Best Practice
1. ช่อื ผลงาน กจิ กรรมปลกู ฝังคุณธรรม ความสำนึกในความเปน็ ชาตไิ ทยและวิถชี วี ติ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ
พอเพยี งของนักศึกษา กศน.ตำบลไผ่ลอ้ ม
2. จดุ เดน่ /ความสำเร็จท่ีปรากฏ
สถานการณ์และสภาพปญั หาของชาติ ในปจั จุบนั เปน็ ที่ประจกั ษโ์ ดยทว่ั กนั แล้วว่าการที่ประเทศมงุ่ พฒั นา
ทางด้านเศรษฐกิจและการเงินเพอ่ื สรา้ งความแข็งแกร่งทางการเงินและการคลังของประเทศอย่างมากส่งผลใหเ้ กิด
การพัฒนาทางดา้ นเศรษฐกิจและความเจรญิ ทางด้านวตั ถอุ ย่างเห็นได้ชัด ทศิ ทางของการพฒั นานน้ั กม็ ิได้เปน็ ไป
อยา่ งยัง่ ยืนและครอบคลมุ ทง้ั ดา้ นคนและวตั ถเุ พราะการพัฒนาประเทศโดยมงุ่ ความเจริญทางเศรษฐกิจและ
ความกา้ วหน้าทางเทคโนโลยที เ่ี น้นเรอ่ื งวัตถุอปุ กรณ์อยา่ งรวดเร็ว โดยขาดความสมดลุ กับการพัฒนาทางด้านจิตใจ
ของคนให้มีคุณธรรมจรยิ ธรรมและค่านิยมทด่ี ี ไดก้ ่อใหเ้ กดิ ปัญหาทสี่ ่งผลกระทบต่อคณุ ภาพชวี ิตของคนในประเทศ
จำนวนมาก ผลของการพฒั นา เหลา่ น้ี จงึ เปน็ ท่ีมาของปัญหาสังคมปัจจบุ นั ทจ่ี ะทวคี วามรุนแรงขึ้นเป็นลำดบั
โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ซ่ึงเป็นอนาคตของประเทศชาตกิ ำลงั ประสบปญั หาสังคมหลายด้านทีร่ ุมลอ้ ม
คุกคามเด็กเยาวชน นกั เรยี น นักศกึ ษา ทำให้หลงผิดและมีพฤติกรรมทเี่ บีย่ งเบน ขาดระเบียบวนิ ัยฯ ละทง้ิ คา่ นยิ ม
ความเปน็ ไทย และขาดคณุ ธรรม เปน็ ปญั หาสงั คมที่ควรแกไ้ ขเป็นการเร่งดว่ น
จากสภาพสงั คมในปจั จบุ ันมีความเปลย่ี นแปลงไปอยา่ งรวดเร็วและหลากหลายอนั เน่ืองมาจาก
ความกา้ วหนา้ ทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ขอ้ มูลขา่ วสารต่างๆ แพร่หลายอยา่ งรวดเรว็ ทำให้แนวคิด วิถี
ชวี ิต คา่ นยิ มของบุคคลในสังคมเกิดความเปล่ียนแปลง เบ่ียงเบนไปจากหลัก ศีลธรรม จริยธรรมท่ดี งี ามตาม
หลกั ธรรมของพทุ ธศาสนา กลบั ชื่นชมวัฒนธรรมตะวันตก ทีเ่ น้นการ บริโภควตั ถุตา่ งๆ จนเกิดความสบั สน ระบบ
สังคมทเี่ คยดีงามของไทยได้รับผลกระทบอยา่ งหลกี เล่ียง ไมไ่ ด้ อันสบื เนื่องมาจากการให้ความสำคญั ในด้าน
เศรษฐกจิ ซง่ึ เปน็ การพัฒนาทางด้านวัตถุมากกวา่ พฒั นาสังคมในด้านอ่นื ๆ โดยเฉพาะการพัฒนาทางด้านจติ ใจจึง
ทำใหเ้ กดิ ปัญหาความย่อหย่อนของคณุ ธรรมจริยธรรม มีการประพฤตปิ ฏบิ ัติที่เหน็ แกป่ ระโยชน์ส่วนตวั มากกวา่
ประโยชน์ส่วนรวม ยังสง่ ผล ไปยังปญั หาตา่ ง ๆ ทีเ่ กดิ ขึน้ ในสังคมไทย อาทิ เกดิ ปัญหาทุจริตคอรปั ชั่น ปญั หายาเสพ
ตดิ และปัญหาหย่าร้าง ปัญหา นักเรียนตีกัน ปญั หาการรกั ร่วมเพศ การหลงมวั เมาในอบายมุข การปล่อยตวั ปล่อย
ใจขาดระเบียบวนิ ยั ไร้ทศิ ทางของชวี ติ ฟุ่มเฟือย และอื่น ๆ อีกมากมาย หากปลอ่ ยไวจ้ ะเป็น ผลกระทบต่อความ
ม่นั คงของประเทศดว้ ย
กศน.ตำบลไผล่ อ้ มจงึ มองเห็นความสำคัญของการปลูกฝงั คุณธรรม ความสำนกึ ในความเปน็ ชาติไทยและ
วิถชี วี ิตตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงใหน้ ักศึกษา กศน.ตำบลไผล่ อ้ ม เพ่ือให้ผู้เรียนทุกคนได้รับการพัฒนา
ใหม้ ีคณุ ธรรม จิตสำนึกความเป็นไทย ใหผ้ ูเ้ รยี นมีคณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงคต์ ามหลักสตู รการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน และ
ผู้เรยี นทุกคนได้รบั การพัฒนาทักษะการดำรงชวี ติ ทม่ี คี ุณภาพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยผู้เรียน
สามารถนำไปใช้ในชวี ติ ประจำวันได้จริง
ปจั จบุ ันนกั ศึกษา กศน.ตำบลไผล่ อ้ มไดร้ บั รางวัลเยาวชนดเี ดน่ ระดบั ประเทศเนื่องจาก นางสาววรนิ ทร
ช่วยศรี นักศึกษามธั ยมศึกษาตอนต้น เปน็ ผู้ท่ีมีคณุ ธรรม จริยธรรม สามารถชว่ ยเหลอื ตนเองและครอบครวั ได้โดย
ใชห้ ลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ช่วยเหลอื ผอู้ ่ืนมีความเมตากรุณากับเพื่อรว่ มช้นั และกล้าแสดงออกในด้านที่
ถูกต้อง ได้รบั รางวัลการชนะเลิศประกวดร้องเพลงลูกทงุ่ ในรายการ ทูบีนมั เบอรว์ ัน จงึ ทำให้ นางสาววรินทร ชว่ ย
ศรี เป็นนกั ศึกษาต้นแบบท่ีนำหลกั คุณธรรม ความสำนึกในความเปน็ ชาตไิ ทยและวิถชี ีวิตตามหลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี งไปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์ จึงทำใหเ้ ห็นได้อยา่ งชดั เจนวา่ กิจรรมการปลูกฝังคุณธรรม ความสำนึกใน
ความเปน็ ชาติไทยและวถิ ีชวี ติ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งใหน้ ักศึกษา กศน.ตำบลไผ่ล้อ สามรถสรา้ งให้
นักศกึ ษาเปน็ บุคคลทีม่ ีคณุ ภาพได้
3. วธิ ดี ำเนินการ
กจิ กรรมคุณธรรมน้นั เนน้ การนำปญั หาในชีวิตจริงมาเรียนรู้ผา่ นการทำกิจกรรม อนั จะเป็นการเรยี นรแู้ ละ
พฒั นาทกั ษะชวี ติ ดว้ ยวธิ คี ดิ อยา่ งเป็นวทิ ยาศาสตร์ หรือ ดว้ ยกระบวนการทางปญั ญา อันพอจะสรุปได้เปน็ ลำดับขน้ั
ดังนี้
๑) สังเกตปัญหา ระดมความคดิ เลือก ระบุ วิเคราะห์ เช่อื มโยง “ปัญหา-สาเหตุ” ไดช้ ัดเจน เหน็ ความ
เชือ่ มโยงเป็นเหตุเปน็ ปจั จยั เกี่ยวเน่อื งกนั ไดต้ ลอดสาย (จาก “ภายนอก” สู่ “ภายใน” ชีวิตจติ ใจของตนเอง)
๒) คาดการณ์และระบุ “เป้าหมาย” ของการแก้ปัญหาให้ชดั ท้งั เป้าหมายในตัวคน (พฤตกิ รรม จติ ใจ
ปัญญา ท่คี าดหวัง) เปา้ หมายนอกตัวคน (สงิ่ แวดลอ้ ม-กายภาพ) เป้าหมายเชิงปริมาณ เปา้ หมายเชิงคุณภาพ
เป้าหมายระยะสัน้ ระยะกลาง ระยะยาว
และเมื่อรู้จดุ หมายปลายทางชัด การกำหนดทิศทางและการเดินทางก็จะชัดไปด้วย
๓) วางแผนและออกแบบ “ทางแก้” หรือวธิ กี ารทดลองอย่างมหี ลักเกณฑ์ ท่ีแกป้ ัญหาได้ ตรงจดุ
(คอื แกท้ ีส่ าเหตุ) และถึงพร้อมทจ่ี ะบรรลุเปา้ หมายทวี่ างไว้ได้
๔) ลงมือทำ พร้อมกับเรียนรู้ แสวงหา ฝกึ ฝน “คุณธรรมจากภายในตน” ไปสู่ “การแกป้ ัญหาภายนอก”
ท้ังการเรียนรู้ส่วนบคุ คลจำเพาะตน และเรียนร้รู ว่ มกันผ่านกระบวนการกลุ่ม
๕) ลงมอื ปฏบิ ตั ิการอย่างเปน็ ระบบ มีการตดิ ตามและเกบ็ บนั ทกึ ขอ้ มลู ทำตามแผนงานอยา่ งยืดหยุ่น
มงุ่ มั่นทุ่มเทแต่ไมย่ ึดติดมากเกนิ ไป เรียนรู้อย่างตนื่ ตวั เทา่ ทันพร้อมปรบั เปล่ียนให้เหมาะสมกบั สถานการณท์ ี่
เปล่ียนไป เพื่อให้เกิดประโยชน์สขุ สูงสดุ แม้มีขอ้ จำกัดมากมาย
๖) ประมวลผล-สรปุ ผล ประเมนิ ผลการบรรลเุ ปา้ หมายและวตั ถุประสงค์ที่ไดต้ ัง้ ไว้ การประเมนิ ตนเอง
การยอ้ นพิจารณาเพ่ือปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง และการต่อยอดขยายผล
๗) นำเสนอ สื่อสาร ข้อมูลเรอื่ งราวการทำกิจกรรมผลของการทำงาน สู่สาธารณะ อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
เพื่อเปน็ การแพรข่ ยายความดี-สอ่ื สารความดี บอกต่อองคค์ วามร้ใู นการแก้ปญั หาตา่ งๆ เผยแพรว่ ิธีการในการทำ
ความดี อนั จะเปน็ การเสริมสร้างค่านยิ มการทำความดี สรา้ งแรงบันดาลใจในการทำความดีให้กับผู้อ่ืนต่อๆ ไป และ
เป็นการสบื ต่อความดีต่อไปได้ไมส่ ้ินสดุ
แก่นการเรียนรคู้ ือ “รว่ มกนั ทำดี อย่างมปี ัญญา”
กระบวนการเรียนรู้ที่ดแี ละสมบูรณ์ของกจิ กรรมคุณธรรมน้ัน จะตอ้ งเริ่มต้นจากการสรา้ งความเป็น
กัลยาณมิตรต่อกนั กอ่ น อนั เป็นปัจจยั ต้นเรม่ิ ท่สี ำคัญท่ีสดุ จงึ ตอ้ งออกแบบและจัดวางเง่ือนไขให้เกิดการรวมกลุม่
กนั ของผ้รู ับผดิ ชอบกิจกรรมจำนวน ๘-๑๐ คน และที่ปรกึ ษาอีก ๓ คน โดยมีองคป์ ระกอบโครงสร้างและ
ความสมั พันธ์ในกลมุ่ ใหส้ ามารถดึงด้านบวกของแต่ละคนออกมาหากันให้ได้มากทีส่ ดุ ซงึ่ กจ็ ะทำให้เกดิ การใฝ่ดีคิด
ดแี ละทำดีรว่ มกันออกมาไดอ้ ยา่ งเต็มทเ่ี ต็มตามศักยภาพของแตล่ ะคน เกิดการซมึ ซับความดี พร้อมๆ กับมกี าร
เรยี นรหู้ รอื มีกระบวนการทางปญั ญาเกิดข้ึนตลอดสาย ต้ังแต่เร่มิ ตน้ ระดมความคดิ การสังเกตสำรวจสภาพปญั หา
ปัญญาตระหนักรู้ในสถานการณห์ รือสภาพปญั หาและสืบสาวถึงสาเหตุ ปัญญาคน้ คว้าหาความรู้จากแหลง่ เรยี นรู้
ต่างๆ เพ่มิ เตมิ การรวบรวมประมวลขอ้ มูล ปญั ญาคิดวเิ คราะหค์ ดิ สงั เคราะห์ ปญั ญาคดิ ริเรมิ่ สรา้ งสรรค์
การทำความคดิ ให้ชัดและเป็นระบบ การคิดวางแผนงาน การรา่ งกจิ กรรม ปญั ญาการปรบั ประยุกตจ์ ากนามธรรม
ให้เป็นรปู ธรรม ปญั ญาการติดตามดำเนนิ งานปรบั ปรุงงาน ปัญญาการแกป้ ัญหาเฉพาะหนา้ ปัญญาการประเมนิ ผล
สรปุ ผล และปญั ญาการนำเสนอ ตลอดจนสตปิ ัญญาท่ีจะเทา่ ทันและสามารถวางใจตอ่ โลกธรรมทั้ง ๘ ที่มาถูกต้อง
สมั ผสั ใจไดอ้ ย่างฉลาดและเป็นกศุ ลได้ในทส่ี ดุ
กระบวนการเรยี นรู้ท่ีเกิดขึน้ ภายใต้กิจกรรมคุณธรรมฯนี้ เป็นกระบวนการที่พฒั นาและปรับประยุกต์มา
จากกระบวนการเรยี นรวู้ ิถีพุทธ ซ่งึ ใช้แบบจำลองของวงรอบ ๑-๒-๓-๔ ทห่ี มนุ เวียนรอบพัฒนาขึน้ อย่างตอ่ เน่ือง อนั
ประกอบด้วย (๑) กระบวนการกลั ยาณมติ ร, (๒) การเปดิ การเรยี นรภู้ ายใน (ปรโตโฆสะ สู่ สทั ธาและโยนโิ ส
มนสกิ าร), (๓) กระบวนการเรียนร้อู ย่างเปน็ องคร์ วม (ตามหลกั ไตรสกิ ขา-ภาวนา๔) และ (๔) กระบวนการพัฒนา
แบบเวยี นรอบต่อเน่อื ง จึงทำใหก้ ระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาคุณธรรมของผู้เรยี นเกิดข้นึ ควบค่กู ันไป ดงั
แผนผงั ของแบบจำลอง ดา้ นล่างนี้
แบบจำลองการศกึ ษา ๑-๒-๓-๔ น้ีอาจเรียกชือ่ เป็นธรรมอีกหมวดหนง่ึ ไดว้ า่ “กระบวนการ ๓ ป ตอ่ เนอ่ื ง”
ลกู ศร A : ปริยัต,ิ ลกู ศร B : ปฏิบัติ, ลูกศร C : ปฏิเวธ, ลกู ศร D : ตอ่ เนอื่ ง
ทมี่ า: Phramaha Pongnarin Thitavamso, “An Analytical Study of Process of Learning in Theravada
Buddhism,” Bangkok: Mahachulalongkornrajavidyalaya University, ๒๐๐๕
(๑) กระบวนการกลั ยาณมติ ร
ขัน้ ตอนนเี้ ปน็ ข้ันตอนตน้ เรมิ่ ท่ีสำคญั ทสี่ ดุ โดยจัดวางเงอื่ นไขให้เกดิ การนำพาใหบ้ คุ คลต่างๆ ซึ่งมตี ง้ั แต่กลุม่ เพ่อื น
ใกลต้ ัว ครู ผู้บรหิ าร พระสงฆ์ พ่อแม่ จนถึงองคก์ รท่ใี ห้การสนบั สนนุ มารวมกลุ่มกันโดยดึงดา้ นบวกของแตล่ ะคนแต่
ละฝ่ายออกมาหากันให้ไดม้ ากทสี่ ดุ ใหแ้ ตล่ ะคนมาสวมบทบาทเปน็ กัลยาณมติ รต่อกนั กลั ยาณมิตรนั้นมีความสำคัญ
อย่างมากทจ่ี ะชว่ ยกระตุ้นเตือน ชว่ ยสรา้ งแรงบนั ดาลใจ ช่วยสรา้ งศรัทธาในการทำความดี ช่วยสนับสนนุ ให้โครงงาน
ดำเนนิ ไปไดด้ ้วยดี
ขนั้ ตอนน้ีจึงสำคญั มากท่สี ุดท่ีจะทำใหเ้ ริ่มตน้ การเรียนรู้ได้และดำเนินต่อไปจนถึงปลายทางแห่งความสำเรจ็ โดย
กัลยาณมติ รจะทำหน้าท่ีเปน็ ผู้ชกั จูงปัจจยั ภายนอกมากระตุ้นตัวเปดิ การเรียนรู้ภายใน
(๒) การเปดิ การเรียนรู้ภายใน (ปรโตโฆสะ สู่ สทั ธาและโยนิโสมนสกิ าร) (ลูกศร A)
การเปิดการเรยี นรู้ภายใน เป็นข้ันตอนท่สี ำคญั มากอีกขน้ั ตอนหน่ึง ทีเ่ สมือนเป็นการออกสตาร์ทหรอื จุดตดิ
เครื่องยนต์แหง่ การเรยี นรภู้ ายในตวั มนุษย์ ซ่งึ มีองค์ธรรมเรมิ่ ตน้ แห่งการเรยี นรสู้ ำคัญสองประการดว้ ยกนั คือ “สัทธา”
(ความสนใจใฝร่ ู้, ความเชื่อใจ เช่อื ถือ และความเช่ือม่ัน) และ “โยนิโสมนสิการ” (พจิ ารณาอย่างแยบคาย – คิดเป็น –
นอ้ มมาใส่ใจไปสู่กศุ ลได้)
การเปิดการเรยี นรู้ภายใน จะเกดิ ข้นึ ไดต้ อ้ งอาศัยกลั ยาณมิตรเตรยี มการและเลอื กใช้ปจั จัยภายนอกมากระตนุ้
ปจั จยั ภายในอยา่ งพอเหมาะพอดีแกผ่ ู้เรยี นและสถานการณ์แวดล้อม ปัจจัยภายนอกดงั กลา่ วน้ัน เรยี กวา่ “ปรโตโฆสะ”
ซง่ึ มีหลายลักษณะ ตั้งแตค่ ำสอน คำบอกกลา่ ว หนังสือ ตำรา สือ่ ต่างๆ และทดี่ ที สี่ ดุ คือ “เสยี งของครู” เพราะเปน็
เสียงท่จี ะสรา้ งศรัทธาใหเ้ กดิ ข้ึนในใจ เป็นเสยี งทจ่ี ะชว่ ยเตือนจิตสะกิดใจให้ฉกุ คิดหรือตระหนักสำนึก เปน็ เสียงที่เป็น
กำลงั ใจให้เกดิ การเรยี นรู้ภายในตนขึน้ มน่ั ใจขึ้น จนเขา้ ใจถงึ คุณคา่ ถงึ ประโยชนข์ องการทำความดกี ารสร้างคณุ ธรรม
จริยธรรมข้ึนในตน เมอ่ื เข้าใจถึงประโยชน์ จงึ เกดิ ฉันทะความพอใจใคร่ที่จะลงมือกระทำดว้ ยตนเองโดยไม่ลงั เล ดงั
ตัวอยา่ งของ เสียงของครู ในโครงการนท้ี ส่ี ำคญั ทส่ี ดุ คือ พระราชดำรสั ของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ทช่ี าวไทยทุก
คนล้วนมีศรัทธาอยา่ งเต็มเปยี่ ม เมอ่ื โครงการประกวดโครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกยี รติเลอื กมาใชเ้ ปน็ เสียงบอกกล่าว
(ปรโตโฆสะ) ท่ียำ้ ชดั เจนว่า “เยาวชนไทย ทำดี ถวายในหลวง” จงึ เทา่ กับเป็นเสียงบอกทใี่ หแ้ นวทางวา่ ศรัทธาที่
เกิดข้นึ นั้นควรนำไปสู่การตอบแทนคุณพระองค์ทา่ น ในโอกาสครงั้ นม้ี ิใช่ส่งิ ใดอนื่ แต่เป็นการทำดีถวายพระองค์ทา่ น
นัน่ เอง
เมือ่ สัทธาคอื ความสนใจใฝร่ เู้ กิดขน้ึ กจ็ ะช่วยไปกระต้นุ ตวั เปดิ การเรียนรภู้ ายในอีกอย่างหน่งึ ก็คอื กระบวนการคิด
พิจารณาอยา่ งแยบคาย หรอื ท่ีเรยี กว่า โยนโิ สมนสกิ าร ใหเ้ ริ่มต้นและทำงานไปดว้ ยกนั เรม่ิ ต้งั แต่เยาวชนสนใจใฝร่ ูแ้ ละ
คิดพจิ ารณาวา่ จะทำดีอะไรถวายในหลวง ซึง่ ตามเง่ือนไขก็คือ การกระทำนน้ั ควรตอบโจทยห์ รอื แก้ปัญหาจรงิ ท่ที ุกคน
หรือสว่ นใหญ่กำลังเผชิญอยู่ โดยชว่ ยกันระบุปัญหาให้ชดั เจน คน้ หาสาเหตทุ มี่ าของปัญหานั้นๆ สบื สาว ปัจจยั แวดลอ้ ม
ท่เี ก่ยี วข้อง ทั้งบุคคล สถานการณ์ สถานท่ี ฯลฯ เริ่มวิเคราะหแ์ ละกำหนดเปา้ หมายของการแกป้ ัญหา พิจารณาหา
หนทางปฏบิ ตั ิ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาอยา่ งเปน็ จริง ท้ังหมดนีเ้ ป็นวิธคี ิดพิจารณาแบบอริยสจั ๔ นัน่ เอง
(๓) กระบวนการเรียนรูอ้ ยา่ งเป็นองคร์ วม ตามหลักไตรสิกขา (ลูกศร B และ C)
กระบวนการไตรสิกขา เป็นกระบวนการเรยี นรู้อย่างเป็นองคร์ วม ในดา้ นพฤติกรรม(ศีล) ดา้ นจติ ใจ(สมาธิ) ดา้ น
ปญั ญา(ปญั ญา) ซง่ึ จะเกดิ ขึ้นได้ต้องจัดเตรียมเหตุปจั จยั ใหเ้ อือ้ ต่อการกระทำหรือปฏบิ ัตงิ านจริง โครงการนี้จงึ เนน้ ใหม้ ี
ช่วงระยะเวลาดำเนินงานนาน เพ่ือให้เพยี งพอต่อการค่อยๆ สะสมการเรยี นรู้ ส่ังสมและบ่มเพาะคุณความดีในจิตใจ
และการปรับเปลีย่ นพฤติกรรม จากประสบการณท์ ี่พบจากการทำโครงงานคุณธรรมมา ๒ ปีน้นั ทำใหพ้ บวา่ อย่าง
นอ้ ยตอ้ งมเี วลาประมาณ ๒ เดือนสำหรบั การปฏิบตั งิ านจริงๆ (เฉพาะชว่ งเวลาทำงานจริง ไม่รวมชว่ งทำงานเอกสาร)
ศีล เป็นการเรยี นรู้ดา้ นพฤติกรรมหรอื การเรยี นรู้ทักษะทางสงั คมที่จะทำงานร่วมกนั เป็นกลุ่มรว่ มกบั ผูอ้ ่นื อยา่ ง
เอ้อื อาทร พรอ้ มท่ีจะให้กำลังใจและใหอ้ ภยั แก่กนั การระมดั ระวังคำพดู -การกระทำ ที่จะไมเ่ บยี ดเบยี นใคร
หากมีการกระทบกระท่ังกันบ้างก็มีศีลกำกบั ทจ่ี ะไม่ใหเ้ กินเลยไปจนกระทบกระแทกใหแ้ ตกทำลายความสัมพันธร์ ะหวา่ ง
กัน การสำรวมระวังทง้ั ทางคำพูดและการกระทำ การยอมรบั สำนกึ ผิด การใหอ้ ภัยกนั ก่อให้เกดิ
พฒั นาการทางด้านพฤติกรรมไม่ให้เป็นมลภาวะเบียดเบยี นตนเองและผ้อู ่นื ก็จะทำให้การทำงานกลมุ่ เกิดขึ้นไปได้ตลอด
รอดฝง่ั
สมาธิ เป็นการเรยี นรู้ทางด้านจิตใจ ทตี่ อ้ งเผชิญสถานการณจ์ รงิ จากการทำงาน ทำใหต้ ้องมีความมุ่งมัน่ ต้ังใจ
ความขยันหมัน่ เพียรกระทำอย่างต่อเน่ืองไม่ท้อถอย มีความอดทน ทง้ั ต่อภาระงาน และท้ังต่อคนและสถานการณ์ทเ่ี ข้า
มา นอกจากนีย้ ังหมายถึงการเจริญงอกงามของคณุ ความดีหรอื คุณธรรมในจิตใจ อันนำไปสู่ภาวะความสุขสดช่นื แจม่ ใส
ผ่องใสในจิตใจ ตั้งม่นั เปน็ สมาธิ
ปญั ญา เปน็ การเรยี นรทู้ ่ีมาจากกระบวนการสังเกต สำรวจ การคิดการพจิ ารณาไตร่ตรอง การตดั สินใจ
อยา่ งเป็นเหตุเป็นผลเปน็ ระบบ นำไปสภู่ าวะที่ออกจากปญั หา นำออกจากทุกข์ นำไปสภู่ าวะท่ดี งี ามเป็นบญุ กุศล การ
เรยี นรู้ทางปญั ญาเริ่มจากการเรยี นความรจู้ ากหลักธรรม คำสอน ขอ้ มูล ข้อเทจ็ จริง การจดจำ การจบั ประเด็น การ
แยกแยะ การจัดหมวดหมู่ อันเป็นปญั ญาข้นั รจู้ ำ และพัฒนาขึน้ ไปสู่ปญั ญาขนั้ รูค้ ดิ อนั เกิดจากการฝกึ ทักษะการคดิ
วเิ คราะห์คดิ สงั เคราะห์การคดิ เช่อื มโยงเหตปุ จั จัย การคดิ พจิ ารณาคณุ ค่าแท้คณุ คา่ เทยี มเป็นตน้ และพฒั นาไปสู่ปัญญา
ขนั้ รู้แจ้งท่ที ำให้แสวงหาทางออกจากปญั หาได้ ตลอดจนปัญญาท่ีก่อเกิดจากการลงมือปฏิบตั เิ พื่อบรรลุผลของการแก้ไข
ปัญหาหรือดับทุกข์ได้ (เผดจ็ ศึกกับปญั หา) และปญั ญาติดตามประเมนิ ผลอยา่ งเปน็ ระบบเพ่อื ปรับปรุงใหด้ ีขนึ้ นำสู่การ
สั่งสมเปน็ ประสบการณ์และปรีชาญาณรแู้ จ้งในเร่ืองน้นั ๆ
(๔) ข้ันการพฒั นาแบบเวียนรอบตอ่ เนือ่ ง (ภาวนา๔ สู่ กัลยาณมิตร) (ลูกศร D)
เมอ่ื ผู้เรียนผา่ นกระบวนการเรียนรูใ้ น ๓ ขัน้ ตอนแรกมาซำ้ แลว้ ซำ้ อกี เปน็ เวลาตอ่ เนื่องกันในช่วงเวลาท่ีเหมาะสม
(กรณที ำโครงงานคุณธรรม ต้องทำงานจริงไมน่ อ้ ยกว่า ๒ เดอื น) ผเู้ รียนจะเกดิ พัฒนาการในตนเองอย่างเป็นองคร์ วมทุก
ดา้ น ทง้ั พฒั นาการทางพฤติกรรมทเ่ี กี่ยวข้องกับรา่ งกายและกายภาพแวดล้อม (กายภาวนา) พฒั นาการทางสังคม (ศีล
ภาวนา) พฒั นาการทางจิตใจ (จิตภาวนา) และพัฒนาการทางปญั ญา (ปญั ญาภาวนา)
การประกวดโครงงาน จงึ เป็นกุศโลบายหรือบทเรยี นครัง้ สำคัญที่พวกเขาจะได้เรียนรแู้ ละฝึกการวางใจได้อยา่ ง
เหมาะสม ไมใ่ ห้หวนั่ ไหวไปกับโลกธรรม ๘ ไดอ้ ยา่ งไร รจู้ ักรักษาใจให้อยู่ในพรหมวหิ าร ๔ ไดห้ รือไม่ และไม่หลงยึดติด
อย่กู ับการแข่งขันหรอื รางวัล แตก่ ลบั เหน็ คุณค่าของความรักใคร่ปรองดองสามัคคี ชว่ ยเหลือเก้ือกูลกนั สามารถ
อนโุ มทนา ยนิ ดใี นความสำเร็จของโครงงานของเพอื่ นๆ กลมุ่ อ่นื ได้ นับเปน็ การปรับเข้าสู่ทศั นคติและคา่ นยิ มที่ดี ใฝด่ ี ใฝ่
สรา้ งสรรค์ มพี ัฒนาการทางพฤตกิ รรม จิตใจตั้งมนั่ ในความดีงาม เข้มแข็ง อดทน ขยัน กลา้ หาญ ไม่ย่อท้อตอ่ อปุ สรรค
ต่างๆ และมีพฒั นาการทางปัญญาทดี่ ี มที ักษะกระบวนการคิดท่ดี ี มีความแยบคายในการชักชวนคนอ่ืนๆ เข้ามาชว่ ยกนั
แกป้ ญั หา เข้าใจความเปน็ จรงิ ของชีวิตของโลก เรยี กได้วา่ หากมีพฒั นาการท้ัง ๔ ดา้ นพร้อม (กายภาวนา ศีลภาวนา
จิตตภาวนา ปญั ญาภาวนา) กจ็ ะเปน็ ผทู้ พี่ ร้อมทีจ่ ะมีบทบาทเป็นกลั ยาณมิตรใหก้ ับผู้อนื่ ได้ต่อไป ซึ่งก็จะเทา่ กบั วา่ เป็นผู้
เริม่ ตน้ ขับเคลื่อนวงจรแห่งการเรียนรู้วถิ ีพทุ ธน้ีสืบไปดังเชน่ ข้อเทจ็ จรงิ ทีพ่ บวา่ แทบทุกโครงงานมักจะสรปุ บทเรียน
สำคัญวา่ การจะไปเปล่ียนแปลงผู้อ่ืน ตอ้ งเริม่ จากการเปลยี่ นแปลงพฤติกรรมของตนเองก่อน (กายภาวนา และ ศีล
ภาวนา) และระหวา่ งทีเ่ ขาได้เรยี นรเู้ พอ่ื เปลยี่ นแปลงตนเอง ก็ทำให้เขาได้เกิดการเรยี นรู้คุณความดีหรือคุณธรรมจาก
ภายใน (จติ ภาวนา) ที่คอ่ ยๆ ซึมซับ และสั่งสมเปน็ ประสบการณเ์ ป็นปญั ญาญาณหย่ังรู้เช่ียวชาญในเร่อื งท่ตี นเองทำนั้น
(ปญั ญาภาวนา) เขากจ็ ะพัฒนามาสคู่ วามเป็นกลั ยาณมิตรที่สมบูรณข์ ึ้น อันจะก่อเกดิ เป็นวงจรขับเคลอื่ นท่ีทรงพลงั ให้
เกิดการสืบเนื่องไปสขู่ ั้นต่อๆ ไป นำพาให้เพ่ือนคนอื่นๆ ไดเ้ กดิ การเรยี นรูแ้ ละพฒั นาตอ่ เน่ืองขยายวงออกไปได้ไมส่ ้ินสุด
ตัวอยา่ งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียนระดับประถมศึกษา
- ถ้าจะชวนกนั ใหท้ ำความดีนั้นหลายๆ คน จะทำได้หรือไม่?
- จะวางกลุม่ เปา้ หมายเปน็ ใคร? จำนวนก่ีคน?
- จะชกั ชวนหรอื ประชาสัมพันธ์ ดว้ ยวธิ ีการอย่างไรบา้ ง?
- จะมีวธิ ีการหรอื กจิ กรรม ดำเนนิ การโครงงานน้ีอย่างไรบ้าง?
- จะมวี ธิ ใี ดทจี่ ะรูว้ ่าแต่ละคนน้ันทำความดีน้ันจรงิ หรือไม่?
- ถา้ เขาทำจรงิ จะรไู้ ด้อยา่ งไรว่าเขาทำมาก หรือทำน้อย?
- ถ้ามคี นท่ีทำความดีมากๆ จะให้อะไรเขาตอบแทน?
- ต้องการใหเ้ กิดผลดจี ากการทำโครงงานน้ีอยา่ งไรบา้ ง?
- จะต้ังชื่อโครงงาน, ช่อื กลุ่ม ว่าอะไร?
- อ่ืน ๆ เช่น คุณธรรมใดทีจ่ ะนำมาใชใ้ นการทำความดีน้ี
จากน้นั จึงให้ประมวลขอ้ มลู เป็นผงั มโนทัศน์ทีม่ หี ัวข้อดงั ต่อไปน้ี
๐ ชือ่ โครงงาน, ชื่อกลมุ่ , ชอ่ื โรงเรยี น
๐ วาดภาพประกอบโครงงาน ที่แสดงออกถงึ ความคิดสร้างสรรค์
๐ ประเด็นสงิ่ ดที ี่อยากทำ / ประเดน็ ปัญหา(และสาเหตุของปญั หา) ทเ่ี ลอื กทำโครงงาน
๐ เปา้ หมาย (เชงิ ปรมิ าณ และเชิงคณุ ภาพ)
๐ วธิ ีการ (วธิ กี ารหรือกจิ กรรมท่ีเป็นขนั้ ตอนเรยี งขอ้ )
๐ หลกั ธรรม/พระราชดำริ ที่นำมาใช้
แบบรายงานผลการประเมินคณุ ธรรม
ระดับ มธั ยมศึกษาตอนปลาย
สถานศกึ ษา ศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อำเภอลบั แล จงั หวัดอตุ รดิตถ์
รหสั ประจำตวั นกั ศึกษา......................................ชื่อ-สกุล.............................................
เลขประจำตัวประชาชน .............................................................................................
กลมุ่ คุณธรรม คุณธรรม ร้อยละ ผลการประเมนิ
คุณธรรมเพอ่ื พัฒนาตนเอง 1. สะอาด 100
2. สภุ าพ 100
3. ความกตญั ญูกตเวที 100
สรุป 100.00
คุณธรรมเพอื่ พฒั นาการทำงาน 1. ขยัน 100
2. ความประหยดั 100
3. ความซ่อื สัตย์สจุ ริต 100
สรุป 100.00
คณุ ธรรมเพอ่ื การพฒั นา 1. ความสามคั คี 100
การอย่รู ่วมกนั ในสงั คม 2. ความมนี ำ้ ใจ 100
3. ความมีวินยั 100
สรุป 100.00
คุณธรรมเพอ่ื การพฒั นาประเทศชาติ 1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 100
และรกั ความเป็นไทย
2. ยึดมัน่ ในวิถีและการปกครอง 100
ตามระบอบประชาธปิ ไตย อันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมขุ
สรุป 100.00
สรุปในภาพรวม 100.00
บนั ทกึ ความคิดเห็นของสถานศกึ ษา
............................................................................................................................. .........................................................
........................................................................................................................................ ..............................................
ลงชื่อ............................................ผปู้ ระเมนิ ลงชื่อ............................................ผ้รู ายงาน
( นายชาตรี โพธศ์ิ รี) (นางสาวนงคน์ ุช ยะราช)
ครู กศน.ตำบลไผล่ อ้ ม นายทะเบียน
ลงชื่อ................................................ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา
(นายอำนาจ อนิ มั่นคง)
ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอลับแล
4. ปจั จัยปอ้ น
กศน.ตำบลไผล่ อ้ มต้องจัดกิจกรรมตามงบประมาณ 2564 โดยมีกจิ กรรมคุณธรรมจริยธรรมอบรมให้กบั
ผู้เรยี นตามเปา้ หมายโครงการทก่ี ำหนดครผู ู้สอนจึงนำกจิ กรรมปลกู ฝงั คุณธรรม ความสำนึกในความเป็นชาติไทย
และวิถีชวี ติ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งของนักศึกษา กศน.ตำบลไผ่ลอ้ ม เขา้ มาอบรมให้กบั นกั ศกึ ษา
เพ่อื ให้เกิดคณุ ภาพตามวต้ ถปุ ระสงคท์ ่ีต้ังไว้ ทำครูป้สู อนสามรถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีคณุ ภาพและเกดิ ความสำเรจ็
ในดา้ นการพัฒนาผู้เรียนได้อย่างมีคณุ ภาพ สามารถแบ่งปัจจยั ป้อนได้ดังน้ี
ด้านบุคลากร ครูและผเู้ รยี นแกไ้ ขปัญหาและรว่ มกนั ช่วยกันรวบรวมขอ้ มลู ในการแกป้ ัญหา
ด้านหน่วยงาน หนว่ ยงานทีใ่ ห้ความสนบั สนุนดา้ นวทิ ยากรและสถานที่
ด้านงบประมาณ มีงบประมาณในการจัดกจิ กรรม
ดา้ นการบรกิ าร จดั การ สามารถวดั ผลประเมินผลผ้เู รยี นได้อย่างชัดเจน
5. เงื่อนไข/ปัจจยั ทสี่ ่งผลต่อความสำเรจ็
สถานการณ์และสภาพปัญหาของชาติ ในปัจจุบันเป็นที่ประจักษ์โดยทั่วกันแล้วว่าการที่ประเทศมุ่งพัฒนา
ทางด้านเศรษฐกิจและการเงนิ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและการคลังของประเทศอย่างมากส่งผลให้เกดิ
การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและความเจริญทางด้านวัตถุอย่างเห็นได้ชัด ทิศทางของการพัฒนานั้นก็มิได้เป็นไป
อย่างยั่งยืนและครอบคลุมทั้งด้านคนและวัตถุเพราะการพัฒนาประเทศโดยมุ่งความเจริญทางเศรษฐกิจและ
ความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยีที่เน้นเรื่องวัตถุอุปกรณ์อย่างรวดเรว็ โดยขาดความสมดุลกับการพัฒนาทางด้านจิตใจ
ของคนให้มีคุณธรรมจรยิ ธรรมและค่านิยมท่ีดี ได้ก่อให้เกิดปัญหาท่ีส่งผลกระทบตอ่ คุณภาพชีวิตของคนในประเทศ
จำนวนมาก ผลของการพัฒนา เหล่านี้ จึงเป็นที่มาของปัญหาสังคมปัจจุบันที่จะทวีความรุนแรงขึ้นเป็นลำดับ
โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นอนาคตของประเทศชาติกำลังประสบปัญหาสังคมหลายด้านที่รุมล้อม
คุกคามเด็กเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ทำให้หลงผิดและมีพฤติกรรมที่เบี่ยงเบน ขาดระเบียบวินัยฯ ละทิ้งค่านิยม
ความเป็น ไทย และขาดคุณธรรม เป็นปัญหาสังคมท่คี วรแก้ไขเป็นการเรง่ ด่วน
ดังนัน้ กศน.ตำบลไผล่ อ้ ม จงึ ได้เห็นความสำคัญในการฝึกอบรมให้ประชาชนและนักศึกษากิจกรรมปลูกฝัง
คุณธรรม ความสำนึกในความเป็นชาติไทยและวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของนักศึกษา กศน.
ตำบลไผ่ล้อม โดยครูผูส้ อนคดั เลือกนักศึกษา กศน.ตำบลไผ่ล้อมเข้าคัดเลือกเยาวชนดีเด่นในระดับอำเภอ เข้ารอบ
ในระดับจังหวัด ไปจนถึงได้รับรางวลั ระดับประเทศ โดยได้ข้อมูลจากการประเมินคณุ ธรรมของผู้เรียนและการเขา้
ร่วมกิจกรรมโครงการต่างๆ เพอ่ื ทำเปน็ รูปเลม่ ประกวดคัดเลือกเยาวชนดเี ดน่
6.ปัญหา อสุ รรค หรือข้อจำกดั ที่เกดิ ขน้ึ ในกาปฏบิ ัตงิ าน และแนวทางแก็ไขใหป้ ระสบความสำเรจ็
ผูเ้ รียนทีไ่ ด้รับการอบรมและเขา้ รว่ มกจิ กรรมปลกู ฝังคุณธรรม ความสำนกึ ในความเป็นชาตไิ ทยและวถิ ีชวี ิต
ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งของนักศึกษา กศน.ตำบลไผล่ อ้ ม บางสว่ นกย็ ังไม่มคี วามกลา้ แสดงออกไม่มี
ความม่ันใจแต่มคี ุณธรรม ความสำนึกในความเป็นชาตไิ ทยและวถิ ีชวี ติ ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงใน
ตนเอง ต้องมีการสนบั สนุนการกล้าแสดงออกของผูเ้ รียนให้มากข้นึ โดยจดั กิจกรรมนันทนาการให้ผู้เรียนมากขน้ึ
7. ข้อเสนอแนะวิธีปฏบิ ตั ิงานท่จี ะทำใหด้ ยี ิ่งข้ึน
เม่อื ผู้เรยี นได้รบั รางวลั ก็สามารถเป็นแบบอย่างให้กบั นักศึกษาคนอน่ื ได้ โดยทยี่ ึดเอาหลักคณุ ธรรมความ
เปน็ ชาตไิ ทยและวถิ ีชวี ติ ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาใช้ให้เกดิ ประโยชนแ์ กตนเองและผู้อ่ืน และ
สามารถเปร็ ผ้เู ผยแพร่ความรู้ความสามารถให้ผู้อนื่ ได้
8. ภาพประกอบ
กิจกรรมปลกู ฝงั คณุ ธรรม ความสำนึกในความเป็นชาติไทยและวถิ ชี วี ิตตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ
พอเพยี งของนักศึกษา กศน.ตำบลไผ่ล้อม
แบบเอกสารประกอบการพจิ ารณาคัดเลือกนักศกึ ษา กศน.ดีเด่น
1. ช่ือ นางสาว วรนิ ทร ช่ือนามสกลุ ชว่ ยศรี
2. อายุ 1๘ ปี เกดิ วนั ท่ี 24 กรกฎาคม 2545
เลขประจาตวั ประชาชน 1119902063621
3. ช่ือบิดา นายทอง ชว่ ยศรี อาชพี รบั จา้ ง
4. ช่ือมารดา นางสาว สาว แวดไธสงคอ์ าชพี คา้ ขาย
5. กาลงั ศกึ ษาอยชู่ น้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ช่ือสถานศกึ ษา กศน.อาเภอลบั แล
สถานท่ตี งั้ เลขท่ี 133/4 หมทู่ ่ี 13 ตาบลฝายหลวง อาเภอลบั แล จงั หวดั อตุ รดติ ถ์
รหสั ไปรษณีย์ 53130 โทรศพั ท์ 0 5543 1057
6. ท่อี ยปู่ ัจจบุ นั ของผสู้ มคั ร
133 หม1ู่ 3 ตาบลฝายหลวง อาเภอลบั แล จงั หวดั อตุ รดติ ถ์ 53130 โทรศพั ท(์ บา้ น) - โทรศพั ท(์ มือถือ)
0917811325
ขอ้ มลู หลักฐานอ่างองิ
Kerlinger (1988)http://nakhonsawanresearch.blogspot.com/2011/10/participatory-action-
research-par.html ผู้เขียน ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ชชู าติ พ่วงสมจติ ร
http://edu.stou.ac.th/EDU/UploadedFile/6.pdf
http://nakhonsawanresearch.blogspot.com/2011/07/participatory-action-research-par.html
ทวที อง หงษ์ววิ ฒั น์ https://sites.google.com/site/pumpkin2555/khwampdca Pumpkin
ผู้เขยี น นายชาตรี โพธิ์ศรี
ผู้สนบั สนนุ และตรวจข้อมูล ครู กศน.ตำบลไผล่ ้อม อำเภอลับแล จงั หวัดอุตรดิตถ์
บรรณาธกิ าร นางกนั ยา ผสม
ครูอาสาสมัคร
นายอำนาจอิน มน่ั คง
ผอู้ ำนวยการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอลบั แล