เล่ม ๑๓๔ ตอนพิเศษ ๗๐ ง หนา้ ๒๖ ๗ มีนาคม ๒๕๖๐
ราชกจิ จานุเบกษา
ข้อบงั คับแพทยสภา
วา่ ด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวชิ าชีพเวชกรรม (ฉบับที่ ๕)
พ.ศ. ๒๕๖๐
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๒๑ (๓) (ช) แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๒๕
และโดยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษตามมาตรา ๒๕ วรรคหน่ึง (๑) แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม
พ.ศ. ๒๕๒๕ คณะกรรมการแพทยสภาจงึ ออกข้อบังคบั ไว้ ดังต่อไปน้ี
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม
(ฉบบั ท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๖๐”
ข้อ ๒ ขอ้ บงั คับน้ใี หใ้ ช้บังคับต้ังแต่วันถดั จากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นตน้ ไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๕๒ แห่งข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรม
แห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๔๙ ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรม
แห่งวิชาชีพเวชกรรม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๓ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๕๒ การปลกู ถ่ายอวัยวะท่ีผู้บริจาคประสงค์จะบรจิ าคอวัยวะขณะทย่ี ังมีชีวิต ผู้ประกอบวิชาชีพ
เวชกรรมผูท้ ําการปลกู ถ่ายอวยั วะต้องดาํ เนนิ การตามเกณฑ์ ตอ่ ไปนี้
(๑) ผู้บริจาคต้องมีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือมีความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมที่สามารถ
พสิ ูจน์ได้ทางวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ เช่น HLA และ/หรอื DNA หรือ
(๒) ผู้บริจาคต้องเป็นสามีภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายมาแล้วอย่างน้อยสามปี หรืออยู่กิน
ฉันสามีภรรยาโดยเปิดเผยกับผู้รับอวัยวะมาแล้วอย่างน้อยสามปี กรณีท่ีมีบุตรร่วมกันโดยสายโลหิต
ไม่ต้องใช้ระยะเวลาสามปี หากมีปัญหาในการพิสูจน์บุตรร่วมกันให้ใช้ HLA และ/หรือ DNA
เปน็ เคร่อื งพสิ ูจน์ หรอื
(๓) ผู้บริจาคต้องเป็นผู้ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะทดแทนแล้ว โดยให้บริจาคอวัยวะของตน
ท่ตี ดั ออกนัน้ ให้กับสภากาชาดไทยเพื่อจัดสรรให้แก่ผู้อ่ืน เช่น กรณีผู้รับบริจาคมาท้ังหัวใจและปอดพร้อมกัน
โดยใหบ้ ริจาคหัวใจเดมิ ของตนให้สภากาชาดไทยเพือ่ จัดสรรให้แกผ่ ้อู ่นื เป็นตน้
(๔) กรณีนอกเหนือจาก (๑) (๒) และ (๓) ให้ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย
เปน็ ผู้พิจารณา และออกระเบียบเพอ่ื ปฏบิ ตั ิโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการแพทยสภา
(๕) กรณชี าวต่างประเทศต้องดําเนนิ การ ดงั ต่อไปนี้
(ก) เอกสารการยืนยันความสัมพันธ์ทางสายโลหิตตาม (๑) และความเป็นสามีภรรยา
โดยชอบด้วยกฎหมายมาแล้วอย่างน้อยสามปี หรืออยู่กินฉันสามีภรรยาโดยเปิดเผยกับผู้รับอวัยวะมาแล้ว
อย่างน้อยสามปี ตาม (๒) ให้ได้รับการรับรองจากสถานทูตหรือหน่วยงานที่มีหน้าที่เก่ียวกับ
การดําเนินการของบคุ คลในสัญชาติของผรู้ อ้ งขอรบั การปลกู ถา่ ยอวยั วะ และได้รับการรับรองด้านความถูกต้อง
ของผู้ออกเอกสารจากกรมการกงสลุ กระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทย และ
เลม่ ๑๓๔ ตอนพเิ ศษ ๗๐ ง หน้า ๒๗ ๗ มีนาคม ๒๕๖๐
ราชกิจจานุเบกษา
(ข) ต้องมีการพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมโดยวิธีทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้วยวิธี
HLA และ/หรือ DNA หรือวิธีอื่น ๆ ท่ีสามารถพิสูจน์ได้ ท่ีมีความน่าเชื่อถือใกล้เคียงกัน จากสถาบัน
ทางการแพทย์ของรฐั ในประเทศไทย
(๖) ผูบ้ รจิ าคต้องมสี ขุ ภาพสมบรู ณ์ เหมาะสมทจี่ ะบริจาคอวัยวะได้
(๗) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ทําการปลูกถ่ายอวัยวะต้องอธิบายให้ผู้บริจาคเข้าใจถึงความเส่ียง
ที่จะเกิดอันตรายต่าง ๆ แก่ผู้บริจาค ทั้งจากการผ่าตัด หรือหลังการผ่าตัดอวัยวะที่บริจาคออกแล้วเม่ือ
ผู้บริจาคเข้าใจและเต็มใจท่ีจะบริจาคแล้วจึงลงนามแสดงความยินยอมบริจาคอวัยวะไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
(Informed consent form) ใหแ้ ก่ผู้ประกอบวชิ าชพี เวชกรรม
(๘) ผูป้ ระกอบวชิ าชพี เวชกรรมผู้ทําการปลกู ถ่ายอวัยวะต้องทาํ หลกั ฐานเป็นหนังสือ เพ่ือแสดงว่า
ไม่มีการจ่ายค่าตอบแทนแกผ่ ้บู รจิ าคเป็นคา่ อวยั วะ
(๙) ให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้ทําการปลูกถ่ายอวัยวะทํารายงานตามแบบท่ีสภากาชาดไทย
กาํ หนด โดยใหส้ ่งท่ีศนู ย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย ท้ังน้ี ให้ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย
ดาํ เนินการสรุปรายงานเสนอต่อแพทยสภาเปน็ ประจาํ ทกุ ปี”
ขอ้ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ ๕๓ แห่งข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรม
แห่งวิชาชพี เวชกรรม พ.ศ. ๒๕๔๙ และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปน้แี ทน
“ขอ้ ๕๓ การปลกู ถา่ ยอวยั วะท่ใี ชอ้ วยั วะจากผู้ท่ีสมองตายตอ้ งดาํ เนนิ การตามเกณฑ์ ต่อไปนี้
(๑) ผู้ที่สมองตายตามหลักเกณฑ์วิธีการวินิจฉัยของแพทยสภาเท่าน้ันที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
สามารถนําเอาอวัยวะไปทําการปลูกถ่ายให้แก่ผู้ที่ต้องการอวัยวะทดแทนได้และผู้ท่ีสมองตายดังกล่าว
ต้องไม่มีโรคหรอื ภาวะ ดงั ต่อไปน้ี
ก. โรคมะเร็งระยะลกุ ลาม
ข. ภาวะติดเชอ้ื รนุ แรงทจี่ ะเป็นอนั ตรายต่อผรู้ บั อวัยวะได้
ค. การทดสอบเอชไอวี (HIV) เป็นบวก เว้นแต่กรณีท่ีผู้ที่ต้องการอวัยวะทดแทน
มีผลการทดสอบเอชไอวีเป็นบวกอยแู่ ลว้
ง. ผู้ป่วยที่สงสัยเป็นโรคพิษสุนัขบ้า ผู้ป่วยที่เป็นโรคสมองอักเสบเฉียบพลัน หรือไขสันหลัง
อักเสบเฉยี บพลัน หรือปลายประสาทอักเสบเฉยี บพลนั ที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ
จ. ผปู้ ว่ ยที่มีอาการสงสยั ว่าเปน็ โรควัวบา้ (Creutzfuldt Jacob disease)
ฉ. ผปู้ ว่ ยที่มีอาการสงสัยว่าเปน็ โรคสมองเสอ่ื มท่ีไมท่ ราบสาเหตุ
ช. โรคหรือภาวะอ่นื ๆ ทีแ่ พทยสภาประกาศกําหนด
(๒) แพทยผ์ ดู้ ูแลผ้ปู ว่ ยท่ีเสียชีวิต ตามเกณฑ์สมองตายของแพทยสภาควรให้ข้อมูลแก่ญาติทราบ
เกีย่ วกับการเสียชวี ิตของผ้ปู ่วย และการที่ผู้ป่วยเปน็ ผบู้ รจิ าคอวัยวะได้โดยความยนิ ยอมของญาติ
(๓) ญาตผิ ตู้ ายทีจ่ ะบริจาคอวัยวะต้องเป็นผใู้ ห้ความยินยอมบรจิ าคอวยั วะ
เลม่ ๑๓๔ ตอนพเิ ศษ ๗๐ ง หนา้ ๒๘ ๗ มนี าคม ๒๕๖๐
ราชกิจจานุเบกษา
(๔) ในกรณีท่ีผู้ตายได้แสดงความจํานงบริจาคอวัยวะไว้กับศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย
ถ้าไมส่ ามารถติดตามหาญาติผตู้ ายได้ใหด้ าํ เนินการผา่ ตัดนาํ อวยั วะไปปลูกถ่ายได้
(๕) ก่อนที่จะเอาอวัยวะออกจากผู้ที่สมองตายกรณีซ่ึงต้องมีการชันสูตรพลิกศพตามกฎหมาย
ต้องแจ้งให้ผู้ชันสูตรพลิกศพทราบก่อนและศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัดอวัยวะจากศพต้องบันทึกการนําอวัยวะ
ออกไปจากศพนนั้ ไว้ในเวชระเบียนของผ้ตู ายดว้ ย”
ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในข้อ ๕๕ แห่งข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรม
แหง่ วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. ๒๕๔๙ และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปนแ้ี ทน
“ข้อ ๕๕ การดําเนินการปลูกถ่ายอวัยวะต้องกระทําการในสถานพยาบาลของรัฐหรือเอกชน
ซ่ึงเป็นสมาชิกของศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยและปฏิบัติตามระเบียบที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ
สภากาชาดไทยกาํ หนด ท้ังนี้ ระเบยี บดังกล่าวจะต้องได้รับความเหน็ ชอบจากแพทยสภา”
ประกาศ ณ วนั ที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๐
ศาสตราจารย์นายแพทย์สมศักดิ์ โลห่ ์เลขา
นายกแพทยสภา