The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วัดป้อมวิเชียรโชติการาม จังหวัดสมุทรสาคร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

วัดป้อมวิเชียรโชติการาม จังหวัดสมุทรสาคร

วัดป้อมวิเชียรโชติการาม จังหวัดสมุทรสาคร

เจา้ อาวาสต้งั อดีตจนถึงปัจจุบนั
มีเจา้ อาวาสเป็นผปู้ กครอง แต่งต้งั ผชู้ ่วยเจา้ อาวาสและพระภิกษุในวดั ใหม้ ีหนา้ ท่ีต่าง ๆ โดยแบ่ง

ออกเป็นการปกครอง การศึกษา การเผยแผ่ การสาธารณูปการ และการสงเคราะห์ โดยยดึ หลกั ใหเ้ ป็นไป
ตามพระธรรมวนิ ยั ระเบียบ กฎ คาํ ส่งั ของมหาเถรสมาคม ในการบริหารและการปกครองมีเจา้ อาวาสเทา่ ท่ี
ทราบนามดงั น้ี

๑. พระอปุ ัชฌายท์ อง สุวณฺณโชโต ๒. พระครูสาครคณุ าธาร (กร่าง)

วดั ป้อมวเิ ชียรโชตกิ าราม จังหวดั สมทุ รสาคร ๓. พระมหาเขม็ โชติปาโล ๔. พระรามญั มุนี (สมยั กมโล)
พระอารามหลวง ช้ันตรี ชนิดสามัญ พ.ศ. ๒๔๘๙ – ๒๕๓๗

สภาพฐานะและท่ีต้งั วดั

วัด ป้ อ ม วิ เ ชี ย ร โ ช ติ ก า ร า ม เ ป็ น พ ร ะ อ า ร า ม ห ล ว ง ช้ั น ต รี ช นิ ด ส า มัญ
ต้ังอยู่เลขที่ ๙๕๗ ถนนวิเชียรโชฎก ตําบลมหาชัย อําเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร
สังกดั คณะสงฆ์ มหานิกาย ท่ีดินท่ีต้งั วดั มีเน้ือท่ี ๑๙ ไร่ ๗๖ ตารางวา โฉนดที่ดินเลขท่ี ๗๗๐๐
ต้ั ง วัด เ มื่ อ พ . ศ . ๒ ๓ ๒ ๓ ไ ด้ รั บ พ ร ะ ร า ช ท า น วิ สุ ง ค า ม สี ม า เ ม่ื อ พ . ศ . ๒ ๔ ๑ ๘
เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๖ เมตร ได้รับการสถาปนาข้ึนเป็ นพระอารามหลวง
เ ม่ื อปี พ .ศ . ๒ ๕ ๓๙ อา ณ า เ ข ต ทิ ศ เ หนื อจ ร ด ถนนส ร ศักด์ิ ทิ ศ ใ ต้จ ร ดแ ม่น้ํา ท่าจีน
ทิศตะวนั ออกจรดถนนเจษฏางค์ ทิศตะวนั ตกจรดท่ีดินเอกชน

๕. พระราชปริยตั ิคุณ (สมพงษ์ สุวโจ ) พ.ศ. ๒๕๓๗ – ปัจจุบนั

ประวตั ิความเป็นมา อโุ บสถ กวา้ ง ๘ เมตร ยาว ๖ เมตร สรา้ งเม่อื พ.ศ ๒๔๖๑ เป็นอาคารครง่ึ ไมค้ รง่ึ ปนู
ปัจจุบนั (๒๕๔๗) กาํ ลงั กอ่ สรา้ งพระอโุ บสถหลงั ใหม่ ขนาดกวา้ ง ๔๒ เมตร ยาว ๔๔ เมตร
วดั ป้อมวิเชียรโชติการามเป็นวดั ที่ เก่าแก่ สร้างมาแลว้ ประมาณ ๒๐๐ ปี เศษหรืออาจก่อน เป็นอาคารคอนกรีตเสรมิ เหล็ก ทรงจตรุ มขุ ๒ ชนั้
ปชู นียวตั ถุ
หนา้ น้นั ซ่ึงยงั ไม่มีหลกั ฐานชดั เจน เขา้ ใจวา่ แต่เดิมคงเป็นชุมชนของชาวรามญั ซ่ึงอพยพเขา้ มาอยู่ ๑. พระประธานในพระอโุ บสถ เป็นพระพทุ ธรูปเนือ้ โลหะ สรา้ งในสมยั กรุงรตั นโกสนิ ทร์
ในประเทศไทยต้งั แตส่ มยั อยธุ ยาเป็นราชธานี เพราะความท่ีชาวรามญั เป็นผทู้ ี่นบั ถือ ๒. พระพทุ ธรูปศลิ าแรง ท่ีชาวบา้ นเรียกว่า “ หลวงพอ่ แดง ”
พระพุทธศาสนาอยา่ งเคร่งครัด เมื่ออยรู่ วมกนั จึงไดส้ ร้างวดั ข้ึน เพือ่ เป็นท่ีประกอบพิธีทางศาสนา ๓. พระพทุ ธวชิรปราการ (หลวงพ่อเพชร) ซ่งึ ทางวดั ไดห้ ลอ่ ขนึ้ เป็นพระประธานประจาํ พระอโุ บสถ
และไดต้ ้งั ชื่อวดั ตามช่ือหมบู่ า้ น หรืออาจสร้างวดั ข้ึนพร้อมกบั ป้อมปราการ ซ่ึงก็คือ ป้อมวเิ ชียร หลงั ใหม่
โชฎก ซ่ึงปรากฏตามหลกั ฐานการสร้างป้อม ตามพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยธุ ยา ตามประกฎ

สมเดจ็ กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ตอนหน่ึงวา่

สมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชการท่ี ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ไดย้ กเมืองสาครบรุ ี

ข้ึนกรมเจา้ ทา่ ความปรากฏตามประชุมพงศาวดารฉบบั ความสาํ คญั ของหลวงตรีวิจิตรวาทการวา่
"……...แบ่งหวั เมืองข้ึน กลาโหม, มหาดไทย, กรมเจา้ ท่าในรัชกาลที่ ๑ กรุงรัตนโกสินทร์….. ยงั คง
เมืองข้ึนกรมทา่ อีก ๘ เมือง คือ เมืองนนทบุรี ๑ เมืองสมทุ รปาการ ๑ เมืองสาครบุรี ๑…"

ในปี ๒๓๑๗ ในแผน่ ดิน พระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั รัชกาลที่ ๓ แห่งกรุง
รัตนโกสินทร์ ไดส้ ร้าง ป้อมวิเชียรโชฎก และขดุ คลองสุนขั หอน ข้ึน โดยโปรดให้พระยาโชฎิกราช
เศรษฐี (ทองจีน) เป็นผสู้ ร้าง สิ้นคา้ ใชจ้ ่ายดงั น้ี คา่ แรงจนี ถือปูน ๔๗ ชงั่ ๑๕ ตาํ ลึง ๓ บาท ๒ สลึง ๑
เฟื่ อง และโปรดใหย้ กครัวมอญในเจา้ พระยามหาโยธา ซ่ึงไปต้งั ทาํ มาหากินอยเู่ มืองสาครบุรี
เจา้ กรมป้อมชื่อหลวงพหลมหึมา ขนุ เดชชาํ นาญ ปลดั กอง แลว้ โปรดเจา้ พระยาพระคลงั เป็นแมก่ อง

ไปขดุ คลองสุนขั หอน เจา้ พระยาพระคลงั พนิ ิจเห็นวา่ น้าํ ชนกนั ตรงบริเวณน้นั คงต้ืนเขินทกุ แห่ง
หากขดุ คลองแยกเขา้ ไปท่ีน้าํ ชนน้นั จะไมต่ ้ืนเขิน จึงจา้ งจีนขดุ ท่ีชนแยกเขา้ ไปทุง่ ริมบา้ นโพธ์ิหกั
สายหน่ึง แลว้ ขอแรงกระบือราษฎรลงลยุ ในคลองน้นั น้าํ ข้ึนลงเชี่ยวกล็ ึกอยไู่ ด้ ไม่ต้ืนเขินมาจน
ปัจจุบนั สิ้นเงินคา่ แรงจีนขดุ เป็นเงิน ๑๒๐ ชงั่ ๔ ตาํ ลึง ๑ สลึง ๑ เฟื่ อง

ปัจจุบนั ป้อมวเิ ชียรโชฎกแมจ้ ะทรุดโทรมไปบา้ ง แต่กย็ งั มนั่ คงแขง็ แรงไดร้ ับการอนุรักษ์
ปรับปรุงใหเ้ ป็นสวนสาธารณะ และสวนสุขภาพ เพ่อื เป็นสถานที่พกั ผอ่ น หยอ่ นใจ และออกกาํ ลงั

กาย จึงสันนิษฐานวา่ เมื่อไดส้ ร้างป้อมวเิ ชียรโชฎกและหมู่บา้ นข้ึนแลว้ จึงไดส้ ร้างวดั ข้ึนเพ่ือเป็นท่ี
ประกอบบุญกุศล ตามแบบอยา่ งของผนู้ บั ถือพระพุทธศาสนา


Click to View FlipBook Version