหส้ ุกรอ่อนแอ เช้ือ
โรคเขา้ สู่ร่างกายไดง้ ่าย

1.6. จดั การภายในฟาร์มไดล้ าบาก อนั เป็นสาเหตขุ องการเกิดความสูญเสีย ในฟาร์ม

1.7 อายุการใช้งานของโรงเรือนและอุปกรณ์ ส้ันลง เช่น เกิดการสึกกร่อนของพ้ืนคอกเร็วเกินไป
อปุ กรณ์เกิดสนิมผกุ ร่อนไดง้ า่ ย เนื่องจากการเลือกใชอ้ ุปกรณ์และวสั ดุก่อสร้างที่ไมม่ ีคณุ ภาพ

โรงเรือนเล้ียงสุกรที่เป็ นฟาร์มขนาดใหญ่ ในปัจจุบนั ได้มีการนาเทคนิคดา้ นการก่อสร้างเข้ามา
ประยกุ ตร์ ่วมกบั วิทยาการจดั การโรงเรือนสุกรทาให้สามารถสร้างโรงเรือนท่ีเหมาะสมกบั การเล้ียงสุกรไดม้ าก
ข้ึน วสั ดุอุปกรณ์ภายในโรงเรือนไดร้ ับการออกแบบ ตรวจสอบดูแลอย่างพิถีพิถนั ให้ไดส้ ัดส่วนกบั จานวน
สุกรที่เล้ียง รวมท้งั การนาระบบการปรับอุณหภูมิภายในโรงเรือนมาใช้ ทาให้สามารถใชโ้ รงเรือนไดอ้ ย่างมี
ประสิทธิภาพมากกวา่ เดิม ผลผลิตจึงมีแนวโนม้ ที่จะสูงข้ึนตามไปดว้ ย

อย่างไรก็ตามการสร้างโรงเรือนเล้ียงสุกรให้มีลักษณะดังกล่าว ตอ้ งใช้เงินลงทุนค่อนขา้ งสูง
เกษตรกรรายยอ่ ยทว่ั ๆ ไป ไม่สามารถดาเนินการได้ การสร้างโรงเรือนของเกษตรกรรายย่อย จึงตอ้ งพิจารณา
ถึงความเหมาะสมหลาย ๆ ดา้ น รวมท้งั เรียนรู้รูปแบบของโรงเรือนที่เหมาะสมโดยยดึ หลกั ดงั น้ี

1. โรงเรือนที่สร้างควรใชป้ ระโยชน์จากพ้นื ท่ี ท่ีมีอยใู่ หม้ ากท่ีสุด คือ เล้ียงสุกรไดม้ ากที่สุด
2. สะดวกในการปฏิบตั ิงาน มากที่สุด และสามารถปฏิบตั ิ งาน ไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว
3. เป็นโรงเรือนที่สุกรอาศยั อย่อู ยา่ งสบาย เช่น มีการระบายอากาศดี อุณหภูมิภายในโรงเรือนไม่
ร้อนและเยน็ เกินไป ไมม่ ีกลิ่นแกส๊ ตา่ ง ๆ
4. ยดึ หลกั ประหยดั และมีอายกุ ารใชง้ านยาวนาน โดยเลือกใชว้ สั ดุที่ดีและมีในทอ้ งถ่ิน
5. แบบแปลนง่ายไม่ซับซ้อน ก่อสร้างสะดวก ทาให้ไม่ตอ้ งเสียค่าแรงงานในการก่อสร้างมาก
เกินไป สามารถปรับปรุงใชเ้ ล้ียงสุกรไดห้ ลายขนาด

2. สถานท่ตี ้งั โรงเรือน
สถานท่ีต้งั โรงเรือนสุกร ไม่จาเป็นตอ้ งเป็นพ้ืนท่ีอุดมสมบูรณ์และมีราคาแพงมาก แต่ควรคานึงถึงเรื่อง

ตอ่ ไปน้ีคือ
2.1 เป็นสถานท่ีที่ไมอ่ ยใู่ นบริเวณที่มีชุมชนหนาแน่น เน่ืองจากฟาร์มเล้ียงสุกรส่วนใหญม่ กั จะมีปัญหา

ดา้ นกลิ่นเหม็น ซ่ึงสร้างความเดือดร้อนให้กบั ผูอ้ าศยั ในชุมชนแห่งน้นั นอกจากน้ีการสร้างโรงเรือนในเขต
ชุมชนมกั ขยายกิจการไดย้ าก เพราะท่ีดินมีราคาแพงและถกู ลอ้ มรอบดว้ ยบา้ นเรือนของประชาชน

2.2 เป็นสถานท่ีที่มีแหล่งน้าดื่ม และน้าใชอ้ ย่างเพียงพอ เนื่องจากการเล้ียงสุกรตอ้ งใช้น้าในปริมาณ
มาก ใชท้ ้งั ด่ืมและลา้ งทาความสะอาด และแหล่งน้าน้นั ตอ้ งไม่มีส่ิงเจือปนท่ีเป็นอนั ตรายต่อสุขภาพของสุกรใน
ฟาร์ม

2.3 เป็นสถานท่ีที่มีการคมนาคมไดส้ ะดวก เนื่องจากตอ้ งอาศยั เส้นทางคมนาคมในการขนส่งอาหาร
รวมท้งั ใหค้ วามสะดวกแก่ผทู้ ี่มาซ้ือสุกรในฟาร์ม

2.4 พ้ืนที่มีการระบายน้าไดด้ ี คือ ควรเป็นท่ีดอน น้าท่วมไม่ถึง เม่ือเกิดภาวะน้าท่วมมีการระบายน้า
ไดง้ า่ ย

2.5 เป็ นพ้ืนที่ท่ีมีระบบไฟฟ้า ใช้ไดท้ วั่ ถึง เพ่ืออานวยความสะดวกในการ ใช้เคร่ืองจกั รกล
เคร่ืองมือ และการใหแ้ สงสวา่ งภายในฟาร์ม

2.6 เป็นพ้ืนที่ที่ไม่เคยมีโรคสุกรระบาดมาก่อน เนื่องจากเช้ือโรคบางชนิดมีชีวิตอยู่ไดย้ าวนาน ซ่ึงอาจ
เกิดการระบาดข้ึนได้

2.7 ไมม่ ีปัญหาดา้ นขนบธรรมเนียม ประเพณี เช่น ประชาชนในชุมชนน้นั ๆ นบั ถือศาสนาอิสลาม
หรือชุมชนน้นั มีโจรขโมยมากมาย จึงไมเ่ กิดผลดีต่อการเล้ียงสุกร

3. แผนผงั ของโรงเรือน
การวางผงั ของโรงเรือน ทาให้สามารถจดั การฟาร์มไดส้ ะดวก ลดการระบาดของโรคประหยดั แรงงาน

และเวลาในการปฏิบตั ิงาน การวางผงั ฟาร์มจะทาไดด้ ีมากนอ้ ยเพยี งไร ข้ึนอยกู่ บั พ้นื ท่ีท่ีมีอยู่ จานวนโรงเรือน
ท่ีจะก่อสร้าง และ วตั ถุประสงคข์ องการเล้ียงสุกร การวางผงั ฟาร์มให้ถูกหลกั สุขาภิบาล สามารถดาเนินการ
ไดด้ งั รูปที่ 4.1

7 8 87
9

66 66

15 5 55

0 32

21 3. อาคารเกบ็ เครื่องมือและอุปกรณ์ 4
6. โรงเรือนสุกรอนุบาล สุกรเลก็
รูปที่ 4.1 แสดงตวั อยา่ งแผนผงั ฟาร์มสุกร 9. บ่อพกั มลู

1. บ่อน้ายาฆ่าเช้ือ 2. บา้ นพกั
4. โรงเรือนจาหน่ายสุกร 5. โรงเรือนสุกรขนุ

7. โรงเรือนผสมและอมุ้ ทอ้ ง 8. โรงเรือนคลอด

10. ระบบประปาในฟาร์ม

จากแผนผงั โรงเรือน จะเห็นว่าโรงเรือนพ่อแม่พนั ธุ์สุกร ถูกสร้างอยู่ดา้ นทา้ ยของฟาร์ม เพ่ือป้องกนั
การติดเช้ือโรคเน่ืองจากแม่สุกรท่ีคลอดใหม่ ๆ และลูกสุกรระยะดูดนม มีโอกาสติดเช้ือโรคไดง้ ่ายกวา่ สุกรระยะ
อื่น ๆ โรงเรือนถดั ออกมาเป็นโรงเรือนสุกรอนุบาล และสุกรขุนตามลาดบั โรงเรือนแต่ละโรงเรือนควรห่างกนั
25 – 30 เมตร โรงเรือนที่อยู่ใกลก้ บั ร้ัวของฟาร์มควรสร้างให้ ห่างจากร้ัวของฟาร์ม ประมาณ 20 – 25 เมตร

ด้านหน้าโรงเรือนแต่ละโรงเรือนควรมีอ่างน้ายาฆ่าเช้ือ เพื่อป้องกันเช้ือโรคท่ีจะติดมากบั เจ้าหน้าที่ประจา
โรงเรือน

บริเวณประตูก่อนเขา้ สู่พ้ืนท่ีในฟาร์มควรมีบ่อน้ายาฆ่าเช้ือ เพื่อป้องกนั เช้ือโรคที่ติดมากบั ยานพาหนะ
วสั ดุอุปกรณ์ รวมท้งั ผูเ้ ขา้ – ออกฟาร์ม บริเวณที่พกั และโรงเรือนเก็บเครื่องมืออุปกรณ์ ควรแยกออกจากกนั
และแยกออกจากบริเวณเล้ียงสุกรอยา่ งเดด็ ขาด

โรงเรือนสุกรควรอยหู่ ่างจากบริเวณบา้ นพกั อยา่ งนอ้ ย 100 เมตร และห่างจากประตูเขา้ ฟาร์มอยา่ งนอ้ ย
50 เมตร ควรมีโรงเรือนสาหรับจาหน่ายสุกรต้งั อยู่บริเวณด้านหน้าของฟาร์ม ด้านใดด้านหน่ึงเพื่อไม่ให้
ยานพาหนะที่จะมาซ้ือสุกรในฟาร์มเขา้ ไปในฟาร์ม เป็นการป้องกนั โรคท่ีอาจจะติดมากบั ยานพาหนะ

โรงเรือนแต่ละหลงั ควรสร้างให้หันไปตามแนวทิศตะวนั ออกและตะวนั ตก หรือสร้างในแนวเฉียง
ตะวนั เพ่ือให้ด้านขา้ งของโรงเรือน ได้รับแสงแดดไม่มากนัก ซ่ึงจะทาให้ภายในคอกแต่ละคอกไม่ร้อน
จนเกินไป

4. ชนดิ ของโรงเรือนในฟาร์ม
การผลิตสุกรท่ีดาเนินกิจการเป็นฟาร์มขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่จะสร้างโรงเรือนเล้ียงสุกรแยกออกจากกนั

ตามชีพจักรของสุกรที่เล้ียงอยู่ในโรงเรือนน้ัน เนื่องจากมีสุกรจานวนมาก จาเป็ นตอ้ งมีโรงเรือน หลาย ๆ
โรงเรือน การสร้างโรงเรือนแยกเล้ียงตามชีพจกั รของสุกร จะทาใหก้ ารจดั การการผลิตเป็นไปโดยสะดวก และ
ถูกหลกั สุขาภิบาลมากกวา่ ที่จะเล้ียงสุกรจานวนมากและมีชีพจกั รแตกต่างกนั มาอยดู่ ว้ ยกนั ฟาร์มขนาดเลก็ ๆ
ไมจ่ าเป็นตอ้ งสร้างโรงเรือนทกุ โรงเรือน เพือ่ ใชเ้ ล้ียงสุกร ตามชีพจกั รตา่ ง ๆ เหมือนฟาร์มขนาดใหญ่ เน่ืองจาก
ทาให้ ต้นทุนในการผลิตสูงข้ึน และไม่คุ้มกับการลงทุน การแบ่งชนิดของโรงเรือนตามชีพจักรของสุกร
สามารถแบ่งได้ 4 ชนิด คือ

4.1 โรงเรือนอมุ้ ทอ้ งและโรงเรือนผสมพนั ธุ์
ฟาร์มเล้ียงสุกรขนาดใหญ่ ที่มีสุกรจานวนมาก มกั แยกโรงเรือนอุม้ ทอ้ งออกจากโรงเรือนผสม

พนั ธุ์ เน่ืองจากมีจานวนสุกรที่จะผสมพนั ธุ์ในแตล่ ะกลุม่ เป็นจานวนมาก จนตอ้ งมีโรงเรือนสาหรับใชผ้ สมพนั ธุ์
สุกรโดยเฉพาะ และในโรงเรือนผสมพนั ธุส์ ุกรจะมีสุกรท่ีถกู ผสมพนั ธุแ์ ลว้ และคาดวา่ จะอมุ้ ทอ้ ง รอตรวจผลการ
ผสมอุม้ ทอ้ งอยู่จานวนหน่ึง ดงั น้ันโรงเรือนอุม้ ทอ้ งและโรงเรือนผสมพนั ธุ์สุกร จึงมีลกั ษณะคลา้ ย ๆ กนั จะ
แตกต่างกันตรงท่ี โรงเรือนผสมพันธุ์สุกรจะมีคอกสาหรับขังพ่อพนั ธุ์ ซ่ึงโรงเรือนอุ้มท้องไม่มี สภาพ
โดยทว่ั ไปของโรงเรือนผสมพนั ธุ์ประกอบไปดว้ ย คอกขงั เดี่ยว หรือท่ีเรียกวา่ ซองยืน ซ่ึงมีขนาดกวา้ ง 60 -
80 เซนติเมตร สูง 1 เมตร ยาว 2.2 – 2.4 เมตร สุกรท่ีถูกขงั อยู่ในคอกขงั เด่ียวส่วนใหญ่เป็นสุกรท่ีถูกผสม
พนั ธุ์แลว้ และมีสุกรอีกจานวนหน่ึงเป็ นสุกรที่รอการผสมพนั ธุ์ ในฟาร์มขนาดไม่ใหญ่มาก ( มีแม่สุกรต่ากว่า

500แม่ ) มกั จะใชโ้ รงเรือนผสมพนั ธุ์และโรงเรือนอุม้ ทอ้ งเป็นโรงเรือนเดียวกนั เพื่อประหยดั ค่าใช้จ่ายในการ
ก่อสร้าง ทาให้โรงเรือนชนิดน้ีใชเ้ ล้ียงแม่สุกรต้งั แต่ผสมพนั ธุ์ไปจนถึงระยะเวลายา้ ยเขา้ โรงเรือนคลอด ซ่ึงเป็น
ระยะเวลาประมาณ 108 – 110 วนั

รูปที่ 4.2 แสดงคอกขงั เด่ียวในคอกอมุ้ ทอ้ ง
4.2. โรงเรือนคลอดและเล้ียงลูกสุกร

ฟาร์มเล้ียงสุกรขนาดใหญ่จะแยกโรงเรือนคลอดออกจากโรงเรือนผสมพนั ธุ์โรงเรือนคลอดควรมี
ให้เพียงพอกบั ปริมาณของแม่สุกรที่จะคลอด โดยปกติสุกรแม่พนั ธุ์ 4 ตวั จะตอ้ งใช้คอกคลอด 1 คอก
หรือควรมีคอกคลอด 25 % ของจานวนแม่สุกรท้งั หมด สภาพโดยทว่ั ไปในโรงเรือนชนิดน้ีประกอบดว้ ยคอก
คลอดสุกร ซ่ึงในแต่ละคอกจะแบ่งพ้ืนที่ออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนท่ีเป็นที่อยู่ของแม่ จะมีขนาด กวา้ ง ยาว
และสูง เท่ากบั คอกขงั เด่ียว พ้ืนที่ส่วนน้ีจะอย่บู ริเวณกลางของคอกคลอด จะวางในแนวเดียวกบั คอกหรือวาง
ในแนวเฉียงก็ไดแ้ ลว้ แต่ความเหมาะสม พ้ืนที่ท้งั 2 ขา้ งของคอกคลอด จะเป็นท่ีอยขู่ องลกู สุกร โดยมีความ
กวา้ งท่ีต่อออกไปจากคอกขงั แม่สุกรอีกขา้ งละประมาณ 50 – 80 เซนติเมตร ความยาวของคอกคลอดอาจจะ

ยาวกวา่ ซองยืนปกติเลก็ นอ้ ยเพ่ือให้มีท่ีวา่ งดา้ นทา้ ยคอก ไม่ใหบ้ ้นั ทา้ ยแม่สุกรเบียดลูกติดกบั ประตูคอกจนตาย
ในขณะคลอด คอกคลอดใช้ขงั แม่สุกรต้งั แต่ก่อนคลอด 5 – 7 วนั จนถึงหย่านม แต่ละตวั จะใชเ้ วลาอยู่บน
โรงเรือนน้ีประมาณ 20 – 28 วนั แลว้ แตก่ ารกาหนดอายกุ ารหยา่ นมของลูกสุกรในฟาร์มน้นั ๆ

รูปที่ 4.3 แสดงคอกคลอดลูกสุกร
4.3 โรงเรือนอนุบาลสุกร

โรงเรือนอนุบาลสุกรส่วนใหญ่ จะแยกออกจากโรงเรือนอื่น ๆ เน่ืองจากสุกรในระยะอนุบาล
เป็ นช่วงที่อ่อนแอจึงต้องได้รับดูแลอย่างดี เพ่ือไม่ให้เกิดการสูญเสียมากจนเกินไป โรงเรือนอนุบาลจะ
ประกอบดว้ ยคอกขงั ลูกสุกรที่หย่านมแลว้ ส่วนใหญ่เป็นโรงเรือนท่ียกพ้ืนให้สูงจากพ้ืนดินประมาณ 50 – 100
เซนติเมตรข้ึนไป พ้ืนคอกปูดว้ ยวสั ดุเป็นช่องโปร่ง เพื่อไม่ให้มูลสุกรติดคา้ งอยบู่ นพ้ืนคอก อนั จะทาใหเ้ กิดการ
หมกั หมมของเช้ือโรคในโรงเรือนได้ ดา้ นขา้ งของโรงเรือนถูกปิ ดด้วยม่านเพ่ือป้องกนั ลมโกรกและรักษา
อุณหภูมิให้อบอุ่น ขนาดของคอกแต่ละคอกมีขนาดแตกต่างกนั ในแต่ละฟาร์ม ไม่มีมาตรฐานตายตวั ข้ึนอย่กู บั

จานวนลูกสุกรท่ีตอ้ งการเล้ียงในคอกแต่ละคอก ซ่ึงโดยปกติสุกรระยะอนุบาลตอ้ งการพ้ืนท่ีประมาณ 0 .4 -
0.6 ตารางเมตร / ตวั ลูกสุกรหยา่ นมจะถูกเล้ียงบนโรงเรือนประมาณ 20 – 30 วนั น้าหนกั 20 – 25 กิโลกรัม
จึงยา้ ยไปเล้ียงในโรงเรือนขนุ ต่อไป

รูปที่ 4.4 แสดงคอกอนุบาลสุกร
4.4. โรงเรือนสุกรขนุ

โรงเรือนสุกรขนุ เป็นโรงเรือนท่ีตอ้ งแยกออกจากโรงเรือนอ่ืนๆอยา่ งเด็ดขาด เน่ืองจากโรงเรือน
สุกรขุนเป็นโรงเรือนที่สกปรกกว่าโรงเรือนอื่น ๆ เช้ือโรคจะหมกั หมมอยูใ่ นโรงเรือนชนิดน้ีมากกวา่ โรงเรือน
อื่นๆ แต่เน่ืองจากสุกรท่ีเล้ียงอยู่ในโรงเรือนน้ีเป็ นสุกรท่ีถูกคดั เลือกจากสุกรท่ีมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงจึง
สามารถตา้ นทานเช้ือโรคในโรงเรือนไดป้ ระกอบกบั มีการจดั ระบบสุขาภิบาลอย่างเขม้ งวด จึงทาให้สุกรใน
โรงเรือนชนิดน้ี สามารถดารงชีวิตอยไู่ ด้

ภายในโรงเรือนประกอบไปดว้ ยคอกเล้ียงสุกรขุนซ่ึงมีขนาดแตกต่างกนั ในแต่ละฟาร์ม ข้ึนอยู่
กบั ปริมาณสุกรที่จะเล้ียงในแต่ละคอกว่าจะเล้ียงปริมาณเท่าไร สุกรขุน 1 ตวั ตอ้ งการพ้ืนท่ีสาหรับตนเอง
ประมาณ 1.2 – 1.5 ตารางเมตร ข้ึนอยู่กบั ชนิดของวสั ดุท่ีใชท้ าพ้ืนคอก โดยทว่ั ไปคอกเล้ียงสุกรขุน มกั จะมี

ขนาด 24 – 30 ตารางเมตร ซ่ึง เล้ียงสุกรขนุ ได้ 20 – 25 ตวั ดงั น้นั โรงเรือนสุกรขนุ จะมีขนาดกวา้ ง ยาว
เท่าไรจึงข้ึนอยกู่ บั จานวนสุกรท่ีจะเล้ียงในโรงเรือน รวมท้งั จานวนคอกที่จะใชเ้ ล้ียงสุกรขุนท้งั หมด สุกรขนุ จะ
ถูกเล้ียงในโรงเรือนเป็นเวลาประมาณ 3 – 4 เดือน จึงถกู จาหน่าย

ฟาร์มเล้ียงสุกรบางฟาร์มอาจมีโรงเรือนชนิดอ่ืน ๆ เช่น โรงเรือนจาหน่ายสุกร และโรงเรือน
เตรียมทดแทน ซ่ึงเล้ียงสุกรพอ่ สุกรหนุ่ม และแม่สุกรสาว รอการคดั เลือกเป็นพอ่ แม่พนั ธุ์ในฟาร์ม กรณีที่ฟาร์ม
ผลิตสุกรพ่อแม่พนั ธุ์ไวใ้ ช้เอง โรงเรือนท้งั 2 ชนิดน้ี มีส่วนเกี่ยวขอ้ งกบั ขบวนการผลิตสุกรน้อยเพราะเป็ น
โรงเรือนที่จดั อยใู่ นข้นั ตอนจาหน่ายไมไ่ ดอ้ ยใู่ นขบวนการผลิตเหมือนโรงเรือนท้งั 4 ชนิดที่กล่าวมา

รูปที่ 4.5 แสดงคอกสุกรขนุ
5. รูปแบบของโรงเรือนเลีย้ งสุกร

รูปแบบของโรงเรือนเล้ียงสุกร มีความสาคญั ต่อความเป็ นอยู่ของสุกรภายในโรงเรือนเป็ นอนั มาก
เนื่องจากรูปแบบของโรงเรือนมีผลต่อสภาพแวดลอ้ มภายในโรงเรือน เช่น ลมโกรก หรือฝนสาดเขา้ สู่โรงเรือน
การเลือกแบบของโรงเรือนที่จะสร้างจึงตอ้ งระมดั ระวงั และคานึงถึงรูปแบบของโรงเรือน เพื่อใหส้ ุกรอาศยั อยู่
อยา่ งสุขสบายและใหผ้ ลผลิตอยา่ งมีประสิทธิภาพ

รูปแบบของโรงเรือนท่ีแตกต่างกนั น้นั จะยึดลกั ษณะรูปแบบของโครงสร้างของหลงั คาท่ีแตกต่างกนั
เป็นหลกั ซ่ึงแบ่งออกไดเ้ ป็น 6 รูปแบบ คือ

5.1. แบบเพิงหมาแหงน เป็นโรงเรือนท่ีสร้างไดง้ า่ ย รูปแบบไม่ซบั ซอ้ น อากาศถ่ายเทไดด้ ี เกษตรกร
ที่เล้ียงสุกรแบบหลงั บา้ นคร้ังละจานวนไม่มาก มกั จะสร้างโรงเรือนแบบน้ีเน่ืองจากเสียคา่ ใชจ้ ่ายในการก่อสร้าง
ไม่มาก ร้ือถอนไดง้ ่าย แต่โรงเรือนชนิดน้ีมีขอ้ เสียตรงท่ี แสงแดดจะส่องเขา้ ไปในโรงเรือนไดม้ าก และเป็ น
เวลานาน ทาใหส้ ุกรไดร้ ับความร้อนนานเกินไป และในฤดูฝนขณะฝนตกลมพดั แรง จะทาใหฝ้ นสาดเขา้ ไปใน
โรงเรือนได้มาก หรือพ้ืนโรงเรือนอาจเปี ยกทาให้สุกรท่ีอาศยั อยู่มีอาการป่ วย การสร้างโรงเรือนแบบน้ี
เกษตรกรไม่นิยมสร้าง เป็นโรงเรือนเด่ียว ๆ แต่จะสร้างใกล้ ๆ อาคารท่ีอยอู่ าศยั หรือใตต้ น้ ไมใ้ หญ่ ๆ เพื่ออาศยั
ร่มเงาในการบงั แสงแดดหรือป้องกนั ฝนสาด

รูปที่ 4.6 แสดงโรงเรือนแบบหมาแหงน

5..2. แบบหมาแหงนกลาย โรงเรือนแบบน้ีมีโครงสร้างเหมือนกับโรงเรือนแบบเพิงหมาแหงน
เพียงแต่ ชายคาดา้ นหนา้ คอกจะหกั ลงหรือ เสริมชายคาหนา้ โรงเรือนใหย้ น่ื ออกมา เพ่ือป้องกนั แสงแดดส่องเขา้
ทางดา้ นหนา้ และป้องกนั ฝนสาดไดด้ ีกวา่ แบบเพงิ หมาแหงนธรรมดา

รูปท่ี 4.7 แสดง โรงเรือนแบบหมาแหงนกลาย
5.3. แบบหนา้ จว่ั ช้นั เดียว เป็นโรงเรือนท่ีสร้างยากกว่าแบบเพงิ หมาแหงน และเสียค่าใชจ้ ่ายมากกวา่
เน่ืองจากรูปแบบซับซอ้ นกว่า ทาใหส้ ิ้นเปลืองวสั ดุในการก่อสร้างมาก โรงเรือนแบบน้ีมีประสิทธิภาพในการ
ป้องกนั แสงแดดและฝนไดด้ ีกวา่ แบบเพิงหมาแหงน ปัจจุบนั นิยมสร้างกนั นอ้ ย เนื่องจากภายในโรงเรือนมกั จะ
ร้อนอบอา้ ว ซ่ึงไมเ่ หมาะกบั ความเป็นอยขู่ องสุกร

รูปท่ี 4.8 แสดงโรงเรือนแบบหนา้ จวั่

5.4 แบบหน้าจว่ั กลาย เป็ นโรงเรือนท่ีมีลกั ษณะเหมือนแบบหน้าจวั่ ช้นั เดียว แต่หลงั คา จะยาว ไม่
เท่ากนั ซ่ึงการสร้างใหม้ ีหลงั คาแบบหนา้ จว่ั กลายน้ี มกั จะเกิดจากขอ้ จากดั ของพ้ืนท่ีหรือผสู้ ร้างตอ้ งการลดความ
ร้อนอบอา้ วภายในโรงเรือนโดยสร้างให้ หลงั คาดา้ นใดดา้ นหน่ึงส้ันกวา่ อีกขา้ งหน่ึง เพ่ือให้ดูโปร่ง ลมโกรก
เขา้ ไปได้ เป็นการนาขอ้ ดีของโรงเรือนแบบเพิงหมาแหงนกบั แบบหนา้ จวั่ มาประยกุ ตร์ วมกนั เพ่ือใหเ้ หมาะสม
กบั การเล้ียงสุกรมากกวา่ โรงเรือนท้งั สองแบบขา้ งตน้

รูปที่ 4.9 แสดงโรงเรือนแบบหนา้ จวั่ กลาย
5.5. แบบหนา้ จว่ั สองช้นั เป็นโรงเรือนท่ีมีโครงสร้างซบั ซอ้ นมากข้ึน โรงเรือนแบบน้ีจะมีการระบาย
อากาศไดด้ ี เน่ืองจากอากาศสามารถระบายออกทางดา้ นบนของหลงั คาโรงเรือนไปได้ เป็นการสร้างโรงเรือน
ตามหลกั วทิ ยาศาสตร์ที่ยดึ หลกั การวา่ อากาศร้อนจะลอยตวั สูงข้นึ ทาใหอ้ ากาศเยน็ รอบ ๆ โรงเรือนเขา้ ไปแทนที่
จึงทาให้โรงเรือนมีสภาพหมุนเวียนของอากาศที่ดีอุณหภูมิภายในโรงเรือน จะไม่ร้อนอบอา้ วเหมือนแบบหน้า
จว่ั ช้นั เดียว

รูปที่ 4.10 แสดงโรงเรือนแบบหนา้ จวั่ สองช้นั
5.6. แบบหนา้ จว่ั สองช้นั กลาย เป็ นโรงเรือนที่มีโครงสร้างพ้ืนฐานเหมือนแบบหนา้ จว่ั แต่มีการเพ่ิม
พ้ืนท่ีเล้ียงสุกรขยายออกไปทางดา้ นขา้ งท้งั 2 ขา้ ง ของโรงเรือน ทาให้พ้ืนที่เล้ียงสุกรเพิ่มมากข้ึน ส่วนใหญ่
เป็นการต่อเติมโรงเรือนเพื่อให้มีพ้ืนที่เล้ียงสุกรเพิ่มมากข้ึน อนั เนื่องจากไม่ตอ้ งการลงทุนสร้างโรงเรือนใหม่
หรือถูกจากดั ดว้ ยพ้นื ท่ี ที่มีไม่พอจะสร้างโรงเรือนใหมไ่ ด้

รูปท่ี 4.11 แสดงโรงเรือนแบบหนา้ จว่ั สองช้นั กลาย
ที่มา : กรมอาชีวศึกษา . 2536

6. การวางแผนการสร้างโรงเรือน

แมว้ ่าโรงเรือนสุกรจะมีรูปแบบให้เลือกหลายแบบ ซ่ึงแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียท่ีแตกต่างกนั การ

ตดั สินใจก่อสร้างโรงเรือนเล้ียงสุกร ผเู้ ล้ียงจึงควรคานึงถึงส่ิงตอ่ ไปน้ี

1. ขนาดของฝงู สุกรปกติและจานวนสุกรท่ีจะเพ่ิม ในปัจจุบนั และในอนาคต เพ่ือที่จะไดว้ างแผนการ

สร้างโรงเรือน กาหนดตาแหน่งของโรงเรือนแตล่ ะโรงเรือนให้เหมาะสม

2. กาลงั ทรัพยท์ ่ีใชจ้ ่าย ผดู้ าเนินการจะตอ้ งรู้ถึงกาลงั ทรัพยข์ องตนเองท่ีมีอยู่ และวางแผนการใชท้ รัพย์

น้นั ใหเ้ หมาะสม

3. ปริมาณพ้ืนที่ที่ดาเนินการ ตอ้ งมีความสอดคลอ้ งกบั การวางแผนการสร้างโรงเรือนท้งั ในปัจจุบนั

และอนาคตความตอ้ งการพ้นื ที่ต่อตวั ของสุกรระยะตา่ ง ๆ

สุกรแต่ละระยะตอ้ งการพ้ืนท่ีในการเล้ียงต่อตวั แตกต่างกนั การสร้างโรงเรือนที่มีพ้ืนที่มากหรือนอ้ ย

เกินไป จะส่งผลเสียท้งั ดา้ นการลงทนุ และสุขภาพของสุกร พ้นื ที่ท่ีสุกรแต่ละระยะตอ้ งการมีดงั น้ี

คอกพ่อพนั ธุ์ ขนาด 2.5 x 3 เมตร พ้ืนท่ี 7.5 ตารางเมตร ต่อตวั

ซองแมพ่ นั ธุ์ ขนาด 0.6 x 2.2 เมตร พ้นื ที่ 1.32 ตารางเมตร ต่อตวั

คอกคลอด ขนาด 1.7 x 2.2 เมตร พ้ืนที่ 3.74 ตารางเมตรตอ่ ตวั

คอกอนุบาล ( หยา่ นม – 12 สปั ดาห์ ) พ้ืนที่ 0.35 – 0.40 ตารางเมตร ตอ่ ตวั

คอกสุกรรุ่น ( 13 – 20 สปั ดาห์ ) พ้นื ท่ี 0.71 ตารางเมตร ต่อตวั

คอกสุกรขนุ ( 21 สัปดาห์ ถึง ขาย )

- พ้ืนที่ แสลตท้งั หมด 1.10 ตารางเมตรตอ่ ตวั

- พ้นื แสลตบางส่วน 1.20 ตารางเมตร ต่อตวั

- พ้นื คอนกรีตท้งั หมด 1.50 ตารางเมตรตอ่ ตวั

7. วัสดทุ ใ่ี ช้ในการสร้างโรงเรือน
วสั ดุที่ใชใ้ นการก่อสร้างโรงเรือนเป็นองคป์ ระกอบที่สาคญั ท่ีจะบ่งช้ีวา่ โรงเรือนท่ีจะสร้างข้ึนมาน้นั มี

ความเหมาะสมที่จะใชเ้ ล้ียงสุกรมากนอ้ ยเพียงใด วสั ดุท่ีจะนามาก่อสร้างโรงเรือนมีใหเ้ ลือกหลายชนิด ซ่ึงแต่
ละชนิดมีคุณสมบตั ิและอิทธิพลต่อความเป็นอยขู่ องสุกรในโรงเรือนแตกต่างกนั ดงั น้นั การเลือกวสั ดุก่อสร้าง
โรงเรือนจึงตอ้ งศึกษาถึงคณุ สมบตั ิของวสั ดุแตล่ ะชนิดใหเ้ ขา้ ใจเพื่อใหไ้ ดโ้ รงเรือนที่มีความเหมาะสมในการเล้ียง
สุกรและสุกรสามารถดารงชีวิตอย่ใู นโรงเรือนอยา่ งสุขสบายมากที่สุด วสั ดุท่ีนามาใชใ้ นการก่อสร้างโรงเรือน
เล้ียงสุกรสามารถจาแนกตามส่วนประกอบของโรงเรือนไดด้ งั น้ีคือ

7.1. วสั ดุที่ใชใ้ นการมุงหลงั คา
วสั ดุที่ใชม้ ุงหลงั คามีหนา้ ที่ในการป้องกนั แดดและฝนไม่ให้ร่ัวไหลเขา้ สู่ภายในโรงเรือน ท้งั น้ี

การทาหนา้ ท่ีของวสั ดุมุงหลงั คาจะมีประสิทธิภาพมากนอ้ ยเพียงใดข้ึนอย่กู บั รูปแบบของทรงหลงั คาดว้ ย เช่น
ถา้ หลงั คาเป็ นแบบหมาแหงน การทาหน้าที่ของวสั ดุมุงหลงั คาจะมีประสิทธิภาพนอ้ ยกว่าหลงั คาแบบหนา้ จวั่
เป็นตน้ นอกจากวสั ดุมุงหลงั คาจะทาหนา้ ท่ีในการบงั แดดและฝนใหก้ บั สุกรแลว้ วสั ดุมุงหลงั คายงั มีอิทธิพล
ต่ออณุ หภูมิภายในโรงเรือนดว้ ย วสั ดุท่ีนิยมนามาใชใ้ นการมงุ หลงั คาโรงเรือนมีให้เลือกหลายชนิด คอื

7.1.1 วสั ดุจากพืช เช่น แฝก หญา้ คา ใบจาก เป็นวสั ดุท่ีหาไดภ้ ายในทอ้ งถ่ิน วสั ดุชนิดน้ีมี
คุณสมบตั ิในการดูดซับความร้อนจากแสงอาทิตยแ์ ละสามารถระบายความร้อนภายในโรงเรือนไดด้ ีเน่ืองจาก
อากาศสามารถระบายออกจากโรงเรือนโดยการแทรกออกระหวา่ งใบพืชดงั กลา่ วไดด้ ี ทาใหภ้ ายในโรงเรือนไม่
ร้อนอบอา้ ว สัตวจ์ ะอยสู่ บาย แต่อายุการใชง้ านของวสั ดุชนิดน้ีไม่ยาวนาน จึงจาเป็นตอ้ งเปล่ียนทุก ๆ 3 – 4
ปี การยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานข้ึนต้องมุงให้ถ่ีข้ึน นอกจากน้ีการใช้วสั ดุจากใบพืชมุงหลังคาจะตอ้ ง
ระมดั ระวงั การเกิดไฟไหม้ เพราะเป็ นวสั ดุท่ีเป็ นเช้ือเพลิงไดเ้ ป็ นอย่างดี การติดต้งั อุปกรณ์ให้แสงสว่างและ
อุปกรณ์ให้ความร้อน รวมท้งั สายไฟ ตอ้ งมีการวางแผนป้องกนั ไวเ้ ป็นอยา่ งดี อย่างไรก็ตามวสั ดุชนิดน้ีเหมาะ
กบั เกษตรกรรายยอ่ ยท่ีเล้ียงสุกรไม่มากและมีเงินทนุ นอ้ ย

รูปท่ี 4.12 แสดงหลงั คาท่ีมุงดว้ ยแฝก รูปท่ี 4.13 แสดงหลงั คาท่ีมุงดว้ ยใบจาก

รูปท่ี 4.14 แสดงใบตองตึง รูปท่ี 4.15 แสดงหลงั คาที่มงุ ดว้ ย ใบตองตึง

7.1.2 สังกะสี เป็นวสั ดุที่มีความทนทาน มุงง่าย มีจาหน่ายตามร้านจาหน่ายวสั ดุทวั่ ไป ปัจจุบนั
ไดร้ ับความนิยมนอ้ ยลง เนื่องจาก สังกะสีเป็นวสั ดุท่ีถา่ ยเทความร้อนไดด้ ีมาก ความร้อนจากสังกะสีจะถ่ายเท
ไปยงั ตวั สุกรภายในโรงเรือนทาให้ภายในโรงเรือนมีอุณหภูมิสูง การใชส้ ังกะสีมงุ หลงั คาจึงควรใชก้ บั โรงเรือน
ท่ีเป็ นแบบหน้าจัว่ สองช้ัน หรือใช้วสั ดุจากพืช เช่น แฝก หญา้ คา จาก ใบตองตึง ทาเป็ นฝ้าเพดาน เพื่อ
ป้องกนั ไม่ให้ความร้อนจากสังกะสีถ่ายเทลงในโรงเรือนมากนกั ชายคาของโรงเรือนควรจะให้สูงกว่าปกติเพ่ือ
ระบายอากาศภายในโรงเรือนไดส้ ะดวก ในฟาร์มที่ใชส้ ังกะสีมุงหลงั คาอยแู่ ลว้ มกั แกป้ ัญหาความร้อนภายใน
โรงเรือนโดยการติดต้งั หวั สเปรยพ์ ่นน้าบนหลงั คาไวพ้ ่นน้าช่วงอากาศร้อน ซ่ึงจะช่วยใหอ้ ากาศภายในโรงเรือน
เยน็ ลงได้

รูปที่ 4.16 แสดงหลงั คาที่มงุ ดว้ ยสังกะสี
7.1.3 กระเบ้ือง เป็นวสั ดุที่มีความคงทน ใกลเ้ คยี งกบั สังกะสี แตม่ ีน้าหนกั มากกวา่ สังกะสี และ
แตกหกั ไดง้ ่าย ทาใหก้ ารก่อสร้างตอ้ งระมดั ระวงั มากข้ึน กระเบ้ืองมีขอ้ ดีกวา่ สังกะสีตรงท่ีไม่ถ่ายเทความร้อน
ลงภายในโรงเรือนมากเหมือนสังกะสี ทาให้ภายในโรงเรือนไม่ร้อนมาก ปัจจุบันเป็ นที่นิยมของผู้สร้าง
โรงเรือนเล้ียงสัตวเ์ ป็ นอย่างมากเพราะมีจาหน่ายอยู่ทว่ั ไป หาซ้ือไดง้ ่าย และใช้กบั โครงสร้างหลงั คาที่ทาดว้ ย
เหลก็ ซ่ึงเป็นท่ีนิยมในปัจจุบนั

รูปท่ี 4.17 แสดงหลงั คาท่ีมุงดว้ ยกระเบ้ือง
7.1.4 อะลมู ิเนียม เป็นวสั ดุที่เป็นโลหะเช่นเดียวกนั กบั สังกะสี แตม่ ีน้าหนกั เบากวา่ ปัจจุบนั ไม่
เป็นที่นิยมมากนกั เน่ืองจากมีราคาแพงกว่าสงั กะสีมาก เม่ือตอ้ งปะทะกบั ลมแรง ๆ มกั จะฉีกขาดไดง้ ่าย ขอ้ ดี
ของอะลูมิเนียมกค็ ือ ไม่ถ่ายเทความร้อนลงสู่ภายในโรงเรือน เหมือนสังกะสีทาให้ภายในโรงเรือนไมร่ ้อนมาก
โรงเรือนสุกรในปัจจุบนั อาจมีการนามาใชบ้ า้ งแต่ไม่แพร่หลาย

รูปที่ 4.18 แสดงหลงั คาท่ีมุงดว้ ยอลูมิเนียม
7.2. วสั ดุท่ีใชท้ าโครงสร้างของโรงเรือน

โครงสร้างของโรงเรือนประกอบไปด้วย โครงสร้างหลงั คา เสา และผนังคอก วสั ดุท่ีใช้ทา
โครงสร้างหลงั คามีหลายชนิด คือ

7.2.1 ไม้ การใชไ้ มเ้ น้ือแขง็ ทาโครงสร้างของโรงเรือนเริ่มลดนอ้ ยลง เน่ืองจากไมเ้ น้ือแขง็ แปรรูป
มีราคาค่อนขา้ งแพง พอ ๆ กบั วสั ดุชนิดอื่น แต่มีความแข็งแรง ทนทาน ไม่ต่างกนั การก่อสร้างตอ้ งใช้เวลา
มาก เนื่องจากตอ้ งประกอบชิ้นส่วนทีละชิ้น ไม่สามารถทาเป็นโครงสร้างสาเร็จแลว้ นาไปติดต้งั ได้ แตอ่ ยา่ งไร
ก็ตามในปัจจุบนั การนาไมต้ ระกูลปาลม์ เช่น ไมต้ าล ไมม้ ะพร้าว ไมจ้ ากตน้ หมาก มาแปรรูป ทาเป็ น
โครงสร้างโรงเรือน เริ่มเป็นที่นิยมมากข้ึนเน่ืองจากมีราคาถูก ถา้ เลือกดี ๆ จะไดไ้ มท้ ่ีมีเน้ือแขง็ เหมาะกบั การ
ทาเป็นโครงสร้างของโรงเรือนไดเ้ ช่นเดียวกนั แต่การทาเป็นผนงั คอกและเสาตอ้ งระมดั ระวงั เพราะสุกรจะกดั
แทะ ทาให้ขาดแหว่งเสียหายได้ ผนงั คอกของโรงเรือนจะไม่นิยมใชไ้ มเ้ ป็ นโครงสร้าง ยกเวน้ การเล้ียงสุกร
รายย่อย ท่ีหาไมใ้ นทอ้ งถ่ินไดง้ ่าย ส่วนพ้ืนคอกไม่นิยมใชไ้ มม้ าทาพ้ืนคอกเพราะจะเกิดการล่ืนลม้ ไดง้ ่าย สุกร
ยนื ลาบาก

รูปท่ี 4.19 แสดงโครงหลงั คาที่ทาดว้ ยไม้ รูปที่ 4.20 แสดงผนงั คอกท่ีทาดว้ ยไม้

7.2.2 ปูนซีเมนต์ , คอนกรีต การใชค้ อนกรีต เป็นโครงสร้างของโรงเรือนส่วนใหญจ่ ะใชเ้ ป็นเสา

และผนังคอก ในกรณีที่ใช้ทาเป็ นเสา จะสามารถทาไดโ้ ดยการทาแบบ แลว้ เทปูนหล่อเป็ นเสาหรือซ้ือเสา
สาเร็จมาใช้ ส่วนการทาผนงั คอกจะทาโดยการนาอิฐมอญ หรืออิฐบล็อกมาก่อแลว้ ฉาบปูนให้เรียบ ความสูง
ของผนงั คอกท่ีใชเ้ ล้ียงสุกรขนุ และพ่อพนั ธุ์ แมพ่ นั ธุส์ ุกรประมาณ 90 – 100 เซนติเมตร ส่วนในสุกรอนุบาล จะ
สูงประมาณ 50 – 60 เซนติเมตร

การใชค้ อนกรีตเป็ นโครงสร้างของหลงั คาไม่เป็ นท่ีนิยมเนื่องจาก ใชเ้ วลามาก ขบวนการ
ยงุ่ ยาก และทาใหเ้ สาและฐานตอ้ งรับน้าหนกั โครงสร้างของโรงเรือนมากเกินไป

รูปที่ 4.21 แสดงผนงั คอกที่ทาดว้ ยปูน
7.2.3 เหล็ก เหล็กเป็ นวสั ดุที่นิยมนามาเป็ นโครงสร้างของโรงเรื อนเล้ียงสุกรเป็ นอย่างมาก
เน่ืองจากมีราคาไมแ่ ตกต่างจากวสั ดุชนิดอ่ืน แต่การประกอบและการก่อสร้างทาไดง้ ่าย มีความแขง็ แรงทนทาน
ขอ้ จากดั ในการใชเ้ หล็กก็คือ ไม่ควรใชท้ าเสาของโรงเรือนเล้ียงสุกร เพราะมูลสุกรจะกดั เหลก็ ให้เกิดสนิม ผุ
กร่อนไดง้ ่าย โครงสร้างของโรงเรือนท่ีอยู่ติดกบั พ้ืนคอก ถา้ จาเป็ นตอ้ งใช้เหล็กเป็ นโครงสร้าง ควรเลือกใช้
เหลก็ ชนิดหนาหรือใชเ้ หลก็ ชุบกาวาไนท์ ซ่ึงทนตอ่ การเกิดสนิม และทาสีกนั สนิม อยา่ งนอ้ ย 2 คร้ัง จะทา
ใหอ้ ายกุ ารใชท้ นทานมากข้ึน

รูปท่ี 4.22 แสดงผนงั คอกที่ทาดว้ ยเหลก็

7.3 วสั ดุท่ีใชท้ าพ้นื คอกและพ้นื โรงเรือน
วสั ดุท่ีใช้ทาพ้ืนคอกมีความสาคญั ในดา้ นความสะดวกสบายในการทาความสะอาด การระบาย

มลู และการถา่ ยเทอากาศภายในคอก วสั ดุที่ใชน้ ิยมใชท้ าพ้นื คอกและโรงเรือนประกอบดว้ ย
7.3.1 คอนกรีต เป็นวสั ดุท่ีนิยมใชท้ าพ้นื คอกสุกรขนุ คอกพอ่ พนั ธุ์ แมพ่ นั ธุ์ คอกขงั เดี่ยว การ

ใชค้ อนกรีตเป็ นพ้ืนคอกสุกร ควรขดั ผิวหน้าให้หยาบพอสมควรเพ่ือไม่ให้สุกรลื่นลม้ ง่าย และยืนไดส้ ะดวก
โดยเฉพาะในคอกพ่อ แม่สุกร ถา้ พ้ืนคอนกรีตเรียบเกินไป จะทาให้สุกรยืนลาบาก การผสมพนั ธุ์สุกรจะมี
ปัญหา เรื่องการยืนรับน้าหนกั เพราะแม่สุกรจะล่ืนลม้ ไดง้ ่าย นอกจากน้ีพ้ืนคอกที่ขดั ผิวหนา้ จนเรียบมีส่วนทา
ใหแ้ มส่ ุกรมีอาการขาอ่อนได้

การเทคอนกรีตเพื่อทาพ้ืนคอกสุกร ควรให้มีความราดเทของพ้ืนคอก เฉล่ียอย่างน้อย 7
เซนติเมตร ให้มีความลาดเอียงจาก ดา้ นหนา้ ไปหาดา้ นหลงั คอก ในอตั ราประมาณ 1/4 นิ้ว ต่อความยาวพ้ืน
1 ฟุต หรือให้มีความลาดเอียงตลอดความยาวพ้ืนคอก 7 % ของความหนาดา้ นหน้าของคอก เพื่อให้มีการ
ระบายน้าไดด้ ี ทาใหพ้ ้ืนคอกแหง้ ในเวลารวดเร็วหลงั จากลา้ งคอกแลว้

รูปท่ี 4.23 แสดงพ้ืนคอกท่ีทาดว้ ยปนู ซีเมนต์

7.3.2 พ้ืนไม้ ปัจจุบนั พบวา่ มีการนาไมม้ าทาเป็นพ้นื คอกสุกรนอ้ ยมาก เน่ืองจากไมแ้ ผน่ ใหญ่ ที่
เป็ นไมเ้ น้ือแข็ง มีราคาแพง เม่ือพ้ืนเปี ยกจะทาให้สุกรล่ืนลม้ ไดง้ ่าย ขาฉีก ไดร้ ับบาดเจ็บ นอกจากน้ีสุกรยงั
ชอบแทะไมเ้ ล่นทาใหข้ าดแหวง่ เสียหาย ปัจจุบนั จึงไม่พบเห็นการใชไ้ มท้ าพ้ืนสุกรมากนกั

7.3.3 พ้ืนแสลต ปัจจุบนั พ้นื คอกสุกรถกู ออกแบบใหม้ ีลกั ษณะเป็นร่องเพอื่ ใหม้ ีการระบายอากาศ
และมลู สุกรภายในโรงเรือน เรียกพ้ืนชนิดน้ีวา่ พ้ืนแสลต ซ่ึงมีอยหู่ ลายรูปแบบคอื

7.3.3.1 แสลตปูนซีเมนต์ เป็นแผ่นแสลตท่ีทาจากคอนกรีต อดั แรงมีความแขง็ แรงและ
คงทน นิยมทาเป็นแผน่ ๆ มีขนาดแตกตา่ งกนั เช่น ขนาด 50  100 ซม. 60  110 ซม. เป็นตน้ แสลตปูน
ซีเมนตน์ ิยมนามาทาเป็นพ้ืนของคอกสุกรขุน คอกพ่อ แม่ พนั ธุ์ เพราะมีความแขง็ แรง สามารถรับน้าหนกั ของ
สุกรขนาดใหญ่ไดด้ ี

รูปที่ 4.24 แสดงพ้ืนแสลตปนู
ท่ีมา : บริษทั ฟาร์มชอพ จากดั . ม.ป.ท.
7.3.3.2. แสลตลวดถกั เป็ นพ้ืนแสลตท่ีทามาจากลวดชุบสารกนั สนิมถกั เป็ นตาราง มี
ความคงทนต่อการเกิดสนิมพอสมควร สามารถตดั ให้มีขนาดตามความตอ้ งการได้ นิยมใชเ้ ป็นพ้ืนคอกอนุบาล
และคอกคลอด ในส่วนที่เป็ นท่ีอยู่ของลูกสุกร เนื่องจากรับน้าหนกั ไดไ้ ม่มาก ทาความสะอาดไดง้ ่ายกว่าพ้ืน
แสลตท่ีทาจากคอนกรีต

รูปที่ 4.25 แสดงพ้ืนแสลตลวดถกั
ท่ีมา : บริษทั ฟาร์มชอพ จากดั . ม.ป.ท.

7.3.3.3. แสลตพลาสติก เป็นพ้ืนแสลตท่ีหลอมจากพลาสติกอยา่ งดี มีความคงทนอายกุ าร
ใชง้ านนานพอสมควร แต่เวลาเปี ยกน้าจะทาให้ล่ืนและรับน้าหนกั มากไม่ได้ จึงเหมาะกบั การใช้เป็ นพ้ืนของ
คอกอนุบาลพ้ืนคอกลูกสุกรในคอกคลอด เช่นเดียวกบั แสลตลวดถกั

รูปที่ 4.26 แสดงพ้ืนแสลตพลาสติก
7.3.4. พ้ืนดิน ปัจจุบนั การเล้ียงสุกรเป็นการเล้ียงในโรงเรือน ท่ีสร้างข้ึนเพื่อเล้ียงสุกรโดยเฉพาะ
พ้ืนคอกจะใชว้ สั ดุต่าง ๆ เช่น พ้ืนปูนและพ้ืนแสลต การเล้ียงสุกรบนพ้ืนดิน ไม่เป็นท่ีนิยมเนื่องจาก ปัญหา
เร่ืองโรคพยาธิ การสุขาภิบาลทาไดย้ าก ทาให้สุกรสกปรก แต่พ้ืนดินยงั มีความจาเป็นต่อการเล้ียงสุกรในกรณี
ที่ลูกสุกรแสดงอาการขาเจบ็ หรือขาอ่อน ตอ้ งการพ้นื ท่ีกวา้ ง ๆ หรือพ้นื ท่ีอ่อนนุ่มกวา่ ปกติ จึงตอ้ งมีคอกท่ีมีพ้ืน
เป็นพ้ืนดิน ไวส้ าหรับสุกรกลุ่มน้ี หรือในคอกผสมพนั ธุ์ อาจมีพ้ืนเป็นพ้ืนดินหรือทรายละเอียด เพ่ือเป็นเบาะ
รองรับเทา้ แมแ่ ละพ่อสุกร ใหพ้ ่อแมส่ ุกรยนื ผสมพนั ธุ์ไดอ้ ยา่ งมน่ั คงยง่ิ ข้นึ

รูปท่ี 4.27 แสดงการเล้ียงสุกรบนพ้นื ดิน

8. อปุ กรณ์ท่ใี ช้ในการเลยี้ งสุกร
อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการเล้ียงสุกร จาเป็ นตอ้ งมีอยู่ประจาโรงเรือนหรือประจาฟาร์มอย่างเพียงพอ

เนื่องจากอุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่าน้ีมีความสาคญั ต่อประสิทธิภาพของการผลิตสุกร ควบคู่ไปกบั ชนิดและรูปแบบ
ของโรงเรือน อุปกรณ์ที่ใชใ้ นการเล้ียงสุกรมีหลายชนิด ซ่ึงแบง่ ออกเป็นหลายหมวดหม่ไู ดด้ งั น้ี

8.1 อุปกรณ์ในการให้อาหาร
อุปกรณ์ท่ีใชส้ าหรับใหอ้ าหารสุกร มีความแตกต่างกนั ตามขนาด อายุ และจานวนสุกร อุปกรณ์

การให้อาหารมีความสาคญั ต่อประสิทธิภาพการเจริญเติบโตของสุกรทุกอายุและขนาด อุปกรณ์ให้อาหารที่ดี
และเหมาะสมจะทาให้เกิดความสะดวกในการให้อาหารสุ กรและลดการสู ญเสี ยหรื อการหกหล่นของอาหาร
ในขณะเล้ียง นอกจากน้ี อุปกรณ์ที่ใชใ้ นการใหอ้ าหารสุกรยงั มีความแตกต่างกนั ตามขนาด อายุ และจานวน
สุกรที่เล้ียงในแต่ละคอก ดงั น้นั รูปแบบอุปกรณ์ให้อาหารสุกร จึงมีหลายรูปแบบตามจุดประสงค์ของการใช้
งาน คือ

8.1.1 อุปกรณ์ให้อาหารลูกสุกรในคอกคลอด มีหลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบมีประสิทธิภาพ
แตกต่างกนั เช่น

8.1.1.1. รางอาหารกลมเหล็กหล่อรางอาหารแบบน้ีมีลักษณะกลม เส้นผ่าศูนย์ กลาง
ประมาณ 10 นิ้ว ทาจากเหลก็ หล่อ ขอ้ ดีคือ ดา้ นบนมีเหล็กก้นั เป็ นช่อง 5 ช่อง เพื่อป้องกนั ไม่ให้ลูกสุกร
เขา้ ไปในรางและป้องกนั ลกู สุกรแยง่ อาหารกนั กิน อายุใชง้ านนาน เคลื่อนยา้ ยไดส้ ะดวก แต่มีน้าหนกั มากกวา่
แบบอ่ืน ๆ และมีราคาแพง

รูปท่ี 4.29 แสดงรางอาหารแบบเหลก็ หลอ
ที่มา : บริษทั ฟาร์มชอพ จากดั . ม.ป.ท.

8.1.1.2. รางอาหารขนั พลาสติกกลมหล่อหุ้มดว้ ยซีเมนต์ รางอาหารแบบน้ีผูเ้ ล้ียงสามารถ
ทาใช้เองไดโ้ ดยนาขนั พลาสติกกลมมาหล่อหุ้มดว้ ยซีเมนต์ ความคงทนข้ึนอยู่กบั ความหนาของปูนท่ีหล่อหุม้
แต่แขง็ แรงนอ้ ยกวา่ แบบเหลก็ หลอ่ ขอ้ ดีรางอาหารแบบน้ี คือ ลกู สุกรเรียนรู้การกินอาหารไดเ้ ร็ว เน่ืองจาก
ไม่มีกล่ินเหม็นของสนิมเหล็ก ลา้ งทาความสะอาดง่าย เพราะบริเวณมุมของรางมีรูปร่างโคง้ ทาให้อาหารไม่
เกาะตามมุม นอกจากน้ีลูกสุกรกินอาหารไดส้ ะดวกเพราะปากรางกวา้ ง เหมาะท่ีจะใชฝ้ ึ กให้ลูกสุกรกินอาหาร
ในระยะดูดนม

รูปที่ 4.29 แสดงรางอาหารแบบขนั พลาสติกหลอ่ ปูน
ที่มา : บริษทั ฟาร์มชอพ จากดั . ม.ป.ท.
8.1.1.3. รางอาหารแบบแขวนกบั ผนังคอก รางอาหารแบบน้ีทามาจากแผ่นสังกะสี เป็น
รางยาว และมีแขวนยาวยื่นให้เกาะกับผนังคอก หรืออาจมีรูปแบบอ่ืนท่ียึดติดกับผนังคอกได้ ข้อดี คือ
สามารถเพ่ิมจานวนช่องกินอาหารไดต้ ามความพอใจ ลูกสุกรเขา้ กินอาหารในช่องไดส้ ะดวก แต่เมื่อกินอาหาร
หมด ลูกสุกรมกั จะใชจ้ มูกดนั ให้รางอาหารตกลงมาบนพ้ืน เป็นภาระงานใหผ้ เู้ ล้ียงตอ้ งคอยเก็บข้ึนไปแขวนไว้
ที่เดิม

รูปท่ี 4.30 แสดงรางอาหารแบบแขวนกบั ผนงั

8.1.2 อุปกรณ์ให้อาหารสุกรขนุ ปัจจุบนั มีดว้ ยกนั 3 รูปแบบ คือ
8.1.2.1 รางอาหารแบบรางยาว รางอาหารแบบน้ีอาจก่อดว้ ยปูนซีเมนต์หรือท่อคอนกรีต

อดั แรง หรือท่อพลาสติกผ่ากลาง ทาเป็ นรางอาหาร ติดต้งั ไวบ้ ริเวณดา้ นหน้าของคอก เพื่อสะดวกในการให้
อาหาร ดา้ นบนของรางอาหารมีเหล็กก้นั เป็นช่อง ๆ ขนาดห่างประมาณ 25 – 30 ซม. เพ่ือให้สุกรสอดหัว
ไปกินอาหารในรางไดส้ ะดวก และป้องกนั ไมใ่ หส้ ุกรเขา้ ไปในราง การใหอ้ าหารสุกรแบบรางยาว มกั จะเป็น
การให้อาหารแบบจากดั เป็น ม้ือ เช่น ม้ือ เชา้ และเยน็ ปริมาณอาหารท่ีให้แต่ละม้ือ ให้ตามความตอ้ งการของ
สุกรแต่ละตวั คือ ใหอ้ าหารสุกรกินจนอ่ิมในแต่ละม้ือ ดงั น้นั จึงมีขอ้ ดีคือ ระบบย่อยอาหารจะมีเวลามากใน
การย่อยอาหารท่ีสุกรกินเขา้ ไป ทาใหอ้ าหารถูกย่อยไดม้ าก สุกรจะไดป้ ระโยชน์จากอาหารท่ีกินเขา้ ไปไดม้ าก
มีผลให้ประสิทธิภาพการใช้อาหารของสุกรดี การสะสมไขมนั มีน้อย สุกรมีซากท่ีดี และสุกรไม่ค่อยป่ วย
เนื่องจากสุกรค่อย ๆ เจริญเติบโตทาให้ไม่อว้ นมาก ร่างกายแข็งแรง แต่มีขอ้ เสียคือ อายุการเล้ียงสุกรขุนจะ
นานกวา่ การใหอ้ าหารสุกรแบบใหก้ ินตลอดเวลา

รูปที่ 4.31 แสดงรางอาหารสุกรขนุ แบบรางยาว

8.1.2.2. รางอาหารแบบถงั กลมก่ึงอตั โนมตั ิ รางอาหารแบบน้ี เป็นท่ีนิยมของผเู้ ล้ียงสุกร
ขนุ โดยทว่ั ไป เพราะถงั อาหารกลมสามารถจุอาหารไดต้ ้งั แต่ 70 – 100 กิโลกรัม ลกั ษณะเป็นถงั กลมหมุนได้
ดา้ นล่างเป็นรางกลมซ่ึงอาจทาจากเหลก็ หลอ่ หรือปูนซีเมนต์ บริเวณดา้ นบนของรางอาหารกลมจะมีช่องสาหรับ
ใหส้ ุกรเขา้ ไปกินอาหารประมาณ 8 – 10 ช่อง ขอ้ ดี คือ ผเู้ ล้ียงเทอาหารใส่คร้ังเดียว สุกรใชเ้ วลากิน 1 –
2 วนั จึงจะหมด ทาใหไ้ ม่ตอ้ งใหอ้ าหารทุกเวลา สุกรเจริญเติบโตไดเ้ ร็วกวา่ แบบรางอาหารยาว แต่มีขอ้ เสีย
คือ มกั มีการสูญเสียอาหารค่อนขา้ งมาก สุกรจะสะสมไขมนั มาก เนื่องจากกินอาหารเกินความตอ้ งการของ

ร่างกาย นอกจากน้ีสุกรยงั เจ็บป่ วยไดง้ า่ ยเพราะสุกรโตเร็ว มีลกั ษณะอว้ น ทาใหร้ ่างกายไม่แขง็ แรง รางอาหาร
แบบน้ีจึงเหมาะกบั สุกรระยะกาลงั เจริญเติบโตเช่น สุกรเลก็ สุกรรุ่น และสุกรขนุ ช่วงแรก ส่วนสุกรขนุ ใกล้
ส่งตลาด การใหอ้ าหารดว้ ยรางอาหารกลมแบบน้ี มกั ทาใหค้ ณุ ภาพซากไมด่ ี โดยเฉพาะสุกรเพศผตู้ อน

รูปท่ี 4.32 แสดงรางอาหารแบบถงั กลมก่ึงอตั โนมตั ิ
ท่ีมา : บริษทั ฟาร์มชอพ จากดั . ม.ป.ท.

8.1.2.3. รางอาหารอตั โนมตั ิ รางอาหารแบบน้ีเป็ นเทคโนโลยีสมยั ใหม่ ท่ีนามาใช้ใน
ฟาร์มเล้ียงสุกรขุน เพ่ือลดแรงงานผูเ้ ล้ียงสุกร รางกลมแบบน้ีประกอบเป็ นชุด ในระบบให้อาหารอตั โนมัติ
โดยอาหารจะถกู ส่งมาตามท่อส่งอาหารไปเก็บไวใ้ นถงั เก็บอาหารประจาคอก และอาหารจะหล่นมาใหส้ ุกรกิน
ตามปริมาณที่ปรับไว้ การเดินทางของอาหารในท่อ ถูกควบคุมดว้ ยระบบควบคุมซ่ึงสามารถส่งั เวลาทางานได้
ระบบจะทางานตามเวลาท่ีต้งั ไว้ ทาให้ผูเ้ ล้ียงไม่ตอ้ งเสียเวลาในการเทอาหารหรือขนอาหาร เพียงแต่คอย
ตรวจสอบอาหารจากแหล่งตน้ ทางไมใ่ หห้ มดเทา่ น้นั ระบบใหอ้ าหารแบบน้ีเหมาะกบั การเล้ียงสุกรจานวนมาก
ๆ ผลการดาเนินงานคมุ้ กบั การลงทุน แต่มีขอ้ เสีย คือ เมื่อไฟฟ้าดบั หรือระบบส่งอาหารขดั ขอ้ ง การใหอ้ าหาร
จะมีปัญหาโดยเฉพาะเรื่องแรงงานในการให้อาหารแก่สุกร ผูเ้ ล้ียงจะยุ่งยากลาบากมาก และถา้ การจดั การ
ตรวจเช็คระบบไมด่ ี อาจจะเกิดความบกพร่องบ่อย ๆ สร้างปัญหาใหก้ บั ผเู้ ล้ียงและสุกรที่ไม่มีอาหารกิน

รูปท่ี 4.33 แสดงระบบให้อาหารแบบอตั โนมตั ิ
8.1.3 อุปกรณ์ใหอ้ าหารแมส่ ุกร ในปัจจุบนั มี 3 รูปแบบ คือ 2 /5

8.1.3.1. รางอาหารเดี่ยว เป็นรางอาหารท่ีติดต้งั ใหส้ ุกรเฉพาะตวั นิยมใชใ้ นคอกพอ่ พนั ธุ์
และคอกคลอด เนื่องจากไม่สามารถใชร้ างอาหารแบบรางยาวได้ รางอาหารแบบน้ี ทามาจากสังกะสี และส
แตนเลส ลา้ งทาความสะอาดไดง้ ่าย

รูปท่ี 4.34 แสดงรางอาหารแบบรางเด่ียว
8.1.3.2 รางอาหารแบบรางยาว เป็นรางอาหารท่ีก่อดว้ ยปนู เป็นรางยาวตามจานวนแม่สุกร
ที่เล้ียง หรืออาจไดจ้ ากการนาเอาท่อคอนกรีตอดั แรงหรือท่อพลาสติกยาวมาผ่ากลางแลว้ มาต่อกนั นิยมใช้ใน
คอกแม่สุกรท่ีมีคอกขงั แบบขงั เดี่ยว เช่นในคอกผสมและอุม้ ทอ้ ง เป็นตน้ รางอาหารแบบน้ีมกั จะใชท้ าหนา้ ท่ี
หลายหนา้ ที่ เช่น นอกจากจะใชเ้ ป็นรางอาหารแล้วยงั ใชเ้ ป็นรางน้าไดด้ ว้ ย ทาใหผ้ ูเ้ ล้ียงประหยดั ค่าใชจ้ ่ายใน
การติดต้งั อปุ กรณ์ใหน้ ้าได้ แต่มีขอ้ เสีย คือ รางอาหารจะเกิดเช้ือราและตะไคร้น้าบริเวณขอบราง ผเู้ ล้ียงตอ้ ง
หมน่ั ทาความสะอาดบอ่ ย ๆ มิฉะน้นั อาจเป็นอนั ตรายต่อแมส่ ุกรและลูกสุกรในทอ้ งได้

รูปที่ 4.35 แสดงรางอาหารแบบรางยาว

8.1.3.3 รางอาหารแบบอตั โนมตั ิ รางอาหารแบบน้ีมีลกั ษณะการทางานเช่นเดียวกบั
ระบบใหอ้ าหารแบบอตั โนมตั ิในสุกรขุน เพียงแต่ รูปร่างของภาชนะที่เก็บอาหารสาหรับให้สุกรกิน มีความ
แตกต่างกนั คือ ในคอกสุกรขุนท่ีเก็บอาหารจะมีขนาดใหญ่ เพ่ือเก็บไวใ้ ห้สุกรกินคร้ังละหลาย ๆ ตวั แต่ใน
สุกรพนั ธุ์ท่ีเก็บอาหารจะเป็นกล่องเก็บอาหาร สาหรับใหส้ ุกรตวั ต่อตวั กล่องเก็บอาหารสามารถปรับปริมาณ
อาหารที่จะใหแ้ ม่สุกรกินได้ ส่วนหลกั การทางานจะเหมือนกบั การทางานในสุกรขนุ เหมาะกบั การใชเ้ ล้ียงสุกร
จานวนมาก ๆ แต่ มกั มีปัญหาเรื่องการเกิดเช้ือราในท่ออาหารที่จะส่งมายงั รางอาหาร ทาให้ตอ้ งลา้ งทาความ
สะอาดบ่อย ๆ การให้อาหารแบบน้ีควรมีเคร่ืองสารองไฟฟ้าและหมน่ั ตรวจสอบการทางานในระบบอย่าง
สม่าเสมอ

รูปที่ 4.36 แสดงรางอาหารแมส่ ุกรแบบอตั โนมตั ิ

8.2 อปุ กรณ์ให้น้า
อุปกรณ์ให้น้ามีความสาคญั ไม่นอ้ ยกว่าอุปกรณ์ให้อาหาร เพราะ ในแต่ละวนั สุกรตอ้ งการน้า

เพื่อใชใ้ นกระบวนการตา่ ง ๆ ในร่างกาย จานวนมาก ความผิดพลาดท่ีเก่ียวขอ้ งกบั อปุ กรณ์ใหน้ ้า ทาใหส้ ุกรโต
ช้า ป่ วยง่าย และให้ผลผลิตต่า ขอ้ ผิดพลาดที่พบเสมอเก่ียวกบั อุปกรณ์ให้น้าไดแ้ ก่ การวางตาแหน่งและ
ความสูงไม่เหมาะสม ชนิดของอุปกรณ์ให้น้าไม่เหมาะสมกบั ขนาดของสุกร จานวนอุปกรณ์ให้น้าไม่เพียงพอ
กบั จานวนสุกรในคอก เป็นตน้

8.2.1 รูปแบบของอปุ กรณ์ใหน้ ้า
อุปกรณ์ให้น้าสุกรมีหลายรูปแบบ การเลือกใช้ข้ึนอยู่กบั จุดประสงค์ของ ผูเ้ ล้ียงและ

ความสะดวกสบายในการจดั การ อุปกรณ์ใหน้ ้าสุกรที่นิยมใชใ้ นฟาร์มมีดงั น้ี
8.2.1.1 อุปกรณ์ให้น้าแบบรางคอนกรีต หรือรางพลาสติก รางท่ีให้น้าแบบน้ี ผูเ้ ล้ียง

สามารถทาข้ึนเองได้ ตามขนาด ความยาว ความกวา้ งและความสูงท่ีเหมาะสมกบั สุกร ท่ีใหน้ ้าแบบาน้ีผเู้ ล้ียง
มกั ใชร้ ่วมกบั การใหอ้ าหารสุกรดว้ ย นิยมใชใ้ นคอกผสมและคอกอุม้ ทอ้ ง แสดงปริมาณการผลิตเน้ือสุกรใน

ประเทศที่สาคญั ของโลกแสดงปริมาณการผลิตเน้ือสุกรในประเทศท่ีสาคญั ของโลกตอ้ งเปิ ดน้าทิ้งเวลาใหอ้ าหาร
นอกจากน้ีอาจเป็นตวั แพร่กระจายของเช้ือโรคกรณีมีสุกรตวั ใดตวั หน่ึงมีอาการป่ วย

รูปที่ 4.37 แสดงรางใหน้ ้าแบบรางยาว
8.2.1.2 อุปกรณ์ใหน้ ้าอตั โนมตั ิ อุปกรณ์แบบน้ีใชก้ นั อยา่ งแพร่หลายในฟาร์มสุกร เป็น
อปุ กรณ์ท่ีติดต้งั ใหก้ บั สุกรเป็นรายตวั ซ่ึงมีหลายรูปแบบ เช่น

ก. อุปกรณ์ให้น้ าแบบกัด ( Nipples) อุปกรณ์ให้น้ าแบบน้ีสุกรจะใช้ฟันกัด
โดยตรง ทาใหน้ ้าไหลออกมา อปุ กรณ์ใหน้ ้าแบบน้ีมีหลายขนาดตามอายสุ ุกร

รูปที่ 4.38 แสดงอปุ กรณ์ท่ีใหน้ ้าแบบกดั
ข. อุปกรณ์ให้น้าแบบดนั ( Nozzles ) อุปกรณ์ใหน้ ้าแบบน้ี สุกรจะใชป้ ากหรือ
จมูกดนั ตรงตาแหน่งของป่ มุ ท่ียน่ื ออกมาตรงปลาย สามารถใชก้ บั สุกรทกุ ขนาด

รูปท่ี 4.39 แสดงอุปกรณ์ใหน้ ้าแบบดนั
ที่มา : บริษทั ฟาร์มชอพ จากดั . ม.ป.ท.
ค. อุปกรณ์ใหน้ ้าแบบถว้ ย ( Bow or Cup ) อุปกรณ์ใหน้ ้าแบบน้ีมีลกั ษณะเป็น
ถว้ ย ภายในถว้ ยมีลิ้นสาหรับให้สุกรใชจ้ มูกกดให้น้าไหลออกมา เป็ นอุปกรณ์ท่ีทาให้สุกรด่ืมน้าไดส้ ะดวก
และลูกสุกรเรียนรู้การด่ืมน้าไดเ้ ร็วกวา่ การให้น้า 2 แบบแรก ปัจจุบนั อุปกรณ์การให้น้าแบบถว้ ยเริ่มเป็ นท่ี
นิยมใชม้ ากข้ึนเพราะผูเ้ ล้ียงสุกรตอ้ งการลดการสูญเสียน้า และตอ้ งการให้สุกรกินน้าไดเ้ ต็มท่ี อุปกรณ์ให้น้า
แบบถว้ ยจะช่วยใหส้ ุกรกินน้าไดส้ ะดวกและลดการใชน้ ้าได้ 18 % และลดการสูญเสียน้า 30 %

รูปท่ี 4.40 แสดงอุปกรณ์ใหน้ ้าแบบถว้ ย
ท่ีมา : บริษทั ฟาร์มชอพ จากดั . ม.ป.ท.

อุปกรณ์ให้น้าท้ัง 3 แบบ เป็ นอุปกรณ์ให้น้าท่ีทาให้สุกรสามารถดื่มน้าได้
ตลอดเวลา ในการปฏิบตั ิมกั มีปัญหาท่ีตอ้ งคอยตรวจสอบปัญหาหลายประการเช่น

1. อุปกรณ์ให้น้ าแบบกัดและแบบดัน มักมีปัญหาเร่ื อง การไหลของน้ า
ตลอดเวลาเนื่องจากสปริงภายในมกั จะติดคา้ ง ทาให้น้ามีแรงดนั ออกมาภายนอกได้ หรืออาจจะเกิดจากการ
ชารุดของลกู ยางภายในทาใหก้ กั น้าไมอ่ ยู่

2. อุปกรณ์ใหน้ ้าแบบกดั และดนั ท่ีคุณภาพดีมกั จะมีแผ่นกรองน้าเป็นตะแกรงเลก็
ๆ ซ่ึงนอกจากจะกรองเศษผง ท่ีมากบั น้าแลว้ บงั ช่วยลดความแรงของน้าท่ีออกมาดว้ ย แตม่ กั จะทาใหเ้ กิดการอุด
ตนั บอ่ ย ๆ ส่วนอปุ กรณ์ที่คณุ ภาพไม่ดี มกั ไมม่ ีแผน่ กรองเศษผง ทาใหม้ ีเศษผงไหลออกมากบั น้าดื่มและน้าที่
ไหลออกจากอุปกรณ์ชนิดน้ีจะมีความแรงเกินไปทาใหส้ ุกรอไดน้ ้าไม่เตม็ ท่ี สุกรบางตวั มกั จะใชจ้ มกู ดนั เล่นน้า
จนเป็นสาเหตุใหเ้ กิดการชารุด ใชง้ านไมไ่ ด้

3. อุปกรณ์ให้น้ าแบบถ้วย มักจะมีปัญหาเร่ื องของความสะอาดของน้ า
เนื่องจากขณะสุกรด่ืมน้าจากถว้ ยจะมีเศษอาหารหล่นลงไปในถว้ ย เกิดการหมกั บูด ทาให้เป็ นอนั ตรายต่อ
สุขภาพของสุกรได้ นอกจากน้ีถา้ อุปกรณ์ใหน้ ้าแบบถว้ ยมีกน้ ต้ืนและแรงดนั น้าแรงเกินไป จะทาให้สุกรดื่ม
น้าไม่ทนั และที่สาคญั ลูกสุกรคลอดใหม่ ๆ มกั จะกดลิ้นของถว้ ยไม่ไหว ผเู้ ล้ียงจึงควรแกไ้ ขและตรวจสอบให้
เหมาะสม

8.2.2 ตาแหน่งของอปุ กรณ์ใหน้ ้าในคอกสุกร
ตาแหน่งของการติดต้งั อุปกรณ์ให้น้า มีผลท้งั ดา้ นสุขภาพของสุกรและการรักษาความ

สะอาดภายในคอก โดยปกติตาแหน่งที่ติดต้งั อุปกรณ์ใหน้ ้าของสุกร จะอยดู่ า้ นทา้ ยของคอก โดยเฉพาะบริเวณ
มุมทา้ ยคอกท้งั 2 มุม เพราะจะทาให้สุกรไม่หันทา้ ยใหก้ บั ทางเขา้ ออก ทาใหล้ ดพ้ืนท่ีสกปรกลงได้ อยา่ งไรก็
ตามตาแหน่งของอปุ กรณ์การใหน้ ้า ถา้ อยใู่ กลก้ นั เกินไปจะมีผลทาใหส้ ุกรเขา้ ไปด่ืมน้าไดล้ าบากในสุกรเลก็ หรือ
สุกรอนุบาลที่ให้น้าอาจอยู่ใกลก้ ันได้ เน่ืองจากสุกรระยะน้ียงั มีพฤติกรรมการกินนมพร้อมกัน การติดต้ัง
อุปกรณ์ให้น้า 2 อนั ควรติดต้งั ให้อยู่ใกล้ ๆ กนั พอท่ีสุกรจะด่ืมน้าไดโ้ ดยไม่เบียดกนั แต่ในสุกรขนุ มกั ไม่มี
พฤติกรรมการดื่มน้าพร้อมกนั การติดต้งั จึงควรติดต้งั ใหห้ ่างกนั มาก ๆ เช่น ติดต้งั ไวค้ นละมุมคอกหรือคนละ
ดา้ น จะทาใหเ้ กิดประโยชนม์ ากกว่า เพราะสุกรสามารถดื่มน้าไดส้ ะดวกไม่ตอ้ งเบียดแยง่ กนั ส่วนตาแหน่งของ
อุปกรณ์ให้น้าของแม่สุกรในซองยืนหรือในคอกคลอดจะติดต้งั ไวด้ ้านหน้าของคอกเน่ืองจากคอกแม่สุกรมี
ขนาดเฉพาะตวั แม่สุกรกลบั ตวั ไม่ไดจ้ ึงตอ้ งติดต้งั อุปกรณ์ใหน้ ้าไวด้ า้ นหนา้ ของคอก

รูปที่ 4.41 แสดงตาแหน่งของอุปกรณ์ให้น้าในคอกสุกรขนุ

8.2.3 จานวนอุปกรณ์ที่ใหน้ ้า
โดยปกติอตั ราส่วนของจานวนอปุ กรณ์ใหน้ ้าต่อจานวนสุกรจะข้ึนอยกู่ บั ขนาดของสุกร คือ

- สุกรเลก็ ใชอ้ ตั ราอุปกรณ์ใหน้ ้าต่อจานวนสุกร = 1 : 10

- สุกรขุน ใชอ้ ตั ราอุปกรณ์ใหน้ ้าตอ่ จานวนสุกร = 1 : 8

8.2.4 ความสูงของท่ีให้น้า
ความสูงของอุปกรณ์ใหน้ ้าที่จะติดต้งั จะอยใู่ นระดบั ใดน้นั ข้นึ อยกู่ บั ชนิด และอายขุ องสุกร คือ

1. อปุ กรณ์ใหน้ ้าแบบถว้ ยและแบบราง ควรติดต้งั ใหส้ ูง 15 เซนติเมตร จากพ้นื ในสุกร
ขนาดใหญ่ ส่วนลูกสุกรควรติดต้งั ใหส้ ูง 5 – 10 เซนติเมตร จากพ้นื

2. อปุ กรณ์ใหน้ ้าแบบกดั และแบบดนั ควรติดต้งั ใหส้ ูงดงั แสดงในตารางท่ี 3

ตารางที่ 12 แสดงความสูงในการติดต้งั อุปกรณ์ใหน้ ้าแบบกดั และแบบดนั

หน่วย: เซนติเมตร

ขนาดของสุกร ความสูงเมื่อใชข้ อ้ งอ 90 ความสูงเมื่อใชข้ อ้ งอ 45

องศา องศา

1. ลูกสุกรดูดนม 10 15

2. ลกู สุกรหยา่ นม ขนาด 5 – 7 กก. 25 – 30 30 - 35

3. ลูกสุกรขนาด 15 – 20 กก. 35 – 40 45 – 50

ตารางท่ี 12 (ตอ่ )

หน่วย: เซนติเมตร

ขนาดของสุกร ความสูงเม่ือใชข้ อ้ งอ90 องศา ความสูงเมื่อใชข้ อ้ งอ 45องศา

4. สุกรขนาด 25 – 50 กก. 45 – 55 55 – 65

5. สุกรขนุ ขนาด 60 กก. - จาหน่าย 70 80

6 แม่และพ่อสุกร 75 90

ดดั แปลงจาก : กษดิ ิศ เอ้ือเช่ียวชาญกิจ. 2538.

8.2.5 อตั ราการไหลของน้าในท่อน้าด่ืม
อตั ราการไหลของน้าในท่อน้าดื่มของสุกรมีผลต่อปริมาณน้าที่ใชใ้ นฟาร์มแตล่ ะวนั เพราะ

ถา้ อตั ราการไหลของน้าในท่อส่งน้ามีสูงจะทาให้น้าออกจากหัวดูดน้ามาก สุกรจะดื่มน้าไม่ทนั ทาให้เกิดการ
สูญเสียน้าโดยไม่จาเป็ นและสุกรจะกินน้าไม่สะดวก อตั ราการไหลของน้าที่เหมาะสมแสดงไวใ้ นตารางท่ี 5

ดงั น้ี

ตารางที่ 13 แสดงอตั ราการไหลของน้าท่ีเหมาะสมในทอ่ น้าสาหรับด่ืมของสุกร

ขนาดสุกร อตั ราไหลของน้า แบบของอุปกรณ์ใหน้ ้า
สุกรเลก็ 0.5 ลิตร ต่อ 1 นาที กดั
สุกรหยา่ นม 0.5 – 0.8 ลิตร ต่อ 1 นาที กดั
สุกรรุ่นขนุ 0.8 – 1.2 ลิตร ต่อ 1 นาที กดั
พ่อ แม่พนั ธุ์ 1.5 – 2 ลิตร ต่อ 1 นาที กดั
3 – 4 ลิตร ต่อ 1 นาที ดนั
แม่เล้ียงลูก 4 ลิตร ต่อ 1 นาที ดนั

ที่มา : กษิดิศ เอ้ือเช่ียวชาญกิจ. 2538 .

8.2.6 แรงดนั หรือความแรงของน้า
1. ลกู สุกรในคอกอนุบาล ความดนั ของน้าท่ีใชค้ วรเป็น 4 ปอนด/์ ตารางนิ้ว
2. ลูกสุกรรุ่น และขุนรวมท้งั พ่อ แม่พนั ธุ์ ความดนั ของน้าท่ีใช้ควรเป็ น 10 ปอนด์ /

ตารางนิ้ว
8.2.7 มมุ ของอุปกรณ์ใหน้ ้า
มุมของการติดต้งั อุปกรณ์ใหน้ ้าเป็นปัจจยั สาคญั ที่มีส่วนให้การไหลของน้าผา่ นเขา้ สู่ลาคอ

ของสุกรเป็นไปดว้ ยความสะดวก โดยทว่ั ไป การติดต้งั อุปกรณ์ให้น้าท้งั แบบกดั และแบบดนั จะนิยมติดต้งั ใน
แนวนอน หรือทามุม 45 องศา ซ่ึงข้นึ อยกู่ บั ความสูงของอุปกรณ์ให้น้า คือ ถา้ ติดต้งั อปุ กรณ์ให้น้าในระดบั
ค่อนขา้ งสูง มุมของการติดต้งั ควรเป็ นมุม 45 องศา แต่ถา้ ติดต้งั อุปกรณ์ให้น้าในระดบั ที่ต่า มุมของการ
ติดต้งั ควรเป็ นมุมฉากในแนวราบ ถา้ อุปกรณ์ให้น้าถูกติดต้งั ในระดบั ต่า และทามุม 45 องศา มกั พบว่า
สุกรจะดื่มน้าไม่สะดวก ทาให้ไดร้ ับน้าไม่พอเพียง นอกจากน้ี ขอ้ ผิดพลาดที่รุนแรงอีกประการหน่ึงของการ
ติดต้งั อุปกรณ์ให้น้าแบบกดั คือ การติดต้งั โดยเอาคา้ นลิ้นคว่าลง ทาใหส้ ุกรใชอ้ ปุ กรณ์ไมส่ ะดวก และไดร้ ับ
น้าไม่เตม็ ท่ี

สาหรับอุปกรณ์น้าแบบใชจ้ มูกดนั ซ่ึงเหมาะสมสาหรับการติดต้งั เหนือรางอาหาร นิยมใน
แม่สุกรเล้ียงลูก ลกั ษณะการติดต้งั ท่ีเหมาะสมคือ ติดต้งั ใหอ้ ยใู่ กลร้ างอาหารมากท่ีสุดท้งั น้ีเพ่ือใหแ้ ม่สุกรกิน
น้าไดท้ นั ทีท่ีน้าไหล

รูปท่ี 4.42 แสดงการติดต้งั หวั ดูดน้าทามมุ 45 องศา

8.3. อปุ กรณ์ทาเครื่องหมายสุกร
การทาเคร่ืองหมายสุกรมีความจาเป็ นเกี่ยวขอ้ งกบั การบนั ทึกขอ้ มูลในฟาร์มโดยเฉพาะอย่างยิ่ง

การเล้ียงสุกรพนั ธุ์ ซ่ึงผเู้ ล้ียงจะตอ้ งบนั ทึกขอ้ งมูลดา้ นการผลิตของสุกรแตล่ ะตวั
เคร่ืองหมายบนร่างกายสุกร ที่ถูกกระทาข้ึนเปรียบเสมือนชื่อของสุกรแต่ละตวั ซ่ึงทาให้ผูเ้ ล้ียง

สามารถเรียกชื่อและจดบนั ทึกขอ้ มูลต่าง ๆ ของสุกรแต่ละตวั ไดง้ ่าย นอกจากน้ีเครื่องหมายบนร่างกายสุกรยงั
บอกใหท้ ราบถึงขอ้ มูลอ่ืน ๆ ตามท่ีผเู้ ล้ียงตอ้ งการจะรู้ เช่น วนั เดือน ปี เกิด พนั ธุ์ สายพนั ธุ์ และประเภท
เป็ นตน้

ตาแหน่งบนตวั สุกรท่ีนิยมใชท้ าเครื่องหมาย คือ ใบหูท้งั 2 ขา้ ง ใบหูสุกรเป็นอวยั วะที่เหมาะ
ท่ีจะใชท้ าเคร่ืองหมาย เน่ืองจากเป็นอวยั วะท่ีประกอบดว้ ยกระดูกอ่อน ซ่ึงจะไม่งอกข้ึนมาใหม่เมื่อถูกตดั และ
กระดูกอ่อนของใบหูจะรองรับการสักตวั เลขและตวั อกั ษรไดด้ ีกว่าอวยั วะส่วนอื่น การทาเครื่องหมายบนใบหู
สุกรสามารถทาได้ 3 วธิ ี คือ

- การตดั เบอร์
- การสกั เบอร์
- การติดเบอร์
อุปกรณ์ท่ีใชใ้ นการทาเคร่ืองหมาย ประกอบไปดว้ ย
1. คีม ตัดเบอร์หูสุกร เป็ นอุปกรณ์ท่ีใช้ตัดขอบใบหูตามโค๊ดเบอร์ท่ีถูกกาหนดในแต่ละ
ตาแหน่ง คีมตดั เบอร์หูที่ใชก้ นั ทว่ั ไป มี 2 แบบ คือ แบบที่ตดั ให้เป็นรอยรูปตวั วี ( V ) และแบบที่ตดั ใหเ้ ป็น
รอยรูปตวั ย(ู U )

รูปที่ 4.43 แสดงคีมตดั เบอร์หูสุกรรูปตวั วี และตวั ยู

2. ชุดสักเบอร์หู เป็นอปุ กรณ์สาหรับสกั สัญลกั ษณ์บนใบหูสุกร สัญลกั ษณ์ที่ใชส้ ักบนใบหูสุกร
ประกอบดว้ ยตวั เลขและตวั อกั ษร โดยมีท้งั ท่ีเป็นตวั เลขอาระบิคและตวั อกั ษรภาษา
องั กฤษ มีท้งั ขนานใหญ่ และขนาดเลก็ ชุดสกั เบอร์ประกอบอุปกรณ์ 3 อยา่ งคือ

2.1. คมี สกั เบอร์ เป็นคมี สาหรับใส่ตวั อกั ษรและตวั เลขเพื่อทาการสกั บนหูสุกร

รูปท่ี 4.44 แสดงคมี สักเบอร์หูสุกร
2.2 ชุดตวั เลขและตวั อกั ษร โดยปกติตวั เลขจะเป็นเลขอาระบิค มีต้งั แตเ่ ลข 0 – 9 มีขนาด
ต้งั แต่ 1 ซม. จนถึงขนาด 1 นิ้ว ส่วนชุดสักท่ีเป็นตวั อกั ษรจะเป็นอกั ษรภาษาองั กฤษขนาด 1 ซม. ถึง 1 นิ้ว
เช่นเดียวกนั กบั ชุดตวั เลข

รูปที่ 4.45 แสดงตวั เลขและตวั อกั ษรสักเบอร์สุกร
2.3. หมึกสัก ใชส้ าหรับป้ายให้เป็ นรอยตวั เลขหรือตวั อกั ษร หลงั จากทาการสักตวั เลขหรือ
เครื่องหมายบนใบหูของสุกรแลว้ เพื่อให้เกิดรอยสักที่เด่นชดั และรอยสักท่ีเกิดจากหมึกสักจะอยู่คงทนเป็ น
เวลานานข้นึ อยกู่ บั ความชานาญของผปู้ ฏิบตั ิ

รูปท่ี 4.46 แสดงหมึกสาหรับใชส้ กั เบอร์ใบหูสุกร
3. ชุดติดเบอร์หูพลาสติก เป็ นอุปกรณ์ท่ีใช้สาหรับเขียนชื่อหรือเบอร์สุกรแลว้ นาไปติดกบั หู
สุกร ซ่ึงผูเ้ ล้ียงสุกรสามารถเขียนขอ้ มูลต่าง ๆ ตามตอ้ งการ ไม่ถูกจากดั เหมือนการตดั เบอร์และการสักเบอร์
อุปกรณ์ในชุดติดเบอร์หูสุกร ประกอบดว้ ยอุปกรณ์ 3 อยา่ ง คือ

3.1. แผน่ พลาสติกสาหรับเขียนเบอร์ เป็นแผน่ พลาสติกสังเคราะห์ ทนทานต่อแรงดึง ไม่
กรอบหรือเปล่ียนรูปร่างเมื่อใชไ้ ปนาน ๆ และเน่ืองจากแผน่ พลาสติกมีให้เลือกหลายสี ทาใหผ้ เู้ ล้ียงสุกรสามารถ
นาสีของแผน่ พลาสติกมาใชแ้ ยกพนั ธุ์สุกรหรือฝงู สุกรได้ ซ่ึงสามารถทาประวตั ิไดส้ ะดวกและงา่ ยต่อการจดั การ

รูปที่ 4.47 แสดงแผน่ พลาสติกสาหรับติดเบอร์สุกร
3.2. ปากกาเขียนเบอร์ เป็นปากกาเคมีที่ผลิตเพ่ือใชเ้ ขียนขอ้ มูลบนแผ่นพลาสติกโดยเฉพาะ
ส่วนมากจะเป็นหมึกสีดา เมื่อใชเ้ ขียนลงบนแผน่ พลาสติกหมึกจะซึมลงไปในเน้ือของแผน่ พลาสติก ทาให้ติด
ทนนาน ไมล่ บออก และสีไม่จาง ปากกา 1 ดา้ ม สามารถเขียน บนแผน่ พลาสติกไดม้ ากกวา่ 2,000 แผน่

รูปท่ี 4.48 แสดงปากกาสาหรับเขียนแผนพลาสติก
3.3. คีมติดเบอร์หูพลาสติก ใชส้ าหรับติดแผ่นพลาสติกกบั หูสุกรมีรูปร่างแตกต่างกนั แลว้ แต่
แหล่งผลิต และรูปแบบของพลาสติก แต่หลกั การใชง้ านไม่แตกต่างกนั ในทางปฏิบตั ิมกั พบปัญหาว่า เข็ม
สาหรับแทงใบหูใหท้ ะลุซ่ึงติดอยกู่ บั คมี ติดเบอร์หู มกั จะหกั เน่ืองจากใชง้ านกบั สุกรตวั ใหญ่ ทาให้สุกรสะบดั
จนหัก แต่สามารถถอดเปล่ียนได้ ดงั น้นั เวลาใชง้ าน ผใู้ ชง้ านจึงควรจบั บงั คบั สุกรใหย้ นื นิ่ง ๆ เพ่ือป้องกนั การ
ชารุดของอปุ กรณ์ติดเบอร์หู

รูปท่ี 4.49 แสดงคีมสาหรับติดเบอร์พลาสติก
4. แท่งสีเขียนตวั สัตว์ มีลกั ษณะเป็ นแท่งคลา้ ยแท่งลิปสติก แต่แท่งสีมีขนานใหญ่กว่า 1 – 2
เทา่ มีหลายสีใหเ้ ลือก ใชส้ าหรับป้ายบนหลงั สุกรเพ่อื ทาเคร่ืองหมายชว่ั คราว เช่น การคดั แยกสุกรบางตวั ออก
จากฝงู การฉีดยาหรือฉีดวคั ซีน สามารลบออกไดง้ ่าย วธิ ีใชง้ านใชห้ ลกั การเดียวกนั กบั การใชส้ ีลิปสติก

รูปที่ 4.50 แสดงแท่งสีสาหรับทาเครื่องหมาย
5. สีสเปรย์ เป็นสีสเปรยก์ ระป๋ องท่ีใชพ้ น่ งานสีหรือพ่นโลหะต่าง ๆ มีสีใหเ้ ลือกมากกวา่ แทง่ สี
เขียนบนตวั สัตว์ ใชง้ ่าย และติดทนกวา่ แท่งสีเขียนบนตวั สัตว์ แตผ่ ใู้ ชค้ วรระมดั ระวงั ไม่ใหพ้ ่นไปถกู อุปกรณ์อื่น
ๆ ในคอกสุกรเพราะจะทาใหด้ ูไม่เป็นระเบียบ การลบออกทาไดล้ าบาก ทาใหส้ ิ้นเปลืองสีโดยเปล่าประโยชน์
และทาใหอ้ ายกุ ารใชง้ านจะส้นั ลงกวา่ ที่ควรจะเป็น

รูปท่ี 4.51 แสดงสีสเปรยส์ าหรับทาเคร่ืองหมาย

8.4 อปุ กรณ์ในการให้ยาและฉีดวัคซีน
อุปกรณ์ให้ยา และวคั ซีน เป็ นอุปกรณ์ชนิดเดียวกัน แต่ไม่นามาใช้ร่วมกัน ซ่ึงประกอบด้วย

อปุ กรณ์ดงั น้ี
8.4.1 กระบอกฉีดยา กระบอกฉีดยามีหลายรูปแบบ เช่น
8.4.1.1 กระบอกฉีดยาพลาสติกธรรมดา เป็ นกระบอกฉีดยาท่ีใช้คร้ังเดียวแลว้ ทิ้ง มีให้

เลือกต้งั แต่ขนาด 1 ซีซี จนถึง 50 ซีซี โดยทว่ั ไปในฟาร์มเล้ียงสุกรนิยมใช้ขนาด 1 ซีซี 3 ซีซี และ 10 ซีซี
เนื่องจากสามารถใหย้ าในปริมาณที่นอ้ ย ๆ โดยเฉพาะวคั ซีนมกั ฉีดคร้ังละไมเ่ กิน 2 ซีซี ส่วนขนาด 10 ซีซี นิยม
ใชใ้ นสุกรหรือพ่อ แม่พนั ธุ์ เพราะเป็นปริมาณท่ีไม่มากเกินไป ถา้ จาเป็นตอ้ งให้ยาคร้ังละมากกวา่ 20 ซีซี จะ
ใหค้ ร้ังละ 10 ซีซี 2 คร้ัง เพื่อไม่ทาใหเ้ กิดอนั ตราย ต่อกลา้ มเน้ือบริเวณท่ีฉีด เหมือนการใหค้ ร้ังละ 20 ซีซี
คร้ังเดียว

รูปท่ี 4.52 แสดงกระบอกฉีดยาพลาสติกธรรมดา ขนาด ตา่ งๆ
8.4.1.2 กระบอกฉีดยาพลาสติกท่ีสามารถตม้ ฆ่าเช้ือได้ เป็ นกระบอกฉีดยาพลาสติกหนา

ไม่เปล่ียนรูปร่างเม่ือตม้ ดว้ ยน้าร้อน ทาให้สามารถฆ่าเช้ือดว้ ยการตม้ แลว้ นากลบั มาใชใ้ หม่ได้ ขนาดท่ีมีใชใ้ น
ฟาร์ม คือ ขนาด 5 , 10 , 20 , 30 และ 50 ซีซี

รูปท่ี 4.53 แสดงกระบอกฉีดยาพลาสติกหนาอยา่ งดีขนาดตา่ งๆ
8.4.1.3 กระบอกฉีดยาอตั โนมตั ิ เป็ นกระบอกฉีดยาท่ีมีสปริงสาหรับดันกา้ นลูหสูบกลบั
เม่ือถกู ฉีดยาออกไปแลว้ ทาใหย้ าถกู ดูดกลบั เขา้ มาอยใู่ นกระบอกฉีดโดยอตั โนมตั ิ เหมาะสาหรับการฉีดยาสุกร
คราวละจานวนมาก ๆ ขนาดท่ีมีใชใ้ นฟาร์มทวั่ ไป คือ 1 , 2 , 5 และ 10 ซีซี

รูปท่ี 4.54 แสดงกระบอกฉีดยาอตั โนมตั ิแบบต่างๆ

8.4.1.4 กระบอกฉีดยาชนิดแกว้ หัวล๊อก เป็นกระบอกฉีดยาที่ทาดว้ ยแกว้ ส่วนหวั ท่ีสวม
กบั เขม็ จะเป็นเกลียวล๊อก ทาดว้ ยเหลก็ เพอ่ื ไม่ใหห้ กั งา่ ย กระบอกฉีดยาชนิดน้ีสามารถนาไปทาความสะอาดโดย
การนาไปตม้ แลว้ นากลบั มาใช้ใหม่ได้ แต่ผูใ้ ช้ตอ้ งมีทกั ษะในการใช้ กระบอกฉีดยาค่อนขา้ งมาก เพราะ
แตกหกั ไดง้ า่ ยขนาดท่ีใชใ้ นฟาร์มทวั่ ไป คือ 2 , 5 , และ 10 ซีซี

รูปที่ 4.55 แสดงกระบอกฉีดยาชนิดแกว้ หวั ล๊อก

8.4.2 เขม็ ฉีดยา
เข็มฉี ดยาสาหรั บสุ กรมี หลายขนาดและหลายรู ปแบบซ่ึ งผู้เล้ ียงสุ กรจะต้องเลื อกใ ช้ใ ห้

เหมาะสมกบั ขนาดของสุกร ปัจจุบนั เข็มที่ใชใ้ นฟาร์มสุกรมี 2 ชนิด คือ เข็มเหล็ก และเข็มพลาสติก ส่วน
ขนาดที่ใชใ้ นฟาร์มสุกรคือ

8.4.2.1 เข็มเบอร์ 20 ยาว ½ นิ้ว ใช้สาหรับลูกสุกรระยะดูดนมและสุกรอนุบาล

น้าหนกั ไมเ่ กิน 15 กิโลกรัม
8.4.2.2 เข็มเบอร์ 20 ยาว 1 นิ้ว ใชส้ าหรับฉีดยาเขา้ เส้นเลือด สุกรต้งั แต่น้าหนกั 12

กิโลกรัม ข้ึนไป ส่วนสุกรที่น้าหนกั นอ้ ยกวา่ 12 กิโลกรัม จะใช้ เขม็ ท่ีมีขนาดเลก็ ลง
8.4.2.3 เข็มเบอร์ 18 ยาว ½ นิ้ว ใชส้ าหรับฉีดสุกรขนาดใหญ่โดยเฉพาะการฉีดยาเขา้ ใต้

ผวิ หนงั
8.4.2.4 เข็มเบอร์ 18 ยาว 1 นิ้ว ใชฉ้ ีดยาสุกรรุ่นน้าหนักต้งั แต่ 30 – 60 กิโลกรัมเน่ืองจาก

สุกรระยะน้ียงั มีการสะสมไขมนั ไม่มาก การใชเ้ ขม็ ขนาดน้ีสามารถฉีดเขา้ ถึงกลา้ มเน้ือไดใ้ นระดบั ท่ีเหมาะสม

8.4.2.5 เขม็ เบอร์ 18 ยาว 1 ½ นิ้ว ใชฉ้ ีดยาสุกรที่มีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะสุกรพอ่ แม่พนั ธุ์
เน่ืองจากมีไขมนั คอ่ นขา้ งหนา จึงตอ้ งใชเ้ ขม็ ที่มีความยาว จึงจะสามารถฉีดยาเขา้ ถึงกลา้ มเน้ือได้

รูปท่ี 4.56 แสดงเขม็ ฉีดยาชนิดตา่ ง ๆ
8.5. อปุ กรณ์ทาคลอดลูกสุกร

อปุ กรณ์ท่ีใชท้ าคลอดลูกสุกรประกอบไปดว้ ยอปุ กรณ์ 3 อยา่ ง คือ
8.5.1 คีมตดั เข้ียว เป็นคมี ที่ผลิตจากโลหะสแตนเลส เพอ่ื ไมใ่ หเ้ ป็นสนิมและมีความคมทนนาน
ใชต้ ดั เข้ียวลกู สุกรเกิดใหม่ เพ่อื ไม่ใหล้ ูกสุกรใชเ้ ข้ียวทาร้ายกนั และใชก้ ดั เตา้ นมแม่ขณะดูดนม

รูปท่ี 4.57 แสดงคีมตดั เข้ียวลกู สุกร
8.5.2 คีมตดั หาง เป็นคีมที่ออกแบบมาเพื่อใชต้ ดั หางลูกสุกรโดยเฉพาะ คือ มีส่วนท่ีเป็ นรอย
หยกั สาหรับหนีบเส้นเลือดให้ตีบ ไม่ใหเ้ ลือดไหลภายหลงั นอกจากน้ียงั มีคีมตดั หางที่ใช้แก๊สทาใหเ้ กิดความ
ร้อนที่ใบมีดตดั ทาใหต้ ดั หางสุกรไดง้ า่ ยเลือดไมไ่ หล และลดการติดเช้ือในบริเวณรอยตดั

รูปท่ี 4.58 แสดงคมี ตดั หางลูกสุกรแบบธรรมดาและแบบใชแ้ ก๊ส
8.5.3 กรรไกรตดั สายสะดือลูกสุกร เป็นกรรไกรท่ีผลิตจากโลหะสแตนเลสไม่เกิดสนิม ใช้
ตดั สายสะดือลกู สุกรเกิดใหม่ เพอื่ ไมใ่ หเ้ กิดการติดเช้ือทางสายดือ ในระยะแรกคลอด

รูปท่ี 4.59 แสดงกรรไกรตดั สายสะดือลูกสุกร

8.6. อปุ กรณ์กกลกู สุกร
อุปกรณ์กกลูกสุกรเป็ นอุปกรณ์ให้ความอบอุ่นหลังจากลูกสุกรคลอดออกมาเผชิญกับ

สภาพแวดล้อมภายนอกร่างกายแม่ โดยเฉพาะอย่างย่ิงสภาพแวดล้อมที่มีความหนาวเย็น การกกลูกสุกร
สามารถใชอ้ ุปกรณ์ใหค้ วามร้อนหลายชนิด ดงั น้ี คือ

8.6.1 อุปกรณ์กกลูกสุกรแบบใช้หลอดไฟฟ้าธรรมดา ขนาดหลอดไฟฟ้าท่ีใช้ คือ 60 – 100
แรงเทียน ผูเ้ ล้ียงสามารถสร้างข้ึนเองได้ ตาแหน่งที่ติดต้งั คือ บริเวณมุมคอกคลอด ความสูงของหลอดไฟ
ประมาณ 1 ฟุต จากพ้ืนคอกหรืออาจปรับตามความเหมาะสม และตามพฤติกรรมของลูกสุกร เช่น ถา้ เห็น
ว่าลูกสุกรนอนสุ่มกนั มากบริเวณใตไ้ ฟกกแสดงว่าความร้อนต่าควรปรับระดบั เคร่ืองกกใหต้ ่าลงมา หรือถา้ เห็น
วา่ ลกู สุกรนอนกระจายห่างไกลจากเคร่ืองกกแสดงวา่ ความร้อนมากเกินไป ควรขยบั เครื่องกกใหส้ ูงข้ึนเป็ นตน้

เคร่ืองกกชนิดน้ีประกอบดว้ ย โป๊ ะไฟ ซ่ึงจะควบคุมความร้อนให้แผ่ไปในบริเวณที่ตอ้ งการ และ หลอดไฟซ่ึง
เป็นแหล่งใหค้ วามร้อนและใหแ้ สงสวา่ งในเวลากลางคนื

รูปที่ 4.60 แสดงอปุ กรณ์กกลูกสุกแบบใชห้ ลอดไฟฟ้า
8.6.2 อปุ กรณ์กกลูกสุกรแบบใชห้ ลอดไฟอินฟราเรต เครื่องกกชนิดน้ียงั ไม่เป็นท่ีนิยมในประเทศ
ไทย เนื่องจากราคาค่อนขา้ งแพง อายกุ ารใชง้ านไม่คงทน ใชก้ ระแสไฟฟ้ามาก ประกอบดว้ ย โป๊ ะไฟ เพื่อ
ควบคมุ ความร้อนใหแ้ ผร่ ังสีไปยงั พ้ืนท่ีที่ตอ้ งการ และหลอดไฟ ขนาด 125 – 500 แรงเทียน ตาแหน่งท่ีติดต้งั
ควรต้งั บริเวณมุมคอกคลอด ความสูงประมาณ 2 ฟุต จากพ้ืน เคร่ืองกกชนิดน้ีให้ความร้อนมากกวา่ แบบใช้
หลอดไฟฟ้าธรรมดา การใหค้ วามร้อนจากหลอดไฟเป็นไปในรูปแบบการแผ่รังสีซ่ึงสามารถกาจดั เช้ือ E. Coli
ได้

รูปที่ 4.61 แสดงหลอดไฟฟ้าแบบอินฟราเรด

8.6.3 เครื่องกกแก๊ส แก๊สที่ใชเ้ ป็นเช้ือเพลิงท่ีไดจ้ ากแก๊สธรรมชาติ หรือน้ามนั ดิบ ปิ โตรเลียม
ท่ีเรียกวา่ ลิควิไฟปิ โตรเลียม ( Liquiefied petroleum หรือ LPG ) เช่น แก๊สมีเทน หรือแก๊สหุงตม้ ทว่ั ไป เคร่ือง
กกชนิดน้ีประกอบดว้ ย ตวั เคร่ืองกกทาดว้ ยโลหะสแตนเลส ซ่ึงมีหัวฉีดแก๊สให้เกิดความร้อน วาล์วปิ ดเปิ ด
แกส๊ ใช้ 1 หวั ตอ่ เคร่ืองกก 1 ชุด ชุดควบคมุ แรงดนั และปริมาณแกส๊ ซ่ึงสามารถควบคุมเคร่ืองกกแก็ส
ขนาดเล็กได้ 120 ชุด ขนาดใหญ่ได้ 40 ชุด เครื่องกกชนิดน้ีควรติดต้งั ห่างจากวตั ถุติดไฟอย่างน้อย 50
ซม. และแขวนห่างจากพ้ืนประมาณ 1.2 – 1.5 เมตร และแขวนให้เคร่ืองกกเอียงประมาณ 20 องศา เพื่อให้
ความร้อนลอยออกทางหวั เคร่ืองกก

รูปที่ 4.62 แสดงอปุ กรณ์กกลูกสุกรแบบใชแ้ กส๊
8.6.4 เคร่ืองกกแบบขดลวดความร้อน เป็นเครื่องกกท่ีมีใชอ้ ยบู่ า้ งในฟาร์มสุกรทวั่ ไป ราคาแพง
กว่าแบบใชห้ ลอดไฟธรรมดา และหลอดอินฟาเรต ขดลวดทามาจากนิคเกิลผสมโครเมียม นาความร้อนไดด้ ี
ใช้กระแสไฟฟ้าไม่มาก แต่ให้ความร้อนสูง แต่ควรระมดั ระวงั ไม่ให้แขวนต่าเกินไปเพราะ ความร้อนจาก
ขดลวดอาจไหมบ้ ริเวณหลงั ของลกู สุกรได้ การแขวนควรใหส้ ูงจากพ้ืน ประมาณ 1 - 2 ฟตุ

รูปท่ี 4.63 แสดงอปุ กรณ์กกแบบขดลวดความร้อน

การใชอ้ ุปกรณ์กกแก่ลูกสุกรมีจุดประสงคเ์ พ่ือใหล้ ูกสุกรไดร้ ับสภาพแวดลอ้ มใกลเ้ คียงกบั
ช่วงที่อยู่ในทอ้ งของแม่พนั ธุ์ อย่างไรก็ตามสุกรช่วงอายุอ่ืนๆต่างตอ้ งการอุณหภูมิท่ีเหมาะสมเช่นเดียวกนั ซ่ึง
อณุ หภมู ิที่เหมาะสมมีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการผลิตของสุกรในแต่ละช่วงอายุ ดงั แสดงในตารางที่ 5

ตารางท่ี 14 แสดงอุณหภมู ิท่ีเหมาะสมสาหรับสุกรแต่ละช่วงอายุ

ชนิดของสุกร อายุ อุณหภูมิ ( องศาเซลเซียส )
1. ลกู สุกรแรกเกิด 0 - 48 ชวั่ โมง 32 – 34
30 – 32
2. ลกู สุกรหยา่ นม 1 สปั ดาห์ 28 – 30
3. สุกรเลก็ – สุกรขนุ 2 สปั ดาห์ 26 - 28
3 สปั ดาห์ 24 – 26
1 สปั ดาห์ 22 – 24
2 สัปดาห์ 20 - 24
6-24 สัปดาห์

4. พอ่ และ แม่สุกร ตลอด อายใุ ชง้ าน 18 – 20

ท่ีมา : ไพบลู ย์ สงั นาค. 2541 .

8.7. อุปกรณ์สุขาภิบาล
อุปกรณ์สุขาภิบาลเป็นอุปกรณ์ที่ใชส้ าหรับป้องกนั การติดเช้ือและลดปริมาณเช้ือโรคในโรงเรือน

ประกอบไปด้วยอุปกรณ์หลายชนิด เช่น สายยางฉีดน้า เครื่องพ่นยาฆ่าเช้ือ ไมก้ วาด พลว่ั ตกั มูลสุกร รอง
เทา้ บทู๊ อ่างใส่น้ายาฆา่ เช้ือ ถงั น้า ขนั น้า

8.8. อุปกรณ์ท่ีใช้ในการผสมอาหาร
อุปกรณ์ที่ใชใ้ นการผสมอาหาร มีความจาเป็นสาหรับการเล้ียงสุกรจานวนมาก การผสมอาหาร

ใชเ้ องภายในฟาร์มเล้ียงสุกรมีความจาเป็ นสาหรับการเล้ียงสุกรจานวนมาก ๆ และแมแ้ ต่การเล้ียงสุกรจานวน
นอ้ ย ๆ ก็สามารถผสมอาหารใชเ้ องในฟาร์มได้ เพ่อื ทาใหต้ น้ ทนุ การผลิตสุกรลดลง การผสมอาหารมีอุปกรณ์ท่ี
เกี่ยวขอ้ งหลายอยา่ ง เช่น

8.8.1. พลว่ั ผสมอาหาร เป็ นอุปกรณ์ท่ีใช้สาหรับผสมอาหารดว้ ยมือ และตกั วตั ถุดิบใส่เคร่ือง
ผสมอาหาร

8.8.2. เคร่ืองผสมอาหาร ที่นิยมใชใ้ นปัจจุบนั แบ่งออกได้ 2 แบบ คือ
8.8.2.1. เครื่องผสมอาหารแบบถงั ต้งั เป็นเคร่ืองผสมอาหารท่ีมีราคาถูกใช้มอเตอร์ไฟฟ้า

กาลงั ต่าสามารถใชก้ บั ไฟฟ้าท่ีใชต้ ามบา้ นทวั่ ไปได้ ลกั ษณะเป็นรูปทรงประบอก ดา้ นลา่ งจะเป็นรูปกรวย ตรง
กลางมีกระบอกกลม ซ่ึงภายในมีเกลียวสาหรับดูดหรือส่งวตั ถุดิบเขา้ ไปผสมในกระบอกกลมน้ี วตั ถุดิบท่ีถูก
ผสมแลว้ จะถูกสาดให้กระจายออกไปรอบ ๆ ถงั ดว้ ยใบพดั ท่ีอยู่เหนือกระบอกผสม แลว้ ตกลงมาในช่องว่าง
ภายใน ตวั ถงั จากน้ันอาหารจะถูกส่งเขา้ สู่กระบอกผสมใหม่ หมุนเวียนจนวตั ถุดิบต่าง ๆ เขา้ กนั โดยปกติ
วตั ถุดิบจะถูกส่งเขา้ สู่กระบอกผสมคร้ังละ 10 % ของวตั ถุดิบท้งั หมด ดงั น้นั วตั ถุดิบจึงตอ้ งหมุนเวียนผา่ น
กระบอกผสมหลายคร้ัง เพ่ือให้วตั ถุดิบผสมเขา้ กนั อย่างทว่ั ถึง ทาให้ตอ้ งใช้เวลาในการผสมมากข้ึน ซ่ึงโดย
ปกติตอ้ งใชเ้ วลาในการผสมประมาณ 25 – 30 นาที หลงั จากใส่วตั ถุดิบเขา้ สู่ถงั ผสมหมดแลว้

เครื่องผสมอาหารแบบถงั ต้งั ท่ีใชใ้ นฟาร์มเล้ียงสุกรมกั มีขนาดหลายขนาด ต้งั แต่
200 – 3,000 กิโลกรัม เคร่ืองผสมอาหารขนาดใหญ่บางรุ่น จะมีเกลียวดูดอาหาร เป็นแบบเกลียวคู่ มีกระบอก
ผสมใหญ่ จึงใชเ้ วลาในการผสมนอ้ ยลง หรือเพยี ง 15 นาที ซ่ึงช่วยประหยดั เวลาในการผสมลงไดม้ าก

รูปท่ี 4.64 แสดงเครื่องผสมอาหารแบบถงั ต้งั
8.8.2.2. เคร่ืองผสมแบบถงั นอน เป็ นเครื่องผสมอาหารท่ีเกษตรกรไม่นิยมใช้มากนัก
เพราะราคาแพง ใช้มอเตอร์กาลังมาก จึงต้องใช้กับไฟฟ้าชนิด 3 เฟส แต่เคร่ืองผสมอาหารแบบน้ีมี
ประสิทธิภาพในการผสมอาหารดีกว่าเคร่ืองผสมอาหารแบบถงั ต้งั ลกั ษณะถงั ผสมเป็ นถงั รูปอ่างคร่ึงวงกลม
ภายในถงั ผสม มีใบพายหรือมีเกลียว ทาหนา้ ท่ีกวนและผสมอาหารใหเ้ ขา้ กนั ใชเ้ วลาในการผสมเพียง 4 – 8
นาที วตั ถดุ ิบต่าง ๆ จะผสมกนั ไดอ้ ยา่ งทวั่ ถึง

รูปที่ 4.65 แสดงเครื่องผสมอาหารแบบถงั นอน
8.9 อุปกรณ์อ่ืน ๆ เช่น เครื่องชง่ั น้าหนกั เครื่องตรวจการอุม้ ทอ้ ง เคร่ืองตรวจการเป็ นสัด อุปกรณ์
ผสมเทียมสุกร เครื่องมือผ่าตดั เคร่ืองมือชาแหละสุกร รถเข็นอาหาร เคร่ืองมือและอุปกรณ์บันทึกข้อมูล
คอมพวิ เตอร์ เคร่ืองลา้ งคอกแรงดนั สูง เทอร์โมมิเตอร์ ถาดใส่เครื่องมือ


Click to View FlipBook Version