The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

20101-2004 วิชางานส่งกำลังรถยนต์ ครูสันติ คำไหว 2@2562

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Santi Khamwai, 2021-01-08 09:05:55

20101-2004 วิชางานส่งกำลังรถยนต์ ครูสันติ คำไหว 2@2562

20101-2004 วิชางานส่งกำลังรถยนต์ ครูสันติ คำไหว 2@2562

39
แบบฝกึ หัดท้ายบทท่ี 3 เพลากลางและข้อตอ่ อ่อน
1. เพลากลางทาหนา้ ทีอ่ ะไร
1.ทาให้มกี ารส่งกาลงั ไปยังชดุ เฟอื งทา้ ยไดอ้ ย่างสมา่ เสมอ
2.มกี ารปรับระยะความยาวของเพลากลางไดเ้ อง
3.ทาใหม้ ีการผันแปรมมุ ของเพลากลางในขณะทีล่ ้อรถยนต์เตน้ ข้ึนลงเปน็ ไปได้อยา่ ง
ถูกต้อง
2. เพลากลางทใี่ ช้ในรถยนตม์ ีกีช่ นดิ อะไรบา้ ง มีใช้ในรถยนตท์ วั่ ๆ ไป อยู่ 2 ชนิด คอื 1.เพลา
กลางแบบท่อนเดยี ว เพลากลางแบบ 2 ท่อน
1. ข้อตอ่ ออ่ นภาษาองั กฤษเรยี กวา่ ยูนิเวอร์ซลั จอยท์ ( Universal joint )
ทาหนา้ ท่ี เป็นส่วนประกอบหนึง่ ของเพลากลาง และเป็นตัวดดู กลืนการเปล่ยี นแปลงในเชิงมมุ
และการถา่ ยทอดกาลังอยา่ งราบเรียบจากเกียร์ไปยังเฟืองท้าย
4. ข้อตอ่ อ่อนมีอย่กู ีช่ นดิ ทาหน้าที่อะไรบา้ ง
ข้อตอ่ อ่อนมีอยู่ 4 ชนดิ คอื
1.ขอ้ ตอ่ ออ่ นแบบกากบาทหรอื แบบถว้ ยลกู ปนื แข็ง
2.ขอ้ ตอ่ อ่อนแบบสลักกบั ลูกกลิ้ง
3.ขอ้ ต่อออ่ นแบบยางหรือผ้าใบ
4.ขอ่ ตอ่ อ่อนแบบใช้กบั ความเรว็ คงท่ี
5. เพราะเหตุใดจึงมกี ารนาข้อต่ออ่อนมาเป็นสว่ นประกอบหนึง่ ของเพลากลาง เพราะวา่
เครือ่ งยนต์กับกระปุกเกยี รไ์ ม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันกบั เฟืองท้าย

ครูสนั ติ คาไหว

40

แบบทดสอบก่อนเรียน/หลงั เรยี นหนว่ ยท่ี 3
เพลากลางและขอ้ ต่อ

คาสัง่ ขอ้ สอบมที ้งั หมด 20 ขอ้ คะแนนเต็ม 20 คะแนน ใหน้ ักเรียนเลอื กกา (X) คาตอบท่ีถกู ทสี่ ุดเพียง
ข้อเดียว

1. เพลากลางตดิ ต้งั อยู่ระหว่าง ข. เกยี ร์กับเฟอื งทา้ ย
ก. เกียร์กับเพลาทา้ ย ง. เกยี รก์ ับแหนบ
ค. เกยี ร์กับเฟอื งขบั
ข. เคร่อื งหน้าขับหลัง
2. รถยนต์ประเภทใดต่อไปนท้ี ีใ่ ชเ้ พลากลาง ง. ถูกทกุ ข้อ
ก. เครอื่ งหนา้ ขับหนา้
ค. เครื่องหลังขบั หลัง

3. ข้อใดไมใ่ ช่หน้าท่ขี องเพลากลาง ข. สง่ ถา่ ยแรงบดิ ขณะลอ้ เตน้ ข้ึนลง
ง. ส่งถ่ายแรงบิดขณะเกยี รต์ ัดกาลงั
ก. สง่ ถ่ายแรงบิดและอาการหมุน
ค. ส่งถ่ายแรงบิดขณะเพลากลางเปลย่ี นมุม

4. เพลากลางแบง่ ออกเปน็ ก่ชี นิด ข. 3 ชนดิ
ก. 2 ชนดิ ง. 5 ชนดิ
ค. 4 ชนิด

5. เพลากลางชนิดใดท่ีมีเพลากลมตันสอดภายใน ข. เพลากลางท่อนเดียว
ก. เพลาท่อนเดยี ว ง. เพลากลางใชข้ ้อต่อ
ค. เพลากลางทอ่ แรงบดิ
ข. เพลากลางท่อนเดยี ว
6. เพลากลางทใ่ี ชข้ อ้ ต่อมากกว่า 3 ตวั คอื ง. เพลากลางใชข้ ้อต่อ
ก. เพลากลางสองทอ่ น
ค. เพลากลางทอ่ แรงบิด ข. เพลากลางสองท่อน
ง. ผดิ ทกุ ขอ้
7. เพลากลางทใี่ ชข้ อ้ ตอ่ ชนดิ กากบาทถึงสามตัว คอื
ก. เพลาทอ่ นเดยี ว
ค. เพลากลางท่อแรงบิด

8. การขบั เคล่อื นตัวรถใหเ้ คลอ่ื นทโ่ี ดยผ่านจากลอ้ ไปเพลากลางและไปผา่ นตัวรถ คอื เพลากลางชนดิ ใด

ก. เพลาทอ่ นเดยี ว ข. เพลากลางท่อนเดียว

ค. เพลากลางท่อแรงบิด ง. เพลากลางใช้ขอ้ ต่อ

9. ขณะทเ่ี พลากลางและกระปกุ เกยี รอ์ ยู่ในระนาบเดียวเป็นผลให้

ก. เพลากลางยาวที่สดุ ข. เพลากลางคดงอ

ค. เพลากลางส้นั ทีส่ ดุ ง. เพลากลางหมนุ เร็วทีส่ ดุ

10. เพลากลางรบั กาลังงานจากเพลาใด

ก. เพลาคลตั ซ์ ข. เพลารอง

ค. เพลาข้อเหวยี่ ง ง. เพลากาลงั

ครูสนั ติ คาไหว

41

11. ข้อต่อชนิดใดที่นยิ มให้กับเพลากลาง ข. ขอ้ ต่อกากบาท – ขอ้ ตอ่
ก. ข้อต่อกากบาท – ขอ้ ตอ่ เลอื่ น ง. ขอ้ ตอ่ สลักรอ้ ยลูกกลง้ิ – ขอ้ ตอ่ เลือ่ น

ความเรว็ คงท่ี

ค. ข้อต่อยาง – ขอ้ ตอ่ กากบาท

12. โครงสรา้ งของเพลากลางชนดิ ใดทมี่ ลี ูกปืนรองรบั คอื ข. เพลากลางท่อแรงบดิ
ก. เพลากลางทอ่ นเดยี ว ง. เพลากลางสองทอ่ น
ค. เพลากลางใชข้ อ้ ต่อ

13. ข้อต่อออ่ นชนดิ ทีส่ ง่ กลังได้สมา่ เสมอดี คอื ชนิดใด ข. กากบาท – ชนิดยางและผา้ ใบ
ก. ความเรว็ คงที่ – ชนดิ ยางและผ้าใบ ง. ขอ้ ตอ่ สลกั รอ้ ยลกู กลิ้ง – กากบาท
ค. ขอ้ ต่อสลักร้อยลกู กล้ิง – ความเร็วคงที่

14. ข้อต่อชนิดใดทท่ี าหน้าท่ใี หเ้ พลากลางเปลย่ี นความยาวได้

ก. ข้อตอ่ กากบาท ข. ขอ้ ตอ่ ความเร็วคงท่ี

ค. ขอ้ ต่อสลกั ร้อยลูกกล้งิ ง. ข้อต่อเลือ่ น

15. ข้อตอ่ ชนิดใดทีไ่ ม่ทาใหเ้ พลากลางเปล่ยี นแปลงมุมได้

ก. ขอ้ ต่อกากบาท ข. ขอ้ ตอ่ เลอ่ื น

ค. ขอ้ ตอ่ ความเรว็ คงท่ี ง. ข้อตอ่ ชนิดยางและชนิดผา้ ใบ

16. ข้อตอ่ อ่อนชนดิ ใดทีน่ ยิ มใช้กับเพลาขับล้อหน้า ข. ข้อตอ่ เลื่อน
ง. ขอ้ ต่อสลกั รอ้ ยลูกกลง้ิ
ก. ขอ้ ต่อกากบาท
ค. ขอ้ ตอ่ ความเร็วคงที่ ข. ข้อตอ่ เลอ่ื น
17. สว่ นประกอบท่เี รียกว่ารางในคือชิ้นสว่ นของข้อต่อใด ง. ขอ้ ต่อความเร็วคงที่
ก. ขอ้ ตอ่ กากบาท
ค. ขอ้ ต่อชนดิ ยางและชนิดผา้ ใบ

18. ข้อต่อชนิดใดในเพลากลางท่ีสวมอยู่ในเพลาเกียร์ ข. ขอ้ ตอ่ เลื่อน
ก. ขอ้ ต่อกากบาท ง. ขอ้ ตอ่ ชนิดยางและชนดิ ผ้าใบ
ค. ข้อต่อความเรว็ คงที่
ข. ก้ามปู
19. ขอ้ ตอ่ เลอื่ นและข้อตอ่ ออ่ นยดึ ติดเขา้ ด้วยกันโดย ง. แกนเพลากลาง
ก. กากบาท
ค. ร่องฟัน ข. ขอ้ ต่อความเรว็ คงที่
ง. ข้อตอ่ ยางและผ้าใบ
20. รอ่ งฟนั ใช้กับข้อตอ่ ชนิดใด
ก. ข้อตอ่ กากบาท
ค. ข้อต่อเลื่อน

ครูสนั ติ คาไหว

42

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น/หลงั เรียนหนว่ ยท่ี 3

1. ค 11. ก
2. ข 12. ง
3. ง 13. ก
4. ก 14. ง
5. ค 15. ข
6. ก 16. ค
7. ข 17. ง
8. ก 18. ข
9. ค 19. ข
10. ง 20. ค

ครูสันติ คาไหว

43

ใบงาน
เรือ่ ง การถอดประกอบเพลารถยนต์
จดุ ประสงค์ของงาน

1. ถอดเพลากลางรถยนต์ได้
2. ประกอบเพลากลางรถยนตไ์ ด้
3. ใชเ้ คร่อื งมอื ช่างยนต์ได้
4. ใชเ้ คร่ืองมือวดั ละเอยี ดช่างยนต์ได้
กิจกรรม
1. ใหน้ กั ศกึ ษาการถอดและประกอบเพลากลางรถยนต์
2. ให้นักศกึ ษาร่วมกนั สรุปเรื่องเพลากลางและขอ้ ต่อเพลากลาง ใหบ้ นั ทึกผลและรายงานหน้า
ช้ันเรียน ให้จดั ทาสือ่ ประกอบการรายงานดว้ ย เมื่อรายงานหนา้ ชั้นเรียนแล้วใหผ้ ู้ฟังซักถามปัญหา ข้อ
สงสัย ใหบ้ นั ทกึ ผลและรายงานหนา้ ชั้นเรยี น ใหจ้ ัดทาสื่อประกอบการรายงานดว้ ย

3. เมอ่ื รายงานหนา้ ช้นั เรียนแล้วใหผ้ ู้ฟงั ซักถามปัญหา ขอ้ สงสยั เกี่ยวกบั เพลากลางและขอ้ ต่อ
เพลากลาง จากน้นั ให้ผู้รายงานตัง้ คาถามเพ่ือถามผู้ฟงั อยา่ งนอ้ ย 2 คาถาม
เกณฑก์ ารพจิ ารณา

1 ความพร้อมในการเตรยี มตัว
2. บคุ ลกิ ลักษณะ กิรยิ า ทา่ ทางในการพดู นา้ เสียง
3. ความรู้เกยี่ วกับเน้อื หา ความถกู ต้อง ปฏิภาณในการตอบ และการแก้ไขปญั หาเฉพาะหนา้

เน้ือหาสาระทไี่ ด้จากการพูดการฟัง

ครูสนั ติ คาไหว

44

แผนผงั มโนทัศน์

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 4 เพลาขบั ล้อ

การประยุก มีความ มีทักษะการ โครงการ ทกั ษะการ ทดสอบ
ใช้ รับผดิ ชอบ ปฏบิ ัติงาน 3D ปฏบิ ตั ิ ความรู้

เศรษฐกิจ ประเมินตาม
พอเพียง
สภาพจริง

ความรู้ความ ผู้เรยี น วิธีการ แผน
เข้าใจ PDCA

เพลาขับล้อ

โครงสรา้ งและ สาระเนือ้ หา หลักการทางาน
สว่ นประกอบ เพลาขับลอ้
การบารุงรกั ษา
เพลาขับลอ้ หน้า

เพลาขับลอ้ หลัง

ครูสนั ติ คาไหว

45

แผนการจัดการเรียนรู้
ช่อื วิชา งานสง่ กาลังรถยนต์ รหัสวชิ า 20101-2004
บทท่ี 4 เพลาขับลอ้

สอนครง้ั ท่ี 13-14 ชั่วโมงที่ 49-56 เวลา 4 ช่ัวโมง/สัปดาห์

สาระสาคญั

เพลาขบั (Driveshaft) หมายถึง เพลาขบั ลอ้ หน้าและล้อหลังรถยนต์ มหี น้าทีส่ ่งถา่ ยกาลงั จากชุด
เฟอื งดอกจอกไปขับเคล่อื นล้อ เพลาขับลอ้ หน้านน้ั หมุนส่งถ่ายกาลังเป็นมุมตา่ งๆ โดยใชข้ ้อตอ่ กากบาท
ข้อต่อความเร็วคงที่ และขอ้ ตอ่ เลื่อน ทง้ั นี้ข้ึนอยู่กบั ลักษณะการออกแบบ เพลาขับลอ้ หลังรถยนต์ เสือ้
เพลามจี ดุ หมุนดา้ นใน 2 ข้าง จดุ หมนุ ด้านในขา้ งเดยี ว และเพลาอสิ ระ 2 ขา้ ง มีการจาแนกตามชนิดของ
เพลา

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

จุดประสงคท์ ั่วไป
1.เพื่อให้นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจความหมาย หลกั การทางาน โครงสรา้ ง และส่วนประกอบ
ของเพลาขบั ลอ้
2.เพื่อใหท้ ราบข้นั ตอนการถอดประกอบและตรวจสภาพเพลาขับล้อแบบตา่ งๆ

จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

1. อธิบายชนิดหน้าทีก่ ารทางานของเพลาขอ้ ลอ้ ไดถ้ กู ตอ้ ง
2. บอกโครงสร้างและสว่ นประกอบของเพลาขบั ล้อได้ถกู ต้อง
3.ปฏบิ ัตถิ อดประกอบและตรวจสภาพเพลาขับล้อหน้าไดถ้ ูกต้อง
4.ปฏิบัตถิ อดประกอบและตรวจสภาพเพลาขับล้อหลงั ไดถ้ กู ต้อง

สมรรถนะรายหน่วย

1.เข้าใจชนิด โครงสรา้ งและหลักการทางานเพลาขับลอ้ แบบต่างๆได้ตามคู่มือ
2.ตรวจสอบและบริการเพลาขบั ล้อหน้าและเพลาขบั ลอ้ หลงั รถยนต์ได้ตามคู่มอื

หัวขอ้ การเรยี นรู้

1.เพลาขบั ลอ้ หนา้
2.เพลาขับล้อหลัง
3.การบารุงรกั ษาเพลาขับล้อ
4.การเปรียบเทยี บเพลาขบั ล้อหน้าและล้อหลัง

ครูสันติ คาไหว

46

กจิ กรรมการเรียนรู้ (สัปดาห์ที่ 13 )

กจิ กรรมการเรียนการสอน

ขัน้ ตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ขน้ั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู

ข้นั การเรียนการสอน ขัน้ การเรียนการสอน
1.ครอู ธิบายชนิดหนา้ ทก่ี ารทางานของ 1.ผเู้ รียนอธิบายชนดิ หน้าที่การทางานของ

เพลาข้อล้อ เพลาข้อล้อ
2.ครูให้เนือ้ หาโครงสรา้ งและสว่ นประกอบ 2.ผู้เรียนศึกษาเน้อื หาโครงสร้างและ

ของเพลาขบั ล้อ ส่วนประกอบของเพลาขบั ล้อ
3.ใชส้ ่อื Power point ชุดฝึก แผงฝกึ หรือ 3.ผ้เู รียนใชส้ อื่ Power point ชดุ ฝึก แผงฝึก

แหลง่ คน้ หาความรู้อื่นๆ หรือแหลง่ ค้นหาความร้อู ืน่ ๆ

ขั้นพยายาม ขนั้ พยายาม
1.ครมู อบหมายใหผ้ ูเ้ รยี นศึกษาการทางาน 1.ผู้เรยี นศกึ ษาการทางานของเพลาขอ้ ลอ้
2.ผเู้ รยี นปฏบิ ตั ถิ อดประกอบและตรวจ
ของเพลาข้อลอ้
2.ใหผ้ เู้ รยี นปฏิบัติถอดประกอบและตรวจ สภาพเพลาขับล้อหนา้ และตรวจสภาพเพลาขับลอ้
หลงั
สภาพเพลาขบั ล้อหนา้ และตรวจสภาพเพลาขบั
ล้อหลงั 3.ผูเ้ รียนปฏบิ ัติใบงานที่ 4.1 และ 4.2

3.ให้ผเู้ รยี นปฏิบตั ใิ บงานท่ี 4.1 และ 4.2 ข้นั สาเรจ็ ผล
1เฉลยใบงานและอธบิ ายเพมิ่ เติม
ขัน้ สาเร็จผล 2.นักเรยี นทาแบบฝกึ หดั ท้ายหนว่ ย
1.ครเู ฉลยใบงานและอธบิ ายเพิ่มเตมิ 3.เฉลยแบบฝึกหัดทา้ ยหน่วย
2.ให้นักเรยี นทาแบบฝึกหัดทา้ ยหนว่ ย
3.เฉลยแบบฝึกหัดท้ายหนว่ ย

ครูสนั ติ คาไหว

47

กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สปั ดาหท์ ี่ 14 )

กจิ กรรมการเรยี นการสอน

ข้ันตอนการสอนหรอื กิจกรรมของครู ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู

ข้ันการเรียนการสอน ขั้นการเรียนการสอน
1.ครอู ธบิ ายชนดิ หน้าทกี่ ารทางานของ 1.ผเู้ รยี นอธบิ ายชนิดหน้าทก่ี ารทางานของ

เพลาขอ้ ลอ้ เพลาข้อล้อ
2.ครใู ห้เนื้อหาโครงสร้างและส่วนประกอบ 2.ผูเ้ รยี นศกึ ษาเน้อื หาโครงสร้างและ

ของเพลาขบั ลอ้ ส่วนประกอบของเพลาขบั ลอ้
3.ใชส้ ื่อPower point ชุดฝึก แผงฝกึ หรือ 3.ผู้เรียนใช้ส่อื Power point ชุดฝึก แผงฝึก

แหลง่ คน้ หาความรู้อน่ื ๆ หรอื แหลง่ ค้นหาความรู้อื่นๆ

ขัน้ พยายาม ขัน้ พยายาม
1.ครูมอบหมายให้ผเู้ รยี นศกึ ษาการทางาน 1.ผเู้ รียนศึกษาการทางานของเพลาขอ้ ลอ้
2.ผ้เู รียนปฏิบตั ิถอดประกอบและตรวจ
ของเพลาข้อล้อ
2.ใหผ้ ูเ้ รยี นปฏบิ ัติถอดประกอบและตรวจ สภาพเพลาขับลอ้ หน้าและตรวจสภาพเพลาขบั ลอ้
หลัง
สภาพเพลาขบั ล้อหน้าและตรวจสภาพเพลาขับ
ล้อหลงั 3.ผู้เรยี นปฏบิ ตั ิใบงานท่ี 4.1 และ 4.2

3.ให้ผู้เรยี นปฏิบัตใิ บงานที่ 4.1 และ 4.2 ข้ันสาเร็จผล
1เฉลยใบงานและอธบิ ายเพม่ิ เติม
ข้นั สาเรจ็ ผล 2.นักเรียนทาแบบฝกึ หดั ทา้ ยหนว่ ย
1.ครูเฉลยใบงานและอธิบายเพ่มิ เติม 3.เฉลยแบบฝึกหดั ทา้ ยหน่วย
2.ให้นกั เรยี นทาแบบฝกึ หัดทา้ ยหน่วย
3.เฉลยแบบฝกึ หดั ท้ายหนว่ ย

การบูรณาการปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

ผเู้ รียนมวี ินัย ซอื่ สตั ย์ ประหยดั ใฝุรู้ และปฏบิ ัตงิ านทีไ่ ด้รับมอบหมายโดยยึดหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง

กจิ กรรมเสนอแนะ/ งานที่มอบหมาย

1. ศึกษาค้นควา้ เพิม่ เติมเกี่ยวกบั ความรู้ เพลาข้อล้อ
2. ศกึ ษาค้นคว้าเพ่มิ เติมเกีย่ วกับหลักการทางานและสว่ นประกอบเพลาขอ้ ลอ้ รถยนต์

ครูสันติ คาไหว

48

การวัดและประเมินผล

วธิ กี ารวดั และประเมินผล
- สังเกตการทางาน

- ทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรยี น
เคร่อื งมือวดั และประเมนิ ผล

- แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรียน
เกณฑ์การวดั ผล และประเมินผล

- ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ รอ้ ยละ 80 ของแบบประเมินแตล่ ะประเภท
ดา้ นความรู้

- ประเมินจาก การสนทนา ตอบ ข้อซักถาม
- ประเมนิ จากการทาแบบฝึกหดั แบบทดสอบ
ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม

- ประเมินด้วยแบบสังเกตการปฏิบัติกิจกรรม เน้นความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ ประณีต
รอบคอบ ประหยัดและมีความอดทน

ด้านทักษะกระบวนการ
- กระบวนการทางาน

วธิ กี ารแก้ปญั หาในกรณที ี่ผเู้ รียนไม่ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ตามจุดประสงค์ทก่ี าหนด
1. สอนซอ่ มเสรมิ ให้กับผเู้ รยี นท่ีไม่ผ่านเกณฑ์ในแต่ละจุดประสงค์ โดยใชว้ ธิ กี ารดังนี้
- แนะนา/สอนเสรมิ ในส่วนท่ยี งั ไมเ่ ขา้ ใจ
- มอบหมายใหเ้ พอ่ื นทผี่ า่ นเกณฑ์สอนเพื่อน
- มอบหมายให้งานเพ่มิ เติมนอกเวลา

2. ทดสอบเพอ่ื ประเมินผล

สอ่ื การเรยี นการสอน/การเรียนรู้
ส่อื สิ่งพิมพ์

1.หนังสอื เรียนวิชา งานสง่ กาลงั รถยนต์ ของ บตั รเชิญ ถาวรชาติ และทา่ นอน่ื ๆ
2.เอกสารประกอบการสอน
สือ่ โสตทศั น์
1.เครอ่ื งฉายโปรเจคเตอร์ 2.คอมพิวเตอร์/อินเตอรเ์ นต็ 3.VCD

ส่ือของจริง 2.รถยนต์
1เพลาข้อลอ้ รถยนต์

ครูสันติ คาไหว

49

แบบฝึดหัดทา้ ยบทที่ 4 เพลาขับลอ้

จงเตมิ คาลงในชอ่ งว่างใหถ้ ูกต้องและสมบรู ณ์ท่สี ดุ
1. เพลาขับลอ้ หน้ารถยนต์ ทาหน้าทอ่ี ะไรบ้าง
............................................................................................................................. ..........................................
............................................................................................................................. ..........................................
.......................................................................................................................................................................
........... ...........................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................... .....
............................................................................................................................. ..........................................

2. ขอ้ ต่อแบบความเร็วคงที่ แบ่งได้ ...............ชนิด คือ
............................................................................................................................. ..........................................
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................

3. ขอ้ ต่อแบบเบอรฟ์ ิล มีลกั ษณะเปน็ อยา่ งไร
............................................................................................................................. ................................. .........
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
............................................................................................................................. ..........................................
.......................................................................................................................................................................

4. ขอ้ ตอ่ ออ่ นแบบความเรว็ คงท่ี ทาหน้าทอ่ี ะไรในระบบส่งกาลังรถยนต์
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

5. การตรวจสภาพของข้อต่อออ่ น แบบความเรว็ คงท่ี ควรปฏิบตั ิอย่างไร
.................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. ..........................................
. .....................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................

ครูสันติ คาไหว

50

เฉลยแบบฝดึ หัดทา้ ยบทท่ี 4 เพลาขบั ลอ้

1. เพลาขบั ลอ้ หนา้ รถยนต์ ทาหนา้ ทอ่ี ะไรบ้าง
1.รบั ความเค้นทเ่ี กิดจากการขับเคลื่อนของชดุ เฟืองดอกจอก, เฟอื งทา้ ย
2.ส่งถ่ายกาลังในการขับจากชุดเฟืองดอกจอกเพื่อไปขับล้อรถยนต์ให้หมุนได้
3.รองรับแรงเบยี ดทางดา้ นขา้ งของลอ้ รถยนต์ในขณะท่รี ถยนต์เล้ียวโคง้

2. ข้อตอ่ แบบความเร็วคงที่ แบง่ ได้ 2 ชนิด คอื
1.ขอ้ ต่อแบบไทปอต
2.ข้อต่อแบบเบอรฟ์ ลิ

3. ข้อต่อแบบเบอรฟ์ ลิ มีลกั ษณะเป็นอย่างไร
จะมลี ูกปืนกลมมากมาย ซง่ึ จะยอมให้ความเร็วแบบเดยี วกันรักษาไว้ ความโค้งพิเศษจะ

ถูกจดั ไวท้ ่บี ่าของลกู ปนื กลม ในทิศทางซงึ่ เปน็ จดุ สมั ผสั ระหวา่ งเพลาขบั ลอ้ หน้ารถยนต์

4. ข้อต่อออ่ นแบบความเรว็ คงท่ี ทาหนา้ ทอ่ี ะไรในระบบสง่ กาลงั รถยนต์
หมุนขบั เพลาในขณะท่ีขอ้ ต่อเอยี งเปน็ มมุ ได้ ฉะน้ันเพลาตามจะไมม่ ีการเปลยี่ นแปลงอัตราเร่ง
ในขณะที่ข้อต่อทางานท่ีมมุ เอียง จะทาให้ความเรว็ ที่หมนุ คงท่ี และเปล่ียนแปลงความเร็วของเพลาขบั ล้อ
หนา้ รถยนต์ได้

5.การตรวจสภาพของข้อตอ่ อ่อน แบบความเร็วคงที่ ควรปฏิบัติอย่างไร
1.ตรวจอาการเสยี งดังเร็วกว่ากาหนด มีสาเหตมุ าจากขอ้ ตอ่ ตวั ใดตวั หน่ึงขาดการหล่อ

ลื่น
2.ตรวจอาการเสียงเคาะตลอดเวลาทค่ี วามเร็วความเรว็ ตา่ ๆ มีสาเหตุมาจากข้อต่อหลวม

หรือเกดิ จากการสึกหรอ
3.ตรวจอาการเสียงดงั ในขณะเรง่ เครือ่ งรถยนต์ มสี าเหตมุ าจากขอ้ ตอ่ ตัวในสกึ หรอมาก
4.ตรวจอาการเสยี งดังคล้ายกับโลหะกระทบกันบนเพลาที่กาลงั หมนุ มีสาเหตุมาจากความ

ผิดปกตทิ ขี่ ้อตอ่ ตัวนอก
5.ตรวจอาการสนั่ ในขณะที่เรง่ เครอ่ื ง มีสาเหตุมาจากขอ้ ตอ่ ในขบแล้วปลอ่ ย หลาย ๆ

คร้งั ติดต่อกนั แสดงว่าขาดนา้ มนั หลอ่ ลืน่

ครูสันติ คาไหว

51

แบบทดสอบกอ่ นเรียน/หลังเรยี นหน่วยที่ 4
เพลาขับล้อ

คาสัง่ ขอ้ สอบมีทงั้ หมด 20 ขอ้ คะแนนเตม็ 20 คะแนน ให้นกั เรยี นเลอื กกา (X) คาตอบที่ถกู ทีส่ ดุ เพยี ง

ข้อเดียว

1. เพลาขับล้อแบ่งออกเปน็ กีแ่ บบ

ก. 1 แบบ ข. 2 แบบ

ค. 3 แบบ ง. 4 แบบ

2. เพลาขบั ลอ้ รับแรงขับมาจาก

ก. เครื่องยนต์ ข. เกียร์

ค. ชดุ เฟืองดอกจอก ง. เพลากาลงั

3. เพลาขับล้อหน้าขา้ งหนึง่ ใชข้ อ้ ตอ่ อ่อนก่ตี ัว

ก. 2 ตัว ข. 3 ตวั

ค. 4 ตวั ง. 5 ตัว

4. เหตุที่เพลาขับล้อหนา้ ตอ้ งใช้ขอ้ ต่อออ่ นเพราะวา่

ก. เพลามโี อกาสสัน้ ยาวได้ ข. เพลาได้รับแรงเบียดดา้ นขา้ ง

ค. เพลารบั แรงหมนุ และแรงบิด ง. เพลาเปลีย่ นมมุ ตามลอ้ เต้น

5. ข้อใดไมใ่ ชห่ นา้ ท่ขี องเพลาขบั ลอ้ หนา้

ก. รบั แรงบดิ จากการสง่ กาลัง ข. รบั นา้ หนักของรถ

ค. รบั แรงหมนุ จากเฟอื งดอกจอก ง. รับแรงเบียดด้านขา้ ง

6. ข้อใดไมใ่ ชส้ ่วนประกอบของข้อต่อออ่ นเพลาขบั ล้อหน้าเบอร์ฟลิ ด์เซปปา

ก. ฝาครอบ ข. ลูกปืนกลม

ค. รางนอก ง. กรอบลกู ปนื

7. ขอ้ ต่อออ่ นด้านท่ตี ดิ กับลอ้ รถยนต์ (ตัวนอก) ทาหนา้ ท่ี

ก. ยึดล้อกบั เพลาขับ ข. ยอมให้เพลาส้นั ยาวได้

ค. รับนา้ หนักรถ ง. ยอมใหล้ ้อหนั เลยี้ วได้

8. ข้อตอ่ ตัวทอี่ ย่ตู ดิ กบั ชดุ เกยี ร์ (ดา้ นใน) ทาหน้าท่ี

ก. ยึดล้อกับเพลาขับ ข. ยอมให้เพลาสั้นยาวได้

ค. รับน้าหนกั รถ ง. ยอมให้ล้อหนั เล้ยี วได้

9. ขอ้ ใดทไ่ี มใ่ ช่หน้าทขี่ องข้อตอ่ ออ่ นแบบสามขา

ก. ใชล้ ูกปนื กลมรับส่งแรงบดิ ข. ตดิ ตง้ั อยทู่ างด้านล้อ

ค. รับแรงสนั่ ได้ท้ังแนวตั้งแนวนอน ง. ลูกกลงิ้ วง่ิ ไปบนกรอบ

10. ข้อใดกล่าวได้ถกู ต้อง
ก. เพลาขบั ล้อหน้ารบั กาลงั งานจากเกยี รส์ ่งกาลงั โดยตรง
ข. ข้อต่อออ่ นแบบสามขาติดตง้ั อยู่ด้านนอกติดกบั ล้อ
ค. เพลาขบั ลอ้ หน้าใช้ข้อตอ่ เพียงจดุ เดยี ว
ง. การหันเลี้ยวทาใหเ้ กิดแรงเบยี ดทเี่ พลาขับล้อหน้า

ครูสันติ คาไหว

52

11. ขอ้ ใดกลา่ วได้ถูกตอ้ ง

ก. ขอ้ ตอ่ เลือ่ นไมม่ ีติดต้ังในเพลาขบั ล้อหน้า

ข. ข้อตอ่ แบบสามขาเปน็ ขอ้ ต่อเลือ่ นอยู่ในตัว

ค. ขอ้ ตอ่ แบบฟิลด์เชปปาเป็นข้อต่อเลอื่ นในตัว

ง. ขณะท่เี พลาหนา้ ทามมุ มาก ขณะลอ้ เต้นขึน้ ลงเพลาจะส้ันลง

12. ข้อใดไมใ่ ชห่ นา้ ที่ของเพลาขับล้อหลงั

ก. สวมอยู่ในเสื้อเพลาทา้ ย ข. ยึดติดต้ังล้อ

ค. สง่ ถ่ายกาลังผ่านโครงรถ ง. รองรบั นา้ หนักรถ

13. ชนดิ ของเพลาขบั ล้อหลังมกี ี่แบบ

ก. 3 แบบ ข. 4 แบบ

ค. 5 แบบ ง. 6 แบบ

14. เพลาท้ายแบบเบนโจ คือเพลาทา้ ยชนิดใด

ก. เพลากลางเปน็ ทอ่ แรงบดิ ข. เพลาอิสระ

ค. เพลากลางใช้ขอ้ ตอ่ อ่อน ง. เสือ้ เพลาท้ายมีจุดหมนุ ดา้ นใด

หนงึ่ ด้าน

15. เสือ้ เพลาทา้ ยแบบเบนโจ มีข้อดีอยา่ งไร

ก. ถอดแยกได้ ข. ถอดแยกไม่ได้

ค. มีขอ้ ตอ่ ออ่ นประกอบกับเพลาท้าย ง. เพลาทา้ ยประกอบอย่ดู า้ นนอก

เส้ือเพลา

16. เสอื้ เพลาท้ายทาหนา้ ที่อะไร

ก. ขบั เคล่ือนลอ้ รถยนต์ ข. รับแรงเบียดจากลอ้

ค. รบั นา้ หนกั รถยนต์ ง. สง่ กาลังใหก้ ับเพลากลาง

17. เพลาทา้ ยแบบเพลากลางเปน็ ทอ่ แรงบดิ ออกแบบมาเพ่ือ

ก. ป้องกันขอ้ ต่อออ่ นรบั ภาระมาก ข. ให้เพลาทา้ ยรบั น้าหนักได้

ค. ทาให้เพลากลางสง่ กาลังได้ดี ง. ใหร้ ถน่มิ นวลขณะขบั ข่ี

18. การรองรบั เพลาท้ายให้เสอื้ เพลาแบง่ ออกได้ก่แี บบ ข. 4 แบบ
ก. 3 แบบ ง. 6 แบบ
ค. 5 แบบ

19. การรองรบั เพลาทา้ ยแบบใดท่นี ิยมใช้กนั มากในปัจจุบัน ข. เพลาลอย
ก. เพลาจม ง. เพลาก่งึ ลอย
ค. เพลาลอยสามในสีส่ ว่ น

20. สว่ นประกอบใดท่ีไมไ่ ด้ตดิ ตงั้ อยบู่ นเพลาทา้ ยแบบเบนโจ ข. บชู๊ อดั ลกู ปืน
ก. ลูกปืนรองรับเพลา ง. ล้อ
ค. กันรัว่

ครูสันติ คาไหว

53

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน/หลังเรียนหนว่ ยท่ี 4

1. ข 2. ค 3. ก
4. ง 5. ข 6. ค

7. ง 8. ข 9. ค
10. ง 11. ข 12. ก
13. ค 14. ค 15. ข
16. ค 17. ก 18. ข
19. ง 20. ค

ครูสันติ คาไหว

54

ใบงาน
เร่ือง การถอดประกอบข้อต่ออ่อนและลกู ปนื รองรับเพลากลาง
จุดประสงคข์ องงาน

1. ถอดถอดข้อตอ่ ออ่ นและลกู ปืนรองรบั เพลากลางได้
2. ประกอบข้อตอ่ ออ่ นและลกู ปืนรองรบั เพลากลางได้
3. ใชเ้ ครื่องมอื ชา่ งยนตไ์ ด้
4. ตรวจสภาพข้อตอ่ อ่อนและลกู ปืนรองรับเพลากลางได้
กจิ กรรม
1. ให้นักศึกษาการถอดประกอบขอ้ ตอ่ อ่อนและลูกปนื รองรบั เพลากลาง
2. ใหน้ ักศึกษารว่ มกันสรปุ เร่อื งเพลาขับลอ้ หน้ารถยนต์ ให้บันทกึ ผลและรายงานหนา้ ชนั้ เรยี น
ใหจ้ ดั ทาสื่อประกอบการรายงานดว้ ย เม่ือรายงานหน้าชัน้ เรียนแล้วให้ผู้ฟังซกั ถามปัญหา ข้อสงสัย ให้
บนั ทกึ ผลและรายงานหนา้ ชน้ั เรยี น ให้จดั ทาสือ่ ประกอบการรายงานดว้ ย
3. เมอ่ื รายงานหน้าชั้นเรยี นแล้วให้ผฟู้ งั ซกั ถามปญั หา ข้อสงสยั เกี่ยวกับเพลากลางและขอ้ ตอ่
เพลากลาง จากนน้ั ให้ผูร้ ายงานตง้ั คาถามเพื่อถามผู้ฟงั อยา่ งน้อย 2 คาถาม
เกณฑก์ ารพจิ ารณา
1. ความพรอ้ มในการเตรียมตวั
2. บคุ ลิกลักษณะ กริ ิยา ท่าทางในการพูด น้าเสยี ง
3. ความรเู้ กี่ยวกบั เน้ือหา ความถูกตอ้ ง ปฏภิ าณในการตอบ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
4. เน้ือหาสาระที่ไดจ้ ากการพดู การฟัง

ครูสนั ติ คาไหว

55

ใบงาน
เรอ่ื ง การบรกิ ารข้อตอ่ กากบาทรถบรรทกุ หนัก
จุดประสงค์ของงาน

1. บริการขอ้ ต่อกากบาทรถบรรทกุ หนักได้
2. ใช้เครอ่ื งมือชา่ งยนตไ์ ด้
3. ตรวจสอบชิน้ สว่ นต่าง ๆ ของบริการข้อตอ่ กากบาทรถบรรทุกหนักได้
กิจกรรม
1. ให้นักศึกษาการบรกิ ารขอ้ ตอ่ กากบาทรถบรรทกุ หนัก
2. ให้นักศึกษารว่ มกันสรุปเรือ่ งเพลาขับล้อหนา้ รถยนต์ ใหบ้ ันทกึ ผลและรายงานหนา้ ช้นั เรยี น
ให้จัดทาสื่อประกอบการรายงานดว้ ย เมื่อรายงานหน้าชนั้ เรียนแล้วใหผ้ ู้ฟังซักถามปญั หา ขอ้ สงสยั ให้
บันทึกผลและรายงานหนา้ ชั้นเรียน ให้จัดทาสือ่ ประกอบการรายงานด้วย

3. เม่ือรายงานหน้าชนั้ เรยี นแลว้ ให้ผ้ฟู งั ซักถามปญั หา ขอ้ สงสยั เก่ียวกับเพลากลางและข้อต่อ
เพลากลาง จากนัน้ ใหผ้ ู้รายงานตั้งคาถามเพอ่ื ถามผู้ฟงั อยา่ งนอ้ ย 2 คาถาม
เกณฑก์ ารพจิ ารณา

1. ความพร้อมในการเตรียมตัว
2. บุคลิกลักษณะ กริ ยิ า ทา่ ทางในการพดู น้าเสยี ง
3. ความรเู้ กยี่ วกับเนอ้ื หา ความถกู ตอ้ ง ปฏภิ าณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหน้า
4. เนอ้ื หาสาระทไ่ี ดจ้ ากการพูดการฟงั

ครูสันติ คาไหว

56

แผนผงั มโนทศั น์

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 5 เฟืองท้าย

การประยกุ มีความ มที กั ษะการ โครงการ ทักษะการ ทดสอบ
ใช้ รับผิดชอบ ปฏบิ ัตงิ าน 3D ปฏบิ ตั ิ ความรู้

เศรษฐกจิ ประเมินตาม
พอเพียง
สภาพจริง

ความรูค้ วาม ผูเ้ รยี น วธิ กี าร แผน
เข้าใจ PDCA

เฟอื งทา้ ย

โครงสร้างและ สาระเนื้อหา หลกั การทางาน
ส่วนประกอบ
เฟืองดอกจอก เฟอื งทา้ ย

การบารงุ รักษา

หน้าท่ี
ครูสันติ คาไหว

57

แผนการจดั การเรยี นรู้
ชื่อวิชา งานส่งกาลังรถยนต์ รหัสวิชา 20101-2004
บทที่ 5 เฟืองทา้ ย

สอนครงั้ ท่ี 15-17 ชัว่ โมงท่ี 57-68 เวลา 4 ชว่ั โมง/สัปดาห์

สาระสาคญั

การเลีย้ วรถยนตน์ ้นั ลอ้ ด้านนอกจะเคล่ือนที่ไดด้ ้วยระยะทางท่ีมากกว่าล้อด้านใน ถ้าล้อหลังทง้ั
สองข้างยึดแน่นกับเพลาหลังท่อนเดียวกนั เมื่อเล้ยี วรถล้อรถจะล่ืนไถล รถยนตจ์ ึงตอ้ งมเี ฟอื งทา้ ยเพือ่ ทาให้
เพลาท้ายของลอ้ ท่ีมคี วามฝืดสูงหมุนช้าลง ส่วนเพลาท้ายของลอ้ ทมี่ ีความฝืดน้อยกว่าจะหมนุ ด้วยความเรว็
ทีค่ งที่หรอื สูงขนึ้ สภาพเช่นน้ีเฟอื งดอกจอกจะมีการเคล่ือนท่พี รอ้ มกนั คือเคลื่อนไปกบั ตัวเรือนเฟอื ง
ดอกจอกและหมนุ รอบตวั เอง

จุดประสงค์การเรยี นรู้

จดุ ประสงค์ทัว่ ไป
1.เพอ่ื ใหน้ ักเรียนมคี วามรู้ความเข้าใจความหมาย หลักการทางาน โครงสรา้ ง และส่วนประกอบ
ของเฟอื งท้าย
2.เพอ่ื ให้ทราบขนั้ ตอนการถอดประกอบและตรวจสภาพเฟืองทา้ ยแบบตา่ งๆ

จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม

1.อธบิ ายชนิดหน้าทก่ี ารทางานของเฟอื งท้ายไดถ้ กู ต้อง
2.บอกโครงสร้างและสว่ นประกอบของเฟอื งท้ายได้ถูกต้อง
3.ปฏบิ ัติถอดประกอบและตรวจสภาพเฟอื งท้ายไดถ้ ูกตอ้ ง
4.ปฏิบตั ปิ รับตั้งเฟอื งทา้ ยไดถ้ ูกตอ้ ง

สมรรถนะรายหน่วย

1.เขา้ ใจชนดิ โครงสรา้ งและหลกั การทางานเฟืองทา้ ยแบบต่างๆได้ตามคู่มือ
2.ตรวจสอบและบรกิ ารปรบั ตั้งเฟืองท้ายไดต้ ามคู่มอื

หัวข้อการเรียนรู้

1. เฟืองท้าย
2. การส่งกาลังงานของเฟอื งดอกจอก
3. โครงสร้างและสว่ นประกอบของเฟืองท้าย
4. การปรบั ตงั้ ระยะคลอนโดยใช้แผน่ จีมรองลุกปนื เส้ือดอกจอก
5. การบารงุ รักษาเฟืองท้าย

ครูสันติ คาไหว

58

กิจกรรมการเรียนรู้ (สปั ดาห์ท่ี 15 )

กจิ กรรมการเรยี นการสอน

ข้ันตอนการสอนหรอื กจิ กรรมของครู ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู

ขั้นการเรียนการสอน ขั้นการเรยี นการสอน
1.ครูอธิบายชนิดหน้าทก่ี ารทางานของ 1.ผู้เรียนอธิบายชนิดหน้าท่ีการทางานของ

เฟืองทา้ ย เฟืองทา้ ย
2.เปรียบเทียบให้นกั เรียนเขา้ ใจความ 2.นักเรยี นเข้าใจความแตกต่างเฟอื งทา้ ย

แตกต่างเฟืองทา้ ยแบบตา่ งๆ แบบตา่ งๆ
3.ครูใหเ้ นือ้ หาและใบความรปู้ ระกอบการ 3.ผู้เรียนศกึ ษษเนอ้ื หาและใบความรู้

สอน ประกอบการสอน
3.ใชส้ อ่ื จากชุดฝึก แผงฝึก หรือแหล่ง 4.ผู้เรียนใช้สอ่ื จากชุดฝึก แผงฝึก หรอื แหล่ง

ค้นหาความรอู้ ืน่ ๆ ค้นหาความร้อู ื่นๆ

ข้ันพยายาม ขน้ั พยายาม
1.ครูมอบหมายให้ผูเ้ รยี นศกึ ษา 1.ผเู้ รยี นศึกษาส่วนประกอบของแตกตา่ งเฟือง

ส่วนประกอบของแตกต่างเฟอื งท้ายแบบตา่ งๆ ทา้ ยแบบต่างๆ
2.ใหผ้ ู้เรยี นปฏบิ ตั ิใบงานที่ 5.1 2.ผเู้ รียนปฏิบัติใบงานท่ี 5.1

ขั้นสาเร็จผล ข้ันสาเร็จผล
1.ครเู ฉลยใบงานและอธิบายเพม่ิ เติม 1.ครเู ฉลยใบงานและอธบิ ายเพม่ิ เตมิ

2.ให้นกั เรยี นทาแบบฝกึ หัดท้ายหนว่ ย 2.ใหน้ ักเรียนทาแบบฝึกหดั ท้ายหน่วย
3.เฉลยแบบฝกึ หัดทา้ ยหน่วย 3.เฉลยแบบฝกึ หดั ท้ายหน่วย

ครูสันติ คาไหว

59

กิจกรรมการเรียนรู้ (สปั ดาห์ท่ี 16 )

กจิ กรรมการเรยี นการสอน

ขั้นตอนการสอนหรอื กจิ กรรมของครู ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู

ขั้นการเรียนการสอน ขั้นการเรยี นการสอน
1.ครูอธิบายชนิดหน้าทก่ี ารทางานของ 1.ผู้เรียนอธิบายชนิดหน้าท่ีการทางานของ

เฟืองทา้ ย เฟืองทา้ ย
2.เปรียบเทียบให้นกั เรียนเขา้ ใจความ 2.นักเรยี นเข้าใจความแตกต่างเฟอื งทา้ ย

แตกต่างเฟืองทา้ ยแบบตา่ งๆ แบบตา่ งๆ
3.ครูใหเ้ นือ้ หาและใบความรปู้ ระกอบการ 3.ผู้เรียนศกึ ษษเนอ้ื หาและใบความรู้

สอน ประกอบการสอน
3.ใชส้ อ่ื จากชุดฝึก แผงฝึก หรือแหล่ง 4.ผู้เรียนใช้สอ่ื จากชุดฝึก แผงฝึก หรอื แหล่ง

ค้นหาความรอู้ ืน่ ๆ ค้นหาความร้อู ื่นๆ

ข้ันพยายาม ขน้ั พยายาม
1.ครูมอบหมายให้ผูเ้ รยี นศกึ ษา 1.ผเู้ รยี นศึกษาส่วนประกอบของแตกตา่ งเฟือง

ส่วนประกอบของแตกต่างเฟอื งท้ายแบบตา่ งๆ ทา้ ยแบบต่างๆ
2.ใหผ้ ู้เรยี นปฏบิ ตั ิใบงานที่ 5.1 2.ผเู้ รียนปฏิบัติใบงานท่ี 5.1

ขั้นสาเร็จผล ข้ันสาเร็จผล
1.ครเู ฉลยใบงานและอธิบายเพม่ิ เติม 1.ครเู ฉลยใบงานและอธบิ ายเพม่ิ เตมิ

2.ให้นกั เรยี นทาแบบฝกึ หัดท้ายหนว่ ย 2.ใหน้ ักเรียนทาแบบฝึกหดั ท้ายหน่วย
3.เฉลยแบบฝกึ หัดทา้ ยหน่วย 3.เฉลยแบบฝกึ หดั ท้ายหน่วย

ครูสันติ คาไหว

60

กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สัปดาห์ที่ 17 )

กจิ กรรมการเรียนการสอน

ขัน้ ตอนการสอนหรอื กจิ กรรมของครู ข้ันตอนการสอนหรอื กจิ กรรมของครู

ขัน้ การเรยี นการสอน ข้นั การเรียนการสอน
1.ครอู ธิบายชนดิ หน้าท่กี ารทางานของ 1.ผเู้ รียนอธบิ ายชนดิ หนา้ ทก่ี ารทางานของ

เฟอื งท้าย เฟืองท้าย
2.เปรยี บเทียบให้นกั เรียนเข้าใจความ 2.นกั เรยี นเข้าใจความแตกต่างเฟอื งทา้ ย

แตกตา่ งเฟอื งท้ายแบบต่างๆ แบบตา่ งๆ
3.ครูใหเ้ นือ้ หาและใบความรปู้ ระกอบการ 3.ผ้เู รียนศกึ ษษเน้อื หาและใบความรู้

สอน ประกอบการสอน
3.ใชส้ อ่ื จากชดุ ฝึก แผงฝกึ หรือแหล่ง 4.ผูเ้ รียนใช้สอ่ื จากชุดฝึก แผงฝกึ หรือแหล่ง

ค้นหาความรูอ้ ื่นๆ คน้ หาความรูอ้ ืน่ ๆ

ขั้นพยายาม ขน้ั พยายาม
1.ครูมอบหมายใหผ้ ู้เรียนศกึ ษา 1.ผู้เรยี นศึกษาส่วนประกอบของแตกตา่ งเฟือง

สว่ นประกอบของแตกตา่ งเฟืองท้ายแบบตา่ งๆ ท้ายแบบตา่ งๆ
2.ใหผ้ ู้เรียนปฏบิ ัตใิ บงานท่ี 5.1 2.ผเู้ รียนปฏิบตั ิใบงานที่ 5.1

ขั้นสาเรจ็ ผล ข้ันสาเรจ็ ผล
1.ครเู ฉลยใบงานและอธิบายเพิ่มเตมิ 1.ครูเฉลยใบงานและอธิบายเพิ่มเติม

2.ให้นกั เรียนทาแบบฝกึ หัดท้ายหน่วย 2.ให้นักเรยี นทาแบบฝึกหัดทา้ ยหน่วย
3.เฉลยแบบฝกึ หดั ทา้ ยหน่วย 3.เฉลยแบบฝกึ หดั ทา้ ยหนว่ ย

การบรู ณาการปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ผู้เรยี นมวี นิ ยั ซอื่ สัตย์ ประหยัด ใฝุรู้ และปฏบิ ัตงิ านทไ่ี ด้รบั มอบหมายโดยยึดหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง

กจิ กรรมเสนอแนะ/ งานท่ีมอบหมาย

1. ศึกษาค้นคว้าเพ่มิ เตมิ เกย่ี วกับความรู้ เฟืองทา้ ย
2. ศึกษาค้นควา้ เพิ่มเติมเก่ียวกบั หลักการทางานและสว่ นประกอบเฟืองท้ายรถยนต์

ครูสนั ติ คาไหว

61

การวัดและประเมินผล

วิธีการวดั และประเมนิ ผล
- สงั เกตการทางาน

- ทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรียน
เครื่องมอื วดั และประเมนิ ผล

- แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี น
เกณฑ์การวดั ผล และประเมนิ ผล

- ผ่านเกณฑ์การประเมิน รอ้ ยละ 80 ของแบบประเมนิ แตล่ ะประเภท
ด้านความรู้

- ประเมนิ จาก การสนทนา ตอบ ขอ้ ซักถาม
- ประเมินจากการทาแบบฝกึ หัด แบบทดสอบ
ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม
- ประเมินด้วยแบบสังเกตการปฏิบัติกิจกรรม เน้นความรับผิดชอบ ซ่ือสัตย์ ประณีต

รอบคอบ ประหยัดและมคี วามอดทน
ดา้ นทักษะกระบวนการ
- กระบวนการทางาน
วธิ กี ารแก้ปญั หาในกรณที ่ีผ้เู รียนไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินตามจุดประสงค์ท่ีกาหนด
1. สอนซ่อมเสริมให้กบั ผู้เรียนที่ไมผ่ ่านเกณฑใ์ นแต่ละจุดประสงค์ โดยใชว้ ิธีการดังน้ี
- แนะนา/สอนเสริมในสว่ นที่ยังไม่เข้าใจ
- มอบหมายใหเ้ พอื่ นทผ่ี า่ นเกณฑส์ อนเพือ่ น
- มอบหมายให้งานเพ่ิมเตมิ นอกเวลา
2. ทดสอบเพ่ือประเมนิ ผล

สื่อการเรยี นการสอน/การเรยี นรู้
สอ่ื ส่ิงพิมพ์

1.หนังสือเรยี นวิชา งานสง่ กาลังรถยนต์ ของ บัตรเชญิ ถาวรชาติ และท่านอืน่ ๆ
2.เอกสารประกอบการสอน
ส่ือโสตทศั น์
1.เคร่ืองฉายโปรเจคเตอร์ 2.คอมพวิ เตอร์/อินเตอรเ์ น็ต 3.VCD

สอื่ ของจรงิ 2.รถยนต์
1เฟอื งท้ายรถยนต์

ครูสนั ติ คาไหว

62

แบบฝึกหดั ท้ายบทที่ 5 เฟืองทา้ ย

จงเตมิ คาลงในชอ่ งวา่ งให้ถูกตอ้ งและสมบูรณ์ทสี่ ุด
1. เฟืองท้าย ทาหนา้ ท่อี ะไร
............................................................................................................................. ..........................................
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
........... ...........................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................

2. เสอ้ื เพลาท่ีใช้กันท่วั ๆ ไป จะมอี ยู่ ...............แบบ คอื
................................................................................................................................................. ......................
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
............................................................................................................................. ..........................................
.............................................................................................................................................................. .........

3. เฟอื งท้ายแบบเฟอื งตัวหนอน ทาหนา้ ที่
............................................................................................................................. ................................. .........
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................

4. เกียร์สดุ ทา้ ย คอื อะไร
............................................................................................................................. ..........................................
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................. .............
............................................................................................................................. ..........................................

5. โครงสร้างของเกยี ร์สดุ ทา้ ย ประกอบด้วย
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
. .....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
.......................................................................................................................................................................

ครูสันติ คาไหว

63
เฉลยแบบฝึกหดั ท้ายบทท่ี 5 เฟอื งทา้ ย
1.เฟืองท้าย ทาหน้าที่ ถ่ายทอดกาลังการหมุนของเคร่ืองยนต์ ไปหมุนขับล้อรถยนต์ และ
เปลี่ยนทิศทางการหมุนของเพลากลาง เพ่อื ส่งแรงขับไปยังเพลาขบั และล้อรถยนต์
2. เสอ้ื เพลาท่ใี ชก้ นั ทัว่ ๆ ไป จะมีอยู่ .........2......แบบ คอื
1. แบบเบนโจ ( Banjo Type )
2. แบบแยก ( Split Type )
3. เฟืองทา้ ยแบบเฟืองตวั หนอน ทาหนา้ ที่ ใช้กบั งานหนักประเภทรถบรรทุก เพราะมีการทอ
รอบความเร็วได้มากข้ึน และสามารถเพิม่ แรงบิดที่เพลาทา้ ยและลอ้ รถยนตส์ ูงขนึ้
4. เกยี รส์ ุดท้าย คอื เกียรเ์ ฟืองท้ายที่ใช้กับรถยนต์รุ่นเก่า เป็นเกียร์แบบเฟืองตัวหนอน
เรียกว่า วอลม์ เกียร์ ( Worm gear ) หรือเกียร์แบบเฟืองฟันโค้ง เรียกว่า สไปสรัล บิเวลเกียร์ (
Spirral bevel gear )
5. โครงสร้างของเกยี ร์สดุ ทา้ ย ประกอบดว้ ย
1.เฟอื งเดือยหมูหรือเฟอื งขบั
2.เฟืองบายศรหี รือเฟอื งวงแหวน
3.เฟืองทด
4.เรือนเฟืองทา้ ย

ครูสนั ติ คาไหว

64

แบบทดสอบก่อนเรียน/หลังเรียนหน่วยที่ 5
เฟอื งทา้ ย

คาส่งั ข้อสอบมที งั้ หมด 20 ขอ้ คะแนนเต็ม 20 คะแนน ใหน้ ักเรียนเลอื กกา (X) คาตอบทถี่ กู ทสี่ ุดเพียง
ข้อเดียว

1. เฟืองท้ายประกอบอยูด่ ้านหลงั ของรถยนตร์ ับกาลังมาจาก

ก. เฟืองวงแหวน ข. เฟืองขบั

ค. เพลากลาง ง. เกียร์

2. ข้อใดเปน็ หนา้ ท่ีของเฟืองท้าย

ก. กาลังขบั จากเพลาข้าง ข. ขับเคล่ือนตวั รถ

ค. รับกาลงั ขับจากเกยี ร์ ง. เพิ่มแรงบดิ ขบั เพลาขา้ ง

3. ขอ้ ใดกล่าวไดถ้ ูกตอ้ ง

ก. เพลากลางสง่ กาลังเพลาขับ ข. เฟืองวงแหวนตดิ ตัง้ อยกู่ ับเฟืองขับ

ค. เพลาข้างเปน็ ชิน้ เดียวกนั ทั้งสองข้าง ง. เพลาขา้ งความเร็วเท่ากันตลอด

4. ชน้ิ สว่ นใดทาหนา้ ทรี่ บั แรงขับจากแนวเสน้ ตรงมาเป็นแนวต้ังฉาก 90 องศา

ก. เฟืองขับ ข. เฟืองวงแหวน

ค. เฟอื งดอกจอก ง. เฟอื งข้าง

5. เฟอื งบายศรหี รอื เรียกอกี ชอื่ วา่

ก. เฟืองดอกจอก ข. เฟอื งข้าง

ค. เฟอื งขับ ง. เฟอื งวงแหวน

6. เฟอื งใดตอ่ ไปนี้ทาหนา้ ทส่ี ง่ แรงขบั ใหก้ บั เพลาข้าง

ก. เฟืองข้าง ข. เฟืองดอกจอก

ค. เฟอื งวงแหวน ง. เฟืองขบั

7. เฟืองขับขณะหมุนทางาน นกั เรียนวา่ มคี วามเร็วการหมนุ เทา่ กับชนิ้ สว่ นใด

ก. เฟอื งวงแหวน ข. เฟอื งดอกจอก

ค. เพลากลาง ง. เพลาข้าง

8. ช้ินสว่ นท่ีไมไ่ ดป้ ระกอบอยู่ในเสือ้ เฟอื งดอกจอก คอื

ก. เพลาเฟอื งดอกจอก ข. เฟืองวงแหวน

ค. เฟืองดอกจอก ง. เฟืองข้าง

9. เมื่อรถวิ่งทางตรงเพลาขา้ งทงั้ สองจะมีความเรว็ เทา่ กัน อุปกรณท์ ่ีส่งกาลงั ให้กับเฟืองขา้ งและเพลาขา้ ง

คือ

ก. เสือ้ เฟืองทด ข. เพลาเฟอื งดอกจอก

ค. เพลากลาง ง. เฟืองดอกจอก

10. ความเรว็ ของเพลาข้างไมเ่ ทา่ กนั จะเกิดอะไรข้นึ กบั เฟอื งท้าย

ก. เฟืองท้ายจะส่งกาลังไปยงั เพลาท่ีหมุนเร็วกว่า ข. เฟืองทา้ ยส่งกาลังไปยังสองเพลาเทา่ กัน

ค. เฟืองทา้ ยรบั กาลังขับนอ้ ยลง ง. เฟอื งทา้ ยส่งกาลังไปสม่าเสมอ

ครูสนั ติ คาไหว

65

11. เมือ่ รถเลีย้ วซา้ ยลอ้ หลงั ซ้ายจะหมนุ ช้ากวา่ ล้อดา้ นขวาเพราะ

ก. ลอ้ ด้านขวามรี ะยะทางน้อยกว่า ข. ลอ้ ดา้ นซา้ ยมรี ะยะทางน้อยกว่า

ค. ล้อดา้ นขวาเกิดการลืน่ ไหล ง. ล้อดา้ นซ้ายล็อกตายตวั

12. จากขอ้ ท่ี 11 เฟอื งดอกจอกทางานอย่างไร ข. เฟืองดอกจอกหมุนอยกู่ บั ท่ี
ก. เฟืองดอกจอกไมเ่ คล่อื นที่ ง. เฟอื งดอกจอกไต่บนเฟอื งข้างด้านซ้าย
ค. เฟืองดอกจอกหมนุ ไตบ่ นเฟอื งขา้ งด้านขวา
ข. เฟอื งบายศรี
13. เพลาขา้ งของรถยนตส์ วมอย่กู ับเฟืองใด ง. เฟอื งขบั
ก. เฟอื งดอกจอก
ค. เฟอื งข้าง ข. เพลาขา้ ง
ง. ล็อกตดิ กบั เฟืองข้าง
14. เฟอื งดอกจอกติดตัง้ อยใู่ นเสอื้ ดอกจอกได้โดย
ก. เพลาดอกจอก

ค. น๊อตยึด

15. เฟืองขา้ งจะหมุนไปได้กต็ ่อเม่ือรับกาลังจากเฟืองอะไร

ก. เฟอื งวงแหวน ข. เฟอื งดอกจอก

ค. เฟอื งขับ ง. ตวั มนั เอง

16. เสือ้ ดอกจอกส่งกาลงั ให้กบั อปุ กรณ์ใดต่อไปน้ี ข. เฟอื งบายศรี
ก. เพลาข้าง ง. เพลาดอกจอก
ค. เฟอื งดอกจอก
ข. เฟอื งขา้ งรบั กาลังมาจากเพลาข้าง
17. ข้อใดกล่าวไดถ้ กู ตอ้ ง ง. เสื้อเฟืองท้ายติดตั้งอยู่กบั โครง
ก. เฟอื งบายศรคี อื เฟอื งขา้ ง
ค. เสือ้ ดอกจอกไม่ได้รบั กาลังจากเฟืองขบั ข. 4 ชนดิ
ง. 6 ชนิด
รถยนต์
18. เฟอื งทา้ ยแบ่งออกเป็นกี่ชนิด

ก. 3 ชนดิ
ค. 5 ชนดิ

19. ชนิ้ สว่ นใดไมต่ ดิ ตง้ั อยู่กับเสอ้ื ดอกจอก ข. เฟืองวงแหวน
ง. เฟอื งขบั
ก. เฟอื งข้าง
ค. เฟืองดอกจอก

20. เฟืองทา้ ยชนดิ ใดท่ีมีคลัตซต์ ดิ อยกู่ ับเฟืองขา้ ง ข. เฟอื งทา้ ยแบบเฟืองแพลเนต
ก. เฟอื งท้ายแบบธรรมดา ง. ไมม่ ขี อ้ ใดถกู ต้อ
ค. เฟอื งทา้ ยแบบไม่ลน่ื

ครูสนั ติ คาไหว

66

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น/หลังเรียนหนว่ ยที่ 5

1. ค 11. ข
2. ง 12. ง
3. ก 13. ค
4. ข 14. ก
5. ง 15. ข
6. ก 16. ง
7. ค 17. ค
8. ข 18. ก
9. ง 19. ง
10. ก 20. ค

ครูสันติ คาไหว

67

ใบงาน
เรือ่ ง การถอดประกอบชิ้นส่วนของชุดเฟืองทา้ ยรถยนต์
จุดประสงค์ของงาน

1. ถอดช้นิ ส่วนเฟอื งทา้ ยรถยนตไ์ ด้
2. ประกอบช้นิ สว่ นเฟืองทา้ ยรถยนตไ์ ด้
3. ปรับแต่งเพลารถยนต์ได้
4. ตรวจสอบสภาพช้นิ สว่ นตา่ ง ๆ ของชุดเฟอื งรถยนตไ์ ด้
กิจกรรม
1. ให้นกั ศึกษาวธิ ีการถอดประกอบชนิ้ ส่วนของชดุ เฟอื งทา้ ยรถยนต์
2.ใหน้ ักศกึ ษาร่วมกันสรปุ เร่ืองการบารงุ รักษาและการแก้ไขข้อขดั ข้องของระบบส่งกาลังรถยนต์
ใหบ้ นั ทึกผลและรายงานหน้าชั้นเรยี น ใหจ้ ดั ทาสอื่ ประกอบการรายงานด้วย เม่ือรายงานหน้าช้ันเรี ยน
แล้วให้ผฟู้ งั ซักถามปัญหา ข้อสงสัย ให้บันทึกผลและรายงานหน้าช้ันเรียน ให้จัดทาส่ือประกอบการ
รายงานด้วย
3. เมอ่ื รายงานหน้าช้นั เรยี นแลว้ ให้ผ้ฟู งั ซกั ถามปญั หา ข้อสงสัยเก่ียวกับเพลากลางและข้อต่อ
เพลากลาง จากนนั้ ให้ผรู้ ายงานต้งั คาถามเพื่อถามผูฟ้ งั อย่างน้อย 2 คาถาม
เกณฑก์ ารพจิ ารณา
1. ความพร้อมในการเตรยี มตวั
2. บคุ ลิกลักษณะ กริ ิยา ทา่ ทางในการพูด นา้ เสยี ง
3. ความรเู้ กีย่ วกับเน้อื หา ความถูกต้อง ปฏภิ าณในการตอบ และการแก้ไขปญั หาเฉพาะหนา้
4. เนอ้ื หาสาระทไ่ี ด้จากการพูดการฟงั

ครูสันติ คาไหว

68

ใบงาน
เรอ่ื ง การปรับต้งั ค่าต่าง ๆ ของเฟอื งท้าย
จดุ ประสงคข์ องงาน

1. ตรวจสอบสภาพชิ้นส่วนตา่ ง ๆ ของเฟืองทา้ ยรถยนต์ได้
2. ตรวจวดั ชนิ้ ส่วนของเฟืองท้ายรถยนตไ์ ด้
3. ปรบั ต้ังค่าต่าง ๆ ของเฟอื งทา้ ยรถยนต์ได้
4. สามารถใช้เครอ่ื งมอื ชา่ งยนต์ได้
กิจกรรม
1. ให้นักศกึ ษาวิธีการปรบั ต้ังคา่ ต่าง ๆ ของเฟืองทา้ ย
2.ใหน้ กั ศึกษาร่วมกนั สรุปเรือ่ งการบารงุ รักษาและการแกไ้ ขขอ้ ขดั ข้องของระบบส่งกาลังรถยนต์
ให้บนั ทกึ ผลและรายงานหน้าช้ันเรยี น ใหจ้ ดั ทาสอื่ ประกอบการรายงานดว้ ย เม่ือรายงานหน้าช้ันเรียน
แล้วให้ผ้ฟู ังซกั ถามปัญหา ขอ้ สงสัย ให้บนั ทกึ ผลและรายงานหน้าชั้นเรียน ให้จัดทาส่ือประกอบการ
รายงานดว้ ย
3. เมือ่ รายงานหน้าชั้นเรียนแลว้ ให้ผ้ฟู ังซักถามปัญหา ข้อสงสัยเก่ียวกับเพลากลางและข้อต่อ
เพลากลาง จากน้นั ให้ผู้รายงานต้งั คาถามเพ่อื ถามผฟู้ ังอย่างนอ้ ย 2 คาถาม
เกณฑ์การพจิ ารณา
1. ความพรอ้ มในการเตรยี มตัว
2. บคุ ลิกลักษณะ กริ ยิ า ทา่ ทางในการพูด น้าเสียง
3. ความรูเ้ กย่ี วกบั เน้ือหา ความถกู ตอ้ ง ปฏภิ าณในการตอบ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
4. เนอื้ หาสาระท่ีได้จากการพูดการฟัง

ครูสนั ติ คาไหว

69

แผนผงั มโนทศั น์

สอบ

การประยุก มคี วาม มีทกั ษะการ โครงการ ทักษะการ ทดสอบ
ใช้ รบั ผดิ ชอบ ปฏิบตั งิ าน 3D ปฏิบตั ิ ความรู้

เศรษฐกจิ ประเมินตาม
พอเพยี ง
สภาพจริง

ความร้คู วาม ผู้เรียน วธิ กี าร แผน
เข้าใจ PDCA

สรุปและประเมินผลการเรยี น

สาระเนอื้ หา

เพลาขับ คลทั ช์
เฟอื งทา้ ย
ระบบส่งกาลงั รถยนต์

เพลากลาง เกียร์
ครูสนั ติ คาไหว

70

แผนการจัดการเรยี นรู้
ชื่อวชิ า งานสง่ กาลงั รถยนต์ รหสั วชิ า 20101-2004
บทท่ี สรุปและประเมนิ ผลการเรียน

สอนคร้งั ที่ 18 ชว่ั โมงท่ี 69-72เวลา 4 ชั่วโมง/สัปดาห์

สาระสาคญั

เม่ือนกั เรียนได้เรียนรวู้ ชิ างานส่งกาลงั รถยนต์แล้ว มคี วามรู้ความเข้าใจในเรอ่ื งการเรยี น และได้ฝึก
ปฏบิ ตั ิเกี่ยวกบั เน้ือหาที่เรยี น โดยเนน้ นักเรียนเปน็ ศูนย์กลาง ให้นกั เรียนเหน็ ถงึ ความสาคญั ของวิชาวชิ า
งานสง่ กาลังรถยนต์

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

จุดประสงค์ทั่วไป
1. สรุปและประเมินผลการเรียน

จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม

1. สรปุ และประเมินผลการเรยี น

สมรรถนะรายวชิ า

1.เขา้ ใจหลักการทางานและตรวจสภาพระบบสง่ กาลงั รถยนต์ตามค่มู ือ
2.ตรวจสภาพอปุ กรณ์ในระบบส่งกาลังรถยนต์ตามคมู่ ือ
3.ถอดประกอบช้นิ ส่วนอุปกรณใ์ นระบบส่งกาลังรถยนต์ตามใบงาน
4.แกไ้ ขขอ้ ขัดขอ้ งของระบบสง่ กาลงั รถยนต์ตามค่มู ือ

ครูสนั ติ คาไหว

วทิ ยาลัยการอาชพี บ้านตาก

ขอ้ สอบประเมนิ ผลปลายภาคเรียนที่ 2 ประจาปกี ารศึกษา 2562

รหัสวิชา...20101-2004.....วชิ า..งานส่งกาลังรถยนต์......... ครผู ้สู อน....นายสนั ติ คาไหว.........

ระดับ ปวช...1../.3..สาขางาน  ยานยนต์  ไฟฟา้ กาลัง คอมพิวเตอรธ์ รุ กิจ

 ผลิตภณั ฑ์  การบญั ชี ตัวถงั และสรี ถยนต์

ระดับ ปวส........./........สาขางาน  เทคนคิ ยานยนต์  การบญั ชี

 เทคนิคการเชอ่ื มโลหะ  การจัดการสานกั งาน

 ไฟฟ้ากาลงั  คอมพวิ เตอร์ธรุ กจิ

สอบวันท่ี................เดือน........................พ.ศ.....................เวลา......................น. จานวน......................ชวั่ โมง

คาชี้แจง 1. ห้ามนักศกึ ษาออกจากหอ้ งสอบกอ่ น 15 นาที
2. ห้ามนักศกึ ษาทุจริตในการสอบ มิฉะนน้ั จะปรบั ตกทันที
3. ให้นกั ศกึ ษาแสดงวธิ ีทาลงในกระดาษทีแ่ จกให้
4. ข้อสอบมจี านวน 2 ตอน

4.1. ตอนท่ี 1 แบบปรนยั 30 ขอ้
4.2. ตอนท่ี 2 แบบอตั นัย 4 ข้อ

ตอนที่ 1 จงทาเครื่องหมายกากบาท(X) คาตอบท่ีถูกตอ้ งทสี่ ุดเพียงคาตอบเดยี ว

1.ตัวกลางท่ีทาหนา้ ทต่ี ิดต่อกาลงั ส่งจากเคร่อื งยนต์ คือ

ก. กระปกุ เกยี ร์ ข. คลตั ช์ ค. เพลากลาง ง. เฟอื งท้าย
ง. เฟอื งทา้ ย
2. อุปกรณ์ทท่ี าหนา้ ท่ีเปล่ยี นกาลังและอตั ราเร็วของเครอ่ื งยนต์ คอื

ก. กระปุกเกยี ร์ ข. คลตั ช์ ค. เพลากลาง

3. อปุ กรณท์ ท่ี าหนา้ ทส่ี ่งกาลงั จากห้องเกียรไ์ ปยังเฟืองทา้ ย คอื

ก. เฟืองทา้ ย ข. เพลากลาง

ค. เพลาท้าย ง. ล้อสง่ กาลัง

4. ชดุ เฟืองท้ายต่อกบั กระปุกเกียรโ์ ดยไม่ใชเ้ พลากลาง เปน็ การขับเคลื่อนแบบใด

ก. ขบั เคล่ือนลอ้ หนา้ ข. ขบั เคลือ่ นลอ้ หลัง

ค. ขบั เคลื่อนสล่ี อ้ ง. ขบั เคลอื่ นแบบท่ัวไป

5. ระบบขบั เคลอ่ื นสล่ี ้อแตกต่างจากระบบขบั เคลื่อนทั่วไป คอื

ก. ขบั เคล่อื นด้วยล้อหนา้ ได้ ข. ขับเคลื่อนดว้ ยลอ้ หลงั ได้

ค. มีชุดสง่ กาลงั ไปยังล้อท้งั ส่ี ง. เปล่ยี นระบบการขับเคล่ือนได้

6.คลตั ชข์ องระบบสง่ กาลังอย่รู ะหวา่ งสิ่งใด

ก. เพลากลางกบั เฟอื งทา้ ย ข. เพลากลางกบั กระปกุ เกยี ร์

ค. กระปกุ เกียร์กับเฟืองทา้ ย ง. เครื่องยนต์กับกระปุกเกียร์

7. แผ่นคลัตช์ติดตัง้ อยใู่ นตาแหนง่ ใด ข. แผ่นกดคลตั ชก์ ับกระปกุ เกยี ร์
ก. แผ่นกดกันหวคี ลตั ช์ ง. ล้อชว่ ยแรงกบั กระเกยี ร์
ค. ลอ้ ช่วยแรงกบั แผน่ กดคลัตช์

8. แมป่ ั๊มคลตั ชจ์ ะทาหนา้ ท่ใี ด

ก. เปล่ียนกาลังจากของเหลวเปน็ ของกล ข.เปลี่ยนกาลงั กลเปน็ แรงดนั

ค. เปล่ียนกาลงั งานทางความฝืด ง. เปล่ียนพลงั งานความร้อน

9. แผน่ คลัตช์สกึ จะทาให้ ข. คลตั ชส์ ึก ค.น้ามนั ไฮดรอลกิ ลด ง. คลัตชล์ ื่น
ก. คลัตช์สูงหรือต่า

10. การปรับตงั้ คลัตชเ์ พ่อื ให้ ข. จากคลตั ชก์ ดแผ่นกดคลัตชไ์ ด้
ก. แผน่ กดคลัตชก์ ดจากคลตั ชไ์ ดเ้ ต็มที่ ง. แผ่นคลตั ชเ์ กิดความสมดุล
ค. ลกู ปนื สมั ผสั กบั ปลายหวตี ลอดเวลา

11. กระปุกเกยี รข์ องรถยนต์ทาหน้าทอี่ ยา่ งไร ข. ลดความเรว็ ให้รถยนต์
ก. เพิม่ ความเร็วใหก้ บั รถยนต์ ง. ลดแรงบิดให้กับรถยนต์
ค. เพ่ิมแรงบิดให้กับรถยนต์

12. การส่งกาลังของเคร่อื งยนตท์ ต่ี ดิ ตง้ั อยู่หนา้ และขับเคลอื่ นที่ลอ้ หลงั ข้อใดถกู ตอ้ ง

ก. เคร่ืองยนต์-เกยี ร์-เฟอื งท้าย-เพลาทา้ ย ข.เคร่ืองยนต์-เพลากลาง-เกยี ร์-เฟอื งทา้ ย-เพลาท้าย
ค.เครือ่ งยนต์-เกยี ร์-เพลาหลัง-เฟอื งทา้ ย-เพลาท้าย ง.เครื่องยนต์-คลัตช์-เพลากลาง-เพลาทา้ ย-เฟอื งท้าย

13. ชน้ิ ส่วนใดทาหน้าท่ีรบั กาลงั งานจากเคร่ืองยนต์

ก. เพลากาลงั ข. เพลารอง ค. เพลากลาง ง. เพลาคลตั ช์

14. เพลากาลงั ของเกียร์ทาหน้าท่ใี ด ข.เพลาท่สี ง่ กาลังให้เฟอื งเกยี ร์
ก. เพลาทสี่ ง่ กาลงั ออกจากเกียร์ ง. เพลาตัวรับกาลงั จากคลตั ช์
ค.เพลาท่รี ับกาลังจากเกยี ร์

15. การเขา้ เกียรข์ องรถยนต์ คือ ข. การเลือกเกยี ร์ในรถยนต์
ก. การควบคุมอัตราความเร็ว ง. การแตง่ เฟืองเกียร์ในรถยนต์
ค. การปรบั เกยี ร์ในรถยนต์

16. สว่ นประกอบทสี่ าคญั ของเพลากลาง คือ

ก. แบริง่ เพลา ข. ลกู ปนื เพลา ค. ขอ้ ต่อออ่ น ง. ตวั เพลากลาง

17. ข้อต่อท่ีปรับระยะการขนึ้ ลงของล้อขับเพลากลาง คือ

ก. ขอ้ ตอ่ เล่ือน ข. ขอ้ ต่อตรง ค. ขอ้ ต่อออ่ น ง. ข้อตอ่ ปรบั มุมได้

18. ขอ้ ตอ่ อ่อนทใ่ี ช้กับเพลากลางสว่ นมากจะทาเป็นแบบใด

ก. แบบข้อตอ่ กากบาท ข.แบบขอ้ ต่อตรง ค. แบบแบร่งิ ลูกปนื ง.แบบยาง

19. ลกู ปืนที่ใชก้ ับกากบาทจะเปน็ ลกั ษณะใด

ก. ลกู ปนื ข.ลูกปนื ตลับ ค. ลูกปนื เม็ดกลม ง.ลูกปืนเขม็

20. กากบาทแบบใดทใี่ ชก้ ับรถยนต์ทมี่ คี วามเรว็ คงที่

ก. แบบใชก้ บั ยางเป็นตัวยดึ ข.แบบใชก้ ับสลกั ยดึ

ค. แบบกากบาท ง.แบบใช้กบั ผา้ ใบเปน็ ตวั ยึด

21. การส่งกาลงั ของชดุ เฟอื งท้าย คอื ข.เฟืองขับหมุนสมั ผสั เส้ือเฟืองดอกจอก
ก. เฟืองขบั หมนุ สมั ผสั กบั เพลาท้าย ง.เฟืองขับหมุนสมั ผสั กบั เฟืองบายศรี
ค. เฟืองขับหมนุ สมั ผัสกบั เฟืองดอกจอก

22. อปุ กรณ์ของชดุ เฟอื งท้ายทร่ี ับกาลงั งานจากเพลากลาง คือ

ก. ชดุ เรือนเฟืองทด ข.เฟืองดอกจอก

ค. เฟืองวงแหวน ง.เฟอื งขับ

23. ชดุ เฟอื งดอกจอกจะทางานเม่อื ได ข.รถว่งิ เดนิ หนา้
ก. รถวิง่ ทางตรง ง.รถวิง่ ถอยหลงั
ค. รถว่งิ เลย้ี ว

24. ชุดเส้ือของเฟืองดอกจอกจะยึดอยู่กับอะไร ข.เฟอื งบายศรี
ก. เฟอื งขบั ง.เสอ้ื เพลาท้าย
ค. เส้ือเฟืองทา้ ย

25. เหตใุ ดจึงต้องตดิ ตั้งเฟืองทา้ ยให้ต่ากว่าเพลากลาง

ก. เพือ่ ลดน้าหนกั ของตวั รถ ข.เพื่อให้เพลากลางหมนุ ไดส้ ะดวก

ค. เพอื่ ความคงทน ง.เพือ่ รองรับการรบั แรงกระแทก

26. รถขบั เคล่อื นล้อหน้ามีส่วนประกอบกระปุกเกยี รแ์ บบใด

ก. กระปกุ เกยี รแ์ ละเฟืองท้ายร่วมอย่ดู ้วยกนั ข.กระปุกเกยี รแ์ ละเฟอื งทา้ ยแยกสว่ นกัน

ค. กระปุกเกยี รอ์ ย่ดู ้านหนา้ ของตวั รถ ง.กระปุกเกยี รอ์ ย่สู ว่ นตรงกลางของรถ

27. เพลาแขง็ หมายถงึ ข.เสือ้ เพลามจี ุดหมุนด้านในขา้ งเดียว
ก. เสือ้ เพลามจี ุดหมุนดา้ นใน 2 ขา้ ง ง.เพลาแขง็ แบบเพลากลางมขี อ้ ตอ่ อ่อน
ค. เพลาแขง็ แบบเพลากลางเป็นท่อแรงบดิ

28. เพลาขับล้อหลังท่ีนิยมใช้มากในปัจจุบนั เปน็ แบบใด

ก. เพลาแข็งแบบแพลากลางมขี อ้ ตอ่ อ่อน
ข. เพลาแขง็ แบบแพลากลางเป็นท่อแรงบิด
ค. เสอ้ื เพลามจี ุดหมุนดา้ นในดา้ นเดยี ว
ง. เส้อื เพลามจี ดุ หมุนดา้ นใน 2 ดา้ น

29. รถยนตส์ ว่ นมากใชเ่ พลาขบั แบบใด
ก. เพลาลอย
ข. เพลาลอยสามในส่ี
ค. เพลากง่ึ ลอย
ง. เพลาจม

30. รถบรรทกุ ขนาดใหญใ่ ชเ้ พลาแบบใด
ก. เพลาขับลอ้ หน้า
ข. เพลาลอยสามในส่ี
ค. เพลาลอยตัว
ง. เพลาก่ึงลอย

ช่อื ...............................................................................................นกั ศึกษา ระดับชัน้ ปวช.3 กลุม่ ..............
ตอนท่ี 2 ข้อท่ี 1. จงบอกส่วนประกอบคลัทชร์ ถยนต์

ขอ้ ที่ 2. จงบอกโครงสร้างส่วนประกอบเกียร์รถยนต์ขับเคล่อื นล้อหลัง
1..........................................................................

. 2..........................................................................
3. ........................................................................
4. ........................................................................
5..........................................................................
6. .......................................................................
7. ......................................................................
8. ......................................................................
9. ........................................................................
10. .....................................................................
11. .....................................................................

ช่ือ...............................................................................................นกั ศึกษา ระดบั ชนั้ ปวช.3 กลุ่ม..............
3.บอกชื่อชน้ิ สว่ นโครงสรา้ งเพลากลางรถยนต์

1.............................................................. 2....................................................................................
3. ........................................................... 4. .................................................................................
5............................................................ 6. .................................................................................
4.บอกชอื่ ช้นิ ส่วนโครงสร้างเฟอื งท้ายรถยนต์

ขอ้ ท่ี 1. จงบอกส่วนประกอบคลัทชร์ ถยนต์
ข้อท่ี 2. จงบอกโครงสรา้ งส่วนประกอบเกียรร์ ถยนต์ขบั เคลื่อนล้อหลงั

3.บอกชือ่ ชิ้นสว่ นโครงสร้างเพลากลางรถยนต์

1.............................................................. 2....................................................................................
3. ........................................................... 4. .................................................................................
5............................................................ 6. .................................................................................

4.บอกชื่อชน้ิ ส่วนโครงสร้างเฟืองทา้ ยรถยนต์


Click to View FlipBook Version