The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ 7 ระบบเสียงภาษาไทยถิ่นเหนือ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chutima241119, 2022-11-22 10:16:53

บทที่ 7 ระบบเสียงภาษาไทยถิ่นเหนือ

บทที่ 7 ระบบเสียงภาษาไทยถิ่นเหนือ

บทท่ี 7

ระบบเสยี งภาษาไทยถิ่นเหนือ

จากท่ีกล่าวไปข้างต้นว่าประเทศไทยมีภาษาถิ่นย่อยมากมายท้ังภาษาไทยถ่ินกลาง หรือ
ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาไทยถ่ินใต้ ภาษาไทยถิ่นอีสาน แลภาษาถิ่นย่อยสุดท้ายที่จะกล่าวถึง คือ
ภาษาถ่ินเหนือ หรืออาจจะเคยได้ยินคนทั่วไปเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า ภาษาคำเมือง ที่มีการ
ติดต่อส่ือสารบริเวณภาคเหนือของประเทศไทย และเนื่องด้วยสภาพภูมิประเทศท่ีเป็นภูเขา มีความ
สลับซับซ้อน ตลอดจนมกี ลุ่มชาติพันธุ์อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงพบความหลากหลายของกลุ่มภาษา
ในบริเวณภาคเหนือ โดยบทนี้จะกล่าวถึงภาษาไทยถิ่นเหนือท่ีพูดกันใน 8 จังหวัด ภาคเหนือ ได้แก่
จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน และบางอำเภอในจังหวัด
อื่น ๆ แต่ไม่รวมไปถึงภาษาของชนกลุ่มน้อย โดยมีรายละเอียด ประกอบด้วย ความหมายของ
ภาษาไทยถ่ินเหนือ การแบ่งภาษาไทยถ่ินเหนือ ระบบเสียงภาษาไทยถ่ินเหนือ ประกอบด้วย หน่วย
เสียงพยญั ชนะ หนว่ ยเสียงสระ หน่วยเสยี งวรรณยกุ ต์ รวมถงึ โครงสรา้ งพยางค์ภาษาไทยถิ่นเหนอื

ความหมายของภาษาไทยถน่ิ เหนอื

กรรณิการ์ วมิ ลเกษม (2555) กล่าวว่า ภาษาไทยถิ่นเหนือ หรือภาษาไทย ซ่ึงจัดอยู่ในภาษา
ตระกูลไท (Tai language family) สาขาตะวันตกเฉียงใต้ (Southwestern Tai) ท่ีพูดกันใน 8
จงั หวัดภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน และ
บางอำเภอในจงั หวัดอนื่ ๆ

สิริวรรณพิชา ธนจิราวัฒน์ และสมทรง บุรุษพัฒน์ (2560) กล่าววา่ ภาษาไทยถ่ินเหนือ เป็น
ภาษาท่ีใช้พูดกันในชีวิตประจำวันเป็นหลักเสมือนเป็นภาษาไทยมาตรฐานของท้องถิ่นภาคเหนือของ
ประเทศไทย ซึ่งมีช่ือเรียกท่ีหลากหลาย ได้แก่ ภาษาล้านนา หรือคำเมือง เป็นช่ือเรียกภาษาของคน
ไทยในภาคเหนือปัจจุบัน ส่วนภาษาไตยวน หรือภาษาไทยวน เรียกตามช่ือของกลุ่มชาติพันธ์ุที่ต้ังถิ่น
ฐานอยู่ทาง ตอนเหนอื ของประเทศไทย หรอื อาณาจักรล้านนาไทย

114

พจนี ศริ ิอกั ษรสาสน์ (2554: 89) กล่าวถึง ภาษาไทยถิ่นเหนือว่า แตเ่ ดมิ เผา่ พันธคุ์ นไทยท่อี ยู่
ทางภาคเหนือน้ันมีช่ือว่า “ยวน” หรือ “ไทยวน” และเรียกภาษาที่พูดว่า “ภาษาไทยวน” แต่ใน
ปัจจุบันคนไทยในภาคเหนือเรียกตนเองวา่ “คนเมือง” และเรียกภาษาของตนว่า “คําเมอื ง” หรือออก
เสียงว่า “กําเมือง” คนไทยวนมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานร่วมสมัยกับคนไทยในภาคกลาง คือ
บรรพบุรุษของไทยวนได้ตั้งบ้านเมืองเป็นอาณาจักรใหญ่อาณาจักรหน่ึงช่ือ “อาณาจักรนาไทย” โดย
อาณาจักรน้ีมีอาณาเขตครอบคลุมภาคเหนือตอนบน ส่วนภาคเหนือตอนล่างจะใช้ภาษาไทยมาตรฐาน
ในการพูด เนือ่ งจากอาณาเขตติดต่อกับบริเวณภาคกลาง

เรืองเดช ปันเข่ือนขัติย์ (2531: 143) กล่าวว่า ภาษาไทยถิ่นเหนือ ได้แก่ภาษาล้านนา หรือ
ภาษาไทยวน ท่ีพูดโดยคนไทยส่วนใหญ่ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือของไทย ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่
เชียงราย พะเยา ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน รวมถึงบางอำเภอและบางหมู่บ้านในเขต
จงั หวัดตาก สุโขทยั และอุตรดติ ถ์

จากการให้ความหมายข้างต้นสามารถสรุปได้ว่า ภาษาไทยถ่ินเหนือ หมายถึง ภาษาถิ่นย่อย
ของภาษาไทยที่ใช้พูดติดต่อสื่อสารกันในบริเวณภาคเหนือของประเทศไทย ท้ัง 8 จังหวัด รวมถึงบาง
อำเภอและบางหมู่บ้านในจังหวัดอื่น ๆ ซ่ึงมีหลากหลายสำเนียง แตกต่างกันตามบริเวณท่ีอาศัยอยู่
และมเี อกลักษณ์เฉพาะตน

การแบ่งภาษาไทยถน่ิ เหนือ

สารานุกรมเสรี (ออนไลน์. 2564) กล่าวว่า คำเมือง (คำเมือง: , กำเมือง) หรือชื่อ
อย่างเป็นทางการว่า ภาษาถิ่นภาคพายัพ เป็นภาษาถ่ินของชาวไทยวนทางภาคเหนือตอนบนของ
ประเทศไทย ซึ่งเป็นอาณาจักรล้านนาเดิม ไดแ้ ก่ เชียงใหม่ เชียงราย อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน แม่ฮอ่ งสอน
ลำพูน ลำปาง พะเยา และยังมีการพูดและการผสมภาษากันในบางพื้นท่ีของจังหวัดตาก สุโขทัย และ
เพชรบูรณ์ ปัจจุบันกลุ่มคนไทยวนได้กระจัดกระจายและมีถิ่นท่ีอยู่ในจังหวัดสระบุรี จังหวัด
ราชบุรี และอำเภอของจังหวดั อ่นื ทใ่ี กลเ้ คียงกบั ราชบรุ ีอีกด้วย

คำเมืองยังสามารถแบ่งออกเป็นสำเนียงล้านนาตะวันตก (ในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และ
แม่ฮ่องสอน) และสำเนียงล้านนาตะวันออก (ในจังหวัดเชียงราย พะเยา ลำปาง อุตรดิตถ์ แพร่ และ
น่าน) ซ่ึงจะมีความแตกต่างกันบ้าง คือ สำเนียงล้านนาตะวันออกส่วนใหญ่จะไม่พบสระเอือะ เอือ แต่

115

จะใช้สระเอียะ เอียแทน (มีเสียงเอือะ และเอือ เพียงแต่คนต่างถ่ินฟังไม่ออกเอง เน่ืองจากเสียงท่ี
ออกมาจะเป็นเสียงนาสิกใกล้เคียงกับเอียะ เอีย) ส่วนคนในจังหวัดลำพูนมักจะพูดสำเนียงเมือง
ยอง เพราะชาวลำพูนจำนวนมากสืบเช้ือสายมาจากชาวยองในรัฐฉาน จึงมีสำเนียงท่ีเป็นเอกลักษณ์
คำเมืองมีไวยากรณ์คล้ายกับภาษาไทยกลางแต่ใชค้ ำศัพท์ไม่เหมือนกันและไวยากรณ์ท่ีแตกต่างกันอยู่
บ้าง แต่เดิมใช้คู่กับ อักษรธรรมล้านนา ซ่ึงเป็นตัวอักษรของอาณาจักรล้านนาที่ใช้อักษรมอญเป็น
ตน้ แบบ

นอกจากนี้ยังมีความเห็นอีกประเด็นว่า คำเมืองยังสามารถแบ่งออกเป็นสำเนียงล้านนา
ตะวนั ตก (ในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน) และสำเนียงล้านนาตะวันออก (ในจังหวดั เชียงราย
พะเยา ลำปาง อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน) ซ่ึงจะมีความแตกต่างกันบ้าง คือ สำเนียงล้านนาตะวันตกเรียก
“กำเจียงใหม่” คือสำเนียงเชียงใหม่ มีลักษณะเนิบ ช้า ฟังดูอ่อนหวาน ส่วนสำเนียงล้านนาตะวันตก
จะห้วน สั้น ดุดันกว่า แต่ที่เหมือนกันคือการออกเสียงนาสิก ไม่มีคำควบกล้ำ ร ล เช่น “เกลือ”
ออกเสียงเป็น “เกีย” และเสียง เอือะ เอือ จำเป็นเสียง เอียะ เอีย เช่น “เกือก (รองเท้า)” ออกเสียง
เป็น “เกียก” “เชือก” ออกเสียงเป็น “เชียก” “เปลือก” ออกเสียงเป็น “เปียก” อักษร ช จะแทน
ด้วย จ เชน่ “ช้าง” ออกเสียงเป็น “จ๊าง” “ช้า” ออกเสียงเป็น “จ๊า” “เช้า” ออกเสียงเป็น “เจ๊า”
เปน็ ต้น (จิตราภรณ์. ออนไลน์. 2555)

ระบบเสยี งภาษาไทยถ่นิ เหนอื

ภาษาไทยถิน่ เหนือมอี ยู่หลายถน่ิ ยอ่ ย หรอื หลายสําเนียงดว้ ยกนั ท่ีใชพ้ ูดอยใู่ นจังหวดั หวัดทาง
ภาคเหนือ แม้สําเนียงจะแตกต่างกันบ้างก็ตาม กาษาไทยถ่ินเหนือทั้งหมดประกอบด้วยหน่วยเสียง
พยญั ชนะ หน่วยเสยี งสระ และหนว่ ยวรรณยุกต์ ดังน้ี (วิไลศักดิ์ กง่ิ คำ. 2547: 53-66)

1. หนว่ ยเสยี งพยัญชนะ
หน่วยเสียงพยัญชนะในภาษาถิ่นเหนือมี 20 หน่วยเสียง หน่วยเสียงพยัญชนะ

ท้ังหมดเป็นมีหน่วยเสียงพยัญชนะต้น 20 หน่วยเสียง พยัญชนะต้นควบกล้ำ 10 หน่วยเสียง และ
พยญั ชนะทา้ ย 9 หน่วย ดังน้ี (กรรณิการ์ วมิ ลเกษม. 2555: 45)

1.1 หน่วยเสียงพยัญชนะตน้ มีทงั้ หมด 20 หน่วยเสยี ง ดงั นี้

116

ตารางที่ 7.1 หนว่ ยเสียงพยญั ชนะตน้ ภาษาไทยมาตรฐาน

หน่วยเสียงพยญั ชนะ
/k/ ข ฃคฅฆ
/kh/ ง
/-ŋ/ จ
/c/ ญย
ฎด
/j/ หรือ /y/ หรือ /n /͂ ฏต
/d/
/t/ ฐฑฒ ถทธ
/th/ ณน
/n/ บ
/b/ ป
/p/ ผพภ
/ph/ ฝฟ
/f/ ม
/m/ ร
/r/ ลฬ
/l/ ว
/w/
/s/ ซศษส
หฮ
/h/ หรอื /h/͂ อ
/-ɂ/

117

1.2 หนว่ ยพยญั ชนะท้าย หรอื ตัวสะกด ในภาษาไทยถนิ่ อสี านมี 9 หน่วยเสยี ง ดงั น้ี
ตารางที่ 7.2 เสียงและรูปพยญั ชนะท้ายหรอื ตวั สะกด

หนว่ ยเสยี งพยญั ชนะ ภาษาไทยมาตรฐาน
/-k/ -ก
/-n/ -น
/-ŋ/ -ง
/-m/ -ม
-ย
/j/ หรอื /y/ หรอื /n /͂ -ว
/-w/ -ด
/-t/ -บ
/-p/
/-ɂ/ - กา สระเสียงสั้นไมป่ รากฏรูป

1.3 หน่วยเสียงพยัญชนะควบกล้ำ ในภาษาถ่ินเหนือมี 11 หน่วยเสียง และท้ังหมด
เปน็ พยัญชนะควบกบั /w/ ดงั น้ี

ตารางที่ 7.3 หนว่ ยเสียงพยัญชนะควบกลำ้

หนว่ ยเสียงพยญั ชนะควบ ภาษาถ่นิ เหนอื
/k+w/ ก+ว
/kh+w/
/t+w/ ข/ค + ว
/th+w/ ต+ว
/c+w/ ท/ถ +ว
/ɂ+w/ จ+ว
อ+ว

118

/n+w/ น +ว
/s+w/ ส +ว
/l+w/ ล +ว
/n˜+w/ ญ+ว
/ŋ+w/ ง+ว

1.4 หน่วยเสียงพยัญชนะที่เป็นปฏภิ าค หน่วยเสียงพยัญชนะของภาษาไทยถ่ินอสี าน

ที่เป็นปฏิภาคกบั หนว่ ยเสยี งพยัญชนะในภาษาไทยมาตรฐาน มีดังน้ี

ภาษาถ่นิ เหนือ ปฏิภาค ภาษาไทยมาตรฐาน

/t/ ” /th/

ต้ี ท่ี

เตา้ เทา่

ตงุ ธง

ตำ ทำ

ต๊อง ท้อง

ภาษาถิ่นเหนอื ปฏภิ าค ภาษาไทยมาตรฐาน

/c/ ” /ch/

จ้าง ช้าง

จ้อง ช่อง

เจ้ือก เชือก

ป้อจาย ผชู้ าย

จาวนา ชาวนา

ภาษาถน่ิ เหนอื ปฏิภาค ภาษาไทยมาตรฐาน

/h/ ” /r/

ฮ้อน รอ้ น

ฮัก รัก

ฮอ้ ง ร้อง

119

ภาษาถิ่นเหนอื ปฏิภาค ภาษาไทยมาตรฐาน
/l/ ” /r/
ลาบ ราบ
แลก ปฏิภาค แรก
ลด ” รถ
โลก โรค
เลอื่ ง ปฏภิ าค เรอ่ื ง
” ภาษาไทยมาตรฐาน
ภาษาถน่ิ เหนือ /ch/
/s/ ปฏภิ าค ฉีก
สีก ” ฉาก
สาก เฉ
เส ภาษาไทยมาตรฐาน
/ph/
ภาษาถิ่นเหนอื พี่
/p/ พ่อ
ปี้ พนั
ป้อ แพะ
ปนั พน้ื
แปะ ภาษาไทยมาตรฐาน
ปนื้ /kh/
เค็ม
ภาษาถนิ่ เหนือ คำ
/k/ คอ้ น
เก็ม ก๊าง
กำ คา้ ขาย
ก๊อน
กาง
ก๊าก๋าย

120

1.5 ขอ้ สงั เกตเก่ียวกบั หนว่ ยเสยี งพยัญชนะภาษาไทยถิ่นเหนอื พบว่ามี
1.5.1 หน่วยเสียงทคี่ วบกลำ้ เพียงหนว่ ยเสยี งเดียวคือ / w/ ซงึ่ ต่างจากภาษาไทย

มาตรฐาน
1.5.2 จำนวนคำศัพทท์ เ่ี กิดกับพยญั ชนะควบกลำ้ มีจำนวนน้อยมาก
1.5.3 หน่วยเสียงพยญั ชนะควบกล้ำเกิดเฉพาะตน้ คำเท่านน้ั
1.5.4 เรืองเดช ปนั เขื่อนขัติย์ ให้รายละเอียดว่า พยญั ชนะท้ายมี 10 หน่วยเสียง

คือ เพิม่ หนว่ ยเสยี งพยัญชนะ /h/
2. หน่วยเสยี งสระ
ภาษาไทยถ่ินเหนือมีหน่วยเสียงสระท้ังหมด 21 หน่วยเสียง แบง่ เป็นหน่วยเสียงสระ

เดย่ี ว และหนว่ ยเสียงสระประสม ดังน้ี (พจนี ศริ อิ ักษรสาสน์. 2554: 93)
2.1 หน่วยเสียงสระเดี่ยว มีทง้ั สิ้น 18 หนว่ ยเสียง สามารถแบ่งเป็นสระเดย่ี วเสียงสัน้

9 หน่วยเสยี ง และสระเดยี่ วเสียงยาว 9 หนว่ ยเสียง ดงั น้ี

ตารางท่ี 7.4 หนว่ ยเสยี งสระเดย่ี ว

หน่วยเสยี งสระ ภาษาไทยมาตรฐาน
/a/ อะ
/a:/ อา
/i/ อิ
/ i:/ อี
/ɯ/ อึ
/ɯ:/ อือ
/u/ อุ
/u:/ อู
/e/ เอะ
/e:/ เอ
/ɛ/ แอะ
/ɛ:/ แอ

121

/ə/ เออะ
/ə:/ เออ
/o/ โอะ
/o:/ โอ
/ɔ/ เอาะ
/ɔ:/ ออ
หมายเหตุ ในบางตำราสระอึ แทนด้วย /ɨ/ สระอือ แทนด้วย /ɨ:/ สระแอะ แทนด้วย æ และการใช้
สระเสยี งสน้ั ซอ้ นกนั แทนสระเสยี งยาวได้ เช่น aa แทน สระอา ii แทน สระอี เป็นตน้

2.2 หนว่ ยเสยี งสระประสม หรือสระเล่ือน มี 3 หน่วยเสยี ง ไดแ้ ก่
ตารางท่ี 7.5 หน่วยเสยี งสระประสมหรือสระเลอ่ื น

หน่วยเสียงสระ ภาษาไทยมาตรฐาน
/ia/ เอีย
/ɯa/ เอือ
/ua/ อัว

2.3 หน่วยเสียงสระปฏิภาค ภาษาถิ่นเหนือมีหน่วยเสียงสระที่เป็นปฏิภาคกับ

ภาษาไทย 6 หน่วยเสยี ง ดังนี้

ภาษาถน่ิ เหนือ ปฏภิ าค ภาษาไทยมาตรฐาน

/ə/ ” /ɯ/

เถงิ ถึง

เขิ่ง ครึ่ง

เลกิ้ ลึก

ภาษาถ่ินเหนือ ปฏิภาค ภาษาไทยมาตรฐาน

/o/ ” /u/

โทง่ ทงุ่

122

โอ้ง อ้งุ

ผด๋ ผด

ภาษาถิ่นเหนอื ปฏภิ าค ภาษาไทยมาตรฐาน

/u/ ” /o/

ขุ้น ข้น

ตุง ธง

ป๋ยุ โปรย

ภาษาถน่ิ เหนอื ปฏภิ าค ภาษาไทยมาตรฐาน

/e:/ ” /ia/

เขว เขียว

เดว เดียว

เง่ว เงี้ยว

ภาษาถิ่นเหนอื ปฏิภาค ภาษาไทยมาตรฐาน

/ə:/ ” /ɯa/

เพน่ิ เพื่อน

เหมิน เหมือน

เคบิ เคลอื บ

2.4 ข้อสังเกตหน่วยเสียงสระภาษาไทยถิ่นเหนือ พบว่า

2.4.1 บางจังหวัดมคี นพูดภาษาไทยถิ่นเหนือใชห้ น่วยเสยี งประสมเพยี ง 2 หน่วย

เสียง คือ หน่วยเสียง /ia/ กับ /ua/ โดยเฉพาะจังหวัดแพร่ น่าน ลำปาง และพะเยา ซึ่งหน่วยเสียง

สระประสม /ia/ เปน็ ปฏิภาค กบั หนว่ ยเสยี งสระประสม /ɯa/

2.4.2 หน่วยเสียงสระเกือบทั้งหมดในภาษาไทยถิ่นเหนือ คล้ายกับหน่วยเสียง

สระในภาษาไทยถิ่นอีสาน

2.4.3 มีจำนวนหน่วยเสียงสระน้อยมากท่ีเป็นปฏิภาคกับหน่วยเสียงภาษาไทย

ถ่ินอีสาน

2.4.4 มีหน่วยเสียงสระบางหน่วยเสียงที่มีหน่วยเสียงต่างจากภาษาไทย

มาตรฐาน แตม่ จี ำนวนศพั ท์ไมม่ ากจึงไมส่ ามารถสร้างกฎได้ เชน่ /ɯ/ (เหนอื ) กบั /u/ (ไทย) เป็นตน้

123

3. หน่วยเสยี งวรรณยกุ ต์
วรรณยุกต์ในภาษาไทยถ่ินเหนือมีจำนวนมากกว่าภาษาไทยมาตรฐาน โดยมีทั้งหมด

6 หนว่ ยเสยี ง ดังน้ี (วิไลศักดิ์ ก่งิ คำ. 2547: 60)
3.1 หนว่ ยเสียงวรรณยกุ ต์ตำ่ -ตก ใช้สญั ลกั ษณ์ /ˋ/

ตารางท่ี 7.6 หน่วยเสยี งวรรณยุกต์ตำ่ -ตก

หนว่ ยเสียงวรรณยกุ ต์ ภาษาถ่ินเหนอื แสดงหน่วยเสียง ความหมาย
ตำ่ – ตก บวก /buˋak/ ปลกั
เจ็บ /ceˋb/ ปวด
จี่ /ciˋ:/ แตะ
ต่ำ /taˋm/ เตย้ี
สดุ /suˋt/ มงุ้

3.2 หนว่ ยเสยี งวรรณยกุ ตก์ ลาง-ระดับ ไมม่ ีสญั ลักษณ์

ตารางที่ 7.7 หนว่ ยเสยี งวรรณยกุ ตก์ ลาง-ระดบั

หนว่ ยเสยี งวรรณยกุ ต์ ภาษาถน่ิ เหนือ แสดงหนว่ ยเสยี ง ความหมาย
กลาง – ระดบั ซาว /sa:w/ ยส่ี ิบ
ฮงั /haŋ/ รัง
แปง /pɛ:ŋ/ แปรง
ใบ /bay/ ใบ
คู /khu:/ ครู

124

3.3 หนว่ ยเสียงวรรณยุกต์สงู -ข้นึ ใชส้ ัญลกั ษณ์ / ˊ/

ตารางท่ี 7.8 หนว่ ยเสยี งวรรณยุกต์สูง-ขึ้น

หน่วยเสยี งวรรณยกุ ต์ ภาษาถิน่ เหนือ แสดงหนว่ ยเสยี ง ความหมาย
สงู -ขึ้น ฟ้า /faˊ:/ ฟา้
นา่ ม /naˊm/ นำ้
ฮ้อน /hɔ:ˊn/ ร้อน
ซุ /suˊ/ ประทุ
ฮะ /haˊɂ/ เฉยี ด

3.4 หน่วยเสยี งวรรณยกุ ตส์ งู -ระดบั ใชส้ ัญลกั ษณ์ / ˆ/

ตารางที่ 7.9 หนว่ ยเสยี งวรรณยุกตส์ งู -ตก

หน่วยเสยี งวรรณยกุ ต์ ภาษาถ่ินเหนอื แสดงหนว่ ยเสยี ง ความหมาย
สูง-ตก ปน้ื /pɯˆ:n/ พ้ืน
นง่ึ /nɯˆŋ/ หนง่ึ
นา่ /naˆ:/ ฤดู
ก้าย /kaˆ:y/ เบอ่ื
ลน่ /loˆn/ วงิ่

3.5 หน่วยเสียงวรรณยุกตต์ ำ่ -ขึน้ ใชส้ ญั ลักษณ์ /ˇ/
ตารางที่ 7.10 หนว่ ยเสียงวรรณยุกต์ต่ำ-ขึ้น

หนว่ ยเสียงวรรณยกุ ต์ ภาษาถิน่ เหนอื แสดงหน่วยเสียง ความหมาย
ตำ่ -ขึ้น เปล๋ /pleˇ:/ กาละมงั
ฉำฉา จามจรุ ี
/chaˇmchaˇ:/

125

หลวง /luˇaŋ/ ใหญ่

ตน๋ี /tiˇ:n/ เทา้

เหงิ /həˇŋ/ กระจาด

3.6 หน่วยเสยี งวรรณยุกตส์ งู -ตก ใชส้ ัญลักษณ์ /-/

ตารางท่ี 7.11 หน่วยเสียงวรรณยกุ ตส์ งู -ตก

หน่วยเสียงวรรณยุกต์ ภาษาถน่ิ เหนือ แสดงหน่วยเสียง ความหมาย
สงู -ตก นาก /nā:k/ นาก
แปะ /pɛ̄ ɂ/ แพะ
ปา /pa:̄ / ปา้
ฮา /ha:̄ / หา้
นก /nok̄ / นก

3.7 หน่วยเสียงวรรณยุกต์ที่เป็นปฏิภาค ในภาษาถิ่นเหนือมีหน่วยเสียงวรรณยุกต์ที่

เปน็ เสียงปฏภิ าคกับภาษาไทยมาตรฐาน 4 หน่วยเสียง ดังน้ี

ภาษาถน่ิ เหนอื ปฏิภาค ภาษาไทยมาตรฐาน

/-/ ” /ˊ/

/mōt/ มด

/luk̄ / ลุก

/nōk/ นก

/caw̄ / เชา้

/pɛ̄ ɂ/ แพะ

126

ภาษาถ่นิ เหนือ ปฏภิ าค ภาษาไทยมาตรฐาน
/-/ ” / ˆ/
/pā:/ ป้า
/bā:n/ ปฏภิ าค บ้าน
/nā:k/ ” นาก
/khaw̄ / เข้า
/dāy/ ได้
ภาษาไทยมาตรฐาน
ภาษาถิ่นเหนอื กลางระดบั
/ ˇ/ ไกล
/kaˇy/ ปลา
/paˇ:/ ตา
/taˇ:/ กลอน
/kɔˇ:n/

/piˇŋ/ ปฏิภาค ปลงิ
ภาษาถน่ิ เหนอื ” ภาษาไทยมาตรฐาน

/ ˇ/ /ˋ/

/heˇt/ เหด็
/hoˇk/ หก
/peˇt/ เป็ด
/koˇp/ กบ
/ceˇt/ เจด็
อย่างไรก็ตาม การออกเสียงวรรณยุกต์ในภาษาไทยถิ่นเหนือแต่ละจังหวัดก็มักจะมีความ
คลาดเคล่ือนกันไปเล็กน้อย ตามความแตกต่างของกลุ่มคนหรือธรรมเนียมในการออกเสียงประจำถ่ิน
(อุดม รุ่งเรืองศรี. 2546) และมีหน่วยเสียงสูง-ตก คล้ายกับหน่วยเสียงกลาง-ข้ึน ในภาษาถ่ินอีสาน มี
หน่วยเสียงต่ำขึ้นที่มีความพเิ ศษมากกวา่ ภาษาไทยมาตรฐาน คือ สามารถเกิดได้ทั้งคำพยางค์ปดิ และ
พยางค์เปดิ คำเปน็ และคำตาย (วไิ ลศกั ด์ิ กิ่งคำ. 2547: 64)

127

โครงสร้างพยางค์ภาษาไทยถิ่นเหนือ

พยางค์โดยท่ัวไปของภาษาไทยถิ่นท้ังหมดประกอบด้วยหน่วยเสียงพยัญชนะ หน่วยเสียง
สระ หน่วยเสียงวรรณยุกต์ ภาษาไทยถ่ินเหนือก็เช่นเดียวกันมีโครงสร้างพยางค์ 3 รูปแบบ ได้แก่
โครงสรา้ งคําพยางค์เดยี ว โครงสรา้ งคําสองพยางค์ และโครงสร้างคํามากพยางค์ ดังน้ี (วไิ ลศกั ดิ์ กงิ่ คำ.
2547: 64)

การแทนความหมายสัญลกั ษณ์

C (Consonant) C แทน พยัญชนะตน้ หรือพยัญชนะทา้ ย

CC แทน พยญั ชนะตน้ ควบ หรอื พยญั ชนะควบ

V (Vowel) V แทน สระเสียงสน้ั

VV แทน สระเสียงยาว หรอื สระประสม

T (Tone) T แทน วรรณยุกต์

-0 แทน จำนวนพยางค์ ในกรณีตง้ั แต่ 2 พยางค์

ขึ้นไป จะแสดงไว้ในพยางคต์ น้ แตถ่ ้า

เปน็ คำพยางค์เดียวจะไมใ่ สส่ ญั ลักษณ์

1. โครงสร้างคําพยางคเ์ ดียว

ภาษาไทยถิ่นเหนือมีโครงสร้างคำพยางค์เดยี วอยู่ 6 แบบ ซ่ึงแตล่ ะแบบกป็ ระกอบไป

ดว้ ยหนว่ ยเสียง 3 หน่วยเสยี ง (สระ-พยญั ชนะ-วรรณยุกต)์ ดังนี้

1.1 CVVT เชน่ /ma:/ มา

1.2 CCVVT เชน่ /kwà:/ กวา่

1.3 CVCT เชน่ /haǩ / หกั

1.4 CVVCT เชน่ /nɔ:n/ นอน

1.5 CCVCT เชน่ /khwan/ ควัน

1.6 CCVVCT เชน่ /kwa:̄ ŋ/ กวา้ ง

128

2. โครงสรา้ งคาํ สองพยางค์

ภาษาไทยถิ่นเหนือมีโครงสร้างคำสองพยางค์อยู่ 7 แบบ ซึ่งแต่ละแบบมีลักษณะ

ทว่ั ไปเช่นเดยี วกบั ภาษาไทยมาตรฐาน ดังน้ี

2.1 CVT0 CVVT เช่น /sà ̊ là:/ ชา่ ง

2.2 CVVT0 CVVT เช่น /ca:̌ ̊ wâ:/ ติต่าง

2.3 CVCT0 CVVT เช่น /càk ̊ kà:/ กิ้งก่า

2.4 CVT0 CVCT เชน่ /sà: ̊ lǐt/ ทะลึ่ง

2.5 CVVT0 CVCT เชน่ /ta:̌ ̊ wan/ ตะวนั

2.6 CVVT0 CVVCT เชน่ /ci: ̊ hì:t/ จ้ิงหรดี

2.7 CVCT0 CVVCT เชน่ /khaŋ ̊ khâ:k/ คางคก

3. โครงสร้างคํามากพยางค์

คำมากพยางค์ท่ีปรากฏในภาษาไทยถิ่นเหนือมักจะเป็นคำประสม ซึ่งเกิดจากการ

ประสมของโครงสร้างคำพยางคเ์ ดียวกบั โครงสร้างคำสองพยางค์ ซึง่ แบ่งไดเ้ ปน็ 2 แบบ ดังนี้

3.1 CVVVT0 CVVT0 CVVT เชน่

/bà: ̊ nɔ̂ : ̊ nɛ̂ :/ นอ้ ยหน่า

3.2 CVVT0 CVVCT0 CVVCT เช่น

/bà: ̊ kûay ̊ tē:t/ มะละกอ

สรปุ

ภาษาไทยถ่ินเหนือ หมายถึง ภาษาถ่ินย่อยของภาษาไทยที่ใช้พูดติดต่อสื่อสารกันใน
บริเวณภาคเหนือของประเทศไทย ทั้ง 8 จังหวัด รวมถึงบางอำเภอและบางหมู่บ้านในจังหวัดอื่น ๆ
ซ่ึงมีหลากหลายสำเนียง แตกต่างกันตามบริเวณท่ีอาศัยอยู่ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตน สามารถแบ่ง
ออกเป็นสำเนียงล้านนาตะวันตกในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอน และสำเนียงล้านนา
ตะวนั ออกในจังหวัดเชยี งราย พะเยา ลำปาง อุตรดิตถ์ แพร่ และน่าน ซึ่งคำเมืองมีไวยากรณ์คล้ายกับ
ภาษาไทยกลางแต่ใช้คำศัพท์ไม่เหมือนกันและไวยากรณ์ที่แตกต่างกันอยู่บ้าง แต่เดิมใช้คู่กับอักษร
ธรรมล้านนา ซ่ึงเป็นตัวอักษรของอาณาจักรล้านนาที่ใช้อักษรมอญเป็นต้นแบบ โดยระบบเสียง

129

ภาษาไทยถ่ินเหนือประกอบด้วย หน่วยเสียงพยัญชนะ คือ พยัญชนะต้นเดี่ยว 20 หน่วยเสียง
พยัญชนะท้ายหรือตัวสะกด 9 หน่วยเสียง พยัญชนะควบกล้ำ 11 หน่วยเสียง หน่วยเสียงสระมี 21
หน่วยเสียง แบ่งเป็น สระเดี่ยว 18 หน่วยเสียง สระประสม 3 หน่วยเสียง หน่วยเสียงวรรณยุกต์มี 6
หน่วยเสียง ซ่ึงสามารถประกอบกันเป็นโครงสร้างพยางค์ท้ัง 3 รูปแบบ ได้แก่ โครงสร้างคําพยางค์
เดยี ว โครงสรา้ งคําสองพยางค์ และโครงสร้างคําสามพยางค์

คำถามทบทวน

1. จงอธบิ ายความหมายของภาษาไทยถิ่นเหนอื
2. การแบ่งภาษาไทยถน่ิ เหนอื ประกอบด้วยอะไรบ้าง จงอธบิ าย
3. หนว่ ยเสยี งพยัญชนะในภาษาไทยถ่นิ เหนอื มีความเหมอื น หรือแตกตา่ งจากภาษาไทย

มาตรฐานอย่างไร
4. ข้อสังเกตเกย่ี วกับหนว่ ยเสียงสระในภาษาไทยถ่นิ เหนือ ประกอบดว้ ยอะไรบ้าง
5. จงยกตวั อยา่ งคำหนว่ ยเสียงวรรณยกุ ตต์ ่ำ-ตก ในภาษาไทยถิ่นเหนอื จำนวน 5 คำ พร้อม

ความหมาย
6. โครงสรา้ งพยางคภ์ าษาไทยถนิ่ เหนอื ประกอบด้วยอะไรบ้าง จงอธิบาย
7. นกั ศึกษาเห็นด้วยหรอื ไมก่ ับคำว่า “ภาษาไทยถ่นิ เหนอื และภาษาไทยมีความใกล้เคยี งกนั ”

หรือไม่ อยา่ งไร จงอธบิ ายพร้อมยกเหตผุ ลประกอบ
8. นกั ศกึ ษาคดิ วา่ การศกึ ษาภาษาไทยถิ่นเหนือมคี วามสำคัญอย่างไรบา้ ง จงอธบิ าย

เอกสารอ้างองิ

กรรณกิ าร์ วิมลเกษม. (2555). ภาษาไทยถน่ิ เหนือ. กรงุ เทพฯ: ภาควิชาภาษาตะวันออก
คณะโบราณคดี มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร.

จิตราภรณ์. (2555). อูก้ ำเมืองเรือ่ งง่ายง่าย. [ออนไลน]์ . แหล่งที่มา:
http://oknation.nationtv.tv/blog/jitrapon/2012/08/03/entry-1/

พจนี ศริ อิ กั ษรสาสน์. (2554). ภาษาถน่ิ ของไทย. พิมพค์ รงั้ ที่ 3. กรงุ เทพฯ: สำนกั พิมพ์
มหาวิทยาลยั รามคำแหง.

130

เรืองเดช ปนั เขือ่ นขตั ยิ .์ (2531). ภาษาถ่นิ ตระกลู ไทย (พรอ้ มทั้งภาษาตระกลู ต่างๆ ในประเทศ
ไทย). พิมพ์ครั้งท่ี 2. นครปฐม: สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท
มหาวิทยาลยั มหิดล.

วไิ ลศกั ดิ์ กงิ่ คำ. (2547). ภาษาไทยถิ่น. พมิ พค์ รงั้ ที่ 2. กรุงเทพฯ: สำนกั พมิ พ์
มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร.์

สารานุกรมเสร.ี (2564). ภาษาไทยถนิ่ เหนอื . [ออนไลน]์ . แหลง่ ทมี่ า:
https://th.wikipedia.org/wiki/ภาษาไทยถ่ินเหนอื . [18 กรกฎาคม 2564].

สริ ิวรรณพิชา ธนจริ าวฒั น์ และสมทรง บุรษุ พัฒน.์ (2560). “ภูมิศาสตรว์ รรณยกุ ต์ภาษาไทยวนใน
ภมู ภิ าคเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้ (Tonal Geography of Tai Yuan In Southeast
Asia)”. วารสารศลิ ปศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร.์ 19(1): 79-106.

อุดม รงุ่ เรอื งศร.ี (2546). วรรณกรรมลา้ นนา. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2. กรงุ เทพฯ: สำนักงานกองทนุ
สนับสนนุ การวิจัย.


Click to View FlipBook Version