The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กฎหมาย 12 โต๊ะ จุดกำเนิดของระบบกฎหมายของโลก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pompam1978, 2022-01-19 01:34:57

Duodecimo Tabulae (กฎหมายของตารางสิบสอง)

กฎหมาย 12 โต๊ะ จุดกำเนิดของระบบกฎหมายของโลก

Keywords: กฎหมาย 12 โต๊ะ

กฎหมายของตารางสบิ สอง ( ลาตนิ : Leges Duodecim Tabularum หรอื Duodecimo Tabulae ) เป็น
กฎหมายทย่ี นื อยทู่ ร่ี ากฐานของกฎหมายโรมนั ตารางรวมประเพณีกอ่ นหนา้ นไี้ วใ้ นชดุ ของกฎหมายทีย่ ่งั ยนื

แสดงใน "ตารางสบิ สอง" ระบถุ งึ สทิ ธิและหนา้ ท่ขี องพลเมืองโรมนั สตู รของพวกเขาเป็นผลมาจากความ
ป่ันป่ วนมากโดยท่ีสามญั ชนระดบั ที่ไดร้ บั มาจนบดั นแี้ ยกออกจากผลประโยชนท์ ีส่ งู ขนึ้ ของสาธารณรฐั ก่อนหนา้ นกี้ ฎหมาย
ดงั กลา่ วไมไ่ ดถ้ กู เขยี นและตีความโดยนกั บวชชนั้ สงู ซง่ึ เป็นพระสงั ฆราชเทา่ นนั้ บางสงิ่ บางอยา่ งที่ชาวโรมนั ในภายหลงั เขา้
มาดตู ารางสบิ สองถกู บนั ทกึ ไวใ้ นคาพดู ของซเิ ซโร (106–43 ปีก่อนครสิ ตกาล) วา่ "สบิ สองโตะ๊ ... สาหรบั ฉนั แลว้ แนน่ อน
วา่ จะเหนอื กวา่ หอ้ งสมดุ ของนกั ปรชั ญาทกุ คนทงั้ ในดา้ นอานาจหนา้ ท่แี ละความสมบรู ณข์ องอรรถประโยชน"์ ซิเซโรแทบจะ
ไมพ่ ดู เกินจรงิ สบิ สองโต๊ะเป็นพนื้ ฐานของกฎหมายโรมนั เป็นเวลาพนั ปี

ตารางทงั้ สบิ สองมคี วามครอบคลมุ เพยี งพอทเ่ี นอื้ หาของมนั ถกู อธิบายวา่ เป็น
'รหสั ' แมว้ า่ นกั วิชาการสมยั ใหมจ่ ะพิจารณาวา่ ลกั ษณะนเี้ กินจรงิ ตารางเป็นลาดบั ของคา
จากดั ความของสทิ ธิสว่ นตวั และขนั้ ตอนตา่ งๆ โดยท่วั ไปแลว้ พวกเขาถือเอาสงิ่ ตา่ ง ๆ เช่น
สถาบนั ของครอบครวั และพธิ ีกรรมตา่ ง ๆ สาหรบั การทาธรุ กรรมท่ีเป็นทางการ
บทบญั ญตั มิ กั มคี วามเฉพาะเจาะจงและหลากหลาย

การร่างและการพฒั นา

ชาวโรมนั กลา่ ววา่ ตารางสบิ สองตารางของสงั คมชาวโรมนั เป็นผลมาจากการตอ่ สทู้ างสงั คมอนั ยาวนานระหวา่ งปาทอ่ งโก๋
และผมู้ ีความสขุ หลงั จากท่ีออกมาจากกษัตรยิ พ์ ระองคส์ ดุ ทา้ ยแหง่ กรุงโรม Tarquinius Superbus ท่ี สาธารณรฐั ถกู
ควบคมุ โดยลาดบั ชนั้ ของผพู้ ิพากษา ในขนั้ ตน้ เทา่ นนั้ patriciana มสี ทิ ธิ์ท่จี ะกลายเป็นผพู้ พิ ากษาและในหมสู่ ามญั ชน
รอ้ งเรยี นอืน่ ๆ ท่ีเป็นแหลง่ ทม่ี าของความไมพ่ อใจสาหรบั เบยี น ในบรบิ ทของสถานะท่ีไมเ่ ทา่ เทยี มกนั นบี้ รรดาผมู้ ี
ความสามารถจะดาเนินการเพื่อรกั ษาสทิ ธิประโยชนใ์ หก้ บั ตนเองโดยใชก้ ารคกุ คามจากการแยกตวั พวกเขาจะขวู่ า่ จะออก
จากเมืองดว้ ยผลท่ตี ามมาวา่ มนั จะตอ้ งหยดุ ชะงกั เนือ่ งจากชาวเมอื งเป็นแรงงานของโรม ประเพณีถือไดว้ า่ หนงึ่ ในสมั ปทาน
ที่สาคญั ที่สดุ ทีไ่ ดร้ บั ในการตอ่ สทู้ างชนชนั้ นคี้ อื การจดั ตงั้ โตะ๊ สบิ สองซงึ่ สรา้ งสทิ ธิขนั้ พนื้ ฐานสาหรบั พลเมอื งโรมนั ทกุ คนที่มี
ความสมั พนั ธซ์ ง่ึ กนั และกนั การรา่ งตารางสบิ สองอาจไดร้ บั การกระตนุ้ โดยความปรารถนาทจ่ี ะควบคมุ ตนเองโดยผพู้ ทิ กั ษ์
หรอื ดว้ ยเหตผุ ลอื่นๆ

ประมาณ 450 ปีก่อนครสิ ตกาลผหู้ ลอกลวงคนแรก(หลอกลวงคณะกรรมการของ "Ten Men") ไดร้ บั การแตง่ ตงั้ ใหจ้ ดั ทา
ตารางสบิ ตวั แรก จากขอ้ มลู ของลวิ ่พี วกเขาสง่ สถานทตู ไปยงั กรซี เพื่อศกึ ษาระบบนติ ิบญั ญตั ขิ องเอเธนสห์ รอื ท่ีเรยี กวา่
รฐั ธรรมนญู โซโลเนียแตย่ งั หาขอ้ มลู เกี่ยวกบั การออกกฎหมายของเมืองอื่น ๆ ในกรกี ดว้ ยนกั วชิ าการบางคนปฏเิ สธวา่ ชาว
โรมนั เลยี นแบบชาวกรกี ในแง่นหี้ รอื แนะนาวา่ พวกเขาไปเยยี่ มเฉพาะเมืองกรกี ทางตอนใตข้ องอติ าลแี ละไมไ่ ดเ้ ดินทางไปยงั
กรซี ทงั้ หมด ใน 450 ปีกอ่ นครสิ ตกาลที่สอง decemviriเรมิ่ ท่จี ะทางานในสองตารางสดุ ทา้ ย

ผหู้ ลอกลวงคนแรกไดก้ รอกรหสั สบิ ตวั แรกใน 450 ปีกอ่ นครสิ ตกาล น่ีคอื วธิ ีทล่ี วิ ีอ่ ธิบายการสรา้ งของพวกเขา

"... ประชาชนทกุ คนควรพจิ ารณาแตล่ ะประเดน็ อยา่ งเงยี บ ๆ จากนนั้ พดู คยุ กบั เพอ่ื นของเขาและในท่สี ดุ ก็นามาสกู่ าร
อภิปรายสาธารณะเพ่ิมเตมิ หรอื ลบใด ๆ ที่ดเู หมือนจะเป็นที่ตอ้ งการ" เปรยี บเทียบลฟิ . III.34

ใน 449 ปีกอ่ นครสิ ตกาลผหู้ ลอกลวงคนทสี่ องไดก้ รอกรหสั สองขอ้ สดุ ทา้ ยและ
หลงั จาก secessio plebis (การแยกตวั ออกจาก plebes การประทว้ งของ
plebian) เพื่อบงั คบั ใหว้ ฒุ สิ ภาพิจารณาพวกเขากฎหมายของสบิ สองโตะ๊
ไดร้ บั การประกาศใชอ้ ยา่ งเป็นทางการ ตาม Livy (AUC 3.57.10 ) ตารางทงั้
สบิ สองถกู จารกึ ดว้ ยอื งสมั ฤทธิ์ เพยี งอยา่ งเดียวพดู บนงาชา้ ง และเผยแพรต่ อ่
สาธารณะเพ่อื ใหช้ าวโรมนั ทกุ คนสามารถอา่ นและรูจ้ กั พวกเขาได้

บทบญั ญตั ิบางสว่ นเป็นขนั้ ตอนเพอื่ ใหเ้ กิดความยตุ ิธรรมในหมชู่ าวโรมนั ทงั้ หมดในศาลในขณะที่ขอ้ กาหนดทางกฎหมาย
อนื่ ๆ ทก่ี าหนดความถกู ตอ้ งตามกฎหมายของอาชญากรรมทนุ การฆาตกรรมโดยเจตนาการทรยศการเบกิ ความเทจ็ การ
ทจุ รติ ในกระบวนการยตุ ธิ รรมและการเขยี นบทกวีที่ใสร่ า้ ย ชาวโรมนั ใหค้ วามสาคญั กบั การรกั ษาสนั ตภิ าพในเมอื งและโต๊ะ
สบิ สองโตะ๊ เป็นกลไกในการสรา้ งสนั ติภาพและความเสมอภาคอยา่ งตอ่ เนอื่ ง

กฎหมายสิบสองโต๊ะ

ตารางท่ี 1 ขนั้ ตอน : สาหรบั ศาลและการพจิ ารณาคดี
ตารางท่ี 2 กฎหมายเพ่มิ เติมเก่ียวกบั การทดลอง
ตารางท่ี 3 การดาเนินการตามคาตดั สนิ
ตารางท่ี 4 สิทธิของหวั หนา้ ครอบครวั
ตารางท่ี 5
ตารางท่ี 6 กฎหมายว่าดว้ ยการปกครองและการรบั มรดก
ตารางท่ี 7 การไดม้ าและการครอบครอง
ตารางท่ี 8 สทิ ธิในท่ีดินและอาชญากรรม
ตารางท่ี 9
ตารางท่ี 10 การละเมดิ และการกระทาผดิ (กฎหมายวา่ ดว้ ยการบาดเจ็บ)
ตารางท่ี 11 กฎหมายมหาชน
ตารางท่ี 12 กฎหมายศกั ดสิ์ ิทธิ์
อาหารเสรมิ I
ภาคผนวก II

ตาราง I & II: ขัน้ ตอนสาหรับศาลและผู้พพิ ากษาและการตรากฎหมายเพม่ิ เตมิ เกยี่ วกับการทดลอง

ตารางทงั้ สองนเี้ ก่ยี วขอ้ งกบั การพจิ ารณาคดีของศาลโรมนั ตารางที่ 1 ครอบคลมุ การดาเนินการระหวา่ งจาเลยและโจทก์
โดยมกี ารตอบสนองตอ่ สถานการณท์ อี่ าจเกิดขนึ้ เชน่ เม่อื อายมุ ากขนึ้ หรอื เจ็บป่ วยปอ้ งกนั ไมใ่ หจ้ าเลยปรากฏตวั จึงตอ้ งมี
การขนสง่ เพอื่ ชว่ ยเหลอื พวกเขา นอกจากนยี้ งั เกี่ยวขอ้ งกบั :

• ความลม้ เหลวของการปรากฏตวั ของจาเลย

• หากฝ่ายใดฝ่ายหนงึ่ ไมป่ รากฏตวั หลงั จากเวลาเท่ยี งวนั ผพู้ ิพากษาจะตอ้ งตดั สนิ ใหเ้ ขา้ ขา้ งผทู้ ี่อยใู่ นปัจจบุ นั

• ใหต้ ารางเวลาสาหรบั การทดลองใช้ (สนิ้ สดุ เมื่อพระอาทิตยต์ ก)

ตารางที่ 2 กาหนดจานวนเงินเดมิ พนั สาหรบั แตล่ ะฝ่ายขนึ้ อยกู่ บั แหลง่ ท่ีมาของการดาเนินคดสี งิ่ ทตี่ อ้ งทาในกรณีทผ่ี ู้
พพิ ากษาดอ้ ยคา่ ลงและหลกั เกณฑว์ า่ ใครจะตอ้ งแสดงหลกั ฐาน

ตารางที่ III: การดาเนินการตามคาพพิ ากษา

กฎหมายตารางสบิ สองปกคลมุ เป็นวธิ ีทจ่ี ะเปิดเผยตอ่ สาธารณชนสทิ ธิการแสดงผลที่พลเมืองแตล่ ะคนก็มีในประชาชนและ
ทรงกลมสว่ นตวั ตารางทงั้ สบิ สองนแี้ สดงสงิ่ ทเี่ คยเขา้ ใจกนั ในสงั คมโรมนั วา่ เป็นกฎหมายทีไ่ มไ่ ดเ้ ขยี นไว้ จอแสดงผลที่
สาธารณะของยาเมด็ ทองแดงไดร้ บั อนญุ าตใหเ้ ป็นสงั คมทมี่ ีความสมดลุ มากขนึ้ ระหวา่ งโรมนั patricians ทไ่ี ดร้ บั
การศกึ ษาและเขา้ ใจกฎหมายของการทาธรุ กรรมทางกฎหมายและ romanbian ทมี่ ีการศกึ ษานอ้ ยหรอื ประสบการณ์
ในกฎหมายความเขา้ ใจ ดว้ ยการเปิดเผยกฎกตกิ าของสงั คมใหป้ ระชาชนตารางสบิ สองใหว้ ิธีการปอ้ งกนั สาหรบั เบยี นช่วย
ใหพ้ วกเขามโี อกาสทจ่ี ะหลกี เลย่ี งการแสวงหาผลประโยชนท์ างการเงินและเพมิ่ ความสมดลุ ใหก้ บั เศรษฐกิจของโรมนั

เนอื้ หาภายในตารางสบิ สองคอื กฎ 5 ขอ้ เกี่ยวกบั วิธีการใชด้ ลุ ยพนิ ิจในแง่ของลกู หนแี้ ละเจา้ หนี้ กฎเหลา่ นแี้ สดงใหเ้ ห็นวา่
ชาวโรมนั โบราณรกั ษาสนั ตภิ าพดว้ ยนโยบายทางการเงินอยา่ งไร ในบทความของเขาการพฒั นากฎหมายความม่นั คงแหง่
หนขี้ องโรมนั โดนลั ดอ์ ี. ฟิลลปิ สนั กลา่ วถงึ สบิ สองโต๊ะวา่ “ ชดุ ของกฎเกณฑท์ ่เี รยี กวา่ สบิ สองโตะ๊ ท่ีผา่ นการประชมุ ในยคุ แรก
เป็นรากฐานของกฎหมายเอกชนของโรมนั ตารางสบิ สองถกู ตราขนึ้ ในกลางศตวรรษท่หี า้ ก่อนครสิ ตศ์ กั ราชอนั เป็นผลมา
จากความขดั แยง้ ระหวา่ งชนชนั้ ทางสงั คมในกรุงโรมโบราณ”

ในหนงั สอื The Twelve Tables ซงึ่ เขยี นโดยแหลง่ ท่มี าท่ไี มร่ ะบชุ ื่อ
เนือ่ งจากตน้ กาเนิดไดร้ บั การรว่ มมือผา่ นชดุ การแปลแท็บเลต็ และการอา้ งอิงโบราณ
PR Coleman-Norton ไดจ้ ดั เรยี งและแปลคณุ สมบตั ทิ ส่ี าคญั หลายประการของหนี้
ท่ี Twelve Tables บญั ญตั ไิ ว้ กฎหมายในชว่ งศตวรรษท่ี 5 การแปลคณุ สมบตั ิทาง
กฎหมายเก่ียวกบั หนแี้ ละมาจากแหลง่ ท่ีมาท่ีทราบของตารางสบิ สองมีระบไุ วเ้ ช่นนี้

1. ของหนที้ ี่รบั ทราบและสาหรบั เรอ่ื งที่ตดั สนิ ในศาล สามสบิ วนั จะไดร้ บั อนญุ าตตามกฎหมาย [สาหรบั การชาระเงินหรอื
เพอ่ื ความพงึ พอใจ]

2. หลงั จากนนั้ [ผา่ นไปสามสบิ วนั โดยไมม่ กี ารชาระเงิน] จะตอ้ งวางมือ [ลกู หน]ี้ เขาจะถกู นาตวั ขนึ้ ศาล

3. เวน้ แตว่ า่ เขา (ลกู หน)ี้ จะปลดลกู หนเี้ วน้ แตจ่ ะมใี ครมาศาล (ตามฟอ้ ง) เพ่อื คา้ ประกนั การชาระเงนิ ใหเ้ ขาเขา (เจา้ หน)ี้
จะตอ้ งรบั ตวั [ลกู หน]ี้ ไปดว้ ย เขาจะผกู มดั เขา ดว้ ยทองคาหรอื ดว้ ยโซต่ รวนซงึ่ นา้ หนกั จะตอ้ งไมน่ อ้ ยกวา่ สบิ หา้ ปอนดห์ รอื
จะมากกวา่ นนั้ ถา้ เขาเจา้ หนเี้ ลอื ก

4. ถา้ เขา (ลกู หน)ี้ เลอื กเขาจะมีชีวติ อยดู่ ว้ ยตวั เอง หมายถึง ถา้ เขาไมไ่ ดม้ ีชีวติ อยดู่ ว้ ยตวั เอง [หมายถึง] [เจา้ หน]ี้ ซงึ่ จะจบั
เขาเป็นพนั ธนาการจะตอ้ งใหข้ นมปังหนงึ่ ปอนดแ์ กเ่ ขาทกุ วนั ถา้ เขา (เจา้ หน)ี้ ปรารถนาเช่นนนั้ เขาจะให(้ ลกู หน)ี้ มากขนึ้

5. เวน้ แตพ่ วกเขา (ลกู หน)ี้ จะทาการประนปี ระนอมพวกเขา (ลกู หน)ี้ จะถกู ตรงึ ไวใ้ นพนั ธบตั รเป็นเวลาหกสบิ วนั ในชว่ ง
เวลาดงั กลา่ วพวกเขาจะถกู นาตวั ไปทผ่ี พู้ ิพากษาในคอมเิ ทยี (สถานท่ีประชมุ )

ตารางที่ IV: สิทธิของหวั หน้าครอบครัว

ตารางท่ีสขี่ องสบิ สองตารางเกยี่ วขอ้ งกบั สทิ ธิเฉพาะของพระสงั ฆราชแหง่ ครอบครวั หนงึ่ ในคาประกาศแรกของตาราง IV
คอื เดก็ ท่ี "พกิ ารอยา่ งนา่ กลวั " จะตอ้ งถกู กาจดั ออกไปอยา่ งรวดเรว็ นอกจากนยี้ งั อธิบายดว้ ยวา่ บตุ รชายเกิดมาเพอ่ื รบั
มรดกของครอบครวั ทารกทม่ี ีโรคทางกายและทางจิตจะตอ้ งถกู พอ่ ตวั เองฆา่ ถา้ สามีไมต่ อ้ งการแตง่ งานกบั ภรรยาของเขา
อีกตอ่ ไปเขาสามารถเอาเธอออกจากบา้ นและ "ส่งั ใหเ้ ธอจาเรอ่ื งของตวั เอง" ไมใ่ ช่ทงั้ หมดของจรรยาบรรณของตาราง IV
เพอื่ ประโยชนข์ องพระสงั ฆราชเทา่ นนั้ ถา้ พอ่ พยายามขายลกู ชายสามครงั้ ลกู ชายก็จะไดร้ บั อสิ รภาพจากพอ่

ผู้หญงิ : ตาราง V, VI และ X
ตารางสบิ สองมีสามสว่ นที่เก่ียวขอ้ งกบั ผหู้ ญิงเนือ่ งจากพวกเขาเกยี่ วขอ้ งกบั ฐานนั ดรและการปกครองความเป็นเจา้ ของ
และการครอบครองและศาสนาซง่ึ ใหค้ วามเขา้ ใจพนื้ ฐานเก่ยี วกบั สทิ ธิทางกฎหมายของผหู้ ญิง

ตารางท่ี 5 ( ที่ดินและการปกครอง ):“ ทายาทหญิงควรอยภู่ ายใตก้ ารปกครองแมว้ า่ พวกเขาจะบรรลนุ ิติภาวะแลว้ ก็ตาม
แตม่ ขี อ้ ยกเวน้ สาหรบั Vestal Virgins”
ตารางที่ 6 ( กรรมสทิ ธิ์และการครอบครอง ): “ ในกรณีท่ผี หู้ ญิงซงึ่ ไมไ่ ดเ้ ป็น
หนง่ึ เดยี วกบั ผชู้ ายในการแตง่ งานอยกู่ บั เขาตลอดทงั้ ปีโดยไมห่ ยดุ พกั สาม
คนื เธอจะตอ้ งเขา้ สอู่ านาจของเขาในฐานะภรรยาตามกฎหมายของเขา”

ตารางที่ X ( ศาสนา ): “ ผหู้ ญิงจะตอ้ งไมฉ่ กี ใบหนา้ ของพวกเขาใน
ระหวา่ งงานศพหรอื ฉีกเลบ็ ดว้ ยเลบ็ และพวกเขาจะไมส่ ง่ เสยี งรอ้ งดงั คร่า
ครวญถงึ คนตาย”

ประเดน็ หนงึ่ ทเ่ี นน้ ในตารางสบิ สองคอื สถานะทางกฎหมายและสถานะของผหู้ ญิงในสงั คม ผหู้ ญิงถือเป็นรูปแบบหนงึ่ ของ
การปกครองท่ีคลา้ ยคลงึ กบั ผเู้ ยาวแ์ ละสว่ นที่เกีย่ วกบั กรรมสทิ ธิ์และการครอบครองใหค้ วามรูส้ กึ วา่ ผหู้ ญิงถกู มองวา่ คลา้ ย
กบั อสงั หารมิ ทรพั ยห์ รอื ทรพั ยส์ นิ ชิน้ หนึ่งเน่ืองจากการใชข้ อ้ กาหนดดงั กลา่ ว ในฐานะ "ความเป็นเจา้ ของ" และ "การ
ครอบครอง"

ตารางที่ VII : สทิ ธิในทด่ี นิ และอาชญากรรม
ตารางนสี้ รุปทศั นคติทม่ี ีตอ่ ทรพั ยส์ นิ ตอ่ ไปนเี้ ป็นกฎทงั้ หมดเก่ียวกบั คณุ สมบตั ิ

- บคุ คลทส่ี ามเป็นผรู้ ะงบั ขอ้ พพิ าทเกี่ยวกบั เขตแดน

- ความกวา้ งของถนนกวา้ งแปดฟตุ ส าหรบั สว่ นตรงและสองเทา่ เมอ่ื เลยี้ ว

- ผทู้ ีอ่ าศยั อยใู่ กลถ้ นนจะตอ้ งดแู ลรกั ษามนั อยา่ งไรกต็ ามหากถนนไมไ่ ดร้ บั การดแู ลอยา่ งดี ก็สามารถข่ีเกวยี นและสตั วใ์ น
ที่ทีผ่ ขู้ บั ข่ตี อ้ งการได้

- เจา้ ของทรพั ยส์ นิ สามารถขอถอนตน้ ไมท้ ี่ถกู พดั มาทบั ทรพั ยส์ นิ ของตนได้

- ผลไมท้ ห่ี ลน่ จากตน้ ไมไ้ ปยงั ทรพั ยส์ นิ ของเพ่อื นบา้ นยงั คงเป็นของเจา้ ของตน้ ไมค้ นเดิมตาราง

ตารางที่ VIII: การละเมดิ และการพิจารณาคดี (กฎหมายการบาดเจบ็ )
การละเมดิ เป็นกฎหมายทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั การฟอ้ งรอ้ งความผดิ ทเี่ กิดขนึ้ ระหวา่ งพลเมือง หนง่ึ ในสถานการณเ์ ช่นนี้ คอื การ
บาดเจ็บทางรา่ งกายการตอบโตซ้ ง่ึ อาจมตี งั้ แตก่ ารจดั การกบั ผกู้ ระทาความผดิ ในรูปแบบการบาดเจ็บไปจนถึงการชดเชย
เป็นตวั เงินใหก้ บั ผบู้ าดเจ็บ ตารางนยี้ งั กาหนดขอบเขตทางกฎหมายสาหรบั ความเสยี หายทเี่ กิดขนึ้ กบั ทรพั ยส์ นิ โดยสตั ว์
และความเสยี หายทเ่ี กิดขนึ้ กบั พชื ผลโดยคนหรอื สตั วโ์ ทษของการขโมยพชื ผลคือการ บชู าเซเรส ตารางนยี้ งั อธิบายถึง
กฎหมายหลายประการทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั การโจรกรรม

ตารางท่ี IX: กฎหมายมหาชน
ตารางสว่ นนที้ าใหท้ กุ คนผิดกฎหมายทจ่ี ะกาหนดวา่ พลเมอื งของโรมเป็นอยา่ งไร ยกเวน้ การชมุ นมุ ทย่ี งิ่ ใหญ่ท่ีสดุ หรอื สงั ฆ
มณฑล นอกจากนยี้ งั หา้ มมิใหป้ ระหารชีวติ ผทู้ ีไ่ มไ่ ดร้ บั การตดั สนิ การตดิ สนิ บนผพู้ พิ ากษาและการสง่ พลเมอื งเป็นผรู้ า้ ย
ขา้ มแดนไปยงั อานาจของศตั รู

อาหารเสรมิ : ตาราง XI & XII
- ตาราง XI ( การแตง่ งานระหวา่ งชนชนั้ ): บคุ คลในชนชนั้ หนงึ่ จะไมเ่ ขา้ รว่ มในการแตง่ งานกบั คนชนั้ ต่า
- ตารางทีส่ บิ สอง ( การผกู มดั ในกฎหมาย ): ไมว่ า่ บคุ คลใดคนหนง่ึ หรอื หลายคนไดร้ บั คาส่งั ใหเ้ ป็นกฎหมายใหถ้ ือตาม
กฎหมาย

อทิ ธิพลและความสาคญั

พลเรือนชาวโรมนั ตรวจสอบตารางสิบสองหลังจากทพี่ วกเขาถกู นามาใชค้ รง้ั แรก

ตารางสบิ สองมกั จะอา้ งเป็นรากฐานสาหรบั โบราณกฎหมายโรมนั ตารางสบิ สองใหเ้ ขา้ ใจเรม่ิ ตน้ ของแนวคดิ ที่สาคญั
บางอยา่ งเชน่ ความยตุ ธิ รรม , ความเสมอภาคและการลงโทษ แมว้ า่ การปฏริ ูปทางกฎหมายทเี่ กิดขนึ้ ในเรว็ ๆ นหี้ ลงั จาก
การดาเนินงานของตารางสบิ สองกฎหมายโบราณเหลา่ นมี้ ใี หก้ ารคมุ้ ครองทางสงั คมและสทิ ธิมนษุ ยชนทงั้ patricians
และเบยี น ในเวลานีม้ คี วามตงึ เครยี ดอยา่ งมากระหวา่ งชนชนั้ ทม่ี อี ภิสทิ ธิ์และสามญั ชนสง่ ผลใหเ้ กิดความจาเป็นในการจดั
ระเบียบสงั คมบางรูปแบบ ในขณะที่กฎหมายทม่ี อี ยมู่ ขี อ้ บกพรอ่ งสาคญั ท่ี จาเป็นตอ้ งมีการปฏิรูป แตต่ ารางทงั้ สบิ สองก็
ชว่ ยผอ่ นคลายความตงึ เครยี ดและความรุนแรง ระหวา่ งกลมุ่ ปราชญแ์ ละผรู้ กั ชาติ

ตารางทงั้ สบิ สองยงั ไดร้ บั อิทธิพลอยา่ งมากและมกี ารอา้ งองิ ในตารางกฎหมายของ
โรมนั ในเวลาตอ่ มาโดยเฉพาะThe Digest of Justinian I. กฎหมายดงั กลา่ วจาก
The Digest ทม่ี าจาก Twelve Tables เป็นผลตอบแทนทางกฎหมายสาหรบั ความ
เสยี หายทเ่ี กิดจากสตั วโ์ ปรโตคอล สาหรบั การสบื ทอดและกฎหมายเก่ียวกบั ความเสยี หายของ
โครงสรา้ งทรพั ยส์ นิ

อทิ ธิพลของสบิ สองโตะ๊ ยงั คงปรากฏใหเ้ หน็ ในยคุ ปัจจบุ นั สบิ สองตารางมีบทบาทสาคญั
ในระบบกฎหมายอเมรกิ นั ยคุ แรก ทฤษฎที างการเมืองเช่นเจมส์ เมดิสนั ไดเ้ นน้ ความสาคญั ของตารางสบิ สองในงาน
หตั ถกรรมสหรฐั อเมรกิ าบิลสทิ ธิความคดิ เรอื่ งทรพั ยส์ นิ ยงั คงอยใู่ นสบิ สองโต๊ะรวมทงั้ เงินทดี่ นิ และทาสในรูปแบบตา่ งๆ
ตวั อยา่ งเพ่มิ เตมิ ตารางสบิ สองถกู ผกู เขา้ กบั แนวคดิ ของJus Communeซง่ึ แปลวา่ "กฎหมายท่วั ไป" แต่โดยท่วั ไป
เรยี กวา่ "กฎหมายแพง่ " ในประเทศทใ่ี ชภ้ าษาองั กฤษบางประเทศ รวมทงั้ แอฟรกิ าใตแ้ ละซานมารโี น ยงั คงยดึ ระบบ
กฎหมายปัจจบุ นั ของตนในแง่มมุ ของชมุ ชนชาวยิว นอกจากนนี้ กั เรยี นโรงเรยี นกฎหมายท่วั โลก ยงั คงตอ้ งศกึ ษาตารางทงั้
สบิ สองรวมทงั้ แงม่ มุ อ่นื ๆ ของกฎหมายโรมนั เพือ่ ทจี่ ะเขา้ ใจระบบกฎหมายในปัจจบุ นั ไดด้ ีขนึ้

แหล่งทม่ี า

สบิ สองตารางไมห่ ลงเหลอื อยอู่ กี ตอ่ ไปแมว้ า่ จะยงั คงเป็นแหลง่ ส าคญั ผา่ นสาธารณรฐั แตก่ ็คอ่ ยๆลา้ สมยั ในทีส่ ดุ ก็เป็น
เพยี งความสนใจทางประวตั ศิ าสตรเ์ ทา่ นนั้ แทบ็ เลต็ ดงั้ เดมิ อาจถกู ท าลายเม่อื กอลภายใตเ้ บรนนสุ เผากรุงโรมใน 387 ปี
ก่อนครสิ ตกาล ซเิ ซโรอา้ งวา่ เขาเรยี นรูพ้ วกเขาดว้ ยใจตงั้ แตย่ งั เป็นเด็กในโรงเรยี น แตไ่ มม่ ีใครทาเชน่ นนั้ อกี ตอ่ ไป สง่ิ ทเี่ รามี
ในวนั นคี้ ือขอ้ ความทต่ี ดั ตอนมาและคาพดู สนั้ ๆ จากกฎหมายเหลา่ นใี้ นผเู้ ขยี นคนอ่นื ๆ ซงึ่ มกั เป็นภาษาทมี่ กี ารปรบั ปรุง
อยา่ งชดั เจน พวกเขาเขยี นดว้ ยภาษาลาตนิ ท่ีลา้ สมยั และพดู นอ้ ย (อธิบายวา่ เป็นกลอนดาวเสาร์ ) เป็นเชน่ นแี้ มว้ า่ มนั จะไม่
สามารถระบไุ ดว้ า่ ชิน้ สว่ นทย่ี กมาอยา่ งถกู ตอ้ งรกั ษารูปแบบเดิมสงิ่ ท่ีเป็นปัจจบุ นั ใหเ้ ขา้ ใจบางอยา่ งในไวยากรณข์ องตน้
ละตนิ บางคนอา้ งวา่ ขอ้ ความดงั กลา่ วเขียนขนึ้ เพ่อื ใหผ้ คู้ นสามารถจดจากฎหมายไดง้ ่ายขนึ้ เน่ืองจากการรูห้ นงั สอื ไมใ่ ช่
เรอ่ื งธรรมดาในชว่ งตน้ กรุงโรม นกั วิชาการชาวโรมนั รพี บั ลกิ นั เขยี นขอ้ คดิ เก่ียวกบั สบิ สองโต๊ะ เช่น แอล. เอลอิ สุ สตโิ ล
อาจารยข์ องทงั้ วารโ์ รและซิเซโร

เชน่ เดียวกบั ประมวลกฎหมายตน้ อ่นื ๆ สว่ นใหญ่มขี นั้ ตอนโดยรวมบทลงโทษทเ่ี ขม้ งวดและเขม้ งวด เขา้ กบั รูปแบบขนั้ ตอน
ท่ีเขม้ งวดและเขม้ งวดเทา่ เทยี มกนั ในใบเสนอราคาสว่ นใหญ่ทย่ี งั มชี ีวติ อยจู่ ากขอ้ ความเหลา่ นีจ้ ะไมม่ กี ารใหต้ ารางตน้ ฉบบั
ทย่ี ดึ ไว้ นกั วชิ าการคาดเดาวา่ เศษชิน้ ส่วนทย่ี งั มชี ีวติ อยนู่ นั้ อยทู่ ี่ไหนโดยการเปรยี บเทียบกบั การแสดงและบนั ทกึ ท่เี ป็นท่ี
รูจ้ กั ซง่ึ สว่ นใหญ่ไมร่ วมถงึ บรรทดั ดงั้ เดิม แตเ่ ป็นการถอดความ ไม่สามารถทราบไดอ้ ยา่ งแนช่ ดั จากสงิ่ ท่ยี งั มชี ีวติ อยวู่ า่
ตน้ ฉบบั เคยถกู จดั ระเบยี บดว้ ยวธิ ีนหี้ รอื แมว้ า่ พวกเขาจะถกู จดั เรยี งตามหวั เรอื่ งเลยกต็ าม

เชงิ อรรถ

1. ^ Jolowicz, HFประวตั ิศาสตรร์ ูเ้ บอื้ งตน้ เกยี่ วกบั การศกึ ษาของกฎหมายโรมนั (เคมบรดิ จ,์ 1952), 108
2. ^ a b c d e Crawford, MH 'Twelve Tables' ใน Simon Hornblower, Antony
Spawforth และ Esther Eidinow (eds.) Oxford Classical Dictionary (4th ed.)
3. ^ หนงั สอื : "ยคุ แหง่ อารยธรรมคลาสสกิ "; บทท่ี "สบิ สองตารางค 450 BC"; หนา้ 27
4. ^ มอมมเ์ ซินตนั ประวตั ิความเป็นมาของกรุงโรมทรานส์ WP Dickson (ลอนดอน 1864) 290
5. ^ 'ตารางสบิ และพวกเขา Origins: การศตวรรษทีส่ บิ แปดอภิปราย' Steinberg, S.วารสารประวตั ิศาสตรข์ อง
ไอเดยี ฉบบั 43, ฉบบั ท่ี 3 (2525) 379–396, 381
6. ^ du Plessis, Paul (2010) ต าราของ Borkowski เกี่ยวกบั กฎหมายโรมนั (ฉบบั ที่ 4) ออกซฟ์ อรด์
หนา้ 5–6, 29–30 ISBN 978-0-19-957488-9.
7. ^ ลวิ ี่ 2002 พี 23
8. ^ ดแู รนท,์ 1942, หนา้ 23
9. ^ 'ตารางสบิ และพวกเขา Origins: การศตวรรษทีส่ บิ แปดอภิปราย' Steinberg, S.วารสารประวตั ศิ าสตรข์ อง
ไอเดียฉบบั 43, ฉบบั ท่ี 3 (2525) 379–396
10. ^ แกรนทไ์ มเคลิ (2521) ประวตั ศิ าสตรก์ รุงโรม (ฉบบั ที่ 1) ศษิ ยฮ์ อลล.์ หนา้ 75. ISBN 0-02-345610-8.
11. ^ แมค็ คานคิ "โรมทีย่ ง่ิ ใหญท่ ส่ี ดุ จกั รวรรดิของโลกโบราณ" กลมุ่ สง่ิ พมิ พ์ Rosen 2008
12. ^ a b c d e เมลเลอรโ์ รนลั ด์ (2013). ประวตั ิศาสตรข์ องกรุงโรมโบราณ: บทเขียนทสี่ าคญั เสน้ ทาง ISBN 978-
0415527163. OCLC 819515201
13. ^ https://avalon.law.yale.edu/ancient/twelve_tables.asp
14. ^ a b c d Coleman-Norton, PR (1960) ตารางสบิ สอง พรนิ ซต์ นั : มหาวทิ ยาลยั พรนิ ซต์ นั แผนกคลาสสกิ
15. ^ Phillipson, DE (1968) การพฒั นากฎหมายความม่นั คงแหง่ นขี้ องโรมนั Stanford Law
Review, 20 (6), 1230ดอย : 10.2307 / 1227498
16. ^ ขคง ไมร่ ะบชุ ื่อ (24 มกราคม 2548). ตารางสบิ สอง
http://www.gutenberg.org/cache/epub/14783/pg14783-images.html.utf8.gzip
:Gutenberg PressCS1 maint: ต าแหนง่ ( ลงิ ค์ )

17. ^ ก ข Hurri, Samuli (พฤศจิกายน 2548). "ตารางสบิ " (PDF) NoFo . 1 : 13–23.
18. ^ แกร่ี Forsythe ประวตั คิ วามเป็นมาที่ส าคญั ในชว่ งตน้ ของกรุงโรม: จากประวตั ิศาสตรก์ ารสงคราม
พวิ แรก 1st ed., University of California Press, 2005,
www.jstor.org/stable/10.1525/j.ctt1ppxrv
19. ^ ข "กฎหมายในกรุงโรมโบราณ, ตารางสบิ สอง" www.crystalinks.com . สบื คน้ เมอ่ื 2017-05-08.
20. ^ วตั สนั , อลนั (12 มนี าคม 2552). ยอ่ ยของจสั ติเนยี นเลม่ 1 ส านกั พมิ พม์ หาวทิ ยาลยั เพนซลิ เวเนยี
หนา้ 276, 379, 315. ISBN 9780812205510.
21. ^ เดนิสฟสุ เทลเดอคลู งั เกสนมู า เมอื งโบราณการศกึ ษาเกี่ยวกบั ศาสนา, กฎหมายและสถาบนั การศกึ ษาท่กี รซี และ
โรม บลั ติมอร:์ Johns Hopkins UP, 2010. พิมพ2์ 2. ^ เบเกอร์ Keir (2016/04/11) "การศกึ ษากฎหมายโรมนั :
จโู นมนั มปี ระโยชนม์ ากกวา่ ท่คี ณุ คดิ " เดอะการเ์ ดียน . ISSN 0261-3077 สบื คน้ เมอื่ 2017-05-08.
23. ^ ซคิ ขา. 2.59
24. ^ cf. Funaioli GRF P57
25. ^ ซเิ ซโรบรูตสั 205; Aulus Gellius, Attic Nights 16.8.2.

อา้ งถงึ ผลงาน

 Durant, W. (1942). เรอื่ งราวของอารยธรรม ไซมอนและชสู เตอร์
 ลวิ ่ี; เดอSélincourt, A .; โอกิลวี, RM; Oakley, SP (2002). ชว่ งประวตั ศิ าสตรข์ องกรุงโรม:

หนงั สอื I-V ของประวตั ศิ าสตรข์ องกรุงโรมจากฐานรากของมนั เพนกวนิ คลาสสกิ ISBN 0-14-044809-8.
 ก๊ดู วินเฟรดเดอรคิ (2429) สบิ ตาราง ลอนดอน: สตเี วนสแ์ อนดซ์ นั ส์

อ่านเพม่ิ เตมิ

 Cornell, TJ 1995 จดุ เรม่ิ ตน้ ของกรุงโรม: อติ าลแี ละโรมตงั้ แตย่ คุ ส ารดิ จนถงึ สงครามพวิ นิก
(ประมาณ 1,000-264 ปีก่อนครสิ ตศ์ กั ราช) ลอนดอน: เสน้ ทางเลดจป์ ระวตั ศิ าสตรเ์ ลดจข์ องโลกโบราณ

 แฮรร์ สี จ์ ิลล์ 2550. “ รหสั กฎหมายโรมนั และประเพณีทางกฎหมายของโรมนั ” ในBeyond Dogmatics:
กฎหมายและสงั คมในโลกโรมนั แกไ้ ขโดย Cairns, John W. และ Du Plessis, Paul
J.Edinburgh ศกึ ษาดา้ นกฎหมาย; 3, 85-104. เอดินบะระ: มหาวทิ ยาลยั เอดนิ บะระ Pr.

 Tellegen-Couperus Olga ed. 2554. กฎหมายและศาสนาในสาธารณรฐั โรมนั . ผลติ ภณั ฑเ์ สรมิ
อาหาร Mnemosyne ประวตั ศิ าสตรแ์ ละโบราณคดสี มยั โบราณ, 336 ไลเดน; บอสตนั : Brill

 วตั สนั อลนั 1992. รฐั กฎหมายและศาสนา: Pagan Rome. ส านกั พมิ พม์ หาวทิ ยาลยั จอรเ์ จยี
 เวสตบ์ รูกเรยม์ อนด์ 2531. "ธรรมชาตแิ ละตน้ ก าเนิดของโต๊ะสบิ สองโต๊ะ" Zeitschrift

derSavigny Stiftung für Rechtsgeschichte Romanistische Abteilung, CV,
74-121

ลิงกภ์ ายนอก

 รายการโดย George Long ใน William Smith พจนานกุ รมโบราณวตั ถขุ องกรกี และโรมนั

รายชอ่ื สมาชกิ

1. นายธีรภทั ร ทองสกุล เลขที่ 3 ม.6/1
2. นายภรู ิจกั ษ์ สุขมอญ เลขที่ 7 ม.6/1
3. น.ส.ชุตกิ าญจน์ พลู ศลิ ป์ เลขที่ 21 ม.6/1
4. น.ส.ภานรินทร์ ฉายประทปี เลขที่ 30 ม.6/1
5. น.ส.มุกตาภา จนั ทรแ์ สง เลขท่ี 32 ม.6/1
6. น.ส.สุชญา สุทธิวรภคั เลขท่ี 35 ม.6/1




Click to View FlipBook Version