เอกสารประกอบการเรียน
วชิ าประวตั ิศาสตร์ 3
รวบรวมโดยคุณครูธวัชชัย คงฉาง
การสถาปนาอาณาจักรอยธุ ยา
ชุมชนไทยก่อนการสถาปนาอาณาจกั รอยธุ ยา
อาณาจกั รโบราณในดินแดนไทย ก่อนที่อาณาจักรสุโขทยั จะกอ่ ตั้งขนึ้ ในตอนปลายพุทธศตวรรษท่ี 18
ดนิ แดนของประเทศในอดีต เปน็ แหลง่ ชมุ ชนทม่ี ีความเจรญิ เป็นท่ตี ้งั ของอาณาจักรโบราณหลายแห่ง ได้แก่
อาณาจักรทวารวดี ฟูนนั ศรีวิชยั และนครศรธี รรมราช เป็นตน้ สนั นิษฐานวา่ เปน็ อาณาจักรของชนชาติมอญ
และขอม
การก่อกาเนดิ อาณาจกั รสโุ ขทัย เมอ่ื ประมาณ พ.ศ.1780 พ่อขุนศรีอนิ ทราทิตย์ ไดท้ าสงครามขับไล่
ชนชาติขอม รวบรวมคนไทยใหเ้ ปน็ ปกึ แผน่ และกอ่ ตง้ั อาณาจักรสุโขทยั ขนึ้ ซึ่งในบริเวณดินแดนใกล้เคียง
ดงั กลา่ ว ก็ยงั มผี ูน้ าคนไทยทตี่ ั้งตวั เป็นอาณาจักรอิสระอกี แหง่ หน่งึ คือ อาณาจกั รลา้ นนา
การสถาปนาอาณาจักรอยธุ ยา กรงุ ศรีอยธุ ยาถอื กาเนิด เมอ่ื ประมาณ พ.ศ.1893 ในบริเวณลมุ่ แม่นา้
เจ้าพระยาตอนล่าง ซึ่งในขณะนน้ั ไดม้ ีอาณาจกั รคนไทยอ่ืน ๆ ต้ังบ้านเมอื งเป็นชุมชนทีเ่ จรญิ อยกู่ ่อนแลว้
ได้แก่ ละโว้ (ลพบุร)ี อทู่ อง (สพุ รรณภมู )ิ และอาณาจกั รสโุ ขทยั ซ่ึงกาลังเสือ่ มอานาจลงมาแลว้ ในขณะน้ัน
แคว้นอทู่ องหรอื สพุ รรณภูมิ
1. แควน้ อู่ทองเป็นชมุ ชนของคนไทย ตงั้ อยู่ทางด้านตะวันตกของลุ่มแม่น้าเจ้าพระยาตอนลา่ ง มกี าร
คน้ พบซากเมอื งโบราณและหลักฐานทางประวัติศาสตร์อ่ืน ๆ ในเขตตัวเมอื งอูท่ อง(อยู่ริมแม่น้าจระเขส้ ามพัน
อาเภออู่ทอง จังหวัดสพุ รรณบุร)ี และในเขตอาเภอเมืองสพุ รรณบุรี
2. ศูนย์กลางความเจรญิ ของแคว้นอทู่ องอย่ทู ี่ตวั เมืองอ่ทู อง จากหลักฐานท่ีค้นพบ ทาใหเ้ ช่ือวา่ เมืองอู่
ทอง เปน็ ชุมชนโบราณทม่ี ีผู้คนอย่อู าศัยมาต้งั แต่สมัยกอ่ นประวัตศิ าสตร์ (สมัยที่มนษุ ยย์ ังไมร่ จู้ ักประดิษฐ์
ตวั อกั ษร) จนกระทั่งมคี วามเจรญิ สูงสดุ ในชว่ งพทุ ธศตวรรษท่ี 8 - 13 และถอื วา่ มอี ายุเกา่ แกม่ ากกว่าเมอื ง
โบราณที่นครปฐม
3. การคน้ พบศิลปะโบราณสถานและโบราณวัตถสุ มยั ทวารวดี ที่สร้างข้นึ ในพุทธศตวรรษที่ 16 ทาให้
สันนษิ ฐานว่า กอ่ นในช่วงดงั กลา่ ว อาณาจักรทวารวดมี ีอทิ ธพิ ลเหนอื ดนิ แดนแห่งน้ี หลังจากนนั้ เมืองอูท่ อง ได้
เส่ือมอานาจและลดความสาคัญลง โดยเฉพาะในช่วงพทุ ธศตวรรษท่ี 17 - 19 เมืองสพุ รรณบรุ ี กลบั มีความ
เจรญิ เขา้ มาแทนท่ี
4.แคว้ นอทู่ องหรือสุพรรณบรุ ี อาจเปน็ เมอื งเดิมของพระเจ้าอทู่ องก่อนการสถาปนากรงุ ศรอี ยธุ ยา
เปน็ ราชธานี จากหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ระบุวา่ พระเจ้าอู่ทอง ทรงพาผูค้ นอพยพหนโี รคระบาดจากแคว้น
สพุ รรณภูมิมาสรา้ งเมืองใหม่ทีก่ รุงศณอี ยุธยา และตอ่ มาทรงตง้ั ให้ ขุนหลวงพะง่วั ญาติผใู้ หญข่ องพระองคไ์ ป
ครองเมอื งสพุ รรณบรุ ีแทน
แควน้ ละโวห้ รอื ลพบรุ ี
1.เมืองละโวเ้ ป็นชุมชนโบราณ ตั้งอยู่ด้านตะวนั ออกของแมน่ ้าเจา้ พระยาตอนลา่ ง มีความ
เจริญรุ่งเรอื งในช่วงพทุ ธศตวรรษที่ 11 โดย "พระยากาฬวรรณดศิ ราช" กษัตรยิ ์นครปฐมเปน็ ผสู้ ่ังให้สร้างเมอื ง
ละโว้ขน้ึ ในพ.ศ. 1002 แตท่ ้งั เมืองละโว้ นครปฐม อู่ทอง และสุพรรณภมู ิ ล้วนแต่เปน็ ส่วนหนงึ่ ของอาณาจักร
ทวารวดี ในชง่ พทุ ธศตวรรษท่ี 11 ทัง้ ส้นิ โดยละโว้มคี วามสาคญั ในฐานะเปน็ เมอื งลูกหลวงทางด้านตะวนั ออก
ของอาณาจักร
2.แคว้นละโวม้ ีความเจรญิ ทางวัฒนธรรมและเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนา ในช่วงพทุ ธศตวรรษ
ที่ 12 - 13 ความเจรญิ ของละโว้แผข่ ยาย ครอบคลุมต้งั แต่บรเิ วณปากอ่าวไทยข้ึนไปตามลุ่มน้าเจ้าพระยาด้าน
ตะวนั ออกจนถงึ เมืองนครสวรรค์และเมืองหรภิ ุญไชย
3.แคว้นละโว้เริม่ รบั วฒั นธรรมฮนิ ดแู ละพระพทุ ธศาสนา ลัทธิมหายานจากเขมรอย่างมาก ต้ังแต่ใน
พุทธศตวรรษท่ี 16 เปน็ ต้นมา โดยเช่ือว่าแควน้ ละดว้ตกอย่ใู ตอ้ านาจทางการเมอื งของเขมร เพราะกอ่ นหน้าน้ี
ละโวเ้ คยสง่ ทูตไปเมืองจีนอย่างสม่าเสมอ แต่หลงั จาก พ.ศ.1544 กไ็ ม่ได้ส่งไปอีกเลย
4.แควน้ ละโว้ยา้ ยราชธานใี หม่ ในชว่ ง พุทธศตวรรษท่ี 17
4.1 แคว้นละโวถ้ กู คกุ คามโดยกองทัพของพระเจา้ อโนรธามังช่อ กษตั ริย์แห่งอาณาจกั รพกุ าม
(พม่า)เม่อื ประมาณ พ.ศ. 1601
4.2 พระนารายณ์กษตั ริยข์ องแคว้นละโว้ ได้ยา้ ยราชธานใี หมม่ าต้ังตรงปากแม่น้าลพบรุ ี
(บริเวณทีแ่ ม่นา้ ลพบรุ ไี หลมาบรรจบกบั แม่น้าเจ้าพระยา) เมอื่ พ.ศ. 1625 และต้ังชอ่ื ว่า "กรงุ อโยธยา" ส่วน
เมอื งละโว้เดมิ ไดเ้ ปล่ยี นชอ่ื ใหม่เปน็ "ลพบรุ ี" และมฐี านะเปน็ เมืองลกู หลวงของกรุงอโยธยา หรอื แควน้ อโยธยา
ตงั้ แตบ่ ัดนั้น
5.แค้วนอโยธยามอี านาจปกครองในดนิ แดนลุม่ แมน่ ้าเจ้าพระยาตอนลา่ งจนถงึ พทุ ธศตวรรษท่ี
19 สันนษิ ฐานว่า พระเจา้ อู่ทอง กษัตรยิ ์อโยธยาสมัยนน้ั ได้อพยพพาผ้คู นมาตั้งเมืองใหม่ท่ี หนองโสน ซงึ่ อยไู่ ม่
ไกลจากท่ีเดิมมากนกั สถาปนาเปน็ กรงุ ศรีอยุธยา เมอื่ พ.ศ. 1893 และยกฐานะ ลพบุรี ให้เปน็ เมืองลกู หลวง
การสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี
1. สมเด็จพระรามาธบิ ดที ่ี 1 (พระเจา้ อทู่ อง) เปน็ ผู้ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยาเปน็ ราชธานี เม่ือ พ.ศ.
1893 ซ่ึงไม่มีหลกั ฐานปรากฎแน่ชดั วา่ พระองค์สืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์ใด และมถี น่ิ กาเนิดเดิมมาจากที่ใด มี
ข้อสนั นิษฐานในเรอื่ งดังกลา่ ว 3 ประการ ดังน้ี
1.1 มถี ่ินกาเนิดเดิมมาจากเมอื งอู่ทอง แคว้นสพุ รรณภูมิ เม่ือประมาณ พ.ศ. 1890 เมอื งอู่ทองซ่งึ
ตั้งอย่รู ิมฝั่ง แมน่ า้ จระเขส้ ามพัน ประสบภยั ธรรมชาติ ลาน้าจระเข้สามพนั ตน้ื เขิน ขาดแคลนน้า จึงเกิดโรค
ระบาด (โรคห่าหรอื อหิวาตกโรค) มีผู้คนลม้ ตายเป็นจานวนมาก พระเจ้าอ่ทู องจึงทรงทิ้งเมอื ง อพยพผู้คนข้าม
ฟากแม่น้ามาตัง้ เมืองใหม่ทบ่ี ริเวณตาบลหนองโสน (บึงพระราม) ใชเ้ วลาสร้างเมอื งใหม่ 3 ปี และสถาปนาข้ึน
เปน็ กรุงศรอี ยุธยา ราชธานีแห่งใหม่ ใน พ.ศ.1893
1.2 มถี ่นิ กาเนิดเดมิ มาจากเมืองอโยธยา บรเิ วณปากแมน่ า้ ลพบรุ ี ซ่ึงเป็นเมืองหลวงของแควน้ ละโว้
โดยพระเจา้ อ่ทู องทรงอพยพไพรพ่ ลทงิ้ เมอื งอโยธยา หนีภัยอหิวาตกโรคระบาด มาสร้างเมอื งใหม่เช่นกัน
1.3 มฐี านะเปน็ พระราชโอรสของแคว้นละโว้ พระราชบิดาของพระเจา้ อ่ทู องเปน็ กษัตริย์แหง่ แควน้
ละโว้ และมอบหมายใหพ้ ระเจา้ อู่ทองไปครองเมืองเพชรบรุ ี ในฐานะเมอื งลูกหลวง ครั้งเม่อื พระราชบิดา
สวรรคต พระเจา้ อทู่ องจงึ เสด็จกลับมาครองราชวมบตั ิในแคว้นละโว้ และต่อมาได้ยา้ ยมาต้ังราชธานีแหง่ ใหมท่ ่ี
กรุงศรอี ยุธยา
2. การถือกาเนิดของอาณาจักรอยธุ ยา ใน พ.ศ. 1893 เปน็ ช่วงทอ่ี าณาจกั รสุโขทยั ซ่ึงเป็นอาณาจกั รของ
คนไทยอีกกลมุ่ หนึ่งทางตอนบนของลมุ่ แม่น้าเจ้าพระยาเริ่มเสอื่ มอานาจลง ตรงกบั รชั การพระมหาธรรมราชาลิ
ไทยแหง่ กรุงสุโขทัย ในขณะทด่ี นิ แดนลมุ่ แม่น้าเจ้าพระยาตอนล่างกย็ งั คงมีแควน้ ของคนไทยตง้ั บา้ นเมืองมน่ั คง
เป็นปกึ แผน่ อยกู่ อ่ นแล้ว ได้แก่ ลพบรุ ี และสุพรรณบุรี ซงึ่ ตอ่ มาถูกรวมใหเ้ ป็นส่วนหนง่ึ ของอาณาจักรกรุงศรี
อยุธยาในที่สดุ
ปจั จัยที่สนับสนนุ ให้การสถาปนากรุงศรอี ยุธยาประสบความสาเร็จ
1. ความเขม้ แข็งทางการทหาร สันนิษฐานวา่ พระเจ้าอทู่ องทรงเปน็ พระราชโอรสของกษัตริยผ์ คู้ รอง
แคว้นละโว้ หรอื ดฃเป็นเจา้ เมืองทีม่ าจากเมืองอ่ทู องอย่างใดอยา่ งหนึ่ง จึงมกี าลังทหารเข้มแขง็ มีกาลังไพรพ่ ล
มาก และมลี กั ษณะเปน็ ผู้นาทางการเมอื งทผี่ ู้คนยอมรับ จงึ ใหก้ ารสนบั สนนุ ในด้านกาลังคนอยา่ งเต็มที่
2. การดาเนนิ นโยบายทางการทตู ที่เหมาะสมกบั ดนิ แดนใกลเ้ คยี ง พระเจ้าอู่ทองได้อภเิ ษกสมรสกบั เจ้า
หญิงแหง่ แควน้ สพุ รรณภมู ิ จึงเปน็ การเช่ือมโยงแคว้ นละโวแ้ ละแควน้ สุพรรณภูมิให้เปน็ อนั หนึ่งอนั เดยี วกนั ทา
ให้ท้ังสองอาณาจกั รลดการแข่งขันทางการเมืองซง่ึ กันและกัน
3. การปลอดอานาจทางการเมอื งภายนอก ในขณะนั้น อาณาจักรสโุ ขทัยของคนไทยดว้ ยกนั ทอี่ ยู่ทาง
ตอนเหนอื และอาณาจักรเขมร ซึ่งอยทู่ างทิศตะวันออก ค่อย ๆ เสอื่ มอานาจลง จงึ ไม่สามารถสกดั กน้ั การ
ก่อตง้ั อาณาจกั รใหม่ของคนไทยได้
4. ทาเลท่ีตัง้ มคี วามเหมาะสมในดา้ นยทุ ธศาสตร์ กรุงศรอี ยุธยามแี มน่ ้าไหลผา่ น ถึง 3 สาย ไดแ้ ก่ แม่น้า
เจา้ พระยา ปา่ สักและลพบุรี ทาให้เป็นทร่ี าบลุ่มตา่ ข้าศึกจะลอ้ มกรงุ ศรีอยธุ ยาไดเ้ ฉพาะฤดแู ลง้ เทา่ น้นั เม่อื
ถึงฤดูนา้ หลาก นา้ จะทว่ มรอบตวั เมอื งทาใหข้ ้าศกึ ต้องถอนทัพกลับไป
5. ความอดุ มสมบูรณ์ทางดา้ นเศรษฐกิจ ลักษณะภมู ิประเทศของอยุธยาเปน็ ที่ราบที่อุดมสมบูรณ์จึงเป็น
แหลง่ อ่ขู า้ วอู่นา้ ท่สี าคัญ ประกอบกับอยใู่ กล้ปากแมน่ า้ เจ้าพระยา มีการคมนาคมทางน้าสะดวกทาใหส้ ามารถ
ติดต่อค้าขายกับต่างประเทศไดง้ ่าย
การสรา้ งความม่ันคงของอาณาจักรอยุธยา
ภายหลังการสถาปนากรุงศรีอยธุ ยาเป็นราชธานี พระมหากษัตริย์แห่งกรงุ ศรีอยธุ ยาพยายามสรา้ งความ
มั่นคงเป็นปึกแผน่ ให้แกอ่ าณาจักร โดยการดาเนินการทางการเมอื ง ดงั ต่อไปน้ี
1. การขยายอานาจไปยังอาณาจกั รเขมร เน่ืองจากเขมรเปน็ มหาอานาจในภมู ภิ าคนมี้ าก่อน มีอาณาจักร
ตง้ั อยทู่ างภาคตะวันออกของอยุธยา ทาให้คนไทยเกิดความหวาดระแวงไม่ปลอดภัย
1.1 รัชกาลพระเจ้าอู่ทอง ไดส้ ่งกองทพั อยธุ ยาไปตีเขมร 2 ครง้ั ใน พ .ศ. 1895 และ 1896 ทาให้
เขมรเส่อื มอานาจลง ตอ้ งย้ายเมืองหลวงหนี ทางฝ่ายไทยได้กวาดตอ้ นพราหมณใ์ นราชสานกั เขมรมายงั กรงุ ศรี
อยุธยา เปน็ ผลใหเ้ กดิ การแพร่หลาย ศลิ ปวัฒนธรรมเขมรในไทยมากข้นึ
1.2 รชั กาลพระบรมราชาธิราชที่ 2 (สมเดจ็ พระเจา้ สามพระยา) เขมรต้องตกเป็นประเทศราชของ
ไทย ทางอยธุ ยายนิ ยอมใหเ้ ขมรไดป้ กครองตนเอง โดยสง่ เครื่องราชบรรณาการมาถวายตามประเพณี
2. การรวมอาณาจกั รสโุ ขทัยเข้าเป็นสว่ นหน่งึ ของอาณาจักรอยุธยา เหตกุ ารณ์สาคัญดงั น้ี
2.1 รชั กาลพระเจา้ อู่ทอง กองทัพอยธุ ยาตี เมอื งสรรค(์ ชัยนาท) เมอื งหนา้ ดา่ นของสโุ ขทยั ไวไ้ ดใ้ น พ .
ศ. 1900 แตพ่ ระยาลิไทย กษตั ริย์สโุ ขทัยไดส้ ง่ ทตู มาเจรจาขอคนื ความสมั พันธ์ระหว่างอาณาจกั รทงั้ สองยงั
ดาเนนิ ไปดว้ ยดี
2.2 รัชกาลสมเด็จพระบรมราชาธริ าชที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว) ได้ยกกองทัพไปตอี าณาจกั รสโุ ขทัยหลาย
คร้ัง ใน พ.ศ. 1921 ไดเ้ ขา้ ยดึ เมอื งกาแพงเพชร (ชากังราว) เมืองหน้าด่านของอาณาจกั รสุโขทัย พระยาไสยลอื
ไทย กษัตรยิ ์สุโขทัยต้องยอมออ่ นน้อมไม่คดิ ตอ่ สู้ ทาใหอ้ ยุธยามอี านาจเหนืออาณาจักรสโุ ขทัยตั้งแต่บดั น้ัน โดย
ยนิ ยอมให้สโุ ขทยั ปกครองตนเองในฐานะประเทศราช
2.3 รัชกาลสมเด็จพระนครนิ ทราธริ าช ไดเ้ สด็จขึ้นมาไกล่เกลีย่ ปญั หาการแยง่ ชิงราชสมบัติระหว่าง
พระราชวงศข์ องสโุ ขทัยดว้ ยกนั ใน พ.ศ. 1962 จนเหตกุ ารณ์ยตุ ิดว้ ยดี ในรชั กาลน้สี ุโขทยั กับอยุธยามี
ความสมั พันธแ์ นน่ แฟ้นกันมากขึ้น เมื่อมีการอภิเษกสมรสระหวา่ งเจ้าสามพระยาพระโอรสแหง่ กรุงศรอี ยุธยา
กับพระธดิ าแหง่ กรุงสุโขทัย
2.4 รัชกาลพระบรมราชาธิราช ที่ 2 (สมเด็จเจ้าสามพระยา) โปรดใหพ้ ระราชโอรส พระราเมศวร
(ต่อมาไดข้ น้ึ ครองราชย์เป็นสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ) ในฐานะทีท่ รงมเี ชื้อสายสุโขทยั ขน้ึ ปกครองอาณาจักร
สุโขทยั โดยมศี ูนย์กลางอย่ทู ่ี พิษณุโลก เป็นผลใหส้ ุโขทัยกลายเป็นส่วนหนงึ่ ของอาณาจกั รอยุธยาต้ังแต่ พ.ศ.
1983 เป็นต้นมา
3. การขยายดนิ แดนให้กวา้ งขวาง ทาใหเ้ ป็นศูนย์กลางอานาจทางการเมืองของคนไทย
อาณาจกั รอยุธยาได้ขยายดินแดนออกไปอยา่ งกว้างขวาง ครอบคลมุ พ้ืนท่ใี นเขตท่ีราบล่มุ แม่นา้
เจา้ พระยา ทั้งตอนบนและตอนลา่ ง กลายเปน็ อาณาจักรของคนไทยท่ีเขม้ แข็งทส่ี ดุ และเป็นศนู ยก์ ลางแห่ง
อานาจทางการเมืองของคนไทยในสมยั น้นั อย่างแท้จริง มีอาณาเขต ดังตอ่ ไปนี้
3.1 ทิศเหนอื จรดอาณาจกั รล้านนา และสโุ ขทัย ซึง่ เป็นอาณาจักรของคนไทยดว้ ยกัน ตอ่ มาสโุ ขทยั
ถูกผนวกใหเ้ ปน็ ส่วนหนึง่ ของอยธุ ยา ในขณะทอี่ าณาจกั รลา้ นนาตกอยใู่ ต้อานาจของกรงุ ศรีอยุธยาและพม่า
สลบั กัน
3.2 ทศิ ตะวนั ออก จรดอาณาจักร เขมรหรือขอม ซึ่งบางสมัยตอ้ งตกเป็นประเทศราชของไทย และ
บางสมยั กแ็ ขง็ เมืองเปน็ อสิ ระ ไม่ขึน้ ตอ่ ไทย
3.3 ทศิ ตะวนั ออกเฉยี งเหนือ จรดอาณาจักรล้านช้าง ซ่ึงเป็นอาณาจักรของชนชาติลาว มีความ
เข้มแขง็ ทางการเมืองรองจากอยุธยา และมีความสัมพันธท์ ่ดี ตี อ่ กนั
3.4 ทิศตะวันตก อยุธยามอี านาจครอบครองอาณาจกั รมอญ แถบเมืองหงสาวดี เมอื งเมาะตะมะ
เมอื งทวาย เมืองตะนาวศรี และเมอื งมะริด แต่ตอ่ มากต็ อ้ งสญู เสียใหแ้ กพ่ ม่าในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 21
3.5 ทศิ ใต้ อยธุ ยามีอานาจเหนือแควน้ นครศรธี รรมราช และหัวเมืองมะลายบู างเมือง เช่น ปัตตานี
กลันตนั และไทรบุรี เป็นตน้