๑ า ญ ญ ัส ศ ท เ ก อ เ เรื่อง การขายฝาก
จัดทำโดย
นางสาวยุพาพร มาลีแก้ว
รหัสนิสิต ๖๓๑๐๘๑๒๔๙
ส า ร บั ญ
เรื่อง หน้า
การขายฝาก ๑-๕
ความแตกต่างระหว่างเรื่องขายฝากกับเรื่องจำนอง ๖
ความแตกต่างระหว่างการขายฝากกับสัญญาซื้อขายบางประการ ๗
การนำบทบัญญัติในสัญญาซื้อขายมาใช้บังคับกับการขายฝาก ๘-๙
ข้อตกลงมิให้จำหน่ายทรัพย์สินที่ขายฝาก ๑๐-๑๑
สิทธิไถ่คืน ๑๒
กำหนดเวลาไถ่
๑๓
ผู้ใช่สิทธิไถ่ ๑๔-๑๕
การใช้สิทธิไถ่ ๑๖-๑๗
ผู้มีหน้าที่รับไถ่
สินไถ่ ๑๘
ค่าฤชาธรรมเนียม
๑๙-๒๐
๒๑
สภาพแห่งทรัพย์สินที่ไถ่คืน ๒๒
บรรณานุกรม ๒๓
การขายฝาก 1
ผู้ขายฝากไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ขายฝาก
นั้นให้แก่ผู้ซื้อฝาก คงโอนแต่การครอบครองไปให้ผู้ซื้อฝากไปทำ
กินต่างดอกเบี้ยเท่านั้น ผู้ขายฝากมีสิทธิเรียกการครอบครองกลับ
คืนมาได้ แต่หากชำระหนี้ภายในกำหนดระยะเวลา กรรมสิทธิจึง
จะตกแก่ผู้ซื้อฝาก แต่หากทรัพย์สินนั้นยังไม่หลุดเป็นกรรมสิทธิ์
ผู้ต้องซื้อฝากจะเอาทรัพย์สินไปจำหน่ายจ่ายโอนต่อให้ผู้ใดไม่ได้
2
การขายฝากนั้นเป็นสัญญาซื้อขายอย่างหนึ่งที่
ผู้ขายโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินแก่ผู้ซื้อ โดยมีข้อตกลง
ว่าผู้ขายอาจไถ่ทรัพย์สินนั้นคืนได้ สัญญาขายฝากนั้นมี
ผลให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินโอนมายังผู้ขายซื้อฝาก
ส่วนทางฝ่ายลูกหนี้เองก็ไม่เกิดปัญหาใดนัก เนื่องจาก
ต้องการเงินมาใช้จ่ายอยู่แล้ว แต่ยังคงหวงแหนทรัพย์
สินนั้นๆอยู่จึงไม่อยากขายขาดออกไป
3
ความหมายของการขายฝาก
การขายฝาก หมายถึง การที่ผู้ขายโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินแก่ผู้ซื้อ
โดยมีข้อตกลงกันว่าผู้ขายอาจไถ่ทรัพย์สินนั้นคืนได้ สำหรับข้อตกลง
ในเรื่องการไถ่ทรัพย์นั้นคืนได้นั้น จะต้องมีการตกลงอยู่ในขณะทำ
สัญญาขายฝาก ไม่เช่นนั้นถือว่าสัญญาดังกล่าวขาดองค์ประกอบอัน
เป็นสาระสำคัญไป
ตั ว อ ย่ า ง
นายแบงก์ทำสัญญาซื้อขายที่ดินจำนวนหนึ่งแปลงกับ
นายบ่าว โดยทั้งสองตกลงกันว่านายแบงก์ผู้ขายทีสิทธิ
ซื้อที่ดินดังกล่าวคืนจากนายบ่าวภายในระยะเวลา
6 เดือน ดังนี้เป็นสัญญาขายฝาก อนึ่งการซื้อคืนหรือ
ไถ่คืนนั้นเป็นสิทธิของผู้ขาย ผู้ขายอาจไถ่คืนได้
4
ส รุ ป
ดังนั้น สัญญาขายฝาก คือ สัญญา
ซื้อขายตกลงขายทรัพย์สินนั้นไป
และยังคงมีสิทธิซื้อทรัพย์สินนั้นคืน
กลับได้นั่นเอง
เช่น ตกลงขายที่ดินต่อกันแล้ว
มีข้อตกลงไว้ท้ายสัญญานั้นว่า
"ถ้าผู้ขายต้องการซื้อคืน ผู้ซื้อย่อม
ขายให้"
ดังนี้ ถือว่าเป็นเรื่องการขายฝาก
5
คำพิพากษาฎีกาที่ 2711/2544
โจทก์และจำเลยเจตนาทำสัญญาขาย
ฝากที่ดินพิพาทไม่มีเจตนาที่จะผูกพันตาม
สัญญาขายที่ดินพิพาทกันไว้ สัญญาขาย
ที่ดินดังกล่าวจึงเป็นการแสดงเจตนาลวง
โดยสมรู้กันระหว่างโจทก์จำเลยตกเป็น
โมฆะตามมาตรา 155 วรรคหนึ่ง ส่วน
สัญญาขายฝากที่ถูกอำพรางไว้โดยสัญญา
ขายก็ตกเป็นโมฆะเช่นเดียวกัน
เนื่องจากไม่ได้จดทะเบียนต่อ
พนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อทำสัญญาทั้งสอง
ฉบับต่างตกเป็นโมฆะ โจทก์และจำเลย
ต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม กรณีต้องบังคับ
ตามบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้ โดย
โจทก์ต้องคืนเงินให้จำเลยจำเลยต้องคืน
ที่ดินพิพาทให้โจทก์
6ความแตกต่างระหว่างเรื่องขายฝากกับเรื่อง
การจำนอง
1 ขายฝาก ทรัพย์สินที่ขายฝากจะเป็นประเภทใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น
สังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์
การจำนอง นั้นทรัพย์ที่จะนำมาจำนองได้ต้องเป็นอสังหาริมทรัพย์หรือ
สังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษเท่านั้น
2 การขายฝาก กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายฝากโอนไปยังผู้ซื้อตั้งแต่เวลาที่ทำ
สัญญาขายฝากกันแล้ว
การจำนอง กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่จำนองยังเป็นของผู้นองอยู่เพียงแต่ไปจด
ทะเบียนตราไว้เป็นประกันกับผู้รับจำนองเท่านั้น
3 การขายฝาก เป็นสัญญาที่สำเร็จในตัวโดยไม่ต้องอิงสัญญาอื่น
การจำนอง นั้นเป็นสัญญาที่ต้องอิงสัญญาประธาน กล่าวคือ ถ้าไม่มีสัญญา
ประธาน เช่น สัญญากู้ยืมเงินกันก็จะไม่มีสัญญาจำนอง เพราะการจำนองนั้น
เป็นการประกันการชำระหนี้ตามสัญญาประธาน
4 การขายฝาก นั้นหน้าที่ที่สำคัญของผู้ขายฝากคือต้องส่งมอบทรัพย์ที่ขายฝากให้
แก่ผู้ซื้อฝาก
การจำนอง ผู้จำนองไม่ต้องส่งมอบทรัพย์ที่จำนองให้แก่ผู้รับ เพียงแต่เอา
ทรัพย์นั้นไปตราไว้เท่านั้น
7
ความแตกต่างระหว่างการขายฝากกับสัญญาซื้อขายบางประการ
1 1การขายฝาก แม้ผู้ซื้อฝากจะได้ สัญญาซื้อขาย กรรมสิทธิ์ใน
กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินด้วยก็ตาม แต่ก็ ทรัพย์สินที่ขายโอนไปยังไป
เป็นกรรมสิทธิ์ที่ยังไม่ค่อยสมบูรณ์นัก ซื้อเด็ดขาดเลยทีเดียว
เพราะยังติดพันอยู่กับข้อตกลงว่าให้ผู้
2 ขายฝากมาไถ่คืนได้ภายในกำหนด 2 สัญญาซื้อขาย เมื่อผู้ซื้อได้
การขายฝาก ผู้ซื้อฝากเมื่อได้ กรรมสิทธิ์แล้ว ผู้ซื้อสามารถ
กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินแล้ว ผู้ซื้อ จะจำหน่ายจ่ายโอนหรือทำ
ฝากจะจัดการใดๆกับทรัพย์สินนั้น อะไรกับทรัพย์สินที่ตนซื้อได้
ต้องดูข้อตกลงที่ได้ตกลงกันไว้ด้วย
3 3การขายฝาก เมื่อผู้ขายฝากได้โอน สัญญาซื้อขาย เมื่อผู้ขายได้
กรรมสิทธิ์ไปยังผู้ซื้อฝากแล้ว ภายหลังผู้ โอนกรรมสิทธิ์ไปยังผู้ซื้อแล้ว
ขายฝากมาใช้สิทธิ์ไถ่คืนภายในกำหนด ถ้าผู้ขายประสงค์จะได้ทรัพย์
เวลา กรรมสิทธิ์ก็กลับมาเป็นของผู้ขาย คืนนั้น ผู้ขายต้องไปตกลงทำ
ฝากหรือผู้ไถ่ตั้งแต่เวลาที่ผู้ไถ่ได้ชำระ สัญญาซื้อคืนจากผู้ซื้ออีกทีหนึ่ง
สินไถ่หรือวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ กรรมสิทธิ์ดังกล่าวก็โอนกลับ
(มาตรา ๔๙๒) มายังผู้ขายใหม่
8
การนำบทบัญญัติในสัญญาซื้อขายมาใช้บังคับกับการขายฝาก
ในสัญญาขายฝากจะต้องมีข้อตกลงว่า
ผู้ขายฝากอาจไถ่หรือซื้อกลับทรัพย์สินนั้นคืนได้
ดังนั้น บทบัญญัติต่างๆ ในสัญญาซื้อขายจึงนำ
มาใช้บังคับการขายฝากด้วย
เช่น แบบของการขายฝากทรัพย์สิน
ประเภทสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์
พิเศษ รวมถึงสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดของ
ผู้ซื้อและผู้ขาย เป็นต้น
หากเป็นการขายฝากอสังหาริมทรัพย์หรือ
สังหาริมทรัพย์พิเศษ การขายฝากจะต้องทำเป็น
หนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
แต่หากเป็นสังหาริมทรัพย์ทั่วไป ก็ไม่จำต้องทำ
ตามแบบ และเมื่อสัญญาขายฝากเกิดขึ้น
โดยสมบูรณ์ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายฝากนั้น
ก็โอนไปยังซื้อฝาก ผู้ซื้อฝากย่อมเป็นเจ้าของ
กรรมสิทธิ์ตามมาตรา ๑๓๓๖
9
ตั ว อ ย่ า ง
นางแก้วกับนางกุ้งตกลงทำสัญญาขายฝาก
บ้านเดี่ยวสองชั้นราคา 3,500,000 บาท โดยได้
ไปทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงาน
เจ้าหน้าที่ ดังนี้ สัญญาขายฝากบ้านนั้นสมบูรณ์
ไม่ตกเป็นโมฆะ
ข้อสังเกต
การทำสัญญาขายฝากสังหาริมทรัพย์อื่นทั่วไปนั้น
คู่สัญญาจึงไม่จำต้องไปทำเป็นหนังสือและ
จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ คู่สัญญา
สามารถตกลงทำสัญญากันได้ด้วยวาจา
หากเป็นการขายฝากสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาตั้งแต่
20,000 บาทขึ้นไป จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ
อย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิด
เป็นสำคัญ หรือได้วางประจำไว้ หรือได้ชำระหนี้
บางส่วนแล้ว มิเช่นนั้นไม่สามารถฟ้องร้องบังคับ
คดีกันได้
10ข้อตกลงมิให้จำหน่ายทรัพย์สินที่ขายฝาก
เมื่อเกิดสัญญาขายฝากกันแล้ว กรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้นย่อมตกไป
เป็นของผู้ซื้อฝาก ซึ่งผู้ซื้อฝากมีสิทธิจะจัดการใดๆกับทรัพย์สินนั้นได้
กล่าวคือ จะจำหน่ายจ่ายโอนให้บุคคลภายนอกก็ย่อมทำได้
แต่อย่างไรก็ดีหากคู่สัญญาได้มีข้อตกลงกันว่าไม่ให้ผู้ซื้อฝากจำหน่าย
ทรัพย์สินซึ่งขายฝากนั้น ผู้ซื้อฝากก็ไม่อาจจะจำหน่ายทรัพย์สินนั้นได้
ซึ่งถ้าผู้ขายฝากฝ่าฝืนข้อสัญญาไปจำหน่ายแล้วทำให้เกิดความเสียหายใดๆ
ต่อผู้ขายฝาก ผู้ซื้อฝากก็ต้องรับผิดในความเสียหายนั้น[มาตรา ๔๙๓]
11
ตั ว อ ย่ า ง
ดำทำสัญญาขายฝากรถยนต์ให้แดง
โดยมีข้อตกลงกันว่าไม่ให้แดงนำรถยนต์นั้นไปขายให้
ผู้อื่นในระหว่างที่ดำยังไม่มาไถ่คืน ปรากฏว่าแดง
นำรถยนต์นั้นไปขายให้เหลือง ทำให้ดำไม่สามารถ
ใช้สิทธิไถ่คืนจากแดงได้ ซึ่งในช่วงเวลานั้น
ดำต้องเสียค่าใช้จ่ายในการโดยสารรถเมล์หรือรถแท็กซี่
กรณีนี้แดงต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิด
ขึ้นต่อดำ อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ซื้อฝากฝ่าฝืนข้อสัญญา
นี้ก็เป็นเพียงให้สิทธิแก่ผู้ขายฝากเรียกค่าเสียหายจาก
ผู้ซื้อฝากได้เท่านั้น ไม่ทำให้สัญญาที่ผู้ซื้อฝากทำกับ
บุคคลภายนอกเสียไปแต่อย่างใด เพียงแต่ผู้ขายฝาก
ต้องไปใช้สิทธิขอไถ่คืนทรัพย์นั้นจากบุคคลภายนอก
ผู้รับโอนแทน [มาตรา ๔๙๘]
12
สิ ท ธิ ไ ถ่ คื น
สัญญาขายฝากมีลักษณะต่างกับสัญญาซื้อขายธรรมดา คือมีข้อตกลงให้ผู้ขาย
สามารถใช้สิทธิไถ่คืนทรัพย์สินที่ขายได้ดังกล่าวมาแล้ว ดังนั้น เมื่อผู้ขายฝาก
มีเงินมาชำระค่าไถ่และประสงค์จะขอไถ่ทรัพย์สินคืนไปภายในอายุสัญญาไถ่
ก็ย่อมทำได้ ซึ่งแยกพิจารณาได้ ๗ ประการ ดังนี้
๑) กำหนดเวลาไถ่
๒) ผู้ใช้สิทธิไถ่
๓) การใช้สิทธิไถ่
๔) ผู้มีหน้าที่รับไถ่
๕) สินไถ่
๖) ค่าฤชาธรรมเนียม
๗) สภาพแห่งทรัพย์สินที่ไถ่คืน
กำ ห น ด เ ว ล า ไ ถ่ 13
๑) กำหนดเวลาไถ่
มาตรา ๔๙๔ “ท่านห้ามมิให้ใช้
สิทธิไถ่ทรัพย์สินซึ่งขายฝากเมื่อพ้น
เวลาดังจะกล่าวต่อไปนี้
(1) ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ กำหนด
สิบปีนับแต่เวลาซื้อขาย
(2) ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ กำหนด
เวลาสามปีนับแต่เวลาซื้อขาย”
การขายฝากนั้นหลักสำคัญอยู่ที่ข้อตกลงให้ผู้ขายฝากสามารถไถ่คืน
ทรัพย์สินที่ตนขายฝากได้ กล่าวคือ ถ้าเป็นการขายฝากอสังหาริมทรัพย์
กำหนดเวลาไถ่คืนต้องไม่เกินสิบปีนับแต่เวลาซื้อขาย ถ้าเป็นการขายฝาก
สังหาริมทรัพย์ กำหนดเวลาไถ่คืนต้องไม่เกินสามปีนับแต่เวลาซื้อขาย
ตามมาตรา ๔๙๔ และถ้าคู่สัญญากำหนดเวลาไถ่คืนกันไว้ต่ำกว่าสิบปี
หรือสามปีดังกล่าว คู่สัญญาจะขยายระยะเวลาไถ่ก็ได้ แต่เมื่อรวม
กำหนดเวลาไถ่ทั้งหมดทั้งของเดิมและที่ขยายต้องไม่เกินสิบปีหรือสามปี
ตามมาตรา ๔๙๖
14 ๒) ผู้ใช้สิทธิไถ่
แม้กฎหมายเขียนไว้ว่า “ผู้ขาย
ผู้ ใ ช้ สิ ท ธิ ไ ถ่
อาจไถ่ทรัพย์สินนั้นคืนได้” ก็ตามก็
ดังนั้น จะเห็นได้ว่าสิทธิในการไถ่ มิได้หมายความว่าเฉพาะตัวผู้ขายคน
ทรัพย์สินคืนนั้น ไม่ใช่สิทธิเฉพาะตัว เดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์ไถ่ทรัพย์คืนได้
ของผู้ขายฝากแต่อย่างใด บุคคลตาม เนื่องจากสิทธิในการไถ่ทรัพย์สินนี้
ที่กำหนดไว้ใน มาตรา๔๙๗ สามารถ เป็นทรัพยสิทธิ จึงเป็นสิทธิที่อาจ
เป็นผู้ที่สามารถใช้สิทธิไถ่ทรัพย์สินคืน ตกทอดไปยังทายาท และเป็นสิทธิที่
มาได้ตามกฎหมาย เช่น ผู้ขายเดิม อาจโอนกันได้ ดังที่กฎหมายบัญญัติ
ทายาทของผู้ขายเดิม ผู้รับโอนสิทธินั้น ไว้ในมาตรา ๔๙๗ ว่า “สิทธิในการ
หรือบุคคลซึ่งในสัญญายอมไว้โดย ไถ่ทรัพย์สินนั้น จะพึงใช้ได้แต่บุคคล
เฉพาะว่าให้เป็นผู้ไถ่ได้ เหล่านี้ คือ
(1) ผู้ขายเดิม หรือทายาทของผู้
ขายเดิม
(2) ผู้รับโอนสิทธินั้น หรือ
(3) บุคคลซึ่งในสัญญายอมไว้โดย
เฉพาะว่าให้เป็นผู้ไถ่ได้”
15
ตั ว อ ย่ า ง
นายสมชายได้นำสร้อยคอทองคำของตนไปขายฝากแก่นายสมศักดิ์
ราคา55,000 บาท โดยกำหนดระยะเวลาเอาไว้ว่าภายในระยะเวลา 1 ปีจะ
มาไถ่คืน ดังนี้ นายสมชายผู้ขายฝากย่อมมีสิทธิ์ที่จะมาไถ่เอาทรัพย์สินนั้นคืน
จากนายสมศักดิ์ผู้ซื้อฝากได้ หากนายสมชายผู้ขายฝากถึงแก่ความตายไป
ก่อน สิทธิการไถ่ทรัพย์สินย่อมตกไปยังทายาทของนายสมชายผู้ขายเดิม
ตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ ๙๑๙/๒๔๙๕
เมื่อเจ้ามรดกถึงแก่กรรม สิทธิในทางทรัพย์สินของผู้ตายก็ย่อมตกทอด
ได้แก่ทายาททันที ฉะนั้น ทายาทจึงมีสิทธิที่จะไถ่ถอนทรัพย์สินที่ผู้ตายขาย
ฝากไว้ได้โดยไม่ต้องรอให้รับโอนมรดกเสียก่อน
16
ก า ร ใช้ สิ ท ธิ ไถ่
๓) การใช้สิทธิไถ่ ก็คือ การที่ผู้ขาย
ฝากเรียกร้องให้ทรัพย์สินที่ตนขายฝากไว้
นั้นกลับคืนมาเป็นของตนซึ่งจะต้อง
กระทำเสียภายในเวลาที่กำหนดไว้ตาม
สัญญาขายฝาก การใช้สิทธิไถ่นี้ถือเป็น
หน้าที่ของผู้มีสิทธิไถ่ที่จะต้องชำระหนี้
และเมื่อมีการชำระหนี้แล้ว ผู้มีหน้าที่รับ
ไถ่จะไม่ยอมรับไถ่ย่อมไม่ได้
เว้นเสียแต่ว่าผู้ไถ่ไปใช้สิทธิไถ่เมื่อสิทธิไถ่
ระงับไปแล้ว เช่น ผู้ขายฝากอาจแสดงเจตนาสละ
สิทธ์ไถ่กอนครบกำหนด หรือไปไถ่ใน
เวลาที่เกินกว่าอายุการไถ่ที่ได้ตกลง
กันกันไว้ หรือที่กฎหมายกำหนดไว้
ซึ่งมีผลให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่
ขายฝากตกเป็นของผู้ซื้อฝากโดยเด็ด
ขาด
17
ตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ ๔๗๒๙/๒๕๔๓
จำเลยทำสัญญาขายฝากที่ดินไว้แก่ ภ. บิดาโจทก์ ระหว่างที่ยังอยู่ภายใน
กำหนดเวลาไถ่ถอนตามสัญญาขายฝาก จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินดัง
กล่าวกับโจทก์ ต่อมาจำเลยทำสัญญากับ ภ. ว่าไม่ประสงค์จะไถ่ถอนและขอ
สละสิทธิไถ่ถอน ดังนี้ ข้อตกลงระหว่างจำเลยกับ ภ. ถือได้ว่าเป็นการ
ขายขาดที่ดินให้แก่ ภ. โดยทำสัญญากันเอง จึงไม่เกิดผลเป็นสัญญาซื้อขายที่
ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยยังมีสิทธิไถ่ถอนกายขายฝากได้ภายในกำหนดเวลา
ไถ่ถอนตามสัญญาขายฝากอยู่ และภายในกำหนดระยะเวลาการขายฝาก
จำเลยย่อมมีสิทธินำที่ดินไปทำสัญญาจะซื้อจะขายให้แก่โจทก์ได้ ซึ่งประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๔๙๗ ได้กำหนดให้ผู้รับโอนสิทธิมีสิทธิไถ่
ทรัพย์สินนั้นได้ด้วย เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาจะซื้อขายที่ดินกับโจทก์
โจทก์ย่อมอยู่ในฐานะผู้รับโอนสิทธิมีสิทธิไถ่ที่ดินได้
18 ผู้ มี ห น้ า ที่ รั บ ไ ถ่
๔) ผู้มีหน้าที่รับไถ่
นอกจากกฎหมายจะกำหนดตัวผู้มีสิทธิไถ่แล้ว กฎหมายยังได้กำหนดตัวผู้มี
สิทธิไถ่แล้ว กฎหมายยังได้กำหนดตัวผู้มีหน้าที่รับไถ่ไว้ด้วย ซึ่งนอกจากตัวผู้
ซื้อฝากแล้ว ก็ยังมีบุคคลอื่นๆอีกดังได้บัญญัติไว้ในมาตรา ๔๙๘ ว่า
“สิทธิในการไถ่ทรัพย์สินนั้น จะพึงใช้ได้เฉพาะต่อบุคคลเหล่านี้คือ ’’
(1) ผู้เดิม หรือทายาทของผู้ซื้อเดิม หรือ
(2) ผู้รับโอนทรัพย์สิน หรือรับโอนสิทธิเหนือทรัพย์สินนั้น แต่ในข้อนี้ถ้าเป็น
สังหาริมทรัพย์จะใช้สิทธิได้ต่อเมื่อผู้รับโอนได้รู้เวลาโอนว่าทรัพย์สินตกอยู่ใน
บังคับแห่งสิทธิไถ่คืน’’
(1) คือผู้ซื้อเดิม หรือทายาทของผู้ซื้อเดิมนั้นไม่มีปัญหาอะไร
(2) นั้น เนื่องจากเมื่อทำสัญญาขายฝาก กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่
ขายฝากโอนมายังผู้ซื้อฝากดังกล่าวมาแล้ว ดังนั้น ผู้ซื้อฝากย่อมมีสิทธิโอน
ทรัพย์นั้นไปให้บุคคลอื่นได้
๕) สินไถ่ 19
สินไถ่ คือราคาหรือเงินค่าไถ่ถอน
สิ น ไ ถ่
ทรัพย์สินที่ขายฝาก ซึ่งบุคคลผู้มีสิทธิไถ่จะ
ต้องชำระให้แก่ผู้มีหน้าที่รับไถ่นั้น หากคู่
สัญญาได้ตกลงกันเอาไว้ในสัญญาเรื่องค่า
สินไถ่เอาไว้อย่างไร ค่าสินไถ่ก็เป็นไปตามที่กำ
หดไว้นั้น แต่ถ้าไม่ได้ตกลงกันไว้ในสัญญา
กฎหมายก็กำหนดว่าให้ไถ่กันตามราคาที่ขาย
ฝาก ตามมาตรา ๔๙๙ บัญญัติว่า “สินไถ่นั้น
ถ้าไม่ได้กำหนดกันไว้ว่าเท่าใดไซร้ ท่านให้ไถ่
ตามราคาที่ขายฝาก”
แต่อย่างไรก็ตาม ประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณิชย์ มาตรา ๔๙๙ ได้แก้ไขใหม่ใน
ปี ๒๕๔๑ โดยได้เพิ่มบัญญัติเป็นวรรคสอง
ว่า “ถ้าปรากฏในเวลาไถ่ว่าสินไถ่หรือราคา
ขายฝากที่กำหนดไว้สูงกว่าราคาขายฝาก
ที่แท้จริงเกินอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี ให้ไถ่
ได้ตามราคาขาบฝากที่แท้จริงรวมประโยชน์
ตอบแทนร้อยละสิบห้าต่อปี”
20
นอกจากนี้ มาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้บัญญัติว่า “บทบัญญัติ
มาตรา ๔๙๙ วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ซึ่งแก้ไข
เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มิให้ใช้บังคับแก่สัญญาขายฝากที่ได้ทำไว้ก่อน
วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ”
หมายความว่า ถ้าผู้ใดทำสัญญาขายฝากตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายน
พ.ศ.๒๕๔๑ เป็นต้นไป ผู้นั้นจะกำหนดสินไถ่กันสูงกว่าราคาขายฝากรวมกับ
ดอกเบี้ยหรือประโยชน์ตอบแทนอื่นเกินร้อยละสิบห้าต่อปีไม่ได้ ซึ่งจะ
สามารถแก้ปัญหาการขายฝากที่ไม่เป็นธรรมได้ เพราะผู้ซื้อฝากบางคน
กำหนดสินไถ่ไว้สูงกว่าราคาขายฝากมาก ซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้ขายฝาก
ตั ว อ ย่ า ง
ขายฝากกันราคา ๑๐,๐๐๐ บาทแต่กำหนดสินไถ่ให้มาไถ่ในราคา
๑ ล้านบาทในกำหนดเวลาไถ่ ๕ปี ดังนี้ตามกฎหมายใหม่ทำไม่ได้
21
ค่ า ฤ ช า ธ ร ร ม เ นี ย ม
๖) ค่าฤชาธรรมเนียม
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๐๐ ได้บัญญัติว่า “ค่าฤชา
ธรรมเนียมการขายฝากซึ่งผู้ซื้อได้ออกไปนั้น ผู้ไถ่ต้องใช้ให้แก่ผู้ซื้อพร้อมกับสินไถ่
ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมการไถ่ทรัพย์นั้น ผู้ไถ่พึงออกใช้”
ดังนั้น ค่าฤชาธรรมเนียมการขายฝากตามมาตรา ๕๐๐ ได้แก่ ค่าธรรมเนียมใน
การขายฝากและค่าธรรมเนียมในการไถ่ทรัพย์ซึ่งกฎหมายได้กำหนดเอาไว้เป็น
หน้าที่ขอผู้ไถ่ อย่างไรก็ดี การออกใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในการไถ่ทรัพย์ซึ่ง
กฎหมายได้กำหนดเอาไว้เป็นหน้าที่ของผู้ไถ่ อย่างไรก็ดี การออกใช้ค่าฤชา
ธรรมเนียมนั้น คู่สัญญาอาจตกลงกันกันไว้เป็นอย่างอื่นก็ได้เนื่องจากเป็นข้อตกลง
ที่มาได้ขัดต่อกฎหมาย
22
ส ภ า พ แ ห่ ง ท รั พ ย์ สิ น ที่ ไถ่ คื น
๗) สภาพแห่งทรัพย์สินที่ไถ่คืน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๐๑
ได้บัญญัติไว้ว่า “ทรัพย์สินซึ่งไถ่นั้น ท่านว่าต้องส่งคืนตาม
สภาพที่เป็นอยู่ในเวลาไถ่ แต่ถ้าหากว่าทรัพย์สินนั้นถูก
ทำลายหรือทำให้เสื่อมเสียไปเพราะความผิดของผู้ซื้อไซร้
ท่าว่าผู้ซื้อจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน”
ดังนั้น การคืนทรัพย์สินที่ไถ่นั้นจะต้องมีสภาพที่เป็น
อยู่ในเวลาไถ่ ไม่ใช่เวลาที่ขายฝาก แต่หากทรัพย์สินนั้นได้
ถูกทำลายหรือทำให้เสื่อมเสียไปเพราะความผิดของผู้ซื้อ
ฝาก ผู้ซื้อฝากจะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
ตั ว อ ย่ า ง
ในสัญญาขายฝากช้างกัน ถ้าผู้ซื้อฝากใช้ช้างให้ทำการงานเกินสมควร และ
แม้ช้างเจ็บป่วยก็ไม่ให้หยุดพักรักษาให้ช้างสมบูรณ์ดีเสียก่อน กลับใช้งานจน
ช้างตาย ดังนี้ ผู้ซื้อฝากต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ขายฝากตามมาตรา
๕๐๑
23
บ ร ร ณ า นุ ก ร ม
รองศาสตราจารย์สุจินตนา ชุมวิสูตร.//(๒๕๕๘).//หลักกฎหมาย ซื้อ
ขาย แลกเปลี่ยน ให้.//พิมพ์ครั้งที่๘.//กรุงเทพฯ :/วิญญูชน.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธีรยุทธปักษา.//(๒๕๖๔).//คำอธิบายประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซื้อขาย แลกเปลี่ยน ให้ เช่าทรัพย์ เช่า
ซื้อ.//กรุงเทพฯ:/นิติธรรม.